b4502085 fishpro by W5wI9I

VIEWS: 144 PAGES: 46

									                                                                 1



                                    แนวทางการใช้ประโยชน์จากสาหร่ าย

M              i             c             r             o              a              l            g              a              e

           ิ
ประวัตโดยสังเขปของการผลิตจุลสาหร่ ายในระดับอุตสาหกรรม
             แม้ว่ า จะมี ผู ้ป ระสบความส าเร็ จ ในการแยกเลี้ ยงจุ ล สาหร่ า ยมาตั้ง แต่ ต ้น ศตวรรษที่ 19 แล้ว ก็ ต าม
แต่ ก็ ย ัง ไม่ ส ามารถผลิ ต เซลล์ ไ ด้เ พี ย งพอส าหรั บ การศึ ก ษาวิ เ คราะห์ ท างเคมี โดยในปี ค.ศ.1871 Famintz
นักพฤกษศาสตร์ ชาวรั สเซี ย พบว่า จุ ลสาหร่ ายนั้นต้องการสารอาหารเหมื อนกับพืช ต่อมาในปี 1890 Beyerinck
นัก แบคที เ รี ย วิ ท ยาชาวฮอลัน ดาได้แ ยกสาหร่ า ย Chlorella และ Scendesmus มาเลี้ ย งในห้ อ งปฏิ บัติ ก าร
โดยปราศจากแบคทีเรี ยได้เป็ นครั้งแรก และในปี 1905 จึงได้มีการเลี้ยงขยายปริ มาณได้เป็ นผลสาเร็ จในประเทศอังกฤษ
ต่อมาในปี 1919 Warburg นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน ก็ได้พบว่า สาหร่ ายคลอเรลลานั้นสามารถเพิ่มมวลชีวภาพได้ถึง
100 เท่ าต่อวัน และได้มีการเลี้ยงสาหร่ าย Nitzschia closterium มีมวลปริ มาตร 26 ลิตรขึ้นที่ Woods Hole
Oceanographic Institution ในปี 1938 ซึ่งเป็ นปริ มาตรที่สามารถเก็บตัวอย่างนามาวิเคราะห์ทางเคมีเป็ นรายวันได้
             การศึ กษาสารสี ในจุลสาหร่ ายโดย Strain และคณะ ในปี 1940 ทาโดยการเลี้ยงสาหร่ ายสี เขียวแกมน้ าเงิ น
และต่ อ มาจึ ง ได้มี ก ารศึ ก ษาองค์ป ระกอบทางเคมี ใ นสาหร่ า ยชนิ ด อื่ น ๆ โดยการเลี้ ย งในภาชนะขนาด 10 ลิ ต ร
แต่การเลี้ยงสาหร่ ายใน photobioreator ครั้งแรกเกิดขึ้น ในปี 1944 โดย Myers and Clark ได้สร้าง photobioreator
                                                                         ั
ระบบอัตโนมัติขนาด 10 ลิตร เพื่อเลี้ยงสาหร่ ายคลอเรลลา แต่ยงไม่สามารถดาเนิ นการเลี้ยงแบบต่อเนื่ อง (continuous
culture) ได้ ในปี 1948 – 1950 ได้มี การประเมิ นทางเศรษฐศาสตร์ โดย Stanford Research Institute
สรุ ปว่ามีความเป็ นไปได้ที่จะเลี้ยงคลอเรลลาในปริ มาณมากเพื่อเป็ นแหล่งโปรตีน การเลี้ยงจุลสาหร่ ายแบบต่อเนื่ องใน
photobioreator ประสบความสาเร็ จในปี 1949 โดย Ketchum และ Redfield ใช้วิธีการเติมอาหารเลี้ยงเชื้ อใหม่
และถ่ายเซลล์สาหร่ ายออกอย่างต่อเนื่ อง และในปี 1951 จึงได้มีการสร้าง photobioreator แบบท่อขนาดใหญ่ (4,500
ลิตร) ที่มีระบบควบคุมอุณหภูมิที่เมือง Cambridge รัฐ Massachusetts เป็ นระยะเวลา 3 เดือน ได้ผลผลิตประมาณ 3
ตัน/เอเคอร์/ปี
             หลังจากปี ค.ศ. 1950 ก็ได้มีการผลิตสาหร่ ายในบ่อขนาดใหญ่ในประเทศเยอรมัน และญี่ปุ่น จากบ่อขนาด
1,200 ลิ ต รในเยอรมัน ปี 1951 ขยายขึ้ นมาเป็ นบ่ อ ขนาด 60,000 ลิ ต รในปี 1958 ที่ ป ระเทศญี่ ปุ่ น
แต่ระบบการเลี้ยงยังไม่สามารถทาได้นานกว่า 30 วัน จนกระทังในปี 1958 ได้มีการเลี้ยงสาหร่ ายคลอเรลลาในบ่อขนาด
                                                                       ่
1,600 ตารางฟุต ในประเทศญี่ ปุ่น โดยสามารถดาเนิ น การติ ดต่ อกันได้ต ลอดปี ได้ผลผลิ ต 12.7 ตัน /เอเคอร์ /ปี
ซึ่ งหลั ง จากปี ค .ศ.               1960        ก็ ไ ด้ มี การทดลองการเลี้ ยงสาหร่ ายในบ่ อ เปิ ดในหลายประเทศ
แ ล ะ ไ ด้ ท ด ล อ ง เ ลี้ ย ง ส า ห ร่ า ย ช นิ ด อื่ น ๆ น อ ก เ ห นื อ ไ ป จ า ก ค ล อ เ ร ล ล า
แต่ไม่มีสาหร่ ายชนิดใดที่สามารถคงสภาพการเลี้ยงได้นานกว่า 3 เดือน
             การผลิ ต สาหร่ า ยคลอเรลลาแบบอุ ต สาหกรรมเริ่ ม ขึ้ น ประมาณปี 1965 จนถึ ง กลางศตวรรษ 1970
มี ก า ร ส ร้ า ง บ่ อ เ ลี้ ย ง ข น า ด 100,000              ลิ ต ร ใ น ป ร ะ เ ท ศ ไ ต้ ห วั น ผ ล ผ ลิ ต ที่ ไ ด้ ป ร ะ ม า ณ 800
ตันต่อปี ส่ งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น ส่ วนการผลิ ตสาหร่ ายสไปรู ลินาแบบอุตสาหกรรมเกิ ดขึ้นที่ ทะเลสาบ Texcoco
                                                                      2



ใ น ป ร ะ เ ท ศ เ ม็ ก ซิ โ ก ใ น ช่ ว ง ป ล า ย ศ ต ว ร ร ษ 1970                       โ ด ย ป ริ ม า ณ ผ ล ผ ลิ ต 1,000
ตั น ต่ อ ปี เ พื่ อ ข า ย ใ น ญี่ ปุ่ น เ ป็ น ส่ ว น ผ ส ม ข อ ง อ า ห า ร สั ต ว์ แ ล ะ อ า ห า ร เ ส ริ ม ใ น ค น
และต่ อ มาได้มี ก ารขยายตลาดอย่า งมากในอเมริ ก า และได้มี ก ารผลิ ต สาหร่ า ยสไปรู ลิ น าเพิ่ ม ขึ้ น ในประเทศต่ า งๆ
มี ก ารสร้ า งบ่ อ เลี้ ยงขนาด 1,000,000            ลิ ต ร โดย Earthrise     Farm           ที่ รั ฐ แคลิ ฟ อร์ เ นี ย ในปี 1982
ส่ วนการ ผลิ ตสาหร่ ายดู น าลิ เอล ลาเริ่ มขึ้ นในปร ะเทศอิ สราเอล และออ สเตรเ ลี ยในทศ วรรษ 1980
และได้มีการขยายไปยังประเทศอื่นๆ และได้มีการพัฒนา photobioreactor ที่เป็ นระบบปิ ดเพื่อเลี้ยงจุลสาหร่ ายขึ้น
                                                                                                      ั
            ในทศวรรษ 1990 ได้มีความพยายามผลิตสาหร่ ายฮีมาโตคอคคัสในบ่อเปิ ดโดยบริ ษท Microbio Resources
แต่ ไ ม่ ป ระสบความส าเร็ จ เนื่ อ งจากปั ญ หาการปนเปื้ อนของสิ่ ง มี ชี วิ ต ชนิ ด อื่ น ภายในระยะเวลาเพี ย ง 3 วัน
ต่ อ มาในปลายทศวรรษ 1990 บริ ษัท Aqusearch ได้พ ัฒ นา photobioreactor ระบบปิ ดขนาด 100
ลิตรเพื่อผลิตสาหร่ ายฮีมาโตคอคคัสเป็ นอุตสาหกรรมได้สาเร็ จ

การใช้ ประโยชน์ จาก Microalgae ในปัจจุบัน
         ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ จ า ก จุ ล ส า ห ร่ า ย ที่ เ ป็ น ที่ รู ้ จั ก กั น ดี อ ย่ า ง ห นึ่ ง คื อ อ า ห า ร เ ส ริ ม
โดยในตลาดอาหารเสริ มสุ ขภาพมีผลิตภัณฑ์ที่ผลิตมาจากจุลสาหร่ าย 3 ชนิ ด ได้แก่ สาหร่ ายคอลเรลลา (Chlorella)
สไปรู ลินา (Spirulina) และดู นาลิ เอลลา (Dunaliella) ซึ่ ง พบวางจ าหน่ า ยอยู่ตามร้ านขายผลิ ตภัณฑ์เ พื่อสุ ขภาพ
และร้านขายยาทัวไป โดยมีจาหน่ ายทั้งในรู ปแบบสาหร่ ายแห้งอัดเม็ด สาหร่ ายในแคปซู ล และสาหร่ ายผสมกับตัวยา
                  ่
หรื อผลิตภัณฑ์อื่น ๆ

                                                               สาหร่ ายคลอเรลลา
              สาหร่ ายคอเรลลาเป็ นสาหร่ า ยสี เขี ย ว เซลล์รูปกลม มี ขนาดเส้น ผ่านศู นย์กลางประมาณ 5 ไมโครเมตร
คลอเรลลาเป็ นสาหร่ ายเซลล์เดียวชนิดแรกที่ถูกแยกออกมาเป็ นเชื้อบริ สุทธิ์ (pure culture) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1890 และในปี
ค.ศ. 1960 เป็ นต้นมา Taiwan Chlorella Company ได้เริ่ มผลิ ตสาหร่ ายคลอเรลลาในระดับอุตสาหกรรม
หลั ง จากนั้ นจึ ง ได้ มี บ ริ ษั ท ต่ า ง         ๆ ผลิ ต คลอเรลลาออกสู่ ตลาดอาหารเสริ มสุ ขภาพเป็ นจ านวนมาก
แ ต่ ส่ ว น ใ ห ญ่ จ ะ เ ป็ น บ ริ ษั ท ข อ ง ญี่ ปุ่ น แ ล ะ ไ ต้ ห วั น
ใ น ปั จ จุ บั น ก ร ะ บ ว น ก าร ผ ลิ ต ค ล อ เ ร ล ล า จ ะ ใ ช้ ก า ร เ ลี้ ย ง แ บ บ มิ ก โ ซโ ท ร ฟิ ค ห รื อ เ ฮ เ ท อ โ ร โ ท ร ฟิ ค
โดยใช้กรดอะซิ ติกเป็ นแหล่งคาร์ บอน แต่เนื่ องจากความ ”เขียว” ของคลอโรฟิ ลล์เป็ นคุณสมบัติสาคัญของผลิตภัณฑ์
จึ ง มี ขั้ น ต อ น ก าร ผ ลิ ต ใ น ช่ ว ง ท้ า ย ที่ ใ ห้ ส า ห ร่ า ย ไ ด้ รั บ แ สง ใ น สภ าพ ที่ มี ป ริ ม าณ อิ น ท รี ย์ ค าร์ บ อ น ต่ า
ซึ่งสาหร่ ายจะมีปริ มาณของคลอโรฟิ ลล์เพิ่มขึ้น
                                                                 3




                                              ั
ภาพ ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสาหร่ ายคลอเรลลาของบริ ษท Taiwan chlorella

           คลอเรลลามี ผ นั ง เซลล์ ที่ ห นา และแข็ ง ท าให้ ไ ม่ ส ามารถย่ อ ย และดู ด ซึ ม ได้ ใ นกระเพาะอาหาร
และล าไส้ ข องคน ดั ง นั้ นผลผลิ ต สาหร่ ายผงแห้ ง ของคลอเรลลาจ าเป็ นต้อ งผ่ า นกระบวนการพิ เ ศษเพื่ อ บด
หรื อย่ อ ยให้ ผ นั ง เซลล์ แ ตกออก ก่ อ นที่ จ ะมาบรรจุ หรื ออั ด เม็ ด เพื่ อ เป็ นอาหารเสริ ม มู ล ค่ า ทางการตลาด
และผลผลิตของสาหร่ ายคลอเรลลานั้น มักจะเป็ นความลับทางการค้า แต่ส่วนใหญ่จะผลิตในไต้หวัน และมีปริ มาณ 10 –
15 เปอร์ เซ็ นต์ที่ ผลิ ตในญี่ ปุ่ น ส่ วนตลาดมักจะอยู่แถวเอเชี ยตะวัน ออกไกล และญี่ ปุ่ น ผลิ ต ภัณฑ์อาหารหลักคื อ
สาหร่ ายผง สาหร่ ายอัดเม็ด และสารสกัดคลอเรลลา โดยมีจุดขายคือ ปริ มาณโปรตีนสูง มีเบตาคาโรทีน และมี Chlorella
                              ้                        ้
Growth Factor (CGF) ที่อางว่าเป็ นสารที่จะช่วยกระตุนการเจริ ญเติบโต
                ั ้                                              ั
           บริ ษทผูผลิตสาหร่ ายคลอเรลลารายใหญ่ที่สุด คือ บริ ษท Taiwan chlorella (www.taiwanchlorella.com)
มี โ รงงานผลิ ต สองแห่ งในไต้ ห วัน มี พ้ื น ที่ ก ารเลี้ ยง 26,000          ตารางเมตร ผลผลิ ต 180             ตั น ต่ อ ปี
และมีโรงงานผลิตที่ประเทศจีน ซึ่ งมีผลผลิต 300 ตันต่อปี (บ่อเลี้ยงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 เมตร จานวน 16 บ่อ)
และกาลังขยายการเลี้ยงเป็ น 120 บ่อ

                                                          สาหร่ ายสไปรู ลนา ิ
            สาหร่ ายสไปรู ลินา (Spirulina) เป็ นสาหร่ ายสี เขียวแกมน้ าเงิน (Blue – green algae or cyanobacteria)
ที่ มี ลั ก ษ ณ ะ เ ป็ น เ ส้ น ส า ย (filamentous)                                                      ข ด เ ป็ น เ ก ลี ย ว
ในปั จจุ บัน สาหร่ ายสกุลนี้ บางชนิ ดได้รับการจัดจาแนกเปลี่ ยนชื่ อสกุลใหม่เป็ น Arthrospira (Vonshak, 1997)
แ ต่ โ ด ย ทั่ ว ไ ป มั ก จ ะ นิ ย ม เ รี ย ก ส ไ ป รู ลิ น า จ น ก ล า ย เ ป็ น ชื่ อ ส า มั ญ ไ ป แ ล้ ว
ส า ห ร่ า ย ช นิ ด นี้ ส า ม า ร ถ น า ม า เ ลี้ ย ง ใ น บ่ อ ก ล า ง แ จ้ ง ที่ มี ร ะ บ บ น้ า ว น (raceway                pond)
โดยใช้อาหารเลี้ยงเชื้อที่มีความเป็ นด่างสู ง (0.2 M NaH2CO3) และมีค่า pH อยู่ระหว่าง 9.5 – 10.3 ซึ่ งค่า pH
ที่ สู ง ร ะ ดั บ นี้ จ ะ ช่ ว ย ล ด ก า ร ป น เ ปื้ อ น ข อ ง สิ่ ง มี ชี วิ ต อื่ น ใ น ส ภ า ว ะ ก า ร เ ลี้ ย ง แ บ บ เ ปิ ด ไ ด้
สาหร่ ายสไปรู ลินานี้เป็ นอาหารของมนุษย์มานานแล้ว จากบันทึกของชาวเสปนที่เข้าปกครองเม็กซิโกตั้งแต่ยคศตวรรษที่            ุ
16 ได้ก ล่ า วถึ ง ชาว Aztec (ชาวเม็ก ซิ โ กโบราณ) ได้เ ก็ บ เกี่ ย วสาหร่ า ยสไปรู ลิ น าจากทะเลสาบ Texcoco
โ ด ย ใ ช้ ต ะ แ ก ร ง ไ ม้ ร่ อ น จ า ก น้ า แ ล้ ว น า ม า ต า ก แ ห้ ง เ ป็ น แ ผ่ น ใ ช้ เ ป็ น อ า ห า ร
ปริ มาณที่ บ ริ โภคก็ ป ระมาณเท่ า กับ ที่ ค นรั บ ประทานชี ส ในปั จ จุ บั น นอกจากนี้ ก็ ย ัง พบว่ า คนเผ่ า Kanembu
ที่ อ าศัย อยู่ ร อบ ๆ ทะเลสาบ Chad ในทางตอนเหนื อ ของแอฟริ กาก็ บ ริ โภคสาหร่ า ยชนิ ด นี้ ด้ว ยเช่ น กัน
การที่ พ บสาหร่ ายสไปรู ลิ น าในทะเลสาบทั้ งสองแห่ ง เนื่ อ งจากน้ าในทะเลสาบดั ง กล่ า วมี ค วามเป็ นด่ า งสู ง
ทาให้สาหร่ ายสไปรู ลินาสามารถเจริ ญได้ดี และกลายเป็ นชนิดเด่นตามธรรมชาติในแหล่งน้ าดังกล่าว
                                                                      4




                                             ผลิตภัณฑ์จากสาหร่ ายสไปรู ลินา
                                                                                ั
              สาหร่ ายสไปรู ลินาเพื่อเป็ นอาหารลูกสัตว์น้ า สามารถใช้ได้ท้ งที่เป็ นสาหร่ ายสดเพื่อให้โรติเฟอร์ หรื อไรน้ าเค็ม
(อ า ร์ ที เ มี ย )         กิ น เ ป็ น อ า ห า ร ก่ อ น ที่ จ ะ น า ไ ร เ ค็ ม ไ ป เ ป็ น อ า ห า ร กุ้ ง ห รื อ ป ล า อี ก ค รั้ ง ห นึ่ ง
                                           ้
หรื ออาจใช้สาหร่ ายผงเป็ นอาหารลูกกุงโดยตรง หรื อเป็ นส่วนผสมในอาหารเม็ดขนาดเล็กมาก (microparticulate diets)
แต่โดยทัวไปมักจะให้ผสมกับไดอะตอมซึ่งจะมีองค์ประกอบของกรดไขมันสูง
            ่

                                                           สาหร่ ายดูนาลิเอลลา
            สาหร่ ายดูนาลิเอลลา (Dunaliella) เป็ นสาหร่ ายเซลล์เดี ยว เซลล์รูปไข่ขนาดความยาวประมาณ 10 – 20
ไ ม โ ค ร เ ม ต ร มี แ ฟ ล ก เ จ ล ล า ส อ ง เ ส้ น ท า ง ป ล า ย ด้ า น แ ค บ ท า ใ ห้ ส า ม า ร ถ ว่ า ย น้ า ไ ด้
ดูนาลิเอลลาเป็ นสาหร่ ายที่มีคุณสมบัติพิเศษหลายประการ ได้แก่ เซลล์ไม่มีผนังเซลล์ (cell wall) มีเพียงเยื่อหุ ้มเซลล์บาง
ๆ หุ ้ ม อ ยู่ ท า ใ ห้ เ ซ ล ล์ มี ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง รู ป ร่ า ง เ มื่ อ แ ร ง ดั น อ อ ส โ ม ติ ก มี ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง เ ช่ น
เมื่ อ มี การเ ป ลี่ ย น แป ล งค วาม เ ค็ ม ข อง น้ าเ พิ่ มขึ้ น อย่ า ฉั บ พ ลั น สาห ร่ าย จะ สู ญเ สี ยน้ าออ กนอ กเซล ล์
รู ป ร่ า ง ข อ ง เ ซ ล ล์ จ ะ แ ฟ บ ล ง แ ต่ ห า ก ค ว า ม เ ค็ ม ข อ ง น้ า ล ด ล ง อ ย่ า ง ฉั บ พ ลั น
เซลล์ ส าหร่ ายจะบวมเป่ งเนื่ องจากน้ าจากภายนอกเคลื่ อ นเข้ า สู่ เซลล์ หลั ง จากนั้ นสาหร่ ายจะสะสม
ห รื อ ส ล า ย ก ลี เ ซ อ ร อ ล เ พื่ อ ช ด เ ช ย แ ร ง ดั น อ อ ส โ ม ติ ก ท า ใ ห้ เ ซ ล ล์ ก ลั บ เ ข้ า สู่ ภ า ว ะ ป ก ติ ไ ด้
ค ว า ม ส า ม า ร ถ ใ น ก า ร ป รั บ แ ร ง ดั น อ อ ส โ ม ติ ก โ ด ย ก า ร ส ะ ส ม ก ลี เ ซ อ ร อ ล นั้ น
ทาให้สาหร่ ายดูนาลิเอลลาเป็ นสิ่ งมีชีวตหนึ่งในไม่กี่ชนิดที่สามารถเจริ ญได้ในความเค็มช่วงกว้างมาก
                                              ิ




                                                          สาหร่ ายดูนาลิเอลลา

                  ั                                                                             ่
         ในปั จจุบนมีการเพาะเลี้ยงสาหร่ ายดูนาลิเอลลาเพื่อผลผลิตเบตาแคโรทีนในระดับอุตสาหกรรมอยูในหลายประ
เ ท ศ เ ช่ น อิ ส ร า เ อ ล อ อ ส เ ต ร เ ลี ย ส ห รั ฐ อ เ ม ริ ก า จี น แ ล ะ ส เ ป น เ ป็ น ต้ น
ผลผลิ ตหลักของสาหร่ ายดู นาลิ เอลลาจะอยู่ในสองรู ปแบบ ได้แก่ สาหร่ า ยแห้งส าหรั บใช้เป็ นอาหารเสริ มสุ ขภาพ
และเป็ นส่วนผสมในอาหาร และในรู ปสารสกัดเบตาคาโรทีนสาหรับใช้ในอุตสาหกรรม
                                                                            5



                                                                         ่
                                                   การใช้ สาหร่ ายเพือการเพาะเลียงสัตว์ นา ้           ้
            ประโยชน์ ที่ ส าคั ญ ที่ สุ ดเรื่ องหนึ่ งของจุ ล สาหร่ ายก็ คื อ การน ามาใช้ เ ป็ นอาหารส าหรั บ สั ต ว์ น้ า
ซึ่ ง โ ด ย ทั่ ว ไ ป จ ะ มี ส า ห ร่ า ย ที่ ใ ช้ กั น ม า ก เ พี ย ง ไ ม่ กี่ ช นิ ด ขึ้ น อ ยู่ กั บ วั ต ถุ ป ร ะ ส ง ค์ ข อ ง ก า ร เ พ า ะ เ ลี้ ย ง
                        ั
สาหร่ ายที่เป็ นที่รู้จกกันดีแสดงในตารางที่ 1.4.1 – 1



ตารางที่ 1.4.1 – 1 ชนิดของจุลสาหร่ ายที่นิยมใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ า (Borowitzka, 1997)

           ชนิดสาหร่ าย                                          หอย                           ้
                                                                                             กุง และปู                       โรติเฟอร์
Isochrysis galbana                                                
Chaetoceros muelleri                                              
Chartoceros costatum                                                                             
Skeletonema costatum                                                                             
Thalassiosira pseudodonana                                                                       
Tetraselmis spp.                                                                                  
Nannochloropsis spp.                                                                                                              
P a v l o v a l u t h e r i                                       
Nitzschia และ Navicula spp.                                       



                                                     การใช้ สาหร่ ายเป็ นปุ๋ ยชีวภาพ
             ปุ๋ ยชีวภาพจากสาหร่ าย (algal biofertilizer) อาศัยการตรึ งไนโตรเจนจากอากาศโดยสาหร่ ายสี เขียวแกมน้ าเงิน
(ไซยาโนแบคที เ รี ย ) การใช้ปุ๋ ยชี ว ภาพจึ ง เป็ นการลดความต้อ งการปุ๋ ยเคมี ไ นโตรเจนที่ จ ะต้อ งเติ ม ลงในดิ น
แต่ จ ะมี ข ้อ จ ากัด อยู่เ นื่ อ งจากสาหร่ า ยต้อ งการน้ า ในการเจริ ญ จึ ง ใช้ไ ด้เ ฉพาะกับ การเกษตรที่ มี น้ า ท่ ว มขัง เท่ า นั้น
                   ่
นาข้าวจัดได้วาเป็ นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริ ญของสาหร่ ายสี เขียวแกมน้ าเงิน เนื่ องจากมีสภาพของแสง น้ า
อุณหภูมิ และแร่ ธาตุที่เหมาะสม

          สาหร่ า ยสี เขี ย วแกมน้ าเงิ น ที่ มีค วามสามารถในการตรึ ง ไนโตรเจนได้มี ประมาณ 32 สกุล 152 ชนิ ด
แบ่งเป็ นกลุ่มได้ดงนี้ (Venkataraman, 1986)
                  ั
          1. กลุ่มที่ มี heterocysts สามารถตรึ งไนโตรเจนในสภาวะที่ มีออกซิ เจน ได้แก่ Nostoc, Anabaena,
               Oscillatoria, cylindrospermen, Mastigocladus, Tolypothrix
          2. ส            า     ห          ร่        า    ย     เ      ซ      ล      ล์   เ      ดี      ย      ว
               หรื อสาหร่ ายเซลล์เดี ยวที่ อยู่รวมเป็ นโคโลนี ที่สามารถตรึ งไนโตรเจนในสภาวะที่ มีออกซิ เจน ได้แ ก่
               Gloecopsa
                                                                6



          3. สาหร่ ายรู ปร่ างยาว (filamentous)              ที่ ไ ม่ มี heterocyst สามารถตรึ งไนโตรเจนได้
                     ่
             เมื่ออยูในสภาพที่ไม่มีออกซิเจน และในสภาพที่มีไนโตรเจน และคาร์ บอนไดออกไซด์ เช่น Oscillatoria,
             Phormidium
          4. สาหร่ ายรู ป ร่ า งยาวที่ ไ ม่มี heterocyst แต่ สามารถตรึ งไนโตรเจนได้ในสภาพที่ มี ออกซิ เจน ได้แ ก่
             Trichodesmium

                                                                                             ้
                              สรุปประโยชน์ ของการใช้ ปุ๋ยชีวภาพจากสาหร่ ายสีเขียวแกมนาเงินไว้ ดงนี้   ั
          1.                                                                                              ั
               ปุ๋ ยชี วภาพช่วยพัฒนาคุณภาพดิน ไม่เพียงแต่จะให้ธาตุอาหารไนโตรเจนเท่านั้น แต่ยงมีธาตุอาหารหลัก
                                                                    ์ั
               และธาตุอาหารรองอื่น ๆ ด้วย โดยจะเพิมอินทรี ยวตถุให้ดิน
                                                          ่
          2.   ช่วยประหยัดการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้ครึ่ งหนึ่ง หรื อหนึ่งในสามของที่เคยใช้ เป็ นการลดต้นทุน
          3.   สาหร่ ายสี เ ขี ย วแกมน้ าเงิ น ช่ ว ยผลิ ต และให้ อ อกซิ เ จนแก่ ร ากข้า วในสภาพน้ าขัง ช่ ว ยป้ องกั น
               และลดปั ญหารากข้าวเน่าเนื่องจากแบคทีเรี ย และราในสภาพที่ขาดออกซิเจน
          4.   ส า ห ร่ า ย บ า ง ช นิ ด จ ะ ป ล ด ป ล่ อ ย ฮ อ ร์ โ ม น พื ช แ ล ะ ก ร ด แ อ ส ค อ ร์ บิ ก ล ง ใ น น า ข้ า ว
                          ้
               ช่วยให้ขาวมีการเจริ ญเติบโตดีข้ ึน และต้านทานโรคมากขึ้น
          5.                                                                         ่
               สาหร่ ายในปุ๋ ยชีวภาพจะสร้างสปอร์ เพื่อขยายพันธุ์ฝังตัวปะปนอยูในดิ นนา ซึ่ งจะสามารถงอกเจริ ญขึ้น
               เพื่อตรึ งไนโตรเจนได้ใหม่ในฤดูฝนของปี ต่อ ๆ ไป
          6.   สาหร่ ายในนาข้าวจะเป็ นอาหารให้ปลาในโครงการเลี้ยงปลาในนาข้าวได้อีก



M              a             c             r             o             a              l            g             a              e
            มนุ ษ ย์ใ ช้สาหร่ า ยเป็ นอาหารมาเป็ นเวลานานแล้ว โดยใช้เ ป็ นอาหารมนุ ษ ย์ และเป็ นอาหารของปศุ สัต ว์
(ทาแห้งเหมือนหญ้าแห้ง) ทาปุ๋ ยคอก ปุ๋ ยหมัก และถึงแม้ว่าการเพาะเลี้ยงสาหร่ ายทะเลจะมีมานานหลายศตวรรษแล้ว
แ ต่ ใ น ปั จ จุ บั น ก็ ยั ง มี ก า ร เ ก็ บ ส า ห ร่ า ย จ า ก ธ ร ร ม ช า ติ อ ยู่
ซึ่งในหลายบริ เวณของโลกเกิดปั ญหาการขาดแคลนสาหร่ ายเนื่องจากมีการเก็บเกี่ยวมากเกินไป
            ส า ห ร่ า ย เ ป็ น อ า ห า ร ที่ เ ป็ น ที่ นิ ย ม ใ น เ อ เ ชี ย ต ะ วั น อ อ ก
และความนิ ยมบริ โภคสาหร่ ายได้แพร่ กระจายออกไปสู่ ชุมชนชาวเอเชียในประเทศต่าง ๆ สาหร่ ายที่นิยมใช้เป็ นอาหาร
ได้แก่ สายใบ (จีฉ่าย, Nori: Porphyra spp.), wakame (Undaria pinnatifida), hijiki (Hizikia fusformis) และ aonori
(Monostroma spp., Entermorpha spp.) รวมทั้ง Cauler spp. ซึ่งมีการบริ โภคมากขึ้น
            ส า ร ไ ฟ โ ค ค อ ล ล อ ย ด์ (phycocolloids)                 ห ล า ย ช นิ ด ที่ ส กั ด ไ ด้ จ า ก ส า ห ร่ า ย ท ะ เ ล
                                                         ้
ได้ถูกนามาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรม ได้แก่ วุน (agar) คาร์ ราจีแนน (carrageenans) และอัลจิเนต (alginates)
โ ด ย วุ ้ น ที่ ส กั ด ไ ด้ จ า ก ส า ห ร่ า ย สี แ ด ง จ ะ เ ป็ น ส่ ว น ผ ส ม ข อ ง อ า ห า ร ที่ เ ป็ น ที่ รู ้ จั ก กั น ดี
และใช้เ ป็ นส่ ว นผสมของอาหารเลี้ ย งเชื้ อ แบคที เ รี ย นอกจากนี้ ยัง ใช้ใ นอุ ต สาหกรรมเครื่ อ งส าอางค์ ยาฟอกหนัง
และสิ่ ง ทอ แต่ ถ ้า หากเพิ่ ม ความบริ สุ ท ธิ์ ให้ เ ป็ นอากาโรส (agarose) ส าหรั บ ใช้ใ นอุ ป กรณ์ eletrophoresis
จะมีราคาแพงมาก ส่ วนกรดแอลจี นิก ทีสกัดได้จากสาหร่ ายสี น้ าตาล เช่น Laminaria, Ascophyllum, Macrocystis
                                                                      7



สารที่ ไ ด้จ ากกรดแอลลจี นิ ก บางที่ ก็ เ รี ยกว่ า สารประกอบแอลจิ เ นต (alginate) มี ค วามหนื ด สู ง ไม่ เ ป็ นพิ ษ
เ ป ลี่ ย น ส ภ า พ เ ป็ น วุ ้ น ไ ด้ ร ว ด เ ร็ ว ใ ช้ ใ น ก า ร ผ ลิ ต อ า ห า ร สิ่ ง ท อ เ ค รื่ อ ง ส า อ า ง ค์ ย า ง ก า ว ล า เ ท ก ซ์
                ั
ใช้เป็ นตัวอิมลซิ ไฟเออร์ ในการทาลูกกวาด ทาเยลลี่ และมีการนามาใช้ตรึ งเซลล์ และเอนไซม์ ในขณะที่ คาร์ ราจี แนน
(carrageenan) ซึ่ ง สกัด ได้จ ากสาหร่ า ยสี แ ดงพวก Chondrus crispus และ Mastocarpus stellatus
ใช้เป็ นส่ วนประกอบของยาสี ฟันชนิ ดบรรจุ หลอด ยาระงับกลิ่ นตัว เครื่ องสาอางค์ ส่ วนประกอบของสี ท าน้ าตาล
     ั
ใช้ชกเงาในอุตสาหกรรมหนัง และทาขนมเยลลี่ที่มีขายกันทัวไป                   ่
            ในฟิ ลิปปิ นส์มีการเลี้ยงสาหร่ ายเพื่อผลิตคาร์ ราจีแนน ได้แก่ Euchema denticulatum และ Kappaphycus
alvarezii             ส่ วนในประเทศเวี ย ดนามก็ มี ก ารเลี้ ยงสาหร่ าย K.                                 alvarezii           เช่ น เดี ยวกั น
และยังมีการเลี้ยงสาหร่ ายกราซิ ลาเรี ยอีกสามชนิ ดคือ Gracilaria asiatica, G. heteroclada และ G. tenuistipitata
                                   ้
โดยอุตสาหกรรมการผลิตวุนจากสาหร่ ายกราซิ ลาเรี ยสาหรับใช้ในประเทศ และผลิตอัลจิเนตจากสาหร่ าย Sargassum
สาหรั บใช้ในอุตสาหกรรมทอผ้า ในขณะที่ มาเลเซี ยมี การเลี้ ยงสาหร่ ายสองชนิ ด คื อ Eucheuma และ Gracilaria
changii

                                        การใช้ สารสกัดจากสาหร่ ายในการกาจัดแมลงศัตรูพช       ื
            ถึ ง แม้ว่ า จะมี ก ารศึ ก ษาสารออกฤทธิ์ ทางชี ว ภาพจากสิ่ ง มี ชี วิ ต ต่ า ง ๆ รวมทั้ง จากสาหร่ า ยชนิ ด ต่ า ง ๆ
มาเป็ นเวลานานแล้ว แต่ ส่ ว นใหญ่ จ ะเน้น การค้น หา (screening) สารที่ มี ฤ ทธิ์ ต้า นจุ ล ชี พ ต้า นไวรั ส และอื่ น ๆ
ส า ห รั บ น า ไ ป พั ฒ น า เ ป็ น ย า ช นิ ด ใ ห ม่ ส า ห รั บ รั ก ษ า โ ร ค
แต่ในปั จจุบนได้มีการค้นหาสารออกฤทธิ์ เพื่อประโยชน์ทางด้านการเกษตร ตัวอย่างเช่น Mahakhant et al. (1999)
                ั
ทดสอบสาหร่ ายสี เขียวแกมน้ าเงิน 408 พันธุ์ พบว่า มีสาหร่ าย 90 สายพันธุ์ (22.1%) ที่ผลิตสารออกฤทธิ์ ทางชีวภาพ
แยกเป็ น 12 สายพันธุ์ที่มีสารต้านจุลชี พ (แบคที เรี ย ยีสต์ และรา) 43 สายพันธุ์มีสารที่ออกฤทธิ์ ต้านราที่ ก่อโรคพืช
ต้ า น สั ต ว์ ใ น ก ลุ่ ม แ ม ล ง (ใ ช้ Artemia               salina                เ ป็ น ตั ว ท ด ส อ บ )       แ ล ะ 11
สายพันธุ์มีสารออกฤทธิ์ตานสาหร่ ายสี เขียวแกมน้ าเงินชนิดอื่นๆ
                               ้




                     ั                 ั
ภาพ ปุ๋ ยชีวภาพอัลจินว ที่ทางสถาบันวิจยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้เอกชน
                                         ั
                              คือ บริ ษทอัลโกเทค นาไปผลิตขายเป็ นอุตสาหกรรม
                                                                    8



             สารสกัดจากสาหร่ ายสี เขียวแกมน้ าเงิ น Calothrix sp. (TISTR 8906) ที่ มีฤทธิ์ ต้านรา Macrophomina
phaseolina                      ที่ ก่ อ ใ ห้ เ กิ ด โ ร ค พื ช ห ล า ย ช นิ ด เ ช่ น ข้ า ว โ พ ด ข้ า ว ฟ่ า ง แ ล ะ ถั่ ว เ ขี ย ว
การสกัดสารจากสาหร่ ายทาโดยใช้เมธานอล และทาให้แห้งอุณหภูมิ 35C พบว่า การปรับสู ตรอาหารจากสู ตร BGA
ปรกติ ทาให้ประสิ ทธิ ภาพของการต้านเชื้อรา (หน่วย mg cycloheximide equivalent) เพิ่มขึ้นจาก 2.54 mg/g เป็ น
10.21             mg/g              และผลผลิ ตของสารเพิ่ ม ขึ้ นจาก 0.29                      mg/L           เป็ น 2.9              mg/L
โ ด ย ก า ร ใ ช้ ส า ร ส กั ด ผ ส ม กั บ เ ม ล็ ด ถั่ ว เ ขี ย ว ใ น อั ต ร า 500           g/เ ม ล็ ด แ ล ะ ก า ร ใ ช้ surfactant
ผสมกับ สารสกัด สาหร่ า ยจะท าให้ ป ระสิ ท ธิ ภ าพของสารสกัด สู ง ขึ้ น จนเที ย บเท่ า กับ ยา mancozeb เลยที เ ดี ย ว
น อ ก จ า ก นี้ ยั ง มี ร า ย ง า น อื่ น ๆ อี ก เ ช่ น Polchai                         et                   al.                  (1999)
ที่ ร ายงานฤทธิ์ ต้า นหนอนแมลงจากสารสกัด สาหร่ า ยสี เ ขี ย มแกมน้ า เงิ น หลายชนิ ด เช่ น Hapalosiphon spp.,
Fischerella spp., Nostoc sp. และ Stigonema spp. โดยพบว่า Hapalosiphon spp. TISTR 8252
ให้ ส ารสกั ด ที่ มี ฤ ทธิ์ สู งที่ สุ ด ในการยับ ยั้ง การเจริ ญของหนอนกระทู ้ ห อม                    และหนอนเจาะสมอฝ้ าย
โ ด ย ท า ใ ห้ ก า ร เ จ ริ ญ เ ติ บ โ ต แ ล ะ ก า ร พั ฒ น า ข อ ง ห น อ น ช้ า ล ง แ ล ะ มี ค ว า ม ผิ ด ป ร ก ติ เ กิ ด ขึ้ น
หนอนจะมีระยะเวลาการเป็ นหนอนนานขึ้น การเข้าดักแด้ผิดปรกติ และเปอร์เซ็นต์เป็ นตัวหนอนเต็มวัยลดลง
             จะเห็ น ได้ว่า การใช้ส ารสกัด จากสาหร่ า ยเพื่ อ น ามาเป็ นสารควบคุ ม โรค และศัต รู พื ช ในทางการเกษตร
น่ า จ ะ เ ป็ น สิ่ ง ที่ มี ก า ร ศึ ก ษ า ม า ก ขึ้ น เ พ ร า ะ แ ม้ ว่ า จ ะ มี ค ว า ม เ ป็ น ไ ป ไ ด้
แ ต่ ก า ร พั ฒ น า สู่ ก า ร ใ ช้ ง า น จ ริ ง ก็ ยั ง ต้ อ ง อ า ศั ย ร ะ ย ะ เ ว ล า อี ก ไ ม่ น้ อ ย ตั ว อ ย่ า ง เ ช่ น
ส า ร ส กั ด ห ย า บ จ า ก ส า ห ร่ า ย ใ น ร า ย ง า น ข อ ง อ า ภ า รั ต น์ (2542)
นั้น ยัง ไม่ ไ ด้อ อกฤทธิ์ ฆ่ า หนอนแบบเฉี ย บพลัน เหมื อ นการใช้ส ารเคมี ก าจัด และไม่ มี ค วามทนทานต่ อ แสงแดด
แ ล ะ รั ง สี อั ล ต ร า ไ ว โ อ เ ล ต อ า จ ท า ใ ห้ ไ ม่ ส า ม า ร ถ น า ไ ป ใ ช้ ใ น ภ า ค ส น า ม ไ ด้ อ ย่ า ง มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ
ท า ใ ห้ จ ะ ต้ อ ง มี ก า ร พั ฒ น า รู ป แ บ บ แ ล ะ วิ ธี ก า ร ใ ช้ ใ ห้ เ ห ม า ะ ส ม
ซึ่งหากเป็ นไปได้จะทาให้การเกษตรในประเทศไทยพัฒนาไปสู่การเกษตรในยุคใหม่ที่ปลอดจากสารเคมีที่เป็ นพิษตกค้า
งสู่ผบริ โภค และช่วยรักษาสภาพแวดล้อม
       ู้



 การผลิตวุ้นจากสาหร่ ายทะเลในประเทศไทย
              ้
            วุน (agar) เป็ นสารโพลีแซคคาไรด์ที่มีคุณสมบัติเป็ นไฮโดรคอลลอยด์ (hydrocolloid, hydrophilic colloid)
สามารถเกิ ด เป็ นเจล (gel)          ที่ ค งรู ปได้ ใ นน้ าที่ ร ะดั บ ความเข้ ม ข้ น ต่ า เพี ย ง 0.4   – 1%    ได้
  ้
วุนมีโครงสร้างโมเลกุลเป็ นสายพอลิเมอร์ ที่ประกอบด้วยอากาโรส (agarose) และ อากาโรเพคติน (agaropectin)
วุนที่ มีส่ว นประกอบของอากาโรเพคติ น ซึ่ งมี ประจุ น้ ี ม ากก็ จะยิ่งทาให้ค วามแข็งของเจล (gel strength) ลดลง
    ้
ดัง นั้น กระบวนการสกัด วุนจึ ง ต้อ งพยายามลดปริ ม าณของหมู่ ซัล เฟตที่ เ กาะอยู่ใ นส่ ว นของน้ า ตาลลงให้มากที่ สุ ด
                             ้
โดยใช้ด่าง ทาให้เกิดการตกตะกอนของสารอนินทรี ยซลเฟตออกมา การจัดแบ่งประเภทของวุนตามความบริ สุทธิ์ ราคา
                                                       ์ ั                                            ้
และการใช้งานแบ่งออกได้เป็ น 3 กลุ่ม คือ
                                                               9



     ้
1. วุน ที่ ใ ช้บ ริ โ ภค และใช้ใ นอุ ต สาหกรรมทั่ว ไป (commercial agar) สาหรั บใช้ใ นอุ ต สาหกรรมอาหาร
   มี ค ว า ม แ ข็ ง เ ริ่ ม ตั้ ง แ ต่ 150        ก รั ม ต่ อ ต า ร า ง เ ซ น ติ เ ม ต ร ต า ม ม า ต ร ฐ า น อุ ต ส า ห ก ร ร ม
   (สานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม, 2531a,b)
       ้
2. วุน ที่ ใ ช้ใ นการแพทย์ และเภสัชกรรม (Bacteriogical agar) ส าหรั บใช้เ ป็ นอาหารเลี้ ย งเชื้ อ แบคที เ รี ย
   หรื อเนื้ อเยื่ อ พื ช ในห้ อ งปฏิ บั ติ ก ารโดยเมื่ อ เลี้ ยงเชื้ อไปแล้ ว แบคที เ รี ยจะไม่ ส ามารถย่ อ ยวุ ้น ให้ เ หลว
                       ่
   มีความแข็งอยูระหว่าง 400 – 600 กรัมต่อตารางเซนติเมตร
3. วุนบริ สุทธิ์ (Purifield agar, agarose) คือการนาวุนมาผ่านกรรมวิธีกาจัดซัลเฟต เพื่อให้เหลือแต่พอลิเมอร์ที่
         ้                                                  ้
4. ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย อ า ก า โ ร ส ใ ห้ ม า ก ที่ สุ ด ใ ช้ ส า ห รั บ ง า น วิ จั ย ท า ง ด้ า น ชี ว โ ม เ ล กุ ล เ ช่ น
   อากาโรสเจลสาหรั บ แยกดี เ อ็น อี ด้ววิธีอิ เ ลคโตรฟอรี ซีส (electrophoresis) มี ค วามแข็ ง 350 – 1000
   กรัมต่อตารางเซนติเมตร




                                        สาหร่ ายแห้ ง (Gracilaria) ความชื้น 20%


                       นามาล้าง (อาจเติม NaOH เพื่อกาจัดซัลเฟต แล้วเติม HCl ปรับ pH ให้กลับเป็ นกลาง

                                                           ้
                                  แช่ NaOH ปรับคุณภาพวุนให้แข็งขึ้น (alkali – treatment)
                                ตัดเป็ นชิ้นเล็กๆ สกัดโดยการต้มที่ 100C ประมาณ 1 ชัวโมง
                                                                                    ่


                                                          กรอง                           กากสาหร่ าย


                                             กรองอัดความดัน (filter press)


                                                   แยกน้ าโดยวิธีแช่แข็ง


                                                              ้
                                         แช่ NaOH ปรับคุณภาพวุนให้แข็งขึ้น


                                           ล้าง, ปรับ pH ด้วย HCl, ล้างอีกครั้ง
                                                                    10




                                               อบแห้งที่ 70C, บด และบรรจุ
                                                     ุ้
                                                 ได้วนที่มีความชื้น 10%


                   ้           ั              ั
ภาพ กระบวนการสกัดวุนที่หน่วยวิจยไบโอพอลิเมอร์พฒนาเพื่อใช้ผลิตในระดับอุตสาหกรรม




ภาพ ฉลากผลิตภัณฑ์วนจากบริ ษทวุนบริ สุ ทธิ์ ซึ่ งเป็ นบริ ษทของคนไทยที่ ใช้วตถุดิบหลักคือสาหร่ าย Gracilaria
                                   ุ้         ั ้                           ั                      ั
จากในประเทศ
การผลิตสารไฟโคคอลลอยด์ ชนิดอืน             ่                      ๆ                   นอกเหนือจากวุ้นสาหร่ ายทะเลในประเทศไทย
             น อ ก เ ห นื อ ไ ป จ า ก วุ ้ น แ ล้ ว ยั ง มี ส า ร ไ ฟ โ ค ค อ ล ล อ ย ด์ อี ก ส อ ง ช นิ ด ที่ ส กั ด ไ ด้ จ า ก ส า ห ร่ า ย
และมี ป ระโยชน์ ท างอุ ต สาหกรรม ได้ แ ก่ แอลจี เนต (alginate)                                  และคาร์ ราจี แนน (carrageenan)
ซึ่ ง มี ก าร ใ ช้ อ ย่ า ง แ พ ร่ ห ล าย ใ น อุ ต ส าห กร ร ม ใ น ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย แ ล ะ ทั้ ง ห ม ด น าเ ข้ า จ ากต่ าง ป ร ะ เ ท ศ
         ่
แต่ที่ผานมาในประเทศไทยยังมีการวิจยไม่มากนัก    ั



                                                   สาหร่ ายแห้ ง บดเป็ นชิ้นเล็กๆ

                                     แช่ในสารละลาย 0.1 M HCl หรื อ H2SO4 30 นาที

                                             ล้างน้ าให้หมดกรด และทิงให้สะเด็ดน้ า
                                                                    ้
                                               แช่ 0.4% ฟอร์มาดีไฮด์ 30 นาที

                                                   ล้างน้ า และทิ้งให้สะเด็ดน้ า

                                          สกัดด้วยสารละลายโซเดียมไบคาร์บอเนต

                                                กรองด้วยเครื่ องกรองอัดความดัน

                                             ตกตะกอนในสารละลาย 5% CaCl2
                                                                 11




                                                 แช่ใน 0.5 M HCl 30 นาที

                  เติมโซเดียมคาร์บอเนตชนิดผง                                             อบให้แห้ง

                              อบให้แห้ง                                                 กรดแอลจินิก

                          โซเดียมแอลจิเนต


ภาพ       กระบวนการสกัดแอลจิเนตและกรดแอลจินิกจากสาหร่ ายทะเลสี น้ าตาล (วันชัยและคณะ,2536)




 การตลาดของผลิตภัณฑ์ จากสาหร่ ายในประเทศไทย




ภาพ      ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสาหร่ าย หรื อสารสกัดจากสาหร่ ายที่พบได้ทวไปในท้องตลาด
                                                                          ั่

           ต า ม ร้ า น ค้ า ทั่ ว ไ ป ใ น ท้ อ ง ต ล า ด จ ะ มี ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ ส า ห ร่ า ย
แ ล ะ ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ ที่ มี ส่ ว น ผ ส ม ข อ ง ส า ร ส กั ด จ า ก ส า ห ร่ า ย ม า ก ม า ย
แ ต่ ก า ร ป ร ะ ม า ณ ก า ร อุ ป ส ง ค์ ภ า ย ใ น ป ร ะ เ ท ศ โ ด ย ร ว ม ข อ ง ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ จ า ก ส า ห ร่ า ย นั้ น ท า ไ ด้ ย า ก
เนื่ องจากมีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ และมีกลุ่มของผูใช้ท้ งที่ เป็ นการบริ โภคในครัวเรื อน การศึกษา การแพทย์
                                                                    ้ ั
                                                                      12



และอุ ต สาหกรรม ซึ่ งถ้ า จะพิ จ ารณาลงไปในแต่ ล ะกลุ่ ม ของผู ้ ใ ช้ ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ จ ะมี ค วามแตกต่ า งกั น มาก
และส่วนใหญ่จะเป็ นการนาเข้าจากต่างประเทศ
            ผลิตภัณฑ์สาหร่ ายที่ใช้ในครัวเรื อน ส่ วนใหญ่จะนามาบริ โภค ได้แก่ สาหร่ ายที่เก็บจากธรรมชาติ เช่น ไก เทา
สาหร่ ายผมนาง ฯลฯ สาหร่ า ยที่ เ ป็ นอาหารเสริ ม (คลอเรลลา สไปรู ลิ น า ดู น าลิ เ อลลา และสาหร่ า ยอื่ น ๆ)
สาหร่ า ยที่ ใ ช้บ ริ โภคโดยตรงเป็ นขนม หรื อ เป็ นส่ ว นประกอบในอาหาร เช่ น แกงจื ด อาหารจี น และอาหารญี่ ปุ่ น
ส่ วนใหญ่เป็ นจี ฉ่าย Porphyra นอกจากนี้ ยงมีผลิ ตภัณฑ์ที่สกัดได้จากสาหร่ าย เช่ น วุน (agar) และคาร์ ราจี แนน
                                                    ั                                                        ้
(carrageenan) ที่ เ ป็ นส่ ว นประกอบในขนม และอาหารหลายชนิ ด อย่ า งไรก็ ต ามมี ข นมที่ เ ป็ นที่ นิ ย มคื อ
ส า ห ร่ า ย แ ผ่ น ก ร อ บ ที่ ผ ลิ ต แ ล ะ น า เ ข้ า จ า ก ญี่ ปุ่ น จี น แ ล ะ สิ ง ค โ ป ร์ แ ล ะ ข น ม เ ย ล ลี ค า ร์ ร า จี แ น น
ซึ่ ง ช า ว บ้ า น นิ ย ม ซื้ อ จ า ก แ ผ ง ล อ ย ที่ อ า จ มี ก า ร น า เ ข้ า โ ด ย ห ล บ เ ลี่ ย ง ภ า ษี
ท า ใ ห้ ก า ร ป ร ะ ม า ณ ก า ร โ ด ย ดู จ าก ภ า ษี ศุ ล ก า ก ร นั้ น ไ ด้ ข ้ อ มู ล ที่ ต่ า กว่ า ค ว า ม เ ป็ น จ ริ ง ม า ก ตั ว อ ย่ า ง
และราคาของผลิตภัณฑ์ที่มีจาหน่ายในท้องตลาด สารวจจากห้างบิ๊กซี และท็อปซูเปอร์มาร์เก็ต ในเดือนมกราคม 2543




ตารางที่ 1 ตัวอย่างผลิตภัณฑ์จากจีฉ่าย (Porphyra) ที่มีจาหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตในกรุ งเทพฯ
              ผลิตภัณฑ์                                 บริษัทผู้ผลิต                      ้
                                                                                        นาหนัก/ราคาขาย
สาหร่ ายปรุ งรส โอกาซูโนริ           บ.นิโค – นิโค ฟู้ ด จก. สิ งคโปร์               22 บาท
สาหร่ ายสี่ ทะเล                     บ.นิโค – นิโค ฟู้ ด จก. สิ งคโปร์               120 g / 165 บาท
สาหร่ ายนิโค – นิโค โนริ             บ.นิโค – นิโค ฟู้ ด จก. สิ งคโปร์               90 g / 250 บาท
สาหร่ ายปรุ งรส อายิสุเคะโนริ        บ. มารุ สุเนะ เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น           38 บาท
สาหร่ ายปรุ งรส โอกะซูโนริ           บ. อูราชิมา โนริ ประเทศญี่ปุ่น
สาหร่ ายปรุ งรส ไมฮิเมะโนริ          บ. อูราชิมา โนริ ประเทศญี่ปุ่น
สาหร่ ายปรุ งรส อาจิโนริ             บ. ไดอะเมอร์แชนไดส์ จก. (จัดจาหน่าย)            5 g / 10 บาท
สาหร่ ายปรุ งรส โมมิโนริ             บ. ไดอะเมอร์แชนไดส์ จก. (จัดจาหน่าย)            10 g / 10 บาท
สาหร่ ายแผ่นใหญ่ ยาคิซูซิ โนริ       บ. โนริ อิจิ จก. เมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น      22.6 g / 82 บาท
สาหร่ ายแผ่นใหญ่ ยากิซูซิ โนริ       บ. โยชิ คาวาคอร์ โปเรชั่น เมื องโยโกฮามา 20 g / 116 บาท
                                     ประเทศญี่ปุ่น
สาหร่ ายปรุ งรส ซังฮิ                           ุ้
                                     บ. โพลี่ฟดอินดัสตรี เมืองคุนซาน ประเทศจีน 100g / 195 บาท
(Sanhee)
สาหร่ ายปรุ งรสจินกะ                 บ. จุ งซัน อุราชิ มาโนริ จก. เมื องกวางตุ ้ง 100 g / 225 บาท
(Ginga)                              ประเทศจีน
ผงโรยข้าว Nori Goma Furikake Nori Ichi Co. เมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น                 30 g / 183 บาท
                                                                                     (สาหร่ าย 80.5%)
                                                      13



สาหร่ ายทะเลแห้ง                    จากประเทศจี น หจก.ชั ย ชนะมาร์ เก็ ต ติ้ ง    40 g / 46 บาท
                                    จัดจาหน่าย
สาหร่ ายทะเลตรายูงทอง               หจก. ส. กิจวัฒนาฟู้ ดโปรดักส์                 18 g / 17.5 บาท
Dried Porphyra                      บ. ส. กิจวัฒนาฟู้ ด จก.                       60 g / 56 บาท
สาหร่ ายสี เขียวธรรมชาติ            หจก. อุตสาหกรรมอาหารสากลกรุ งศรี อยุธยา       20 g / 23 บาท
(สาหรับทาซูชิ)
สาหร่ ายสี เขียวธรรมชาติ            หจก. อุตสาหกรรมอาหารสากลกรุ งศรี อยุธยา       40 g / 45 บาท
(สาหรับทาแกงจืด)
สาหร่ ายแห้งตราท็อปส์               Heritage Cashew & Food Co. Ltd.               50 g / 40 บาท
สาหร่ ายแผ่นแห้ง                    Heritage Cashew & Food Co. Ltd.               25 กรัม




ตารางที่ 2 ตัวอย่างผลิตภัณฑ์จากสาหร่ ายชนิดอื่น ๆ ที่มีจาหน่ายในซูเปอร์มาเก็ตในกรุ งเทพฯ
              ผลิตภัณฑ์                               บริษัทผู้ผลิต                      ้
                                                                                        นาหนัก/ราคาขาย
สาหร่ าย กิอิ (kii)               บ. กิ อิ ไ ซโซเด็ น โตกุ ชิ ม าเค่ น นารุ โต 20 g / 191 บาท
                                  ประเทศญี่ปุ่น
สาหร่ ายวากาเมะแห้งตราไรเคน       บ. ไรเคน โชกุ ฮิ น โคเงี ย ว เมื อ งโตเกี ย ว 20 g / 199 บาท
                                  ประเทศญี่ปุ่น
สาหร่ ายดาชิคอมบุ                 บ. เออิโต โชคุคิน เมืองโกเบ                        45 g / 181 บาท

                                 ้
ตาราง 3 ตัวอย่างผลิตภัณฑ์จากวุน (agar) ที่มีจาหน่ายในซูเปอร์มาเก็ตในกรุ งเทพฯ
                                     ผลิตภัณฑ์                                        ส่ วนผสม agar
วุนตรานกเงือก หจก. พัฒนาสิ นอินเเตอร์ไพรส์ ถุงบรรจุ 25 กรัม
  ้                                                                                        100%
วุนผงตรานกยูง บริ ษทวุนบริ สุทธิ์ จากัด
        ้            ั ้                                                                   100%
วุนผง พี เอ ซี สาหรับอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงเนื้อเยือ บริ ษทวุนบริ สุทธิ์ จากัด
    ้                                            ่      ั ้                                100%
วุนผงทาขนมตราโทรศัพท์ หจก. เซ้งฮวด จากัด
      ้                                                                                    100%
ขนมเยลลี่อาการ์ผสมน้ าผลไม้ ตราอิมพีเรี ยล                                                 0.7%
ผงวุนกลลิ่นผลไม้ไทยตราโลโบ
          ้                                                                                45%
ผงทาเต้าฮวยเย็นกลิ่นมะลิตราโลโบ                                                             4%

ตาราง 4 ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่มีคาราจีแนนเป็ นส่วนประกอบ ที่มีจาหน่ายในซูเปอร์มาเก็ตในกรุ งเทพฯ
                                                                      14



                                             ผลิตภัณฑ์                                                      ส่ วนผสมคาราจีแนน
ขนมเยลลี่คาราจีแนน ตราอิมพีเรี ยล                                                                                   1%
ขนมเยลลี่คาราจีแนนผสมบุกผง วิตามินซี และวุนมะพร้าว ตราเจเล่
                                             ้                                                                      1%
ขนมเยลลี่คาราจีแนนตราเจเล่                                                                                         1.5%
ขนมเยลลี่คาราจีแนนผสมน้ าผลไม้ตรายูไนเต็ต มอตต้า                                                                  0.45%
ขนมเยลลี่คาราจีแนนตราปี โป้                                                                                         6%
กูรุกรุ ขนมเยลลี่คอนยักกุคาราจีแนนผสมน้ าผลไม้ตรากูรุกรุ
     ู                                                ู                                                           0.75%
ไอศกรี มหวานเย็นกลิ่นผลไม้ตราเปเบโต้                                                                               0.4%
ขนมพุดดิ้งวุนมะพร้าวรสลิ้นจี่ตรายามิ (ผลิตจากประเทศมาเลเซีย)
             ้                                                                                                    0.65%
ขนมเยลลี่ขนมเยลลี่คาราจีแนนผสมวุนมะพร้าวตราไดยาโมโตะ
                                   ้                                                                               1.5%

              ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ จ า ก ส า ห ร่ า ย ส ไ ป รู ลิ น า จ ะ เ ป็ น ที่ รู ้ จั ก กั น ดี ใ น ต ล า ด ข อ ง อ า ห า ร เ ส ริ ม สุ ข ภ า พ
ใ น ปั จ จุ บั น มี จ าห น่ าย ม าก กว่ า 10                ยี่ ห้ อ มี ทั้ ง ที่ ผ ลิ ต ใ น ป ร ะ เ ท ศ แ ล ะ น าเ ข้ า จ าก ต่ าง ป ร ะ เ ท ศ
แต่ ก็ ย ั ง มี ก ารใช้ ส าหร่ ายสไปรู ลิ น าในผลิ ต ภั ณ ฑ์ อื่ น ๆ ที่ เป็ นที่ นิ ยมก็ คื อ ผสมในอาหารปลาเพื่ อ เร่ งสี
ซึ่ งนอกจากใช้ผ สมแล้วยังมี สาหร่ ายผงจาหน่ ายเพื่อนาไปคลุกกับอาหารปลาโดยตรงก่ อนโปรยให้ปลากิ นอี กด้ว ย
ตัวอย่างของผลิตภัณฑ์ที่มีสาหร่ ายสไปรู ลินาแสดงในตารางที่ 4 – 5

ตาราง 5 ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่มีสาหร่ ายสไปรู ลินา (Spirulina) เป็ นส่วนประกอบ
                                 ผลิตภัณฑ์                                                                   ้
                                                                                                           นาหนัก / ราคาขาย
มันฝรั่งทอดกรอบผสมสาหร่ ายเกลียวทอง สไปแน็ค บ.อินเตอร์ เนชันแนล เฮลธ์ฟู้ด
                                                                  ่                                            50 g / 22 บาท
จก. อุดรธานี (ภาพที่ 4 – 2)                                                                              (สาหร่ ายเกลียวทอง 3%)
อาหารปลา Buddy Goldfish Food (protein 34%) มีส่วนผสมของ Spirulina
อาหารปลา C.P. สูตรพิเศษ มีส่วนผสมของ Spirulina
อาหารปลา Osaka บ. โภคภัณฑ์อาหารสัตว์ protein 38% (colour enhancer                                            50 g / 12.5 บาท
(Spirulina) added)
อาหารปลา Hikari Lionhead (protein 46%) Kyorin Food Ind. Ltd.                                                 100 g / 154 บาท
ประเทศญี่ปุ่น ผสม Spirulina
อาหารปลาหางนกยูง Hikari Fancy Guppy (protein 50%) Kyorin Food Ind.                                            22 g / 127 บาท
Ltd. ประเทศญี่ปุ่น (dried seaweed meal)
อาหารปลา Tetra Gold Model, Tetra Werke, Ulrich Baensch GmbH,                                                  80 g / 132 บาท
Germany, (protein 33%) ผสม algae
อาหารปลา Tetra Min, Tetra Werke, Ulrich Baensch GmbH, Germany,                                                20 g / 121 บาท
(protein 45%) ผสม algae meal
                                                         15




ภาพ ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่มีสาหร่ ายเป็ นส่ วนผสมได้รับการพัฒนาออกสู่ ตลาดอย่างต่อเนื่ อง ในภาพเป็ นผลิตภัณฑ์
ของบริ ษทสุพรี เดอร์มที่มีส่วนผสมของสไปรู ลินาที่ผลิตในประเทศไทย
        ั

              น อ ก จ า ก นี้ ปั จ จุ บั น ยั ง มี ก า ร ใ ช้ ส า ห ร่ า ย ใ น ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ เ ค รื่ อ ง ส า อ า ง ค์
โดยโฆษณาว่าเป็ นผลิตภัณฑ์จากสาหร่ ายทะเลธรรมชาติ เพื่อปกป้ องผิว และยังมีการใช้สาหร่ ายผสมในสบู่ และยาสี ฟัน
เช่น ยาสี ฟันแกรนเด้ที่ผลิตโดยบริ ษทภูเก็ตเพิร์ล จากัด ภายใต้ลิขสิ ทธิ์ ของบริ ษทแกรนเด้ (ประเทศไทย) จากัด ที่อางว่า
                                      ั                                         ั                                ้
“ยาสี ฟันสมุนไพรทะเล แกรนเด้ ได้รับการคิดค้นพัฒนา และปรุ งแต่งใหม่ตามเทคโนโลยีล้ าสมัยโดยเภสัชกร และ ดร.
ที่มีชื่อเสี ยงของเยอรมนีร่วมกับภูเก็ตเพิร์ล ที่มีความเชี่ยวชาญด้านสมุนไพรทะเล และอัญมนีไข่มุกนานกว่า 25 ปี …”




         ภาพ      ผลิตภัณฑ์ยาสี ฟันสมุนไพรทะเล (ผสมสาหร่ ายทะเล 3 ชนิด) ผลิตในประเทศไทย



                                               ผลิตภัณฑ์ จากสาหร่ าย
(ALGAL PRODUCTS)

                                                                    ่
         สาหร่ายเป็ นวัตถุดิบของผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์หลายชนิด สารทีสกัดได้ จากสาหร่ายพวก polysaccharides
ที่สาคัญได้ แก่ Alginic acid, Laminarin,Fucoidin,Galactans,Agar,Carrageenin,Xylans และMannans
            ้                                              ้
ส่วนพวกแปง (algal starch) ก็พบได้ บ้างแต่ไม่มาก นอกจากนันสาหร่ายทะเลยังอาจนามาสกัดให้ เกลือแร่ เช่น
                                                         16



Patash,Iodine และ Trace elements หลายชนิด ส่วนพวก Diatom ที่ตายทับถมกันมานานๆ นัน             ้
ก็กลายเป็ นแหล่งของสาร Diatomite
                                                         ั     ่
           ผลิตภัณฑ์ที่ได้ จากสาหร่ายทะเลที่เป็ นที่ร้ ูจกโดยทัวไปและมีการนามาใช้ ในชีวิตประจาวัน
และอุตสาหกรรมอย่างกว้ างขวาง คือ
1. Algal polysaccharides
       1.1 Alginates
       1.2 Laminarin
       1.3 Fucoidin
       1.4 Sulphated Galactans
           1.4.1 Agar
           1.4.2 Carrageenin
       1.5      Xylans
       1.6      Mannans
       1.7      Algal starches
             ่
2. แร่ธาตุตางๆ (Minerals and Elements)
       2.1 Soda and Potash
       2.2 Iodine
       2.3 Trace elements
3. อาหาร
4. เม็ดสี
4. อาหารสัตว์
     ๋
6. ปุย
7.                                                                                                  สารปฏิชีวนะ
8. Diatomite

Algal polysaccharides
           ได้ มีการศึกษาตรวจสอบสารพวก algal polysaccharides ที่พบในสาหร่ายจะอยูในรูปของเมือก สาร Algal
                                                                                   ่
polysaccharides
ที่มีความสาคัญต่อการอุตสาหกรรมมากมาจากสาหร่ายสีน ้าตาล โดยเฉพาะสาร Alginic acid, Laminaran , Fucoidin, Funoran
ส่วนสาหร่ายสีแดงก็มีสารพวก sulphate galactans, Agarและ Carrageenin ส่วนโพลิเมอร์ อื่นๆ เช่น Xylans
,xylomannan ,glucan ,euchueman ,furcellaran ,iridophycan ,odonthalan ,cellulose ,hemicellulose ,pectins
และสารพวก mucilage

         1. Alginates
                                                      17



                                                                                      ่
                     ผู้พบสารนี ้คือ E.C. Stanford ในปี 1883 ในสาหร่ายสีน ้าตาล เมือผสมสารโซเดียมคาร์ บอเนต
และพวก มิเนอรอล กับสารนี ้ จะได้ สารตัวใหม่เกิดขึ ้นเรี ยก “Alginic acid” สารนี ้เป็ นสารผลิตภัณฑ์ผสมของเซลล์
สารalginates และเกลือของกรด alginic นี ้ส่วนใหญ่ได้ จากอุตสาหกรรมของสาหร่าย Kelp
                                           ุ
                     Alginic acid มีคณสมบัติไม่ละลายน ้า แต่มีความสามารถในการดูดซับน ้าได้ มาก เกลือ alginates
ของพวกโลหะหนักเมื่อเปี ยกน ้าจะก่อให้ เกิดสารประเภท plastic แล้ วจะจับตัวแข็งเมื่อทาให้ แห้ ง สาร Alginic acid
                                         ุ
ที่สกัดได้ จากสาหร่ายสีน ้าตาลจะมีคณสมบัติทางเคมีและทางกายภาพ แตกต่างกันตามตาแหน่งของทัลลัส
                           ่ ั
และตามสภาพแวดล้ อมทีมนเจริญเติบโต
                                                            ้       ี
            คุณสมบัติของเกลือ Alginic acid ที่แตกต่างกันนันทาให้ มการประยุกต์ในวงการอุตสาหกรรมทอผ้ า (textile
industry)
                                             ่
มีการทดลองใช้ seaweed rayons ซึงเป็ นสารละลายของ alkalisalt ที่มีความหนืดสูง
สามารถนาไปปั่ นให้ เป็ นเส้ นไหมเทียม ส่วนพวกเส้ นด้ ายที่ได้ ในลาดับหลังสุด ได้ มาจาก sodium alginate
ส่วนการสลายเส้ นใย สามารถทาได้ โดยอาศัยคุณสมบัติของเส้ นด้ ายที่ละลายในสบู่ และโซดา
                        ั                            ้           ่
ส่วนการทาให้ ด้ายมีลกษณะเป็ นขนละเอียดนันก็ทาได้ โดยการเพิม soluble alginate ที่เส้ นด้ ายแล้ วล้ างออกภายหลัง
ผลิตภัณฑ์เส้ นด้ ายมีความคงทนมาก ทาได้ โดยการเติม แคลเซียม หรื อ โซเดียม กับ โครเมียม หรื อ เบลิเลียม ลงไป
  ่
ซึงผลิตภัณฑ์ที่ได้ ในช่วงนี ้จะเป็ นเส้ นด้ ายที่หวีงาย่

         สารพวก alginate ที่ใช้ ในวงการแพทย์มีหลายอย่าง เช่น แม่พิมพ์รอยฟั น ผ้ ากอซ ที่ใช้ ในการห้ ามเลือด

           ด้ วยคุณสมบัติที่ไม่เป็ นพิษ และ คุณสมบัติที่เป็ นคอลลอยด์ สารพวก Alginic acid และ alginate
จึงถูกนาไปใช้ ในอุตสาหกรรมผลิตอาหาร อุตสาหกรรมทาไอศกรีม โดยทาหน้ าทีเ่ ป็ นตัว stabilizer และ creaming
agent
           ในอุตสาหกรรมยา แอลจิเนตจะถูกใช้ เป็ นตัว pharmaceutical emulsion
และใช้ ในการเคลือบยาเม็ดเพื่อทาหน้ าที่ “disintegrant” สารพวกอัลจิเนตนี ้จะขยายตัวเมื่อถูกกับน ้า
     ้
ดังนันในอุตสาหกรรมเครื่ องสาอางจึงใช้ สารตัวนี ้ผสมกับครีมเพื่อทาเป็ นครี มข้ น
                                                                                                  ้
นอกจากนี ้ยังมีการใช้ สารพวกอัลจิเนตเป็ นแผ่นเคลือบกระดาษ เป็ นสารเคลือบในอุตสาหกรรมเครื่ องปั นดินเผา
                      ั ่
สารนี ้ถูกใช้ เป็ นอิมลชันในอุตสาหกรรมผลิตสี

         2.Laminarin
                                        ้                                          ั้
         สารLaminarin ได้ รายงานการพบครังแรกโดย Sahmiedeberg ในปี 1885 สารนี ้มีทงแบบละลายน ้าได้
และแบบไม่ละลายน ้า พวกที่ละลายน ้าส่วนใหญ่ได้ มาจากสาหร่ายสีน ้าตาล เช่น Ascophyllum ,Fucus ,Laminaria
ในปริ มาณสูงถึง 30%ของน ้าหนักแห้ ง

         3.Fucoidin
                           ่                              ่
         เป็ นสารพวกเมือกซึงสกัดได้ จากสาหร่ายสีน ้าตาล ซึงมีปริ มาณกว่า 16%ของน ้าหนักแห้ ง
                                                      18




        4.Sulphated Galactana
                                                                    ่            ั
        พวกสาหร่ายสีแดงจะสังเคราะห์สารพวก galactan sulphate สารในกลุมนี ้ที่ร้ ูจกกันมากคือ agar และ
carrageenin

         4.1 agar
                                                        ุ
         สาหร่ายทะเลหลายพันธุ์ที่เป็ นแหล่งผลิต agar มีคณสมบัติแตกต่างกันบ้ างเล็กน้ อย
  ่
ซึงส่วนใหญ่แล้ วจะสกัดได้ จาก Gelidium
                                                        19



การสกัดเอา agar จะทาได้ โดยใช้ น ้าร้ อนหรื อการต้ ม การล้ างด้ วยน ้าจะทาให้ ได้ agar ถึงสองชนิดคือ agaroid (~60%)
  ่                                                                        ุ
ซึงไม่ละลายในน ้าเย็น แต่ละลายได้ ไม่มีขีดจากัดในน ้าร้ อน และagaroidin มีคณสมบัติละลายน ้าได้ ในน ้าถ้ าผสมกับ
                                  ่                               ่
alcohol 40% agaroid ที่ได้ นี ้อยูในลักษณะผลึก ส่วน agaroidin อยูในลักษณะที่ไม่แน่นอน
           สารพวก agar นี ้ถูกนาไปใช้ อย่างกว้ างขวางในวงการอุตสาหกรรม และการค้ า และการศึกษาเกี่ยวกับ bacteria,
                                                                ั
tissue culture และการสึกษาอื่นๆ สาร agar เพียง 1-2% จะให้ ลกษณะของ Gel ได้ อย่างดี agar เป็ นสารที่ไม่เป็ นพิษ
(non-toxic) จึงถูกนาไปใช้ ในงานอุตสาหกรรมเกี่ยวกับอาหาร เครื่องกระป๋ อง
                                                              ู
           Agar เมื่อผ่านเข้ าไปในกระเพาะของคนเรามันจะไม่ถกย่อยเลย ทางการแพทย์จึงนามาใช้ เป็ นตัว emulsifier
ในยาถ่าย ยาระบาย นอกจากนี ้ยังมีการใช้ agar ในงานอุตสาหกรรมเครื่ องสาอางค์ เครื่ องหนัง อุตสาหกรรมทอผ้ า ใช้ แทน
alginates และ carrageenin ได้ ด้วย
           4.2 Carrageenin
           สารพวก carrageenin            e a           sa aride                    สลับซับซ้ อน
                                                                                       ้       ่ ั
สกัดได้ จากสาหร่ายสีแดง (Rhodophyceae) คุณสมบัติทางกายภาพของ carrageenin นันขึ ้นอยูกบปริ มาณของ Sodium
                                    ่                ่
และ Calcium ที่เป็ นองค์ประกอบ ซึงคุณสมบัติโดยทัวไปคือ สามารถละลายได้ ดีในน ้าเค็ม และคุณสมบัติในการก่อให้ เกิด
gel
                     carrageenin ก็คล้ ายกับการสกัด agar นื่องจากคุณสมบัติทางกายภาพที่คล้ ายคลึงกัน carrageenin
จึงถูกใช้ ในอุตสาหกรรมอย่างกว้ างขวาง ใช้ แทน agar และ alginates ได้ อย่างดี

              5 . Xylans
              สารพวก Xylans ป็ น polysaccharide ที่ให้ เฉพาะ Xylose มื่อมีการ hydrolysis าร Xylans
    ีี ี้เป็ นส่วนประกอบที่สาคัญของผนังเซลล์ของพวกสาหร่าย (Chlorophyceae) เช่นพวก Bryopsis maxima Caulerpa
brachypus C.racemosa Halimeda cuneata Chlorodesmis formosana Pseudodichotomosiphon comstricta,
                                                 ้             ่
Udotea oricutalis ในพวกสาหร่ายสีแดงนันพบ Xylans ยูบ้างใน Rhodymenia palmata
              6. Mannans
              สารพวก Mannans นี ้ได้ จาการสกัด Porphyra umbicalis และ Codium sp. เช่น C.fragile C.latum
C.adhaereus Acetabularia calyculus และ Halicoryne wrightii
              7. Algal starches
                          ่               ่              ้ ้
              ผลิตภัณฑ์สวนใหญ่ที่สะสมอยูในสาหร่ายคือแปง แปงเหล่านี ้เป็ นพวก Amylose และ Amylopectin
  ่                           ้                ุ                    ้       ่      ้
ซึงพบในสาหร่ายสีเขียว แปงจากสาหร่ายนี ้มีคณสมบัติที่เหมือนกับแปงที่มีอยูในพืชชันสูง สารพวก Floridean starch
    ้                                                                                 ้       ้
นันมีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็ น glucose แต่การเรี ยงตัวของ glucose จะแตกต่างจากแปงในพืชชันสูง floridean starch
                                                                 ุ
เป็ นผลิตภัณฑ์จากการสังเคราะห์แสงของสาหร่ายสีแดง สารนี ้มีคณสมบัติเป็ น gelatin ในน ้าร้ อน ส่วนพวก
                                 ้
myxophyceans starch เป็ นแปงที่ได้ จากสาหร่ายสีเขียวแกมน ้าเงิน (Myxophyceae) โดยเฉพาะที่ตาแหน่งของ
paramylum ในสาหร่ายสีน ้าตาลไม่มีรายงานว่าพบแปงเลย     ้

                 ่
         แร่ธาตุตางๆ (Minerals and Elements)
                                                          20



                                           ้                             ่
            สาหร่ายสีน ้าตาลพวก Kelp นันเมื่อเผาแล้ วจะได้ เถ้ า (ash) ซึงเถ้ านี ้เป็ นแหล่งของ Soda
          ้
ยิ่งกว่านันในเซลล์ของสาหร่ายนี ้ยังมี Iodine และ Potash ส่วนพวก ammonia, tar และ charcoal
ก็สามารถเตรียมได้ เช่นกัน
            2.1 Soda and Potash
            ในโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องใช้ Soda และ Potash จะได้ สารสองตัวนี ้จาก algal ash
                        ้
วิธีการสกัดทากันตังแต่ตอนกลางศตวรรษที่ 18 โดยชาวฝรั่งเศสได้ ใช้ วิธีเผาสาหร่ายทะเล (seaweeds) เพื่อเอา ash
สาหร่ายที่ใช้ เป็ นแหล่งของ ash ก็เป็ นพวก Laminaria Focus และ Ascophyllum nodosum
ตามชายฝั่ งมหาสมุทรแปซิฟิก ส่วนใหญ่ทางอเมริ กาเหนือและแคนนาดามี Laminarians เจริ ญอยูมาก เช่นพวก      ่
Macrocystis Nereocystis และ Alaria สาหร่ายพวกนี ้ใช้ เป็ นแหล่งผลิต potassium carbonate ในสาหร่ายพวก
Nereocystis มี potassium carbonate สูงถึง 19% ของน ้าหนักแห้ ง พวก Macrocystis มีสารนี ้สูงถึง 16%
                                                          ั้                                      ั
            การสกัดสารทาได้ โดยนาสาหร่ายที่เก็บมาได้ นนตากให้ แห้ งแล้ วนาไปเผาในเตาที่มีลกษณะเป็ นท่อ (cylindrical
                                                             ่        ่                       ั
kilns) การสกัด Soda และ Potash ทาได้ จาก ash cake ซึงสะสมอยูในเตาเผา ในปั จจุบนนี ้มีการปองกันการสูญเสีย้
Iodine จากการสกัด Soda และ Potash นี ้จึงได้ Iodine เป็ นผลพลอยได้ เพิ่มขี ้นมาอีก สารทัง้ Soda และ Potash
นี ้ถูกนาไปใช้ ในอุตสาหกรรมผลิตสบู่ เครื่ องแก้ ว และสารส้ ม
            2.2 Iodine
                                                                                          ้
            ในปี 1811 Courtois พบธาตุ Iodine ในเถ้ าของสาหร่ายสีน ้าน ้าตาล จากนัน Kelp ถูกที่ใช้ เป็ นแหล่งผลิต Iodine
                      ้
ในสาหร่ายทะเลนันมี Iodine มากกว่าพืชบกกว่า 1,000 เท่า โดยเฉพาะในสาหร่ายสีน ้าตาล ใน Laminariales และ
                          ้
Desmarestiales นันมีปริ มาณของ Iodine สูงกว่าน ้าทะเลถึง 3,000 เท่า Iodine เป็ นส่วนประกอบของน ้าหนักแห้ งถึง 1%
               ่
ธาตุนี ้พบอยูในรูปอิสระ
            วิธีสกัด Iodine ก็จะเริ่ มจากการเก็บเกี่ยวสาหร่ายมาตากแห้ งใน Rotary driers
        ้
จากนันสาหร่ายแห้ งจะถูกนามาเข้ าขบวนการ destructive distillaton หรื อ ขบวนการ Fermentation
  ่                          ุ               ้
ซึงขบวนการเหล่านี ้จะใช้ อณหภูมิต่า เพื่อปองกันการระเหยของ Iodine ส่วนผลพลอยได้ (by-products) ของการสกัด
Iodine ก็คือ Tar, Ammunia และ Charcoal
            2.3 Trace Elements
            สารตระกูล Halogen เช่น Bromine และ Chlorine และอื่นๆ ก็มีมากในสาหร่าย
                                                                 ๋
ได้ มีการใช้ สาหร่ายเป็ นแหล่งของ Trace elements สาหรับทาปุยและอาหารสัตว์มานานแล้ ว ได้ พบธาตุตางๆ เช่น   ่
Copper, Iron, Zince, Cocolt Vanadium, Molyodenum, Manganese, Boron, Aluminium และ Chromium
     ่
อยูในสาหร่ายทะเลในปริ มาณทีเ่ พียงพอที่จะทาให้ เกิดประโยชน์ได้

อาหาร (Human Food)
      ในเขตตะวันออกไกล (Far East) สาหร่ ายทะเลถูกนามาใช้เป็ นอาหารมานานหลายศตวรรษแล้ว ในประเทศญี่ปุ่น
Porphyra ถูกนามาเพื่อใช้ประกอบอาหารในครอบครั ว โดยชาวญี่ ปุ่นจะเก็บรวบรวมนามาตากแห้งในลักษณะแผ่น
สาหร่ ายแห้งซึ่ งเรารู ้ จกในชื่ อของ “ซี ฉ่าย” (asakusa – nori) อาหารที่ ได้จากสาหร่ ายอีกอย่างหนึ่ งชื่ อ Kombu
                          ั
เตรี ยมได้จากสาหร่ ายพวก Laminarians ซึ่งในแต่ละปี จะมีการเก็บเกี่ยวสาหร่ ายมากกว่า 500,000 ตัน อาหารที่ชื่อ wakame
                                                        21



นั้นได้จากสาหร่ าย Undaria pinnatifida, Arame ได้จากสาหร่ ายพวก Eisenia bicyclis, Hijiki ได้จากสาหร่ ายพวก Hijiki
tusiforme และอาหารที่ชื่อ Miru ก็ได้จากสาหร่ ายสี เขียวพวก Codium sp.
     เกาะต่าง ๆ ในมหาสมุทรแปซิ ฟิกมี การใช้สาหร่ ายสี เขี ยว สาหร่ ายสี น้ าตาล และสาหร่ ายสี แดงเป็ นอาหารกันมาก
โดยเฉพาะในฟิ ลิปปิ นส์มีการใช้สาหร่ ายพวก Undaria sp., Surgassum sp. และ Caulerpa sp. เป็ นอาหารกันโดยทัวไป  ่
     ในอเมริ กาใต้ ไ ด้ น าเอา Ulva      และ Durvillea         มาท าเค็ ม ตากแห้ ง เป็ นอาหารเรี ยกว่ า cachiyugo
แต่ในยุโรปมีการใช้สาหร่ ายเป็ นอาหารโดยตรงน้อยมาก




                                                                         ภาพ สาหร่ ายคอมบุ

       สารที่ เป็ นคุ ณค่าทางอาหารที่ ได้จากสาหร่ ายก็มี Carbohydrates, Iodine, Minerals, Vitamins และ Essential
growing factor จากการศึ กษาของ Thacker และ Babcock พบว่า Chlorella pyrenoidosa มี protein สู งถึง 13
                                                                            ้
g.d.w./liter จากการหมักเพียง 12 วัน จากการคานวณการผลิต protein นี้ ใช้ตนทุนเพียง 0.50 US $ ต่อน้ าหนัก 1 ปอนด์
Tamiya รายงานว่า เขาสามารถลดต้น ทุ น การผลิ ต protein จากสาหร่ ายเหลื อ เพี ย ง 26 cent ต่ อ 1 ปอนด์
ซึ่ งถ้ามีการผลิตในระดับอุตสาหกรรมแล้วต้นทุนการผลิตคงลดต่ากว่านี้ ผลิตผลที่ได้จาก Chlorella โดยการหมักแบบปิ ด
จะได้ protein สู งถึง 15.20 g.d.w/m2/day จากการศึกษาต่อ ๆ มาพบว่า Chlorella pyrenoidosa, C. ellipsoida, C.
vulgaris มี protein สู งถึง 40 – 50% ส่ วน Ulva sp. นั้นมี protein ประมาณ 20 – 30% ในสาหร่ ายสี เขียวแกมน้ าเงินพวก
Spirulina maxima มี protein สูง 63 – 68%

    สาหร่ าย                                           (โนริ)                                          ดีต่อสุ ขภาพ

    ส่วนประกอบสาคัญของสาหร่ าย คุณค่าทางโภชนาการ (ต่อ 100 กรัม)

    แคลอรี่                356 แคลลอรี่
    แคลอรี่ จากไขมัน       18 แคลอรี่
    ไขมันรวม               2.0 กรัม
    คลอเรสเตอรอล           22 มิลลิกรัม
    โซเดียม                30 มิลลิกรัม
    คาร์โบไฮเดรท           43.6 กรัม
    เส้นใยอาหาร            9.1 กรัม
    โปรตีน                 40.9 กรัม
                                                        22



    วิตามินเอ              24,000ไมโครกรัม
    วิตามินซี              95 มิลลิกรัม
    แคลเซียม               410 มิลลิกรัม
    เหล็ก                  12.7 มิลลิกรัม

                          เปรี ยบเทียบคุณค่าทางโภชนาการของสาหร่ ายกับอาหารชนิดอื่นๆ

สาหร่ ายที่มาจากทะเลมีคุณค่าคล้ายกับถัวเหลืองเพราะประกอบด้วยโปรตีนกว่า 40%
                                      ่
         สาหร่ าย 40.9 กรัม
         ถัว 35.3 กรัม
            ่
                                                                     ั
     สาหร่ ายประกอบไปด้วยวิตามิ นจานวนมากมาย โดยที่ สาหร่ ายจะมี ลกษณะคล้ายแผ่นสี ดาๆ แต่ประกอบไปด้วย
เส้นใยอาหาร วิตามินและแร่ ธาตุ

    วิตามินเอ มีมากกว่าผักขม 4 เท่า ในอัตราส่วน 100 กรัม
         สาหร่ าย 24,000 ไมโครกรัม
         ผักขม 5,200 ไมโครกรัม
    วิตามินซี มีจานวนเท่ากับมะนาว ในอัตราส่วน 100 กรัม
         สาหร่ าย 90 มิลลิกรัม
         มะนาว 90 มิลลิกรัม
    แคลเซียม มีมากกว่านม 4 เท่า ในอัตราส่วน 100 กรัม
         สาหร่ าย 410 มิลลิกรัม
         มะนาว 100 มิลลิกรัม
    ธาตุเหล็ก มีมากกว่าตับวัว 3 เท่า ในอัตราส่วน 100 กรัม
         สาหร่ าย 12.9 มิลลิกรัม
         มะนาว 4 มิลลิกรัม

                            ส่วนประกอบที่สาคัญของสาหร่ ายจะช่วยป้ องกันโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ
     สาหร่ ายประกอบไปด้วยเส้นใยอาหาร (dietary fiber-PORPHYRAN) โอลิโกซัคคาไรด์ (ORIGO SACCHARIDE)
ที่สามารถช่วยลดความดันโลหิ ตและควบคุมคลอเรสเตอรอล
     สาหร่ ายทะเลประกอบด้วยทัวรี น (TAURINE) ซึ่งมีผลต่อการลดคลอเรสเตอรอลในเลือด
     สาหร่ าย 1.2 เปอร์เซ็นต์
     Octopus 0.52 เปอร์เซ็นต์
      Cuttlefish 0.35 เปอร์เซ็นต์
                                                                          23



                                                                วิธีรับประทานสาหร่ าย

                         ั
      ชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่มกชอบสาหร่ าย วิธีการกินสาหร่ ายคือ

    -ม้วนกับข้าว
    -กินเล่นเป็ นแผ่นๆ
    -โรยบนพาสต้าหรื อโซบะและกินกับสลัด
    วิธีเหล่านี้คือสิ่ งที่ชาวญี่ปุ่นสนุกสนานกับการกินสาหร่ าย วิธีการกินสาหร่ ายที่คนนิ ยมมากที่สุด คือการกินสาหร่ ายกับ
องนิกิลิ (ONIGIRI / ข้าวปั้ น) และมากิซูชิ (MAKIZUSHI)




      สาหร่ าย                                                             (โนริ)                                                            คืออะไร

                                                                         สาหร่ าย

             ั                                                         ั
     ซึ่ งมีลกษณะเหมือนกระดาษแผ่นดาๆเป็ นที่ สงสัยของชาวอเมริ กนว่า สาหร่ ายสามารถนาไปรับประทานได้หรื อไม่
                                                                                    ั
ตั้งแต่เมื่อซู ชิเริ่ มได้รับความ นิ ยมรับประทานกันอย่างแพร่ หลาย จึงทาให้ชาวอเมริ กนส่ วนใหญ่เข้าใจว่าสาหร่ ายคืออะไร
แต่ความเข้าใจเกี่ยวกับสาหร่ ายก็ยงมีไม่มากนัก ดังนั้นจึงได้ รวบรวมข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับสาหร่ ายให้ชาว USA ทราบดังนี้
                                       ั

                                                                         การผลิต

     ส ป อ ร์ ข อ ง ส า ห ร่ า ย ที่ ไ ด้ เ ต รี ย ม ไ ว้ บ น ต า ข่ า ย จ ะ ถู ก ป ล่ อ ย ใ ห้ ล อ ย อ ยู่ ใ น น้ า ท ะ เ ล ที่ ส ะ อ า ด
ในช่ วงต่อระหว่างฤดู ใบใบไม้ร่ว งและฤดู ร้ อนสปอร์ จะเติ บโตอย่างรวด เร็ วโดยอาศัยอาหารในน้ าทะเลและแสงแดด
เติบโตจนกลายเป็ นสายของสาหร่ ายจานวนมาก และจะถูกตัดออกจากตาข่าย นามาทาความสะอาดพร้อม กับบดให้เละ
จ า ก นั้ น จึ ง น า เ ข้ า เ ค รื่ อ ง จั ก ร เ พื่ อ ท า ใ ห้ เ ป็ น แ ผ่ น ย าว ๆ แ ผ่ น ส า ห ร่ าย นี้ จ ะ ถู กน า ไ ป ย่ า ง ห รื อ แ บ่ ง เ ก ร ด
มีการตรวจจับสิ่ งแปลกปลอมอื่นๆที่ปะปน โดยใช้เครื่ องจักรพิเศษและนามาบรรจุต่อไป

                                                                          คุณภาพ
                                                                       24



     สาหร่ ายที่ คุณภาพดี จะมีลกษณะเงา สี ดาเขียวเข้ม และมีกลิ่นหอม ซึ่ งจะมีความนุ่ มและละลายเมื่อนาเข้าไปในปาก
                                   ั
ใ น ท า ง ต ร ง กั น ข้ า ม สา ห ร่ า ย ที่ มี คุ ณ ภ าพ ต่ า จ ะ มี สี เ ขี ย วอ่ อ น ห รื อ เ ห ลื อ ง มี ค วา ม เ ง า แ ล ะ มี ก ลิ่ น น้ อ ย
รวมทั้งมีความหยาบกระด้างเมื่อรับประทาน คุณภาพที่มีความหลากหลายมีการแบ่งถึง 12 เกรด จากราคาต่าสุ ดที่ประมาณ
US$ 0.10 ต่ อ แผ่ น (4.5 บาท) ถึ ง US$ 12 ต่ อ แผ่ น (540 บาท)ในญี่ ปุ่ น สาหร่ า ยที่ มี คุ ณ ภาพดี (เกรดสู ง )
                            ั
จะนามาบรรจุในบรรจุภณฑ์ที่สวยงามและมอบเป็ นของขวัญในโอกาสพิเศษ

                                                                        ประวัติ

      ย้ อ น ไ ป 1 , 3 0 0 ปี ก า ร ผ ลิ ต แ ล ะ ก า ร บ ริ โ ภ ค ส า ห ร่ า ย จ ะ อ ยู่ ใ น รู ป ข อ ง แ ผ่ น แ ห้ ง ห รื อ ย่ า ง
ในการใช้ประโยชน์ จากสาหร่ ายถู กบัน ทึ กเป็ นครั้ งแรกในหนังสื อกฎ หมายเล่ มแรกของญี่ ปุ่น เมื่ อ 701 A.D. "Tariho
Ritsuryo" ซึ่ ง จั ด อ ยู่ ใ น สิ น ค้ า เ ก ษ ต ร ก ร ร ม ที่ ต้ อ ง เ สี ย ภ า ษี เ ป็ น เ ว ล า 1 0 0 ปี
ม า แ ล้ ว ที่ ส า ห ร่ า ย จ ะ ถู ก เ ก็ บ เ กี่ ย ว โ ด ย ธ ร ร ม ช า ติ จ า ก ท ะ เ ล จ น ก ร ะ ทั่ ง ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร มี ม า ก ขึ้ น
เ ก ษ ต ร ก ร จึ ง เ ริ่ ม ห า วิ ธี ที่ จ ะ ป ลู ก ส า ห ร่ า ย ขึ้ น ใ น ข ณ ะ ที่ ป ร ะ เ ท ศ เ ก า ห ลี เ ริ่ ม ท า ฟ า ร์ ม ส า ห ร่ า ย
และญี่ ปุ่ นก็ ใ ห้ ค วามรู ้ ใ นการท าฟาร์ มสาหร่ ายเผยแพร่ ไปยัง ประเทศจี น ปั จจุ บั น นี้ สาหร่ ายจากเกาหลี จี น
แ ล ะ ญี่ ปุ่ น ไ ด้ ส่ ง อ อ ก ไ ป ยั ง ส ห รั ฐ อ เ ม ริ ก า แ ล ะ ใ น อ เ ม ริ ก า ก็ ยั ง ท า ฟ า ร์ ม ส า ห ร่ า ย เ อ ง ด้ ว ย
เพื่อให้เพียงพอต่อความนิยมที่เพิ่มขึ้นในการบริ โภคสาหร่ ายเป็ นอาหาร สุขภาพ

                                                                     สารอาหาร

                                             ั
       สารอาหารที่มีในปริ มาณสูง ที่มกพบในสาหร่ าย ได้แก่ โปรตีน แคลเซียม เหล็ก เส้นใยอาหาร โพแทสเซี ยม แมงกานี ส
ฟอสฟอรั ส ไอโอดี น วิ ต ามิ น เอ วิ ต ามิ น บี 1 วิ ต ามิ น บี 2 วิ ต ามิ น ซี วิ ต ามิ น ดี และวิ ต ามิ น อี สาหร่ ายยัง มี ทั ว ริ น
ซึ่ ง มี เ อ ก สา ร ส นั บ ส นุ น ว่ า ช่ ว ย ล ด ค ล อ เ ร ส เ ต อ ร อ ล ใ น เ ลื อ ด แ ล ะ ไ ม่ มี ไ ข มั น มี กา ร ศึ ก ษ า วิ จั ย ที่ พ บ ว่ า
สาหร่ ายสามารถรั กษาแผลและมะเร็ งในกระเพาะอาหารได้ เป็ นเพราะสาหร่ ายมี สารอาหารที่ ม ากมายและมี รสชาติ ดี
จึงมักถูกเรี ยกว่า พืชผักจากทะเล

                                                                  การใช้ประโยชน์

                                                                              ่
     อาหารมื้อกลางวันง่ายๆสาหรับชาวญี่ปุ่น คือ ข้าวห่อสาหร่ าย ซึ่งมี Plum อยูตรงกลางหรื อเรี ยกในภาษาญี่ปุ่นว่า องนิ กิลิ
(ONIGIRI) สาหรับอาหารเช้า จะตักข้าวแต่พอคาด้วยตะเกียบจากหม้อและห่อด้วยสาหร่ ายปรุ งรสชิ้นเล็กๆ ขนาด 1-1/2 X 2-
1/2 นิ้ว และใช้สาหร่ ายโรยซุปโซบะ ก๋ วยเตี๋ยว และอื่นๆ
                                                            25




    สาหร่ ายคือผักจากทะเลและมีคุณค่าต่อสุขภาพ

      สาหร่ า ย ประกอบด้ว ยคุ ณ ค่ า ทางโภชนาการ ซึ่ งประกอบไปด้ว ยวิ ต ามิ น เกลื อ แร่ แคลเซี ย ม และธาตุ เ หล็ ก
คุ ณ รู ้ ห รื อไม่ ว่ า สาหร่ ายทะเล 3 ชิ้ น มี ป ริ มาณ โปรตี น เท่ า กั บ ไข่ 1 ฟอง โปรตี น นี้ เป็ นโปรตี น จากธรรมชาติ
และทาหน้าที่ลดคลอเรสเตอรอล และ arteriosclerosis สาหร่ ายมีรสชาติที่ดีและเป็ นอาหารสุขภาพที่ได้จากธรรมชาติ

    ส่วนประกอบ               Toasted nori (กรัม)                    Seasoned nori (กรัม)
    ต่อชิ้น                          3.2                            3.6
    น้ า                             0.2                            0.2
    โปรตีน                           1.3                            1.3
    ไขมัน                            0.1                            0.1
    คาร์โบไฮเดรท                     1.3                            1.3
    ไฟเบอร์                          0.1                            0.1
    แคลเซียม                         13                             7
    Phosphorus                       20                             20
    เหล็ก                            0.4                            0.4
    โซเดียม                          4                               77
    โปแตสเซียม                       77                              80
    แคโรทีน                          0.77                            0.77
    วิตามินบี 2                       0.04                          0.04
    วิตามินบี 1                      0.1                            0.1
    วิตามินซี                        3                              3

                                                               ั
                                                    สาหร่ ายดีกบเราทุกคน

                                                                                                  ั
   โดยปกติแล้วสาหร่ ายจะนามารับประทานทั้งในรู ปดิบหรื อต้มเหมือนกับผักทัวไป นอกจากนี้ ยงนามาต้มกับเนื้ อสัตว์
                                                                                  ่
และปรุ ง รสชาติ เ พื่ อ ท าเป็ นซุ ป สาหร่ า ยทะเลเป็ นแหล่ ง อาหารส าคัญ ที่ ป ระกอบไปด้ว ยวิ ต ามิ น เอ และวิ ต ามิ น ซี
                                                                       26



สารอาหารจ าพวกนี้ ส าคั ญ ต่ อ สุ ขภาพของผิ ว หน้ า กระดู ก และฟั น และยั ง ป้ องกั น โรคภั ย ไข้ เ จ็ บ ต่ า งๆ
นอกจากนี้ ยัง เป็ นแหล่ ง อาหารส าคัญ ของวิ ต ามิ น บี และแคลเซี ย ม ซึ่ งร่ า งกายต้อ งการแคลเซี ย มในการเสริ ม สร้ า ง
กระดูกและฟัน

                                                         เรารู ้อะไรเกี่ยวกับสาหร่ ายทะเล

       โ ด ย ป ก ติ ส า ห ร่ า ย ท ะ เ ล จ ะ ไ ม่ เ ติ บ โ ต แ ถ บ ช า ย ฝั่ ง ท ะ เ ล เ พ ร า ะ ว่ า น้ า แ ข็ ง ท า ใ ห้ มั น ห ลุ ด ล่ อ น ไ ด้
ส า ห ร่ า ย อ า จ จ ะ พ บ ใ น ที่ ๆ น้ า เ ย็ น ม า ก จ น เ กื อ บ จ ะ ก ล า ย เ ป็ น น้ า แ ข็ ง
มั น จ ะ ถู ก เ ก็ บ แ ล ะ ใ น ลั ก ษ ณ ะ ดิ บ ห รื อ น า ก ลั บ บ้ า น เ พื่ อ ม า ป ร ะ ก อ บ อ า ห า ร ห รื อ ม า ท า ใ ห้ แ ห้ ง
ส่ ว นมากมั ก จะชอบน ามาต้ ม กั บ เนื้ อสั ต ว์ ใ ห้ เ ป็ นซุ ป บางคนอาจ มองหาวิ ธี ท างที่ ผ ลิ ต และขายสาหร่ ายทะเล
ให้ ค ล้า ยกั บ อาหารทางเหนื อ สาหร่ ายทะเลมี ห ลายชนิ ด ที่ โ ตในแถบอาร์ ค ติ ก ซึ่ งแตกต่ า งกั น เพี ย งเล็ ก น้ อ ยใน
เรื่ องของสารอาหาร

                                                                    คุณรู ้หรื อไม่

     สาหร่ ายทะเลเป็ นแหล่งอาหารที่ สาคัญของวิตามินเอและวิตามินซี วิตามินจะช่วยดูแลรักษาฟัน ผิวหนัง หลอดเลือด
      ่                                                                                                  ้ ั
ให้อยูในสภาพดีและแข็งแรง ทั้งยังสามารถช่วยให้แผลหายเร็ วขึ้น และช่วยให้ร่างกายต่อสูกบโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้
     สาหร่ ายเป็ นแหล่งอาหารสาคัญของแคลเซียม เราต้องการแคลเซียมสาหรับเสริ มสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟัน
     ส า ห ร่ า ย เ ป็ น แ ห ล่ ง อ า ห า ร ส า คั ญ ข อ ง เ ห ล็ ก
เห ล็ ก ช่ วย สร้ าง เ สริ ม เ ลื อ ด ซึ่ ง ไ ห ลเ วี ย น ภาย ใ น ร่ าง กาย ใ ห้ เ ป็ น เ ลื อด ที่ ดี ไ ด้ ท าใ ห้ ร่ าง กาย เ กิ ด พ ลั ง ง าน
และสร้างเสริ มให้ร่างกายเจริ ญเติบโต เลือดที่สมบูรณ์จะทาให้ร่างกายสดชื่นไม่อ่อนล้า
     บริ โภคสาหร่ ายอย่างไร

     สาหร่ ายทะเลอาจจะรับประทานสดหรื อทาเป็ นสลัด
     ส า ห ร่ า ย ท ะ เ ล ส า ม า ร ถ เ ติ ม ล ง ไ ป ต้ ม กั บ เ นื้ อ สั ต ว์ แ ล ะ เ ติ ม เ ก ลื อ เ พื่ อ ท า เ ป็ น ซุ ป ไ ด้
ซึ่งจะทาให้อาหารในแต่ละมือมีคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้นด้วยใส่ลงไปในซุปเนื้อ ทาให้รสชาติดีข้ ึน
     สาหร่ ายทะเลสามารนามาประกอบอาหารกับน้ าและรับประทานเหมือนกับผัก
     สาหร่ ายทะเลทอดเต็มไปด้วยคุณค่าทางอาหารซึ่งทาให้สุขภาพดี
     ผั ด ส า ห ร่ า ย ท ะ เ ล แ ล ะ เ ส ริ์ ฟ กั บ ข้ า ว ร้ อ น ดื่ ม น ม 1 แ ก้ ว ห รื อ น้ า ผ ล ไ ม้ ที่ ไ ม่ เ ติ ม น้ า ต า ล
พร้อมทั้งรับประทานผลไม้เป็ นของหวาน

     สาหร่ าย                                                                                                                อาหารของมนุษย์

   สาหร่ ายเป็ นอาหารพิเศษชนิดหนึ่งที่นิยมมายาวนานในประเทศญี่ปุ่นและประเทศจีนในช่วง 600 ปี ก่อนคริ สตกาล Sze
Teuได้เ ขี ย นในต าราจี น ว่ า สาหร่ า ย เป็ นอาหารที่ เ หมาะสมกับ แขกผู ้มี เ กี ย รติ ร าวกับ ว่า เป็ นอาหารส าหรั บ กษัต ริ ย์
                                                                     27



โ ด ย ใ น ป ร ะ เ ท ศ ญี่ ปุ่ น ส า ห ร่ า ย ท ะ เ ล 2 1 ช นิ ด ไ ด้ ใ ช้ ส า ห รั บ ป รุ ง อ า ห า ร ใ น แ ต่ ล ะ วั น แ ล ะ 6
ชนิดมีการปรุ งอาหารมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 8 สาหร่ ายเมื่อนับรวมแล้วประมาณ 10 % ใช้สาหรับลดความ อ้วน โดยในปี ค.ศ.
1973 มี ก ารบริ โ ภค ประมาณ 3.5 กิ โ ลกรั ม /ครั ว เรื อ น และเพิ่ ม ขึ้ น 20 % ในช่ ว ง 10 ปี (ค.ศ. 1983) ชนิ ด ที่ นิ ย มมี 3
ชนิ ดคื อสาหร่ าย Nori (Porphyra species), Kombu (Laminaria spp) และ Wakame (Undaria spp)
ใ น ก ลุ่ ม ป ร ะ เ ท ศ ซี ก โ ล ก ต ะ วั น ต ก
                                                                                   ่
สาหร่ ายได้รับการกล่าวถึงมากในเรื่ องของการเป็ นอาหารสุ ขภาพและถึงแม้วาจะได้รับความสนใจ ในเรื่ องการนาสาหร่ าย
                                                            ่
มาทาเป็ นอาหารกว่า 20 ปี แล้วก็ตาม แต่ก็ไม่น่าเป็ นไปได้วาการบริ โภคสาหร่ ายทะเลทางโลกตะวันตกจะมีมากกว่าคนญี่ปุ่น

     การกล่าวถึ ง Palmaria Palmata สาหร่ ายสี แดง ได้กล่าวถึ งใน the Iceland Sagas ช่ วงศตวรรษที่ 10 ว่า
เป็ นสาหร่ ายที่กินได้ นิยมในไอร์แลนด์และสก๊อตแลนด์เป็ นเวลานานแล้ว

         Chodrus Crispus (สาหร่ ายทะเลไอริ ส) ได้รับการบันทึ กไว้ว่า สามารถใช้เยียวยารักษาโรคและรักษาสุ ขภาพได้
ซึ่งเริ่ มในต้นศตวรรษที 19 (Mitchell & Guiry 1983) อาจได้รับการบันทึกมาก่อนแต่ไม่มีใครทราบ

   สาหร่ า ยสี แ ดงจ านวนมากนิ ย มบริ โภคในแถบเมดิ เ ตอเรเนี ย นซึ่ งเป็ นแหล่ ง ที่ แ ห้ ง โดยสามารถแก้พ ยาธิ ล าไส้
และใช้เยียวยาให้เกิดสุขภาพดีซ่ ึงเป็ นช่วงเวลา ของก่อนยุคคริ สเตียน (Stein & Borben 1984)

      สาหร่ ายทะเลที่นิยมชนิดแรก ในญี่ปุ่นเรี ยกว่า Kombu และในจีนเรี ยกว่า Haidai หากย้อนกลับไปอย่างน้อยศตวรรษที่
5 ในประเทศจี น (Tseng 1980, 1982) สาหร่ า ยชนิ ด ที่ นิ ย มได้แ ก่ Laminaia Japonica (Laminariales)
แ ต่ ก็ มี ส า ห ร่ า ย อื่ น ๆ อี ก 8 -1 1 ช นิ ด ที่ นิ ย ม ม า ก่ อ น ห น้ า นี้ แ ล้ ว ใ น ป ร ะ เ ท ศ ญี่ ปุ่ น โ ด ย
สา ห ร่ า ย จ ะ น า ม า ท า ใ ห้ แ ห้ ง ห ลั ง จ าก กา ร เ ก็ บ เ กี่ ย ว แ ล ะ ตั ด เ ป็ น แ ผ่ น ห รื อ บ ด เ ป็ น ผ ง ใ น ญี่ ปุ่ น Kombu
ใช้ในการจัดเตรี ยมอาหารกับปลา เนื้อ ซุบและ ใส่ใน ข้าวและผัก Kombu ที่บดเป็ นผงจะได้รับการปรุ งรสด้วยซอสและซุป
หรื อ เติ ม ในข้า วคล้า ยๆเป็ นแกง บางชนิ ด แช่ ใ นน้ า คล้า ยน้ า ชา ในปี 1976 Laminaria จ านวนกว่า 176,000 ตัน
ซึ่งรวบรวมจากป่ าในญี่ปุ่น และประมาณ 22,000 ตัน ได้มาจากการเพาะ

     สาหร่ าย Laminaria ทาการเพาะโดยการคัดเลือกพื้นที่ แห้งบริ เวณชายฝั่ งเทือกเขาเทื อกเขารอกกี้ หรื อตามไหล่ทาง
(Seeding ropes) ในประเทศจี น Laminaria Japonica ได้น าเข้า มาจากประเทศจี น ในช่ ว งศตวรรษที่ 5
จ น ก ร ะ ทั่ ง ป ร ะ ช า ช น ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ จี น ไ ด้ ค ้ น พ บ เ อ ง แ ล ะ ใ น ต้ น ปี 1 9 5 0 ค น จี น เ ริ่ ม เ พ า ะ พั น ธุ์ นี้ โ ด ย
บังเอิญจากการแนะนาของญี่ปุ่น, Dalian ในแม่น้ าเหลือง

    ส า ห ร่ า ย ท ะ เ ล ที่ นิ ย ม ต่ อ ม า คื อ Undaria                Pinnatifida               ( Laminariales)
                                                          ั
นิยมบริ โภคเป็ นอาหารอย่างกว้างขวางในประเทศญี่ปุ่น (รู ้จกในชื่อ Wakame) และในจีน (เรี ยกว่า Qundai-cai)
                                                                       28




     ในประเทศญี่ ปุ่น พัน ธุ์ น้ ี มี ค วามส าคัญ กว่า พัน ธุ์ Laminaria ที่ ให้ท้ ังคุ ณ ค่า อาหารและผลผลิ ต (Tseng 1982)
การเพิ่ ม ขึ้ น ของผลผลิ ต ตามธรรมชาติ ต ามทะเล ลึ ก ในช่ ว งหลายปี รวมทั้ง บริ เ วณหิ น โสโครกที่ มี ก ารเพิ่ ม มากขึ้ น
                                                                                 ้
รวมถึ งในบริ เวณที่ ติดๆกัน การเพาะปลูกแบบไม่เป็ นไปตามธรรมชาติ ตองอาศัยพื้นที่ ที่ กว้าง โดยใช้การแขวนเชื้ อไว้
         ิ
หรื อใช้วธีการที่เรี ยกว่า Sporophylls (ใบไม้พิเศษที่มีเชื้อ)

      ผลผลิตประจาปี จากแหล่งธรรมชาติในปี 1960-1969 ได้ผลผลิตรวม 40,000-60,000 ตัน ส่ วนการเพาะแบบ Rope
มี ม า ตั้ ง แ ต่ 1955                  แ ล ะ ป ลู ก โ ด ย ก า ร ใ ช้ เ ชื้ อ ที่ เ พ า ะ ก า ร เ พ า ะ ที่ ดี เ ลิ ศ ข อ ง พั น ธุ์ ผ ส ม
และลักษณะการปลูกแบบธรรมชาติได้รับการพัฒนาขึ้นในญี่ปุ่น ในปี 1976 มีผลผลิต 20,000 ตัน (น้ าหนักที่ ยงเปี ยก)                               ั
ที่ ไ ด้ ร ว บ ร ว บ ไ ด้ จ า ก แ ห ล่ ง ธ ร ร ม ช า ติ ต า ม ป่ า แ ล ะ ผ ล ผ ลิ ต จ า น ว น 1 2 7 ,0 0 0 ตั น
ไ ด้ จ า ก ก า ร เ พ า ะ ส า ห ร่ า ย แ ล ะ ส า ห ร่ า ย ที่ เ ก็ บ ไ ด้ โ ด ย ก า ร ท า ใ ห้ แ ห้ ง ห ลั ง ผ่ า น ก า ร ล้ า ง น้ า ที่ ส ะ อ า ด
หลัง จากการท าให้เ ปี ยกอี ก ครั้ งเมื่ อ น ามาเติ ม ในซุ ป (ญี่ ปุ่ น นิ ย มซุ ป Wakameเพื่ อ น ามาเสริ์ ฟเป็ นซุ ป ส าหรั บ อาหาร
ใ น ทุ ก ๆ มื้ อ ) ใ ช้ ย่ า ง ( เ รี ย ก ว่ า Yaki-wakame) ท า ใ ห้ เ ปี ย ก อี ก ค รั้ ง เ พี ย ง ค รั้ ง เ ดี ย ว
ต้มกับข้าวและชุบด้วยน้ าตาลและบรรจุใส่กระป๋ อง (เรี ยกว่า Ito-wakame)

     ในจี น Undaria Pinnatifida รวบรวมได้จากแหล่งธรรมชาติ แหล่งหลักๆจะอยู่ตามชายฝั่ งทะเลจี นตะวันออก
แ ล ะ ปั จ จุ บั น จ ะ เ ติ บ โ ต บ ริ เ ว ณ Quingdao        แ ล ะ พื้ น ที่ Dalian              ข อ ง แ ม่ น้ า เ ห ลื อ ง
เป็ นบริ เวณที่ได้รับการย้ายการเพาะมาจากประเทศเกาหลี หรื อบางที่อาจจะเป็ นที่ญี่ปุ่น (Tseng 1982)

                                                                                                        ่
   ในจีน สาหร่ าย Undaria ไม่ได้รับความนิ ยมในการบริ โภคเท่ากับสาหร่ าย Laminaria และการเพาะค่อนข้างจะยุงยาก
ผลผลิตประจาปี ในจีนจะต่า รวมกัน แล้วไม่มากกว่า 100 ตันในแต่ละปี (น้ าหนักที่ทาให้แห้งแล้ว)

                                                            ่
       สาหร่ ายทะเลที่ได้รับความนิ ยมที่สุด คือ NORI อยูใน Porphyra spp. (Bangiophyceae) โดยตั้งแต่ศตวรรษที่ 17
ชาวประมงญี่ปุ่นได้เพาะเลี้ยงในน้ าตื้นบนไม้ ไผ่หรื อเรี ยกว่า Brushwood (Hibi) วิธีการนี้ เป็ นการเพิ่มชั้นของสาหร่ าย
ส าหรั บ ในช่ ว งฤดู ใ บไม้ร่ ว งวิ ธี ก ารเลี้ ยงโดยใช้ Hibi นี้ ได้ มี ก ารย้า ยท าเลการเพาะ เลี้ ยงมาที่ เ ทื อ กเขารอกกี้
                                                     ่                            ้
ซึ่งเป็ นบริ เวณที่มีการเพาะ Porphyra Spores อยูแล้ว ส่วนในช่วงฤดูหนาวได้ยายการเพาะมาในพื้นที่ที่เป็ นทราย
                                                                    29




                         ้
       ในปี 1949 ได้คนพบเส้นใยที่เรี ยกว่า Conchocelis เป็ นช่วงของการเริ่ มต้นของสาหร่ าย Porphyra ยุคของ KM. Drew
Baker นักพฤกษศาสตร์ นาไปสู่ การเพาะแบบไม่เป็ นธรรมชาติ ปี 1977 ในญี่ ปุ่น Porphyra Spp จานวน 300,000
ตันได้ถูกเก็บเกี่ ยว และปริ มาณการผลิ ตก็เพิ่ มขึ้ นสู งขึ้ น 25 % ต่อปี ในช่ วงปี 1970 สาหร่ ายได้ออกนามาขายเป็ นแผ่น ๆ
ซึ่ ง อ า จ น า ม า ย่ า ง ใ ห้ เ ป็ น สี เ ขี ย ว ท า เ ป็ น ฝ อ ย แ ล้ ว เ ติ ม ซ อ ส ป รุ ง ร ส น า ม า เ ติ ม ใ น ซุ ป ห รื อ น้ า แ ก ง
บางครั้งทาให้เปี ยกแล้วนามารับประทาน

     ส า ห ร่ า ย ที่ แ ห้ ง แ ล ะ มี ข น า ด เ ล็ ก มั ก ใ ช้ ห่ อ เ ป็ น Cold rice       balls           ( ข้ า ว ปั้ น )
เป็ นที่ นิยมของชาวญี่ ปุ่นเพื่อกิ นเป็ นอาหารว่างของเด็กในช่ วงกลางวัน สาหร่ ายเป็ น อาหารที่ มีคุณค่า ประกอบไปด้วย
โปรตีนสู งถึง 25-30 % ของสาหร่ ายแห้ง มี วิตามิ นและเกลือแร่ รวมทั้งมี ไอโอดี น และยังประกอบไปด้วยวิตามินซี 1.5
เท่าของส้ม และโปรตีน 75 % คาร์โบไฮเดรทที่มนุษย์สามารถย่อยได้

       ประมาณว่า Porphyra (น้ าหนักเปี ยก 200 ตัน) ที่ ไ ด้รั บ การเก็ บ เกี่ ยวมาตามชายฝั่ งของเวลส์ จนกระทั่ง เร็ ว ๆนี้
มีความวิตกกังวลว่าสาหร่ ายจะได้รับสารพิษ จากโรงงานอุตสาหกรรม บางส่ วนมาจากการได้รับผลกระทบจากนิ วเคลียล์
ซึ่งเป็ นสาเหตุสาคัญของการลดลงของผลผลิตในการเก็บเกี่ยว แต่ปัจจุบนยังคง นามาใช้ทาเป็ นขนมปั ง ที่เรี ยกว่า Laver
                                                                    ั




                                                       ภาพ สาหร่ าย Porphyra

    ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร ข อ ง ส า ห ร่ า ย Porphyra             เ พื่ อ น า ไ ป ท อ ด ใ น ไ ข มั น ห รื อ น้ า มั น
บางทีเป็ นการลดปริ มาณวิตามินและคุณค่าอาหาร และไม่มีการเพาะ Porphyra อย่างไม่เป็ นธรรมชาติในพื้นที่น้ ีอีก

เม็ดสี ต่างๆ (pigment)
                           ่
     ในสาหร่ ายมีเม็ดสี อยูหลายชนิด ส่วนใหญ่ก็เป็ น carotenoids ซึ่งเม็ดสี ตวนี้มีคุณค่าในฐานะที่เป็ น provitamin A
                                                                            ั

อาหารสัตว์ (Fodder)
                                                                      30



      พวกที่อาศัยใกล้ทะเลได้ใช้สาหร่ ายทะเลเป็ นอาหารสาหรับสัตว์นานมาแล้ว โดยเฉพาะการใช้เลี้ยงแกะ ม้า และสัตว์อื่น
ๆ ในยุโรปมี โ รงงานหลายแห่ ง ผลิ ต อาหารสัต ว์จ ากสาหร่ า ยสี น้ าตาลพวก Fucus, Ascophyllum และ Laminaria
    ั
ไก่พนธุ์ไข่ที่เลี้ยงจากอาหารผสมสาหร่ าย ไข่จะมีปริ มาณของ Iodine สูง

ปุ๋ ย (Fertilizer)
       สาหร่ ายชายฝั่ ง ที่ เ ก็ บมาหมักท าปุ๋ ยจะให้ธาตุ Nitrogen และ Potash สู ง แต่ ธาตุ Phosphorus มี ป ริ ม าณต่ า
ปุ๋ ย จ า ก ส า ห ร่ า ย เ ห ม า ะ ส า ห รั บ ดิ น ท ร า ย เ พ ร า ะ ใ น ดิ น ท ร า ย มี Potassium                                    ต่ า ม า ก
                               ั                                                                                ้
และสาหร่ ายจะช่วยให้ลกษณะทางกายภาพของดินทรายมีคุณสมบัติได้เป็ น gelatin ซึ่ งช่วยอุมน้ าไว้ได้ดี ยิ่งกว่านั้น Trace
element ในสาหร่ ายยังจะส่งผลต่อการเจริ ญเติบโตของพืชด้วย
       ก า ร ใ ช้ ส า ห ร่ า ย เ กี่ ย ว กั บ ปุ๋ ย อี ก วิ ธี ห นึ่ ง ก็ คื อ คุ ณ ส ม บั ติ ข อ ง ส า ห ร่ า ย ที่ ส า ม า ร ถ จั บ Nitrogen
จากอากาศได้ โ ดยเฉพาะพวกสาหร่ ายสี เขี ยวแกมน้ าเงิ น (Cyanophyceaes)                                               มากกว่ า 50            ชนิ ด
ในแปลงปลูกข้าวมีการใช้สาหร่ ายพวก Tolyphotrix tenuis ทาให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นถึง 20%

สารพวกปฏิชีวนะ (Antibiotics)
                                                                              ั                                ์
       สาหร่ ายหลายชนิ ดปล่อยสารที่ผลิตได้จากเซลล์ ซึ่ งสารเหล่านี้ ทาหน้าที่ยบยั้งการเจริ ญเติบโตของจุลินทรี ยหลายชนิ ด
และยับ ยั้ง การเจริ ญเติ บ โตของสาหร่ า ยด้ว ยกัน เอง Pratt และคณะ (1940) ได้พ บว่า Chlorella vulgaris
มี คุ ณ สมบั ติ ย ับ ยั้ง การเจริ ญของ bacteria ที่ เ ป็ นเชื้ อ โรคได้ สารพวก Cyanophycin และ Marinamycin
                                                ์                                                      ์
นั้นมีรายงานว่ามีผลยับยั้งการเจริ ญของจุลินทรี ยพวก Dipteria, Typhoid, Paratyphoid และจุลินทรี ยในทางเดินอาหาร
แต่สาร antibiotics จากสาหร่ ายยังไม่มีรายงานถึงผลทางเศรษฐกิจเท่ากับ antibiotics จากพวกเห็ดรา (Fungi)

Diatomite
                                             ์
       สาร diatomite เป็ นสารอนิ นทรี ยของสาหร่ ายที่มี Silica เป็ นองค์ประกอบประมาณ 86 – 88% ลักษณะพิเศษของ
diatomite คือทาให้ระเหยได้เพียง 4% และไม่ไวต่อการทาปฏิ กิริยาทางเคมี Diatom ซึ่ งเป็ นสาหร่ ายพวกสี เหลืองทอง
(Chrysophyceae) ซึ่ ง ตกตะกอนทับ ถมกัน อย่า งมากมาย diatomite earth ถู ก นามาใช้ใ นขบวนการกรอง เช่ น
ในขบวนการทาน้ าตาล (Sugar refinery) ใช้ในอุตสาหกรรมเบี ยร์ ในอุตสาหกรรมทาเหล้าไวน์ และใช้ในการกรอง
antibiotics จาก mycelium ของรา
       ใ น อุ ต ส า ห ก ร ร ม สี แ ล ะ ก า ร ผ ลิ ต ก ร ะ ด า ษ มี ก า ร ใ ช้ diatomite ผ ส ม เ พื่ อ ท า ใ ห้ เ กิ ด ค ว า ม มั น
ใช้เป็ นฉนวนในบริ เวณที่มีความร้อนสูง และใช้เป็ นตัว catalysts ในทางเคมีดวย           ้
       ในอดีตมีการใช้ diatomite กันมากเหมือนกัน เช่น Alfred Nobel ใช้ diatomite ในการดูดซับสาร Nitroglycerin
ทาดินระเบิด
                                                                       31




ลักษณะการใช้ ผลิตภัณฑ์ จากสาหร่ ายทะเล

การใช้ carrageenan
              ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ จ า ก ส า ห ร่ า ย ท ะ เ ล ส่ ว น ใ ห ญ่ ใ ช้ เ ป็ น ส า ร พ ว ก hydrocolloids                     โ ด ย ป ก ติ แ ล้ ว
เราเอาประโยชน์จากคุณสมบัติทางกายภาพของมัน เช่นคุณสมบัติในการเปลี่ยนจากของเหลวเป็ นของกึ่ งแข็ง (gelation)
คุณสมบัติในส่วนของความหนื ด (viscoud behavior) คุณสมบัติในการคงสภาพของอีมลชัน (Stabilization of emulsion)   ั ่
คุ ณ ส มบั ติ ใ น ก าร ค ง ส ภ าพ ข อ ง ส าร แ ข ว น ลอ ย (suspension)                              คุ ณ สม บั ติ ใ น กา ร เ กิ ด ฟ อ ง (foams)
และคุ ณ สมบัติ ใ นการควบคุ ม การเกิ ด ผลึ ก (crystal growth) ส่ ว นความหนื ด ของสารพวก hydrocolloids
                                ั
นี้ ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กบกรรมวิธีในการเตรี ยม แต่โดยทัว ๆ ไปแล้วการเพิ่มอุณหภูมิสูงขึ้น ความหนื ดจะลดลง ส่ วน pH
                                                                      ่
                   ่
ก็ควรจะคงอยูในช่วง 6 และ 7 ความหนืดของสาร carrageenan และ hydrocolloids
              สาร carrageenan ที่สกัดออกมานี้ ถูกนามาใช้ในกิจการอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น โลชันทาผิว mineral emulsion    ่
chocolate milk cream stabilizers ยาสี ฟัน ยาน้ าเชื่อมแก้ไอ ขนมพุดดิ้ง ice cream stabilizers ฯลฯ สาร carrageenan
ที่ เ ติ ม น้ า เ ก ลื อ โ ป แ ต ส เ ซี ย ม ใ ช้ ใ น ก า ร ท า น้ า เ ชื่ อ ม ข อ ง ไ อ ศ ก รี ม แ ล ะ ใ ช้ ใ น กิ จ ก า ร เ ภ สั ช ก ร ร ม คื อ
การนามาใช้เป็ นตัวประสานยาเม็ด
              ในโรงงานทอผ้ า สาร carrageenan                            เข้ ม ข้ น 5%          ถู ก น ามาใช้ เ พื่ อ ให้ ส ารเกิ ด การเกาะกั น
                                                                                   ้ ั
และใช้ในการทาให้สารแข็งตัว โดยสาร carrageenan จะทาให้ผามีลกษณะอ่อนนิ่ม เป็ นมัน ในส่ วนผิวที่จะพิมพ์ลายลงไป
ในอุตสาหกรรมเครื่ องหนัง สาร carrageenan จะทาให้ผิวหนังแข็ง และมีความเป็ นมัน กรรมวิธีพ้ืนฐานก็คือ นาเอาสาร
carrageenan มาหลอมแล้วใช้แปรงจุ่มสารทาลงไปในผิวของเครื่ องหนัง จากนั้นจึงทาการขัดด้วยแท่งแก้ว
              น อ ก จ า ก จ ะ มี ก า ร ใ ช้ ใ น อุ ต ส า ห ก ร ร ม ผ ลิ ต ย า สี ฟั น แ ล ะ โ ล ชั่ น ท า ผิ ว แ ล้ ว carrageenan
ยั ง ถู ก น า ม า ผ ส ม ใ น ส บู่ ส า ห รั บ โ ก น ห น ว ด ค รี ม ท า ผ ม ท า ง ก า ร ค้ า carrageenan
ถูกแบ่งออกเป็ นสามระดับตามความบริ สุทธิ์ คือ “ arrag een natura e” “ arrag een de uratune” และ “ arrag een
e e tum                   a bissimum”                ใ น ทั้ ง ส า ม ร ะ ดั บ นี้ carragheen                  electum               albissimum
มีความบริ สุทธิ์มากที่สุดจึงถูกนามาใช้เป็ นตัว emulsifier ในเภสัชอุตสาหกรรม ซึ่ งในวงการนี้ ใช้ในการเตรี ยม Decoctum
chondri                    ยิ่ ง ก ว่ า นั้ น carrageenan                  ยั ง ถู ก น า ม า ผ ส ม กั บ ย า ป ฏิ ชี ว น ะ (Chlortetracycline)
เพื่อทาให้ยาปฏิชีวนะแทรกเข้าไปในน้ าแข็งเพื่อการเก็บรักษาปลาสดในเรื อประมง
              carrageenan นี้ส่วนใหญ่สกัดจากสาหร่ ายสี แดงพวก Condrus spp. และ Gigartina spp.

การใช้ Furcellaran
          สาร Furcellaran นี้ ส่ ว นใหญ่ แ ล้ว สกัด จาก Furcellaria fastigiata สารนี้ ค ้น พบครั้ งแรกโดยช่ างทาผม
                                                                                   ั
เขาพยายามหาสารเหลวเพื่อรั กษาผมให้เป็ นคลื่นอย่างถาวร ช่างทาผมเริ่ มผลิ ตสารที่ มีลกษณะเหนี ยวจากสาหร่ ายทะเล
(seaweed) การเตรี ยมตอนแรก ๆ ก็ทาโดยนาเอาสาหร่ ายทะเลมาล้างด้วยน้ าจืดแล้วแช่ไว้ในสารละลายด่างนาน 2 – 3
สั ป ดาห์ จากนั้ นจึ งน าสาหร่ ายทะเลมาต้ ม ด้ ว ยน้ าเพื่ อ สกั ด เอา Furcellaran        ออก เมื่ อ ผ่ า นการกรอง
                                                                       32



หรื อผ่ า นการเติ ม เกลื อ โปแตสเซี ย มลงไป สารสกั ด ได้จ ะเกิ ด เป็ นลัก ษณะของสารกึ่ งแข็ ง (gel) จากนั้ น gel
จะถูกนาไปทาให้เย็นจนแข็ง (frozen) แล้ว ทิ้ งให้ละลายแล้วเพิ่มแรงกดอัดเพื่อขับ เอาน้ า และสารที่ ไม่ตอ งการออก         ้
                                                                                          
             ั
สารที่ ได้ข้ นสุ ดท้ายจะถูกทาให้แห้งเป็ นผง สารตัวนี้ ละลายได้ในน้ าที่ อุณหภูมิ 75 C ผลิตภัณฑ์หลักของ Furcellaran
จะอยู่ ใ นรู ปของ sulphated           polysaccharide          Furcellaran            ซึ่ งมี ค วามคล้ า ยคลึ ง กั บ carrageenan
ผลิตภัณฑ์น้ ีจึงใช้ได้คล้ายคลึงกันกับ carrageenan ส่วนใหญ่แล้ว Furcellaran จะถูกนามาใช้ในการผลิตอาหารพวก jams
และ jellies          เพราะมั น จะไปป้ องกั น ไม่ ใ ห้ มี ก ารเดื อ ดเกิ ด ขึ้ นคล้ า ย          ๆ กั บ การใช้ ส ารพวก pectins
ขบวนการโดยทัวไปในการใช้ Furcellaran ในอุตสาหกรรมทา jams หรื อ jellies
                  ่

การใช้ Funoran
            ในญี่ปุ่นมีสาหร่ ายทะเลที่ให้สารพวกกาว (Seaweed glue) เรี ยกว่า Funori ซึ่ งสารนี้ ใช้ในการติดตั้งวัตถุต่าง ๆ
และติ ดกระดาษ เส้นใย เสื้ อ ผ้า ในจี น เรี ยกว่า Hailo มี การใช้เ ช่ นเดี ยวกับในญี่ ปุ่น ฉะนั้นคาว่า Funori จึ งหมายถึ ง
กาวที่ ท าจากสาหร่ า ยทะเล นั่ น คื อ สารที่ ท าให้ เ ส้ น ใยเกิ ด การแข็ ง ตัว สารตัว นี้ ตอนหลัง จึ ง ให้ ชื่ อ ใหม่ ว่ า Funoran
              ั ่                                         ่
สารตัวนี้ไม่จดอยูในกลุ่มเดียวกับ carrageenan แม้วาองค์ประกอบทางเคมีจะคล้ายคลึงกัน
            แหล่งของ Funoran ก็คือสาหร่ ายสี แดง Gloiopeltis furcata ภาษาญี่ปุ่นเรี ยก Funori หรื อ Fukoro – funori
ส่วนสาหร่ ายอื่นที่ใช้เป็ นแหล่ง Funoran ได้ก็คือ G. tenax (Ma – funori) และ G. complanata (Hana – funori)
            กรรมวิธีในการเตรี ยม ส่ วนใหญ่ก็จะเก็บเกี่ ยวสาหร่ ายมาตากแห้ง แล้วทาความสะอาดด้วยน้ าแล้วแช่ไว้ในน้ าจื ด
หรื อ อาจจะท าให้ อ่ อ นนิ่ ม ด้ว ยไอน้ า จากนั้น จึ ง น ามากระจายบาง ๆ บนถาด หรื อ เสื่ อ หากเป็ นสาหร่ า ยที่ Thallus
ข น า ด ใ ห ญ่ อ ย่ า ง เ ช่ น Grateloupia                                                 จ ะ ต้ อ ง น า ม า หั่ น ก่ อ น
ระยะที่ ตากแห้งเพื่ อป้ องกันการม้วนงอของสาหร่ ายจะต้องมี การพ่นละอองน้ า อยู่เรื่ อย ๆ จากนั้นสาหร่ ายจะมี สีซี ด
เมื่อสี ซีดพอก็ทิ้งให้แห้งแล้วจัดเข้าหี บห่อส่งออกสู่ตลาด

การใช้ Agar – agar (วุน)    ้
           Agar – agar เป็ นชื่อของผลิตภัณฑ์ที่มาจากยุโรป แหล่งของสาร Agar – agar ส่ วนใหญ่ก็มาจากสาหร่ ายสี แดง
Gracilaria spp. ในญี่ปุ่นใช้สาหร่ ายสี แดงพวก Gelidium spp. ส่วนในแถบแหลมมลายูใช้สาหร่ ายสี แดงพวก Eucheuma
spp. จะเป็ น agar – agar จากแหล่งใดก็ตามเราอาจจะเรี ยกรวมๆ ว่า gelose ซึ่ง gelose หรื อสาหร่ ายที่ให้ agar – agar
           วุ ้น (agar)             นี้ มี ก ารน ามาใช้ อ ย่ า งมากมายหลายรู ปแบบ แต่ ล ั ก ษณะการใช้ ที่ ส าคั ญ ที่ สุ ดก็ คื อ
ใ น การ เ พ า ะ เ ลี้ ย ง แ บ ค ที เ รี ย แ ล ะ ร า ทั้ ง นี้ เ พ ร าะ เ มื่ อ มี การ ผ สม สาร อ า ห าร เ พ าะ เ ลี้ ย ง ล ง ไ ป ใ น วุ ้ น แ ล้ ว
มันจะมีการจัดตัวในสถานะกึ่งแข็ง พวกแบคทีเรี ย และราก็สามารถเจริ ญเติบโตได้
                                                                                  ้ ุ้
           ยังมีผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอีกมากมายหลายรู ปแบบที่ตองมีวนเป็ นส่วนผสมตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงผสมอย่างมาก
                                  ้                                                                                        ้
มาย จุ ด หลอมเหลวของวุน เป็ นคุ ณ สมบัติ ป ระจ าตั ว ที่ ส าคัญ ที่ สุ ด พอจะยกตัว อย่า งให้ เ ห็ น เช่ น วุน เลี้ ย งแบคที เ รี ย
                                                                                            
(Bacteriologocal agar) จะคงอยู่ใ นสถานะของเหลวที่ อุ ณ หภู มิ 42 C ในช่ ว งอุ ณ หภู มิ น้ ี แบคที เ รี ย ไม่ ต าย
จึงทาให้แบคทีเรี ยสามารถแพร่ กระจายอยู่ในวุนนั้นได้ พออุณหภูมิลดต่ าลงถึง 32C วุนนั้นก็จะจัดอยู่ในสถานะกึ่งแข็ง
                                                         ้                                             ้
(gel) ซึ่งที่อุณหภูมิน้ ีเองก็เป็ นจุดที่แบคทีเรี ย และราสามารถเจริ ญได้ดี
                                                                      33



                                                                ้
                 คุณสมบัติที่สาคัญอีกอย่างหนึ่ งของวุนก็คือ ต่อต้านการเปลี่ยนกลับไปเป็ นของเหลว (resist to liquefaction)
                                                                            ่
ตัวอย่างเช่น มีแบคทีเรี ยหลายเผ่าพันธุ์ที่เปลี่ยนสารเลี้ยงที่อยูในสถานะแข็ง เช่น gelatine ให้กลายเป็ นของเหลว
                 นอกจากงานเพาะเลี้ ยงแบคที เ รี ย และราแล้ว วุ ้น ยัง ถู ก น ามาใช้ใ นการขนส่ ง ปลาที่ ป รุ ง สุ ก แล้ว นั่ น คื อ
วุ ้น จะป้ องกัน ไม่ ใ ห้ เ นื้ อ ปลาแตกออก ในปี 1958 ชาวญี่ ปุ่ นใช้วุ ้น ในการท าปลาทู น่ า กระป๋ อง นอกจากนั้ น
    ้
วุนยังป้ องกันการเกิดสี ดาเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในอาหารกระป๋ องอีกด้วย
                                                           ุ้                                        ้
                 ในอุตสาหกรรมอย่างอื่น ๆ ที่ ใช้วนก็มีอีกเช่น อุตสาหกรรมทอผ้า วุนจะทาหน้าที่ ประสานให้เส้นใยเกาะตัวกัน
แ ต่ จ ะ ต้ อ ง เ ป็ น วุ ้ น คุ ณ ภ า พ ดี ม า ก ใ น อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท อ ผ้ า ไ ห ม จ ะ มี ก า ร ใ ช้ วุ ้ น อ ย่ า ง ดี
             ้                                                         ้
เพราะวุนจะทาให้ความมันของเส้น ไหมไม่ถูกทาลาย วุนคุณภาพดี ที่สุดของญี่ปุ่นนั้นสกัดมาจาก Chodrus spp. และ
                              ้
Gigartina spp. ส่วนวุนคุณภาพเลวก็จะใช้ในการเคลือบกระดาษเพื่อป้ องกันน้ า
                 ปร ะ โ ยชน์ อ ย่ า ง อื่ น ขอ ง วุ ้ น ก็ คื อ การ ใ ช้ เ ป็ น ตั ว หล่ อ ลื่ นใ น การดึ ง ล วด ทั ง สะเ ต น ร้ อน            ๆ
ให้เป็ นเส้นเพื่อทาหลอดไฟฟ้ า ซึ่งในขบวนการนี้จะมีการนาเอาผงกราไฟท์มาละลายในวุนแข็ง ในอุตสาหกรรมถ่ายภาพนั้น ้
      ้                                                       ั                                               ้
วุนจะถูกนามาใช้ในการทาแผ่นฟิ ล์ม และใช้กบแผ่นกระดาษอัดรู ป ที่เป็ นเช่นนี้ เพราะวุนจะเป็ นสารหลักให้เคมีสารอื่นๆ
เกาะอยู่ และเมื่อนาไปฉาบบนแผ่นฟิ ล์ม หรื อกระดาษจึ งมีความบางมาก พอดาเนิ นการล้าง (developing) สารต่าง ๆ
                                ่ ั                                                             ้
จะหลุดออกบ้างเกาะอยูกบบ้างแล้วแต่คุณสมบัติทางเคมีของสาร ยิงกว่านั้นวุนยังถูกนามาใช้ในขบวนการขัดมันเครื่ องหนัง
                                                                                    ่
                                                                                      ุ้
เพื่อให้เกิดความมัน และเกิ ดความแข็งตัวของผิวเครื่ องหนัง บางทีวนก็ถูกนามาเป็ นองค์ประกอบของกาวอย่างดี (high –
grade adhesive) เช่ น กาวที่ ใ ช้ใ นอุ ต สาหกรรมไม้อ ัด ในอุ ต สาหกรรมอาหารก็ มี ก ารใช้วุน ท าเจลลี่ ผ ลไม้                   ้
               ้
เพราะวุนมี ราคาถูกกว่าเจลาติ น และการจัดตัวก็ดีกว่าอี กด้วย ในยุโรป และอเมริ กาใช้วุนเป็ นสารทาให้ไอศกรี มทรงตัว  ้
(thickening agent)
                                                                                         ้
                 ในอุตสาหกรรมทาเบี ยร์ ทาเหล้าในประเทศตะวันตก ใช้วุนเป็ นสารเพื่อการทาความใส (Clarifying agent)
ยิ่ ง กว่ า นั้ นยั ง มี ก ารน ามาใช้ ท าสี รองพื้ นส าหรั บ รองเท้ า สบู่ โ กนหนวด เครื่ อง ส าอาง                               โลชั่ น ทาผิ ว
แ ล ะ ตั ว ค ง ส ภ า พ ใ น เ ค รื่ อ ง ดื่ ม พ ว ก ช็ อ ค โ ก แ ล ต ใ น ส มั ย ส ง ค ร า ม มี ก า ร ใ ช้ วุ ้ น ใ น ก า ร ท า บ า ด แ ผ ล
เพราะวุ ้น สามารถช่ ว ยให้ เ ลื อ ดแข็ ง ตั ว และช่ ว ยท าให้ แ ผลสะอาด ในวงการทั น ตกรรม สารที่ ชื่ อ Dentocoll
                           ้                                                                                    ั
ก็คือส่วนผสมของวุน สารตัวนี้ใช้ในการทาแผ่นเหงือกเทียม เพื่อให้ฟันเทียมยึด แต่ปัจจุบนนี้ เขาใช้สาร alginates แทนวุน                             ้
ป ร ะ โ ย ช น์ อ ย่ า ง อื่ น ข อ ง วุ ้ น ก็ คื อ ใ ช้ เ ป็ น ตั ว ก ร ะ ตุ ้ น ส า ร นิ โ ค ติ น ที่ เ ป็ น ย า ฆ่ า แ ม ล ง ข อ ง ช า ว ส ว น
เ พื่ อ ช่ ว ย ใ ห้ ย า ฆ่ า แ ม ล ง แ พ ร่ ก ร ะ จ า ย ไ ด้ ดี เ ว ล า พ่ น เ ป็ น ล ะ อ อ ง ใ น ก า ร ห ล่ อ รู ป ปั้ น ปู น ป ล า ส เ ต อ ร์
วุ ้ น จ ะ ถู ก น า ไ ป ใ ช้ ท า เ ค ลื อ บ โ ค ร ง ส ร้ า ง ต้ น แ บ บ เ พื่ อ ป้ อ ง กั น ปู น ป ล า ส เ ต อ ร์ เ ก า ะ แ ม่ พิ ม พ์
วุ ้ น ยั ง สามารถเป็ นวั ต ถุ ดิ บในการสั ง เคราะห์ ส าร linoleum                                คื อ สารที่ ท าหนั ง เที ยม และไหมเที ยม
วั ส ดุ ฉ น ว น ป้ อ ง กั น ค ว า ม ร้ อ น ป้ อ ง กั น เ สี ย ง วุ ้ น ใ ช้ เ ป็ น ส่ ว น ผ ส ม ข อ ง สี ท า วั ส ดุ ที่ อ ยู่ ใ น น้ า
          ้
และวุนยังถูกนามาใช้ในอุตสาหกรรมทาแบตเตอรี่ สาหรับเรื อดาน้ า

การใช้สาร Algin และ Alginates
        ในตอนแรก            ๆ นั้ น สาร Algin      ที่ บ ริ สุ ทธิ์ อย่ า งเดี ย วนั้ นไม่ ไ ด้ มี คุ ณ ค่ า ต่ อ การใช้ ส อยเลย
นอกจากจะใช้บอกองค์ประกอบทางเคมี เท่ านั้น แต่ต่อมาบทบาทของ Alginic acid กลับมามีความสาคัญอย่างมาก
จากกรรมวิธีในการเตรี ยมต่าง ๆ กันนั้น จะทาให้ alginic acid มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เกลือของกรด alginic เช่น
                                                                       34



พ ว ก โ ซ เ ดี ย ม โ ป แ ต ส เ ซี ย ม แ ล ะ แ ม ก นี เ ซี ย ม ส า ม า ร ถ ล ะ ล า ย ไ ด้ อ ย่ า ง ดี ใ น น้ า
แล้วมีคุณสมบัติทาให้สารละลายมีความหนืดเพิ่มขึ้น
             การใช้กรดแอลจี นิคนั้น ส่ วนใหญ่จะอยู่ในรู ปของเกลื อของกรดพวกเกลื อของกรดแอลจี นิคที่ ละลายได้ในน้ า
โดยเฉพาะ Sodium salt นั้น ถู กน ามาใช้ใ นอุต สาหกรรมทอผ้า เพราะมัน มี คุ ณ สมบัติใ นการทาให้เ ส้นใยเป็ นมัน
                                                                                                 ั
และมีการจัดเรี ยงตัวอย่างเรี ยบร้อย สารเคมี Sodium ammonium salt หรื อที่รู้จกกันในชื่อของ Norgine ผลิตโดยบริ ษท                               ั
Norgine Company ในประเทศโบฮีเมีย ถือกันว่า เป็ นเกลื อของกรดแอลจี นิคที่ ดีที่สุดสาหรับอุตสาหกรรมทอผ้า ใช้
Norgine ละลายน้ าเพียง 0.5 หรื อ 1% ก็จะทาให้เส้นใยอ่อนนิ่ม สางง่าย
             ส่ วน soluble alkali salts ก็สามารถนามาใช้ในการช่วยการทรงตัวของสาร (Thickening) เช่น ในการพิมพ์ผา                                   ้
และในการทาให้เส้นด้ายแข็งตัว และยังช่วยในการประสานตัวของเส้นด้ายที่ ใช้ในการทอ จากคุณสมบัติที่ alkali salts
แสดงออกในทางการประสาน (cementing)                                     และการอุ ด (filling)             นี้ มั น ถู ก น ามาใช้ ใ นการเคลื อ บ
และยึ ด เกาะของเยื่ อ กระดาษในโรงงานกระดาษ และโรงงานการ์ ด บอร์ ด ส่ ว นคุ ณ สมบัติ ข อง Soluble salts
ในด้า นประสานนั้ นได้มี ก ารน ามาใช้ใ นการผลิ ต ถ่ า นแท่ ง โดยเฉพาะที่ ท ามาจากถ่ า นหิ น สี น้ าตาล หรื อลิ ก ไนท์
ในอุตสาหกรรมทาถ่านแท่ง (Briquettes) ใช้ soluble salts ของแอลจี นิคเพียง 2.5% ก็เพียงพอที่ เป็ นตัวประสานได้
ส่ วนการนาไปใช้ในอุตสาหกรรมอย่างอื่น ๆ ก็จะขึ้ นอยู่กับพลังในการก่ อให้เกิ ดสารอี มลชัน (emulsifying power)     ั
ของเกลือ เช่น ในกรณี ของอุตสาหกรรมทาสี พวก casein emulsion paints จะใช้เกลือนี้มาเตรี ยมผลิตภัณฑ์ของ tar, petrol
                                              ่
น้ ามัน และสารตัวอื่น ๆ ให้ละลายอยูในน้ าได้ จากคุณสมบัติของการทาให้เกิดสารแขวนลอย (Suspending properties)
สาร sodium algenate จึงถูกนามาใช้ประกอบในอุตสาหกรรมผลิตสารชนิดต่าง ๆ เช่น ยาเพนิซิลลิน น้ ามันขัดเงารถยนต์ สี
เครื่ องสาอาง ยาฆ่าแมลง และสารเภสัชกรรม
             เมื่ อ Soluble        salts          ถู ก ท าให้ เ ป็ น insoluble        salts        สารที่ มี ล ัก ษณะไม่ ล ะลายน้ าที่ ไ ด้ น้ ี
                                                ้
จะสามารถใช้ใ นการเตรี ยมสิ่ งที่ ไม่ตองการให้เปี ยกน้ า (water proof) เช่ น ผ้าเต้นท์ ผ้าใบหลังคารถยนต์ สารพวก
ammonium aluminium alginate ถู ก น ามาใช้ใ นการเคลื อ บผ้า เต้น ท์ ม าก เพราะมัน มี คุ ณ สมบัติ ที่ ส าคัญ คื อ
เมื่อสารนี้ แห้งจะไม่ละลายน้ า และคุณสมบัติสาคัญอีกอย่างของ insoluble salts คือ การม้วนงอได้ง่าย เมื่อถูกความชื้ น
มันจึงถูกนามาใช้ในการเตรี ยมพลาสติก เส้นใยของยาง (vulcanite fiber) หนังเทียม การใช้อย่างอื่น ๆ ที่พอเห็นได้อีกก็คือ
การทาให้สารละลายน้ าตาลมีความใส และการทาน้ าแร่ ให้ใส สารพวก copper algenate และ mercury algenate
เป็ นองค์ ป ระกอบที่ ส าคัญ ของสี ที่ ใ ช้ ท าวัส ดุ ที่ ต ้อ งอยู่ ใ นน้ าทะเล เพราะคุ ณ สมบัติ ข องสารตัว นี้ ที่ ไ ม่ ล ะลายน้ า
ส า ร ที่ เ ป็ น พ ว ก เ ก ลื อ ข อ ง โ ล ห ะ ห นั ก ทั้ ง ห ล า ย ที่ ไ ม่ ล ะ ล า ย น้ า นี้ ส า ม า ร ถ ล ะ ล า ย ไ ด้ ดี ใ น แ อ ม โ ม เ นี ย
ซึ่ งเมื่อมีการทาให้ของเหลวระเหยไปแล้ว ส่ วนที่ เหลือลักษณะเป็ นแผ่นจะมีคุณสมบัติในการป้ องกันน้ า (water proof)
ฉะนั้นคุ ณสมบัติอ ันนี้ จึ ง สามารถนามาใช้เป็ นสารเพื่อ การขัดเงา (vanish) ในฝรั่ งเศสมี การใช้ copper algenate
ที่ละลายในแอมโมเนียเพื่อรักษาไม้
             ประโยชน์ที่สาคัญมากอีกอย่างของ algin โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริ กา คือ การใช้เป็ นตัวคงสภาพ (stabilizer)
เ พื่ อ ท า ใ ห้ ไ อ ศ ก รี ม มี ค ว า ม นิ่ ม น ว ล แ ล ะ ป้ อ ง กั น ก า ร เ กิ ด ผ ลึ ก ห ย า บ กั บ ไ อ ศ ก รี ม น อ ก จ า ก นี้ algin
                    ั
ยังถูกนามาใช้กบผลิตภัณฑ์นม หากจะนาเอา algin มาใช้เพื่อเป็ นตัว Stabilizer มันจะต้องอยูในสภาพของ alkali solution   ่
                ่                                        ่
เพราะเหตุวา หากเป็ น acid solution มันจะอยูในสถานะกึ่งแข็ง (gel)
                                                                   35



             ก า ร ใ ช้ algin                  ที่ ส า คั ญ อี ก อ ย่ า ง ก็ คื อ ก า ร ท า ใ ห้ น้ า ย า ง มี ลั ก ษ ณ ะ เ ป็ น ค รี ม
และทาให้น้ ายางคงสภาพในอุตสาหกรรมผลิ ตยางจากยางธรรมชาติ สารที่ เหมาะที่ สุ ดสาหรั บการนี้ ก็คือ ammonium
alginate
             สารพวก calcium salt ที่ ไ ม่ล ะลายน้ า จะมี ล ักษณะเป็ นสารกึ่ งแข็ง (gel) และเป็ นแผ่น บาง ๆ (film)
หากสารละลายนี้ มี ก รด tannic เพี ย งเล็ ก น้อ ยผสมอยู่แ ล้ว คนอย่า งแรง ๆ ของผสมที่ ไ ด้จ ะอยู่ใ นรู ป อี ม ัล ชั่น
                                                                       ั
ซึ่ งสามารถนามาใช้ในการขัดผิวแก้วได้ เพราะสารจะมี ลกษณะเป็ นแผ่นโปร่ งแสงคล้ายกับ cellophane แผ่นบาง ๆ
ที่ เ ตรี ย มได้จ ากของผสมนี้ มี ร าคาถู ก และเกื อ บไม่ ติ ด ไฟ ไม่ ก รอบเมื่ อ ถู ก แสง อย่า งเช่ น ในกรณี ข อง cellophane
หากเราน าเอาสาร algin ผสมเข้า กับ ยางไม้ (resins) หรื อ ผสมเข้า กับ แลคเกอร์ จะให้ผ ลผลิ ต เป็ นยาง (rubber)
หรื อสารคล้ายยางที่ได้จากยางพารา (gutta – perchalike)
             ประโยชน์ที่สาคัญยิงของ algin อีกอย่างที่พอเห็นได้ ก็คือ ในการผลิตเส้นใยเทียม ชาวญี่ปุ่นสกัดจาก Sargassum
                                 ่
             ข้อเสี ยของเส้นด้ายที่ผลิตจาก Sodium alginate และ Calcium alginate นี้ คือ มันละลายได้ในสบู่ และโซดา
(soda) และอี ก อย่า ง Sodium alginate อาจจะละลายได้แ ม้แ ต่ ใ นน้ า ฉะนั้น เส้น ใยพวกนี้ จึ ง ผุก ร่ อ นในฤดู ฝ น
แต่คุณสมบัติที่ไม่ละลายในสารตัวกลางที่กล่าวมานี้ เราสามารถทาได้โดยใช้ยาง (resin) เข้ามาช่วยในกรรมวิธีการผลิต
             การใช้ ป ระโยชน์ จ ากสาร alginate                  นี้ มี ม ากมาย เช่ น Gloess             (1919)     ได้ เ สนอแนะว่ า ตึ ก
หรื อบ้านไม้ควรที่จะเคลือบด้วย Soluble alginate 1 – 2% จะทาให้สิ่งก่อสร้างทต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ
                                    ั
(Weatherproof) สารละลายนี้ ยงสามารถใช้ในอุตสาหกรรมการก่อสร้างเพื่อป้ องกันไฟไหม้ (fire – proof wood) ใช้
alginate กับนมผงแห้ง จะทาให้นมละลายน้ าได้ดี และนมจะไม่ตกตะกอนด้วย ในการผลิตยาฆ่าแมลง เช่น DDT และ
nicotine สารพวก alginate ถูกใช้เป็ นตัวประสาน ในการทายาเม็ด และยาอม สาร algin ก็ถูกใช้เป็ นตัวประสาน
จากคุ ณ สมบั ติ ที่ alginate           ไม่ ถู ก ย่ อ ยโดยน้ าย่ อ ยในล าไส้ ม นุ ษ ย์ ทางวงการแพทย์ จึ ง มี ก ารใช้ alginate
เป็ นตัวพาสารที่ จ าเป็ นบางอย่า งเข้า สู่ ร ะบบทางเดิ น อาหารของคน เช่ น แคปซู ล ที่ ใ ช้บ รรจุ ยา ซึ่ ง alginate capsule
                      ่                                                                                         ุ้
นี้ละลายน้ าเมื่ออยูในลาไส้ ในการเตรี ยมฟันปลอมก็มีการใช้ alginate เป็ นแบบพิมพ์แทนการใช้วน เช่น สารทางการค้าที่ชื่อ
Zelex ในอังกฤษใช้ในการทาฟัน สามารถแข็งตัวได้ภายในเวลา 4 ½ นาที ในอเมริ กานั้น สารห้ามเลือดในการผ่าตัดที่ชื่อ
Hemo – pak ก็ทาจากสาร alginate
             สาร alginate นี้ มีการใช้มากในอุตสาหกรรมการผลิตเครื่ องสาอางค์ โดยใช้เป็ นสารพื้นฐานในการทาครี มทาผิว
พวก jellies สเปร์ ฉีดผม ยาย้อมผม alginate เป็ นสารตัวกลางการแพร่ ในสบู่สาหรับโกนหนวด ยาสระผม ความหนื ดของ
alginate สามารถควบคุมได้โดยใช้ calcium ions เติมลงไปในผลิตภัณฑ์
             ตัวของ alginate เองสามารถทาหน้าที่ ฟอก (clarifying) พวกเบี ยร์ หรื อสารทาน้ าอ่อน เมื่ อนาเอา alginate
ผ ส ม เ ข้ า กั บ ส า ร พ ว ก Siliceous                                  material                     แ ล ะ ก ร ด ก า ม ะ ถั น เ ข้ ม ข้ น
จะท าให้ ไ ด้ผ ลิ ต ภัณ ฑ์ที่ ส ามารถดู ด ซั บ สี อ ย่ า งมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพ ซึ่ งคุ ณ สมบัติ น้ ี ใช้กัน มากในการลดสี ข องของเหลว
ศัก ยภาพในการใช้ป ระโยชน์ ส าร alginate ยัง มี อี ก มาก เช่ น ใช้อุ ด รู ร อบ ๆ ผนัง บ่ อ หรื อ ตามเขื่ อ นเก็ บ น้ า
                                                          ั
ความเข้มข้นของสาร alginate ที่ต่านั้น จะทาให้มนแข็งตัวได้ดีโดยการเติม formaldehyde
ตาราง 6 แสดงการใช้สารผลิตภัณฑ์จากสาหร่ ายทะเลเพื่อการผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ
                                           36



                                    Agar        Carrag.   Furcell.   Alginates
DAIRY
         Ice cream stabilizer        x            x          x          x
         Ice milk                    x            x                     x
         Milk shake                  x            x                     x
         Sherbets                    x            x                     x
         Ice pops and water ices     x            x                     x
         Choc. milk drink                         x          x          x
         Flavoured milk drink                     x                     x
         Instant puddings                         x                     x
         Cooked puddings             x            x          x          x
         Eggnog mix                               x
         Variegating syrups                       x
         Cottage cheese                           x                     x
         Neufchatel – type cheese    x            x                     x
         Cream cheese                x            x                     x
         Cheese spread                            x                     x
         Whipped cream                            x                     x
         Yogurt                      x            x
         Packageable milk / cream    x

ตาราง 6 (ต่ อ)

                                    Agar        Carrag.   Furcell.   Alginates
BEVERAGES
       Soft drinks  fruit pulp                   x          x          x
       Fruit juices                               x          x          x
       Beer foam stabilizer                       x                     x
       Beer clarification                         x                     x
       Fining wines etc.             x            x                     x
       Ageing of spirits                          x
BEKERY
       Bread doughs                  x            x
       Cake batters                  x            x
                                         37



      Fruit cakes                               x
      Doughnuts                                 x
      Pie fillings                 x            x                     x
      Fruit fillings                            x                     x
      Bakery jellies               x            x          x          x
      Boiled cream fillings                     x                     x
      Doughnut glaze               x            x                     x
      Flat icings                  x            x                     x
      Meringues                    x            x                     x
      Cookies                      x
      Batter and breading mixes                 x
      Citrus oil emulsions                      x                     x
      Cake fillings / toppings     x            x          x          x
      Frozen pie fillings                       x
CONFECTIONERY
      Candy gels                   x                                  x
      Caramels, nougats                         x
      Marshmallows                 x

ตาราง 6 (ต่ อ)

                                  Agar        Carrag.   Furcell.   Alginates
DRESSING, SAUCES
       French dressing                          x                     x
       Salad dressing                           x                     x
       Syrups, toppings                         x                     x
       Relish                                   x                     x
       White sauces                             x                     x
       Mustard, cocktail sauces                 x                     x
       Catsup                                   x                     x
DIETETIC FOODS
       Starch free desserts        x            x
       Salad French dressing                    x                     x
       Jellies, jams                            x                     x
                                         38



       Syrups                                   x                     x
       Puddings                                 x                     x
       Sauces                                   x                     x
       Icings                                                         x
       Candies                                                        x
       Vegetable & health foods    x
       900 calorie foods                        x
MEAT, FISH
       Sausage casing              x                                  x
       Fish preservation                                              x
       Canned fish, meat etc.      x            x          x          x
       Coated jellied meat                      x                     x
       Antioiotic ice                           x
       Sausage ingredient                       x
       Preservative meat coat      x            x                     x
       Synthetic meat fibres                    x                     x

ตาราง 6 (ต่ อ)

                                  Agar        Carrag.   Furcell.   Alginates
MISCELLANEOUS
       Dessert water gels          x            x          x          X
       Jams, preserves             x            x          x          x
       Prepared cereals            x
       Processed baby food                      x
       Soup                        x            x                     x
       Coating fruits, vegs.                    x
       Frozen foods                             x
       Synthetic potato chips                                         x
       Fountain toppings                        x                     x
       Artificial cherries                                            x


สาหร่ ายทะเลของประเทศไทย
                                                                       39



สาหร่ ายทะเลที่เป็ นแหล่งอาหารของสาร agar – agar

                                                                                  ้
          สาร agar – agar หรื อในท้องตลาดบ้านเราเรี ยกว่า วุน ได้มาจากสาหร่ ายสี แดง (Rhodophycophyceae)
ใ น ท ะ เ ล อ่ า ว ไ ท ย มี ส า ห ร่ า ย ที่ พ อ จ ะ ใ ช้ เ ป็ น แ ห ล่ ง ผ ลิ ต วุ ้ น เ ป็ น ก า ร อุ ต ส า ห ก ร ร ม ก ร ะ จ า ย อ ยู่ ทั่ ว ไ ป
สาหร่ ายสี แ ดงที่ เ ป็ นแหล่ ง ของวุ ้น ได้แ ก่ Gracilaria               verrucosa ชื่ อ ตามท้ อ งถิ่ น เรี ยกว่ า สาหร่ ายผมนาง
มีกระจายอยู่ทั่วไปในอ่าวไทย ที่ พบมากก็คือ บริ เวณอ่างศิ ลา จังหวัดชลบุรี และที่ ทะเลสาบสงขลา ในสภาพธรรมชาติ
                                ั
สาหร่ ายผมนางจะเกาะอยู่กบหิ น หิ นเล็ก เปลือกหอย และวัตถุแข็งอื่น ๆ ที่ อยู่ที่พ้ืน สังขาร (thallus) ของมันจะตั้งขึ้น
มองดู ค ล้า ยเส้ น ผมยาว ๆ ของผู ้ห ญิ ง สาหร่ ายนี้ จะมี สี แ ปรเปลี่ ย นไปตามระดั บ ความลึ ก ของที่ ที่ ม ัน เจริ ญ
หรื อแปรเปลี่ยนไปตามความขุ่นใสของน้ า หากพบสาหร่ ายผมนางบริ เวณน้ าตื้น สี ของมันจะค่อนไปทางม่วงแกมเขียวเข้ม
หากพบในบริ เวณลึกตั้งแต่ 3 เมตรขึ้นไป สี ค่อนไปทางม่วงแดง ขนาดของสังขารนั้นแปรผันไปตั้งแต่ 10 ซม. ไปจนถึง 40
ซม.                       ห รื อ ก ว่ า นี้ ใ น ส ภ า พ ธ ร ร ม ช า ติ นั้ น สั ง ข า ร มั น จ ะ แ ต ก แ ข น ง เ ป็ น พุ่ ม
ประชาชนที่ อยู่ริมทะเลจะนาสาหร่ ายผมนางมาต้มนาน ๆ พอสังขารมันแตกละลายในน้ าร้ อน ก็จะเติ มน้ าตาลลงไป
จากนั้ น ก็ น ามาเ ทใ ส่ ภาชนะ เ ช่ น ถ าด พอ เ ย็ น ล งข อง เ หล วจะ จั ด ตั ว ให ม่ เป็ นสารสถ าน ะ กึ่ ง แ ข็ ง (gel)
           ้
คล้ายกับวุนที่เตรี ยมขนมหวาน Gracillaria รู ปลักษณะอื่นๆ ก็ใช้เป็ นแหล่งของ agar – agar ได้




                                                                                                            ่
          แหล่งของสาร agar – agar ในอ่าวไทยอีกชนิ ดคือ Hypnea spp. สาหร่ ายสี แดงชนิ ดนี้ มีอยูหลายรู ปลักษณะ
(form)        บางลั ก ษณะคล้ า ยเขากวาง ชาวบ้ น ริ มทะเลเรี ยก สาหร่ ายเขากวาง (Hypnea                           cervicornis)
บางชนิ ดสังขารของมันคล้ายกับเป็ นเถาแตกแขนงมากมาย ลักษณะเด่นของมันคือ ตรงปลายจะม้วนงอเล็กน้อย (Hypnea
valentiae) สี ค่อนไปทางสี เหลืองใส บางแหล่งก็พบสี ม่วงแดงทึบ ๆ Hypnea valentiae ในอ่าวไทยพบกระจายอยูทวไป                    ่ ั่
โด ยเ ฉพ าะ บ ริ เ วณน้ าใ สสะอ าด สาหร่ าย พวกนี้ จ ะเ กาะ กั บ หิ น ห รื อวั ต ถุ แข็ ง ที่ พื้ นท ะเ ล ห รื อ ฝั่ ง ทะ เ ล
ลั ก ษ ณ ะ ใ น ธร ร ม ชา ติ มั ก จ ะ ง อ กค ร อ บ แ ผ่ แ ข น ง กึ่ ง ร า บ กึ่ ง ตั้ ง (semierect) ค ร อ บ ค ลุ ม พื้ น ที่ กว้ า ง
           ั
สังขารมีลกษณะค่อนไปทางก้าวร้าว (aggressive thallus) คือ มันสามารถงอกเจริ ญครอบคลุมสาหร่ ายชนิ ดอื่น ๆ ได้
การน ามาเตรี ยมอาหารของชาวบ้า นริ มทะเล ก็ ท าของหวานเช่ น เดี ย วกับ สาหร่ า ยผมนาง และยัง ใช้ล วกน้ าร้ อ น
หรื อใช้ส าหร่ า ยสด ๆ จิ้ ม น้ าพริ กแทนผัก สดเป็ นอาหารแต่ ล ะมื้ อ ได้ สาหร่ า ย Hypnea นี้ มี ข นาดไม่ จ ากั ด
                      ่                                                     ่
อาจจะพบมันเจริ ญอยูในพื้นที่เป็ นตารางเมตร หรื อมากกว่า แล้วแต่วาสภาพแวดล้อมจะเอื้ออานวยหรื อไม่
                                                                         40



               สาหร่ า ยสี แดงพวก Acanthophora spicifera ก็ พ บกระจายอยู่ทั่ว ไปในอ่ า วไทย และฝั่ ง ทะเลอันดามัน
                           ่ ั
โดยมันจะเกาะอยูกบหิ น เปลือกหอย หรื อวัตถุแข็งอื่น ๆ ในทะเล Acanthophora เป็ นสาหร่ ายขนาดโต อาจจะยาวถึง 30
เซนติเมตร เกาะกับพื้น โดยช้ holdfast จะมีแขนงย่อย (branchlet) มีลกษณะคล้ายหนามอยูเ่ ต็มั
               Gellidiella             spp.      ก็ เ ป็ นสาหร่ ายสี แ ดงอี ก พวกหนึ่ งที่ เ ป็ นแหล่ ง ของสาร agar                      –      agar
แต่ เ ท่ า ที่ เ คยส ารวจพบในอ่ า วไทย สาหร่ ายชนิ ดนี้ มี ข นาดเล็ ก มาก สั ง ขารมี ล ั ก ษณะสี ค่ อ นข้ า งเข้ ม ถึ ง สี ด า
เาะติ ดกับหิ นอย่างเหนี่ ยวแน่ น มักจะพบบริ เวณที่ คลื่ นจัด บางครั้ งตอนน้ าลงมันจะถูกกับอากาศ (exposed to air)
แต่ ม ัน ก็ ย ัง มี ชี วิ ต อยู่ ไ ด้ ในรั ฐ ฮาวายมี ก ารเพาะเลี้ ยงสาหร่ า ย Gellidiella และ Gelidium เป็ นอุ ต สาหกรรม
เ พ ร า ะ มั น เ ป็ น แ ห ล่ ง ข อ ง ส าร carrageenin                    ที่ มี ร า ค า แ พ ง แ ล ะ เ ป็ น แ ห ล่ ง ข อ ง วุ ้ น ที่ มี คุ ณภ า พ สู ง
ตามชายฝั่งทะเลอันดามันจะพบ Gellidiella งอกตามโขดหิ นริ มฝั่งทะเล หรื อใต้ทองทะเล                 ้
               สาหร่ า ยทะเลในกลุ่ มสาหร่ ายสี แดงชนิ ด อื่ น ๆ ที่ ใ ช้เป็ นแหล่ งของ agar – agar ยัง มี อี กหลายชนิ ด
แต่ผูเ้ ขียนยังสารวจไม่พบในทะเลอ่าวไทย เช่น Eucheuma spp. , Porphyra spp. สาหร่ าย Eucheuma cottonii และ
species อื่นๆ มีการเพาะเลี้ยง (farming) เป็ นอุตสาหกรรมในประเทศฟิ ลิปปิ นส์ตอนใต้แถบซู ลู ในหมู่เกาะมินดาเนา
ส่ วนสาหร่ าย Porphyra นั้นมีรายงานจากคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ว่า พบบริ เวณเกาะภูเก็ต และเกาะอื่น ๆ
ในทะเลอันดามัน สาหร่ ายชนิ ดนี้ จะพบได้ในบริ เวณน้ าลึ ก น้ าใส และสะอาดเกาะติ ดกับหิ น หรื อวัตถุแข็งชนิ ดอื่ น ๆ
ลัก ษณะของสั ง ขารคล้า ยแผ่ น ผ้า บาง ๆ ติ ด อยู่ กั บ หิ น โดยปลายของสั ง ขารด้ า นหนึ่ งพัฒ นาส าหรั บ ยึ ด เกาะ
ส่ วนปลายแผ่นอีกด้านหนึ่ งงอกตั้งขึ้น สี ของ Porphyra นั้นหากพบที่ ลึกมาก ๆ จะมีสีม่วงแดง หากพบบริ เวณน้ าตื้ น
จะมีสีม่วงแกมเขียว สาหร่ าย Porphyra นี้เองที่เป็ นแหล่งของซีฉ่าย (asakusa – nori) ที่เราใส่แกงจืด
               Laurencia spp. ก็ เ ป็ นสาหร่ า ยสี แ ดงอี ก ชนิ ด หนึ่ งที่ ใ ช้เ ป็ นแหล่ ง ของสาร agar – agar ได้
สาหร่ ายชนิ ดนี้ พบกระจายอยู่ทัวไปในอ่าวไทย บริ เวณน้ าลึก และใส ลักษณะของสังขารคล้ายคลึงกับ Acanthophora
                                             ่
แต่เมื่อจับจะรู ้สึกลื่น และนิ่มกว่า แขนงย่อย (branchlet) ไม่แหลม

สาหร่ ายที่เป็ นแหล่งของสาร alginates

            สาร alginates          ที่ ก ล่ า วไว้ใ นตอนที่ ห นึ่ ง และสองนั้ นเป็ นสารปรุ งแต่ ง มาจาก alginic             acid
ที่ ส กั ด ได้ จ ากสาหร่ ายสี น้ าตาล (Phaephycophyceae)                  จากการส ารวจเบื้ องต้ น ตั้ งแต่ ปี 2521        พบว่ า
ในบริ เวณอ่าวไทยมีสาหร่ ายสี น้ าตาลพอที่ จะเอื้ออานวยสาร alginic acid เพื่อป้ อนความต้องการของประเทศไทยเราได้
จ ะ ข อ ย ก ตั ว อ ย่ า ง เ ฉ พ า ะ ส า ห ร่ า ย ที่ มี ศั ก ย ภ า พ สู ง ที่ จ ะ เ อื้ อ อ า น ว ย ส า ร algin
และสามารถจะเพาะเลี้ยงเป็ นอุตสาหกรรมตามชายฝั่งได้คือ
            สาหร่ ายสายใบ เป็ นสาหร่ ายสี น้ าตาล genus Sargassum ในธรรมชาติ สาหร่ ายนี้ เกาะกับ หิ น
                                                                                                           ั
หรื อวัตถุแข็งที่ พ้ืนใต้ทะเล โดยมันมักจะพัฒนาสังขารส่ วนล่างเป็ นที่ยึดเกาะ (holdfast) เกาะอยู่กบพื้นอย่างเหนี ยวแน่ น
                   ั        ั
สังขารส่วนที่ต้ งขึ้น จะมีลกษณะเป็ นสายแล้วมีแขนงย่อยแตกเป็ นสายย่อยมากมาย ทั้งสายหลัก (main thallus) และสายย่อย
(branches)             จะแตกแขนงออกไป มี ล ั ก ษณะเป็ นแผ่ น คล้ า ยกั บ แผ่ น ใบ (blade)                       ระหว่ า งแขนง
ลั ก ษ ณ ะ แ ผ่ น จ ะ มี ก า ร แ ต ก แ ข น ง เ ป็ น โ ค ร ง ส ร้ า ง ก ล ม ๆ ค ล้ า ย กั บ ผ ล
แขนงกลมนี้ จะท าหน้ า ที่ เ ป็ นทุ่ น ลอยให้ กั บ สั ง ขารที่ อ ยู่ เ หนื อ พื้ น ในธรรมชาติ จึ ง เห็ น สายใบมี ล ัก ษณะเป็ นพุ่ ม
                                                                      41



ลักษณะสี ที่พบเป็ นสี น้ าตาลอ่อน ขนาดพบตั้งแต่ 4 – 5 เซนติเมตร ไปจนถึงขนาดยาว 4 – 5 เมตร Sargassum
ง อ กเ จ ริ ญ ยึ ด พื้ น ที่ กว้ า ง ม ากแ ล้ ว แ ต่ ลั ก ษ ณะ ข อ ง พื้ น ที่ ส าห ร่ าย นี้ พ บ ไ ด้ เ กื อ บ ทุ ก บ ริ เ ว ณข อ ง อ่ า วไ ท ย
ที่ ม า ก ที่ สุ ด อ ยู่ ท า ง ฝั่ ง ต ะ วั น อ อ ก บ ริ เ ว ณ จั ง ห วั ด จั น ท บุ รี ถึ ง จั ง ห วั ด ต ร า ด
ส่ ว นอ่ า วไทยฝั่ ง ตะวัน ตกก็ พ บอุ ด มสมบู ร ณ์ ต้ ัง แต่ บ ริ เ วณจัง หวัด ประจวบคี รี ขัน ธ์ ล งไปทางใต้ โดยธรรมชาติ แ ล้ว
Sargassum จะชอบน้ า ใสสะอาด พบทั้ง ในน้ าตื้ น และน้ า ลึ ก ระดับ น้ า นี้ จะช่ วยกาหนดขนาดความยาวของสัง ขาร
                                                                                       ์
Sargassum นี้ หากมีการเพาะเลี้ยงเป็ นอุตสาหกรรมคงจะให้มวลอินทรี ยที่สูงมาก เพราะเท่าที่พบในธรรมชาติในอ่าวไทย
ส า ห ร่ า ย นี้ ดู เ ห มื อ น จ ะ มี ป ร ะ ช า ก ร ห น า แ น่ น ที่ สุ ด
และมีมวลของสังขารมากที่สุดในบรรดาสาหร่ ายทะเลที่พบในบริ เวณอ่าวไทย
             สาหร่ ายสี น้ าตาล genus Turbinaria ก็เป็ นสาหร่ ายอีกเผ่าพันธุ์หนึ่ ง ที่พบมากในอ่าวไทยบริ เวณที่มีน้ าใสสะอาด
ทั้งบริ เวณน้ าลึก และน้ าตื้น บริ เวณที่พบ จะเป็ นบริ เวณที่มีพ้ืนเป็ นหิ น หรื อวัตถุแข็ง กระแสน้ า และคลื่นแรงพอประมาณ
ลักษณะโครงร่ างของ Turbinaria คล้าย ๆ กับ Sargassum คื อ มันพัฒนาสังขารส่ วนล่ างเป็ นที่ ยึดเกาะ (holdfast)
                                      ั
สังขารส่ วนบนขึ้นไปก็มีลกษณะเป็ นสาย แขนงของสายหลัก (main thallus) จะแตกออกเป็ นแขนงโครงสร้างรู ปถ้วย
หรื อรู ป กรวยตัน ที่ มี ก้น กรวยติ ด อยู่ กับ สายหลัก ส่ ว นของขอบถ้ว ยอาจจะเรี ยบ หรื อเป็ นหยัก คล้า ยกั บ ฟั น เลื่ อ ย
ที่พบมากในแถบจังหวัดตราดนั้นคือ Turbinaria ornata มันจะงอกเป็ นทรงพุ่มขนาดใหญ่ หรื อเล็กแล้วแต่สภาวะแวดล้อม
สาหร่ ายนี้น่าจะเป็ นแหล่งของสาร algin ที่จะป้ อนความต้องการของประเทศได้ หากมีการเพาะเลี้ยงเป็ นอุตสาหกรรม
             สาหร่ าย genus Hormophysa ก็พบมากในอ่าวไทยบริ เวณที่ มีพ้ืนเป็ นหิ น หรื อวัตถุแข็ง น้ าใส กระแสน้ า
และคลื่ น แรงพอประมาณ ที่ พ บมากที่ สุ ด อยู่ต ามริ ม ฝั่ ง ทะเลแถบจัง หวัด ตราด ลัก ษณะในธรรมชาติ Hormophysa
พั ฒ น า สั ง ข า ร ส่ ว น ล่ า ง เ ป็ น โ ค ร ง ส ร้ า ง ส า ห รั บ ก า ร ยึ ด เ ก า ะ สั ง ข า ร ส่ ว น บ น ตั้ ง มี ลั ก ษ ณ ะ เ ป็ น ส า ย
แ ต่ ส า ย นี้ ไ ม่ ก ล ม เ ห มื อ น อ ย่ า ง ใ น Sargassum                 แ ล ะ Turbinaria                   สั ง ข า ร ข อ ง Hormophysa
มี ลั ก ษ ณ ะ เ ป็ น แ ท่ ง ส า ม เ ห ลี่ ย ม ค ล้ า ย เ ห ล็ ก ขู ด ช า ร์ ป ห รื อ ค ล้ า ย ต้ น ก ก เ ป็ น ท่ อ น ๆ ต่ อ กั น
แต่ ล ะท่ อ นจะมี หั ว ท้า ยเรี ย วเล็ ก กว่า ตอนกลาง แขนงจะแตกออกตรงส่ ว นเรี ย วเล็ ก ของสั ง ขาร ลัก ษณะของแขนง
และสัง ขารหลัก เหมื อ นกัน Hormophysa ไม่ มี ล ัก ษณะของแผ่น ใบอย่า งที่ พ บใน Sagassum แต่ ท้ ัง สัง ขารหลัก
แ ล ะ แ ข น ง ย่ อ ย ที่ แ ต ก อ อ ก จ ะ มี ลั ก ษ ณ ะ เ ห มื อ น กั น ก า ร แ ต ก แ ข น ง มี ม า ก
จึ ง ท าให้ เ ห็ น สาหร่ า ยนี้ มี ล ัก ษณะเป็ นทรงพุ่ม พัด โบกไปมาตามแรงเคลื่ อ นตัว ของน้ า หากพบสาหร่ า ยนี้ จะเห็ น ว่า
มันงอกงามยึดพื้นที่ กว้าง มันจึ งน่ าจะเป็ นแหล่งใหญ่ให้เราสกัดสาร algin ได้ หากมี การเพาะเลี้ ยงเป็ นอุตสาหกรรม
Hormophysa                นี้ ก็ เ ป็ นสาหร่ ายขนาดใหญ่ พ อ ๆ กั บ Sargassum                     และ Turbinaria                ทั้ งสาม genus
                                                  ้
นี้จึงง่ายต่อการเพาะเลี้ยงเป็ นแปลง ๆ ใต้ทองทะเลทัวอ่าวไทย   ่
             สาหร่ า ยสี น้ า ตาลที่ เ หมาะต่ อ การเพาะเลี้ ย ง น่ า จะเป็ นแหล่ ง ของสาร algin ได้อี ก ก็ คื อ genu Padina
ซึ่ งพบกระจายอยู่ทั่วทั้งอ่าวไทย โดยมันเกาะอยู่กับหิ น หรื อวัตถุแข็งที่ พ้ืนทะเล ลักษณะที่ พบในธรรมชาติน้ ัน Padina
     ั
มีลกษณะคล้ายพัด คือ เป็ นแผ่นแบนบาง สังขารด้านล่างพัฒนาเป็ นโครงสร้างเพื่อการยึดเกาะ สังขารส่วนบนเป็ นแผ่นบาง ๆ
คล้ า ยแผ่ น ใบ ริ มสุ ดของแผ่ น ใบจะโค้ ง จึ งท าให้ ดู เ หมื อ นรู ปพั ด มี จ านวนหลายแผ่ น ใบแต่ ล ะ holdfast
จึ ง ทาให้เ ห็ นมัน มี ล ักษณะเป็ นพุ่ม ขนาดใหญ่ หรื อ เล็กแล้วแต่ สภาพแวดล้อม Padina ที่ พบจะมี วีต้ ัง แต่ น้ าตาลอ่ อ น
ไ ป จ น ถึ ง น้ า ต า ล แ ก่ แ ผ่ น ใ บ ไ ม่ เ ป ร า ะ ห า ก จั บ จ ะ ไ ม่ นิ่ ม มื อ เ ห มื อ น อ ย่ า ง พ ว ก ส า ห ร่ า ย สี แ ด ง
เพราะสาหร่ ายสี น้ าตาลพวกนี้ไม่ผลิตเมือก (mucilage)
42
                                                      43



                                                เอกสารอ้างอิง


ปวีณา    วรรักษ์ เสรี      และคณะ      (2530)         การสกัดวุ้นจากสาหร่ ายกราซิลาเรียในประเทศไทย.   วารสาร
        วิทยาศาสตร์                   มศว                    ประสานมิตร            3(1)        :       29-38

ธารารัตน์ ศุภศิริ (ไม่ปรากฏปี ที่พิมพ์) การประยุกต์ใช้ ผลิตภัณฑ์จากวุ้น . เอกสารชุดการผลิตและ
       การแปรรูปสาหร่ายทะเล , หน้ า 63-72

สายสนม ประดิษฐ์ ดวง (2530) สาหร่ายทะเลในอุตสาหกรรมอาหาร. ภาควิชาวิทยาศาสตร์ และ
      เทคโนโลยีการอาหาร คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ : 49 หน้ า

                                                    ้
สุมล ว่องวงศ์ศรี (ไม่ปรากฏปี ที่พิมพ์) ซูชิ-ข้ าวปั น . เพชรกะรัตสตูดิโอ :107
                                         44


                                       สารบัญ

                                                หน้ า

                                        บทนา
Microalgae
       -ประวัติ                                 1
 -       สาหร่ายคลอเรลลา                        2
 -       สาหร่ายสไปรูลินา                       3
 -       สาหร่ายดูนาลิเอลลา                     4
Macroalgae
       -ประวัติ                                 6
การตลาดของผลิตภัณฑ์จากสาหร่ายในไทย              11
ผลิตภัณฑ์จากสาหร่าย                             15
ลักษณะการใช้ ผลิตภัณฑ์จากสาหร่ายทะเล            29
 -       Carageenan
       -Furcellaran
       -Funoran
       -Agar Agar
       -Algin และ Alginates
สาหร่ายทะเลของประเทศไทย                         37
เอกสารอ้ างอิง
                    45




               รายงาน
                เรื่อง

      ผลิตภัณฑ์ ท่ีได้ จากสาหร่ าย

                   โดย

      นางสาวณัฏฐา พวงพุฒ
            45020856

คณะประมง ภาควิชาการจัดการประมง
     มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์




ภาคการศึกษาที่ ๒         ปี การศึกษา ๒๕๔๖
                                               46

รหัส 45020856
ชื่อ นางสาวณัฏฐา พวงพุฒ
URL ของ webpage ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อเรื่ อง ผลิตภัณฑ์ จากสาหร่ ายอบแห้ ง
 1. http://www.partnereartheducationcenter.com/articlekelp.html
 2. http://www.stcgroup-th.com/capitaltrading/information/
 3. http://www.mbari.org/~conn/botany/reds/lisa/index.htm
 4. http://www.mbari.org/~conn/botany/reds/lisa/consume.htm#preparation
 5. http://www.mbari.org/~conn/botany/reds/lisa/consume.htm
 6. http://www.mbari.org/%7Econn/botany/flora/reds.htm
 7. http://www.mbari.org/~conn/botany/flora/green.htm
 8. http://www.annecollins.com/diet_foods/wakame-seaweed.htm
 9. http://www.fatfree.com/foodweb/food/kombu.html
 10. http://www.mitoku.com/recipes/seavegetables/kombu/cooking.htm
 11. http://www.curezone.com/foods/algaepage.asp
 12. http://saltaquarium.about.com/library/weekly/aa110902.htm
 13. http://www4.d25.k12.id.us/phs/biology/algae02.html
 14. http://japanesefood.about.com/library/pictures/blpicindex.htm
 15. http://home.iae.nl/users/lightnet/paramahamsa/reciperice.htm
 16. http://www.mycustompak.com/healthNotes/Food_Guide/Kombu.htm
 17. http://www.annecollins.com/diet_foods/arame-seaweed.htm
 18. http://www.clearspring.co.uk/ifood/issue4/3.htm
 19. http://waynesword.palomar.edu/algae1.htm
 20. http://sundancenaturalfoods.com/Seaweed2.html

								
To top