_____________ _Web Technology_

Document Sample
_____________ _Web Technology_ Powered By Docstoc
					       รายวิชา 5693501
เทคโนโลยีเว็บ (Web Technology)

               ้        ่
    ความรู้ เบืองต้ นเกียวกับเทคโนโลยีเว็บ
                      ้
            ความรู้เบืองต้ นการใช้ งานอินเทอร์ เน็ต
   เว็บเทคโนโลยี (Web Technology)
     – คือ บริ การหนึ่งในรู ปแบบต่าง ๆ ของการให้บริ การของอินเตอร์เน็ต
                    ้ ั             ้ ้
     – สาหรับผูพฒนาเว็บ หรื อผูที่ตองการเขียนโปรแกรมเพื่อ
        ติดต่อสื่ อสารผ่านเว็บ หรื อ อินเตอร์เน็ต จะต้องมีความรู ้และความ
        เข้าใจเรื่ องเกี่ยวกับ โปรโตคอล (Protocol)
                    ้
          ความรู้เบืองต้ นการใช้ งานอินเทอร์ เน็ต
 โปรโตคอล เป็ นเพียงข้อตกลงกันระหว่าง 2 ฝ่ ายที่ให้เครื่ องคอมพิวเตอร์
  สามารถสื่ อสารกันได้อย่างถูกต้อง และราบรื่ นมากที่สุด
 การใช้บริ การเว็บจะทางานภายใต้ โปรโตคอล HTTP
 โดยโปรโตคอลจะเป็ นตัวกาหนดวิธีการส่ งข้อมูลหรื อไฟล์ ระหว่าง
  เครื่ องคอมพิวเตอร์ที่เป็ น Client และ Server รวมถึงการกาหนด กฏ
  ระเบียบในการติดต่อด้วย
    ้
 ผูใช้จะใช้โปรแกรมประเภท Browser เป็ นตัวช่วยในการติดต่อสื่ อสารได้
  ง่ายขึ้น
                      ้
            ความรู้เบืองต้ นการใช้ งานอินเทอร์ เน็ต
   อิ น เทอร์ เน็ ต หมายถึ ง ลั ก ษณะของการเชื่ อ มต่ อ ของเครื อข่ า ย
                     ั                                        ้
    คอมพิวเตอร์ ท้ งเล็กและใหญ่จานวนมากเข้าด้วยกัน โดยมีขอกาหนดว่า
                                             ่
    ทุกเครื อข่ายที่เชื่อมต่อถึงกัน จะต้องอยูภายใต้มาตรฐานของการเชื่อมต่อ
    (โปรโตคอล) ที่ ถูก สร้ างขึ้ นมาเพื่อใช้งานบนเครื อข่าย โดยเฉพาะ ซึ่ ง
    เรี ยกว่า TCP/IP
          ้
ความรู้เบืองต้ นการใช้ งานอินเทอร์ เน็ต
                     ้
           ความรู้เบืองต้ นการใช้ งานอินเทอร์ เน็ต
   จากมาตรฐานการเชื่อมต่อกันนี้เอง จึงมีผลทาให้เครื อข่ายคอมพิวเตอร์
    สามารถติดต่อสื่ อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้อย่างรวดเร็ วมี
    ประสิ ทธิภาพ และไม่มีขีดจากัดทางด้านเวลาและสถานที่
                     ้
           ความรู้เบืองต้ นการใช้ งานอินเทอร์ เน็ต
   โปรโตคอล HTTP (Hypertext Transfer Protocol)
     – เป็ นโปรโตคอลที่ใช้ในการกระจายและทางานร่ วมกันของข้อมูลที่
              ่
       ในอยูในรู ปสื่ อที่สามารถเชื่อมโยงถึงกันได้
     – เนื่องจากโปรโตคอล HTTP สามารถที่จะใช้ในการรับส่ งข้อมูลที่เป็ น
       ข้อความ รู ปภาพ หรื อภาพเคลื่อนไหวได จึงทาให้แหล่งข้อมูล
       ส่ วนใหญ่ใน WWW อนุญาตให้เข้าถึงได้โดยผ่านโปรโตคอล HTTP
                      ้
            ความรู้เบืองต้ นการใช้ งานอินเทอร์ เน็ต
   WWW (World Wide Web)
    อาจเรี ยกสั้นๆ ว่า เว็บ เปรี ยบเสมือน
    เป็ นห้องสมุดขนาดใหญ่ที่รวบรวม
    ข้อมูลที่มากที่สุดในโลกก็วาได้่
                              ้
    สามารถค้นหาข้อมูลที่ตองการได้
    เกือบทุกอย่างจากการบริ การบนเว็บ
                      ้
            ความรู้เบืองต้ นการใช้ งานอินเทอร์ เน็ต
                     ่
    ข้ อมูลในเว็บจะอยูในรู ปแบบที่เรี ยกว่า Hypertext และทา การเชื่อมโยง
    (Links) ข้อความ หรื อรู ปภาพ เข้ากับเอกสารอื่น ๆ อย่างเป็ นอิสระต่อกัน
                     ้
           ความรู้เบืองต้ นการใช้ งานอินเทอร์ เน็ต
   ภาพหรื อข้อความที่แสดงบนหน้าจอจะแสดงได้ทีละหน้า ซึ่งเรี ยกว่า เพจ
    (Page) หรื ออาจมีการเชื่อมโยงด้วยการลิงค์ (Links) เพื่อค้นหาข้อมูลจาก
                     ่
    อีกเพจหนึ่งที่อยูห่างออกไปไกลๆได้
                    ้
          ความรู้เบืองต้ นการใช้ งานอินเทอร์ เน็ต
 เว็บไซต์ เปรี ยบเหมือนเว็บเป็ นห้องสมุดขนาดใหญ่ เว็บไซต์จะ
  เปรี ยบเสมือนหนังสื อหนึ่งเล่มในห้องสมุดนั้น สามารถเลือกหยิบ
  หนังสื อเล่มใดก็ได้ในห้องสมุดเว็บขึ้นมาอ่าน
 โดยระบุชื่อหนังสื อในลักษณะที่เรี ยกว่า URL (อ่ านว่ า ยู อาร์ แอล)
 เช่น เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี มี URL หรื อมีชื่อเป็ น
  www.ubru.ac.th หรื อเว็บไซต์ของสาขาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
  อุตสาหกรรมมีชื่อว่า www.com-tech.lpru.ac.th เป็ นต้น
                     ้
           ความรู้เบืองต้ นการใช้ งานอินเทอร์ เน็ต
 เว็บเพจ (Web Page) และโฮมเพจ (Home Page)
 ถ้าเว็บไซต์ๆ หนึ่ ง คือ หนังสื อหนึ่ งเล่ม เว็บเพจก็คือ หน้ากระดาษต่างๆ
  ที่บรรจุเนื้อหาในหนังสื อเล่มนั้น
 โฮมเพจ คือ ปกหน้าของหนังสื อ ปกติแล้วเมื่อเริ่ มเปิ ดโปรแกรม Web
  Browser โปรแกรมจะนาเข้าสู่หน้าแรกของเว็บใดเว็บหนึ่งให้โดย
  อัตโนมัติ
                    ้
          ความรู้เบืองต้ นการใช้ งานอินเทอร์ เน็ต
 โปรแกรมเว็บบราวเซอร์ (Web Browser) คือ การแสดงผลข้อมูลต่าง ๆ
  บนอินเทอร์เน็ตในรู ปของ HTML ไม่สามารถที่จะแสดงผลข้อมูลออกมา
  โดยตรงได้ จะต้องใช้โปรแกรมเว็บบราวเซอร์เป็ นตัวกลางที่จะทาหน้าที่
  แปลงคาสังก่อนแล้วแสดงผลคาสังให้ออกมาเป็ นรู ปภาพ เสี ยง และ
            ่                     ่
  ข้อมูลต่างๆ
                ู้         ั
 บราวเซอร์ ที่ผใช้นิยมใช้กนก็จะมีโปรแกรม Internet Explorer , Firefox
  เป็ นต้น
                     ้
           ความรู้เบืองต้ นการใช้ งานอินเทอร์ เน็ต
 DNS-Domain Name System คือ ระบบการตั้งชื่อบนอินเทอร์เน็ต หรื อ
  ทรัพยากรบนอินเทอร์เน็ต
                                       ่ ั
 โดยทัวไปเครื่ องคอมพิวเตอร์ ที่ต่ออยูน้ นต้องมีหมายเลขประจาเครื่ อง ซึ่ ง
          ่
  หมายเลขนี้เรี ยกว่า IP โดยการที่จะจดจาหมายเลขประจาเครื่ องนั้นทาได้
  ยาก จึงมีวิธีการตั้งชื่อให้จดจาและใช้งานง่าย ระบบชื่อจึงถูกกาหนดให้
  เป็ นมาตรฐานต่าง ๆ
 โดยจะแบ่งตามลาดับขั้นตามสภาพภูมิศาสตร์ เช่น ประเทศ ประเภทของ
  องค์กร และชื่อองค์กร
 เช่น www.lpru.ac.th th คือ ชื่อประเทศไทย ac คือ ประเภทองค์กร bu
  คือ ชื่อองค์กร
                     ้
           ความรู้เบืองต้ นการใช้ งานอินเทอร์ เน็ต
   Domain ทีนิยมใช้ กนอยู่ในปัจจุบัน เช่น
              ่        ั
     – .com = กลุ่มธุรกิจการค้า (Commercial)
     – .edu = กลุ่มการศึกษา (Education)
     – .gov = กลุ่มองค์กรรัฐบาล (Government)
                     ้
           ความรู้เบืองต้ นการใช้ งานอินเทอร์ เน็ต
   ความหมายของ Sub Domain เช่น
     – .co = องค์การธุรกิจ (Commercial)
     – .ac = สถาบันการศึกษา (Academic)
     – .go = หน่วยงานรัฐบาล (Government)
     – .or = องค์กรอื่น ๆ (Organizations)
                     ้
           ความรู้เบืองต้ นการใช้ งานอินเทอร์ เน็ต
   Domain Name ชื่อย่ อของประเทศ เช่ น
     – .th = Thailand
     – .hk = Hong Kong
     – .jp = Japan
     – .sg = Singapore
                             HTML
 HTML ย่อมาจาก Hyper Text Markup Language เป็ นภาษาที่ใช้ใน
  การพัฒนาเว็บเพจเพื่อให้ โปรแกรมเว็บบราวเซอร์ (Web Browser)
  ต่างๆ สามารถแปลงคาสั่งและแสดงผลเป็ นรู ปภาพ เสี ยง หรื อข้อมูลได้
 โปรแกรมเว็บบราวเซอร์ ต่างๆ สามารถอ่าน หรื อเข้าใจในภาษา HTML
                                     ่
  ซึ่งเป็ นข้อความ Text กับรหัสที่อยูในเครื่ องหมาย < > (แท็ก) และมี
  นามสกุลเป็ น .html โดยเมื่อเปิ ดโปรแกรมเว็บบราวเซอร์ จะไม่สามารถ
  พบรหัสเหล่านี้ได้เลยบนจอภาพ แต่รหัสเหล่านี้จะเป็ นคาสังที่บอก
                                                            ่
  โปรแกรมเว็บบราวเซอร์ของเราว่า รู ปแบบของข้อความเป็ นอย่างไร
                            HTML
 สาหรับการสร้างไฟล์ HTML จะต้องอาศัยโปรแกรมที่มีคุณสมบัติเป็ น
  Text Editor โดยใช้โปรแกรมเหล่านี้สาหรับเขียนคาสังต่างๆ หรื อ
                                                   ่
                           ้
  รายละเอียดของข้อมูลที่ตองการให้แสดงผลบนจอภาพ
 และเก็บเป็ นไฟล์โดยจะต้องมีนามสกุลเป็ น .html จากนั้นก็ทดสอบไฟล์
  ในโปรแกรมเว็บบราวเซอร์ต่อไป แต่ในปัจจุบนได้มีการพัฒนา
                                             ั
               ู้        ้
  โปรแกรมที่ผใช้งานไม่ตองเขียนคาสังเองก็สามารถที่จะสร้างเว็บเพจ
                                     ่
  อย่างง่ายๆ ได้เลย
 เช่น Microsoft Frontpage, Netscape Composer, Macromedia
  Dreamweaver, Adobe Golive เป็ นต้น
                             HTML
   โครงสร้างของภาษา HTML จะประกอบไปด้วย 3 ส่ วน ดังนี้
     – ส่ วนที่ใช้บอกจดเริ่ มต้นและจุดสิ้ นสุ ดของเอกสาร คือ แท๊ก
       <html></html>
     – ส่ วนหัวของเอกสาร HTML คือ แท๊ก <head></head> ซึ่งเราจะแสดง
       หัวเรื่ องของ เอกสาร HTML ไว้ในส่ วนนี้
     – ส่ วนที่ใช้บอกจดเริ่ มต้นและจุดสิ้ นสุ ดของเนื้อหา คือ แท๊ก
       <body></body>
HTML
                  ขั้นตอนในการพัฒนาเว็บไซต์
             ้
    เตรียมเนือหาที่จะนาเสนอ
     – ก่อนอื่นต้องมีเป้ าหมายก่อนว่าจะทาเว็บไซต์เกี่ยวกับเรื่ องอะไรและ
        เนื้อหาต่างๆ มีอะไรบ้าง แล้วจัดเตรี ยมสิ่ งต่างๆ ซึ่งหมายถึง ข้อความ,
        ภาพประกอบ, เสี ยง และอื่น ๆ
                 ขั้นตอนในการพัฒนาเว็บไซต์
   ออกแบบหน้ าตาของเว็บไซต์
                       ั
     – ว่าต้องการให้มีลกษณะเป็ นอย่างไร เช่น จะมีการแบ่งเฟรมหรื อไม่ สี
       ของ Background และตัวอักษรเป็ นสี อะไร จะจัดวางอะไรไว้ตรง
       ส่ วนไหน จะมี Link ที่ใดบ้างและแต่ละ Link เชื่อมโยงไปหาส่ วนใด
       เป็ นต้น
               ขั้นตอนในการพัฒนาเว็บไซต์
   ออกแบบหน้ าตาของเว็บไซต์
               ขั้นตอนในการพัฒนาเว็บไซต์
   ออกแบบหน้ าตาของเว็บไซต์
               ขั้นตอนในการพัฒนาเว็บไซต์
   ออกแบบหน้ าตาของเว็บไซต์
                ขั้นตอนในการพัฒนาเว็บไซต์
   เขียนและทดสอบ
     – ลงมือเขียนโดยใช้โปรแกรมสาหรับเขียนเว็บไซต์ แล้วทาการ
        ทดสอบการแสดงผลและ Link ต่างๆ ว่าเชื่อมโยงได้ถูกต้องหรื อไม่
                     ้                                        ั
     – ในขั้นตอนนี้ถามีปริ มาณข้อมูลมาก และมีการเชื่อมโยงที่ซบซ้อนก็
        จะใช้เวลาค่อนข้างมากเพราะต้องคอยปรับแก้อยูเ่ รื่ อย ๆ
                   ขั้นตอนในการพัฒนาเว็บไซต์
                   ่
    เตรียมพร้ อมเพือเผยแพร่
     – การเลือก Host ควรเลือกให้เหมาะสมกับสคริ ปต์ที่เขียน เช่น php,
        asp, asp.net หรื อ jsp เป็ นต้น (แต่ถาไม่มีสคริ ปต์เหล่านี้ Host ทุกที่ก็
                                             ้
                  ่
        รองรับอยูแล้ว)
                                ้
     – ดูปริ มาณของเนื้อที่ที่ตองการใช้งาน นอกเหนือจากปัจจุบนแล้ว   ั
        อาจจะต้องมองถึงในอนาคตด้วย
     – การจดชื่อเว็บไซต์ (Domain Name Server : DNS) ควรตั้งชื่อให้
        เหมาะสมและสื่ อความหมายของเว็บไซต์ เพื่อง่ายต่อการจาของ
          ้
        ผูใช้งาน
                ขั้นตอนในการพัฒนาเว็บไซต์
                         ้          ้
    นาเว็บไซต์ ที่สร้ างขึน Upload ขึน Server และตรวจสอบความเรียบร้ อย
     – คือ การคัดลอกข้อมูล จากเครื่ องที่ทา ไปเก็บไว้ในเครื่ อง Server
       หรื อ Host ซึ่งการคัดลอกนี้เรี ยกว่า Upload โดยใช้โปรแกรมสาหรับ
       การUpload
     – เช่น โปรแกรม WinSCP, CuteFtp, WS_FTP (โปรแกรม
       Dreamweaver มีความสามารถนี้อยูแล้ว) ่
                ขั้นตอนในการพัฒนาเว็บไซต์
   ประกาศให้ โลกรับรู้
                                                               ู้
     – เมื่อตรวจสอบความเรี ยบร้อยแล้ว ก็ถึงคราวที่จะชักชวนให้ผคนมา
                                      ่
       ชมเว็บไซต์ โดยประชาสัมพันธ์ผานทางสื่ อต่างๆ เช่น แลก Link กับ
       เว็บไซต์อื่นๆ ฝากข้อความชักชวนไว้ตามกระดานข่าวต่างๆ หรื อจะ
                            ั
       เพิ่มชื่อเว็บไซต์ให้กบแหล่งรวมข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตอย่าง yahoo
       หรื อ google
ข้ อแนะนาในการทาเว็บไซต์
                  ข้ อแนะนาในการทาเว็บไซต์
               ้
    การเลือกเนือหาเว็บไซต์
     – ถือเป็ นส่ วนสาคัญในการเริ่ มต้นทาเว็บไซต์ ทั้งการจัดโครงสร้าง
       และ ความนิยมของเว็บไซต์ สาหรับผูเ้ ริ่ มต้น ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะเลือก
       หัวข้อใด
     – ควรเริ่ มต้นจาก การสารวจตัวเองว่า ชอบ หรื อ สนใจสิ่ งใด มากที่สุด
       หรื อ มีความรู ้เชี่ยวชาญด้านใดมากที่สุด
                  ข้ อแนะนาในการทาเว็บไซต์
   โครงสร้ างของเว็บไซต์
     – มีจุดมุ่งหมายสาคัญ คือ การที่จะทาให้ ผูเ้ ข้าเยียมชม สามารถค้นหา
                                                       ่
       ข้อมูล ในเว็บไซต์ได้อย่างเป็ นระบบ
                                                              ่
     – ต้องพิจารณาถึง ความเป็ นไปได้ของประเภทของผูเ้ ข้าเยียมชมเพราะ
              ่
       ผูเ้ ยียมชมแต่ละประเภท ก็จะค้นหาข้อมูลที่แตกต่างกัน
     – ดังนั้นสิ่ งที่ควรจะทาก็คือการจัดกลุ่มของข้อมูลโดยให้รวมหัวข้อย่อย
                       ่
       ต่างๆ ให้อยูในหัวข้อหลัก โดยมีจุดมุ่งหมายให้ จำนวนข้ อหลักน้ อย
           ่
       ทีสุด นอกจากนี้การจัดไฟล์และไดเร็ กทอรี่ ก็จะช่วยให้การดูแลรักษา
       และการตรวจสอบความผิดพลาดของเว็บไซต์ง่ายยิงขึ้น      ่
                    ข้ อแนะนาในการทาเว็บไซต์
   โครงสร้ างของเว็บไซต์
     – เช่น การจัดไฟล์รูปภาพไว้ที่เดียวกัน หรื อ จัดเว็บไซต์ที่เป็ นเรื่ อง
       เดียวกันไว้ในไดเร็ กทอรี่ เดียวกัน เป็ นต้น
                  ข้ อแนะนาในการทาเว็บไซต์
   โครงสร้ างของเว็บไซต์
                  ข้ อแนะนาในการทาเว็บไซต์
   สามารถดูเว็บไซต์ ได้ ในหลายบราวเซอร์
     – การทาเว็บไซต์ควรจะทาเพื่อให้สามารถดูได้จากทุกๆ Version ของ
                            ่
       Software ต่างๆ ไม่วาจะเป็ น Netscape, Communicator, Internet
       Explorer หรื อ อื่นๆ การทาให้ทุกคนดูได้น้ ี ถือว่าเป็ นการขยายฐาน
                     ่
       ของผูเ้ ข้าเยียมชม
                  ข้ อแนะนาในการทาเว็บไซต์
   ความเร็วในการโหลดเว็บไซต์
     – สาหรับหน้าแรกของเว็บไซต์ไม่ควรให้โหลดข้อมูลช้า ปัจจัยที่จะ
       กระทบต่อความเร็ ว ได้แก่ ขนาดของรู ปภาพที่ใช้ จานวนของรู ปภาพ
                                         ่
       ที่ใช้ และปริ มาณของตัวอักษรที่อยูบนหน้านั้นๆ
                                           ่                     ั     ่่
     – ความเร็ วในการโหลดเว็บไซต์ อาจอยูที่ Server ที่เว็บไซต์น้ นๆ อยูวา
       มีความสามารถสูงเพียงใด ขนาดของรู ปภาพที่ใช้ควรจะมีขนาดไม่
       เกิน 20-30K ต่อรู ป
     – ส่ วนประเภทของรู ปนั้นควรเป็ น GIF หรื อ JPEG ถ้าขนาดของ
       รู ปภาพใหญ่เกินไป อาจตัดแบ่งให้ขนาดเล็กลง และใช้ตารางช่วยใน
       การจัดรู ปภาพนั้นๆ
                  ข้ อแนะนาในการทาเว็บไซต์
   ความง่ ายในการค้ นหาข้ อมูล
                            ่ ั                      ั
     – ปัจจัยหลักนั้นขึ้นอยูกบโครงสร้างของเว็บไซต์ต้ งแต่ตอนแรกที่มีการ
       จัดโครงสร้างและจัดกลุ่มของข้อมูล นอกจากนี้ยงมีปัจจัยอื่นๆ อีก
                                                       ั
     – เช่น การมี Navigator Bar หรื อ แถบนาทาง ในทุกๆหน้าของเว็บไซต์
                                                            ็
     – และถ้าสามารถให้บริ การ Search และการมี Sitemap ได้กจะเป็ นสิ่ งที่
       จะช่วยให้คนหาข้อมูลได้ง่ายยิงขึ้น
                  ้                  ่
                   ข้ อแนะนาในการทาเว็บไซต์
   ตัวอักษร, ฉากหลัง และ สี
     – สาหรับรู ปแบบที่นิยมใช้คือ ตัวอักษรสี ดา บนฉากหลังขาว ถ้า
        ต้องการกาหนดประเภทของตัวอักษรควรใช้ที่เป็ นสากลนิยม
     – เช่น ในกรณี ภาษาอังกฤษ อาจใช้ Arial หรื อ Times News Roman
        เป็ นต้น ส่ วนภาษาไทย อาจใช้ MS Sans Serif
                            ั
     – การเลือกใช้ตวอักษรภาษาไทยนั้นต้องระวังเป็ นพิเศษเพราะในกรณี
                          ่         ั                               ่
        ที่เครื่ องผูเ้ ยียมชมไม่มีตวอักษรนั้นๆ อาจทาให้ผเู ้ ข้าเยียมชมไม่
        สามารถอ่านตัวอักษรได้เลย
                  ข้ อแนะนาในการทาเว็บไซต์
   รูปภาพ
               ั
     – มีใช้กนอยู่ 2 ประเภท คือ GIF หรือ JPEG หนึ่งในหลักการพิจารณา
       การใช้ประเภทเพื่อประสิ ทธิภาพสูงสุ ด คือ จานวนสี ของรู ปภาพ
       นั้นๆ
     – ถ้าเป็ นภาพแต่งหรื อภาพถ่ายที่มีสีมากๆ ก็ควรใช้ไฟล์ประเภท JPEG
             ้
     – แต่ถาเป็ นเพียงปุ่ มหรื อป้ ายที่มีสีไม่มากก็ควรใช้ GIF พร้อมกับ
       พิจารณาเรื่ องขนาดของไฟล์ดวย      ้
     – ควรจะมีดูขนาดของรู ปภาพที่จะใส่ บนเว็บไซต์ก่อน เพื่อจะได้ใช้
       ขนาด และอัตราส่ วน ที่พึงพอใจมากที่สุด
                    ข้ อแนะนาในการทาเว็บไซต์
                   ่
    ส่ วนประกอบทีขาดไม่ ได้ ของเว็บไซต์
     – เช่น หัวข้อที่เกี่ยวกับผูจดทา อาจเป็ นประวัติความเป็ นมา และ/หรื อ
                                ้ั
                                                                     ั
        ข้อมูลปัจจุบน (About us) เหล่านี้ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กบผูเ้ ข้า
                      ั
        เยียมชม และเพิมเติมเกี่ยวกับแถบนาทาง Search Sitemap และยังมี
           ่              ่
        หัวข้ออื่นๆ อีก
     – เช่น ข้อเสนอแนะ (Feedback) คาถามที่ถูกถามบ่อย (FAQ -
        Frequently Asked Questions)
                  ข้ อแนะนาในการทาเว็บไซต์
   ก่อนที่จะนาเว็บไซต์ Upload ไปยัง Server ควรจะมีการทดสอบ
                ั
     – โดยใช้ท้ ง Netscape Communicator และ Internet Explorer เพื่อดู
       ความเร็ วในการโหลดว่าช้า หรื อเร็ วเพียงใด Link ทั้งภายใน และ
                                                             ั
       ภายนอกถูกต้องหรื อไม่ รู ปภาพถูกต้องหรื อไม่ พิสูจน์อกษร และ
       อ่านข้อมูล เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลต่างๆ ถูกต้อง
                  ข้ อแนะนาในการทาเว็บไซต์
   หลังจากที่เว็บไซต์ เผยแพร่
     – ถ้าเป็ นไปได้ควรทดสอบ เหมือนกับที่ทดสอบก่อนที่จะ Publish เพื่อ
       ความแน่ใจอีกครั้ง นอกจากการทดสอบแล้ว
     – สิ่ งที่จะต้องกระทาหลัง Publish คือ การสารวจ ปรับปรุ ง และดูแล
       รักษาเว็บไซต์ เมื่อพบความคิดดีๆ ที่อาจนามาปรับปรุ งเว็บไซต์ได้ก็
       ควรจะจดบันทึกไว้ ถ้าเป็ นการแก้ไขนิดหน่อยก็ควรทาการแก้ไข
       ทันที
               ้              ้
     – แต่ถาเป็ นการแก้ไขที่ตองใช้เวลานานควรรอสักระยะรวบรวมสิ่ งที่
       ต้องการแก้ไขทั้งหมด

				
DOCUMENT INFO
Shared By:
Categories:
Tags:
Stats:
views:34
posted:4/26/2012
language:Thai
pages:43