Bai hoi thao tom tat by 87J2L7Ir

VIEWS: 25 PAGES: 8

									                          เวียดนาม – สยามในคริสต์ ศตวรรษ ที่ 17-18:
                       ภาพรวมความสั มพันธ์ และมุมมองของเวียดนามต่ อสยาม
                                                                        Nguyen Hong Quang

                                  ิ
          1. บริบททางประวัตศาสตร์ ของ ด่ ายเหวียดและเซียมก่ อนศตวรรษที่17
          ด่ ายเหวียด
      - หลังพ้นจากการปกครองของจีน (111 ก่อนคริ สต์กาล ค.ศ. 938) (Nam Viet)
      - ค.ศ.              938               โงเกวียน่            (Ngo              Quyen             898-944)
                         ์ ั
สถาปนาขึ้นเป็ นกษัตริ ยได้ต้ งชื่ออาณาจักรของตนว่า ด่ายโก่ เหวียด (Dai Co Viet).
      - ค.ศ.1010 กษัตริ ย ์ ลี้ กง โอว่น (Ly Cong Uan) ย้ายราชธานี จาก ฮวาลือ (Hoa Lu) มาที่
ทังล็อง (Thang Long)ปี ค.ศ.1054 กษัตริ ย ์ Lý Thánh Tông เปลี่ยนชื่อประเทศเป็ น ด่ายเหวียด
(Dai Viet)
      - ค.ศ.1804 กษัตริ ย ์ ยา ล็อง (Gia Long) ได้ทาการเปลี่ยนชื่อประเทศเป็ น เหวียดนาม (Viet
Nam)
      - เริ่ มต้นตั้งแต่ครึ่ งหลังของศตวรรษ ที่16 (1558) อาณาจักร ด่ายเหวียด เกิด sign
สงครามกลางเมืองระหว่าง                 ตระกูลตริ่ งห์           (Trinh)            และเหงียน         (Nguyen)
ผลดังกล่าวทาให้ตระกูลเหวียนย้ายมาที่เว้               (Hue)และ            กว่างนาม          (Quang        Nam)
พร้อมกับเริ่ มต้นบุกเบิกพื้นที่ทางใต้ลงมาเรื่ อยๆจนถึงฮ่าเตียน (Ha tien)
          เซียม
      - อาณาจักรแรกของ เซียม ในปี คศ.1238 คือ สุโขทัย, ปี ค.ศ. 1350
อาณาจักรอยุธยาได้เริ่ มก่อตั้งขึ้น และจนกระทังปี ค.ศ.1438 อยุธยาได้ข้ ึนมา มีบทบาทเหนือสุโขทัย
                                                  ่
      - หลังจากการถูกโจมตีหลายครั้งของพม่า                       อยุธยาได้ตกเป็ นเมืองขึ้นในปี        ค.ศ.1563.
อยุธยากลับมาได้รับเอกราชใน                                            ปี                               ค.ศ.1590
และสามารถฟื้ นฟูความเข้มแข็งจนกระทังยึดครองล้านนาและเขมร
                                          ่
      - ปี ค.ศ.1767 Taksin ย้าย อาณาจักรจาก อยุธยา มาที่ Thonburi.
      - ปี ค.ศ.1782 Chakri ย้าย อาณาจักรจาก Thonburi มาที่ Krungthep.
          ลักษณะความสัมพันธ์ ระหว่ าง ด่ายเหวียด และ เซียม ในประวัติศาตร์
      - ทั้งสองประเทศต่างตั้งอยูใน   ่                เอเชียตะวันออกเฉี ยงใต้,           ไม่มีพรมแดนบนบกติดต่อกัน
แต่ทางทะเลสามารถ คมนาคมติดต่อ การค้า ได้อย่างสะดวก
          นอกจากเรื่ องการค้าขายทางทะเลที่                       เซียม                ทากับ             ด่ายเหวียด
แล้วเส้นทางทางทะเลยังเป็ นประตูสู่ประเทศจีนของ เซียมอีกด้วย
      - ตั้งแต่ก่อนสมัย สุโขทัย คน เซียม ได้มาทาการติดต่อค้าขายกับ ด่ายเหวียด ที่ท่าเรื อ เวินโด่น (Van
Don) ในปี ค.ศ. 1149, ท่าเรื อ Van Don เป็ นท่าเรื อแรกของ ด่ายเหวียด ที่ใช้ในการค้าขาย
                                                ้                                         ั
      - ตั้งแต่ ปี ค.ศ.1182 เจ้าเมืองผูปกครอง เซียม ได้เข้ามาเชื่อมสัมพันธ์กบ ด่ายเหวียด ต่อมาในช่วง
                                              ้                        ั
ศ.ที่.14 อยุธยา ก็ได้เข้ามาเชื่อมสัมพันธ์ดวย แต่ความสัมพันธ์ดงกล่าวก็ หยุดชะงัก ในช่วงศ.ที่.15 เนื่องจาก
ราชวงศ์หมิง ยกทัพเข้ามารุ กราน ด่ายเหวียด (1407-1427)
           2. ความสัมพันธ์ ด่ ายเหวียด - เซียม ศตวรรตที่ 17-18
                                          ี่
                 ปัจจัยทางประวัติศาสตร์ ทมีอิทธิพลต่ อความสัมพันธ์
           (The westerners in SEA, 1651 publishing Viet-Bo-Latinh
Dictionary; and Hoi an Port - Xiem trading in Hoi An)
      - ปั จจัยที่สาคัญอคือ เซียม กับ ด่ายเหวียด ต่างก็มีอิทธิพลต่อ ลาว และ เขมร. ตั้งแต่ ศ.ที่. 13-16
อาณาจักรเขมร (Chan Lap) อ่อนแอ และถูกโจมตีโดย เซียม (Xiem) ดังนั้นต้องมาพึ่งพา อาณาจักร
ด่ายเหวียด ทางใต้
      - ปี 1620 กษัตริ ย ์ ไชยเชษฐา (Chey Chettha II) แห่ง เขมร อภิเษก สมรส กับธิดา เจ้าหญิง
Ngoc Van ของเจ้าเมือง Nguyen Phuc Nguyen (1563-1635) ปี 1623 กษัตริ ย ์
เขมรให้อนุญาติ เจ้าเมือง Nguyen เก็บภาษีพ้ืนที่ Gia Dinh และ ไซง่อน (Sai Gon)
         ั
ที่ปัจจุบนเรี ยกว่า Hochiminh.
      - ปี 1627 เริ่ มต้นเกิดสงครามระหว่าง ตระกูลจริ่ งห์ และ เหวียน หลังจาก 46 ปี
               ้                                                                ั
แห่งการต่อสูแม่น้ าแย็งห์ (Gianh river) ได้กลายเป็ นพรมแดนทางธรรมชาติที่ก้ นระหว่างอาณาจักรใน
(Dang Trong) และนอก (Dang Ngoai)
      - หลังจบสงครามดังกล่าวตระกูล เหวียน ได้ทาการบุกเบิกพื้นที่ลงสู่ภาคใต้
      - หมาก กิ่ว (Mac Cuu 1655-1735) พ่อค้าชาวจีนได้เดินทางมาถึง ฮ่าเตียน ในปี 1671
       ้
เป็ นผูบุกเบิกพื้นที่ ฮ่าเตียน. (When Man Chau people estabilished Thanh Dynasty
1644-1911). ในปี 1708 หมากกิ่ว ได้ถวาย ฮ่าเตียน แก่ เจ้าเมือง Nguyen, ปี 1735 หมาก เทียน
ตื๋อ (Mac Thien Tu or Mac Thien Tich) ลูกชายของหมาก กิ๋ว (Mac Cuu)
รับช่วงปกครอง ฮ่าเตียน ต่อจากบิดาผูล่วงลับ
                                        ้
      - เหวียน แอ็งห์ (1762 -1820) เจ้าชาย องค์แรกแห่ง ราชวงศ์เหวียน หนีการไล่ล่า เต็ยเซิน (Tay
Son) หลายครั้งที่แพ้ก็เข้ามาพึ่งพากษัตริ ยของ เซียม. เหวียน แอ็งห์ ใช้เวลา 25ปี ในการกลับมาเอาชนะ
                                             ์
และสถาปนาตนเองขึ้นเป็ นกษัตริ ย ์ พระนามว่า ยา ล็อง (Gia Long)
                    ้
      - สามพี่นอง เต็ยเซิน (Nguyen Nhac, Nguyen Lu, Nguyen Hue) ปี 1771
ทาการต่อต้าน                                                                       ์
                       เหวียนแอ็งห์ จนได้รับชัยชนะ Nguyen Nhac ขึ้นมาเป็ นกษัตริ ยสถาปนาราชธานีที่
                                                                 ์
Quy Nhon (1778), Nguyen Lu ขึ้นมาเป็ นกษัตริ ยสถาปนาราชธานีที่ Gia Dinh (1778)
                                      ์
Nguyen Hue ขึ้นมาเป็ นกษัตริ ยสถาปนาราชธานีที่ Hue (1779)

        ความสัมพันธ์ ด่ ายเหวียด– เซียม
         - ในช่วงปี 1687-1688, กองทัพเซียม เข้าปล้น เมืองขาม (Ha tien) จับ หมากกิ๋ว
กลับประเทศ จากนั้น หมากกิ๋ว หนีกลับไป ฮ่าเตียน ได้
        - เริ่ มเข้าศตวรรษที่18 เกิดสงครามระหว่างทั้งสองจากเพื่อแผ่อิทธิพลเข้า กัมพูชา
        - ปี 1715, เกิดเหตุพิพาทพื้นที่ในบริ เวณ กัมพูชา ระหว่าง ด่ายเหวียด - เซียม, ปี 1716
สงครามยังคงดาเนินต่อ กองทัพเซียมยึด กัมพูชา และเริ่ มรุ กเข้า ฮ่าเตียน. ในปี 1717 กษัตริ ย ์ เซียม
                                       ์ั          ่ ้
ก่อสงครามกับ กัมพูชา อีกครั้ง, กษัตริ ยกมพูชา รู ้วาสูไม่ได้จึงหันมาขอความช่วยเหลือจาก เจ้าเมืองเหวียน
            การโจมตีจากทางฝั่ งเซี ยม ต่ อด่ ายเหวียด
            - สงคราม ด่ายเวียด-เซียม ปี 1718 ใน ฮ่าเตียน เกิดจากการแก้แค้นที่ เจ้าเมืองเหวียน ส่งทัพไปช่วย
กัมพูชา ผลลัพธ์คือทางฝ่ าย ด่ายเวียด พ่ายแพ้ (Mac Cuu)
            - ปี 1768 พระเจ้า ตากสิ น (Taksin) นากองทัพยึด Hatien, ขณะเดียวกันออกคาสังต่อ                ่
พระยาจักรี นากาลังยึด กัมพูชา และตั้ง Ang Non II สถาปนาขึ้นเป็ นกษัตริ ย ์
            - สงคราม ด่ายเวียด-เซียม 1771-1772 ที่ ฮ่าเตียน. ตากสิ น ทาการเผาเมือง ยึดครองเกาะต่างๆรอบ
ฮ่าเตียน นาทรัพย์สมบัติกลับไปได้จานวนมหาศาล. ลูกหลาน และมเหสี ของหมากเทียนตื๋อ (Mac Thien
Tu) ถูกจับเป็ นเชลยกลับกรุ งเทพ. หมากเทียนตื๋อ และลูกชายพ่ายทัพหนีไปที่ เมือง แหรกหยา (Rach Gia)
และส่งคนไป ยาดิ่ง (Gia Dinh) เพื่อขอความช่วยเหลือ เจ้าเมือง เหวียน (Nguyen Phuc Thuần
1754-1777)
            - ปี 1772 เจ้าเมืองเหวียน เข้าตีกองทัพ เซียม ที่ พนมเปญ (Phnompenh), ทัพเซียมถอยไปที่
ฮ่าเตียน, จากนั้นทั้ง2ฝ่ ายทาสัญญาว่า ฝ่ าย เจ้าเมืองเหวียน ถอนกาลังออกจาก กัมพูชา และรับรอง สถานะ
         ์
กษัตริ ยของ Ang Non II และทางฝ่ ายเซียมจะถอนกาลังออกจากฮ่าเตียน (Ha tien), ปี 1773 ตากสิ น
ถอนกาลังออกจาก ฮ่าเตียน คืนเชลยให้แก่ หมากเทียนตื๋อ
            - เข้าปี 1776 เมื่อกองกาลัง เต็ยเซิน (Tay Son) ยกเข้า ยาดิ่ง (Gia Dinh), ไซ่ง่อน (Sai
Gon) หมากเทียนติ๊ก (Mac Thiên Tich) และโตนเทิ๊ดซวน (Tôn Thất Xuân) หนีเข้าเซียม.
เดือนสี่ ปี 1780 ตากสิ น ระแวงทั้งคู่เป็ นสาย (spy) ให้แก่ทาง ยาดิ่ง (Gia Định) จึง ฆ่า ลูกชายของ
Mac Thiên Tích ทั้งคู่ชื่อ หมากตื๋อฮว่าง (Mac Tu Hoang) และ หมากตื๋อยุง (Mac Tu
Dung) พร้อมทั้งขุนนางและผูเ้ กี่ยวข้อง 50 คน. และ Mac Thiên Tich ฆ่าตัวตายที่กรุ งเทพ (Vọng
Các).
            - ปี 1781 เซียม นากองทัพยึด Campuchia ปี 1782 เหวียนแอ็งค์ ส่งกาลังเข้าช่วย Chan
                                       ุ่
Lap ขณะที่ทาสงคราม เกิดเหตุวนวายขึ้นที่กรุ งเทพ ทาให้ Chất tri (Chakri) และ Sô Si
                                                                        ่
สงบศึกกับทาง ด่ายเวียด ทาสัญญาว่าจะช่วยเหลือกันสงบเหตุ วุนวาย พร้อมยึดอานาจ ตากสิ น
แล้วสถาปนาขึ้นเป็ น รามาที่1. (Rama.I) ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทาให้ความสัมพันธ์ระหว่าง เหวียนแอ็งค์
และเซียม กลับกลายจาก ศัตรู เป็ น มิตร ต่อกัน
            ความสัมพันธ์ หลังจากช่ วงดังกล่ าวดาเนินมา ด้ วยด.
            - ปี 1783 เหวียน หยาก (Nguyen Nhac) กษัตริ ยเ์ ติยเซิน (Tay Son) สังน้องชาย2คน คือ่
เหวียน เฮว่ (Nguyen Hue) และ เหวียน หลือ (Nguyen Lu) นากองทัพเข้าภาคใต้ รบกับ
เหวียนแอ็งค์ สุดท้าย เหวียนแอ็งค์ แพ้หนีเข้าไทยเพื่อขอความช่วยเหลือ
            -       เดือนสาม     ปี       1784,       เจ้าเมืองเหวียน     มาที่กรุ งเทพเข้าพบกษัตริ ย ์ เซียม
ได้รับการต้อนรับและช่วยเหลือทางด้านกาลังทหาร
            - หลังจากรับปากช่วย เหวียนแอ็งค์, เดือนสี่ ปี 1784 กษัตริ ย ์ เซียม ส่ง Chieu Tang และ
Chieu Suong นากาลังทัพเรื อ 2 หมื่น กับเรื อ 300 ลา (to Tien Giang) พร้อมกาลังทหารราบ และ
3 หมื่นเข้า Campuchia.
            - เดือนหนึ่ง ปี 1785, การรบทางน้ าครั้งใหญ่ระหว่าง เซียม-เหวียน และ เติยเซิน ที่
แหรก เกิ่ม- ซว่าย มูต (Rạch Gầm- Xoài Mút) ที่แม่น้ า Tien Giang, อยูห่างจากเมือง หมีทอ
                        ๊                                                                   ่
(My Tho) ประมาณ 10กม. กองทัพร่ วม เซียม-เหวียน แพ้ครั้งใหญ่ เจ้าเมือง
เหวียน พร้อมกาลัง200นายและเรื อ5ลาหนีเข้า เซียม
             - หลังจากมาถึง เซียม กษัตริ ยเ์ ซียมถามถึงสาเหตุที่แพ้ เจ้าเมืองเหวียน ตอบว่า ”นื่องจาก 2ขุนพลที่ทาง
เซียม ส่งไปเป็ นคน เย่อหยิง และสร้างความเดือดร้อนให้แก่ บรรดา ราษฎร บริ เวณนั้น”
                                        ่
กษัตริ ยเ์ ซียมโกรธพร้อมกับจะสาเร็ จโทษ2ขุนพลดังกล่าว แต่ เจ้าเมืองเหวียน ห้ามไว้.
                                 ่
             - เหวียน แอ็งค์ อยูพานักที่กรุ งเทพตั้งแต่ เดือน 3 ปี 1785 ถึง เดือน7 ปี 1787. ใน ปี 1785
เหวียนแอ็งค์ เข้าร่ วมสงครามระหว่าง เซียม และ พม่า. หลัง 3 ปี ที่ได้อยูเ่ ซียม, ในปี 1787 เหวียนแอ็งค์
ออกจาก กรุ งเทพ กลับ ยาดิ่ง (Gia Dinh) เพื่อฝึ กกองกาลังและรับการช่วยเหลือจากฝรั่งเศส
             - ปี 1788 รามาที่ 1 ส่งอาวุธจานวนมากให้ เหวียนแอ็งค์ พร้อมเรื อรบและ ทหารเขมร 3000นาย.
             - ปี 1792 เซียมร้องขอโจมตี เติยเซิน (Tay Son) ผ่านทาง ลาว และ จังหวัด เหงะอาน (Nghe
                                                               ั
An), กษัตริ ย ์ เซียม ต้องการโจมตี เติยเซิน แก่แค้น ให้กบลาว แต่เจ้าเมืองเหวียนทาการปฏิเสธ.
                                                                          ิ
             - ปี 1793 เหวียนเฮว่ (Nguyen Hue) เสี ยชีวต, กษัตริ ยเ์ ซียมส่งกองทัพ 5 หมื่น และ
เรื อรบ500ลา         มาที่       ฮ่าเตียน       แต่เหวียนแอ็งค์ปฏิเสธ.        ในปี ดังกล่าวในเซียมเกิดปั ญหาอดอยาก
ต้องขอซื้อข้าวจากเมืองเกียนยาง (Kien Giang) เหวียนแอ็งค์ กล่าวว่า “ประเทศของเราและ เซียม
เหมือนเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน                                            ประชาชนของเราก็เหมือนประชาชนของเซียม
เห็นพวกเค้าอดอยากมีหรื อจะไม่สงสาร ดังนั้นจึงขายข้าวให้
             - ปี 1795, เซียม ส่งช้างเพศผูให้แก่เจ้าเมืองเหวียน20เชือก ทางด้าน เจ้าเมืองเหวียน ก็ส่ง ของ ให้แก่
                                              ้
รามาที่1.
                                   ิ
             - ปี 1797, พอได้ยนข่าว เซียม ทาสงครามกับ พม่า จึงส่งกาลังพลเข้าช่วยเหลือ
             - ปี 1798 , พม่า ยกทัพเข้า เซียม กษัตริ ย ์ เซียม ขอความช่วยเหลือมาที่ เหวียนแอ็งค์, เหยแอ็ง
ส่งทหาร 7000นาย และเรื อ รบ 100 ลา มาให้แต่กว่าที่จะส่งมอบเสร็ จ เซียมได้ชนะ พม่าเรี ยบร้อยแล้ว
             - ปี 1799 กษัตริ ย ์ เซียมลา ส่งคนมาแสดงความยินดีที่เหวียนแอ็งค์รบชนะ
             3. มุมมองของเวียดนามต่ อสยาม ในอดีตถึงปัจจุบัน
             ในอดีต
             -
                                                                            ้
ประวัติศาสตร์การสร้างชาติของทั้งสองประเทศต่างผ่านพัฒนาการที่ตองทาการรบกับศัตรู ภายนอกและบางครั้ง
ทาสงครามภายในเหมือนกัน.
             - วิเคราะห์เงื่อนไขประวัติศาสตร์ ในช่วงศตวรรตที่.17-18 ทั้ง2ประเทศ ด่ายเวียด และเซียม
           ่
กาลังอยูในช่วงสร้างชาติและขยายอาณาเขต (เซียม หลังจากหลายปี ที่ทาสงครามกับพม่าจนถึง ปี 1767
      ่
แต่วาที่จะทาประเทศเป็ น ปึ กแผ่นได้ก็ ประมาณช่วง ปลายศ.ที่18- ต้นศตวรรตที่19)
             - สาหรับ ด่ายเหวียด แล้ว ทันทีที่หมากกิ๋ว ถวาย ฮ่าเตียน ปี .1708 แก่ เจ้าเมือง Nguyen นั้นก็
เหมือนกับว่า เวียดนาม มีอาณาเขตเป็ น ปึ กแผ่นช่วง ต้นศตวรรต ที่ 18.
             -                     แม้วา  ่                 ด่ายเวียด                    และ                  เซียม
                                                ั
ในช่วงเวลานี้ไม่ได้มีพรมแดนติดต่อกันแต่ท้ งสองประเทศก็พยายามที่จะแผ่ อิทธิพล เข้าไปที่ Chan Lap
และ Lao (Vạn Tượng) ทาให้เกิดเหตุกระทบกระทังอยู่ เกือบตลอดเวลา   ่
                                                                                ่
             - โดยรวมแล้วความสัมพันธ์ ด่ายเวียด-เซียม ช่วง ศ.ที่ 17-18 ไม่คอยมีความสัมพันธ์ในเรื่ องของการค้า,
จะมีก็แต่เรื่ องสงครามในบริ เวณภาคใต้ เวียดนาม เป็ นส่วนใหญ่ คือ ฮ่าเตียน
                                               ้
           -ในท้ายช่วงศตวรรษที่ 18, พี่นอง เติยเซิน ก่อการต่อต้าน เจ้าเมืองเหวียน ผลคือ เจ้าเมืองเหวียน
ต้องหนีไปพึ่ง เซียม. (ความสัมพันธ์ ด่ายเวียด-เซียม 1782-1820, Gia Long and Rama I, and
Rama II period is good relations).
           - ต่อจากนั้นในช่วง ศตวรรษ ที่ 19 เกิดสงครามใหญ่ 2 ครั้ง ระหว่าง เหวียด กับ เซียม คือ 1833-
1834                และ          1841-1845               ในบริ เวณ        ด่ายเวียด         และ          กัมพูชา
มองย้อนไปดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ในช่วงตลอด                 ศตวรรษ         ที่18        จนถึงครึ่ งแรกของศตวรรษ
ที่19จะเป็ นเรื่ องของสงคราม
           ปัจจุบัน
           - ในช่วงสงครามต่อต้าน อเมริ กา, ไทย เป็ นพันธมิตรกับ อเมริ กา และได้ส่งกาลังเข้าเวียดนาม ช่วง
1964-1973 ทาให้เกิดผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของทั้งคู.              ่
           -              สถานการณ์ตึงเครี ยดทางด้านความสัมพันธ์ในประวัติศาสตร์คือช่วง            1964-1975.
                  ั
แต่หลังจากที่ท้ งสองประเทศสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตใหม่อีกครั้งเมื่อวันที่ 6 สิ งหา 1975
สองประเทศมีความสัมพันธ์ดีข้ ึน โดยเฉพาะเมื่อ เวียดนาม ร่ วมมเข้องค์กร อาเซียน ปี 1995
สองประเทศได้มองข้ามปั ญหาที่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์                          เมื่อเศรษฐกิจพัฒนาชาวเวียดนาม
ก็มีโอกาสได้ไปท่องเที่ยวประเทศไทย ทาให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกันทางด้านวัฒนธรรมมากขึ้น
           - เวียดนาม พยายามที่จะดูไทยเป็ นแบบอย่างในการพัฒนาเศรษฐกิจ การศึกษา การท่องเที่ยว
ระบบคมนาคม ฯลฯ ชาว เวียดนาม ที่มีโอกาสได้ไปที่ ไทย ล้วนประทับใจใน อัธยาศัย และรอยยิม                           ้
ของชาวไทยแห่งดินแดนพุทธ
           -
พิจารณาในด้านทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศต่างมีความคล้ายคลึงและสอดคล้อง
ดังนั้นไทยจึงเป็ นสถานที่ที่ ชาวเวียดนาม ให้ความสนใจเป็ นอย่างมาก
           -
                        ่           ิ ่                       ่
ชาวเวียดนามไม่วาจะเป็ นที่ใช้ชีวตอยูในประเทศหรื ออาศัยอยูที่ไทยต่างมีความรู ้สึกขอบคุณชาวไทยที่ได้ให้ความ
                                       ่
ช่วยเหลือ ชาวเวียดนาม ที่อาศัยอยูในไทย ในด้านต่างๆตลอดช่วงเวลา โดยเฉพาะชาวเวียดนาม ที่อาศัยอยูในไทย      ่
            ึ
ต่างรู ้สกสานึกถึงบุณคุณของแผ่นดินไทย
           - หลังจากทั้งสองประเทศได้ เซ็นสัญญาความร่ วมมือ (Summit) ครั้งแรกในปี 2004
       ั
สนธิสญญาความร่ วมมือในด้านต่างๆที่สาคัญต่างได้ถูกนามาปฏิบติ        ั
                              ่
ประเทศเวียดนามกาลังอยูในช่วงกาลังพัฒนาสร้างชาติ
ดังนั้นจึงจาเป็ นที่จะต้องขอความร่ วมมือและช่วยเหลือจากไทยในการแลกเปลี่ยนความรู ้และแบ่งปันประสบการณ์
โดยเฉพาะอย่างยิงในการพัฒนาเศรษฐกิจ การศึกษา การท่องเที่ยวและเกษตรกรรม
                      ่
           -ปั จจุบนั
ทั้งสองประเทศกาลังก้าวไปในการพัฒนาและยกระดับความร่ วมมือแบบทวิภาคีในด้านการเมืองและความมันคง               ่
การก่อตั้งกรมส่งเสริ มการค้าเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจในกรอบอาเซียน การร่ วมมือพัฒนาพื้นที่บริ เวณลุ่มแม่น้ าโขง
และโครงการ East-West Corridor.
           ปัญหาและอุปสรรคบางประการของความสัมพันธ์ เวียด-ไทย ในปัจจุบัน
                                                      ั
            + พื้นฐานทางเศรษฐกิจของทั้งสองชาติมีลกษณะเหมือนกันคือ ต่างมีรายได้ที่มาจากภาคการท่องเที่ยว
ภาคบริ การ                ภาคเกษตรกรรม                  และภาคอุตสาหกรรม         ทาให้มีการแข่งขันกันสูง
ซึ่งปั ญหานี้หากไม่ได้รับการแก้ไขจะทาให้เกิดผลกระทบต่อ พัฒนา เศรษฐกิจ ทั้งสองชาติ
            อย่างไรก็ตาม
        ่                                                 ั
ช่วงที่ผานมารัฐบาลของทั้งสองประเทศต่างมีนโยบายแน่ชดในการแก้ไขปั ญหาเพื่อป้ องกันการขัดแย้งทางด้านผลปร
ะโยชน์
เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีของสองประเทศและประเทศในภูมิภาคเพื่อเป็ นที่มาของความไว้เนื้อเชื่อใจกันในทางการเ
มือง
                        ่                     ่
            + ถึงแม้วารัฐบาลไทยในช่วงที่ผานมา จะประกาศไม่ยอมให้ประเทศ หรื อองค์กร ที่เกี่ยวข้อง
เข้ามาสร้างความขัดแย้ง ต่อ เวียดนาม
                                          ั ั
            แต่ในความเป็ นจริ งนั้น ปัจจุบนก็ยงมีองค์กร หรื อประเทศ อื่นๆ to exploit Thailand to
organize operations against Vietnam on fields: ทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง ความมันคง                     ่
 เหล่านี้คือปั ญหาที่รัฐบาลไทยต้องตระหนักและหาทางแก้ไขเพื่อเสริ มสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างทั้งสอง
ประเทศ เพื่อประโยชน์ เพื่อสันติภาพ เพื่อร่ มมือกัน สร้างสรรค์ภูมิภาคของเรา.
                                                            ---

                                    Tài liệu tham khảo
    1. Thư tịch cổ Việt nam viết về Đông Nam Á: Phần Xiêm/Ủy ban
KHXH Việt Nam: Viện Đông Nam Á, Hà nội, 1977.-196 tr.
    2. Người Việt ở Thái Lan- Campuchia-Lào/Nguyễn Quốc Lộc.- T.p.
Hồ Chí Minh: NXB trẻ, 2006.-205 tr.
    3. Quan hệ Việt Nam – Thái Lan/ Hoàng Khắc Nam.- Hà nội: Trường
đại học khoa học xã hội và nhân văn quốc gia, 2006.- 230 tr.
    4. Văn hóa người Việt ở Đông Bắc Thái Lan: Luận văn thạc
sĩ/Nguyễn Hồng Quang.- Hà nội Trường Đại học văn hóa, 2008.- 125 tr.
    5. Lịch sử Đông Nam Á / D.G.E Hall.-H: Chính trị Quốc gia,1997.-
1291 tr.
    6. Người Việt ở Thái Lan/Poole P.A,- Hà nội, 1978.-131 tr.
    7. Quan hệ của vương quốc Auythaya với các nước trong khu vực và
một số nước tư bản phương Tây (thế kỷ XIV-XVIII): Đề tài cấp bộ/Trần
thị Nhẫn.- Thái Nguyên: Đại học sư phạm Thái nguyên, 2008.-101 tr.

                                   Website
1. http://www.huongdaoonline.com/chuyen-/42-vn-hoa/781-2002000-nm-
lch-s-hinh-thanh-ca-min-nam-vn-
2. http://vi.wikipedia.org/wiki/Chey_Chettha_II
3.http://www.tiengiang.gov.vn/xemtin.asp?cap=4&idcha=2579&id=2584
4. http://wapedia.mobi/vi/Chi%E1%BA%BFn_tranh_Vi%E1%BB%87t-
Xi%C3%AAm_(1771-1772)
5. http://vnsharing.net/forum/showthread.php?t=37430
6. http://namkyluctinh.org/a-lichsu/nhphuoc-maccuu.pdf
7.http://118.70.241.20/pbkt/(S(pa3mms45dr0w1q453sbas42y))/DetailsCr
ipt.aspx?criptId=33
8.http://vi.wikipedia.org/wiki/M%E1%BA%A1c_Thi%C3%AAn_T%E1
%BB%A9
9. http://vi.wikipedia.org/wiki/Gia_Long.

                                ---

								
To top