Lec07 vb net ? ?? ? ???????????? ?? by HC120525084239

VIEWS: 0 PAGES: 56

									                                 ั
การเขียนโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ ข้นสู ง4123305
                 [ ฟังก์ ชัน และโปรแกรมย่ อย ]

   โดย อ. นัฐพงศ์ ส่ งเนียม
   สาขาวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศ และ
   สาขาวิชา วิทยาการคอมพิวเตอร์
   คณะวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร
   http://www.mobi2you.com
   xnattapong@mobi2you.com
   xnattapong@hotmail.com
   xnattapong2002@yahoo.com



                                      อัพเดตล่าสุ ด 11/08/2551
เนื้อหา
        ั
• ฟังก์ชน และ โปรแกรมย่อย
   – โปรแกรมย่อย
      • SUB
      • Function
           ั
   – ฟังก์ชนและโปรแกรมย่อยที่ User สร้างขึ้นมาใช้งาน (User
     Defined )
             ั
   – ฟังก์ชนที่ VB เตรี ยมไว้ให้ใช้งาน (VB build in )
   – ต.ย. การใช้งาน SUB และ FUNCTION
โปรแกรมย่ อย
• โปรแกรมย่ อย (Procedure) คือการแยกโปรแกรมออกเป็ น
  ส่ วนย่อยๆ ข้อดีของโปรแกรมย่อย
          * ช่วยให้ทาความเข้าใจโปรแกรมได้ง่าย เพราะมีการแบ่งเป็ น
  ส่ วนย่อยๆ
          * ช่วยให้นาโปรแกรมที่สร้างไปใช้งานในโปรแกรมอื่นได้ ถ้า
                               ั
  ในโปรแกรมนั้นต้องการฟังก์ชนในการทางานที่เหมือนกัน
          * ลดความซ้ าซ้อนในการเขียนโปรแกรมในส่ วนที่ทางานอย่าง
                                 ้
  เดียวกัน ถ้านาโปรแกรมส่ วนที่ตองใช้ซ้ าๆ มาทาเป็ นโปรแกรมย่อย จะ
  ทาให้โปรแกรมมีขนาดเล็ก เข้าใจง่าย
               ข้อดีของแบ่งงานออกเป็ นส่ วน ๆ
• ช่วยให้เราเขียน อ่าน และตรวจสอบโปรแกรมได้ง่ายขึ้น เนื่องจากในแต่ละ Sub
                                            ั
  Program จะมีการทางานอย่างใดอย่างหนึ่ งที่ชดเจน
• ในส่ วนของโปรแกรมหลักก็สามารถเข้าใจและตรวจสอบได้ง่าย เพราะ
  โปรแกรมหลักจะขนาดสั้นลง โดยจะมีเฉพาะส่ วนงานหลัก ๆ เท่านั้น ส่ วน
                           ่
  รายละเอียดต่าง ๆ จะไปอยูใน Sub Program
• ลดความซ้ าซ้อนของโปรแกรมที่มีการทางานอย่างเดียวกัน โดยแยกส่ วนที่มีการ
                         ้
  ทางานเหมือน ๆ กันไว้ดวยกัน
• สามารถนาเอา Sub Program ไปใช้ใน Program อื่น ๆ ได้อีก หากโปรแกรมนั้น
  ต้องการทางานในลักษณะเดียวกัน
ประเภทของโปรแกรมย่ อย
              ่
โปรแกรมย่ อยทีใช้ งานอยู่ใน VB.NET มีอยู่ 2 ประเภทคือ

• โปรแกรมย่ อย Sub เป็ นโปรแกรมย่อยที่จะทางานอย่างใดอย่างหนึ่ง
  โดย จะไม่มีการส่ งค่ากลับมายังส่ วนที่เรี ยกใช้งาน
• โปรแกรมย่ อย Function เป็ นโปรแกรมย่อยที่จะคืนผลลัพธ์ที่ได้
  จากการทางานกลับมา
ใน VB.NET มี Sub Program ให้เลือกใช้ 2 แบบ ดังนี้
1. แบบ Sub เป็ น Sub Program ที่ไม่มีการส่ งคืน (return) ผลลัพธ์กลับไปยังคาสั่งที่
                 ั
       เรี ยกใช้มน
รู ปแบบ
[Private / Public / Protected] Sub <ชื่อ Sub Program> ([พารามิเตอร์ ])
       <ชุดคาสั่ง>
       [Exit Sub]
End Sub
                                 ่                         ่
** โดย parameter คือตัวแปรทีใช้ รับค่ าจากโปรแกรมหลักเพือนามาใช้ งานใน Sub
       Program
                              ั
** ค่ าที่โปรแกรมหลักส่ งให้ กบ Sub Program เรียกว่ า Argument
** ส่ วน parameter คือ ชื่อของตัวแปรใน Sub Program ทีเ่ อาไว้ รอรับค่ า Argument
การทางานระหว่ างโปรแกรมหลักและโปรแกรมย่ อย


  โปรแกรมหลัก
  Main Program                      มีการเรี ยกใช้งานโปรแกรมย่อยหลาย ๆครั้ง

                                                A
           Sub A

           Sub B



  ข้อดี คือ เขียนแค่ครั้งเดียว แต่สามารถมีการเรี ยกใช้งานโปรแกรมย่อยกี่ครั้ง ก็ได้
**ตัวอย่าง Sub แบบไม่มีการส่ งผ่าน parameter
**ตัวอย่าง Sub แบบมีการส่ งผ่าน parameter
**ตัวอย่าง Sub แบบมีการส่ งผ่าน parameter
:: รู้จักกับ Module
      ในการสร้างโปรกรมย่อยใน VB.NET ควรจะต้องวาง
   โปรแกรมย่อยในไฟล์ Module เพื่อให้การเขียนโปรแกรมเป็ นไป
   อย่างมีระเบียบ ซึ่งจะสะดวกและง่ายต่อการอ่านโค้ดในภายหลัง

  1. คลิกเมาส์ ปุ่ มขวาที่โปรเจ็กต์ (ในหน้าต่าง Solution Explorer ) เลือก
     เมนู Add > Add Module
                     ้
  2. ใส่ ชื่อไฟล์ที่ตองการ ที่มีนามสกุลเป็ น .vb
      ่
การเพิม Module

1




                 2
                      ั
                  รู้จกกับ Module
• Module ประกอบด้วยคาสั่ง
             Module...

             End Module
:: โปรแกรมย่ อย Sub
เป็ นโปรแกรมย่ อยที่ไม่ มีการส่ งค่ ากลับมา

มีรูปแบบดังนี้

                                                            ี่
  [Private | Public] Sub <ชื่อของโปแกรมย่ อย> (พารามิเตอร์ ทส่งมา)

            ' ชุ ดคาสั่ ง
            [Exit Sub]

  End Sub
:: โปรแกรมย่ อย Sub
เป็ นโปรแกรมย่ อยที่ไม่ มีการส่ งค่ ากลับมา

รายละเอียดมีดังนี้


       * Private หรือ Public เป็ นการประกาศขอบเขตว่ าต้ องการให้ โปรแกรมย่ อยนี้
                 มีขอบเขตอยู่ในเฉพาะในโมดูลนี้ หรือทุกโมดูลในโปรเจ็กต์
        * Exit Sub จะทาให้ ออกจากโปรแกรมย่ อยทันที
                                ่
        * End Sub เป็ นคาสั่ งทีบอกว่ าจบกาารทางานของโปรแกรมย่ อยนี้
:: ต.ย. โปรแกรมย่ อย Sub
                      ่                ้
จงสร้ างโปรแกรมย่อยเพือใช้ ในการคานวณพืนที่ วงกลม

                                 ั
สามารถเขียนเป็ นโปรแกรมย่อย ได้ ดงนี้

  Public Sub CircleArea(r as Single)

           dim cArea as Double
           cArea = 3.14*r*r
           Label1.Text = cArea

  End Sub
:: การเรียกใช้ งาน โปรแกรมย่ อย Sub ที่สร้ างไว้

เราสามารถเรียกชื่อของโปรแกรมย่ อยที่ สร้ างไว้ โดยต้ องกาหนด argument ให้ ถูกต้ องตรง
    กับ เราได้ สร้ างไว้ ทั้งจานวน และชนิดของข้ อมูล

                              ่                                                    ั
จากโปรแกรม ย่ อย CircleArea ทีได้ สร้ างไว้ ก่อนหน้ านี้ เราสามารถเรียกใช้ งานได้ ดงนี้


  Private Sub BtnOK_Click()

             CircleArea(3)

  End Sub
                                         ผลลัพธ์
                                         28.26
:: ต.ย. โปรแกรมย่ อย Sub
                      ่
จงสร้ างโปรแกรมย่อยเพือใช้ ในการคานวณ
   1+2+3+4+5+ … n (N คือเลขจานวนเต็มใด ทีไม่ เกิน 100000)
                                         ่

สามารถเขียนเป็ นโปรแกรมย่ อย ได้ ดังนี้
   Public Sub SumNumeric(ByVal N As Int32)
         Dim sum As Long
         Dim i As Int32
      For i = 1 To N
         sum += i
      Next i
      MsgBox(sum)
    End Sub
:: การเรียกใช้ งาน โปรแกรมย่ อย Sub ที่สร้ างไว้

เราสามารถเรียกชื่อของโปรแกรมย่ อยที่ สร้ างไว้ โดยต้ องกาหนด argument ให้ ถูกต้ องตรง
    กับ เราได้ สร้ างไว้ ทั้งจานวน และชนิดของข้ อมูล

                              ่                                                    ั
จากโปรแกรม ย่ อย Sumnumeric ทีได้ สร้ างไว้ ก่อนหน้ านี้ เราสามารถเรียกใช้ งานได้ ดงนี้


  Private Sub BtnOK_Click()

            Sumnumeric(5)

  End Sub
                                        ผลลัพธ์
                                         15
        การส่ งผ่านพารามิเตอร์ (parameter passing)
ชนิดของพารามิเตอร์
ใน VB.NET มีการส่ งผ่านค่าพารามิเตอร์ 2 แบบ คือ
Pass by value และ Pass by reference
การส่ งผ่ านพารามิเตอร์ แบบ Pass by Value
   เป็ นการส่ งผ่านค่าพารามิเตอร์ โดยที่การเปลี่ยนแปลงค่าของตัวแปรพารามิเตอร์ ใน
 Sub Program นั้นจะไม่มีผลต่อค่าของตัวแปรในโปรแกรมหลักที่ส่งมาเป็ น argument
ทาได้โดยใส่ คียเ์ วิร์ด ByVal ไว้หน้าชื่อพารามิเตอร์ ณ บรรทัดการประกาศ Sub
Program
Main Program                     X              Y              Z

Dim X, Y, Z as Integer            4             5               6

ABC (X,Y,Z)
                                      copy          copy            copy


                                 A              B              C

                                  4             5               6


Public Sub ABC (Byval A as Integer, Byval B as Integer, Byval C as Integer)
เรี ยกใช้งานครั้งที่      ค่า Num ในโปรแกรมหลัก         ค่าของ n ใน Sub program
                       ก่อนเรี ยกใช้    หลังเรี ยกใช้        ก่อนทา             หลังทา
                       Sub program      Sub program          N *=n              N *=n
         1                  2                 2                2                  4
         2                  2                 2                2                  4
         3                  2                 2                2                  4
การส่ งผ่ านพารามิเตอร์ แบบ Pass by Reference
       เป็ นการส่ งผ่านค่าพารามิเตอร์โดยเมื่อมีการ
  เปลี่ยนแปลงค่าของตัวแปรพารามิเตอร์ใน Sub Program
  จะทาให้ค่าของตัวแปรในโปรแกรมหลักที่ส่งมาเป็ น
  argument เปลี่ยนค่าตามไปด้วย ทาได้โดยใส่ คียเ์ วิร์ด
  ByRef ไว้ที่หน้าชื่อตัวแปรพารามิเตอร์ ณ บรรทัดของการ
  ประกาศ Sub Program
   Main Program
                                     X                Y             Z
   Dim X, Y, Z as Integer
                                          Reference
   ABC (X,Y,Z)

                                      4               5             6

                                         Reference

                                     A                B             C

Public Sub ABC (ByRef A as Integer, ByRef B as Integer, ByRef C as Integer)
เรี ยกใช้งานครั้งที่      ค่า Num ในโปรแกรมหลัก        ค่าของ n ใน Sub program
                       ก่อนเรี ยกใช้   หลังเรี ยกใช้       ก่อนทา                หลังทา
                       Sub program     Sub program         N *=n                 N *=n
         1                  2               4                 2                   4
         2                  4               16                4                   16
         3                  16             256               16                   256
Private Sub BtnOK_Click(ByVal sender As System.Object, ByVal e
  As System.EventArgs) Handles BtnOK.Click
    Dim num1 As Int16 = 10
    Sumnumeric(num1)
    MsgBox(num1)
 End Sub

 Private Sub Sumnumeric(ByRef N As Int16)
   Dim sum As Long
   For i As Int16 = 1 To N
      sum += i
   Next i
   LbResult.Text = sum
   N -= 5

 End Sub
                       ขอบเขตของโปรแกรม
ขอบเขตของโปรแกรมคือสิ่ งที่มีผลต่อตัวแปร/ค่าคงที่ซ่ ึ งเราประกาศไว้ในส่ วนต่าง ๆ
 ของโปรแกรม โดยเป็ นตัวกาหนดว่า Code ส่ วนใดบ้างที่สามารถเข้าถึงหรื อมองเห็น
                  ั
ตัวแปร/ค่าคงที่น้ น ๆ ได้ ซึ่ ง VB.NET จะแบ่งขอบเขตของโปรแกรมออกเป็ น 4 ระดับ
ด้วยกัน ได้แก่ ขอบเขตระดับโกลบอล (global scope) ขอบเขตระดับโมดูลหรื อระดับ
คลาส (module/class scope) ขอบเขตระดับโพรซิ เยอร์ (Procedure scope) และขอบ
เขตระดับบล็อก (block scope)
ขอบเขตระดับโกลบอล (Global Scope)
                                 ั                                   ั
เป็ นขอบเขตที่สามารถมองเห็นได้ท้ งโพรเจ็ค ใน VB.NET นั้น การกาหนดให้ตวแปรมี
ขอบเขตระดับ Global ทาได้โดยประกาศตัวแปรเป็ นแบบ Public ภายในโมดูลหรื อ
คลาสใด ๆ ก็ได้                                                  Module1
                                                 Project



                                                               Count




                                                               PI
                       Module 2, 3, …
ขอบเขตระดับโมดูลหรือระดับคลาส (Module/Class Scope)
เป็ นขอบเขตที่สามารถมองเห็นได้ภายในโมดูลหรื อภายในคลาส
(ภายใน Module ..End Module หรื อ Class.. End Class) เรานิยมประกาศตัวแปร/ค่าคงที่
                              ้
ระดับโมดูลหรื อคลาสในกรณี ที่ตองการให้ทุก Procedure ใน Module/Class
มองเห็นตัวแปรนี้ได้

                                                                              Module1
                                                            Project



                                                                              Count




                                                                             PI
                            Module 2, 3, …
ขอบเขตระดับโพรซิเยอร์ (Procedure Scope)
เป็ นขอบเขตที่สามารถมองเห็นได้ภายในโพรซิ เยอร์ เท่านั้น ก็คือตัวแปรที่ประกาศด้วย
คาสั่ง Dim
ขอบเขตระดับบล็อก (Block Scope)
เป็ นขอบเขตที่สามารถมองเห็นได้เฉพาะภายในบล็อกคาสั่งหนึ่ ง ๆ เท่านั้น เช่น If..Else
                                                                      ั
For ..Next โดยเมื่อเราประกาศตัวแปรไว้ในระดับบล็อกใด ตัวแปรนั้นจะมีตวตนให้
เข้าถึงได้เฉพาะภายในบล็อกนั้นเท่านั้น
1. จงเขียนโปรแกรมคานวณหาคาตอบทางคณิ ตศาสตร์ ด้านล่างให้สมบูรณ์




   Function Cal_A1 คานวณหาคาตอบ | X | + | Y |
   Function Cal_A2 คานวณหาคาตอบ Sin(X)
   Function Cal_A3 คานวณหาคาตอบ Round of X/Y
   Function Cal_A4 1คานวณหาคาตอบ Cos(Y) + Sin(X^2)
2. จงเขียนโปรแกรมคานวณหาคาตอบทางคณิ ตศาสตร์ ด้านล่างให้สมบูรณ์




 Sub FindMax หาค่าสู งสุ ด
 Sub FindMin หาค่าต่าสุ ด
3. ทดสอบความเข้าใจเกี่ยวกับขอบเขตของตัวแปร
4.จงเขียนโปรแกรมรับข้อมูลชื่อนิสิต, คะแนนกลางภาค, คะแนนปลายภาค และ
    คะแนน
เก็บ แล้วทาการคานวณหาเกรด โดยเงื่อนไขการคานวณเกรดมีดงนี้    ั
ถ้าคะแนนต่ากว่า 65 ได้เกรด F (Fail)
ถ้าคะแนนตั้งแต่ 65 ขึ้นไป ได้เกรด P (Pass)
หมายเหตุ
1. ให้ใช้ Sub ชื่อ Enter_Data ในการรับข้อมูลชื่อนิสิต และคะแนนของนิสิต
2. ให้ใช้ Function ชื่อ Find_Grade ในการคานวณหาเกรด
3. ให้โปรแกรมสามารถรับข้อมูลชื่อและคะแนนของนิสิตไปเรื่ อย ๆ จนกว่าผูใช้้
    ต้องการจะหยุดโดยป้ อนข้อมูล ‘N’
          ั
วิเคราะห์อลกอริ ทึม
ข้อมูลเข้า : ชื่อนิสิต(Name), คะแนนกลางภาค
             (M_Score), คะแนนปลายภาค
             (F_Score) และคะแนนเก็บ (A_Score)
ประมวลผล : คานวณเกรดจากคะแนนรวม =
              M_Score + F_Score + A_Score
              ถ้าคะแนนรวม < 65 ได้เกรด “F”
              (Fail) ถ้าคะแนนรวมตั้งแต่ 65 ขึ้น
              ไป ได้เกรด “P” (Pass)
ข้อมูลออก : แสดงผลการเรี ยน(เกรด)ของนิสิตแต่
              ละคน
                     Exercise 7.1
• จงสร้างโปรแกรมย่อย เพื่อคานวณพื้นที่สี่เหลี่ยมคางหมู
• จงสร้างโปรแกรมย่อย เพื่อหาค่าของ Factorial
• จงสร้างโปรแกรมย่อย เพื่อหาค่า ของ
   – 2 + 4 + 6 + 8 + …100 = ?
   – 1 + 3 + 5 + 9 + … 99 = ?
• จงสร้างโปรแกรมย่อยเพื่อ รับราคาสิ นค้า เข้ามาแล้ว คิดคานวณ
  ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%)
2. แบบ Function เป็ นการเขียน Sub Program แบบมีการคืนค่ากลับไปยัง
โปรแกรมหลัก (return ค่า)
รู ปแบบ
                                                    ั
[Private / Public / Protected] Function <ชื่อฟั งก์ชน > ([พารามิเตอร์ ]) As <ชนิดข้อมูล>
    <ชุดคาสั่ง>
    [Exit Function]
                     ้
    [Return <ค่าที่ตองการส่ งคืนไปยังโปรแกรมหลัก>]
End Function
   :: โปรแกรมย่ อย Function
                          ่
   เป็ นโปรแกรมย่ อยที่เมือทางานเสร็จแล้วจะมีการส่ งค่ ากลับมา ยังส่ วนที่เรียกใช้ งาน

   มีรูปแบบดังนี้
                                                            ี่
[Private | Public] Function <ชื่อของฟังก์ชัน> (พารามิเตอร์ ทส่งมา) AS ชนิด
ข้ อมูล

         ' ชุ ดคาสั่ ง
         Return Value
         [Exit Function]

End Function
**ตัวอย่าง Function
**ตัวอย่าง Function
ต.ย. ฟังก์ชัน
• จงเขียน Function เพื่อหาค่า Factorial ของตัวเลขใดๆ
   – 5! = 5*4*3*2*1 = 120
                            ั     ั
   – สามารถเขียนเป็ นฟั งก์ชน ได้ดงนี้

 Public Function Factorial(ByVal N As Int16) as Long
       Dim Fac1 As Long = 1
       For I as Int16 = N to 1 Step -1
              Fac1*= I
       Next I
       Return Fac1
 End Function
:: การเรียกใช้ งาน Function ที่สร้ างไว้
เราสามารถเรียกชื่อของฟังก์ ชันที่ สร้ างไว้ โดยต้ องกาหนด argument ให้ ถูกต้ องตรงกับที่
เราได้ สร้ างไว้ ทั้งจานวน และชนิดของข้ อมูล

                          ่                                                    ั
จากฟังก์ ชั่น Factorial ทีได้ สร้ างไว้ ก่อนหน้ านี้ เราสามารถเรียกใช้ งานได้ ดงนี้


  Private Sub BtnOK_Click()

              Label1.text = Factorial(5)

  End Sub                                                               ผลลัพธ์
                                                                        120
                                   ั                                   ้    ั
   หมายเหตุ : กาเรี ยกใช้งานฟังก์ชนต่าง จาก การเรี ยกใช้งาน Sub ตรงที่ตองมีตวแปรมารับค่า หรื อ ออบเจ็กต์มา
   รับค่าด้านซ้ายมือของเครื่ องหมาย เท่ากับ เสมอ
Exercise 7.2

               ั
• จงสร้างฟังก์ชน เพื่อคานวณพื้นที่สี่เหลี่ยมคางหมู
                 ั
• จงสร้างฟังก์ชน เพื่อหาค่าของ Factorial
                   ั
• จงสร้างฟังก์ชน เพื่อหาค่า ของ
    – 2 + 4 + 6 + 8 + …100 = ?
    – 1 + 3 + 5 + 9 + … 99 = ?
               ั
• จงสร้างฟังก์ชน รับราคาสิ นค้า เข้ามาแล้ว คิดคานวณภาษีมูลค่าเพิ่ม
  (VAT 7%)
Exercise 7.2 ต่ อ

•                 ั
    จงสร้างฟั งก์ชน เพื่อคานวณพื้นที่สามเหลี่ยม
•   จงสร้างฟั งก์ชน เพื่อ ตรวจสอบตัวเลขว่าเป็ นเลขคู่หรื อคี่
                    ั
•                     ั
    จงสร้างฟั งก์ชน เพื่อหาค่า ของ จานวนเฉพาะ
•                       ั
    จงสร้างฟั งก์ชน เพื่อหาค่า ของ ตัวเลขที่หารด้วย 5 ลงตัว ตั้งแต่ 1-100
•                         ั
    จงสร้างฟั งก์ชน รับราคาสิ นค้า เข้ามาแล้ว คิดคานวณภาษีมูลค่าเพิม (VAT
                                                                     ่
    7%)
                    ฟังชันที่ VB เตรี ยมไว้ให้
•         ั
    ฟังก์ชนทางคณิ ตศาสตร์
•   ฟังก์ชนเกี่ยวกับข้อความ
            ั
•   ฟังก์ชนเกี่ยวกับ วันที่ และ เวลา
              ั
•               ั
    ฟังก์ชน อื่น ๆ
ฟังชันที่ VB เตรียมไว้ ให้
        ั
• ฟังก์ชนทางคณิ ตศาสตร์
    – ส่ วนใหญ่ จะเป็ นฟังก์ชนที่เกี่ยวกับตัวเลข และการคานวณ
                             ั
         •   Math.pow
         •   Math.pi
         •   Math.abs
         •   Math.cos
         •   Math.sin
         •   Math.round
         •   Math.log
         •   Math.sqrt
         •   Math.ceiling
         •   Math.floor
         •   Math.Max
         •   Math.Min
                 ฟังชันที่ VB เตรี ยมไว้ให้
• ฟังก์ชนเกี่ยวกับข้อความ
        ั
   – Mid
   – Left
   – Right
   – Str
   – Len
   – Trim
   – LTrim
   – RTrim
                  ั
            ฟังก์ชนที่ VB.NET มีมาให้ (Build in Function)
ฟังก์ชนเกี่ยวกับการคานวณ ตัวเลข
      ั
 Method                   Description                       Example                 Result
   Abs      หาค่าสัมบูรณ์                    Console.writeLine(Math.Abs(-10))         10
 Sin,Asin   หาค่า Sin และ arcsin             Console.writeLine(Math.Sin(2.88))      0.2586
Cos, Acos   หาค่า Cos และ arccos             Console.writeLine(Math.Cos(0))            1
Tan, ATan   หาค่า Tan และ arctan             Console.writeLine(Math.Tan(0))            0
   Exp      หาค่า Exponential                Console.writeLine(Math.Exp(2))         7.3891
Log,Log10   หาค่า logarithm และ log ฐาน 10   Console.writeLine(Math.Log(5))         1.6094
  Round     ปัดทศนิยมให้เป็ นเลขจานวนเต็ม    Console.writeLine(Math.Round(10.18))     10
   Sqrt     หาค่ารากที่สอง                   Console.writeLine(Math.Sqrt(9))           3
   Pow      หาค่ายกกาลัง                     Console.writeLine(Math.Pow(3,2))          9
   Max      หาค่าสูงสุ ดของชุดตัวเลข         Console.writeLine(Math.Max(10,2))        10
   Min      หาค่าต่าสุ ดของชุดตัวเลข         Console.writeLine(Math.Min(10,2))         2
                  ั
            ฟังก์ชนที่ VB.NET มีมาให้ (Build in Function)
ฟังก์ชนเกี่ยวกับวัน/เวลา
      ั
 Method                     Description                    Example                Result
   Now       ให้ค่าวันที่ เวลาปั จจุบนั     Console.writeLine(ฺNow)                    ั
                                                                                 ปัจจุบน
  Today      ให้ค่าวันที่ เวลาปั จจุบน  ั   Console.writeLine(ฺDay)              ปัจจุบน ั
   Day       ให้ค่าวัน ปัจจุบน  ั           Console.writeLine(ฺDay(22/02/2004))     22
  Month      ให้ค่าเดือน ปั จจุบน   ั       Console.writeLine(ฺDay(22/02/2004))     02
  Year       ให้ค่าปี ปัจจุบน ั             Console.writeLine(ฺYear(22/02/2004)) 2004
MonthName    ให้ชื่อเดือนปัจจุบน  ั         MonthName(22/02/2004)                Febuary
  Hour       ให้เวลาเป็ นชังโมง (0-23)
                            ่               Hour(12:30:36)                          12
 Minute      ให้เวลาเป็ นนาที (0-59)        Minute(12:30:36)                        30
 Second      ให้เวลาเป็ นวินาที (0-59)      Second(12:30:36)                        36
                   ั
             ฟังก์ชนที่ VB.NET มีมาให้ (Build in Function)
ฟังก์ชนเกี่ยวกับวัน/เวลา
      ั
  Method             Description                              Example                         Result
  DateAdd    ให้ค่าเวลาที่ได้จากการ      Dim MyDate as Date                                 10/06/2002
             บวก DateInterval เข้าไป     ‘บวกค่าวันที่ 2 เดือน 6 ปี 2002 เข้าไปอีก 8 วัน
                                         MyDate = DateAdd(DateInterval.Day,8,#6/2/2002#)
                                         Console.WriteLine(MyDate)
  DateDiff   ให้ค่าแตกต่างระหว่างค่า Dim ValDiff As Long                                       10
             ของ Date 2 ค่า คืนค่ากลับ Dim Date1 as Date = #6/1/2002#
             เป็ นตัวแปรแบบ Long       Dim Date2 as Date = #6/11/2002#
                                         ValDiff = DateDiff(DateInterval.Day,Date1,Date2)
                                         Console.writeline(ValDiff)
                ่
ต.ย. ฟังก์ชันเกียวกับข้ อความ

• MsgBox(Microsoft.VisualBasic.Mid(“Hello World", 3,5))


                      ผลลัพธ์


• MsgBox(Microsoft.VisualBasic.RTrim(" Hello World ", 1))


                      ผลลัพธ์
                                      Hello Word
Trim function

Dim MyString, TrimString As String
MyString = " <-Trim-> " ' Initializes string.
TrimString = LTrim(MyString) ' TrimString = "<-Trim-> ".
TrimString = RTrim(MyString) ' TrimString = " <-Trim->".
TrimString = LTrim(RTrim(MyString)) ' TrimString = "<-Trim->".
' Using the Trim function alone achieves the same result.
TrimString = Trim(MyString) ' TrimString = "<-Trim->".
                ่
ต.ย. ฟังก์ชันเกียวกับข้ อความ

• MsgBox(Microsoft.VisualBasic.Left("dddaa", 1))


                      ผลลัพธ์


• MsgBox(Microsoft.VisualBasic.right("dddaa", 1))


                      ผลลัพธ์

								
To top