Cavana by MVvQ9JgD

VIEWS: 25 PAGES: 24

									                             การอ้างอิ งเอกสารทางวิ ชาการ

                                                                          เติ มศักดิ์ สุขวิบูลย์
                                                                        คณะวิ ทยาการจัดการ

                  ้                                                   ั
        การระบุอางอิงในเนื้อหาเอกสารทางวิชาการหรือรายงานการวิจยเป็ นแสดงถึงแหล่งทีมา      ่
  ่ ี
ทีมความน่ าเชื่อถือของข้อความ        แนวคิดหรือข้อมูลเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของข้อความ
แนวคิดหรือข้อมูลนัน ้
      ้      ้ ึ                                       ู้     ่
รวมทังเป็ นชีถงความน่ าเชื่อถือและยังสร้างประโยชน์แก่ผอ่านทีประสงค์จะทราบรายละเอียดอื่น
ๆ                                                                          ่
                                                                        เพิมเติมจากแหล่งทีมา่
โดยการค้นคว้าต่อเนื่องจากการศึกษารายงานการวิจยหรือปญหาพิเศษ
                                                  ั        ั

       ในการอ้างอิงจะปรากฏอยูใน  ่              2             แห่ง                          คือ
           ่                   ่                                  ั
การอ้างอิงทีปรากฏในตัวเนื้อหาเรืองเอกสารทางวิชาการหรือรายงานการวิจย
               ่       ่                     ่
และการอ้างอิงทีปรากฏอยูในรายการเอกสารและสิงอ้างอิงท้ายเล่ม

1     การอ้างอิ งแบบในเนื้ อหารายงาน

        1.1 การอ้างอิ งเอกสารเฉพาะบางหน้ าของเอกสาร


                                                                     ่้
        ในการอ้างอิงเอกสารเฉพาะบางหน้าของเอกสารให้ระบุหน้าของเอกสารทีอางอิงต่อจาก
   ่ี ิ         ่                 ่          ่ี ิ
ปีทพมพ์โดยมีเครืองหมายทวิภาค(:) คันระหว่างปีทพมพ์และหน้าของเอกสาร

           1) การอ้างอิ งเอกสาร             1                           ู
                                                           เรื่องที่มีผ้แต่งคนเดียว
                    ั้ ้
ในการอ้างอิงให้ระบุทงชื่อผูแต่ง        ่ี ิ       ่
                                   ปีทพมพ์และหน้าทีนาข้อความมาอ้างอิงไว้ในวงเล็บ
โดยเอกสารภาษาไทยให้ระบุช่อ    ื
และนามสกุลส่วนเอกสารภาษาต่างประเทศให้ระบุเฉพาะนามสกุล ดังตัวอย่าง

    รูปแบบ

             เอกสารภาษาไทย : ข้อความ . . . \ (ชื่อผูแต่ง \\ นามสกุล, \ ปี: \ หน้า)
                                                    ้
             เอกสารภาษาต่ างประเทศ : ข้อความ . . . \ (นามสกุลผูแต่ง, \ ปี: \ หน้า)
                                                                  ้
หมายเหตุ :      \ หมายถึง การเว้นวรรค 1 ระยะพิมพ์
                \\ หมายถึง การเว้นวรรค 2 ระยะพิมพ์

  ตัวอย่าง

                     ั                         ้            ่           ่ ่ ้
               การวิจยเป็นกระบวนการแสวงหาความรูความเข้าใจทีถูกต้องในสิงทีตองการศึกษา
  มีการเก็บรวบรวมข้อมูล                       การจัดระเบียบ                            ข้อมูล
                                         ่
  การวิเคราะห์และการตีความหมายผลทีได้จากการวิเคราะห์
      ้                  ่
  ทังนี้เพื่อให้ได้มาซึงคาตอบอันถูกต้อง
             ้                         ่
  พร้อมทังยังอธิบายถึงกระบวนการทีเป็นกิจกรรมต่างๆ
  ทีได้กระทาขึนโดยมีความเกี่ยวโยงต่อเนื่องกันอย่างมีระบบเพื่อให้บรรลุถงเป้าหมายทีกาหน
    ่             ้                                                   ึ              ่
                       ่ ่            ั ่ ้
  ดไว้ กิจกรรมทีเกียวข้องกับการวิจยเริมตังแต่ การกาหนดหัวข้อ การแจกแจงประเด็น
  การออกแบบการวิจย         ั   การกาหนดประชากรเป้าหมาย             ี
                                                                วิธการเก็บรวบรวมข้อมูล
  การจัดระเบียบข้อมูล                                                         การวิเคราะห์
  การเสนอการอ่านผลการวิเคราะห์และการตีความหมายไปจนถึงการเขียนและเสนอรายงาน
  การวิจย ั                                                                ่
                                                                         ซึงกิจกรรมต่างๆ
  จะต้องดาเนินไปสู่เป้าหมายเดียวกันและเป็ นไปอย่างมีระเบียบแบบแผน
                                   ่
  และถูกต้องตามกฎเกณฑ์ทเี่ ป็นทียอมรับกันในวงการวิชาการ (สุชาติ ประสิทธิ ์รัฐสินธุ,์
  2546: 1-2)

            Scientific research is systematic, controlled, empirical, and critical investigation
   of hypothetical propositions about the presumed relations among phenomena.
   (Duane, 2005: 8)
                      หรือ                       ื
                                        ให้ระบุช่อ                             ้
                                                               และนามสกุลผูแต่งไว้นอกวงเล็บ
       ่ี ิ
ส่วนปีทพมพ์และหน้าให้ระบุไว้ในวงเล็บ ดังตัวอย่าง


  รูปแบบ

           เอกสารภาษาไทย: ชื่อผูแต่ง \\ นามสกุล \ (ปี: \ หน้า) \ ข้อความ . . .
                                ้
           เอกสารภาษาต่ างประเทศ: นามสกุลผูแต่ง \ (ปี: \ หน้า) \ ข้อความ . . .
                                              ้




                                               2
  ตัวอย่าง

                                                                       ั        ั ิ
          บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ ์ (2547: 19-21) อธิบายความหมายการวิจยเชิงปฏิบตการ
  ว่า
         ั                        ่
  การวิจยเป็นกระบวนการเชิงระบบทีใช้ในค้นคว้าหาข้อเท็จจริงหรือปรากฏการณ์ตามธรรมช
                              ุ ่                      ้
  าติอย่างมีระบบ ระเบียบและมีจดมุงหมายเพื่อให้ได้ความรูทเี่ ชื่อถือได้

          Duane (2005: 7-8) defines scientific research as follows: Scientific research
  is systematic, controlled, empirical, and critical investigation of hypothetical propositions
  about the presumed relations among phenomena.



                  หรือ                                         ื ้                 ่
                                                      ให้ระบุช่อผูแต่งและนามสกุลอยูนอกวงเล็บ
       ่ี ิ          ่
ส่วนปีทพมพ์และหน้าอยูในวงเล็บ ดังตัวอย่าง


  ตัวอย่าง

                                         ู
          ใน พ.ศ. 2545 เติมศักดิ ์ สุขวิบลย์ (2545: 42) ได้กล่าวว่า ความพึงพอใจ . . .

          In 1988, Oka (1988: 79) pointed out that factors . . .




                ่ี ี
        ในกรณีทมการอ้างอิงเอกสารซ้ากันในย่อหน้าเดียวกันและเนื้อหายังนามาจากช่วงหน้าเ
            ้        ่ี ิ                  ้      ้
ดียวกัน ไม่ตองระบุปีทพมพ์และหน้าในการอ้างตังแต่ครังที่ 2 ดังตัวอย่าง

  ตัวอย่าง

                           ู
        เติมศักดิ ์ สุขวิบลย์ (2545: 42-65) ได้กล่าวว่า ความพึงพอใจ . . .
                              ู
  นอกจากนี้ เติมศักดิ ์ สุขวิบลย์ ยังให้เหตุผลอื่น ๆ อีกหลายประการ เช่น . . .
                                           3
          Oka (1988: 79) pointed out that factors . . . Oka also suggested that . . .
                                 ั     ั         ่ ี                  ่
                     รายงานการวิจยหรือปญหาพิเศษทีมการอ้างอิงเอกสารทีเป็นภาษาต่างประเทศ
                ้
ให้ระบุนามสกุลผูแต่งตามภาษาต่างประเทศนัน ้         ๆ               ่ี ิ
                                                             และปีทพมพ์เป็ น       ค.ศ.
                   ่                           ่
หรือศักราชอื่นตามทีปรากฏในรายการเอกสารและสิงอ้างอิง พร้อมหน้า ดังตัวอย่าง


  ตัวอย่าง

                ่                      ้ ้ื                       ่
          จุดเริมต้นในการทาความเข้าใจผูซอ คือ การทาความเข้าใจถึงสิงกระตุ้น-การตอบสนอง
                                            ้ ้ื
  (Stimulus-Response, S-R Theory) ของผูซอ . . . (Kotler, 2000: 160)

         Gilmer     (1966:   245-255)     ให้ความหมายของความพึงพอใจในงานว่า
  เป็นผลของทัศนคติต่างๆ
              ่ ี                              ั
  ของบุคคลทีมต่อองค์ประกอบของงานมีความสัมพันธ์กบลักษณะงานสภาพแวดล้อมในการ
  ทางาน . . .

           อับดุล (เราะยับ ฮ.ศ. 1389: 89) กล่าวถึง . . .

                                                ู้
             2) การอ้างอิ งเอกสาร 1 เรื่องที่มีผแต่ง 2 คน

                         ื ้                                  ้
                การระบุช่อผูแต่งให้เป็นตามหลักเกณฑ์ในข้อ 1) ทัง 2 คน
      ้ ่ ี                  ี                 ่           ้      ้     ้
ทุกครังทีมการอ้างอิง โดยให้มคา และหรือ and อยูระหว่างนามผูแต่งทัง 2 คนนัน ดังตัวอย่าง


  รูปแบบ

            เอกสารภาษาไทย: ข้อความ . . . \ (ชื่อผูแต่ง \\ นามสกุล [คนที1] \ และ \
                                                  ้                   ่
        ้                  ่
  ชื่อผูแต่ง \\ นามสกุล[คนที2], \ ปี: \ หน้า)

         เอกสารภาษาต่ างประเทศ:                                      ้
                                           ข้อความ . . . \ (นามสกุลผูแต่งคนที่ 1 \ and \
           ้
  นามสกุลผูแต่งคนที่ 2, \ปี: \ หน้า)



                                              4
ตัวอย่าง

                ั
        การวิจยธุรกิจ หมายถึง
                                ่               ี   ่ ี
การศึกษาค้นคว้าถึงความจริงเกียวกับธุรกิจด้วยวิธการทีมหลักเกณฑ์ (Scientific Method)
                    ่ ีั
ถูกต้องตามระบบทีมวตถุประสงค์ทชดเจน่ี ั
              ้                               ั
และวิเคราะห์ขอมูลเพื่อให้ธุรกิจดาเนินงานบรรลุวตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ (นราศรี
                  ั
ไววนิชกุล และ ชูศกดิ ์ อุดมศรี, 2548: 5)

        The study of research methods provides you with the knowledge and skills
you needs to solve the problems and meet the challenges of a fact-paced decision-
making environment. We define business research as a systematic inquiry whose
objective is to provide information to solve managerial problems. (Cooper and
Schindler, 2003: 5)

รูปแบบ

        เอกสารภาษาไทย: ชื่อผูแต่ง \\ นามสกุล [คนที1] \ และ \ ชื่อผูแต่ง \\ นามสกุล
                                   ้             ่                 ้
    ่
[คนที2], \ (ปี: \ หน้า) \ ข้อความ. . .

        เอกสารภาษาต่ างประเทศ: นามสกุลผูแต่ง [คนที1] \ and \ นามสกุลผูแต่ง
                                        ้        ่                    ้
    ่
[คนที2], \ (ปี: \ หน้า) \ ข้อความ. . .



ตัวอย่าง

                                              ู
         อานาจ ธีระวนิช และ เติมศักดิ ์ สุขวิบลย์ (2548: 101) เสนอว่า . . .
                                                         ั
         Cooper and Schindler (2003: 5) อธิบายการวิจยว่า . . .




                                           5
                                                ู้
             3) การอ้างอิ งเอกสาร 1 เรื่องที่มีผแต่ง 3 คน

                                   ื ้                             ้
               การอ้างอิงต้องระบุช่อผูแต่งทุกคนในการกล่าวอ้างอิงครังแรก
                   ้              ื ้
ส่วนการอ้างอิงในครังต่อไปให้ระบุช่อผูแต่งคนแรกแล้วต่อด้วย               “และคณะ”
                                                             ื ้
สาหรับเอกสารภาษาไทย ส่วนเอกสารภาษาต่างประเทศให้ระบุช่อผูแต่งคนแรก แล้วต่อด้วย
                        ้
คาว่า และคณะ ในภาษานัน เช่น et al. สาหรับเอกสารภาษาอังกฤษ ดังตัวอย่าง

  รูปแบบ

          เอกสารภาษาไทย: ชื่อผูแต่ง \\ นามสกุล [คนที1], \ ชื่อผูแต่ง \\ นามสกุล [คนที2],
                                   ้                        ่         ้                   ่
               ้                     ่                                       ้
  \ และ \ชื่อผูแต่ง \\ นามสกุล [คนที3], \ (ปี) \ ข้อความ . . . (การอ้างอิงครังแรก)
                 ้                     ่                                             ้
          นามผูแต่ง \\ นามสกุล [คนที1] \ และคณะ \ (ปี) \ ข้อความ . . . (การอ้างอิงครังต่อไป)

         เอกสารภาษาต่ างประเทศ: นามสกุลผูแต่ง [คนที1], \ นามสกุลผูแต่ง [คนที2], \
                                                   ้         ่              ้        ่
                 ้        ่                                         ้
  and \ นามสกุลผูแต่ง [คนที3], \ (ปี) \ ข้อความ . . . (การอ้างอิงครังแรก)
                   ้         ่                                                ้
         นามสกุลผูแต่ง [คนที1] \ et al. \ (ปี) \ ข้อความ . . . (การอ้างอิงครังต่อไป)


  ตัวอย่าง

                            ู
          เติมศักดิ ์ สุขวิบลย์, จุฑามาศ ทวีไพบูลย์วงษ์, และ วีณา ไกรสรกิตติกุล (2549:
                                          ้          ่
  22 ) ได้ทาการศึกษา. . .(การอ้างอิงครังแรกในงานทีเขียน)
                              ู
          เติมศักดิ ์ สุขวิบลย์ และคณะ (2549: 75-82) สรุปผลการประเมิน. .
                     ้
  .(การอ้างอิงในครังต่อไปในแต่ละย่อหน้า)
          นอกจากนี้ เติมศักดิ ์ สุขวิบูลย์ และคณะ ยังได้เสนอแนะ. . . .

           McCracken, Warmbrod, and Miller (1998: 87 ) suggested that. . . . (first
  citation in text)
           McCracken et al. (1998: 92-99) found . . . (subsequent first citation per
  paragraph thereafter)
           McCracken et al. also found. . . (omit year after first citation within a
  paragraph)
                                             6
                                    ้       ้         ้             ื ้
                   หากในการอ้างอิงตังแต่ครังที่ 2 ไปนัน การไม่ระบุช่อผูแต่งทุกคน
                                          ่
แล้วก่อให้เกิดความสับสนระหว่างเอกสาร 2 เรือง เช่น

                         ู
       เติมศักดิ ์ สุขวิบลย์, จุฑามาศ ทวีไพบูลย์วงษ์, และ วีณา ไกรสรกิตติกุล (2549: 22)
                           ู
       เติมศักดิ ์ สุขวิบลย์, อานาจ ธีระวนิช, และ วีณา ไกรสรกิตติกุล (2549: 108)
หรือ
       McCracken, Warmbrod, and Miller (2000: 95)
       McCracken, Newcomb, and Warmbrod (2000: 101)

                    ขอให้ระบุช่อผูแต่งทุกคนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสับสน
                               ื ้

                                                ู้
             4) การอ้างอิ งเอกสาร 1 เรื่องที่มีผแต่งมากกว่า 3 คน

                            ื         ื ้
                 ในการระบุช่อให้ระบุช่อผูแต่งคนแรก แล้วต่อด้วย      “และคณะ”
                                                                           ้
สาหรับเอกสารภาษาไทย ส่วนเอกสารภาษาต่างประเทศ ให้ต่อด้วยคาว่าและคณะในภาษานั นๆ
เช่น et al..สาหรับเอกสารภาษาอังกฤษ


  รูปแบบ

           เอกสารภาษาไทย: ชื่อผูแต่ง \\ นามสกุล [คนที1] \ และคณะ \ (ปี) \ ข้อความ . . .
                                ้                   ่

           เอกสารภาษาต่ างประเทศ: นามสกุลผูแต่ง [คนที1] \ et al. \ (ปี) \ ข้อความ . . .
                                           ้        ่



  ตัวอย่าง

                             ู
           เติมศักดิ ์ สุขวิบลย์ และคณะ (2542: 98) ได้อธิบายไว้ว่า . . .

           Redick et al. (1996: 72) เสนอว่า . . .
           Redick et al. (1996: 86-89) suggested that . . .



                                               7
                                            ้
              หากในการอ้างอิงระบุเฉพาะชื่อผูแต่งคนแรกแล้วทาให้เกิดการสับสน
                  ่ ่ ี ู้
ระหว่างเอกสาร 2 เรือง ทีมผแต่งมากกว่า 3 คน เช่น

                                                      ิ
    เติมศักดิ ์ สุขวิบูลย์, วารุณี ตันติวงศ์วาณิช, ศิรนุช อินละคร, และ จุฑามาศ ทวีไพบูลย์วงษ์
(2549: 8)

                                                           ุ
    เติมศักดิ ์ สุขวิบูลย์, วารุณี ตันติวงศ์วาณิช, นิภา นิรตติกุล, และ จุฑามาศ ทวีไพบูลย์วงษ์
(2549: 83)
หรือ
        Redick, Gritzmacher, Laster, Dohner, and Bailey (1996: 125)
        Redick, Gritzmacher, Bailey, Clawson, and Conone (1996: 201)

                           ื ้             ่               ้     ่
                ขอให้ระบุช่อผูแต่งคนต่อมาเรือย ๆ จนถึงนามผูแต่งทีไม่ซ้ากัน ดังตัวอย่าง

  ตัวอย่าง

                                                             ิ
           เติมศักดิ ์ สุขวิบูลย์, วารุณี ตันติวงศ์วาณิช, ศิรนุช อินละคร และคณะ (2549: 8)
                                                                  ุ
           เติมศักดิ ์ สุขวิบูลย์, วารุณี ตันติวงศ์วาณิช, นิภา นิรตติกุล และคณะ (2549: 83)

           Redick, Gritzmacher, Laster et al. (1996: 125)
           Redick, Gritzmacher, Bailey et al. (1996: 201)


                                     ู้
             5) การอ้างอิ งเอกสารที่ผแต่งเป็ นสถาบัน

                                  ้         ื
                ในการอ้างอิงทุกครังให้ระบุช่อเต็มของสถาบัน ดังตัวอย่าง

  ตัวอย่าง

           ธนาคารกสิกรไทย จากัด (มหาชน) (2547: 21)
                    ่
           (สถาบันสิงแวดล้อมไทย, 2545: 101)

           Ohio State University (1999: 41)
           (World Bank, 2002: 17)           8
                           ้
               ถ้าสถาบันนันเป็นหน่วยงานของรัฐบาล
         ื      ่
การระบุช่อควรเริมต้นชื่อในระดับกรมหรือต่ากว่า ดังตัวอย่าง


  ตัวอย่าง

                                ั
          สานักงานคณะกรรมการวิจยแห่งชาติ (2548: 5)
          (กรมวิชาการเกษตร, 2545: 42)

          Office of Agricultural Economics (1999: 23)
          (Royal Irrigation Department, 2000: 45)




                                ้          ื
                 หากชื่อสถาบันนันยาวและมีช่อย่อ
               ้            ื                      ี ื
ในการอ้างอิงครังแรกให้ระบุช่อเต็มของสถาบัน และให้มช่อย่อในวงเล็บตรง
                    ้                ื
ส่วนในการอ้างอิงครังต่อ ๆ ไปให้ระบุช่อย่อของสถาบัน ดังตัวอย่าง


  ตัวอย่าง

                        ้
          การอ้างอิ งครังแรก
                           ู ่ ิ
          (สานักงานการปฏิรปทีดนเพื่อเกษตรกรรม [ส.ป.ก.], 2542: 105)
          (Food and Agriculture Organization [FAO], 1997: 61)

                        ้
          การอ้างอิ งครังต่อ ๆ ไป
          (ส.ป.ก., 2542: 109)
          (FAO, 1997: 63)




                                            9
                                                 ู้
             6) การอ้างอิ งเอกสารหลายเรื่องที่มีผแต่งคนเดียวกัน (ชุดเดียวกัน)

                       ่ี ่ี ิ                 ื ้            ้
                ในกรณีทปีทพมพ์ต่างกัน ให้ระบุช่อผูแต่งเพียงครังเดียว
           ่ี ิ                           ่                     ่
แล้วระบุปีทพมพ์และหน้าตามลาดับ โดยใช้เครืองหมายจุลภาค (,) คันระหว่างปี ดังตัวอย่าง


  ตัวอย่าง

         สานักงานเศรษฐกิจการเกษตร (2526: 78 , 2530: 105, 2534: 24)
                            ู
         (เติมศักดิ ์ สุขวิบลย์, 2545: 52, 2547: 102)

         World Bank (1982: 95, 1985: 49, 1986: 51)
         (Zikmund, 1992: 54, 2000: 195)



                      ่ี ่ี ิ             ั
               ในกรณีทปีทพมพ์ซ้ากันให้ใช้อกษร        ก                 ข             ค
          ่ี ิ
ตามหลังปีทพมพ์สาหรับเอกสารภาษาไทยและใช้อกษร ั          a                b            c
          ่ี ิ
ตามหลังปีทพมพ์สาหรับเอกสารภาษาต่างประเทศ ดังตัวอย่าง


  ตัวอย่าง

          กรมชลประทาน (2533ก: 62, 2533ข: 111)
          (สานักงานเศรษฐกิจการเกษตร, 2534ก, 2534ข)

          Neuman, (2003a: 11, 2003b: 88)
          (Zikmund, 1986a: 102, 1986b: 98)



                                                 ู้
             7) การอ้างอิ งเอกสารหลายเรื่องที่มีผแต่งหลายคน (หลายชุด)




                                          10
                                  ื ้               ่ี ิ
               การอ้างอิงให้ระบุช่อผูแต่งเรียงตามปีทพมพ์จากน้อยไปมาก
  ่       ่
คันด้วยเครืองหมาย ; ดังตัวอย่าง



  ตัวอย่าง

                                                ู
  (อานาจ ธีระวนิช, 2529: 101; เติมศักดิ ์ สุขวิบลย์, 2542: 82; จุฑามาศ ทวีไพบูลย์วงษ์,
               ิ                                  ุ                            ิ
  2545: 13; ศิรนุช อินละคร, 2547: 120; นิภา นิรตติกุล, 2548: 54 และ อาพล วิจตขจี,
  2548: 112)

  (Cavana, et al., 2001: 73; Salkind, 2003: 60; Sekaran, 2003: 113; Duane, 2005: 84;
  Churchill and Iacobucci, 2005: 120)

  (Cooper and Schindler, 2006: 104; กุณฑลี เวชสาร, 2546: 19; ดวงใจ วีสกุล, มารศรี
  ผลาชีวะ, สุภาพ เดชะรินทร์ และสรชัย พิศาลบุตร, 2546: 87)


                                                ้
             8) การอ้างอิ งเอกสารที่ไม่ปรากฏนามผูแต่ง

                   ่ี               ้             ่           ้
             กรณีทไม่สามารถหานามผูแต่งหรือเอกสารทีไม่ระบุนามผูแต่งให้ใช้คาว่า
“นิรนาม”        สาหรับเอกสารภาษาไทย             และคาว่า              “Anonymous”
                               ้
สาหรับเอกสารภาษาอังกฤษแทนชื่อผูแต่ง ดังตัวอย่าง

  ตัวอย่าง

          (นิรนาม, 2546: 93)
          (Anonymous, 1999: 118)


                                       ู้                                        ้
             9) การอ้างอิ งเอกสารที่มีผทาหน้ าที่ เป็ นบรรณาธิ การ ผู้รวบรวมหรือผูแปล

                           ื             ้             ้
                ขอให้ระบุช่อบรรณาธิการ ผูรวบรวม หรือ ผูแปล ดังตัวอย่าง



                                            11
  ตัวอย่าง

          (พรพรหม พรหมเพศ, 2547: 107)
           10) การอ้ and บทวิ จารณ์
          (Berenson างอิ งLevine, 1999: 126)

                           ื ้ิ
                ขอให้ระบุช่อผูวจารณ์ ดังตัวอย่าง

  ตัวอย่าง

         (ประเวศ วะสี, 2545: 5)
         (Miller, 2002: 3)


             11) การอ้างอิ งสองทอด

                      ่ี
                 กรณีทไม่สามารถสืบค้นจากเอกสารต้นฉบับ
                             ่ ู้ ื ้
จาเป็ นต้องสืบค้นจากเอกสารทีผอ่นได้อางอิงไว้แล้ว (secondary source) สามารถระบุได้ 2
แบบ คือ

                             ้     ่         ้ ื
             (1) การอ้างอิงผูเขียนทีนาผลงานผูอ่นมาอ้างอิง เช่น อานาจ  ธีระวนิช
เขียนตาราใน พ.ศ. 2548 ได้อางอิง Neuman (1996:105) ให้ระบุช่อผูแต่ง
                                     ้                                 ื ้
    ่ี ิ
ปีทพมพ์หน้าของเอกสารอันดับรอง ตามด้วยคา “อ้างถึง” สาหรับเอกสารภาษาไทย หรือคา
                                                 ื ้       ่ี ิ
“cited” สาหรับเอกสารภาษาอังกฤษ แล้วระบุช่อผูแต่งและปีทพมพ์ของเอกสารอันดับแรก
ดังตัวอย่าง


  ตัวอย่าง

          (อานาจ ธีระวนิช, 2548: 59 อ้างถึง Neuman, 1996: 105)
                                                            ิ
          (จุฑามาศ ทวีไพบูลย์วงษ์, 2548: 89 อ้างถึง อาพล วิจตขจี, 2545: 11)

          (Cooper and Schindler, 2006: 250 cited Zikmund, 2003: 105)



                                            12
                 (2)                               ื ้
                                การอ้างอิงโดยระบุช่อผูแต่งต้นฉบับ         (original)
  ่ ู้ ื
ทีผอ่นนามาอ้างอิงต่อในกรณีหนังสือของเติมศักดิ ์                ู
                                                         สุขวิบลย์ (2548:   45-50)
         ื ้       ่ี ิ
ให้ระบุช่อผูแต่งปีทพมพ์ และหน้าตามด้วย “อ้างใน” สาหรับเอกสารภาษาไทยหรือคาว่า “cited
                                       ื ้ ่ี          ้
in” สาหรับเอกสารภาษาอังกฤษ แล้วระบุช่อผูทนาผลงานนันมาอ้างอิง


  ตัวอย่าง

         (Sekaran, 2003: 75 อ้างใน เติมศักดิ ์ สุขวิบลย์, 2548: 45-50)
                                                     ู
                   ิ
         (อาพล วิจตขจี, 2545: 89 อ้างใน พิมพ์พรรณ สุจารินพงค์, 2548: 120)
         (Sekaran, 2003: 187 cited in Cooper and Schindler, 2006: 103)



             12) การอ้างอิ งส่วนหนึ่ งของเอกสารรวมบทความหรือบทความในวารสาร


                                                                      ่ ี ู้
        ในการอ้างอิงส่วนหนึ่งของเอกสารรวมบทความหรือบทความในวารสารทีมผเขียนแต่ละ
                      ้         ้             ่ ้
ส่วนให้ระบุเฉพาะชื่อผูแต่งหรือผูเขียนของส่วนทีตองการอ้างอิง ปีและหน้า

             13) การอ้างอิ งเอกสารที่ไม่ปรากฏปี ที่พิมพ์

                         ่ ้       ่ี ิ
              ในตาแหน่งทีตองระบุปีทพมพ์ ให้ระบุ ม.ป.ป. สาหรับเอกสารภาษาไทย และ
n.d. สาหรับเอกสารภาษาอังกฤษ ดังตัวอย่าง

  ตัวอย่าง

                    ่
         (สถาบันเพิมผลผลิตแห่งชาติ, ม.ป.ป.: 11)
         (Glicken, n.d.: 5)


             14) การอ้างอิ งหนังสือพิ มพ์


                                            13
                       ้       ่            ื                           ่ี ิ
                  กรณีอางข่าวทัวไป ให้ระบุช่อหนังสือพิมพ์เป็นตัวเข้ม ปีทพมพ์และหน้า
ดังตัวอย่าง




  ตัวอย่าง

              (มติชน, 2546: 15)
              (ไทยรัฐ, 2549: 12)
              (Bangkok Post, 2004: 5)
              (The Nation, 2005: 7)


                          ้                                   ่ี ี ื ้
                 ในกรณีอางคอลัมน์หรือบทความในหนังสือพิมพ์ทมช่อผูเขียน
                                        ื ้        ่ี ิ
ไม่ว่าจะเป็นชื่อจริงหรือนามแฝง ให้ระบุช่อผูเขียนปีทพมพ์และหน้า ดังตัวอย่าง

  ตัวอย่าง

              (ประเวศ วะสี, 2542)
              (ซี.12, 2546)
              (Twain, 1890)



               15) การอ้างอิ งอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เอกสาร

                          ่        ่
              การอ้างอิงสิงอื่นๆ ทีไม่ใช่เอกสาร เช่น เทปบันทึกเสียง
                                                            ื ้ั           ้ั
เทปรายการวิทยุหรือรายการโทรทัศน์ ภาพสไลด์ เป็นต้น ให้ใส่ช่อผูจดรายการหรือผูจดทา
      ่ี ั
และปีทจดทา ดังตัวอย่าง

  ตัวอย่าง

              (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2545)
                              ั
              (สรยุทธ สุทศนะจินดา, 2548)
              (เจิมศักดิ ์ ปิ่นทอง, 2540)
                                            14
             16) การอ้างอิ งการสื่อสารระหว่างบุคคล

               การสื่อสารระหว่างบุคคลอาจจะเป็ นจดหมาย จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ โทรเลข
                       ั ิ
โทรสาร เป็นต้น ให้ปฏิบตตามตัวอย่าง ดังนี้


  ตัวอย่าง

           (พิมพรรณ สุจารินพงค์, 2549: 1)
           (Judd, Smith and Kidder, 1991)



             17) การอ้างอิ งอิ นเทอร์เน็ต


                                                 ่ ั ั
        ในการอ้างอิงแหล่งข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตทีปจจุบนนิยมถูกนามาใช้ในการอ้างอิง
                                               ้
จาเป็ นต้องตรวจสอบความน่าเชื่อถือต่างๆ พร้อมทังมีรายละเอียดการอ้างอิง ดังนี้


  รูปแบบ

         ้                                                              ่ี ื
  (ชื่อผูเขียน, \\ ปี: \ หน้า (ถ้ามี). ระบุ website., \ วัน \เดือน \ ปีทสบค้นข้อมูล)



ตัวอย่าง

    (คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. 2548: 1-2. www.ms.src.ku.ac.th, 13
ธันวาคม 2549)


                                               15
                               ้
        1.2 การอ้างอิ งเอกสารทังเอกสารโดยรวม

                                       ้
           รูปแบบการอ้างอิงเอกสารทังเอกสารโดยรวม
   ่                                 ้         ้ ่
ซึงจะเป็นการสรุปแนวคิดจากเอกสารทังเล่มหรือทังเรือง
ในแง่ความน่ าเชื่อถือการสรุปสาระสาคัญค่อนข้างน้ อยกว่าการอ้างอิ งที่ระบุหน้ าการอ้าง
อิ ง
                       ั      ั
ส่วนใหญ่รายงานการวิจยหรือปญหาพิเศษสายสังคมศาสตร์และพฤติกรรมศาสตร์ไม่นิยมใช้การ
            ้
อ้างอิงแบบทังเอกสารโดยรวม
สาหรับรูปแบบให้ใช้วธเี ดียวกันกับการอ้างอิงเอกสารเฉพาะบางหน้าของเอกสารทั้งหมด
                    ิ
        ี
โดยไม่มการระบุหน้าเท่านัน ้


  รูปแบบ

              เอกสารภาษาไทย : ข้อความ . . . \ (ชื่อผูแต่ง \\ นามสกุล, \ ปี)
                                                     ้
              เอกสารภาษาต่ างประเทศ : ข้อความ . . . \ (นามสกุลผูแต่ง, \ ปี)
                                                                   ้



               หรือ ให้ระบุช่อ และนามสกุลผูแต่งไว้นอกวงเล็บ ส่วนปีทพมพ์ให้ระบุไว้ในวงเล็บ
                             ื             ้                       ่ี ิ
ดังตัวอย่าง

  รูปแบบ

              เอกสารภาษาไทย: ชื่อผูแต่ง \\ นามสกุล \ (ปี) \ ข้อความ . . .
                                   ้
              เอกสารภาษาต่ างประเทศ: นามสกุลผูแต่ง \ (ปี) \ ข้อความ . . .
                                                 ้




                                              16
     ตัวอย่าง

            ข้อความ .... (ภูวาเดช โหราเรือง, 2548)
            ข้อความ .... (ธนาคารแห่งประเทศไทย, 2544)
            ข้อความ .... (Duane, 2005)
            ทรงพร หาญสันติ (2549) อธิบายไว้ว่า....
            Cooper and Schindler (2006) pointed out that…


          1.3. การอ้างอิ งข้อมูลในตารางและภาพ


                                          ่            ้ ื           ื            ้
          ในการอ้างอิงข้อมูลในตารางและภาพทีนามาจากงานผูอ่นขอให้ระบุช่อและนามสกุลผูแ
       ่ี ิ                            ่
ต่ง ปีทพมพ์ และหน้าของเอกสารไว้ตรงทีมาใต้ตารางและภาพ ดังตัวอย่าง


     ตัวอย่าง

              ่
            ทีมา: สิตาภา บัวเกษ (2548ก: 12)
                ่                        ั
            ทีมา: สานักงานคณะกรรมการวิจยแห่งชาติ (2541: 14-15)
                  ่
            ทีมา: Sekaran (2003: 10)
            Source: Zikmund (2003: 431)



2.      การอ้างอิ งแบบเชิ งอรรถ

                                                 ่
       สาหรับรูปแบบนอกจากการอ้างอิงในเนื้อหาทีกล่าวมาแล้ว
อาจเขียนอ้างอิงในลักษณะเชิงอรรถแบบอธิบายเนื้อหา(content                        footnote)
  ่                        ่
ซึงอาจจะก่อให้เกิดความยุงยากบางในกรณีแก้ไขเนื้อหาสาระสาคัญ
ส่วนใหญ่ใช้กรณีทผเขียนต้องการแยกข้อความนันออกจากเนื้อหาของรายงานการวิจยหรือปญห
                  ่ ี ู้                    ้                                ั      ั
าพิเศษเพื่อป้องกันความสับสนแก่ผอ่าน
                               ู้
                         ่              ้      ่        ู้
ข้อความในเชิงอรรถทีอธิบายเนื้อหาหรือให้ขอมูลเพิมเติมแก่ผอ่านต้องเขียนไว้ตอนล่างของหน้า
นันๆ้                                              ่
                                    โดยมีเส้นขีดคันระหว่างเนื้อหาของรายงานและเชิงอรรถ


                                           17
         ่        ่
เส้นขีดคันนี้จะเริมจากระดับตัวอักษรด้านซ้ายในหน้ารายงานลากไปทางด้านขวายาวประมาณ 1
                                                            ั
ใน 3 ของความกว้างของหน้ากระดาษ (ประมาณ 2 นิ้ว) และให้ใช้อกษรขนาด 14 pt.

                                            ั             ่
        บรรทัดสุดท้ายของเนื้อหารายงานการวิจยและเส้นขีดคันต้องเว้นบรรทัดอย่างน้อย 1
                          ่           ่                                ้
ระยะบรรทัดถัดจากเส้นขีดคันลงมา ซึงให้ออกหมายเลขกากับเชิงอรรถนันโดยเริมจาก 1 ่
  ่
เรือยไปจนจบบทนันๆ  ้             (หากมีเชิงอรรถน้อยกว่า               3           แห่ง
                               ่
ในเนื้อหาบทเดียวกันอาจใช้เครืองหมายดอกจัน               (*)              แทนตัวเลขได้)
                             ่                                    ่ ้
ตาแหน่งของหมายเลขหรือเครืองหมายดอกจันต้องพิมพ์ต่อจากข้อความทีตองการขยายความเ
ป็นตัวยกลอย                                                               (superscript)
                 ้                  ่              ่ ้
หมายเลขกากับนี้ตองตรงกับหมายเลขทีให้ไว้ในเนื้อหาทีตองการใช้เชิงอรรถอธิบาย
                                                        ื
คาอธิบายของเชิงอรรถแต่ละอันต้องจบในหน้าเดียวกันโดยให้ถอเชิงอรรถเป็นส่วนหนึ่งของหน้า


                                           ้
        2.1 เชิ งอรรถแบบอธิ บายเนื้ อหาโดยผูเขียนเอง

                                                 ่         ้
            ในระบุเชิงอรรถเป็ นคาอธิบายเนื้อหาเพิมเติมโดยผูเขียนเอง                 คือ
  ้           ้
ผูเขียนไม่ได้อางอิงเอกสารอื่น (ตัวอย่างที่ 1-4)



  ตัวอย่างที ่ 1

                ั ั         ้ ่
            ในปจจุบนบริเวณพืนทีนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด
                                             ้
  และนิคมอุตสาหกรรมใกล้เคียงไม่สามารถจัดตังโรงงานผลิตหรือปรับปรุงเพื่อขยายกาลังผลิ
                                ่
  ตให้เต็มขีดความสามารถตามทีออกแบบตอนจัดตัง     ้
              ั                     ่             ั
  เนื่องจากปญหามลพิษทางอากาศทีกาลังประสบปญหาค่อนข้างรุนแรงโดยเฉพาะภายหลังก
  ารนาเสนอผลการวิเคราะห์มลพิษทางอากาศด้วยโมเดลการวิเคราะห์
                                  ่
  จึงจาเป็ นมีการกาหนดมาตรการทีเหมาะสมและสามารถทาให้ภาคอุตสาหกรรมขยายกาลัง
                                                           ่ี
  การผลิต โดยเฉพาะอุตสาหกรรมปิโตรเลียม ปิโตรเคมีและเคมีทกาลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
                                                        ั
  ประกอบกับปริมาณน้ าใช้สาหรับอุตสาหกรรมบางปีประสบปญหาการขาดแคลนอย่างมาก
          ้
  ทาให้ตองวางแผนจัดหาแหล่งน้ าดิบแห่งใหม่ให้เพียงพอกับการขยายอุตสาหกรรมปิโตรเลียม
  และปิโตรเคมีระยะที่ 2 1


  1
        ่
      เมือปี พ.ศ. 2547-2548 โรงงานอุตสาหกรรมปิโตรเลียม
                      ี                                    ่ ี        ่ ้
  ปิโตรเคมีและเคมีมการขยายตัวอย่างมากจากความต้องใช้น้ามันทีมปริมาณเพิมขึน
  ขณะเดียวกัน                            18
    ั                                   ้ ่                       ่ ี
  ปญหามลพิษทางอากาศในภาพรวมของพืนทีนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดทีมปริมาณมากขึ้
ตัวอย่างที ่ 2

        If we examine the distribution of farmers in a yield-water space, the respective
positions of individual farmers are already stabilized. Hence, an overall improvement
in system performance may not be easily expected.2


2
  On the contrary, if one assumes that relative positions of farmers are not rigid, removal
of water constraints alone could help improve production by about 20 percent in
some systems.




ตัวอย่างที ่ 3

          ั     ้
        ปญหาพืนฐานสาหรับประเทศด้อยพัฒนาหรือประเทศกาลังพัฒนาต่างๆ
  ่ ี
ทีมการเร่งรัดพัฒนา
โดยอาศัยกระบวนการพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อให้สามารถสร้างอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิ
จ                 จึงระดมทรัพยากรต่างๆ                    ้                ่ี ื
                                                    รวมทังทรัพยากรธรรมชาติทถอว่า
เป็นทุนแห่งการพัฒนาประเภทหนึ่ง
                      ั                  19
        ่                 ่                  ้          ่                ่
จนกระทังก่อให้เกิดปญหาสิงแวดล้อมอย่างมากทังแง่ปริมาณทีลดลงและคุณภาพทีเสื่อมโท
รม                                                                ่          ่
                            ด้วยลักษณะอุปสงค์และอุปทานในทรัพยากรสิงแวดล้อมนันเอง
  ตัวอย่างที ่ 4

          The World Bank alone provided over $11 billion in loans for irrigation and
  drainage projects between 1974 and 1985 and other $7.5 billion for area development
  projects that frequently included substantial irrigation activities.4


  4
      See Appendix A



                                           ้
        2.2 เชิ งอรรถแบบอธิ บายเนื้ อหาโดยผูเขียนอ้างอิ งเอกสาร

                                              ่
          ลักษณะเชิงอรรถเป็นคาอธิบายเนื้อหาเพิมเติม
              ่                ้ ้
โดยคาอธิบายเพิมเติมในเชิงอรรถนัน ผูเขียนรายงานอ้างอิงนามาจากเอกสารอื่นๆ (ตัวอย่างที่
5-6)


  ตัวอย่างที ่ 5

                         ี
           การปรับปรุงวิธการงบประมาณของหน่วยงานราชการ
            ั              ี
  ผลการวิจยการปรับปรุงวิธการงบประมาณของกระทรวงมหาดไทยพบว่า
    ั    ่                        ี             ั้ ั          ั
  ปญหาทีส่งผลกระทบการปรับปรุงวิธการงบประมาณมีทงปจจัยภายนอกและปจจัยภายในอง
  ค์กร 5                               20
  ตัวอย่างที ่ 6

           The least expensive irrigation sites have already been developed in most of
  these countries. The costs of new investments in large-scale projects tend to rise
  faster than farm produce prices.6 Thus, the rate of new irrigation water made available
  to farmers from new large-scale projects will slow considerably.


  6
   Average costs per additional hectare irrigated by some new projects have increased
 from less than $1,000 to over $5,000, and in a few cases, have even reached
 $10,000 (Yudelman, 1989: 61).
3 การอ้างอิ งแบบคัดลอกข้อความ




                                                      ั      ั
       ในการอ้างอิงแบบคัดลอกข้อความในรายงานการวิจยหรือปญหาพิเศษสามารถช่วยเพิม     ่
                           ่                                                ั
คุณค่าหรือน้ าหนักหลักฐานทีนามาใช้สนับสนุนข้อความเนื้อหาสาระและผลการศึกษาวิจย
                     ้               ้                   ่
การคัดลอกข้อความนันถ้าเป็นข้อความสันๆ ให้เขียนไว้ในเครืองหมายอัญประกาศ (“___”)
หากข้อความมีความยาวติดต่อกันเกินกว่า                       3                  บรรทัด
    ้        ่                         ิ ิ
ไม่ตองใส่เครืองหมายอัญประกาศแต่ให้พมพ์ตดต่อกันไปโดยด้านซ้ายของข้อความทุกบรรทัดอ


                                           21
  ่
ยูในระดับเสมอกับย่อหน้า           (block           quotation)              นอกจากนี้
                                     ่                      ้
การอ้างอิงแบบคัดลอกข้อความควรมีเท่าทีจาเป็นและเหมาะสม เท่านัน

                      ั
          ข้อความที่คดลอกมาไม่เกิ น        3       บรรทัด         ิ
                                                              ให้พมพ์ต่อไปในเนื้อความ
       ้ ้                       ้      ้
โดยไม่ตองขึนบรรทัดใหม่ แต่ให้ใส่ขอความนันไว้ในเครื่องหมายอัญประกาศ

                        ั
             ข้อความที่คดลอกมาเกิ นกว่า               3                         บรรทัด
              ้     ่
การพิมพ์ไม่ตองใส่เครืองหมายอัญประกาศกากับ
      ้ึ              ิ
ขอให้ขนบรรทัดใหม่พมพ์ย่อหน้าเข้ามาโดยเว้น   1     tab    (อัตโนมัต)ิ       ทุกบรรทัด
         ่ี ี ่                ่ ั        ่
และกรณีทมยอหน้าในข้อความทีคดลอกมาให้เพิมย่อหน้าเข้ามาอีก       3            ตัวอักษร
                           ่ ั
จากย่อหน้าเดิมของข้อความทีคดลอก

                 ้                   ่ ั             ิ     ่
            กรณีตองการเว้นข้อความทีคดลอกมาบางส่วนให้พมพ์เครืองหมายจุด       3         ้
                                                                                   ครัง
โดยพิมพ์เว้นระยะห่างกัน 1 ตัวอักษร (. . .)


             1) การคัดลอกข้อความจากต้นฉบับโดยตรง

                                                                              ่
                     ในการคัดลอกข้อความยกมาหมดอย่างครบถ้วนและเหมือนกับหลักฐานทีปรากฏ
   ่              ่้
อยูในเอกสารทีอางอิงทุกประการ
                ่ี ้                        ่                ่
(ยกเว้นกรณีทตองการละข้อความบางส่วนดังทีกล่าวไว้ในย่อหน้าทีแล้ว )
                                     ั                   ้
ในกรณีทเี่ ป็ นภาษาต่างประเทศให้คดลอกข้อความเป็นภาษานัน (ดังตัวอย่างที่ 1-3)


  ตัวอย่างที ่ 1

            ความพึงพอใจ               ตรงกับภาษาอังกฤษว่า              satisfaction
    ่     ี ั
  ซึงได้มนกวิชาการหลายคนได้ทาการศึกษาและให้ความหมายไว้แตกต่างกัน เช่น “. .
                     ่ ่
  .ความพึงพอใจเป็ นสิงทีทาให้ทุกคนเกิดความสบายใจ
                                                                     ั
  เนื่องจากสามารถตอบสนองความต้องการของเขา ทาให้เกิดความสุข. . .” (อุทย หิรญโต,ั
  2523: 272)




                                         22
   ตัวอย่างที ่ 2

            Babbie (2001: 284) stated that:

            Grounded theory originated from the collaboration of Barney Glaser and
            Anselm Strauss, sociologists who brought together two main traditions of
            research, positivism and interactionism. Essentially, grounded theory is the
            attempt to derive theories from an analysis of the patterns, themes, and
            common categories discovered in observational data.




ตัวอย่างที ่ 3

            องค์ความรูในท้องถินหรือทีเรียกกันว่า
                            ้       ่       ่                                 ิ ั
                                                                          ภูมปญญาชาวบ้าน
                ้              ้ ้ิ           ่           ิ           ่ ้    ่่
 ได้ก่อตัวขึนจากการต่อสูดนรนเพื่อทีจะมีอยู่ มีกน และจากการทีตองอยูรวมกัน ในชุมชน
   ่
 ซึงการทามาหากินได้ก่อให้เกิดวัฒนธรรมการผลิตโดยเฉพาะการผลิตแบบเกษตรกรรม
 อันนาไปสู่การคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีต่าง                           ๆ                       เช่น
        ั้
 การปนคันนาเพื่อกักเก็บน้ าสาหรับการปลูกข้าว                                           เป็ นต้น
            ้                                          ่ ั
 การต่อสูเพื่อความอยู่รอดของชาวบ้านล้วนต้องอยูกบธรรมชาติ
                                         ั
 จึงเกิดการจัดระบบความสัมพันธ์กบธรรมชาติประกอบกับความต้องการการอธิบายเกียวกับ          ่
 ธรรมชาติรอบตัว                                             ิ
                                    ความเป็นไปของโลกและชีวตจึงพัฒนาเป็ น            “ความเชื่อ”
           3.2 การคัดลอกข้อความทางอ้อม
                                                    ่             ี
 จึงเกิดระบบคุณค่าและการรับศาสนาเข้ามาอยูในชุมชนพร้อมพิธกรรมต่างๆ ดังที่ สุรเชษฐ์
              ั
 เวชชพิทกษ์ (2534: 95) อธิบายว่า
                  เป็นการถอดข้อความจากภาษาเดิม เช่น
ถอดข้อความจากภาษาอังกฤษมาเป็นภาษาไทย
                                                ั               ่
                   . . .การผลิตมีความสัมพันธ์กบวัฒนธรรมการอยู่รวมกันอย่างแนบแน่น
                                                  ั     ่
            การเพาะปลูกพืชผลการเกษตรมีปจจัยเกียวกับดิน น้ า และแรงงานมาเกียวข้อง  ่
                                      ่ ่ ิ                         ี
            จึงต้องมีการจัดการเรืองทีดนทากินให้เหมาะสม เพื่อมิให้มการขัดแย้ง
                        ้
            จึงเกิดผูนาชุมชน เช่น ภาคอีสานมีกาดบ้าน ภาคเหนือมีพ่อหลวง
                                                    23
                          ี
            ภาคใต้มนายบ้าน การจัดระบบเหมืองฝาย ในภาคเหนือมีแก่เหมือง แก่ฝาย
                     ้ั
            เป็นผูจดการ
         ี                      ่ ั            ้            ้          ้      ้
ในกรณีน้การอ้างอิงแหล่งข้อความทีคดลอกมาให้ระบุดวยว่าแปลโดยผูเขียนหรือผูหนึ่งผูใด
(ดังตัวอย่างที่ 4)




ตัวอย่างที ่ 4

              ่                       ิ
          การทีจะทากิจกรรมต่างๆ ในชีวตประจาวัน ต้องมีการจัดเตรียม
วางแผนกิจกรรมไว้ล่วงหน้า ต้องมีการบันทึก การจัดระบบความคิด
        ่                           ่ ี                           ่
และเครืองมือในการจัดระบบความคิดทีมประสิทธิภาพสูงสุดและเรียบง่ายทีสุดคือ Mind
      ่
Map ซึง

                                  ั       ่
             Mind Map เปรียบได้กบแผนทีเมืองใหญ่ ๆ ศูนย์กลางหรือแก่นแกนของ Mind
                                                   ่                   ่      ่
         Map ก็เหมือนศูนย์กลางของเมือง มันคือหัวเรืองหลัก หรือประเด็นทีสาคัญทีสุด
                             ่ ิ่
         ถนนสายหลักต่าง ๆ ทีวงออกจากจุดศูนย์กลาง
                                      ่ ่            ่
         ก็เปรียบเสมือนความคิดหลักทีเกียวข้องกับหัวเรือง ถนนสายรอง ๆ ลงมา คือ
                     ่                 ่     ่
         ความคิดทีสาคัญรอง ๆ ลดหลันต่อไปเรือย ๆ รูปภาพสัญลักษณ์ต่าง ๆ
                                    ่
         แสดงถึงประเด็นความคิดทีน่าสนใจเป็ นพิเศษ (Buzan, 2002 แปลโดย ธัญกร
                   ั
         วีระนนท์ชย, 2547: 120)




                                         24

								
To top