Porcine epidemic diarrhea by mM10r0

VIEWS: 26 PAGES: 4

									                        โรคท้ องร่ วงติดต่ อในสุกร (PED)
                    ั                                       ่
          กรมปศุสตว์ขอแจ้ งเตือนเกษตรกรผู้เลี ้ยงสุกรทัวประเทศให้ ระมัดระวังความเสีย
หายจากโรคท้ อ งร่ ว งติ ด ต่ อ ในสุก ร (Porcine epidemic diarrhea, PED)
                                        ้
ซึ่ง เป็ นโรคที่ มีส าเหตุเ กิ ด จากเชื อ ไวรั ส ในสกุล โคโรนาไวรั ส สกุล เดี ย วกับ โรค TGE
(Transmissible                                                              gastroenteritis)
ไวรัสจะเข้ าไปทาลายเยื่อบุลาไส้ ส่วนวิลไลในลาไส้ เล็กเป็ นผลทาให้ พื ้นที่ผิวของการดูด
ซึม สารอาหารน้ อ ยลง ส่ ง ผลท าให้ เ กิ ด การสูญ เสี ย ของเหลวและมี อ าการขาดน า           ้
          ู
ทาให้ ลกสุกรทรุดโทรมจนถึงตายได้

                                                                          ้       ้
        ในกรณี เ ฉี ย บพลัน เสี ย หายรุ น แรงเกิ ด เมื่ อ มี ก ารติ ด เชื อ ในครั ง แรกของสุก ร
อ า จ พ บ ว่ า มี ก า ร ติ ด เ ชื ้ อ ใ น แ ม่ พั น ธุ์ ถึ ง 1 0 0 %
                                                                ้
ที่ แ สดงอาการท้ องเสี ย ปานกลางถึ ง เป็ นลั ก ษณะน า และพบได้ ในสุ ก รทุ ก อายุ
แต่จะรุ นแรงในลูกสุกรหย่านม โดย PED ที่เกิดมีอยู่ 2 ชนิดด้ วยกันคือ Type 1
จะสร้ างความเสี ยหายและกระทบเฉพาะสุก รหลังหย่ านม ในขณะที่ Type 2
จะสร้ างความเสี ย หายและมี ผ ลกระทบกั บ สุ ก รทุ ก ช่ ว งอายุ ร วมทั ง สุ ก รดู ด นม้
และแม่ สุ ก รด้ วย คล้ ายกั บ โรคที จี อี ระยะการฟั กตั ว ของโรคประมาณ 2-4 วั น
ในสุกรดูดนมอาจสร้ างความเสียหายปานกลางหรื อรุนแรงส่งผลให้ เกิดการตายมากกว่
า 40% ได้

แนวทางการควบคุมโรคเมื่อเกิดการระบาด
1 . เ มื่ อ เ กิ ด ปั ญ ห า ท้ อ ง เ สี ย ใ น สุ ก ร ห ล า ย ก ลุ่ ม อ า ยุ พ ร้ อ ม ๆ กั น
                                 ั
โดยเฉพาะลูกสุกรดูดนมจะมีลกษณะเด่นคืออาเจียนเป็ นนมที่แข็งตัวก่อนการท้ องเสียรุ
                 ้
นแรงเป็ นน า สี เ หลื อ งแกมเขี ย วในลู ก สุ ก รหรื อสี ด าแกมเขี ย วในสุ ก รใหญ่
ให้ น าลู ก สุ ก รป่ วย 2-3 ตั ว หรื อ อุ จ จาระของลู ก สุ ก รป่ วยจ านวน 3-4 ตั ว อย่ า ง
       ้
(แช่ น า แข็ ง ) ส่ง ตรวจวิ นิ จ ฉัย โรคเพื่ อ ยื น ยัน โดยเร็ ว ที่ ส ถาบัน สุข ภาพสัต ว์ แ ห่ ง ชาติ
               ั
หรื อศูนย์วิจยและพัฒนาการสัตวแพทย์ประจาภาคหรื อ                             คณะสัตวแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยต่างๆ

2 . ถ้ า พ บ ว่ า เ ป็ น ก า ร ร ะ บ า ด ข อ ง โ ร ค PED
                                                        ้
ต้ องพยายามลดความรุ นแรงและความเสี ย หายที่ จ ะเกิ ด ขึ น ในเล้ าคลอด
ด้ วยการให้ การรักษาตามอาการ ได้ แก่

                ู
        1) ให้ ลกสุกรกินยารักษาการท้ องเสีย ที่เน้ นควบคุม การแทรกซ้ อนของเชื ้อ E.coli
                                                   ้ ้
เช่น กลุ่มยา colistin หรื อ enrofloxacin ทังนี หากมีตัวยา kaolin หรื อ pectin
ร่วมด้ วยจะช่วยสมานและลดการอักเสบของลาไส้ ได้ ดีขึ ้น

        2 )           ใ ห้ ส า ร น ้ า อิ เ ล็ ค โ ท ร ไ ล ต์
ในรูปกรอกและละลายน ้าเพื่อลดการขาดน ้าและร่ างกายเป็ นกรดอย่างรุนแรงที่เป็ นสาเ
                    ้ ้       ้
หตุ ก ารตายทั ง นี ส ารน า ที่ ใ ช้ จะต้ องไม่ มี ย า ampicllin              หรื อ amoxycilin
ปน อ ยู่ เ พื่ อ ล ด ค ว า มเ สี่ ย งจ า ก ปั ญ ห า ข้ อ บว มแ ล ะ ชั ก ต า มมา ใน ช่ ว งห ลั ง
  ่                                                         ิ ุ
ซึงเป็ นผลจากการขัดขวางการสัมผัสเชื ้อและสร้ างภูมค้ มกันตามธรรมชาติ

       3 ) แ ม่ ที่ ป่ ว ย ด้ ว ย โ ร ค PED ใ น ช่ ว ง ค ล อ ด ต้ อ ง ไ ด้ รั บ ก า ร รั ก ษ า
          ้
เ พื่ อ ป อ ง กั น ปั ญ ห า น ม แ ห้ ง อ ย่ า ง รุ น แ ร ง ต า ม ม า
ด้ ว ย ก า ร ฉี ด ย า ด้ า น จุ ล ชี พ ที่ อ อ ก ฤ ท ธิ์ น า น ติ ด ต่ อ กั น 2 -3
วันร่วมกับยาลดไข้ แก้ ปวดในวันแรกของการรักษา

                ิ ุ            ุ
3. รี บสร้ างภูมค้ มกันให้ แม่สกรอุ้มท้ องทั ้งหมดโดยเร็ว
เพื่อหวังผลว่าแม่ที่จะเข้ าคลอดในช่วง 2 สัปดาห์ถดไป   ั
       ู ิ ุ
จะมีภมค้ มกันถ่ายทอดทางนมน ้าเหลืองที่ดี
       ู                                                                    ุ
ทาให้ ลกที่เกิดจากแม่เหล่านี ้มีการป่ วยและสูญเสียลดลงชัดเจน และโรคสงบในที่สด
                ิ         ุ
วิธีการสร้ างภูมให้ แม่อ้ มท้ องได้ แก่

                                                   ้
         1) ใช้ อุ จ จาระของลู ก ที่ ป่ วยปนกั บ น า สะอาด (ไม่ มี ค ลอรี น ) พอสมควร
                                                           ้
เพื่ อ ใช้ ตั ก ปนในอาหารแม่ อ้ ุ มท้ องกิ น พร้ อมกั น ทั ง ฟาร์ ม (ปริ ม าณที่ ใ ช้ เล็ ก น้ อย
เ พ ร า ะ มี ป ริ ม า ณ ไ ว รั ส ม า ก พ อ ) 1 -2
วั น ติ ด ต่ อ กั น เ พื่ อ ใ ห้ เ กิ ด ก า ร ติ ด เ ชื ้ อ แ ล ะ ส ร้ า ง ภู มิ คุ้ ม กั น
       ุ
แม่สกรที่ท้องเสียจะกลับเป็ นปกติภายใน 2-3 วัน

        2 ) ช่ ว ง ท า ใ ห้ แ ม่ อุ้ ม ท้ อ ง ติ ด เ ชื ้ อ จ ะ ต้ อ ง ใ ช้ ย า colistin
(หรื อยาอื่นที่ได้ ผลใกล้ เคียง) ขนาด 80-100 ppm เพื่อควบคุมการแทรกซ้ อนของ E.coli
ร่ ว ม กั บ amoxycilin ( ห รื อ ย า อื่ น ที่ ไ ด้ ผ ล ใ ก ล้ เ คี ย ง ) 2 5 0 -3 0 0 ppm
เพื่อควบคุมการแท้ งจากเชื ้อ Streptococus suis และภาวะไข้ ช่วงการเกิดโรค PED
โดยผสมยาในอาหารนานประมาณ 1 สัปดาห์

4. ภายหลังโรคสงบ ฟาร์ มส่วนใหญ่จะมีความคุ้มโรคและไม่พบการเกิดโรคประมาณ 2
ปี หลังจากนั ้นอาจพบการท้ องเสียประปรายในกลุ่มแม่อ้ ุมท้ องโดยเฉพาะในสุกรสาว
ในช่ ว งหน้ าหนาวโดยเฉพาะในฟาร์ ม ขนาดใหญ่ ที่ ข าดการทดแทนอย่ า งต่ อ เนื่ อ ง
          ้
ซึ่งบ่งชี ว่าเชื ้อไวรัสยังมีโอกาสหมุนเวียนสร้ างการติดเชื ้อและภูมิค้ ุมกันต่อเนื่องในฝูง
เ พี ย ง แ ต่ ไ ว รั ส ไ ม่ ค ง ท น ต่ อ ส ภ า พ อ า ก า ศ ที่ ค่ อ น ข้ า ง ร้ อ น ใ น ป ร ะ เ ท ศ
                                             ิ ุ
ทาให้ ขาดความต่อเนื่องในการสร้ างภูมค้ มกันระดับฟาร์ ม

          ้
แนวทางการปองกันโรค
  เ นื่ อ ง จ า ก เ ป็ น โ ร ค ที่ มี ส า เ ห ตุ จ า ก ไ ว รั ส
            ั ้
และยังไม่มีวคซีนปองกันแต่สามารถลดความเสี่ยงได้ โดยเน้ นการควบคุมปั จจัยเสี่ยง
  1. โ ร ง เ รื อ น เ ล้ า จั บ ข า ย เ ป็ น แ ห ล่ ง ง่ า ย สุ ด ที่ โ ร ค จ ะ เ ข้ า ฟ า ร์ ม
     ต้ อ ง พ่ น ย า ฆ่ า เ ชื ้ อ ทุ ก ค รั ้ ง ที่ มี ก า ร จั บ ห มู ข า ย
     รถจับหมูต้องได้ รับการล้ างและฆ่าเชื ้ออย่างดีก่อนเข้ าบริ เวณฟาร์ ม
  2. เข้ มงวดเรื่ องคนงานในเล้ าคลอด ห้ ามปะปนกับส่วนอื่น
     และเข้ มงวดเรื่ องการฆ่าเชื ้อก่อนเข้ าโรงเรื อน
  3. อาจลดความเสี่ยงที่จะเกิดการระบาดในเล้ าคลอดโดยการให้ สารเสริมสร้ างภูมต้                 ิ
                                   ู
     านทานโรคท้ องเสีย ให้ ลกสุกรแรกเกิดทุกตัวกิน(มีจาหน่ายที่ร้านขายยาสัตว์)

             ้
  “หากผู้ เลียงสุกรตรวจพบสุกรแสดงอาการป่ วยให้ รีบแจ้ ง สั
                                                         ้
ตวแพทย์ ผ้ ู ค วบคุ ม ฟาร์ มหรื อ ปศุ สั ต ว์ อ าเภอในพื น ที่ ทั น ที
เพื่อช่ วยเหลือควบคุมให้ โรคสงบโดยเร็ว”

								
To top