????? ?????? Survey by 5gO7r8

VIEWS: 204 PAGES: 15

									       ประเด็นที่ควรประเมินในการ Survey หน่ วยงาน(ปรั บปรุงเพิ่มเติม 1 กพ.54)
                                                                     นพ.สมคิด เลิศสิ นอุดม

                                                   OPD
1.   ระบบประเมินและคัดกรองผูป่วย กลุ่มเสี่ ยงต่อการเกิดอาการรุ นแรงขณะรอตรวจ
                                     ้
                                   ้
     รวมถึงระบบการคัดกรองผูป่วยที่อาจแพร่ กระจายเชื้ อ เช่น TB,SAR,ไข้หวัดนก
     รวมถึงความพร้อมในการบริ หารจัดการ
          การจัดเตรี ยมสถานที่ในการให้บริ การที่แยกต่างหากเพื่อลดการแพร่ กระจายเชื้ อ
          ความรวดเร็ วในการประเมิน
          การประเมินผูป่วยในทุกด้าน(องค์รวม)
                               ้
          ระบบในการติดตามประเมินซ้ าในผูป่วยประเภทใดบ้าง(ตามรอยดู)
                                                     ้
2.                                             ้
     การลดขั้นตอนการบริ การ (ตอบสนองผูมารับบริ การ,
     การใช้แนวคิดเรื่ องLeanมาปรับใช้,ระบบการประกันเวลาในการให้บริ การ)
3.   ระบบในการรับทราบ ข้อคิดเห็น / ข้อร้องเรี ยน / ข้อเสนอแนะ
         (ระบบที่เป็ นอยูเ่ ป็ นอย่างไร,ครอบคลุมกลุ่มเป้ าหมายหรื อไม่,ผลการรับทราบที่ได้เป็ นอย่างไร,ปรั
     บเปลี่ยนไปแล้วอย่างไร)
4.                                       ั                                      ู้
     (สายตาสอดส่ าย)สังเกตการณ์จดบริ เวณในการในการให้บริ การที่จะทาให้ผมารับบริ การสะดวก
                                                                ั                   ้
     สบาย,ไม่แออัด,มีสิ่งอานวยความสะดวก,ป้ ายบอกทางที่ชดเจน,การติดป้ ายชื่อผูให้บริ การ
                        ู้
     (การเคารพสิ ทธิผป่วย) ความเป็ นสัดส่ วน ส่ วนตัวขณะให้บริ การ
5.   การส่ งเสริ มให้เกิดองค์ กรแห่ งการเรี ยนรู้ ในหน่วยงานเช่น การให้สุขศึกษา , การจัดบอร์ด ,
     แผ่นพับให้ความรู ้ , VDO เป็ นต้น
6.   ระบบการเข้าถึงบริ การของกลุ่มผูป่วยเฉพาะเช่น ผูพิการ,ผูสูงอายุ,OSCC,พระภิกษุ,เด็กเล็ก ,ผูติดเชื้ อ
                                           ้               ้      ้                               ้
     HIVเป็ นต้น (มีความเหมาะสม,ช่องทางพิเศษ,ความลับของผูป่วย)      ้
7.                                           ้
     บทบาทของ Exit nurse ในการให้ขอมูลตรวจทานความถูกต้องของใบนัด ,
     ใบสั่งยาและตอบข้อคาถามที่ยงค้างอยู่ (สร้างความพึงพอใจสู งสุ ด)
                                       ั
                การมีบทบาทเป็ นส่ วนหนึ่งของทีมในการดูแลรักษาผูป่วย(การช่วยแพทย์ตรวจ,การรับรู้รั
                                                                        ้
                                                                      ้
                   บทราบอาการและแผนการรักษาของแพทย์ในผูป่วยแต่ละราย,การให้สุขศีกษาที่เหมาะส
                           ้
                   มกับผูป่วยแต่ละราย)
                การกาหนดกลุ่มเป้ าหมายในการให้ขอมูลเป็ นพิเศษ กลุ่มเสี่ ยงสาคัญ โรคตามฤดูกาล
                                                         ้
                   พร้อมการแจกเอกสารความรู้ ประกอบการให้สุขศึกษา
8.   ประเด็น IC (การใส่ Mask , การจัด Zoning ,การใส่ ถุงมือในการทาหัตถการ,ขยะ,พฤติกรรมการ
     ล้างมือ , ห้องแยกโรคไข้หวัดนก)
9.   ความสมบูรณ์ของเวชระเบียน(OPD Card) เน้ นตามเกณฑ์ ของสปสช
                                            ้               ่
10. สอบถาม(ขุดหา) สิ่ งดี ๆ เช่นการตอบสนองผูมาใช้บริ การที่ผานมา คาชมเชยที่เคยได้รับ ,
                        ้
    ความภาคภูมิใจของผูใช้บริ การ, จิตอาสา

                                                      ER
1. ระบบคัดกรอง โดย triage nurse ทั้งช่วงในและนอกเวลาทาการ ตาแหน่งของ triage nurse
                             ้
    ที่สามารถประเมินผูป่วยได้ในทันที ที่มาถึง
    ความเข้าใจในเรื่ องเป้ าหมายของการคัดกรองเป็ นกลุ่มสี ต่างๆ(Emergency,Urgency,non-urgency)
                                 ้                               ้ ้
    เช่น การกาหนดเวลาที่ตองได้รับการดูแล การกาหนด ผูที่ตองให้การดูแล(แพทย์หรื อพยาบาล)
    และการประเมินระบบที่วางไว้
2. ความพร้อมใช้ของเครื่ องมือ ที่สาคัญทางการแพทย์ในห้อง Resuscitation (การตรวจสอบ ,
    ดูแลประจาวัน, การ Calibrate , ความเพียงพอ)
3. การจัด Zoning ที่เหมาะสม (แยกเป็ นสัดส่ วน, การปิ ดม่านปิ ดประตูขณะทาหัตถการ ,
    ความกว้างขวางเพียงพอต่อการดูแลรักษาฉุ กเฉิ น) Zone CPR ที่เหมาะสม เข้าถึงง่าย
    มีความพร้อมของเครื่ องมือ มีพ้ืนที่กว้างขวางสาหรับทีมที่จะช่วยในการทาCPR
4. ประเด็น HRD (ความเพียงพอของบุคลากร , การพัฒนาอบรมที่จาเป็ น , การประเมิน Competency)
5. การทบทวนประจาวัน , การเรี ยนรู้จากความผิดพลาด
    (ความถี่และทีมในการทบทวน,ผลลัพธ์การปรับเปลี่ยนที่เกิดขึ้น)
6. ประเด็น IC (ขยะ , การใส่ ถุงมือ การใส่ Mask ขณะทาหัตถการ , การล้างมือ , ผ้าเปื้ อน ,
    เครื่ องมือที่เปื้ อน , การเก็บอุปกรณ์ปราศจากเชื้อ) พื้นที่ในการพ่นยาขยายหลอดลมที่เป็ นสัดส่ วน
    โปร่ งโล่งลดการแพร่ กระจายเชื้อ
7. ประเด็น RM (การระบุความเสี่ ยงที่สาคัญ สอดคล้องกับบริ บท
                               ้
    การระบุโรคสาคัญที่ตองพัฒนาองค์ความรู้และทักษะของทีม,การตามรอยโรคที่สาคัญเช่น AMI, HI,
    Fast tract Stroke, CPR team เป็ นต้น)
8. ระบบ EMS (ความพร้อมใช้ของรถ Ambulance ทั้งเครื่ องมือ , ยา , อุปกรณ์ช่วยชีวต , KPI ของงาน
                                                                                   ิ
    EMS , ประเด็นปั ญหาที่กาลังจะพัฒนาต่อ) ระบบในการเข้าถึงผูป่วยกลุ่มสาคัญได้รวดเร็ วเช่น
                                                                      ้
    Mapping กลุ่มผูป่วยโรคMI เป็ นต้น
                          ้
9. ระบบปรึ กษาแพทย์เฉพาะทาง (ความรวดเร็ วในการตอบสนองโดยอาจตรวจสอบกับผูป่วยจริ ง          ้
                                                           ้
    ,เป้ าหมายของระบบปรึ กษาแพทย์ , ระบบการดูแลผูป่วยบาดเจ็บหลายระบบ)
10. ระบบ OSCC(ความเป็ นสัดส่ วน ,การลดจุดสัมผัส , การให้บริ การเสริ ม, การแยกเก็บเวชระเบียน,
    การประสานบริ การกับหน่วยงานภายนอกรพ.)
11. การประเมินซ้ า/การเฝ้ าระวังการเปลี่ยนแปลง ขณะรอตรวจ , รอ Consult, การรอฟิ ล์ม , รอกลับบ้าน ,
                                                  ้
    รอ Investigate)ตามรอยในการประเมินซ้ าผูป่วยตามเกณฑ์ที่กาหนด
    โดยเน้นตามความรุ นแรงของการคัดกรอง
   12. ระบบการรับอุบติเหตุกลุ่ม , การ Identify ผูป่วย , การจาแนกผูป่วย ,
                     ั                              ้             ้
       ระบบในการตามทีมรับอุบติเหตุกลุ่ม , การซ้อมแผนประจาปี
                                ั
                                                                                ่
   13. การประสานบริ การเพื่อการดูแลต่อเนื่อง(ไปยังหน่วยงานอื่น,ไปยังชุมชน,การเยียมบ้าน)
                             ่
   14. ความภาคภูมิใจในปี ที่ผานมา,เรื่ องเล่าดีๆที่ประทับใจ
   15. ตัวอย่างการตอบสนองลูกค้าภายนอก/ภายในที่ทาได้ดี(ความรวดเร็ ว,การประกันเวลา)
                                                              ั
   16. การใช้ประโยชน์จากแบบประเมินตนเอง(เป้ าหมาย,ตัวชี้วด,การบรรลุ)

                                                 PCT
1. pitfall ของ PCT คือการแสดงบทบาทของการเป็ นทีมนา
    ในการระดมข้อมูลจากทุกส่ วน(ทั้งข้อมูลการให้บริ การ , ความเสี่ ยงที่เกิดขึ้น ,
                                                                                  ้
    การทบทวนกิจกรรมทางคลินิก , KPI , OP voice , IP voice ,ความคาดหวังจากผูรับผลงาน ,
    ทิศทางนโยบายของ รพ. , ของจังหวัด , ของกระทรวง , กระแสโลก ฯลฯ) มาประมวล
    ให้เห็นทิศทางของ PCT , นาเสนอ กาหนดเปาหมาย เข็มมุ่ง สื่ อสารกระตุน กาชับติดตาม
                                              ้                            ้
    ให้การสนับสนุนจนกว่าจะบรรลุเป้ าหมายนั้น ๆ การประเมินการบรรลุเป้ าหมายนั้นๆ
2. สังเกตการมีส่วนร่ วมของทีมในกิจกรรมของ PCT (การพูดคุย , แสดงความคิดเห็น)
3. ถามและให้กาลังใจจากประเด็นความภาคภูมิใจของ PCT ,นวัตกรรมใหม่ๆ
    เพื่อให้เกิดพลังในการทางานต่อไป
4. สอบถามถึง CQI ที่ทาโดยใช้กระบวนการคิดแบบ PDCA ซึ่งจะทาให้เห็นโอกาสพัฒนา (ข้อแนะนาดีๆจาก
    Surveyor)
                                                                              ่
5. การวิเคราะห์ความเสี่ ยงที่สาคัญทางคลินิก(จัดลาดับความสาคัญเร่ งด่วน,ดูวามีความเหมาะสมครอบคลุมงา
    นบริ การทุกส่ วนหรื อไม่,การมีส่วนร่ วมของทีมในการค้นหาความเสี่ ยงที่สาคัญ)
6. Clinical Tracer highlight (ดูการตามรอย, การวิเคราะห์บริ บท, การกาหนดเป้ าหมาย
    หรื อประเด็นสาคัญ,การกาหนด
    KPI,การดาเนิ นการและการประเมินการบรรลุเป้ าหมายและแผนที่จะทาต่อไป)
7. การกาหนด PCT safety goal การทา gap analysis ในSIMPLE และทาแผนดาเนินงานสู่ safety goal ,
    การติดตามประเมินผล
8. ขอให้ยกตัวอย่างการทบทวนที่ทาอย่างสม่าเสมอ และการปรับเปลี่ยนเชิงระบบที่เกิดขึ้นจากการทบทวน
                                                                                         ั
    การสื่ อสารและติดตามนโยบาย หรื อระบบที่ Set ขึ้นมา พร้อมทั้งการติดตามประเมินผลว่าอุบติการณ์
    ความเสี่ ยงลดลงหรื อยัง เน้นการทบทวนให้เป็ นวัฒนธรรมองค์กรในทุกหน่วยงาน
9. การตอบสนองของ PCT ต่อเป้ าหมายขององค์กร,เข็มมุ่งองค์กร เช่น Excellent
    Center,ระบบสุ ขภาพพอเพียง ,จิตอาสา, Hospital safety goal , นโยบายประหยัดพลังงาน, เป็ นต้น
           ั                     ่
10. ตัวชี้วด/ผลการดาเนินงานที่ผานมา การประเมินติดตามอย่างต่อเนื่อง
    และการตอบสนองที่รวดเร็ วทันต่อการเปลี่ยนแปลง
11. การสอดแทรกประเด็นสร้างเสริ มสุ ขภาพในทุกกิจกรรมของ PCT (การส่ งเสริ มการออกกาลังกาย
                     ้
    ของเจ้าหน้าที่ ผูป่วยและญาติ,การจัดกิจกรรมที่เน้นสุ ขภาพทางจิต สังคม,การเน้นการทางานร่ วมกัน
    อย่างมีความสุ ข,การนาประเด็นปั ญหาสุ ขภาพในชุมชนมาเป็ นเป้ าหมายในการแก้ไขร่ วมกับชุมชน เช่น
                                                            ั
    ปัญหา Teenage pregnancy, โรคจิตเภทในชุมชน , อุบติเหตุจากการจราจร เป็ นต้น)
    12. การตามรอยกระบวนการดูแลผูป่วยตั้งแต่แรกรับและการปรับปรุ งกระบวนการที่ผานมา
                                      ้                                             ่
    และการกาหนด proxy disease



                                                    หอผู้ป่วย
1.                               ้
     สังเกตการณ์ทางานที่เน้นผูรับบริ การหรื อตนเองเป็ นศูนย์กลาง,บรรยากาศในการทางาน,ความสุ ขกายสบายใ
            ้
     จของผูป่วยและญาติ,การดูแลที่เรี ยกว่า Caring ที่มีคุณค่ามากกว่า Treatment
2.                                   ้
     ระบบ IC (การจัด Zoning ผูป่วยติดเชื้ อ,ระบบระบายอากาศ,ห้องแยกโรคติดเชื้ อ,UP,IP technique,
      ขยะ,Set อุปกรณ์ที่ใช้แล้ว,การเก็บ Set ปราศจากเชื้อ,ความสะอาดของสถานที่)
3.   ระบบ ENV (ความปลอดภัย,ห้องน้ ามีราวจับ,มีระบบขอความช่วยเหลือ,สายไฟ,อุปกรณ์ประจาเตียง
                                                       ั
     ไฟฟ้ า(ความสว่าง),แสง,เสี ยง,ระบบป้ องกันอัคคีภย,ถังดับเพลิง,ทางหนีไฟ,การป้ องกันโจรกรรม)
4.                                            ้
     ระบบยา(การเตรี ยมยา,การ Identify ผูป่วยก่อนให้ยา,ความชัดเจนของฉลากยา,การลงชื่อ+เวลา
     ขณะให้ยาแบบ real time หรื อไม่,การเตรี ยมยาฉีดปลอดภัย รัดกุม
                                       ู้
     ไม่สับสน,การประเมินสารน้ าที่ผป่วยได้ไป,การ Double check ของทีม,การตรวจ check
     ยาประจาวันของStock
                ้
     ยาในหอผูป่วย,ยาในตูเ้ ย็น,การเฝ้ าระวังยาที่มีความเสี่ ยงสู งและยาเสพติด,ระบบDrug Reconciliation
     ข้อมูลการรายงานความคลาดเคลื่อนทางยา (Adminitration error)ที่พบให้แก่ทีมที่เกี่ยวข้อง)
5.                                        ้                                                ้    ้
     ระบบการให้เลือด(การ Identify ผูป่วย,group เลือด,การเฝ้ าระวังอาการแพ้เลือด,การให้ขอมูลผูป่วย,
     การมีส่วนร่ วมของผูป่วยในการป้ องกันความผิดพลาดในการให้เลือด, Double Check)
                         ้
6.                             ั            ้
     ระบบ HRD – สัมภาษณ์หวหน้าหอผูป่วย (การกาหนด Competency
     เฉพาะเรื่ อง,เฉพาะโรค,การอบรมและประเมินความรู้ทกษะ,การสังเกตและทบทวนความเสี่ ยงที่เกี่ยวกับการ
                                                              ั
     ด้อยสมรรถนะของบุคลากร,รวมถึงพฤติกรรมการบริ การ,การสร้างวัฒนธรรมขององค์กร)
7.                                 ้              ่
     การสัมภาษณ์ Staffในหอผูป่วย(ความอยูดีมีสุข,การพัฒนาตนเอง, Core value ที่ใช้ในการทางาน เช่น
     patient focus, team ,มุ่งผลสัมฤทธิ์ )
8.   การบันทึกเวชระเบียน (ความครบถ้วน,ความทันเวลา,การบันทึก progress note และ nurse note
                                                                                         ้
     ที่สอดคล้องกัน,การลง Consent from ,การบันทึกการเฝ้ าระวังภาวะเสี่ ยง,การประเมินผูป่วยแบบองค์รวม,
                                                ั
     การแปลและใช้ผลตรวจทางห้องปฏิบติการ,การลงนามกากับคาสั่งการรักษาของนศพ.,การบันทึกการเปลี่ย
     นแปลงของการวินิจฉัยโรค,การวางแผนจาหน่ายผูป่วย)      ้
    ผลการประเมินความสมบูรณ์ของเวชระเบียนตามเกณฑ์ของสปสช. และการปรับปรุ ง,
    การกาหนดแบบฟอร์ มเฉพาะโรคที่เป็ นเป้ าหมาย
9. การทบทวนประจาวัน(ขณะดูแลรักษา,การ round
    ร่ วมกับแพทย์ของทีมสหสาขาวิชาชีพ,เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์) ทีมที่มีส่วนร่ วมในการ round
    กับแพทย์เช่นเภสัชกร นักกายภาพ นักโภชนาการ นักสังคมสงเคราะห์ เป็ นต้น
                                               ่
10. การตามรอย(Tracer)โรคที่สาคัญหรื อมีระบุวามีการพัฒนาในแบบประเมินตนเอง
11. สิ ทธิผป่วยและการให้ผป่วยและญาติมีส่วนร่ วมในการวางแผนการรักษาร่ วมกัน
           ู้              ู้
                   ้
12. การพูดคุยกับผูป่วยและญาติ(ถามความพึงพอใจโดยรวม,ข้อเสนอแนะความเข้าใจในข้อมูลการเจ็บป่ วย,
    มีการ Identify ก่อนให้ยา,ให้เลือดหรื อทาหัตถการอย่างไร,ความเข้าใจใน Discharge plan,การเสริ มพลัง
                       ้
    (Empowerment)ผูป่วยและญาติ การรับทราบข้อมูลในการตรวจวินิจฉัย และ X-ray ยาที่ได้รับ เป็ นต้น)



                                                       OR
 1.                                                       ้
      ระบบ Zoning (เขต semi-sterile/sterile, การFlow ผูป่วยระบบ One way) การเปิ ด-ปิ ดประตู
      ในขณะปฏิบติงานั
 2.                                                                                    ั
      ระบบIC-ความสะอาด(ผนัง,ฝ้ าเพดาน,พื้น),การเปิ ด-ปิ ด ประตู หน้าต่าง,การปฏิบติตามมาตรฐาน IC
      เช่นการล้างมือ,ใส่ mask,ใส่ หมวก,มาตรฐานการทาปราศจากเชื้อ
 3.           ้
      ขอดูขอมูลการตรวจสอบมาตรฐานห้องผ่าตัดแต่ละห้อง (ความเย็น, ความชื้น, แสงสว่าง, เสี ยง,
      การแลกเปลี่ยนอากาศ,Positive pressure) และการปรับปรุ ง
 4.   ระบบการเตรี ยมความพร้อมของผูป่วยก่อนผ่าตัด,การให้ขอมูล,การมีส่วนร่ วมของผูป่วยและญาติในการเลื
                                          ้                    ้                          ้
                                   ่
      อกแนวทางการรักษา,การเยียมประเมินหลังผ่าตัด ผลการดาเนินการและการประเมินการบรรลุเป้ าหมาย
 5.   ระบบ HRD (ความเพียงพอ,การประเมินสมรรถนะ,การ
      training,ระบบพี่เลี้ยง,การส่ งเสริ มขวัญและกาลังใจ)
 6.   ระบบ RM (การรายงานและจัดการความเสี่ ยงสาคัญที่เกิดขึ้น,ไฟฟ้ าดับน้ าไม่ไหล(ระบบสารองไฟ),
      ความพร้อมใช้ของเครื่ องมือ,ข้อมูลการติดเชื้อแผลผ่าตัดรวมถึงระบบ Post D/C surveillance
                                                        ้
      การรายงานข้อมูลรณี comply test ไม่ดาหรื อกรณี ผาขาดเป็ นรู )
 7.              ั         ู้               ้       ้
      ระบบพิทกษ์สิทธิ ผป่วยเฉพาะเช่น ผูป่วยเด็ก,ผูป่วยไม่รู้สติ,การ expose
        ้                                                    ้
      ผูป่วย,ความเป็ นสัดส่ วนขณะรอผ่าตัด,การเข้าถึงจิตใจผูที่ถูกผ่าตัด)
 8.                                                                 ั
      ห้องเก็บอุปกรณ์ปราศจากเชื้ อ เป็ นห้องมิดชิ ด มีประตูปิด มีช้ นวางอุปกรณ์ที่เป็ นสัดส่ วน หยิบง่าย-
      หายรู ้ไม่มีการเดินเข้าออกของบุคคลภายนอกมากจนเกินไป
      มีระบบในการตรวจสอบวันหมดอายุของเครื่ องมือsterile ,ระบบการเบิกจ่ายที่เป็ น one
      way,การควบคุมอุณหภูมิความชื้น, การจัดเก็บFI-
    FO,การใส่ ตูที่มีประตูปิดตลอดเวลา,ไม่เก็บที่ต่าใกล้พ้ืน,สุ่ มตรวจ set อุปกรณ์ ดูความถูกต้องของการใส่
                ้
    Indication,การ Label ,ผ้าห่อ set เป็ นรู ตามดหรื อไม่
9. ดูระบบการล้าง/เก็บ/การทาปราศจากเชื้ อในห้องผ่าตัด ต้องเป็ น One way ลดการปนเปื้ อน
    จากจุดชาระล้าง,ฝึ่ งแห้ง,แช่,นึ่ง,จัดเก็บ,เบิกจ่าย
10. ระบบการส่ งต่อและติดตามผลการดูแลต่อเนื่ องหลังออกจากห้องผ่าตัดจนจาหน่ายสู่ ชุมชน
11. ความพร้อมในการรองรับผูป่วยที่มีความเสี่ ยงสู ง หรื อในภาวะที่มีอุบติเหตุหมู่
                               ้                                          ั
                                                       LR
1.                    ้                                     ั               ่         ้
      ระบบ Flow ผูป่วยมีความเหมาะสม สะดวกรวดเร็ ว(ที่พกญาติ,การเข้าเยียม,การให้ขอมูล,รถนัง,  ่
      รถนอน)
2.    ระบบการประเมินแรกรับ (ความพร้อมเพียง,มาตรฐานการประเมิน,ระบบการรายงาน high risk
      pregnancy,ความพร้อมในการรับเหตุการณ์ฉุกเฉิ น(ขอข้อมูลการคลอดที่เตียงรอคลอด,การประเมินน้ าหนัก
                                                                  ้
      เด็กผิดพลาด,การประเมินท่าหัว-ท่าก้น,CPD,การประเมินผูป่วยแบบองค์รวม)
3.    ชื่นชม นวัตกรรม (ถ้ามี)เช่น การเตรี ยมความพร้อม
      “โรงเรี ยนพ่อแม่มือใหม่”,การให้ความรู้ทางวิชาการ,การวิจยสู่ การพัฒนาระบบ
                                                                    ั
      ,รพ.สายใยรักแห่งครอบครัว
4.    ระบบ IC (การจัด Zoning เขตสะอาด,เขตปนเปื้ อน,การแต่งกาย,การใส่ ถุงมือ,การล้างมือ,ใส่ mask
      ,เทคนิคการทาหัตถการ,การทิ้งขยะ,การ Flow
      ของผ้าสกปรก,อุปกรณ์เครื่ องมือที่ใช้แล้ว,การเก็บอุปกรณ์ปราศจากเชื้ อ,สุ่ มตรวจมาตรฐานการห่ อ,การ
      Label ,การใส่ Indicator)
5.             ้
      ขอดูขอมูลการติดเชื้อ,ระบบการเฝ้ าระวังการติดเชื้ อหลังจาหน่าย,การปรับปรุ งที่สะท้อนความใส่ ใจในด้าน
      การติดเชื้อ
6.    ระบบเครื่ องมือ-อุปกรณ์ ในห้องคลอด การดูแล บารุ งรักษาเชิงป้ องกัน
      ความพร้อมและความเพียงพอของเครื่ องมือ
7.    ระบบ HRD (ความเพียงพอ,ระบบตามทีมเสริ มมีความชัดเจน,การฝึ กอบรม, On the job
      training,การกาหนดและประเมิน Competency ,การมีส่วนร่ วมในทีมทบทวนทางคลินิก)
8.    สอบถามความเสี่ ยงสิ่ งสาคัญและการปรับปรุ งป้ องกันเชิงระบบ เช่น PPH ,BA , Sub temp. ,
      โจรกรรมเด็ก,ตกเตียง ฯลฯ)
9.    สุ่ มดูเวชระเบียน การบันทึก Partogram ,และการประเมินผล,การให้การดูแลรักษา
10.   ระบบยา (ยากลุ่มเสี่ ยงสู ง,การเฝ้ าระวังอาการหลังการให้ยาเสี่ ยงสู ง)
11.   สุ่ มพูดคุยกับผูป่วยรอคลอด,หลังคลอดถึงเรื่ องความพึงพอใจโดยรวม,ข้อเสนอแนะ,การรับรู้ขอมูล,การ
                        ้                                                                      ้
      Identify ทารก+มารดา
12.              ั                                              ้
      ระบบพิทกษ์สิทธิ ,การเปิ ดเผยร่ างกาย,การทาหัตถการ,ชุดผูป่วย,การให้สิทธิในการเลือกแพทย์สตรี ,การปิ ด
      ประตู,ผ้าม่าน ฯลฯ



                                              X-RAY
1. การกาหนดเป้ าหมายและการกาหนด KPI ที่เหมาะสมกับบริ บทของ รพ.,ครอบคลุมงานทุกด้าน(X-
   ray,USG,CT,พิเศษอื่น ๆ)
                                        ั
2. การวิเคราะห์และปรับปรุ งคุณภาพตัวชี้วดที่สะท้อนงานบริ การX-ray เช่น อัตรา film เสี ย
   พบว่าส่ วนใหญ่เป็ นจากอะไร และได้ปรับปรุ งเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
3. การตอบสนองความต้องการของลูกค้าภายใน
    เช่นการปรับบริ การนอกเวลาราชการ,การบริ การสั่งตรวจทางระบบcom. เป็ นต้น
4. การตอบสนองความต้องการของลูกค้าภายนอก
    เช่นความรวดเร็ ว,ความสะดวกสบายของบริ เวณนังคอย,พฤติกรรมการบริ การ,ความสะดวกในการให้บริ กา
                                                     ่
    รยืมฟิ ล์ม
5. ความเสี่ ยงสาคัญและการป้ องกัน(การแพ้สารที่รังสี ,ตกเตียง,การเปลี่ยนแปลงอาการโดยไม่คาดฝันความพร้
    อมในการ CPR,การได้รับรังสี ในคนท้อง,เจ้าหน้าที่ ฯลฯ)
           ู้
6. สิ ทธิผป่วย (การแจ้งข้อมูลผลการตรวจพิเศษ,การ Expose
      ้            ้                                                         ้
    ผูป่วย,การให้ขอมูลการเตรี ยมตัวก่อนตรวจ,การเปิ ดเผยข้อมูลในการตรวจของผูป่วย)
7. ระบบในการทบทวนความถูกต้องของการตรวจ (การอ่าน flim ร่ วมกับวิชาชีพอื่น ๆ
    ,ความสอดคล้องกับผล patho และการผ่าตัด ,การจัดประชุมวิชาการภายใน,ระบบในการปรึ กษาผูเ้ ชี่ยวชาญ
    เป็ นต้น
8. ระบบ IC (การป้ องกันการติดเชื่อทางเดินหายใจ
    ทางผิวหนัง,การใส่ ถุงมือ,การล้างมือ,การทิ้งขยะ,การตรวจสุ ขภาพบุคลากรประจาปี )
                                        ้
9. การทบทวนการใช้ทรัพยากร,ความคุมทุนของการส่ งตรวจภายนอก เช่น MRI ,การลงทุนเครื่ องมือใหม่ ๆ
    เป็ นต้น)
10. ระบบ HRD (ความเพียงพอ,ความสุ ขในการทางาน,การพัฒนา การฝึ กอบรม การประเมินสมรรถนะ)
11. ระบบเครื่ องมือ (การสอบเทียบเครื่ องมือ,การตรวจปริ มาณรังสี จากสถานบันฯ
    ,การบารุ งรักษาเชิงป้ องกัน,ความเพียงพอของเครื่ องมือ,การซ่อมและประกันเวลา
                                               ั
    ,การกาหนดเขตอันตรายที่มีโอกาสรับรังสี ชดเจน)
12. ความภาคภูมิใจ,นวัตกรรม,หรื อ CQI ที่โดดเด่น

                                            LABและคลังเลือด
1.                                                             ้
     ดูผลการประเมินจากสมาคมนักเทคนิคการแพทย์ ในประเด็นที่ตองการปรับปรุ ง
     ได้ดาเนิ นการไปบ้างอย่างไร
2.   ดูผลงาน(KPI)ในด้านความถูกต้อง ผล IQC ,EQC ฯลฯ
3.   ระบบรายงานความเสี่ ยง
     (การรายงานผลผิดพลาด,ผิดคน,การเก็บสิ่ งส่ งตรวจซ้ า)ได้นาไปปรับปรุ งระบบการทางานอย่างไร
4.   บทบาทในการเป็ นส่ วนหนึ่งของทีม PCT ,PST
                                                                                        ้
     เช่นการปรับระบบบริ การให้เร็ วขึ้น,ระบบรายงานผลด่วน,กระบวนการร่ วมทบทวนการดูแลผูป่วยและทา
     RCA เป็ นต้น
5.   ระบบ HRD (ความเพียงพอ,ความสุ ขในการทางาน,การพัฒนา การฝึ กอบรม
                                                             ั
     การประเมินสมรรถนะผลการตรวจสุ ขภาพบุคลากร การให้วคซี นที่จาเป็ น การสวมใส่ อุปกรณ์ป้องกัน)
6. ระบบ ENV (ปัญหาทางกายภาพ,แสง,เสี ยง,กลิ่น,สารพิษ,เชื้อโรค,และระบบป้ องกันอันตรายของบุคลากร)
                            ั
    การจัดZoning ส่ วนปฏิบติการ ส่ วนสานักงาน ส่ วนเสี่ ยงต่อการติดเชื้ อเป็ นต้น
7. ระบบ IC (ขยะ,สารเคมี,สิ่ งแวดล้อม,การใส่ อุปกรณ์ป้องกัน,ผลการตรวจสุ ขภาพประจาปี ของบุคลากร)
8. ระบบตรวจสอบภายใน ความโปร่ งใสในการจัดซื้ อจัดจ้าง
9. การทบทวนการใช้ทรัพยากรที่เหมาะสม(การเจาะ Lab
    ที่มากเกินไป,เทคนิควิธีการตรวจที่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมากเกินไป)
10. การตอบสนองความต้องการของลูกค้า การบริ การที่เน้นลูกค้าเป็ นสาคัญ
           ู้          ้                                 ้
11. สิ ทธิผป่วย การให้ขอมูลในการรอคอย,การปกปิ ดชื่อผูป่วย HIV,rape ,ระบบรายงานความลับ
    การกาหนดพื้นที่ในการเจาะเลือดที่เป็ นสัดส่ วนไม่เปิ ดเผยเกินไป
12. ระบบเครื่ องมือ (ความเพียงพอ,ความพร้อมใช้,การCalibrate,การบารุ งรักษาเชิงป้ องกัน)
13. ถามความภาคภูมิใจ,นวัตกรรมหรื อ CQI ดี ๆ ที่น่ายกย่อง ชมเชย
14. แผนพัฒนาในอนาคตและการเตรี ยมการ
                                                                                    ั
15. งานคลังเลือดและมาตรฐานของระบบตามสภากาชาดไทย (สิ่ งที่ทาได้แล้ว และสิ่ งที่ยงทาไม่ได้)




                                                       วิสัญญี
1.    เป้ าหมายและ KPI ที่เหมาะสม(ความปลอดภัย,ความถูกต้อง,ได้มาตรฐาน,พึงพอใจ,เคารพสิ ทธิผป่วย) ู้
                                                   ั
      ในประเด็นความครอบคลุม การทบทวนตัวชี้วด การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อบรรลุเป้ าหมาย
2.    ความเสี่ ยงสาคัญและการป้ องกัน (การใส่ ท่อช่วยหายใจไม่ได้, High Spinal block
                                                     ้
      ,การใช้ยาผิด,การให้เลือดผิด,block ไม่ work ,ผูป่วยตื่นขณะผ่าตัด ,Cardiovascular problem)
3.    ความพร้อมในการรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน(การอบรม,การซ้อมแผนฯ,ระบบในการตามทีมช่วยเหลือ)
4.    การทบทวนเหตุการณ์สาคัญ (ความถี่ ผูเ้ ข้าร่ วมประชุม การปรับเปลี่ยนที่เกิดขึ้น)
      ระบบในการป้ องกันความเสี่ ยง-ความผิดพลาดในการให้ยาดมสลบ
5.    ระบบ HRD (ความเพียงพอ,ความสุ ขในการทางาน,การพัฒนา การฝึ กอบรม การประเมินสมรรถนะ)
6.    ระบบควบคุมภายใน ความโปร่ งใสในการจัดซื้ อจัดจ้าง
7.    สิ่ งแวดล้อม, การระบายอากาศ, 5ส.,การจัดเก็บอุปกรณ์ เครื่ องมือต่างๆ (ความเป็ นระเบียบ
      เรี ยบร้อย,ระบบFIFO)
8.    ระบบยา การจัดเก็บ การทาลาย(กรณี ที่เหลือจากการเตรี ยม) การควบคุมในแต่ละวัน,ยาความเสี่ ยงสู ง
9.    ระบบเครื่ องมือ (ความเพียงพอ,ความพร้อมใช้,การCalibrate,การบารุ งรักษาเชิงป้ องกัน)
10.   การทบทวนการใช้ทรัพยากร
      (การใช้ยาและวิธีการดมยาที่เป็ นไปตามมาตรฐานขององค์กรวิชาชีพแนะนา,การปรับเปลี่ยนที่ทาให้ค่าใช้จ่
      ายมีแนวโน้มลดลง)
                              ้
11. การเตรี ยมความพร้อมของผูป่วยที่จะดมยาหรื อให้ยาชาเฉพาะที่
    ,การเตรี ยมความพร้อมกรณี กลุ่มผูป่วยเสี่ ยงสู ง
                                    ้
              ู้
    ,การให้ผป่วยได้มีสิทธิในการเลือกวิธีในการระงับความรู้สึก ,การเฝ้ าระวังหลังการดมยาในห้อง Recovery
    room
                                                                                ้
12. ระบบในการส่ งต่อข้อมูล(เหตุการณ์สาคัญที่เกิดขึ้นในขณะดมยา ,ความเสี่ ยงที่ตองเฝ้ าระวังเป็ นพิเศษ)
    ในการดูแลต่อเนื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
13. ชื่นชม เช่น ระบบพัฒนาบุคลากร,training, center ,pain clinic,
                                              กรรมการRM

1. การกาหนดเป้ าหมายในการทางานของคณะกรรมการ RM ,ความครอบคลุมระบบงานย่อยในระบบRM
   ใหญ่(การค้นหาความเสี่ ยง การประเมินความรุ นแรงความเสี่ ยง การรายงานความเสี่ ยง
   การจัดการความเสี่ ยง การวางระบบป้ องกันการเกิดความเสี่ ยงซ้ า),
                     ั
   การกาหนดตัวชี้วดการบรรลุเป้ าหมายที่เหมาะสม ,
2. การวางนโยบายที่เอื้อต่อประสิ ทธิ ภาพระบบบริ หารความเสี่ ยง(การรายงานความเสี่ ยงมากขึ้น,การรายงานค
   วามเสี่ ยงทันเวลา,การทบทวนความเสี่ ยงตามที่กาหนด)
                  ้
3. การวิเคราะห์ขอมูลความเสี่ ยงแยกตามโปรแกรมความเสี่ ยงที่มี
4. การส่ งเสริ มการค้นหาความเสี่ ยงเชิงรุ ก ในช่องทางต่างๆเช่น RM Round, Trigger tool,เป็ นต้น
5. นวตกรรมในระบบบริ หารความเสี่ ยงของรพ. สิ่ งใหม่ๆในการดาเนินการเพื่อให้มีประสิ ทธิ ภาพมากยิงขึ้น
                                                                                                ่



                                               ห้ องยานอก
         ระบบการมุ่งเน้นลูกค้า(
                                                               ั่
          ระบบการกระจายงานในช่วงเร่ งรี บ,ระบบบัตรคิว,ที่นงพัก,มุมหย่อนใจ,เอกสาร-
          แผ่นพับให้ความรู ้,มุมสาธิต “ยาที่ท่านได้รับถูกต้องหรื อไม่”)
           ระบบป้ องกัน Med Error (การตรวจสอบdouble check, ระบบ5ส.,การลดPrescription error,
                การจัดวางยากลุ่ม LASA, การเก็บยากลุ่มHAD, ขอดูขอมูลME การวิเคราะห์และการปรับปรุ ง
                                                                      ้
                ,ระบบส่ งเสริ มการใช้ยาอย่างถูกต้อง-
                                                       ้
                ยาเทคนิคเฉพาะ,ยาโรคเรื้ อรัง,ยาที่ตองกินตรงเวลาเช่นยาARV)
           ระบบบริ หารจัดการ(ระบบควบคุมคลังยาใน
                ,ระบบบริ การเมื่อห้องยาปิ ด,การสั่งใช้ยาที่ไม่มีในห้องยา,การใช้ITช่วยในการจัดยาได้เร็ วและถูกต้
                อง,การจัดแบ่งพื้นที่ให้เกิดสมาธิ ในการจัดจ่ายยา)
           ระบบHRD (การอบรมความรู้แก่เจ้าหน้าที่ในห้องยา,นอกห้องยา,การจัดอัตรากาลังคน)
           ระบบRM(การรายงานความเสี่ ยงในหน่วยงาน,ระบบการจัดการข้อร้องเรี ยน)
                                                       ห้ องยาใน
                    ้                      ู้
    ระบบการให้ขอมูลยากลับบ้านแก่ผป่วย(Drug reconciliation)
   สื่ อที่ช่วยให้การให้คาอธิ บายแก่ผป่วยง่ายขึ้น สะดวกขึ้น ชัดเจนขึ้น
                                         ู้
                                                   ู้
    ระบบลดขั้นตอนในการจัดจ่ายยา เพื่อให้ผป่วยกลับบ้านได้ตรงเวลา
   ระบบลดความคลาดเคลื่อนทางยา(สถานที่ ,5ส.,)
                                               ฝ่ ายผลิตและเตรียมยา
   ระบบZoning (one way,การเปลี่ยนชุด,)
 ระบบ IC (ระบบทาปราศจากเชื้อ, )
 สถานที่เป็ นสัดส่ วน สะอาด ปลอดภัย
 ความเสี่ ยงสาคัญ(ระบบความปลอดภัยจากยาเคมีบาบัด)
 ระบบHRD(การtraining บุคลากร,ข้อมูลการเจ็บป่ วยของเจ้าหน้าที่,)
 มาตรฐานในเรื่ องอัตราส่ วน
                                     ั
  และส่ วนประกอบในสารน้ าหรื อยาที่จดเตรี ยม,ระบบการตรวจสอบคุณภาพเมื่อผลิตเสร็ จ,
 ระบบในการรับรู้ความต้องการและข้อเสนอแนะจากผูรับผลงาน(ภายใน)
                                                  ้

                                               คลังยา
   ระบบความปลอดภัย(การจากัดคนเข้าออก,การควบคุมstock, ถังดับเพลิง,กล้องวงจรปิ ด)
   ระบบควบคุมคุณภาพของยาในคลัง(การควบคุมอุณหภูมิ-ความชื้นทั้งในและนอกเวลาราชการ,
                                                    ั
    การจัดเก็บยกพื้นป้ องกันความชื้นจากพื้น,การระบุวนหมดอายุ,ระบบFIFO)
   ระบบการเบิกยาฉุกเฉินเมื่อห้องยาปิ ด
                               ่
    ข้อมูลการตรวจสอบภายในที่ผานมา,ข้อมูลปริ มาณยาหมดอายุในคลังยา
   ระบบการตอบสนองลูกค้า(ภายใน),ระบบ Delivery-ส่ งถึงที่

                                             ทันตกรรม
   ระบบZoning (พื้นที่เขตสะอาด,ติดเชื้อ,ห้องทาหัตถการ,เขตล้างเครื่ องมือ,เขตเก็บ-
    กาจัดขยะและเครื่ องมือที่ปนเปื้ อน)
                                          ั
    ระบบIC(การใส่ เครื่ องป้ องกันขณะปฏิบติงาน,)
   ระบบHRD(การอบรมตาม training need,
    ข้อมูลการได้รับวัคซีนและการตรวจสุ ขภาพประจาปี ของเจ้าหน้าที่,)
          ั
    ตัวชี้วดของหน่วยงาน(ด้านงานบริ การ ความพึงพอใจ และด้านการสร้างเสริ มสุ ขภาพ)
                                        ั
    ระบบบริ หารความเสี่ ยง(การรายงานอุบติการณ์ความเสี่ ยง,ความเสี่ ยงทางคลินิกที่สาคัญ)
                                     ้
    การตอบสนองความต้องการของผูป่วย(ลดเวลารอคอย,พฤติกรรมบริ การ,สถานที่สุขสบาย)

                                              โภชนศาสตร์
   การจัดแบ่งพื้นที่เขตสะอาด-กึ่งปนเปื้ อน, ไม่มีการรบกวนจากสัตว์และแมลงนาโรค
   ระบบIC( การตรวจสุ ขภาพก่อนประจาการ,การตรวจสุ ขภาพประจาปี )
                                  ้
    ระบบประเมินภาวะโภชนาการผูป่วยและการกาหนดสู ตรอาหารเฉพาะโรค
   ระบบตอบสนองลูกค้าภายใน(การสั่งอาหารทางIntranet,
    การปรับเวลาส่ งอาหารมื้อเย็น,การปรับรายการอาหารให้ถูกปาก)
 ระบบประกันความสดใหม่ทุกวัน,
                            กายภาพบาบัด-อาชีวบาบัดและแพทย์แผนไทย

                          ้
    การประเมินสภาพผูป่วยก่อนว่าพร้อมต่อการให้บริ การกายภาพหรื อไม่(BP,FBS)
   การประเมินความสาเร็ จของการฟื้ นฟู(การใช้pain score,ประเมินADL)
                                                                               ั่
    การตอบสนองลูกค้าภายใน-นอก(การปรับเวลาบริ การ,พฤติกรรมบริ การ,การปรับพื้นที่นงคอย)
   มุมแห่งการเรี ยนรู ้ (แผนพับ,โปสเตอร์ ,บอร์ ด)
   การป้ องกันความเสี่ ยงจากการทากายภาพบาบัด(แผลน้ าร้อนลวก,พลัดตกหกล้ม,การดูกหัก)
                        ้         ้
    การบริ การเชิงรุ กผูป่วยในหอผูป่วย,ในชุมชน,

                                         พัสดุ ช่ างซ่ อมบารุ ง
                                                               ่
    การตอบสนองลูกค้าภายใน(การประกันเวลาซ่อม,ระบบส่ งถึงที-delivery,)
   สิ่ งแวดล้อมเพื่อการมีสุขภาพดี,สะสาง,5ส.
   การใส่ อุปกรณ์ป้องกันขณะทางาน
   ระบบการบารุ งรักษาเชิงป้ องกัน

                                              หน่ วยจ่ ายกลาง
   ระบบเส้นทางเดินของแบบ one way,รถเข็นแบบปิ ดสาหรับของที่ทาปราศจากเชื้ อแล้ว
   ระบบHRD(ภาวะสุ ขภาพของเจ้าหน้าที่, สิ่ งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี,)
                                 ั
    การใส่ อุปกรณ์ป้องกันขณะปฏิบติงาน
   ระบบตรวจสอบเครื่ องอบ,เครื่ องนึ่งไอน้ าว่าทางานได้ตามมาตรฐาน
   แนวทางการตรวจสอบการทาปราศจากเชื้ อ(sterile tape,comply test,Spore test)
                                           ่                                        ั
    ระบบRM(การเก็บข้อมูลเมื่ออุปกรณ์ไม่ผานการทาปราศจากเชื้อ, เมื่อพบเหตุการณ์ดงกล่าวต้องทา
    อย่างไรบ้าง?)
   สุ่ มตรวจอุปกรณ์ที่ทาปราศจากเชื้อแล้วว่าได้ตามมาตรฐานหรื อไม่ (ผ้าไม่ขาด ไม่มีรู
    ความหนาของผ้าขนาดของผ้าเหมาะสม-พันได้2รอบ,การใส่ Indicator,การจัดเรี ยงอุปกรณ์ในห่ อเครื่ องมือ)

                                            งานซักฟอก
   มีระบบการคัดแยกผ้าเปื้ อนจากจุดบริ การเพื่อลดการปนเปื้ อน?
                                 ั
    การใส่ อุปกรณ์ป้องกันขณะปฏิบติงาน
   ระบบHRD(ภาวะสุ ขภาพของเจ้าหน้าที่, สิ่ งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี,)
   การตอบสนองลูกค้าภายใน(ระบบdelivery)
                                ระบบกาจัดขยะและบาบัดนาเสี ย ้
 การคัดแยกขยะถูกที่ ถูกชนิด(ติดเชื้อ ,ทัวไป,ขยะอันตราย,ขยะRe-cycle)
                                         ่
 สถานที่ในการเก็บขยะ(ปลอดจากการถูกสัตว์คุยเขี่ย,มีมุมล้างพื้นที่เปื้ อน,น้ าจากการล้างพื้นที่ตองระบายสู่ ร
                                               ้                                               ้
  ะบบบาบัดน้ าเสี ยของรพ.,มีการเก็บส่ งหรื อทาลายในเวลาที่เหมาะสม)

                                                   หน่ วยCMU
                           ้                                                      ้
    ระบบบริ การที่ใกล้บานใกล้ใจ(บรรยากาศเป็ นกันเอง,มีมุมสบาย,การสนทนาซักถามแบบพี่นอง)
   สิ่ งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเข้าถึงได้ง่าย สะดวก เหมือนบ้าน
   อัตรากาลังที่เหมาะสม (ระบบHRD)ตามจานวนประชากร
   ระบบการตรวจรักษาที่ได้มาตรฐาน
          o การคัดกรอง การประเมินอาการก่อนรับการตรวจ
          o การตรวจโดยแพทย์
          o การตรวจวินิจฉัยที่เหมะสม ถูกต้อง รวดเร็ ว
          o การให้คาแนะนาโดยพยาบาล
                                             ้
          o การจ่ายยาโดยเภสัชกรหรื อผูมีประสบการณ์
          o การทาหัตถการในสิ่ งแวดล้อมที่ปลอดภัย
          o ระบบการส่ งต่อที่เชื่อมโยง รวดเร็ ว ลดขั้นตอน
   ระบบบริ หารความเสี่ ยง (การจัดการข้อร้องเรี ยน,
    การรายงานความเสี่ ยง,การออกแบบระบบเพื่อให้ไม่เกิดความเสี่ ยงซ้ า)
   ระบบIC (ขยะ ,set ทาแผลไม่หมดอายุ,การใส่ อุปกรณ์ป้องกันขณะทาหัตถการ,การล้างมือ)
   ระบบการบริ หารจัดการ(ธรรมาภิบาล- โปร่ งใส ตรวจสอบง่าย)
          o การเงิน
          o คลังยาและเวชภัณฑ์
          o การจัดซื้ อจัดจ้าง
                         ่
    ข้อมูลการติดตามเยียมบ้าน การบูรณาการงานรักษา ส่ งเสริ ม ป้ องกัน ควบคุมโรค

								
To top