Cowan S by il4Fo7Y

VIEWS: 15 PAGES: 11

									                                 โรคตาเจ็บติดต่ อในแพะพันธุ์พนเมือง1/
                                                             ื้
                                          จังหวัดปทุมธานี
                              ดำเกิง รัศสุ วรรณ์2/              อำศวยุช ไหลสกุล3/

                                                     บทคัดย่อ

                  ในเดื อนตุลำคม 2543 ได้มีกำรระบำดของโรคตำเจ็บติ ดต่อในแพะพันธุ์ พ้ืนเมือง จำนวน
76 ตัว ที่บำนลำดท้องวัง หมู่ 4 ตำบลท้ำยเกำะ อำเออสำมโคก จังหวัดททุมธำนี มีแพะท่ วย จำนวน
                ้
32          ตัว อัตรำกำรท่ วย 42.1%           เกษตรกรได้น ำแพะไทเลี้ ย งในบริ เวณทุ่ ง นำที่ เก็ บ เกี่ ย วแล้ว
ซึ่ งมี แ มลงอยู่ ม ำกมำยหลำยชนิ ด สั ต ว์มี อ ำกำรน้ ำตำไหล เยื่ อ บุ ต ำอัก เสบ มี ข้ ี ตำแห้ ง ติ ด ขอบตำ
บำงตั ว กระจกตำขุ่ น ขำวจนมองไม่ เ ห็ น ได้ ท ำกำรท้ ำยเชื้ อจำกตำแพะที่ แ สดงอำกำรท่ วย
ส่ ง ส ถ ำ บั น สุ ข อ ำ พ สั ต ว์ แ ห่ ง ช ำ ติ                                                          ผ ล
กำรตรวจพบเชื้ อ Moraxella bovis จำกกำรทดสอบยำต้ำนจุลชี พ พบว่ำเชื้ อ Moraxella bovis ไวต่อยำ
bacitracin, cephalothin, enrofloxacin, erythromycin, gentamycin, kanamycin, novobiocin, tetracyclin,
triple sulfa และ ofloxacin กำรรักษำโดยใช้น้ ำเกลือล้ำงตำ แล้วท้ ำยตำด้วยขี้ผ้ ึงเตตร้ำไซคลิ น 1%
เช้ำ-เย็นทุกวัน ในรำยที่เท็ นมำกใช้ยำอ๊อกซี่ เตตร้ำไซคลินชนิดออกฤทธิ์ ยำวนำน ฉี ดเข้ำกล้ำมเนื้ อ ร่ วมด้วย
1 ครั้ง ผลกำรรักษำ พบว่ำแพะ จำนวน 32 ตัว หำยท่ วยอำยใน 3 วัน 5 วัน และมำกกว่ำ 5 วัน
จ ำนวน 10 (31.2%)                  18 (56.3%)             และ 4           ตัว (12.5%)             ตำมล ำดับ
              ั
รำยงำนนี้นบเท็ นรำยงำนครั้งแรกที่พบเชื้อ Moraxella bovis ในแพะที่พบในทระเทศไทย




คาสาคัญ : ตำเจ็บติดต่อ, แพะพันธุ์พ้ืนเมือง, จังหวัดททุมธำนี

1/
     ทะเบียนวิชาการเลขที่ 44(2)-0616(1)-198
2/
     ฝ่ ายสุขภาพสัตว์ สานักงานปศุสตว์จงหวัดปทุมธานี อาเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี 12000
                                   ั ั
3/
                                    ั ั          ุ
     ฝ่ ายสุขภาพสัตว์ สานักงานปศุสตว์จงหวัดสิงห์บรี
                                                             คานา

                 โรคตำเจ็บติดต่อในโคกระบือเกิดจำกเชื้ อแบคทีเรี ย Moraxella bovis (นิ ยมศักดิ์และคณะ,
                           ั
2536) นอกจำกนี้ ยงพบว่ำอำจเกิ ดจำกพยำธิ (Fitzsimmons, 1966), ไวรัส (Wilcox, 1970),
ไมโครพลำสมำ (Langford and Dorward, 1969), เชื้ อรำ (ยงยุทธ์และพจน์, 2513) และเกี่ยวข้องกับ
สิ่ ง แวดล้ อ มต่ ำ ง ๆ (Wilcox,                    1968)               Abbas                et            al.           (1979)
ไ ด้ ร ำ ย ง ำ น ก ำ ร ร ะ บ ำ ด ข อ ง โ ร ค ต ำ เ จ็ บ ติ ด ต่ อ ข อ ง แ พ ะ ที่ ท ร ะ เ ท ศ ซู ด ำ น โ ด ย ไ ด้ smear
เชื้ อ จำกเยื่ อตำขำวของแพะที่ เท็ นโรค พบสิ่ ง มี ชี วิ ต ที่ มี โ ครงสร้ ำ งลัก ษณะคล้ำ ย Rickettsia                       spp.
ซึ่ งเท็ นสำเหตุของโรค Lavin et al. (2000) ได้รำยงำนกำรแยกเชื้ อ Moraxella bovis
จ ำ ก ท อ ด ข อ ง สั ต ว์ กี บ คู่ จ ำ พ ว ก เ ลี ย ง ผ ำ (Chamois)                     ที่ ท่ ว ย ต ำ ย ใ น ท ร ะ เ ท ศ ส เ ท น
ส ำหรั บในทระเทศไทยยั ง ไม่ เ คยมี รำยงำนก ำรตรวจพบเชื้ อ Moraxella                                                       bovis
จำกตำแพะที่เท็ นโรคนี้มำก่อนมีเพียงแต่รำยงำนของทระอำสและคณะ (2526) ที่ได้พบเชื้ อ Neisseria ovis
ในแพะพันธุ์พ้ืนเมืองเท็ นครั้งแรกในทระเทศไทย ส่ วนใหญ่เท็ นรำยงำนที่พบในโคเท็ นโรคตำเจ็บติดต่อ
จะแสดงอำกำรตำแดง เยื่อบุ ตำอักเสบ น้ ำตำไหล กระจกตำขุ่นขำว บำงรำยมี ข้ ีตำ มีหนองเกรอะกรั ง
บำงตัวหำกิ นไม่ ไ ด้เนื่ องจำกตำทิ ดทั้ง 2                   ข้ำ ง น้ ำ หนัก ลด นมลด โรคนี้ เกิ ดขึ้ นได้ใ นทุ ก ช่ วงฤดู
                                                      ์
แต่มีกำรระบำดมำกในช่ วงฤดู ฝน (ทัศนี ยและคณะ, 2539) โคที่ มีอำยุน้อยจะมีควำมไวต่อโรคนี้
อัตรำกำรเกิ ด โรคสู ง ที่ สุ ดในช่ วงลู ก สั ตว์อ ำยุ 3-6                เดื อน (Yeruham              et       al.,       2001)
ในโคสำยพัน ธุ์ ที่ มี เ ม็ ด สี ร อบดวงตำน้อ ย เช่ น โคพัน ธุ์ Hereford,                          Holstein,           Shorthorn
พบว่ำจะมีควำมชุ กและควำมรุ นแรงของโรคมำกกว่ำโคสำยพันธุ์ที่มีเม็ดสี รอบดวงตำมำกกว่ำ เช่นโคพันธุ์
Angus (Pugh et al., 1986 ; Cobb et al., 1976)
                 กำรติดต่อโดยกำรสัมผัสน้ ำตำและน้ ำมูกขอสัตว์ที่ท่วยและมีแมลง เชน face fly, stable fly
และ house             fly          เท็ นพำหะช่ ว ยแพร่ โ รค (DeBower                     and          Thompson,           1997)
โรคตำเจ็บติดต่ออำจเกิดขึ้นได้ในที่ไม่มีแมลงก็ได้ (Hall, 1984) สอำพดินฟ้ ำอำกำศ สิ่ งแวดล้อมต่ำง ๆ
เท็ นเหตุโน้มนำให้เกิดควำมระคำยเคืองในตำของสัตว์ แล้วมีกำรติดเชื้ อแบคทีเรี ยเกิดขึ้น (ทัศนียและคณะ,                  ์
2539)                                  โ ค ที่ มี อ ำ ยุ ม ำ ก จ ะ มี อั ต ร ำ ก ำ ร ท่ ว ย 50% ห รื อ น้ อ ย ก ว่ ำ นั้ น
                                        ั
แต่ลูกโคซึ่ งมีควำมไวต่อโรคนี้ อตรำกำรท่ วย 70-90% (Batta et al., 1996) สำหรับอัตรำกำรตำยน้อยกว่ำ
1% ในรำยที่ตำยอำจเนื่องจำกไม่ได้รับกำรรักษำสัตว์ตำบอดทั้งสองข้ำง หำกินอำหำรไม่ได้ทำให้อดตำย
                 ระยะฟั กตัวของโรคใช้เวลำ 2-3 วัน แต่อำจกิ นเวลำถึ ง 21 วัน (ทระสบ, 2531)
อ ำ ก ำ ร เ ริ่ ม แ ร ก ต ำ จ ะ เ ที ย ก แ ฉ ะ ไ ม่ สู ้ แ ส ง น้ ำ ต ำ ไ ห ล เ ยื่ อ บุ ต ำ อั ก เ ส บ แ ด ง
ต่ อ ม ำ ก ร ะ จ ก ต ำ ขุ่ น ข ำ ว จ น ม อ ง ไ ม่ เ ห็ น ใ น พื้ น ที่ ที่ มี อุ บั ติ ก ำ ร ณ์ ข อ ง โ ร ค สู ง
ควรท ำวัค ซี นท้ องกั น โรคตำเจ็ บ ติ ด ต่ อ ให้ แ ก่ สั ต ว์ โดยในแม่ โ คควรให้ ว ัค ซี นก่ อ นคลอดลู ก
ส ำหรั บ ลู ก โคท ำเมื่ อ อำยุ 2-3                       เดื อ น (Pugh                  et                al.,            1986)
โรคนี้ ท ำควำมเสี ยหำยทำงเศรษฐกิ จ มำกพอสมควร เนื่ อ งจำกสั ต ว์จ ะมี อ ัต รำกำรเจริ ญเติ บ โตต่ ำ
จำกรำยงำนของ Cobb et al., (1976) พบว่ำน้ ำหนักเฉลี่ยของลูกโคช่วงหย่ำนมที่เท็ นโรคตำเจ็บติดต่อ
จ ะ น้ อ ย ก ว่ ำ ลู ก โ ค ใ น รุ่ น เ ดี ย ว กั น ที่ ไ ม่ ไ ด้ ติ ด เ ชื้ อ โ ร ค นี้ ใ น สั ต ว์ ที่ ใ ห้ น ม น้ ำ น ม จ ะ ล ด
และนอกจำกนี้ ยัง ต้อ งเสี ย ค่ ำ ใช้ จ่ ำ ยในกำรรั ก ษำ เนื่ อ งจำกสั ต ว์ ห ำกิ น ไม่ ไ ด้ สุ ข อำพทรุ ดโทรม
ทำให้มูลค่ำของสัตว์ลดลง
                อำกำรตำเจ็ บ นอกจำกมี ส ำเหตุ จ ำกเชื้ อแบคที เ รี ย พยำธิ ไวรั ส ไมโครพลำสมำ
เ ชื้ อ ร ำ แ ล ะ เ กี่ ย ว ข้ อ ง กั บ สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม ต่ ำ ง ๆ ดั ง ที่ ไ ด้ ก ล่ ำ ว ต อ น ต้ น แ ล้ ว
พยำธิ ในเลือดอำจเท็ นสำเหตุหนึ่ งของอำกำรตำเจ็บ (นิ ยมศักดิ์ และคณะ, 2536) ที่สำคัญได้แก่ เชื้ อ
Trypanosoma                                spp.               เ ท็ น โ ท ร โ ต ซั ว ที่ ท ำ ใ ห้ เ กิ ด โ ร ค Trypanosomiasis
โดยเเพะที่ ไ ม่ ไ ด้ รั บ กำรรั ก ษำมี โ อกำสตำย 10-15%                                         (สมชั ย ,                  2541)
สั ต ว์ ที่ มี อ ำ ยุ น้ อ ย แ ล ะ อ่ อ น แ อ อ ำ จ ต ำ ย อ ำ ย ใ น 1 สั ท ด ำ ห์
ในสัตว์ที่โตเต็มที่และแข็งแรงอำจกลับหำยเท็ นทกติได้ (มำนพ, 2527)
                จุ ด ท ร ะ ส ง ค์ ข อ ง ก ำ ร ศึ ก ษ ำ ค รั้ ง นี้ เ พื่ อ ใ ห้ ท ร ำ บ ถึ ง ก ำ ร ร ะ บ ำ ด
อำกำรทำงคลี นิคและกำรรักษำโรคตำเจ็บติ ดต่อในแพะพันธุ์พ้ืนเมืองซึ่ งเกิ ดจำกเชื้ อ Moraxella bovis
ใ น ท้ อ ง ที่ ข อ ง จั ง ห วั ด ท ทุ ม ธ ำ นี
                                     ั
อันจะเท็ นแนวทำงในกำรทฏิบติแก้ไขทั ญหำในพื้นที่ที่เกิดโรคนี้ในท้องที่อื่น ๆ ต่อไท

อุปกรณ์ และวิธีการ
                 1. ประวัติสัตว์ป่วย
                                                                           ่ ้
                     วันที่ 10 ตุลำคม 2543 เกษตรกรรำยหนึ่ งอยูที่บำนลำดท้องวัง หมู่ 4 ตำบลท้ำยเกำะ
อ ำเออสำมโคก จั ง หวั ด ททุ ม ธำนี ไ ด้ ม ำแจ้ ง ว่ ำ แพะพั น ธุ์ พ้ื น เมื อ งท่ วยมี อ ำกำรน้ ำตำไหล
ขี้ ต ำ เ ก ร อ ะ ก รั ง บ ำ ง ตั ว ก ร ะ จ ก ต ำ ม ขุ่ น ข ำ ว เ ท็ น ติ ด ต่ อ กั น ห ล ำ ย ตั ว ยั ง ไ ม่ มี สั ต ว์ ต ำ ย
สั ต ว์แ สดงอำกำรท่ วยมำได้ท ระมำณ 5                        วัน จำกกำรเข้ำ ไทตรวจสอบดู พ บว่ำ เกษตรกรรำยนี้
ซื้ อ แพะมำเพื่ อ ขยำยพัน ธุ์ แล้ ว จ ำหน่ ำ ยเท็ นแพะเนื้ อ โดยเลื อ กซื้ อ แพะเพศเมี ย ในวัย เจริ ญพัน ธุ์
และซื้ อแพะเพศผูเ้ พื่อเท็ นพ่อพันธุ์ จำกจังหวัดกำญจนบุรี จำนวน 28 ตัว และจำกจังหวัดชัยนำท จำนวน
40           ตัว รวมเท็ น 68               ตัว เท็ นเพศผู้ จ ำนวน 6               ตัว เพศเมี ย จ ำนวน 62                  ตัว
โดยได้นำมำเลี้ยงในท้องที่น้ ี เท็ นเวลำ 2 เดือน ในระหว่ำงเลี้ยงแพะได้ออกลูกเพิ่มมำอีก จำนวน 8 ตัว
เท็ นเพศผู้ 2               ตัว เพศเมี ย 6                ตัว อำยุ 1             เดื อ น รวมทั้ง หมด 76                   ตัว
จำกกำรตรวจสัตว์พบว่ำมีแพะแสดงอำกำรท่ วย จำนวน 32 ตัว โดยเริ่ มแรกจะมีน้ ำตำไหล เยื่อบุตำอักเสบ
มีข้ ีตำเกรอะกรัง ต่อมำกระจกตำขุ่นขำว แพะที่มีอำกำรกระจกตำขุ่นขำวทั้ง 2 ข้ำง มีจำนวน 3 ตัว
และกระจกตำขุ่ น ขำวข้ำ งเดี ย วมี จ ำนวน 7                        ตัว นอกนั้ น แสดงอำกำรเยื่ อ บุ ต ำอัก เสบแดง
น้ ำตำไหลและมีข้ ีตำ โดยเกษตรกรได้ไล่ตอนแพะฝูงนี้ไทหำกินในทุ่งนำที่เก็บเกี่ยวแล้ว ซึ่ งมีแมลงชุกชุม
                                                  ้
                 2. การเก็บตัวอย่าง
                   2.1 เก็บตัวอย่ำงเพื่อตรวจหำเชื้ อแบคทีเรี ย
                   ท ำกำร swab                       เชื้ อจำกตำแพะที่ มี อ ำกำรตำเจ็ บ จ ำนวน 4 ตั ว
             ั
โดยใช้ไม้พนสำลี ที่ทลอดเชื้ อท้ ำยลงบนตำแพะที่ กำลังอักเสบ แล้วนำไม้น้ ันท้ ำยลงบนอำหำรเลี้ ยงเชื้ อ
ส่ งสถำบันสุ ขอำพสัตว์แห่งชำติเพื่อตรวจหำเชื้อแบคทีเรี ย
                   2.2 เก็บตัวอย่ำงเพื่อตรวจหำเชื้ อโทรโตซัว
                   ทำกำรเจำะเลื อดแพะจำนวน 4 ตัว ที่มีอำกำรตำเจ็บ จำก Jugular vein ที่คอ
แล้วทำแผ่น สไลด์ท้ำยเลือด จำกนั้นนำแผ่นสไลด์มำ Fix โดยจุ่มลงใน absolute methanol นำน 1-2
นำที ผึ่งให้แห้ง แล้วนำส่ งสถำบันสุ ขอำพสัตว์แห่งชำติ เพื่อตรวจหำเชื้อโทรโตซัว
               3. วิธีการตรวจตัวอย่ างในห้ องปฏิบัติการของสถาบันสุ ขภาพสั ตว์ แห่ งชาติ
                   3.1 กำรตรวจหำเชื้อแบคทีเรี ย
                                                              ้
                   ทำกำรเพำะแยกเชื้ อบนอำหำรเลี้ ยงเชื้ อวุนผสมเลื อดแกะ (blood agar) และอำหำร
แมคคองกี้ ส์ (Mac Conkeys agar) แล้วนำไทอบที่อุณหอูมิ 37C เท็ นเวลำ 24 ชม.
ตำมวิธีมำตรฐำนของ Cowan and Steel (1970) และทดสอบควำมไวต่อยำต้ำนจุลชี พโดยวิธี Single disc
diffusion (Bauer and Kirby, 1966)
                   3.2 กำรตรวจหำเชื้อโทรโตซัว
                   โดยนำแผ่นสไลด์ท้ำยเลือดมำย้อมด้วยสี จิมซ่ ำ (Giemsa’ stain) โดยเตรี ยม 5% Giemsa
solution ด้วย buffer ใส่ ในโถ coffin jar แล้วจุ่มแผ่นสไลด์เรี ยงลงใน coffin jar ซึ่ งมี 5% Giemsa
solution       นำน 20-30 นำที เสร็ จแล้วยกแผ่นสไลด์ข้ ึ น ล้ำ งด้วยน้ ำ ก๊ อกที่ ไหลจนกว่ำ น้ ำจะหมดสี
                           ้
ผึ่งให้แห้ง แล้วนำมำดูดวยกล้องจุลทรรศน์ กำลังขยำย 1,000 เท่ำ (สถำบันสุ ขอำพสัตว์แห่งชำติ, 2536)
               4. การรักษาเบืองต้ น้
               ได้รักษำสัตว์ท่วยโดยแบ่งกำรรักษำสัตว์ออกเท็ น 3 กลุ่ม ตำมลักษณะอำกำรทำงคลีนิค
               กลุ่มที่ 1 ใช้น้ ำเกลือล้ำงตำแพะที่มีอำกำรน้ ำตำไหล
               กลุ่มที่ 2 ใช้น้ ำเกลือล้ำงตำ แล้วท้ ำยตำด้วยขี้ผ้ งเตตร้ำไซคลิน 1% เช้ำ-
                                                                  ึ
                                 ่
เย็นทุกวันในแพะที่มีอำกำรเยือบุตำอักเสบแดง มีข้ ีตำแห้งเกรอะกรัง
               กลุ่มที่ 3 รักษำด้วยกำรใช้น้ ำเกลือล้ำงตำและท้ ำยตำด้วยขี้ผ้ งเตตร้ำไซคลิน 1% เช้ำ-
                                                                             ึ
เย็นทุกวัน แล้วฉีดยำทฏิชีวนะอ๊อกซี่เตตร้ำไซคลินชนิ ดออกฤทธิ์ ยำวนำน เข้ำกล้ำมเนื้อ ร่ วมด้วย 1 ครั้ง
ในรำยที่มีอำกำรกระจกตำขุ่นขำว เยือบุตำอักเสบแดงและมีข้ ีตำแห้งเกรอะกรัง
                                         ่

                                                 ผลการศึกษา

                   จำกกำรศึกษำกำรระบำดของโรคตำเจ็บติดต่อในแพะพันธุ์พ้ืนเมืองครั้งนี้ พบว่ำเกษตรกร
                                           ้
รำยนี้เลี้ยงแพะทั้งหมด จำนวน 76 ตัว มีอำยุนอยกว่ำหรื อเท่ำกับ 1 ที จำนวน 49 ตัว อำยุมำกกว่ำ 1 ที
                                                                      ั
มีจำนวน 27 ตัว คิดเท็ น 64.5 และ 35.5% ตำมลำดับ (ตำรำงที่ 1) อุบติกำรณ์ของกำรเกิดโรคตำเจ็บ
ติ ด ต่ อ ใ น แ พ ะ ที่ มี อ ำ ยุ น้ อ ย ก ว่ ำ ห รื อ เ ท่ ำ กั บ 1                  ที คิ ด เ ท็ น 53.1%
               ั
ในขณะที่อุบติกำรณ์ของกำรเกิดโรคในแพะที่มีอำยุมำกกว่ำ 1 ที คิดเท็ น 22.2% ดังนั้นจำกตำรำงที่ 2
จะพบว่ ำ อั ต รำเสี่ ยงต่ อ กำรเกิ ด โรคในแพะที่ มี อ ำยุ น้ อ ยกว่ ำ หรื อเท่ ำ กั บ 1 ที เท็ น 2.39 เท่ ำ
เมื่อเทียบกับแพะที่มีอำยุมำกกว่ำ 1 ที




              1. การระบาดและอาการทางคลินิค
              โรคตำเจ็บติดต่อในแพะได้เกิดขึ้นที่หมู่ 4 ตำบลท้ำยเกำะ อำเออสำมโคก จังหวัดททุมธำนี
เมื่อเดือนตุลำคม 2 5 4 3 เกษตรกรได้นำแพะไทเลี้ยงบริ เวณทุ่งนำที่เก็บเกี่ยวแล้ว ซึ่ งมีแมลงชุกชุม
กำรระบำดครั้งนี้ มีแพะแสงอำกำรท่ วย จำนวน 32 ตัว จำกทั้งหมดจำนวน 76 ตัว คิดเท็ น 42.1%
โดยมีอำกำรน้ ำตำไหล                มีข้ ีตำ              เยือบุตำอักเสบแดง
                                                            ่                           บำงตัวกระจกตำขุ่นขำว
              2. การตรวจทางห้ องปฏิบัติการ
                 2.1 ตรวจหำเชื้ อแบคที เรี ย พบเชื้ อ Moraxella              bovis         ทั้ง 4         ตัว อย่ำ ง
                                                                                    ั
กำรทดสอบยำต้ำนจุลชี พหลำยชนิ ดต่อเชื้ อ Moraxella bovis ในห้องทฏิบติกำรพบว่ำเชื้ อ Moraxella
bovis ไวต่อยำ bacitracin, cephalothin, enrofloxaxin, erythromycin, gentamycin, kanamycin,
novobiocin, tetracyclin, triple sulfa, ofloxacin
                 2.2 ต ร ว จ ห ำ เ ชื้ อ โ ท ร โ ต ซั ว ใ น เ ลื อ ด จ ำ ก ก ำ ร ท ำ แ ผ่ น ส ไ ล ด์ ท้ ำ ย เ ลื อ ด
ทรำกฏว่ำไม่พบเชื้อโทรโตซัวในเลือดแพะทั้ง 4 ตัวอย่ำง
              3. ผลการรักษา
              จำกกำรรักษำเบื้องต้นโดยใช้            น้ ำเกลือล้ำงตำแพะที่มีอำกำรเจ็บตำ                             ึ
                                                                                                แล้วท้ ำยด้วยขี้ผ้ ง
เตตร้ำไซคลิน 1 % เช้ำ-เย็นทุกวัน ในรำยที่เท็ นมำกใช้ยำทฏิชีวนะอ๊อกซี่ เตตร้ำไซคลินชนิดออกฤทธิ์
ยำวนำน ฉี ดเข้ำกล้ำมเนื้ อ ร่ วมด้วย 1 ครั้ง ทรำกฏว่ำแพะที่มีอำกำรเจ็บตำ หำยท่ วยอำยใน 3 วัน 5 วัน
และมำกกว่ำ 5 วัน จำนวน 1 0 1 8 และ 4 ตัว ตำมลำดับ (ตำรำงที่ 3 )

                                                                 วิจารณ์

                    จ ำ ก ก ำ ร ศึ ก ษ ำ ค รั้ ง นี้ พ บ ว่ ำ แ พ ะ ที่ มี อ ำ ยุ น้ อ ย ก ว่ ำ ห รื อ เ ท่ ำ กั บ 1 ที
มี จ ำ น ว น ม ำ ก ก ว่ ำ แ พ ะ ที่ มี อ ำ ยุ ม ำ ก ก ว่ ำ 1 ที (ต ำ ร ำ ง ที่ 1)
ทั้ ง นี้ เ นื่ อ ง จ ำ ก เ ก ษ ต ร ก ร ไ ด้ ซื้ อ แ พ ะ ม ำ เ ลี้ ย ง เ พื่ อ จุ ด ท ร ะ ส ง ค์ ใ น ก ำ ร ท ำ พ่ อ แ ม่ พั น ธุ์
ผ ลิ ต ลู ก แ ล ะ ขุ น ข ำ ย เ ท็ น แ พ ะ เ นื้ อ
ดั ง นั้ นจึ ง ได้ ค ั ด เลื อ กซื้ แพะเพศเมี ย ที่ มี อ ำยุ ใ นวัย เจริ ญพั น ธุ์ แ ละซื้ อแพะเพศผู ้ เ พื่ อ เท็ นพ่ อ พัน ธุ์
นอก จำก นี้ ยั ง พบว่ ำ อำยุ มี ค วำมสั ม พั น ธ์ ก ั บ ก ำรเกิ โรคอย่ ำ งมี นั ย ส ำคั ญ ทำงสถิ ติ (p=0.018)
                    ้                                ั
แพะที่มีอำยุนอยกว่ำหรื อเท่ำกับ 1 ที มีอตรำเสี่ ยง (risk ratio) ต่อกำรเกิดโรคตำเจ็บติดต่อเท็ น 2.39 เท่ำ
                                        ั
เมื่ อ เที ย บกับ แพะที่ มี อ ำยุ ต้ ง แต่ 1           ที ขึ้ น ไท (95%           CI         1.12-5.07)              (ตำรำงที่ 2)
ซึ่ งสอดคล้อ งกับ รำยงำนของ Yeruham                                et.        al.         (2001)              ที่ ไ ด้ศึ ก ษำในโค
พบว่ ำ อัต รำกำรเกิ ด โรคสู ง ที่ สุ ด ในช่ ว งลู ก สั ต ว์อ ำยุ 3-6                  เดื อ น และควำมรุ นแรงของโรค
                                      ้
รุ นแรงมำกในสัตว์ที่มีอำยุนอย (Batta et. al., 1966)
                    จำกกำรศึ ก ษำกำรระบำดของโรคตำเจ็ บ ติ ด ต่ อ ที่ เ กิ ด จำกเชื้ อ Moraxella                               bovis
ในแพะพัน ธุ์ พ้ื น เมื อ ง ที่ บ ้ำ นลำดท้อ งวัง หมู่ 4 ต ำบลท้ำ ยเกำะ อ ำเออสำมโคก จัง หวัด ททุ ม ธำนี
และกำรระบำดของโรคตำเจ็ บ ติ ด ต่ อ ในโคและกระบื อ ที่ จ ัง หวัด สกลนคร (นิ ย มศัก ดิ์ ,                                       2536)
พบว่ ำ มี อ ั ต รำกำรท่ วย 42.1                               33.6                และ 34.6%                            ตำมล ำดั บ
ซึ่ งพบว่ ำ มี อ ั ต รำกำรท่ วยสู งกว่ ำ โรคตำเจ็ บ ติ ด ต่ อ ที่ เ กิ ดจำกเชื้ อ Neisseria                                    ovis
ในแพะพันธุ์พ้ืนเมืองที่ระบำดในจังหวัดนครทฐม (ทระอำสและคณะ, 2526) และเชื้ อ Neisseria sp.
(hemolysin) ที่ทำให้เกิ ดโรคตำเจ็บติดต่อในโคพื้นเมือง จังหวัดนครศรี ธรรมรำช (ทระอำสและคณะ,
2524) โดยมีอตรำกำรท่ วย 17.4 และ 12.8% ตำมลำดับทั้งนี้ อำจเท็ นไทได้ว่ำเชื้ อ Moraxella bovis
                            ั
น่ำจะมีควำมรุ นแรงมำกกว่ำ Neisseria spp.
                    กำรระบำดของโรคตำเจ็ บ ในแพะที่ เ กิ ด จำกเชื้ อ Moraxella                            bovis             ในครั้ งนี้
แหล่ ง เกิ ด โรคอยู่ บ ริ เวณทุ่ ง นำ ซึ่ งมี แ มลงชุ ก ชุ ม กำรระบำดเกิ ด ในช่ ว งเดื อ นตุ ล ำคม 2543
ซึ่ ง เ ท็ น ช่ ว ง ฤ ดู ฝ น ต่ อ ฤ ดู ห น ำ ว นิ ย ม ศั ก ดิ์ แ ล ะ ค ณ ะ (2536)
                                                ั
ได้รำยงำนโรคตำเจ็บติดต่อในโคที่จงหวัดสกลนคร พบกำรระบำดในช่ วงเดือนกรกฎำคม ซึ่ งเท็ นฤดูฝน
แ ต่ อ ย่ ำ ง ไ ร ก็ ต ำ ม                                       ท ร ะ อ ำ ส แ ล ะ ค ณ ะ                                     (2526)
                                                                       ั
ได้รำยงำนโรคตำเจ็บ ติ ดต่ อในแพะพันธุ์ พ้ื นเมื องที่ จง หวัดนครทฐมที่ เกิ ดจำกเชื้ อ Neisseria                                ovis
ร ะ บ ำ ด ใ น ช่ ว ง เ ดื อ น มี น ำ ค ม ดั ง จ ะ เ ห็ น ไ ด้ ว่ ำ โ ร ค ต ำ เ จ็ บ ติ ด ต่ อ เ กิ ด ขึ้ น ไ ด้ ใ น ทุ ก ช่ ว ง ฤ ดู
                          ่
เท็ นที่น่ำสังเกตุวำในกำรเกิดโรคครั้งนี้ มีลูกแพะอำยุ 1 เดือน จำนวน 8 ตัว ที่ไม่ได้นำไทเลี้ยงในทุ่งนำ
ไ ม่ แ ส ด ง อ ำ ก ำ ร ท่ ว ย โ ด ย อ ำ ศั ย อ ยู่ ใ น ค อ ก ที่ มี มุ ้ ง ไ น ล่ อ น กั น ยุ ง แ ล ะ แ ม ล ง
ดัง นั้น จึ ง น่ ำ เชื่ อ ว่ำ สำเหตุ โ น้ม น ำส ำคัญ อัน หนึ่ ง ที่ ท ำให้ มี ก ำรระบำดของโรค เกิ ด จำกแมลงต่ ำ ง ๆ
ทำให้ตำระคำยเคือง แล้วมีกำรติดเชื้อแบคทีเรี ยตำมมำ
                    จำกกำรรั ก ษำเบื้ อ งต้น ได้ เ ลื อ กใช้ ย ำของโครงกำรหน่ ว ยสั ต วแพทย์เ คลื่ อ นที่ ได้ แ ก่
เ ต ต ร้ ำ ไ ซ ค ลิ น                                   ช นิ ด ขี้ ผึ้ ง ท้ ำ ย ต ำ เ ท็ น ห ลั ก
นอกจำกในรำยที่ เท็ นมำกได้ใช้ยำทฏิ ชีวนะอ๊อกซี่ เตตร้ ำไซคลิ นชนิ ดออกฤทธิ์ ยำวนำนฉี ดเข้ำกล้ำมเนื้ อ
ร่ วมด้วย 1 ครั้ง ผลกำรรักษำแพะที่ท่วย จำนวน 32 ตัว หำยท่ วยอำยใน 3 วัน 5 วัน และเกินกว่ำ 5
วัน จ ำนวน 10                    18        และ 4              ตัว ตำมล ำดับ (ตำรำงที่ 3)              กำรรั ก ษำโรคในครั้ งนี้
พ บ ว่ ำ แ พ ะ ส่ ว น ม ำ ก ห ำ ย ท่ ว ย อ ำ ย ใ น 5                                                                          วั น
                                                    ั
ทั้งนี้เนื่ องจำกเจ้ำของสัตว์เอำใจใส่ อย่ำงดีกบกำรรักษำโรคในครั้งนี้ พบว่ำแพะส่ วนมำกหำยท่ วยอำยใน 5
                                                          ั
วัน ทั้งนี้ เนื่ องจำกเจ้ำของสัตว์เอำใจใส่ อย่ำงดี กบกำรรักษำ สำหรับกำรใช้ยำพวกสเตียรอยด์ในกำรรักษำ
ยั ง เ ท็ น ที่ ถ ก เ ถี ย ง กั น อ ยู่ ฝ่ ำ ย ที่ ส นั บ ส นุ น ก ำ ร ใ ช้ ย ำ ส เ ตี ย ร อ ย ด์
ร ำ ย ง ำ น ว่ ำ ผ ล ก ำ ร รั ก ษ ำ เ มื่ อ ใ ห้ ย ำ ส เ ตี ย ร อ ย ด์ จ ะ ดี ก ว่ ำ เ มื อ ไ ม่ ใ ห้ ฝ่ ำ ย ที่ ไ ม่ เ ห็ น ด้ ว ย
มีควำมเห็ นว่ำไม่ควรใช้ยำสเตี ยรอยด์ในช่ วงแรก ๆ ของกำรอักเสบ เพรำะอำจทำให้กระจกตำทะลุ ได้
                                           ั
นอกจำกนี้ กำรใช้ยำสเตี ยรอยด์ยงทำให้ทริ มำณของเชื้ อ Moraxella bovis ในน้ ำตำเพิ่มมำกขึ้ น
ซึ่ งอำจจะเท็ นกำรกระจำยโรค (คระสัตวแพทย์ศำสตร์ , 2539) ในกรณี ที่มีแผลหลุมบนกระจกตำ
ANGelos et. al. (2000) ได้ทดลองใช้ยำ florfenicol รักษำในลูกโคโดยกำรให้ยำ florfenicol ในขนำด
20 มก./กก. ฉี ดเข้ำกล้ำมเนื้ อ 2 ครั้ง ห่ ำงกัน 48 ชม. หรื อฉี ดยำเข้ำใต้หนังในขนำด 40 มก./กก.
ครั้ งเดี ยว หลังจำกกำรรักษำ 20 วัน พบว่ำลูกโคหำยห่ วยคิ ดเท็ น 98 และ 93% ตำมลำดับ
จำกกำรทดสอบยำต้ำนจุลชี พหลำยชนิ ดต่อเชื้ อ Moraxella bovis ในห้องทฏิบติกำรพบว่ำเชื้ อไวต่อยำ          ั
bacitracin, cephalothin, enrofloxaxin, erythromycin, gentamycin, kanamycin, novobiocin, tetracyclin,
triple                     sulfa,                      ofloxacin                          ซึ่ งเท็ นก ำรพิ สู จน์ ที่ แส ดงว่ ำ
                           ั
กำรใช้ผลจำกห้องทฏิบติกำรกับกำรแก้ทัญหำในท้องที่สอดคล้องกัน และจำกกำรเข้ำไทควบคุมโรคโดยเร็ ว
พบว่ำในพื้นที่ใกล้เคียงไม่มีโค-กระบือและแพะท่ วยเท็ นโรคนี้

                                                         สรุ ปและข้ อเสนอแนะ

                  จำกกำรศึ กษำในครั้ งนี้ สรุ ทได้ว่ำโรคตำเจ็บติดต่อในแพะที่ ระบำดในท้องที่ หมู่ 4 ตำบล
ท้ำ ยเกำะ อ ำเออสำมโคก จัง หวัด ททุ ม ธำนี เมื่ อ เดื อ นตุ ล ำคม 2543 มี แ พะท่ วย จ ำนวน 32 ตัว
(อัต รำท่ วย 42.1 %) สำเหตุ ที่ โน้ม น ำที่ ส ำคัญ เกิ ด จำกแมลงต่ ำ ง ๆ ในแหล่ ง ที่ สั ต ว์เ ข้ำ ไทหำกิ น
ท ำให้ ต ำระคำยเคื อ ง แล้ ว มี ก ำรติ ด เชื้ อแบคที เ รี ย Moraxella                bovis             ตำมมำ
เท็ นผลให้มีกำรอักเสบรุ นแรงขึ้น กำรรักษำโดยใช้น้ ำเกลื อล้ำงตำ แล้วท้ ำยตำด้วยขี้ผ้ ึงเตตร้ ำไซคลิน 1%
เช้ ำ -เย็ น ทุ ก วัน ในรำยที่ เ ท็ นมำก ใช้ ย ำทฎิ ชี ว นะอ๊ อ กซี่ เ ตตร้ ำ ใซคลิ นชนิ ด ออกฤทธิ์ ยำวนำน
ฉี ด เ ข้ ำ ก ล้ ำ ม เ นื้ อ ร่ ว ม ด้ ว ย 1 ค รั้ ง พ บ ว่ ำ แ พ ะ ส่ ว น ม ำ ก ห ำ ย ท่ ว ย อ ำ ย ใ น 5 วั น
กำรท้ องกันและควบคุมโรคควรทฏิบติดงนี้     ั ั

                                                                                           ้
            1. ควรหลี กเลี่ ยงนำสัตว์ไทเลี้ยงในพื้นที่ที่มีแมลงชุ กชุ ม และโรงเรื อนควรมีมุงคลุ มเพื่อ
ท้ องกันแมลงเข้ำไทรบกวนสัตว์ขณะกำลังพักผ่อน

                                                            ่
                2. พยำยำมกำจัดแมลงที่มำตอมบริ เวณตำและที่อยูตำมคอกสัตว์

                3. อย่ำซื้ อสัตว์ที่มีอำกำรตำเจ็บเข้ำมำในฝูง เพรำะอำจเท็ นแหล่งแพร่ โรค
               4. ก่อนนำสัตว์ที่อื่นเข้ำมำในฝูง ควรกักดูอำกำรอย่ำงน้อย 7 วัน
จนแน่ใจว่ำสัตว์ไม่มีโรคติดต่อ จึงนำเข้ำฝูงได้
                                     ั                                ่ ั
              5. เนื่องจำกโรคนี้มีตวนำโรค และเชื้อที่ทำให้เกิดโรคมีอยูท้ งในน้ ำตำและน้ ำมูก
                                   ่                     ั่
เมื่อน้ ำมูกไหลหรื อเกิดกำรจำมก็ยอมจะกระจำยโรคไทได้ทว ดังนั้นถ้ำรี บแยกสัตว์ท่วยเสี ยโดยเร็ ว
จะช่วยท้ องกันกำรระบำดได้มำก

                                                                                ่
               6. ควรรี บแยกสัตว์ท่วยออกไว้ทำกำรรักษำ ให้สัตว์ท่วยอยูในที่มืด ไม่มีลม ฝุ่ นละออง
และแมลง                 มี น้ ำ แ ล ะ อ ำ ห ำ ร ส ม บู ร ณ์ สั ต ว์ ท่ ว ย อ ำ จ จ ะ ห ำ ย ไ ด้ เ อ ง
ถ้ ำ โ ร ค ไ ม่ รุ น แ ร ง ถึ ง ขั้ น ก ร ะ จ ก ต ำ เ กิ ด แ ผ ล ห ลุ ม (อั ม พ วั น ,         2539)
แ ล ะ ห ลั ง จ ำ ก ก ำ ร ต ร ว จ แ ล ะ รั ก ษ ำ สั ต ว์ แ ต่ ล ะ ตั ว
ควรล้ำงมือเพื่อท้ องกันกำรกระจำยเชื้อแบคทีเรี ยที่เท็ นสำเหตุ

                                        กิตติกรรมประกาศ
                      ้                                                 ั
                คณะผูทำกำรศึกษำขอขอบคุณ นำยสำคัญ ธรรมรัต ทศุสัตว์จงหวัดททุมธำนี
และทศุสัตว์อำเออทุกอำเออที่ให้กำรสนับสนุนในกำรทำกำรศึกษำครั้งนี้ ขอขอบคุณ สพ.ญ.วงศ์ขวัญ
จิตนุพงศ์ และ ผศ.น.สพ. วิศิษฐ์ ฉวีพจน์กำจร ที่กรุ ณำให้คำทรึ กษำแนะนำ
ตลอดจนเจ้ำหน้ำที่สถำบันสุ ขอำพสัตว์แห่งชำติ กรมทศุสัตว์
                                                     ั
ที่ให้ควำมอนุเครำะห์ในกำรตรวจวินิจฉัยโรคทำงห้องทฏิบติกำร
                                                เอกสารอ้างอิง
คณะสัตวแพทยศำสตร์ . 2539. ทระมวลควำมรู ้เกี่ยวกับโคนม. คณะสัตวแพทยศำสตร์
           จุฬำลงกรณ์มหำวิทยำลัย. 284 น.
ทัศนีย ์ ชมอูจนทร์ ทิ ยนุช ทระสิ ทธิรัตน์ และมนยำ เอกทัตร์ . 2539. คู่มือกำรดูและสุ ขอำพโคนม.
              ั
           สถำบันสุ ขอำพสัตว์แห่งชำติ กรมทศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 188 น.
นิยมศักดิ์ อุททุม นิมิต ลีสิริกุล ศีลธรรม วรำอัศวทติ และสมใจ ศรี หำคิม. 2536. โรคตำเจ็บติดต่อใน
                             ั
           โคกระบือที่จงหวัดสกลนครและกำรรักษำ. วำรสำรสัตวแพทยศำสตร์ มข. ที ที่ 3 ฉบับที่ 1-2
           มกรำคม – ธันวำคม 2536. น. 7-13.
                                                           ั                     ั
ทระอำส เนรมิตมำนสุ ข วันทนีย ์ มหิทธนันท์ วิชิต วงศ์วชรดำรงค์ พินิจ อักดีอกษร ชิซุกะ ยำมำชิตำ   ้
           และยูทำกะ ทำมูระ. 2524. กำรระบำดของโรคตำเจ็บติดต่อในโคพื้นเมืองสี่ ฝงที่จงหวัดู ั
           นครศรี ธรรมรำช. สัตวแพทยสำร. 32(1). น. 1-14.
ทระอำส เนรมิตมำนสุ ข วันทนีย ์ เนตมิตมำนสุ ข อเนก พิชญเวชช์ และเชำวนะ เมฆกมล. 2526.
           รำยงำน โรคตำเจ็บติดต่อในแพะพันธุ์พ้ืนเมือง. ทระมวลเรื่ องกำรทระชุมทำงวิชำกำรทศุสัตว์
           ครั้งที่ 2 วันที่ 27-28 มิถุนำยน 2526 ณ กรมทศุสัตว์ กรุ งเทพมหำนคร. น. 189-194.
                                                         ั
ทระสบ บูรณมำนัส. 2531. กระบือและกำรรักษำ. บริ ษทโรงพิมพ์ไทยวัฒนำพำนิช จำกัด,
           กรุ งเทพมหำนคร. 284 น.
มำนพ ม่วงใหญ่. 2527. โทรโตซัววิทยำทำงสัตวแพทย์. เอกสำรทระกอบกำรสอนหน่วยวิชำทรสิ ต
                                    ิ
           วิทยำ อำควิชำพยำธิวทยำ คณะสัตวแพทยศำสตร์ จุฬำลงกรณ์มหำวิทยำลัย . 266 น.
ยงยุทธ ชูเกียรติ และพจน์ อ่อนพุทธำ. 2513. โรคตำที่เกิดจำกเชื้อรำ. สัตวแพทยสำร. 21(2):น.4-9.
สถำบันสุ ขอำพสัตว์และผลิตสัตว์แห่งชำติ. 2536. กำรตรวจและวินิจฉัยโรคทำงทำรำสิ ตวิทยำใน
           ทศุสัตว์. กรมทศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ . 41 น.
                                                                          ั
สมชัย คอวณิ ชกิจ. 2541. กำรตรวจวินิจฉัยโรคแพะ. สำนักงำนทศุสัตว์จงหวัดทัตตำนี กรมทศุสัตว์.
           65 น.
อัมพวัน ตฤษณำรมย์. 2539. คู่มือสุ ขอำพโคนมสำหรับเจ้ำหน้ำที่. เอกสำรเผยแพร่ กองบำรุ งพันธุ์สัตว์
           กรมทศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ . 150 น.
Abbas B, Razig SA and Shigidi MT. 1979. The aetiology of keratoconjunctivitis occurring in goats
           in the Sudan. Vet. Rec. 105(15):348-350.
Angelos JA, Dueger EL, George LW, Carrier TK, Mihalyi JE, Cosgrove SB and Johnson JC.
           2000. Efficacy of florfenicol for treatment of naturally occurring infectious bovine
           keratoconjunctivitis. J. Am. Vet. Med. Assoc. 216(1):62-64.
Batta,M.K.,Mandeep Sharma Joshi,V.B.,Katoch,R.C. and Asrani,R,K, 1996. Infectious bovine
           keratoconjunctivitis in a dairy farm. Indian Veterinary Journal. 73(7):713-717.
Bauer A.W. and Kirby W.M.M. 1966. Standard disc-agar plate method for determining susceptibility
          to antibiotic. Antibiotic Annual. 45:498.
Cobb,A.B., Frahm,R.R. and Mizell,R.H. 1976. Effect of pinkeye on weaning weight of beef calves.
          Animal Sciences and industry research report. P. 61-64.
Cowan S.T.and Steel K.J. 1970. Manual for the identification of medical bacteria. Cambridge. P.1-217.
DeBower,D. and Thompson,J.R> 1997. Infectious bovine keratoconjunctivitis. Iowa State University
          Veterinarian. 59(1):20-24.
Fitzsinnons,W.M. 1966. Opthalmia due to Thelazia infection in British cattle. Vet. Rec. 78:257-258.
Hall,R.D. 1984. Relationship of the face fly(Diptera:Muscidae) to pinkeye in cattle: a review and
          Synthesis of the relevant literature. Journal of Medical Entomology. 21(4):361-365.
Langford,E.V.and Dorward,W.J. 1969. A Mycoplasma Isolated from cattle with Infection bovine
          keratoconjunctivitis. Can.J.comp.Med. 33:275-279.
Lavin S, Lastras ME, Macro I and Cabanes FX.2000. Report of a case of bronchopneumonia
          associated with Moraxella bovis isolation in a chamois (Rupicapra pyrenaica). J.Vet.
          Med.B Infect Dis. Vet. Public Health. 47(3);225-227.
Pugh,G.W.,McDonald,T.J.,Kopecky,K.E.and Kvasnicka,W.G. 1986. Infectious bovine
          Keratoconjunctivitis:Evidence for genetic modulation of resistance in purebred Hereford
          cattle. American Journal of Veterinary Research. 47(4):885-889.
Wilcox,G.E. 1968. Infectious bovine keratoconjunctivitis. A review. Vet.Bull. 38(6):349-360.
Wilcox,G.E. 1970. The aetiology of infectious bovine keratoconjunctivitis in Queenland.
          1. Moraxella bovis. 2. Adenovirus Aust. Vet.J. 46:409-420.
Yeruham I, Perl S and Elad D. 2001. Infectious bovine keratoconjunctivitis and lymphofollicular
          hyperplasia of the third eyelid in heifers.J. Vet.Med. B Infect Dis. Vet. Public Health.
          48(2):137-141.
ตารางที่ 1 แสดงจำนวนแพะพันธุ์พ้ืนเมืองแยกตำมอำยุ
               อำยุ                    จำนวนแพะ (ตัว)                            คิดเท็ น %
น้อยกว่ำหรื อเท่ำกับ 1 ที                    49                                     64.5
มำกกว่ำ 1 ที                                 27                                     35.5
               รวม                           76                                    100.0




               ั
ตารางที่ 2 อุบติกำรณ์ของกำรเกิดโรคตำเจ็บติดต่อในแพะพันธุ์พ้ืนเมืองในแต่ละช่วงอำยุ
     อำยุ          ท่ วย    ไม่ท่วย     รวม              IR                 RR                P-value
                   (ตัว)     (ตัว)               (Incidence rate)% (Risk ratio)
น้อยกว่ำหรื อเท่    26        23         49             53.1               2.39               P = 0.018
ำกับ 1 ที

มำกกว่ำ 1 ที        6         21         27             22.2

                        95% CI (Confidence Interval) ของ RR = 1.12 – 5.07




ตารางที่ 3 ผลกำรรักษำโรคตำเจ็บติดต่อในแพะพันธุ์พ้ืนเมือง
 กลุ่มที่              วิธีกำรรักษำ                   จำนวนที่ท่วย     ระยะเวลำที่รักษำหำย (วัน)
                                                                        3 วัน 5 วัน > 5
    1      ล้ำงตำด้วยน้ ำเกลืออย่ำงเดียว                   5             4         1         0
    2      ล้ำงตำด้วยน้ ำเกลือ + ยำท้ ำยตำ                17             4          9       4
    3      ล้ำงตำด้วยน้ ำเกลือ + ยำท้ ำยตำ +              10              2        8        0
           ฉีดยำทฏิชีวนะอ๊อกซี่เตตร้ำไซคลินชนิด
           ออกฤทธิ์ ยำวนำน เข้ำกล้ำมเนื้อ 1 ครั้ง
                              รวม                         32                10         18          4

								
To top