Docstoc

Taxation Chapter _16_

Document Sample
Taxation Chapter _16_ Powered By Docstoc
					                                             บทที่ 17
                               ภาษีศุลกากร (Customs Tariff)

          จุดประสงค์ การศึกษา
          1. เพื่อให้นกศึกษาสามารถอธิบายเกี่ยวกับภาษีศุลกากร
                      ั
          2. เพื่อให้นกศึกษาสามารถเข้าใจกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษีศุลกากร
                        ั
          3. เพื่อให้นกศึกษามีความรู ้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการศุลกากรทางไปรษณี ย ์
                          ั
                                                             ั                      ั
          4. เพื่อให้นกศึกษามีความรู ้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพิกดอัตราอากรขาเข้า และพิกดอัตรา อากรขาออก
                            ั
โครงสร้ างบทเรียน
          แบบประเมินก่อนเรี ยน
          วัตถุประสงค์ในการจัดเก็บภาษีศุลกากร
          หลักเกณฑ์การจัดเก็บภาษีศุลกากร
          ความรับผิดในการที่จะต้องเสี ยภาษีขาเข้าและค่าภาษีขาออก
          การศุลกากรทางไปรษณี ย ์
              ั
          พิกดอัตราอากรขาเข้า – ขาออก
          ความผิดตามกฎหมายศุลกากร
          แบบประเมินหลังเรี ยนด้วยตนเอง
          บทสรุ ป




                                                                                                       1
                                      แบบประเมินก่อนเรี ยน ภาษีศุลกากร
                                               (10 คะแนน)
คาชี้แจง
            1. แบบประเมินด้วยตนเอง
                   ั
            2. ให้นกศึกษาเลือกคาตอบที่ถูกต้องที่ สุด
            3. นักศึกษาตรวจคาเฉลยในตาราหน้าถัดไป
            4. แบบประเมินด้วยตนเอง

                                         แบบประเมินก่อนเรี ยน (Pre – Test)
           ข้อ                  ก.                 ข.                   ค.   ง.
           1.
           2.
           3.
           4.
           5.

            คะแนน :……………………….




                                                                                  2
                                               Pre – Test
                                                 บทที่ 17
                                                ภาษีศุลกากร

1. ภาษีศุลกากร
             ก. เป็ นภาษีทางตรง
             ข. เป็ นภาษีทางอ้อม
             ค. เป็ นภาษีส่งเสริ มการส่งออก
             ง. ไม่ถูกทั้ง ก. ข. และ ค.
2.   ภาษีศุลกากรเป็ นภาษีที่เรี ยกเก็บจากสิ่ งของที่นาเข้าหรื อส่งออกไปนอกราชอาณาจักร
     โดยการนาสิ นค้าเข้ามาจากแดนหนึ่งไปอีกแดนหนึ่ง แบ่งออกเป็ น 3 ทางใหญ่ ๆ คือ
             ก. ทางอากาศ โดยบรรทุกอากาศยาน
             ข. ทางน้ า โดยบรรทุกไปกับเรื อ
             ค. ทางบก โดยบรรทุกไปกับรถฯ หรื อโดยกาลังคน
             ง. ถูกทั้ง ก. ข. และ ค.
3.   สิ่ งที่เป็ นฐานในการคานวณภาษีศุลกากรมี 3 อย่าง คือ
                                         ั
             ก. สภาพของ ราคาของ พิกดอัตราศุลกากร
             ข. สภาพของ ราคาสิ นค้า อัตราภาษีศุลกากรที่แน่นอน
             ค. สภาพสิ นค้า ราคาสิ นค้า อัตราค่าภาษีของสิ นค้า
             ง. สภาพสิ นค้า ราคาสิ นค้า ค่าภาษีของสิ นค้า
4.   ประเภทของอัตราอากร
             ก. อัตราอากรตามราคา
             ข. อัตราอากรตามสภาพ
             ค. ถูกทั้ง ก. และ ข.
             ง. ผิดทั้ง ก. และ ข.
5.   การศุลกากรทางไปรษณี ย ์ ซึ่งของที่นาเข้ามา หรื อส่งออกโดยทางไปรษณี ย ์
     ต้องสาแดงและลงบัญชีโดยถูกต้อง ซึ่งสิ่ งของที่ส่งทางไปรษณี ย ์ มีดงนี้
                                                                        ั
             ก. ไปรษณี ยภัณฑ์ เช่น จดหมาย ไปรษณี ยบัตรฯ
             ข. พัสดุไปรษณี ย ์ เช่น หีบห่อบรรจุสิ่งของ ตัวอย่างสิ นค้า
             ค. ไปรษณี ยด่วนพิเศษ เช่น ข่าวสารฯ
                           ์
             ง. ถูกทั้ง ก. ข. และ ค.




                                                                                        3
                          แบบประเมินก่อนเรี ยน (Pre – Test)

ข้อ               ก.                 ข.                  ค.   ง.
1.
2.
3.
4.
5.

 คะแนน :……………………….


 เฉลยคาตอบแบบประเมินก่อนเรียน (Pre – Test)
        ข้อ 1. ข.
        ข้อ 2. ง.
        ข้อ 3. ก.
        ข้อ 4. ค.
        ข้อ 5. ง.




                                                                   4
                                   บทที่ 17
                     ภาษีศุลกากร (Customs Tariff)
            ภาษีศุลกากร เป็ นภาษีทางอ้อมประเภทหนึ่ง
  ้                                               ู้
ผูมีหน้าที่เสี ยภาษีสามารถผลักภาระภาษีไปให้ผบริ โภคได้ เป็ นแหล่งรายได้ที่สาคัญของรัฐ
เป็ นเครื่ องมือส่ งเสริ มและพัฒนาการทางด้านเศรษฐกิจด้วย เช่น
ถ้ารัฐต้องการส่ งเสริ มทางด้านอุตสาหกรรม รัฐอาจยกเว้นอากรขาเข้าสาหรับเครื่ องจักร
และวัตถุดิบที่จาเป็ น ทางด้านการศึกษาอาจยกเว้นอากรขาเข้าสาหรับตาราเรี ยน
หากรัฐต้องการส่ งเสริ มการส่ งออกสิ นค้าประเภทใดก็อาจยกเว้นภาษีอากรสาหรับสิ นค้าประเภทนั้น
                            ้
ๆ หรื อเก็บในอัตราที่นอยลงก็ได้
บางกรณี อาจมีการกาหนดเรี ยกเก็บภาษีศุลกากรในอัตราสู งสาหรับสิ นค้าบางประเภท
                                                                ้
เพื่อกีดกันมิให้มีการนาเข้าหรื อส่ งออกซึ่ งของที่กาหนดนั้นให้นอยลงด้วยเหตุผลในทางเศรษฐกิจ
การอุตสาหกรรม การผลิต การบริ โภค หรื อด้วยเหตุอื่นใดก็ตาม
การกาหนดอัตราภาษีไว้สูงหรื อค่อนข้างสู งนั้น เรี ยกว่า กาแพงภาษี
            วัตถุประสงค์ในการจัดเก็บภาษีศุลกากร
            1. เพื่อเป็ นรายได้ของประเทศ รัฐสามารถนารายได้ไปพัฒนาประเทศ
            2. เพื่อส่ งเสริ มอุตสาหกรรม การผลิตฯ การเกษตรกรรมภายในประเทศ
                 และป้ องกันการนาเข้าสิ นค้าบางประเภท
                 ควบคุมการบริ โภคสาหรับสิ นค้าฟุ่ มเฟื อยบางประเภท
                 การลดอัตราอากรขาเข้าสาหรับสิ นค้าที่จาเป็ นต่อกระบวนการผลิตเพื่อการส่ งออก
                 เป็ นการส่ งเสริ มการส่ งออก
                 การให้สิทธิประโยชน์ตามพ.ร.บ.ส่ งเสริ มการลงทุนซึ่ งเป็ นการส่ งเสริ มการลงทุนในป
                 ระเทศ การคืนเงินอากรตาม มาตรา 19 ทวิ และอื่นๆ
            3. เพื่อเป็ นการแก้ไขดุลการค้าและดุลการชาระเงิน
                                          ั
                 โดยการใช้มาตรการพิกดอัตราศุลกากร เพื่อสงวนเงินตราต่างประเทศฯลฯ

       ภาษีศุลกากรเป็ นภาษีที่เรี ยกเก็บจากสิ่ งของที่นาเข้ามาหรื อส่ งออกไปนอกราชอาณาจักร
โดยการนาสิ นค้าเข้ามาจากแดนหนึ่งไปอีกเขตแดนหนึ่ง แบ่งออกได้เป็ น 3 ทางใหญ่ๆ คือ
      ก. ทางอากาศ โดยบรรทุกอากาศยาน



                                                                                               5
ข. ทางน้ า โดยบรรทุกไปกับเรื อ
      วิธีน้ ีใช้ไม่ได้สาหรับประเทศที่ไม่มีอาณาเขตติดต่อทางทะเล หรื อทางน้ า
      ซึ่ งเป็ นเส้นพรมแดนระหว่างประเทศ
ค. ทางบก โดยบรรทุกไปกับรถ รถไฟ หรื อยานพาหนะอื่นๆ หรื อโดยกาลังคน
      วิธีน้ ีใช้ไม่ได้สาหรับประเทศที่มิได้มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศอื่น
      เช่นประเทศที่เป็ นเกาะ
          ั
ปั จจุบนกรมศุลกากรเป็ นหน่วยงานจัดเก็บภาษี
ซึ่ งมีอานาจหน้าที่ในการเก็บภาษีศุลกากรสาหรับสิ นค้านาเข้า และสิ นค้าส่ งออก
                                     ั
และยังได้รับมอบหมายให้จดเก็บภาษีสรรพสามิตภาษีมูลค่าเพิมและภาษีบารุ งเทศบาล
                                                                   ่
หรื อภาษีสุขาภิบาล แทนกรมสรรพสามิต และกรมสรรพากร
สาหรับการนาสิ นค้าเข้าและส่ งสิ นค้าออกอีกด้วย
             กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษีศุลกากรแบ่งออกได้เป็ น 3 กลุ่ม คือ
             1. กฎหมายศุลกากร เป็ นการกาหนดอานาจหน้าที่ของศุลกากร
                  และความรับผิดของผูที่เกี่ยวข้องกับการนาของเข้า และการส่ งของออก
                                            ้
                                       ั ั่
                  รวมทั้งหลักปฏิบติทวๆ ไป ชั้นความผิดต่างๆ และโทษ
                                 ั
             2. กฎหมายพิกดอัตราศุลกากร
                  ได้กาหนดหลักในการเก็บและเสี ยภาษีศุลกากรว่าเก็บในอัตราเท่าใด
                        ิ
                  มีวธีการอย่างไร
                  ผูที่เกี่ยวข้องมีอานาจหน้าที่และสิ ทธิ ในการเก็บและเสี ยภาษีศุลกากรอย่างไร
                      ้
             3. กฎหมายว่าด้วยของต้องห้ามและของต้องกากัด
                             ของต้ องห้ าม ได้แก่ของที่กฎหมายห้ามนาเข้าหรื อส่ งออก เช่น ฝิ่ น
                  วัตถุลามกอันได้แก่ หนังสื อ ภาพเขียน ภาพระบายสี สิ่ งที่พิมพ์ข้ ึน รู ปภาพ
                  ภาพโฆษณา หรื อรู ปถ่ายภาพยนตร์ ที่ลามกอื่นๆ เป็ นต้น
                             ของต้ องกากัด ได้แก่
                                                                          ั
                  ของซึ่ งการนาเข้าหรื อส่ งออกจะกระทาได้โดยต้องปฏิบติตามข้อจากัดควบคุม
                  ของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ต้องมีใบอนุญาตจากเจ้าพนนักงาน เช่นอาวุธ
                  เครื่ องกระสุ นปื น เป็ นต้น ในการนาเข้า
                  ตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายพิกดอัตราศุลกากรั
                                        ้
                  ไม่มีบทบัญญัติที่หามหรื อจากัดการนาเข้าของใดๆ เข้ามาในราชอาณาจักร
                  ของใดจะเป็ นของต้องห้ามหรื อต้องจากัดจึงเป็ นไปตามกฎหมายเฉพาะเรื่ อง
                  ดังนั้นในการนาเข้าสิ นค้าเข้าหรื อส่ งสิ นค้าออก
                  ผูนาเข้าหรื อผูส่งออกจะต้องศึกษาประเภทของสิ นค้าว่าจะเป็ นของต้องห้ามห
                    ้              ้

                                                                                            6
                     รื อของต้องจากัดหรื อไม่ โดยพิจารณาและศึกษาจากกฎหมายอื่นๆ
                     ที่เกี่ยวข้องโดยผูนาเข้าหรื อส่ งออกต้องทาคาร้องและคาขออนุ ญาตโดยยืนเส
                                           ้                                            ่
                     นอต่อหน่วยราชการต่างๆ
                     ที่เกี่ยวข้องซึ่ งเป็ นผูมีอานาจในการอนุมติเป็ นคราวๆไป
                                              ้               ั

              หลักเกณฑ์ การจัดเก็บภาษีศุลกากร
                      1. ผูมีหน้าที่เสี ยภาษีศุลกากร ได้แก่ผนาเข้าของ และผูส่งออกของ
                              ้                                  ู้             ้
                          ซึ่งอาจเป็ นเจ้าของสิ นค้าโดยแท้จรองซึ่ งมีหลักฐานแน่ชด ั
                          หรื อเป็ นผูครอบครองที่มีส่วนได้เสี ยชัวขณะหนึ่งฯ
                                        ้                           ่
                      2. เจ้าพนักงานศุลกากร ให้หมายความรวมไปถึงบุคคลใดๆ
                          ซึ่ งรับราชการในกรมศุลกากรหรื อนายทหารแห่งราชนาวี หรื อนายอาเภอ
                          หรื อผูช่วยนายอาเภอ
                                   ้
                          ซึ่ งได้รับแต่งตั้งเป็ นพิเศษให้กระทาการแทนกรมศุลกากร
                                     ้
                      3. ของที่ตองเสี ยภาษีศุลกากร และของที่ได้รับยกเว้น
                                                                       ั
                          ได้แก่ราคาศุลกากรสาหรับของนาเข้าปั จจุบนประเทศไทยใช้การประเมินราค
                          าศุลกากรโดยใช้ราคา แกตต์ GATT (General Agreement
                          on Tariffs and Trade)
                                                                                      ู้ ่
                          คือการตีราคาของที่นาเข้ามาจากต่างประเทศโดยยึดถือราคาตามที่ผสังซื้ อใน
                                                           ั ้
                          ประเทศ ได้จ่ายไปจริ งให้กบผูขาย หรื อผูผลิตในต่างประเทศ
                                                                         ้
                          เป็ นวิธีการที่กาหนดขึ้นมาจาก “ความตกลงว่าด้วยภาษีศุลกากร และการค้า”
                          ซึ่ งก็คือวิธีการตีราคาหรื อประเมินราคา
                          หรื อการกาหนดราคาศุลกากรตามวิธีใหม่ จึงเรี ยกว่า “ระบบราคาแกตต์”
                          ในทานองเดียวกันผูส่งสิ นค้าออกไทยก็จะได้รับประโยชน์จากการที่กรมศุลก
                                                  ้
                          ากรได้นาระบบราคาแกตต์มาใช้ดวย        ้
ราคาศุลกากร
              ภาษีศุลกากร คือ ภาษีที่เรี ยกเก็บจากสิ นค้านาเข้าและสิ นค้าส่ งออก
ซึ่ งสิ่ งที่เป็ นฐานในการคานวณภาษีศุลกากรมี 3 อย่าง คือ
สภาพของ เช่นสภาพเก่า หรื อใหม่ คุณภาพฯ
ราคาของ คือราคาศุลกากรตามคานิยามในมาตรา 2 วรรค 12
พิกดอัตราศุลกากร คือ กฎหมายว่าด้วย พิกดอัตราศุลกากร
     ั                                               ั
ความหมายของราคาศุลกากร



                                                                                              7
          กรณีส่งของออก
หมายถึงราคาขายส่ งเงินสดซึ่ งจะพึงขายของประเภทและชนิดเดียวกันได้โดยไม่ขาดทุน ณ
เวลาที่ที่ส่งของออก โดยไม่หกทอนหรื อลดหย่อนราคาอย่างใด หรื อ
                                ั
          กรณีนาของเข้ า หมายความว่า
ราคาของของเพื่อความมุ่งหมายในการจัดเก็บอากรตามราคา อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
                  1. ราคาซื้อขายของทีนาเข้ า คือราคาที่ได้ชาระจริ งฯ.
                                        ่
                  2. ราคาซื้อขายของทีเ่ หมือนกัน คือของที่เหมือนกันทุกด้าน
                      อาจแตกต่างกันเล็กน้อยทางด้านรู ปทรงภายนอก
                      และผลิตขึ้นในประเทศเดียวกันกับของที่นาเข้าที่กาลังประเมินราคาด้วยฯ.
                  3. ราคาซื้อขายของทีคล้ายกัน เป็ นราคาซื้ อขายของที่ไม่เหมือนกันในทุก ๆ ด้าน
                                          ่
                      แต่มีลกษณะและวัสดุส่วนประกอบเหมือนกัน
                              ั
                      ทาหน้าที่อย่างเดียวกันและทดแทนกันได้ในทางการค้าและผลิตขึ้นในประเทศ
                                            ่
                      เดียวกันกับของทีี ีกาลังประเมินฯ.
                  4. ราคาหักทอน จะต้องเป็ นราคาซื้ อขายต่อหน่วยของของนาเข้า
                      หรื อที่เหมือนกัน หรื อของนาเข้า
                      ที่ได้ขายไปในราชอาณาจักรในสภาพเดียวกับที่นาเข้า
                      โดยหักค่าใช้จ่ายต่างๆตามที่บญญัติไว้ในหมวด
                                                   ั
                      5แห่งกฎกระทรวงฉบับที่132 (พ.ศ.2543)
                  ราคาคานวณ มีหลักการสาคัญคือ การเอาต้นทุนหรื อค่าใช้จ่ายต่างๆ
                  มารวมกันเพื่อกาหนดเป็ นราคาศุลกากร
                  6. ราคาย้อนกลับ
                  กล่าวคือของนั้นจะต้องได้รับการประเมินราคาบนพื้นฐานของราคาที่ได้มาจากวิธี
                                    ้
                  การที่กาหนดไว้ขางต้น โดยมีการปรับแต่งวิธีการอย่างสมเหตุสมผล
                  ภายในขอบเขตซึ่งจาเป็ นต้องทาเพื่อให้ได้มาซึ่งราคาศุลกากรที่ถูกต้อง
ราคาศุลกากร หมายถึง มูลค่า
                                                                  ั
ที่ศุลกากรใช้เป็ นฐานคานวณค่าภาษีอากรที่กาหนดไว้โดยพ.ร.ก.พิกดอัตราศุลกากร
การนาของเข้ามีหลักตามราคาที่ซ้ื อขายที่แท้จริ ง ในระบบราคาแกตต์มีอยู่ 6
                            ิ                    ิ
วิธีในการประเมินต้องใช้วธีที่1 ก่อน แล้วจึงใช้วธีที่ 2,3,4 เรี ยงไปตามลาดับจนถึง 6

ประเภทของอัตราอากร มี 2 ประเภทคือ อัตราอากรตามราคา และ อัตราอากรตามสภาพ




                                                                                           8
                                      ั
         อัตราอากรตามราคา คือ ภาษีที่จดเก็บโดยคิดเป็ นร้อยละของมูลค่าหรื อราคาสิ นค้า
สาหรับประเทศไทยสิ นค้าขาเข้าคิดจากราคา C.I.F.(Cost - Insurance - Freight)
ส่ วนภาษีขาออกคิดเป็ นร้อยละของราคา F.O.B.(Free on Board)
         อัตราอากรตามสภาพ คือ การกาหนดอัตราภาษีต่อสิ นค้า 1 หน่วยเป็ นนจานวนแน่นอน
เช่นชิ้นละ กิโลกรัมละ อันละ หรื อหน่วยละ

การคานวณค่ าภาษีอากร
กรณีคานวณโดยใช้ อตราตามราคาคืออากรศุลกากร = ราคา C.I.F. X อัตราอากรขาเข้า หรื อ
                 ั
                                          = ราคาศุลกากร X อัตราอากรขาเข้า
กรณีคานวณโดยใช้ อตราตาม สภาพ อากรศุลกากร= ปริ มาณของที่นาเข้า X อัตราอากรขาเข้า
                   ั

                     ่                      ่
ภาษีสรรพสามิต ภาษีเพือมหาดไทย ภาษีมูลค่ าเพิม

ภาษีสรรพสามิต = ราคา C.I.F.+ อากรขาเข้า + ค่าธรรมเนียมและภาษีอื่น(ถ้ามี)
 คูณ                          อัตราภาษีสรรพสามิต
           1-(1.1 X อัตราภาษีสรรพสามิต) (หรื อ X ด้วยสู ตรตัวคูณที่กาหนด)
ภาษีเพือมหาดไทย = ภาษีสรรพสามิต X 10%
       ่
ภาษีมูลค่ าเพิม = (ราคา + อากรขาเข้า + ค่าธรรมเนี ยมและภาษีอื่น(ถ้ามี) + ภาษีสรรพสามิต
              ่
                   +ภาษีเพื่อมหาดไทย) X 7%

ความรับผิดในอันจะต้ องเสี ยค่ าภาษี
       ความรับผิดในอันจะต้องเสี ยภาษีขาเข้า เกิดขึ้นในวันนาเข้าสาเร็ จ ตามพ.ร.บ.ศุลกากร
       พ.ศ. 2469
               - เวลาที่เรื อซึ่ งนาของเข้าได้เข้ามาถึงเขตท่าที่จะถ่ายของจากเรื อ
                  หรื อท่าที่มีชื่อส่ งของถึง
               - เวลาที่ปล่อยของออกจากคลังสิ นค้าทัณฑ์บนเพื่อโอนให้แก่คลังสิ นค้าทัณฑ์บ
                                               ู้
                  นอื่น หรื อจาหน่ายให้แก่ผนาของเข้าตามมาตรา 19 ทวิ
                           ้                                         ั
                  หรื อผูมีสิทธิ ได้รับยกเว้นตามกฎหมายว่าด้วยพิกดอัตราศุลกากร
                  หรื อกฎหมายอื่น
               - เวลาที่นาของออกจากเขตปลอดอากรเพื่อใช้หรื อเพื่อจาหน่ายในราชอาณาจักร
                                                                           ู้
                  หรื อโอนไปในคลังสิ นค้าทัณฑ์บน หรื อจาหน่ายให้แก่ผนาของเข้าตามมาตรา
                                    ้                                             ั
                  19 ทวิ หรื อผูมีสิทธิ ได้รับยกเว้นอากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกดอัตราศุลกากร


                                                                                        9
                     หรื อกฎหมายอื่น
                     เช่นตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
                     เช่นการชาระอากรในการนาของออกจากเขตอุตสาหกรรมส่ งออก(EPZ)
                     เพื่อจาหน่ายหรื อบริ โภคในราชอาณาจักร
                  - เวลาที่ได้โอนหรื อจาหน่ายของที่นาเข้มาในราชอาณาจักรเพื่อใช้ในการผลิต
                     ผสม ประกอบ หรื อบรรจุตามมาตรา 19 ทวิ เข้าไปในคลังสิ นค้าทัณฑ์บน
                                      ู้
                     หรื อจาหน่ายให้ผมีสิทธิ ได้รับยกเว้นอากรตามกฎหมายฯ.
                                                                     ่
        ของที่นาเข้ามาในราชอาณาจักรโดยชอบด้วยกฎหมาย และอยูในอารักขาของศุลกากร
          ้           ่
        ผูนาเข้าต้องยืนใบขนสิ นค้า ต้องเสี ยค่าภาษีหรื อวางประกัน(ถ้ามี)
                   ั
        ต้องปฏิบติให้ครบตามกฎหมาย
        หากมิฉะนั้นกรมศุลกากรจะสามารถดาเนินการแก่ของนั้นให้เป็ นของตกค้าง
        และสามารถนาออกขายทอดตลาด ให้ส่งกลับไปต่างประเทศ หรื อให้ทาลายเสี ยได้
        เงินได้จากการขายทอดตลาดของกักให้หกค่าใช้จ่ายต่างๆ
                                                 ั
                          ่
        เงินที่เหลืออยูตกเป็ นของแผ่นดิน เว้นแต่เจ้าของจะเรี ยกร้องเอาภายใน 6
                        ั
        เดือนนับแต่วนขายทอดตลาด

การคานวณภาษีอากรของขาเข้ า
                 ให้คานวณตามสภาพของ ราคาของ
                           ่
และอัตราศุลกากรที่เป็ นอยูในเวลาที่ความรับผิดในอันจะต้องเสี ยค่าภาษีอากรเกิดขึ้นเว้นแต่จะมีกฎ
หมายบัญญัติไว้เป็ นอย่างอื่น(ตามม. 10 ทวิ วรรคสอง พ.ร.บศุลกากร พ.ศ. 2469
แก้ใขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่18)พ.ศ.2543

ความรับผิดในอันจะต้ องเสี ยค่ าภาษีขาออก
          เกิดขึ้นในเวลาที่ส่งของออกสาเร็ จ
คือวันที่เรื อซึ่ งส่ งของออกได้ออกจากเขตท่าซึ่ งได้ออกเรื อเป็ นชั้นที่สุด
การคานวณค่าภาษีให้ถือตามสภาพของ ราคาของ
       ั                           ่
และพิกดอัตราศุลกากรที่เป็ นอยูในเวลาที่ออกใบขนสิ นค้าให้
          การขอคืนค่าภาษีในกรณี ที่มิได้ส่งของออกนอกราชอาณาจักรให้กระทาได้เมื่อพ้นกาหนด
                                       ั
สามสิ บวันแต่ไม่เกินเก้าสิ บวันนับแต่วนที่ออกใบขนสิ นค้าให้
                            ้                                   ั
          ของส่ งออกที่ตองชาระค่าภาษีอากรขาออกในปั จจุบนมีเพียง 3 ประเภทเท่านั้น
คือไม้บางชนิด คือไม้ซุงและไม้แปรรู ป หนังโคและหนังกระบือดิบที่ยงไม่ฟอก      ั
                                 ั
และสิ นค้าที่นาออกจากพื้นที่พฒนาร่ วมฯ ตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรร่ วมไทย-มาเลเซีย


                                                                                           10
        ่
เงินเพิมและดอกเบีย    ้
            เงินเพิม กรณี เงินที่ผนาของเข้าหรื อผูส่งของออกนามาชาระให้กรมศุลกากร
                   ่              ู้              ้
                             ้
นอกจากค่าภาษีอากรที่ตองชะระตามปกติ
กรณี มิได้ชาระอากรให้ครบถ้วนในเวลาที่กฎหมายกาหนด
เงินเพิ่มถือเป็ นเงินอากรตามกฎหมายศุลกากร (เงินเพิ่มไม่เกินอากรร้อยละ 20
                           ้
ของจานวนค่าอากรที่ตองเสี ย หรื อเสี ยเพิ่มก็ได้ แล้วแต่กรณี ตาม มาตรา 112 ตรี และ ร้อยละ
                               ้
1 ต่อเดือนของค่าอากรที่ตองเสี ยหรื อเสี ยเพิ่มให้นามาชาระโดยไม่คิดทบต้น
นับแต่วนที่ได้ส่งมอบหรื อส่ งออกของ จนถึงวันที่นาเงินมาชาระตามมาตรา 112 จัตวา
          ั
แต่มิให้เรี ยกเก็บเงินเพิมดังกล่าวในกรณี ที่มีการชาระอากรเพิมตามมาตรา 102 ตรี อนุมาตรา 3)
                         ่                                  ่

           ดอกเบีย คือ เงินที่กรมศุลกากรจ่ายให้แก่ผนาของเข้า หรื อผูส่งของออก
                 ้                                  ู้               ้
เพราะเหตุที่เจ้าหน้าทีศุลกากรได้เรี ยกเงินอากรหรื อประกันค่าอากรไว้เกินจานวนอันพึงต้องเสี ยหรื
                                           ้
อเสี ยเพิ่ม โดยดอกเบี้ยถือเป็ นเงินอากรที่ตองจ่ายคืน(ดอกเบี้ยคิดร้อยละ 0.625
                                              ้
ต่อเดือนหรื อร้อยละ 7.5 ต่อปี ของจานวนที่ตองคืนโดยไม่คิดทบต้น
เศษของเดือนให้คิดเป็ นหนึ่งเดือน)

เขตปลอดอากร
         หมายถึง เขตพื้นที่ที่กาหนดไว้สาหรับการประกอบอุตสาหกรรม พณิ ชยกรรม
หรื อกิจการอื่นที่เป็ นประโยชน์แก่การเศรษฐกิจของประเทศ
โดยของที่นาเข้าไปในเขตดังกล่าวจะได้รับสิ ทธิ ประโยชน์ทางอากรตามที่กฎหมายกาหนด
         เขตปลอดอากรในฐานะตัวเชื่ อมต่อระหว่างสิ ทธิ ประโยชน์ที่แตกต่างกัน
กล่าวคือสิ ทธิ ประโยชน์ทางด้านภาษีอากร คือ
ยกเว้นอากรสาหรับของที่นาเข้ามาผลิตเพื่อส่ งออกในคลังสิ นค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสิ นค้า
                                                        ้
ในเขตอุตสาหกรรมส่ งออก หรื อในสถานประกอบการของผูได้รับการส่ งเสริ มการลงทุน
การชดเชยค่าภาษีอากรแก่ผส่งออกสิ นค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร
                            ู้

การค้ าชายฝั่ง
         หมายถึง
การค้าทางทะเลจากที่แห่งหนึ่งในราชอาณาจักรไปยังอีกแห่งหนึ่งในราชอาณาจักร
และเรี ยกเรื อที่ทาการค้าชายฝั่งว่า “เรื อค้าชายฝั่ง”



                                                                                            11
            คาว่า “การค้า”ตามมาตรา 64 ตามพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 หมายความรวมถึง
การขนส่ งคนโดยสาร หรื อของ หรื อลากจูงเพื่อหากาไรจากท่าหรื อถิ่นที่แห่งหนึ่งภายในน่านน้ าไทย
ไปยังเมืองท่าหรื อถิ่นที่อีกแห่ งหนึ่งหรื อหลายแห่งภายในน่านน้ าไทย
แต่ไม่รวมถึงการทาการประมงที่ทาการจับสัตว์น้ าอย่างเดียว โดยไม่ได้ทาการค้าขายสัตว์น้ าด้วย
เรื อที่ทาการค้าชายฝั่งต้องเป็ นเรื อตามกฎหมายไทย(ได้จดทะเบียนตามพ.ร.บ.เรื อไทย พ.ศ.2481
แล้ว)
เรือทีไม่ อยู่ในข่ ายข้ อบังคับว่ าด้ วยเรือค้ าชายฝั่ง ได้แก่ เรื อที่ใช้กาลังคนเป็ นส่ วนใหญ่ เรื อยอร์ ช
         ่
เรื อใช้ในราชการ เรื อใช้สาหรับการประมงเท่านั้น ฯ
            เรื อค้าชายฝั่งอาจบรรทุกหรื อขนถ่ายสิ นค้า ณ
                                            ั            ั
ที่ซ่ ึ งพนักงานศุลกากรประจาท้องที่น้ นได้รับอนุมติโดยอาศัยอานาจของอธิ บดีแล้ว
สถานที่ขนถ่ายสิ นค้าของเรื อค้าชายฝั่งไม่จาเป็ นต้องเป็ นท่าเรื อที่ได้รับอนุมติ      ั
เว้นแต่กรณี เรื อค้าชายฝั่งลานั้นได้เข้ามาจากต่างประเทศหรื อจะออกไปต่างประเทศจะต้องขนถ่ายสิ
นค้า ณ ท่าหรื อที่ที่กาหนดตามมาตรา 4 แห่งพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469
นายเรื อค้าชายฝั่งต้องทาใบอนุญาตปล่อยสิ นค้า ใบอนุ ญาตปล่อยเรื อ ใบขนสิ นค้าชายฝั่ง
มีสมุดบัญชีสินค้าประจาเรื อฯ ให้เจ้าหน้าที่จดบันทึกหมายเหตุลงในสมุด
                               ้
และกรณี มีการถ่ายของที่ตองเสี ยภาษีสรรพสามิต หรื อของต้องกากัด
หรื อการเปลี่ยนทางเดินของเรื อค้าชายฝั่ง หรื อกรณี สินค้าชายฝั่งมากับเรื อต่างประเทศ
ต้องกระทาให้ถูกต้องตามกฎหมาย

  ่
ทีทอดเรือภายนอก
    1. การจัดตั้งที่ทอดเรื อภายนอก
    2. สถานที่จอดเรื อบริ เวณที่ทอดเรื อภายนอก
                                                                ่
    3. เรื อที่อยู่ ณ ที่ทอดเรื อภายนอกต้องรับผิดเช่นเดียวกับอยูในเขตท่า
    4. การบรรทุกสิ นค้าหรื อถ่ายสิ นค้าออกเพื่อลาเลียงเข้าไปยังท่าภายใน
    5. การถ่ายของออกจากเรื อ ณ ที่ทอดเรื อภายนอก

การศุลกากรทางไปรษณีย์
                                                   ์ ั
        ของที่นาเข้ามา หรื อส่ งออกโดยทางไปรษณี ยน้ น ต้องสาแดงและลงบัญชีโดยถูกต้อง
และมีวางโทษทานองเดียวกันกับของที่นาเข้ามา หรื อส่ งออกโดยทางเรื อ
                                          ู้
เว้นไว้แต่ความรับผิดและโทษนั้นจะตกแก่ผมีชื่อที่จะรับของอันนาเข้ามา
และผูส่งของอันจะส่ งออกไป หรื อตกแก่ผรับ หรื อผูนาของส่ ง ณ ที่ทาการไปรษณี ยแล้วแต่กรณี
      ้                                ู้        ้                          ์
        สิ่ งของส่ งทางไปรษณีย์มี

                                                                                                       12
            ไปรษณียภัณฑ์ เช่นจดหมาย ไปรษณี ยบัตร ของตีพิมพ์ พัสดุยอย   ่
และเครื่ องอ่านสาหรับคนเสี ยจักษุ
            พัสดุไปรษณีย์ หมายถึง หี บห่อบรรจุสิ่งของ ตัวอย่างสิ นค้า
หรื อสิ นค้าที่ฝากส่ งตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของพัสดุไปรษณี ย ์
            ไปรษณีย์ด่วนพิเศษ ต่างๆ เช่น ข่าวสาร เอกสารธุ รกิจ การค้า สิ่ งพิมพ์ ตัวอย่างสิ นค้าฯ
ซึ่ งฝากส่ งโดยใช้บริ การไปรษณี ยด่วนพิเศษ
                                   ์
                                 ์                 ้
            ของนาเข้าทางไปรษณี ยได้รับผ่อนผันไม่ตองทาใบขนสิ นค้าขาเข้า
                                           ั         ์
ให้ใช้ใบแจ้งพัสดุไปรษณี ยภัณฑ์ของบริ ษท ไปรษณี ยไทย จากัด
  ่
ยืนผ่านพิธีการศุลกากรแทนใบขนสิ นค้าฯ
                                     ์
            ของส่ งออกทางไปรษณี ยไปต่างประเทศ ให้กระทาได้ ณ
                    ์
ที่ทาการไปรษณี ยโทรเลขทุกแห่งตามระเบียบข้อบังคับของการสื่ อสารแห่งประเทศไทย
            ้
โดยไม่ตองผ่านการตรวจสอบของพนักงานศุลกากรก่อนแต่ของนั้นต้องไม่เป็ นของต้องห้ามส่ งออก
ไม่เป็ นของต้องกากัดในการส่ งออก
ไม่เป็ นของต้องเสี ยอากรขาออกหรื อค่าภาคหลวงในการส่ งออก
การส่ งของคราวหนึ่งรวมกันไม่เกิน10,000 บาทสาหรับของทัวไป หรื อไม่เกิน 5,000 บาท
                                                                 ่
สาหรับเพชรพลอยเครื่ องทองรู ปพรรณฯ มิใช่การส่ งออกที่ขอคืนอากรหรื อขอรับเงินชดเชยค่าภาษี
มิใช่การส่ งออกที่ขอใบสุ ทธิ สาหรับนากลับเข้ามา
                                                                     ั
            มาตรการทางภาษีอากรที่ใช้ในการส่ งเสริ มการส่ งออกปั จจุบนมี 6 มาตรการคือ
เป็ นไปตามกฎหมายศุลกากรได้แก่ การคืนอากรตามมาตรา 19 ทวิ
คลังสิ นค้าทัณฑ์บนตามมาตรา 8 ทวิ(2) เขตปลอดอากร ตามมาตรา 97 ตรี
และตามกฎหมายอื่น 3 มาตรการ คือ
การส่ งเสริ มการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่ งเสริ มการลงทุน
เขตอุตสาหกรรมส่ งออกตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุสาหกรรมแห่งประเทศไทย
และการชดเชยค่าภาษีอากรตามกฎหมายว่าด้วยการชดเชยค่าภาษีอากรสิ นค้าส่ งออกที่ผลิตในราชอา
ณาจักร
            การคืนอากรตามมาตรา 19 ทวิ
                             ู้
เป็ นการคืนภาษีศุลกากรแก่ผนาเข้าของที่นาไปใช้ในการผลิต หรื อผสม หรื อประกอบ
หรื อบรรจุแล้วส่ งออก
                                                                                    ั
หรื อส่ งไปเป็ นของใช้สิ้นเปลืองในเรื อเดินทางไปต่างประเทศภายในหนึ่งปี นับแต่วนที่นาของนั้นเข้
ามาในราชอาณาจักร และขอคืนอากรภายใน 6 เดือนนับแต่วนที่ส่งของนั้นออกไป
                                                            ั
ของตกค้ าง หมายถึง
         ู้                   ่
ของที่ผนาเข้ารายใดทิงให้อยูในอารักขาของศุลกากรเกินเวลาที่กฎหมายกาหนด
                        ้

                                                                                              13
เช่นกรณี เป็ นสิ นค้าอันตราย
     ู้
ที่ผนาเข้ายังมิได้เสี ยอากรและนาของออกไปจากอารักขาของศุลกากรภายในเวลาที่กฎหมายกาหนด
                         ่
หรื อของอื่นที่นาเข้าอยูในอารักขาของศุลกากรถึง 2 เดือนโดยไม่มีใบขน
ไม่ได้เสี ยอากรหรื อว่าประกันฯ หรื อกรณี ของสด ของเสี ย
ถือว่าเป็ นของตกค้างหากของนั้นมีอาการแสดงชัดว่าบูดเน่าแล้ว
ซึ่ งของตกค้างอธิ บดีกรมศุลกากรได้สั่งให้ทาลาย หรื อสั่งให้ขายทอดตลาด
              ั
หรื อสั่งให้ตวแทนเรื อนาของนั้นส่ งของออกไปนอกราชอาณาจักรฯ
ของอันเนื่องด้ วยการกระทาความผิดตามมาตรา 27 มี 4 กรณี คือ
                             ั
                   - ของที่ยงไม่เสี ยภาษี
                   - ของต้องจากัด (ของที่ควบคุมการนาเข้าหรื อส่ งออกตามกฎหมายต่างๆ)
                   - ของต้องห้าม (ห้ามเด็ดขาดมิให้นาเข้ามาหรื อส่ งออกไปนอกราชอาณาจักร)
                               ั     ่
                   - ของที่ยงมิได้ผานศุลกากรโดยถูกต้อง

   ั
พิกดอัตราอากรขาเข้ า จาแนกออกเป็ น 21 หมวด 97 ตอนดังนี้
                  ิ
     1. สัตว์มีชีวต ผลิตภัณฑ์จากสัตว์
     2. ผลิตภัณฑ์จากพืช
     3. ไขมันและน้ ามันที่ได้จากสัตว์หรื อพืช และผลิตภัณฑ์ที่แยกได้จากไขมันและน้ ามันดังกล่าว
        ไขมันที่บริ โภคได้ซ่ ึงจัดทาแล้ว ไขที่ได้จากสัตว์หรื อพืช
     4. อาหารปรุ งแต่ง เครื่ องดื่ม สุ รา และน้ าส้มสายชู ยาสู บและผลิตภัณฑ์ที่ใช้แทนยาสู บ
     5. ผลิตภัณฑ์แร่
     6. ผลิตภัณฑ์ของอุตสาหกรรมทางเคมีหรื ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกัน
     7. พลาสติกและของที่ทาด้วยพลาสติก ยางและของที่ทาด้วยยาง
     8. หนังดิบ หนังฟอก หนังเฟอร์ และของที่ทาด้วยหนังดังกล่าวฯ
        หรื อของทาด้วยไส้สัตว์(นอกจากไส้ตวไหม)   ั
     9. ไม้และของทาด้วยไม้ ถ่านไม้ ไม้ก๊อกและของทาด้วยไม้ก๊อก ผลิตภัณฑ์ทาด้วยฟาง
                                        ั
        ทาด้วยเอสพาร์ โตหรื อวัตถุถกสานอื่นๆ เครื่ องจักสานและเครื่ องสาน
            ่
     10.เยือไม้หรื อเยื่อที่ได้จากวัตถุจาพวกเส้นใยเชลลูโลสอื่นๆ
        กระดาษหรื อกระดาษแข็งที่นากลับคืนมาใช้ได้อีกฯ
     11.สิ่ งทอและของทาด้วยสิ่ งทอ
     12.รองเท้า เครื่ องสวมศีรษะ ร่ ม ร่ มปั กกันแดด ไม้เท้าฯ
                    ั
        ขนสัตว์ที่จดเตรี ยมและของทาด้วยขนดังกล่าว ดอกไม้เทียม รวมทั้งของทาด้วยผมคน



                                                                                          14
    13.ของทาด้วยหิน ปลาสเตอร์ ซีเมนต์ ฯ หรื อวัตถุที่คล้ายผลิตภัณฑ์เซรามิค
       รวมทั้งแก้วและเครื่ องแก้ว
    14.ไข่มุกธรรมชาติหรื อไข่มุกเลี้ยง รัตนชาติหรื อกึ่งรัตนชาติ โลหะมีค่าฯ
       เครื่ องเพชรพลอยและรู ปพรรณที่เป็ นของเทียม เหรี ยญกษาปณ์
    15.โลหะสามัญและของทาด้วยโลหะสามัญ
    16.เครื่ องจักรและเครื่ องใช้กล เครื่ องใช้อุปกรณ์ไฟฟ้ า ส่ วนประกอบเครื่ องดังกล่าว
       เครื่ องบันทึกเสี ยง - ถอดเสี ยง - ถอดภาพ
       และเสี ยงทางโทรทัศน์และส่ วนประกอบดังกล่าวฯ
    17.ยานบก อากาศยาน ยานน้ า และเครื่ องอุปกรณ์การขนส่ งที่เกี่ยวข้อง
    18.อุปกรณ์และเครื่ องอุปกรณ์ที่ใช้ในทางทัศนศาสตร์ การถ่ายรู ป การถ่ายทาภาพยนตร์
       การวัด การตรวจสอบ การวัดความเที่ยง การแพทย์หรื อศัลยกรรม
       นาฬิกาชนิดคล็อกและชนิดควอตช์ เครื่ องดนตรี
       รวมทั้งส่ วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบดังกล่าว
    19.อาวุธและกระสุ น รวมทั้งส่ วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบฯ
    20.ผลิตภัณฑ์เบ็ดเตล็ด
                             ั
    21.ศิลปกรรม ของที่นกสะสมรวบรวม และโบราณวัตถุ

   ั
พิกดอัตราอากรขาออกมี 9 ประเภท ดังนี้
     1. ข้าว ข้าวเจ้า ข้าวเหนียว ข้าวเปลือก ข้าวขาว ข้าวกล้อง ข้าวนึ่ง ปลายข้าว หรื อรา
     2. เศษโลหะทุกชนิด
                                            ่
     3. หนังโค และหนังกระบือไม่วาดิบหรื อฟอก(ไม่รวมถึงเศษ
         ผงที่ไม่สามารถนาไปใช้ในอุตสาหกรรมทาหนังฯ)
                                              ่
     4. ยางของต้นยางตระกูลฮีเวีย ไม่วาจะเป็ นยางแผ่น ยาแท่ง เศษยาง ยางก้อน น้ ายางฯ
                                           ั ่
         รวมทั้งยางในลักษณะอื่นที่ยงอยูในสภาพวัตถุดิบ)
     5. ไม้ ไม้แปรรู ป และของที่ทาด้วยไม้ฯ
                          ั
     6. เส้นไหมดิบที่ยงมิได้ตีเกลียว และเส้นด้ายที่ทาด้วยไหม ขี้ไหมหรื อเศษไหม
                                         ั
     7. ปลาป่ นหรื อปลาอบแห้งที่ยงมิได้ป่น ที่ไม่เหมาะเป็ นอาหารมนุษย์
     8. ของที่ส่งออกจากพื้นที่พฒนาร่ วมตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรร่ วมไทย –
                                   ั
                                                                    ้
         มาเลเซี ยเช่นน้ ามันส่ วนที่เป็ นกาไรอันเป็ นส่ วนแบ่งของผูได้รับสัญญาตามกฎหมายว่าด้วย
         องค์กรร่ วม มาเลเซียฯ
                                                                 ั
     9. ของซึ่ งมิได้ระบุไว้หรื อรวมไว้ในประเภทอื่นใดในพิกดอัตราอากรขาออกฉบับนี้
ของทีได้ รับยกเว้นอากร มี 18 ประเภท
      ่


                                                                                             15
1. ของที่ส่งออก ของที่ส่งกลับออกไป
   ซึ่ งนากลับเข้ามาภายในหนึ่งปี โดยไม่เปลี่ยนแปลงรู ปลักษณะ
   และเวลาส่ งออกนั้นได้รับใบสุ ทธิ สาหรับนากลับเข้ามาแล้ว
2. ของที่นาเข้ามาในประเทศซึ่งได้เสี ยอากรไว้ครบแล้ว และส่ งกลับไปซ่อมยังต่างประเทศ
   หากนาเข้ามาภายใน 1 ปี
3. ของที่นาเข้ามาพร้อมกับตนเช่นของที่ใช้ในการแสดงละคร
   หรื อการแสดงอย่างที่ผแสดงที่ท่องเทียวนาเข้ามา รถยนต์ เรื อ
                               ู้
   อากาศยานที่เจ้าของนาเข้ามาพร้อมตน เครื่ องถ่ายรู ป เครื่ องบันทึกเสี ยง ฯ
   อาวุธปื นและกระสุ นปื น ของที่นาเข้ามาชัวคราวพร้อมกับตน ตัวอย่างสิ นค้า
                                                 ่
   เครื่ องมือสาหรับก่อสร้าง หรื อนาเข้ามาเป็ นการชัวคราว    ่
   และส่ งกลับออกไปภายในไม่เกิน 6 เดือนนับแต่วนที่นาเข้ามา ั
                                                                ่
4. รางวัลและเหรี ยญตราที่ต่างประเทศมอบให้แก่บุคคลที่อยูในราชอาณาจักรเพื่อเป็ นเกียรติฯ
5. ของส่ วนตัวที่เจ้าของนาเข้ามาพร้อมกับตนสาหรับใช้เองหรื อใช้ในวิชาชีพ
   และมีจานวนพอสมควรแก่ฐานะ เว้นแต่รถยนต์ อาวุธปื นและกระสุ นปื น เสบียงฯ
6. ของใช้ในบ้านเรื อนที่ใช้แล้ว เจ้าของนาเข้ามาพร้อมกับตนเนื่องในการย้ายภูมิลาเนาฯ
7. ส่ วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบของอากาศยานหรื อเรื อฯ
8. น้ ามันเชื้ อเพลิง น้ ามันหยอดเครื่ อง และสิ่ งที่ใช้ในการหล่อลื่นที่เติมในอากาศยานหรื อเรื อฯ
                ู้                ่
9. พืชผลที่ผมีภูมิลาเนาอยูในประเทศไทยปลูกในเกาะ ดอน
   ที่ชายตลิ่งแม่น้ าซึ่ งกั้นเขตแดนิประเทศไทย
10.ของที่ได้รับเอกสิ ทธิ ตามข้อผูกพันต่างๆ
11.ของบริ จาคเพื่อเป็ นสาธารณกุศลแก่ประชาชน
   โดยผ่านส่ วนราชการหรื อองการสาธารณะกุศลฯ
12.ของที่นาเข้าโดยทางไปรษณี ย ์
   และของที่นาเข้าทางสนามบินซึ่ งแต่ละหี บห่อมีราคาไม่เกินหนึ่งพันบาท
13.ยุทธภัณฑ์ที่ใช้ในทางราชการ
14.ตัวอย่างสิ นค้าที่ใช้ได้แต่เพียงเป็ นตัวอย่าง และไม่มีราคาในทางการค้า
15.ภาชนะบรรจุของ เช่นคอนเทนเนอร์ ซึ่ งนาเข้าและส่ งกลับออกไป
          ่
   ไม่วาจะมีของบรรจุหรื อไม่
16.ของที่นาเข้ามาสาหรับคนพิการใช้เฉพาะฯ
17.ของที่จาเป็ นต้องนาเข้ามาเพื่อใช้ในการประชุมระหว่างประเทศและมีปริ มาณพอสมควรฯ
18.ของที่ได้นาเข้ามาและส่ งออกไปไม่เกิน 2 ปี และยังมิได้เปลี่ยนลักษณะ
   หรื อรู ปแต่ประการใด

                                                                                              16
                      ี่
การเรียกเก็บค่ าภาษีทขาด
     ความรับผิดในอันที่จะเสี ยค่าภาษีที่เกิดขึ้นแล้ว
ผูนาของเข้าหรื อผูส่งของออกก็ตองชาระค่าภาษีให้ครบถ้วนถูกต้องตามกฎหมาย(เว้นแต่ในกรณี ทอ
  ้               ้             ้
ดทิ้งของที่นาเข้าให้เป็ นของตกค้าง) กรมศุลกากรมีสิทธิ ขาดในค่าภาษีที่ได้รับชาระไว้แล้ว
และมีสิทธิ ติดตามเรี ยกร้องเอาภาษีส่วนที่ขาด หรื อยังมิได้ชาระให้ครบถ้วนตามกฎหมายได้ดวย ้
     อายุความในการเรี ยกให้ชาระภาษีส่วนที่ขาดนั้นมีอายุความ 10 ปี
นับจากวันที่นาของเข้าหรื อส่ งของออกสาหรับกรณี ที่มีการหลีกเลี่ยงหรื อพยายามหลีกเลี่ยงอากร

การคืนค่ าภาษี มาตรา 10 วรรคสี่ ในกรณี ที่เห็นสมควร
อธิ บดีมีอานาจคืนเงินอากรส่ วนที่เสี ยไว้เกินเฉพาะในเหตุที่ได้คานวณเงินอากรผิด
โดยไม่จาต้องมีคาเรี ยกร้องขอคืน แต่มิให้ส่งคืนเมื่อพ้นกาหนด 2
ปี นับนจากวันที่นาของเข้าหรื อส่ งของออก

อายุความในการเรียกร้ องขอคืนค่ าภาษีอากร
   มาตรา 10 วรรคห้า
   สิ ทธิ ในการเรี ยกร้องขอคืนเงินอากรเฉพาะเหตุที่ได้เสี ยไว้เกินจานวนที่พึงต้องเสี ยจริ งเป็ นอันสิ้
   นไปเมื่อครบกาหนด 2 ปี นับจากวันที่นาของเข้าหรื อส่ งของออกแล้วแต่กรณี
ความผิดตามกฏหมายศุลกากร
   1. ความผิดฐานลักลอบหรื อหลีกเลี่ยงอากร(มาตรา 27) เช่นผิดฐานลักลอบหนีศุลกากร
          ผิดฐานหลีกเลี่ยงอากร ฐานหลีกเลี่ยงข้อห้าม-ข้อกากัด
   2. ความผิดฐานสาแดงเท็จ (มาตรา 99)
                                                                               ั
   3. ความผิดฐานฝ่ าฝื นพิธีการศุลกากร เช่น รายงานเรื อเข้าไม่ถูกต้อง ปฏิบติพิธีการศุลกากร
                                ั
          ผิดท่า ฝ่ าฝื นไม่ปฏิบติตามระเบียบ ประกาศ คาสั่ง ที่กาหนด
          ไม่แสดงเครื่ องหมายและเลขหมายหี บห่อ
          ขอแก้ไขจานวนสิ นค้าที่ส่งออกภายหลังจากที่เรื อเดินทางออก

                         ่       ้
การเปรียบเทียบระงับคดีเพืองดการฟองร้ อง
        นอกจากจะดาเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมโดยพนักงานสอบสวน
พนักงานอัยการจนถึงการฟ้ องร้องต่อศาลแล้ว
กฎหมายศุลกากรยังได้ให้อานาจแก่อธิ บดีกรมศุลกากร
หรื อคณะกรรมการเปรี ยบเทียบและงดการฟ้ องร้องตามมาตรา 102 และ 102 ทวิ


                                                                                                   17
ที่จะดาเนินการด้านคดีเพื่อให้เสร็ จสิ้ นโดยไม่ตองฟ้ องร้องคดีต่อศาล
                                               ้
โดยการเปรี ยบเทียบระงับคดีงดการฟ้ องร้องเสี ยก็ได้
วิธีดาเนินการในการเปรี ยบเทียบระงับคดี
                 - ใช้ค่าปรับ
                 - ได้ทาความตกลง
                 - ทาทัณฑ์บน
                 - ให้ประกัน




                                           แบบประเมินหลังเรี ยน
                                              ภาษีศุลกากร
                                              (10 คะแนน)
คาชี้แจง
            1. ประเมินด้วยตนเอง
                   ั
            2. ให้นกศึกษาเลือกคาตอบที่ถูกต้องที่สุด
            3. นักศึกษาตรวจคาเฉลยในตาราหน้าถัดไป
            4. แบบประเมินด้วยตนเอง

                                        แบบประเมินหลังเรี ยน (Post – Test)
           ข้อ                  ก.                ข.                   ค.    ง.
           1.
           2.
           3.
           4.
           5.

            คะแนน :……………………….




                                                                                  18
                                            Post– Test
                                             บทที่ 16
                                            ภาษีศุลกากร

1. วัตถุประสงค์ในการจัดเก็บภาษีศุลกากร
         ก. เพื่อเป็ นรายได้ของประเทศ เพื่อส่งเสริ มอุตสาหกรรมการผลิต การเกษตร
            ป้ องกันการนาเข้าสิ นค้าบางประเภท เพื่อเป็ นการแก้ไขดุลการค้า และดุลการชาระเงินฯ
         ข. เพื่อเป็ นการส่งเสริ มการลงทุนตาม พรบ. ส่งเสริ มการลงทุน
         ค. เพื่อสนับสนุนเรื่ องการนาเข้าสิ นค้า
         ง. ไม่ถูกทั้ง ก. ข. และ ค.
2. กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษีศุลกากรแบ่งเป็ น
         ก. กฎหมายศุลกากร
                          ั
         ข. กฎหมายพิกดอัตราศุลกากร
         ค. กฎหมายว่าด้วยของต้องห้ามและของต้องกากัด
         ง. ถูกทั้ง ก. ข. และ ค.
3. ราคาศุลกากร กรณี ของนาเข้ามีหลักตามราคาที่ซ้ือขายที่แท้จริ ง ในระบบราคาแกตต์มีอยู่ 6
   วิธีในการประเมิน ดังนี้
         ก. ราคาซื้อขายของที่นาเข้า ราคาซื้อขายของที่เหมือนกัน ราคาซื้อขายของที่ต่างกัน
            ราคาหักทอน ราคาคานวณ ราคากลับหลัง
         ข. ราคาซื้อขายของที่นาเข้า ราคาซื้อขายของที่เหมือนกัน ราคาซื้อขายของที่คล้ายกัน
            ราคาหักทอน ราคาคานวณ ราคาย้อนกลับ



                                                                                               19
       ค. ราคาซื้อขายของที่นาเข้า ราคาซื้อขายของที่เหมือนกัน ราคาซื้อขายของที่ต่างกัน
                                         ั
            ราคาหักกลบลบหนี้ ราคาปัจจุบนของสิ นค้า ราคาในอดีต
       ง. ไม่ถูกทั้ง ก. ข. และ ค.
                                       ั
4. การคิดอัตราอากรตามราคา คือภาษีที่จดเก็บโดยคิดเป็ นร้อยละของมูลค่าหรื อราคาสิ นค้า
   สาหรับประเทศไทย
       ก. สิ นค้าขาเข้าคิดจากราคา C.I.F. (Cost –Insurance-Freight)
       ข. สิ นค้าขาออกคิดภาษีขาออกคิดเป็ นร้อยละของราคา F.O.B. (Free on Board)
       ค. ถูกทั้ง ก. และ ข.
       ง. ผิดทั้ง ก. และ ข.
5. ความผิดตามกฎหมายศุลกากร
       ก. ความผิดฐานลักลอบหรื อหลีกเลี่ยงอากร
       ข. ความผิดฐานสาแดงเท็จ
       ค. ความผิดฐานฝ่ าฝื นพิธีการศุลกากร
       ง. ถูกทั้ง ก. ข. และ ค.


                                แบบประเมินหลังเรี ยน (Post – Test)

   ข้อ                  ก.                  ข.                  ค.                      ง.
   1.
   2.
   3.
   4.
   5.

    คะแนน :……………………….
    เฉลยคาตอบแบบประเมินหลังเรียน (Post – Test)
           ข้อ 1. ก.
           ข้อ 2. ง.
           ข้อ 3. ข.
           ข้อ 4. ค.
           ข้อ 5. ง.

    แบบประเมินสัมฤทธิ์ผลทางการเรียน (Self Achievement Test)
            รวมผลคะแนนแบบประเมินตัวเองคะแนนประเมินหลังเรี ยนควรมากกว่า (>)
    ประเมินก่อนเรี ยน
                                                รวมคะแนน:……………………………



                                                                                             20
                                      บทสรุป (ภาษีศุลกากร)
                                                ่
             ภาษีศุลกากร คือการจัดเก็บภาษีเพือเป็ นรายได้ ของประเทศ เป็ นการส่ งเสริมอุตสาหกรรมการผลิต
การเกษตรกรรมภายในประเทศ ป้ องกันการนาเข้ าสินค้ าบางประเภทควบคุมการบริโภค
                                            ่
สาหรับสินค้ าฟุ่ มเฟื อยบางประเภท เพือเป็ นการแก้ ไขดุลการค้ า และดุลการชาระเงิน เป็ นภาษีทางอ้ อม
                              ่                                       ิ
ทีเ่ รียกเก็บจากสิ่งของทีนาเข้ ามา หรือส่ งออกไปนอกราชอาณาจักร มีวธีการนาส่ งสิ่งของโดยทางอากาศ ทางนา  ้
ทางบก สาหรับการส่ งสิ่งของทางไปรษณีย์ มีไปรษณียภัณฑ์ พัสดุไปรษณีย์ และไปรษณีย์ด่วนพิเศษ
                            ่                                                              ั
             กฎหมายทีเ่ กียวข้ องกับการจัดเก็บภาษีศุลกากร ได้ แก่ กฎหมายศุลกากร กฎหมายพิกดอัตราศุลกากร
                                                        ่
กฎหมายว่ าด้ วยของต้ องห้ ามและของต้องกากัด ฐานทีใช้ ในการคานวณภาษีศุลกากรมี 3 อย่ าง คือตามสภาพของ
                  ั
ราคาของ พิกดอัตราศุลกากร กรณีของนาเข้ าใช้ ระบบราคาแกตต์ซึ่งมีอยู่ 6 วิธี คือ
             1. ราคาซื้อขายของทีนาเข้ า่
             2. ราคาซื้อขายของทีเ่ หมือนกัน
                                     ่
             3. ราคาซื้อขายของทีคล้ ายกัน
             4. ราคาหักทอน
             5. ราคาคานวณ
             6. ราคาย้ อนกลับ
             ซึ่งจะต้ องใช้ ราคาตาม 1 ก่อนเรียงลาดับจาก 234 เรียงลาดับจนถึง 6
ประเภทของอัตราอากรมี 2 ประเภทคือ อัตราอากรตามราคา และอัตราอากรตามสภาพ
      ั                                             ั                                ่
พิกดอัตราอากรขาเข้ ามี 21 หมวด 97 ตอน พิกดอัตราอากรขาออกมี 9 ประเภท ของทีได้ รับยกเว้ นอากรมี 18
                                                           ่ั
ประเภท สาหรับของอันเนื่องด้ วยการกระทาผิด คือของทียงไม่ เสียภาษี ของต้องจากัด ของต้ องห้ าม


                                                                                                     21
      ่ั                                 ี
ของทียงมิได้ ผ่านศุลกากรโดยถูกต้ อง กรณีมความผิดตามกฎหมายศุลกากร
   ิ
มีวธีดาเนินการในการเปรียบเทียบระงับคดี โดยใช้ ค่าปรับ โดยวิธีทาความตกลง ทาทัณฑ์ บน ให้ ประกัน
      ี                                                     ่
กรณีมการชาระภาษีเกิน สามารถขอคืนได้ ภายใน 2 ปี นับจากวันทีนาของเข้ า หรือส่ งของออกแล้วแต่ กรณี




                                          บรรณานุกรม

                                               ั
ความรู ้ทวไปเกี่ยวกับกฎหมายศุลกากร และกฎหมายพิกดอัตราศุลกากร (ฉบับปรับปรุ ง) โดย
         ั่
นายมาโนช รอดสม น.บ., ศ.บ. , พท.บ., รป.ม.

          ั่                               ั
ความรู ้ทวไปว่าด้วย กฎหมายศุลกากร กฎหมายพิกดอัตรา และพิธีการศุลกากร โดย
        ั
นายวิชย มากวัฒนสุ ข นิติกร(ว)7 กรมศุลกากร

มหาวิทยาลัยสุ โขทัยธรรมาธิ ราช สาขาวิชาวิทยาการจัดการ
 เอกสารการสอนชุดวิชา หน่วยที่ 9 -15 กฎหมายธุ รกิจ และ การภาษีอากร
(Business Law And Taxation)

เวป์ ไซด์กรมศุลกากร




                                                                                                  22

				
DOCUMENT INFO
Shared By:
Categories:
Tags:
Stats:
views:4
posted:5/1/2012
language:Thai
pages:22
Sahapat Limamapar Sahapat Limamapar http://
About