? ???? ??????? ????? ???? ??? ??? Raceway ponds ???? 250 ? ?? by 7M20P11

VIEWS: 0 PAGES: 12

									                      โครงการหลวงสวนจิตรลดา สาหร่ ายเกลียวทอง

Spirulina, Spirulina 500 mg/capsule, 50 เเคปซูล/ กล่อง

รหัสสิ นค้ า: 000024
220 บาท/ กล่อง 50 เเคปซูล จะไม่ประหยัดเท่าขนาด 100 เเคปซูล
(ทางร้านจึงบริ การเฉพาะขนาด 100 เเคปฅูล)
ผลิตภัณฑ์ โครงการหลวง: โครงการหลวงสวนจิตรลดา สาหร่ ายเกลียวทอง Spirulina (500
mg/capsule)
รายละเอียด: โครงการหลวงสวนจิตรลดา สาหร่ ายเกลียวทอง สไปรู ลินา, Spirulina 500
mg/capsule, 50 เเคปซูล/ กล่อง รับประทานวันละ
1-2 เเคปซูล

ปัจจุบนสาหร่ ายสไปรู ลิน่าเป็ นผลิตภัณฑ์ อาหารกว่า 70 ประเทศทัวโลก
       ั                                                       ่
อีกทั้งองค์การอนามัยโลกได้แนะนาว่า สาหร่ ายสไป รู ลิน่า เป็ นอาหารที่ปลอดภัยจากสารพิษ
และมีคุณค่าทางอาหารไม่มีสารตกค้าง สามารถใช้บริ โภคได้อย่างดี มีรายงานผล
การวิจยอย่างมากมายว่าสไปรู ลิน่าสามารถ ช่วยบังเกิดผลดีต่อการบารุ งและเสริ มการ
         ั
รักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เช่น

- เป็ นอาหารสมอง ช่วยให้ความจาดีข้ ึน
                                                      ้
- ลดโคเลสเตอรอล ลดน้ าตาลในเลือด โดยเฉพาะในผูป่วยโรคเบาหวานและความ ดันสู ง
- บารุ งผิวพรรณให้สดใส เปล่งปลัง และดูอ่อนเยาว์
                                 ่
- ช่วยลดความเครี ยดและความไม่ สมดุลของร่ างกาย
- ลดกรดและช่วยเคลือบแผลใน กระเพาะอาหาร
                 ั
- ป้ องกันเซลล์ตบไม่ให้ถูกทาลายจาก พิษของแอลกอฮอล์
- ป้ องกันและรักษาอาการเมาค้าง
- ลดความเสี่ ยงต่อการเป็ นมะเร็ง
- ระงับการลุกลามของโรคตา อาทิเช่น ตามัว ต้อหิน ต้อกระจก
                                                        ้
- เป็ นอาหารเสริ มสาหรับนักกีฬา เพื่อ เพิ่มพละกาลังที่ตองเสี ยพลังงานกับการออก กาลังกาย
- ช่วยรักษารู ปร่ างและทรวดทรงให้ สมส่ วน เป็ นต้น

.............................................
อีกบทความ/ other article

 สาหร่ ายสไปรู ลิน่า (Spirulina Algae) เป็ นสาหร่ ายที่มีขนาดใหญ่
                                      ิ
จะม้วนตัวเป็ นเกลียวและเป็ นสิ่ งมีชีวตที่สมบูรณ์แบบในเซลล์เซลล์เดียว
                 ่                ิ
ถูกจาแนกให้อยูระหว่างสิ่ งมีชีวตที่เป็ นสัตว์และพืช
                                                                ่
แต่ค่อนข้างจะมีความคล้ายไปทางพืชมากกว่าสัตว์ อาศัยอยูในน้ า มีท้ งในน้ าจืด น้ าเค็ม
                                                                      ั
และน้ ากร่ อย จะจาแนกจากลักษณะสี ของต้นซึ่งมีสีเขียว สี แดง สี น้ าตาล และสี เขียวแกมน้ าเงิน
เป็ นต้น สาหร่ ายสไปรู ลิน่า เป็ นสายพันธุ์สีเขียวแกมน้ าเงิน
ซึ่งเมื่อทาให้แห้งแล้วจะมีสีค่อนข้างไปทางเขียวเข้มเกือบเขียวคล้ า
            ่                                                 ั
และขึ้นอยูในบริ เวณน้ ากร่ อยเท่านั้น น้ าที่เหมาะที่สุดจะมีลกษณะเป็ นเบส
ทาให้สาหร่ ายสไปรู ลิน่ามีคุณสมบัติพิเศษในการปรับความสมดุลของน้ าได้เป็ นอย่างดี

                             ั
ทาไมสาหร่ ายสไปรู ลิน่าจึงดีกบร่ างกายของเรา ?

 เพราะสาหร่ ายสไปรู ลิน่ามีปริ มาณโปรตีนเป็ นส่ วนประกอบมากถึง 55-70 เปอร์เซ็นต์
และพบว่าเป็ นโปรตีนชนิดที่มีกรดอะมิโนจาเป็ นคือ
กรดอะมิโนที่ร่างกายไม่สามารถสร้างได้เอง ครบทั้ง 8 ชนิด
สาหร่ ายสไปรู ลิน่าที่จะให้ผลดีต่อร่ างกายต้องถูกควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะเลี้ยง การเก็บ
การตากแห้ง การบด และการผลิต เพื่อให้ได้สาหร่ ายที่มีความบริ สุทธิ์จริ ง ๆ
และจะต้องทาให้เกิดความคงตัวของสายพันธุ์ที่ดีเหล่านี้ให้สม่าเสมอ
เพราะสาหร่ ายสไปรู ลิน่าบริ สุทธิ์เท่านั้น ที่มีหน้าที่และสรรพคุณมากมายต่อร่ างกาย

  สาหร่ ายสไปรู ลิน่าให้สารอาหารประเภทกรดอะมิโนที่จาเป็ นในปริ มาณสู งทั้ง 8 ชนิดดังนี้

  1. ไอโซลูซีน (Isoluecine) ที่ช่วยในการเจริ ญเติบโตพัฒนาการของความทรงจา
และยังใช้ในการสังเคราะห์กรดอะมิโนไม่จาเป็ นบางตัวในร่ างกายอีกด้วย

                         ้
 2. ลูซีน (Luecine) กระตุนการทางานของสมองทาให้กล้ามเนื้อมีกาลังมากขึ้น

                                                                          ้       ั
 3. ไลซีน (Lysine) เป็ นโครงสร้างของเซลล์เม็ดเลือด ที่มีหน้าที่สร้างภูมิคุมกันให้กบร่ างกาย
                       ั
เพิ่มความแข็งแรงให้กบระบบไหลเวียนโลหิต
และทาให้การเจริ ญเติบโตของเซลล์ในร่ างกายเป็ นไปอย่างปกติ
 4. เมไธโอนีน (Methionine) ช่วยในกระบวนการเผาผลาญไขมันและกรดไขมัน
         ั
ทาให้ตบมีสุขภาพดี และยังลดความเครี ยดของสมอง
 5. เฟนินอลานีน (Phynynollanine)
ช่วยให้ต่อมไธรอยด์นาไปใช้สร้างไธรอยด์ฮอร์โมนที่ควบคุมพลังงานพื้นฐานของร่ างกายที่เรี ยก
ว่า BMR
 6. เทรโอนีน (Threonoine) ช่วยให้การทางานของระบบทางเดินอาหารเป็ นปกติ
และช่วยให้การดูดซึมสารอาหารเข้าสู่ กระแสโลหิตเป็ นไปได้ดวยดี ้
 7. ทริ ปโตแฟน (Tryptophan) ทาให้ร่างกายสามารถนาเอาวิตามิน B
มาใช้ประโยชน์ได้เป็ นอย่างดี ซึ่งส่ งผลทาให้ระบบประสาททางานได้ดีข้ ึน
เชื่อว่าให้ผลในการควบคุมอารมณ์และทาให้ใจเย็นลงได้
                         ้
 8. วาลีน (Valine) กระตุนการทางานของระบบการควบคุมอารมณ์
และการประสานงานการทางานของระบบกล้ามเนื้อ

 นอกจากนั้นยังมีวตามิน B12 ที่พบว่า มีผลดีต่อการสร้างเม็ดเลือด
                   ิ
                 ้                          ิ
ที่เป็ นระบบภูมิตานทานที่ดีของร่ างกาย ให้วตามิน A ในรู ปของเบต้าแคโรทีน (Betacarotene)
ที่ให้ผลเป็ นสารต้านการเกิดปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชัน โดยการกาจัดอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้น มีวตามัน
                                              ่                                      ิ
B1 เป็ นโคเอ็นไซม์ในขบวนการเผาผลาญสารอาหารและรักษาระดับกลูโคสในเลือด วิตามิน E
ปกป้ องระบบหัวใจและระบบเส้นเลือด ช่วยให้เซลล์ต่าง ๆ
ในร่ างกายสามารถนาเอาอ๊อกซิเจนไปใช้ได้เป็ นอย่างดี และพบว่าให้ผลชะลอความแก่ได้

 สาหร่ ายสไปรู ลิน่าเป็ นสาหร่ ายที่มีประโยชน์และมีสรรพคุณมากมายดังที่ได้กล่าวมาแล้ว
แต่หากต้องการสุ ขภาพที่ดี จะต้องมีความสมดุลของการรับประทานอาหาร การออกกาลังกาย
และการพักผ่อนอย่างเพียงพอควบคู่ไปด้วย




                                                                   ิ
                        สาหร่ ายเกลียวทองหรือสาหร่ ายสไปรู ลนา (Spirulina)
                   ิ่
ณ เวลานี้ มนุษย์วงหาธรรมชาติเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้สารสังเคราะห์ในการบาบัดโรค
                                                        ิ่
ยิงเป็ นสารจากธรรมชาติ ที่ป้องกัน โรคภัยไข้เจ็บได้ยงเป็ นที่นิยม
  ่
                                                               ิ
สาหร่ ายเกลียวทองที่กาลังจะกล่าวถึงนี้เป็ นอีกหนึ่งสิ่ งมีชีวตตามธรรมชาติที่สามารถ
นามาเป็ นอาหารแล้วให้ผลดีต่อสุ ขภาพหลายประการ
             ั
ชนชาติที่รู้จกประโยชน์จากสาหร่ ายเกลียวทองในทางอาหารและยาเป็ นชนชาติแรก
คือชาวพื้นเมือง ในประเทศเม็กซิโก ซึ่งจะนาสาหร่ ายเกลียวทองมาผสมกับอาหารแทบทุกมื้อ
โดยเรี ยกชื่อสาหร่ ายเกลียวทองว่า “Tecuitlati”
สาหร่ ายเกลียวทองหรือสาหร่ ายสไปรู ลนา (Spirulina) มีรากศัพท์มาจากภาษาละตินว่า “Helix”
                                          ิ
แปลว่า “เกลียว” เพราะถ้าดูรูปร่ างของสาหร่ ายเกลียวทองด้วยการส่ องกล้องจุลทรรศน์
จะเห็นโครงสร้างของสาหร่ ายที่ ขดเป็ นเกลียวคล้ายสปริ งนันเอง     ่
                                   ิ                                                    ้
สาหร่ ายเกลียวทองเป็ นสิ่ งที่มีชีวตเซลล์เดียวที่มีขนาดเล็กมากจนไม่สามารถมองเห็นได้ดวยตาเ
                                                                       ั่
ปล่า มีความกว้าง 3-8 ไมโครเมตร ยาว 300-500 ไมโครเมตร พบได้ทวไปในน้ าจืด น้ าเค็ม
และน้ ากร่ อย เจริ ญเติบโตได้ดีใน น้ าอุ่นที่อุณหภูมิ 32-40 องศาเซลเซียส
และในภาวะความเป็ นด่างที่มีค่า pH 8 จัดเป็ นสาหร่ ายสี เขียวแกมน้ าเงินที่อุดม ด้วยโปรตีน
กรดอะมิโน วิตามิน เกลือแร่ และสารสาคัญ ๆ เช่น คลอโรฟี ลล์ ไฟโคไซยานิน พอร์ ไฟริน
                                                            ั่
สาหร่ ายเกลียว ทองจึงเป็ นที่ยอมรับจากนักวิทยาศาสตร์ทวโลกว่าเป็ น
แหล่งอาหารตามธรรมชาติที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสู งมาก
องค์การอนามัยโลกแนะนาว่า สาหร่ ายเกลียวทองเป็ นอาหารที่ปลอดภัยจากสารพิษและอุดมด้วย
คุณค่าอาหาร
ดังมีรายงานการวิจยเกี่ยวกับสาหร่ ายเกลียวทองที่ส่งผลดีต่อสุ ขภาพหลายประการด้วยกัน คือ
                      ั
สาหร่ าย เกลียวทองเป็ นอาหารสมอง ช่วยให้ความจาดี สามารถลดคอเลสเตอรอล
                                                ้
ลดน้ าตาลในเลือด จึงเหมาะอย่างยิงสาหรับ ผูป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสู ง
                                     ่
นอกจากนี้ยงช่วยบารุ งผิวพรรณให้สดใสเปล่งปลังดูอ่อนเยาว์ ช่วยลดกรด
            ั                                        ่
                                                       ั
และเคลือบแผลในกระเพาะอาหาร ป้ องกันเซลล์ตบไม่ให้ถูกทาลายจากเครื่ องดื่มแอลกอฮอล์
ป้ องกันและ รักษาอาการ เมาค้างช่วยลดความเครี ยด ลดความเสี่ ยงต่อการเป็ นมะเร็ง
ระงับการลุกลามของโรคตา เช่นตามัว ต้อกระจก ต้อหิน
เป็ นอาหารเสริ มสาหรับนักกีฬาเพื่อเพิ่มพละกาลังที่เสี ยไปจากการออกกาลังกาย
และที่ถูกใจคนเจ้าเนื้อที่สุด คือช่วย รักษารู ปร่ างและทรวดทรงให้สมส่ วน
สาหรับนักโภชนาการให้ความสนใจสาหร่ ายเกลียวทองในแง่ของคุณค่าทางอาหาร
ซึ่งประกอบด้วย โปรตีนสู งถึง 70 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับพืชชนิดอื่น เช่น มากกว่าถัวเหลือง 1.6
                                                                                      ่
                                                                                  ั
เท่า มากกว่าเนื้อวัว 3.5 เท่า มากกว่าไข่ 6 เท่า มากกว่านมสด 14 เท่า นอกจากนี้ยงมี กรด
แกมมาไลโนเลนิก (GLA) สู งกว่าพืชชนิดอื่น ๆ ซึ่งกรดนี้มีคุณสมบัติ ในการลดไขมันในเลือด
ลดความดันโลหิต บรรเทาอาการข้ออักเสบ ปวดประจาเดือน ผิวหนังอักเสบ สิ ว และฝ้ า
ในส่ วนของวิตามินที่น่าสนใจคือ วิตามินบี12 พบมากในเนื้อสัตว์
                             ิ                                         ิ            ่
ในสาหร่ ายเกลียวทองนี้มีวตามิน 12 มากกว่าตับวัว 2.5 เท่า และยังมีวตามินเออยูในรู ปของเบต้า-
แคโรทีน (สารต้านอนุมูลอิสระหรื อสารต้านมะเร็ง) ซึ่งมีมากกว่าแครอต 25 เท่า
มากกว่าผักโขมถึง 40-60 เท่า ส่ วนธาตุเหล็กและกรดโฟลิก หากเปรี ยบเทียบกับผักโขมแล้ว
สาหร่ ายเกลียวทองมีสูงกว่าถึง 68 เท่า มากกว่าเนื้อวัว 29 เท่า สู งกว่าตับถึง 28 เท่า
และสู งกว่าถัวเหลือง 5 เท่า
              ่
นอกจากที่กล่าวมาแล้ว สาหร่ ายเกลียวทองยังเป็ นแหล่งรวมเกลือแร่ ที่จาเป็ นต่อร่ างกาย ได้แก่
โพแทสเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก สั งกะสี แมงกานีส ซีลเี นียม และแคลเซียม
รวมถึงวิตามินบี 1 ป้ องกัน โรคเหน็บชา ช่วยให้ระบบหัวใจและระบบประสาททางานได้ดี
วิตามินบี 2 ป้ องกันปากเป็ นแผลจากอาการร้อนในและ โรคปากนกกระจอก วิตามินบี 6
หากเด็กขาดวิตามินชนิดนี้จะทาให้กล้ามเนื้อทางานผิดปกติ วิตามินอีช่วยบารุ งระบบ สื บพันธุ์
และไบโอติน ช่วยให้ร่างกายสดชื่น
                                                   ั
การนาประโยชน์จากสาหร่ ายเกลียวทองไปใช้น้ นสามารถนาไปใช้ได้หลายทาง
ทั้งในด้านเป็ นอาหาร สัตว์ ช่วยในการเร่ งสี และเร่ งการเจริ ญเติบโต เช่น
ใช้ผสมเป็ นอาหารเลี้ยงไก่เพื่อให้ไข่แดงมีสีแดงสวย ใช้ผสมเป็ น
                               ้
อาหารเลี้ยงปลาคาร์ฟและกุงกุลาดา เพื่อให้มีสีสันสดสวยงามและช่วยเร่ งการเจริ ญเติบโต
นอกจากนี้สาหร่ ายเกลียวทองยังใช้เป็ นส่ วนผสมในเครื่ องสาอาง เพราะเป็ นแหล่งรงควัตถุที่ให้สี
ธรรมชาติ ซึ่ง คลอโรฟิ ลล์ มีสีเขียว ไฟโคไซยานิน มีสีฟ้า
                      ่
แคโรทีนอยด์ มีสีอยูในช่วงสี เหลืองถึงสี แดง สี เหล่านี้ถูกนามา
ใช้แทนสี สังเคราะห์ที่อาจทาให้เกิดมะเร็งได้ และยังช่วยบารุ งผิวให้เปล่งปลัง       ่
ช่วยลดริ้ วรอยอีกด้วย นอกจากจะใช้สีผสมลงในเครื่ องสาอางแล้ว
ยังใช้ผสมอาหารประเภทลูกกวาด ไอศกรม ครี ม นม และเครื่ องดื่มอีกด้วย
               ั
ในบ้านเรารุ ้จกสาหร่ ายเกลียวทองในชื่อของสาหร่ ายสไปรู ลินา
ในรู ปแบบของผลิตภัณฑ์เสริ มอาหาร ชนิดเม็ดและแคปซูลนาเข้าจากต่างประเทศ
ซึ่งแท้จริ งแล้วบ้านเราสามารถผลิตเองได้ โดยเห็นได้จากโครงการส่ วน พระองค์ สวนจิตรลดา
ได้ทาการเพาะเลี้ยงและแปรรู ปเป็ นผลิตภัณฑ์เสริ มอาหารชนิตแคปซูล เยลลีสมุนไพรผสม
สาหร่ ายเกลียวทองและข้าวเกรี ยบสาหร่ ายเกลียวทอง
ซึ่งมีกรรมวิธีการทาที่ไม่ยากและยังอุดมด้วยคุณค่าอย่าง ครบถ้วน
กรรมวิธีการทาสาหร่ ายเกลียวทองบรรจุแคปซูล
เริ่ มจากนาสาหร่ ายเกลียวทองมากรองเอาเฉพาะกาก โปรตีน แล้วล้างให้สะอาด
ไม่ให้มีเศษผงปน บีบน้ าออกอีกครั้ง นากากโปรตีนที่ได้เกลี่ยลงบนผ้าฝ้ ายที่ปูบนตะแกรง
            ้
นาเข้าตูอบที่อุณหภูมิ 50-60 องศาฟาห์เรนไฮต์ ประมาณ 7 ชัวโมง      ่
จากนั้นนามาปั่นให้ละเอียดแล้วนาไป อบอีกครั้งด้วย อุณหภูมิ 90
องศาแล้วนาไปอบอีกครั้งด้วยอุณหภูมิ 90 องศาฟาห์เรนไฮต์ประมาณ 2 ชัวโมง            ่
จะได้สาหร่ ายเกลียวทองที่ เป็ นผงละเอียดและแห้งสนิทพร้อมบรรจุลงแคปซูล
สาหรับเยลลีสมุนไพรผสมสาหร่ ายเกลียวทอง เป็ นการนาน้ าสมุนไพรผสมเจลาติน แบะแซ
น้ าตาล ทราย และน้ าสาหร่ ายเกลียวทอง
ซึ่งได้จากการกรองสาหร่ ายเกลียวทองผ่านผ้าแพลนตอนเนท เพื่อให้ได้วตถุที่ชื่อ    ั
                                               ่
ว่าไฟโคไซยานิน ซึ่งเป็ นโปรตีนที่ละลายอยูในน้ า มีสีฟ้า
          ิ
โดยมีวธีทาเริ่ มจากละลายเจลาตินกับน้ าเปล่าใส่ น้ าสมุนไพร น้ าตาลทราย แบะแซ กรดมะนาว
เล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสชาติ คนส่ วนผสมให้เข้ากัน
จึงใส่ น้ าสาหร่ ายเกลียวทองเป็ นส่ วนผสมสุ ดท้ายคนให้เข้ากันอีกครั้ง เทใส่ พิมพ์
ทิ้งไว้จนเย็นจึงนามาตัดเป็ นชิ้นสี่ เหลี่ยมลูกเต๋ า คลุกเคล้ากับน้ าตาลไอซิ่ง เพื่อไม่ให้เยลลี่ติดกัน
        ็
แค่น้ ีกได้เยลลีนุ่มเหนียวรสสมุนไพร ซึ่งมีให้เลือกถึง 3 รส คือ กระเจี๊ยบ ส้ม ใบเตย
ส่ วนข้าวเกรี ยบสาหร่ ายเกลียวทอง
เป็ นการนากากโปรตีนที่เหลือจากการทาเยลลี่มาผสมกับเนื้อแห้ว บดละเอียด
แป้ งมันสาปะหลังคลุกเคล้าให้เข้ากัน ปรุ งรสด้วยเกลือ กระเทียม พริ กไทยที่โขลกละเอียด
นาไปกวนให้พอ เหนียวเอาใส่ ถุงพลาสติก รี ดให้เป็ นเส้นแล้วนาไปทอดจนกรอบ
ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ ามัน ข้าวเกรี ยบจะมีสีเขียวอ่อนส่ งกลิ่นหอมชวนกิน
ใครสนใจอาหารที่มากด้วยคุณค่าจากสาหร่ ายเกลียวทองสามารถหาซื้อได้ที่ร้าน โครงการส่ วน
พระองค์ สวนจิตรลดา,ร้านภูฟ้า และร้านโกลเดน เพลส ทุกสาขา
ส่ วนสนนราคาก็ไม่แพงอย่างที่คิด สาหร่ ายเกลียวทอง บรรจุแคปซูล 30 แคปซูล 200 บาท , เยลลี
100 กรัม 20 บาท , ข้าวเกรี ยบ 80 กรัม 15 บาท
     ่
แม้วาประโยชน์จะมากมายเพียงใด
                              ั
แต่สาหรับองค์การอาหารและยาได้จดสาหร่ ายเกลียวทองเป็ นเพียง ผักชนิดหนึ่ง
                                           ั
สาหรับผูป่วยควรได้รับคาแนะนาจากแพทย์ควบคู่กบการใช้ยาแผนปัจจุบน
        ้                                                    ั
เพราะสาหร่ ายเกลียวทองเป็ นเพียงตัวเสริ ม
                     ้                    ่
ในการรักษาและสาหรับผูที่มีสุขภาพแข็งแรงอยูแล้วก็สามารถกินสาหร่ ายชนิดนี้เพื่อสร้าง
                                ั
ปราการป้ องกันโรคต่าง ๆ ให้ แก่ตวเองได้

                                การผลิตสาหร่ ายเกลียวทอง
                             Commercial Spirulina Cultivation


สาหร่ ายเกลียวทอง คืออะไร

         สาหร่ ายเกลียวทอง (Spirulina) เป็ นสาหร่ ายสี เขียวแกมน้ าเงิน จัดเป็ นพืชชื้นต่า
(prokaryote) มีหลายเซลล์เรี ยงตัวกันเป็ นเส้นสาย, บิดเป็ นเกลียวที่เรี ยกว่า ทรัยโคม (trichome)
                                 ่
ไม่มีกิ่งก้าน ไม่แตกแขนง เมื่ออยูในสภาพแวดล้อมต่างกัน ขนาดรู ปร่ าง
และลักษณะเกลียวจะแตกต่างกันไป

      โครงสร้างผนักเซลล์มีความหนา 40-60 นาโนเมตร ประกอบด้วยผนังย่อย 4 ชั้น,
ชั้นในสุ ดมีสาร b 1,2-glucan เป็ นองค์ประกอบ ซึ่งถูกย่อยได้ยาก
ชั้นถัดมามีความคงตัวสู งเป็ นสารประกอบ peptidoglycan, ส่ วนอีกสองชั้นเป็ นสารประกอบ
protein fibrils และ glycoprotein ไม่พบสารประกอบพวกเซลลูโลส
ภายในเซลล์มีแกสแวคคูโวลขนาดใหญ่ทาให้ลอยตัวในน้ าได้ดี

      ในธรรมชาติจะพบสาหร่ ายเกลียวทองทัวไปทั้งในน้ าจืด น้ ากร่ อย และน้ าเค็ม
                                             ่
โดยเฉพาะน้ าที่มีความเป็ นด่างสู ง (pH~10.5)
                                               ่
แหล่งที่พบในทะเลสาปธรรมชาติขนาดใหญ่มีอยูหลายประเทศ เช่น ทะเลสาปเท็กซ์โคโค
ประเทศเม็กซิ โก, ในทะเลสาปหลายประเทศของทวีปอาฟริ กา และในทะเลสาปประเทศพม่า
สายพันธุ์ที่พบมาก และมีการนามาเพาะเลี้ยงในทางการค้า คือ S.platensis และ S.maxima

คุณค่ าทางโภชนาการของสาหร่ ายเกลียวทอง

       สาหร่ ายเกลียวทอง มีองค์ประกอบทางโภชนาการที่สาคัญต่อสุ ขภาพมากมาย ได้แก่
              ่
โปรตีนที่มีอยูสูงถึงร้อยละ 62-68
พร้อมอุดมไปด้วยวิตามินหลายชนิดและธาตุอหาารสาคัญหลายอย่าง
โดยเฉพาะสารอาหารจาพวกพฤกษเคมี (phytonutrients) เป็ นสารอาหารที่พืชสังเคราะห์ข้ ึนมา
เช่น ไฟโคไซยานิน, คลอโรฟิ ลล์, เบต้า-คาโรทีน, กรดแกมมาลิโนลินิค (GLA), ไกลโคไลปิ ด,
ซัลโฟไลปิ ด เป็ นต้น
สารอาหารเหล่านี้มีความสาคัญที่จะช่วยปรับสภาพความสมดุลของระบบในร่ างกาย
และช่วยเพิ่มภูมิตานทานทาให้ร่างกายมีสุขภาพที่ดี
                  ้

                                                  ่
การผลิตสาหร่ ายเกลียวทอง (ภาพที่ 1) มี 3 ขั้นตอนทีสาคัญ คือ

             ้
1. การเพาะเลียงสาหร่ าย (algal cultivation)

      สายพันธุ์สาหร่ ายเกลียวทอง ที่เพาะเลี้ยงในโครงการส่ วนพระองค์สวนจิตรลดา
                         ่
       เป็ นสายพันธุ์ที่ผานการคัดเลือกมาจากคลังเก็บสายพันธุ์สาหร่ าย
                     ั
       ของห้องปฏิบติการสาหร่ าย สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร
       มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
      การเพาะเลี้ยงในห้องควบคุม
                                ้
       นาสาหร่ ายเกลียวทองที่ตองการมาใส่ ในหลอดแก้วปลายแหลมขนาด 200 มิลลิลิตร
                       ้
       เพาะเลี้ยงในตูที่ควบคุมอุณหภูมิ 30oC ความเข้มข้นแสง 10-12 กิโลลักซ์
       ช่วงเวลาให้แสง 16 ชม. และมืด 8 ชม. ให้อากาศที่มีแกสคาร์บอนไดออกไซด์ผสม 1-2%
       อาหารเพาะเลี้ยงใช้สูตรอาหาร Zarrouk’s ควบคุมการเจริ ญเติบโต
       โดยการวัดความเข้มเซลล์ (OD 560), pH, น้ าหนักแห้ง ฯลฯ
       และตรวจสอบการปนเปื้ อนด้วยกล้องจุลทรรศน์
      การเพาะเลี้ยงในอ่างขยายกลางแจ้ง ขยายหัวเชื้อสาหร่ ายจากห้องควบคุม
       มาเพาะเลี้ยงกลางแจ้งในถาดโยก (Rocking tray) จานวน 12 ถาดๆ ละ 6 ลิตร
       ใช้เวลาเพาะเลี้ยงประมาณ 1 สัปดาห์
       จะส่ งหัวเชื้อสาหร่ ายทั้งหมดไปยังโครงการเพาะเลี้ยงสาหร่ ายเกลียวทองสวนจิตรลดา 3
       ที่สวนอุไทยธรรม ขยายต่อในอ่างน้ าวน (Raceway ponds) ขนาด 250 ลิตร
       เพื่อเป็ นกล้าเชื้อเริ่ มต้นของอ่างผลิต
      การเพาะเลี้ยงในอ่างผลิต (production ponds) เป็ นอ่างซีเมนต์ขนาดใหญ่
       จะใช้เวลาเพาะเลี้ยง 10-15 วัน จึงทาการเก็บเกี่ยว
      การเพาะเลี้ยงทุกขั้นตอนจะต้องควบคุมปัจจัยที่มีผลต่อการเจริ ญของสาหร่ ายให้เหมาะส
       ม (ภาพที่ 2)

                  ่
2. การเก็บเกียว (harvesting)
      การเก็บเกี่ยวสาหร่ ายเกลียวทอง โดยใช้ผากรองละเอียดขนาด 30-50 ไมครอน
                                               ้
กรองและล้างน้ าจนสะอาด จะเก็บเกี่ยวหมดทั้งอ่าง ล้างอ่าง
                ่
นาน้ าเลี้ยงที่ผานผ้ากรองกลับอ่างเติมกล้าเชื้อสาหร่ าย, สารอาหาร และทาการเพาะเลี้ยงต่อไป

3. การทาแห้ ง (drying)
                            ่                       ้
     นาสาหร่ ายเกลียวทองที่ผานการกรอง มาอบแห้งด้วยตูอบลมร้อน อุณหภูมิ 60-70oC เวลา
6-8 ชม. นาไปบดละเอียด บรรจุในถุงฟอลย์ และส่ งไปห้องบรรจุแคปซูล

    ผลิตภัณฑ์สาหร่ ายเกลียวทองที่ผลิตออกมา จะผ่านมาตรวจคุณภาพความปลอดภัย
และคุณค่าทางอาหารอย่างสม่าเสมอ จากงานควบคุมคุณภาพและงานประกันคุณภาพ
ของโครงการส่ วนพระองค์สวนจิตรลดา
กิจกรรมโครงการความร่ วมมือระหว่ างสถาบันค้ นคว้ าและพัฒนาผลิตภัณฑ์ อาหารและงานสาห
ร่ ายประยุกต์ โครงการส่ วนพระองค์ สวนจิตรลดา

      เป็ นแหล่งคัดเลือกและเก็บรักษาสายพันธุ์สาหร่ ายเกลียวทองบริ สุทธิ์ ,
       ผลิตหัวเชื้อสาหร่ ายบริ สุทธิ์เพื่ออนุเคราะห์แก่โครงการส่ วนพระองค์สวนจิตรลดา
                                                 ั
       จัดฝึ กอบรม ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบติ แก่เจ้าหน้าที่โครงการฯ ให้เรี ยนรู ้เทคนิค
       และความสาคัญของการเพาะเลี้ยงสาหร่ าย เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ
       ปลอดภัยต่อการบริ โภค
      เป็ นที่ปรึ กษาในการออกแบบระบบการเพาะเลี้ยงแบบอ่างน้ าวน, ระบบเก็บเกี่ยว
       และการทาแห้ง ที่มีประสิ ทธิภาพ ง่าย สะดวกต่อการปฏิบติงาน.  ั
       ให้คาปรึ กษาปัญหาในการเพาะเลี้ยงสาหร่ ายเกลียวทอง และแปรรู ปผลิตภัณฑ์
ภาพที่ 1 ขั้นตอนการผลิตสาหร่ ายเกลียวทอง
                      ่ ี
     ภาพที่ 2 ปัจจัยทีมผลต่ อการเจริญของสาหร่ าย




                         ้
ภาพที่ 3 แผนภาพการเพาะเลียงและผลิตสาหร่ ายเกลียวทอง

								
To top