Unit2 e06b by 07i03sSN

VIEWS: 0 PAGES: 101

									     Controlling
         and
Preventive Oral Disease
    Niruwan Oprachai
  Mahasarakham University

                            1
           หน่ วยที่ 2
              ้
การควบคุม และปองกันโรคในช่ องปาก
 ทันตสุขศึกษา
 การรักษาอนามัยในช่ องปาก
 การใช้ สารปองกันโรคฟันผุ
             ้
                                   2
           ทันตสุขศึกษา
Dental Health Education
                    ้ั
กระบวนการที่ทาให้ผูรบตระหนักถึง
                           ้
คุณค่าของสุขภาพช่องปากรูว่าทาอย่างไร
 สุขภาพช่องปากถึงจะดียินดีและเต็มใจ
                 ั
        ที่จะปฏิบติตนเพื่อให้ได้
           สุขภาพช่องปากที่ดี
                                   3
         ่
อุปสรรคทีสาคัญในการดาเนินงานทันตสุ ขศึกษา
     ขาดทรัพยากรด้ านงบประมาณ
       - เน้ นการรักษามากกว่า
     ขาดทรัพยากรบุคคลทีจะดาเนินงานทันตสุ ขศึกษา
                            ่
       - ทันตบุคลากร
                     ่
       - เจ้ าหน้ าทีสาธารณสุ ข
       - ครู
       - นักประชาสั มพันธ์
       - สื่ อมวลชนต่ างๆ
       - ผู้นาชุมชน                            4
   กลวิธีดาเนินงานทันตสุขศึกษา
 ศึกษาสารวจปัญหาของชุมชน
   - ความรู้
   - ทัศนคติ ความเชื่อ
              ิ
   - การปฏิบัตตนเรื่องสุ ขภาพช่ องปาก
 กาหนดกลุ่มเป้ าหมาย
   - จัดลาดับความสาคัญก่ อนหลัง
    กลุ่มมารดา, กลุ่มเด็กนักเรียนประถมฯ และผู้ใหญ่
                                                5
   กลวิธีดาเนินงานทันตสุขศึกษา
 กาหนดเรื่องและเนือหาที่เหมาะสม
                   ้
   - เตรียมกิจกรรม, เตรียมสื่ อ และรู ปแบบ
 ดาเนินงานให้ ทนตสุ ขศึกษา
                ั
 ติดตามและประเมินผลงาน

                                             6
  การรักษาอนามัยในช่ องปาก
 การใช้ วธีทางโภชนาการ
          ิ
 การทาความสะอาดอย่ างถูกต้ อง


                                 7
            ิ
    การใช้ วธีทางโภชนาการ
 อาหารกับการเกิดโรค
 วิธีทางโภชนาการกับการควบคุม



                                8
      อาหารกับการเกิดโรค
 คุณสมบัตทางกายภาพ
           ิ
 องค์ ประกอบทางเคมี
 เวลา
 จานวนครั้ง

  Cariogenic diet : อาหารก่ อให้ เกิดโรคฟันผุ
                                                9
วิธีทางโภชนาการกับการควบคุม
 ควบคุมหรือเปลียนแปลง
                ่
  พฤติกรรมการบริโภค
 การเลือกรับประทานอาหาร



                              10
                  ้
       อันตรายจากนาตาล
 ลดความถี่ในการกิน
 ลดระยะเวลาทีอาหารทีอยู่ในปาก
              ่         ่
 ลดจานวนอาหารหวาน
 เลือกอาหารสาเร็จรูปทีมนาตาลน้ อย
                       ่ ี ้
                               11
              ่        ้
การคานวณความถีในการกินนาตาล
   จานวนครั้ง x เวลา 20 นาที
  ปกติ
                 ้
    กินอาหาร 3 มือ /วัน
    เวลาเกิดกรด 3 x 20 = 60 นาที

                                   12
            คาถาม ?
                          ้
      เปิ้ ลกินอาหาร 2 มือ / วัน
                        ้
และกินอาหารระหว่ างมือ 2 ครั้ง ดังนี้
    โค๊ ก 1 แก้ ว ขนมหวาน 3 ชิ้น
           ่
มีเวลาทีกรดสั มผัสกับฟัน นานเท่ าใด

                                        13
การทาความสะอาดช่องปาก
      อย่างถูกต้อง
 แปรงฟันอย่ างถูกวิธีและสมาเสมอ
                           ่
 ใช้ ไหมขัดฟัน
 ใช้ ไม้ จมฟัน
           ิ้
 แปรงขัดซอกฟัน
                              14
      อุปกรณ์ ในการแปรงฟั น
แปรงสี ฟันที่ดี
   ขนาดพอเหมาะกับปาก
   ขนแปรงเสมอกัน
   ปลายขนแปรงมนกลม
   ขนแปลงแข็งปานกลาง หรืออ่อนนุ่ม
    ในกรณีเป็ นโรคเหงือก
                                     15
16
17
    อุปกรณ์ ในการแปรงฟั น
การเก็บรักษา
     ล้างแปรงสี ฟันก่อนแปรงฟัน
     หลังแปรงล้างให้ สะอาด
     สะบัดนาที่ขนแปรง
             ้
     วางแปรงในที่ ที่มอากาศถ่ ายเท
                       ี
     เปลียนแปลงเมื่อขนแปรงบาน
          ่
                                      18
Recommended Toothbrush Care
 Do not share toothbrushes
 Rinse your toothbrush thoroughly
 Do not allow them to contact each other
 It is not necessary to soak toothbrushes in
  disinfecting solutions or mouthwash
 It is also unnecessary to use dishwashers,
  microwaves, or ultraviolet devices to
  disinfect toothbrushes
 Do not routinely cover toothbrushes
 Replace your toothbrush every 3-4 months
                                                19
20
21
    อุปกรณ์ ในการแปรงฟั น
ยาสี ฟัน
          ผงไม่ หยาบจนเกินไป
                         ่
           มีรส และกลินชวนใช้
          เลือกชนิดที่ไม่ แพ้
          ผสมฟลูออไรด์
           ไม่ ใส่ มากเกินไป
                                 22
       วิธีการแปรงฟัน
• กลุ่มผู้คด
           ิ
   - Fones Charters Leonard Stillman
   Technique
   -Bass Technique
• การวางขนแปรง
   - Roll
   - Horizontal Scrub
                                       23
 การวางแปรงแบบ Scrub
 ขนแปรงตั้งฉากกับแนวแกนฟัน
 ขยับขนแปรงในระยะสั้ นๆ
 Ramfjord , Ash
   • สครับแบบวงกลม
   • ขนแปรงทามุม 70-80 องศา
 เหมาะสาหรับฟันนานม้
 เหงือกร่ น และฟันสึ ก
                              24
    การวางแปรงแบบ Roll
ขนแปรง 45 องศาคอฟันและเหงือก
ขยับขนแปรงมาทางด้ านบดเคียว
                           ้
ปัดขนแปรงลงหาด้ านบดเคียว
                         ้
ด้ านบดเคียว ถูไป-มา
           ้
วางขนแปรงลึกทาให้ เกิดแผลทีเ่ หงือกได้
                                     25
การวางแปรงแบบ Modified Bass
   •   แบ่ งช่ องปากเป็ น 6 ส่ วน
   •   แปรงทั้งหมด 16 ส่ วน
   •   ขนแปรง 45 องศากับแนวแกนของฟัน
   •   กดขนแปรงลงในร่ องเหงือก
   •   ขยับขนแปรงสั้ นๆ
   •                                    ้
       บิดข้ อมือปัดขนแปรงลงหาด้ านบดเคียว
   •   ทาซ้าๆ กันทุก 10-15 ครั้ง
   •               ้
       ด้ านบดเคียว ถูไป-มา
   •             ่      ่
       วิธีการทีนิยมทีสุด                    26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
         การใช้ ไหมขัดฟัน
 Waxed
 Unwaxed
 ต้ องหมั่นฝึ กฝน
 สามารถทาความสะอาดในส่ วนที่แปรงสี ฟัน
            ึ
  เข้ าไม่ ถง
 อย่ างน้ อยวันละครั้ง หลังแปรงฟันก่อนนอน
                                         36
37
38
39
40
41
42
43
44
45
46
47
48
             ิ้
        ไม้ จมฟัน
 หน้ าตัดรูปสามเหลียม
                    ่
 ผู้ทมปัญหาเหงือกร่ ุ น
      ี่ ี
 บริเวณซอกฟันมีช่องว่ าง

                            49
50
51
52
53
    แปรงขัดซอกฟัน
Taper
Cylinder
เหงือกร่ น
บริเวณซอกฟันมีช่องว่ าง

                           54
55
56
57
58
59
60
61
62
63
              ้
   การใช้ สารปองกันฟันผุ
 ฟลูออไรด์
 สารเคลือบหลุมและร่ องฟัน



                             64
               ฟลูออไรด์
• สารประกอบฟลูออรีน
• หมู่ธาตุ Halogen
• มีมากเป็ นอันดับที่ 17 ของโลก
• มีประจุเป็ นลบ
• อาหารทะเลทั้งตัว
• ผักกุยช่าย, ตังโอ๋, มะระ, ผักบุง, กะหล่าปลี
                                 ้
• ใบชา, ใบเมี่ยงมากที่สุด                  65
         การดูดซึมของฟลูออไรด์
• ประมาณ 75-90% ของฟลูออไรด์ ทรับประทานี่
• ดูดซึม โดยระบบทางเดินอาหาร โดย 50% จะถูกดูดซึม
  ใน 30 นาที
• ปริมาณฟลูออไรด์ ในพลาสมา จะสู งสุ ด ในเวลา
   30-60 นาที
• การดูดซึมของฟลูออไรด์ จะลดลง เมือรับประทานพร้ อมกับ
                                  ่
                      ่ ่ ี                ่
  อาหาร หรือเครื่องดืมทีมแคลเซียมหรือสารอืนๆ เช่ น
   แมกนีเซียม อลูมเิ นียม
                                                  66
          การขับถ่ ายฟลูออไรด์
 ประมาณ 10-25% ของฟลูออไรด์ จะไม่ ถูกดูดซึม
 ขับถ่ ายออกทางอุจจาระ
 ทีถูกดูดซึมแล้วจะขับออกทางไต และ
     ่
 สารคัดหลังของร่ างกาย ได้แก่ น้านม เหงื่อ น้าลาย
            ่
 แต่ พบปริมาณน้ อยและไม่ พบความแตกต่ าง

                                            67
 กลไกในการควบคุมโรคฟันผุของ F-

 ชะลอขบวนการย่ อยสลายแร่ ธาตุ และเสริมสร้ างการเกิด
  กระบวนการคืนกลับของแร่ ธาตุบนตัวฟัน
   – pH 5.2-5.5 Critical pH
   – pH ลดลง            Hydroxy apatite บนผิว
     Enamel ละลายตัว
   – F- จับกับ Hydroxy apatite กลายเป็ น
     Fluorhydroxy apatite
   – จับผิวเคลือบฟันทีละลาย White Spot Lesion
                      ่
   – มีความแข็งแรงกว่ าเคลือบฟันปกติทวไป
                                     ั่
                                                       68
 กลไกในการควบคุมโรคฟันผุของ F-

• รบกวนเมตาบอลิซึมของแบคทีเรีย
   –ยับยั้งการย่ อยสลายคาร์ โบไฮเดรตของแบคทีเรีย
   – F- เข้ มข้ น 100 ppm ขึนไป้
   –ยังไม่ พบการทาลาย Bact. ใน Plaque




                                                   69
การใช้ ฟลูออไรด์ ในรูปแบบต่ างๆ
• การใช้ ทางระบบ
  (Systemic fluoride)
• การใช้ เฉพาะที่
  (Topical fluoride)


                                  70
          ฟลูออไรด์ ทางระบบ
 ฟลูออไรด์ ในนาดืม
                ้ ่
  (Fluoried in Drinking water)
 การเติมฟลูออไรด์ ในนานม (Milk Fluoridation)
                       ้
 การเติมฟลูออไรด์ ในเกลือ (Salt Fluoridation)
 ฟลูออไรด์ ชนิดเม็ด หรือนา
                          ้
  (Fluoried tablets and drops)
                                         71
  Fluoride in Drinking
              water
 ในน้าประปาของไทย พ.ศ. 2523-2527
  วัดช่ องลม ชลบุรี
 เติม 3.15 ppm นร. 450 คน
 ผลการศึกษา 5 ปี พบว่ า
  • การเกิดโรคฟันผุมค่าต่ากว่ าเดิม 15.4%
                    ี
 การศึกษาของ Dean (1930-1940)
 1.0-1.2 mgF/L
                                            72
   Fluoride in Drinking
          water
 ประทีป พันธุมวนิช และคณะ (1986)
  0.4-0.6 mgF/L
 ลดโรคฟันผุในฟันนานมได้ 40-49%
                      ้
 ลดโรคฟันผุในฟันแท้ ได้ 50-59%
 การขยายผลไปใช้ ช้า ค่ อนข้ างยุ่งยากยาก
                    ี
  มีโครงการใหม่ ที่ดกว่ า
                                            73
     Milk Fluoridation
• ครั้งแรก พ.ศ. 2496 โดย ทพ.สกอตแลนด์
  ประเทศอังกฤษ, ประเทศสวิสเซอร์ แลนด์
• จ่ ายนมทีเ่ ติมฟลูออไรด์ เด็กอายุ 9-44 เดือน
• ขนาดฟลูออไรด์ 1.0 - 1.5 mg F
  ในนม 200 ml
• ลดโรคฟันผุได้ อย่ างชัดเจน
                                             74
     Milk Fluoridation
ประเทศไทย โครงการทดลอง 5 ปี 2543-2547
    หน่ วยงานหลัก
          1. กรมอนามัย
          2. คณะทันตแพทย์ ศาสตร์ มธ.
          3. โครงการส่ วนพระองค์ สวนจิตรลดา
          4. WHO
          5. Borrow Dental Milk Foundation (BDMK),
             UK.
                                               75
                โรงเรียนในโครงการ
ชั้นอนุบาล 1 ถึง ประถมศึกษาปี ที่ 4 แล้วจะขยายไปสู่ แผนฯ 9 และ
   ้ ่ ี่
พืนทีทมีสถานการณ์ เหมือนกัน
    • จิตรลดา                             • ศูนย์ สุขวิทยาจิต
    • พระตาหนักสวนกุหลาบ                  • อนุบาลเทพสนิท
    • วัดพลับพลาชัย                       • วชิราวุธ
                                          • ราชวินิต
    • อนุบาลสามเสน                        • สวนสุ นันทา
    • อานวยศิลป์                          • สายนาทิพย์
                                                     ้
    • สวนบัว                              • ราชินีบน
    • อนุบาลวัดปรินายก                    • บางยีขน ่ ั
                                                                 76
      ทาไมต้ องเติม F- ในนม

 นโยบายดืมนมทุกวันทีโรงเรียน ระดับ
            ่              ่
  อนุบาลและประถมศึกษา
 หลังดืมพบ F
        ่       - อยู่ในช่ องปากตลอดเวลา

  ร้ อยละ 55-60
 F- สะสมอยู่ใน Plaque นาน 8 สั ปดาห์
 ลดโรคฟันผุได้ ร้ อยละ 35-77
                                           77
      ทาไมต้ องเติม F- ในนม
 ปริมาณกาหนด โดย WHO 0-1 mg/วัน
  (นมจิตรลดา 0.5 mgf/200 mg)
 สอดคล้องกับวิถชีวตเด็กไทยมากกว่ ารู ปแบบ
                   ี ิ
    ่
  อืนๆ
 ประเทศที่ดาเนินการแล้วได้ ผล
   • จีน,อังกฤษ,รัสเซีย,บุลกาเรีย, ฮังการี
      ,สวิสเซอร์ แลนด์ และสกอตแลนด์
                                        78
  Salt Fluoridation
• ใช้ ในบางประเทศ
  - โคลัมเบีย ฮังการี สวิสเซอร์ แลนด์
• สวิสเซอร์ แลนด์ ใช้ นานกว่ า 20 ปี
• ผลของการใช้ ต่อการป้ องกันโรคฟันผุใกล้ เคียง
  กับการปรับระดับฟลูออไรด์ ในนาดืม้ ่
• ปริมาณฟลูออไรด์ ทเี่ ติม 250mg F/kg
                                            79
Fluoride Tablets and Drops
• เป็ น F-  เสริมจ่ ายแต่ ละช่ วงอายุทุกวัน
• จ่ ายเฉพาะพืนที่น้ันมี F- ต่ากว่ าระดับ
                ้
  ที่เหมาะสม (0-1 mg/วัน)
• ลดการเกิดโรคฟันผุในฟันนานมได้ 60%
                                 ้
• ลดการเกิดโรคฟันผุในฟันแท้ ได้ 39-80%
• เด็กต้ องเคียวและอมให้ อยู่ในช่ องปากนานทีสุด
              ้                             ่
                                             80
                     ่
ขนาดฟลูออไรด์ เสริมทีแนะนาโดย ADA ปี
                1994
    อายุ                        ้ ่
             ปริมาณฟลูออไรด์ ในนาดืม (ppm.)
              < 0.3      0.3 - .6   > 0.6
6 เดือน - 3 ปี 0.25 mg      -         -


  3 - 6 ปี   0.50 mg 0.25 mg          -


 6 - 16 ปี   1.0 mg      0.50 mg      -


                                              81
            ฟลูออไรด์ เฉพาะที่
           ี่
ฟลูออไรด์ ทใช้ โดยทันตบุคลากร
     Gel,Vanish
     ความเข้ มข้ น 970 - 19,500 ppm.
    ประกอบด้ วย
          2% โซเดียมฟลูออไรด์ (2% NaF )
          Stannous Fluoride (SnF2)
          Acidulated Phosphate
         Fluoried (APF)
          ฟลูออไรด์ วานิช (Fluoried Varnish)
                                            82
   Self - applied
     fluoride
 ยาสี ฟันผสมฟลูออไรด์
   (Dentifrice)
 ยาอมบ้ วนปากผสมฟลูออไรด์
  (Fluoride
mouthrinse)
                             83
ยาสี ฟันผสมฟลูออไรด์ (Dentifrice)
 • ปริมาณฟลูออไรด์ ทใส่ มีความเข้ มข้ น
                      ี่
    1,000-1,100 ppm
 • ลดลงเป็ น 500 ppm.
 • ประชาคมยุโรป ข้ อกาหนด สู งสุ ดไม่ เกิน
    1,500 ppm
 • 0.2 % NaF , Stannous Fluoride,
    Sodium monofluorphosphate
    (NaMFP)
 • ลดโรคฟันผุได้ ร้ อยละ 15-30           84
ยาสี ฟันผสมฟลูออไรด์ (Dentifrice)
 • แนะนาให้ บีบยาสี ฟัน ขนาดเท่ าเม็ดถั่วเขียวหรือประมาณ
   5 mm.
 • ควบคุมให้ บ้วน ยาสี ฟันออกให้ มากทีสุด
                                        ่
 • การใช้ หวังผลหลังการขึนของฟัน
                            ้
   (Post-eruptive effect)
 • สั มผัสกับฟลูออไรด์ ในปริมาณน้ อยและบ่ อยๆ
      ่
   เพือกระตุ้นให้ เกิดขบวน (Remineralization)
 • ไม่ ควรใช้ ทแต่ งกลินรสชาด หรือมี F ตั้งแต่ 1,500 ppm
               ี่      ่
    กับเด็กอายุน้อยกว่ า 6 ปี
                                                           85
Fluoride Mouthrinse
 • โซเดียมฟลูออไรด์
 • มี 2 ขนาด คือ
      - 0.2% NaF (909 ppm F)
          - ใช้ อมบ้ วนปากทุก 1-2 สั ปดาห์
      - 0.05% NaF (227 ppmF)
          - ใช้ อมบ้ วนทุกวัน
 • การอมบ้ วนปาก ใช้ ปริมาณ 10 ml
 • อมนาน 1-2 นาที
 • ไม่ ควรดืมนาหรือทานอาหาร 30 นาที
             ่ ้
 • ผลการลดโรคฟันผุได้ 20%
 • ห้ ามใช้ กบเด็กทีอายุต่ากว่ า 6 ปี
              ั     ่                        86
         Slow release
ปล่อยฟลูออไรด์ fluoride
               อย่ างต่ อเนื่องในปาก
 อะมัลกัม
 Glass lonomer Cement
 ป้ องกันการเกิด Secondary
Caries
 ไม่ สามารถทราบปริมาณฟลูออไรด์ ทถูกปล่ อย
                                 ี่
ออกมาในช่ องปาก                         87
               ่
ข้ อพึงระวังเกียวกับการใช้ ฟลออไรด์
                             ู
 ชนิดเรื้อรัง
  ขนาด 2-10 มิลลิกรั ม/วัน

  จะทาให้ เกิดฟั นตกกระ

                  ่
  มีการสะสมทีกระดูก ทาให้ กระดูก

 ผิดรู ปร่ าง และมีปัญหาต่ อโครงสร้ าง
 ร่ างกาย
                                         88
               ่
ข้ อพึงระวังเกียวกับการใช้ ฟลออไรด์
                             ู
 ชนิดเฉียบพลัน
                                       ้
  จานวนมากในครั้ งเดียว 3 มิลลิกรั มขึนไป

  อาการปวดท้ อง ปวดหัว ชาในปาก

         ่
    คลืนไส้ อาเจียนและอาจมีท้องเสี ย
  ได้ รับในคราวเดียว คือ 50 มิลลิกรั ม

    ฟลูออไรด์ ต่ อน้าหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม
   อาจถึงตายได้
                                         89
                ่
 ข้ อพึงระวังเกียวกับการใช้ ฟลออไรด์
                              ู
การแก้ไข
  ให้ผป่วยดื่มน้าปูนใสหรือดื่มนมมากๆ
          ู้
  เพื่อช่วยตกตะกอนฟลูออไรด์
   ลดการดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิต
  เก็บปัสสาวะของผูป่วย ภายใน 24 ชัวโมง
                      ้             ่
  แล้วนามาตรวจหาปริมาณฟลูออไรด์

                                      90
ตัวอย่ าง ยาเม็ดฟลูออไรด์




                            91
โรคฟันตกกระ (Dental Fluorosis)




                                 92
โรคฟันตกกระ (Dental Fluorosis)




                                 93
                    Sealant
• สารฟลูออไรด์ จะมีผลอย่ างชัดเจน เฉพาะบริเวณด้ านเรียบของ
   ฟันเป็ นหลัก
• ไม่ ครอบคลุมบริเวณด้ านบดเคียว เป็ นด้ านทีมีหลุมและร่ องฟัน
                                 ้             ่
• สารเคลือบหลุมและร่ องฟันเพือให้ ด้านบดเคียวเรียบ
                                   ่             ้
              ่ั
   ไม่ เป็ นทีกกเก็บของอาหาร
• ทาจากวัสดุจาพวกเรซิน
• มักทาในกรามนานมและฟันกรามแท้ ทีเ่ พิงขึนมาในช่ องปาก
                    ้                       ่ ้
• ฟันทีเ่ พิงขึนใหม่ ๆ จะมีหลุมและร่ องฟันลึก และยังมีการสะสม
            ่ ้
   ของแร่ ธาตุไม่ สมบูรณ์
                                                             94
หลุม และร่ องฟัน (Pit&Fissure)




                                 95
สารปิ ดร่ องฟัน (Sealant)




                            96
   ลักษณะหลุมของร่ องฟัน
• หลุมร่ องลึกในฟันกราม
• ฟันกรามน้ อย
• ฟันตัดถาวรด้ านใกล้ ลน
                       ิ้




                            97
ลักษณะหลุมของร่ องฟัน




                        98
ลักษณะหลุมของร่ องฟัน




                        99
         วัคซีนป้ องกันฟันผุ
        ิ
คุณสมบัตของวัคซีน
   ทาจากพืช สกัดจากพืชพวกยาสู บ
   ป้ องกันไม่ ให้ มีการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย
   Streptococcus mutants
   ไม่ มีผลข้ างเคียง
   ระยะปองกันสั้ น
            ้
                                           100
101

								
To top