Docstoc

KittipolPaper300410

Document Sample
KittipolPaper300410 Powered By Docstoc
					                                 (ราง)
  แนวทางความรวมมือของไทยในกรอบแผนงานการพัฒนาเศรษฐกิจสามฝาย
                       อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย
         (Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle:IMT-GT)
1.        ความเปนมา
1.1 ผลการประชุมสุดยอดครั้งที่ 2 แผนงาน IMT-GT เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2550 ณ เมืองเซบู
สาธารณรัฐฟลิปปนส ไดเห็นชอบใหใช IMT-GT Roadmap ป 2550-2554 เปนกรอบแนวทาง
ดําเนินความรวมมือแผนงาน IMT-GT ซึ่งไดกําหนดใหเรงรัดการพัฒนาแนวพื้นที่เศรษฐกิจ
IMT-GT ไดแก แนวพื้นที่เมดาน-ปนัง-สงขลาและเชื่อมโยงถึงสามจังหวัดชายแดนใต แนวพื้นที่
คาบสมุทรมะละกา ตั้งแตจังหวัดชายฝงอันดามันของไทยถึงรัฐมะละกา ซึ่งสองแนวพื้นที่ดังกลาว
เชื่อมโยงไทยกับมาเลเซียและอินโดนีเซีย แนวพื้นที่เกาะสุมาตราเพื่อพัฒนาความเชื่อมโยงภายใน
ของเกาะสุมาตราเพื่อความพรอมในการเชื่อมโยงกับภายนอก และแนวพื้นที่ดูไม-รัฐมะละกาซึ่ง
เชื่อมโยงมาเลเซียกับอินโดนีเซีย
1.2 ผลการประชุมสุดยอดครั้งที่ 3 แผนงาน IMT-GT เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2550 ณ
สาธารณรัฐสิงคโปร ไดเห็นชอบการเพิ่มพื้นที่แผนงาน IMT-GT ของไทยเพิ่มอีก 8 จังหวัดในภาคใต
ตอนบนจนครบทั้ง 14 จังหวัดชายแดนภาคใต กับไดเห็นชอบใหมุงเนนการพัฒนาในแนวพื้นที่
เศรษฐกิจใหมเพิ่มอีกแนวหนึ่ง ไดแก แนวระนอง-ภูเก็ต-อาเจห ซึ่งเปนการเชื่อมโยงโดยตรงระหวาง
ไทยและอินโดนีเซีย พรอมกันนี้ไดเห็นชอบใหสามประเทศสงเสริมการพัฒนาโดยใชประโยชนจาก
พื้ น ที่ เ ศรษฐกิ จ ที่ มี แ ผนการส ง เสริ ม เป น พิ เ ศษเพื่ อ ให เ กิ ด การใช ศั ก ยภาพร ว มกั น อย า งเต็ ม ที่
โดยเฉพาะแผนงานการพัฒนาพื้นที่ภาคใต (Southern Region Development Plan) ของไทย
แผนงานพัฒนาพื้นที่ภาคเหนือ (Northern Corridor Economic Region: NCER) และแผนงาน
พัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก (East Coast Economic Region: ECER) ของมาเลเซีย และเขต
การคาเสรีบาตัม-บินตัน-คาริมุน (Batam-Bintan-Karimun Free Trade Zone ของอินโดนีเซีย
1.3 ผลการประชุมประจําป ครั้งที่ 4 (Annual Consultation Meeting: ACM) ระหวาง
นายกรัฐมนตรีไทยและนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2552 ที่ทําเนียบรัฐบาล
กรุงเทพมหานคร ผูนําทั้งสองไดเห็นชอบใหจัดประชุมเจาหนาที่ระดับสูงภายใตกรอบ JDS เพื่อ
หารือรายละเอียดเกี่ ยวกั บโครงการเชื่อมโยงระหวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต (Southern
Region Development Plan: SDP) กับ Northern Corridor Economic Region และ East Coast
Economic Region ของมาเลเซีย
        ทั้งนี้ จะไดกลาวถึงแนวทางความรวมมือของไทยภายใตกรอบ IMT-GT กับมาเลเซีย และ
อินโดนีเซีย ภายใตกรอบทิศทางของ IMT-GT Roadmap ซึ่งกําหนดพื้นที่แกนกลางการพัฒนาไว
แลว และการพิจารณาดานศักยภาพของพื้นที่เศรษฐกิจที่ไดกําหนดแผนงานพรอมทั้งมาตรการ
พิเศษเพื่อกระตุนการพัฒนาที่ศักยภาพการเชื่อมโยง โดยแบงออกเปนสองสวนไดแก แนวทาง
ความรวมมือของไทยกับมาเลเซีย และแนวทางความรวมมือของไทยกับอินโดนีเซียตอไป
2.      แนวทางความรวมมือระหวางไทยและมาเลเซีย
2.1 ศักยภาพดานมาเลเซีย โดยพิ จารณาจากการกําหนดแผนพัฒนาพิเศษเฉพาะพื้น ที่
ภายใตแผนพัฒนาฉบับที่ 9 ของมาเลเซีย ประกอบดวยแผนพัฒนาพื้นที่ที่ตอเนื่องกับไทย ซึ่งอยูใน
กรอบพื้นที่ที่เปนแกนกลางการพัฒนาในกรอบ IMT-GT ที่เชื่อมโยงไทยกับมาเลเซียตามแนวเม
ดาน-ปนัง-สงขลาเชื่อมโยงกับพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต ประกอบดวย
2.2.1 การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจในบริเวณแนวพื้นที่ภาคเหนือ (Northern                        Corridor
      Economic Region: NCER)
      ในการประชุ ม ระดั บรั ฐ มนตรี และเจา หนา ที่อ าวุโ ส ครั้ง ที่ 14 แผนงานการพั ฒ นาเขต
เศรษฐกิจสามฝาย อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle:
IMT-GT เมื่อวันที่ 4-6 กันยายน 2550 ฝายมาเลเซียไดหยิบยกความกาวหนาการดําเนินการ
แผนงานพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจในบริเวณแนวพื้นที่ภาคเหนือ (Northern Corridor Economic
Region: NCER) โดยขอใหฝายไทยและอินโดนีเซียใหความสนใจในการพัฒนาเชื่อมโยงดวย โดย
มาเลเซี ย ถื อ ว า แผนงาน IMT-GT มี ค วามสั ม พั น ธ อ ย า งยิ่ ง ในการพั ฒ นา NCER ทั้ ง นี้
นายกรัฐมนตรีมาเลเซียไดแถลงเปดดําเนินการโครงการนี้อยางเปนทางการเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม
2550
        2.2.1.1 วัตถุประสงค
              เปนความริเริ่มโดยรัฐบาลมาเลเซีย เพื่อเรงรัดการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่และ
ยกระดับรายไดของประชาชน ซึ่งปจจุบันมาเลเซียมีแนวความคิดในพัฒนาประเทศในระดับพื้นที่
ภูมิภาคตางๆ ประกอบดวย ยุทธศาสตรการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจในแผนงานการพัฒนาสามแหง
ของมาเลเซี ย ได แ ก 1) การพั ฒ นาพื้ น ที่ เ ศรษฐกิ จ ในบริ เ วณแนวพื้ น ที่ ภ าคเหนื อ (Northern
Corridor Economic Region) 2) ก า ร พั ฒ น า ใ น บ ริ เ ว ณ แ น ว พื้ น ที่ อิ ส กั น ด า (Iskandar
Development Region) ซึ่งอยูทางดานใตของประเทศบริเวณรัฐยะโฮรภาคใต และสัมพันธกับ
แผนงาน Indonesia-Malaysia-Singapore Growth Triangle: IMS-GT และ 3) การพัฒนาใน
บริเวณแนวพื้นที่ชายฝงดานตะวันออก (East Coast Economic region: ECER) ซึ่งสัมพันธกับ
แผนงาน Thailand-Malaysia Committee on Joint Development Strategy for Border

                                                                                                 2
         2.2.1.2 ขอบเขตพื้นที่การพัฒนา
                         สํ า หรั บ การพั ฒ นาพื้ น ที่ เ ศรษฐกิ จ ในบริ เ วณแนวพื้ น ที่ ภ าคเหนื อ หรื อ NCER
ประกอบดวยพื้นที่รัฐปนัง ปะลิส เกดะห และภาคเหนือของรัฐเประ (เฉพาะเมืองเปงกาลันฮูลู) ซึ่ง
เปนพื้นที่ที่มีความสําคัญ โดยในปจจุบันเปนผูสราง GDP ใหแกมาเลเซียรอยละ 20.1 (52.7
พันลานริงกิต) โดยมีพื้นที่เปนสัดสวนรอยละ 7 (2.4 ลานเฮกตาร) ของประเทศ มีประชากรรอยละ
16 (4.29 ลานคน) ของประเทศ เปนพื้นที่การเพาะปลูกรอยละ 64 ของประเทศ มีสัดสวน
นั ก ท อ งเที่ ย วที่ เ ข า มายั ง มาเลเซี ย ร อ ยละ 30 และมี มู ล ค า การลงทุ น ร อ ยละ 21 ของประเทศ
(อยางไรก็ตามที่ผานมารัฐปนังเปนรัฐที่การพัฒนากาวหนาและสรางรายไดใหกับประเทศเปนหลัก
ของกลุมพื้นที่นี้ พื้นที่รัฐอื่นใน NCER สวนมากเปนพื้นที่การเกษตรและประชากรมีรายไดเฉลี่ยต่ํา
มากประมาณเดือนละ 500 ริงกิตเทานั้น จึงตองเรงกระจายการพัฒนาโดยเร็ว) ทั้งนี้พื้นที่แผนงาน
NCER ของมาเลเซีย ติดตอกับจังหวัดสตูล สงขลา และยะลาของไทย
         2.2.1.3 วิสัยทัศน
                เพื่อพัฒนา NCER ไปสูการเปนภูมิภาคเศรษฐกิจระดับโลกใหสําเร็จภายในป
2568 ในดานหลักๆ ไดแก ดานเครื่องใชไฟฟาและอิเลคทรอนิกส (E&E) ดานการเกษตร ดานการ
ทองเที่ยว และดานเทคโนโลยีชีวภาพ โดยการเสริมสรางสภาพแวดลอมทางธุรกิจที่เอื้ออํานวยใน
การลงทุนจากนักลงทุนทั้งภายในและตางประเทศ พรอมทั้งจะเนนย้ําในการพัฒนาภาคสังคมและ
ชุมชน โครงสรางพื้นฐานและสภาพแวดลอมอยางมีบูรณาการ เพื่อใหพื้นที่นี้เปนทางเลือกของทั้ง
ชาวมาเลเซียและชาวตางประเทศในการทํางาน ศึกษาเรียนรู ทองเที่ยว และอยูอาศัย
         2.2.1.4 พันธะกิจ
               ภารกิจของ NCER เพื่อใหบรรลุตามวิสัยทัศน ไดแก การชี้ถึงศักยภาพดานการ
พาณิชยที่มีความเปนไปไดและมีโอกาส และการดําเนินยุทธศาสตรในดานการพัฒนาความพรอม
ในดานตางๆ ไดแก
                   1)      ด า นการเกษตร ได แ ก การปรั บ เปลี่ ย นจากการทํ า การเกษตรแบบ
ดั้งเดิม ไปสูการเกษตรแนวใหมเพื่อเพิ่มผลิตภาพจากพื้นที่ ทั้งดานการเพาะปลูก ปศุสัตว ประมง
ชายฝงและประมงน้ําลึก โดยมีการปรับปรุงดานการจัดการองคกรในทองถิ่น การใหทุนอุดหนุน
การริเริ่มธุรกิจ เงินกูดอกเบี้ยต่ํา เงินทุนแบบ Venture Capital และการผอนกฎระเบียบในการให
เชาที่ดินจากภาครัฐ


                                                                                                             3
                2)      ดานการผลิตภาคอุตสาหกรรม ไดแก การกระจายความเติบโตให
ทั่วถึงและสมดุลในพื้นที่ทั้งหมดของ NCER โดยมิใหมีการกระจุกตัวอยูเพียงในรัฐปนัง สราง
โอกาสการจางงานและเพิ่มจํานวนแรงงานมีฝมือรองรับความตองการในอนาคต โดยเนน
อุตสาหกรรมตอเนื่องจากการเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมตอเนื่องจากน้ํามันปาลมใน
ระดับสูง ไมยาง อิเลคทรอนิกส รถยนต น้ํามันและกาซธรรมชาติ เทคโนโลยีชีวภาพ อุตสาหกรรม
ที่ลดผลกระทบสิ่งแวดลอม ภาคบริการ โดยจะมีการจัดตั้งกองทุนสงเสริมการลงทุน
               3)      ดานการทองเที่ยวและโลจิสติกส ไดแก การสรางความทันสมัยในการ
ใหบริการและมุงเนนนักทองเที่ยว High-end หัตถกรรมคุณภาพสูง หองศิลป การทองเที่ยวเพื่อ
รักษาโรค และระบบโลจิสติกสขามแดนทั้งไปยังไทยและอินโดนีเซีย
               4)       ดานโครงสรางพื้นฐาน ไดแก การพัฒนาโครงสรางพื้นฐานใหมๆ เพื่อ
สงเสริมความเติบโตในภาคเกษตร การผลิตภาคอุตสาหกรรม และการทองเที่ยวในภาคเหนือ โดย
รัฐ บาลจะเสริม สร า งบรรยากาศที่เ กื้ อกู ลด า นการพั ฒ นาเศรษฐกิจ ด ว ยโครงการพั ฒ นาดา น
โครงสรางพื้นฐาน เชน การชลประทาน สาธารณูปโภคสาธารณูปการ โครงสรางพื้นฐานดานการ
คมนาคม รวมทั้งดานการพัฒนาทุนมนุษย การเงิน มาตรการกระตุนตางๆ และการใหบริการ
ภาครัฐ
              5)      ดานการพัฒนาทุนมนุษย ไดแก การจัดสรรโครงสรางพื้นฐานดานการ
เรียนการสอนที่มีคุณภาพทัดเทียมกัน การพัฒนาดานการสอนในสาขาวิทยาศาสตร การสราง
หองทดลอง/ปฏิบัติการ หองสมุด และสนามกีฬา
               6)       ด า นสิ่ ง แวดล อ ม ได แ ก การดู แ ลรั ก ษาทรั พ ยากรธรรมชาติ โ ดยการ
พัฒนาอยางยั่งยืน
         2.2.1.5 ผูดําเนินการ ไดแก Sime Darby Berhad ซึ่งเปนบริษัทที่มีขนาดใหญเปนอับดับ
หนึ่งของมาเลเซียและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต ทั้งนี้ประธานคณะกรรมการดําเนิน
โครงการได แก ดาโตะ ซรี อับดุลลาห อาหมัด บาดาวี อดีตนายกรัฐมนตรี มาเลเซีย (ทั้ง นี้มีผู
วิเคราะหวาพื้นที่ NCER สวนใหญเปนฐานคะแนนเสียงของนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โดยอดีต
นายกรัฐมนตรีมาเลเซียเปนชาวปนังโดยกําเนิด อยางไรก็ตามในการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม
2551 โครงการนี้ซึ่งอยูระหวางการริเริ่มมิไดสรางคะแนนเสียงใหกับพรรค UMNO อยางที่คาด โดย
ในพื้นที่แผนงาน NCER พรรคฝายคานไดเสียงขางมากและไดเปนมุขมนตรีในรัฐปนัง เกดะห
และเประ ยกเวนรัฐปะลิสที่พรรค UMNO ไดเสียงขางมาก) โดยปจจุบันรัฐบาลมาเลเซียไดจัดตั้ง
องคกรบริหารพื้นที่ NCER เรียกวา Northern Corridor Implementation Authority: NCIA ตั้งอยู
เมืองอลอสตาร

                                                                                               4
        2.2.1.6 งบประมาณดําเนินการ จํานวน 177 พัน ลานริงกิต (51.2 พันล านดอลลาร
สหรัฐ) ในชวงระยะเวลา 18 ป โดยรัฐบาลเปนผูจัดเตรียมงบประมาณราวหนึ่งในสามสวน ในขณะ
ที่เปนการลงทุนของภาคเอกชนประมาณสองในสามสวนของเงินลงทุนทั้งหมด โดยจะเปน
งบประมาณลงทุนในชวงแผนพัฒนาฉบับที่ 9 ประมาณ 1 แสนลานริงกิต หรือราว 1 ลานลานบาท
       2.2.1.7 เปาหมาย เพิ่ม GDP ของภูมิภาคจาก 52.7 พันลานริงกิต ในป 2548 เปน 214.1
พันลานริงกิตในป 2568 สรางงาน 500,000 ตําแหนงภายในป 2555 และอีก 1,000,000 ตําแหนง
ภายในป 2561
        2.2.1.8 การกําหนดยุทธศาสตร
                1)     ระดั บ ชาติ พั ฒ นามาเลเซี ย สู ก ารเป น แหล ง ผลิ ต อาหารที่ ทั น สมั ย มี
ผลผลิตที่มั่นคงพอเพียง มีการแปรรูปผลผลิตเกษตรในระดับมูลคาที่สูงเพื่อการบริโภคในประเทศ
และเพื่อการสงออก และเปนฐานรองรับอุตสาหกรรมแปรรูปที่ยั่งยืน โดยยังคงความหลากหลาย
ทางชีวภาพ พรอมทั้งมีการยกระดับการศึกษาและฝกอาชีพตอบุคลากรในทองถิ่นตั้งแตอายุ 15 ป
ขึ้นไป โดยมีโครงการจัดตั้งศูนยความเปนเลิศทาง Micro-electronics
                 2)                                      ้ ่
                         ระดับภูมิภาค พัฒนาเชื่อมโยงกับพืนทีแผนงาน IMT-GT
                3)       ระดับโลก รักษาการเปนฐานการผลิตดานเครื่องใชไฟฟา และเครื่อง
อิเล็กทรอนิกสอันดับสามของภูมิภาคและเสริมสรางความเติบโตตอไปดวยการวิจัยและพัฒนา
ระดับโลก และมุงสูสินคาในตลาด Niche Market โดยสามารถแขงขันกับจีนและอินเดียได มุงสู
การเปนศูนยการคาและการขนถายสินคาระดับ IMT-GT ดวยศักยภาพความเปนทาเรือสากล
ระดับโลกแหงเดียวของอนุภูมิภาค และพัฒนา NCER เปนศูนยอาหารของภูมิภาคเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใตโดยใชศักยภาพในความเปนศูนยกลาง
        2.2.1.9 ยุทธศาสตรการจัดแนวพื้นที่การพัฒนายอยภายใน NCER
                 1)     แนวพื้นที่เกาะ (Island Corridor) ไดแกเกาะลังกาวีและปนัง พัฒนา
เปนแหลงทองเที่ยวชั้นนําและศูนยกลางกระจายสินคาของโลกทางดานอากาศและทางทะเล
พรอมทั้งสงเสริมความเปนศูนยกลางทางแพทยเชื่อมโยงกับพื้นที่ IMT-GT และพื้นที่อื่นๆ โดยให
เกาะปนังยังคงความเปนศูนยกลางดานการศึกษาและการผลิตเครื่องไฟฟาและอิเล็กทรอนิกส
พรอมทั้งยกระดับดานโลจิสติกสโดยพัฒนาทาเรือ ถนน และสะพานปนังแหงสองเพิ่มเติม
                    2)        แนวพื้นที่ชายฝง (Coastal Corridor) ไดแก การพัฒนาแนวพื้นที่ดาน
เหนือเชื่อมโยงทางดานปาดังเบซารสูประเทศไทย โดยพัฒนาเมืองคะงา เมืองหลวงของรัฐปะลิส
เปน ศูน ยก ลางดานการศึ กษาเชื่อมโยงกับเมืองอาโรและสินธก โดยใหเมืองกัวลาเกดะหและ
เมื อ งกั ว ลามู ด าเปน ศู น ย ก ลางด า นการประมง แปรรู ป อาหาร การทอ งเที่ย วชายฝง และการ

                                                                                                   5
               3)    แนวพื้นที่ตอนกลาง (Central Corridor) ไดแกพื้นที่ขาง North-South
Expressway จากเมืองอิโปห รัฐเประ ไปยังเมืองบูกิตกายูฮิตัม รัฐเกดะห ติดชายแดนไทยที่อําเภอ
สะเดา ใหเปนฐานอุตสาหกรรมแปรรูป โดยมีศูนยกลางที่เมืองบัตเตอรเวอรธ คูลิม และกูรุน โดย
เนนธุรกิจ SME ที่ผลิตวัตถุดิบใหกับโรงงานเครื่องไฟฟาและอิเล็กทรอนิกสขนาดใหญ โดยมี
แผนการพัฒนารถไฟรางคูและการขนสงระบบรางเพื่อลดความแออัดของโครงขายการขนสงไปยัง
ทาเรือและทาอากาศยาน
                4)       แนวพื้นที่ตอนใน (Hinterland Corridor) ไดแก พื้นที่เชื่อมโยงระหวาง
เมืองโกตาปุตราและเมืองโกตากังซาร เนนกิจกรรมดานการเกษตรเพื่อการพาณิชย เชน ยางพารา
และปาล ม และการรั ก ษาพื้ น ที่ ป า ต น น้ํ า รองรั บ การท อ งเที่ ย วเชิ ง นิ เ วศน การเป น พื้ น ที่ ป ระตู
เชื่อมโยงกับไทยแหงที่สองเมืองเปงกาลันฮูลู รัฐเประ กับอําเภอเบตง จังหวัดยะลา โดยจะสงเสริม
ดา นกิ จ กรรมการทอ งเที่ ย วบริ เ วณทะเลสาบเปดู พร อ มทั้ง มี แ ผนการกอ สร า งเส น ทาง Trans
Kedah Hinterland Highway พรอมทั้งมีแผนการสรางถนนเชื่อมโยงระหวางเมืองกริก-เจลี เพื่อ
เชื่อมโยงไปยังแนวพื้นที่การพัฒนาดานชายฝงทะเลตะวันออก
               5)         แนวพื้นที่ บัตเตอรเวอรธ-คูลิม-บาลิง-เปงกาลันฮูลู เพื่อเชื่อมโยง
ระหวางศูนยโลจิสติกสที่เมืองบัตเตอรเวอรธ รัฐปนัง กับเมืองคูลิม รัฐเประ โดยจะพัฒนายกระดับ
ถนนเชื่อมโยงระหวางฝงตะวันตกและฝงตะวันออก
       2.2.1.10 โครงการลงทุนขนาดใหญ ในบรรดาโครงการพัฒนาตางๆ มาเลเซียมีแผนงาน
ขนาดใหญไดแก (1) โครงการปนังโมโนเรล มูลคาราว 1,100 ลานริงกิต (2) โครงการสรางสะพาน
ปนังแหงที่สอง มูลคาราว 2,700 ลานริงกิต (3) โครงการ Kedah Hydrocarbon Hub หรือการ
พัฒนาโรงกลั่นน้ํามัน คลังน้ํามัน และการสรางทอสงน้ํามันในรัฐเกดะห (เมือง Yan) ผานไปยังรัฐก
ลันตัน (เมือง Bachok) มูลคาโครงการราว 85,000 ลานริงกิต ปจจุบันโครงการตางๆ อยูระหวาง
การทบทวนการกอสรางโครงการขนาดใหญจากผลกระทบวิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐและราคาน้ํามัน
โดยโครงการสะพานป นั ง แห ง ที่ ส องอยู ร ะหว า งปรั บ แบบการก อ สร า ง ส ว นโครงการ Kedah
Hydrocarbon Hub ยังไมมีความคืบหนาเนื่องจากรอผลการพิจารณา EIA การสรางเกาะนอกฝง
เกดะหเพื่อสรางโรงกลั่นน้ํามันและคลังน้ํามัน
      2.2.1.11องคกรบริหาร ไดแก Northern Corridor Implementation Authority: NCIA
โดยมีผูแทนจากรัฐบาลของรัฐตางๆในพื้นที่และจากรัฐบาลมาเลเซียรวมดําเนินการ



                                                                                                                 6
       2.2.1.12ความเชื่อมโยงกับไทยดานการพัฒนาโครงสรางพื้นฐาน ปจจุบันมีแผนงาน
พัฒนาโครงสรางพื้นฐานเชื่อมโยงระหวางไทยและมาเลเซียตามแผนงาน IMT-GT และพิจารณา
ไดวาอยูในบริเวณแนวพื้นที่ NCER ที่สําคัญ เชน การพัฒนาดานศุลกากรแหงใหมที่ดูเรียนบุหรง
รัฐเกดะหตรงขามกับดานศุลกากรบานประกอบ อําเภอนาทวี จังหวัดสงขลา ซึ่งฝายมาเลเซียมี
ความกาวหนากวาฝายไทยมาก โดยกลุมอาคาร CIQ และบริเวณซึ่งมีกิจกรรมที่เกี่ยวของกําหนด
กอสรางแลวเสร็จเดือนธันวาคม 2551 ขณะที่ฝายไทยไดรับจัดสรรงบประมาณกอสรางอาคาร
CIQ ในป 2552-2554 มีเพียงการกอสรางทางเชื่อมโยงมายังดานแหงใหมเทานั้นที่กอสรางแลว
เสร็จ โดยในการเปดใชดานศุลกากรดูเรียนบุหรง ฝายไทยตองใชตูคอนเทนเนอร 10 ตู เปนที่
ทําการชั่วคราว การพัฒนาดานศุลกากรสะเดาแหงใหมตรงขามดานบูกิตกายูฮิตัม ฝายไทยยังอยู
ระหวางการจัดหาที่ดินรองรับการพัฒนาในอนาคต จึงยังไมอาจจัดตั้งงบประมาณ ขณะที่ฝาย
มาเลเซียพัฒนาตามโครงการ Kota Perdana ไปตามแผนงาน และรอเสนอการพัฒนาเชื่อมโยง
CIQ ณ จุดใหม เพื่อรองรับการพัฒนาปริมาณการขนสงในอนาคต โดยเฉพาะการแยกจุดตรวจ
รถบรรทุกขนาดหนักไปผานจุดตรวจใหม
2.2.2 การพัฒนาในบริเวณแนวพื้นที่เศรษฐกิจภาคตะวันออก (East Coast Economic
      Region)
                             ิ
       เปนโครงการพัฒนาที่มีพธีเปดโครงการอยางเปนทางการ โดยนายก รัฐมนตรีมาเลเซียเปน
                                                        ้            ้
ประธานเปดอยางเปนทางการเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2550 ในพืนที่โครงการทังสามรัฐของมาเลเซีย
ไดแก กลันตัน ตรังกานู ปาหัง และบางสวนของรัฐยะโฮร โดยมีความเชื่อมโยงกับไทยภายใต
กรอบคณะกรรมการวาดวยยุทธศาสตรรวม ในการพัฒนาพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย (Thailand-
Malaysia Committee on Joint Development Strategy for Border Areas: JDS) รวมทัง        ้
แผนงาน IMT-GT
       2.2.1 วัตถุประสงค
            ใชการพัฒนาดานปโตรเลียมภายใต Petronas Nasional Bhd. เปนตัวกระตุน
การพัฒนาในภูมิภาค รวมทั้งการพัฒนาดานการทองเที่ยว และการเปนศูนยโลจิสติกสทางภาค
ตะวันออก
       2.2.2 ขอบเขตพื้นที่การพัฒนา
                รัฐทางพื้นที่ชายฝงทะเลตะวันออกของมาเลเซีย 3 รัฐ ไดแก กลันตัน ตรังกานู
ปาหัง และพื้นที่เมืองเมอรซิง ในรัฐยะโฮร และเปนไปตามแผนพัฒนาฉบับที่ 9 ของมาเลเซีย (ป
2549-2553) โดยรัฐในกลุมนี้มีสภาพเดิมคอนขางยากจนที่สุด โดยมีสัดสวนใน GDP ของประเทศ
เพียงรอยละ 12 เปนระดับต่ําสุด อยางไรก็ดี ขณะนี้ไดสํารวจพบทรัพยากรน้ํามันนอกชายฝงทะเล


                                                                                         7
       2.2.3 วิสัยทัศน
         เปนแผนนําในการพัฒนาสูป 2020 โดยมีทิศทางที่จะพัฒนาพื้นที่ดานเศรษฐกิจและสังคม
เพื่อลดปญหาความยากจนและการกระจายรายได โดยใชอุตสาหกรรมน้ํามัน กาซธรรมชาติ ปโตร
เคมี เปนหลัก รวมทั้งการพัฒนาการทองเที่ยว
       2.2.4 พันธะกิจ
              1)                                ้
                      เพิ่มรายไดภาคเกษตรในพืนที่มุงเนน
              2)      สรางความสามารถในการเขาถึงโอกาสในกลุมนอกภาคเกษตรผาน
                      โครงการเมืองเกษตร
              3)                                                        ่
                      เสริมสรางความเขมแข็งผูประกอบการขนาดเล็กในทองถิน
              4)                                            ้
                      ลดการวางงานในกลุมเยาวชนโดยเฉพาะในพืนที่ชนบทที่ขาดโอกาส
                      การศึกษา
              5)                    ่                        
                      สรางรายไดเพิมใหแกกลุมสตรีที่เปนผูนําครอบครัว
       2.2.5 ผูดําเนินการ
               ดําเนินงานโดย Sime Darby Bhd. และ Southern Corridor Bhd. คาดวาจะมี
การจัดตั้งโครงสรางการบริหารงานแบบเดียวกับโครงการพัฒนา Iskandar ในพื้นที่ยะโฮรใต
       2.2.6 งบประมาณดําเนินการ
                 งบประมาณดําเนินการ 22.3 พันลานริงกิต โดยเปนงบประมาณจัดสรรโดยรัฐบาล
มาเลเซียตามแผนพัฒนาฉบับที่ 9 ที่เห็นไดวามากกวางบประมาณที่จัดสรรในชวงแผนพัฒนาฉบับ
ที่ 8 ถึงรอยละ 56 ทั้งนี้เปนการลงทุนโดย Petronas Nasional Bhd. ในดานน้ํามันและกาซ
ธรรมชาติประมาณ 40 พันลานริงกิต โดยมีระยะเวลาดําเนินการถึงป 2563
       2.2.7 เปาหมาย
                  ลดความเหลื่อมล้ําในการพัฒนา โดยเฉพาะในรัฐกลันตันและตรังกานู ซึ่งมีสภาพ
ลาหลังกวารัฐอื่นในมาเลเซียอยางมาก




                                                                                       8
       2.2.8 แผนการพัฒนาสําคัญ
                 2.2.8.1 การพัฒนาความเปนศูนยกลางดานการทองเที่ยว ไดแก แนวพื้นที่
ชายฝง เชน เมืองตุมปต (ตรงขามอําเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส) กัวลาปาหัง ศูนยกลางการ
ทองเที่ยวชายแดน เชน เมืองเปงกาลันกุโบร (ตรงขามทาเรือเฟอรรี่ตาบา) เมืองรันเตาปนยัง (ตรง
ขามอําเภอสุไหงโกลก) เมืองบูกิตบุหงา (ตรงขามบานบูเกะตา ปจจุบันมีสะพานขามแมน้ําโกลก
แหงใหมสรางแลวเสร็จ) แหลงทองเที่ยวเชิงนิเวศน เชน อุทยานแหงชาติของแตละรัฐ การทองเที่ยว
เชิงผจญภัย ปางชางที่กัวลากันดา แหลงเพาะพันธุเตาที่รันเตา อาบัง การทองเที่ยวอยางยั่งยืน
บริเวณเกาะของรัฐตรั ง กานู แหล งท องเที่ยวทางวั ฒนธรรมและเมืองโบราณ ที่เมื องโกตาบารู
ศูนยกลางของรัฐกลันตัน
               2.2.8.2 การพัฒนาอุตสาหกรรมปโตรเคมี บริเวณเมืองเกอรเต และเมืองเกบัง
สนับสนุนดวยการพัฒนาโครงขายทางรถไฟชายฝงทะเลภาคตะวันออก ทางดวนพิเศษและทาง
ดวนชายฝงทะเลภาคตะวันออก การพัฒนาขยายประสิทธิภาพทาเรือกวนตัน เคมามัน และเกอรเต
การพัฒนาสนับสนุนดวยศูนยโลจิสติกสและกระจายสินคา การวิจัยพัฒนา ศึกษาอบรม และการ
สรางแบรนดสินคาและสงเสริมดานการตลาด
                 2.2.8.3 การพัฒนาศูนยอุตสาหกรรมแปรรูปหลัก ไดแก แนวพื้นที่ Eastern
Region Primary Manufacturing Corridor เชื่อมโยงระหวางเมืองเกอรเต-ทาเรือกวนตัน-กวนตัน-
แกมบัง-เปกัน โดยพัฒนาเขตการคาเสรีที่ทาเรือกวนตัน และทาเรือเคมามัน คลัสเตอรอุตสาหกรรม
น้ํามันปาลมที่เมืองทาเรือกวนตัน ศูนยการคาและการกระจายสินคาประเภทยานยนต ณ เมือง
ทาเรือกวนตัน อูตอเรือและซอมเรือที่เมืองชูไค อุตสาหกรรมหนักที่เมืองเตลุก คาลอง และชูไค สวน
อุตสาหกรรมยานยนตที่เมืองเปรามู และสวนอุตสาหกรรมฮาลาลที่เมืองแกมบัง
               2.2.8.4 การพั ฒ นาศู น ย อุ ต สาหกรรมแปรรู ป ระดั บ รอง ได แ ก แนวพื้ น ที่
Secondary Manufacturing Zone (ตาเมอรลอห-เมนตากับ-เบนตง-กัวลาตรังกานู-
โกตาบารู) ประกอบดวยสวนอุตสาหกรรมเฟอรนิเจอรไมยางที่เมืองตาเมอรลอห สวนอุตสาหกรรม
ผสมผสานที่เมืองเบนตอง หมูบานหัตถกรรมที่เมืองกัวลาตรังกานู เขตเสรีที่ทาอากาศยานกัวลา
ตรังกานู และเมืองเปงกาลันกุโบร สวนอุตสาหกรรมฮาลาลที่เมืองปาเสมัส
               2.2.8.5 การแปรรูปอื่นๆ ไดแก อุตสาหกรรมแปรรูปจากน้ํายางขนที่เมืองมาจัง
การทําสวนไมยางในทุกรัฐของ ECER การแปรรูปอาหารระดับ SME ที่เมืองตอกบาลิ บาจอก
เชนเดอริง ชูไค กวนตัน และสวนอุตสาหกรรมเฟอรนิเจอรไมยาง ที่เมืองกัวลาไกร บันดา อัล-มุก
ตาฟ บิลลา-ชาห



                                                                                             9
        2.9      ประมาณการลงทุน
                  อุตสาหกรรมงานหัตถกรรม เชน ผาบาติก งานแกะสลักไม เครื่องเงิน อุตสาหกรรม
อาหารฮาลาล การตอเรือและซอมเรือ อุตสาหกรรมรถยนตและเครื่องจักรกลดานการขนสง คลัส
เตอรไมยางพารา คลัสเตอรปาลมน้ํามัน นิคมอุตสาหกรรม เขตปลอดอากร (Free Zone) มี
โครงการพัฒนาทั้งสิ้น 227 โครงการ เปนการลงทุนในรัฐกลันตันในวงงบประมาณ 112 พันลาน
ริงกิต โดยที่สําคัญไดแก การพัฒนาโครงการปโตรเคมี (Ethylene-Based Petrochemical Plant ที่
เมืองเกอรเต Propelyne-Based Petrochemical Plant ที่เมืองเกบัง และอุตสาหกรรมปโตรเคมี
ตอเนื่อง: Plastic Park ที่เมืองเกอรเต) น้ํามันและกาซธรรมชาติที่รัฐกลันตัน พัฒนาขยายศักยภาพ
การตอเรือที่รัฐตรังกานู พัฒนาทาเรือกวนตัน รวมทั้งการกอสรางทาอากาศยานแหงใหมที่รัฐปาหัง
โดยจะมีโครงการเพิ่มเติมที่เสนอโดยรัฐตางๆ โดย Petronas Nasional Bhd. ชวยพิจารณาความ
เหมาะสม
2.2     ศักยภาพดานไทย ในดานการจัดทําแผนพัฒนาภาคใต (Southern Region
        Development Plan)
2.2.1 ภาพรวมการพัฒนาภาคใต ไดเคยมีความริเริ่มโดยรัฐบาลชุดตางๆหลายครั้ง โดยเริ่มตน
ในชวงรัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ไดสั่งการใหสศช.จัดทําแผนการพัฒนาภาคใตเปนคราว
แรก โดยเฉพาะโครงการสะพานเศรษฐกิจ เพื่ อ รองรับ การลงทุน รว มกั บ ประเทศคู เ วตในช ว ง
ป 2532 แต เ มื่อ เกิด สงครามคู เ วตถู ก ทํ า ลาย ทํ า ใหต อ งชะลอแผนการพั ฒ นาร ว มกัน ทั้ ง หมด
อยางไรก็ดี ตอมารัฐบาลนายบรรหาร ศิลปอาชา ไดสั่งการใหศึกษาความเหมาะสมของพื้นที่ที่จะ
สามารถสรางทาเรือน้ําลึกพรอมทั้งศึกษาความเหมาะสมดานสิ่งแวดลอมของพื้นที่ เพื่อรองรับ
อุตสาหกรรมตางๆแลวเสร็จในป 2539 โดยยังมิไดดําเนินการใดๆตอไป
        ตอมาในรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ไดสั่งการใหสศช.จัดทําแผนพัฒนาพื้นที่ชายฝงทะเล
ภาคใต เพื่อจัดทําแผนแมบทในการพัฒนาอุตสาหกรรมน้ํามันและปโตรเคมีเพื่อกระตุนการพัฒนา
อุตสาหกรรมที่เกี่ยวของ ซึ่งเมื่อศึกษาแลวเสร็จในป 2540 การศึกษาพบวามีความคุมคาในการ
ลงทุนยังไมมาก เนื่องจากราคาน้ํามันในขณะนั้นยังไมสูงมาก จึงยังมิไดดําเนินการใดๆก็ไดเกิด
วิกฤตเศรษฐกิจทั่วโลกเสียกอน มีเพียงการกอสรางถนนสายกระบี่-ขนอม เชื่อมระหวางฝงทะเล
อันดามันและฝงอาวไทย เกิดขึ้นเพียงสวนเดียวเทานั้น แตไมมีการสรางทาเรือน้ําลึกสองฝงทะเล
ตามการกําหนดที่ตั้งโดยมติคณะรัฐมนตรี 5 พฤศจิกายน 2539 แตอยางใด โดยชวงนี้มีการจัดตั้ง
คณะกรรมการพัฒนาพื้นที่ภาคใต (กพต.) ขึ้น เพื่อพิจารณากําหนดยุทธศาสตรการพัฒนาของ
ภาค แตไดยุบเลิกไปในชวงรัฐบาลพตท.ทักษิณ ชินวัตร



                                                                                                  10
          ในชวงรัฐบาลพันตํารวจโททักษิณ ชินวัตร (มติคณะรัฐมนตรี 11 กันยายน 2544) ไดเสนอ
ใหพัฒนาเสนทางยุทธศาสตรพลังงาน (Strategic Energy land bridge) เพื่อเสริมสรางความ
มั่นคงดานน้ํามันแตยังมิไดดําเนินการ ตอมาชวงรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ไดมีมติคณะรัฐมนตรี
(20 พฤษภาคม 2551) เห็นชอบความรวมมือกับดูไบเวิรลใหศึกษาความเหมาะสมของสะพาน
เศรษฐกิจอีกครั้งหนึ่ง และในชวงรัฐบาลนายสมชาย วงศสวัสดิ์ ไดเสนอใหพัฒนาโครงการเมกกะ
โปรเจกต ดานพลังงานและปโตรเคมีและเหล็กขั้นปลาย แตยังมิไดดําเนินการ และรัฐบาลไดจัดตั้ง
คณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ภาคใต (กขต.) เพื่อกําหนดยุทธศาสตรการพัฒนา
ภาคใตอยางมีบูรณาการอีกครั้งหนึ่ง แตยังมิไดมีประชุม รัฐบาลไดพนตําแหนงไปกอน โดยในชวง
เวลาเดียวกัน สศช.ไดรับความรวมมือทางวิชาการจากธนาคารพัฒนาเอเชียในการศึกษาความ
เปนไปเบื้ องต นในการพั ฒ นาพื้นที่ภาคใตอยางยั่ง ยืน ซึ่ ง การศึก ษาแลว เสร็จในเดือน
กันยายน 2551 ไดเสนอแนวทางเบื้องตนในการพัฒนาพื้นที่สามอนุภาคของภาคใต โดย
พิจารณาจากศักยภาพ ไดแก อนุภาคภาคใตฝงอาวไทย อนุภาคภาคใตฝงทะเลอันดามัน และ
อนุภาคภาคใตชายแดน โดยในเบื้องตนไดวางกรอบการพัฒนาตามศักยภาพของพื้นที่เปนสาม
พื้นที่อนุภาคไดแก อนุภาคภาคใตฝงอาวไทยหรือดานตะวันออก อนุภาคภาคใตฝงอันดามัน และ
อนุภาคภาคใตชายแดน โดยไดเสนอกรอบกิจกรรมที่มีความเหมาะสมในการดําเนินการในพื้นที่ไว
ดังนี้
         1)       อนุภาคดานตะวันออก
               ประกอบด ว ยจั ง หวัด ชุ ม พรลงไปถึ ง นครศรีธ รรมราช สุ ร าษฎร ธ านี แ ละพั ท ลุ ง
พรอมทั้งสวนหนึ่งของประจวบคิรีขันธ มีศักยภาพรองรับอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกลา โดย
พิจารณาจากการที่เปนจุดศูนยรวมของอุตสาหกรรมหนักอยูแลว มีสมรรถนะรองรับดานผลกระทบ
สิ่งแวดลอมไดมาก เปนสวนหนึ่งของแผนงานการพัฒนาการเชื่อมโยงทิศเหนือ-ใตอยูแลว โดยมี
ความพรอมทั้งถนน เสนทางรถไฟ และการขนสงทางทะเล กับการมีพื้น ที่ตอเนื่องรองรับดา น
วัตถุดิบภาคเกษตรอยางกวางขวาง
         2)       อนุภาคภาคใตชายแดน
                  ประกอบด ว ยจั ง หวั ด ชายแดนติ ด ต อ กั บ มาเลเซี ย รวมทั้ ง ป ต ตานี ซึ่ ง มี ก ารค า
ชายแดนเป น ป จ จั ย กระตุ น การพั ฒ นาเศรษฐกิ จ ที ดี แ ละการเชื่ อ มแผนงานพั ฒ นาเข า กั บ
แผนพัฒนาแนวพื้นที่ NCER ของมาเลเซียในภาคเหนือเชื่อมโยงกับศักยภาพในการพัฒนา
เศรษฐกิจจังหวัดสงขลา สตูล และบางสวนของยะละ (เบตง) และแผนพัฒนาพื้นที่ ECER ของ
มาเลเซียในภาคตะวันออก เชื่อมโยงกับศักยภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจของสามจังหวัดชายแดน
ใต ทั้งนี้ โดยมีสงขลาเปนศูนยกลางเศรษฐกิจ ซึ่งเนนการพัฒนาเศรษฐกิจบนฐานความรู การ
ใหบริการทางการแพทย โดยเปนในลักษณะที่ยอมกวาภูเก็ต

                                                                                                         11
        3)       อนุภาคดานตะวันตก
                 ประกอบดวยจังหวัดชายฝงทะเลอันดามัน ซึ่ ง ศั ก ยภาพในการพั ฒ นาด า นการ
ทองเที่ยวชายฝงและกิจกรรมใหมๆดานสุขภาพและ Wellness การศึกษานานาชาติ การพัฒนา
เศรษฐกิจบนฐานความรูโดยมีภูเก็ตเปนศูนยกลางขนาดใหญ และการจัดโซนสําหรับอุตสาหกรรม
ทองเที่ยวพิเศษเชนการลองเรือ Yacht โดยมีภูเก็ตเปนศูนยกลางซึ่งมีความพรอมที่สุดในพื้นที่
บริเวณอาวพังงาซึ่งครอบคลุมสามจังหวัดไดแกภูเก็ต พังงา และกระบี่
2.2.2 การจั ด ทํ า แผนพั ฒ นาอนุ ภ าคภาคใต ช ายแดน ในช ว งนายกรั ฐ มนตรี อ ภิ สิ ท ธิ์
เวชชาชีวะ ไดมีมติใหจัดตั้งคณะกรรมการรัฐมนตรีพัฒนาพื้นที่พิเศษหาจังหวัดชายแดนภาคใตขึ้น
ซึ่งตอมาคณะรัฐมนตรีไดมีมติเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2552 เห็นชอบกรอบยุทธศาสตรการพัฒนา
พื้นที่หาจังหวัดชายแดนภาคใต หรืออนุภาคภาคใตชายแดนอยางเปนรูปธรรม ซึ่งสามารถใชเปน
แนวทางในการพิจารณากําหนดรางยุทธศาสตรความรวมมือระหวางสองประเทศไดในเบื้องตน ซึ่ง
ประกอบดวยแผนงาน 6 แผนงาน ดังนี้
        2.2.2.1 แผนการยกระดับรายไดและคุณภาพชีวิตของประชาชนในระดับหมูบาน
                เปนแผนที่รัฐบาลไดใหความสําคัญเปนอยางมาก เนื่องจากปญหาความยากจน
และปญหาคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใตเปนปญหาพื้นฐานของประชาชน
สวนใหญ โดยเฉพาะในชุมชนชนบทของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต ซึ่งขอมูลบงชี้ชัดเจนวา ในป
2550 จํ า นวนคนจนใน 3 จั ง หวั ด ชายแดนภาคใต เ พิ่ ม ขึ้ น จาก 263,000 คน ในป 2547 เป น
308,000 คน ในป 2550 หรือคิดเปนสัดสวนความยากจนเพิ่มขึ้นจากรอยละ 14.8 เปน 16.9 ของ
ประชากรทั้ ง 3 จั ง หวั ด ซึ่ ง เป น สั ด ส ว นสู ง ใกล เ คี ย งกั บ สั ด ส ว นประชากรยากจนในภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่อีก 2 จังหวัด คือ สตูลและสงขลานั้นมีคนยากจนรวมกันเพียง 20,900
คน หรือคิดเปนสัดสวนความยากจนรอยละ 1.3 ของประชากรทั้ง 2 จังหวัด
                  ดังนั้น รัฐบาลจึงตองการเรงรัดแกไขปญหาความยากจนควบคูไปกับการ
พั ฒ นาคุ ณ ภาพชี วิ ต ความเป น อยู ข องประชาชนในระดั บ หมู บ า น / ชุ ม ชนให มี โ อกาส
ประกอบอาชีพทั้งภาคการเกษตรและนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น มีรายไดเพิ่มขึ้นและไดรับบริการ
พื้นฐานที่จําเปนตอการดํารงชีวิตอยางทั่วถึง ทั้งดานที่อยูอาศัย น้ําสะอาดเพื่อการอุปโภคบริโภค
รวมทั้งแหลงน้ําเพื่อการเกษตร และเสนทางถนนเพื่อการคมนาคมและขนสงสินคาสูตลาดได
โดยสะดวก นอกจากนี้ จําเปนตองรวมกันเสริมสรางเครือขายความเขมแข็งของชุมชนใหเปน
ภูมิคุมกันและเฝาระวังปญหาตางๆ ในดานความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน และปองกัน
แกไขปญหาการแพรระบาดของยาเสพติดพรอมกันไปดวย
             เปาหมายยกระดับรายไดและคุณภาพชีวิตของประชาชนในระดับหมูบาน
ตามแผนนี้ครอบคลุมหมูบานทั้งหมด 2,901 หมูบานใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต โดยในป 2552
                                                                                                 12
                         เปาหมายรายได กําหนดใหเพิ่มรายไดครัวเรือนเฉลี่ยจาก 64,000 บาท/
ป ในปจจุบันเปนไมต่ํากวา 120,000 บาท/ป ซึ่งเทากับระดับรายไดคาจางขั้นต่ําที่ครัวเรือนจะ
ไดรับ (ครัวเรือนมีสมาชิกเฉลี่ย 5 คน และผูทํางานมีรายไดเฉลี่ย 2 คน)
                        เปาหมายการพัฒนาอาชีพ
                                 การปลูกปาลมน้ํามันแบบครบวงจร เพิ่มพื้นที่ปลูกปาลม
น้ํามัน 214,755 ไร เกษตรกรเขารวมโครงการไมต่ํากวา 20,000 ราย และมีโรงงานสกัดน้ํามัน
ปาลมดิบและโรงงานผลิตไบโอดีเซลเพื่อแปรรูปอยางครบวงจรในพื้นที่
                                 การปลูกขาว เพิ่มพื้นที่ทํานาจากนาราง 85,000 ไร เกษตรกร
 เขารวมโครงการไมต่ํากวา 12,500 ราย
                          การเลี้ยงแพะครบวงจร เพิ่มปริมาณแพะเพื่อปอนโรงฆาสัตว
 และโรงงานผลิตอาหารฮาลาล 300,000 ตัวในป 2555 และมีโรงฆาสัตวและโรงงานผลิตอาหาร
 ฮาลาลจากแพะอยางครบวงจรในพื้นที่
                          การเลี้ยงไก/เปด การจัดตั้งฟารมตัวอยางตามแนวเศรษฐกิจ
พอเพียง/เกษตรทฤษฎีใหม และเพิ่มปริมาณไกและเปด 840,000 ตัว และมีไขสดเดือนละ 16.8
ลานฟอง
                        เปาหมายการยกระดับคุณภาพชีวิต
                              ประชาชนมีที่อยูอาศัยที่มั่นคงขึ้นไมนอยกวา 100,000 ครัวเรือน
ภายในป 2555 ซึ่งทําใหประชาชนเกือบทั้งหมดมีที่อยูอาศัยที่มั่นคง
                                 ระบบประปาหมูบานไดรับการกอสราง/ปรับปรุงเพิ่มขึ้น 619 แหง
 ภายในป 2555 ซึ่งทําใหครัวเรือนเกือบทั้งหมดมีน้ําสะอาดสําหรับดื่มและใชอยางเพียงพอ
                           ถนนในระดับหมูบานและตําบลไดรับการปรับปรุงมาตรฐานเปน
 ถนนปลอดฝุน รวม 60 สายทางภายในป 2555
                กลยุทธการพัฒนา ภายใตแผนที่ 1 นี้ ประกอบดวย 4 กลยุทธ ไดแก
                      การพื้นฟูและพัฒนาอาชีพการเกษตรแบบครบวงจร โดยพัฒนาการ
 ปลูกปาลมน้ํามัน ขาว การเลี้ยงปศุสัตว และการจัดการทรัพยากรอยางเปนระบบ ดวย
 การบูรณาการภารกิจของทุกฝายที่เกี่ยวของ คือ เกษตรกร-หนวยงานของรัฐ-สถาบันการเงิน-
 ภาคเอกชน ใหเชื่อมโยงกันตั้งแตการจัดการปจจัยการผลิต การพัฒนาระบบการผลิต การแปรรูป
 และการตลาด โดยรัฐสนับสนุนปจจัยพื้นฐานตามความจําเปน ฟนฟูอาชีพการประมงพื้นบาน

                                                                                            13
                     การเสริมสรางทักษะอาชีพ สรางงาน และสรางรายไดแกกลุมคน
 ยากจน ดวยการเพิ่มศักยภาพในการประกอบอาชีพแกผูวางงานและผูที่ไมมีความมั่นคงดาน
 รายได ไดแก การพัฒนาทักษะฝมือแรงงานเพื่อเพิ่มโอกาสการมีงานทํานอกภาคเกษตร ให
 สอดคลองกับความตองการของตลาดแรงงาน ทั้งในและนอกพื้นที่
                            การพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ใหไดรับบริการ
พื้นฐานที่จําเปนจากรัฐอยางพอเพียงและทั่วถึง เอื้อตอการดํารงชีวิตอยางมีศักดิ์ศรี และมีคุณภาพ
ชีวิตทัดเทียมกับพื้นที่อื่น โดยเสริมสรางความมั่นคงดานที่อยูอาศัยและการแกปญหาที่ดินทํา
กิน สนับสนุนเงินทุนใหแกประชาชนในหมูบานที่ไมมีความมั่นคงดานที่อยูอาศัย กูยืมเพื่อซอมหรือ
สรางบานตามความสามารถและกติกาขอตกลงรวมกันของตําบลนั้น นอกจากนี้ยังแกปญหาที่ดิน
ทํากิน โดยเฉพาะกลุมที่มีปญหาความไมมั่นคงทางสิทธิในที่ดิน เชน อุทยานแหงชาติ เขตรักษา
พันธุสัตวปาประกาศทับที่ทํากิน หรือที่ดินของรัฐอื่นๆ อีก 50 พื้นที่ และสนับสนุนบริการพื้นฐาน
ที่จําเปนในการดํารงชีวิต โดยการพัฒนาและปรับปรุงระบบประปาหมูบานที่ชํารุดใหสามารถใช
งานได ตลอดทั้งพัฒนาแหลงน้ําตนทุนใหเพียงพอกับความตองการของประชาชน นอกจากนี้
ดําเนินการพัฒนาและปรับปรุงเสนทางคมนาคมขนสงในตําบล/หมูบานใหอยูในสภาพดี เปนถนน
ปลอดฝุน ใชในการสัญจรและขนสงสินคาการเกษตรโดยสะดวก
                          การเสริมสรางเครือขายชุมชนเขมแข็งเพื่อพึ่งตนเองและพึ่งพากัน
ในชุมชน โดย 1) สนับสนุนกระบวนการชุมชนเขมแข็ง สงเสริมกระบวนการมีสวนรวมและ
บูรณาการภารกิจของหนวยงานภาครัฐและภาคประชาชนในการแกไขปญหาและพัฒนาของ
หมูบาน / ชุมชน เพื่อใหการพัฒนาสามารถสนองตอบความตองการของประชาชนไดอยางแทจริง
และ 2) เสริมสรางความเขมแข็งสถาบันครอบครัว บทบาทกลุมสตรีและเยาวชน ใหมีสวน
สนับสนุนการแกไขปญหาและพัฒนาคน ชุมชน และสังคมมากยิ่งขึ้น
              ในสวนของแผนงานโครงการและงบประมาณดําเนินการในชวง ป 2552 –
2555 ไดกําหนดแผนงานขึ้นรองรับกิจกรรมการพัฒนารวม 8 แผนงาน ประกอบดวย 55 โครงการ
วงเงินงบประมาณ ป 2552 – 2555 รวม 27,914.8 ลานบาท แยกเปนงบประมาณ ป 2552 จํานวน
3,260 ลานบาท สําหรับงบประมาณ ป 2553 จํานวน 7,529.1 ลานบาท ป 2554 จํานวน 8,649.5


                                                                                             14
          2.2.2.2 การอํานวยความเปนธรรมและความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน
                  แผนนี้ยึดหลักการเพื่อการแกไขปญหาความขัดแยงภายในสังคมโดยแนวทาง
สันติวิธี และสงเสริมความเปนธรรมอยางเทาเทียมในหมูประชาชน โดยมีจุดมุงหมายใหประชาชน
มีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน สามารถดําเนินชีวิตไดอยางปกติสุข เกิดความเปน
ธรรมในสังคม สรางความสงบปลอดภัย ปราศจากเงื่อนไขที่เอื้อตอการใชความรุนแรง และเกื้อกูล
ใหเกิดการมีสวนรวมของทุกภาคสวนในการจัดการความขัดแยง สรางความสามัคคี และการอยู
รวมกันอยางสันติในจังหวัดชายแดนภาคใต
                แผนนี้ใหความสําคัญกับ 3 กลยุทธหลัก ไดแก การบูรณาการการอํานวยความ
ยุติธรรมและบังคับใชกฎหมายตามหลักนิติธรรมอยางเปนเอกภาพ และเสริมสรางความ
เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมใหเปนที่พึ่งของประชาชน โดยบริหารงานยุติธรรมแบบบูรณา
การ คือการสนับสนุนใหประชาชนมีสวนรวมในกระบวนการยุติธรรม พัฒนาระบบงานยุติธรรม
ชุม ชนและกระบวนการยุ ติ ธ รรมทางเลือ กให เ ขม แข็ง จั ดใหมี ร ะบบคุม ครองสิท ธิ เสรี ภ าพของ
ประชาชน และพัฒนากฎหมายใหสอดคลองกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมในพื้นที่ รวมทั้งการพัฒนา
ระบบและแนวทางปฏิบัติตอผูกระทําผิด และเปดพื้นที่ใหผูกลับใจสามารถคืนสูสังคม ใหความ
ชวยเหลือเยียวยาแกผูไดรับผลกระทบจากเหตุการณความไมสงบทุกฝายอยางเทาเทียมกัน โดยมี
แนวทางและมาตรการช ว ยเหลื อ ที่ ชั ด เจน รวดเร็ ว และต อ เนื่ อ ง ทั้ ง ผู ไ ด รั บ ผลกระทบโดยตรง
ประชาชนผูบริสุทธิ์ รวมทั้งเครือญาติของผูกระทําผิดและผูดอยโอกาส
                 กลยุทธสําคัญอีกประการหนึ่งของแผนนี้ คือ การเสริมสรางสังคมจิตวิทยาและ
กระบวนการสันติวิธีใหมีการรักษาอัตลักษณและคุณคาความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่
เสริมสรางความปรองดองสมานฉันทในสังคม ซึ่งตองสงเสริมใหเกิดการแลกเปลี่ยนความคิด
และสรางความเขาใจกับกลุมเปาหมายที่มีความคิดแตกตาง ฟนฟูความสัมพันธระหวางชาวพุทธ
และชาวมุสลิม ปลูกฝงจิตสํานึกความเปนไทย ใหเกิดความสมานฉันทระหวางประชาชนทุกหมู
เหล า ตลอดทั้ ง การเสริ ม สร า งความสั ม พั น ธ แ ละความเข า ใจที่ ดี ทั้ ง ภายในประเทศและกั บ
ตางประเทศตอสถานการณความเปนจริง ใหเกิดความเชื่อมั่นและการสนับสนุนแกไขปญหาทั้ง
จากภายในและภายนอกประเทศ
             นอกจากนี้ รัฐบาลยังใหความสําคัญตอการรักษาความสงบและคุมครองความ
ปลอดภัยใหประชาชนอยูรวมกันอยางสันติ โดยควบคุมสถานการณความไมสงบและบูรณา
การงานขาวกรองใหครอบคลุมทุกมิติสถานการณในทุกพื้นที่อยางมีเอกภาพและมีประสิทธิภาพ


                                                                                                  15
                 สําหรับแผนงานและงบประมาณดําเนินการ ป 2552 - 2555 เพื่อขับเคลื่อน
แผนการอํ า นวยความเป น ธรรมและความมั่ น คงปลอดภั ย ในชี วิ ต และทรั พ ย สิ น นี้ ได กํ า หนด
แผนงานขึ้นมารองรับกิจกรรมการพัฒนารวม 16 แผนงาน รวม 203 โครงการ วงเงินงบประมาณป
2552 – 2555 รวม 15,509.6 ลานบาท จําแนกเปนงบประมาณป 2552 จํานวน 2,474.1 ลาน
บาท ป 2553 จํานวน 4,490.9 ลานบาท ป 2554 จํานวน 4,349.6 ลานบาท และป 2555 จํานวน
4,195.0 ลานบาท ทั้งนี้ งบประมาณทั้งหมดอยูระหวางการปรับปรุงใหตรงกับโครงการตามความ
ตองการที่สํารวจไดจากประชาคมในพื้นที่
        2.2.2.3 การพัฒนาคุณภาพคน พหุวัฒนธรรม และมาตรฐานบริการสังคม
                เรื่องการพัฒนาคนนั้นเปนนโยบายสําคัญของรัฐบาลนี้เชนเดียวกัน เพราะเปน
เงื่ อ นไขของความสํ า เร็ จ ในทุ ก ๆ เรื่ อ ง การพั ฒ นาคุ ณ ภาพคนตามนโยบายนี้ เป น การพั ฒ นา
ศักยภาพของประชาชนทุกกลุมวัยในทุกมิติ ทั้งดานกาย ใจ และสติปญญา ใหมีทักษะความรูและ
ความสามารถในการประกอบอาชีพ และมีสุขภาพที่ดีไดรับการดูแลใหสามารถดําเนินชีวิตไดอยาง
ปกติสุข โดยจะตองมีความสอดคลองกับวิถีชีวิตซึ่งรวมไปถึงการเสริมสรางและรักษาคุณคาที่ดีงาม
ทางวัฒนธรรมที่ มีอยู หลากหลายในจังหวัด ชายแดนภาคใตใหประชาชนทุกหมูเหลาดํา รงอยู
รวมกันไดอยางสงบสันติสุข
                 แผนนี้มีกลยุทธสําคัญ 3 ดาน ดังนี้
                 ในดานการพัฒนาสติปญญาทักษะความรูหรือการศึกษานั้น ไดกําหนดกลยุทธ
การพัฒนาคุณภาพและศักยภาพคน โดยจัดการศึกษาที่สอดคลองกับวิถีชีวิตและอัตลักษณ
วัฒนธรรมที่หลากหลายในจังหวัดชายแดนภาคใต สงเสริมใหประชาชนทุกวัยมีการเรียนรูตลอด
ชีวิต สงเสริมการเรียนรูภาษาไทยในระดับปฐมวัยและเด็กวัยเรียนและประชาชนทั่วไปอยางทั่วถึง
พัฒนาการเรียนการสอนอิสลามศึกษาในโรงเรียนรัฐและโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ควบคู
กับการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนเอกชน รวมทั้งการสงเสริมการสอน
ทักษะวิชาชีพในสถานศึกษาปอเนาะ สนับสนุนการมีสวนรวมของผูนําศาสนาและบุคลากรทองถิ่น
ที่มีความรูภาษามลายูและอาหรับในการสอนในโรงเรียนรัฐ ตลอดจนสรางเครือขายความรวมมือ
ของครอบครัวและชุมชนในการจัดการศึกษาที่สอดคลองกับวิถีชีวิต และการเสริมสรางความ
ปลอดภัยแกบุคลากรและสถานศึกษา



                                                                                            16
                         นอกจากนี้ ตองใหความสําคัญตอการพัฒนาทักษะฝมือแกประชาชนทั่วไปเพื่อ
สรางอาชีพและเพิ่มรายได โดยเฉพาะกลุมผูมีรายไดนอย กลุมผูตกงานและวางงาน กลุมแรงงาน
รั บ จ า ง กลุ ม ผู จ บการศึ ก ษาใหม กลุ ม สตรี ซึ่ ง จะต อ งสนั บ สนุ น ต อ ยอดโดยจั ด หางานให แ ก
กลุมเปาหมายเหลานี้ ใหสอดคลองกับความตองการของตลาดแรงงานทั้งภายในและภายนอก
ประเทศ
                 สําหรับกลยุทธการเสริ มสรางสังคมที่อยูรวมกัน อยางสงบสุขทามกลาง
ความหลากหลายทางวัฒนธรรมนั้น รัฐบาลมุงเสริมสรางพลังทางวัฒนธรรมที่มีอัตลักษณ
คุณคาใหเขมแข็งเอื้อตอการสรางความปรองดองสมานฉันท ลดชองวางและแกไขความขัดแยงใน
สัง คม ให ป ระชาชนมี ค วามเข า ใจ ภาคภูมิ ใจในศัก ดิ์ศรี และยอมรับ การอยูรว มกั น อยา งสัน ติ
ทามกลางความหลากหลายทางศาสนา วัฒนธรรม ประวัติศาสตร และวิถีทองถิ่น โดยเฉพาะการ
สงเสริมกิจกรรมวัฒนธรรมชุมชนที่สอดคลองกับวิถีชีวิต เสริมสรางความมั่นคงทางศาสนาทั้งการอยู
รวมกันระหวางไทยพุทธและไทยมุสลิม ตลอดจนการอนุรักษและเรียนรูศิลปวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน
และสงเสริมกีฬา นันทนาการ เพื่อสรางความสามัคคีในสังคม
                ในสวนของกลยุทธการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุข
นโยบายรัฐบาลเนนการพัฒนายกระดับบริการสาธารณสุขใหประชาชนไดรับบริการที่ดี มีคุณภาพ
ทัดเทียมกับพื้นที่อื่นๆ ตั้งแตการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขระดับหมูบาน / ชุมชนใหเพียงพอ
มีคุณภาพมาตรฐานดีขึ้น สรางแกนนําชุมชนเปนเครือขายในการดูแลสุขภาพอนามัยประชาชน
ควบคุมปองกันโรคและแกไขปญหาสุขภาพจิต ผลิตแพทยและพยาบาลวิชาชีพที่ขาดแคลน รวมไป
ถึงการขยายและเพิ่มประสิทธิภาพบริการสุขภาพและปรับปรุงสถานพยาบาล ทั้งโรงพยาบาลศูนย
โรงพยาบาลจังหวัด โรงพยาบาลอําเภอ และสถานีอนามัย ใหมีอุปกรณทางการแพทยที่เพียงพอ
และทันสมัย โดยเฉพาะการยกระดับโรงพยาบาลใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใตใหเปนศูนยบริการ
ทางการแพทยเฉพาะทางและศูนยอุบัติเหตุฉุกเฉิน
                 สําหรับแผนงานโครงการและงบประมาณดําเนินการในชวงป 2552 - 2555 เพื่อ
ขับเคลื่อนแผนการพัฒนาคุณภาพคน วัฒนธรรม และยกระดับมาตรฐานบริการสังคมนี้สูการ
ปฏิบัติ ไดกําหนดแผนงานโครงการขึ้นรองรับรวม 8 แผนงาน ประกอบดวย 89 โครงการ วงเงิน
งบประมาณรวม 10,186.3 ลานบาท แยกเปนงบประมาณป 2552 จํานวน 1,216.7 ลานบาท ป
2553 จํานวน 3,296.2 ลานบาท ป 2554 จํานวน 3,190.9 ลานบาท และป 2555 จํานวน 2,482.4
ลานบาท ทั้งนี้ งบประมาณทั้งหมดอยูระหวางการปรับปรุงใหตรงกับโครงการตามความตองการที่
สํารวจไดจากประชาคมในพื้นที่




                                                                                                         17
        2.2.2.4 การฟนฟูเศรษฐกิจและการลงทุน
                   รัฐบาลตระหนักดีถึงสถานการณปญหาเศรษฐกิจใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใตที่
ไดรับผลกระทบจากเหตุการณความไมสงบ ทําใหมีแนวโนมชะลอตัวลงอยางตอเนื่องในชวง 4 ปที่
ผานมา (พ.ศ. 2547 – 2550) ขยายตัวเฉลี่ยเพียงรอยละ 1.7 ตอปเทานั้น กิจการที่ไดรับผลกระทบ
มาก คือโรงแรมและภัตตาคาร (ซึ่งหดตัวหรือติดลบถึงเฉลี่ยรอยละ 5.2 ตอป) การกอสราง (หดตัว
เฉลี่ยรอยละ 5.1 ตอป) และอุตสาหกรรม (หดตัวเฉลี่ยรอยละ 1.6 ตอป) แมแตภาคการเกษตรที่
เปนสาขาที่มีศักยภาพมากที่สุดของจังหวัดชายแดนภาคใตก็ยังแทบไมมีการขยายตัวในชวงเวลา
ดังกลาว (เพิ่มขึ้นเฉลี่ยรอยละ 0.8 ตอป) ทั้งนี้ หากไมมีโครงการจางงานเรงดวนที่มีการจางงานป
ละ 30,000 – 40,000 อัตราแลว สถานการณจะยิ่งทรุดตัวมากกวานี้ เพราะอัตราการวางงานที่
แทจริงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใตสูงถึงประมาณรอยละ 5 ตอป ขณะที่โครงการจางงานเรงดวน
ดังกลาวไดชวยใหอัตราการวางงานที่ผานมาอยูในระดับเฉลี่ยรอยละ 1.9 ตอป ซึ่งสูงกวาของ
ภาคใต (รอยละ 1.7) และของประเทศ (รอยละ 1.4) ไมมากนัก
                อยางไรก็ดี อาจกลาวไดวาการดําเนินการแกไขปญหาที่ผานมาของภาครัฐและ
บทบาทของภาคเอกชน นับวามีสวนสําคัญที่สงผลใหโครงสรางเศรษฐกิจของ 3 จังหวัดชายแดน
ภาคใตไมถึงกับลมสลาย และสามารถปรับตัวรองรับสถานการณความไมสงบไดพอสมควร
                ดังนั้น รัฐบาลจึงกําหนดนโยบายการฟนฟูเศรษฐกิจและการลงทุนในพื้นที่ขึ้น โดย
ใชหลักการพัฒนาในลักษณะเครือขาย (Cluster) กลุมพื้นที่พิเศษ 5 จังหวัด โดยอาศัยศักยภาพ
และโอกาสของพื้นที่ที่มีระดับการพัฒนาสูงกวา คือจังหวัดสงขลาที่เปนศูนยกลางการพัฒนาของ
ภาคใตตอนลางและประตู สูนานาชาติ เพื่อเชื่อมโยงและกระจายการพัฒนาสูพื้นที่ 3 จังหวัด
ชายแดนภาคใต และมีสตูลทําหนาที่เปนเสมือนพื้นที่กันชนและเฝาระวังการลุกลามสถานการณ
ความไมสงบ และเปนพื้นที่ตัวอยางของการพัฒนาที่สมดุลในสังคมที่มีวัฒนธรรมหลากหลาย โดย
กําหนดบทบาทการพัฒนาปตตานีใหเปนศูนยกลางอุตสาหกรรมฮาลาลและศูนยกลางอิสลาม
ศึก ษา ส ว นยะลาเป น ศู น ย ก ลางการผลิ ต และแปรรู ป การเกษตรและตลาดสิ น ค า เกษตร และ
นราธิวาสเปนศูนยกลางการขนสงและโลจิสติกสเชื่อมโยงกับพื้นที่เศรษฐกิจชายฝงทะเลภาค
ตะวันออกของมาเลเซีย (ECER)
                แผนนี้มีเปาหมายสําคัญ 2 ประการ คือ ประการแรก : ประชาชนที่มีอาชีพ
รับจาง เกษตรกรรายยอย และเกษตรกรเชิงพาณิชย มีรายไดจากการประกอบสัมมาชีพที่
สอดคลองกับภูมิสังคมและวิถีวัฒนธรรมทองถิ่น ทั้งจากอาชีพการเกษตรที่มีความชํานาญ
และเชื่อมโยงสูการแปรรูปและการตลาดอยางเปนระบบ รวมทั้งจากอาชีพอุตสาหกรรมใหมใน
สาขาที่มีอนาคต ไดแก


                                                                                               18
                       ปลูกยางพาราใหม 307,100 ไร ภายในป 2555
                     ปรับปรุงคุณภาพลองกองจากเกรด C เปนเกรด A จํานวน 15,000 ตัน/ป
และจากเกรด C เปนเกรด B จํานวน 20,000 ตัน/ป
                       เพิ่มประสิทธิภาพพื้นที่ชลประทาน โดยมีพื้นที่ไดรับประโยชนประมาณ
400,000 ไรตอป
                       จัดตั้งโรงงานอุตสาหกรรมเครื่องนุงหมเพื่อการสรางงานที่ยั่งยืนใน 3
จังหวัดชายแดนภาคใต
             สวนเปาหมาย ประการที่สอง : จังหวัดชายแดนภาคใต (ปตตานี) เปน
ศูนยกลางการผลิตอาหารฮาลาลอยางครบวงจรทั้งในระดับชุมชนและนิคมอุตสาหกรรม
ฮาลาล โดย
                     เพิ่มวัตถุดิบสําหรับอาหารฮาลาลและสรางรายไดสําหรับเกษตรกรผูเลี้ยง
แพะเชิงพาณิชย โดยจะสามารถสงแพะใหโรงงาน 300,600 ตัว ภายในป 2555
                       จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมฮาลาลและปรับปรุงโรงงานผลิตอาหารฮาลาลที่
มีอยูเดิม
                     มีสถาบันการศึกษาระดับสูงเปดอบรมวิทยาการดานฮาลาล รวมทั้งทํา
หนาที่กําหนดการตรวจสอบมาตรฐานผลิตภัณฑฮาลาลและการบรรจุภัณฑ
                     สถานประกอบการที่ ไ ด รั บ การรั บ รองฮาลาลและบุค ลากรที่มี ค วามรู
เกี่ยวกับการตรวจมาตรฐานฮาลาลมีจํานวนเพิ่มขึ้นและมีคุณภาพ
              เพื่อใหสนองตอบนโยบายและเปาหมายดังกลาว แผนการฟนฟูเศรษฐกิจและการ
ลงทุนจึงประกอบดวย 2 กลยุทธหลัก คือ
                          กลยุทธการพัฒนาการเกษตรและการแปรรูปการเกษตร โดยการ
ปรั บ ปรุ ง ประสิท ธิ ภ าพการผลิตด า นการเกษตรและการแปรรูป โดยอาศั ย พื้น ฐานเดิ ม
โดยเฉพาะอยางยิ่งการผลิตและการตลาดลองกอง การผลิตและการแปรรูปยางพาราและไม
ยางพารา การสงเสริมการผลิตและการแปรรูปในสาขาที่มีโอกาส ไดแก โครงการนํารอง
อุตสาหกรรมเครื่องนุงหม อาหาร เครื่องปนดินเผา ฯลฯ และการจัดการน้ําชลประทานรองรับ
การพัฒนาการเกษตร
                       กลยุทธการพัฒนาผลิตภัณฑฮาลาล เพื่อสรางรายไดอยางยั่งยืน โดย
พัฒนาวัตถุดิบเพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลในอนาคตอยาง
ตอเนื่อง โดยเนนการสงเสริมการเลี้ยงแพะภายใตเทคโนโลยีสมัยใหมและการสรางเครือขายกลุม

                                                                                       19
               ในดานแผนงานและงบประมาณดําเนินการ ป 2552 – 2555 เพื่อขับเคลื่อน
แผนการฟนฟู เศรษฐกิจ และการลงทุน สูก ารปฏิบัติ ไดกํา หนดแผนงานขึ้น รองรับกิจ กรรมการ
พัฒนารวม 10 แผนงาน ประกอบดวย 30 โครงการ วงเงินงบประมาณ ป 2552 – 2555 รวม
6,637.8 ลานบาท แยกเปนงบประมาณ ป 2552 จํานวน 1,072.5 ลานบาท ป 2553 จํานวน 1,839.7
ล า นบาท ป 2554 จํ า นวน 2,003.7 ล า นบาท และป 2555 จํ า นวน 1,721.9 ล า นบาท ทั้ ง นี้
งบประมาณทั้งหมดอยูระหวางการปรับปรุงใหตรงกับโครงการตามความตองการที่สํารวจไดจาก
ประชาคมในพื้นที่
       2.2.2.5 การพัฒนาความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบาน
                แผนนี้มีเปาหมายมุงใหประชาชน นักธุรกิจและนักทองเที่ยวไดรับบริการผานดาน
ชายแดนไทย-มาเลเซียที่มีคุณภาพและไดมาตรฐานสากล โดยไดรับประโยชนจากการพัฒนา
โครงขายการขนสงและเพิ่มประสิทธิภาพการใชประโยชนโครงสรางพื้นฐานใหเต็มศักยภาพ และมี
การปรับปรุงระบบชุมชนบริเวณชายแดนพรอมรองรับการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบาน โดย
กําหนดกลยุทธที่สําคัญ คือ
                        การพั ฒนาการค าชายแดนและดานชายแดนไทย-มาเลเซี ยให มี
ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพิ่มมูลคาการคาชายแดนดวยโอกาสในการเขาถึงตลาดตางประเทศ เพื่อ
เสริมสรางความเขมแข็งของจังหวัดชายแดนภาคใตอยางตอเนื่อง และดําเนินการพัฒนาดาน
ชายแดนใหมีความพรอมในการเปนประตูสงออก กับรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของ
จังหวัดชายแดนภาคใต โดยการพัฒนาดานมาตรฐานและการอํานวยความสะดวกของดานชายแดน
ไทย-มาเลเซียและการพัฒนาเมืองชายแดน
                    การเพิ่มการใชประโยชนโครงสรางพื้นฐานและพัฒนาโครงขายการ
ขนสง โดยการใชประโยชนระบบโครงสรางพื้นฐานที่มีอยูและพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพดาน
                                                                                         20
                ทั้งนี้ ไดกําหนดแผนงานและงบประมาณดําเนินการ ป 2552 – 2555 ขึ้น
รองรับกิจกรรมการพัฒนารวม 8 แผนงาน ประกอบดวย 83 โครงการ วงเงินงบประมาณ ป 2552 –
2555 รวม 1,130.4 ลานบาท แยกเปนงบประมาณ ป 2552 จํานวน 47.1 ลานบาท ป 2553
จํานวน 608.7 ลานบาท ป 2554 จํานวน 387.5 ลานบาท และป 2555 จํานวน 87.1 ลานบาท
ทั้งนี้ งบประมาณทั้งหมดอยูระหวางการปรับปรุงใหตรงกับโครงการตามความตองการที่สํารวจได
จากประชาคมในพื้นที่
       2.2.2.6 การปรับปรุงกฎระเบียบและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ
               เพื่อใหการดําเนินงานแกไขปญหาและพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัด
ชายแดนภาคใตบรรลุผลตามนโยบายและเปาหมายที่วางไว จําเปนตองมีการดําเนินการดานกลไก
และมาตรการสนับสนุนอื่นๆ พรอมกันไปดวย จึงไดกําหนดแผนการปรับปรุงกฎระเบียบและ
เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ขึ้น โดยมุงเนนมาตรการที่สําคัญ ดังนี้
                1)      มาตรการพิเศษเพื่อชวยเหลือผูประกอบการและประชาชน และ
มาตรการจูงใจนักลงทุน ประกอบดวย มาตรการทางภาษี มาตรการลดหยอนคาธรรมเนียม
มาตรการทางการเงิน มาตรการสงเสริมการลงทุน มาตรการดานแรงงาน และมาตรการชวยเหลือ
เกษตรกรดานการพักชําระหนี้ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต
                2)      มาตรการใหสิทธิประโยชนการลงทุน กระทรวงการคลังวางกรอบเพื่อ
สรางขีดความสามารถในการแขงขันของพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต สําหรับกิจกรรม 5 ดาว
เดน คือ ประมง ปาลมน้ํามัน ยางพารา การทองเที่ยว และสินคาฮาลาล
                 3)    แผนการเพิ่มประสิทธิภาพระบบการบริหารจัดการเพื่อบูรณาการ
การดําเนินการ เปนการผนึกความรวมมือจากทุกภาคสวนใหเปนหนึ่งเดียว และขับเคลื่อนไปใน
ทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะในเรื่องแผนพัฒนา แผนงาน โครงการ และงบประมาณของหนวยงาน
ดานการพัฒนาและดานความมั่นคง ซึ่งฝายเลขานุการ รชต. จะดําเนินการประสานงานระหวาง
หนวยงานและวางระบบติดตามและรายงานผลการดําเนินแผนงาน / โครงการ และการประเมินผล
สําเร็จของแผน สําหรับ กอ.รมน. และ ศอ.บต. จะเปนแกนกลางประสานและเรงรัดการดําเนินการ
และการติดตามผลการดําเนินงานของหนวยงานในพื้นที่ ใหเปนไปตามแผนการพัฒนาพื้นที่พิเศษ
5 จั ง หวั ด ชายแดนภาคใต ป 2552 – 2555 โดยแผนดั งกล าวประกอบด วย 3 โครงการ วงเงิ น
งบประมาณป 2552 – 2555 รวม 1,940.4 ลานบาท แยกเปนงบประมาณป 2552 จํานวน 445.4
ลานบาท ป 2553 จํานวน 495.0 ลานบาท ป 2554 จํานวน 515.0 ลานบาท และป 2555 จํานวน


                                                                                     21
2.3     แนวทางความรวมมือระหวางไทยกับมาเลเซีย
2.3.1 ความเชื่อมโยงระหวางไทยและมาเลเซียดานการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานตาม
แผนงานพัฒนาความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบานของ รชต.
        2.2.1.1 ด า นสามจั ง หวั ด ชายแดนใต มุ ง เน น การพั ฒ นาเชื่ อ มโยงตามแนวสาม
สะพานขามแมน้ําโก-ลกที่ (1) อําเภอสุไหงโก-ลก – รันเตาปนยัง (2) บานบูเกะตา-บูกิต
บุหงา และ (3) อําเภอตากใบ-ตุมปต รัฐกลันตัน เพื่อกระตุนการเชื่อมโยงทางดานการ
พัฒนาเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ตามกรอบแผนงาน IMT-GT/JDS ที่ผานมาไทยมีโครงการพัฒนาการ
เชื่อมโยงดานการคมนาคมที่สําคัญที่พัฒนาแลวเสร็จ ไดแก การกอสรางสะพานขามแมน้ําโกลกที่
บานบูเกะตา อําเภอแวง จังหวัดนราธิวาส กับ บานบูกิตบุหงา รัฐกลันตัน โดยมีพิธีเปดอยางเปน
ทางการโดยนายกรัฐมนตรีไทยและนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเพื่อเฉลิมฉลอง 50 ปความสัมพันธ
ทางการทู ต ไทย-มาเลเซี ย และเฉลิ ม ฉลองในโอกาสเฉลิ ม พระชมม ม ายุ 80 พรรษาของ
พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2550 ทั้งนี้ ฝายไทยกําลังเรงกอสรางดาน
ศุลกากรบูเกะตาแหงใหมใหแลวเสร็จภายใน 2554 เพื่อบริการเชื่อมโยงกับฝายมาเลเซียซึ่งกอสราง
ใกลแลวเสร็จ โดยมาเลเซียกําหนดยุทธศาสตรใหดานบูกิตบุหงาเปนศูนยกลางโลจิสติกสเชื่อมโยง
กับไทยดานภาคตะวันออก
                  สวนสะพานที่สุไหงโก-ลกกับรันเตาปนยังการศึกษาออกแบบกอสรางสะพานขาม
แมน้ําโกลกแหงที่สอง ซึ่งดําเนินการโดยฝายมาเลเซีย ทั้งนี้ มาเลเซียกําหนดยุทธศาสตรใหรันเตา
ปนยังเปนศูนยกลางการเชื่อมโยงดานการทองเที่ยวกับไทย โดยดานฝงไทยกอสรางอาคารศูนย
ราชการสุ ไ หงโก-ลกแห ง ใหม แ ล ว เสร็ จ และอยู ร ะหว า งการก อ สร า งศู น ย โ ลจิ ส ติ ก ส ร องรั บ
นักทองเที่ยวเพิ่มเติม การศึกษาความเหมาะสมแลวเสร็จ อยูระหวางการออกแบบกอสราง
                สําหรับโครงการศึกษาความเหมาะสมการกอสรางสะพานขามแมน้ําโกลก ที่ทาตา
บา อําเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส กับ เมืองเปงกาลันกุโบร อําเภอตุมปต รัฐกลันตัน โดยเริ่ม
ทําการศึกษาในเดือนตุลาคม 2550 กําหนดแลวเสร็จเดือนตุลาคม 2553 จะตองพิจารณาความ
เหมาะสมในเชิงยุทธศาสตร ระยะเวลากอสรางที่เหมาะสมและความจําเปนตอไป เนื่องจากมี
สะพานที่พัฒนาขึ้นใหมแลวถึงสองแหง อยางไรก็ดี หากมีการพัฒนาเศรษฐกิจขยายตัวขึ้นมากก็
อาจเรงรัดใหกอสรางขึ้นตอไป เนื่องจากจะเปนการเปดชองทางติดตอโดยตรงระหวางอําเภอเมือง
นราธิวาสและเมืองโกตาบาลู เมืองหลวงของรัฐกลันตัน
             ทั้งนี้ตามแผนการ ECER มุงพัฒนากลันตันเปนศูนยกลางดานการทองเที่ยวทาง
อารยธรรมอิสลามและการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตร จึงมีความสอดคลองกับการพัฒนาในพื้นที่
                                                                                                        22
         2.3.1.2 ดานจังหวัดสงขลา-สตูล มุงพัฒนาฐานการอุตสาหกรรมแปรรูปเชื่อมโยง
กับมาเลเซีย โดยพัฒนาโครงสรางพื้นฐานที่เกี่ยวของ ไดแก ดานศุลกากร เขตเศรษฐกิจ
พิเศษ โดยในระยะแรกใชศักยภาพของทาเรือปนังของมาเลเซีย ซึ่งอยูระหวางการพัฒนา
เปนศูนยโลจิสติกสระดับโลก เนื่องจากไทยยังไมมีภาพการพัฒนาในอนาคตที่ชัดเจนดานการ
ลงทุนพัฒนาสะพานเศรษฐกิจสตูล-สงขลา และการพัฒนาทาเรือน้ําลึกดานปากบารา จังหวัดสตูล
และอําเภอนาทับ จังหวัดสงขลา (ทางดานใตของทาเรือสงขลาเดิมซึ่งใชงานเต็มสมรรถภาพแลวไม
สามารถขยายไดอีก) โดยเรงนําโครงการศึกษาความเปนไปไดการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษบริเวณ
ชายแดนมาเลเซีย-ไทย ที่บูกิตกายูฮิตัมและสะเดาซึ่งสองประเทศแยกกันศึกษามาทบทวนรวมกัน
เพื่อวางกรอบทิศทางการพัฒนาอยางมีบูรณาการ รวมทั้งการรวมทบทวนแผนพัฒนาโครงสราง
พื้นฐานดานดานชายแดนซึ่งแออัด โดยเฉพาะดานศุลกากรสะเดา-บูกิตกายูฮิตัม ดานศุลกากรปา
ดังเบซาร รวมทั้งการเรงพัฒนาดานศุลกากรแหงใหมที่บานประกอบตรงขามดานดูเรียนบุหรงของ
มาเลเซียใหแลวเสร็จภายในป 2555 (ดานชั่วคราวจะเปดทําการในวันที่ 20 มกราคม 2553 และจะ
มีพิธีเปดอยางเปนการในเดือนมีนาคม 2553) สวนการพัฒนาถนนอุโมงคสตูลเชื่อมโยงกับรัฐปะลิส
จะเปนแผนพัฒนาในระยะยาว เนื่องจากเปนโครงการที่ลงทุนสูงและตองศึกษาผลกระทบดาน
สุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดลอมกับตองจัดทําประชาพิจารณ กับยังมีการใชเสนทางดานดาน
วังเกลียน-วังประจันไมเต็มประสิทธิภาพ แตหากมีผลกระทบจากการพัฒนาตามกรอบ NCER มาก
และกระตุนการขนสงสินคาสูงขึ้น และการขนสงผานดานสะเดา-บูกิตกายูฮิตัม ปาดังเบซาร และ
บานประกอบ-ดูเรียนบุหรงไมพอเพียง อาจมีความจําเปนในระยะยาวตอไป
2.3.2 การเชื่อมโยงดานการคา โลจิสติกส การเกษตรและอุตสาหกรรมแปรรูปสอดรับกับ
แผนการฟนฟูเศรษฐกิจและการลงทุนของรชต. ในระยะแรกฝายมาเลเซียยังไมอาจพัฒนาฐาน
วัตถุดิบเกษตรใหมไดทันรองรับการตั้งอุตสาหกรรมแปรรูปเกษตรทั้งในพื้นที่ NCER และ ECER
เนื่ อ งจากมี พื้ น ที่ จํ า กั ด จึ ง ต อ งพึ่ ง พาวั ต ถุ ดิ บ จากไทย รวมทั้ ง แรงงาน โดยไทยต อ งมุ ง พั ฒ นา
ผลิตภัณฑเพื่อเพิ่มมูลคาในระดับหนึ่งกอนทําการสงออกดวย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมฮาลาล ซึ่ง
มาเลเซียมุงหวังใหปนังเปน International Halal Hub โดยไทยควรเรงพัฒนาทั้งดานฐานการผลิต
และกระบวนการแปรรูปของไทย เพื่อใหปรับมาเปนฐานการแปรรูปเองแทนที่การสงออกวัตถุดิบ
ใหกับมาเลเซีย โดยเรงดําเนินการตามมติที่ประชุมระดับรัฐมนตรีครั้งที่ 16 ที่มะละกา ในการพัฒนา
IMT-GT Halal Brand เพื่อใหเปนประโยชนรวมกันในการทําการตลาดของทุกประเทศตอไป ทั้งนี้
โดยฝายไทยตองพยายามใชประโยชนโครงสรางพื้นฐานที่พัฒนาเครือขายขึ้นเพิ่มเติมจากฐานการ
                                                                                                             23
2.3.3 การเชื่อมโยงดานแรงงาน ปจจุบันมีแรงงานไทยไปทํางานในมาเลเซียเปนจํานวนมาก
โดยเฉพาะบุคคลที่มีสองสัญชาติ และเปนแรงงานไรทักษะ จึงควรเรงพัฒนาดานทักษะฝมือเพื่อ
ยกระดับรายได และเตรียมฐานอุตสาหกรรมแปรรูปในฝงไทยเพื่อรองรับแรงงานที่พัฒนาฝมือและมี
ประสบการณ จ ากมาเลเซียแล ว ให ส ามารถกลั บ มาทํา งานในฝงไทยได โดยเฉพาะการตั้ ง ฐาน
อุตสาหกรรมใหมที่จังหวัดสงขลาในระยะแรก และในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใตโดยใชมาตรการ
 กระตุนการลงทุนเปนกรณีพิเศษใหสอดรับกับมาตรการพิเศษเพื่อชวยเหลือผูประกอบการและ
มาตรการใหสิทธิประโยชนในการลงทุนตามแผน รชต. ทั้งนี้ โดยมุงเนนการพัฒนาตามความตกลง
ระหวางนายกรัฐมนตรีไทยและนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ซึ่งยังคงมุงเนนความรวมมือตามกรอบ 3Es
 ไดแก Education Employment Entrepreneurship ตอไป โดยเรงความรวมมือในดาน Mutual
 Recognition ตามกรอบอาเซียใหเกิดบังคับโดยเร็วเพื่อเปนประโยชนแกแรงงานไทยในดานโอกาส
 การหาในมาเลเซียดวย
2.3.4 การเชื่อมโยงดานการทองเที่ยว โดยระยะแรกมุงเนนการเชื่อมโยงกับพื้นที่ NCER ซึ่ง
โดยทั่วไปในพื้นที่ภาคตะวันตกของมาเลเซียจะมีระดับรายไดสูงกวารัฐดานตะวันออก และระยะ
ตอไปเมื่อมีการพัฒนายกระดับรายไดของประชาชนในพื้นที่ ECER (รัฐกลันตัน) ในระดับหนึ่ง ก็จะ
สามารถเปนตลาดเชื่อมโยงดานการทองเที่ยวกับไทยได โดยผลิตภัณฑการทองเที่ยวของสามจชต.
 และกลันตันมีลักษณะคลายกัน โดยเปนการทองเที่ยวเชิงวัฒนธรรมมุสลิมและเชิงนิเวศ ทั้งนี้ ยังมี
 โอกาสการพัฒนาตอเนื่องถึงรัฐตรังกานู ซึ่งเปนฐานดานอุตสาหกรรมปโตรเคมีและทาสงออกหลัก
 ของประเทศดานภาคตะวันออกตอไป และจะเปนรัฐที่มีรายไดสูงมากตอไป ซึ่งคาดวามาเลเซียมี
 แผนการผนวกรัฐตรังกานูเขาในพื้นที่แผนงาน IMT-GT ในระยะตอไป จนครบทุกรัฐบนแผนดินใหญ
 มาเลเซีย ยกเวนรัฐยะโฮรที่มาเลเซียไมมีแผนการผนวกเขาในพื้นที่ IMT-GT ในอนาคต เนื่องจากมี
 ขนาดระบบเศรษฐกิจที่ใหญที่สุดรองจากกัวลาลัมเปอร โดยมาเลเซียจะพัฒนายะโฮรในระบบที่
 สามารถแขงขันกับสิงคโปร
3.     แนวทางความรวมมือระหวางไทยและอินโดนีเซีย
3.1 การเชื่ อ มโยงผ า นการขนส ง ทางทะเล การพั ฒ นาความเชื่ อ มโยงระหว า งไทยและ
อินโดนีเซีย จะตองมุงเนนการเชื่อมโยงดานการขนสงทางอากาศและทางทะเลเปนหลัก เนื่องจากไม
มีพรมแดนติดตอกัน อยางไรก็ดี ในดานการขนสงทางอากาศ ตามกรอบแผนงาน IMT-GT ไดเปด
โอกาสการบินใหสายการบินในสังกัดพื้นที่ IMT-GT สามารถขนสงระหวางกันในพื้นที่โดยใชเสรีภาพ
การบินที่ 5 แลว แตยังมีการบินเชื่อมโยงไมมากระหวางจุดบินเนื่องจากขนาดทางการตลาดยังไม
                                                                                        24
  โครงการ/ลักษณะการ                                              รายละเอียดการวิเคราะหโครงการ
      ดําเนินการ
Ulee Lheue Port                       พัฒนาทาเรือรองรับเรือขนสงผูโดยสารที่ขนาดใหญขึ้น ลงทุน 0.5 ลานดอลลารสหรัฐ
(สุมาตรา อินโดนีเซีย)                 ระยะเวลาดําเนินการนอยกวา 1 ป รัฐสามารถลงทุนได แตไมใชโครงการเรงดวน โดย
โครงการขนาดเล็กเพื่อ                  ตองรอปริมาณอุปสงคใหมากขึ้นกอน
ขยายทาเรือรองรับเรือ
โดยสารขนาดใหญกวาเดิม
Malahayati Port                       ควรเรงดําเนินการพัฒนา โดยเปนทาเรือหลักทางตอนเหนือของเกาะสุมาตราและของ
(สุมาตรา อินโดนีเซีย)                 เมืองบันดาอาเจห มีปริมาณการขนสงสินคา 850,000 ตันตอปและมีอัตรการเติบโต
รองรับบริการขนสงคอน                  สูงอยางตอเนื่องนับแตการปรับปรุงทาเรือเมื่อป 2548 และมีลานคอนเทนเนอรขนาด
เทนเนอรจากทาเรือเบลา                ใหญ (5 เฮกตาร) โดยตองการปรับปรุงทาเรือ ลานคอนเทนเนอรและรองน้ําเพิ่มเติม
วัน หรือ ตันหยงเปรียก                 ใหลึกถึง 9 เมตร กับติดตั้งเครนเคลื่อนที่และอุปกรณอื่นๆ โดยผลที่ไดจะลดคาขนสง
                                      ระหวางเมดารและบันดาอาเจห สามารถดําเนินโครงการไดภายใน 1 ป พรอมทั้งมี
                                      เงินกองทุน post-Tsunami reconstruction รองรับดานผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ ซึ่งอยู
                                      ในระดับ 22 % ผลตอบแทนทางการเงินที่ 3 %
Sabang Port                           ทาเรือมีรองน้ําลึกมากถึง 15 เมตร แตไมอาจดึงดูดการขนถายสินคาเนื่องจากตั้งอยู
(สุมาตรา อินโดนีเซีย)                 บนเกาะนอกฝงอาเจหจึงไมมีพื้นที่หลังทาเพียงพอที่จะดึงดูดผูลงทุน
เป น ท า เรื อ น้ํ า ลึ ก รองรั บ
บริการขนถายสินคา
Phuket Port                           ที่ปรึกษาเห็นวาควรเปนโครงการที่ตองใหความสําคัญในการพัฒนา โดยทาเรือเปน
(ภาคใตของไทย)                        ของกรมธนารักษที่ใหสัมปทานกับบริษัทเอกชน (ทาเรือเจาพระยาสากล) โดยตองตอ
โครงการขนาดเล็กเพื่อ                  อายุสัมปทานในเดือนตุลาคม 2553 นี้ โดยทาเรือใชสงออกยางและนําเขาทูนาแชแข็ง
สรางทางลงเรือเฟอรรี่                กับรองเรือทองเที่ยวประเภท Criuse มีผูโดยสารถึงปละ 130,000 คน โดยโครงการ
โดยสาร                                ขยายท า เรือ ทอ งเที่ ย วใหเป น ทา เรือ หลั กรองรับ นักท อ งเที่ย วฝง ทะเลอัน ดามั น อยู
                                      ระหวางรอการพิจารณาซึ่งเปนโครงการขนาดเล็กสามารถดําเนินการแลวเสร็จภายใน
                                      1 ป โดยใชงบประมาณ 3.2 ลานดอลลารสหรัฐ และดําเนินการใหคุมทุนไดโดยการ
                                      ปรับอัตราคาจอดเรือทองเที่ยวและเรือสินคาขึ้นประมาณ 75 % แตในสวนของการ
                                      พัฒนาทาเรือเพื่อรองรับการใหบริการเรือเฟอรรี่ขนสงสินคา (RoRo Ferry) งบประมาณ
                                      1.2 ลานดอลลารสหรัฐ จะตองพิจารณาภาคอุปสงคอีกระยะหนึ่ง
Ranong Port                           มีการขนสงสินคาเพียงปริมาณที่นอย (น้ํามัน กาซธรรมชาติ) มีโอกาสการพัฒนาหาก
(ภาคใตของไทย)                        มีการเลือกที่จะพัฒนาแนวสะพานเศรษฐกิจตอนบนเชื่อมโยงกับชุมพรเทานั้น
โครงการขนาดเล็กเพื่อ
สรางทางลงเรือเฟอรรี่
                                                                                                                                25
  โครงการ/ลักษณะการ                                    รายละเอียดการวิเคราะหโครงการ
      ดําเนินการ



Belawan Port          ควรเรงพัฒนาโดยดวนมาก ซึ่งตามแผนการพัฒนาทาเรือ 10 ปซึ่งแบงเปน 3 ระยะ
(สุมาตรา อินโดนีเซีย) ระยะที่ 1 การขยายสมรรถนะใหสามารถรองรับสินคา 1.5 ลาน TEUs ไดรับเงินกูจาก
มีศักยภาพพัฒนาเปน    Islamic Development Bank กับระยะที่ 2 ขุดลอกรองน้ําใหลึก 14 เมตร และระยะที่ 3
โครงการขนาดใหญแตยัง ยายทาเรือทองเที่ยวเพื่อรองรับทาเรือคอนเทนเนอร นั้น ยังขาดดานเครื่องมือในการ
ตองศึกษาความเหมาะสม ขนสินคาคอนเทนเนอรและการออกแบบทาเรือเพื่อลดความแออัด การกอสรางถนน
ทางเทคนิคเพิ่มเติม    เชื่อมโยงไปยัง Motorway เพื่อเชื่อมโยงไปยังเมดาน และการปรับปรุงเพื่อลดความ
                      แออัดของทาเรือโดยสาร โดยตองการแหลงเงินทุนสนับสนุนเพิ่มเติมในการพัฒนา
Penang Port                    มีการวางแผนการพัฒนาทาเรือที่ดีอยูแลวและมีแผนการเงินสนับสนุนเพียงพออยูแลว
(มาเลเซีย)
สรางทางลงเรือเฟอรรี่ ศูนย
ผูโดยสาร ทาเรือสําหรับ
barter trade
Kantang Port                 ทาเรือตั้งอยูหางจากปากแมน้ําถึง 25 กิโลเมตร แตก็มีการขนสงสินคาประเภทถานหิน
(มาเลเซีย)                   แรยิบซั่ม และเฟลสปาร ผลิตภัณฑยางและไมยางโดยเรือลากจูงขนสงคอนเทนเนอร
พัฒนาที่จอดเรือเพื่อเพิ่ม ขนาดใหญไปยังปนังมีแผนงานพัฒนาโดยกรมเจาทาอยูแลวจํานวน 2 ลานดอลลาร
สมรรถนะรองรับการขนสง สหรัฐ
คอนเทนเนอร
Pak Bara Port                โครงการพัฒนาทาเรือรองรับสะพานเศรษฐกิจ ซึ่งประกอบดวยทาเรือคอนเทนเนอร
(ภาคใตของไทย)               และน้ํามันยังอยูระหวางขั้นตอนการพิจารณาตัดสินใจโดยรัฐบาล
เปนสวนหนึ่งของโครงการ
สะพานเศรษฐกิจฝง
ตะวันตก
Tammalang Port               การขนสงที่เคยมีอยูทาทาเรือศุลกากรไดยายไปใชทาเรือกันตัง สําหรับทาเรือเฟอรรี่
(ภาคใตของไทย)               ขนสงผูโดยสารไปยังลังกาวีอาจพัฒนาเปนทาเรือเฟอรรี่ขนสงสินคาได แตยังมีปญหา
ทางลงเรือเฟอรรี่ขนสง       เรื่องรองน้ําตื้นเกินไป
สินคา (RoRo) เพื่อเชื่อมโยง
ไปยังสุมาตราหรือมาเลเซีย
Old Songkhla Port            ที่ปรึกษาเห็นวาเปนโครงการที่สมควรใหความสําคัญในการพัฒนา โดยเปนทาเรือที่
(ภาคใตของไทย)               ใหญ ที่ สุ ด ในภาคใต ข องไทย และบริ ห ารภายใต ก ารให สั ม ปทานกั บ บริ ษั ท ท า เรื อ
มีความจําเปนเพื่อเพิ่ม      เจาพระยาสากล มีเรือเทียบทาประมาณ 700 ครั้งตอป โดยกึ่งหนึ่งเปนเรือสินคาคอน
สมรรถนะการขนสงสินคา เทนเนอร ปริมาณการขนสงสินคาปละ 140,000 TEUs โดยใชสงออกยาง เฟอรนิเจอร
คอนเทนเนอร                  ไมยาง ถุงมือยาง ปลากระปอง และอาหารทะเลแชแข็ง โดยการใชทาเรือใกลเกิน
                             สมรรถนะในป 2553 ซึ่งหากขาดแผนพัฒนาตอไปจะพลาดโอกาสทางธุรกิจและสงผล
                             กระทบตอการมีวัตถุดิบที่เพียงพอรองรับอุตสาหกรรมแปรรูปและอุตสาหกรรมยาง จึง

                                                                                                                 26
 โครงการ/ลักษณะการ                                     รายละเอียดการวิเคราะหโครงการ
     ดําเนินการ




New Songkhla Port             แนวคิ ด การพั ฒ นาท า เรื อ สงขลาแห ง ใหม ท างด า นทิ ศ ใต ข องท า เรื อ สงขลาเดิ ม
(ภาคใตของไทย)                ประมาณ 30 กิโลเมตร ยังไมมีกําหนดการกอสรางที่แนนอน กับเปนโครงการที่สนอง
เปนสวนหนึ่งของสะพาน         ประโยชนตอประเทศไทยเองเปนหลัก
เศรษฐกิจโดยการสราง
ทาเรือน้ําลึกแหงใหม
ทางดานชายฝงตะวันออก
ของภาคใต
Dumai Port                   แมมีโครงการพัฒนาทาเรือดูไมอยางตอเนื่องโดยมีงบพัฒนาแลวถึง 90 ลานดอลลาร
(สุมาตรา อินโดนีเซีย)        สหรัฐ รวมทั้งการจัดหาที่ดินรองรับทาเรือคอนเทนเนอรที่ขยายออกไป 200 เมตร แต
ทาเรือคอนเทนเนอร แตไม ยังขาดแผนการจัดหาอุปกรณขนถายสินคาคอนเทนเนอรที่เพียงพอรองรับซึ่งจะชวย
มีความชัดเจนเรื่องแหลง ดึงดูดบริการขนสงสินคาโดยเรือ Feeder ระหวางปอรทกลางกับดูไม และระหวางปนัง
ทุนและไมอาจพัฒนาเปน กับดูไม ทั้งนี้ตองมีการขนสงสินคาถึง 75,000 TEUs จึงมีความคุมคาทางการเงิน
โครงการ
Dumai Road                   เปนโครงการที่มีลําดับความเรงดวนขนาดกลาง โดยการพัฒนาถนนเชื่อมโยงระหวาง
(สุมาตรา อินโดนีเซีย)        เมือ งเปกันบารูแ ละเมือ งทาดูไ มจะเปนแกนกลางของจัง หวั ดเรี ย วและของเกาะสุ
มีความจําเปนเรงดวนใน มาตรา
การสรางถนนเชื่อมโยงจาก
ทางเขาทาเรือดูไมสูทาง
หลวงสายตะวันออก
Malacca Port                 แนวคิดการพัฒนาเชื่อมโยงทาเรือ Malacca-Port Dickson-Kuala Linggi-Port Klang ไม
(มาเลเซีย)                   อาจดําเนินการได เนื่องจากทาเรือมะละกาเปนทาเรือขนาดเล็กมีการขนสงสินคา
สรางทางลงเรือเฟอรรี่ขนสง เพียงหาแสนตันตอป และทาเรือเฟอรรี่โดยสารที่ใหบริการเชื่อมโยงไปดูไม 2 เที่ยวตอ
สินคาและศูนยผูโดยสาร วันซึ่งอยูระหวางปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพ จึงไมเหมาะสมที่จะพัฒนาทาเรือเฟอรรี่
เพื่อเชื่อมโยงกับทาเรือดูไม ขนสงสินคาในบริเวณทาเรือนี้
Kuala Linggi Port             แนวคิด การพั ฒ นาทา เรื อ เฟอร รี่ข นส ง สิ น คา ประเภท NGV ที่ กั ว ลาลิ ง กิ ไ ม อ าจ
(มาเลเซีย)                    ดําเนินการไดเนื่องจากรองน้ําตื้นและใกลแหลงทองเที่ยวบริเวณ Port Dickson
สรางทางลงเรือเฟอรรี่ขนสง
สินคาและทาเรือ Barter
trade
Port Dickson                  ตั้งอยูหางจากกัวลาลัมเปอร 90 กิโลเมตร และเหมาะสมในการเปนทาเรือทองเที่ยว

                                                                                                                    27
 โครงการ/ลักษณะการ                                   รายละเอียดการวิเคราะหโครงการ
     ดําเนินการ
(มาเลเซีย)
สรางทางลงเรือเฟอรรี่ขนสง
สินคาและศูนยผูโดยสาร
เพื่อเชื่อมโยงกับทาเรือดูไม
Port Klang                     มีทาเรือทองเที่ยวและ Barter trade ซึ่งคอนขางหนาแนนแตยังสามารถรองรับการใช
(มาเลเซีย)                     บริการได
สรางทางลงเรือเฟอรรี่ขนสง
สินคาและศูนยผูโดยสาร
เพื่อเชื่อมโยงกับทาเรือบน
เกาะสุมาตรา
         จากขอมูลดังกลาว ซึ่งเปนผลการศึกษาลาสุด พบวา อินโดนีเซียจะมีศักยภาพเพิ่มขึ้นใน
การเชื่อมโยงทางบกภายในเกาะสุมาตรา ซึ่งเปนแหลงทรัพยากรสําคัญ ทั้งดานแรธาตุ ปาไม พืชผล
เกษตร ประมง น้ํามันและกาซธรรมชาติ โดยผานทาเรือสําคัญในเขตปกครองพิเศษอาเจห (มาลาฮา
ยาติ) ผานมายังมาเลเซีย (พอรทกลาง ปนัง) มายังทาเรือตํามะลัง (สตูล) กันตัง (กระบี่) และภูเก็ต
ของไทย โดยในระยะแรกเปนเปนการขนสงทางเรือเฟอรรี่โดยสาร การขนสงโดยเรือลากจูงบรรทุก
คอนเทนเนอร ข นาดกลาง และตอไปอาจพัฒ นาเปน การขนสง ระบบเฟอรรี่ข นสง สิน คา (RoRo
Ferry) ตอไป เมื่อมีอุปสงคพอเพียง ทั้งนี้ สอดคลองกับแนวการพัฒนาตามพื้นที่ระนอง-ภูเก็ต-อา
เจห โดยอาจทําการขนสงไดทั้งโดยตรงหรือผานมาเลเซียมายังอินโดนีเซียที่สะดวกยิ่งขึ้นตอไปใน
อนาคต
        สํ า หรั บ มาเลเซี ย มี แ ผนการพั ฒ นาท า เรื อ อย า งเป น ระบบ โดยมี ป นั ง เป น ศู น ย ก ลาง
โลจิสติกสระดับภูมิภาคและระดับโลก สวนฝายไทยจะตองจัดทําพัฒนาประสิทธิภาพทาเรือเพิ่มเติม
หลายแหง เชน ตํามะลัง ภูเก็ต เพื่อรองรับการขนสง RoRo Ferry ในอนาคต
       ทั้งนี้การเชื่อมโยงระหวางอินโดนีเซียกับไทยใหถึงพื้นที่อนุภาคอาวไทยจะตองมีการพัฒนา
เสนทางทางบกใหมีประสิทธิภาพเพื่อเชื่อมโยงกับทาเรือสงขลาดวย
3.2      การใชสิทธิประโยชนในพื้นที่เขตเสรีบาตัม-บินตัน-คาริมุน ของอินโดนีเซีย
        ภายหลังการประกาศเชื้อเชิญใหประเทศกลุม IMT-GT มาลงทุนที่เขตเศรษฐกิจดังกลาว
ในชวงการประชุมสุดยอดครั้งที่ 3 ที่สิงคโปร ประธานาธิบดีอินโดนีเซียไดเรงทําความตกลงกับ
สิง คโปรในด า นการร ว มพัฒ นาพื้ น ที่ ดังกลา ว ซึ่ งอยูที่เ กาะบาตัม เกาะบิ น ตัน และเกาะคาริมุน
ทางดานใตของสิงคโปร โดยเรงจัดรางมาตรการพิเศษเพื่อสงเสริมการลงทุนจากผูลงทุนทั่วไป ซึ่ง
ประกอบด ว ยมาตรการด า นลดกฎระเบี ย บทางภาษี อ ากร การเงิ น การธนาคาร การเข า เมื อ ง

                                                                                                        28
                         -----------------------------------------------


เรียบเรียงโดย:
วาที่รอยตรีกิตติพล โชติพิมาย
นักวิเคราะหนโยบายและแผนชํานาญการพิเศษ (ผูอํานวยการสวน)
สํานักงานประสานความรวมมือระหวางประเทศ
สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ




                                                                           29

				
DOCUMENT INFO
Shared By:
Categories:
Tags:
Stats:
views:45
posted:6/20/2012
language:Thai
pages:29