Ronald H - DOC by l0357Py8

VIEWS: 15 PAGES: 43

									                                        บทที่ 7
                                                                    ่
                 สถานะและบทบาทขององค์ กรภาคเอกชนในอุตสาหกรรมท่ องเทียว

                     การศึกษาถึงโครงสร้างการบริ หารอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
นอกจากจะต้องทาการศึกษาถึงแผนหรื อยุทธศาสตร์
ตลอดจนโครงสร้างการบริ หารโดยองค์กรภาครัฐแล้ว
ยังต้องให้ความสาคัญกับการศึกษาถึงสถานภาพและบทบาทขององค์กรภาคเอกชนในอุตสาหกรรมท่องเ
ที่ยวอีกด้วย               ทั้งนี้เนื่องจากองค์กรเอกชนในรู ปแบบของสภา            สมาคม                ชมรม
หรื อบริ ษทที่ดาเนินการเกี่ยวกับการท่องเที่ยวนั้นถือเป็ นองค์กรที่มีความใกล้ชิดอย่างยิงกับการให้บริ การ
             ั                                                                        ่
การท่องเที่ยวแก่นกท่องเที่ยว ตั้งแต่ก่อนนักท่องเที่ยวเดินทางมาถึง และเมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย
                      ั
การเดินทางสัญจรในประเทศ                     การเข้าพักแรมในที่ต่างๆ      และการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยว
สิ่ งเหล่านี้ถือเป็ นกิจกรรมที่องค์กรเอกชนในส่ วนต่างๆ
ในธุ รกิจการท่องเที่ยวต้องเข้าไปมีภารกิจติดพันอย่างใกล้ชิด                การศึกษาถึงโครงสร้างที่เป็ นอยู่
การดาเนินการ                                                                            การประสานงาน
จึงเป็ นสิ่ งสาคัญเพื่อพิจารณาถึงภาพรวมอันจะนาไปสู่ การทาความเข้าใจถึงสภาพปั ญหาขององค์กรเอกช
นในธุ รกิจการท่องเที่ยวได้ชดเจนขึ้นั
                                                ้ิั
                     สื บเนื่องจากการที่คณะผูวจยได้เสนอแนวทางการศึกษาถึงความเป็ นมา              สถานภาพ
                                                                       ่
และโครงสร้างของธุ รกิจเอกชนที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่ได้กระจายอยูหลายสาขา
ทั้งภาคการผลิตและการบริ การ                           และได้ระบุถึงบทบาทขององค์กรภาคเอกชนไว้บางแล้ว ้
และเมื่อผนวกเข้ากับการปฏิบติการภาคสนามเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มผูมีส่วนได้เสี ยในอุตสาหกร
                                      ั                                        ้
รมท่องเที่ยว              ได้ช่วยทาให้คณะนักวิจยได้เข้าใจในความคิดต่าง
                                                    ั                            ๆ             ั
                                                                                           ที่ชดเจนยิงขึ้น
                                                                                                       ่
               ั
ด้วยเหตุดงกล่าวการศึกษาในบทที่ 7 นี้จึงพิจารณาแบ่งลาดับการศึกษาออกเป็ น 4 หัวข้อคือ
                     7.1 โครงสร้างขององค์กรเอกชนที่มีส่วนร่ วมในการจัดการการท่องเที่ยว
                     7.2 การดาเนิ นการขององค์กรเอกชนที่มีส่วนร่ วมในการจัดการการท่องเที่ยว
                     7.3 การประสานงานระหว่างองค์กรเอกชนที่มีส่วนร่ วมในการจัดการการท่องเที่ยว
                     7.4 บทวิเคราะห์ปัญหาสถานะและบทบาทขององค์กรเอกชนในธุ รกิจการท่องเที่ยว

7.1                                         ่
          โครงสร้ างขององค์ กรเอกชนทีมีส่วนร่ วมในการจัดการการท่องเทียว               ่
                   จากการศึกษาสภาพโดยทัวไปขององค์กรภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องการท่องเที่ยวจากทั้งบท
                                                  ่
บั ญ ญั ติ ท า ง ก ฎ ห ม า ย แ ล ะ ข้ อ มู ล แ ว ด ล้ อ ม อื่ น ๆ
พบว่ า องค์ ก รภาครั ฐ นั้ นมี ก ฎหมายก าหนดรู ปแบบองค์ ก รและ อ านาจหน้ า ที่ ไ ว้อ ย่ า งชั ด เจน
แ ต่ ส า ห รั บ ภ า ค เ อ ก ช น นั้ น รั ฐ ส่ ง เ ส ริ ม ใ ห้ เ อ ก ช น มี ก า ร ล ง ทุ น ด า เ นิ น ก า ร อ ย่ า ง อิ ส ร ะ
เพื่อการแสวงหาผลกาไรทางธุ รกิจเป็ นหลัก และเพื่อให้มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจ มีการกระจายรายได้
ก า ร ส ร้ า ง ง า น ก า ร ป ร ะ ก อ บ ธุ ร กิ จ จึ ง เ ป็ น ไ ป โ ด ย อิ ส ร ะ รั ฐ ไ ม่ เ ข้ า ไ ป แ ท ร ก แ ซ ง
และให้มีการแข่งขันกันอย่างเสรี
                      ก า ร ที่ มี ก ฎ ห ม า ย ก า ห น ด รู ป แ บ บ อ ง ค์ ก ร ธุ ร กิ จ บ า ง อ ย่ า ง ไ ว้ เ ช่ น
การจดทะเบี ย นในรู ป นิ ติ บุ ค คล ห้ า งหุ ้ น ส่ ว น จ ากัด เป็ นการก าหนดให้ ธุ ร กิ จ มี ค วามเป็ นระบบ
แ ล ะ เ ป็ น ก า ร ใ ห้ ค ว า ม เ ป็ น ธ ร ร ม แ ล ะ คุ ้ ม ค ร อ ง ผู้ ล ง ทุ น
ผู ้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร มี ห น้ า ที่ ใ น ก า ร เ ลื อ ก รู ป แ บ บ ธุ ร กิ จ ที่ เ ห ม า ะ ส ม กั บ จ า น ว น ทุ น
ลั ก ษณะของกิ จ การแต่ ล ะประเภท หรื อเป้ าหมายของการประกอบกิ จ การ เป็ นต้ น ดั ง นั้ น
รู ป แ บ บ ข อ ง อ งค์ ก ร ภ า ค เ อ ก ชน ใ น อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย วจึ ง มี ห ล า ก ห ล า ย ไ ม่ ต า ย ตั ว
แ ล้ ว แ ต่ เ อ ก ช น จ ะ เ ลื อ ก ว่ า อ ง ค์ ก ร ห รื อ รู ป แ บ บ ใ ด จ ะ เ ห ม า ะ กั บ กิ จ ก า ร
และหากรั ฐ จะเข้ า มาจ ากั ด สิ ทธิ บ างประการ ก็ เ ป็ นเพี ย งกิ จ การที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ ความปลอดภั ย
ใ น ชี วิ ต ข อ ง ข อ ง ส า ธ า ร ณ ช น เ ช่ น ธุ ร กิ จ ก า ร บิ น ธุ ร กิ จ ก า ร ป ร ะ ก อ บ ส ถ า น บ ริ ก า ร
หรื อมีผลกระทบกับสาธารณะ เช่น การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ หรื อมีผลกระทบกับสิ่ งแวดล้อม เป็ นต้น
จึ ง อ า จ ก ล่ า ว ไ ด้ ว่ า ก า ร ด า เ นิ น ก า ร ข อ ง ภ า ค เ อ ก ช น จึ ง เ ป็ น ไ ป โ ด ย อิ ส ร ะ
ภ า ย ใ ต้ ห ลั ก ก า ร ที่ จ ะ ต้ อ ง ไ ม่ ขั ด ต่ อ ก ฎ ห ม า ย ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง กั บ ค ว า ม ส ง บ เ รี ย บ ร้ อ ย
หรื อศีลธรรมอันดีของประชาชน
                                                                                ่
                      องค์กรเอกชนที่มีส่วนร่ วมในการท่องเที่ยว อาจอยูในรู ปกลุ่มบุคคลที่เป็ นนิ ติบุคคล เช่น
บ ริ ษั ท จ า กั ด ห รื อ ก ลุ่ ม บุ ค ค ล ที่ ไ ม่ เ ป็ น นิ ติ บุ ค ค ล
ไม่ เ ป็ นองค์ ก ารตามกฎหมายแต่ ร วมตัว เข้า เพื่ อ แลกเปลี่ ย นทัศ นะ แก้ปั ญ หาบางอย่ า งร่ ว มกัน เช่ น
ส ม า พั น ธ์ ห รื อ ช ม ร ม ที่ ไ ม่ มี ฐ า น ท า ง ก ฎ ห ม า ย ร อ ง รั บ ห รื อ เ ป็ น ส ม า ค ม ต่ า ง ๆ
ที่ จ ัด ตั้ง ขึ้ นตามประมวลกฎหมายแพ่ ง พาณิ ช ย์ เช่ น สมาคมเกี่ ย วกับ การน านั ก ท่ อ งเที่ ย วเข้า มา
ส ม า ค ม เ กี่ ย ว กั บ ก า ร น า เ ที่ ย ว ใ น ป ร ะ เ ท ศ ส ม า ค ม ที่ เ กี่ ย ว กั บ ร ถ โ ด ย ส า ร ร ถ น า เ ที่ ย ว
ส ม า ค ม ที่ เ กี่ ย ว กั บ ก า ร โ ร ง แ ร ม ส ม า ค ม ที่ เ กี่ ย ว กั บ ก า ร ส่ ง เ ส ริ ม ก า ร ป ร ะ ชุ ม สั ม ม น า
สมาคมที่ เ กี่ ยวกั บ การมั ค คุ เทศก์ นอกจากนี้ ยั ง มี ส มาคมอื่ น ๆ ที่ มี ค วามเกี่ ยวข้ อ ง เช่ น
ส ม า ค ม ที่ เ กี่ ย ว กั บ ภั ต ต า ค า ร ร้ า น อ า ห า ร ส ม า ค ม ผู ้ ค ้ า อั ญ ม ณี แ ล ะ เ ค รื่ อ ง ป ร ะ ดั บ
สมาคมรถโดยสารไม่ ป ระจาทาง สมาคมรถท่ อ งเที่ ย ว สมาคมสวนสนุ ก และสวนพัก ผ่อ นหย่อนใจ
สมาคมเรื อเร็ ว เป็ นต้น และองค์ ก รเอกชนในรู ป แบบของสภาที่ จ ัด ตั้ง ขึ้ นตามพระราชบัญ ญัติ
ไ ด้ แ ก่ ส ภ า อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย
ซึ่ งเป็ นที่ ร วมสมาชิ ก ที่ เ ป็ นเอกชนที่ ป ระกอบการท่ อ งเที่ ย ว ซึ่ งตั้ งขึ้ นตามพระราชบั ญ ญั ติ
สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ.2544




                                                           221
                          ่                                                      ่
                จะเห็นได้วาองค์กรในภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวนั้นมีอยูมากมายหลายรู ปแ
บบในการศึ ก ษาเรื่ องโครงสร้ างขององค์ กรเอกชนที่ มี ส่ วนร่ วมในการจั ด การการท่ อ งเที่ ย ว
เ พื่ อ ค ว า ม เ ข้ า ใ จ ที่ เ ป็ น ร ะ บ บ
จึงได้แบ่งการศึกษารู ปแบบตามโครงสร้างของภาคเอกชนที่เข้ามารวมกันออกได้เป็ นสามประเภทใหญ่ ๆ
คือ
                7.1.1 โครงสร้างองค์กรเอกชนที่ประกอบธุ รกิจการท่องเที่ยว
                7.1.2 โครงสร้างองค์กรเอกชนเกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่มิได้มุ่งแสวงหาผลกาไร
                7.1.3 โครงสร้างสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย



                                    ่                            ่ ่
        7.1.1 องค์ กรเอกชนทีประกอบธุรกิจการท่ องเทียวทีม่ ุงแสวงหาผลกาไร
                เนื่ อ งจากธุ ร กิ จ การท่ อ งเที่ ย วเป็ น ธุ ร กิ จ ที่ ส ร้ า งรายได้ ใ ห้ ก ับ ประเทศในล าดับ ต้น ๆ
จึงมีผสนใจประกอบอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมาก ทั้งผูประกอบการรายย่อย ได้แก่พ่อค้า แม่คาทั้งหลาย
        ู้                                                        ้                                           ้
แ ล ะ ร า ย ใ ห ญ่ ไ ด้ แ ก่ โ ร ง แ ร ม ศู น ย์ ก า ร ป ร ะ ชุ ม ห รื อ เ จ้ า ข อ ง ส ถ า น บ ริ ก า ร ต่ า ง ๆ
ซึ่ ง เ อ ก ช น แ ต่ ล ะ ร า ย ไ ด้ ป ร ะ ก อ บ กิ จ ก า ร ไ ป ต า ม ค ว า ม ป ร ะ ส ง ค์ ต า ม ค ว า ม ต ก ล ง
หรื อตามเงื่อนไขที่ได้ตกลงกัน และเลือกรู ปแบบธุ รกิจที่เหมาะสมกับกิจการของตน
                      โครงสร้างขององค์กรเอกชนที่ทาธุ รกิจการท่องเที่ยว ต้องพิจารณา 2 ประการดังนี้
           7.1.1.1            รู ปแบบองค์กรในการประกอบธุ รกิจที่มุ่งแสวงหาผลกาไร
           7.1.1.2            ประเภทของการประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่มุ่งแสวงหาผลกาไร

            7.1.1.1                  รู ปแบบองค์กรในการประกอบธุ รกิจ
                        1) องค์การเอกชนที่ประกอบธุ รกิจการท่องเที่ยวที่เป็ นนิติบุคคล
                         ใ น รู ป ข อ ง บ ริ ษั ท จ า กั ด ห รื อ ห้ า ง หุ ้ น ส่ ว น จ า กั ด บ ริ ษั ท ม ห า ช น จ า กั ด
ซึ่ ง ต้ อ ง จ ด ท ะ เ บี ย น ก า ร จั ด ตั้ ง ต า ม ก ฎ ห ม า ย แ ล ะ มี แ บ บ พิ ธี ต่ า ง ๆ
มี รู ปแบบโครงสร้ า งการบริ หารตามที่ ก ฎหมายก าหนด องค์ ก รจะแยกต่ า งหากจากผู ้ ถื อ หุ ้ น
โครงสร้ า งในการบริ หารได้ แ ก่ ก รรมการ และผู้ถื อ หุ ้ น โดยกรรมการท าหน้ า ที่ ใ นการบริ หาร
แ ล ะ เ ป็ น ตั ว แ ท น ข อ ง นิ ติ บุ ค ค ล
ซึ่ ง ผู้ ถื อ หุ ้ น จ ะ เ ป็ น ผู้ ที่ เ ลื อ ก ก ร ร ม ก า ร แ ล ะ ค ว บ คุ ม ก า ร ท า ง า น ข อ ง ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร
การควบคุ มท าโดยการประชุ มออกเสี ยงรั บ รองในการประชุ ม ในการด าเนิ นการต่ า งๆ
                                                                   ั
ต้องเป็ นไปตามที่ได้กาหนดไว้ในข้อบังคับ ภายใต้วตถุประสงค์ที่ได้จดทะเบียนไว้
                        2) องค์การเอกชนที่ประกอบธุ รกิจท่องเที่ยวที่ไม่เป็ นนิติบุคคล


                                                           222
                   แต่ อ ยู่ ใ นรู ปก ลุ่ มบุ คคล เช่ น ห้ า งหุ ้ น ส่ วนส ามั ญ ไม่ จ ดทะ เบี ย น เป็ นต้ น
ซึ่ งความเป็ นรู ปแบบหรื อโครงสร้างการบริ หารที่แตกต่างไปจากองค์กรนิ ติบุคคลและมีการบริ หารที่ไม่ซั
บ ซ้ อ น ม า ก นั ก ก ล่ า ว คื อ ผู ้ ถื อ หุ ้ น บ ริ ห า ร ง า น ด้ ว ย ต น เ อ ง แ ล ะ รั บ ผิ ด ด้ ว ย ต น เ อ ง
                                                        ู้
ซึ่ งเหมาะสมกับธุ รกิจที่ไม่มีทุนมากนัก และมีผลงทุนไม่มากราย
                   อ ย่ า ง ไ ร ก็ ต า ม ก า ร จ ด ท ะ เ บี ย น นิ ติ บุ ค ค ล ห รื อ ก า ร จั ด ตั้ ง ก ลุ่ ม ธุ ร กิ จ
อยู่ ภ ายใต้ ห ลั ก การคื อ ผู ้ ล งทุ น เป็ นผู ้ บ ริ หารกิ จ การของตนเพื่ อ ให้ ไ ด้ ม าซึ่ งผลก าไรสู งสุ ด
มีการแบ่งผลกาไรกัน และมีความเป็ นอิสระ รัฐจะเข้าตรวจสอบเฉพาะเรื่ อง ผลประโยชน์ของรัฐ เช่ น
การจัดเก็บภาษี เป็ นต้น หรื อเรื่ องที่เกี่ยวเนื่ องกับสาธารณะชน หรื อกระทบกับการสาธารณู ปโภคของรัฐ
หรื อกระทบกับทรัพยากรของชาติ เป็ นต้น
         7.1.1.2               ประเภทของการประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
                   การประกอบการในธุ รกิจท่องเที่ยวมีความหมายกว้างขวางและมีผได้ให้ความหมายไว้ห      ู้
ล า ย ป ร ะ ก า ร อ ย่ า ง ไ ร ก็ ดี ใ น พ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ม า ต ร า 4
ไ ด้ ใ ห้ ค า จ า กั ด ค ว า ม ข อ ง “ผู ้ ป ร ะ ก อ บ กิ จ ก า ร ใ น อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว ”
แ ล ะ ไ ด้ ใ ห้ ค ว า ม ห ม า ย ข อ ง อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว ไ ว้ ว่ า
“ เป็ นอุตสาหกรรมที่จดให้มีหรื อให้บริ การเกี่ยวกับการท่องเที่ยวทั้งภายในและภายนอกราชอาณาจักรโ
                           ั
ดยมีค่าตอบแทน และหมายรวมถึง”1
               1) ธุ รกิจนาเที่ยว
               2) ธุ รกิจโรงแรมนักท่องเที่ยว
               3) ธุ รกิจภัตตาคาร สถานบริ การ และสถานที่ตากอากาศสาหรับนักท่องเที่ยว
               4) ธุ รกิจการขายของที่ระลึกหรื อสิ นค้าสาหรับนักท่องเที่ยว
               5) ธุ รกิจกีฬาสาหรับนักท่องเที่ยว
               6) ก า ร ด า เ นิ น ง า น นิ ท ร ร ศ ก า ร ง า น แ ส ด ง ง า น อ อ ก ร้ า น โ ฆ ษ ณ า เ ผ ย แ พ ร่
                    ห รื อ ด า เ นิ น ง า น อื่ น ใ ด โ ด ย มี ค ว า ม มุ่ ง ห ม า ย
                    เพื่อชักนาหรื อส่ งเสริ มให้มีการเดินทางท่องเที่ยว
                   ซึ่ ง แ ต่ ล ะ ลั ก ษ ณ ะ ธุ ร กิ จ ต่ า ง ก็ ถู ก ก า ห น ด ด้ ว ย ก ฎ ห ม า ย ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง เ ช่ น
หากต้องการประกอบธุ รกิจที่เกี่ยวกับการบิน ซึ่ งเป็ นธุ รกิจที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผูใช้บริ การ              ้
จะต้ อ งถู ก ก าหนดให้ อ ยู่ ใ นรู ปบริ ษัท นิ ติ บุ ค คล มี ทุ น จดทะเบี ย นจ านวนมากกว่ า ธุ ร กิ จ ทั่ว ไป
และต้องได้รับอนุญาต เป็ นต้น

                                    ่
      7.1.2 โครงสร้ างองค์ กรเอกชนทีมิได้ ม่ ุงแสวงหาผลกาไร

1
    มาตรา 4 พระราชบัญญัติการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522

                                                            223
                   ก า ร ที่ มี ผู ้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร จ า น ว น ม า ก ใ น อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว
ย่อมมีอุปสรรคในเรื่ องต่างๆ เช่ น เรื่ องการที่ผลประโยชน์ขดแย้งกันในกลุ่มผูประกอบการกันเอง เช่ น
                                                                 ั                  ้
โรงแรมในเขตเดี ยวกันแย่งกันตัดราคากัน การแย่งบุคลากรที่มีความรู ้ ความสามารถในธุ รกิ จเดียวกัน
ก า ร ห ล อ ก ล ว ง เ รื่ อ ง ร า ค า แ ล ะ                 คุ ณ ภ า พ สิ น ค้ า ต่ อ นั ก ท่ อ ง เ ที่ ย ว
ก า ร ข า ด ง บ ป ร ะ ม า ณ ใ น ด้ า น ก า ร ป ร ะ ช า สั ม พั น ธ์ ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว
ห รื อ ปั ญ ห า ก า ร ป ร ะ ส า น ง า น กั บ ห น่ ว ย ง า น ข อ ง รั ฐ อ ย่ า ง เ ป็ น รู ป ธ ร ร ม
        ้
ซึ่ ง ผูป ระกอบการเอกชนไม่ ส ามารถที่ จะแก้ปั ญหาดัง กล่ า วได้โดยล าพัง ต้องอาศัย ความร่ วมมื อกัน
แ ล ะ ร่ ว ม กั น รั ก ษ า ผ ล ป ร ะ โ ย ช น์ ภ า ย ใ น ก ลุ่ ม ธุ ร กิ จ
การร่ วมมือและการรวมตัวกันของกลุ่มผูประกอบการมีหลายรู ปแบบเพื่อให้เกิ ดเอกภาพในการปกป้ อง
                                               ้
และส่ งเสริ มธุ รกิจของกลุ่ม ทั้งนี้ การศึกษาจะแบ่งออกเป็ น 2 ประการคือ
           7.1.2.1           โครงสร้างชมรมและสมาพันธ์เกี่ยวกับการท่องเที่ยว
           7.1.2.2           โครงสร้างของสมาคมเกี่ยวกับการท่องเที่ยว

          7.1.2.1                โครงสร้างชมรมและสมาพันธ์เกี่ยวกับการท่องเที่ยว
                                                                                                ั
                       ชมรมและสมาพันธ์ เป็ นรู ป แบบองค์ก รธุ รกิ จเช่ นเดี ย วกัน และมี ลก ษณะร่ วมกันคื อ
ต่างก็เป็ นองค์กรที่ ไม่ใช่ องค์กรตามกฎหมาย และความมุ่งหมายในการร่ วมกันทากิ จกรรมบางอย่า ง
โดยมิใช่เพื่อแสวงหาผลกาไร
                       1) โครงสร้างชมรมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
                       ชมรม หมายถึง การรวมกันของกลุ่มบุคคลที่มีความมุ่งหมายอย่างใดอย่างหนึ่ งร่ วมกัน
ซึ่ งตามกฎหมาย ชมรมไม่ ไ ด้เ ป็ นองค์ก รเอกชนตามกฎหมาย ต่ า งจาก บริ ษ ัท จ ากัด หรื อ สมาคม
ก า ร จั ด ตั้ ง จึ ง ไ ม่ มี รู ป แ บ บ พิ ธี ก า ร ไ ม่ ต้ อ ง มี ก า ร ติ ด ต่ อ กั บ ภ า ค ร า ช ก า ร
เป็ นไปตามความประสงค์ ข องผู ้ เ ข้ า ก่ อ ตั้ ง การก าหนดวัต ถุ ป ระสงค์ การก าหนดข้ อ บั ง คั บ
หรื อการกาหนดสมาชิ ก เป็ นไปตามความตกลงอย่างอิสระโดยแท้จริ ง การกาหนดโครงสร้างของชมรม
การกาหนดบทบาทของผูที่เกี่ยวข้องจึงเป็ นไปตามความตกลงกัน และไม่มีรูปแบบที่แน่ชด
                               ้                                                                  ั
                       ช ม ร ม ไ ม่ ไ ด้ มี ฐ า น ะ ท า ง ก ฎ ห ม า ย ก า ร ท า ก า ร ใ ด ๆ
ต า ม ก ฎ ห ม า ย จึ ง ไ ม่ ส า ม า ร ถ ใ ช้ ใ น น า ม ช ม ร ม ไ ด้
น อ ก จ า ก กิ จ ก ร ร ม ที่ ท า ร่ ว ม กั น อ ย่ า ง ไ ม่ เ ป็ น ท า ง ก า ร ห รื อ ไ ม่ มี ผ ล ต า ม ก ฎ ห ม า ย
ห า ก ต้ อ ง ก า ร ใ ห้ มี ผ ล ต า ม ก ฎ ห ม า ย ต้ อ ง อ า ศั ย ชื่ อ ส ม า ชิ ก
หรื อชื่ อกรรมการชมรมที่ ได้รับมอบหมายจากชมรมเป็ นครั้ งคราวไป แต่การนั้นๆ จะไม่ผูกพันชมรม
แ ต่ จ ะ ผู ก พั น ส ม า ชิ ก ที่ ไ ด้ เ ข้ า ท า กิ จ ก า ร นั้ น เ ป็ น ก า ร ส่ ว น ตั ว อ ย่ า ง ไ ร ก็ ดี
การก่ อ ตั้ง ชมรมสามารถท าได้ ง่ า ยไม่ มี ค วามซั บ ซ้ อ นต่ า งจาก การก่ อ ตั้ง นิ ติ บุ ค คลตามกฎหมาย
จึ ง พบว่า ปั จ จุ บ ัน มี ช มรมที่ เ กี่ ย วข้อ งกับ การท่ อ งเที่ ย วมากมาย กระจายไปตามท้อ งถิ่ น ทั่ว ประเทศ

                                                      224
อย่างไรก็ดี เนื่ องจากชมรมไม่มีสถานะทางกฎหมาย จึงไม่มีความชัดเจนแน่ นอนในการบริ หารจัดการ
และทาให้ติดต่อประสานงานกับบุคคลภายนอก และหน่วยธุ รกิจอื่น เป็ นไปอย่างไม่ค่อยมีประสิ ทธิ ภาพ
เ พ ร า ะ บุ ค ค ล ภ า ย น อ ก จ ะ ไ ม่ ท ร า บ บ ท บ า ท ห น้ า ที่ ข อ ง บุ ค ค ล ใ น ช ม ร ม อ ย่ า ง แ น่ ชั ด
บทบาทของชมรมจึ ง จากัดอยู่เฉพาะในกลุ่ ม ธุ รกิ จที่ อยู่ในพื้นที่ เดี ยวกันมากกว่า อย่า งไรก็ ตามพบว่า
ช ม ร ม ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว บ า ง แ ห่ ง เ ช่ น ช ม ร ม ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว จั ง ห วั ด ฉ ะ เ ชิ ง เ ท ร า
                                                                         ้
ได้กาหนดวัตถุประสงค์ในการก่อตั้ง ข้อบังคับชมรม และผูแทนของชมรมไว้ชดเจนเป็ นลายลักษณ์อกษร       ั                        ั
อย่า งไรก็ ดี เนื่ อ งจากมิ ไ ด้มี ก ารจดทะเบี ย นไว้ก ับ หน่ ว ยราชการ เอกสารดัง กล่ า วในทางกฎหมาย
จึงเป็ นเพียงเอกสารภายในเท่านั้น อาจไม่มีผลผูกพันไปยังบุคคลภายนอกด้วย
                      2) โครงสร้างสมาพันธ์ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว
                      สมาพันธ์เป็ นการก่อตั้งโดยไม่มีรูปแบบกฎหมายรองรับ และไม่มีสถานะทางกฎหมาย
เช่ น เดี ย วกั บ ชมรมแต่ ใ นทางปฏิ บ ัติ พ บว่ า ชมรมมัก เป็ นที่ ร วมกั น ของผู ้ป ระกอบการรายย่ อ ย
และ ส่ วนใ หญ่ ม ั ก อยู่ ใ นพื้ นที่ เดี ย วกั น แต่ ส มาพั น ธ์ ม ั ก จะก าหนดใ ห้ ส มาชิ กเป็ นสมาคม
         ้
หรื อผูประกอบการรายใหญ่ การจัดตั้งเป็ นไปตามความตกลงของสมาชิกเป็ นสาคัญ
                      สมาชิ ก ของสมาพัน ธ์ ส่ ว นใหญ่ เป็ นองค์ก ร เช่ น สมาคมธุ ร กิ จ การท่ อ งเที่ ย วต่ า งๆ
การจั ด ตั้ งสมาพั น ธ์ มี รู ปแบบ ค่ อ นข้ า งเป็ นทางการ มี วั ต ถุ ประ สงค์ ตล อดจน ข้ อ บั ง คั บ
ที่ เ ป็ น ล า ย ลั ก ษ ณ์ อั ก ษ ร แ ล ะ มี ก า ร บ ริ ห า ร จั ด ก า ร ร ะ ห ว่ า ง ส ม า ชิ ก อ ย่ า ง เ ป็ น ร ะ บ บ
มีการแบ่งหน้าที่ ในสมาพันธ์ และมีการประสานงานกันระหว่างองค์กรและสมาชิ กอย่างเป็ นทางการ
เ นื่ อ ง จ า ก ไ ม่ ไ ด้ เ ป็ น อ ง ค์ ก ร ต า ม ก ฎ ห ม า ย
โครงสร้างในการบริ หารจัดการของสมาพันธ์จึงมีความเป็ นอิสระอย่างแท้จริ งไม่ยึดติดกับรู ปแบบใดๆ
และมีความแตกต่างไปตามวัตถุประสงค์ที่จดตั้ง            ั
                      จากการศึ ก ษาพบว่ า มี ส มาพัน ธ์ ที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ อุ ต สาหกรรมท่ อ งเที่ ย วอยู่ ม าก
แ ล ะ เ นื่ อ ง จ า ก ส ม า ชิ ก ข อ ง ส ม า พั น ธ์ ต่ า ง ก็ เ ป็ น ส ม า ค ม
แ ล ะ ส ม า ค ม เ อ ง มี ส ม า ชิ ก อ ยู่ จ า น ว น ม า ก ก ร ะ จ า ย ไ ป ทั่ ว ป ร ะ เ ท ศ
สมาพัน ธ์ จึ ง มี ค วามกว้า งขวางมากกว่า ชมรม และพบว่า สมาพัน ธ์ มี บ ทบาทในระดับ ประเทศ เช่ น
ส ม า พั น ธ์ ธุ ร กิ จ ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว ส่ ว น ภู มิ ภ า ค แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ซึ่ ง ผู้ แ ท น จ า ก ส ม า พั น ธ์
จานวนสี่ คนเป็ นคณะกรรมการก่อตั้งสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่ งประเทศไทยร่ วมกับผูแทนสมาคมก                     ้
ารท่องเที่ยวอื่นๆ2
                      ชมรม สมาคม และสมาพันธ์ เป็ นองค์กรเอกชนที่ ไม่แสวงหาผลกาไร ค่าใช้จ่ายต่างๆ
จึ ง มาจากค่ า สมาชิ ก เป็ นหลัก และอาจได้ม าจากเงิ น บริ จ าค และไม่ ไ ด้รั บ เงิ น อุ ด หนุ น จากภาครั ฐ
ซึ่งทาให้มีอุปสรรคในการดาเนินงาน

2
    บทเฉพาะกาล มาตรา 42 พระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2544

                                                            225
          7.1.2.2               โครงสร้างของสมาคมเกี่ยวกับการท่องเที่ยว
                              ั ้
                     ปั จจุ บ น ผูประกอบการอุ ตสาหกรรมท่ องเที่ ย วได้รวมตัวกันในรู ป ของสมาคมต่ า งๆ
ม า ก ม า ย แ ล ะ ก ร ะ จ า ย ไ ป ทั่ ว ป ร ะ เ ท ศ ห ล า ย ส ม า ค ม มี บ ท บ า ท ใ น ร ะ ดั บ ป ร ะ เ ท ศ
และมีบทบาทมากในการขยายการท่องเที่ยวของประเทศ
                     ก า ร ก่ อ ตั้ ง ส ม า ค ม เ ป็ น ไ ป ต า ม ห ลั ก เ ก ณ ฑ์ ภ า ย ใ ต้ ก ฎ ห ม า ย แ พ่ ง พ า ณิ ช ย์3
                       ั
ซึ่ งเป็ นองค์กรที่ ต้ งขึ้ นมาอันมี ล ักษณะต่อเนื่ องร่ วมกันมิ ใช่ เป็ นการหาผลกาไร หรื อรายได้ม าแบ่งกัน
ต้อ งมี ข ้อ บัง คับ และจดทะเบี ย นตามบทบัญ ญัติ แ ห่ ง ประมวลกฎหมายนี้ และมี ฐ านะเป็ นนิ ติ บุ ค คล
การก่ อ ตั้ง สมาคมจึ ง มี ล ั ก ษณะแตกต่ า งจากรู ปแบบเอกชน เนื่ อ งจากมิ ไ ด้ มุ่ ง แสวงหาผลก าไร
                 ้
แต่โดยมากผูประกอบการรวมตัวกันเพื่อให้เกิดความร่ วมมือ เพื่อให้เกิดการส่ งเสริ มการท่องเที่ยวร่ วมกัน
ห รื อ เ พื่ อ ป ร ะ โ ย ช น์ ใ น ก า ร ป ก ป้ อ ง ผ ล ป ร ะ โ ย ช น์ ท า ง ธุ ร กิ จ ร่ ว ม กั น
หรื ออื่นใดตามที่ได้ร่วมกันเข้าจัดตั้งสมาคมนั้นๆ
                     โ ค ร ง ส ร้ า ง ข อ ง ส ม า ค ม ต า ม ที่ ก ฎ ห ม า ย แ พ่ ง พ า ณิ ช ย์ ก า ห น ด
ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ผู้ ท า ห น้ า ที่ บ ริ ห า ร ง า น แ ล ะ เ ป็ น ตั ว แ ท น ข อ ง ส ม า ค ม
ซึ่ งคณะกรรมการมาจากการเลื อกตั้งของสมาชิ ก ซึ่ งแต่ละสมาคมจะกาหนดคุ ณสมบัติของสมาชิ กไว้
ส ม า ชิ ก เ ป็ น ผู ้ ค ว บ คุ ม ก า ร ท า ง า น ข อ ง ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ผ่ า น ก า ร ป ร ะ ชุ ม
ซึ่ ง ต า ม ก ฎ ห ม า ย ก า ห น ด ใ ห้ ต้ อ ง มี ก า ร ป ร ะ ใ ห ญ่ ส า มั ญ ปี ล ะ ห นึ่ ง ค รั้ ง อ ย่ า ง ไ ร ก็ ดี
เนื่ อ งจากสมาคมเป็ นองค์ก รเอกชน ซึ่ งมี ค วามเป็ นอิ ส ระ ไม่ ถู ก จ ากัด โครงสร้ า งไว้อ ย่า งเคร่ ง ครั ด
ต่างจากองค์กรภาครัฐ แต่ละสมาคมจึงสามารถกาหนดโครงสร้างขององค์กรของตนเพิ่มเติมได้เสมอ เช่น
อาจกาหนดให้มีสมาชิกหลายประเภท และมีอานาจการออกเสี ยงลงคะแนนแตกต่างกัน เป็ นต้น
                     การรวมกลุ่มของธุ รกิจการท่องเที่ยวภาคเอกชนในรู ปสมาคมปั จจุบนมี 4 รู ปแบบดังนี้      ั
                                                                    ้
                            1) สมาคมที่ เป็ นที่ รวมของผูป ระกอบการที่ เ ป็ นธุ รกิ จ ประเภทเดี ย วกัน ได้แ ก่
                                 สมาคมโรงแรมไทย สมาคมธุ ร กิ จ การท่ อ งเที่ ย ว สมาคมมัค คุ เ ทศก์ อ าชี พ
                                 สมาคมการท่องเที่ยวไทยญี่ปุ่น เป็ นต้น
                            2) ส ม า ค ม ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว ใ น ร ะ ดั บ ภู มิ ภ า ค
                                 เ พื่ อ ส่ ง เ ส ริ ม ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว ใ น ภู มิ ภ า ค ห รื อ ท้ อ ง ถิ่ น นั้ น ๆ ไ ด้ แ ก่
                                 สมาคมธุ รกิ จ ท่ อ งเที่ ย วภาคเหนื อ สมาคมธุ ร กิ จ การท่ อ งเที่ ย วพั ท ยา
                                 สมาคมธุ รกิ จการท่องเที่ยวเชี ยงใหม่ สมาคมธุ รกิ จการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต
                                 สมาคมธุ รกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา เป็ นต้น
                            3) ส ม า ค ม ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ
                                 ได้แก่ สมาคมการท่องเที่ยวเอเชี ยแปซิ ฟิก (Pacific Asia Travel

3
    มาตรา 78 ประมวลกฎหมายแพ่งพาณิ ชย์

                                                              226
                           Association–PATA) สมาคมส่ งเสริ มการท่องเที่ยวเอเชี ยตะวันออก
                           (East                 Asia Travel Association–EATA)
                           สมาคมส่ งเสริ มการประชุ มนานาชาติ ( International Congress
                           and Convention Association –ICCA) เป็ นต้น
                        4) ก า ร ร ว ม ก ลุ่ ม ร ะ ห ว่ า ง ห น่ ว ย ธุ ร กิ จ ต่ า ง ๆ
                           ในวงการการท่องเที่ยวเพื่อแลกเปลี่ยนความรู ้และประสบการณ์ซ่ ึ งกันและกัน
                           และส่ ง เสริ มธุ รกิ จร่ วมกัน เช่ น สมาคมไทยอุ ตสาหกรรมเพื่อการท่องเที่ ย ว
                           เป็ นต้น

        7.1.3 โครงสร้ างสภาอุตสาหกรรมท่ องเที่ยวแห่ งประเทศไทย (Tourism Council of
                   Thailand)
                      ส ภ า อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย เ ป็ น อ ง ค์ ก ร เ อ ก ช น
จั ด ตั้ งขึ้ นโดยพระราชบั ญ ญั ติ สภาอุ ต สาหกรรมท่ อ งเที่ ย วแห่ งประเทศไทย พ.ศ. 2544
มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2544 โดยเจตนารมณ์ ของการประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้คือ
                    “เนื่ อ งจากอุ ต สาหกรรมท่ อ งเที่ ย วเป็ นอุ ต สาหกรรมส าคัญ ที่ น ารายได้เ ข้า สู่ ป ระเทศ
จึ ง ส ม ค ว ร ใ ห้ มี ก า ร จั ด ตั้ ง ส ภ า อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ขึ้ น
เ พื่ อ เ ป็ น ตั ว แ ท น ข อ ง ผู ้ ป ร ะ ก อ บ อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว ทั้ ง ห ล า ย
อัน ก่ อ ให้ เ กิ ด การประสานงานอย่า งมี ร ะบบกับ หน่ ว ยงานที่ เ กี่ ย วข้อ งไม่ ว่า ภาครั ฐ หรื อภาคเอกชน
เ ส น อ แ น ว น โ ย บ า ย ที่ ส า คั ญ ส่ ง เ ส ริ ม ใ ห้ มี ร ะ บ บ ก า ร รั บ ร อ ง คุ ณ ภ า พ ร ะ บ บ ม า ต ร ฐ า น
แล ะ ระ บบประ กั น คุ ณ ภาพขอ งธุ รกิ จ ที่ เกี่ ย วกั บ สิ น ค้ า หรื อ บริ ก า รส าหรั บนั ก ท่ อ งเที่ ย ว
และส่ งเสริ มให้ ผู ้ ป ระกอบการท่ อ งเที่ ย วให้ มี ก ารด าเนิ นการอย่ า งมี คุ ณภาพ มี คุ ณ ธรรม
และมี จรรยาบรรณเพื่ อเสริ ม สร้ างประสิ ท ธิ ภาพของอุ ตสาหกรรมประเภทนี้ ใ ห้มี การพัฒนาก้า วหน้า
จึงต้องมีการตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ ”4
                    ส ภ า อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย คื อ
อ ง ค์ ก ร ก ล า ง ที่ ก่ อ ก า เ นิ ด ขึ้ น จ า ก พ ลั ง แ ห่ ง ค ว า ม ร่ ว ม มื อ
                               ้
และความอุตสาหะของผูประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภาคเอกชน ทั้ง 13 เขต 12 สาขาธุ รกิ จ
เพื่อทาหน้าที่เป็ นตัวแทนในการสะท้อนปั ญหาสาคัญที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเ
ท ศ พ ร้ อ ม กั บ เ ส น อ แ น ะ น โ ย บ า ย ส า คั ญ ต่ อ ภ า ค รั ฐ




4
                ้
    จากหมายเหตุทายพระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2544

                                                        227
เพื่ อสนับ สนุ นให้ป ระเทศไทยเป็ นแหล่ ง ท่ องเที่ ย วคุ ณภาพ ซึ่ ง มี ก ารบริ หารจัดการที่ มี ประสิ ทธิ ภาพ
มีการเจริ ญเติบโตอย่างยังยืน และสามารถแข่งขันในเวทีโลกได้5
                           ่
               ด้ ว ย เ ห ตุ นี้ ส ภ า อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย
ดังกล่าวจึงมีสถานะทางกฎหมายเป็ นนิ ติบุคคล6โดยมีโครงสร้างองค์กรและการบริ หารประกอบด้วยคณ
ะ ก ร ร ม ก า ร ซึ่ ง มี ที่ ม า จ า ก ทั้ ง ก ร ร ม ก า ร โ ด ย ต า แ ห น่ ง
เ ป็ น ก ร ร ม ก า ร ที่ ม า จ า ก ผู ้ แ ท น ข อ ง ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย
กรรมการที่มาจากการเลือกตั้งและกรรมการที่มาจากการแต่งตั้ง7ซึ่งแสดงไว้ในภาพที่ 7.1
               นอกจากนี้ สภาอุ ต สาหกรรมท่ อ งเที่ ย วแห่ ง ประเทศทไยยัง มี ส มาชิ ก ซึ่ งแบ่ ง ได้เ ป็ น 3
ป ร ะ เ ภ ท ไ ด้ แ ก่                              1 ) ส ม า ชิ ก ส า มั ญ ไ ด้ แ ก่
            ั
สมาคมที่จดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเพื่อดาเนิ นกิจการด้านส่ งเสริ มการประกอบอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
2 ) ส ม า ชิ ก วิ ส า มั ญ ไ ด้ แ ก่ ส ม า ค ม ที่ จั ด ตั้ ง ขึ้ น ต า ม ก ฎ ห ม า ย ไ ท ย ซึ่ ง มี สั ด ส่ ว น ผู ้ ถื อ หุ ้ น
ห รื อ ก ร ร ม ก า ร เ ป็ น ช า ว ต่ า ง ป ร ะ เ ท ศ ม า ก ก ว่ า กึ่ ง ห นึ่ ง
                 ั
และสมาคมที่จดตั้งขึ้นในต่างประเทศที่ดาเนิ นกิจกรรมส่ งเสริ มการท่องเที่ยวรวมถึงนิ ติบุคคลที่ประกอบ
อุตสากรรมท่องเที่ยว หรื อบุคคลที่มีผลงานวิชาการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 3) สมาชิ กกิตติมศักดิ์
        ู้             ้                      ้
ได้แก่ผทรงคุณวุฒิดานการท่องเที่ยวหรื อผูซ่ ึ งทาประโยชน์ให้แก่สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่ งประเทศ
ไทยหรื อ การท่ อ งเที่ ย วของประเทศ ซึ่ งคณะกรรมการเชิ ญ มาเป็ นสมาชิ ก เช่ น สมาพัน ธ์ ชมรม8
โครงสร้างของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฯ แสดงไว้ในภาพที่ 7.2
                                                                                           9
ภาพที่ 7.1                                                ่
                     แผนผังองค์ กรของสภาอุตสาหกรรมท่ องเทียวแห่ งประเทศไทย


                    คณะกรรมการ

                       ประธาน

                     รองประธาน
                                                                              เลขาธิการ
                                                                             ผู้อานวยการ
                     อนุกรรมการ




5
  สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (2546). Tourism Fun (D) Fair 2003.
6
  มาตรา 5 พระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2544
7
  มาตรา 15 พระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2544
8
  มาตรา 11,12,13 พระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยพ.ศ. 2544
9
  สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (2546). เล่ มเดิม.

                                                             228
ภาพที่ 7.2                                               ่
                       โครงสร้ างของสภาอุตสาหกรรมท่ องเทียวแห่ งประเทศไทย


                                                          คณะกรรมการ


                                                                       ่
                                             สมาชิกสภาอุตสหกรรมท่ องเทียวแ
           สมาชิกสามัญ                                                                                   สมาชิกวิสามัญ
                                                    ห่ งประเทศไทย


                                                      สมาชิกกิตติมศักดิ์

7.2                                     ่                                ่
           การดาเนินการขององค์ กรเอกชนทีมีส่วนร่ วมในการจัดการการท่องเทียว
                                                  ่
           7.2.1 การดาเนินงานขององค์ กรเอกชนทีประกอบธุรกิจการท่ องเทียว่
                          ก า ร ด า เ นิ น ง า น ข อ ง นิ ติ บุ ค ค ล เ ช่ น บ ริ ษั ท จ า กั ด ห รื อ ห้ า ง หุ ้ น ส่ ว น จ า กั ด
นั้ น ด า เ นิ น ไ ป ภ า ย ใ ต้ ห ลั ก ก า ร ข อ ง ป ร ะ ม ว ล ก ฎ ห ม า ย แ พ่ ง แ ล ะ พ า ณิ ช ย์
ในเรื่ องหุ ้ น ส่ ว นบริ ษัท ซึ่ งก าหนดลัก ษณะการค้า เป็ นงานโดยทั่ว ไป และต้อ งด าเนิ น งานตามวัต ถุ ป ระสงค์
และภายใต้ข ้อ บัง คับ ที่ ไ ด้จ ดทะเบี ย น ซึ่ งมี ค วามแตกต่ า งและหลากหลายไปตามสภาพของธุ ร กิ จ นั้ น ๆ เช่ น
ธุ ร กิ จ น า เ ที่ ย วต้ อ ง อ ยู่ ภ า ย ใ ต้ พ ร ะ ร าช บั ญ ญั ติ ธุ ร กิ จ น าเ ที่ ย ว แ ล ะ มั ค คุ เ ท ศ ก์ พ .ศ .              2535
แ ล ะ ต า ม ที่ ไ ด้ ก ล่ า ว ไ ว้ แ ล้ ว ใ น เ รื่ อ ง โ ค ร ง ส ร้ า ง ข อ ง ภ า ค เ อ ก ช น ด้ า น ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว จ ะ เ ห็ น ไ ด้ ว่ า
ธุ รกิ จที่ เกี่ ยวกับการท่องเที่ ยวมีมากมาย ดังนั้น การพิจารณาการดาเนิ นการของเอกชนจึ งต้องพิจารณาเป็ นรายๆ ไป
อย่ า งไรก็ ต าม องค์ ก รเอกชนมี ล ัก ษณะร่ ว มกั น คื อ มี ค วามประสงค์ ที่ จ ะท าก าไรสู ง สุ ด เป็ นหลัก และพบว่ า
การมุ่ ง เรื่ องก าไรท าให้ อ งค์ก รละเลยเรื่ อ งอื่ น ๆ เช่ น การท าลายสิ่ ง แวดล้อ ม เช่ น การระบายน้ าเสี ย ลงสู่ ท ะเล
ก า ร จั บ ป ล า ส ว ย ง า ม เ พื่ อ น า ไ ป ข า ย ก า ร บุ ก รุ ก ที่ ส า ธ า ร ณ ะ ป ร ะ โ ย ช น์
การหลอกลวงนั ก ท่ องเที่ ยวด้ ว ยการ ขายสิ นค้ า คุ ณภาพต่ า การ ขาดจรรยาบรรณของผู ้ ป ระกอบการ
หรื อการท่องเที่ยวที่เป็ นการทาลายชุมชนดั้งเดิม และเป็ นการทาลายการท่องเที่ยวในภาพรวม เป็ นต้น
         7.2.2 การดาเนินงานของชมรมและสมาคมการท่องเทียว                        ่
                    ช ม ร ม ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง กั บ ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว มี ม า ก ม า ย
และเนื่ อ งจากไม่ ไ ด้ มี ก ารจดทะเบี ย นไว้ก ับ ทางราชการหรื อหน่ ว ยงานใดๆ อย่ า งเป็ นรู ป ธรรม
การตรวจสอบการดาเนินการของชมรมจึงได้มาจากการสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างที่ได้เคยร่ วมกิจกรรมกั
บ ห น่ ว ย ร า ช ก า ร ใ น พื้ น ที่ ซึ่ ง พ บ ว่ า ช ม ร ม ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง มั ก จ ะ ร ว ม กั น ใ น พื้ น ที่ เ ดี ย ว กั น
แ ล ะ มี ส่ ว น ร่ ว ม ใ น ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว ข อ ง พื้ น ที่ เ ช่ น ช ม ร ม ธุ ร กิ จ โ ร ง แ ร ม ก ะ ต ะ ก ะ ร น
ไ ด้ ร่ ว ม กั บ ชุ ม ช น ใ น ก า ร ท า กิ จ ก ร ร ม ต่ า ง ๆ ช ม ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว ทั บ ส ะ แ ก
      ั
ได้จดนิ ทรรศการท่องเที่ยวในอาเภอและแนะนาแหล่งท่องเที่ยวในอาเภอ ชมรมท่องเที่ ยวจังหวัดน่ าน
ได้ร่ ว มในการจัด งานท่ อ งเที่ ย วเมื อ งน่ า น และร่ ว มท ากิ จ กรรมกับ หน่ ว ยงานการท่ อ งเที่ ย วจัง หวัด
ชมรมการท่องเที่ยวหาดป่ าตองได้ส่งเสริ มกีฬาชายหาดกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็ นต้น

                                                                     229
                     สาหรับการดาเนินงานของสมาคมดาเนินไปภายใต้หลักการของประมวลกฎหมายแพ่งแ
ล ะ พ า ณิ ช ย์ ใ น เ รื่ อ ง ข อ ง ส ม า ค ม
ซึ่ งต้องเป็ นไปตามโครงสร้างบริ หารงานตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิ ชย์กาหนดและตามวัตถุปร
ะ ส ง ค์ ที่ ไ ด้ จ ด ท ะ เ บี ย น ไ ว้ แ ล ะ ภ า ย ใ ต้ ข้ อ บั ง คั บ ที่ ไ ด้ จ ด ท ะ เ บี ย น
ซึ่ ง มี ค ว า ม แ ต ก ต่ า ง แ ล ะ ห ล า ก ห ล า ย ไ ป ต า ม ส ภ า พ ข อ ง ส ม า ค ม ธุ ร กิ จ นั้ น ๆ แ ล ะ พ บ ว่ า
ส ม า ค ม ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง กั บ ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว มี ม า ก ตั้ ง แ ต่ ภ า ค ก า ร ผ ลิ ต เ ช่ น
สมาคมผู ้ ค ้ า อั ญ มณี ไทยและเครื่ องประดั บ ภาคบริ การเช่ น สมาคมผู ้ ป ระกอบการน าเที่ ย ว
สมาคมภัตตาคารไทย สมาคมส่ งเสริ มการประชุมนานาชาติ เป็ นต้น

           ในการดาเนินการของชมรม และสมาคมมีลกษะเด่น 2 ประการ ั
          7.2.2.1              ก า ร มี ส่ ว น ร่ ว ม ใ น ก า ร พั ฒ น า ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว
                ่
           ไม่วาจะเป็ นการร่ วมมือกันในองค์กรเอง
                     ห รื อ กั บ ภ า ค รั ฐ พ บ ว่ า ต่ า ง ก็ มี ส่ ว น ร่ ว ม ใ น ก า ร ร่ ว ม กั บ ภ า ค ร า ช ก า ร
                     และท้องถิ่นในการส่ งเสริ มการท่องเที่ยว
          7.2.2.2              เ ป็ น แ ก น น า เ รี ย ก ร้ อ ง ค ว า ม ช อ บ ธ ร ร ม
           เมื่อมีผลกระทบเรื่ องผลประโยชน์อนเกี่ยวข้องกับ
                                                    ั
                     กลุ่มตน เพื่อเรี ยกร้องต่อผูที่เกี่ยวข้องและภาครัฐ
                                                  ้
           ช ม ร ม แ ล ะ ส ม า ค ม ที่ เ กี่ ย ว กั บ ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว
เป็ นที่ รว มข อง บร รด าผู้ ที่ มี คว าม รู้ ค วา มส าม าร ถ แ ล ะ มี ป ระ ส บ กา ร ณ์ ใ น ก า รท่ อง เที่ ย ว
แ ล ะ เ ป็ น เ ว ที แ ล ก เ ป ลี่ ย น ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์ โ ด ย เ ฉ พ า ะ ผู้ มี ค ว า ม ส า ม า ร ถ ด้ า น ก า ร ต ล า ด
และการจัด การการท่ อ งเที่ ย ว หากการประสานร่ ว มมื อ กัน ระหว่า งสมาชิ ก ของชมรมและสมาคม
มี ก ารประสานร่ ว มมื อ กัน ย่ อ มท าให้ เ กิ ด การพัฒ นาด้า นการท่ อ งเที่ ย วได้เ ป็ นอย่ า งดี อย่ า งไรก็ ดี
ก า ร ร ว ม ตั ว กั น แ ล ะ ก า ร ด า เ นิ น ก า ร ยั ง มี อุ ป ส ร ร ค ที่ ต้ อ ง ก ล่ า ว ถึ ง อี ก ห ล า ย ป ร ะ ก า ร
ซึ่ งจะได้กล่าวต่อไปในบทวิเคราะห์ปัญหาข้อเสนอแนะ
          7.2.3 การดาเนินงานของสภาอุตสาหกรรมท่ องเทียวแห่ งประเทศไทย  ่
                      ส ภ า อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย
มี ภ า ร กิ จ ห ลั ก ต า ม ที่ พ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ ส ภ า อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ก า ห น ด
ต้ อ งด าเนิ นการภายใต้ โ ครงสร้ างการจั ด การตามที่ ได้ ก ล่ า วมาแล้ ว เรื่ องโครงสร้ างในหั ว ข้ อ 7.1.3
                                              ่
สาหรับการดาเนินการของสภาฯ ต้องอยูภายใต้กรอบวัตถุประสงค์ตามกฎหมายดังกล่าวคือ10



10
     มาตรา 6 พระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยพ.ศ. 2544



                                                              230
         7.2.3.1                             ้
                             เป็ นตัวแทนของผูประกอบการท่องเที่ยวในด้านการประสานงานอย่าง
มีระบบ
               ระหว่างรัฐกับเอกชนและเอกชนกับเอกชนด้วยกัน
         7.2.3.2      ส่ งเสริ มให้มีการพัฒนาการประกอบอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
         7.2.3.3      ส่ งเสริ มให้มีการอนุ รักษ์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี สถานที่ท่องเที่ยว
โบราณ
                 สถาน และสิ่ งแวดล้อม รวมทั้งเอกลักษณ์ของความเป็ นไทย
           7.2.3.4          ส่ งเสริ มให้มีจรรยามารยาทในการท่องเที่ยว
           7.2.3.5          ส่ ง เ ส ริ ม ใ ห้ มี ร ะ บ บ รั บ ร อ ง คุ ณ ภ า พ
ระบบมาตรฐานและระบบประกันคุณภาพ
                 ธุ รกิจที่เกี่ยวกับสิ นค้าหรื อบริ การสาหรับนักท่องเที่ยว
           7.2.3.6                                       ้
                            ควบคุมดูแลให้สมาชิ กผูประกอบอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวดาเนิ นกา
รอย่างมี
                 คุณภาพ และคุณธรรมจรรยาบรรณ
           7.2.3.7          ส่ ง เ ส ริ ม ส นั บ ส นุ น ก า ร ศึ ก ษ า ค้ น ค ว้ า วิ จ ั ย ท ด ล อ ง อ บ ร ม
            ิ
เผยแพร่ วชาการและ
                 เ ท ค โ น โ ล ยี เ กี่ ย ว กั บ อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว ใ ห้ กั บ ส ม า ชิ ก
                 หรื อจัดเป็ นบริ การแก่บุคคลทัวไป   ่
           7.2.3.8          ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ ขอมูลข่าวสารเกี่ยวกับอุตสาหกรรมท่องเที่
                                                               ้
ยวต่อ
                 สมาชิกและบุคคลทัวไปทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ
                                          ่
           7.2.3.9          เสนอความเห็นหรื อให้คาปรึ กษาต่อคณะรัฐมนตรี ในเรื่ องเกี่ยวกับอุตส
าหกรรม
                 ท่องเที่ยว
           7.2.3.10 ให้ความร่ วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการ
ส่ งเสริ ม
                 กิจการด้านการท่องเที่ยวทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ
           7.2.3.11 คุมครองและรักษาผลประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว
                                ้
           7.2.3.12 ส่ งเสริ มให้องค์กรปกครองส่ วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่ วมในอุตสาหกร
รมท่อง
                 เที่ยว
           7.2.3.13 ศึกษาและหาทางแก้ไขปั ญหาเกี่ยวกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

                                               231
                   7.2.3.14            ดาเนินกิจการอื่นใดที่เป็ นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว
                   7.2.3.15            ส่ งเสริ มให้องค์กรปกครองส่ วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่ วมในอุตสาหกร
         รมท่อง
                                                                         เที่ยว
                     ต า ม วั ต ถุ ป ร ะ ส ง ค์ ที่ ไ ด้ ก า ห น ด ไ ว้
                                                             ั
สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่ งประเทศไทยจึงมีพนธกิ จอย่างกว้างขวางมากมาย ซึ่ งพอสรุ ปได้เป็ น 2
ประการคือ
                     ประการแรก กระท าการส่ ง เสริ มพัฒ นาการท่ อ งเที่ ย วของประเทศให้ ก้ า วหน้ า
และมีคุณภาพ ไม่วาด้านใด่
                     ประการที่ ส อง เป็ นตัวแทนในการประสานงานอย่างมี ระบบระหว่างรั ฐและเอกชน
แ ล ะ ร ะ ห ว่ า ง เ อ ก ช น ด้ ว ย กั น เ อ ง
และรวมถึ งการให้องค์กรส่ วนท้องถิ่ นเข้ามามีส่วนร่ วมในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างเป็ นระบบด้วย
ทั้งด้านการส่ งเสริ มการท่องเที่ยวและการแก้ไขปั ญหาร่ วมกัน
                     กฎหมายห้ามสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศทไยกระทาการที่เป็ นการแข่งขันโ
ดยไม่ เ ป็ นธรรม หรื อเป็ นการจ ากั ด ทางด้ า นการค้ า เพื่ อ เป็ นการผู ก ขาดอุ ต สาหกรรมท่ อ งเที่ ย ว
                         ั                                          ้
เว้นแต่เป็ นการปฏิ บติตามนโยบายแห่ งรั ฐเพื่อเป็ นการคุ มครองอุ ตสาหกรรมท่องเที่ ยวของประเทศ11
เพื่ อ ให้ ส ภาได้ มี บ ทบาทในการส่ งเสริ มการท่ อ งเที่ ย วอย่ า งแท้ จ ริ ง และรายได้ ข องสภา
ส่ ว น ใ ห ญ่ ม า จ า ก ค่ า ล ง ท ะ เ บี ย น ค่ า บ า รุ ง ค่ า บ ริ ก า ร ที่ เ รี ย ก เ ก็ บ จ า ก ส ม า ชิ ก
หรื อรายได้อื่นนอกเหนือจากค่าสมาชิกได้ 12
                    แ ม้ ส ภ า อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย จ ะ เ ป็ น นิ ติ บุ ค ค ล
แ ต่ ต้ อ ง ด า เ นิ น ก า ร ภ า ย ใ ต้ ก า ร ค ว บ คุ ม ข อ ง รั ฐ13
                     ่
โดยให้รัฐมนตรี วาการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีอานาจในการกากับดูแลให้กรรมการของสภาอุต
ส         า       ห        ก       ร        ร       ม        ท่       อ        ง      เ      ที่     ย        ว         ฯ
วางนโยบายและดาเนินการให้เป็ นไปตามวัตถุประสงค์ของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่ งประเทศไทย
ใ ห้ มี ก า ร ส อ บ ส ว น ข้ อ เ ท็ จ จ ริ ง ใ น ก า ร ด า เ นิ น ง า น ข อ ง ส ภ า อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว ฯ
ใ ห้ มี ก า ร ชี้ แ จ ง ก า ร ท า ง า น ข อ ง ส ภ า อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย
                                                         ั
ตลอดจนให้ส ภาระงับ การด าเนิ นการใดๆ ที่ ข ด ต่ อ กฎหมาย นโยบายของรั ฐบาล มติ ค ณะรั ฐมนตรี
ข้ อ บั ง คั บ ห รื อ วั ต ถุ ป ร ะ ส ง ค์ ข อ ง ส ภ า อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว ฯ แ ล ะ เ มื่ อ ป ร า ก ฏ ว่ า


11
   มาตรา 7 พระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2544
12
   มาตรา 9 พระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2544
13
   มาตรา 35 พระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2544

                                                         232
ส ภ า อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว ฯ
หรื อกรรมการไม่ ป ฏิ บ ั ติ ต ามค าสั่ ง ของรั ฐ มนตรี ว่ า การกระทรวงการท่ อ งเที่ ย วและการกี ฬ า
หรื อกระท าการอั น ใดอั น เป็ นการขั ด ต่ อ วั ต ถุ ประสงค์ ข องสภาอุ ต สาหกรรมท่ อ งเที่ ย วฯ
หรื อเป็ นภัย ต่ อ ระบบเศรษฐกิ จ ความมั่น คงของประเทศ หรื อความสงบเรี ยบร้ อ ยของประเทศ
ห รื อ ศี ล ธ ร ร ม อั น ดี ข อ ง ป ร ะ ช า ช น
              ่
ให้รัฐมนตรี วาการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีคาสั่งให้กรรมการทั้งคณะหรื อกรรมการคนใดคนหนึ่
งพ้ น จากต าแหน่ ง ได้ 14          ปั จ จุ บ ั น สมาชิ ก สภาอุ ต สาหกรรมท่ อ งเที่ ย วแห่ ง ประเทศไทย
ได้ตกลงร่ วมกันแปลเขตพื้นที่ออกเป็ น 13 เขตทัวประเทศ15เพื่อให้มีการประสานงานกันในระดับเขต
                                                    ่
ซึ่ ง จ ะ ท า ใ ห้ มี ผ ล ดี ใ น ก า ร ป ร ะ ส า น ง า น ไ ด้ ทั่ ว ถึ ง ทั่ ว ป ร ะ เ ท ศ ไ ด้
แ ล ะ ใ ห้ ส ม า ชิ ก ใ น เ ข ต มี ก า ร ติ ด ต่ อ กั น ไ ด้ อ ย่ า ง ส ะ ด ว ก ขึ้ น
และเป็ นผลดีในการกระจายข่าวสารข้อมูลได้อย่างทัวถึงได้เป็ นอย่างดี
                                                       ่

7.3 การประสานงานระหว่ างองค์ กรเอกชนในการจัดการอุตสาหกรรมท่ องเทียว                           ่
                    เนื่ องจากการจัดการการท่องเที่ ยวมีองค์ประกอบที่เกี่ ยวข้องหลายฝ่ ายตั้งแต่ผูมาเยือน            ้
อ ง ค์ ก ร ภ า ค รั ฐ ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง กั บ ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว ผู ้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว ต่ า ง ๆ
ห รื อ แ ม้ แ ต่ อ ง ค์ ก า ร ห รื อ บุ ค ค ล ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง โ ด ย อ้ อ ม ทั้ ง ห ล า ย
แม้ ก ระทั่ ง ประชาชนทั่ ว ไปในฐานะที่ เ ป็ นเจ้ า บ้ า น การประสานกั น เพื่ อ ให้ กิ จ การต่ า งๆ
ดาเนิ นไปได้จึง เกิ ดขึ้ นตลอดเวลา และการประสานที่ ดีย่อมก่ อให้เกิ ดการส่ ง เสริ มการท่ องเที่ ยวด้วย
ในบทนี้จะกล่าวถึงการประสานงานระหว่าง

14
    มาตรา 38 พระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พศ. 2544
15
   เขต 1 เแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลาพูน ลาปาง ตาก กาแพงเพชร
  เขต 2 เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์
 เขต 3 เลย หนองคาย อุดรธานี หนองบัวลาพู ขอนแก่น สกลนคร นครพนม
 เขต 4 กาฬสิ นธ์ มุกดาหาร อานาจเจริ ญ ยโสธร ศรี สะเกษ อุบลราชธานี
 เขต 5 มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ นครราชสี มา
                        ั
 เขต 6 นครสวรรค์ อุทยธานี ชัยนาท สิ งห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง นครศรี อยุธยา สุพรรณยุรี นครปฐม กาญจนบุรี
 เขต 7 ปทุมธานี นนทบุรี ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขนธ์ ั
 เขต 8 สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ ชลบุรี
 เขต 9 ระยอง จันทบุรี ตราด
 เขต 10 ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี
 เขต 11 พังงา กระบี่ ภูเก็ต
 เขต 12 นครศรี ธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล
 เขต 13 สงขลา ปั ตตานี นราธิ วาส

                                                            233
                                                     ่                      ่ ่
          7.3.1 การประสานงานกันระหว่ างองค์ กรเอกชนทีประกอบธุรกิจการท่ องเทียวทีม่ ุงแสวงหา
ผลกาไร
                    โ                 ด                  ย                 ทั่               ว                ไ                 ป
ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องต่างต้องประสานกันเองเพื่อให้มีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันเพื่อให้การดาเนิ นธุ รกิจของตน
                                                                   ้                     ้
ดาเนิ นไปได้ในตลาดการท่องเที่ยว ซึ่ งประกอบด้วย ผูซ้ื อ สิ นค้า และผูผลิ ต เช่ นเดี ยวกับธุ รกิ จอื่นๆ เช่ น
บริ ษัท น าเที่ ย วต้อ งประสานกั บ โรงแรม กับ ผู ้ป ระกอบการรถโดยสาร กั บ สายการบิ น เป็ นต้น
แ ล ะ มุ่ ง ที่ จ ะ ใ ห้ มี ก า ร แ ส ว ง ห า ผ ล ก า ไ ร ร่ ว ม กั น เ ป็ น ห ลั ก
การประ ส านกั น อาจอยู่ ใ นรู ปของก ารตก ล งที่ เป็ นรู ปธ รรม เช่ น ก ารท าสั ญ ญาร่ วมกั น
ก า ร ว า ง แ ผ น ก า ร ต ล า ด ร่ ว ม กั น ก า ร จั ด กิ จ ก ร ร ม ค ว า ม ร่ ว ม มื อ ต่ า ง ๆ
ห รื อ ก า ร ล ง ทุ น ร่ ว ม กั น ใ น ก า ร ท า ธุ ร กิ จ ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง กั บ ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว ต่ า ง ๆ
หรื อการตกลงที่ไม่เป็ นรู ปธรรมเช่น การเลือกที่จะเข้าไปบริ โภคที่ร้านอาหารใด เป็ นต้น
                    จ           า        ก          ศึ        ก            ษ         า          พ          บ         ว่         า
ก า ร ป ร ะ ส า น ป ร ะ โ ย ช น์ ใ น อ ง ค์ ก ร จ ะ เ กิ ด ขึ้ น เ มื่ อ มี ผ ล ป ร ะ โ ย ช น์ ร่ ว ม กั น ม า ก ก ว่ า
ก า ร ป ร ะ ส า น กั น เ พื่ อ ใ ห้ เ กิ ด ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว ที่ ยั่ ง ยื น แ ต่ ที่ เ ป็ น ผ ล ร้ า ย ไ ป ก ว่ า นั้ น คื อ
การเกิดปั ญหาการแข่งขันกันในลักษณะที่ไม่เป็ นผลดีต่อส่ วนรวม เช่น การร่ วมมือกันจัดทัวร์ ศูนย์เหรี ยญ
ที่ ต ั ด ราคาโดยไม่ ค านึ งถึ ง คุ ณ ภาพของการบริ การ การหลอกลวงเรื่ องคุ ณ ภาพของสิ นค้ า
ก า ร ใ ห้ บ ริ ก า ร เ ซ็ ก ทั ว ร์                                                                   เ ป็ น ต้ น
ซึ่ งเป็ นผลลบต่อภาพลักษณ์ของประเทศและมีผลเสี ยกับการท่องเที่ยวในระยะยาว
                                                                               ่
            7.3.2 การประสานงานกันระหว่ างองค์ กรเอกชนทีเ่ กียวกับการท่ องเทียวทีมิได้ ม่ ุงแสวงหาผล่ ่
กาไร
                          7.3.2.1 การประสานงานในรู ปแบบชมรมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
                    ก า ร จั ด ตั้ ง ช ม ร ม มั ก อ ยู่ ใ น ห มู่ ข อ ง ผู ้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร ที่ ใ ก ล้ ชิ ด กั น ใ น พื้ น ที่
และมักจะเป็ นพื้นที่ขนาดเล็กมากกว่า การประสานงานจึงไม่ได้กว้างขวางหรื อมีเครื อข่ายมากนัก เช่ น
ชมรมธุ ร กิ จก ารท่ องเที่ ย ว จั ง หวั ด พ ระ นคร ศรี อยุ ธ ย า ชมรม ธุ รกิ จโร งแรมก ะ ตะ ก ะ ร น
ชมรมการท่ อ งเที่ ย วทับ สะแก ชมรมการท่ อ งเที่ ย วจัง หวัด น่ า น ชมรมผู ้ป ระกอบการร้ า นอาหาร
จังหวัดกาญจนบุรี ชมรมมัคคุเทศก์เชียงราย เป็ นต้น
                    เ นื่ อ ง จ า ก ร ว ม ตั ว กั น เ ป็ น ไ ป ต า ม อั ธ ย า ศั ย เ ป็ น ก า ร ร ว ม ตั ว กั น ข อ ง บ ริ ษั ท
ห รื อ ห น่ ว ย ธุ ร กิ จ ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง กั บ ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว โ ด ย มิ ไ ด้ มี ก า ร จ ด ท ะ เ บี ย น
ห รื อ จั ด ตั้ ง ขึ้ น โ ด ย ผ่ า น แ บ บ พิ ธี ท า ง ก ฎ ห ม า ย
ทาให้การพิจารณาถึงระบบการประสานงานโดยองค์กรรู ปแบบนี้ ไม่สามารถทาความเข้าใจได้จากเอกสา
รในทางกฎหมาย แต่ ต้อ งพิ จ ารณาระบบการประสานงานจากกิ จ กรรมที่ ไ ด้ล งมื อ กระท ากัน จริ ง
ซึ่ งในเบื้ อ งต้ น จะพบว่ า ระบบการประสานงานโดยองค์ ก รเหล่ า นี้ มัก เป็ นเรื่ องตามอัธ ยาศัย

                                                             234
ไ ม่ ไ ด้ มี ก า ร จั ด ป ร ะ ชุ ม ห รื อ มี ว า ร ะ เ ป็ น ท า ง ก า ร
และต้องอาศัยความร่ วมมือของเหล่าสมาชิกเป็ นสาคัญเพื่อให้กิจกรรมขององค์กรรู ปแบบนี้ดาเนินไปได้
                        อ ย่ า ง ไ ร ก็ ดี ช ม ร ม ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว ห ล า ย แ ห่ ง เ ช่ น
ชมรมธุ รกิจการท่องเที่ยวจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็ นต้น ได้กาหนดการก่อตั้ง วัตถุประสงค์ ระเบียบข้อบังคับ
                                                                ั
คุ ณสมบัติของสมาชิ กของชมรมไว้เป็ นลายลักษณ์ อกษร เพื่อความเข้าใจที่ ตรงกันในการก่ อตั้งชมรม
ซึ่ ง วั ต ถุ ป ร ะ ส ง ค์ ส่ ว น ม า ก ใ ก ล้ เ คี ย ง กั น ก ล่ า ว คื อ
เพื่ อ ควา มสั ม พั น ธ์ อั น ดี ระ ห ว่ า ง ผู ้ ป ร ะ ก อ บก า รปร ะ เภ ทเดี ย วกั น ที่ อยู่ ใ นพื้ น ที่ เดี ย วกั น
และเพื่อการยกระดับการประกอบประกอบธุ รกิ จในพื้นที่ และเพื่อปกป้ องสิ ทธิ ประโยชน์ของสมาชิ ก
                                           ั
และทาให้การประสานงานทาได้ชดเจนระหว่างสมาชิกด้วยกัน
                        การประสานงานของชมรมกับบุคคลภายนอก เป็ นเรื่ องที่ไม่ค่อยมีประสิ ทธิ ภาพมากนัก
เพราะชมรมไม่ได้มีฐานะเป็ นทางการ และไม่ได้มีการกาหนดบทบาทของบุคคลในชมรมไว้ชดเจน เช่ น                           ั
เรื่ องผู ้ใ ดเป็ นผู ้แ ทน และไม่ ไ ด้จ ดทะเบี ย นไว้ก ับ ราชการเช่ น เดี ย วกับ สมาคม หรื อบริ ษ ัท จ ากัด
บุ ค คลภายนอกย่ อ มไม่ ค่ อ ยมี ค วามเชื่ อมั่ น มากนั ก ในการติ ด ต่ อ ประสานงาน อย่ า งไรก็ ดี
แ ม้ บ า ง ช ม ร ม จ ะ ไ ด้ มี เ อ ก ส า ร ชั ด เ จ น ถึ ง ห น้ า ที่ ข อ ง บุ ค ค ล ใ น ช ม ร ม
แต่ในทางกฎหมายเอกสารดังกล่าวถือเป็ นเอกสารภายใน และไม่อาจผูกพันบุคคลภายนอก
                        ก า ร ร ว ม ตั ว ใ น รู ป ช ม ร ม ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง กั บ ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว
ยั ง ก ร ะ จุ ก อ ยู่ ใ น ห มู่ ข อ ง ผู ้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร ที่ อ ยู่ ใ น พื้ น ที่ เ ดี ย ว กั น
การประสานงานจึงมักเป็ นเรื่ องการจัดกิ จการในเขตพื้นที่ สร้างเสริ มความสัมพันธ์อนดี ในหมู่สมาชิ ก     ั
เมื่ อ มี ก ารจัด งานหรื อมี เ ทศการต่ า งๆ และมี ก ารแลกเปลี่ ย นข้ อ มู ล หรื อความช่ ว ยเหลื อ ต่ า งๆ
ตามวาระหรื อโอกาส ไม่ได้มีบทบาทที่ขยายออกไปมาก
                       7.3.2.2               การประสานงานในรู ปแบบสมาพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเ
              ที่ยว
                        สมาพัน ธ์ เป็ นการรวมตัว ของกลุ่ ม เอกชนที่ ท าธุ ร กิ จ เกี่ ย วข้อ งกับ การท่ อ งเที่ ย ว
                                 ้
ที่ ไ ม่ มี รูป แบบก่ อตั้ง ที่ ตองจดทะเบี ย นเป็ นทางการ สมาชิ ก ของสมาพันธ์ ไ ด้แก่ สมาคม หรื อ ชมรม
ซึ่ ง แ ล้ ว แ ต่ ว่ า ใ น ก า ร ก่ อ ตั้ ง จ ะ ป ร ะ ส ง ค์ ใ ห้ ก ลุ่ ม ธุ ร กิ จ ลั ก ษ ณ ะ ใ ด เ ข้ า เ ป็ น ส ม า ชิ ก
ซึ่ งข้อแตกต่างของสมาชิกของชมรมกับสมาชิกของสมาพันธ์คือ สมาชิกของชมรมอาจเป็ นบุคคลธรรมดา
ห รื อ เ ป็ น นิ ติ บุ ค ค ล แ ต่ ส ม า ชิ ก ข อ ง ส ม า พั น ธ์ ต้ อ ง เ ป็ น รู ป แ บ บ อ ง ค์ ก ร ที่ ชั ด เ จ น ก ว่ า
ท า ใ ห้ ส ม า พั น ธ์ มี ค ว า ม ก ว้ า ง ข ว า ง ก ว่ า ก า ร ร ว ม ตั ว ใ น รู ป แ บ บ ข อ ง ช ม ร ม ม า ก ไ ด้ แ ก่
สมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่ วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย
                        ก า ร จั ด ตั้ ง เ ป็ น ไ ป ต า ม ค ว า ม ต ก ล ง ข อ ง ส ม า ชิ ก เ ป็ น ส า คั ญ
แ ต่ เ นื่ อ ง จ า ก ส ม า ชิ ก ข อ ง ส ม า พั น ธ์ ส่ ว น ใ ห ญ่ เ ป็ น อ ง ค์ ก ร เ ช่ น ส ม า ค ม ต่ า ง ๆ
ย่ อ ม ต้ อ ง ก า ร ค ว า ม ชั ด เ จ น ใ น ก า ร เ ข้ า ร่ ว ม เ ป็ น ส ม า ชิ ก ดั ง นั้ น จึ ง พ บ ว่ า

                                                           235
การจั ด ตั้ ง สมาพัน ธ์ จึ ง มี รู ปแบบอย่ า งเป็ นทางการ มี ว ัต ถุ ป ระสงค์ ตลอดจน ข้ อ บั ง คั บ ต่ า งๆ
ที่ เ ป็ น ล า ย ลั ก ษ ณ์ อั ก ษ ร แ ล ะ มี ก า ร บ ริ ห า ร จั ด ก า ร ร ะ ห ว่ า ง ส ม า ชิ ก อ ย่ า ง เ ป็ น ร ะ บ บ
มีการแบ่งหน้าที่ในสมาพันธ์ และมีการประสานงานกันระหว่างองค์การและสมาชิกอย่างเป็ นทางการ
                      ก ารประ ส านงานใ นระ หว่ า งส มาชิ ก ของส มาพั น ธ์ จึ งมี ความเป็ นชั ด เจ น
ต า ม ก ฎ ร ะ เ บี ย บ ที่ ไ ด้ ว า ง ไ ว้
ทาให้สมาพันธ์ ส่วนมากมี การประสานกันอย่างต่อเนื่ องส่ วนมากจะอยู่ในรู ปของการประชุ มสัมมนา
ร่ ว ม แ ส ด ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น
ก่อให้เกิดบทบาทในสังคมการท่องเที่ยวได้อย่างเป็ นรู ปธรรมสมาชิ กของสมาพันธ์ ที่เป็ นสมาคมต่างๆ
ส่ วนมากมักจะเป็ นสมาคมต่างๆ ที่กระจายไปทัวประเทศ เมื่อรวมกันเป็ นสมาพันธ์จึงมีความกว้างขวาง
                                                         ่
แ ล ะ มี บ ท บ า ท ใ น ร ะ ดั บ ป ร ะ เ ท ศ
และเป็ นองค์ประกอบสาคัญในการประสานประโยชน์ต่างๆในการพัฒนาการท่องเที่ยวได้เป็ นอย่างดี
                      อ ย่ า ง ไ ร ก็ ดี ยั ง มี ส ม า พั น ธ์ ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง กั บ ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว อื่ น ๆ อี ก
ที่ จั ด ตั้ ง ขึ้ น ใ น ภู มิ ภ า ค ต่ า ง ๆ ซึ่ ง ก็ มี บ ท บ า ท ห น้ า ที่ ค ล้ า ย ๆ
กั บ ส ม า พั น ธ์ ธุ ร กิ จ ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว ส่ ว น ภู มิ ภ า ค แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย
แต่จะจากัดพื้นที่ขอบเขตการทางานในภูมิภาคที่สมาพันธ์น้ นตั้งขึ้นมา        ั
              7.3.3 ระบบการประสานงานโดยสมาคมธุรกิจการท่ องเทียว                    ่
                      ก า ร ป ร ะ ส า น ง า น โ ด ย ส ม า ค ม ธุ ร กิ จ ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว
ทั้งที่แสดงหาผลกาไรและมิได้มุ่งแสวงหาผลกาไรมีจุดเริ่ มต้นจากการรวมตัวกันของผูประกอบการท่องเ            ้
ที่ ย ว ที่ อ า จ เ ป็ น นิ ติ บุ ค ค ล เ ช่ น บ ริ ษั ท จ า กั ด
หรื อหน่ ว ยธุ รกิ จ การท่ อ งเที่ ย วที่ เ ข้ า ร่ วมเป็ นสมาชิ กของสมาคมที่ จ ั ด ตั้ งขึ้ นตามกฎหมาย
ต า ม ที่ ไ ด้ ก ล่ า ว ถึ ง ไ ป แ ล้ ว เ รื่ อ ง โ ค ร ง ส ร้ า ง ข อ ง ส ม า ค ม
ซึ่ ง วิธี ก ารประสานงานกันของสมาคมเป็ นไปตามตราสารจัดตั้ง ภายใต้ข ้อบัง คับ และวัตถุ ป ระสงค์
ข้อบังคับ ที่ได้จดทะเบียนไว้ และมักจะผ่านการประชุมร่ วมกัน เป็ นต้น
                      อ          ย่         า         ง           ไ            ร          ก็        ต           า            ม
พ บ ว่ า ห ล า ย ส ม า ค ม ไ ด้ มี กิ จ ก ร ร ม ร่ ว ม กั น โ ด ย เ ฉ พ า ะ ส ม า ค ม ที่ อ ยู่ ใ น ท้ อ ง ถิ่ น เ ดี ย ว กั น
มี ก า ร ป ร ะ ส า น ที่ เ ป็ น ก า ร มี ส่ ว น ร่ ว ม ใ น ง า น ต่ า ง ๆ ข อ ง ท้ อ ง ถิ่ น นั้ น ๆ ด้ ว ย เ ช่ น
ก า ร เ ข้ า ร่ ว ม เ ท ศ ก า ล ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว ข อ ง จั ง ห วั ด ก า ร จั ด เ ท ศ ก า ล ป ร ะ จ า ปี
หรื อการจัดรายการส่ งเสริ มการขายต่างๆ ร่ วมกัน เป็ นต้น
              7.3.4 ระบบการประสานงานโดยสภาอุตสาหกรรมท่ องเทียวแห่ งประเทศไทย         ่
                      ผู ้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร ใ น พื้ น ที่ เ ดี ย ว กั น
หรื อ ผู้ ป ร ะ ก อ บ ก า รที่ มี ธุ ร กิ จส า ข า อ าชี พ เ ดี ย ว กั น ไ ด้ ร ว มกั น เ ป็ น ส ม า ค ม ต าม ก ฎ ห ม า ย
ห รื อ ร ว ม กั น เ ป็ น ช ม ร ม ห รื อ ก า ร ร ว ม ตั ว แ บ บ ส ม า พั น ธ์

                                                            236
เพื่ อ ที่ จะ ได้ มี ก ารประ ส า นกั น ใ นระ ห ว่ า งส มาชิ ก ใ ห้ เ กิ ดก ารส ร้ างส รรค์ อ ย่ า งรอบด้ า น
แ ล ะ ร่ ว ม มื อ กั น แ ก้ ไ ข ปั ญ ห า อ ย่ า ง เ ป็ น อั น ห นึ่ ง อั น เ ดี ย ว
ร ว ม ทั้ ง ส า ม า ร ถ ร ว ม ตั ว กั น ป ก ป้ อ ง ผ ล ป ร ะ โ ย ช น์ ใ น ก ลุ่ ม ไ ด้ อ ย่ า ง ไ ร ก็ ต า ม
เ นื่ อ ง จ า ก อุ ต ส า ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย ห ล า ย อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ เ ช่ น
เ รื่ อ ง ก า ร อ า น ว ย ค ว า ม ส ะ ด ว ก ใ ห้ นั ก ท่ อ ง เ ที่ ย ว ก า ร ใ ช้ ท รั พ ย า ก ร ธ ร ร ม ช า ติ
ซึ่งในหลายกรณี มีผลกระทบกับสิ่ งแวดล้อมหรื อความจาเป็ นและความต้องการการสนับสนุนด้านโครงส
ร้ า ง พื้ น ฐ า น ท า ใ ห้ ภ า ค เ อ ก ช น ต้ อ ง มี ก า ร ป ร ะ ส า น ง า น กั บ ภ า ค ร า ช ก า ร ด้ ว ย
ห รื อ ใ น ก า ร พั ฒ น า ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว ปั จ จุ บั น ยั ง ต้ อ ง อ ยู่ ภ า ย ใ ต้ แ ผ น ยุ ท ธ ศ า ส ต ร์
แ ผ น พั ฒ น า ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ห่ ง ช า ติ แ ล ะ เ กี่ ย ว ข้ อ ง กั บ ก ฎ ห ม า ย ม า ก ม า ย
การจัดตั้งสภาอุสาหกรรมท่องเที่ยวแห่ งประเทศไทยขึ้นมาเพื่อให้เป็ นองค์กรที่เป็ นตัวแทนของภาคเอกช
น
จึงช่วยให้เกิดการประสานงานระหว่างภาครัฐและเอกชนอย่างเป็ นระบบและสามารถแก้ไขปั ญหาเกี่ยวกั
บการท่องเที่ยวอย่างเป็ นรู ปธรรมได้ในระดับหนึ่ง เป็ นต้น
                      ภายใต้พระราชบัญญัติ สภาอุ ตสาหกรรมท่องเที่ ยวแห่ งประเทศไทย พ.ศ. 2544
ก า ร บ ริ ห า ร ส ภ า อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย
ตลอดจนการประสานงานของสมาชิ กต้องเป็ นไปตามที่ได้กาหนด ไว้และภายใต้การกากับดูแลของรัฐ
ภาพการประสานงานแสดงได้ในภาพที่ 7.3

ภาพที่ 7.3                                            ่
                  การประสานงานของสภาอุตสาหกรรมท่ องเทียวแห่ งประเทศไทย


         กรรมการซึ่งเป็ นตัวแทนจากทั้ง                                     สมาชิกของสภาอุตสาหกรรม
              รัฐบาลและเอกชน                                                        ่
                                                                            ท่ องเทียวแห่ งประเทศไทย

                                         สมาชิกของสมาคมต่ างๆ ซึ่งเป็ น
                                                ผู้ประกอบการ
                  ก า ร ป ร ะ ส า น ง า น ข อ ง ส ภ า อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย
บ ริ ห า ร ง า น ผ่ า น ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ก ฎ ห ม า ย จึ ง ก า ห น ด ใ ห้ ก ร ร ม ก า ร ข อ ง ส ภ า ฯ
มาจากการเลือกตั้งและการแต่งตั้งจากสมาชิกของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่ งได้แก่
                  7.3.4.1           ส ม า ชิ ก ส า มั ญ ไ ด้ แ ก่ ส ม า ค ม ที่ ตั้ ง ขึ้ น ต า ม ก ฎ ห ม า ย ไ ท ย
                ั
         ซึ่งมีวตถุประสงค์และ




                                                       237
                             ด าเนิ นกิ จ การเพื่ อ การส่ งเสริ มการประกอบอุ ต สาหกรรมท่ อ งเที่ ย ว
                             โ ด ย ก ร ร ม ก า ร จ า น ว น กึ่ ง ห นึ่ ง
                             และสมาชิกของสมาคมทั้งหมดจานวนเกินกึ่งหนึ่งมีสัญชาติไทย16
                 7.3.4.2               ส ม า ชิ ก วิ ส า มั ญ ไ ด้ แ ก่
         17
                        ั                            ั
             สมาคมที่ต้ งขึ้นตามกฎหมายไทยมีวตถุประสงค์และ
                             ดาเนินการเพื่อส่ งเสริ มการประกอบอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่มิใช่สมาคมตามมา
                             ต ร า 12 ห รื อ ส ม า ค ม ที่ ตั้ ง ขึ้ น ต า ม ก ฎ ห ม า ย ต่ า ง ป ร ะ เ ท ศ
                                     ั
                             ซึ่ งมีวตถุประสงค์และดาเนิ นการเพื่อส่ งเสริ มการประกอบอุตสาหกรรมท่องเที่
                             ยว และนิ ติ บุ ค คลที่ ต้ ัง ขึ้ นตามกฎหมายซึ่ งประกอบอุ ตสาหกรรมท่ องเที่ ย ว
                             หรื อบุคคลที่มีผลงานทางวิชาการเกี่ยวกับการท่องเที่ยวหรื อคุณสมบัติที่กาหนด
                             ในข้อบังคับ
                 7.3.4.3               ส ม า ชิ ก กิ ต ติ ม ศั ก ดิ์ ไ ด้ แ ก่
           ้
         ผูทรงคุณวุฒิในด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวหรื อผูซ่ ึ ง      ้
                             ท า ป ร ะ โ ย ช น์ ใ ห้ แ ก่ ส ภ า ห รื อ ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ
                             ซึ่ งกรรมการเชิญมาเป็ นสมาชิกกิตติมศักดิ์

                  1) บทบาทของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่ประเทศไทยในการประสานงานระหว่าง
                     เอกชนและเอกชน
                  สมาชิ กของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่ งประเทศไทยมาจากภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกั
บก ารท่ อ งเที่ ย ว และ เนื่ องจากส มาชิ กส ามั ญ ต้ อ งเป็ นสมาคมที่ ด าเนิ นกิ จการท่ อ งเที่ ย ว
แ ล ะ ส ม า ค ม เ อ ง เ ป็ น ที่ ร ว ม ตั ว กั น ข อ ง ผู ้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร ก ร ะ จ า ย อ ยู่ ทั่ ว ป ร ะ เ ท ศ
ไ ม่ ว่ า จ ะ เ ป็ น ส ม า ค ม ที่ ร ว ม ก ลุ่ ม กั น เ นื่ อ ง จ า ก ธุ ร กิ จ เ ดี ย ว กั น
ห รื อ ส ม า ค ม ที่ เ ป็ น ที่ ร ว ม กั น ข อ ง ผู ้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร ที่ อ ยู่ ใ น ท้ อ ง ที่ เ ดี ย ว กั น
ย่ อ ม มี ผ ล ดี ท า ใ ห้ ส ม า ชิ ก เ ป็ น ตั ว แ ท น ข อ ง ธุ ร กิ จ นั้ น ๆ ห รื อ พื้ น ที่ นั้ น ๆ
มี ค ว า ม ก ว้ า ง ข ว า ง ห ล า ก ห ล า ย ทั้ ง อ า ชี พ ก ลุ่ ม ธุ ร กิ จ แ ล ะ ใ น ด้ า น พื้ น ที่
และสามารถนาปั ญหาหรื อข้อเสนอแนะมาเสนอยังสภาฯ เพื่อให้สมาชิ กด้วยกัน และสภาได้รับทราบ
สภาจึ ง เป็ นที่ รวมกั น ของผู ้ ที่ อยู่ ใ นอุ ต สาหก รรมท่ อ งเที่ ย ว เพื่ อ จะได้ แ ลก เปลี่ ย นทั ศ นะ
ท าการประชุ ม ร่ วมกัน เพื่ อ แสดงข้อ คิ ด เห็ น ต่ า งๆ นับ ว่า กฎหมายได้ก าหนดให้ มี ก ารประสานงาน



16
     มาตรา 12 พระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พศ. 2544
17
     มาตรา 13 พระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พศ. 2544

                                                      238
“ระ หว่ า งเอ ก ชนแ ล ะ เอ ก ชน”                                              ที่ ปร ะ ก อบ ก ารด้ า นก า รท่ อ ง เที่ ย ว
ผ่านการร่ วมประชุมกันของสมาชิกสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฯ
                      2) บทบาทของสภาฯในการประสานจากสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่ งประเทศไทย
                            กับรัฐ
                      ก ฎ ห ม า ย ไ ด้ ก า ห น ด ว่ า
ก ร ร ม ก า ร ข อ ง ส ภ า อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย โ ด ย ต า แ ห น่ ง
ไ ด้ แ ก่ ผู ้ แ ท น ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย 1 ค น18
ซึ่ ง จ ะ เ ห็ น ไ ด้ ว่ า ก ร ร ม ก า ร ส่ ว น ใ ห ญ่ ม า จ า ก ภ า ค เ อ ก ช น ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง กั บ ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว
ซึ่ ง ต้ อ ง ม า ท า ง า น ร่ ว ม กั บ ผู ้ แ ท น จ า ก ภ า ค ร า ช ก า ร
และเป็ นไปตามวัตถุประสงค์หลักของการจัดตั้งสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่ประเทศไทยในการประสา
นงานระหว่ า งภาครั ฐ และเอกชน หรื อ ช่ ว ยในการประสานงานระหว่ า งรั ฐ และเอกชนด้ ว ย
               ่
จึงถือได้วาภาคราชการได้มีส่วนร่ วมและกาหนดทิศทางในการดาเนินงานของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
ฯ นับว่าเป็ นการประสานงานผ่านจากภาครัฐมาสู่ สภา
                      คณะกรรมการของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมีอานาจหน้าที่ในการวา
งนโยบาย และดาเนิ นกิ จการของสภาให้เป็ นไปตามวัตถุ ป ระสงค์ข องสภา และได้กาหนดไว้ด้วยว่า
                                                                                        ่
คณะกรรมการต้องมีหน้าที่เสนอความเห็นและให้คาปรึ กษาต่อรัฐมนตรี วาการกระทรวงการท่องเที่ยวแล
ะกีฬาในเรื่ องเกี่ยวกับการประกอบอุตสาหกรรมท่องเที่ยวด้วย19
                      สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในรู ปองค์กรมีหน้าที่ในการเสนอความเห็น
ห รื อ ใ ห้ ค า ป รึ ก ษ า ต่ อ ค ณ ะ รั ฐ ม น ต รี ใ น เ รื่ อ ง เ กี่ ย ว กั บ อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว
สภาอุ ต สาหกรรมท่ อ งเที่ ย วแห่ ง ประเทศจึ ง เป็ นตัว แทนของภาคเอกชนในอุ ต สาหกรรมท่ อ งเที่ ย ว
มี ห น้ า ที่ ภ ายใต้ก รอบหน้ า ที่ ต ามกฎหมายในการประสานงานระหว่ า งภาคเอกชนไปยัง ภาครั ฐ
แ ล ะ มี ห น้ า ที่ แ ส ด ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น ส ะ ท้ อ น ปั ญ ห า แ ล ะ แ ก้ ไ ข ปั ญ ห า
อันเกี่ยวเนื่ องกับการท่องเที่ยวที่ได้รับมาจากสมาชิ กอันได้แก่ผประกอบการในการท่องเที่ยวเกือบทุกแข
                                                                           ู้
น                                                                                                                               ง
และรัฐมีหน้าที่นาเอาข้อคิดเห็นดังกล่าวไปพิจารณาเพื่อจัดทาแผนพัฒนาการท่องเที่ยวระดับชาติต่อไป
                      ร ะ บ บ ข อ ง ส ภ า เ ป็ น ก า ร ป ร ะ ส า น ง า น จ า ก ส ม า ชิ ก ข อ ง ส ม า ค ม
ซึ่ งเป็ นผู ้ ป ระกอบการรายย่ อ ย ซึ่ งเป็ นสมาชิ กของสมาคม ผ่ า นไปยัง ตั ว แทนของสมาคม
ไ ป เ ป็ น ส ม า ชิ ก ใ น ส ภ า อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย
ส ม า ชิ ก ข อ ง ส ภ า อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ผ่ า น ไ ป ยั ง ก ร ร ม ก า ร

18
     มาตรา 15 พระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พศ. 2544
19
     มาตรา 16 พระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเ ทศไทย พ.ศ. 2544

                                                             239
แ ล ะ ผ่ า น ค ว า ม เ ห็ น ไ ป ยั ง ภ า ค รั ฐ
ซึ่ ง ท า ใ ห้ ส า ม า ร ถ ส ะ ท้ อ น ปั ญ ห า จ า ก ผู ้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร ร า ย ย่ อ ย ขึ้ น ไ ป ร ะ ดั บ น โ ย บ า ย ไ ด้
ท า ใ ห้ รั ฐ บ า ล ส า ม า ร ถ ก า ห น ด น โ ย บ า ย จ า ก ปั ญ ห า แ ล ะ ข้ อ เ ส น อ แ น ะ ดั ง ก ล่ า ว ไ ด้
ใ น ท า ง ต ร ง กั น ข้ า ม เ มื่ อ ส ภ า อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย
ป ร ะ ส า น ง า น กั บ ภ า ค รั ฐ แ ล ะ ไ ด้ น า เ อ า น โ ย บ า ย ดั ง ก ล่ า ว ผ่ า น ม า ใ ห้ ส ม า ชิ ก
แ ล ะ ส ม า ชิ ก ส า ม า ร ถ ถ่ า ย ท อ ด ต่ อ ไ ป ยั ง ส ม า ชิ ก ข อ ง ส ม า ค ม ไ ด้
ซึ่ งนับว่าเป็ นภาพการทางานที่สามารถแก้ปัญหาการประสานงานระหว่างภาครัฐและเอกชนที่ฝังรากลึกม
าแต่เดิมได้เป็ นอย่างดี

7.4 บทวิเคราะห์ ปัญหาสถานะและบทบาทขององค์ กรเอกชนในธุรกิจการท่ องเทียว                         ่
                    การนาเสนอในหัวข้อนี้ มีสาระหลักในการวิเคราะห์ปัญหาของสถานภาพและบทบาทข
อ ง อ ง ค์ ก า ร ภ า ค เ อ ก ช น ใ น อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว
เพื่ อประโยชน์ ใ นการจัดทาข้อเสนอแนะที่ ส อดคล้องกับปั ญหา โดยแบ่ งการนาเสนอออกเป็ น 7.4.1
ปั ญหาขององค์กรเอกชนที่ประกอบธุ รกิ จการท่องเที่ยวที่มุ่งแต่แสวงหาผลประโยชน์ทางธุ รกิ จ 7.4.2
ปั ญหาของการไร้ เอกภาพและประสิ ทธิ ภาพ ขององค์กรเอกชนในสมาคม ชมรม หรื อ สมาพันธ์ สภา
ใ น อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว ที่ ม า จ า ก ม ว ล ส ม า ชิ ก 7 .4.3
ปั ญหาองค์กรเอกชนที่ ประกอบธุ รกิ จในอุ ตสาหกรรมท่องเที่ยวขาดการประสานงานกับภาครั ฐ 7.4.4
ปั ญหาโครงสร้างอานาจหน้าที่ และบทบาทของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ตามลาดับ
                                                      ่
         7.4.1 ปัญหาขององค์ กรเอกชนทีม่ ุงแต่ จะแสวงหาผลประโยชน์ ทางธุรกิจ
                                           ่
                    จากการศึกษาที่ผานมาในเรื่ องการดาเนิ นงานขององค์การเอกชนที่ประกอบธุ รกิจการท่
องเที่ยวที่มุ่งหมายในการแสวงหากาไรสู งสุ ด (Maximum Benefits) พบว่า เอกชนจานวนมาก
ย อ ม ด า เ นิ น ก า ร ทุ ก อ ย่ า ง เ พื่ อ ใ ห้ ไ ด้ ม า ซึ่ ง ร า ย ไ ด้ จ า ก ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว
หรื อแข่ ง ขันกันแย่ง ชิ ง ลู ก ค้า คื อ นัก ท่ องเที่ ย วกัน จนเกิ ดความเสี ย หายต่ อภาพรวมของการท่ องเที่ ย ว
อันได้แก่
                    7.4.1.1                                                  ้
                                             การแข่งขันที่ไม่เป็ นธรรมต่อผูประกอบกิ จการท่องเที่ยวด้วยกัน เช่ น
ก า ร จั ด ทั ว ร์ ศู น ย์ เ ห รี ย ญ โ ด ย ก า ร ติ ด ต่ อ ผ่ า น น า ย ห น้ า ป ร ะ เ ท ศ คู่ ค้ า
และให้ค่าตอบแทนแก่นายหน้าผูที่ส่งนักท่องเที่ยวเข้ามา โดยนักท่องเที่ยวจะได้รับบริ การที่คุณภาพต่ า
                                         ้
ผสมกับการข่มขู่หลอกลวง ทาให้นกท่องเที่ยวไม่พอใจ เจ็บแค้น ซึ่ งส่ งผลลบแก่ภาพลักษณ์ของประเทศ
                                              ั
แ ล ะ ท า ใ ห้ ผู ้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร ที่ ป ร ะ ก อ บ ธุ ร กิ จ อ ย่ า ง สุ จ ริ ต ไ ม่ ส า ม า ร ถ ค ง อ ยู่ ไ ด้
เพราะไม่สามารถที่จะลดต้นทุนลงมาต่อสู้ได้
                    7.4.1.2                  ก า ร เ อ า รั ด เ อ า เ ป รี ย บ ห รื อ ต้ ม ตุ๋ น นั ก ท่ อ ง เ ที่ ย ว
การจัด ที่ พ ัก ไม่ มี ม าตรฐาน การพานัก ท่ อ งเที่ ย วไปใช้ บ ริ ก าร หรื อ เพื่ อ หาก าไรเกิ น ควร อาทิ เ ช่ น

                                                           240
พาไปซื้ ออั ญ มณี หรื อเครื่ องประดั บ ที่ มี ร าคาสู งเกิ น กว่ า ความเป็ นจริ ง น าไปดู โ ชว์ อ นาจาร
หรื อไปซื้ ออาหารบารุ งสุ ขภาพ ซื้ อของที่ระลึกคุณภาพต่า หรื อบังคับซื้ อทัวร์ นอกรายการ (Optional
Tours) ในราคาที่สูงกว่าปกติ
                     7.4.1.3                 การท่ อ งเที่ ย วที่ เ ป็ นการท าลายธรรมชาติ ห รื อ สิ่ ง แวดล้ อ ม เช่ น
การดาน้ าที่ดูปะการังที่ขาดการแนะนาและควบคุมที่ดี การที่สถานบริ การโรงแรมระบายน้ าเสี ยลงสู่ ทะเล
การก่อสร้างสิ่ งปลูกสร้าง เช่น โรงแรม หรื อร้านอาหารรุ กล้ าชายหาดหรื อที่สาธารณะประโยชน์ เป็ นต้น
            7.4.2 ปัญหาความมีเอกภาพขององค์ กรเอกชนในสมาคม ชมรม หรือสมาพันธ์ สภาอุตสาห
                 ่
กรรมท่องเทียวแห่ งประเทศไทย ในอุตสาหกรรมท่ องเทียวทีมาจากมวลสมาชิ ก     ่ ่
                     7.4.2.1                 ผลประโยชน์ของสมาชิ กชมรม หรื อ สมาคมขัดแย้ง หรื อทับซ้อนกัน
เ นื่ อ ง ม า จ า ก ก า ร ที่ ไ ด้ ก ล่ า ว ถึ ง ก า ร ด า เ นิ น ง า น ข อ ง ช ม ร ม ส ม า ค ม แ ล ะ ส ม า พั น ธ์ ไ ว้ ว่ า
เ ป็ น ที่ ร ว ม กั น ข อ ง ส ม า ชิ ก ที่ มี วั ต ถุ ป ร ะ ส ง ค์ เ ช่ น เ ดี ย ว กั น
ซึ่ งมั ก เป็ นการร่ วมมื อ กั น เพื่ อ ให้ มี ค วามแข็ ง แกร่ งในการต่ อ รองกั บ เอกชนด้ ว ยกั น หรื อ
เ พื่ อ เ ป็ น ตั ว แ ท น ใ น ก า ร ป ร ะ ส า น ง า น กั บ ภ า ค รั ฐ ไ ด้ แ ต่ จ า ก ก า ร ศึ ก ษ า พ บ ว่ า
อุ ป ส ร ร ค ส า คั ญ คื อ ก า ร ที่ ส ม า ชิ ก ข อ ง อ ง ค์ ก ร เ ห ล่ า นั้ น มี ผ ล ป ร ะ โ ย ช น์ ที่ ขั ด แ ย้ ง กั น
ท า ใ ห้ ส ม า ชิ ก ไ ม่ ส า ม าร ถ ปร ะ ส าน กั น ไ ด้ หรื อ ข าด เ อก ภ า พใ น กา ร แ ส ด ง คว า ม คิ ด เ ห็ น
และความต้องการต่อองค์กรทาให้ไม่สามารถบริ หารงานได้อย่างมีประสิ ทธิ ภาพ
                     7.4.2.2                 ความซ้ า ซ้อ นกันของชมรมหรื อสมาคม เนื่ องจากมี ชมรม สมาคม
เกี่ ย วข้ อ งกั บ การท่ อ งเที่ ย วมากมาย กระจายไปทั้ ง ส่ วนกลาง ส่ วนภู มิ ภ าค และส่ ว นท้ อ งถิ่ น
และหลายชมรม หรื อ สมาคม มี ค วามซ้ าซ้ อ นกัน ท าให้ เ กิ ด ความสั บ สนในการประสานงานกัน
ไม่ ชัดเจนว่า ภารกิ จใดควรจะอยู่ก ับ ชมรม หรื อ สมาคมใด ท าให้ก ารประสานงานผ่า นชมรมหรื อ
สมาคมนั้นๆ ไม่ประสบผล
                     7.4.2.3                 ขาดบุ ค ลากรที่ มี ค วามรู ้ ค วามเชี่ ย วชาญในอุ ต สาหกรรมท่ อ งเที่ ย ว
ที่ จ ะมาท างานให้ ก ั บ ชมรม หรื อ สมาคม รวมถึ ง มวลสมาชิ ก ที่ ไ ม่ มี เ วลาที่ จ ะอุ ทิ ศ ให้ อ งค์ ก ร
เพราะ ต่ า งก็ มี ภาระ ใ นก ารต้ อ งดู แล กิ จก ารของตนเอง และ พบว่ า ชมรม หรื อ ส มาคม
ที่ มี ข น า ด เ ล็ ก แ ล ะ มี ส ม า ชิ ก จ า น ว น น้ อ ย ส ม า ชิ ก เ ป็ น ผู ้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร ร า ย ย่ อ ย
ยังมีฐานะที่ไม่เอื้อต่อการทางานให้องค์กร
                     7.4.2.4                 ช ม ร ม ส ม า ค ม ข า ด ง บ ป ร ะ ม า ณ ใ น ก า ร ด า เ นิ น ก า ร
เนื่ อ งจากรายได้ข ององค์ ก ร มาจากค่ า สมาชิ ก หรื อ เงิ น บริ จ าค และไม่ มี เ งิ น สนับ สนุ น จากภาครั ฐ
เป็ นเหตุให้ไม่สามารถทากิจกรรมต่างๆ ได้เต็มที่
                     7.4.2.5                 ช ม ร ม ส ม า ค ม ป ร ะ ชุ ม ร่ ว ม แ ส ด ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น กั น
แ ต่ ไ ม่ ไ ด้ มี ก า ร ป ฏิ บั ติ จ ริ ง ซึ่ ง เ ท่ า กั บ ไ ม่ ไ ด้ มี ก า ร ป ร ะ ส า น ห รื อ ร่ ว ม มื อ กั น จ ริ ง
หรื อได้ มี ก ารท างานแต่ ไ ม่ ไ ด้ มี ก ารประเมิ น การท างานอย่ า งเป็ นรู ปธรรม ท าให้ ไ ม่ ท ราบว่ า

                                                            241
กิ จกรรมใดมี ป ระสิ ท ธิ ผ ลเพี ย งใด ท าให้ไ ม่ มี ค วามก้า วหน้า หรื อมี ก ารพัฒนาความร่ วมมื อ เท่ า ที่ ค วร
อันเนื่องมาจากการขาดแคลนบุคลากร หรื อขาดงบประมาณ ในการดาเนินงานขององค์กร
                                                    ่
             7.4.3 ปัญหาองค์ กรเอกชนทีประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมท่ องเทียวขาดการประสานงานกับ   ่
ภาครัฐ
                        ภาครั ฐ มี ห น้ า ที่ ต้ อ งจั ด แผนแห่ ง ชาติ วางยุ ท ธศาสตร์ ในการพั ฒ นาประเทศ
และจัด หาปั จ จัย พื้ น ฐานให้ เพื่ อ อ านวยความสะดวกให้ ภ าคเอกชนสามารถประกอบกิ จ การไปได้
และให้ ค วามสนั บ สนุ น ในด้ า นที่ เ ป็ นการส่ งเสริ มอุ ต สาหกรรม ตลอดไปจนถึ ง การควบคุ ม
จัด ระเบี ย บโดยการออกข้อ บัง คับ กฎหมายให้ ก ารประกอบธุ ร กิ จ เกิ ด ความเป็ นธรรมแก่ ทุ ก ฝ่ าย
ตั้ ง แ ต่ ผู ้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว ไ ป จ น ก ร ะ ทั่ ง ถึ ง นั ก ท่ อ ง เ ที่ ย ว ชุ ม ช น ท้ อ ง ถิ่ น
แ ล ะ ป ก ป้ อ ง มิ ใ ห้ ท รั พ ย า ก ร ธ ร ร ม ช า ติ ส า ธ า ร ณ ส ม บั ติ ข อ ง แ ผ่ น ดิ น ถู ก ท า ล า ย
เ มื่ อ มี ผู้ ฝ่ า ฝื น ก ฎ ห ม า ย ภ า ค รั ฐ ต้ อ ง มี ห น้ า ที่ ล ง โ ท ษ
                                                      ่
ภาคเอกชนจึงต้องประสานกับภาครัฐอยูตลอดเวลาเพื่อทาให้การประกอบการเป็ นไปได้อย่างราบรื่ นและ
ส า ม า ร ถ พั ฒ น า ศั ก ย ภ า พ ข อ ง ต น โ ด ย มี รั ฐ เ ป็ น ผู ้ ส นั บ ส นุ น ไ ด้ อ ย่ า ง ไ ร ก็ ต า ม พ บ ว่ า
องค์กรเอกชนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวยังขาดการประสานกับภาครัฐหลายทางด้วยกันดังนี้
                        7.4.3.1              ใ น ก า ร จั ด ท า แ ผ น พั ฒ น า ป ร ะ เ ท ศ
หรื อวางยุท ธศาสตร์ ในการท่ องเที่ ยวภาคเอกชนไม่ไ ด้มี ส่วนร่ วมอย่างกว้างขวาง ทั้งๆ ที่ ภาคเอกชน
เ ป็ น ผู ้ ที่ มี บ ท บ า ท เ ป็ น อ ย่ า ง ม า ก ใ น อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว ใ น ฐ า น ะ ที่ ท า ก า ร ต ล า ด
ท าให้ แ ผนแห่ ง ชาติ ใ นด้ า นการท่ อ งเที่ ย วอาจไม่ ส อดคล้ อ ง กั บ การด าเนิ น การของภาคเอกชน
และอาจเกิ ดอุปสรรคในการดาเนิ นงาน ไม่เป็ นอันหนึ่ งอันเดี ยวกันในการพัฒนาการท่องเที่ ยวร่ วมกัน
ซึ่งอาจเกิดความชะงักงันในการขยายตัวของการท่องเที่ยว
                        7.4.3.2              ใ น ก า ร ส ะ ท้ อ น ปั ญ ห า ใ ห้ ภ า ค รั ฐ ท ร า บ โ ด ย ต ร ง เ นื่ อ ง จ า ก
เ อ ก ช น ที่ เ ป็ น บุ ค ค ล ธ ร ร ม ด า ห รื อ ร า ย ย่ อ ย ไ ม่ ส า ม า ร ถ เ ข้ า ถึ ง ภ า ค รั ฐ ไ ด้ ห รื อ
การดาเนิ นการในรู ปแบบขององค์กรเช่ นสมาคม ชมรมยังไม่ มีความแข็งแรงพอที่ จะเสนอความเห็ น
แ ล ะ ปั ญ ห า ใ ห้ ภ า ค รั ฐ ไ ด้ รั บ ท ร า บ เ พ ร า ะ ส ม า ค ม ห รื อ
                                                                                               ั
ชมรมเองยัง ไม่ มีค วามเป็ นอันหนึ่ งอันเดี ย วกันเนื่ องจาก ผลประโยชน์ที่ ทบ ซ้อนกันของมวลสมาชิ ก
และอุปสรรคต่างๆตามที่กล่าวมาแล้วทาให้การดาเนิ นการขององค์กรดังกล่าวไม่มีประสิ ทธิ ภาพพอที่จะ
ประสานกับรัฐได้อย่างเป็ นระบบ
                        7.4.3.3              ภาคเอกชนมีความสับสนในการไปประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐ
เพราะความสับสนขององค์กรภาครัฐเอง หรื อความทับซ้อนของอานาจหน้าที่ ของแต่ละหน่วยงานของรัฐ
การไม่ บ ั ง คั บ ใช้ ก ฎหมายอย่ า งมี ป ระสิ ทธิ ภ าพ หรื อการที่ ไ ม่ มี ก ฎหมายรองรั บ ในบางเรื่ อง
หรื อการที่ภาครัฐไม่มีงบประมาณ หรื อกาลังคนที่มีความรู ้ความชานาญด้านการท่องเที่ยว
             7.4.4 ปัญหาโครงสร้ างอานาจหน้ าที่ และบทบาทของสภาอุตสาหกรรมท่ องเทียวแห่ งประเทศ              ่

                                                            242
ไทย
                   ตามที่ได้กล่าวมาแล้วเรื่ องปั ญหาของภาคเอกชนที่ดาเนิ นธุ รกิจเกี่ ยวกับการท่องเที่ยวที่
ท า ใ ห้ ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ม่ มี ก า ร พั ฒ น า เ ท่ า ที่ ค ว ร
ปั ญ ห า ห นึ่ ง คื อ ก า ร ที่ ภ า ค เ อ ก ช น ข า ด ก า ร ป ร ะ ส า น ง า น กั บ ภ า ค รั ฐ
                                                                               ้
จึงได้มีการจัดตั้งสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวขึ้นมาเพื่อเป็ นตัวแทนของผูประกอบการท่องเที่ยวทั้งหลาย
เ พื่ อ ใ ห้ เ กิ ด ก า ร ป ร ะ ส า น ง า น อ ย่ า ง มี ร ะ บ บ กั บ ห น่ ว ย ง า น ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง
แ ล ะ โ ค ร ง ส ร้ า ง ข อ ง ส ภ า ต า ม ที่ ไ ด้ ก ล่ า ว ม า แ ล้ ว
จะช่ วยให้เกิ ดการประสานงานระหว่า งเอกชนกับภาครั ฐได้อย่า งมี ประสิ ทธิ ภาพมากขึ้ น อย่างไรก็ ดี
            ั
จากการวิจยพบว่า การดาเนินงานในรู ปแบบของสภายังมีปัญหาหลักๆ ดังนี้
                   7.4.4.1          ปั ญหาอันเกี่ยวเนื่องกับสมาชิกสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศ
          ไทย
                            1) ส ม า ชิ ก ข อ ง ส ภ า ต า ม ที่ ก ฎ ห ม า ย ก า ห น ด นั้ น
ยั ง ไ ม่ ค ร อ บ ค ลุ ม เ อ ก ช น ที่ ป ร ะ ก อ บ ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว ทุ ก ป ร ะ เ ภ ท ห รื อ ทุ ก อ า ชี พ
ทาให้สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยยังไม่เป็ นที่รวมของตัวแทนเอกชนผูประกอบการท่องเ    ้
ที่ยวอย่างแท้จริ ง
                   สมาชิกของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มี 3 ประเภท คือสมาชิกสามัญ
ส ม า ชิ ก วิ ส า มั ญ                           แ ล ะ ส ม า ชิ ก กิ ต ติ ม ศั ก ดิ์
ตามรายละเอี ยดที่ ไ ด้ ก ล่ า วมาแล้ ว ใ นเรื่ องโครงส ร้ างของสภาอุ ตสาหก รรมท่ อ งเที่ ย ว ฯ
แ ล ะ ก า ร ด า เ นิ น ก า ร ข อ ง ส ภ า อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว ฯ
โดยสมาชิ กวิสามัญและสมาชิ กกิตติมศักดิ์มีสิทธิ มาร่ วมประชุ มแต่ไม่มีสิทธิ ลงคะแนน20 สมาชิกสามัญ
ที่ มี อ า น า จ อ อ ก เ สี ย ง ไ ด้ แ ก่ ส ม า ค ม ที่ ตั้ ง ขึ้ น ต า ม ก ฎ ห ม า ย ไ ท ย
ซึ่ งสมาชิ ก ของสมาคมแต่ ล ะสมาคมได้ แ ก่ ผู ้ป ระกอบการซึ่ งอาจเป็ นรายย่ อ ยหรื อ เป็ นชมรม
              ้
ซึ่ งแล้วแต่ขอบังคับของแต่ละสมาคม
                   อย่างไรก็ดี ภาคเอกชนที่ประกอบธุ รกิ จท่องเที่ยวมีกว้างขวางมาก รวมถึ งบริ ษทต่างๆ      ั
ที่ ป ระก อบอุ ต สาหก รรมท่ อ งเที่ ย ว แล ะพ่ อ ค้ า แม่ ค ้ า รายย่ อ ย กระทั่ ง ถึ งระดั บ ราก หญ้ า
ถึ ง แม้ส ภาอุ ต สาหกรรมท่ อ งเที่ ย วแห่ ง ประเทศไทย จะได้ มี ก ารแบ่ ง เขตพื้ น ที่ อ อกเป็ น 13 เขต
ทั่ ว ป ร ะ เ ท ศ 21                       แ ต่ บ ร ร ด า ผู ้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร พ่ อ ค้ า แ ม่ ค้ า ร า ย ย่ อ ย


20
   มาตรา 32 พระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ.2544
21
   เขต 1 แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลาพูน ลาปาง ตาก กาแพงเพชร
 เขต 2 เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์
 เขต 3 เลย หนองคาย อุดรธานี หนองบัวลาพู ขอนแก่น สกลนคร นครพนม

                                                      243
ไ ม่ มี ศั ก ย ภ า พ ที่ จ ะ ส มั ค ร เ ป็ น ส ม า ชิ ก ข อ ง ช ม ร ม ห รื อ ส ม า ค ม ใ ด
หรื อแม้ แ ต่ ผู ้ป ระกอบการรายใหญ่ บ างรายที่ ไ ม่ ไ ด้ เ ข้ า ร่ วมเป็ นสมาชิ ก สมาคม หรื อชมรมใด
ห รื อ ผู ้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร ก ลุ่ ม ใ ด ที่ ไ ม่ ไ ด้ ร ว ม กั น เ ป็ น ส ม า ค ม ไ ม่ ว่ า เ พ ร า ะ เ ห ตุ ใ ด ๆ
จะไม่ ไ ด้ร่ ว มมี ส่ ว นในสภาด้ว ย ทั้ง ที่ บุ ค คลเหล่ า นี้ ก็ ถื อ เป็ นผู ้ที่ มี ค วามเกี่ ย วข้อ งกับ การท่ อ งเที่ ย ว
และควรมี สิ ท ธิ ที่ จ ะสะท้อ นความคิ ด เห็ นของตนไปยัง ภาครั ฐ โดยผ่า นสภาด้วยเช่ น เดี ย วกัน ดัง นั้น
จึ ง อาจกล่ า วได้ ว่ า สภาอุ ต สาหกรรมท่ อ งเที่ ย วแห่ ง ประเทศไทย เป็ นตัว แทนของภาคเอกชน
      ั                  ้
แต่ยงไม่ครอบคลุมผูที่ประกอบการทุกประเภท หรื อทุกระดับ
                             2) ปั ญหาในการขาดความร่ วมมือในการเข้าร่ วมเป็ นสมาชิ กสภาอุตสาหกรรม
ท่องเที่ยวแห่ประเทศไทย
                     ส ภ า อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย
ไ ม่ มี อ า น า จ ใ น ก า ร บั ง คั บ ใ ห้ เ อ ก ช น ที่ ป ร ะ ก อ บ ธุ ร กิ จ ท่ อ ง เ ที่ ย ว ม า เ ป็ น ส ม า ชิ ก
ก า ร เ ข้ า เ ป็ น ส ม า ชิ ก ข อ ง ส ภ า ไ ม่ ว่ า ป ร ะ เ ภ ท ใ ด เ ป็ น ไ ป ต า ม ร ะ บ บ ส มั ค ร ใ จ
                                                                                           ่
ซึ่ งมีผลทาให้บางสมาคมไม่ให้ความร่ วมมือในการเข้าร่ วมเป็ นสมาชิก ไม่วาด้วยเหตุผลประการใดๆ ดังนี้
                                       - การที่ บ างสมาคมขาดงบประมาณในการเข้า ร่ ว มเป็ นสมาชิ ก
                                           เนื่องจากต้องมีการชาระค่าสมาชิกให้แก่สภา
                                       - ก า ร ข า ด แ ร ง จู ง ใ จ ใ น ก า ร เ ข้ า ร่ ว ม เ ป็ น ส ม า ชิ ก
                                           เนื่ องจากไม่เห็นประโยชน์ในการเข้าร่ วมกับสภาอย่างเป็ นรู ปธรร
                                           ม
                                       - การเข้าร่ วมแต่ไม่ต่อเนื่ องเนื่ องจากเกิดความขัดแย้งในหมู่สมาชิ ก
                                           ส ภ า ด้ ว ย กั น เ นื่ อ ง จ า ก ก า ร ขั ด ผ ล ป ร ะ โ ย ช น์
                                                                     ั
                                           หรื อผลประโยชน์ทบซ้อน หรื อความแตกต่างกันในความคิดเห็น


 เขต 4 กาฬสิ นธ์ มุกดาหาร อานาจเจริ ญ ยโสธร ศรี สะเกษ อุบลราชธานี
 เขต 5 มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ นครราชสี มา
                        ั
 เขต 6 นครสวรรค์ อุทยธานี ชัยนาท สิ งห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง นครศรี อยุธยา สุพรรณยุรี นครปฐม กาญจนบุรี
 เขต 7 ปทุมธานี นนทบุรี ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขนธ์ ั
 เขต 8 สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ ชลบุรี
 เขต 9 ระยอง จันทบุรี ตราด
 เขต 10 ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี
 เขต 11 พังงา กระบี่ ภูเก็ต
 เขต 12 นครศรี ธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล
 เขต 13 สงขลา ปั ตตานี นราธิ วาส


                                                            244
                                          - ก า ร ที่ ส ภ า ไ ม่ ไ ด้ ป ร ะ ช า สั ม พั น ธ์ ต น เ อ ง อ ย่ า ง เ ต็ ม ที่
                                               สมาคมหรื อชมรม หลายแห่ ง ยัง ไม่ ไ ด้รั บ การติ ด ต่ อ จากสภา
                                                                 ้
                                               และยังไม่มีขอมูลจากสภา
                                          ดังนั้น ย่อมเป็ นเหตุ ให้สภาอุ ตสาหกรรมท่องเที่ ยวแห่ งประเทศไทย
                          ้
ไม่ได้เป็ นที่รวมของผูที่ประกอบการท่องเที่ยวอย่างแท้จริ ง
                                 3) ปั ญหาเรื่ องความไม่เป็ นเอกภาพของสมาชิกสภา
                                      1. ผ ล ป ร ะ โ ย ช น์ ทั บ ซ้ อ น
และขัดกันของสมาชิกสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
                                          สมาชิ กสามั ญ ของสภา อุ ต สาหกรรมท่ อ งเที่ ย วประเทศไทย
เป็ นสมาคมต่ า งๆ ที่ ถื อ ว่ า เป็ นตั ว แทนของเอกชนผู ้ป ระกอบการในอุ ต สาหกรรมท่ อ งเที่ ย ว
และดัง ที่ ก ล่ า วมาแล้ว ในเรื่ อ งของการด าเนิ น การของภาคเอกชนนั้น ต่ า งมุ่ ง ที่ ก าไรสู ง สุ ด เป็ นหลัก
ท า ใ ห้ เ อ ก ช น ร่ ว ม มื อ กั น ใ น เ รื่ อ ง ที่ มุ่ ง แ ส ว ง ห า ผ ล ก า ไ ร ห รื อ ห า ก จ ะ ต้ อ ง แ ข่ ง ขั น กั น
ห า ก ผู ้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร ร า ย ใ ด ไ ม่ มี จ ร ร ย า บ ร ร ณ จ ะ เ กิ ด ก า ร แ ข่ ง ขั น อ ย่ า ง ไ ม่ เ ป็ น ธ ร ร ม
เ มื่ อ ตั ว แ ท น จ า ก ผู ้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร เ ข้ า ม า ร ว ม กั น เ ป็ น ส ภ า อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว
ปั ญ หาเรื่ องผลประโยชน์ ท ั บ ซ้ อ นกั น หรื อปั ญหาผลประโยชน์ ข ั ด กั น ของเอกชนแต่ ล ะราย
หรื อของแต่ละสมาคม ยังคงมีอยู่ ซึ่ งเป็ นที่ มาของความขัดแย้ง และจะนาไปสู่ การที่ สภาไม่มีเอกภาพ
แ          ล      ะ         ไ      ม่       มี         ป         ร      ะ       สิ     ท         ธิ       ภ        า       พ
ท าให้ ไ ม่ บ รรลุ ต ามเจตนารมณ์ ที่ ไ ด้มี ก ฎหมายจัด ตั้ง สภาอุ ต สาหกรรมท่ อ งเที่ ย วแห่ ง ประเทศไทย
แ ล ะ ก า ร ข า ด ก า ร ป ร ะ ส า น ง า น ร ะ ห ว่ า ง เ อ ก ช น แ ล ะ เ อ ก ช น ที่ ป ร ะ ก อ บ ธุ ร กิ จ ท่ อ ง เ ที่ ย ว
ทาให้การสะท้อนปัญหาไปยังภาครัฐ ไม่ได้ผล
                                      2. สมาชิ กมุ่งเน้นการเข้ามาปกป้ องผลประโยชน์ของกลุ่มมากกว่าการพั
ฒนาการท่องเที่ยว
                                         ตามเจตนารมณ์สูงสุ ดของการจัดตั้งสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่ งปร
ะเทศไทย นั้น คื อ การเสริ ม สร้ า งประสิ ท ธิ ภาพของอุ ตสาหกรรมท่ องเที่ ย วให้มี ค วามเจริ ญก้า วหน้า
แ ต่ ป ร า ก ฏ ว่ า ส ม า ชิ ก ต่ า ง มุ่ ง ที่ จ ะ ม า ป ก ป้ อ ง ผ ล ป ร ะ โ ย ช น์ ข อ ง ก ลุ่ ม ม า ก ก ว่ า
สื บ เ นื่ อ ง มา จ า ก ก าร ที่ ส ม า ค มแ ต่ เ พี ย งล า พั ง ยั ง ไม่ แ ข็ ง แ รง พ อ ที่ จ ะ เจ ร จ า กั บ ภ า ค รั ฐ ไ ด้
ต า ม ปั ญ ห า ดั ง ก ล่ า ว ม า แ ล้ ว ใ น เ รื่ อ ง ก า ร ด า เ นิ น ง า น ข อ ง ส ม า ค ม
ทาให้สมาคมที่เข้ามาเป็ นสมาชิกไม่ตระหนักถึงภาระหน้าที่ในการเข้ามาร่ วมกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่
ย          ว       แ          ห่       ง        ป            ร       ะ       เ       ท         ศ        ไ         ท         ย
ทาให้ในที่สุดสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอาจไม่บรรลุประสงค์ที่แท้จริ งได้
                                 4) ส ม า ชิ ก ที่ เ ป็ น ส ม า ค ม ไ ม่ ว่ า ข น า ด ใ ด มี เ สี ย ง เ ท่ า กั น
เกิดการกระจายของความเป็ นสมาชิกที่ไม่เท่าเทียมกัน

                                                            245
                    เ นื่ อ ง จ า ก ส ม า ชิ ก ข อ ง ส ภ า อ ยู่ ใ น รู ป ส ม า ค ม ที่ เ กี่ ย ว กั บ ธุ ร กิ จ ท่ อ ง เ ที่ ย ว
และไม่ว่าจะเป็ นสมาคมขนาดใหญ่ สมาคมขนาดรอง หรื อสมาคมขนาดเล็กต่างก็มีเสี ยงเท่ากัน คื อ 1
                                                                 ้
เสี ยงซึ่ งเสี ยงของสมาชิกรายเดียว อาจเป็ นเสี ยงของผูประกอบการจานวนมาก เช่น สมาคมโรงแรมไทย 1
เ สี ย ง ห ม า ย ถึ ง ตั ว แ ท น ข อ ง โ ร ง แ ร ม ทั่ ว ป ร ะ เ ท ศ แ ต่ ส ม า ค ม โ ร ง แ ร ม จั ง ห วั ด ภู เ ก็ ต
เ ป็ น ตั ว แ ท น จ า ก โ ร ง แ ร ม ใ น พื้ น ที่ เ ดี ย ว เ ท่ า นั้ น
ท า ใ ห้ ก า ร ส ะ ท้ อ น ปั ญ ห า ข อ ง ส ม า ชิ ก อ า จ ไ ม่ ไ ด้ ข้ อ มู ล ที่ ถู ก ต้ อ ง กั บ ปั ญ ห า
ห รื อ มี ก า ร ก ร ะ จุ ก ตั ว ใ น พื้ น ที่ ห รื อ ใ น ธุ ร กิ จ ป ร ะ เ ภ ท ใ ด ป ร ะ เ ภ ท ห นึ่ ง ม า ก เ กิ น ไ ป
หรื อหากสมาชิกของชมรมขนาดเล็กรวมตัวกันส่ งตัวแทนเข้ามามากอาจจะครอบงาสมาคมใหญ่ๆได้22
                    มี        ผู้ ใ             ห้         ค       ว       า      ม      เ        ห็        น           ว่      า
ควรก าหนดหลัก เกณฑ์ โ ดยเที ย บเคี ย งกับ การเลื อ กตั้ง สมาชิ ก สภาผู ้แ ทนราษฎรในแต่ ล ะจัง หวัด
ในแต่ ล ะจั ง หวั ด มี ส มาชิ กสภาผู ้ แ ทนราษฎรไม่ เ ท่ า กั น เพื่ อ ความเสมอภาคตามสั ด ส่ วน
แ ล ะ เ พื่ อ ก ฎ ห ม า ย ก า ร จั ด ตั้ ง ส ภ า จ ะ ไ ด้ มี ป ร ะ โ ย ช น์ กั บ ทุ ก ฝ่ า ย เ ท่ า ๆ
กัน23และสะท้อนปั ญหาของแต่ละผูประกอบการได้อย่างแท้จริ งทุกกลุ่มธุ รกิจ หรื อทุกพื้นที่
                                           ้
                    7.4.4.2              ปัญหาการขาดแคลนงบประมาณของสภา
                    ง บ ป ร ะ ม า ณ ข อ ง ส ภ า ม า จ า ก ค่ า ล ง ท ะ เ บี ย น ค่ า บ า รุ ง ค่ า บ า รุ ง พิ เ ศ ษ
ค่ า ธ ร ร มเ นี ย ม แ ล ะ ค่ าบ ริ ก า ร ที่ เ รี ย ก เ ก็ บ จ าก ส ม า ชิ ก เงิ น แล ะ ทรั พ ย์ สิ น ที่ มี ผู ้ บ ริ จ าค ใ ห้
ผลประโยชน์ จ ากการจัด การเงิ น และทรั พ ย์ สิ น และการด าเนิ น กิ จ การของสภา เงิ น รายได้ อื่ น
แ ล ะ ด อ ก ผ ล ข อ ง ท รั พ ย์ สิ น ต า ม ที่ ก ล่ า ว ม า แ ล้ ว 24                                     จ ะ เ ห็ น ไ ด้ ว่ า
สภามี รายได้หลัก จากการลงทะเบี ยนของสมาชิ ก และตามกฎหมายสภาไม่ มีเงิ นอุ ดหนุ นจากภาครั ฐ
ซึ่งเป็ นที่มาของปัญหาการขาดแคลนงบประมาณของสภา
                    นายวิ จิ ต ร ณ ระนอง ประธานสภาอุ ต สาหกรรมท่ อ งเที่ ย วแห่ ง ประเทศไทย
ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับปั ญหาเรื่ องงบประมาณของสภาไว้ดงนี้ 25            ั
                    “....แผนการดาเนิ นงานของสภาอุตสาหกรรมแห่ งประเทศไทยในช่ วงปี พ.ศ. 2545–
2547 ขณะนี้ อยู่ในขั้นของการเริ่ มจัดตั้ง มีปัญหาในเรื่ องของงบประมาณที่จะนามาใช้ในการดาเนิ นงาน

22
   บันทึกการประชุม คณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่ างพระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
                     ้
พ.ศ. ...........สภาผูแทนราษฎร ครั้งที่ 10/2543 วันพุธที่ 19 เมษายน 2543 ณ ห้องประชุมคณะกรรมการ
ห้องหมายเลข 3201 ชั้น 2 อาคารรัฐสภา 3 หน้า 6
23
   บันทึกการประชุม คณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่ างพระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
                       ้
พ.ศ. ...........สภาผูแทนราษฎร ครั้งที่ 5/2543 วันพุธที่ 1 มีนาคม 2543 ณ ห้องประชุมคณะกรรมการ
ห้องหมายเลข 3201 ชั้น 2 อาคารรัฐสภา 3 หน้า 3
24
   มาตรา 9 พระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2544
25
   สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (2546). เล่ มเดิม. หน้า 226

                                                             246
ที่ ผ่ า น ม า ส ภ า แ ห่ ง นี้ จั ด ตั้ ง ขึ้ น ม า แ บ บ ไ ม่ มี ทุ น อ ะ ไ ร เ ล ย
อ า ศั ย แ ต่ ค่ า ส มั ค ร ส ม า ชิ ก ห รื อ เ งิ น บ า รุ ง ร า ย ปี จ า ก ส ม า ชิ ก ค ง ไ ม่ เ พี ย ง พ อ
เ นื่ อ ง จ า ก ส ภ า เ ก็ บ ค่ า ส ม า ชิ ก ใ น ร า ค า ไ ม่ แ พ ง
เ พ ร า ะ ถ้ า เ ก็ บ แ พ ง ก็ เ ท่ า กั บ ปิ ด กั้ น ค น ส่ ว น ใ ห ญ่ ไ ม่ ใ ห้ เ ข้ า ม า เ ป็ น ส ม า ชิ ก
ซึ่ ง จ ะ ขั ด กั บ เ จ ต น า ร ม ณ์ ข อ ง ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย
ที่ ต้ อ ง ก า ร ใ ห้ ส ภ า แ ห่ ง นี้ เ ป็ น ตั ว แ ท น ที่ แ ท้ จ ริ ง ข อ ง ผุ ้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว
ปั ญหาในการขาดงบประมาณในการดาเนิ น การนี้ ท าให้ส ภาไม่ ส ามารถด าเนิ นการได้ตามรู ป แบบ
                                                        ั                               ั
ซึ่ งเรื่ องนี้ มีการขอร้องไปยังภาครัฐ เพื่อช่วยให้จดสรรเงินอุดหนุ นให้กบสภา ในรู ปแบบใดรู ปแบบหนึ่ ง
เพื่ อ ให้ ส ภาสามารถด าเนิ น การไปได้ต ามเป้ าหมาย ซึ่ งเชื่ อ ว่า ทางกระทรวงการท่ อ งเที่ ย วและกี ฬ า
และการท่ อ งเที่ ย วแห่ ง ประเทศไทย คงเห็ น ความส าคั ญ ของสภาอุ ต สาหกรรมท่ อ งเที่ ย วฯ
ว่ า เ ป็ น ก ล ไ ก อี ก ตั ว ห นึ่ ง ที่ จ ะ เ ข้ า ม า ช่ ว ย เ ส ริ ม ง า น ข อ ง ภ า ค รั ฐ
ในเรื่ องของการส่ งเสริ มและการพัฒนาการท่องเที่ยวของเราไปสู่ เป้ าหมาย”
                      จ          ะ           เ            ห็           น                ไ           ด้            ว่         า
วั ต ถุ ป ร ะ ส ง ค์ ข อ ง ส ภ า อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ก ว้ า ง ข ว า ง ม า ก ม า ย
ห า ก ต้ อ ง ก า ร ใ ห้ ส า ม า ร ถ ด า เ นิ น ก า ร ไ ด้ อ ย่ า ง ส ม บู ร ณ์ ห รื อ เ ต็ ม รู ป แ บ บ
ต้ อ ง ใ ช้ ง บ ป ร ะ ม า ณ จ า น ว น ม า ก ม า ย ม ห า ศ า ล
แ ล ะ ห า ก เ ก็ บ ค่ า ส ม า ชิ ก สู ง จ ะ เ ป็ น ก า ร ปิ ด กั้ น ผู ้ ที่ ไ ม่ มี ศั ก ย ภ า พ เ ข้ า ม า เ ป็ น ส ม า ชิ ก
ท า ใ ห้ ก า ร ด า เ นิ น ก า ร ข อ ง ส ภ า ป ร ะ ส บ ปั ญ ห า ก า ร ข า ด แ ค ล น ง บ ป ร ะ ม า ณ อ ย่ า ง ไ ร ก็ ดี
หากรัฐบาลจะส่ งเสริ มงบประมาณดังกล่าวให้สภาได้ก็นบว่าจะเป็ นผลดีต่อสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแ
                                                                   ั
ห่งประเทศไทย ซึ่ งคงต้องติดตามว่า รัฐบาลจะตระหนักถึงปั ญหาดังกล่าวหรื อไม่
                      7.4.4.3           ปั ญหาที่เกิดจากการกาหนดตัวแทนของภาครัฐเข้ามาสู่ สภา
                      ต า ม ที่ ไ ด้ ก ล่ า ว ม า ว่ า
สภามีวตถุ ประสงค์ในการประสานงานอย่างมี ระบบกับหน่ วยงานที่เกี่ ยวข้องไม่ว่า ภาครัฐหรื อเอกชน
            ั
ดั ง นั้ น เ พื่ อ ใ ห้ มี ก า ร ป ร ะ ส า น ง า น กั บ ภ า ค รั ฐ ไ ด้
ภายใต้ก ฎหมายการจัด ตั้ง สภาอุ ต สาหกรรมท่ อ งเที่ ย วอุ ต สาหกรรมท่ อ งเที่ ย วแห่ ง ประเทศไทย
คณะกรรมการสภาอุ ตสาหกรรมท่ องเที่ ยวแห่ งประเทศไทยประกอบด้วย กรรมการโดยตาแหน่ ง คื อ
ผู ้ แ ท น ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ห นึ่ ง ค น26
เพื่ อ จะได้ มี ส่ วนก าหนดให้ ก ารด าเนิ น การของสภาอุ ต สาหกรรมท่ อ งเที่ ย วแห่ ง ประเทศไทย
ใ ห้ ส อ ด ค ล้ อ ง กั บ ภ า ค รั ฐ แ ล ะ ใ น ข ณ ะ เ ดี ย ว กั น จ ะ ไ ด้ น า เ อ า ปั ญ ห า ที่ พ บ ใ น ส ภ า
นาไปเป็ นประโยชน์ในการดาเนินงานในภาครัฐเช่นเดียวกัน

26
     มาตรา 15 พระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2544

                                                            247
                       อย่ า งไรก็ ต าม จะเห็ น ว่ า ภาครั ฐ ที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ ธุ ร กิ จ การท่ อ งเที่ ย วมี ม ากมาย
ทั้ งก ระทรวงการท่ อ งเที่ ย วแล ะกี ฬ าที่ จั ด ท าแผนก ารท่ อ งเที่ ย ว กระ ทรวงอุ ตส าหก รรม
อ ง ค์ ก า ร เ กี่ ย ว กั บ ก า ร อ นุ รั ก ษ์ ท รั พ ย า ก ร ธ ร ร ม ช า ติ อ ง ค์ ก า ร บ ริ ห า ร ส่ ว น ท้ อ ง ถิ่ น
ก า ร ที่ มี ผู ้ แ ท น จ า ก ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย เ พี ย ง ค น เ ดี ย ว
แ ม้ จ ะ มี ผ ล ดี เ นื่ อ ง จ า ก เ ป็ น ห น่ ว ย ง า น ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง กั บ น โ ย บ า ย ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว โ ด ย ต ร ง
แ ต่ อ า จ ท า ใ ห้ ไ ด้ ก า ร ป ร ะ ส า น ง า น จ า กั ด เ พี ย ง ด้ า น เ ดี ย ว
และการประสานงานระหว่างภาคเอกชนมายังรัฐอาจจะไม่รอบด้าน ไม่มีประสิ ทธิ ภาพเท่าที่ควร
                       7.4.4.4               บทบาทของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่ งประเทศไทยที่ประสานงา
นไปยังรัฐไม่ชดเจน   ั
                       ก ฎ ห ม า ย ก า ห น ด ใ ห้ ส ภ า อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย
เ ป็ น ที่ ป รึ ก ษ า ค ณ ะ รั ฐ ม น ต รี ใ น เ รื่ อ ง ที่ เ กี่ ย ว กั บ อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว27
แ ล ะ ก ร ร ม ก า ร ส ภ า อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย
มี ห น้ า ที่ เ สนอความเห็ น และให้ ค าปรึ กษาต่ อ รั ฐ มนตรี ว่ า การกระทรวงการท่ อ งเที่ ย วและกี ฬ า
ในเรื่ องเกี่ยวกับการประกอบอุตสาหกรรมท่องเที่ยว28 ซึ่งเป็ นบทบาทที่สาคัญ
                       แต่ ก ารที่ เ ป็ นที่ ป รึ กษาในลั ก ษณะดั ง กล่ า วยัง ไม่ เ ป็ นระบบอย่ า งชั ด เจน เช่ น
ก า ร เ ข้ า เ ป็ น ที่ ป รึ ก ษ า นั้ น เ ป็ น ที่ ป รึ ก ษ า ใ น ร ะ ดั บ ใ ด เ ป็ น ท า ง ก า ร ห รื อ ไ ม่ อ ย่ า ง ไ ร
                                                                      ั
หรื อมีบทบาทมากหรื อน้อยเพียงใด และมีปฎิสัมพันธ์กบหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเพียงใด
และภาครั ฐ ได้ แ ก่ การท่ อ งเที่ ย วแห่ งประเทศไทย หรื อกระทรวงการท่ อ งเที่ ย วและกี ฬ า
ห รื อ ห น่ ว ย ง า น ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง กั บ ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว ข อ ง รั ฐ
ได้ตระหนักถึ งความสาคัญหรื อภาระหน้าที่ของสภาอุ ตสาหกรรมท่องเที่ ยวแห่ งประเทศไทยเพียงใด
หรื อสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ ยวแห่ งประเทศไทย จะมีบทบาทและมีส่วนร่ วมในการกาหนดนโยบาย
แผนพัฒนาประเทศ หรื อยุทธศาสตร์ การพัฒนาการท่องเที่ยวระดับชาติเพียงใด
                       ดัง นั้น บทบาทของสภาอุ ต สาหกรรมท่ อ งเที่ ย วแห่ ง ประเทศไทยจึ ง ยัง ไม่ ชัด เจน
แ ล ะ ห า ก ส ภ า อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย เ ป็ น เ พี ย ง ที่ ป รึ ก ษ า
แ ล ะ มี ห น้ า เ พี ย ง ก า ร เ ส น อ แ น ว คิ ด แ ล ะ ส ะ ท้ อ น ปั ญ ห า ข อ ง ภ า ค เ อ ก ช น ไ ป ยั ง รั ฐ บ า ล
แต่ ย ั ง ไม่ ไ ด้ มี บ ทบาทโดยตรงในการก าหนดนโยบาย แผนหรื อยุ ท ธศาสตร์ ของประเทศ
สภาอุ ต สาหกรรมท่ อ งเที่ ย วแห่ งประเทศไทย จะมี บ ทบาทจ ากั ด ซึ่ งเป็ นที่ น่ า เสี ยดายว่ า
ภ า ค เ อ ก ช น เ ป็ น หั ว ใ จ ใ น ก า ร พั ฒ น า อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว ต า ม ที่ ก ล่ า ว ม า แ ล้ ว
ห า ก ก า ห น ด ใ ห้ เ อ ก ช น ห รื อ ส ภ า อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย

27
     มาตรา 6 (9) พระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2544
28
     มาตรา 16 (1) พระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2544

                                                             248
มีส่วนร่ วมในการวางยุทธศาสตร์ และแผนพัฒนาประเทศในเรื่ องการท่องเที่ยวด้วยก็จะผลดีในการบริ หาร
ก า ร จั ด ก า ร ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ล ะ แ ผ น ห รื อ น โ ย บ า ย จ ะ ไ ด้ ส อ ด ค ล้ อ ง กั บ ท า ง ป ฏิ บั ติ
และเกิดการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างมีประสิ ทธิ ภาพได้
                   7.4.4.5              สภาอุ ต สาหกรรมท่ อ งเที่ ย วแห่ ง ประเทศไทยไม่ มี ค วามเข้ม แข็ ง
เนื่องจากไม่มีอานาจในการบังคับหรื อลงโทษสมาชิก
                   ในกรณี สมาชิ กหรื อบุ ค คลใ ดที่ ไม่ ด าเนิ นการตามวั ต ถุ ประ สงค์ นโยบาย
หรื อ มติ ข องกรรมการของสภาอุ ต สาหกรรมท่ อ งเที่ ย วแห่ ง ประเทศไทย ไม่ ว่า จะเป็ นเรื่ อ งใด เช่ น
เรื่ องคุ ณภาพมาตรฐาน จรรยาบรรณในการประกอบอาชี พ หรื อการพัฒนาให้มีการท่องเที่ยวอย่างยังยืน                      ่
ส ภ า อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ไ ม่ มี อ า น า จ ที่ จ ะ ล ง โ ท ษ
เ พ ร า ะ ส ภ า เ ป็ น เ พี ย ง นิ ติ บุ ค ค ล เ อ ก ช น
แตกต่างจากองค์กรภาครัฐส่ วนใหญ่จะกาหนดบทลงโทษเมื่อมีการทาผิดกฎหมาย ไว้อย่างชัดเจน ดังนั้น
                                                                            ั
อาจมีผลทาให้สภาอ่อนแอ และไม่สามารถดาเนิ นการตามที่ ได้มีวตถุ ประสงค์ได้อย่างมีประสิ ทธิ ภาพ
เป็ นต้น
                   ก า ร ที่ ก า ห น ด ใ ห้ รั ฐ ม น ต รี ว่ า ก า ร ก ร ะ ท ร ว ง ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ล ะ กี ฬ า
                                                                               ั
มีอานาจสั่งให้สภาอุ ตสาหกรรมท่องเที่ ยวฯ หรื อกรรมการที่ ไม่ปฏิ บติตามคาสั่ง หรื อกระทาการใดๆ
อันเป็ นการผิดวัตถุประสงค์ของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่ งประเทศไทยหรื อเป็ นภัยต่อระบบเศรษฐ
กิจ ความมันคงของประเทศ หรื อความสงบเรี ยบร้ อยหรื อศีลธรรมอันดีของประชาชน พ้นจากตาแหน่ ง
             ่
ก็เป็ นเพียงการบริ หารจัดการสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่ งประเทศให้เป็ นไปตามวัตถุประสงค์เท่านั้น
แ ต่ ไ ม่ ค ร อ บ ค ลุ ม ไ ป ถึ ง ส ม า ชิ ก ส่ ว น ใ ห ญ่ ที่ ไ ม่ ท า ต า ม ม ติ
หรื อทาการขัดกับวัตถุประสงค์ของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยแต่อย่างใด

7.5บทสรุป
                     ส ภ า อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย
นับว่า เป็ นองค์กรภาคเอกชนที่ จะมี บทบาทมากในการพัฒนาอุ ตสาหกรรมท่องเที่ ย วไทย อย่างไรก็ ดี
อั น เ นื่ อ ง ม า จ า ก อุ ป ส ร ร ค ดั ง ไ ด้ ก ล่ า ว ม า แ ล้ ว
การดาเนินงานของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่ งประเทศไทยยังมีปัญหาอีกมากในเชิงโครงสร้างการบ
ริ หาร ซึ่ งทุ ก ฝ่ ายทั้ งภาคเอกชน และภาครั ฐ ต้ อ งร่ วมมื อ กั น อย่ า งจริ งจั ง ในการแก้ ไ ขปั ญ หา
      ่
ไม่วาจะเป็ นการแก้ไขโครงสร้างสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่ งประเทศไทยให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น
ทั้ ง ท า ง ด้ า น ก า ร บ ริ ห า ร แ ล ะ ก า ร มี ส่ ว น ร่ ว ม ข อ ง ส ม า ชิ ก อ ย่ า ง เ ท่ า เ ที ย ม กั น
หรื อการที่รัฐควรจะสนับสนุ นในด้านงบประมาณ ซึ่ งเป็ นเรื่ องสาคัญและเป็ นปั ญหาใหญ่ในปั จจุ บน                ั
เพื่อให้สามารถดาเนินงานได้อย่างเต็มรู ปแบบ



                                                        249
                    ป ร ะ ก า ร ส า คั ญ ต่ อ ม า คื อ
ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห์ ปั ญ ห า ข อ ง ส ภ า อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ดั ง ก ล่ า ว
อาจนาไปสู่ การสร้างเครื อข่ายองค์กรให้มีบทบาทในการพัฒนาและส่ งเสริ มการท่องเที่ยวให้ครอบคลุมไ
ปทัวประเทศด้วยการจัดให้มีสานักงานของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่ งประเทศไทยในระดับอนุ ภาค
    ่
แ ล ะ ร ะ ดั บ จั ง ห วั ด เ พื่ อ เ พิ่ ม ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ใ น ก า ร บ ริ ห า ร ง า น ข อ ง ภ า ค เ อ ก ช น เ อ ง
                                                                              ้
และเพื่อประสานกับสถาบันหรื อคณะกรรมการภาครัฐอื่นๆ ที่คณะผูศึกษาวิจยได้เสนอให้จดตั้งขึ้นั             ั




                                             บทที่ 8
                       สถานภาพและบทบาทของประชาชนและชุมชนท้ องถิ่น
                                ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว


         โครงสร้างและบทบาทของธุ รกิจเอกชนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้สารวจและพิจารณาแล้วใน
บ ท ก่ อ น ถึ ง แ ม้ ธุ ร กิ จ เ อ ก ช น จ ะ เ ป็ น ส่ ว น ส า คั ญ ข อ ง อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว
แต่ก็ยงมีบทบาทของประชาชนหรื อชุมชนในภาคประชาสังคมในท้องถิ่นที่มีความเกี่ยวข้องกับอุตสาหกร
      ั
ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว ท วี ขึ้ น เ ป็ น ล า ดั บ
ชุ ม ชนท้ อ งถิ่ น ได้ รั บ ผลกระทบหลายประการและหลายรู ปแบบจากอุ ต สาหกรรมท่ อ งเที่ ย ว
ซึ่ ง มี ทั้ ง ท า ง บ ว ก แ ล ะ ท า ง ล บ
บางครั้งความเปลี่ยนแปลงซึ่ งเกิดจากการมาเยือนของนักท่องเที่ยวมีผลกระทบอย่างสาคัญต่อจารี ตประเพ
ณี ค ร ร ล อ ง ข อ ง วิ ถี ชี วิ ต แ ม้ ก ร ะ ทั่ ง อั ต ลั ก ษ ณ์ ข อ ง สั ง ค ม ชุ ม ช น ท้ อ ง ถิ่ น


                                                        250
เนื้ อหาของบทนี้ จะครอบคลุ ม การส ารวจแนวคิ ด เรื่ องบทบาทของชุ ม ชนในสั ง คมสมั ย ใหม่
ชุ ม ช น ใ น ท้ อ ง ถิ่ น ไ ท ย ภ า ย ใ ต้ ก ร ะ แ ส ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง
แ ล ะ ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง ภ า ค ป ร ะ ช า สั ง ค ม ไ ท ย ภ า ย ห ลั ง ก า ร ป ฏิ รู ป ท า ง ก า ร เ มื อ ง เ มื่ อ เ ร็ ว ๆ นี้
และจะสรุ ปผลการส ารวจกรณี ศึ ก ษา 3 กรณี ว่ า ด้ ว ยความสั ม พัน ธ์ ข องชุ ม ชนในภู มิ ภ าคต่ า งๆ
ของไทยกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

8.1 บทบาทของชุ มชนในสั งคมสมัยใหม่
                        ตามกรอบความคิดที่กว้างที่สุด นักสังคมวิทยาจาแนกองค์การสังคมไว้เป็ น 2 กลุ่มใหญ่
กลุ่ ม แรกได้แก่ องค์ก ารปฐมภู มิ (primary organization) ซึ่ ง เปรี ย บ เสมื อนมรดกจากสั ง คมดั้ง เดิ ม
ได้แก่ ก ลุ่ ม องค์ก ารหรื อสถาบันที่ เกิ ดขึ้ นเมื่ อสั ง คมก่ อตัวขึ้ นสมัย แรก ๆ ได้แก่ ค รอบครั ว เครื อญาติ
กลุ่ มมิ ตรส หาย “ชุ มชน ”                      (community)                นั บ เป็ นก ารรวมตั ว ที่ จ ั ด อยู่ ใ นก ลุ่ มนี้
อี ก ก ลุ่ ม ห นึ่ ง ไ ด้ แ ก่ อ ง ค์ ก า ร ทุ ติ ย ภู มิ (secondary                                                organization)
อั น เ ป็ น ก า ร จั ด ตั้ ง อ ง ค์ ก า ร รู ป ใ ห ม่ ขึ้ น เ พื่ อ ร อ ง รั บ ภ า ร กิ จ ใ ห ม่ ๆ
ที่ เ กิ ด ขึ้ น เ นื่ อ ง จ า ก โ ค ร ง ส ร้ า ง ข อ ง สั ง ค ม ส มั ย ใ ห ม่ ที่ เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ไ ป จ า ก เ ดิ ม
ไ ด้ แ ก่ ลั ก ษ ณ ะ ก า ร ป ฏิ วั ติ อุ ต ส า ห ก ร ร ม ก า ร ข ย า ย ตั ว ข อ ง ชุ ม ช น เ มื อ ง
การจ าแนกแจกแจงโครงสร้ า งสั ง คมให้ ห ลากหลาย (diversified)                                            การแบ่ ง งานกั น ท า
ก า ร มี โ ค ร ง ส ร้ า ง ช น ชั้ น ใ ห ม่ ๆ
ใ น สั ง ค ม ภ า ร กิ จ ห ล า ก ห ล า ย ที่ บั ง เ กิ ด ขึ้ น มั ก จ ะ มี ก า ร จั ด ตั้ ง อ ง ค์ ก า ร ทุ ติ ย ภู มิ ขึ้ น ร อ ง รั บ
ไ ม่ ว่ า จ ะ เ ป็ น ส่ ว น ร า ช ก า ร ใ น ภ า ค รั ฐ ห รื อ อ ง ค์ ก า ร ธุ ร กิ จ ใ น ภ า ค เ อ ก ช น
ทาให้สังคมสมัยใหม่เต็มไปด้วยองค์การน้อยใหญ่จนมีผเู ้ รี ยกว่าเป็ น “สังคมแห่ งองค์การ” (organization
society)
                        ชุ ม ช น ห รื อ ป ร ะ ช า ค ม คื อ ก า ร ร ว ม ก ลุ่ ม บุ ค ค ล ที่ มี เ ป้ า ห ม า ย อ ยู่ ร่ ว ม กั น
เ ป็ น ป ร า ก ฏ ก า ร ณ์ ที่ มี ม า แ ต่ ดั้ ง เ ดิ ม แ ล้ ว ใ น สั ง ค ม ดี ก ด า บ ร ร พ์ ห รื อ สั ง ค ม โ บ ร า ณ
อ า จ ก ล่ า ว ไ ด้ ว่ า มี ชุ ม ช น ห รื อ ค ร อ บ ค รั ว เ ป็ น ส ถ า บั น ห ลั ก
เ ป็ น ส ถ า บั น ดั้ ง เ ดิ ม ที่ ด า ร ง อ ยู่ ก่ อ น ที่ จ ะ มี ก า ร ก่ อ ตั้ ง รั ฐ เ สี ย อี ก
แก่ นสารของชุ ม ชนคื อความร่ วมมื อและแบ่ ง ปั น ร่ วมคิ ด ร่ วมท าและร่ วมรั บ ผลลัพท์ไม่ ว่าดี หรื อร้ า ย
ครั้นเมื่อมีการจัดตั้งรัฐขึ้นเป็ นสถาบันที่มีอานาจล้นพ้นคอยปกป้ องศัตรู ภายนอกและรักษาความสงบภายใ
น                                สั                              ง                                ค                                  ม
แต่ราคาที่สังคมต้องจ่ายเพื่อประโยชน์ที่ได้จากการมีรัฐก็คือการยอมรับอานาจและการใช้อานาจรัฐ
                        ใ น ยุ ค ส มั ย ที่ ช น ชั้ น ป ก ค ร อ ง (ruling                                                      elites)
มีสิทธิ ผูกขาดอานาจปกครองฐานะของชาวบ้านหรื อชุ มชนในแผ่นดิ นเป็ นเพียง “ไพร่ ฟ้า” (subject)
ซึ่ งมี แต่หน้าที่ แต่ไม่มีสิทธิ ต่อมาการเปลี่ ยนแปลงในยุคฟื้ นฟูหลายกระแสในสมัยฟื้ นฟู (renaissance)

                                                                251
                                                             ้
ช่ วยให้สถานการณ์ ดีข้ ึ น การปลดปล่ อยสัง คมให้พนจากกรอบบงการของศาสนจักร (secularization)
ท า ใ ห้ สั ง ค ม มี เ ส รี ภ า พ ที่ จ ะ แ ส ว ง ห า แ ล ะ ค้ น พ บ สั จ จ ธ ร ร ม ใ ห ม่ ๆ
           ้
โดยไม่ตองพะวงว่าจะกระทบหรื อขัดแย้งกับความเชื่ อเก่า (dogma) การขยายตัวของปรัชญามนุ ษยนิยม
(humanism) ช่ ว ยส่ ง เสริ ม การขยายตัว เรื่ อ งศัก ดิ์ ศรี ความเท่ า เที ย มกัน ของมนุ ษ ย์ (egalitarianism)
แ ล ะ ป รั ช ญ า ปั จ เ จ ก ช น นิ ย ม                                                                  (individualism)
ซึ่ ง น า ม า สู่ ก า ร ข ย า ย ตั ว ข อ ง แ น ว ค ว า ม คิ ด ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย โ ด ย ทั่ ว ไ ป
การต่อสู ้ ทางกฎหมายหลายครั้งนาสังคมไปสู่ การจากัดอานาจของชนชั้นปกครองและการสร้ างนิ ติรัฐ
(rule            of           law)              แ น ว ค ว า ม คิ ด เ ส รี นิ ย ม ท า ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ข อ ง อ ดั ม ส มิ ธ
มี บทบาทอย่า งสาคัญในการลดบทบาทของภาครั ฐบาลในกิ จกรรมเหนื อระบบเศรษฐกิ จ นอกจากนี้
ผ ล พ ว ง ข อ ง เ ท ค โ น โ ล ยี ที่ พั ฒ น า ห ลั ง ก า ร ป ฏิ วั ติ อุ ต ส า ห ก ร ร ม
มีผลโดยตรงในการเพิ่มขีดความสามารถหรื อติดอาวุธให้ภาคเอกชนมีอานาจเป็ นที่เกรงใจของภาครัฐได้
แ ล ะ เ ป็ น ก า ร เ พิ่ ม อ า นิ ส ง ค์ ใ ห้ แ ก่ ร ะ บ บ ทุ น นิ ย ม
ซึ่ งจะมีบทบาทยืดเยื้อในพัฒนาการของสังคมสื บมาจนปั จจุบน ข้อที่น่าสังเกตก็คือ ระบบราชการของรัฐ
                                                                       ั
กั บ อ ง ค์ ก า ร ธุ ร กิ จ ไ ม่ ว่ า จ ะ เ ป็ น พ า นิ ช ย ก ร ร ม ห รื อ อุ ต ส า ห ก ร ร ม ข อ ง ภ า ค เ อ ก ช น
ก ล า ย เ ป็ น ส ถ า บั น ที่ ท วี อ า น า จ แ ล ะ ค ว า ม เ ข้ ม แ ข็ ง ขึ้ น ล้ น เ ห ลื อ
เป็ นสั ด ส่ ว นผกผัน กับ อ านาจของเอกบุ ค คลหรื อ ชุ ม ชน ซึ่ งนับ วัน จะเสื่ อ มถอยบทบาทและอ านาจ
      ่
ไม่วาจะเป็ นมิติเศรษฐกิจ การเมืองหรื อสังคม

8.2 ชุ มชนในท้ องถิ่นไทยภายใต้ กระแสการเปลียนแปลง      ่
                    สั ง ค ม ไ ท ย เ ริ่ ม เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง จ า ก ลั ก ษ ณ ะ สั ง ค ม เ ก ษ ต ร ก ร ร ม ดั้ ง เ ดิ ม
คื อ ร ะ บ บ เ ศ ร ษ ฐ กิ จ แ บ บ ผ ลิ ต พ อ ยั ง ชี พ (subsistence                                      economy)
ม า เ ป็ น ก า ร ผ ลิ ต เ พื่ อ ข า ย แ ล ะ เ พื่ อ ส่ ง อ อ ก ตั้ ง แ ต่ ยุ ค ต้ น ส มั ย รั ต น โ ก สิ น ท ร์
จุ ด เปลี่ ยนที่ เ จาะจงได้ แ ก่ ส นธิ สั ญ ญาเบาริ งสมั ย ปลายรั ช กาลที่ 3                   (พ.ศ.             2398)
และเริ่ มเปลี่ยนโฉมหน้าโครงสร้างระบบเศรษฐกิจเป็ นการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างจริ งจังโดยแผนพัฒน
า เ ศ ร ษ ฐ กิ จ แ ห่ ง ช า ติ ฉ บั บ ที่ 1                                                           (พ .ศ .2504)
อันเป็ นจุดเริ่ มต้นของการก่อร่ างสร้างตัวของภาคเอกชนมาสู่ ความเข้มแข็งและเรื องอานาจในปั จจุบน                ั

                                                       ั
           สังคมไทยสมัยสมบูรณาญาสิ ทธิ ราชย์ด้ งเดิมเป็ นสังคมเกษตรกรรมที่ภาครัฐมีอานาจเป็ นล้นพ้น
ภาคเอกชนเพิ่งเริ่ มตั้งตัวและด้อยอานาจอย่างเทียบกันไม่ติด เป็ นยุคสมัยที่ “สิ บพ่อค้าไม่เท่าพญาเลี้ ยง”
อ า น า จ แ ล ะ ส ง่ า ร า ศ รี ข อ ง ค น ท า ง า น ภ า ค รั ฐ เ ห นื อ ก ว่ า ผู ้ ที่ อ ยู่ ข้ า ง น อ ก ห ล า ย เ ท่ า
ค รั้ น ม า ถึ ง ส มั ย ห ลั ง เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ก า ร ป ก ค ร อ ง พ .ศ .                    2475               แ ล้ ว
ถึ ง แม้ธุ ร กิ จ ในภาคเอกชนจะพอเป็ นรู ปเป็ นร่ างและเริ่ มติ ด ต่ อ กั บ ประเทศตะวัน ตกแล้ ว ก็ จ ริ ง

                                                          252
                                       ั
แต่อานาจของชนชั้นปกครองก็ยง ผูก ขาดโดยสมาชิ กจากภาคราชการ เป็ นระบบ “อามาตยาธิ ปไตย”
(bureaucratic polity) ในขณะที่ บุคคลและองค์การภาคธุ รกิ จเอกชนส่ วนใหญ่คงรั บ บทบิ นต่ า (low
profile)
อาศัยวาสนาบารมีของภาคราชการในการดาเนินธุ รกิจและแสดงบทบาทในระบบการเมืองและสังคมต่อไ
ป ช่วงที่น่าจะนับเป็ นจุดสู งสุ ดของระบอบอามาตยาธิ ปไตยในสังคมไทย น่าจะได้แก่ช่วงที่จอมพลสฤษดิ์
ธนะรั ช ต์ ก่ อ การปฏิ ว ัติ แ ละใช้ อ านาจเบ็ ด เสร็ จปกครองประเทศระหว่ า งปี พ.ศ.                            2502
จ น ถึ ง แ ก่ อ นิ จ จ ก ร ร ม เ มื่ อ พ .ศ .2506                  ถึ ง แ ม้ จ ะ มี จ อ ม พ ล ถ น อ ม กิ ต ติ ข จ ร
ม า รั บ ช่ ว ง อ า น า จ ต่ อ ไ ป ภ า ย ใ ต้ เ งื่ อ น ไ ข แ ล ะ ส ถ า น ก า ร ณ์ เ ดิ ม
แต่ก็มิได้มีความเด็ดขาดหรื อสร้างความยาเกรงได้เช่นเดิม
                     อ       า         จ        ก          ล่         า        ว         ไ        ด้      ว่        า
นักธุ รกิจจากภาคเอกชนเริ่ มตั้งตัวและมีความมันใจขึ้นเมื่อรัฐบาลทหารจากภาคราชการถูกโค่นล้มลงโดย
                                                   ่
การต่อต้านจากขบวนการนิสิตนักศึกษาประชาชน เมื่อ 14 ตุลาคม 2516                           จ า ก นั้ น เ ป็ น ต้ น ม า
ถึ ง แ ม้ จ ะ มี ค ณ ะ ท ห า ร ก่ อ ก า ร รั ฐ ป ร ะ ห า ร อี ก ห ล า ย ค รั้ ง
แต่ก็มิได้ประสพความสาเร็ จและได้รับความสนับสนุ นกว้างขวางเช่นที่เคยเป็ นมาในอดีตอีกเลย ฉะนั้น
จึ ง อ า จ ถื อ ว่ า ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง เ มื่ อ 14 ตุ ล า ค ม                                           2516
เ ป็ น บั้ น ป ล า ย ข อ ง ร ะ บ อ บ อ า ม า ต ย า ธิ ป ไ ต ย เ พ ร า ะ นั ก ธุ ร กิ จ เ อ ก ช น
                 ่
ซึ่ งคอยหลบอยูหลังฉากและเล่นการเมืองโดยอาศัยการเชิ ดหรื อชูบทบาทของข้าราชการมาก่อนก็เริ่ มเปิ ด
ตั ว จั ด ตั้ ง พ ร ร ค ก า ร เ มื อ ง ขึ้ น แ ล ะ ล ง มื อ ด า เ นิ น ก า ร ท า ง ก า ร เ มื อ ง ด้ ว ย ต น เ อ ง
ผ ล ข อ ง ก า ร ใ ช้ อ า น า จ ท า ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ เ ข้ า ไ ป มี บ ท บ า ท ใ น ก า ร ร ณ ร ง ค์ ท า ง ก า ร เ มื อ ง
เป็ นผลให้การเลือกตั้งของการเมืองไทยในระยะต่อมามีการใช้เงิน และมีการซื้ อเสี ยงกันอย่างกว้างขวาง
เ ป็ น ก า ร เ ริ่ ม ศั ก ร า ช                                    “ธุ ร กิ จ ก า ร เ มื อ ง ”
                   ั
ซึ่ งเปิ ดทางให้นกธุ รกิจก้าวเข้าครองอานาจทางการเมืองและกุมบังเหี ยนในการบริ หารประเทศ
                     ใ น ข ณ ะ ที่ ภ า ค รั ฐ เ ป็ น ตั ว แ ท น แ ล ะ ใ ช้ อ า น า จ ข อ ง รั ฐ (state)
ภาคธุ รกิจเอกชนก็มีบทบาทหนักไปในกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านการผลิตและวิภาคยกรรม
(distribution) ภาคที่สามหรื อภาคที่เหลือก็คือภาคสังคมหรื อภาคประชาชน (society หรื อ civil society)
พิจารณาตามหลักการ ประชาชนที่ไ ม่ได้เป็ นนักการเมือง ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิ จ นักธุ รกิ จ
พนักงานหรื อคนงานขององค์การธุ รกิจก็น่าจะจัดเป็ นสมาชิกของภาคที่สามคือภาคสังคมหรื อภาคประชา
ช          น                    เ        รื่    อ         ง       นี้                      จ       อ      ห์       น
ฟรี ดแมนได้ให้อรรถาธิ บายเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเมืองของภาคประชาสังคมไว้ตามแผนภาพที่ 8.129


29
 John Friedman. (1992). Empowerment: The Politics of Alternative
Development. p. 50.

                                                        253
                  จ ะ เ ห็ น ไ ด้ ว่ า ภ า ค ป ร ะ ช า สั ง ค ม
แ ล ะ ชุ ม ช น เ ป็ น ก า ร จั ด ตั้ ง ที่ อ ยู่ ภ า ย น อ ก เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ต ล า ด ที่ เ ป็ น ท า ง ก า ร
อ า จ จ ะ เ รี ย ก ไ ด้ ว่ า เ ป็ น ร ะ บ บ ที่ ไ ม่ เ ป็ น ท า ง ก า ร (informal                   sector)
หรื อไม่ก็จดเป็ นการจัดตั้งระดับปฐมภูมิตามการจาแนกของนักสังคมวิทยาโดยทัวไป
           ั                                                                     ่

            ภาคประชาสังคมและชุมชนเป็ นกลไกที่มีบทบาทสาคัญดั้งเดิมก่อนการมีรัฐและมีระบบเศรษฐกิ
จ แ บ บ ต ล า ด                                เ ป็ น ที่ น่ า สั ง เ ก ต ว่ า
เมื่ อ รั ฐ ประชาชาติ แ ละระบบเศรษฐกิ จ แบบตลาดก่ อ ตั ว ขึ้ นและทวี บ ทบาทแข็ ง ขั น ขึ้ นทุ ก ที
ชุ ม ช น แ ล ะ ภ า ค ป ร ะ ช า สั ง ค ม ก็ ถู ก บั่ น ท อ น จ า กั ด บ ท บ า ท ล ด ค ว า ม ส า คั ญ ล ง
                                ่
เป็ นปรากฏการณ์ร่วมที่พบได้ไม่วาจะเป็ นสังคมไทยหรื อสังคมอื่นใด การแบ่งปั นฉันท์เพื่อนบ้านถูก




ภาพที่ 8.1          ตัวแบบระบบเศรษฐกิจในภาพรวม


ระบบเศรษฐกิจทุนนิยม

                                                                                         งานทางการ
                              รัฐ                                เศรษฐกิจร
             เศรษฐกิจ                           ความสัมพันธ์     ะบบตลาด
                                                ทางเศรษฐกิจ                               งานไม่เป็ น
             ครัวเรื อน
                                                                                           ทางการ
          การแบ่งเวลา                           ความสัม
                                                พันธ์ทาง                                  งานชุมชน
                               ประชาคม                           ประชาสังคม
                               การเมือง           สังคม
                                                วัฒนธรร                                    งานบ้าน
                                                    ม
                                                                                       ระบบเศรษฐกิจ
                                                                                         พอยังชีพ
ทีมา : John Friedman. (1992). Empowerment: The Politics of Alternative Development. p. 50.
  ่




                                                    254
แทนที่โดยการซื้ อขาย ความสัมพันธ์แบบไว้เนื้ อเชื่ อใจถูกแทนที่โดยการผูกพันด้วยสัญญา (contractual)
ก า ร ค บ ห า กั น ด้ ว ย น้ า ใ จ แ ท น ที่ โ ด ย ก า ร ค บ ค้ า แ บ บ ห วั ง ผ ล ป ร ะ โ ย ช น์ (calculated)
การร่ ว มแรงช่ ว ยเหลื อ เพื่ อ นบ้า นฉั น ท์ มิ ต รถู ก แทนที่ โ ดยการจ่ า ยค่ า จ้า งแรงงาน ฯลฯ เท่ า กับ ว่ า
สาระหรื อแก่ นสารของประชาสั ง คมหรื อ ชุ ม ชนถู ก ล้อ มกรอบและลดบทบาทลงในสั ง คมสมัย ใหม่
                          ่
คงมีบทบาทหลงเหลืออยูในสังคมชนบท

                  อย่ า งไรก็ ดี ระบบเศรษฐกิ จไทยในภาพรวมยั ง ไม่ มี ล ั ก ษณะเป็ นเอกภาพ
มี แ ห ล่ ง ที่ เ จ ริ ญ แ ล ะ มี ก า ร พั ฒ น า ร ะ ดั บ สู ง ใ น เ ข ต เ มื อ ง ส่ ว น ใ ห ญ่
แต่ก็มีเขตล้าหลัง และด้อยพัฒนาในชนบทส่ วนใหญ่ซ่ ึ งแตกต่า งห่ า งไกลจากสภาพในเมื องใหญ่ มาก
เป็ นสภาวะที่ นั ก เศรษฐศาสตร์ เรี ยกว่ า เป็ นระบบเศรษฐกิ จ ทวิ ล ั ก ษณ์ (dual            economy)
เป็ นกรอบความคิดที่ใกล้เคียงกับทฤษฎีพ่ ึงพาของราอุล เพรบิสช์ (Raul Prebisch) ที่แบ่งโลกเป็ นสองส่ วน
ส่ วนศูนย์กลาง (center) และส่ วนชายขอบ (periphery)30

                     ภ า ค รั ฐ ข อ ง ไ ท ย ใ น ยุ ค ส มั ย ต่ า ง ๆ
ที่ ผ่ า น ก็ มี โ ล ก ทั ศ น์ แ ล ะ น โ ย บ า ย ที่ มี ต่ อ ชุ ม ช น ท้ อ ง ถิ่ น ที่ แ ต ก ต่ า ง ห ล า ก ห ล า ย
ใ น ส มั ย ก่ อ น ที่ ร ะ บ บ ร า ช ก า ร ยั ง มี ข น า ด จ า กั ด
ก็มีค วามพยายามจะเข้า ถึ ง ชุ ม ชนโดยบุ ค ลากรสนับสนุ นนอกระบบ (para-bureaucratic staff) เช่ น
ก า นั น ผู ้ ใ ห ญ่ บ้ า น                                             พิ จ า ร ณ า ใ น แ ง่ นี้
ชุ ม ชนหมู่ บ ้ า นซึ่ งมี ผู ้ใ หญ่ บ ้ า นดู แ ลอยู่ น่ า จะมี ฐ านะเป็ นชุ ม ชนเชิ ง สถิ ติ ที่ อ าจจะมี ก ารแจงนั บ
                                                                    ้
สารวจและศึกษาได้ บางสมัยรัฐบาลก็ได้รับแรงกระตุนจากขบวนการนานาประเทศในการพัฒนาชนบท
ถึงขั้นที่มีการก่อตั้งส่ วนราชการขนาดใหญ่ข้ ึนถาวรเพื่อผลักดันให้ชุมชนทัวประเทศเพิ่มขีดความสามารถ
                                                                                       ่
ของตนโดยการสร้างองค์กรหรื อสถาบันของชุมชนที่เข้มแข็งขึ้น ได้แก่กรมการพัฒนาชุ มชน (community
development)
การสร้างองค์กรชุมชนให้เข้มแข็งและช่วยตนเองได้เป็ นหลักการที่ดีแต่ไม่มีผลงานเป็ นรู ปธรรมที่สังเกตใ
ห้ เ ห็ น ไ ด้ ง่ า ย                รั ฐ บ า ล ชุ ด ต่ า ง ๆ มั ก จ ะ อ ด ร น ท น ไ ม่ ไ ด้
มักจะแปลงภารกิจขององค์การนี้โดยมอบหมายงานใหม่ที่มีผลงานเป็ นรู ปธรรมให้ส่วนราชการนี้ รับผิดช
อบอยู่ เ นื อ งๆ บางยุ ค บางสมัย ที่ มี ค วามขัด แย้ง และการเผชิ ญ หน้ า กั น ทางการเมื อ งในระดั บ สู ง
ราชการก็มกจะทุ่มเทงบประมาณมหาศาลเพื่อรณรงค์จดตั้งชุมชนให้สนับสนุนแนวทางของรัฐบาลและเผ
              ั                                                       ั
ชิ ญ ห น้ า กั บ ฝ่ า ย ป ฏิ ปั ก ษ์                                                                        เ ช่ น


30
 Ronald H. Chilcote. (1984). Theories of Development and Under
Development. p. 23- 27.

                                                         255
ก า ร ฝึ ก อ บ ร ม ใ ห้ ห มู่ บ้ า น มี ก อ ง อ า ส า เ พิ่ ม ขี ด ค ว า ม ส า ม า ร ถ ใ น ก า ร ป้ อ ง กั น ต น เ อ ง
หรื อการฝึ กอบรมลูกเสื อชาวบ้าน เป็ นต้น

                   อย่ า งไรก็ ดี มี ชุ ม ชนท้ อ งถิ่ น ดั้ ง เดิ ม อยู่ ไ ม่ น้ อ ย ที่ ย ัง สามารถธ ารงรั ก ษาวิ ถี ชี วิ ต
โ ล ก ทั ศ น์ แ ล ะ อั ต ลั ก ษ ณ์ ข อ ง ต น ไ ว้ ไ ด้ ท่ า ม ก ล า ง ก ร ะ แ ส ค ว า ม เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง
วิ ถี ชี วิ ต แ ล ะ โ ล ก ทั ศ น์ ข อ ง ชุ ม ช น ต่ า ง ๆ อ า จ จ ะ สั ม ผั ส กั บ สิ่ ง ใ ห ม่ ๆ
ที่ เ ค ลื่ อ น เ ข้ า ไ ป แ ล ะ ก่ อ ใ ห้ เ กิ ด ป ฏิ ก ริ ย า ที่ แ ต ก ต่ า ง แ ล ะ ห ล า ก ห ล า ย
บาง ส่ ว นข อง ชุ ม ชน อา จจ ะ ต้ อ นรั บก าร เป ลี่ ย นแ ปล ง บา งส่ ว นอ าจ จะ ไม่ รู ้ ร้ อน รู ้ ห นา ว
บางส่ วนอาจจะไม่พึงพอใจ และลงมือคัดค้านหรื อต่อต้าน

8.3 ภาคประชาสั งคมของไทยภายหลังการปฏิรูปการเมือง

             ความเปลี่ยนแปลงที่บงเกิดขึ้นในระดับนานาชาติเกี่ยวกับปรัชญาและกระบวนทัศน์ทางการเมือง
                                     ั
แล ะ ร ะ บบ บริ ห าร มี ผ ล ก ร ะ ท บ ต่ อ ก า ร เมื อง ไ ทย โ ด ย เ ฉพ า ะ อ ย่ า ง ยิ่ ง ใ น ระ ดั บ ท้ อ ง ถิ่ น
ชุ ม ช น แ ล ะ ป ร ะ ช า ช น ไ ม่ ม า ก ก็ น้ อ ย
กระแสความคิดหลักประการหนึ่ งจากสากลได้แก่ การเรี ยกร้ องให้เน้นความสาคัญของชุ มชน ท้องถิ่ น
                                                ั
(localization) เพื่อคานกับกระแสโลกาภิวตน์ (globalization) ที่แพร่ หลายอย่างกว้างขวางมาก่อนหน้านั้น
ก อ ป ร กั บ ก ร ะ แ ส ก า ร เ น้ น ค ว า ม ส า คั ญ ข อ ง ธ ร ร ม า ภิ บ า ล (good                  governance)
ของระบบบริ ห ารไม่ ว่า จะเป็ นของภาครั ฐ หรื อ ภาคเอกชน ความบริ สุ ท ธิ์ ยุ ติ ธ รรม ความโปร่ ง ใส
ความพร้อมรับการตรวจสอบ (accountability) ทั้งจากสาธารณชน ชุ มชนที่มีส่วนได้เสี ย (stakeholder)
ห รื อ ก า ร ต ร ว จ ส อ บ เ ชิ ง อ า ชี พ (professional                                                   audit)
ซึ่ ง บัง เกิ ดขึ้ น ควบคู่ ก ับ การสนับ สนุ น การบริ ห ารที่ เ น้น การประเมิ น คุ ณภาพไม่ ว่า จะเป็ นของสิ น ค้า
บริ การหรื อกระบวนการดาเนินงาน

                                                                                ั
            ความเปลี่ยนแปลงในระบบการเมืองไทยในการปฏิรูปการเมืองเห็นได้ชดในบทบัญญัติของกฎห
มาย รั ฐธรรมนู ญฉบั บ ล่ าสุ ด มี ก ารจั ด ตั้ งส ถ าบั น แล ะ ก ระ บวนก ารทางการเมื องใ หม่ ๆ
เพิ่ ม ขึ้ นเสมื อ นหนึ่ งเป็ นการเปลี่ ย นโฉมหน้ า ของการเมื อ งระบบประชาธิ ป ไตยแบบมี ผู้แ ทน
(representative                            democracy)                      ซึ่ ง เ ป็ น ม า แ ต่ เ ดิ ม
คื อ เลื อ กตั้ งผู ้ แ ทนราษฎรแล้ ว มอบอ านาจเกื อ บสิ ทธิ ขาดให้ ใ ช้ จ นกว่ า จะเลื อ กตั้ งครั้ งใหม่
กลายเป็ นการเมื อ งระบบประชาธิ ป ไตยแบบมี ส่ ว นร่ ว ม (participatory democracy) กล่ า วคื อ
ถึ ง แ ม้ จ ะ มี ก า ร เ ลื อ ก ตั้ ง ผู ้ แ ท น ไ ป แ ล้ ว


                                                           256
แต่การดาเนิ นงานทางการเมืองยังมีกลไกและกระบวนการคอยสอบทานกิ จกรรมหรื อ “วาระ” ต่าง ๆ
เพิ่มเติมอีกตามความเหมาะสมของแต่ละบริ บท
                      มาตรการหรื อประเด็นหลักที่เพิมเติมเข้ามาในระบบตามแนวทางข้างต้นมีหลายประการ
                                                        ่
                                             ั
ส่ วนหนึ่งได้แก่การดาเนินการทางนิติบญญัติมีสถาบันศาลรัฐธรรมนูญคอยวินิจฉัยว่ากฎหมายที่ประกาศใ
ช้ จ ะ ขั ด แ ย้ ง กั บ บ ท บั ญ ญั ติ ข อ ง รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ ห รื อ ไ ม่
เพราะกฎหมายรั ฐ ธรรมนู ญ มี บ ทบัญ ญัติ ที่ คุ ้ม ครองสิ ท ธิ เ สรี ภ าพของประชาชน ชุ ม ชน ท้อ งถิ่ น
ก า ห น ด บ ท บ า ท ข อ บ เ ข ต อ า น า จ ห น้ า ที่ ข อ ง ส ถ า บั น ห ลั ก ต่ า ง ๆ ข อ ง ช า ติ
                                           ่
การดาเนินงานของระบบราชการก็อยูในข่ายของการตรวจสอบของสถาบันศาลปกครองว่าใช้อานาจหน้า
ที่ โด ย ช อบ หรื อไม่ ว าร ะ แ ห่ งช าติ เรื่ อง ใ ด ที่ มี ค วา มส าคั ญ ยิ่ ง ห รื อ มี ค วาม ล ะ เอี ย ด อ่ อ น
ไ ม่ อ า จ จ ะ ตั ด สิ น โ ด ย ก ร ะ บ ว น ก า ร ข อ ง อ า น า จ บ ริ ห า ร ห รื อ อ า น า จ นิ ติ บั ญ ญั ติ ต า ม ป ก ติ
ก็อาจจะจัดให้มี การย้อนกลับไปขอมติจากประชาชนโดยตรง โดยการแสดงประชามติ (referendum)
นั ก การเมื อ งรายใดที่ มี ผ ลงานหรื อพฤติ ก รรมไม่ เ ป็ นที่ พึ ง พอใจของผู ้อ อกเสี ยงในเขตเลื อ กตั้ง
(constituencies) ก็อาจจะเผชิญกับมาตรการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนออกจากตาแหน่งก่อนกาหนด (recall)
                      เ ฉ พ า ะ ใ น ส่ ว น ที่ เ กี่ ย ว กั บ บ ท บ า ท ข อ ง ภ า ค ป ร ะ ช า ช น
ชุ มชนหรื อท้องถิ่นก็มีบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญกาหนดขึ้นรับรองสิ ทธิ ชุมชน และมีการกาหนดกลไก
ขั้ นตอนและช่ องทางเพื่ อ ส่ งเสริ มและอ านวยความสะดวกในการมี ส่ วนร่ วมของชุ มชน
ได้แก่ ก ารก าหนดให้ มี ก ารจัด ประชาพิ จ ารณ์ (public hearing)                      เพื่ อ เปิ ดโอกาสให้ประชาชน
ชุ ม ช น ใ น ท้ อ ง ถิ่ น ผู ้ มี ส่ ว น ไ ด้ เ สี ย
ได้มี ส่ ว นร่ ว มในการพิ จ ารณาเสนอประเด็ น สนับ สนุ น หรื อ คัด ค้า นจากจุ ด ยื น หรื อ มุ ม มองของตน
ใ นส่ วนที่ เป็ นปั ญ หาทาง เทคนิ ค แล ะ ผล ก ระ ทบ ใ นวงก ว้ า งอั น เป็ นปร ะ โย ชน์ ส่ วนรว ม
ก็กาหนดให้มีมาตรการศึกษาผลกระทบด้านสิ่ งแวดล้อม (environmental impact assessment : EIA)
เป็ นมาตรการบังคับอีกด้านหนึ่งด้วย
                      สาหรับชุ มชนและภาคประชาชนของไทยในส่ วนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
น่าจะพิจารณาได้จากการสารวจความเป็ นมาของการเติบโตและการขยายตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวใ
นประเทศ ในระยะต้น การท่องเที่ยวและนักท่องเที่ ยวจะไม่ส่งผลกระทบชาวบ้านและชุ มชนมากนัก
เ พ ร า ะ ยั ง มี จ า น ว น น้ อ ย                                                   ก ล่ า ว ไ ด้ ว่ า
นั ก ท่ อ งเที่ ย วส่ วนใหญ่ จ ะเกี่ ย วข้ อ งกั บ ธุ รกิ จ โดยตรงและธุ ร กิ จ เกี่ ย วเนื่ อ งของอุ ต สาหกรรม
บุ ค ลากรของธุ รกิ จเหล่ า นี้ ได้รับ การฝึ กฝนมาส าหรั บ งานนี้ อยู่แล้ว ต่ อ มาเมื่ อการท่ อ งเที่ ย วขยายตัว
และทวีความหลากหลายจากแหล่งท่องเที่ยวหรื อทรัพยากรท่องเที่ยวไม่กี่แห่ งไปสู่ แหล่งธรรมชาติหรื อท
รัพยากรท่องเที่ ยวใหม่ๆ การท่องเที่ ยวแหล่ งธรรมชาติ ก็รวมไปถึ งกิ จกรรมที่ ตื่นเต้นสนุ กสนาน เช่ น
ก า ร ล่ อ ง แ ก่ ง โ ด ย แ พ ไ ม้ ไ ผ่ จ า ก ต้ น น้ า ไ ป ทิ้ ง แ พ ที่ ป ล า ย น้ า
ท า ค ว า ม เ สี ย ห า ย เ สื่ อ ม โ ท ร ม แ ก่ ป่ า ไ ผ่ เ ป็ น จ า น ว น ม า ก

                                                          257
การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบางครั้งก็เริ่ มเข้ามาสัมผัสและก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในวิถีชีวิตของชาว
บ้ า น ใ น ชุ ม ช น ที่ ก ล า ย เ ป็ น “สิ น ค้ า ”                                       ใ น เ ชิ ง ท่ อ ง เ ที่ ย ว
การสู ญเสี ย ความเป็ นตั ว ของตั ว เองหรื อความเป็ นส่ วนตั ว (privacy)                                ของชาวบ้ า น
ตลอดจนภาวะที่บีบบังคับให้ชาวบ้านต้องเสี ยสละหรื อปรับเปลี่ยนจารี ตประเพณี วิถีปฏิบติแตกต่างไปจา        ั
ก เ ดิ ม แ ห ล่ ง ธ ร ร ม ช า ติ บ ริ สุ ท ธิ์ บ า ง แ ห่ ง ก ล า ย เ ป็ น เ ป้ า ห ม า ย ข อ ง อ ภิ ม ห า โ ค ร ง ก า ร
ที่มุ่งเน้นก่อสร้างอาคารหรื อโครงสร้างคอนกรี ตเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวให้ได้มากขึ้นและผลตอบแทนทา
ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ เ พิ่ ม ขึ้ น                                        ก ร ณี ศึ ก ษ า ทั้ ง                            3
กรณี ที่จะนาเสนอต่อไปนี้จะพรรณนาและวิเคราะห์สภาพปั ญหาความสัมพันธ์ระหว่างชุ มชนท้องถิ่นที่ได้
รับผลกระทบจากการท่องเที่ยวต่างรู ปแบบและต่างภูมิภาคกัน

                                                                        ่
8.4 กรณีศึกษา 3 กรณีว่าด้ วยความสั มพันธ์ ของชุ มชนกับอุตสาหกรรมท่ องเทียว31
                  ก         ร        ณี          ศึ      ก       ษ           า            3
                            ั
กรณี ที่ได้ดาเนินการศึกษาวิจยเชิงคุณภาพแบบเจาะลึกเพื่อประกอบประเด็นการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่
างชุมชนกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้แก่

                    8.4.1 กรณี ศึกษา “กระเช้าดอยหลวง” จังหวัดเชียงใหม่
                    8.4.2 กรณี ศึกษา “หาดบ้านเจ้าไหม” จังหวัดตรัง
                    8.4.3 กรณี ศึกษา “ชุมชนป้ อมมหากาฬ” เกาะรัตนโกสิ นทร์ กรุ งเทพมหานคร

                     8.4.1 กรณี ศึกษา “กระเช้าดอยหลวง” จังหวัดเชียงใหม่
                     กรณีศึกษาแรกเป็ นกรณี การเสนอโครงการพัฒนาภูเขาสู งอันดับ 3 ของประเทศไทยชื่ อ
“ดอยหลวง” ตั้ง อยู่ใ นพื้ น ที่ อาเภอเชี ย งดาว จัง หวัดเชี ย งใหม่ เดิ ม ดอยหลวงเป็ นพื้ นที่ ป่ าอนุ รัก ษ์
ต่ อ ม าก ล า ย เ ป็ น แห ล่ งท่ อง เที่ ย ว เชิ ง นิ เว ศที่ มี ทิ ว ทั ศ น์ ง ดง าม ซึ่ งนั ก ท่ อ งเ ที่ ย วนิ ย ม มา ก
ถึ ง แ ม้ จ ะ ต้ อ ง ใ ช้ เ ว ล า ถึ ง ส อ ง ส า ม วั น เ พื่ อ ปี น ถึ ง ย อ ด เ ข า แ ล ะ ก ลั บ ล ง ม า น อ ก จ า ก นี้
ด อ ย ห ล ว ง ยั ง เ ป็ น เ ข ต รั ก ษ า พั น ธุ์ สั ต ว์ ป่ า
                                  ้
อันเป็ นสาเหตุให้เจ้าหน้าที่ตองกาหนดโควตานักท่องเที่ยวแต่ละวันเพื่อมิให้กระทบกระเทือนต่อการดาร
     ิ
งชีวตของสัตว์ป่า

                 โครงการพั ฒ นาดอยหลวงเกิ ดจากด าริ ของ พ.ต.ท.                 ทั ก ษิ ณ ชิ นวั ต ร
นายกรัฐมนตรี ที่จะเพิ่มศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ให้มีขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวได้

31
                                                                                                        ั
     โปรดพิจารณา ชลธิรา สัตยาวัฒนา, รายงานการศึกษากรณี ศึกษาทั้ง 3 เรื่ อง ในภาคผนวกพิเศษของรายงานการวิจยนี้

                                                          258
อี                                 ก                            ม                              า                                ก
                                                                 ั
โดยคาดหวังว่าจะเป็ นจุ ดสาคัญที่ ผลักดันให้พ้ืนที่ จงหวัดเชี ยงใหม่เป็ นที่นิยมของนักท่องเที่ ยวเพิ่มขึ้ น
จนถึงขั้นที่สามารถเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวของพื้นที่ข้ ึนอีกกว่าร้อยละ 20 ให้เท่ากับรายได้ของภูเก็ต
แนวความคิดนี้ ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ งแวดล้อมเป็ นเจ้าของเรื่ องดาเนิ
นการจั ด ให้ มี ก ารศึ ก ษาความเป็ นไปได้ ข องโครงการ เมื่ อข่ า วนี้ เผยแพร่ ออกไปปรากฎว่ า
ความคิ ดนี้ ได้รับการคัดค้านอย่างกว้างขวางจากชุ มชนท้องถิ่ น ประชาชนในพื้นที่ ประชาคมวิชาการ
นั ก วิ ช า ก า ร ที่ มุ่ ง อ นุ รั ก ษ์ ค ว า ม ห ล า ก ห ล า ย ท า ง ชี ว ภ า พ (bio-diversity)                  ข อ ง พื้ น ที่
ต ล อ ด จ น อ ง ค์ ก า ร พั ฒ น า เ อ ก ช น ด้ า น สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม
ความหวันเกรงของชุ มชนท้องถิ่ นมิได้มีเพียงผลเสี ยที่จะเกิ ดจากการก่อสร้ าง “กระเช้าลอยฟ้ า” เท่านั้น
           ่
     ั
แต่ยงรวมความไปถึงการหลังไหลเข้ามาของนายทุนต่างถิ่นเพื่อสร้างธุ รกิจต่อเนื่ องด้านรี สอร์ ท โรงแรม
                                      ่
ภัต ตาคาร สวนอาหารต่ า ง ๆ ในขณะที่ ส มาชิ ก ชุ ม ชนท้อ งถิ่ น ที่ เ ชี ย งดาวอาจมี ส่ ว นร่ ว มเพี ย งแค่
“ข า ย ข้ า ว เ ห นี ย ว ไ ก่ ย่ า ง ”                          เ มื่ อ ก ร ะ แ ส คั ด ค้ า น ข ย า ย ตั ว ก ว้ า ง ข ว า ง ขึ้ น
             ้่
ในที่สุดผูวาราชการจังหวัดเชียงใหม่ก็ตดสิ นใจยกเลิกโครงการภายหลังประมวลความเห็นรอบด้าน
                                                  ั

                   8.4.2 กรณี ศึกษา “หาดบ้านเจ้าไหม” จังหวัดตรัง
                   ก ร ณี ศึ ก ษ า ที่ ส อ ง เ ป็ น ก ร ณี ข อ ง ห า ด บ้ า น เ จ้ า ไ ห ม ท า ง ภ า ค ใ ต้
ชุ มชนที่ เ กี่ ยวข้ อ งโดยตรงได้ แ ก่ บ ้ า นเจ้ า ไหม หมู่ ที่ 6          ต าบลเกาะลิ บง จั ง หวั ด ตรั ง
ชุ ม ช น เ ก่ า แ ก่ ที่ อ ยู่ ใ ก ล้ เ คี ย ง ไ ด้ แ ก่ บ้ า น ม ด ต ะ น อ ย (บ้ า น บ า ร า โ ห ม เ ดิ ม )
หาดในกรณี ศึก ษานี้ ต้ งอยู่ใ นเขตอุ ท ยานแห่ ง ชาติ หาดเจ้า ไหม ชุ มชนเหล่ านี้ เป็ นชุ มชนมุ สลิ มดั้งเดิ ม
                         ั
ส่ ว นใหญ่ ด ารงชี วิ ต โดยอาชี พ ประมงแบบพื้ น บ้า น และสื บ ทอดครรลองวิ ถี ชี วิ ต ตามจารี ต ดั้ง เดิ ม
แ ล ะ ต า ม ข น บ ข อ ง ศ า ส น า อิ ส ล า ม
ประเด็นสาคัญของกรณี น้ ี ก็คือครรลองชี วิตดั้งเดิ มของชุ มชนขัดแย้งกับกฎหมายที่ บญญัติข้ ึนภายหลัง
                                                                                          ั
และเมื่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวขยายตัวมาถึงชุมชน ก็เกิดผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบบางประการ

                   วิถีชีวตชุมชนดั้งเดิมของชุมชนในกรณี ศึกษานี้ก็คือจารี ตดั้งเดิมเกี่ยวกับการสร้างที่อยูอา
                            ิ                                                                                       ่
ศั ย โ ด ย ก า ร ล ง ห ลั ก ปั ก เ ส า เ รื อ น ใ น พื้ น ที่ ส า ธ า ร ณ ะ ต า ม ฤ ดู ก า ล
พื้ น ที่ ส าธารณะดัง กล่ า วครอบคลุ ม ปริ ม ณฑลต่ า งๆ พอสมควรได้แ ก่ น าเกลื อ พระม่ ว ง บ้า นพร้ า ว
บ า ดู ปู เ ต๊ ะ ห ลั ง เ ข า ม ด ต ะ น อ ย เ จ้ า ไ ห ม ห า ด ย า ว ห ย ง ห ลิ ง เ ก า ะ มุ ก ฯ ล ฯ
เ ป็ น ก า ร ใ ช้ สิ ท ธิ ค ร อ บ ค ร อ ง ชั่ ว ค ร า ว ด้ ว ย ก า ร ย อ ม รั บ ข อ ง เ พื่ อ น บ้ า น
และจะมีการถอนเสาเรื อนโยกย้ายไปก่อสร้ างในที่ใหม่ตามความสะดวก ไม่มีการยึดถือกรรมสิ ทธิ์ ถาวร
อ ย่ า ง ไ ร ก็ ดี วิ ถี ชุ ม ช น ต า ม จ า รี ต ดั ง ก ล่ า ว ขั ด แ ย้ ง กั บ ก ฎ ห ม า ย ที่ ดิ น ที่ ส า ธ า ร ณ ะ
โ ด ย เ ฉ พ า ะ อ ย่ า ง ยิ่ ง ก ฎ ห ม า ย ป ร ะ ก า ศ เ ข ต อุ ท ย า น แ ห่ ง ช า ติ ซึ่ ง เ กิ ด ขึ้ น ภ า ย ห ลั ง

                                                              259
ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจึงรวมตัวกันคัดค้านและต่อสู ้เพื่อรักษาสิ ทธิ เพื่อใช้ประโยชน์ในพื้นที่ตามวิถีด้ งเ     ั
ดิ ม ต่ อ ไป นับ เป็ นกรณี ร้ อ งเรี ย นทางการเมื อ งที่ มี ก ารบรรจุ เ ข้า พิ จ ารณาในคณะรั ฐ มนตรี ในที่ สุ ด
                                                           ่
คณะรัฐมนตรี มีมติให้ชาวบ้านเจ้าไหมตั้งบ้านเรื อนอยูใกล้โรงเรี ยนในป่ าเสม็ดชายหาดในเขตอุทยานแห่ ง
ชาติเจ้าไหมได้ นับเป็ นการผ่อนปรนการบังคับใช้กฎหมายแก่ชุมชนเหล่านี้

                     วิ ถี ชี วิ ต ของชุ ม ชนชาวประมงเหล่ า นี้ ยัง ให้ ค วามส าคัญ กับ การอนุ รั ก ษ์ ท รั พ ยากร
ธ        ร         ร        ม        ช       า        ติ   แ     ล         ะ        สั   ต       ว์      น้         า
นั บ เป็ นวิ ธี คิ ด แล ะปฏิ บั ติ ที่ จุ น เจื อ ทรั พ ยากรชายฝั่ งทะเลให้ มี ภ าวะสมดุ ลทางธรรมชาติ
มี ก า ร อ นุ รั ก ษ์ ห ญ้ า ท ะ เ ล อั น เ ป็ น อ า ห า ร ข อ ง สั ต ว์ น้ า เ ล็ ก ๆ โ ด ย เ ฉ พ า ะ อ ย่ า ง ยิ่ ง
                                                                                         ่
การให้ความสาคัญในการอนุรักษ์สัตว์น้ าหายากเช่น ปลาดุหยง (ปลาพะยูน) ซึ่ งอยูในภาวะใกล้สูญพันธุ์

                   เมื่ อ พื้ น ที่ ใ นปริ ม ณฑลนั้ น กลายเป็ นแหลงท่ อ งเที่ ย วทางทะเลที่ ไ ด้ รั บ ความนิ ย ม
ธุ ร กิ จ ท่ อ ง เ ที่ ย ว จึ ง ก ล า ย เ ป็ น โ อ ก า ส ส ร้ า ง ร า ย ไ ด้ เ พิ่ ม เ ติ ม จ า ก อ า ชี พ เ ดิ ม
                                            ้
สมาชิ ก ชุ ม ชนบางคนกลายเป็ นผูป ระกอบธุ ร กิ จ ท่ อ งเที่ ย ว ประกอบธุ ร กิ จ ร้ า นค้า ขายอาหารทะเล
นอกจากนี้ ชาวบ้า นส่ ว นหนึ่ ง ก็ มี อ าชี พ บริ ก ารรั บ นัก ท่ อ งเที่ ย ว รั บ นัก ตกปลาสมัค รเล่ น ไปตกปลา
และบริ การท่ อ งเที่ ย วเชิ ง นิ เ วศน์ และเดิ น เรื อขนส่ ง นั ก ท่ อ งเที่ ย วไปสู่ แ หล่ ง ท่ อ งเที่ ย วใกล้ เ คี ย ง
ผู ้ น า ชุ ม ช น บ า ง ค น                                                        เ ช่ น                 มิ ย ะ
หะหวาเป็ นผูจดตั้งกลุ่มรณรงค์เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งทะเลโดยส่ งเสริ มความอุดมสมบูรณ์ของทรัพ
               ้ั
ยากรและต่ อ ต้ า นการใช้ เ ครื่ องมื อ ประมงที่ มี ผ ลเสี ยหาย เช่ น อวนรุ น อวนลาก นอกจากนี้
ยังรวมถึงการรณรงค์เพื่อจัดระเบียบการท่องเที่ยวและพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวให้อยูในกรอบที่เหมาะ      ่
          ั                                   ิ
สม ไม่ขดแย้งต่อความรู ้สึกและวิถีชีวตของชุมชนท้องถิ่น

                     8.4.3 กรณี ศึกษา “ชุมชนป้ อมพระกาฬ” เกาะรัตนโกสิ นทร์ กรุ งเทพมหานคร
                     กรณีศึกษาที่สาม ได้แก่ ชุ มชนป้ อมมหากาฬในเกาะรั ตนโกสิ นทร์ กรุ งเทพมหานคร
ชุ ม ช น ดั ง ก ล่ า ว ตั้ ง อ ยู่ บ น ที่ ส า ธ า ร ณ ะ จ า น ว น 4                 ไ ร่ เ ศ ษ ใ ก ล้ ป้ อ ม ม ห า ก า ฬ
อั น เป็ นจุ ด เด่ น ของก าแพงกรุ งรั ต นโกสิ นทร์ ส่ วนที่ ไ ด้ รั บ การปฏิ สั ง ขรณ์ ใ ห้ ค งสภาพเดิ ม อยู่
ก ลุ่ ม ข อ ง โ บ ร า ณ ส ถ า น ห รื อ ส ถ า น ส า ค ญ ที่ อ ยู่ ใ ก ล้ เ คี ย ง ไ ด้ แ ก่ ส ะ พ า น ผ่ า น ฟ้ า ลี ล า ศ
ซึ่ ง เชื่ อมระหว่า งถนนราชดาเนิ นกลางและถนนราชดาเนิ นนอกซึ่ ง เป็ นถนนสายหลัก ที่ สง่ า งามที่ สุ ด
ศ า ล า เ จ ษ ฎ า บ ดิ น ท ร์ โ ล ห ะ ป ร า ส า ท ใ น วั ด ร า ช นั ด ด า ร า ม
แ ล ะ ภู เ ข า ท อ ง แ ห่ ง วั ด ส ร ะ เ ก ศ ซึ่ ง อ ยู่ น อ ก เ ก า ะ รั ต น โ ก สิ น ท ร์
                                                        ่                                ั ่
ข้ามคลองโอ่งอ่างซึ่ งเป็ นคลองล้อมพระนครอยูนอกกาแพงเมือง ชุ มชนนี้ ต้ งอยูบนพื้นที่นอกกาแพงนคร
ถู ก ข น า บ อ ยู่ ร ะ ห ว่ า ง ก า แ พ ง กั บ ค ล อ ง โ อ่ ง อ่ า ง เ ป็ น ชุ ม ช น แ อ อั ด อ ยู่ เ บื้ อ ง ห ลั ง ก า แ พ ง

                                                            260
(เ มื่ อ ม อ ง จ า ก ภ า ย ใ น เ ก า ะ รั ต น โ ก สิ น ท ร์ อ อ ก ม า )
                                                                                                 ่
เป็ นชุ มชนที่มีความเป็ นมาเก่าแก่ต้ งแต่ตนกรุ งรัตนโกสิ นทร์ ผูต้ งรกรากอยูรุ่นแรกๆ เป็ นข้าราชบริ พาร
                                          ั      ้                               ้ ั
ลู ก หลานรุ่ นหลั ง ๆ ยัง คงสื บทอดวิ ถี ชี วิ ต และอาชี พ ดั้ ง เดิ ม เช่ น การปั้ นหั ว ฤาษี การท ากรงนก
อ า ชี พ ห ล อ ม ท อ ง แ ล ะ ก า ร ท า เ ค รื่ อ ง ปั้ น ดิ น เ ผ า เ ป็ น ต้ น
บ้ า น ห ล า ย ห ลั ง ใ น ชุ ม ช น เ ป็ น อ า ค า ร เ ก่ า ที่ แ ส ด ง ส ถ า ปั ต ย ก ร ร ม แ ห่ ง ยุ ค ส มั ย
ซึ่ ง นั ก อ นุ รั ก ษ์ ห ล า ย ค น ล ง ค ว า ม เ ห็ น ว่ า มี คุ ณ ค่ า ทั้ ง เ ชิ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ แ ล ะ ศิ ล ป ก ร ร ม
ควรได้รับการอนุรักษ์ไว้แทนที่จะถูกรื้ อถอน

                   ก ร ณี ศึ ก ษ า ข อ ง ชุ ม ช น เ รื่ อ ง นี้
เ ป็ น ก า ร ศึ ก ษ า ชุ ม ช น ใ น ฐ า น ะ ที่ เ ป็ น เ ป้ า ห ม า ย ที่ จ ะ ต้ อ ง เ ค ลื่ อ น ย้ า ย (relocation)
                                                                        ั ่
เพื่อพัฒนาพื้นที่ให้เป็ นแหล่งท่องเที่ยวเพราะเป็ นแหล่งชุ มชนที่ต้ งอยูใจกลางของพื้นที่ชุมนุ ม (complex)
ของทรัพยากรท่องเที่ยวจานวนมากดังกล่าวแล้ว

                  ก      รุ      ง       เ     ท        พ       ม        ห      า     น       ค       ร
มี แ ผนจะย้า ยชุ ม ชนออกไปโดยเตรี ย มพื้ น ที่ ร องรั บ ไว้น อกเมื อ งบริ เ วณถนนฉลองกรุ ง เขตมี น บุ รี
เ พื่ อ จ ะ พั ฒ น า พื้ น ที่ เ ป็ น ส ว น ส า ธ า ร ณ ะ
ช า ว บ้ า น ส่ ว น ห นึ่ ง ย อ ม รั บ ค่ า ช ด เ ช ย แ ล ะ ไ ด้ ย้ า ย อ อ ก ไ ป จ า ก ชุ ม ช น แ ล้ ว
                              ั                                           ่
คงมีชาวบ้านอีกส่ วนหนึ่งที่ยงคงปั กหลักและขอต่อรองกับทางการ โดยยืนข้อเสนอขอใช้พ้ืนที่ประมาณ 1
ไ ร่ เ ศ ษ เ ป็ น ที่ อ ยู่ อ า ศั ย ต่ อ ไ ป ด้ ว ย เ ห ตุ ผ ล ด้ า น ก า ร ป ร ะ ก อ บ อ า ชี พ
โ ด ย เ ส น อ จ ะ รั บ ภ า ร ะ ใ น ก า ร ดู แ ล รั ก ษ า ส ว น ส า ร ธ า ร ณ ะ
                                  ู้
ตลอดจนดูแลความปลอดภัยแก่ผมาใช้บริ การในสวน




                  การเคลื่อนไหวเพื่อต่อสู ้ของชุ มชนเป็ นปรากฏการณ์ที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง
ถือเป็ นกรณี ศึกษาทางปัญหาสังคมของนักวิชาการจานวนหลายราย32

32
   ส่วนหนึ่งของการศึกษาได้แก่ วิภาพรรณ ศิริพรรคชัย, “การเคลื่อนไหวของชุมชนป้ อมมหากาฬ,” ; วิภาส
                    ิ                                                   ิ            ้  ้
ปรัชญาภรณ์, “ชีวตของช่างชุมชนป้ อมมหากาฬ,”; ภาวิณี ไชยภาค, “ชีวตประจาวันกับการต่อสูของผูหญิง:
                                                                ั
กรณี ศึกษาเรื่ องการไล่ร้ื อพื้นที่หลังกาแพงป้ อมมหากาฬ,”; ภูริทต ไชยเศรษฐ,
“การสร้างรัฐต่อรองความหมายพื้นที่ทางสังคม,”; จิตราภรณ์ สมยานนทนากุล,
“การให้เหตุผลของกรุ งเทพมหานครและชาวบ้านชุมชนป้ อมมหากาฬและการสร้างกลไกเพื่อการปรึ กษาหารื อ,”;พุฒ

                                                             261
                    ก า ร ส า ร ว จ แ น ว ค ว า ม คิ ด
ค ว า ม เ ป็ น ม า ข อ ง ชุ ม ช น แ ล ะ ก า ร เ มื อ ง ภ า ค ป ร ะ ช า ช น ใ น ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย
แ ล ะ ก า ร พิ จ า ร ณ า ก ร ณี ศึ ก ษ า จ า น ว น ห นึ่ ง ข้ า ง ต้ น อ า จ ส รุ ป ไ ด้ ว่ า
ความเคลื่ อ นไหวสากลและกรอบกฎหมายไทย โดยเฉพาะอย่ า งยิ่ ง ภายหลัง การปฏิ รู ป การเมื อ ง
ไ ด้ ย อ ม รั บ ฐ า น ะ บ ท บ า ท แ ล ะ ค ว า ม ส า คั ญ ข อ ง ชุ ม ช น
แล ะ ย อ มรั บค ว าม ช อบ ธ ร ร มที่ ชุ ม ช นจ ะ เค ลื่ อ น ไห ว เพื่ อพิ ทั ก ษ์ สิ ท ธิ ปร ะ โย ชน์ ข อง ต น
ส า ห รั บ บ ท บ า ท ข อ ง ชุ ม ช น ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง กั บ อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว มี อ ยู่ ห ล า ย มิ ติ
                               ั
ชุมชนอาจจะร่ วมมือกันต่อสู ้กบโครงการพัฒนาเพื่อส่ งเสริ มการท่องเที่ยวแบบโครงการกระเช้าดอยหลว
ง
เมื่อพิจารณาเห็นว่าเป็ นการพัฒนาที่เน้นเป้ าหมายเชิงพาณิ ชย์ระยะสั้นและอาจจะเป็ นอันตรายต่อการท่องเ
ที่ ย วอย่างยัง ยืนในระยะยาว ชุ ม ชนอาจจะผนึ ก ก าลัง กันรณรงค์เพื่ อจัดระเบี ย บและลดความเสี ย หาย
              ่
(adversary           effects)        อั น เกิ ด จ า ก ก า ร ปร ะ ก อบ ธุ ร กิ จ ท่ อ ง เที่ ย ว ที่ ไ ม่ เ หม า ะ ส ม
เ ช่ น ก ร ณี ข อ ง ชุ ม ช น ห า ด บ้ า น เ จ้ า ไ ห ม ที่ จั ง ห วั ด ต รั ง
หรื ออาจจะรวมตัวกันเจรจาต่อสู ้เพื่อลดความเสี ยหายอันจะเกิดจากนโยบายเคลื่อนย้ายชุ มชนเพื่อพัฒนาพื้
นที่เป็ นแหล่งท่องเที่ยวเช่นกรณี ของชุมชนป้ อมมหากาฬ ก็ได้




พงศ์ธีรธร, “กลุ่มทุนธุรกิจเบื้องหลังการพัฒนาเมือง,” วรวุฒิ จาลองนาค, “การรื้ อย้ายชุมชนป้ อมมหากาฬ:
                                                                ั่
ข้อถกเถียงในประเด็นทางการเมืองระหว่างรัฐกับชุมชน,”; สุมาลี มีจน, “ ป้ อมมหากาฬ:
ขบวนการคนจนเมืองกับการต่อรองเชิงอานาจในกระบวนการนโยบายสาธารณะ,”; ปฐมา หรุ่ นรักวิทย์,
                    ่
“งานศึกษาชุมชนอยูร่วมกับสวน (Land Sharing) สู่กระบวนการทาฝังเมือง,”;ณัฐกมล เหลืองสะอาด,
“การศึกษาและการพัฒนาชุมชนป้ อมมหากาฬ,”; และ Michael Herzfeld,Pom Mahakan:
Humanity and Order in the Historic Center of Bangkok,(2003)

                                                         262

								
To top