Do patients satisfied with pharmacy services? by tK0GHbc

VIEWS: 87 PAGES: 93

									   Drug Used in Pediatric


              Usasiri Srisakul
Pharmacotherapy2 and Treatment in common diseases
                   22/ 11/ 05
Content
 Nutrition
 Common Gastrointestinal Diseases
 Common Respiratory Diseases
 Common Skin Diseases




                                     2
Objectives
 เขาใจและอธิบายความตองการสารอาหารในเด็ก
    ้                ้
                                ่
 เขาใจและอธิบายโรคในระบบตางๆ ทีสาคัญใน
      ้                   ่
  เด็ก
                               ้
 สามารถวางแผนการรักษาในโรคพืนฐานของเด็ก
                        ่
  และการส่งตอแพทยในโรคทีจาเป็ น
             ่   ์
 สามารถแกไขปัญหาจากการใช้ยาในเด็กได้
           ้
                                          ้
 สามารถให้คาแนะนาปรึกษาแกผู้ปกครองหรื อผูดูแล
                          ่
  ได้

                                                 3
โภชนาการในเด็ก


 ความต้ องการสารอาหารมากกว่ าวัยอื่นๆ
  เนื่องจากร่ างกายเจริญเติบโตอย่ างรวดเร็ว
                                     ้
 การได้ รับสารอาหารที่เพียงพอ ช่ วยปองกันการ
  เจ็บป่ วย การพัฒนาทางสติปัญญา
 การขาดสารอาหารในวัยเด็กมีผลเสียตามมามาก
  โดยเฉพาะในช่ วงขวบปี แรก และวัยก่ อนเข้ าเรียน
                                                   4
 ประเภทของสารอาหาร
1. Calories
     ตารางความตองการพลังงานและโปรตีนตอน้าหนัก
                   ้                         ่
      ตัว 1 กิโลกรัมในอายุตางๆ และ RDA ในเด็ก
                           ่
     Protein:
          Essential amino acid มี 8 ชนิด คือ Isoleucine
           Leucine Methionine Phenylalnine Threonine
           Tryptophan Lysine Valine histidine สาหรับทารก
           แรกเกิด
     Carbohydrate:
                      ่ ั
           glycogen ทีตบและกลามเนื้อ < 1% ของน้าหนักตัว
                                 ้
                 ่         ่
           ส่วนทีเหลือเปลียนเป็ นไขมันสะสม
     Fat:
                                 ่
           Essential fatty acid ทีสาคัญคือ linoleic acid,   5

           arachidonic acid
ประเภทของสารอาหาร (ต่อ)
2. Vitamins
     Fat-soluble viatmins: A, D, E, K
     Water-soluble vitamins: B complex, C, folic
      acid
3. Minerals
     Macroelements: รางกายตองการ > 100 mg/d
                         ่       ้
      เช่น Na K, Cl, Ca, Phosphorus, Mg
     Trace elements: รางกายตองการ < 100 mg/d
                           ่       ้
      เช่น Fe, Iodine, Fluoride, Mn

                                                    6
ประเภทของสารอาหาร (ต่อ)
4. Water
     รางกายเด็กประกอบดวยน้า 70-75%
       ่                 ้
     เด็กตองการน้า 1.5 mL/Kcal เพราะมีการใช้น้าใน
           ้
      รางกาย 15% ของน้าหนักตัว
         ่

     ผู้ใหญ่ 60-65%
     ผู้ใหญตองการน้า 1 mL/Kcal เพราะมีการใช้น้าใน
             ่ ้
      รางกาย 2-4% ของน้าหนักตัว
       ่


                                                     7
 Breast Feeding
                ี่                    ่ ุ
 อาหารธรรมชาติทเหมาะสมสาหรับทารกมากทีสด มีสารอาหาร
  ครบถวน  ้
    ฮอร์โมน, growth factors เจริ ญเติบโต, เสริ มพัฒนาการทางสมองและความเฉลียวฉลาด
    อุณหภูมิเหมาะสม, ไม่มีการปนเปื้ อน, ป้ องกันการติดเชื้ อในลาไส้ ช่วยการเจริ ญของลาไส้และสร้าง
                ์
      จุลินทรี ย ลดโรคอุจจาระร่ วง
            ้                                                           ั            ้
    ภูมิตานทาน(IgA)  ป้ องกันการติดเชื้อในทางเดินหายใจ, หู ช้ นกลาง, เยื้อหุ มสมองอักเสบ
    ลดโอกาสเกิดภาวะภูมิแพ้ และการแพ้นมวัว ลดการเกิดอาการปวดท้อง(colic)
                                                    ั
    ลดการเกิด DM type I, โรคลาไส้ใหญ่อกเสบเรื้ อรัง(chrohn’s disease)
    ลดการเกิดมะเร็ งต่อมน้ าเหลือง
 นมแม่ควรได้รับในช่วง 4-6 เดือน หากเป็ นไปได้ควรได้รับร่ วมกับอาหารอื่นๆ จนถึงขวบปี ที่ 2
 ประโยชน์ต่อมารคา
    ช่วยให้ลดน้ าหนักสู่ สภาพก่อนตั้งครรภ์ได้เร็ วขึ้น
    เพิ่มความแข็งแรงต่อกระดูก, ลดความเสี่ ยงของมะเร็ งรังไข่และเต้านม
    คุมกาเนิ ดทางอ้อม                                                                             8
Breast Feeding (ต่อ)
สรุ ปประโยชน์ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
 ปัจจัยตางๆ ช่วยตานทานโรค
         ่        ้
  ไมกอให้เกิดการแพ้
       ่ ่
        ่ ั
 ไมมีปญหาเด็กอวน    ้
 ประหยัด สะอาด ปลอดภัย
 สรางสื่ อสั มพันธอันดีระหวางแม่
     ้             ์        ่
  กับลูก
 คุมกาเนิดทางอ้อม


                                        9
Breast Feeding (ต่อ)
ส่ วนประกอบหลักของนมแม่
 Protein 1.2g/100mL ทาให้ยอยงายและไม่ curd
                           ่  ่
  มาก
 Lactose 7g/100mL
                     ่
 Fat 3.8 g/100mLทีม ี linoleic acid สูง10% ไขมัน
            ่ ่
  อยูในรูปทียอยงาย
     ่           ่
 วิตามินและเกลือแรครบเพียงพอตอทารกอายุ 6
                   ่              ่
  เดือนแรก


                                                10
 Artificial Feeding

1.Infant formula: นมดัดแปลงให้ส่วนประกอบที่
                          ่
  คลายคลึงนมแมมากทีสุด โปรตีน 1.2-1.7 g/100g ใช้
       ้          ่
     ้
  เลียงทารกไดจนถึง 1 ปี
                ้
2. Whole milk: นมวัวในรูปผง อาจดัดแปลงสารอาหาร
  บางชนิด มีโปรตีน โปรตีน 22-27g/100g ให้เด็กอายุ
         ึ้
  1 ปี ขนไปเป็ นอาหารเสริม
                            ่ ่   ่ ้ ้
3. Fresh milk: นมวัวสดทีผานการฆาเชือดวยความรอน้
                       ึ้
  ควรให้เด็กอายุ 1 ปี ขนไป อาจเกิดปัญหาแพนมหรือ
                                         ้
  โลหิตจางได้
                                               11
Artificial Feeding (ต่อ)
                                ่ ู
4. Evaporated milk: น้านมวัวทีถกระเหยน้าไป 50%
  แตในไทยใช้นมขาดไขมันมาเติมมันเนยหรือน้ามัน
     ่
                                  ่
  มะพราว ทาให้ขาดกรดไขมันทีจาเป็ น(ไม่นิยม)
       ้
                                    ่
5. Skim milk: นมผงขาดไขมัน ใช้เพือเตรียมนมข้น
                            ่ ี
  หวานหรือไอศครีม ใช้ในผู้ทีมโภชนาการเกิน
6. Sweetened condensed milk: ในไทยนมขน      ้
  หวานทาจาก skim milk ผสมน้าตาลและมันเนย
            ้
  ห้ามใช้เลียงเด็กทารก เพราะถาผสมน้าแลวจะมี
                              ้        ้
  โปรตีนและไขมันตา เด็กขาดสารอาหารได้
                    ่


                                             12
Artificial Feeding (ต่อ)
                           ้
7. Acid milk: นมเปรียว เพราะเติม lactic acid หรือ
   lactobacilli ภาวะกรดทาให้แบคทีเรียเจริญช้า และช่วย
   ยอยไขมัน
     ่
8. Special formula (ตาราง)
   8.1 ดัดแปลงคารโบไฮเดรต์
   Low lactose formula: for mild lactose intolerance
   (ALMIRON)
   Lactose free formula: for lactose intolerance ทาจาก
                               ้
   โปรตีนนมวัว จึงไม่ควรใช้ในผูป่วยแพ้นมวัว
    (OLAC, SIMILAC Advanced LF)


                                                         13
Artificial Feeding (ตอ)
                     ่
Special formulars
  8.2 ดัดแปลงโปรตีนและคาร์โบไฮเดรท
      สูตรอาหารโปรตีนถัวเหลือง (Soya-based formula)
                        ่
           โปรตีนจากถัวเหลือง, ไม่มีแลกโตส, ไขมันจากพืช, เติมสารอาหารใกล้เคียงกับ
                        ่
            infant formula
                   ้
            สาหรับผูป่วยที่มีปัญหาย่อยน้ าตาลแลกโตสและแพ้นมวัวบางราย
           (ISOMIL, PROSOBEE, ALSOY, FRISOSOY)




                                                                                     14
Artificial Feeding (ตอ)
                     ่
Special formulars
  8.3 ดัดแปลงไขมันและคาร์โบไฮเดรท
      สูตรอาหารไขมันสายกลาง (MCT-based formula)
           ผสม Medium chain triglyceride จากน้ ามันมะพร้าว
           ผสมกับไขมันสายยาวอย่างละครึ่ ง
                                          ้                              ้
            ช่วยย่อยและการดูดซึ มไขมัน ในผูป่วยโรคตับ ตับอ่อน น้ าดี และผูป่วยที่ขาด
            สารอาหารและพลังงาน
           คาร์โบไฮเดรทไม่ใช่แลกโตส และใช้โปรตีนนมวัว
           (PanEnteral, Pregestimil, Peptamen, Premature
            formula)

                                                                                       15
                 ั
          แนวปฏิบติการให้อาหารทารกตามวัย
วัตถุประสงค์ของการให้อาหารทารก (กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวง
     สาธารณสุ ข)
เพื่อให้ 1. ทารกมีการเจริ ญเติบโตอย่างต่อเนื่อง
          2. ป้ องกันไม่ให้เกิดการขาดสารอาหาร
                                                  ั
          3. ฝึ กหัดและพัฒนาพฤติกรรมการกินที่ดีต้ งแต่เริ่ มต้น
          4. เสริ มสร้างและพัฒนาการทางานของระบบทางเดินอาหาร, การ
     ย่อยและการดูดซึ ม

จึงได้กาหนดชนิ ดของอาหารทารกในช่วงอายุแรกเกิด – 12 เดือน
                                                                   16
ชนิดของอาหารทารกในช่วงอายุแรกเกิด – 12 เดือน
 อายุแรกเกิด – 4 เดือนเต็ม
        นมแม่อย่างเดียว
   อายุ 4 เดือนขึ้นไป
      นมแม่, ข้าวบดกับน้ าแกงจืด, ไข่แดง, เนื้ อปลา, ตับ, แครอท
   อายุ 5 เดือน
      นมแม่, เพิ่มปลา, ผักใบเขียว, ฟักทอง, มะเขือเทศ
   อายุ 6 เดือน
      นมแม่, ให้อาหาร 1 มื้อ และผลไม้สุกเป็ นอาหารว่าง
   อายุ 7 เดือน
                                        ั
      นมแม่, เพิ่มเนื้ อสัตว์บด, ไข่ท้ งฟอง, ผลไม้สุก
   อายุ 8-9 เดือน
      นมแม่, ให้อาหาร 2 มื้อ, อาหารว่าง
   อายุ 10-12 เดือน
      นมแม่, ให้อาหาร 3 มื้อ, อาหารว่าง

                                                                   17
Supplemental Feeding
 นมแมจะเพียงพอแกทารกถึง 6 เดือนจากนั้นตองมีอาหาร
      ่          ่                      ้
                ่ ้                     ่
    เสริม และเพิมขึนจนเป็ นอาหารหลักเมืออายุ 1 ปี
                                     ่
    ควรแนะนาอาหารเสริมกอน 6 เดือนเพือให้คุ้นเคยตออาหาร
                             ่                    ่
    แตไมควรให้กอน 3 เดือน
       ่ ่       ่
                         ่
    อายุ 3 เดือน อาจเริมให้ ขาวบดใส่น้าซุป กลวยครูด
                                 ้              ้
                   ่
    อายุ 4 เดือน เริมให้ไขแดง  ่
                     ่
    อายุ 5 เดือน เริมให้ปลา ฟักทอง ผักบด
                                  ้
    อายุ 6 เดือน ควรไดแทนนม 1 มือ, อายุ 9 เดือน แทน
                        ้
             ้              ้ ่
    นม 2 มือ และ 3 มือเมืออายุ 10-12 เดือน




                                                     18
Supplemental Feeding (ต่อ)
 วิตามินดี
                              ้
        ทารกที่ได้รับนมแม่ ไม่ตองการเสริ มวิตามินดีเสริ มในอายุ 2-3 เดือน
       ทารกควรได้รับวิตามินดี 10 มก.ต่อวันในระยะแรกเกิด จากนมผสม
        โดยเฉพาะทารกคลอดก่อนกาหนด
 วิตามินซี
       ทารกควรได้รับน้ าผลไม้เมื่อหัดดื่มจากแก้วได้แล้ว
       วิตามินซี 35 mg/d จากน้ าส้ม 2 ออนซ์(60 ml)
 อาหารที่เป็ นเนื้อหยาบมากขึ้น(ตาราง)


                                                                            19
       ่
ปัญหาทีพบบอยในช่วงขวบปี แรก
          ่

                                           ่ ้
 Under feeding: เด็กอาจร้องกวนและน้าหนักไมขึน อาจขาดสารอาหาร
    ตามมาได้
   Over feeding: อาเจียน และอวน มีอาการท้องอืด
                                ้
   Regurgitation and vomiting: ในเดือนแรกมีอาการบางเป็ นปกติ แกไข
                                                        ้           ้
    โดยอุ้มให้เรอ ส่วนอาเจียนผิดปกติ -> ส่งตรวจ
                                     ่ ้
    Loose or diarrhea stool: เด็กทีไดรับนมแมมีอุจจาระเหลวกวานมผสม
                                              ่               ่
                                      ่ ื่
    Constipation: มักไมพบในรายทีดมนมแม่ ทองผูกไดจากการไดรับนม
                        ่                       ้     ้         ้
    หรือน้าน้อยเกินไป หากทองผูกมาก -> ส่งตรวจ
                              ้
   Colic: เด็กร้องและปวดท้อง หน้าแดง ท้องอืด ขางอ มักเป็ นพักๆ ในเด็ก
    อายุตากวา 3 เดือน ไมทราบสาเหตุแน่นอน คาดวาเกิดจากการมีลมมาก
          ่   ่           ่                         ่
    เช่น การกลืนลมในเด็กหิว, ไดอาหารมากไป, แพนม แกไขดวยการอุ้ม
                                  ้               ้       ้ ้
    หรือนอนควาในถุงน้าอุน
                ่           ่
   การทานนมแมจะช่วยลดปัญหาตางๆ นี้ได้
                   ่                ่

                                                                         20
       ่          ี่
ปัญหาทีพบในขวบปี ทสอง

                                   ี่
 Reduced caloric intake ในปลายปี ท1 และ 2 เพราะการ
  เจริญเติบโตช้าลง ไมควรให้อาหารมากไป
                       ่
                             ่
 Self-election diet: เด็กเริมเลือกอาหาร ไมควรบังคับ แตควร
                                            ่           ่
                                           ่ ่
  เลือกอาหารทดแทน กระตุนให้ทานในสิ่ งทีไมชอบ
                               ้
                                                      ้
 Eating-habits นิสัยการกินอาหารมากน้อยจะติดมาตังแต่ 1-2
  ปี แรก ไมควรให้กินอาหารและนมจนหลับเพราะทาให้เกิดเชือ
            ่                                             ้
  ราในปากและมีผลเสี ยตอฟันและเหงือก
                          ่
 Snack between meal: ควรให้เป็ นผลไม้ ไมควรไดขนม
                                               ่    ้
                                      ้
  หวานเป็ นประจาเพราะจะทาให้เด็กเบืออาหาร จากน้าตาลจึง
  ไมรูสึ กหิวเวลาทานอาหาร
      ่ ้


                                                         21
Food habits in children




                          22
Common Gastrointestinal Diseases

Acute diarrhea in children
                      ่               ้           ้
 Syndrome อยางหนึ่งทีเกิดจากการติดเชือและไมติดเชือ
             ่                              ่
 พบบอยรอยละ40 ในเด็กอายุตากวา 5 ปี และเป็ นนาไปสู่
     ่  ้                   ่  ่
                      ิ
  สาเหตุการเสี ยชีวตอันดับ 2 ในเด็กอายุตากวา 1 ปี่ ่
              ่
 เป็ นภาวะทีทาให้เด็กขาดสารอาหารไดสูงสุดและรุนแรงกวา
                                               ้     ่
        ่
  โรคอืนๆ ส่ งผลต่อการเจริ ญเติบโตร้อยละ 10-80
 หลายปัจจัยกาหนดความรุนแรง
    สภาพของผู้ป่วย
                ้ ่
    ชนิดของเชือทีเป็ นสาเหตุ
    สภาพสิ่ งแวดลอมตางๆ
                  ้    ่

                                                      23
Acute diarrhea in children (ต่อ)
สาเหตุและพยาธิกาเนิด
 ทราบสาเหตุและไม่ทราบสาเหตุ
          ้
 ในผูป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง พบเชื้อน้อยกว่าร้อยละ 30
        ้
 ในผูป่วยที่มีอาการมากและมาโรงพยาบาล พบเชื้อร้อยละ 70-80
 เชื้อที่เป็ นสาเหตุ
       Rotavirus ร้อยละ 10-50 (มักพบฤดูหนาว)
       Shigella ร้อยละ 9-12 (มักพบฤดูฝน)
       salmonella ร้อยละ 9-12 (มักพบฤดูฝน)
       E.coli ร้อยละ 12(ตลอดปี )
       Campyobacter jejuni ร้อยละ 8-12 (บ้านที่มีการเลี้ยงสัตว์)

                                                                    24
ผลกระทบของการเกิดอุจจาระรวง
                         ่
1.สูญเสี ยน้า เกลือแร่ และดาง    ่
         เกิดภาวะ hypovolumia ถามากกวาร้อยละ10
                                         ้        ่
                                               ่
          Hypoelectrolytemia มีอาการเบืออาหาร ช็อก และ ชักได้ ในราย
              ่
          ทีสูญเสี ยดางมากจะเกิด acidosis
                          ่
2.สูญเสี ยอาหาร วิตามิน แรธาตุ     ่
         เกิดภาวะขาดสารอาหาร จนอาจทาให้เกิด multi organ
          malnutrition
3.Carbohydrate intolerance
         เชื้อโรคเจริ ญมากใน jejunum และ ileum  lactase deficiency 
          bacteria in colon ferment lactose  glucose+short chain
          FA+lactic acid+H2 gas  watery stool
         Watery stool ก้นแดง ท้องอืด หลังจากกินนมที่มี lactose
4. Gram negative septicemia และ necrotizing enterocolitis
         การลุกลามของ G(-) bacilli และ anaerobes เข้าไปในผนังลาไส้จนเกิดภาวะ
          septicemia หรื อ necrotizing enterocolitis ตามมาได้

                                                                           25
ผลกระทบของการเกิดอุจจาระรวง
                         ่
             ้
3.สูญเสี ยเชือโรคออกไปจากรางกาย
                          ่
                 ่                        ้
      เป็ นขอดีเพือลดความรุนแรงของการติดเชือ ดังนั้น
            ้
                                        ้      ่ ้
      ไมควรให้ยาหยุดถายเพราะจะทาให้เชือโรคคังคาง
          ่            ่
      ในลาไส้ และสาเหตุส่วนใหญของอุจจาระรวงใน
                                 ่           ่
                          ้
      เด็กเกิดจากการติดเชือ
                   ่ ่
4.ทาให้เกิดบาดแผลทีเยือบุทางเดินอาหาร
              ้                    ิ ้
      มากน้อยขึนความรุนแรงของโรค ภูมตานทานของ
      รางกาย และระยะเวลาการเจ็บป่วย
       ่


                                                       26
หลักการรักษาผูป่วยอุจจาระรวง
             ้            ่
1.Effective rehydration & correct acidosis
2.Get rid cause of diseases
3.Nutritional management
4.Health education




                                             27
1. Effective rehydration & correct acidosis

                                 ่      ่
 การขาดน้าและเกลือแรเป็ นอาการทีสาคัญทีสุด
                     ่
  ควรไดรับการรักษาให้ทันทวงที
       ้                    ่
         ่
 ในรายทีสูญเสี ยน้าและเกลือแรมาก --> รีบนาส่ง
                              ่
  โรงพยาบาล
 ภาวะขาดน้าในระดับตางๆ (ตาราง)
                       ่




                                                 28
ภาวะขาดน้าในระดับตางๆ
                  ่
 Mild dehydration 3-5% -> รีบแกไข
                                ้
 Moderate dehydration 6-10% -> นาส่ง
  โรงพยาบาล
 Severe dehydration 11-15% -> อันตราย อาจ
  ช็ อกได้




                                             29
   ี
วิธการรักษาภาวะขาดน้า
 No dehydration ( dehydration 3%)
     ไมมีอาการทางคลินิก
            ่
       ่                              ้
      ดืมสารละลายน้าตาลเกลือแรสลับกับมือนม หรือ
                                 ่
      อาหารออนในเด็กโต
              ่
         ่                  ่ ั
      เพือป้องกันภาวะขาดน้าทีชดเจนกวานี้ และลดความ
                                     ่
      รุนแรงของโรค
 Mild dehydration (3-5%)
  Early ORS and continue feeding
  Or ORS 30-50 cc/kg 6 hr. and continue feeding

                                                  30
   ี
วิธการรักษาภาวะขาดน้า

 Moderate dehydration (6-10%)
  วันแรก
        ี ี่
   วิธท1 งดนม แลวให้ ORS 60-100 cc/kg ใน 6 ชม.
                      ้
     หลังจากนั้น ให้สลับกับนม หรืออาหารออนในเด็กโต
                                         ่
         ี                             ่ ้
   วิธท ี่ 2 หากเด็กอาเจียนมาก ไมยอมดืม ทองอืด ควรให้
                                  ่
     fluids  ส่งตอ ่




                                                    31
  2. Get rid cause of diseases

 Antibiotics (ตาราง)
     ส่วนใหญไมตองใช้ เพราะวาอุจจาระรวงหายไดเอง ยกเวน
                 ่ ่ ้           ่        ่       ้   ้
         ้ ่
      เชือทีเป็ นสาเหตุ
     Shigella: 1st line drug : Norfloxacin
     Cholera: 1st line drug : Co-trimox, Tetracyclin
      Salmonella : Co-trimox
     E.Coli : Colistin, Cotrimox



                                                   32
Non antimicrobial antidiarrheal drugs

1.   Opiate & derivatives
        Diphenoxylate, loperamide, tincture opium, paregoric
        ไม่ควรใช้ในเด็กเลย เพราะว่าสามารถผ่าน BBB ทาให้กดศูนย์ควบคุมการทางานใน
         สมองได้ หรื อทาให้เชื้อโรคลุกลามเข้าสู่ เนื้อเยือมากขึ้น
                                                         ่
2.   Astringents:
        Kaolin: เปลี่ยนลักษณะอุจจาระให้มีเนื้อมากขึ้น แต่ไม่ได้ลดปริ มาณและน้ าหนัก
         อุจจาระ
        Pectin: ทาให้มีการสู ญเสี ย K+ อาจเกิดภาวะ hypokalemia ในเด็กทุพ
         โภชนาการ
        Bismuth subsalicylate  ควรระมัดระวังในการใช้ เพราะจะแตกตัวให้
             salicylate ดูดซึมเข้าสู่ กระแสเบือด
             Bismuth salt อุจจาระเป็ นสี ดา

                                                                                       33
Non antimicrobial antidiarrheal drugs
3. NSAIDs
         5-amino salicylic acid ได้ผลในกรณี inflammatory bowel
          diseases เช่น ulcerative colitis
         Aspirin, Indomethacin ไม่แนะนาให้ใช้เนื่องจากเสี่ ยงต่อการเกิด ADR สูง
4. Attapulgite
         มีคุณสมบัติในการกรอง toxin, ไวรัส หรื อ แบคทีเรี ยบางชนิดได้
         เคลือบผิวลาไส้เป็ น protective layer
         Entox-P, Smecta
         สามารถใช้ได้ใน secretory diarrhea
5.Lactobacillus species
         เชื้อ anaerobic bacteria ย่อยสลาย CHO  acid metabolite
          ปรับสภาวะให้เหมาะสมในการเจริ ญเติบโตของ normal flora และยับยั้งการ
                                                 ้
          เจริ ญเติบโตของ pathogens อาจกระตุนการสร้าง Ab ในลาไส้

                                                                                   34
3. Nutritional management
                                     ้
 การขาดอาหารในผูป่วยอุจจาระรวงเกิดขึน
                ้            ่
  เนื่องจาก
     การเสี ยอาหารไปในอุจจาระหรืออาเจียน
            ่
      การเบืออาหาร เนื่องจากภาวะไมสมดุลของน้า เกลือ
                                  ่
      แร่ ภาวะทองอืดจากลาไส้อักเสบทาให้มี
                ้
      maldigestion และ malabsorption
                             ้ ้
      Catabolism จากการติดเชือทังในและนอกลาไส้
     เกิดภาวะ degestive enzyme deficiency ทาให้
      เกิด maldigestion และ malabsorption ตามมา
     มักงดอาหารในระหวางการรักษา
                         ่
                                                  35
3. Nutritional management (ต่อ)
 ผลกระทบของการขาดอาหารในรางกาย   ่
    Decrease immune function
    Decrease enteric hormone
    Decrease thyroid and growth hormone
    Hypoelectrolytemia
    Hypotherma
    Overgrowth of bacteria
    Delay intestinal mucosa healing




                                           36
3. Nutritional management (ตอ)
                            ่
 โภชนบาบัด
     Predehydration phase:
          สามารถหายไดเอง หากทานนมแมหรือนมผสมให้ทาน
                          ้              ่
           ตอ ไมจาเป็ นตองเจือจางนม กรณีใช้นมผสมควรลด
            ่     ่     ้
           จานวนเล็กน้อยเพราะลาไส้ยังไมสามารถทางานได้
                                       ่
           อยางปกติ และไมควรให้อาหารทางปากโดยไมจาเป็ น
                ่           ่                     ่
           การไดรับอาหารออนมีพลังงานเพียงพอจะทาให้ฟื้ นตัว
                    ้         ่
           ไดเร็ว
              ้




                                                             37
3. Nutritional management (ต่อ)
 โภชนบาบัด
     Rehydration phase:
          ควรแกไขภาวะขาดน้าภายใน 6-12 ชม. ดวยการให้
                ้                           ้
           ORS
     Maintainance phase:
                           ึ้
           ผู้ป่วยมีอาการดีขน มีความอยากอาหาร เด็กอาจยังมี
           ถายอุจจาระเหลวอยูบาง ให้เด็กรับประทานนมตามปกติ
            ่                  ่ ้
                                                ่
           กรณีนมผสมอาจลดลงรอยละ40-60 เมือให้อาหารเสริม
                                   ้
                                            ่ ี
           ควรใช้ขาวตม หรือโจ๊ก หรืออาหารทีมความเขมขนตา
                     ้  ้                           ้ ้ ่
           ไมมีกาก ให้ตามความตองการของเด็ก ไมควรบีบบังคับ
               ่                     ้            ่
           เพราะอาจทาให้อาเจียนได้
                                                         38
3. Nutritional management (ต่อ)
 โภชนบาบัด
     Recovery phase:
                 ่
           เด็กเริมมีอุจจาระปกติจนมีภาวะโภชนาการกลับเขาสู่
                                                      ้
           ระยะปกติ ควรใส่ใจกับการให้อาหารเด็กมาก โดยให้
                    ่ ี                  ้ ้ ้
           อาหารทีมโปรตีนและพลังงานเขมขนขึน พยายามให้
           เด็กรับประทานบอยขึน วันละ 4-5 ครัง โดยทัวไปแลว
                            ่  ้             ้     ่       ้
           น้าหนักจะกลับมาเป็ นปกติกอนป่วย
                                     ่




                                                               39
Oral Rehydration Solution (ORS)
 เนื่องจากในภาวะนี้ลาไส้จะมีความสามารถในการย่อยและดูดซึ ม
  glucose น้อยลง
 ควรเลือกปริ มาณ glucose หรื อ dextrose 2.0-2.5 g/dL
 ไม่ควรเลือกน้ าผลไม้ น้ าอัดลม หรื อเครื่ องดื่มอื่นๆ เพราะว่ามีปริ มาณ
  glucose สู ง




                                                                            40
Common diseases in respiratory system


                                    41
Common diseases in respiratory
system
 ปอดบวมเป็ นสาเหตุการตายอันดับ 1-2 ในเด็กอายุตา
                                               ่
  กวา 5 ปี
    ่
 Acute respiratory infections in children
        Upper respiratory tract infection (URI)
        Lower respiratory tract infection (LRI)
 Asthma in children




                                                   42
Upper respiratory tract infection (URI)


     Common cold
          Acute rhinitis/ acute nasopharyngitis
     Acute pharyngitis/ acutetonsillitis/
      pharyngotonsillitis
     Acute sinusitis
     Acute otitis media




                                                   43
Lower respiratory tract infection (LRI)


     โรคติดเชื้อที่ทาให้เกิดอาการ upper airway obstruction
      (croup syndrome หรื อ infectious croup)
          Acute epiglotitis
          Acute laryngitis
          Acute laryngotracheobronchitis (croup)
          Laryngeal diptheria
          Bacterial tracheitis
     โรคติดเชื้อที่ทาให้เกิดอาการ lower airway obstruction
          Acute bronchitis, Acute bronchiolitis,
          Pneumonia

                                                              44
Acute Upper Respiratory Tract
Infections (AURI) ตอ
                   ่
                                                         ้
 ในสถานบริ การที่ไม่มีแพทย์ ควรมีความรู ้ให้สามารถดูแลผูป่วยเด็กโรคติด
                                                             ้
     เชื้อในระบบหายใจตามมาตรฐาน WHO โดยใช้อาการของผูป่วยเป็ นสิ่ ง
     สาคัญในการจาแนกโรค เพื่อให้การดูแลที่เหมาะสมในเบื้องต้น ดังนี้

1.เด็กที่มาด้วยอาการไอ หรื อหายใจลาบาก (อายุ 2 เดือน – 5 ปี )
     1.1 ไม่เป็ นปอดบวม (no pneumonia)
           เช่นโรคหวัด หลอดลมอักเสบ
                    ้           ้
            รักษาที่บานได้โดยไม่ตองใช้ยาปฏิชีวนะ




                                                                      45
Acute Upper Respiratory Tract
Infections (AURI) ตอ
                   ่
  1.2 เป็ นปอดบวมไม่รุนแรง (pneumonia)
                ้
               ผูป่วยมีอาการหายใจเร็ วกว่าปกติ
                           ้
               ดูแลรักษาที่บานได้ ร่ วมกับยาปฏิชีวนะชนิดกิน
              ในเด็กเล็กอายุต่ากว่า 2 เดือน ถือว่า severe ต้องรักษาในโรงพยาบาล
   1.3 ปอดบวมรุ นแรง (severe pneumonia)
                                                                                       ้
               โรคปอดบวมที่มีอาการหายใจแรง, หน้าอกบุ๋มเวลาหายใจเข้า(chest indrawing), ผูป่วย
               acute bronchiolitis
              ต้องให้การรักษาในโรงพยาบาล
             ้
   1.4 ภาวะผูป่วยหนัก (very severe disease)
              อาการอันตราย(danger sign) คือ ไม่กินนมหรื อน้ า, ซึม, ชัก, หายใจมีเสี ยงดัง
               (stidor), croup syndrome, ภาวะทุโภชนาการอย่างรุ นแรง, อาการหอบจนเขียว
               (central cyanosis)
2.เด็กที่มาด้วยอาการทางหูหรื อเจ็บคอ
                                               ิ
         หากติดเชื้อแบคทีเรี ย ควรได้รับยาปฏิชีวนะเพื่อป้ องกันโรคหูหนวก และโรคหัวใจรู มาติก

                                                                                               46
Acute upper respiratory tract
infection (AURI)
                  ้                     ้
 หมายถึงโรคติดเชือเฉี ยบพลันระบบหายใจตังแต่
  จมูกถึงบริเวณเหนือกลองเสี ยง โดยมีอาการไมเกิน
                      ่                    ่
  4 สั ปดาห ์
  1. Common cold
        Acute rhinitis/ acute nasopharyngitis
  2. Acute pharyngitis/ acutetonsillitis/
    pharyngotonsillitis
  3. Acute sinusitis
  4. Acute otitis media

                                                  47
1. Common cold (โรคไข้หวัด)
 การติดเชื้อของเยือบุจมูก อาจลุกลามไปบริ เวณใกล้เคียงได้บ่อยๆ
                    ่
    Otitis media, sinusitis
    ทางเดินหายใจส่ วนล่าง
                      ้
 สาเหตุ: เชือไวรัสหลายชนิด ทีพบบอย คือ      ่       ่
                                          ้
    Rhinovirus ประมาณ 1/3 ของผูป่วยทั้งหมด
    Coronavirus ร้อยละ 10
                          ้
    เชื้อแบคทีเรี ยพบได้นอย
 การติดตอ:    ่
    ทางระบบหายใจ ทางมือ
    อากาศที่เปลี่ยนแปลงเร็ ว
    ควันบุหรี่
              ่ ่
    เด็กทีไมแข็งแรง


                                                                 48
 1. Common cold (ต่อ)
                                    ้
 ในเด็กเล็กรุ นแรงกว่าเด็กโตหรื อผูใหญ่
 เด็กอายุ 3 เดือน – 3 ปี
                       ่          ่
         อาการ เริมเกิดเมือไดรับเชือ 1-4 วัน
                                           ้    ้
            ่ ้
         เริมดวยคัดจมูก จาม หายใจลาบาก น้ามูกใสๆ ไขตาๆ เจ็บคอ       ้ ่
         เล็กน้อย ไอ มักเป็ น 1-2 วันแรก
        * การตรวจรางกายมีคอแดงเล็กน้อย
                            ่
        น้ ามูกไหลลงคอ (post nasal drip) เกิดการระคายเคืองคอ
        ไม่สามารถดูกนมได้, ร้องกวน งอแง, เบื่ออาหารได้
                                      ึ้
         อาการจะคอยๆ ดีขนและหายใน 7-10 วัน บางรายอาจไอ
                          ่
         นาน 2-3 สั ปดาห ์
        หากน้ ามูกเปลี่ยนเป็ นข้นเขียวตลอดเวลาและไหลติดเต่อกันนานมากกว่า 2 สัปดาห์ อาจ
         เกิดการติดเชื้อแบคทีเรี ย หรื อเกิด sinusitis แทรกซ้อนได้
        โรคแทรกซ้อน: หลอดลมอักเสบ หูอกเสบ โพรงอาการรอบ   ั
         จมูกอักเสบ ปอดบวม                                                           49
1. Common cold (ต่อ)
 การรักษา: ผู้ปกครองสามารถดูแลเด็กทีบานได้     ่ ้
   1.การดูแลทัวไป:่
                              ่
     กินอาหารตามเดิม เมือหายแลวกินมากขึนชดเชย
                                         ้       ้
       ่
     ดืมน้ามากๆ บอยๆ และพักผอนพอสมควร
                       ่               ่
   2.การรักษาอาการ:
    ลดไข้ แนะนาใช้ paracetamol เป็ นครังคราว      ้
       ไม่ควรใช้ aspirin เพราะอาจเกิด Reye syndrome ในการเกิดเชื้ อไวรัสบาง
         ชนิด เช่น Influenza virus




                                                                               50
1. Common cold (ตอ)
                 ่
    บรรเทาอาการคัดจมูกและลดน้ ามูก
       ในเด็กเล็กควรดูดน้ ามูกด้วยลูกยางแดง

       หากน้ ามูกเขียวข้น ใช้น้ าสะอาดหรื อ NSS หยดเข้าจมูกแล้วดูดออกด้วยลูกยาง
         แดง หรื อเช็ดออกด้วยผ้าพันปลายแหลมเล็กๆ
       ไม่ควรใช้ยาเช็ดจมูกหรื อยาหยอดจมูก ephredine, phenylephrine
         ยกเว้นกรณี ที่จาเป็ นและใช้ไม่เกิน 3-5 วัน
       ไม่ควรใช้ยาลดน้ ามูกหรื อคัดจมูกในเด็กเล็ก

    ไอมาก
       อาจใช้ยาแกไอ ammonium carbonate หรือ glyceryl
                    ้
         guaiacolate
       ไมควรให้ยากดอาการไอเพราะอาจกดศูนยหายใจในเด็ก
           ่                             ์
         ทารก หรือมีส่วนผสมหลายอยาง
                                 ่
              ่ ้
     ไมให้ยาฆาเชือ
       ่

                                                                                   51
1. Common cold (ตอ)
                 ่
 3. เฝ้าระวังอาการ หากมีอาการเหลานี้ให้พบแพทย ์
                                   ่
   - มีไขสูงเกิน 3 วัน หรือไมกินนม, น้า
         ้                   ่
   - หายใจเร็วผิดปกติ, wheezing
           ้
   - ไอเรือรังนานเกิน 30 วัน




                                                  52
1. Influenza (ไข้หวัดใหญ่)
              ้
 สาเหตุจากเชือไวรัส Influenza (type A,B,C)
 อาการมีระยะฟักตัว 1-3 วัน
               ่
      ผู้ป่วยเริมมีอาการไขสูงทันที หนาวสั่ น ปวดศี รษะ
                           ้
                             ่
      มาก ออนเพลีย ปวดเมือยตามตัว มีน้ามูกน้อย
              ่
      ระยะแรกไอแห้งไมมีเสมหะ ตอมาไอมากจนเจ็บ
                         ่         ่
                                     ่
      หน้าอก คอแดงและเจ็บ อาจเบืออาหาร อาเจียน
     ไขจะลดลงในวันที่ 3-4 อาจไอตอไปอีก ออนเพลีย
          ้                            ่       ่
      ไปอีกหลายวัน
 การรักษา ส่วนใหญรักษาตามอาการ หรืออาจให้
                  ่
  ฉี ดวัคซีนป้องกัน
                                                         53
2. Acute pharyngitis/
acutetonsillitis/ pharyngotonsillitis
 การติดเชื้อที่ pharynx และ/หรื อ tonsil
 สาเหตุจากการติดเชื้อ
       ไวรัสเป็ นส่ วนใหญ่: adenovirus, coxackievirus,
        herpes simplex, echo virus, Ebstein barr virus
        เป็ นต้น
       แบคทีเรีย Group A beta hemolytic
        streptococcus,     C. diptheria (น้อยลง)
 มักพบในเด็กอายุตากวา 6 เดือน
                            ่   ่
                                                     ั
 อาการที่สาคัญคือ เจ็บคอ รับประทานอาหารไม่ได้ และมีลกษณะต่างกันตาม
   เชื้อสาเหตุ
                                                                  54
2. Acute pharyngitis/ acutetonsillitis/
pharyngotonsillitis (ต่อ)

 Viral pharyngitis
   ไข้สูง น้ ามูกใส เป็ นอาการนาก่อนอาการไอ
   อาการเจ็บคอไม่รุนแรง ยกเว้นในเด็กเล็ก
   Coxakievirus ทาให้มีแผลหรื อตุ่มน้ าที่ pharynx, tonsil




                                                              55
2. Acute pharyngitis/ acutetonsillitis/
pharyngotonsillitis (ตอ)
                      ่
 Streptococcal pharyngitis/ sore throat
    ติดเชื้อ Beta-hemolytic streptococcus group A (S.
      pyrogens)
    มักพบในเด็กอายุมากกว่า 2 ปี ขึ้นไป
    ไข้สูง เจ็บคอมาก กินอาหารไม่ได้ อาจมีอาการอาเจียนร่ วมด้วย
    คอแดงจัด, tonsil โตและแดงทั้งสองข้าง อาจมี exudate
    อาจพบต่อมน้ าเหลือที่คอโตและเจ็บร่ วมด้วย
 การรักษา
    Penicillin V 5 แสน – 1 ล้าน ยูนิต/กก./วัน เป็ นเวลา 10 วัน หรื อ
    Amoxycllin 40-50 มก./กก./วัน เป็ นเวลา 10 วัน หรื อ
    Benzathine penicillin IM ครั้งเดียว
                             ้
         6 แสน ยูนิตในอายุนอยกว่า 5 ปี ถ้าอายุมากกว่า 5 ปี ใช้ 1.2 ล้าน ยูนิต

    Erythromycin 30-50 มก./กก./วัน เป็ นเวลา 10 วัน

                                                                                 56
3. Acute sinusitis
 การติดเชื้อของโพรงอากาศรอบๆ จมูก มักเกิดตามหลังเป็ นหวัดหรื อคอ
  อักเสบ
 ในเด็กเล็กมักพบการติดเชื้อที่ maxillary และ ethmoid sinus
  เพราะสร้างตั้งแต่แรกเกิด
 sphenoid และ frontal sinus จะมีเมื่ออายุ 3-5 ปี
 ในเด็กโตอาจพบการติดเชื้อของ sinus ทั้งหมดรวมกัน
  (pansinusitis)
 เชื้อสาเหตุ ได้แก่
       S. pneumoniae, M.catarrhalis
       Nontypable H. influenza
                                                                    57
                  Frontal sinus




Sphenoid sinus
Ethmoid sinus

Maxillary sinus




                                  58
    3. Acute sinusitis (ต่อ)
อาการและอาการแสดง
 ไม่มีอาการและอาการแสดงชัดเจน
      ้
 ผูป่วยมีอาการมากกว่าหวัดธรรมดา: ไข้สูง, น้ ามูกนานหลายวัน หรื อน้ ามูกข้นเขียว, ไอมากผิดปกติ, มีกลิ่นเหม็น
    ภายในช่องจมูก
 ในเด็กเล็กที่มีการอักเสบของ ethmoid sinus อาจพบ periorbital cellulitis ร่ วมด้วย
 ในเด็กโตพบอาการปวดศีรษะ, ปวดกระบอกตาหรื อหัวคิว, กดเจ็บบริ เวณแก้มหรื อหัวคิว
                                                           ้                        ้
การรักษา:
 ให้ยาปฏิชีวนะ
         Amoxycillin นาน 10-14 วัน
         กรณี แพ้ penicillin ให้ TMP-SMX + erythromycin นาน 10-14 วัน
         หากอาการไม่ดีข้ ึนใน 48 ชม. หรื อพบว่าเชื้ อดื้อต่อยาโดยเฉพาะ ควรให้
               2nd หรื อ 3rd generation cephalosporin นาน 14-21 วัน

 antihistamine และ decongestant ไม่จาเป็ นต้องให้
                               ้
 หากไม่ดีข้ ึนจากยาปฏิชีวนะ ผูป่วยอาจได้รับการทา sinus drainage

                                                                                                        59
4. Acute otitis media (AOM)
                     ั
 การติดเชื้อของหูช้ นกลางและมีการคังของน้ า (middle ear
                                    ่
  effusion) มักเกิดตามหลังหรื อร่ วมกับการติดเชื้อของจมูกหรื อหวัด
 พบบ่อยในเด็กเล็กเนื่องจากท่อ eustachain กว้างและสั้นทามุมกับ
                          ้
  ระดับราบ 10 องศา (ผูใหญ่ 45 องศา)
 เชื้อสาเหตุ: ไวรัส, แบคทีเรี ย
       S. pneumoniae ร้อยละ 35
       H. influenza ร้ อยละ 30
       M.catarrhalis ร้ อยละ 10


                                                                     60
4. Acute otitis media (ต่อ)
อาการและอาการแสดง
 อาการปวดหู ตามหลังหรื อร่ วมกับการเป็ นหวัด
 มีน้ าหรื อหนองไหลออกจากหู
 อาจมีไข้หรื อไม่มี
 ระยะที่เป็ นไม่เกิน 2 สัปดาห์ ถ้าเกินจัดเป็ น chronic otitis media
การรักษา
 ยาปฏิชีวนะ
       Amoxycillin 40-50 มก./กก./วันเป็ นเวลา 7 วัน
       แพ้ penicillin ให้ TMP 6-10 มก./กก./วัน ของ cotrimoxazole หรื อ
        erythromycin 20-40 มก./กก./วัน เป็ นเวลา 7 วัน
       ในเด็กอายุต่ากว่า 2 ปี , มีอาการรุ นแรง, กลับเป็ นซ้ า, อาการไม่ดีข้ ึน อาจให้ 2nd หรื อ
        3rd generation cephalosporin
 antihistamine และ decongestant ไม่จาเป็ นต้องให้
                                                                                                   61
Lower respiratory tract infection
(LRI)
    โรคติดเชื้อที่ทาให้เกิดอาการ upper airway obstruction
     (croup syndrome หรื อ infectious croup)
         Acute epiglotitis
         Acute laryngitis
         Acute laryngotracheobronchitis (croup)
         Laryngeal diptheria
         Bacterial tracheitis
    โรคติดเชื้อที่ทาให้เกิดอาการ lower airway obstruction
         Acute bronchitis, Acute bronchiolitis,
         Pneumonia

                                                             62
1. Acute laryngotracheobronchitis
(croup)
 การติดเชื้อที่ทาให้เกิด upper airway obstruction ที่พบบ่อย
  ที่สุดในเด็กเล็กอายุ 3 เดือน – 3 ปี
 เกิดจากการติดเชื้อไวรัส เรี ยกว่า viral croup
       Parainfluenza virus (พบมากที่สุด)
       Influenza A, B, Adenovirus เป็ นต้น
 พบเชื้อแบคทีเรี ยได้เป็ นการติดเชื้อแทรกซ้อนตามหลังไวรัส ได้แก่
       S. aureus, H. influenza



                                                                    63
1. Acute laryngotracheobronchitis
(croup) ต่อ
อาการและอาการแสดง
                          ้
 อาการของไข้หวัด ต่อมาผูป่วยมีเสี ยงแหบ ไอเสี ยงก้อง
 ไอมาก ซึ่ งเกิดจากหลอดลมตีบแคบจนทาให้มีอาการหอบ หายใจลาบาก หายใจมีเสี ยงดัง
   (stridor) จนทาอาการเขียวได้ (cyanosis)
 ควรแนะนาให้ไปพบแพทย์ เนื่องจากจะต้องแยกออกจากโรคอื่นๆ
แนวทางการรักษาความรุ นแรง
 รักษาตามอาการและตามคะแนนความรุ นแรง
       Mild (croup score < 3), Moderate (4-7), Severe (>7)
          Nebulized budesonide, dexamathasone, O2 

           endotracheal tube

                                                                            64
Asthma in children
 โรคหื ด คือโรคที่มีการอักเสบเรื้ อรังของหลอดลม ทาให้หลอดลมหดเกร็ งและเกิดการอุด
                                                         ้
  กั้นทางเดินหายใจ การอักเสบนี้ทาให้หลอดลมไวต่อสิ่ งกระตุนมากกว่าปกติ
 ปั จจัยเสี่ ยง
       ภาวะภูมิแพ้ (atopy) ถ่ายทอดทางพันธุกรรม
       การได้รับสารก่อภูมิแพ้ (allergens) ที่สาคัญคือ ฝุ่ น, ไรฝุ่ น, ขนสัตว์, แมลงสาบ,
        ละอองเกสร, เชื้อรา เป็ นต้น
       การสัมผัสควันบุหรี่ ในวัยทารก (passive smoking)
       ทารกน้ าหนักตัวน้อย, การติดเชื้อไวรัสในทางเดินหายใจ เช่นหวัด, ควันบุหรี่
       การออกกาลังกาย
       การเปลี่ยนแปลงของอากาศ และอารมณ์
 การวินิจฉัยและการจาแนกความรุ นแรง (ตาราง)
                                                                                           65
Asthma in children
 การรักษาโรคหื ดในเด็ก
    วางแผนการรักษาระยะยาว
    การให้คาแนะนาปรึ กษาเกี่ยวกับโรคหื ด, การใช้ยา และการปฏิบติตวเมื่อเกิด
                                                              ั ั
                           ้
      อาการหอบ การดูแลผูป่วย และการเปลี่ยนสภาพแวดล้อม
 วัตถุประสงค์ในการรักษา
    เพื่อควบคุมไม่ให้เกิดอาการหอบ
                         ่
    สมรรถภาพปอดอยูในเกณฑ์ปกติ
    เด็กสามารถทากิจกรรมต่างๆ เหมือนเด็กปกติ
    หลีกเลี่ยงผลแทรกซ้อนจากยา
    ป้ องกันไม่ให้เกิดการอุดกั้นของหลอดลมแบบถาวร

                                                                              66
Asthma in children
การรักษาระยะยาว (ตาราง)
 กลุ่มที่ 1 ยาที่ระงับอาการได้อย่างรวดเร็ ว (quick relief medication)
       Short acting beta2 agonist (inhale, oral)
       Inhaled anticholinergics
       Short acting theophylline
 กลุ่มที่ 2 ยาป้ องกันระยะยาว (long term prevention medication)
    Inhaled corticosteroid
    Long acting beta2 agonist
    Sustain release theophylline
    leukotriene receptor antagonist
    Sodium cromoglycate
    Ketotifen
 การรักษาเมื่อเกิดอาการจับหื ดหรื อเกิดการกาเริ บของโรค (ตาราง)
                                                                         67
Common skin diseases in children


                                   68
Common skin diseases in children
1. ผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ (atopic dermatitis)
2. โรคผิวหนังติดเชื้อแบคทีเรี ย (Bacterial skin infection)
3. โรคผิวหนังติดเชื้อไวรัส (Viral skin infection)
4. ผืนผิวอักเสบอื่นๆ
     ่
      Tenia vescicolor
      ผืนสัมผัส (Contact dermatitis)
         ่




                                                             69
1. ผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ (atopic dermatitis)
 Atopic dermatitis (AD)หรื อ Atopic eczema คือ โรคผิวหนัง
  ที่มีการอักเสบของผิวหนังเป็ นๆ หายๆ มีอาการคัน และผิวหนังแห้ง ในระยะแรกเป็ นผืน่
  แดงบวมน้ ามีน้ าเหลืองยิม  กลายเป็ นผิวหนังหนาและแห้งในระยะเรื้ อรัง
                          ้
 สาเหตุ: ไม่ทราบชัดเจน คาดว่าพันธุกรรมและสิ่ งแวดล้อมเป็ นปัจจัยในการเกิดโรค ได้แก่
        มลภาวะชุมชนในเมือง
        อากาศแห้ง
        การได้รับอาหารที่ก่อให้เกิดการแพ้ได้ง่าย เช่น นนวัว อาหารทะเล ไข่ เป็ นต้น
        สารระคายเคือง เช่น เสื้ อผ้า เหงื่อ น้ าลาย สบู่ ผงซักฟอก ยาทาบางชนิด
        การเกา ทาให้โรคกาเริ บ
        การติดเชื้อที่ผิวหนัง ทาให้โรคกาเริ บ
                          ้
         ความเครี ยดของผูป่วยและครอบครัว
        สารก่อภูมิแพ้ เช่น ฝุ่ น ไรฝุ่ น ละอองเกสร เป็ นต้น
                                                                                      70
1. ผิวหนังอักเสบภูมแพ้ (atopic dermatitis) ต่อ
                   ิ

อาการทางคลินิกและการจาแนกชนิด
 Infantile atopic dermatitis
                              ่                                   ่
      พบในวัยทารก เป็ นผืนแบบ acute และ subacute ผืนเกิดบนใบหน้า รอบปากและแก้ม เริ่ ม
        มีอาการตั้งแต่อายุหลัง 2 เดือนขึ้นไป
         ่                                                            ่ ้
      ผืนมักเป็ นบริ เวณที่มีการระคายเคืองมาก ในอายุหลัง 6 เดือน พบผืนที่ขอพับของแขนขา รอบใบหู
        หนังศีรษะแห้งมีขย ุ
      อาการจะดีข้ ึนหรื อหายไปหลังอายุ 2-3 ปี
 Childhood atopic dermatitis
      พบหลังอายุ 2-3 ปี ขึ้นไป
             ่                   ่             ่              ุ                          ้
      ผืนไม่หายจะกลายเป็ นผืนเรื้ อรัง เป็ นผืนหนาและแห้ง มีขย ขอบเขตชัดเจน เป็ นมากที่ขอพับแขนขา
                                                           ่
        ข้อมือ คอบคอ และเปลือกตา ฝ่ ามือและเท้าแห้งเป็ นผืนแดง หนาตัวขึ้นและมีรอยผิวแตกได้
 Adolescent or adult atopic dermatitis
           ่
      ผืนคล้าย childhood type แต่ที่พบมากคือ hand eczema, nipple eczema,
        cheilitis (ริ มฝี ปากอักเสบ)
                                                                                                71
Atopic dermatitis




                    72
1. ผิวหนังอักเสบภูมแพ้ (atopic dermatitis) ตอ
                   ิ                        ่

การวินิจฉัยจากอาการทางคลินิกที่สาคัญ
    ่
 ผืนมีอาการคันมาก
 อาการเริ่ มเป็ นภายในอายุไม่เกิน 2 ปี
 มีประวัติผิวแห้งมานาน หรื อตั้งแต่เกิด
      ่
 ผืนเรื้ อรังเป็ นๆ หายๆ มานานเกิน 6 เดือน
        ่ ั                                  ้
 ผืนมีลกษณะต่างกันไปตามระยะของโรคและวัยของผูป่วย




                                                    73
 1. ผิวหนังอักเสบภูมแพ้ (atopic dermatitis) ตอ
                    ิ                        ่

การรักษา: แนวทางรักษา(ตาราง)
 การรักษาขั้นพื้นฐาน (conventional therapy)
       ลดการระคายเคืองที่ผิวหนัง
           Emollients: cream ointment oil

           เลี่ยงการสัมผัสสิ่ งระคายเคือง เช่น สบู่บางชนิ ด เครื่ องสาอาง ยาทา ฝุ่ น พรม เป็ นต้น

                                 ้
           เลี่ยงอาหารที่กระตุนให้เกิดการแพ้

      ป้ องกันการติดเชื้อที่ผิวหนัง
      ลดการอักเสบของผิวหนัง
           Topical corticosteroid อย่างเหมาะสม

 การรักษาในรายที่เป็ นมากและดื้อต่อการรักษาขั้นพื้นฐาน
    Systemic corticosteroid ระยะสั้นและลดยาลงภายใน 2 สัปดาห์
    Immunomodulation: cyclosporin, topial tacrolimus เป็ นต้น

                                                                                                     74
2. โรคผิวหนังติดเชื้อแบคทีเรี ย (Bacterial skin
infection)
โรคที่พบบ่อยคือ
2.1 Impetigo contagiosum
2.2 Bullous impetigo
2.3 Staphylococcus scalded syndrome
2.4 Ecthyma           ควรพบแพทย์
2.5 Furuncle
2.6 Erysipelas


                                                  75
2.1 Impetigo contagiosum
                             ั
 การติดเชื้อแบคทีเรี ยที่ช้ นผิวหนังส่ วนบนที่สุด ต่ากว่า stratum
  croneum
          ั
 พบได้ต้ งแต่แรกคลอดถึงอายุ 5 ปี
 อาการผืนสี แดง(macule)  นูนขึ้น(papule)  ตุ่มใส
            ่
  (vesicle)  หนอง (pustule) ตุ่มน้ าแตกง่ายมาก
 สาเหตุ
       S. aureus ร้อยละ 80
       Beta-hemolytic streptococcus group A.


                                                                     76
2.1 Impetigo contagiosum (ต่อ)
 การรักษา
      Cloxaciliin, erythromycin, cotrimoxazole,
       cephalosporin นาน 10-14 วัน
      หากมีน้ ามูกข้น คันแผล ให้ antihistamine ร่ วมด้วย
                       ่
       ผิวหนังที่เป็ นผืนแผล มีสะเก็ด หรื อน้ าเหลือง รักษาด้วยการปะคบ NSS
       ครั้งละครึ่ งชัวโมง วันละ 3-4 ครั้ง
                      ่
      โดยทัวไปจะตอบสนองต่อการรักษา 2-5 วัน
             ่
      ไม่จาเป็ นต้องใช้ยาปฏิชีวนะชนิดฟอก หรื อชนิดทา


                                                                             77
2.1 Impetigo contagiosum (ตอ)
                           ่




                            78
3. โรคผิวหนังติดเชื้อไวรัส (Viral skin infection)
(sheet)
3.1 Hand, foot and mouth disease
3.2 Herpangina
3.3 Measles (โรคหัด)
3.4 Rubella (โคดหัดเยอรมัน)
3.5Roseola infantum(หัดกุหลาบ)
3.6 Molluscum contagiosum
3.7 Verruca vulgaris
                                 เรี ยนในหัวข้อ Dermatology
3.8 Chikungunya infection
3.9 Dengue infection
3.10 Herpes simplex infection
3.11 Herpes zoster infection
3.12 HIV infection
                                                              79
3.1 Hand, foot and mouth disease

 ติดเชื้อไวรัสจากทางเดินอาหาร Coxackievirus A 16 ฟักตัว 3-6
  วัน
 เด็กอายุ 1-5 ปี
 มีไข้ กระสับกระส่ าย
 ตุ่มใสแผลตื้นๆ ในปาก โดยเฉพาะที่ลิ้น เจ็บปากและลิ้นมาก รับประทาน
  อาหารไม่ได้ มีน้ าลายไหลตลอดเวลา ท้องผูก บางรายอุจจาระเหลว
 ฝ่ ามือฝ่ าเท้ามีตุ่มใสรู ปรี สี แดงอ่อน เรี ยงตามเส้นลายนิ้วมือ อาจพบผืนกระจาย
                                                                          ่
  ตามแขนขาได้


                                                                               80
3.1 Hand, foot and mouth disease




                               81
3.1 Hand, foot and mouth disease
 แยกโรคที่ทาให้เกิดแผลในปากเจ็บปวดมาก
      Herpangina พบแผลตื้นๆ ขนาดเล็กที่ต่อมทองซิล
      โรคเริ ม พบแผลเปื่ อยที่ริมฝี ปาก ริ มปากบวม เหงือกเพดานปากบวม มีกลิ่นปาก
 การรักษา –> รักษาแบประคับประคอง
      ยาลดไข้, antihistamine เพื่อผล sedative
      Prednisolone ขนาดต่าระยะสั้น, Xylocain viscous
      อาหารเหลว นมเย็น นาเย็น
      อาการเจ็บปากจะดีข้ ึน 3-5 วัน


                                                                              82
3.2 Herpangina
 ติดเชื้อไวรัสCoxackievirus A 2, 3, 4, 5, 6, 8, 10
 พบในเด็กอายุ 1-7 ปี
 เริ่ มด้วยมีไข้สูง ร่ วมกับเจ็บคอมาก กลืนไม่ลง อาเจียน น้ าลายไหลมาก
 พบตุ่มน้ าเล็กๆ ขนาด 1-2 มิลลิเมตร รอบๆ เป็ นวงสี แดง และมีแผลตื้นที่คอ
  ต่อมทอลซิ ล ลิ้นไก่ เพดานอ่อน
 การรักษา
       รักษาตามอาการเช่นเดียวกับ Hand, foot and mouth
        disease


                                                                            83
3.2 Herpangina




                 84
4. ผื่นผิวหนังอักเสบ
4.1 Angular cheilitis (ปากนกกระจอก)
4.2 Miliatria (ผืนผด)
                 ่
4.3 Diaper dermatitis (ผืนผ้าอ้อม)
                           ่




                                      85
4.1 Angular cheilitis (ปากนกกระจอก)
 โรคแผลมุมปาดอักเสบ
 พบในวัย 2-10 ปี
    ่
 ผืนแดงจากการอับชื้นเป็ นเวลานาน ที่มุมปาก 2 ข้าง จากน้ าลายแฉะ
 ในช่วงแรกมีสีซีด  เทาเหมือนไขมุก  มุมปากสี แดงจากการอักเสบ 
  อาจแตกเป็ นร่ องลึก
 ไม่ค่อยเจ็บแสบ ทานอาหารได้ตามปกติ
 อาการแทรกซ้อน
      การติดเชื้อจุลชีพ Candida albicans, S.aureus, Beta
       hemolytic streptococcus
                                                      ั
       Riboflavin deficiency ไม่ใช่สาเหตุสาคัญในปั จจุบน
                                                              86
4.1 Angular cheilitis (ปากนกกระจอก) ต่อ

 การรักษา
      Mild topical corticosteroids
      Candida sp.  Nystatin, miconazole,
       clotrimazole
              ่
       จนกว่าผืนจะหายประมาณ 10 วัน




                                             87
4.2 Miliaria (ผื่นผด)
 พบในเด็กก่อนวัยเรี ยนบ่อยมาก
 หน้าผาก ใบหน้า หน้าอก ซอกแขน ซอกขา ลาตัว
 เกิดจากการอักเสบรอบๆ ต่อมเหงื่อ เนื่องจากอากาศร้อน มีไข้ สวมเสื้ อผ้าไม่
                                                      ่
  เหมาะสมกับภาวะอากาศ  ต่อเหงื่อแตก ซึ มออกไปเนื้อเยือรอบๆ และต่อม
  เหงื่ออุดตันจากเชื้อ S. epidermidis
 การรักษา
       ประคบด้วยผ้าเย็น ให้อากาศถ่ายเทสะดวก
       Mild topical corticosteroids


                                                                             88
4.2 Miliaria (ผืนผด)
                ่




                       89
  4.3 Diaper dermatitis (ผื่นผ้าอ้อม)
 พบได้บ่อยในวัยทารก 9-12 เดือน หรื อเป็ น irritant contact
  dermatitis ที่พบที่สุดของวัยเด็ก
                                                   ้
 เกิดจากหลายปั จจัย การอักเสบภายในบริ เวณที่ใส่ ผาอ้อม
       การนุ่งผ้าอ้อมแฉะปั สสาวะ และ อุจจาระเป็ นเวลานาน แม้เป็ นผ้าอ้อมแบบซับแห้ง
       อากาศที่ร้อนอับชื้น
                            ้
        อุณภูมิเด็กสูงกว่าผูใหญ่
       ผิวหนังชื้น น้ าปั สสาวะ แอมโมเนีย อุจจาระ ความเป็ นกรดเบสของผิวหนัง เชื้อจุล
        ชีพ น้ าย่อยที่ปนมากับอุจจาระ
       สารเคมีที่ระคายเคืองจากผ้าอ้อม
                    ั
        การเสี ยดสี กบขอบผ้าอ้อม
                                                                                    90
4.3 Diaper dermatitis (ผืนผ้าออม)
                         ่    ้




                                    91
 4.3 Diaper dermatitis (ผืนผาออม) ต่อ
                          ่ ้ ้

        ่
 เกิดผืนที่หน้าท้องด้านล่าง หัวเหน่า หน้าขาและก้น หรื อซอกขาส่ วนลึกได้
 อาการแทรกซ้อน
        การติดเชื้อ Candida albicans
        หากปล่อยไว้ 3 วันจะเกิดการติดเชื้อ S.aureus, Streptococcus sp., E.
         coli
 การรักษา
        Mild to moderate topical corticosteroids ทา 3-4 วัน
              ้
         งดใช้ผาอ้อม
        หากติดเชื้อรา  Nystatin, miconazole, clotrimazole จนกว่าผื่นจะ
         หาย ประมาณ 10 วัน
                                      ิ
 ควรให้คาแนะนาป้ องกัน  ระวังไม่ให้ผวหนังอับนานๆ ไม่ให้แช่ปัสสาวะ อุจจาระ
                                                                              92
THE END




          93

								
To top