962421 ch3 process policy 1 53 by HC1205220927

VIEWS: 117 PAGES: 97

									            บทที่ 3

ขั้นตอนของนโยบายสาธารณะ


      อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   1
               หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
                      หัวข้อ
• 1. ขันตอนของนโยบายสาธารณะ
       ้
• 2. การะบุปัญหา การพัฒนาทางเลือก และการ
  เสนอทางเลือก
• 3. การนานโยบายไปปฏิบัติ
• 4. การประเมินผลนโยบาย
               อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   2
                        หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ขั้นตอนของนโยบายสาธารณะ

        อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   3
                 หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ขั้นตอนนโยบายตามแนวการวิเคราะห์
  • มุ่งวิเคราะห์ทางเลือกและการตัดสินใจทางเลือกที่ดีที่สุด
                                                   -
    เพื่อให้การกาหนดนโยบายมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
    มากที่สุด
  • เป็นการเปรียบเทียบผลดี-ผลเสียระหว่างทางเลือก หรือ
    วิธีการดาเนินนโยบายที่คาดว่าจะเป็นไปได้ เพื่อให้บรรลุ
    วัตถุประสงค์ที่กาหนด
  • การวิเคราะห์นโยบายคือการค้นหา “ทางเลือกที่ดีที่สุด”
    สาหรับการดาเนินการ

                        อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   4
                                 หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
                                                           -
  วิเคราะห์ทางเลือก

เปรียบเทียบผลดี-ผลเสียระหว่างทางเลือก

       การค้นหา “ทางเลือกที่ดีที่สุด”



          อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต       5
                   หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
3.1 ขั้นตอนนโยบายตามแนวการวิเคราะห์(ต่อ)
 • ขั้นตอนของการกาหนดนโยบาย                             -

     1)ขั้นการกาหนดประเด็นปัญหา เป็นการศึกษาแนวคิด เทคนิค และวิธีการ
 การกาหนดประเด็นปัญหาและความต้องการ
                                                  ่
     2)ขั้นการกาหนดเกณฑ์วิเคราะห์และตัดสินใจ โดยทัวไปมักอิงผลประโยชน์
 ของหน่วยงานเจ้าของนโยบาย ประโยชน์ของสังคมส่วนรวม และตั้งอยู่บน
 จริยธรรม โดยมีการกาหนดต้นทุนและผลประโยชน์ของนโยบายทั้งทางตรง
 และทางอ้อม และทั้งทางวัตถุและนามธรรม แล้วทาการเปรียบเทียบทางเลือก
 เพื่อตัดสินใจเลือกทางเลือกที่ดีที่สุด


                           อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   6
                                    หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
   3)ขั้นการกาหนดทางเลือก การสร้างแบบจาลอง และการตัดสินใจ
ศึกษาแนวคิด เทคนิค วิธีการกาหนดทางเลือก การสร้างแบบจาลอง
และการตัดสินใจในสถานการณ์ต่างๆ
   4)ขั้นการศึกษาความเป็นไปได้และการประเมินผล อาจใช้การ
             ิ
ทดลองปฏิบัตงาน การศึกษาเฉพาะกรณี การฝึกหัดทาวิจัย การ
ประเมินผลการศึกษา




                       อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   7
                                หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
       การกาหนดประเด็นปัญหา
                                                               -


    การกาหนดเกณฑ์วิเคราะห์และตัดสินใจ


การกาหนดทางเลือก การสร้างแบบจาลอง และการ
                 ตัดสินใจ


   การศึกษาความเป็นไปได้และการประเมินผล
              อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต       8
                       หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
3.2 ขั้นตอนนโยบายตามทัศนะของลาสเวลส์
  • Harold D. Lasswell
                                                  -
  • นโยบายใดๆจะเป็นนโยบายที่ดีหรือถูกต้องนั้นขึ้นอยู่ที่ว่า
    นโยบายนั้นมาจากกระบวนการตัดสินใจที่ถูกต้องเหมาะสม มี
    หลักการโดยชอบด้วยเหตุผล และถูกต้องตามหลักวิชาการ
  • เสนอตัวแบบในการกาหนดนโยบาย “ที่ดี” หรือ “ที่ชอบโดย
    เหตุผล”

 •ตัวแบบในการกาหนดนโยบาย “ที่ดี” หรือ “ที่ชอบโดยเหตุผล”

                        อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   9
                                 หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
3.2 ขั้นตอนนโยบายตามทัศนะของลาสเวลส์(ต่อ)
  • ขั้นตอนของการกาหนดนโยบาย                              -
       1)ขั้นการรวบรวมข้อมูล เป็นการรับรู้ปัญหาและความต้องการของสังคม
  ส่วนรวม โดยหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องเป็นผู้รวบรวม
       2)ขั้นการเสนอแนะนโยบาย ทั้งโดยหน่วยงาน บุคคล ภายในและภายนอก
  เสนอแนะผ่านองค์การที่ริเริ่มนโยบาย ในรูปของข้อเสนอแนะ ข้อคัดค้าน การ
  วิ่งเต้น ข้อมูลข่าวสาร
       3)ขั้นการกาหนดนโยบายสาธารณะ ผู้รับผดชอบไตร่ตรองและจัดทาเป็น
  ข้อเสนอต่อผู้กาหนดนโยบาย โดยมีการประเมินความเหมาะสม ความเป็นไป
  ได้ และความคุ้มค่าของนโยบาย แล้วเสนอเพื่ออนุมัติ เมื่ออนุมัติก็ประกาศใช้

                             อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   10
                                      หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
                                                       ่
   4)ขั้นการปรับกลไกและสภาวะแวดล้อมของนโยบาย เพือให้เหมาะสมกับ
การปฏิบัติงาน
                                                    ้
   5) ขั้นการนาไปปฏิบัติ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทังการบังคับใช้กฎหมาย
และให้บริการสาธารณะต่างๆ
   6)ขั้นการประเมินผลและการปรับเปลี่ยนนโยบาย




                           อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   11
                                    หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
การรวบรวมข้อมูล เป็นการรับรู้ปัญหาและความต้องการของสังคมส่วนรวม

                     การเสนอแนะนโยบาย                                     -




                 การกาหนดนโยบายสาธารณะ

          การปรับกลไกและสภาวะแวดล้อมของนโยบาย

                        การนาไปปฏิบัติ

            การประเมินผลและการปรับเปลี่ยนนโยบาย
                         อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต       12
                                  หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
3.3 ขั้นตอนนโยบายตามทัศนะของดรอร์
   • ดรอร์เชื่อว่า ตัวแบบของเขาเป็น “ตัวแบบที่เหมาะสม
                                                  -
     ที่สุด” หรือ “Optimal Model” สาหรับการกาหนดนโยบาย
     หรือเป็นขั้นตอนในการกาหนดนโยบายที่ดีที่สุด
   • เน้นการกาหนดนโยบายต้นแบบ (Metapolicy Making)
            “ตัวแบบที่เหมาะสมที่สุด” หรือ “Optimal
                           Model”
           การกาหนดนโยบายต้นแบบ (Metapolicy
                       Making)
                      อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   13
                               หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
3.3 ขั้นตอนนโยบายตามทัศนะของดรอร์(ต่อ)
 • ขั้นตอนของการกาหนดนโยบาย
                                                                        -
        1)ขั้นการกาหนดนโยบายต้นแบบ การกาหนดนโยบายที่ถูกต้องเหมาะสม
   จะต้องเริ่มต้นด้วยการสร้างระบบและวิธีการกาหนดนโยบายที่ถูกต้อง
   เหมาะสมเสียแต่เริ่มแรก
        -การกาหนดและจาแนกประเภทค่านิยม ปัญหา และความต้องการปัจเจก
   ชนและกลุ่มบุคคล หรือเป็นการประเมินอุปสงค์รวมและอุปทานรวมของ
   สังคม
        -การจัดระบบและกระบวนการของนโยบาย โดยกาหนดโครงสร้างสังคม
   และระบบการบริหารของหน่วยงานที่กาหนดนโยบาย การทดลองดาเนินการ
   และประเมินผล
        -การนาระบบและกระบวนการที่ผ่านการทดสอบไปเป็นแนวทางในการ
                              แบบจะแตกต่างกัน วิทยาเขต
   กาหนดนโยบาย นโยบายต้นอาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ ในแต่ละประเทศ 14
                                   หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
     2)ขั้นการกาหนดนโยบายเฉพาะด้าน เป็นการกาหนดและพัฒนานโยบาย
ด้านต่างๆตามระบบและกระบวนการที่ได้กาหนดไว้ในขั้นตอนแรก
     3)ขั้นการดาเนินการหลังการกาหนดนโยบายแล้ว เป็นขั้นการนานโยบาย
ไปปฏิบัติ การประเมินผล และการปรับเปลี่ยนนโยบาย




                       อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   15
                                หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
3.4 ขั้นตอนนโยบายตามทัศนะของโกว
• David Gow
                                                   -
• ขั้นตอนการกาหนดนโยบายเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้ศึกษาได้กรอบคิด
  (Conceptual Framework) ที่จะฉายภาพประเด็นต่างๆในกระบวนการ
  นโยบายที่สนใจศึกษา ช่วยให้สามารถกาหนดประเด็นที่ต้องการ
  ศึกษาได้ชัดเจน และช่วยให้สามารถเลือกพิจารณาเฉพาะที่เห็นว่า
  สาคัญเฉพาะขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง
         กรอบคิด(Conceptual Framework)


                       อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   16
                                หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
3.4 ขั้นตอนนโยบายตามทัศนะของโกว(ต่อ)
   • ขั้นตอนของการกาหนดนโยบาย
                                                          -
          1)การระบุปัญหาและการระบุข้อเสนอ บางที่เรียก “ขั้นก่อน
     นโยบาย” ได้แก่ การรับรู้ปัญหา การนิยามปัญหา และการตั้งปัญหา
     เป็นการหาปัญหาที่แท้จริงและนาเสนอให้สังคมรับรู้ว่าเป็นปัญหา
          2)การสั่งสมข้อมูล การจัดระเบียบข้อมูล และการนาเสนอข้อมูล
     โดยผ่านผู้แทนราษฎร พรรคการเมือง กลุ่มผลประโยชน์ กลุ่มกดดัน
     และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่นๆ
          3) การกาหนดข้อเสนอ โดยการวิจัย การทบทวน การพิจารา
     กาหนดโครงการ และการเลือกสรรนโยบาย โดยหน่วยงานภาครัฐ กลุม      ่
     ผลประโยชน์ กลุ่มกดดัน และกลุ่มอื่นๆ

                           อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   17
                                    หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
3.4 ขั้นตอนนโยบายตามทัศนะของโกว(ต่อ)

          4)การรับรองและการอนุมัตินโยบาย โดยคณะรัฐมนตรี รัฐสภา
     และหน่วยงานต่างๆ ซึ่งจะมีการให้ความเห็นชอบแนวทาง การบ่งชี้ถึง
                                                     ั
     ผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น การติดต่อสื่อสาร การอนุมติเห็นชอบ และ
     การพิจารณาจัดงบประมาณ
          5)การนานโยบายไปปฏิบัติ กระทาโดยตรงโดยหน่วยงานราชการ
     โดยอ้อมเช่นกลุ่มกดดันต่างๆ ประชาชน กิจกรมจะมีการจัดระเบียบ
     องค์กร การแปรความหมายนโยบาย และการนาไปประยุกต์ใช้




                          อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   18
                                   หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
3.4 ขั้นตอนนโยบายตามทัศนะของโกว(ต่อ)
            6)การประเมินผล ประเมินว่านโยบายประสบความสาเร็จ
     หรือไม่อย่างไร ผลลัพธ์อะไรบ้างพึงประสงค์หรือไม่พึง-ประสงค์
     เกิดขึ้นมาได้อย่างไร และส่งผลกระทบต่อสังคมอย่างไร ซึ่งจะต้อง
     กาหนดเนื้อหาและสิ่งที่ต้องการประเมินให้ชัดเจน การสร้าง
     เครื่องมือวัดความสาเร็จหรือล้มเหลว การวิเคราะห์ และการให้
                                                      ้
     ข้อเสนอแนะ ข้อมูลที่ประเมินผลอาจอยู่ในรูปความคุมทุนของ
     นโยบาย ผลประโยชน์จากการจัดการศึกษาและการค้าระหว่าง
     ประเทศ การสูญเสียความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ
            7)การยุตินโยบายและการต่อเนื่องของนโยบาย หลังการ
                                            ่
     ประเมินผลนโยบายแล้ว จะยุตินโยบายเมือปัญหาได้รับการแก้ไข
     แล้ว การปรับเปลี่ยนนโยบายเพื่อแก้ปัญหาหากปัญหาไม่ได้รับการ
     แก้ไข ตลอดจนการสร้างนโยบายต่อเนื่องเมื่อประสบความสาเร็จ
                          อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   19
                                   หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
           การระบุปัญหาและการระบุข้อเสนอ
การสั่งสมข้อมูล การจัดระเบียบข้อมูล และการนาเสนอข้อมูล
                                              -


                 การกาหนดข้อเสนอ
           การรับรองและการอนุมัตินโยบาย
                การนานโยบายไปปฏิบัติ

                    การประเมินผล

       การยุตินโยบายและการต่อเนื่องของนโยบาย
                    อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   20
                             หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
3.5 ขั้นตอนนโยบายตามทัศนะของแฟรงค์ เลวี่                                   และยู
ยีน บาร์ดาช                                                            -


 • ขั้นตอนของการกาหนดนโยบาย
   1)การจับประเด็นปัญหา
   2)การรวบรวมข้อมูล
   3) การพัฒนาทางเลือก
   4)การพยากรณ์ผลลัพธ์
   5)การให้น้าหนักผลลัพธ์
   6)การลงมือดาเนินการ


                      อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต          21
                               หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
3.6 ขั้นตอนนโยบายตามทัศนะของอิดิท สโตกี้ และริ
ชาร์ด เซคเฮาเซอร์                                                      -


   • ขั้นตอนของการกาหนดนโยบาย
     1)การจับประเด็นปัญหา
     2)การแสวงหาทางเลือก
     3) การพยากรณ์ผลลัพธ์
     4)การให้น้าหนักผลลัพธ์
     5)การกาหนดนโยบาย



                      อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต       22
                               หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
3.6 ขั้นตอนนโยบายโดยรวม
• ขั้นตอนของการกาหนดนโยบาย                                                -
  1)การกาหนดนโยบาย                         3) การประเมินผลนโยบาย
       -การระบุประเด็นปัญหา                     -การประเมินผลได้/ผลกระทบ
       -การพัฒนาทางเลือก                        -การยกเลิกนโยบาย
       -การเสนอทางเลือก                         -การปรับปรุงนโยบาย/ดาเนิน
                                           นโยบายต่อ
  2)การนานโยบายไปปฏิบัติ
       -การแปลความหมาย
       -การรวบรวมทรัพยากร
       -การวางแผนรองรับ
                           ั
       -การจัดองค์กรการปฏิบติ
       -การดาเนินตามนโยบาย/แผน
                         อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต       23
                                  หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
วงจรนโยบาย
                     1)การกาหนดนโยบาย
                     -การระบุประเด็นปัญหา
                     -การพัฒนาทางเลือก
                     -การเสนอทางเลือก


3) การประเมินผลนโยบาย                                      2)การนานโยบายไปปฏิบัติ
-การประเมินผลได้/ผลกระทบ                                   -การแปลความหมาย
                                                           -การรวบรวมทรัพยากร
-การยกเลิกนโยบาย
                                                           -การวางแผนรองรับ
-การปรับปรุงนโยบาย/ดาเนิน                                                      ั
                                                           -การจัดองค์กรการปฏิบติ
นโยบายต่อ                                                  -การดาเนินตามนโยบาย/แผน
                        อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต        24
                                 หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
การะบุปัญหา การพัฒนาทางเลือก
    และการเสนอทางเลือก

          อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   25
                   หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
                    1. การระบุปัญหา
• จะต้องระบุให้ถูกต้องว่า อะไรคือ “อาการของปัญหาหรือตัว- ปัญหา” อะไร
  คือ “สาเหตุของปัญหา” เพราะจะทาให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างถูกต้อง
• ให้นักศึกษายกตัวอย่างปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม และสาเหตุปัญหามา
  สัก 3 ปัญหา
               ปัญหา                                           สาเหตุปัญหา




  กิจกรรม ให้ระบุปัญหาและสาเหตุของปัญหามา 1 ปัญหา
                           อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต
                                    หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
                                                                             26
                          ปัญหากลุ่มธุรกิจชุมชน
ปัญหาการจัดการคณะกรรมการและสมาชิก                ปัญหาปริมาณและคุณภาพของวัตถุดิบ
กลุ่ม                                            ปัญหากระบวนการผลิต เทคโนโลยี อุปกรณ์
ปัญหาเกี่ยวกับราคาผลิตภัณฑ์                      ปัญหาเกี่ยวกับแหล่งรับซื้อผลิตภัณฑ์
ปัญหาแรงงานที่ใช้ในการผลิต                       ปัญหาด้านการโฆษณาประชาสัมพันธ์
ปัญหาเกี่ยวกับการขนส่ง                           ปัญหาด้านการอบรมวิชาการแก่สมาชิก
ปัญหาการบรรจุหีบห่อ/คุณภาพของผลผลิต              ปัญหาการจัดทาบัญชีรายรับ-รายจ่าย
ปัญหาเกี่ยวกับแหล่งเงินทุน                       ปัญหาเกี่ยวกับการสนับสนุนจากภาครัฐ
ปัญหาด้านการปฏิบัติหน้าที่ที่รับผิดชอบ           ปัญหาการใช้เงินทุน
ปัญหาการดาเนินงานของคณะกรรมการ


                                 อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   27
                                          หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ลักษณะของปัญหานโยบาย
• ลักษณะของปัญหานโยบาย โดยทั่วไป
                                                                              -
   -ปัญหานโยบายเป็นปัญหาที่มีความสัมพันธ์กับปัญหาอื่น (interdependence)
   -ปัญหานโยบายเป็นปัญหาที่มีความสัมพันธ์กับตัวผู้กาหนดนโยบาย
   (subjectivity)
   -ปัญหานโยบายเป็นเรื่องของการสร้างสรรค์และคิดคานึง (artificiality)
   -ปัญหานโยบายเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์และเวลา (dynamism)
• ลักษณะของปัญหานโยบาย ตามความยากง่ายในการแก้ไขปัญหา
   -ปัญหาที่มีโครงสร้างดีเยี่ยม (well-structured problem)
   -ปัญหาที่มีโครงสร้างดีปานกลาง (moderately-structured problem)
   -ปัญหาที่มีโรงสร้างไม่ชัดเจน (ill-structured problem)
                               อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   28
                                   หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
• ลักษณะของปัญหานโยบาย ตามความยากง่ายในการแก้ไขปัญหา
องค์ประกอบ                                   ประเภทปัญหา                   -

                โครงสร้างแน่นอน โครงสร้างปาน                               โครงสร้างไม่
                                    กลาง                                     แน่นอน
  ผู้กาหนด           1-3คน         1-3คน                                     หลายคน
  ทางเลือก           จากัด                            จากัด                     ไม่จากัด
อรรถประโยชน์     ยอมรับร่วมกัน               ยอมรับร่วมกัน                     ขัดแย้งกัน
   ผลลัพธ์       แน่นอน/เสี่ยง                   ไม่แน่นอน                     ไม่แน่นอน
ความน่าจะเป็น     คานวณได้                     คานวณไม่ได้                 คานวณไม่ได้
                          อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต                   29
                                   หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
วิธีการระบุประเด็นปัญหา 5 แนวทาง
• ความคิดสร้างสรรค์เป็นญาณ (intuition)
                                                                            -
• ความคิดสร้างสรรค์เป็นการสังเคราะห์ (synthesis)
• ความคิดสร้างสรรค์เป็นจินตนาการ (imagination)
• ความคิดสร้างสรรค์เป็นการเปลี่ยนความสนใจ (attention)
• ความคิดสร้างสรรค์เกิดจากความขัดแย้ง (conflict)




                           อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต       30
                                    หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
เทคนิควิธีการระบุประเด็นปัญหานโยบาย
• วิธีการวิเคราะห์แยกประเภท (classification analysis)      -
   >ประเภทต่างๆที่แยกควรสอดคล้องกับเนื้อหาหรือเรื่องที่พิจารณา
   >การแยกประเด็นต้องให้ได้ประเภทต่างๆที่ครอบคลุมปัญหาทั้งหมด
   >ประเภทต่างๆที่แยกควรให้เป็นกลุ่มที่ชัดเจนเด็ดขาดจากกันไม่คาบเกี่ยวกัน
   >หลักเกณฑ์การแยกประเภทควรเป็นอย่างเดียวกันตลอดทุกกลุ่ม
   >การแยกกลุ่มควรให้กลุ่มต่างๆมีความแตกต่างกันอย่างเป็นระบบหรือมี
   ลาดับขั้นที่เห็นได้เด่นชัด

   กิจกรรม ให้แยกประเด็นปัญหาตามปัญหากลุ่มธุรกิจชุมชน
                              อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   31
                                       หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
เทคนิควิธีการระบุประเด็นปัญหานโยบาย(ต่อ)
• วิธีการสร้างภาพเหมือนหรือสถานการณ์จาลอง (synectics) -
   >การสร้างภาพเหมือนส่วนตัวโดยสมมุติตัวเองเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์
                                                   ่
   >การสร้างภาพเหมือนโดยตรงโดยใช้สถานการณ์จริงทีใกล้เคียงกันมา
   เปรียบเทียบ
   >การสร้างภาพเหมือนจากสัญลักษณ์ที่เห็นได้เด่นชัดมาพิจารณาสถานการณ์
   >การสร้างภาพเหมือนโดยการจินตนาการขึ้นมาเอง




                           อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   32
                                    หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
                2. การพัฒนาทางเลือก 3 วิธี
                                                                            -
• การประเมินความเป็นไปได้ (feasibility assessment techniques)
• การประเมินโดยใช้โปรแกรมเส้นตรง (linear programming)
• การวิเคราะห์ต้นทุน-ผลประโยชน์ (cost-benefit analysis)




                           อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต       33
                                    หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
                 การประเมินความเป็นไปได้
              (feasibility assessment techniques)
• จุดยืนในประเด็นนโยบาย                         -

        +1 คือ การสนับสนุน
        0 คือ การวางตัวเป็นกลาง
        -1 คือ การคัดค้าน
• ทรัพยากรที่มอยู่
               ี
        0 คือ ไม่ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่เพื่อผลักดันทางเลือกนโยบาย
                                      ั้
        1 คือ นาทรัพยากรทีมีอยู่ทงหมดมาเพื่อผลักดันทางเลือกนโยบาย
• ลาดับความสาคัญมากน้อยของทรัพยากรทีมีอยู่ของแต่ละกลุ่ม   ่
        ดัชนี แสดง อานาจหรืออิทธิพลที่แต่ละกลุ่มมีอยู่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ
                             อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต 34
  นโยบายที่พิจารณา                    หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
      ตัวอย่างการพิจารณาทางเลือกการดาเนินนโยบายการคลัง
                                                                           -
• ทางเลือกที่ 1 การเพิ่มภาษี
• ทางเลือกที่ 2 การตัดงบประมาณ




                          อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต       35
                                   หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
• ทางเลือกที่ 1 การเพิ่มภาษี
 กลุ่มผู้ที่มี   รหัสจุดยืน   ความเป็นไป ทรัพยากรที่                               ลาดับ   คะแนนความ
ส่วนได้ส่วน                    ได้ในการ จะนามาใช้                                 ทรัพยากร เป็นไปได้
     เสีย                     รักษาจุดยืน
 นายกเมือง          +1           0.1                       0.2                      0.5      0.010

 สภาเมือง            -1          0.5                       0.8                      0.8      -0.320

 กลุ่มผู้เสีย        -1          0.8                       0.8                      1.0      -0.640
     ภาษี
กลุ่มคนงาน          +1           0.8                       0.6                      0.6      0.288

 สื่อมวลชน          +1           0.1                       0.5                      0.3      0.015

                                 อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต    รวม       -0.647
                                                                                                 36
                                          หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ดัชนีแสดงค่าความเป็นไปได้           คะแนนความเ ป็นไปได้ทั ้งหมด
=                                          ่ ้ ี
                                   จานวนกลุมผูที่มส่ วนได้ส่วนเ สีย

                             =        0.647
                                        5

                             = -0.13




                            อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   37
                                     หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
• ทางเลือกที่ 2 การตัดงบประมาณ
 กลุ่มผู้ที่มี   รหัสจุดยืน   ความเป็นไป ทรัพยากรที่                               ลาดับ   คะแนนความ
ส่วนได้ส่วน                    ได้ในการ จะนามาใช้                                 ทรัพยากร เป็นไปได้
     เสีย                     รักษาจุดยืน
 นายกเมือง          +1           0.7                       0.2                      0.5      0.070

 สภาเมือง           +1           0.3                       0.7                      0.8      0.168

 กลุ่มผู้เสีย       +1           0.8                       0.8                      1.0      0.640
     ภาษี
กลุ่มคนงาน           -1          0.9                       0.6                      0.6      0.324

 สื่อมวลชน           -1          1. 0                      0.4                      0.3      -0.012

                                 อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต    รวม       0.542
                                                                                                38
                                          หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
 ดัชนีแสดงค่าความเป็นไปได้ คะแนนความเ ป็นไปได้ทั ้งหมด
 =                                 ่ ้ ี
                           จานวนกลุมผูที่มส่ วนได้ส่วนเ สีย
                         =         0.542
                                     5

                         = 0.11


หมายเหตุ ตัดสินใจเลือกทางเลือกที่ 2 การตัดงบประมาณ
          เนื่องจากมีค่าดัชนีแสดงความน่าจะเป็นสูงกว่า
                        อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   39
                                 หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
        การประเมินโดยใช้โปรแกรมเส้นตรง
             (linear programming)
    GDPt  a 0  a1C t  a 2 I t  a 3 G t  a 4 X t  a 5 M t  e t
• GDP = ผลิตภัณฑ์มวลรวม                          • X = การส่งออก
  ภายในประเทศ(ตัวแปรตาม)                         • M = การนาเข้า
• C = การบริโภค                                  • t = ปีที่ t
• I = การลงทุน                                   • a0 = ค่าคงที่ a1-a5
• G = การใช้จ่ายของรัฐบาล                          สัมประสิทธิ์ตัวแปรอิสระ
                                                 • e = ค่าคลาดเคลื่อน
                           อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต
                                    หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
                                                                            40
   ทางเลือกตัดสินใจในการกระตุ้นเศรษฐกิจ
แนวทางตามตัวแบบส่วนประกอบผลิตภัณฑ์มวลรวม
ภายในประเทศเบื้องต้น 5 แนวทาง
• แนวทาง 1 ผ่านช่องทาง C = การบริโภค
• แนวทาง 2 ผ่านช่องทาง I = การลงทุน
• แนวทาง 3 ผ่านช่องทาง G = การใช้จ่ายของรัฐบาล
• แนวทาง 4 ผ่านช่องทาง X = การส่งออก
• แนวทาง 5 ผ่านช่องทาง M = การนาเข้า
                      อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   41
                               หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
Dependent Variable: Y
Method: Least Squares
Date: 11/15/06 Time: 08:10
Sample: 2523 2545
Included observations: 23
                            ผลการประมาณการ
Variable Coefficient          Std. Error                   t-Statistic            Prob.
C          -125.2917          75.52169                     -1.659016              0.1154
CO          1.475185          0.225624                     6.538245               0.0000
I           0.486671          0.130706                     3.723394               0.0017
G           0.550256          0.203007                     2.710532               0.0148
X           0.509137          0.139222                     3.657005               0.0020
M          -0.489996          0.126139                     -3.884570              0.0012
R-squared 0.999306 Mean dependent var                                  2079.364
Adjusted R-squared 0.999102 S.D. dependent var                         842.3474
S.E. of regression 25.23701 Akaike info criterion                      9.513958
Sum squared resid 10827.41 Schwarz criterion                           9.810174
Log likelihood       -103.4105 F-statistic                             4898.444
Durbin-Watson stat 1.041425 Prob(F-statistic) สาขาเศรษฐศาสตร์ วิท0.000000
                                     อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว              ยาเขต              42
                                               หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
        การวิเคราะห์ต้นทุน-ผลประโยชน์
            (cost-benefit analysis)
• การวิเคราะห์ผลตอบแทนสุทธิ (Net Present Value : NPV)
  เราจะตัดสินใจลงทุนในโครงการเมื่อ ค่า NPV มากกกว่า 0
  (หรือก็คือ มูลค่าของผลตอบแทนเมื่อคิดเป็นมูลค่าปัจจุบัน
  แล้วมีค่ามากกว่ามูลค่าของต้นทุนของโครงการ)
• การวิเคราะห์อัตราส่วนผลได้และต้นทุน (Benefit and Cost
  Analysis) แสดงถึงสัดส่วนของมูลค่าปัจจุบันของ
  ผลตอบแทนต่อมูลค่าปัจจุบันของต้นทุนโครงการ เกณฑ์
  การตัดสินใจทาโครงการ เราจะตัดสินใจลงทุนในโครงการ
  เมื่อ B/C Ratio มีค่ามากกว่า 1 (หรือเงินที่เป็นผลตอบแทน
  เมื่อคิดเป็นมูลค่าปัจจุบันแล้วมีค่ามากกว่า 1 บาท(โดย
  เปรียบเทียบ)        อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต
                               หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
                                                                       43
   การวิเคราะห์ต้นทุน-ผลประโยชน์ (ต่อ)
• การวิเคราะห์ผลตอบแทนภายในของโครงการ (Internal
  Rate of Return : IRR) อัตราผลตอบแทนหรืออัตรา
  ส่วนลดที่ทาให้ค่าปัจจุบันของผลตอบแทนเท่ากับค่า
  ปัจจุบันของต้นทุนของโครงการ หรืออัตราส่วนลดที่ทาให้
  มูลค่าของผลประโยชน์สุทธิของโครงการเท่ากับศูนย์ เกณฑ์
  การตัดสินใจทาโครงการ เราจะตัดสินใจลงทุนในโครงการ
  เมื่อ IRR มากกว่าอัตราคิดลดของโครงการ(หรืออัตรา
  ดอกเบี้ยเงินกู้ของโครงการ)

                     อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   44
                              หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
การหาหรือคิดค่าเงินที่จะได้ในอนาคตเป็นมูลค่าในปัจจุบัน
     -จะเป็นการคิดว่า ค่าเงินที่จะได้รับในอนาคตจานวนหนึ่ง เมื่อ
คิดเป็นมูลค่าปัจจุบันหรือค่าปัจจุบันของเงินดังกล่าวจะเป็นเท่าใด
หรือ
     -เป็นการหาว่าค่าของเงินที่จะได้รับในปีที่ n ใด ๆ จะมีค่าเท่าไร
เมื่อคิดเป็นมูลค่าในปัจจุบันหรือ
     -เงินฝากที่จะได้รับในปีที่ n เมื่อคิดดอกเบี้ยทบต้นร้อยละ i %
จานวนหนึ่ง(S หรือ FVn) จะต้องฝากเงินเท่าไรในวันนี้(Pหรือ PV0)


                          อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   45
                                   หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
จานวนหนึ่ง(S หรือ FVn) จะต้องฝากเงินเท่าไรในวันนี้(Pหรือ PV0)
     -สูตรที่ใช้คานวณ คิดย้อนกลับจากสูตรการคิดเงินรวม(ก่อนหน้า
นี้)
              จากสูตร S = P (1+i)n
                   P=       S
                      (1  i) n

               P = S ( 1+ i )-n
          หรือ FVn = PV0 (1+i)n
              PV0 = FVn
                      (1  i) n

               PV0 = FVn ( 1+ i )-n
                       อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   46
                                หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
   -โดยที่ค่า ( 1+ i )-n หาได้จากตารางที่ 2 ตารางมูลค่าของเงิน 1
บาท ในปีที่ n หรือ t เมื่อคิดเป็นมูลค่าในปีปัจจุบัน โดยจากตาราง
แนวนอนส่วนบนจะบอกค่าอัตราดอกเบี้ย ( i ) % , แนวแกนตั้งบอก
ปีที่ n หรือจานวนปี ตัวอย่างเช่น
         (1) i = 10 % , n = 10 (ปี)
                 จะได้ค่า ( 1+ i )-n = ( 1+ 0.1 ) -10 = 0.386
         (2) i = 15 % , n = 13 (ปี)
                 จะได้ค่า ( 1+ i )-n = ( 1+ 0.15 ) -13 = 0.163
         (3) i = 8 % , n = 15 (ปี)
                 จะได้ค่า ( 1+ i )-n = ( 1+ 0.08 ) -15 = 0.315
                   ฯลฯ
                        อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   47
                                 หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
-ตัวอย่างสมมติอ้อลงทุนในโครงการก่อสร้างโรงแรม ในปีที่ 10 ให้
ผลประโยชน์จากการดาเนินงาน 36 ล้านบาท และมีต้นทุนในการ
ดาเนินงาน 28 ล้านบาท อยากทราบว่าอ้อมีผลประโยชน์สุทธิจาก
โครงการดังกล่าวของปีที่ 10 เมื่อคิดเป็นค่าในปีปัจจุบันเท่ากับเท่าไร
ถ้ากาหนดให้อัตราดอกเบี้ยในท้องตลาดเท่ากับร้อยละ 7
  จากโจทย์ ผลประโยชน์สุทธิ = 36-28 = 8 ล้านบาท ,i = 7 %
, n = 10 ปี
           PV0 = FV10 (1+i)-10
           PV0 = 8 (1+0.07)-10
              = 8 ( 0.508 ) ; จากตารางที่ 2 i = 7 %, n = 10 ปี , ค่า
(1+i)-n = 0.508
              = 4.064 ล้านบาท
                           อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต
                                    หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
                                                                            48
     ตาราง มูลค่าของเงิน 1 บาทในปีที่ n
       2%      3%      4%      5%      6%      7%       8%        9%       10%       11%        12%     13%     14%     15%
0    1.000   1.000   1.000   1.000   1.000   1.000    1.000     1.000     1.000     1.000      1.000   1.000   1.000   1.000
1    0.980   0.971   0.962   0.952   0.943   0.935    0.926     0.917     0.909     0.901      0.893   0.885   0.877   0.870
2    0.961   0.943   0.925   0.907   0.890   0.873    0.857     0.842     0.826     0.812      0.797   0.783   0.769   0.756
3    0.942   0.915   0.889   0.864   0.840   0.816    0.794     0.772     0.751     0.731      0.712   0.693   0.675   0.658
4    0.924   0.888   0.855   0.823   0.792   0.763    0.735     0.708     0.683     0.659      0.636   0.613   0.592   0.572
5    0.906   0.863   0.822   0.784   0.747   0.713    0.681     0.650     0.621     0.593      0.567   0.543   0.519   0.497
6    0.888   0.837   0.790   0.746   0.705   0.666    0.630     0.596     0.564     0.535      0.507   0.480   0.456   0.432
7    0.871   0.813   0.760   0.711   0.665   0.623    0.583     0.547     0.513     0.482      0.452   0.425   0.400   0.376
8    0.853   0.789   0.731   0.677   0.627   0.582    0.540     0.502     0.467     0.434      0.404   0.376   0.351   0.327
9    0.837   0.766   0.703   0.645   0.592   0.544    0.500     0.460     0.424     0.391      0.361   0.333   0.308   0.284
10   0.820   0.744   0.676   0.614   0.558   0.508    0.463     0.422     0.386     0.352      0.322   0.295   0.270   0.247
11   0.804   0.722   0.650   0.585   0.527   0.475    0.429     0.388     0.350     0.317      0.287   0.261   0.237   0.215
12   0.788   0.701   0.625   0.557   0.497   0.444    0.397     0.356     0.319     0.286      0.257   0.231   0.208   0.187
13   0.773   0.681   0.601   0.530   0.469   0.415    0.368     0.326     0.290     0.258      0.229   0.204   0.182   0.163
14   0.758   0.661   0.577   0.505   0.442   0.388    0.340     0.299     0.263     0.232      0.205   0.181   0.160   0.141
15   0.743   0.642   0.555   0.481   0.417   0.362    0.315     0.275     0.239     0.209      0.183   0.160   0.140   0.123
                                              อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต                           49
                                                       หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
      16%     17%     18%     19%     20% 21% 22% 23% 24%                        25%
0    1.000   1.000   1.000   1.000   1.000 1.000 1.000 1.000 1.000              1.000
1    0.862   0.855   0.847   0.840   0.833 0.826 0.820 0.813 0.806              0.800
2    0.743   0.731   0.718   0.706   0.694 0.683 0.672 0.661 0.650              0.640
3    0.641   0.624   0.609   0.593   0.579 0.564 0.551 0.537 0.524              0.512
4    0.552   0.534   0.516   0.499   0.482 0.467 0.451 0.437 0.423              0.410
5    0.476   0.456   0.437   0.419   0.402 0.386 0.370 0.355 0.341              0.328
6    0.410   0.390   0.370   0.352   0.335 0.319 0.303 0.289 0.275              0.262
7    0.354   0.333   0.314   0.296   0.279 0.263 0.249 0.235 0.222              0.210
8    0.305   0.285   0.266   0.249   0.233 0.218 0.204 0.191 0.179              0.168
9    0.263   0.243   0.225   0.209   0.194 0.180 0.167 0.155 0.144              0.134
10   0.227   0.208   0.191   0.176   0.162 0.149 0.137 0.126 0.116              0.107
11   0.195   0.178   0.162   0.148   0.135 0.123 0.112 0.103 0.094              0.086
12   0.168   0.152   0.137   0.124   0.112 0.102 0.092 0.083 0.076              0.069
13   0.145   0.130   0.116   0.104   0.093 0.084 0.075 0.068 0.061              0.055
14   0.125   0.111   0.099   0.088   0.078 0.069 0.062 0.055 0.049              0.044
15   0.108   0.095   0.084   0.074   0.065 มานิตย์ ผิวขาว0.051 0.045 วิทยาเขต
                                               0.057 สาขาเศรษฐศาสตร์ 0.040
                                       อาจารย์
                                                                                0.035   50
                                              หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
• การวิเคราะห์ผลตอบแทนสุทธิ (Net Present Value)
         -มูลค่าปัจจุบันของผลประโยชน์ คือ ผลประโยชน์สุทธิ
(ผลประโยชน์-ต้นทุน) ของโครงการที่ได้ปรับค่าของเวลาแล้ว มี 2
วิธี
         (1) หาโดยการนาเอามูลค่าของผลประโยชน์ในแต่ละปี หัก
ด้วยมูลค่าของต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายในปีเดียวกันนั้น แล้วนาค่า
สุทธิที่




                      อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   51
                               หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ได้ในแต่ละปีมาหาค่าปัจจุบัน
              n    B t หรือ                                                    n
                                                                                     t
       NPV                      t
                                                               NPV   B t (1  i)
                  t  0 (1  i)                                               t 0

       เมื่อ Bt คือ ผลประโยชน์สุทธิในปีที่ t ซึ่งอาจเป็น บวก หรือ
ลบ ก็ได้
       (2) หาได้จากการหาผลรวมของค่าปัจจุบันของผลประโยชน์
และผลรวมของค่าปัจจุบันของต้นทุน แล้วนาผลรวมทั้งสองมาหัก
ลบกัน
                n b       n c         หรือ
                     t         t
      NPV                  t
                                                      t
             t  0 (1  i)            t  0 (1  i)
              n                           n
                                 t                           t
      NPV   b t (1  i)   c t (1  i)
                             อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต               52
             t 0                       t 0
                                      หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
เราจะตัดสินใจลงทุนในโครงการเมื่อ ค่า NPV มากกกว่า 0 (หรือก็
คือ มูลค่าของผลตอบแทนเมื่อคิดเป็นมูลค่าปัจจุบันแล้วมีค่า
มากกว่ามูลค่าของต้นทุนของโครงการ)
ตัวอย่าง จากตัวอย่างต่อไปนี้ให้หา NPV กาหนดให้ระยะเวลาของ
โครงการ 10 ปี อัตราคิดลด 8% มูลค่าเงินลงทุนเริ่มต้น 200 ล้าน
บาท
        NPV = 766.75 - 755.24 = 11.51 ล้านบาท



                       อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   53
                                หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
     (1)   (2)     (3)                (4)                (5)         (6)        (7)
      B     C     =B-C               i=8%             =(3)x(4)    =(1)x(4)   =(2)x(4)
 0    0    200    -200               1.000            -200.00         0         200
 1    0    100    -100               0.926             -92.60         0        92.6
 2    0    80      -80               0.857             -68.56         0        68.56
 3   100   80      20                0.794              15.88       79.4       63.52
 4   100   80      20                0.735              14.70       73.5       58.8
 5   150   80      70                0.681              47.67      102.15      54.48
 6   150   80      70                0.630              44.10       94.5       50.4
 7   200   80      120               0.583              69.96       116.6      46.64
 8   200   80      120               0.540              64.80        108       43.2
 9   200   80      120               0.500              60.00        100        40
10   200   80      120               0.463              55.56       92.6       37.04
                                                        11.51      766.75     755.24
                 อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต                  54
                          หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
• การวิเคราะห์อัตราส่วนผลได้และต้นทุน (Benefit and Cost
Analysis)
        -ดัชนีนี้แสดงถึงสัดส่วนของมูลค่าปัจจุบันของผลตอบแทน
ต่อมูลค่าปัจจุบันของต้นทุนโครงการ หรือกล่าวได้อีกว่า เงินที่
ลงทุนไป 1 บาท(โดยเปรียบเทียบ) จะให้ผลตอบแทนเป็นกี่เท่าของ
ต้นทุนที่ลงทุนไป สามารถหาได้จากสูตร
                       n
                       b t (1  i)  t
              B      t 0
                      n
              C
                       c t (1  i)  t
                     t 0

                       อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   55
                                หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
        -เกณฑ์การตัดสินใจทาโครงการ เราจะตัดสินใจลงทุนใน
โครงการเมื่อ B/C Ratio มีค่ามากกว่า 1 (หรือเงินที่เป็น
ผลตอบแทนเมื่อคิดเป็นมูลค่าปัจจุบันแล้วมีค่ามากกว่า 1 บาท(โดย
เปรียบเทียบ)ต้นทุนจากการลงทุน 1 บาท(โดยเปรียบเทียบ))
ตัวอย่าง จากตัวอย่าง10 B-C Ratio เท่ากับเท่าใด สมควรลงทุน
หรือไม่
แนวคาตอบ
        B-C Ratio =    766.75       = 1.014578
                       755.24
      ค่าที่ได้มากกว่า 1 จึงน่าลงทุน

                        อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   56
                                 หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
• การวิเคราะห์ผลตอบแทนภายในของโครงการ (Internal Rate of
Return : IRR)
        -อัตราผลตอบแทนของโครงการ คือ อัตราผลตอบแทนหรือ
อัตราส่วนลดที่ทาให้ค่าปัจจุบันของผลตอบแทนเท่ากับค่าปัจจุบันของ
ต้นทุนของโครงการ หรืออัตราส่วนลดที่ทาให้มูลค่าของผลประโยชน์
สุทธิของโครงการเท่ากับศูนย์ ดังนั้น จึงเป็นอัตราผลตอบแทนที่ทาให้
โครงการนั้นคุ้มทุนพอดีนั่นเอง หาได้จากสูตร
                                 n
        IRR คือ ค่า r ที่ทาให้               t
                                 B t (1  i)  0
                               t 0
        วิธีหา IRR โดยปกติจะเป็นการลองผิดลองถูก (trial an d error)
เราจะหาจนกว่าจะได้ค่า r ที่ทาให้  B (1  i) t  0
                                    n
                                       t
        -หรืออาจหาได้จากสูตร t  0
                         อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   57
                                  หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
        -                                     NPVL
                 DFL  {(DFU  DFL )x(                   )}
        IRR =                             NPVL  NPVU
เมื่อ DFL คือ discount factor ตัวต่า (อัตราคิดลดตัวที่ต่ากว่า)
     DFU คือ discount factor ตัวสูง(อัตราคิดลดตัวที่สูงกว่า)
     NPVL คือ NPV ตัวต่า
     NPVU คือ NPV ตัวสูง
        -โดยทั่วไป discount factor ตัวต่า จะทาให้ค่า NPV มีค่าเป็นบวก
การหา discount factor ตัวสูง จะต้องได้ค่า NPV ที่เป็นลบ ปกตินิยมที่
จะหาโดยการเพิ่มอัตราคิดลดทีละ 5% หากเพิ่มอัตราคิดลดไป 5% แล้ว
ยังไม่ทาให้ค่า NPV ติดลบแล้วเราก็จะเพิ่มไปอีกเรื่อยๆ เมื่อเราได้อัตรา
คิดลดที่ทาให้ NPV ตัวสูงติดลบแล้วก็จะนาค่าที่ได้มาใส่ลงในสูตร ก็
จะได้ค่า IRR              อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต
                                   หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
                                                                           58
NPV   NPVL(+)                                     NPV=0


0                                                                   DF
       DFL              DF=IRR                                DFU


                                                              NPVU(-)


             อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต             59
                      หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
                      คาถาม/กิจกรรม
กิจกรรม กาหนดให้หน่วยผลิตหนึ่งมีความต้องการที่จะลงทุนในโครงการผลิต
             ่
สินค้าชนิดหนึง จึงได้ทาการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการลงทุนขึ้น ผล
ของการศึกษาเบื้องต้นให้กระแสของต้นทุน(Cost) และผลประโยชน์
(Benefit)จากโครงการดังนี้
จงหา
                     ี
        1) จงแสดงวิธการหาค่า NPV (Net Present Value:มูลค่าปัจจุบันสุทธิ
ของโครงการ) , B/C Ratio(อัตราส่วนต้นทุนต่อผลได้ของโครงการ) และ IRR
(Internal Rate of Return:อัตราผลตอบแทนภายในของโครงการ) ของ
โครงการ ถ้ากาหนดให้ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในท้องตลาดเท่ากับร้อยละ 8
     2)โครงการดังกล่าวสมควรที่จะลงทุนหรือไม่? อย่างไร?
                            อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   60
                                     หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
จากตารางข้อมูลด้านล่างให้หา NPV, B-C Ratio, IRR
   ปีที่    ต้นทุน(ก่อสร้างและดาเนินการ)                        รายรับจาการขายบัตร
    1                   1200                                             0
    2                   1500                                             0
    3                     40                                            362
    4                     44                                            398
    5                     48                                            438
    6                     52                                            481
    7                     55                                            529
    8                     60                                            592
    9                     66                                            651
   10                     72 มานิตย์ ผิวขาวมหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขต 716
                           อาจารย์
                                   หนองคาย
                                            สาขาเศรษฐศาสตร์                          61
                 3. การเสนอทางเลือก
• ประสิทธิผล >> ความสามารถในการบรรลุวัตถุประสงค์
                                                   -
• ประสิทธิภาพ>> ความสามารถในการผลผลิตผลผลิตและบริการ ดูปริมาณ
  ผลผลิต และต้นทุนการผลิต
• ความพอเพียง >> ความสามารถบรรลุวตถุประสงค์ภายใต้ทรัพยากรทีมีอยู่ วัด
                                  ั                        ่
  จากทรัพยากรที่ใช้คืองบประมาณ
• ความเป็นธรรม >> การกระจายตัวของผลการดาเนินการ
• ความสามารถในการตอบสนอง >> ตอบสนองกลุ่มต่างๆ
• ความเหมาะสม >> การบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายนโยบาย


                          อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   62
                                   หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  เป้าหมาย                                  งบประมาณ

                      จากัด                                            ไม่จากัด

กาหนดชัดเจน       1 ยากจะบรรลุ                         2ทางเลือกที่ใช้งบน้อยสุด

เปลี่ยนแปลงได้   3ทางเลือกที่บรรลุ                       4ทางเลือกใช้งบน้อยสุด
                 เป้าหมายมากที่สุด                           บรรลุมากสุด

                      อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต              63
                               หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
การนานโยบายไปปฏิบัติ

      อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   64
               หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
          หัวข้อ
• 1. ความหมายของการนานโยบายไปปฏิบัติ
• 2.ลักษณะของการนานโยบายไปปฏิบัติ
• 3.ความสัมพันธ์ระหว่างการนานโยบายไปปฏิบัติและขั้นตอนอื่นใน
  กระบวนการนโยบาย
• 4.ปัจจัยกาหนดความสาเร็จหรือล้มเหลวของการนานโยบายไปปฏิบติ  ั




                           อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   65
                                    หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
          1. ความหมายของการนานโยบายไปปฏิบัติ
• การนานโยบายไปปฏิบัติ เป็นการดาเนินการให้สาเร็จลุล่วงตามเป้าหมายของ
                                                         ิ
  นโยบาย โดยมีความหมายว่า ก่อนนานโยบายไปปฏิบัตต้องมีตัวตนนโยบาย
  ก่อนและต้องมีเป้าหมายและวัตถุประสงค์กาหนดไว้ด้วย นั่นคือ การนโยบาย
  ไปปฏิบัติเป็นขั้นตอนหนึ่งในกระบวนการนโยบาย โดยขั้นตอนที่สืบ
  เนื่องมาจากการกาหนดนโยบาย โดยการนานโยบายไปปฏิบัติเป็น
  กระบวนการ นั่นคือ มีความต่อเนื่องไม่หยุดนิ่งมีขั้นตอนในการดาเนิน
  กิจกรรมไม่ใช่กิจกรรมที่เกิดขึ้นชั่วคราวแล้วยุติไป มิใช่กิจกรรมที่ทาบ้างไม่
  ทาบ้าง แต่เป็นกิจกรรมที่ทาอย่างต่อเนื่อง แต่ละขั้นตอนมีความสัมพันธ์กัน
  ตลอดเวลา

                            อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   66
                                     หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
      2.ลักษณะของการนานโยบายไปปฏิบัติ
•   การนานโยบายไปปฏิบัติเป็นกระบวนการที่มีผู้เกี่ยวข้องสาคัญๆมากมาย
    >> ประชาชน เอกชน หน่วยงานราชการ ที่มีบทบาทหน้าที่เกี่ยวข้องทั้ง
    ทางตรงและทางอ้อม
•   ผู้เกี่ยวข้องกับการนานโยบายไปปฏิบัติ มักมีวัตถุประสงค์หลากหลายและ
    มักต่างกัน >> แตกต่างกันตามความต้องการตนเอง หน่วยงาน และ
    สังคม การตอบสนองวัตถุประสงค์องค์กร วัตถุประสงค์ของนโยบาย
    รัฐบาล ดังนั้นจึงมีทั้งสอดคล้องและขัดแย้งกัน
•   การนานโยบายไปปฏิบัติ มักมีการขยายขอบเขตของนโยบายในเวลาต่อมา
    อันเนื่องมาจากภารกิจเพิ่มขึน >> เช่นภายหลังการนานโยบายไปปฏิบัติ
                                   ้
    พบว่าพบว่าประเด็นปัญหาได้ขยายตัวขึ้นจาเป็นต้องขยายขอบเขตนโยบาย
    ออกไป นอกจากนี้อาจขยายเพิ่มจากการที่ผลการปฏิบัติประสบ
    ความสาเร็จก็ได้          อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต 67
                                หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
                                  ิ
    2.ลักษณะของการนานโยบายไปปฏิบัต(ต่อ)
•    การนานโยบายไปปฏิบัติเป็นกระบวนการของความสาพันธ์ระหว่าง
     หน่วยงานจากหลายกระทรวงในหลายระดับ >> ดังนั้นจึงต้องมีการ
     ประสานงานกันระหว่างหน่วยงานที่ดีมีประสิทธิภาพ
•    การนานโยบายไปปฏิบัติอาจประสบกับปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุม
     ซึ่งจะทาให้การดาเนินงานพบกับความยุ่งยาก >> ทั้งปัจจัยทางการเมือง
     เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี ภัยธรรมชาติ เป็นต้น




                          อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   68
                                   หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
3.ความสัมพันธ์ระหว่างการนานโยบายไปปฏิบัติและ
ขั้นตอนอื่นในกระบวนการนโยบาย
การกาหนด           การนานโยบายไปปฏิบัติ                                         การประเมินผล
นโยบาย             -การแปลความกฎหมาย/                                           นโยบาย
-การระบุ           นโยบายรูปแบบอื่น                                             -ปรับเปลี่ยน/ยกเลิก
ประเด็นปัญหา       -การรวบรวมทรัพยากร                                           นโยบาย
-การพัฒนา          -การวางแผน
ทางเลือก           -การจัดองค์กร                                            ผลการ            ผลการ
-การเสนอ           -การดาเนินการ                                            ดาเนินการ        ดาเนินการ
ทางเลือก                                                                    ระยะสั้น         ระยะยาว

      กฎหมาย/นโยบาย/แนวการ                 โครงการ/แผนปฏิบัติการ
      ดาเนินการ/ผลที่คาดหวัง   อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต                    69
                                        หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
4.ปัจจัยกาหนดความสาเร็จหรือล้มเหลวของการนานโยบาย
ไปปฏิบัติ
•   1.ลักษณะของนโยบาย>> การปฏิบัติตามนโยบายจะประสบความสาเร็จ
    มากที่สุดเมื่อนโยบายนั้นเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆน้อยที่สุด
    และมีความเห็นพ้องต้องกันในวัตถุประสงค์ในระดับสูงระหว่างฝ่ายปฏิบัติ
    และฝ่ายผู้กาหนดนโยบายหรือระหว่างฝ่ายประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
    ในนโยบายกับฝ่ายรัฐผู้กาหนดนโยบาย สาธารณชนสามารถรับรู้และ
                                  ่
    เปรียบเทียบได้ว่านโยบายทีกาหนดมีประโยชน์มากกว่านโยบายอื่น ความ
    สอดคล้องกับค่านิยม ประสบการณ์ และความต้องการของผู้ที่จะรับ
    ผลกระทบจากนโยบาย มีความเป็นไปได้ในการทดลองปฏิบัติ มีข้อมูล
    ย้อนกลับสะท้อนการสาเร็จหรือล้มเหลวจากการปฏิบัติ
•   2.วัตถุประสงค์ของนโยบาย>> ต้องมีความชัดเจน สอดคล้องเป็นอันหนึ่ง
                             อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว ฏิบัติ มี ท ชี้ว
    อันเดียวกัน ง่ายแก่การเข้าใจของผู้ปสาขาเศรษฐศาสตร์ตวิัวยาเขต ัดความสาเร็จที่ชัดเจน
                                                                                    70
                                    หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
4.ปัจจัยกาหนดความสาเร็จหรือล้มเหลวของการนานโยบาย
         ิ
ไปปฏิบัต(ต่อ)
•   3.ความเป็นไปได้ทางการเมือง >> ได้รับการสนับสนุนจากทุกฝ่าย ทัง ้
    ฝ่ายการเมือง ชนชั้นนา สื่อมวลชน ประชาชนผู้ออกเสียง
•   4.ความเป็นไปได้ทางเทคนิคหรือทฤษฎี >> โดยนโยบายจะต้องไม่
    ยุ่งยากในการเข้าใจและการปฏิบัติ หากจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงการ
    ปฏิบัติจากเดิมจะต้องมีความชัดเจนในขั้นตอนการปฏิบัติ มีการวางแผนที่
    ดีทั้งแผนหลักในการปฏิบัติและแผนสารองเพื่อป้องกันความล้มเหลว มี
    การปรับใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับพื้นที่และงาน
•   5.ความเพียงพอของทัพยากร >> ทั้งทางงบประมาณ บุคลากรที่มี
    คุณภาพ การบริการทางวัสดุอุปกรณ์และสถานที่
                          อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   71
                                   หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
4.ปัจจัยกาหนดความสาเร็จหรือล้มเหลวของการนานโยบาย
         ิ
ไปปฏิบัต(ต่อ)
•      6.ลักษณะของหน่วยงานที่นานโยบายไปปฏิบัติ >> เป็นหน่วยงานที่มีอยู่
       แล้ว และสนับสนุนนโยบายทั้งงบประมาณและกาลังคน มีลาดับชั้นการ
       บังคับบัญชาน้อย การสื่อสารมีประสิทธิภาพ ผู้นามีภาวะความเป็นผู้นา
•      7. ทัศนคติของผู้นานโยบายไปปฏิบัติ >> มีทัศนคติที่ดีสอดคล้องกับ
       วัตถุประสงค์ของนโยบาย นโยบายต้องไม่ขัดแย้งกับการปฏิบัติงานเดิมๆ
       ค่านิยม ตลอดจนอานาจ ผลประโยชน์และศักดิ์ศรีของผู้ปฏิบัติ
•      8. ความสัมพันธ์ระหว่างกลไกต่างๆที่นานโยบายไปปฏิบติ >> จานวน
                                                             ั
                     ่                          ่
       หน่วยงานที่เกียวข้องไม่มาก จานวนจุดทีตัดสินใจในการดาเนินงานไม่
       มาก มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอยู่เดิมแล้ว และไม่มีการแทรกแซงจาก
       หน่วยงานระดับบน
 กิจกรรม ให้ระบุนโยบาย การดาเนินการตามนโยบาย และปัจจัยกาหนดความสาเร็จหรือล้มเหลวของนโยบาย
                                      อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต        72
                                               หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
การประเมินผลนโยบาย

     อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   73
              หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
                                 หัวข้อ
• 1. ความหมายของการประเมินผลนโยบาย
• 2.ลักษณะของการประเมินผลนโยบาย
• 3.ประเภทขงการประเมินผลนโยบาย
        -การประเมินผลแบบเทียม (Psuedo evaluation)
        -การประเมินผลแบบเป็นทางการ (Formal evaluation)
        -การประเมินผลแบบพิจารณาความเหมาะสม (Decision theoretical
  evaluation)
• 4.วิธีการประเมินผลนโยบาย
        -วิธีเดลฟี่เชิงนโยบาย (Policy Delphi)
        -การวิเคราะห์อนุกรมเวลาแบบเป็นช่วง (Interuped Time Series
  Analysis)
                                อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต 74
                                         ่อง (Regresion-discontinuity Analysis)
        -การเชิงถดถอยแบบไม่ต่อเนืหนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
         1. ความหมายของการประเมินผลนโยบาย
       คาที่ใช้เรียกการประเมินผลนโยบาย (Policy
                       evaluation)
•   การประเมินผลระหว่างการดาเนินการ ( formative evaluation )
•   การประเมินผลสรุปรวบยอด ( summative evaluation )
•   การประเมินผลย้อนหลัง           ( retrospective evaluation )
•   การประเมินผลล่วงหน้า( evaluability assessment )
•   การประเมินความสามารถประเมินผล ( prospective evaluation ) และ
•   การประเมินผลกระทบ ( impact evaluation )
                          อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   75
                                   หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
             นิยามการประเมินผลนโยบาย
• การประเมินผลเกี่ยวข้องกับกระบวนการวัดคุณค่าของผลของการดาเนินการ
  ตามนโยบาย เพื่อที่จะนามาเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ที่
  กาหนดไว้

            การวางแผน                                                   การปฏิบัติ



            วัตถุประสงค์                                                    ผลการ
            เป้าหมาย                                                        ดาเนินการ
                                 การประเมินผล
                           อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต               76
                                    หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
       2.ลักษณะของการประเมินผลนโยบาย
    โจเซฟ ดี กองตัวส์ ( Joseph D. Comtois )
•   เป็นสหสาขาวิชา
•   เป็นที่ยอมรับทั้งผู้ประเมินเองและผู้มีอานาจตัดสินใจ
•   นายุทธวิธีต่างๆมาผสมผสานกันอย่างเหมาะสม
•   กระทาอย่างเป็นกลางให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
•   การรวบรวมข้อมูลข่าวสารต่างๆต้องเน้นการติดต่อสื่อสารระหว่าง
    บุคคลภายในหน่วยงาน
•   วิธีการที่ใช้ต้องยืดหยุ่นและเปิดกว้างเพียงพอที่จะยอมรับระเบียบ
    วิธีการศึกษาวิจัยทั้งเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ
                          อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   77
                                   หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
   โรเบิร์ต เอฟ คลาก ( Robert F. Clark )
• การใช้วิธีวิจัยเชิงทดลองในการประเมินผล ( experimental design
  research ) >> โดยการแบ่งกลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุม แล้วทาการ
  ประเมินผล โดยผู้ประเมินต้องควบคุมตัวแปรได้
• การเปิดโอกาสให้ผู้รับผิดชอบในนโยบาย เข้ามามีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิด
  ตั้งแต่การเริ่มการวางแผนการประเมิน การกาหนดยุทธวิธี การออกแบบ
  วิธีการประเมิน ไปจนถึงการลงมือเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์และ
  ตีความหมายของข้อมูล >> อย่างไรก็ตามอาจเกิดความล่าช้าได้
• ผลที่ได้จากการประเมินมีผลกระทบต่อนโยบายหรือโครงการใดโครงการ
  หนึ่งโดยเฉพาะ >>นาสู่การปรับปรุงแก้ไขนโยบายหรือโครงการต่อไป

                         อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   78
                                  หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
        วิลเลียม ดูนน์ ( Willium Dunn )
• การเน้นคุณค่า ( value - focus ) >> ว่านโยบายสมควรสนับสนุนต่อไป
  หรือไม่
• ความสัมพันธ์ระหว่างข้อเท็จจริงและคุณค่า ( fact - value
  interdependence ) >>ข้อเท็จจริงนาไปสู่การตัดสินในคุณค่าของนโยบาย
• ความเกี่ยวเนื่องทั้งปัจจุบันและอดีต ( present and past orientation ) >>
  เป็นกระบวนการที่เกิดหลังการนานโยบายไปปฏิบัติ โดยการ
                 ่
  เปรียบเทียบสิงที่คาดหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
• ความมีคุณค่าซ้อน( value - duality ) >>โดยตัวมันเองมีคุณค่าเชิง
  นโยบาย และมีคุณค่าต่อสิ่งอื่นด้วย

                             อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   79
                                      หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
     3.ประเภทของการประเมินผลนโยบาย
วิธีการประเมินผลนโยบายจากวิธีการประเมิน
• การประเมินเชิงปริมาณ และการประเมินเชิงคุณภาพ

วิธีการประเมินผลนโยบายจากบุคคลผู้ประเมิน
• การประเมินโดยหน่วยราชการ การประเมินโดยองค์กรอิสระ และการ
  ประเมินโดยนักวิชาการ



                     อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   80
                              หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ประเภทของการประเมินผลนโยบายตามลักษณะการ
ประเมินผล
 1.การประเมินผลแบบเทียม( Pseudo - evalyation )
 •   การประเมินผลซึ่งใช้วิธีการที่เป็นวิทยาศาสตร์ในการสร้างข่าวสารที่
     ถูกต้องและเชื่อถือได้เกี่ยวกับนโยบาย โดยไม่พยายามทีจะพิจารณาว่า         ่
                    ุ
     ผลดังกล่าวมีคณค่า หรือประโยชน์มากน้อยเพียงใดต่อประชาชนกลุ่ม
     ต่างๆในสังคมและต่อประเทศชาติโดยส่วนรวม
 •   ผู้ประเมินมักใช้วิธีการต่างๆหลายวิธี เพื่ออธิบายผลของนโยบายที่
     เกิดขึ้นว่ามาจากปัจจัยสาคัญอะไรบ้าง วิธีการต่างๆที่ใช้มักจะเน้นการ
     วิจัยทดลอง การวิจัยกึ่งทดลองและการใช้แบบสอบถามในการเก็บ
     รวบรวมข้อมูล วิธีการทางสถิตต่างๆ มักจะถูกนามาประยุกต์ใช้ในการ
                               การสุ ผิ ขาว อย่าง การวิ
     ประเมินผล มาว่าจะเป็นอาจารย์มานิตย์่มวตัวสาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขตเคราะห์ข้อมูล หรือ 81
     การตีความข้อมูล               หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
      รูปแบบที่ใช้ในการประเมินผลแบบเทียม
•   รูปแบบการทาบัญชีระบบสังคม( social systems accounting ) >>
    เน้นการสร้างดัชนีสังคม ( social indicator )ขึ้นมา เพื่อ
    แสดงการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในสังคมและเป็นตัววัดเพื่อประเมินผล
    นโยบาย ทั้งในทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง >> ผลิตภัณฑ์มวล
    รวมประชาชาติ อัตราการว่างงาน >> ตัวชี้วัดแบบปรนัย วัดมาเป็น
    ตัวเลขได้ เป็นรูปธรรม เช่น จานวนรายได้ ส่วนตัวชี้วัดแบบอัตนัย
    เป็นเชิงนามธรรม เช่น ทัศนคติของปะชาชน
•   รูปแบบการทดลองทางสังคม ( social experimentation ) >>เน้น
    การทดลองใช้นโยบายหนึ่งๆในกลุ่มเป้าหมายตัวอย่าง แล้ว
    ประเมินผลที่เกิดขึ้นจากการดาเนินการตามนโยบายนั้น
                         อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   82
                                  หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
           รูปแบบที่ใช้ในการประเมิน (ต่อ)
•   รูปแบบการตรวจสอบทางสังคม ( social auditing ) >> เน้นการ
    พิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยนาเข้า กระบวนการในการ
    ดาเนินการตามนโยบายและผลของนโยบาย >> ทาให้ทราบเหตุการณ์
    และกิจกรรมต่างๆทั้งหมดที่เกิดขึ้นในกระบวนการแปรสภาพซึ่งเน้น
    การเข้าไปมีส่วนร่วมในเหตุการณ์ของผู้ประเมิน เน้นการสังเกต การ
    สัมภาษณ์
•                 ั
    รูปแบบการวิจยสะสมทางสังคม ( social research accumulation )
    >> เน้นการรวบรวมสะสมข่าวสารข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับผลการ
    ดาเนินการตามนโยบายที่ผ่านมา แล้วนามาเปรียบเทียบและประเมิน
    เก็บสะสมไว้ประกอบการประเมินผลนโยบายครั้งต่อๆไป >> ข้อมูลที่
    ได้จาก 1)กรณีตัวอย่าง 2)รายงานการวิจัย
                         อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   83
                                  หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
    2. การประเมินผลแบบเป็นทางการ ( Formal
                  evaluation )
•   การประเมินผลซึ่งใช้วิธีการที่เป็นวิทยาศาสตร์ในการสร้างข่าวสารที่
    ถูกต้องและเชื่อถือได้เกี่ยวกับนโยบายโดยประเมินผลนโยบายจาก
    วัตถุประสงค์หรือเป้าหมายของนโยบายที่กาหนดไว้อย่างเป็นทางการ
•   ใช้ข้อมูลต่างๆที่เป็นกฎหมาย ในเค้าโครงนโยบายรวมทั้งข้อมูลที่ได้
    จากการสัมภาษณ์ผู้กาหนดนโยบายและผู้นานโยบายไปปฏิบัติเป็น
    ข้อมูลในการระบุและนิยามวัตถุประสงค์รวมทั้งเป้าหมายที่เป็น
    ทางการของนโยบาย
•           ี่
    เกณฑ์ทใช้ในการประเมินจึงเน้นเกณฑ์ประสิทธิภาพหรือประสิทธิผล
    ของนโยบายเป็นหลัก

                          อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   84
                                   หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
    รูปแบบที่ใช้ในการประเมินผลแบบเป็นทางการ
•   การประเมินพัฒนาการของการปฏิบัติ (developmental evaluation )
    >> เพื่อประเมินการทางานประจาวันของผู้นานโยบายไปปฏิบัติ
                  ้
    โดยเฉพาะ ผูประเมินสามารถควบคุมการดาเนินการตามนโยบายได้
    โดยตรง มีการวัดประสิทธิภาพและสัมฤทธิผลในการทางานที่เกิดขึ้น
    เป็นระยะตลอดเวลา
•                                         ิ
    กระบวนการของการนานโยบายไปปฏิบัตที่ผ่านมา (retrospective
    process evaluation) >> ใช้ประเมินนโยบายที่ได้รับการนาไปปฏิบัติ
    แล้วระยะเวลาหนึ่ง การประเมินผลแบบนี้เน้นการพิจารณาปัญหาและ
                                            ิ
    อุปสรรคที่เกิดขึ้นเมื่อนานโยบายไปปฏิบัตและไม่ยินยอมให้ผู้ประเมิน
    ควบคุมกิจกรรมใดๆในส่วนที่เกี่ยวกับปัจจัยนาเข้าของนโยบาย มักใช้วิธี
    มองกลับมาพิจารณาเหตุการณ์และกิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว
                          อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   85
                                   หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
    รูปแบบที่ใช้ในการประเมินผลแบบเป็นทางการ(ต่อ)
•    การประเมินผลโดยใช้รูปแบบการทดลอง (experimental evaluation ) >>
     เป็นการประเมินผลที่ประเมินผลสามารถควบคุมปัจจัยนาเข้าและ
     กระบวนการแปรสภาพนโยบายได้ ขั้นตอนในการประเมินผลแบบนี้ จึง
     คล้ายกับขั้นตอนที่ใช้ในการทดลองในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อ
     ทดสอบว่าผลของนโยบายที่เกิดขึ้นนั้นเนื่องมาจากนโยบายนั้นใช่หรือไม่
•    การประเมินผลลัพธ์ของการนานโยบายไปปฏิบัตที่ผ่านมา (retrospective      ิ
     outcome evaluation) >> เพื่อศึกษาผลกระทบสุทธิของนโยบายที่ดาเนินไป
     ว่ามีผลลัพธ์เกิดขึ้นอย่างไรเมื่อปัจจัยอื่นๆที่อาจมีอิทธิพลต่อผลกระทบ
     ดังกล่าวคงที่ โดยการประเมินในระยะเวลาหนึ่งโดยเฉพาะ หรือในช่วง
     ระยะเวลาติดต่อกันการเปรียบเทียบว่าลักษณะของปัจจัยนาเข้าและ
     กระบวนการแประสภาพอย่างไรที่ก่อให้เกิดผลที่พึ่งปรารถนา เปรียบเทียบ
                                 อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต 86
                                          มีความแตกต่
     ผลของนโยบายหลายช่วงเวลาว่าหนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่านงกันอย่างไรบ้าง
3.การประเมินผลแบบพิจารณาความเหมาะสม ( decision
             theoretical evaluation )
•   เน้นการพยายามที่จะนาเอาวัตถุประสงค์และเป้าหมายของนโยบายทั้งที่
    เป็นทางการและที่แอบแฝงอยู่ในรูปของทัศนะของประชาชนผู้มีส่วนได้
    ส่วนเสียต่างๆมาพิจารณาเป็นเกณฑ์ร่วมกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่
    กาหนดเป็นทางการโดยผู้กาหนดนโยบายและผู้นานโยบายไปปฏิบัติ
            ี่
    เกณฑ์ทใช้ในการประเมินวิธีจึงกว้างขวางและครอบคลุมมากกว่าเกณฑ์ที่
    ใช้ในการประเมินวิธีอื่น
•   ช่วยให้ประชาชนกลุ่มต่างๆยอมรับและนาผลการประเมินไปใช้ประโยชน์
    มากขึ้น ช่วยให้วัตถุประสงค์หรือเป้าหมายี่กว้างเกินไปจนคลุมเครือให้รับ
    การนิยามใหม่ให้เฉพาะเจาะจงขึ้น ช่วยให้ทราบถึงวัตถุประสงค์หรือ
    เป้าหมายทั้งหลายที่อาจขัดแย้งกันดังกล่าวเปิดเผยและรับรู้ร่วมกันย่อมทา
                                    ก งและรัดกุ ท ่งขึ
    ให้การประเมินผลนโยบายถูานิตต้ผิอขาว สาขาเศรษฐศาสตร์มวิยิยาเขต ้น
                            อาจารย์ม ย์ ว                            87
                              หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
    รูปแบบที่ใช้ในการประเมินผลแบบพิจารณาความ
                      เหมาะสม
•                                ่
    การประเมินความสามารถทีจะประเมินได้ ( evaluability assessment
    >>มุ่งตอบคาถามที่สาคัญว่า นโยบายนั้นสามารถประเมินผลได้หรือไม่
    โดยต้องระบุเนื้อหาและวัตถุประสงค์ของนโยบายให้ชัดเจน รวบรวม
    ข่าวสารทั้งหลายทั้งปวงที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย สร้างตัวแบบเพื่ออธิบายผล
    ของนโยบายที่อธิบายให้ทราบถึงกิจกรรมต่างๆและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
    ประเมินความเป็นไปได้ของการประเมินผล และรายงานผลการประเมิน



                            อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   88
                                     หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
• การวิเคราะห์อรรถประโยชน์แบบพหุลักษณ์ ( multi – attribute
  utility analysis ) >>มุ่งตอบคาถามว่า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใน
  นโยบายมีทัศนะและการรับรู้เช่นไร ในเรื่องอรรถประโยชน์ของ
  นโยบายและความเป็นไปได้ที่ผลของนโยบายจะเกิดขึ้น โดยต้อง
  ระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในนโยบายให้ชัดเจน แจกแจงให้ชัดเจนว่า
  มีการดาเนินการตามนโยบายประเภทใดบ้าง ที่ประชาชนที่
  เกี่ยวข้อง แจกแจงผลของนโยบายต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้จากการ
  ดาเนินการแต่ละประเภท

                        อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   89
                                 หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
•   ที่อาจเกิดขึ้นได้จากการดาเนินการแต่ละประเภท แยกแยะให้เห็นชัดเจนว่า
    ผลของนโยบายแต่ละข้อนั้นมีคุณประโยชน์ที่ได้รับและผลเสียที่อาจ
    เกิดขึ้น จัดลาดับความสาคัญของแต่คุณลักษณะ ให้น้าหนักของแต่ละ
    คุณลักษณะ ทาค่าของน้าหนักที่คานวณได้ให้เป็นคะแนนมาตรฐาน
    เดียวกัน คานวณความเป็นไปได้ที่ผลของนโยบายแต่ละเรื่องจะสามารถ
    บรรลุคุณลักษณะแต่ละชนิด คานวณอรรถประโยชน์ของผลของนโยบาย
    แต่ละเรื่องโดยใช้สูตร
                  Ui = Wj* Uij
        เมื่อ Ui = อรรถประโยชน์ร่วมของนโยบายเรื่องที่ i
        Wj = ค่าคะแนนมาตรฐานของคุณลักษณะเรื่องที่ j
    ประเมินและรายงานผลโดยชี้ให้เห็นว่าผลของนโยบายใดก่อให้เกิด
                                        ้ม ขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิ ยาเขต
    ประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนผูานิตย์ีสผิว่วนได้ส่วนเสีทย
                               อาจารย์ม                                 90
                                 หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
           4. วิธีการประเมินผลนโยบาย
      1.วิธีเดลฟีเชิงนโยบาย ( Policy Delohi )
•   เน้นการนาเอาข้อคิดและความเห็นของผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูง
    ในเนื้อหาและเรื่องราวของนโยบายที่กาลังประเมินมาประมวลและ
    เปรียบเทียบกันเพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับผลนโยบาย
•   หัวใจของวิธีการของเดลฟี คือ การพยายามสรุปความคิดเห็นที่
    ผู้เชี่ยวชาญทุกคนเห็นพ้องต้องกันซึ่งเชื่อว่าจะเกิดขึ้นภายหลังจากทา
    การสอบถามแล้วหลายๆรอบ



                          อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   91
                                   หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
                หลักสาคัญวิธีเดลฟีทั่วไป
•   ชื่อผู้เชี่ยวชาญต้องปกปิดเป็นความลับ (anomymity )
•   การถามความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญควรถามซ้าหลายๆครั้ง ( iteration )
•   ข้อมูลย้อนกลับไปยังผู้เชี่ยวชาญควรถูกควบคุมและป้องกันมิให้ทราบ
    รายละเอียดของข้อมูลที่ประมวลแล้วยกเว้นภาพรวมของข้อมูล( controlled
    feedback )
•   การสรุปภาพรวมต้องแสดงเป็นสถิติ( statistical group response )
•   ข้อสรุปที่จะนาเสนอสู่ภายนอก ต้องเป็นข้อสรุปที่เห็นพ้องต้องกันของ
    ผู้เชี่ยวชาญทุกคน( expert consensus )


                         อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   92
                                  หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
             หลักสาคัญวิธีเดลฟีเชิงนโยบาย
•   การปกปิดชื่อผู้เชี่ยวชาญในระยะเริ่มแรก( selective anomymity )
•   การใช้ผู้เชี่ยวชาญที่มาจากต่างสถาบันหรือต่างหน่วยงานกัน(informed
    multiple advocacy ) >> เพราะจะทาให้การประเมินไม่ลาเอียงหรือถูกโน้ม
    เอียงไปทางใดทางหนึ่ง
•   การวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติใช้การวิเคราะห์แบบแยกกลุ่ม ( polarized
    statistiscal response ) แทนการเสนอภาพรวมของกลุ่มเดียว
•   การจัดความเห็นที่ขัดแย้งกันให้มีระบบมีโครงสร้างที่ชัดเจนอธิบายได้
    ( structured confict )
•   การเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนความเห็นระหว่างผู้เชี่ยวชาญผ่าน
    เครือข่ายคอมพิวเตอร์(computer conferencing)

                          อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   93
                                   หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
            ขั้นตอนของวิธีเดลฟีเชิงนโยบาย
•   การชี้ประเด็นที่ต้องการประเมิน >> ว่ามีวัตถุประสงค์หรือขอบข่ายที่
    ต้องการประเมินคืออะไร เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญที่จะเข้ามาประเมินมีความ
    เข้าใจตรงกัน เพื่อป้องกันปัญหาการพูดคนละเรื่อง
•   การคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญ >> คัดเลือกตัวแทนของหลายๆกลุ่มที่สนใจ
•   การสร้างแบบสอบถาม >> ควรเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญแสดงความ
    คิดเห็นโดยเสรี ทั้งทางผลกระทบ การจัดลาดับ การบรรลุผล การแก้ไข
•   การวิเคราะห์ผลในรอบแรก การปรับเปลี่ยนแบบสอบถาม >> เพื่อแสดง
    เหตุผลข้อสนับสนุนและข้อมูลต่างๆ
•   การจัดประชุมกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ >> เพื่อให้สนับสนุนหรือหักล้างข้อมูลซึ่ง
    กันและกัน
•   การสรุป >> นาผลที่ได้จากการประชุมสรุปเป็นรายงาน
                           อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   94
                                    หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
2. การวิเคราะห์อนุกรมเวลาแบบเป็นช่วง (Interuped Time
                    Series Analysis)
•   โดยช่วยแสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงต่างๆที่เกิดขึ้นภายหลังการนา
    นโยบายไปปฏิบัติในรูปของตาราง และ/หรือ ค่าสถิติและกราฟแบบ
    ต่างๆ เหมาะสาหรับการประเมินผลนโยบายที่มีกลุ่มเป้าหมายหลัก
    เพียงกลุ่มเดียวหรือมีขอบเขตการดาเนินงานที่แน่นอนเพียงแห่งเดียว
•   การวัดนโยบายทั้งก่อนและหลังการนานโยบายไปปฏิบัติ
•   เช่น 1)การประเมินผลการดาเนินนโยบายปราบปรามยาเสพติดของ
    รัฐบาลทักษิณ1 โดยวัดจากยอดการจับกุมและการระบาดของยาเสพ
    ติดก่อนและหลังการดาเนินการตามนโยบาย 2)การประเมินผล
    นโยบายแก้ไขปัญหาความยากจนของรัฐบาลทักษิณ1 โดยวัดจาก
    จานวนคนจนที่ลดลง
                         อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   95
                                  หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
    3. การเชิงถดถอยแบบไม่ต่อเนื่อง (Regression-discontinuity
                         Analysis)
•     ช่วยให้ผู้ประเมินผลสามารถคานวณและเปรียบเทียบผลโดยประมาณของ
                                                                      ่
      นโยบายที่เกิดขึ้นในกลุ่มเป้าหมายที่กาหนดไว้และกลุ่มเปรียบเทียบทีนามา
                   ี
      พิจารณา วิธการนี้เหมาะสาหรับการประเมินผลตามแนวการทดลองทาง
      สังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทดลองที่มีการกาหนดกลุ่มเป้าหมายและกลุ่ม
      ควบคุมไว้เรียบร้อยแล้ว วิธีการประเมินผลนโยบายแบบนี้จึงเหมาะสาหรับ
      การประเมินผลนโยบายที่มุ่งช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายหนึ่งๆในสังคมโดน
      เฉพาะ
•     อาจแยกเป็นกลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุม
                             อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   96
                                      หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
• ใช้การประมาณการด้วยวิธีถดถอยแบบกาลังสองน้อยที่สุด
• Y = a + bX เมื่อ Y ตัวแปรตาม , X เป็นตัวแปรต้น ,
                    a เป็นค่าคงที่ , b เป็นค่าสัมประสิทธิ์ตัว
  แปรอิสระ
• เช่น การประเมินผลการใช้จ่ายของรัฐบาลต่อการเจริญเติบโตทาง
  เศรษฐกิจ




                        อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขต   97
                                 หนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น

								
To top