126 BasePVS3

Document Sample
126 BasePVS3 Powered By Docstoc
					รหัสวิชา 3000 – 0205 คอมพิวเตอร์กราฟิกส์
คาอธิบายรายวิชา
     ศึ ก ษาและปฏิ บั ติ เ กี่ ย วกั บ เทคนิ ค พื้ น ฐานของกร าฟิ ก ส์
โ ค ร ง ส้ า ง ซ อ ฟ ต์ แ ว ร์ ก ร า ฟิ ก ส์
ก า ร ใ ช้ ตั ว ป ร ะ ส า น โ ป ร แ ก ร ม ป ร ะ ยุ ก ต์ ก ร า ฟิ ก ส์ (Graphic
Application Program Interface), แบบจาลองสี (Color Model),
ระบบพิกัด(Co-ordinate), การย่อขยาย (Scaling),                      การหมุน
(Rotation), Translation, Viewing Transformation Clipping,
ระบบกราฟิกส์ ,       Raster      and      Vector    Graphic      Systems,
การสื่ อ สารกราฟิ ก ส์            (Graphic             Communications)
แบบจ าลองเชิ ง เรขาคณิ ต                  (Geometric             Modeling)
เ ท ค นิ ค ก า ร ใ ห้ แ ส ง แ ล ะ เ ง า                      (Rendering),
พื้ น ฐานการท าภาพเคลื่ อ นไหวด้ ว ยคอมพิ ว เตอร์ (Computer
Animation), ก า ส ร้ า ง ภ า พน า ม ธ ร ร ม               (Visualization),
ภาพเสมื อ นจริ ง (Visual    reality), Computer       Vision
แ ล ะ ก า ร ใ ช้ โ ป ร แ ก ร ม ส า เ ร็ จ รู ป ก ร า ฟิ ก ส์
การสืบค้นข้อมูลสารสนเทศเพื่อพัฒนางานอาชีพคอมพิวเตอร์


มาตรฐานรายวิชา
         1. วิเคราะห์และเลือกใช้โปรแกรมกราฟิกส์
         2. ติดตั้งโปรแกรมสาเร็จรูปด้านกราฟิกส์
         3. ประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกส์ในงานอาชีพ
         4. ประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์สืบค้นข้อมูลสารสนเทศเพื่อพัฒ
            นางานอาชีพ


สมรรถนะรายวิชา
        1. อ ธิ บ า ย เ ท ค นิ ค พื้ น ฐ า น ร ะ บ บ ก ร า ฟิ ก ส์
           ซอฟต์แวร์กราฟิกส์และระบบสื่อสารกราฟิกส์ได้อย่างถูก
           ต้อง
        2. ประยุกต์ใช้โปรแกรมสาเร็จรูปกราฟิกส์ในงานอาชีพได้
           อย่างเหมาะสม
        3. ใช้ประโยชน์จากการสืบค้นข้อมูลสารสนเทศเพื่องานอา
           ชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ




ประเด็นออกข้อสอบวิชาคอมพิวเตอร์กราฟิกส์
ข้ ประเด็นออกข้อสอบ             คะแนน ระดับพฤติกรรม
อ                               เต็ม
   1.
    เทคนิค พื้น ฐานของระบบกราฟิก
    ส์
1 1.1                       2            จา,เข้าใจ, นาไปใช้
- ความหมายของกราฟิกส์และคอม
  พิวเตอร์กราฟิกส์
2
3 1.2 องค์ประกอบของรูปภาพ           2    จา,เข้าใจ, นาไปใช้
-
4
5 1.3                       2            นาไปใช้, วิเคราะห์
- การประมวลผลภาพคอมพิวเตอร์
  กราฟิกส์
6
7 1.4 ความรู้เกี่ยวกับเรื่องสี      3    วิ เ ค ร า ะ ห์ ,
-                                        สังเคราะห์

9
1 1.5                        5           นาไปใช้,วิเคราะห์ ,
0 ประโยชน์ของงานคอมพิวเตอร์ก             ประเมินค่า
  ราฟิกส์
-
1
4
    2.
    การประยุกต์ใช้โปรแกรมสาเร็จรู
    ปกราฟิกส์
1 2.1                               10   นาไปใช้,วิเคราะห์ ,
5 การเลือกและปรับขนาดรูปภาพ              สัง เคราะห์ ,ประเมิ น
-                                        ค่า

2
4
2 2.2 การจัดการรูปภาพ                       10        นาไปใช้,วิเคราะห์ ,
5                                                     สัง เคราะห์ ,ประเมิ น
-                                                     ค่า

3
4
3 3. การสืบค้นข้อมูลสารสนเทศ                6         นาไปใช้

5
-
4
0
รวม 40 ข้อ                                  40
                                            คะแนน


สาระสาคัญ
     ใ ห้ ผู้ เ รี ย น มี ค ว า ม เ ข้ า ใ จ เ รื่ อ ง
เ ท ค นิ ค พื้ น ฐ า น ข อ ง ร ะ บ บ ก ร า ฟิ ก ส์
ก า ร ป ร ะ ยุ ก ต์ ใ ช้ โ ป ร แ ก ร ม ส า เ ร็ จ รู ป ก ร า ฟิ ก ส์
และการสืบค้นข้อมูลสารสนเทศ


1. เทคนิคพื้นฐานคอมพิวเตอร์กราฟิกส์
1.1 ความหมายของกราฟิกส์และคอมพิวเตอร์กราฟิกส์
         ก       ร      า       ฟิ      ก        ส์     (       Graphics)
เป็ น ค าที่ เ กิ ด ขึ้ น จากรากศั พ ท์ ภ าษากรี ก คื อ ค าว่ า “Graphikos”
หมายถึง การเขียนภาพด้วยสีและลักษณะขาวดา และรวมกับคาว่า
“Graphien”                                                ห ม า ย ถึ ง
การ เ ขี ย น ตั ว ห นั ง สื อแล ะกา ร สื่ อ ควา มหม ายโ ด ยก าร ใ ช้ เ ส้ น
ดั ง นั้ น จึ ง ส รุ ป ไ ด้ ว่ า ก ร า ฟิ ก ส์ ห ม า ย ถึ ง
การสื่อความคิดโดยการใช้ภาพ สัญลักษณ์ และข้อความ
         กราฟิ ก ส์ ใ นยุ ค แรก ๆ จะเริ่ ม ตั้ ง แต่ ก ารวาดภาพลายเส้ น
การวาดภาพเหมื อ นจริ ง มาจนถึ ง การใช้ ภ าพถ่ า ยเหมื อ นจริ ง
แ ล ะ เ มื่ อ เ ท ค โ น โ ล ยี พั ฒ น า ม า สู่ ยุ ค ดิ จิ ต อ ล
จึงมีการใช้คอมพิวเตอร์มาสร้างงานกราฟิกส์
          ดั ง นั้ น ค านิ ย ามของค าว่ า   “คอมพิ ว เตอร์ ก ราฟิ ก ส์ ”
จึ         ง            ห        ม        า        ย        ถึ       ง
การสื่ อ ความคิ ด โดยการใช้ ค อมพิ ว เตอร์ ส ร้ า งและจั ด การกั บ ภาพ
สัญลักษณ์ และข้อความ


1.2 ภาพบนคอมพิวเตอร์เกิดได้อย่างไร
           ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เราเห็นอยู่ทั่วไปนั้น
เ กิ ด จ า ก จุ ด สี่ เ ห ลี่ ย ม เ ล็ ก ๆ ข อ ง สี ที่ เ ร า เ รี ย ก ว่ า พิ ก เ ซ ล
มาประกอบกันเป็นภาพขนาดต่างๆ นั่นเอง
         พิกเซล (Pixel) มาจากคาว่า Picture และคาว่า Element
แ ป ล ต ร ง ตั ว ก็ คื อ อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ ที่ ร ว ม กั น เ กิ ด เ ป็ น ภ า พ
ซึ่ ง ส รุ ป ก็ ห ม า ย ถึ ง จุ ด สี่ เ ห ลี่ ย ม เ ล็ ก ๆ
ที่เป็นองค์ประกอบรวมกันเป็นภาพ
         ค ว า ม ล ะ เ อี ย ด ข อ ง ภ า พ
เ ป็ น จ า น ว น ข อ ง พิ ก เ ซ ล ที่ อ ยู่ ภ า ย ใ น ภ า พ
โดยใช้หน่วยวัดเป็นพิกเซลต่อนิ้ว (ppi : Pixel per Inch) เช่น 300
ppi        ห รื อ        6 0 0             ppi เ ป็ น ต้ น
ภาพที่มีความละเอียดมากก็จะมีความชัดกว่าภาพที่มีความละเอียดน้
อย
         เราจะพบว่าไฟล์ภาพเดียวกันเมื่อนาไปแสดงผลออกมาผ่าน
อุ     ป     ก     ร     ณ์      ที่    ต่    า  ง     กั   น
ก็จะส่งผลให้ได้ภาพที่ออกมามีความคมชัดหรือความละเอียดไม่เท่า
กั น ไ ด้ เ ช่ น ภ า พ บ น ห น้ า จ อ ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์
แ ล ะ ภ า พ ที่ พิ ม พ์ จ า ก เ ค รื่ อ ง พิ ม พ์ เ ล เ ซ อ ร์
เ พ ร า ะ ข น า ด พิ ก เ ซ ล ห รื อ จุ ด เ ล็ ก ๆ
ที่ทาให้เกิดภาพมีขนาดที่ไม่เท่ากันนั่นเอง
        ค ว า ม ล ะ เ อี ย ด ข อ ง จ อ ภ า พ
เป็นหน่วยที่ใช้วัดจานวนพิกเซลสูงสุดที่จอคอมพิวเตอร์สามารถผลิ
ต อ อ ก ม า ไ ด้ ซึ่ ง ค ว า ม ล ะ เ อี ย ด ข อ ง จ อ ภ า พ นั้ น
เ กิ ด ขึ้ น โ ด ย วี ดี โ อ ก า ร์ ด ห รื อ ก า ร์ ด จ อ
แ ล ะ ค ว บ คุ ม ก า ร ท า ง า น ด้ ว ย ซ อ ฟ ท์ แ ว ร์ บ น Windows
ดั ง นั้ น เราสามารถตั้ ง ค่ า การแสดงความละเอี ย ดของจอภาพบน
Windows ได้ เช่น 800x600 หรือ 1024x768
        ค ว า ม ล ะ เ อี ย ด 1 0 2 7 x768 ห ม า ย ถึ ง
จ า น ว น วี ดี โ อ พิ ก เ ซ ล ใ น แ น ว น อ น 1 0 2 4
พิกเซลและจานวนวีดีโอพิกเซลในแนวตั้ง 768 พิกเซล
        ค ว า ม ล ะ เ อี ย ด ข อ ง เ ค รื่ อ ง พิ ม พ์
เ ป็ น ห น่ ว ย ที่ ใ ช้ วั ด จ า น ว น พิ ก เ ซ ล ต่ อ นิ้ ว
ซึ่ ง จุ ด พิ ก เ ซ ล ใ น เ ค รื่ อ ง พิ ม พ์ เ ร า เ รี ย ก ว่ า ด อ ท ( dot)
ดังนั้นหน่วยที่ใช้วัดความละเอียดของเครื่องพิมพ์จะถูกเรียกว่า dpi
( Dot                                        per                                     Inch)
เ ค รื่ อ ง พิ ม พ์ แ บ บ เ ล เ ซ อ ร์ ซึ่ ง มี ข น า ด ข อ ง พิ ก เ ซ ล ที่ เ ที่ ย ง ต ร ง
มี ค ว า ม ล ะ เ อี ย ด ใ น ก า ร พิ ม พ์ ที่ 6 0 0 dpi
ก็แสดงว่ามีความสามารถพิมพ์ได้ 600 จุดทุก ๆ 1 นิ้ว
        ควา มล ะเ อี ย ด ข องอิ มเ มจ เซ ตเ ตอ ร์ อิ มเ มจ เซ ตเ ตอ ร์
(Imagesetter) คื อ เครื่ อ งพิ ม พ์ ที่ มี ค วามละเอี ย ดสู ง ตั้ ง แต่ 1,200-
4 , 8 0 0 dpi ซึ่ ง ผ ลิ ต จุ ด เ ล เ ซ อ ร์ ไ ด้ เ ล็ ก ม า ก
โ ด ย ส า ม า ร ถ วั ด ข น า ด ไ ด้ ด้ ว ย ห น่ ว ย วั ด เ ป็ น ไ ม ค ร อ น ( 1
ส่วนล้านเมตร หรือ 1 ส่วน 1000 มิลลิเมตร)


1.3 การประมวลผลภาพคอมพิวเตอร์กราฟิกส์
       ภาพที่เ ก็บ ในคอมพิว เตอร์ นั้ น มี วิ ธีการประมวลผลภาพ 2
แบบแตกต่างกันไปตามแต่ละโปรแกรมดังนี้ คือ
           1.3.1 การประมวลผลแบบ Raster

                       เป็นการประมวลแบบอาศัยการอ่านค่าสีในแต่ละพิ
กเซล มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Bitmap จะเก็บข้อมูลเป็นค่า 0 และ
1 แต่ ละพิ กเซ ลจะ มี ก า ร เก็ บค่ า สี ที่ เ จ าะจ งใ น แต่ ล ะต า แ หน่ ง
ซึ่ ง เ ห ม า ะ กั บ ภ า พ ที่ มี ลั ก ษ ณ ะ แ บ บ ภ า พ ถ่ า ย
ซึ่ ง ส า ม า ร ถ ใ ช้ เ ท ค นิ ค ใ น ก า ร ป รั บ แ ต่ ง สี
แ ล ะ ก า ร ใ ช้ เ อ ฟ เ ฟ ค ต์ พิ เ ศ ษ ใ ห้ กั บ ภ า พ แ ต่ มี ข้ อ เ สี ย คื อ
ภาพที่ ไ ด้ จ ะมี ไ ฟล์ ขนาดใหญ่ และเมื่ อมี ก ารขยายภาพให้ใ หญ่ ขึ้ น
จ ะ ส่ ง ผ ล ใ ห้ พิ ก เ ซ ล ข อ ง ภ า พ มี ข น า ด ใ ห ญ่ ต า ม ด้ ว ย
เราจึงเห็นว่าภาพจะไม่ละเอียดหรือแตกนั่นเอง
                           การประมวลผลแบบ Raster ได้แก่ ไฟล์ภาพ
.TIF, .GIF, .JPG,                   .BMP               แ ละ .PCX เ ป็ น ต้ น
โ ด ย โ ป ร แ ก ร ม ที่ ใ ช้ ท า ง า น กั บ ภ า พ Raster คื อ Photoshop,
PhotoPaint และPaintbrush เป็นต้น


          1.3.2      การประมวลผลแบบ Vector


เป็ น การประมวลผลแบบอาศั ย การค านวณทา งคณิ ต ศาสตร์
โ ด ย มี สี แ ล ะ ต า แ ห น่ ง ข อ ง สี ที่ แ น่ น อ น
ฉะนั้น ไม่ว่า เราจะมีก ารเคลื่อ นย้า ยที่ห รือ ย่อขยายขนาดของภาพ
ภ า พ ก็ จ ะ ไ ม่ เ สี ย รู ป ท ร ง ใ น เ ชิ ง เ ร ข า ค ณิ ต
แ ล ะ ค ว า ม ล ะ เ อี ย ด ข อ ง ภ า พ จ ะ ไ ม่ ล ด ล ง ด้ ว ย
จึ ง ท า ใ ห้ ภ า พ ยั ง ค ง ค ม ชั ด เ ห มื อ น เ ดิ ม
แม้ ข นาดของภาพจะเปลี่ ย นแปลงใหญ่ ขึ้ น หรื อ เล็ ก ลงก็ ต าม
แต่มีข้อเสียที่ไม่สามารถใช้เอฟเฟคต์ในการปรับแต่งภาพได้เหมือน
กับภาพแบบ Raster
                     การประมวลผลภาพลั ก ษณะนี้ ได้ แ ก่ ภ าพ .AI,
.DRW ใช้ในโปรแกรมการวาดภาพ Illustrator, CorelDraw ภาพ
.WMF เป็นภาพคลิปอาร์ตในโปรแกรม Microsoft Word และภาพ
.PLT ในโปรแกรมการออกแบบ AutoCAD
1.4 ความรู้เกี่ยวกับเรื่องสี
         สี ที่ เ ร า ม อ ง เ ห็ น ร อ บ ๆ               ตั ว นั้ น
เกิดขึ้นได้จากการที่ตาของเรารับแสงที่สะท้อนมาจากวัตถุเหล่านั้น
ซึ่ ง ค ว า ม ย า ว ข อ ง ค ลื่ น แ ส ง ที่ แ ต ก ต่ า ง กั น
จ ะ ส่ ง ผ ล ใ ห้ เ ร า ม อ ง เ ห็ น สี ที่ แ ต ก ต่ า ง กั น ด้ ว ย
และสาหรับงานคอมพิวเตอร์กราฟิกส์นั้นจะมีการผสมสีที่เกิดจากแส
งแสดงบนจอภาพ หรือการผสมหมึกสีพิมพ์ออกมาทางเครื่องพิมพ์


         1.4.1     ความลึกของสี ( Bit Depth )
                   คอมพิวเตอร์สามารถสร้างและแสดงสีในภาพได้เป็
น ห ล า ย ล้ า น สี                               ดั ง นั้ น
คอมพิวเตอร์จะมีวิธีการจดจาและอ้างอิงค่าสีโดยอาศัยดัชนีเป็นตาร
างสี ตั ว อย่ า งเช่ น      การ์ ด จอที่ ส ามารถแสดงสี ไ ด้ 2 บิ ต
ก็จะแสดงสีได้ 4 สี เพราะเนื่องจากคอมพิวเตอร์จะเก็บข้อมูลใน 1
บิ ต       ไ ด้        2  ค่ า      คื อ        0   แ ล ะ        1
เราจึงสามารถคานวณจานวนสีได้ตามสูตร คือ

                        จานวนสีที่แสดงได้ = 2
                        ยกกาลังด้วย จานวนบิต
เช่ น การ์ ด จอที่ส ามารถแสดงสี ไ ด้ 24 บิ ต ก็ จ ะแสดงสี ไ ด้ = 2 24 =
16.7 ล้านสี เป็นต้น
                    ปัจจุบันเราจะพบว่าการแสดงผลภาพบนหน้าจอคอ
มพิ ว เตอร์ ก ราฟิ ก ส์ สามารถแสดงสี ไ ด้ ตั้ง แต่ 16.7 ล้ า นสี ขึ้ น ไป
เนื่องจากการ์ดจอส่วนใหญ่สามารถแสดงสีได้ตั้งแต่ 24 บิตไปจนถึง
32 และ 64 บิต


         1.4.2  โมเดลของสี ( Color Model )
                โ ด ย ทั่ ว ไ ป แ ล้ ว สี ต่ า ง ๆ
ใ น ธ ร ร ม ช า ติ แ ล ะ สี ที่ ถู ก ส ร้ า ง ขึ้ น
จ ะ มี รู ป แ บ บ ก า ร ม อ ง เ ห็ น สี ที่ แ ต ก ต่ า ง กั น
ซึ่ ง รู ปแ บบก าร มอง เห็ นสี นี้ เรี ยกว่ า “โ มเ ด ล (Model) ” ดั งนั้ น
จึงทาให้มีโมเดลหลายแบบดังที่เราจะได้ศึกษาต่อไปนี้ คือ
             -                 โ ม เ ด ล แ บ บ                                   HSB
ตามหลักการมองเห็นสีของสายตามนุษย์
             -    โ ม เ ด ล แ                                  บ     บ          RGB
ตามหลักการแสดงสีของเครื่องคอมพิวเตอร์
             -    โ ม เ ด                          ล    แ     บ     บ         CMYK
ตามหลักการแสดงสีของเครื่องพิมพ์
                      -      โมเดล Lab ตามมาตรฐานของ CIE


           1.4.2.1 โ ม เ ด ล แ บ บ                  HSB
ตามหลักการมองเห็นสีของสายตามนุษย์
                   เป็นลักษณะพื้นฐานการมองเห็นสีด้วยสายต
า ข อ ง ม นุ ษ ย์ โ ม เ ด ล HSB จ ะ ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง สี 3
ลักษณะคือ
                     1. Hue
เ ป็ น สี ข อ ง วั ต ถุ ที่ ส ะ ท้ อ น เ ข้ า ม า ยั ง ต า ข อ ง เ ร า
ท า ใ ห้ เ ร า ส า ม า ร ถ ม อ ง เ ห็ น วั ต ถุ เ ป็ น สี ไ ด้
ซึ่งแต่ละสีจะแตกต่างกันตามความยาวของคลื่นแสงที่มากระทบวัตถุ
แ ล ะ ส ะ ท้ อ น ก ลั บ ที่ มี ต า ข อ ง เ ร า                                   Hue
ถูก วัด โดยต าแหน่ ง การแสดงสีบ น Standard             Color        Wheel
ซึ่ ง ถู ก แ ท น ด้ ว ย อ ง ศ า คื อ 0 ถึ ง 3 6 0 อ ง ศ า แ ต่ โ ด ย ทั่ ว ๆ
ไปแล้ ว มั ก จะเรี ย กการแสดงสี นั้ น ๆ เป็ น ชื่ อ ของสี เ ลย เช่ น สี แ ดง
สีม่วง สีเหลือง


                2. Saturation
คื อ สั ด ส่ ว น ข อ ง สี เ ท า ที่ มี อ ยู่ ใ น สี นั้ น
โ ด ย วั ด ค่ า สี เ ท า ใ น สี ห ลั ก เ ป็ น เ ป อ ร์ เ ซ็ น ต์ ดั ง นี้ คื อ จ า ก 0 %
(สีเทาผสมอยู่มาก) จนถึง 100% (สีเทาไม่มีเลย หรือเรียกว่า “Full
Saturation” คื อ สี ที่ มี ค ว า ม อิ่ ม ตั ว เ ต็ ม ที่ ) โ ด ย ค่ า Saturation
นี้ จ ะ บ่ ง บ อ ก ถึ ง ค ว า ม เ ข้ ม ข้ น แ ล ะ ค ว า ม จ า ง ข อ ง สี
ถ้าถูกวัดโดยตาแหน่งบน Standard Color Wheel ค่า Saturation
จ ะ เ พิ่ ม ขึ้ น จ า ก จุ ด กึ่ ง ก ล า ง จ น ถึ ง เ ส้ น ข อ บ
โดยค่าที่เส้นขอบจะมีสีที่ชัดเจนและอิ่มตัวที่สุด
                        3. Brightness
เ ป็ น เ รื่ อ ง ร า ว ข อ ง ค ว า ม ส ว่ า ง แ ล ะ ค ว า ม มื ด ข อ ง สี
ซึ่งถูกกาหนดค่ าเป็นเปอร์เซ็นต์จาก 0% (สีดา) ถึง 100% (สีขาว)
ยิ่งมีเปอร์เซ็นต์มากจะทาให้สีนั้นสว่างมากขึ้น
           1.4.2.2 โ ม เ ด ล แ                            บ   บ         RGB
ตามหลักการแสดงสีของเครื่องคอมพิวเตอร์
                          โ       ม       เ       ด       ล             RGB
เกิ ด จากการรวมกั น ของสเปกตรั ม ของแสงสี แดง (Red), เขี ย ว
(Green), และน้าเงิน (Blue) ในสัดส่วนความเข้มข้นที่แตกต่างกัน
โ ด ย จุ ด ที่ แ ส ง ทั้ ง ส า ม สี ร ว ม กั น จ ะ เ ป็ น สี ข า ว
นิ ย ม เ รี ย ก ก า ร ผ ส ม สี แ บ บ นี้ ว่ า “Additive” แ ส ง สี RGB
มักจะถูกใช้สาหรับการส่องแสงทั้งบนจอภาพทีวีและจอคอมพิวเตอร์
ซึ่ ง สร้ างจากการที่ ใ ห้ ก าเนิ ด แสงสี แ ดง สี เ ขี ย ว และสี น้ าเงิ น
          ี
ทาให้สดูสว่างกว่าความเป็นจริง
           1.4.2.3 โ ม เ ด                    ล       แ   บ   บ       CMYK
ตามหลักการแสดงสีของเครื่องพิมพ์

                          โ       ม      เ        ด       ล           CMYK
มีแหล่งกาเนิดสีอยู่ที่การซึมซับ (Absorb) ของหมึกพิมพ์บนกระดาษ
โ ด ย มี สี พื้ น ฐ า น คื อ สี ฟ้ า ( Cyan) , สี บ า น เ ย็ น ( Magenta) ,
และสี เ หลื อ ง (Yellow) โดยเรี ย กการผสมสี ทั้ ง 3 สี ข้ า งต้ น ว่ า
“Subtractive                       Color”                       แ ต่ สี CMYK
ก็ ไ ม่ ส า ม า ร ถ ผ ส ม ร ว ม กั น ใ ห้ ไ ด้ สี บ า ง สี เ ช่ น สี น้ า ต า ล
จึง ต้อ งมีก ารเพิ่มสีด า (Black) ลงไป ฉะนั้น เมื่อ รวมกัน ทั้ง 4 สี คือ
CMYK สีที่ได้จากการพิมพ์ จึงจะครอบคลุมทุกสี
                1.4.2.4 โมเดลแบบ Lab ตามมาตรฐานของ CIE
                            โมเดล Lab          เป็น ค่าสีที่ ถูกกาหนดขึ้น โดย
CIE (Commission        Internationale      d’ Eclarirage)
ให้เป็นสีมาตรฐานกลางของการวัดสีทุกรูปแบบ ครอบคลุมทุกสีใน
RGB                                             แ ล ะ CMYK
และใช้ได้กับสีที่เกิดจากอุปกรณ์ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นจอคอมพิวเตอ
ร์ เครื่องพิมพ์ เครื่องสแกนและอื่นๆ ส่วนประกอบของโหมดสีนี้ได้แก่
                            - L หมายถึง ค่าความสว่าง (Luminance)
                   - A      ห       ม     า                       ย       ถึ      ง
ส่วนประกอบที่แสดงการไล่สีจากสีเขียวไปยังสีแดง
                   - B      ห        ม      า    ย                        ถึ      ง
ส่วนประกอบที่แสดงการไล่สีจากสีน้าเงินถึงสีเหลือง


          1.4.3 ระบบสีที่ถูกกาหนดขึ้นพิเศษ
                เป็นระบบสีที่ถูกสร้างขึ้นมาใช้ในงานคอมพิวเตอร์
กราฟิกส์ และอยู่นอกเหนือ จากโมเดลของสีทั่วไป ดังนี้
                         - Bitmap ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย ค่ า สี เ พี ย ง 2 สี
คื อ สี ข า ว แ ล ะ สี ด า ใ ช้ พื้ น ที่ ใ น ก า ร เ ก็ บ ข้ อ มู ล เ พี ย ง 1 บิ ต
งานที่ เ หมาะส าหรั บ Bitmap คื อ งานประเภทลายเส้ น ต่ า ง ๆ เช่ น
เครื่องหมาย และโลโก้
                        - Gray Scale ประกอบด้วยสีทั้งหมด 256 สี
โ ด ย ไ ล่ สี จ า ก สี ข า ว สี เ ท า ไ ป เ รื่ อ ย ๆ จ น ท้ า ย สุ ด คื อ สี ด า
ใช้พื้นที่ในการเก็บข้อมูล 8 บิต
                     - Duotone
เป็ น โหมดที่เกิด จากการใช้สีเพียงบางสีมาผสมกัน ให้เกิด เป็น ภาพ
เรามั ก จะเห็ น การน าไปใช้ ใ นงานสิ่ ง พิ ม พ์ ที่ ต้ อ งการใช้ ภ าพ 2 สี
เป็นต้น
                          - Indexed color ถึง แม้บางภาพจะมีสีได้ถึง
1 6 . 7 ล้ า น แ ต่ ส่ ว น ใ ห ญ่ จ ะ ใ ช้ ไ ม่ ถึ ง
ใ น ก ร ณี ที่ เ ร า ต้ อ ง ก า ร ล ด ข น า ด ไ ฟ ล์ ภ า พ ก็ อ า จ ใ ช้ โ ห ม ด นี้
ซึ่ ง จ ะ ท อ น สี ใ ห้ เ ห ลื อ ใ ก ล้ เ คี ย ง กั บ ที่ ต้ อ ง ใ ช้
โดยไม่มีผลกับคุณภาพของภาพ
                       - Multichannel เป็ น โหมดสี ที่ ถู ก แสดงด้ ว ย
Channel                          ตั้ ง แ ต่ 2 Channel ขึ้ น ไ ป
ใ ช้ ป ร ะ โ ย ช น์ ม า ก ส า ห รั บ ง า น พิ ม พ์
โดยเฉพาะกรณีการพิมพ์ที่สั่งให้พิมพ์สีพิเศษ


1.5 ประโยชน์ของงานคอมพิวเตอร์กราฟิกส์
            1.5.1 คอมพิวเตอร์กราฟิกส์กับการช่วยสอน
                        ปัจจุบันภาพคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ได้ช่วยสื่อความ
ห       ม        า       ย       ใ     น    ก     า        ร   ส    อ   น
หรืออธิบายเนื้อหาในเรื่องที่ซับซ้อนให้ผู้เรียนเห็นภาพแล้วเข้าใจไ
ด้ง่ า ยยิ่ง ขึ้น ซึ่ง เราเรี ย กสื่ อการสอนเหล่ า นี้ ว่า โปรแกรมช่วยสอน
CAI ( Computer          Aided             Instruction) เ ช่ น
โปรแกรมช่ ว ยสอนการท างานของเครื่ อ งยนต์ แ ละเครื่ อ งจั ก รกล
โ ป ร แ ก ร ม ช่ ว ย ส อ น ท า ง ก า ร แ พ ท ย์
และโปรแกรมช่วยสอนทางด้านวิทยาศาสตร์ เป็นต้น
          1.5.2 คอมพิวเตอร์กราฟิกส์กับการออกแบบ
                  ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ก ร า ฟิ ก ส์ ใ น ง า น อ อ ก แ บ บ
หรื อ ที่ เ รี ย กว่ า CAD         (Computer               Aided Design)
เป็นการใช้โปรแกรมช่วยออกแบบและสร้างชิ้นงานจาลองก่อนที่จะ
สร้ า งงานจริ ง ซึ่ ง ช่ ว ยเราปรั บ แต่ ง และแก้ ไ ขได้ ก่ อ นท างานจริ ง
เ พื่ อ ช่ ว ย ล ด ค ว า ม ผิ ด พ ล า ด เ ว ล า ค่ า ใ ช้ จ่ า ย
แ ล ะ ไ ด้ ผ ล ง า น ต ร ง กั บ ที่ ต้ อ ง ก า ร ม า ก ที่ สุ ด ซึ่ ง ไ ด้ แ ก่
โปรแกรมการออกแบบในงานสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม เป็นต้น
          1.5.3 คอมพิวเตอร์กราฟิกส์กับกราฟและแผนภาพ

                 เป็นการใช้โปรแกรมสาหรับสร้างกราฟและแผนภ
าพ เพื่ อ แสดงข้ อ มู ล ทางด้ า นสถิ ติ แ ละงานวิ จั ย เช่ น กราฟเส้ น
กราฟวงกลม และกราฟแท่ง เป็นต้น
          1.5.4     คอมพิวเตอร์กราฟิกส์กับงานศิลปะ
                   เป็ น โ ปร แกร ม ที่ ใ ช้ ใ นการ วา ด ภาพ ร ะบาย สี
แ        ล       ะ     ใ      ส่    แ          ส    ง     เ    ง    า
ซึ่งมีข้อดีตรงที่เราสามารถลบและแก้ไขในส่วนการทางานที่ผิดพลา
ด       ไ     ด้    ต       า    ม       ต้      อ    ง    ก    า   ร
โดยไม่ทาให้เสียเวลาและไม่สิ้นเปลืองวัสดุเหมือนกับการวาดภาพบ
นกระดาษ หรือผืนผ้าใบแบบสมัยก่อน
           1.5.5 คอมพิวเตอร์กราฟิกส์กับการทาภาพเคลื่อนไหว
                   เป็นคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ที่ใช้ในการออกแบบและ
กาหนดให้เกิดการเคลื่อนไหว หรือเรียกว่า Computer Animation
เ ช่ น ก า ร์ ตู น แ ล ะ ภ า พ ย น ต ร์ นิ ย า ย วิ ท ย า ศ า ส ต ร์ เ ป็ น ต้ น
นอกจากนี้ยังประยุกต์สร้างเป็นเกมที่เน้นความเสมือนจริงมากยิ่งขึ้น
ด้วย
         1.5.6 คอมพิ ว เตอร์ ก ราฟิ ก ส์ กั บ การประมวลผลภาพ (
Image Processing)
                     เป็นการประมวลผลภาพที่ได้จากการสแกนหรือถ่า
ย ภ า พ ใ ห้ ป ร า ก ฏ บ น ห น้ า จ อ ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์
ซึ่ ง เ ป็ น ก า ร รั บ สี แ ล ะ แ ส ง เ ง า ที่ อ ยู่ บ น ภ า พ แ ล ะ วั ต ถุ
ม า ป ร ะ ม ว ล ผ ล เ ป็ น ข้ อ มู ล ใ น รู ป แ บ บ ดิ จิ ต อ ล
จ า ก นั้ น แ ส ด ง เ ป็ น ภ า พ บ น ห น้ า จ อ ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์
เร าจ ะพ บ ไ ด้ ใ น กา ร สแ กน ภา พ ก าร ถ่ า ย ภา พผ่ าน ด าว เที ย ม
และการเอ็กซเรย์ เป็นต้น


1.6 การพิมพ์ภาพในคอมพิวเตอร์กราฟิกส์
      1.6.1 ความละเอียดของเครื่องพิมพ์
            เราใช้ ห น่ ว ยวั ด ความละเอี ย ดของเครื่ อ งพิ ม พ์ ด้ ว ย
จานวนจุดพิกเซลต่อนิ้ว เรียกว่า dpi (Dot per Inch) ตัวอย่าง เช่น
เครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ จะมีความละเอียดในการพิมพ์ที่ 600-1,200
dpi
      1.6.2 รูปแบบการพิมพ์ภาพ
             - การพิมพ์ภาพแบบฮาล์ฟโทน ( Half Tone)
                      ฮ     า     ล์    ฟ      โ     ท    น            คื     อ
เ ฉ ด สี เ ท า ที่ เ กิ ด จ า ก ก า ร ร ว ม ตั ว กั น ข อ ง จุ ด สี ด า เ ช่ น
สีเทาเข้มจะเกิดจากพื้นแบ็คกราวน์สีดาทึบแต่เว้นพื้นสีขาวไว้เล็กน้อ
ย เมื่ อ มองดู โ ดยร วมก็ จ ะเห็ น เป็ น สี เ ทาเข้ ม ดั ง นั้ น สรุ ปไ ด้ ว่ า
ก า ร พิ ม พ์ แ บ บ ฮ า ล์ ฟ โ ท น ก็ คื อ ก า ร พิ ม พ์ ภ า พ ข า ว -ด า
โดยจะมีการไล่เฉดสีเทาตามสัดส่วนของสีที่เข้มและอ่อนนั่นเอง
                      สาหรับจุดสีฮาล์ฟโทนที่รวมกลุ่มกัน จะถูกเรียกว่า
เซลล์ฮาล์ฟโทน ซึ่งอาจจะรวมกลุ่มกันในรูปแบบของตารางสี่เหลี่ยม
วงกลม รูปเครื่องหมายบวก หรือรูปโลโก้เล็กๆ
                      ความละเอียดของฮาล์ฟโทนสามารถวัดได้เป็นจาน
วนเส้ น ต่ อ นิ้ ว (lpi : Line    per                                             Inch)
ซึ่งสามารถคานวณหาขนาดเซลล์ฮาล์ฟโทนได้ดังนี้

           ขนาดของเซลล์ฮาล์ฟโทน = ความละเอียดของเครื่ องพิมพ์/ความถี่ของเส้น
            จานวนจุดในเซลล์ฮาล์ฟโทน = ขนาดของเซลล์ฮาล์ฟโทน ยกกาลังสอง


                      ตั      ว       อ       ย่      า       ง       เ      ช่        น
เครื่ อ งพิ ม พ์ เ ล เซ อร์ มี ค วามละเอี ย ดของเครื่ อ งพิ ม พ์ 300 dpi
ส า ม า ร ถ พิ ม พ์ ด้ ว ย ค ว า ม ถี่         1 0 0    lpi
จะทาให้เราทราบได้ว่าเครื่องพิมพ์สามารถสร้างเซลล์ฮาล์ฟโทนได้
ข น า ด 3 x3 ก ริ ด ห รื อ มี จ า น ว น 9 จุ ด นั่ น เ อ ง
ซึ่งเราจะเห็นได้ถ้าฮาล์ฟโทนที่มีจานวนจุดที่น้อยก็จะทาให้ภาพมีคว
ามละเอียดมากขึ้นด้วย
                 ปกติการพิมพ์ด้วยอิมเมจเซตเตอร์โดยส่วนใหญ่จะ
ใ ช้ ค ว ามละ เอี ย ด 240 0           dpi และใ ช้ ค วา มถี่ 1 50 lpi
จ ะ ท า ใ ห้ ไ ด้ เ ฉ ด สี เ ท า                       2 5 6       ค่ า สี
ซึ่ ง ระบบการพิ ม พ์ อ นุ ญ าตให้ เ ราใช้ สี ไ ด้ สู ง สุ ด 256 สี เ ท่ า นั้ น
แต่สามารถเลือกใช้ความถี่ lpi ได้

 256 สี = ขนาดฮาล์ฟโทน 16x16 หรื อ 16 ยกกาลังสอง
 ค่าความถี่ = ความละเอียดของเครื่ องพิมพ์ / 16 (เป็ นขนาดอาล์ฟโทนที่มีค่าสี 256 สี )
                     สาหรับเครื่องพิมพ์เลเซอร์ที่มีความละเอียด 1200
dpi เราไม่สามารถพิมพ์ด้วยความถี่ 75 lpi เพื่อให้ได้สีเทา 256 สีได้
เพราะจะทาให้ได้ขนาดฮาล์ฟโทนที่ใหญ่จนต้องสูญเสียรายละเอียด
ข        อ      ง        ภ         า         พ         ไ        ป
ดั ง นั้ น เครื่ อ งพิ ม พ์ เ ลเซอร์ ที่ เ ราใช้ ง านกั น อยู่ ทั่ ว ไปจะใช้ ค่ า lpi
ที่ สู ง ขึ้ น เ พื่ อ ต้ อ ง ก า ร รั ก ษ า ร า ย ล ะ เ อี ย ด ข อ ง ภ า พ
และสี ที่ อ อกมาสามารถยอมรั บ ได้ ซึ่ ง เราอาจจะปรั บ มาใช้ ค วามถี่
180 lpi และมีระดับสีเทาได้ 44 สี แต่จะได้ภาพที่ออกมาคมชัด
          - การพิมพ์สี
                การกาเนิดภาพจากเครื่องพิมพ์สีของโรงพิมพ์จะใ
ช้ ห ลั ก ก า ร ข อ ง โ ม เ ด ล สี                                         CMYK
ซึ่ ง จะต่ า งจากการก าเนิ ด ภาพบนจอภาพที่ ใ ช้ โ มเด ลสี RGB
ดังนั้นก่อนจะส่งภาพไปโรงพิมพ์เราควรจะเข้าใจหลักการพิมพ์ภาพ
สี ซึ่งเรียกว่าการพิมพ์ 4 สี
                   ก า ร พิ ม พ์ ภ า พ                        4      สี
จ ะ ใ ช้ ห ลั ก ก า ร เ ดี ย ว กั บ ก า ร พิ ม พ์ แ บ บ ฮ า ล์ ฟ โ ท น
ซึ่ ง จ ะ มี ก า ร ส ร้ า ง จุ ด สี ค ว า ม ถี่ เ ส้ น เ ห มื อ น กั น
แ ต่ จ ะ ท า แ ย ก กั น พิ ม พ์ ที ล ะ สี 4 ค รั้ ง ต า ม โ ม เ ด ล สี CMYK
ในการทาเพลทหรือแม่แบบในการพิมพ์จะมีการสร้างฮาล์ฟโทนให้
กั บ แ ต่ ล ะ เ พ ล ท สี                    โ ด ย จุ ด สี ใ น             4
เ พ ล ท สี นั้ น จ ะ ไ ม่ มี ก า ร ว า ง ซ้ อ น เ ห ลื่ อ ม กั น
ดังนั้นเมื่อเราพิมพ์ภาพลงบนกระดาษผ่านทีละเพลทสี จนครบทั้ง 4
สี CMYK จะเกิดจุดสีกระจายเรียงกันบนภาพ โดยไม่ซ้อนเหลื่อมกัน
เ มื่ อ เ ร า ม อ ง ดู เ ม็ ด สี ที่ เ รี ย ง กั น อ ยู่ นั้ น
จะหลอกตาทาให้เรามองเห็นเป็นสีต่างๆ และเกิดขึ้นเป็นภาพ
           - การแปลงโมเดลสีของภาพ
               ก่ อ น จ ะ น า ภ า พ ไ ป พิ ม พ์
เราจะต้ องตรวจสอบว่ ากราฟิก ส์ที่ สร้ างไว้ นั้ น เป็ น โมเดลสี CMYK
ห รื อ ไ ม่ เ พื่ อ จ ะ ท า ใ ห้ ส า ม า ร ถ แ ย ก สี
และพิมพ์ภาพออกมาได้สีที่ถูกต้อง
              - สีในกระบวนการพิมพ์ปกติ (Process Colors)
               เ      ป็     น        สี                                     CMYK
ที่ใช้ในกระบวนการพิมพ์ปกติตามที่ได้แยกสีไว้นั่นเอง
              - สีที่ใช้เฉพาะที่ (Spot Colors)
                    เ ป็ น สี ที่ ถู ก ผ ส ม ก่ อ น สี CMYK
ซึ่ ง ใ น ก ร ะ บ ว น ก า ร พิ ม พ์ สี นี้ จ ะ ถู ก พิ ม พ์ ผ ส ม ล ง ไ ป ก่ อ น
แ ล้ ว ค่ อ ย พิ ม พ์ ต า ม ด้ ว ย สี                                        CMYK
ซึ่ ง เ ร า จ ะ ต้ อ ง ท า เ พ ล ท ห รื อ แ ม่ แ บ บ เ พิ่ ม ขึ้ น ม า อี ก 1 แ ผ่ น
ต        า       ม       จ       า        น     ว     น       สี      ที่    ใ       ช้
ดั ง นั้ นจ ะ ต้ อ ง เสี ย ค่ า ใ ช้ จ่ า ยใ น กา ร ท า เ พล ท แม่ แ บบ เ พิ่ ม เ ติ ม
แ ล ะ มี ค ว า ม ซั บ ซ้ อ น ใ น ก า ร ผ ส ม สี แ ล ะ ค ว บ คุ ม สี ย า ก ยิ่ ง ขึ้ น
แต่ จ ะท าให้ เ ราสร้ า งสรรค์ ผ ลงานที่ มี เ อฟเฟคต์ แ ปลกใหม่ ม ากขึ้ น
เ ช่ น ก า ร ใ ช้ สี Spot    เ ป็ น ข้ อ ค ว า ม สี ท อ ง Bestseller
อ ยู่ บ น ห น้ า ป ก ห นั ง สื อ ที่ ข า ย ดี
ซึ่งจะทาให้กราฟิกส์บนปกหนังสือดูน่าสนใจและมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น
เป็นต้น


2.    การประยุกต์ใช้โปรแกรมสาเร็จรูปกราฟิก
         มิ ติ แ ละระบบพิ กั ด ในกราฟิ ก เริ่ ม จาก จุ ด เส้ น ระนาบ
รู ป ทรงปริ ม าตรและจตุ ภ าคซึ่ ง เป็ น แกน x                          และแกน y
ซึ่ ง ท า ใ ห้ เ กิ ด ก า ร ห มุ น เ วี ย น ( Rotation)
และท าให้ ร ะบุ ต าแหน่ ง การเคลื่ อนที่ ข องวั ต ถุ ไ ด้ อ ย่ า งแม่ น ย า
ระบบพิกัดเชิงขั้น วงกลม สองมิติ ระบบพิกัดทรงกลม รูปทรงสามมิติ
บุ ริ ม ภาพ ประกอบด้ ว ยสี แ ดง เขี ย ว น้ าเงิ น และความโปร่ ง ใส
ใช้ ไ ด้ ดี กั บ ภาพบิ ต แมปที่ มี ค วามลึ ก ตั้ ง แต่ 8 บิ ต ขึ้ น ไป ชั้ น ภาพ
เกิดจากผลของบุริมภาพที่ซ้อนภาพบิตแมปไว้ การสร้างทัศนี ย-ภาพ
วิ ธี ก ารสร้ า งภาพลวงตาสามมิ ติ ใ ห้ ป รากฎบนระนาบ 2                            มิ ติ
การสร้างขึ้นใหม่ การเปลี่ยนภาพสองมิติให้เป็นสามมิติ
3. การสืบค้นข้อมูลสารสนเทศ

                       การสืบค้นข้อมูลสารสนเทศ
เริ่มด้วยการพิมพ์คาสาคัญลงในช่องค้นหา ( s e a r c h            box)
จากนั้นกดแป้นพิมพ์ ที่แป้น Enter หรือใช้เมาส์คลิกที่ปุ่ม search




     ผลการสืบค้ น โดยทั่วไป       จะระบุจานวนรายการที่สืบค้น ได้
การแสดงผลการสืบค้นจะเรียงจาก ความสัมพันธ์ หรือสั ดส่วนของ
ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคาสาคัญที่ใช้สืบค้นจากมากไปหาน้อยโดยนาเ
สนอ ชื่อ ที่อยู่เว็บไซต์ และสรุปสาระที่มีในเว็บไซต์นั้น ๆ

ข้อสอบคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ 3000 - 0205
1. ข้อใดให้ความหมายของคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ได้ชัดเจนที่สุด
  1. การเขียนภาพด้วยสีและลักษณะขาวดา
  2. การเขียนตัวหนังสือและการสื่อความหมายโดยการใช้เส้น
  3. การสื่อความคิดโดยการใช้ภาพ สัญลักษณ์ และข้อความ
   4.
การสื่อความคิดโดยการใช้คอมพิวเตอร์สร้างและจัดการกับภาพ
สัญลักษณ์ และข้อความ
   5.     การสร้างงานนาเสนอโดยใช้คอมพิวเตอร์                สัญลักษณ์
ข้อความ และอุปกรณ์ที่หาได้ในท้องถิ่น


2. “Graphikos”เป็นคาที่เกิดขึ้นจากรากศัพท์ภาษากรีก
หมายถึงอะไร
  1. การเขียนภาพด้วยสีและลักษณะขาวดา
  2. การเขียนตัวหนังสือและการสื่อความหมายโดยการใช้เส้น
  3. การสื่อความคิดโดยการใช้ภาพ สัญลักษณ์ และข้อความ
   4.
การสื่อความคิดโดยการใช้คอมพิวเตอร์สร้างและจัดการกับภาพ
สัญลักษณ์ และข้อความ
   5.     การสร้างงานนาเสนอโดยใช้คอมพิวเตอร์           สัญลักษณ์
ข้อความ และอุปกรณ์ที่หาได้ในท้องถิ่น


3. ความละเอียดของจอภาพ 1027x768 หมายถึงข้อใด
  1. จานวนจุดในแนวนอน 1024 จุดและจานวนจุดในแนวตั้ง
768 จุด
   2.               จานวนพิกเซลในแนวนอน                    1024
พิกเซลและจานวนพิกเซลในแนวตั้ง 768 พิกเซล
  3.             จานวนพิกเซลในแนวนอน            1024         ppi
และจานวนวีดีโอพิกเซลในแนวตั้ง 768 ppi
  4. จานวนจุดในแนวนอน 1024 dpi และจานวนจุดในแนวตั้ง
768 dpi
  5. ไม่มีข้อใดถูก


4. ความละเอียดของเครื่องพิมพ์มีหน่วยที่ใช้วัดคืออะไร
  1. dpi
  2. ppi
  3. pixel
  4. dpc
  5. pix
5. ข้อใดคือข้อเสียของการประมวลผลแบบ Raster
  1. ไม่สามารถใช้เอฟเฟคต์ในการปรับแต่งภาพได้
  2. ไม่สามารถแสดงภาพเคลื่อนไหวได้
  3. ภาพจะไม่ละเอียดหรือแตก เมื่อขยายภาพให้ใหญ่ขึ้น
  4. ไม่เหมาะกับภาพถ่าย เนื่องจากภาพมีขนาดเล็ก
  5. ภาพที่ได้จะไม่สามารถใช้บน website ได้




6. ไฟล์ในข้อใดเป็นการประมวลผลแบบ vector
  1. .TIF และ .GIF
  2. .JPG และ .BMP
  3. .AI   และ .PCX
  4. .TIF และ .DRW
  5. .AI   และ .DRW


7. โมเดลแบบสี RGB ใช้รูปแบบการมองเห็นสีตามหลักการใด
  1. หลักการมองเห็นสีของสายตามนุษย์
  2. หลักการแสดงสีของเครื่องคอมพิวเตอร์
  3. หลักการแสดงสีของเครื่องพิมพ์
  4. มาตรฐานของ CIE
  5. มาตรฐานของสีรุ้งธรรมชาติ


8. โมเดลแบบสี CMYK ใช้รูปแบบการมองเห็นสีตามหลักการใด
     1. หลักการมองเห็นสีของสายตามนุษย์
     2. หลักการแสดงสีของเครื่องคอมพิวเตอร์
     3. หลักการแสดงสีของเครื่องพิมพ์
     4. มาตรฐานของ CIE
     5. มาตรฐานของสีรุ้งธรรมชาติ


9.                                 “สัดส่วนของสีเทาที่มีอยู่ในสีนั้น
โดยวัดค่าสีเทาในสีหลักเป็นเปอร์เซ็นต์”
ข้อความดังกล่าวตรงกับข้อใด
     1. Greyscale
     2. Hue
     3. Brigthness
     4. Saturation
     5. Contrass


10.                                              โปรแกรมใด
ที่นามาประยุกต์ใช้กับคอมพิวเตอร์ช่วยสอนได้เหมาะสมที่สุด
     1. CAD
     2. Dream Weaver
     3. Flash
     4. CSS
     5. CAI
11.
โปรแกรมใดที่นามาประยุกต์ใช้กับคอมพิวเตอร์ช่วยออกแบบและสร้
างชิ้นงานจาลองได้เหมาะสมที่สุด
  1. illustrator
  2. CAD
  3. Flash
  4. CSS
  5. CAI


12.                         Adobe             Photoshop
เป็นโปรแกรมที่เหมาะสมกับงานแบบใดมากที่สุด
  1. นาเสนอภาพหลายมิติ
  2. ตัดต่อวิดิโอ
  3. สร้างภาพเคลื่อนไหว
  4. แก้ไข ตกแต่งภาพ
  5. สร้างเว็บเพจ


13. 3Ds Max เป็นโปรแกรมที่เหมาะสมกับงานแบบใดมากที่สุด
  1. นาเสนอภาพหลายมิติ
  2. ตัดต่อวิดิโอ
  3. สร้างภาพเคลื่อนไหว
  4. แก้ไข ตกแต่งภาพ
  5. สร้างเว็บเพจ


14. ข้อใดไม่สามารถใช้โปรแกรม Adobe Photoshop ทางานนั้น
ๆ ได้
  1. สไลด์ โชว์ นาเสนองาน
  2. โปสเตอร์งานวันแม่
  3. ออกแบบบัตรนักศึกษา
  4. รีทัชภาพนางแบบนิตยสาร
  5. เติมแสงและเงาลงบนไฟล์รูปภาพ


15. ข้อใดคือความสามารถอย่างหนึ่งของ Magic wand
  1. ลบจุดด่างดา สิว
  2. ทาผิวขาว
  3. ใช้เลือกพื้นที่
  4. ปรับสีรูป
  5. การเพิ่มประกายให้กับรูปภาพ




16. Crlt+,Crlt -, เป็น Short cut ช่วยในเรื่องใด
  1. การเลื่อนภาพขึ้น - ลง
  2. การย่อจอภาพ ขยายจอภาพ
  3. การบันทึกภาพ
  4. การเปลี่ยนภาพ
  5. การย่อ - ขยาย ภาพ


17. เครื่องมือ Stamp tool ช่วยในเรื่องใด
  1. ตัดภาพ (Crop)
  2. สาเนาภาพไปวางอีกที่หนึ่ง
  3. สร้างแสตมป์จดหมายอย่างง่าย
  4. ลบจุดด่างดาของภาพ
  5. ลบฉากหลังของภาพ


18. ข้อใดคือวิธีการปลดล็อกรูปภาพ
  1. ใช้เครื่องมือ eyedropper
  2. ดับเบิ้ลคลิ๊กที่เลเยอร์ที่ต้องการปลดล็อก
  3. คลิกขวาที่เลเยอร์แล้วเลือก Merge Layer
  4. รูปภาพที่ล็อกแล้วไม่สามารถปลดล็อกได้
  5. คลิกขวาที่รูปภาพแล้วเลือก cancel


19. ข้อใดคือประโยชน์ของการกด Space Bar ค้างไว้ ใน
โปรแกรม photoshop
  1. สามารถโชว์ History ได้
  2. สามารถบันทึกงานได้
  3. สามารถเลื่อนดูภาพได้
  4. สามารถย่อ-ขยายได้
  5. สามารถทาสาเนาภาพได้


20. ถ้าต้องการตัดภาพรูปทรงอิสระต้องเลือกเครื่องมืออะไร
  1. Crop Tool
  2. Eraser Tool
  3. Patch Tool
  4. Pen Tool
  5. Lasso Tool
21.
ถ้าต้องการดูดสีต้นฉบับหรือสีที่ต้องการต้องใช้เครื่องมือตัวไหน
  1. Pen tool
  2. Eyedroper
  3. Shapen tool
  4. Clone Stamp
  5. Paint Bucket Tool


22.
ถ้าต้องการเปิดไฟล์รูปภาพทีละหลายไฟล์พร้อมกันนิดต้องกดปุ่มใด
ควบคู่ไปด้วย
  1. Shift
  2. Alt
  3. Ctrl
  4. Cap Lock
  5. F1


23.
ถ้าต้องการสร้างเอกสารใหม่และต้องการให้พื้นหลังเป็นแบบชนิดโป
ร่งใสควรเลือกคาสั่งอะไร
  1. White
  2. Background Color
  3. Clear
  4. Color Flowground
  5. Transparent


24. การยืดภาพหดภาพ (ย่อ-ขยาย)
แบบใดที่จะช่วยให้ภาพนั้นไม่ผิดส่วนไปจากเดิม
  1. กด Ctrl ค้างไว้ขณะยืดภาพ หดภาพ
  2. กด Caps Lock ค้างไว้ขณะยืดภาพ หดภาพ
  3. ล็อกภาพไว้ขณะยืดภาพ หดภาพ
  4. กด Shift ค้างไว้ขณะยืดภาพ หดภาพ
  5. กด Alt ค้างไว้ขณะยืดภาพ หดภาพ


25. ภาพที่ผ่านการตกแต่งจาก photoshop
จะได้ผลลัพธ์ภาพเป็นภาพแบบใด
  1. Raster
  2. vector
  3. Pixels
  4. Bitmap
  5. JPEG




26. ข้อใดคือส่วนขยาย (นามสกุล) ของ ไฟล์งาน photoshop
  1. .pptx
  2. .bmp
  3. .psp
  4. .psd
  5. .jpg


27. ในการบันทึกไฟล์บัตรนักศึกษา บันทึกเป็นไฟล์ใดบ้าง
  1. .jpg + .ppt
  2. .psd + .jpg
  3. .jpg + .doc
  4. .psd + .wav
  5. .wav + .ppt


28. Colors Balance ช่วยในเรื่องการปรับสิ่งใด
  1. ปรับความสมดุลของสีภาพ
  2. ปรับความพอดีของภาพ
  3. ปรับความสว่างของภาพ
  4. ปรับแสงของภาพ
  5. ปรับระดับความเข้มของรูปภาพ


29. Type tool (สัญลักษณ์ตัว T ใหญ่)
เป็นเครื่องมือสาหรับทาสิ่งใด
  1. ตัดภาพ
  2. ลงสีภาพ
  3. สร้างรูปทรง
  4. พิมพ์ข้อความ
  5. จัดการชนิดรูปภาพ
30. ข้อใดคือคู่สีตรงกันข้าม
  1. ชมพู - ขาว
  2. เขียว - เหลือง
  3. เหลือง - ม่วง
  4. ดา - แดง
  5. น้าเงิน - เขียว




31. เครื่องมือใดใน Photoshop ใช้ลบภาพ
  1. brush tool
  2. eraser tool
  3. patch tool
  4. magic wand
  5. rubber tool


32. เครื่องมือใด สามารถใช้ลบสิวได้
  1. Magic wand
  2. Patch tool
  3. Gradient tool
  4. Type tool
  5. Clear tool
33. ถ้าต้องการ copy layer ต้องใช้คาสั่งอะไร
  1. Copy Layer
  2. Clone Layer
  3. Jump Layer
  4. Stamp Layer
  5. Duplicate Layer


34. ถ้าต้องการตัดภาพดาว
ควรใช้เครื่องมืออะไรตัดถึงจะเหมาะสมมากที่สุด
  1. Magnatic Lesso Tool
  2. Lesso Tool
  3. Polygonal Lesso Tool
  4. Pen Tool
  5. Cut Tool


35. ถ้าต้องการค้นหารูปวัดโสธรจาก google
ขั้นตอนในข้อใดสามารถค้นหาได้ดีที่สุด
  1. พิมพ์คาว่า “วัด” แล้วกดปุ่ม enter
  2. พิมพ์คาว่า “วัด โสธร” แล้วกดปุ่ม enter
  3. พิมพ์คาว่า “วัด+โสธร” แล้วกด enter
  4. คลิกที่คาว่ารูปภาพ จากนั้นพิมพ์คาว่า “วัดโสธร” แล้วกด
enter
  5. คลิกที่คาว่ารูปถ่าย จากนั้นพิมพ์คาว่า “วัดโสธร” แล้วกด
enter
36. ข้อใดไม่ใช่ search engine
ในการค้นหาข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ต
  1. Google
  2. Bing
  3. ask
  4. yahoo
  5. ICQ


37. ถ้าต้องการค้นหาข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ต
โดยให้แสดงเฉพาะไฟล์ .doc ให้พิมพ์คาสั่งใด
ต่อจากข้อความที่ต้องการ
  1. filetype : doc
  2. typefile : doc
  3. filename :doc
  4. namefile : doc
  5. only : doc


38. การค้นหาแบบ "ดีใจจัง ค้นแล้วเจอเลย" ใน google
จะช่วยให้การค้นหามีประสิทธิภาพขึ้นได้อย่างไร

  1.
  จะไปที่หน้าเว็บของผลการค้นหาแรกที่ปรากฏขึ้นจากคาค้นหา
  2. ช่วยลดเวลาในการประมวลผลของคอมพิวเตอร์
  3.
ทาให้การค้นหาแม่นยามากขึ้นโดยไปยังเว็บไซต์ที่ต้องการทันที
  4. ช่วยประหยัดเวลาในการค้นหา
เพราะช่วยลดเวลาในการประมวลผลของเซิฟเวอร์
   5.
ช่วยค้นหาข้อมูลเฉพาะฐานข้อมูลภายในประเทศได้อย่างรวดเร็ว


39. ถ้าต้องการสืบค้นข้อมูลคอมพิวเตอร์
โดยไม่ต้องการข้อมูลที่มีคาว่า “เบื้องต้น” จะต้องใช้คาค้นหา
(Keyword) ใด
  1. คอมพิวเตอร์ except เบื้องต้น
  2. คอมพิวเตอร์ no เบื้องต้น
  3. คอมพิวเตอร์ – เบื้องต้น
  4. คอมพิวเตอร์ nofield: เบื้องต้น
  5. computer / เบื้องต้น


40. ถ้าต้องการบันทึกชื่อเว็บที่สนใจ
ไว้ใช้ในกรณีที่จะกลับมาศึกษาใหม่ในครั้งต่อไป มีวิธีการอย่างไร
  1. คลิกเมนู Favorites > Import Favorites
  2. คลิกเมนู Save as > Save page
  3. คลิกเมนู Favorites > Add Favorites
  4. คลิกเมนู Save as > Save Favorites
  5. คลิกเมนู Favorites > Save Favorites
เฉลยข้อสอบคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ 3000 - 0205
ข้อ 1. ตอบ 4                  ข้อ 21. ตอบ 2
ข้อ 2. ตอบ 1                  ข้อ 22. ตอบ 3
ข้อ 3. ตอบ 2                  ข้อ 23. ตอบ 5
ข้อ 4. ตอบ 1                  ข้อ 24. ตอบ 4
ข้อ 5. ตอบ 3                  ข้อ 25. ตอบ 1
ข้อ 6. ตอบ 5                  ข้อ 26. ตอบ 4
ข้อ 7. ตอบ 2                  ข้อ 27. ตอบ 2
ข้อ 8. ตอบ 3                  ข้อ 28. ตอบ 1
ข้อ 9. ตอบ 4                  ข้อ 29. ตอบ 4
ข้อ 10. ตอบ 5                 ข้อ 30. ตอบ 3
ข้อ 11. ตอบ 1                 ข้อ 31. ตอบ 2
ข้อ 12. ตอบ 4                 ข้อ 32. ตอบ 2
ข้อ 13. ตอบ 1                 ข้อ 33. ตอบ 5
ข้อ 14. ตอบ 1                 ข้อ 34. ตอบ 3
ข้อ 15. ตอบ 3                 ข้อ 35. ตอบ 4
ข้อ 16. ตอบ 5                 ข้อ 36. ตอบ 5
ข้อ 17. ตอบ 2                 ข้อ 37. ตอบ 1
ข้อ 18. ตอบ 2                 ข้อ 38. ตอบ 1
ข้อ 19. ตอบ 3                 ข้อ 39. ตอบ 3
ข้อ 20. ตอบ 5                 ข้อ 40. ตอบ 3

				
DOCUMENT INFO
Shared By:
Categories:
Tags:
Stats:
views:80
posted:5/24/2012
language:Thai
pages:31