? ????????? ?? HRIS
Document Sample


บทความเชิงวิชาการ
เรื่อง การนาเทคโนโลยี( IT)
มาช่วยสนับสนุนงานพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในองค์กรธุรกิจ
วิชา HU821 คอมพิวเตอร์เพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
ชื่อนักศึกษา นายประชา ตันเสนีย ์ รหัสประจาตัว 4819480013
ชื่ออาจารย์ ผู้สอน อาจารย์สุชาติ กิจธนะเสรี และคณะ
วันกาหนดส่ ง วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2549 วันที่ส่ง 13 กุมภาพันธ์ 2549
ความเห็นของอาจารย์ ผู้ตรวจ
การนาเทคโนโลยี( IT) มาช่ วยสนับสนุนงานพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
ในองค์กรธุรกิจ
นายประชา ตันเสนีย์ *
ั
ในยุคปัจจุบนความสาเร็จขององค์กรภายใต้สภาวะการณ์ที่มีการแข่งขันสู งนั้น
ความจาเป็ นอย่างยิงที่จะต้องสร้างความได้เปรี ยบต่อคู่แข่งขันจึงเป็ นสิ่ งสาคัญโดยเฉพาะใ
่
นโลกของธุรกิจซึ่งมักจะมีการนาเอาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาใช้เพื่อการจัดการความรู ้
(Knowledge Management)
เพราะมนุษย์เป็ นทรัพยากรที่มีค่าที่จาเป็ นต้องพัฒนาเพื่อให้สามารถก้าวไปพร้อมกับองค์ก
ั
รที่เจริ ญเติบโต ในปั จจุบนพบว่าหลายต่อหลายองค์กรได้
เริ่ มตระหนักและให้ความสาคัญในการสร้างและปรับเปลี่ยนให้เป็ นองค์กรแห่ งความรู ้โด
่
ยสร้างความแข่งแกร่ งให้มีการเรี ยนรู ้อยูตลอดเวลา
โดยการปลูกฝังให้พนักงานทุกๆระดับสามารถแสวงหาความรู ้และเข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่า
งๆ ได้โดยง่าย
ระบบสารสนเทศทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Information System)
ก็เป็ นเครื่ องมือในการสร้างฐานข้อมูลเพื่อที่องค์กรใช้ในการเก็บรักษา เรี ยกใช้
และนามาข้อมูลพนักงานของตนนามาวิเคราะห์ วางแผนและการตัดสิ นใจ ในเรื่ องต่างๆ
เช่น การข้อมูลบัญชีรายชื่อพนักงาน
มาวางแผนด้านการเพิ่มทักษะและขีดความสามารถของพนักงานในองค์กร
โดยเทคโนโลยีสารสนเทศนี้จะเป็ นเครื่ องมือในการรายงานข้อมูลของพนักงานว่ามีการพั
ฒนาคุณภาพ ความก้าวหน้าในสายอาชีพงานของพนักงานอย่างไร ซึ่งต้อง
HRISต้องเป็ นระบบที่ครอบคลุมและสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ อย่างถูกต้อง
ครบถ้วนได้แก่ ข้อมูลการจ่ายเงินเดือนประจา ค่าคอมมิชชัน การขาดงาน และวันลาพัก
่
ข้อมูลการพัฒนาการบริ หารซึ่งพิจารณาการฝึ กอบรมและการพัฒนาที่จาเป็ น
รวมถึงระดับการจ้างที่เพียงพอ หรื อทักษะต่าง ๆ ที่มีประสิ ทธิผลที่สุดของทีมงาน
ดังรู ปแบบจาลอง HRIS ล่างนี้
1
ั
* นักศึกษาปริ ญญาเอก โครงการปรัชญาดุษฎีบณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
โดยระบบจะช่วยรายงาน
้
ติดตามข้อมูลด้านทักษะและประสบการณ์ของพนักงานทุกคนและมีขอมูลในการประเมิ
นผลการพัฒนาการบริ หารได้เร็วและมีประสิ ทธิภาพมากขึ้น
ซึ่งจะช่วยให้ฝ่ายบริ หารสามารถคาดการณ์ถึงความพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีความสาเร็
จในสายอาชีพ
ิ
มีวธีการตัดสิ นใจและการวางแผนที่มีประสิ ทธิผล และมีการกาหนดหลักสู ตรการฝึ กอบร
มและการพัฒนาที่จาเป็ นโดยเหมาะสมกับเวลา
ซึ่งฐานข้อมูลการพัฒนาการบริ หารจึงมีประโยชน์อย่างยิงและมีความจาเป็ นในการจัดการ
่
ข้อมูลข่าวสารจานวนมากของด้านทรัพยากรมนุษย์
เพื่อพิจารณาว่าทักษะใดที่จะเหมาะสมกับโครงสร้างส่ วนงาน หรื อ
ที่จะต้องปรับกลยุทธ์ธุรกิจให้มีพนักงานสามารถรองรับงานได้อย่างเหมาะสม
ู้
ดังนั้นระบบดังกล่าวนี้จะนาเสนอข้อมูลให้ผบริ หารระดับสู งสามารถค้นหาได้อย่างถูกต้อ
ง ครบถ้วนและรวดเร็ว
2
ซึ่งจะช่วยให้สามารถคัดเลือกพนักงานที่มีคุณสมบัติตรงกับงานที่ได้รับมอบหมายโดยเห
มาะสมและทันเวลา
ความสาคัญของ HRIS
สิ่ งแรกคือ ต้นทุนด้านการประหยัดต่างๆในระยะยาว รวมทั้งระบบHRIS
จะช่วยแก้ปัญหาและเพิ่มผลผลิต รวมถึงส่ งให้องค์กรมีกาไรสู งสุ ดในที่สุด
ตัวอย่างของการประหยัด เช่น
้
การประหยัดเวลาของผูบริ หารในการวางแผนและการตัดสิ นใจในเรื่ องการฝี กอบรม เช่น
การวิเคราะห์หลักสู ตรที่จาเป็ นต่อฝึ กอบรมของพนักงาน
โดยมีการรวบรวมข้อมูลหลักสู ตรที่สอนและสามารถประเมินผลการทางานของพนักงาน
ที่ประสบความสาเร็ จในสายงานของพนักงานแต่ละคน
เพื่อจะได้นาข้อมูลมาการประเมินผลและกาหนดเป็ นแผนการฝึ กอบรมประจาปี นอกจา
ั ้ั
กนี้ยงสามารถสร้างรายงานเพื่อเตือนผูจดการให้เข้ารับการอบรมและหากเมื่อถึงเวลาประเ
มินการปฏิบติงาน ั
พนักงานก็จะชัดเจนคือสามารถจะรู ้ถึงโปรแกรมความก้าวหน้าในอาชีพและคุณสมบัติต่า
งๆเพื่อให้เข้ารับอบรม
็
โดยในแต่ละหลักสู ตรเหล่านี้กจะสอดคล้องให้เป็ นไปตามแผนการพัฒนาทรัพยากรหลัก
ขององค์กร ฯลฯ
็
ในด้านฝ่ ายทรัพยากรมนุษย์กจะสามารถชัดเจนในการสร้างรู ปแบบต่าง ๆ
ได้ง่ายขึ้น โดยสามารถสร้างแบบจาลองอัตรากาลังสาหรับพนักงานในแต่ละระดับ ทั้งฝ่ าย
ั
หรื อทั้งบริ ษทเพื่อให้สอดคล้องกับแผนธุรกิจระยะสั้น
ั
ระยะกลางและระยะยาวได้ชดเจน ซึ่งเดิมแบบรายงานด้วยมือสาหรับข้อมูลดังกล่าวมักมี
้
ข้อผิดพลาด ล่าช้า แต่หากนา HRIS มาใช้จะสามารถให้ขอมูลที่ รวดเร็ ว
ถูกต้องและสมบูรณ์มากขึ้น สามารถที่จะนาไปดาเนินกรรมวิธี
ระบบจะลดเวลาการส่ งข้อมูลและเพิมเวลาในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาระบบอัตโนมัติจ
่
ะสามารถผลิตรายงานมาตรฐานต่าง ๆ ได้โดยง่าย เช่น แผนอัตรากาลังและงบประมาณ
3
แผนการฝึ กอบรม บัญชีพนักงานและการวิเคราะห์แรงงานโดยอายุ
ทักษะหรื อประสบการณ์
ประโยชน์สาคัญอีกประการหนึ่งของระบบคือ
ั ่
ความสามารถที่จะค้นหาพนักงานที่มีทกษะเฉพาะสาหรับตาแหน่งงานที่วาง
ซึ่งจะช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการหาคนเข้าตาแหน่งจากภายนอกในเมื่อมีผมีคุณสมบั
ู้
่
ติอยูแล้ว
ขั้นตอนการสร้ าง HRIS
เมื่อตัดสิ นใจสร้าง HRIS
่
จึงจาเป็ นต้องรู ้วาจะเริ่ มที่ใดเป็ นสิ่ งสาคัญ และการตัดสิ นใจเลือกซอฟท์แวร์ที่ดีที่สุด
้
ให้สอดคล้องกับระบบและผูใช้ กล่าวคือ
ขั้นตอนการสร้ าง HRIS
ั
ขั้นที่ 1 ทาความเข้าใจระบบปัจจุบน - กาหนดวัตถุประสงค์
- สอบถาม
- รวบรวมข้อมูล
ขั้นที่ 2 ความต้องการระบบใหม่ ้
- กาหนดสิ่ งที่ตองเปลี่ยนแปลง
- ปัญหาของระบบเก่า
ขั้นที่ 3 การวางแผน - ตัดสิ นใจขั้นสุ ดท้ายถึงความต้องการต่าง ๆ
ในระบบใหม่
้
- กาหนดข้อมูลดิบที่ตองการ
- กาหนดผลนาออกที่ตองการ ้
ขั้นที่ 4 ้
- แจ้งผูขายซอฟท์แวร์ให้เสนอขาย
การเลือกซอฟท์แวร์และทดสอบ ้
- เลือกผูขายซอฟท์แวร์
- ทดสอบระบบ
ขั้นที่ 5 การนาผลการใช้มาทบทวน - รวบรวมผลสรุ ปการใช้จากผูใช้ ้
้
- ปรับปรุ งซอฟท์แวร์ตามความต้องการของผูใช้
4
ขั้นที่ 6 การนาไปใช้ - ใช้ระบบใหม่และฝึ กอบรมเจ้าหน้าที่ทุกคน
ขั้นที่ 7 การประเมินผล - ค้นหากาหนดปัญหาระยะยาว
- ประเมินประโยชน์
ั
- ปรับปรุ งระบบให้ทนสมัย
ขั้นตอน1
เป็ นการกาหนดวัตถุประสงค์ของระบบและกลุ่มเป้ าหมายที่จะใช้ประโยชน์จากระบบ
ซึ่งวิธีการที่สาคัญคือการสารวจและสอบถามกลุ่มเป้ าหมาย
ผูใช้ขอมูลในปัจจุบนและผูที่น่าจะใช้ในอนาคต
้ ้ ั ้
้
เพื่อให้เข้าใจระบบที่เหมาะสมและประเภทของข้อมูลที่ตองการในปัจจุบน ได้แก่ ั
ฝ่ ายทรัพยากรมนุษย์ ฝ่ ายระบบสารสนเทศเพื่อการบริ หาร ฝ่ ายอื่น ๆ
ที่เกี่ยวข้อง สิ่ งที่สาคัญ
ต้องพิจารณาว่ารายงานที่ใช้เป็ นแหล่งข้อมูลที่สามารถใช้ร่วมกันโดยมีตนทุนที่ต่าที่สุด
้
ั ่
ดังนั้นการวิเคราะห์ระบบปัจจุบน รายงานเพิ่มเติมหรื อปัญหาที่มีอยูในปั จจุบน ั
และข้อคิดเห็นที่จะทาให้ระบบดีมากขึ้น
ั
จึงจาเป็ นต้องเขียนการสารวจออกมาเป็ นคาถามที่ลายลักษณ์อกษรเพื่อช่วยให้การสอบถา
มมีประโยชน์ ยิงขึ้น ่
้
และเป็ นการยืนยันว่าได้มีการสอบถามคาถามที่ตรงกับผูใช้ทุกคนเรี ยบร้อยแล้ว
ขั้นต่อไป คือการเสริ มหรื อหากต้องเปลี่ยนแปลงระบบจากปัจจุบน ั
ซึ่งต้องมีการกาหนดรายละเอียดว่าสิ่ งที่จะต้องปฏิบติใหม่น้ นมีอะไรที่จะเกิดประโยชน์ต่อ
ั ั
้
ผูใช้และปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ตัวอย่างเช่น
ั
อาจเป็ นรายงานอัตรากาลังในระบบปัจจุบนขาดข้อมูลที่สาคัญหรื อไม่ได้ใช้เลย
้
ไม่สามารถมีขอมูลด้านประวัติการเข้ารับการฝึ กอบรม หรื อ สถิติการเข้าอบรม หรื อ
คะแนนประเมินผล ฯลฯ
ขั้นต่อไป
เป็ นการตัดสิ นใจขั้นสุ ดท้ายเกี่ยวกับเนื้อหาและลักษณะสาคัญของระบบใหม่และการจัด
5
ทารู ปแบบรายงานเป็ นเอกสาร
่ ั
ขั้นนี้จะขึ้นอยูกบข้อมูลที่รวบรวมได้ในสองขั้นแรกรวมทั้งการกาหนดข้อมูลนาเข้าและผ
ลลัพธ์
้
ซึ่งต้องมีการตรวจสอบกระบวนการโดยผูใช้เพื่อให้แน่ใจว่าได้สื่อความต้องการของตนเอ
งถูกต้อง
จากนั้น ใช้รายละเอียดในขั้นที่ 3 เพื่อทาโครงการความต้องการ (RFP: Request for
Proposal)
้ ั
ซึ่งเป็ นวิธีการทาข้อตกลงระหว่างองค์กรกับผูขายซอฟท์แวร์ที่มีวตถุประสงค์หลัก 3
้
ประการ คือ เพื่อยืนยันกับผูขายถึงความต้องการโปรแกรม HRIS
การกาหนดเค้าโครงการตอบสนองจากผูขาย ้
และเพื่อช่วยในความเข้าใจตรงกันอย่างชัดเจนกับผูขาย ้
ั ้
คาบรรยายเป็ นลายลักษณ์อกษรจะช่วยให้องค์กรสรุ ปความต้องการของผูใช้ทุกค
นและช่วยให้เข้าใจในรายละเอียด การขาดความชัดเจนในความต้องการอาจมีผลให้เลือก
ิ
ซอฟท์แวร์ผด แต่โครงการความต้องการ (RFP)
ั
ที่ได้จดทาไว้อย่างละเอียดจะให้ภาพความต้องการซอฟท์แวร์ที่ชดเจน ั
โครงการความต้องการ (RFP)
จะให้เค้าโครงการสนองตอบแก่ผขายเกี่ยวกับลักษณะสาคัญที่เกี่ยวข้องกับ Software
ู้
Package ของตนและให้โครงร่ างที่ถูกต้องซึ่งอานวยต่อการประเมินระบบต่างๆ
นอกจากนี้
การใช้รูปแบบทัวไปจะช่วยให้ง่ายต่อการตรวจสอบการสนองตอบที่ไม่สมบูรณ์
่
โครงการความต้องการ (RFP)
เป็ นการอธิ บายความต้องการซอฟท์แวร์โดยสรุ ปและกระชับ
้
รวมทั้งรู ปแบบการตอบของผูขายต้องชัดเจนมีเอกสารที่เสนอเข้าใจง่ายและชัดเจนซึ่งจะช่
วยให้ผขายเข้าใจและเสนอข้อมูลตรงกับที่ตองการได้ง่ายขึ้น
ู้ ้
้ ั
เมื่อเลือกผูขายได้แล้ว การซื้อและติดตั้งซอฟท์แวร์น้ น
ั
ในขั้นต่อไปก็คือการนาผลการทดลองปฏิบติเพื่อนามาปรับปรุ ง
6
้ ้
ซึ่งผูใช้เป็ นแหล่งที่ดีที่สุดที่จะให้ขอมูลดังกล่าวว่าระบบทางานอย่างไร
มีผลลัพธ์และข้อผิดพลาด หรื อ
ข้อมูลนาเข้าหรื อการแก้ไขเพื่อให้ระบบสามารถตอบสนองและสนับสนุนผูใช้ได้ตามที่ต ้้
้
องการ ปัญหาที่ตองหาคือความเข้าใจให้ได้ตรงกันในขั้นนี้
ผลจากข้อมูลการทดลองใช้ที่ได้จากผูใช้ ้
ทาให้เกิดการปรับปรุ งระบบให้สามารถทางานได้อย่างถูกต้องแล้ว
จะได้นาระบบไปใช้อย่างเต็มที่แล้วนั้น ทั้งนี้งานก็ไม่ได้จบเพียงเท่านี้ ขั้นสุ ดท้ายจริ ง ๆ
คือกระบวนการประเมินระบบ
ซึ่งจาเป็ นต้องวัดประสิ ทธิผลของระบบอย่างต่อเนื่องและปรับปรุ งการทางานของซอฟท์แ
วร์ให้ทนสมัยอยูเ่ สมอ
ั
้
การตรวจสอบระบบก็เพื่อให้ขอมูลถูกต้องและเกิดประโยชน์และสามารถค้นพบปัญหาแ
ละแก้ไขได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทาได้ เนื่องจากความสาคัญของขั้นนี้
จึงจะกล่าวการตรวจสอบข้อมูล HRIS โดยละเอียดต่อไป
สุ ดท้าย ต้องเน้นการมีส่วนร่ วมของผูใช้ตลอดกระบวนการ
้
การมีส่วนร่ วมของผูใช้เป็ นสิ่ งสาคัญตั้งแต่กระบวนการกาหนดความต้องการระบบ
้
การเลือกคุณลักษณะเฉพาะของซอฟท์แวร์ และการใช้ระบบที่สมบูรณ์
้ ่
การได้รับการสนับสนุนจากผูใช้เป็ นสิ่ งสาคัญซึ่งจะประกันได้วาระบบตรงกับความต้องก
้
ารของผูใช้ ซึ่งกล่าวโดยสรุ ปก็คือเป็ นการนาหลักการจัดการความรู ้ (Knowledge
Management) นันเอง ่
ความปลอดภัยและความเป็ นส่ วนตัว
เมื่อสร้างระบบ HRIS แล้วนั้นสิ่ งที่พึงระวังคือ
ั ้
จะต้องมีข้ นตอนป้ องกันผูที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าถึงข้อมูลปกปิ ดของระบบ ดังนี้
1. กาหนดแนวทางเพื่อบอกว่าจะเก็บข้อมูลประเภทใด วิธีได้ขอมูล ้
้ ั
และผูรับผิดชอบดูแลข้อมูล ขั้นต่อไป กาหนดให้ชดเจนถึงการใช้ที่ไม่ถูกต้อง
การดูแลข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง หรื อละเมิดความเป็ นส่ วนตัว
7
ิ
ซึ่งต้องแจ้งกฎและระเบียบนี้แก่พนักงานทุกคนเพื่อความมันใจถึงสิ่ งที่ผดจากกฎระเบียบ
่
้
หรื อการใช้ขอมูลนอกเหนือจากที่กาหนด ถือเป็ นการละเมิดร้ายแรง
2. การใช้รหัสผ่านจะช่วยจากัดการเข้าถึงระบบ
ต้องระวังในการกาหนดให้การที่จะเข้าถึงระบบ
้ ้
ซึ่งเฉพาะผูมีหน้าที่และต้องใช้ขอมูลเท่านั้นที่จะเข้าถึงข้อมูลที่เก็บใน
้ ้
HRIS ผูที่ตองการข้อมูลต้องขอผ่านฝ่ ายทรัพยากรมนุษย์
3.การเก็บรักษาข้อมูลทางการบันทึกซึ่งไม่จาเป็ นต้องเก็บทุกข้อมูลเป็ นเวลานาน
ๆ เช่น บางข้อมูลไม่จาเป็ นต่อการเกษียณและการให้ออก นอกจากนี้
ต้องคานึงถึงกฎหมายที่เกี่ยวกับความเป็ นส่ วนตัวในการกาหนดแนวทางของบริ ษท ั
4.
ต้องระวังในการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยต้องทาในลักษณะเปิ ดเผยและพนักงานยินยอม
ควรเก็บเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวกับงานและควรให้พนักงานได้ดูขอมูลของตนตามระยะเวลาเ
้
่ ้
พื่อปรับปรุ งได้ตามความจาเป็ น พนักงานต้องรู ้วาจะเก็บข้อมูลใด จะใช้ขอมูลอย่างไร
และระยะเวลาที่เก็บ
การปกปิ ดข้อมูลกับพนักงานจะเพิ่มความเสี่ ยงในทางลบของกระบวนการ HRIS
5.ต้องระวังต่อข้อมูลนาเข้าและนาออกของระบบสารสนเทศใด ๆ
โดยควรเก็บเป็ นความลับหรื อทาลายหลังใช้ ถ้าเป็ นไปได้
่
ข้อมูลนาเข้าควรอยูในรู ปรหัสเพื่อจากัดการเปิ ดเผย
6.การรักษาความลับอีกประการคือการติดตามตรวจสอบผูใช้ ้
ซึ่งบันทึกนี้จะแสดงไฟล์ที่ถูกดู เวลา
และผูดู้ ฝ่ ายทรัพยากรมนุษย์ตองกาหนดผูติดตามตรวจสอบการถ่ายข้อมูลอยูเ่ สมอ
้ ้
หากพบเห็นสิ่ งผิดสังเกตต้องติดตามโดยทันที
ระบบสารองข้อมูลเป็ นการป้ องกันอีกประการหนึ่ง ถ้าทาได้
การเก็บข้อมูลไว้อีกที่หนึ่งเป็ นการป้ องกันไฟหรื อโจรกรรมที่ดีที่สุด
ต้องประกันความเป็ นส่ วนตัวของพนักงานทุกคนด้วยกระบวนการและการรักษาความปล
อดภัยของข้อมูลระบบ HRIS ทั้งสิ้ น
8
การอภิปราย
ั ้
ปัจจุบนฝ่ ายทรัพยากรมนุษย์ตองการ HRIS
ั
เพื่อนามาใช้เป็ นเครื่ องมือให้ทนกับความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น
ซึ่งสามารถช่วยงานทรัพยากรมนุษย์เป็ นอย่างมาก
โดยข้อมูลต่างๆเหล่านี้มีความจาเป็ นเพื่อการวางแผน
้
วิเคราะห์ปัญหาขององค์การและช่วยเป็ นข้อมูลเพื่อผูบริ หารใช้ในตัดสิ นใจอย่างมีประสิ ท
ธิผลและเหมาะสมกับเวลา
้
การนา HRIS มาใช้อาจมีมุมมองว่ามีตนทุนที่สูง
ู ้
แต่ในระยะยาวนั้นองค์กรจะเสมือนมีศนย์ขอมูลที่สาคัญในฐานข้อมูลทางการบริ หารทรัพ
ยากรมนุษย์ที่ดีอย่างไม่สิ้นสุ ด
ซึ่งกระบวนการนี้จาเป็ นต้องเป็ นการทางานร่ วมกันจากหลายๆส่ วนงาน
จาเป็ นต้องมีการวางแผน ติดตาม วิเคราะห์ปัญหา ตรวจสอบ ปรับปรุ ง ใช้ อย่างต่อเนื่อง
่ ่
ไม่วาจะใช้ระยะเวลาเพียงใดและไม่วาจะเกิดปัญหาตลอดการดาเนินการ
้
แต่ผลประโยชน์ในระยะยาวก็เป็ นสิ่ งที่คุมค่าอย่างยิง ่
้
ในยุคแห่งการเพิ่มประสิ ทธิภาพและการเป็ นผูนาในด้านธุรกิจ HRIS
จะเป็ นเครื่ องมือที่สาคัญที่จะสามารถได้เปรี ยบคู่แข่งขัน ดังนั้นธุรกิจใด ๆ
่
ไม่วาใหญ่หรื อเล็ก มักจะนา HRIS มาสนับสนุนงานพัฒนาทรัพยากรมนุษย์น้ น เช่น ั
9
การนาประวัติพนักงานที่มีคุณภาพมาวิเคราะห์ วางแผนการพัฒนาและการฝึ กอบรม
เพื่อจัดหลักสู ตรพัฒนาพนักงานรุ่ นหลังๆ ให้มีพ้ืนฐานความรู ้ ทักษะ
เป็ นไปในรู ปแบบที่องค์กรต้องการได้อย่างเหมาะสม
และทันตามเวลาที่กาหนดตามแผนธุรกิจที่องค์กรต้องการนันเอง ่
บรรณานุกรม
สุ ชาติ กิจธนะเสรี . (2549). เอกสารประกอบการสอนกระบวนวิชา HU 812 เรื่ อง ICT for
HRD,กรุ งเทพมหานคร: สถาบันคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยรามคาแหง.
สุ ชาติ กิจธนะเสรี . (2549). เอกสารประกอบการสอนกระบวนวิชา HU 812 เรื่ อง
Information Technology, กรุ งเทพมหานคร: สถาบันคอมพิวเตอร์
มหาวิทยาลัยรามคาแหง.
ศักดิ์ดา หวานแก้ว. (2547), บทความ ในวารสาร “ ฅน ” ฉบับที่ 2 /2547 เรื่ อง HRIT
กับการพัฒนาองค์ กรในยุค ดิจิตอลเทคโนโลยี, ค้นเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์
2549 จาก http://www.e-hrit.com/article_index.asp?id=040097
10
Oregon State University.(1991), Human Resource Information System. 2004, Data
Warehouse, Retrieved February 4, 2006, from http://oregonstate.edu/dept/
computing/train/dw/HRIS_DW.pdf
Raymond McLeod.(2004), Jr., A MANAGEMENT INFORMATION SYSTEMS 7/E,
Retrieved February 4, 2006, from http://www.uic.edu/classes
/idsc/ids531/mclppt/chap21.ppt
11
Get documents about "