????? ? ??? ?????? ????? HP Pavilion A5085L
Document Sample


ส่ วนที่ 1
บทสรุปสำหรับผู้บริหำร
้
1. สรุ ปข้ อมูลพืนฐำน
วิท ยาลัย ภู มิ ปั ญ ญาชุ ม ชนเป็ นหน่ ว ยงานภายในมหาวิ ท ยาลัย ทัก ษิ ณ มี ฐ านะเที ย บเท่ า คณะ
ซึ่ งจัดตั้งขึ้นตามมติสภามหาวิทยาลัยทักษิณในการประชุ มครั้งที่ 4/2548 เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ.
2548 แบ่ ง โครงสร้ า งการบริ ห ารงานออกเป็ น 6 อาศรม 1 ส านัก งานเลขานุ ก าร ภายใต้ภ ารกิ จ 7
ประการที่ มุ่ ง เน้ น ในการ รวบรวม คั ด สรร ส่ งเสริ ม ความเข้ ม แข็ ง ของภู มิ ปั ญญาทั ก ษิ ณ
ส า ห รั บ ปี ง บ ป ร ะ ม า ณ พ . ศ . 2 5 5 2 วิ ท ย า ลั ย ฯ มี บุ ค ล า ก ร ทั้ ง สิ้ น 9 ค น
และได้รับ งบประมาณสนับ สนุ น การด าเนิ น งานและงบประมาณสนับ สนุ น กิ จกรรมต่ า งๆ ทั้ง หมด
6,404,724 บาท มีทรัพยากรพื้นฐานเพื่อการดาเนิ นงานประกอบด้วยอาคารสานักงานชัวคราวจานวน 1 ่
หลัง อาคารท่ าเรื อจานวน 1 หลัง เครื่ องคอมพิ วเตอร์ เพี ยงพอสาหรับการใช้งานของบุ คลากรทุ ก คน
การด าเนิ น งานส่ ว นใหญ่ เ น้ น การให้ บ ริ การวิ ช าการและการวิ จ ัย ของนั ก วิ ช าการจ านวน 4 คน
ภายใต้ ก ารสนั บ สนุ น ของเจ้ า หน้ า ที่ บ ริ หารและพนั ก งานบริ การอย่ า งเต็ ม ก าลั ง ความสามารถ
จ น ส า ม า ร ถ ผ ลิ ต ง า น บ ริ ก า ร วิ ช า ก า ร ไ ด้ ถึ ง 3 3 โ ค ร ง ก า ร ง า น วิ จั ย จ า น ว น 9 เ รื่ อ ง
แต่ปัญหาหนึ่งที่ทาให้การบริ หารงานของวิทยาลัยฯ ไม่ราบรื่ นเท่าที่ควรคือ ปั ญหาเรื่ องพื้นที่ที่วิทยาลัยฯ
ขอใช้ซ่ ึ งยังมีการคัดค้าน ขัดขวางจากราษฎรในพื้นที่บางกลุ่มอยูบาง ่ ้
2
2. สรุ ปผลกำรประเมิน
ยุทธศำสตร์ คะแนน ผลกำรประเมิน
ยุทธศำสตร์ ของมหำวิทยำลัย
- ยุทธศาสตร์ที่ 2 ผลักดันมหาวิทยาลัยไปสู่ มหาวิทยาลัยที่เน้นวิจย
ั
4.63 ดีมาก
เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ
- ยุทธศาสตร์ที่ 3
ให้การบริ การวิชาการเพื่อพัฒนาทุนทางสังคมแก้ปัญหาความยากจนแ 4.60 ดีมาก
ิ
ละยกระดับคุณภาพชีวตประชาชน
- ยุทธศาสตร์ที่ 4
สร้างองค์ความรู ้ทางด้านศิลปะและวัฒนธรรมและส่ งเสริ มกิจกรรมด้ 4.30 ดี
านทานุบารุ งศิลปะและวัฒนธรรม
- ยุทธศาสตร์ที่ 6 บริ หารจัดการที่มีประสิ ทธิภาพและประสิ ทธิผล 4.44 ดี
่
เฉลีย 4.50 ดีมาก
ยุทธศำสตร์ เฉพำะของหน่ วยงำน
- ยุทธศาสตร์ที่ 1 ศึกษา รวบรวม วิเคราะห์ คัดสรร
ั ้
วิจยและสร้างนวัตกรรม/งานสร้างสรรค์ดานภูมิปัญญาทักษิณ 5.00 ดีมาก
รอบลุ่มน้ าทะเลสาบสงขลา
- ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาการเผยแพร่ และถ่ายทอดนวัตกรรม
4.63 ดีมาก
ประดิษฐการด้านภูมิปัญญาทักษิณ รอบลุ่มน้ าทะเลสาบสงขลาสู่ ชุมชน
- ยุทธศาสตร์ที่ 3 จัดอบรม/เปิ ดสอนหลักสู ตรตามอัธยาศัย
5.00 ดีมาก
และจัดสอนหลักสู ตรศึกษานอกระบบให้กบชุมชน ั
เฉลีย ่ 4.88 ดีมาก
เฉลียรวม
่ 4.69 ดีมาก
3
3. สรุ ปผลกำรดำเนินงำนและผลกำรประเมินรำยยุทธศำสตร์
3.1 ยุทธศำสตร์ ของมหำวิทยำลัย
3 . 1 . 1 ยุ ท ธ ศ ำ ส ต ร์ ที่ 2 ผ ลั ก ดั น ม ห ำ วิ ท ย ำ ลั ย ไ ป สู่ ม ห ำ วิ ท ย ำ ลั ย ที่ เ น้ น วิ จั ย
่ ่
เพือเพิมศักยภำพในกำรแข่ งขันของประเทศ
- สรุ ปผลกำรดำเนินงำนและผลกำรประเมิน
วิ ท ย า ลั ย ภู มิ ปั ญ ญ า ชุ ม ช น ไ ด้ ด า เ นิ น ก า ร ต า ม ยุ ท ธ ศ า ส ต ร์ ที่ 2
้ ั ั ั
ของมหาวิทยาลัยด้วยการกาหนดยุทธศาสตร์ ดานการวิจยและส่ งเสริ มให้นกวิจยได้มีโอกาสพัฒนาศักยภา
ั
พของตนเอง เพื่อให้ส ามารถพัฒนางานวิจย ที่ ตรงตามความต้องการของชุ ม ชนท้องถิ่ นอย่างแท้จริ ง
ง า น วิ จั ย ที่ วิ ท ย า ลั ย ฯ
ั ั ้
ได้กาหนดแผนงานไว้น้ นเป็ นงานวิจยที่ตองการให้สะท้อนถึงบทบาทหน้าที่ของวิทยาลัยคืองานวิจยด้าน ั
ภู มิ ปั ญ ญ า ทั ก ษิ ณ
้ ้
นอกจากนี้ดวยความตระหนักของผูบริ หารและการกากับติดตามที่เป็ นระบบทาให้ผลการดาเนิ นงานเพื่อผ
ลั ก ดั น ม ห า วิ ท ย า ลั ย ไ ป สู่ ม ห า วิ ท ย า ลั ย ที่ เ น้ น วิ จั ย
เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศของวิทยาลัยภูมิปัญญาชุ มชนในปี งบประมาณ พ.ศ. 2552
่
มีผลการดาเนินงานอยูในระดับดีมากโดยได้ระดับคะแนนเฉลี่ย 4.63 คะแนน
- สรุ ปแนวทำงกำรพัฒนำ
ั ั
ควรจัดสรรงบประมาณด้านการวิจยให้เพียงพอและจัดสรรอัตรากาลังบุคลากรด้านการวิจยให้มา
กขึ้น
3 . 1 . 2 ยุ ท ธ ศ ำ ส ต ร์ ที่ 3
่
ให้ กำรบริกำรวิชำกำรเพือพัฒนำทุนทำงสั งคมแก้ ปัญหำควำมยำกจนและยกระดับคุณภำพชี วตประชำชน ิ
- สรุ ปผลกำรดำเนินงำนและผลกำรประเมิน
การดาเนินการด้านการบริ การวิชาการเพื่อพัฒนาทุนทางสังคมแก้ปัญหาความยากจนแล
ะ ย ก ร ะ ดั บ คุ ณ ภ า พ ชี วิ ต ป ร ะ ช า ช น ต า ม ยุ ท ธ ศ า ส ต ร์ ที่ 3 ข อ ง ม ห า วิ ท ย า ลั ย นั้ น
วิทยาลัยภูมิปัญญาชุมชนได้ดาเนินการตามแผนงานการบริ การวิชาการของวิทยาลัยฯ ซึ่ งในปี งบประมาณ
พ.ศ. 2552 วิทยาลัยฯ ได้รับงบประมาณสนับสนุนการดาเนินการด้านการบริ การวิชาการจาก 2 แหล่งคือ
จ า ก ง บ ป ร ะ ม า ณ เ งิ น ร า ย ไ ด้ ข อ ง ม ห า วิ ท ย า ลั ย จ า น ว น 4 โครงการ
และจากงบประมาณส่ งเสริ มงานด้ า นศิ ล ปวัฒ นธรรมของมหาวิ ท ยาลั ย อี ก 8 โครงการ
4
แ ล ะ ภ า ย ใ ต้ โ ค ร ง ก า ร ดั ง ก ล่ า ว มี กิ จ ก ร ร ม ย่ อ ย ๆ
อี ก หลากหลายกิ จ กรรมที่ จ ะน าไปสู่ การเรี ยนถ่ า ยทอดองค์ ค วามรู ้ ท างวิ ช าการให้ แ ก่ ชุ ม ชน
ซึ่งจากการมุ่งมันทางานของบุคลากรอย่างเต็มกาลังความสามารถทาให้กิจกรรมทุกกิจกรรมที่จดขึ้นบรรลุ
่ ั
วัต ถุ ป ระสงค์เ ป็ นอย่ า งดี ส่ ง ผลสะท้อ นมาถึ ง ผลการด าเนิ น งานในรอบปี งบประมาณ พ.ศ. 2552
่
ซึ่งวิทยาลัยฯ มีผลการดาเนินงานอยูในระดับ ดีมากโดยได้ระดับคะแนนเฉลี่ย 4.6 คะแนน
- สรุ ปแนวทำงกำรพัฒนำ
แนวทางการพัฒนาที่สาคัญสาหรับการดาเนินการให้การบริ การวิชาการเพื่อพัฒนาทุนท
างสั ง คมแก้ปั ญ หาความยากจนและยกระดับ คุ ณ ภาพชี วิ ต ประชาชนในปี งบประมาณ พ.ศ. 2553
ของวิ ท ย าลั ย ภู มิ ปั ญญาชุ มชนคื อก ารสร้ างความร่ วมมื อกั บ ส ถานี ประ ก อบก ารในพื้ นที่
เพราะจากข้อ จ ากัด ของวิ ท ยาลัย ฯ ในปี งบประมาณ พ.ศ. 2552 ด้า นก าลัง คนและงบประมาณ
ฉะนั้นหากจะรอคอยงบประมาณจากรัฐหรื ออัตรากาลังจากมหาวิทยาลัยคงทาให้การดาเนิ นการด้านการใ
ห้การบริ การวิชาการเพื่อพัฒนาทุนทางสังคมแก้ปัญหาความยากจนและยกระดับคุ ณภาพชี วิตประชาชน
้
ทาได้อย่างไม่กาวหน้า จึงจาเป็ นต้องแสวงหาความร่ วมมือจากภาคีเครื อข่ายของวิทยาลัยฯ เป็ นหลัก
3.1.3 ยุทธศำสตร์ ที่ 4
สร้ ำงองค์ ควำมรู้ ทำงด้ ำนศิลปะและวัฒนธรรมและส่ งเสริ มกิจกรรมด้ ำนทำนุบำรุ งศิลปะและวัฒนธรรม
- สรุ ปผลกำรดำเนินงำนและผลกำรประเมิน
การดาเนินงานของวิทยาลัยภูมิปัญญาชุมชนเพื่อสร้างองค์ความรู ้ทางด้านศิลปะและวัฒนธรรมและส่ งเสริ
มกิจกรรมด้านทานุบารุ งศิลปะและวัฒนธรรมถือเป็ นภารกิจหลักของวิทยาลัยฯ ซึ่ งในปี งบประมาณ พ.ศ.
2552 วิ ท ย า ลั ย ฯ
ได้ดาเนินการกิจกรรมด้านศิลปะและวัฒนธรรมหลายโครงการภายใต้การสนับสนุ นงบประมาณจากคณะ
ก ร ร ม ก า ร ส่ ง เ ส ริ ม แ ล ะ พั ฒ น า ง า น ด้ า น ศิ ล ป วั ฒ น ธ ร ร ม ข อ ง ม ห า วิ ท ย า ลั ย ทั ก ษิ ณ
่ ้
จากการดาเนินการที่ผานมาได้องค์ความรู ้ดานศิลปวัฒนธรรมหลายรายการนอกจากนี้ ยงมีโอกาสได้นาเอ ั
าองค์ ค วามรู ้ ต่ า งๆ เหล่ า นั้ นไปเผยแพร่ ทั้ง ในระดั บ ภู มิ ภ าค ระดั บ ชาติ และระดั บ นานาชาติ
่
สารับในปี งบประมาณ พ.ศ. 2552 วิทยาลัยมีผลการดาเนิ นงานอยูในระดับดี โดยได้ระดับคะแนนเฉลี่ย
4.30 คะแนน
- สรุ ปแนวทำงกำรพัฒนำ
1. ส่ งเสริ มให้บุคลากรตระหนักถึงภารกิจของหน่วยงานและร่ วมกันพัฒนางานด้านศิลปวัฒนธ
รรมอย่างกว้างและลึกในทุกมิติ
5
้ ่
2. บุคลากรควรนาองค์ความรู ้ดานศิลปวัฒนธรรมที่มีอยูอย่างหลากหลายมาบูรณาการให้เป็ นกา
รให้บริ การวิชาการแบบครบวงจร สามารถอนุรักษ์และสื บสานศิลปวัฒนธรรมนั้นเอาไว้ได้
3. ควรมีการพัฒนามาตรฐานด้านศิลปวัฒนธรรมให้ครอบคลุมมากขึ้นเพื่อเป็ นต้นแบบในกรทา
นุบารุ งต่อไป
่
3.1.4 ยุทธศำสตร์ ที่ 6 บริหำรจัดกำรทีมีประสิ ทธิภำพและประสิ ทธิผล
- สรุ ปผลกำรดำเนินงำนและผลกำรประเมิน
ผลการดาเนิ นงานด้านการบริ หารจัดการของวิทยาลัยภูมิปัญญาชุ มชนในปี งบประมาณ
พ . ศ . 2552 เ ป็ น ยุ ท ธ ศ า ส ต ร์ ก า ร พั ฒ น า ที่ วิ ท ย า ลั ย ฯ
มี ผ ลการด าเนิ น งานต่ า ที่ สุ ดเนื่ อ งจากปั ญ หาด้ า นการเปลี่ ย นแปลงโครงสร้ า งของมหาวิ ท ยาลัย
ป ร ะ ก อ บ กั บ ปั ญ ห า ก า ร ข อ ใ ช้ พื้ น ที่ ข อ ง วิ ท ย า ลั ย ฯ
ยั ง ไ ม่ เ รี ย บ ร้ อ ย มี ก า ร ป ร ะ ท้ ว ง ขั ด ข ว า ง จ า ก ร า ษ ฎ ร ใ น พื้ น ที่ อ ยู่
นอกจากนี้ปัญหาด้านอัตรากาลังที่ไม่เพียงพอและงบประมาณเพื่อการบริ หารจัดการที่ได้รับการจัดสรรอย่
างจ ากั ด ก็ เ ป็ นอุ ป สรรค์ ส าคัญ ที่ ท าให้ ผ ลการด าเนิ น งานด้ า นการบริ หารจัด การของวิ ท ยาลั ย ฯ
ในปี งบประมาณ พ.ศ. 2552 ไม่ ดี นั ก โดยในปี งบประมาณ พ.ศ. 2552 วิ ท ยาลั ย ฯ
่
มีผลการดาเนินงานอยูในระดับดี โดยได้ระดับคะแนนเฉลี่ย 4.44 คะแนน
-สรุ ปแนวทำงกำรพัฒนำ
1. ให้บุคลากรทาความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้าง กฎเกณฑ์ใหม่ๆ ของมหาวิทยาลัยอย่างชัดเจน
2. ควรเพิ่มเวทีการแลกเปลี่ยนเรี ยนรู ้ระหว่างคนรุ่ นเก่าและคนรุ่ นใหม่ให้มากขึ้น
รวมถึงการแลกเปลี่ยนเรี ยนรู ้ระหว่างหน่วยงานด้วย
3. ควรจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอต่อการพัฒนาคน
เพราะคนถือเป็ นปัจจัยสาคัญในการขับเคลื่อนงาน
4. ควรปรับปรุ งระบบสารสนเทศให้มีเสถียรภาพ
3.2 ยุทธศำสตร์ ของหน่ วยงำน
3.1.1 ยุทธศำสตร์ ที่ 1 ศึกษำ รวบรวม วิเครำะห์ คัดสรร
วิจัยและสร้ ำงนวัตกรรม/งำนสร้ ำงสรรค์ ด้ำนภูมิปัญญำทักษิณ รอบลุ่มน้ำทะเลสำบสงขลำ
-สรุ ปผลกำรดำเนินงำนและผลกำรประเมิน
6
การด าเนิ นการตามยุ ท ธศาส ตร์ การศึ กษา รวบรวม วิ เ คราะห์ คั ด ส รร
วิ จ ั ย แ ล ะ ส ร้ า ง นวั ต กรรม/งานสร้ างสรรค์ ด้ า นภู มิ ปั ญญาทั ก ษิ ณ รอบลุ่ มน้ าทะเลสาบสงขลา
ถือเป็ นภารกิจหลักของวิทยาลัยฯ โดยในปี งบประมาณ พ.ศ. 2552 วิทยาลัยได้ดาเนิ นการวิจยจานวน 12 ั
โ ค ร ง ก า ร
ั ั ั
โดยนักวิจยที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการวิจยและยังสามารถนาอาผลงานวิจยไปนาเสนอหรื อนาไป
ใช้ประโยชน์ได้เกื อบทุกโครงการ ส่ งผลให้ผลการดาเนิ นงานด้านการการศึกษา รวบรวม วิเคราะห์
คั ด ส ร ร วิ จั ย แ ล ะ ส ร้ า ง น วั ต ก ร ร ม / ง า น ส ร้ า ง ส ร ร ค์ ด้ า น ภู มิ ปั ญ ญ า ทั ก ษิ ณ
รอบลุ่มน้ าทะเลสาบสงขลาในปี งบประมาณ พ.ศ. 2552 ของวิทยาลัยฯ มีผลการดาเนิ นงานอยูในระดับดีมาก่
โดยได้ระดับคะแนนเฉลี่ย 5.00 คะแนน
- สรุ ปแนวทำงกำรพัฒนำ
1. ควรมีการสนับสนุนงบประมาณ และวัสดุอุปกรณ์เพื่อการวิจยที่เพียงพอ ั
2. แสวงหาความร่ วมมือจากนักวิจยท้องถิ่นในพื้นที่เพื่อเข้ามาเป็ นผูร่วมวิจย หรื อผูช่วยนักวิจย
ั ้ ั ้ ั
3. ร่ วมมือกับคณะ สานัก และหน่วยงานอื่นๆ
ั
ในมหาวิทยาลัยเพื่อร่ วมพัฒนางานวิจยให้มีความหลากหลายมากขึ้น
3.1.2 ยุทธศำสตร์ ที่ 2 พัฒนำกำรเผยแพร่ และถ่ ำยทอดนวัตกรรม
้
ประดิษฐกำรด้ ำนภูมิปัญญำทักษิณ รอบลุ่มนำทะเลสำบสงขลำสู่ ชุมชน
- สรุ ปผลกำรดำเนินงำนและผลกำรประเมิน
ก า ร ด า เ นิ น ง า น ด้ า น ก า ร พั ฒ น า ก า ร เ ผ ย แ พ ร่ แ ล ะ ถ่ า ย ท อ ด น วั ต ก ร ร ม
ประดิ ษฐการด้านภู มิ ปั ญญาทักษิ ณ รอบลุ่ มน้ าทะเลสาบสงขลาสู่ ชุ มชน ในปี งบประมาณ พ.ศ. 2552
นั้ น วิ ท ย า ลั ย ฯ
ได้ดาเนินการภายใต้แผนการให้บริ การวิชาการของวิทยาลัยโดยในทุกโครงการจะมีคณะทางานเป็ นผูดาเ ้
นิ น ก า ร แ ล ะ มี ก า ร ก า กั บ ติ ด ต า ม จ า ก ผู ้ บ ริ ห า ร เ ป็ น ร ะ ย ะ
ซึ่ ง ก า ร ด า เ นิ น โ ค ร ง ก า ร ส่ ว น ใ ห ญ่ ไ ด้ รั บ ก า ร ต อ บ รั บ ที่ จ า ก ก ลุ่ ม เ ป้ า ห ม า ย
เ นื่ อ ง จ า ก กิ จ ก ร ร ม ส่ ว น ใ ห ญ่ เ ป็ น กิ จ ก ร ร ม ที่ ค น ใ น พื้ น ที่ มี ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร
ส า ม า ร ถ น า ไ ป ใ ช้ ป ร ะ โ ย ช น์ ไ ด้ จ ริ ง ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ า วั น
ส่ ง ผ ล ใ ห้ ผ ล ก า ร ด า เ นิ น ง า น ด้ า น นี้ ข อ ง วิ ท ย า ลั ย มี ผ ล ก า ร ด า เ นิ น ง า น อ ยู่ ใ น ร ะ ดั บ ดี ม า ก
โดยได้ระดับคะแนนเฉลี่ย 4.63 คะแนน
- สรุ ปแนวทำงกำรพัฒนำ
7
1. หนุนเสริ มให้มีการตั้งเครื อข่ายสถานีประกอบการที่สามารถเป็ นจุดถ่ายทอดนวัตกรรม
ประดิษฐการสู่ ชุนได้อย่างแท้จริ ง
2. ควรใช้การประชาสัมพันธ์เชิงรุ กไปยังกลุ่มเป้ าหมายคือหน่วยงานต่างๆ
ในพื้นที่ให้ทราบถึงบทบาทหน้าที่ของวิทยาลัย
3. แ ส ว ง ห า ค ว า ม ร่ ว ม มื อ กั บ ส ถ า นี ป ร ะ ก อ บ ก า ร ใ น พื้ น ที่ อื่ น ๆ
เพิ่มขึ้นเพื่อเข้ามาเป็ นเครื อข่ายการเผยแพร่ และถ่ายทอดนวัตกรรม ประดิษฐ์การสู่ ชุมชน
3.1.3 ยุทธศำสตร์ ที่ 3 จัดอบรม/เปิ ดสอนหลักสู ตรตำมอัธยำศัย
และจัดสอนหลักสู ตรศึกษำนอกระบบให้ กบชุ มชน ั
- สรุ ปผลกำรดำเนินงำนและผลกำรประเมิน
ก า ร จั ด อ บ ร ม / เ ปิ ด ส อ น ห ลั ก สู ต ร ต า ม อั ธ ย า ศั ย
และจัด สอนหลัก สู ต รศึ ก ษานอกระบบให้ ก ับ ชุ ม ชนของวิ ท ยาลัย ฯ ในปี งบประมาณ พ.ศ. 2552
ยัง ค่ อ นข้ า งอยู่ ใ นวงจ ากั ด เนื่ องจากจ านวนบุ ค ลากรที่ จ ะให้ บ ริ การฝึ กอบรมมี จ านวนน้ อ ย
แ ล ะ ม ห า วิ ท ย า ลั ย ก็ ไ ม่ ไ ด้ ส นั บ ส นุ น ง บ ป ร ะ ม า ณ ใ น ด้ า น นี้ แ ต่ วิ ท ย า ลั ย ฯ
ก็ ไ ด้ พ ย า ย า ม บู ร ณ า ก า ร เ อ า โ ค ร ง ก า ร วิ จั ย แ ล ะ โ ค ร ง ก า ร บ ริ ก า ร วิ ช า ก า ร
เ พื่ อ น า ม า ต่ อ ย อ ด สู่ ก า ร อ บ ร ม ใ น ห ลั ก สู ต ร ต่ า ง ๆ
อ า ทิ เ ช่ น ก า ร อ บ ร ม ห ลั ก สู ต ร ส ป า ซึ่ ง ต่ อ ย อ ด ม า จ า ก โ ค ร ง ก า ร ต้ น ก ล้ า อ า ชี พ
การอบรมเพลงบอกเยาวชนซึ่ งบู ร ณาการมาจากโครงการท านุ บ ารุ งศิ ล ปวัฒ นธรรมเป็ นต้ น
โดยในปี งบประมาณ พ .ศ. 2552 วิ ท ยาลั ย ฯ มี ผ ลการด าเนิ นงานอยู่ ใ นระดั บ ดี มาก
โดยได้ระดับคะแนนเฉลี่ย 5.00 คะแนน
- สรุ ปแนวทำงกำรพัฒนำ
1. หนุนเสริ มให้มีการตั้งเครื อข่ายสถานีประกอบการที่สามารถเป็ นจุดเรี ยนรู ้ต
ามหลักสู ตรของวิทยาลัยฯในชุมชน
2. ส ร้ า ง ค ว า ม ร่ ว ม มื อ กั บ ห น่ ว ย ง า น ท า ง วิ ช า ก า ร อื่ น ๆ
ในการพัฒนาหลักสู ตรให้สามารถเทียบโอนเป็ นระดับการศึกษาในระบบไ
ด้
3. ควรมีการจัดสรรทรั พยากรทั้งทรั พยากรบุ คล งบประมาณ วัสดุ ครุ ภณฑ์ ั
ให้เพียงพอต่อการให้บริ การที่มีประสิ ทธิ ภาพ
4. สรุ ปผลกำรดำเนินงำนในภำพรวม
4.1 ผลกำรด ำเนิ น งำนในปี งบประมำณ พ.ศ. 2552 ที่ ดี เ ด่ น ด้ ำ นต่ ำ ง ๆ ที่ ส ำคั ญ 2-3
ผลกำรดำเนินงำนคือ
8
1. ด้ ำนกำรวิจัย
ั ั
โครงการวิจยเรื่ องวัฒนธรรมคนใต้กบการจัดการสุ ขภาวะถือเป็ นผลงานเด่นด้านกา
ร วิ จั ย ข อ ง วิ ท ย า ลั ย ฯ ใ น ปี ง บ ป ร ะ ม า ณ 2 5 5 2
เนื่ อ งจากเป็ นการบู ร ณาการน านั ก วิ จ ั ย ทั้ งหมดของวิ ท ยาลั ย ฯมาร่ วมวิ จ ั ย กั บ นั ก วิ จ ั ย ท้ อ งถิ่ น
โดยได้รับการสนับสนุนจากแหล่งทุนภายนอก
2. ด้ ำนกำรให้ บริกำรวิชำกำรแก่สังคม
โ ค ร ง ก า ร บ ริ ก า ร วิ ช า ก า ร เ ด่ น ใ น ร อ บ ปี ที่ ผ่ า น ม า ข อ ง วิ ท ย า ลั ย ฯ
คื อ โ ค ร ง ก า ร เ ผ ย แ พ ร่ อ ง ค์ ค ว า ม รู ้ ไ ท ย สู่ ส า ก ล
ซึ่ งได้ น าเอาองค์ ค วามรู ้ ด้ า นภู มิ ปั ญ ญาไทยไปถ่ า ยทอดให้ ก ั บ ชาวจี น ในมณฑลยู น านได้ รั บ รู ้
ซึ่ งได้รับความสนใจจากประชาชนชาวจีนอย่างดียง ิ่
3. ด้ ำนกำรจัดฝึ กอบรมหลักสู ตรระยะสั้ นและหลักสู ตรกำรเรียนรู้ ตำมอัธยำศัย
โครงการการฝึ กอบรมหลักสู ตรการเรี ยนรู ้ ภูมิปัญญาเกี่ ยวกับ สปาตามวิถีไทยรุ่ นที่
1และรุ่ นที่ 2 เนื่องจากเป็ นการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ประชาชนในพื้นที่สามารถนาไปใช้ประโยชน์ได้จริ งในชุมชน
่
4.2 ผลกำรดำเนินงำนในงบประมำณ พ.ศ. 2552 ทีต้องกำรกำรพัฒนำแก้ ไขและปรับปรุ ง 2-3
ผลกำรดำเนินงำน คือ
1.
เรื่ องของการกาหนดโจทย์วจยในพื้นที่ให้กว้างมากขึ้นโดยควรขยายขอบเขตออกจากจังหวัดพัทลุงไปสู่ ภ
ิั
าคใต้ตอนบนและภาคใต้ตอนล่างด้วย
2. การกระจายกลุ่ มเป้ าหมายในการรั บบริ การเผยแพร่ และถ่ ายทอดนวัตกรรมประดิ ษฐการ
ให้ครอบคลุมมากขึ้น
3. สิ่ งที่ ควรพัฒนาต่อไปส าหรั บการจัดอบรม/เปิ ดสอนหลัก สู ตรพิ เศษระยะสั้ น
แ ล ะ จั ด ส อ น ห ลั ก สู ต ร เ ฉ พ า ะ ท า ง ใ ห้ กั บ ชุ ม ช น
่
คือเรื่ องของมาตรฐานหลักสู ตรซึ่ งควรการบูรณาการหลักสู ตรที่มีอยูให้เป็ นหลักสู ตรที่สามารถออกวุฒิบ ั
่
ตรหรื อให้สามารถนาเป็ นเป็ นส่ วนหนึ่ งของหลักสู ตรปริ ญญาตรี ได้ซ่ ึ งจะทาให้หลักสู ตรที่มีอยูมีความน่า
สนใจและได้รับการยอมรับในวงกว้างมากขึ้น
4.3 ปัญหำและอุปสรรค ในกำรดำเนินงำนในงบประมำณ พ.ศ. 2552
4.3.1 การดาเนินงานที่ได้ดาเนินการแก้ไขปรับปรุ งไปแล้วในปี งบประมาณ พ.ศ. 2552
1.
ได้ปรับปรุ งการให้บริ การวิชาการแก่สังคมโดยการบูรณาการโครงการบริ การวิชาการให้ตอบสนองความ
ต้องการของชุมชนอย่างแท้จริ ง
9
2.
ได้มี ก ารก าหนดตัวชี้ วัดของวิท ยาลัย ใหม่ เพื่ อให้ส ะท้อนความเป็ นอัตลัก ษณ์ ข องวิท ยาลัย ฯ มากขึ้ น
ั
นอกจากนี้ยงมีการปรับปรุ งเรื่ องของแผนพัฒนาอาศรมให้มีความทันสมัยและเป็ นปั จจุบนสามารถนามาป ั
ั
ฏิบติได้จริ ง
3.
มีการพัฒนาสถานีประกอบการให้มีเพิ่มมากขึ้นและให้สามารถเป็ นแหล่งเรี ยนรู ้ได้จริ งในชุมชน
ั
4.3.2 การดาเนินงานที่ยงไม่สามารถแก้ไขปรับปรุ งได้ในงบประมาณ พ.ศ. 2552
1. จ านวนนั ก วิ จ ัย ที่ มี น้ อ ย ซึ่ งในปี งบประมาณ พ .ศ. 2552 วิ ท ยาลัย ฯ
ั
ก็ได้พยายามขอรับการจัดสรรอัตรากาลังด้านการวิจยจากมหาวิทยาลัยฯและพยายามทาความร่ วมมือกับหน่วยงานต่างๆ
ด้านการวิจยแล้วแต่ก็ยงมีจานวนนักวิจยไม่เพียงพอต่องานที่เกิดขึ้นอยูเ่ ช่นเดิม
ั ั ั
2. การประชาสั ม พัน ธ์ และการสร้ า งมวลชนสั ม พัน ธ์ ซึ่ งวิ ท ยาลัย ฯ
เ อ ง ก็ ไ ด้ พ ย า ย า ม แ ก้ ไ ข เ รื่ อ ง นี้ แ ต่ ก็ ติ ด ขั ด ใ น เ รื่ อ ง ข อ ง ง บ ป ร ะ ม า ณ แ ล ะ จ า น ว น บุ ค ล ก ร
ร ว ม ถึ ง ส ถ า น ก า ร ณ์ เ กี่ ย ว กั บ ปั ญ ห า ที่ ดิ น ใ น พื้ น ที่ ท า ใ ห้ ก า ร เ ปิ ด รั บ วิ ท ย า ลั ย ฯ
ของประชาชนในพื้นที่ยงมีนอย ั ้
3. การสร้ า งการมี ส่ ว นรวมของประชาชนในพื้ น ที่ ที่ จ ะเข้า มาร่ ว มวิ จ ัย
เนื่องจากปัญญาความขัดแย้งเรื่ องที่ดินของวิทยาลัยฯ และความเข้าใจต่อบทบาทหน้าที่ของวิทยาลัยภูมิปัญญาชุมชน
่
4.4 สิ่ งทีคณะต้ องกำรควำมช่ วยเหลือและสนับสนุนจำกหน่ วยงำนระดับเหนือขึนไป ้
1. ค ว ร มี ก า ร ด า เ นิ น ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า ที่ ดิ น อ ย่ า ง จ ริ ง จั ง
เพื่อให้สามารถดาเนิ นงานในส่ วนอื่นต่อไปได้ อีกประการหนึ่ งคือควรสนับสนุ นงบประมาณ ครุ ภณฑ์ ั
ให้สอดคล้องกับการขยายตัวและความต้องการของวิทยาลัยฯ ด้วย
2. ค ว ร มี ก า ร ด า เ นิ น ก า ร ส นั บ เ ท ค โ น โ ล ยี ใ ห ม่ ๆ
ใ น ก า ร น า เ ส น อ ห รื อ ก า ร ฝึ ก อ บ ร ม บุ ค ล า ก ร ข อ ง วิ ท ย า ลั ย ฯ
ให้เป็ นวิทยากรกระบวนการที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู ้ได้อย่างมืออาชีพ
3.
ควรมีการดาเนินการสนับสนุนบุคลากรหรื อสนับสนุนงบประมาณเพื่อพัฒนาบุคลากรให้เป็ นวิทยากรกร
ะบวนการมืออาชีพพร้อมที่จะถ่ายทอดเนื้อหาของหลักสู ตรต่างๆ ได้อย่างมีประสิ ทธิภาพ
ส่ วนที่ 2
้
ข้ อมูลพืนฐานของหน่ วยงาน
1. ชื่อ
10
วิทยาลัยภูมิปัญญาชุมชน มหาวิทยาลัยทักษิณ
The College of Local Wisdom,Thaksin University (CLW ; TSU)
้
2. ที่ตัง
วิทยาลัยภูมิปัญญาชุ มชน ตั้งอยู่ที่ตาบลพนางตุง อาเภอควนขนุ น จังหวัดพัทลุ ง มีพ้ืนที่ 635 ไร่
ั ั
ได้จดทาแผนแม่บทการใช้พ้ืนที่ จดตั้งและพัฒนาอาศรมต่าง ๆ ออกเป็ น 2 ระยะ ในระยะ 3 ปี แรก
ดาเนินการอาศรมที่ 1 – 3 และจะพัฒนาอาศรม ที่ 4 – 6 ในระยะต่อไป
อาศรมที่ 1 : ภูมิปัญญาศิลปการ
อาศรมที่ 2 : ภูมิปัญญาโภชนาการและเวชการ
อาศรมที่ 3 : ภูมิปัญญาสุขภาวะ (การจาเริ ญสติปัญญาและอารมณ์ )
อาศรมที่ 4 : ภูมิปัญญาการถ่ ายทอดภูมิปัญญาและเทคโนโลยีชุมชน
อาศรมที่ 5 : ภูมิปัญญาการบริ หารจัดการชุมชน
อาศรมที่ 6 : ภูมิปัญญาการสร้ างพลังงานทดแทน
3. ประวัติ
ั
เมื่อปี พ.ศ.2534 มหาวิทยาลัยศรี นคริ นทรวิโรฒได้จดทาโครงการพัฒนามหาวิทยาลัยศรี นคริ นทรวิโรฒ
ส ง ข ล า ใ น พื้ น ที่ จั ง ห วั ด พั ท ลุ ง
เ พื่ อ ข อ อ นุ มั ติ ค ณ ะ รั ฐ ม น ต รี แ ล ะ ไ ด้ รั บ อ นุ มั ติ ใ น ห ลั ก ก า ร ใ ห้ ด า เ นิ น ก า ร พั ฒ น า ไ ด้
โดยกระทรวงมหาดไทยให้ม หาวิท ยาลัย ฯ ใช้ที่ ดิ น “ทุ่ ง สระสาธารณประโยชน์ ” ตาบลพนางตุ ง
11
อ าเภอควนขนุ น จั ง หวัด พั ท ลุ ง เนื้ อที่ ป ระมาณ 1,450 ไร่ ต่ อ มาในปี พ.ศ. 2539
ไ ด้ ด า เ นิ น ก า ร ก่ อ ส ร้ า ง อ า ค า ร แ ล ะ ก่ อ ส ร้ า ง ท่ า เ รื อ
้
ซึ่งได้รับงบประมาณดาเนินการจากสมาชิกสภาผูแทนราษฏรจังหวัดพัทลุง
มหาวิ ท ยาลัย ทัก ษิ ณ ได้ น าเสนอแนวคิ ด การใช้ พ้ื น ที่ ม หาวิ ท ยาลั ย ฯ ณ ต าบลพนางตุ ง
ต่ อ สภามหาวิ ท ยาลัย ในการประชุ ม ครั้ งที่ 6/2547 เมื่ อ วัน ที่ 20 พฤศจิ ก ายน พ.ศ. 2547
โ ด ย ส ภ า ม ห า วิ ท ย า ลั ย มี ม ติ เ ห็ น ด้ ว ย ใ น ก า ร จั ด ตั้ ง วิ ท ย า ลั ย ภู มิ ปั ญ ญ า ชุ ม ช น
พร้ อมทั้ งแต่ งตั้ งคณะกรรมการก าหนดแผนแม่ บ ทการใช้ พ้ื น ที่ ม หาวิ ท ยาลั ย ฯ ณ ต าบลพนางตุ ง
ตามค าสั่ ง มหาวิ ท ยาลัย ทัก ษิ ณ ที่ 1949/2547 ลงวัน ที่ 17 ธัน วาคม พ.ศ.2547
ซึ่ ง มี ศ า ส ต ร า จ า ร ย์ สุ ธิ ว ง ศ์ พ ง ศ์ ไ พ บู ล ย์
เป็ นประธานคณะกรรมการดาเนินการจัดทาแผนแม่บทให้สอดคล้องกับกรอบความคิดหลักของแผนแม่บทมหา
วิ ทยาลั ยฯ ซึ่ งมี วิ สั ยทัศน์ ว่ า “มหาวิ ทยาลั ยทั กษิ ณ เน้ นความเป็ นเลิ ศ ในการพั ฒ นาคนและสั ง คม
ให้ มุ่ งการเรี ยนรู้ และรู้ ทั น โลก โดยบู ร ณาการภู มิ ปั ญญาท้ องถิ่ น ภู มิ ปั ญญาไทย
ภูมิปัญญาตะวันออก และภูมิปัญญาสากลกับองค์ ความรู้ ทางวิชาการ เพื่อให้ มีคุณภาพชี วิตและสั งคมที่ ดี ”
มุ่งการพัฒนาและใช้พ้ืนที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุ ดตามเจตนารมณ์ของประชาชนในพื้นที่โดยให้สอดคล้อง
กั บ ห ลั ก ก า ร รั ก ษ า สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม แ ล ะ วั ฒ น ธ ร ร ม ท้ อ ง ถิ่ น
้
คณะกรรมการกาหนดแผนแม่บทได้ดาเนิ นการจัดประชุ มเสวนาผูชานาญการ ผูทรงคุ ณวุฒิในด้านต่าง ๆ้
บุ ค ล า ก ร ใ น ม ห า วิ ท ย า ลั ย ฯ แ ล ะ บุ ค ล า ก ร ใ น พื้ น ที่
เ พื่ อ ร่ ว ม ก า ห น ด ก ร อ บ แนวคิ ดจั ด ท าแผนแม่ บทและ จั ด ท าร่ างโครงก ารจั ด ตั้ งวิ ทยาลั ย
ภูมิปัญญาชุมชน มหาวิทยาลัยทักษิณ
สภามหาวิทยาลัยทักษิณ ในการประชุ มครั้งที่ 4/2548 เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2548
ั
มีมติ เห็ นชอบให้จดตั้งวิทยาลัยภูมิปัญญาชุ มชน มหาวิทยาลัยทักษิ ณ ตาบลพนางตุง อาเภอควนขนุ น
จังหวัดพัทลุ ง เป็ นหน่วยงานราชการภายในมหาวิทยาลัยทักษิณ ตามประกาศสภามหาวิทยาลัยทักษิณ
ลงวันที่ 4 สิ งหาคม 2548
่ ่
4. ข้ อมูลเกียวกับภำรกิจทีรับผิดชอบ
12
ก ร อ บ คิ ด วิ ท ย า ลั ย ภู มิ ปั ญ ญ า ชุ ม ช น ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย ป รั ช ญ า วิ สั ย ทั ศ น์ พั น ธ กิ จ
และความคิดรวบยอดในการดาเนินงาน
1) ปรั ชญำ : สร้ า งกระบวนทั ศ น์ ใ นกา รเรี ยนรู้ ด้ ว ยภู มิ ปั ญญาชุ มชน
ั
บูรณาการด้วยองค์ความรู ้ อนหลากหลาย เพื่อให้ทุกอนุ ภาคของวิทยาลัย ฯ เป็ นอุ ทยานแห่ งการเรี ยนรู ้
โดยให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่ วมอันสาคัญ
2) วิ สั ย ทั ศ น์ :
วิทยาลัยภูมิปัญญาชุ มชนเป็ นแหล่งเรี ยนรู ้ เชิ งบูรณาการองค์ความรู ้ที่มีความหลากหลายด้วยภูมิปัญญาชุ มชน
สร้างกระบวนทัศน์ใหม่ โดยชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่ วมเป็ นสาคัญ
3) พันธกิจ :
ิ
1. บริ หารจัดการให้วทยาลัย ฯ เป็ นแหล่งการเรี ยนรู ้ และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
้
2. สร้างกระบวนการเรี ยนรู ้หรื อวัฒนธรรมการเรี ยนรู ้ดวยกระบวนทัศน์ใหม่
3. ศึ ก ษาวิ จ ั ย ทดลองปฏิ บั ติ การ บู รณาการ และคั ดสรรภู มิ ปั ญญาทั ก ษิ ณ
เพื่อสร้างต้นแบบหรื อนวัตกรรมให้เป็ นทางเลือกใหม่แก่ชุมชน
4. จัด อบรม/เปิ ดสอนหลัก สู ต รพิ เ ศษระยะสั้ น /จัด สอนหลัก สู ต รเฉพาะทาง
แ ล ะ ใ ห้ ค ว า ม ร่ ว ม มื อ กั บ ค ณ ะ ต่ า ง ๆ ข อ ง ม ห า วิ ท ย า ลั ย ทั ก ษิ ณ
และสถาบันอื่นๆในการจัดการเรี ยนการสอนในบางส่ วนของรายวิชาหรื อบางส่ วนของหลักสู ตรที่เกี่ยวข้อ
งกับภูมิปัญญาชุมชน
5. จั ด กิ จ กรรมที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ ภู มิ ปั ญ ญาชุ ม ชนร่ วมกั บ คณะ ศู น ย์ สถาบั น
สานักของมหาวิทยาลัยทักษิณ สถาบันการศึกษาต่างๆ และองค์กรภายนอกที่มีวตถุประสงค์สอดคล้องกัน ั
6. ห นุ น เ ส ริ ม ก ร ะ บ ว น ก า ร เ รี ย น รู ้ ข อ ง ชุ ม ช น ท้ อ ง ถิ่ น ภ า ค ใ ต้
ั
ให้มีประสิ ทธิ ภาพและสามารถบูรณาการความรู ้สมัยใหม่กบภูมิปัญญาชาวบ้านให้มีการเรี ยนรู ้และสร้างกระ
บวนทัศน์ใหม่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวต ิ
7. ส่ ง เสริ ม ให้ ชุ ม ชนน าผลการศึ ก ษาที่ ผ่ า นกระบวนการเรี ย นรู้ ข องวิ ท ยาลัย ฯ
ใ ห้ ป ร ะ ช า ช น ห รื อ ชุ ม ช น ณ ส ถ า นี ป ร ะ ก อ บ ก า ร ซึ่ ง จั ด ตั้ ง อ ยู่ น อ ก วิ ท ย า ลั ย ฯ
โดยมีสมาชิกบริ หารจัดการอย่างอิสระ
13
่
4) บทบำทหน้ ำทีของวิทยำลัยภูมิปัญญำชุ มชน
1. ท าหน้ า ที่ บ ริ หารจัด การให้ ทุ ก อนุ ภ าคของวิ ท ยาลั ย ฯ เป็ นแหล่ ง เรี ยนรู ้
และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิชาการตามนโยบายของมหาวิทยาลัยทักษิณ
2. สร้ า งกระบวนการหรื อวัฒ นธรรมการเรี ยนรู ้ ด้ ว ยกระบวนทั ศ น์ ใ หม่
ส ร้ า ง ทุ ก พื้ น ที่ แ ล ะ ทุ ก เ ว ที ข อ ง วิ ท ย า ลั ย ฯ เ ป็ น เ ส มื อ น มั น ส ม อ ง ส า ย ต า
องคาพยพและจิตวิญญาณของมหาวิทยาลัยเพื่อเสริ มสร้างวิสัยทัศน์ กระบวนทัศน์ วิถีคิด วิถีปฏิบติ ภูมิปัญญา ั
้
(นวัตกรรม/ประดิ ษฐการ) ให้แก่ ผูคนและชุ มชน อันเหมาะสมแก่ บริ บทของสังคม เหมาะสมแก่ยุคสมัย
เหมาะสมแก่พ้ืนที่ทุกมิติและทุกระดับ
3. ศึ ก ษาวิ จ ั ย ทดลองปฏิ บ ั ติ ก าร บู ร ณาการ และคั ด สรรภู มิ ปั ญญาเก่ า
เ พื่ อ ส ร้ า ง ต้ น แ บ บ ห รื อ ท า ง เ ลื อ ก ใ ห ม่
อั น จ ะ ช่ ว ย ใ ห้ วิ ถี แ ล ะ พ ลั ง ข อ ง ภู มิ ปั ญ ญ า ชุ ม ช น แ ล ะ ภู มิ ปั ญ ญ า ส่ ว น ปั จ เ จ ก บุ ค ค ล
ขย าย คุ ณค่ า แล ะ ประ สิ ทธิ ผล ด้ า นฐานเศรษฐกิ จแล ะ ทุ น วั ฒ นธ รรมของผู ้ ค นแล ะ ชุ มชน
้
ทั้งในพื้นที่และเวทีทองถิ่น พื้นที่และเวทีระดับชาติ พื้นที่และเวทีสากล ตามแต่กรณี
4. จัดอบรม/เปิ ดสอนหลัก สู ตรพิเศษระยะสั้ น และจัดสอนหลัก สู ตรเฉพาะทาง/
สอนบางส่ ว นของรายวิ ช าหรื อบางส่ ว นของหลัก สู ต รในระดับ บัณ ฑิ ต ศึ ก ษาร่ ว มกับ คณะต่ า ง ๆ
ของมหาวิทยาลัยทักษิณ/ สถาบันอื่น ๆ โดยความเห็นชอบของวิทยาลัยและบัณฑิตวิทยาลัย
5. ประสานสั ม พัน ธ์ ก ับ คณะวิ ช า ศู น ย์ สถาบัน ส านัก ของมหาวิ ท ยาลัย ทัก ษิ ณ
สถาบันการศึกษาต่าง ๆ และองค์กรภายนอก ที่มีวตถุ ประสงค์สอดคล้องกัน เพื่อร่ วมกิ จกรรมเกี่ยวกับ
ั
ภูมิปัญญาตามความเหมาะสมและตามแต่กรณี
6. มี บทบาทหนุ นเสริ มกระบวนการเรี ยนรู ้ ของชุ มชนท้องถิ่ นภาคใต้ ให้ มี ประสิ ทธิ ภาพ
และสามารถบู รณาการความรู ้ สมัยใหม่ ก ับภู มิ ปั ญญาชาวบ้านให้ มี การเรี ยนรู ้ และสร้ างกระบวนทัศน์ ใหม่
เพื่อยกระดับคุณภาพชีวต ิ
7. ส่ ง เสริ ม ให้ ชุ ม ชนน าผลการศึ ก ษาที่ ผ่ า นกระบวนการเรี ย นรู ้ ข องวิ ท ยาลัย ฯ
ให้ ป ระชาชนหรื อชุ ม ชนประกอบการ ณ สถานี ป ระกอบการ ซึ่ งจั ด ตั้ งอยู่ น อกวิ ท ยาลั ย ฯ
โดยมีสมาชิกบริ หารจัดการอย่างอิสระ
5. บุคลำกร5. บุคลากร
อัตรากาลังบุคลากรของวิทยาลัยภูมิปัญญาชุ มชน
วิทยาลัยภูมิปัญญาชุมชนมีบุคลากร
- พนักงานมหาวิทยาลัย จานวน 7 คน
14
- จ้างเหมาบริ การ จานวน 6 คน
- ลูกจ้างชัวคราว จานวน 2 คน
่
- ลูกจ้างโครงการ จานวน 1 คน
พนักงานมหาวิทยาลัย
1. ผูช่วยศาสตราจารย์วเิ ชียร แก้วบุญส่ ง
้
วุฒิการศึกษา วทม. (การสอนชีววิทยา)
ตาแหน่ง ้
ผูอานวยการวิทยาลัยภูมิปัญญาชุมชน
ภารกิจ ั ู้
ปฏิบติหน้าที่ผอานวยการวิทยาลัยภูมิปัญญาชุมชน
2. นายไพฑูรย์ ศิริรักษ์
วุฒิการศึกษา ค.บ. (อุตสาหกรรมศิลป์ )
ตาแหน่ง เจ้าหน้าที่บริ หารงาน
ภารกิจ ั ั
ปฏิบติหน้าที่หวหน้าอาศรมภูมิปัญญาศิลปการ
3. นางสาวเบ็ญจวรรณ บัวขวัญ
วุฒิการศึกษา ศศ.ม. (ไทยคดีศึกษา)
ตาแหน่ง นักวิชาการ
ภารกิจ ั ั
ปฏิบติหน้าที่หวหน้าอาศรมภูมิปัญญาสุ ขภาวะ
4. นางสาวปาจรี ย ์ เรื องกลับ
วุฒิการศึกษา วท.ม. (เทคโนโลยีชีวภาพ)
ตาแหน่ง นักวิชาการ
ภารกิจ ั ั
ปฏิบติหน้าที่หวหน้าอาศรมภูมิปัญญาโภชนาการและเวชการ
5. นางดวงกมล เรื องณรงค์
วุฒิการศึกษา บธ.บ. (การเงินและการธนาคาร)
ตาแหน่ง เจ้าหน้าที่บริ หารงาน
ภารกิจ ด้านการคลังและพัสดุ
6. นางสาววิจิตรา อมรวิริยะชัย
วุฒิการศึกษา วท.บ. (พืชศาสตร์ )
ตาแหน่ง นักวิชาการ
ภารกิจ ด้านบริ การวิชาการเกษตรแก่ชุมชน
7. นายธี รศักดิ์ ชนะบางแก้ว
วุฒิการศึกษา ศศ.ม. (ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต)
ตาแหน่ง นักวิชาการ
15
ภารกิจ ั
ด้านวิจย
ลูกจ้ างมหาวิทยาลัย
1. นางสาวจิราวรรณ สังปาน
วุฒิการศึกษา ปวส. (การเลขานุการ)
ตาแหน่ง ้ ั
ผูปฏิบติงานบริ การ
ภารกิจ ด้านงานสารบรรณ และงานบุคคล
2. นายเจริ ญ หมื่นหนู
วุฒิการศึกษา
ตาแหน่ง ้ ั
ผูปฏิบติงานช่าง
ภารกิจ ดูแลรักษา ปรับปรุ ง ซ่อมแซม ระบบสาธารณูปการ
พนักงานจ้ างเหมาบริการ
1. นายบัณฑิต ทองนวล
ตาแหน่ง ้ ั
ผูปฏิบติงานบริ การ (จ้างเหมาบริ การ)
ภารกิจ ั
ดูแลรักษา ปรับปรุ ง ภูมิทศน์บริ เวณหน่วยงาน
2. นายเรี ยง ศักดิ์ดี
ตาแหน่ง ยามรักษาความปลอดภัย
ภารกิจ รักษาความปลอดภัย และดูแลทรัพย์สินของหน่วยงาน
3. นายดุสิทธิ์ มาเอียด
ตาแหน่ง ยามรักษาความปลอดภัย
ภารกิจ รักษาความปลอดภัย และดูแลทรัพย์สินของหน่วยงาน
4. นายประสิ ทธิ์ สุ กใส
ตาแหน่ง ยามรักษาความปลอดภัย
ภารกิจ รักษาความปลอดภัย และดูแลทรัพย์สินของหน่วยงาน
5. นางสาวอลิสา ขาวสังข์
ตาแหน่ง นักวิชาการ
ภารกิจ ด้านงานการประชุม งานประกันคุณภาพ
พนักงำนจ้ ำงเหมำโครงกำร
1. นายบุญฤทธิ์ คงโต
16
พนักงำนจ้ ำงเหมำมหำวิทยำลัย
1. นายอรุ ณ เทพแดง
ตาแหน่ง พนักงานขับรถ
ภารกิจ ให้บริ การขับรถเพื่อใช้ในราชการของวิทยาลัย ฯ
พนักงำนจ้ ำงเหมำบริษัท
1. นางดวงสุ ดา เรื องวุฒิ
ตาแหน่ง ้
แม่บาน
ภารกิจ ดูแลความสะอาดภายในวิทยาลัย ฯ
2. นางลายอง นรเศรษฐพงศ์
ตาแหน่ง แม่บาน้
ภารกิจ ดูแลความสะอาดภายในวิทยาลัย ฯ
3. นางสาวสมปรารถนา สารี
ตาแหน่ง แม่บาน ้
ภารกิจ ดูแลความสะอาดภายในวิทยาลัย ฯ
17
6. งบประมาณ
5. งบประมาณ
ประเภทงบประมาณ
หมวดเงิน รวม
เงินแผ่ นดิน เงินรายได้
งบบุคลากร
เงินเดือน 1,503,900 - 1,503,900
ค่าจ้างประจา - - -
ค่าจ้างชัวคราว
่ - 265,584 265,584
งบดาเนินการ - - -
ค่าตอบแทน - 102,000 102,000
ค่าใช้สอย 48,000 48,000 96,000
ค่าวัสดุ - 180,000 180,000
ค่าสาธารณูปโภค - 9,600 9,600
งบลงทุน
ค่าที่ดินและสิ่ งก่อสร้าง 916,000 1,524,000 2,440,000
เงินอุดหนุน 1,807,640 - 1,807,640
รวม 4,275,540 2,129,184 6,404,724
18
7. ทรัพยากร
ลาดับที่ รายละเอียด ผู้ใช้
ปี งบประมาณ 2550
1 เครื่ องถ่ายเอกสารระบบดิจิตอล KYOCERA ประจาสานักงานเลขานุการ
2 เครื่ องคอมพิวเตอร์ HP Pavilion A5085L ั
นายศิริชย ลิบน้อย
3 เครื่ องคอมพิวเตอร์ HP Pavilion A5085L นางสาวจิราวรรณ สังปาน
ปี งบประมาณ 2551
4 เครื่ องคอมพิวเตอร์ HP Pavilion A6375d นางสาวอุษณี ย ์ ขีปนานนท์
No.CNX80511DB
5 เครื่ องคอมพิวเตอร์ HP Pavilion A6375d นายไพฑูรย์ ทองสม
No.CNX80511DB
6 เครื่ องคอมพิวเตอร์ HP Pavilion A6375d นางสาวอลิสา ขาวสังข์
No.CNX80511DB
7 เครื่ องคอมพิวเตอร์ HP Pavilion A6375d นางสาวปาจรี ย ์ เรื องกลับ
No.CNX80511DB
8 เครื่ องคอมพิวเตอร์ HP Pavilion A6375d นายไพฑูรย์ ศิริรักษ์
No.CNX80511DB
9 เครื่ องคอมพิวเตอร์ HP Pavilion A6375d นายธี รศักดิ์ ชนะบางแก้ว
No.CNX80511DB
10 เครื่ องคอมพิวเตอร์ HP Pavilion A6375d ้
ผูอานวยการวิทยาลัยภูมิปัญญาชุมชน
No.CNX80511DB
ี่ ้
11 เครื่ องพิมพ์ยหอ Fuji Xerox Phaser 3478 No.ENB นางสาวอุษณี ย ์ ขีปนานนท์
079342
12 เครื่ องพิมพ์ยหอ Fuji Xerox Phaser 3478 No.ENB
ี่ ้ นายธี รศักดิ์ ชนะบางแก้ว
079342
ปี งบประมาณ 2552
่ ้
13 เครื่ องคอมพิวเตอร์ Note Book ยีหอ Thinkpad ้
ผูอานวยการวิทยาลัยภูมิปัญญาชุมชน
่ ้
14 เครื่ องคอมพิวเตอร์ Note Book ยีหอ Thinkpad สานักงานเลขานุการ
19
้
8. อื่น ๆ ที่สะท้ อนให้ เห็นภาพวิทยาลัยภูมิปัญญาชุมชนชัดเจนยิ่งขึน
20
21
บทบำทหน้ ำที่และแนวคิดกำรดำเนินงำนของแต่ ละอำศรม
อำศรมที่ 1 : ภูมิปัญญำศิลปกำร
เ ส ริ ม ส ร้ า ง ร ะ บ บ ภู มิ ปั ญ ญ า ด้ า น หั ต ถ ก ร ร ม แ ล ะ ศิ ล ป ก ร ร ม
โดยศึ ก ษาและวิ จ ัย หั ต ถกรรมพื้ น บ้ า นเพื่ อ พัฒ นาแนวคิ ด รู ปแบบ บทบาทหน้ า ที่ วัต ถุ ที่ ใ ช้
เ น้ น ก า ร พั ฒ น า วั ต ถุ ดิ บ ใ น ท้ อ ง ถิ่ น ใ ช้ ต ล า ด ท้ อ ง ถิ่ น เ ป็ น เ ป้ า ห ม า ย เ บื้ อ ง ต้ น
เพิ่ มมู ลค่ าและคุ ณค่ าศิ ลปหั ตถกรรมพื้ นบ้ าน ด้ วยศาสตร์ ชาวบ้ านผสานด้ วยศิ ลปสากล
ยกระดั บ งานศิ ล ปะให้ สู งขึ้ น พั ฒ นาเครื่ องมื อ ช่ า งศิ ล ป์ เพื่ อ ประหยัด แรงงานและวัต ถุ ดิ บ
หายุทธวิธีจูงใจให้เยาวชนรักและภาคภูมิใจต่องานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน และใฝ่ ในงานศิลปะ
โครงสร้ ำงด้ ำนภูมิทัศน์ นิเวศ และสำรัตถะ
แนวคิดในกำรดำเนินงำนเบืองต้ น ้
พื้นที่ดาเนิ นการประมาณ 75 ไร่ ประกอบด้วยส่ วนสาคัญได้แก่
1. ลำนร่ วมศรัทธำและเสวนำ (ลานนายตารา ณ เมืองใต้และโนราพุมเทวา) ่
ปรับพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ เป็ นลานสู งประมาณ 1.5 เมตร มีประติมากรรมรู ปเหมือน
่
ของนายตารา ณ เมืองใต้ (เปลื้ อง ณ นคร)* โนราพุมเทวา (ขุนอุปถัมภ์นรากร)**
่
2. อุทยำนพันธุ์ไม้ เพืองำนหัตถกรรม เช่ น หวำยและเครื อเถำว์
ปรับแต่งบริ เวณอุทยานด้วยพันธุ์ไม้พ้ืนเมืองที่ชุมชนนิยมให้เป็ นเครื่ องเรื อนประเภทเรื อ
นเครื่ องผูกและเรื อนเครื่ องสับ และไม้สาหรับใช้ทาศิลปหัตถกรรม เช่น แก้ว ตังหน ประดู่ สาวดา
(ขาว – ดา) ลิเพา หวาย ฯลฯ เพื่อให้ความรู้ทางพฤกษศาสตร์และวัฒนธรรมการใช้สอย
ั
ศึกษาวิจยเพื่อเพิ่มมูลค่าและคุณค่าทางศิลปหัตถกรรม
*นายตารา ณ เมืองใต้ เป็ นนักภาษาและวรรณศิลป์
**โนราพุ่ มเทวา (ขุนอุปถัมภ์ นรากร) เป็ นบรมครู ด้านศิลปะการแสดงโนรา
22
3. อุทยำนรวม ปรับแต่งบริ เวณส่ วนหนึ่งแสดงรู ปธรรมและพลวัตของอาคารที่อยู่
อา ศั ย แ ล ะ อ า ค า ร เ พื่ อ ป ร ะ โ ย ช น์ ใ ช้ ส อ ย อื่ น ๆ เ พื่ อ แ ส ด ง ศิ ล ป ะ เ ชิ ง ช่ า ง
ตามฐานะและสมัย นิ ย มแบบพื้ น บ้า น ส่ ว นของชิ้ น งานที่ แ สดงรู ป แบบและคุ ณ ค่ า ด้า นสุ น ทรี ย ะ
ต ล อ ด ถึ ง ส่ ว น ที่ ส า แ ด ง วิ ถี ก า ร ด า ร ง ชี วิ ต แ ล ะ เ ป็ น อั ต ลั ก ษ ณ์ ข อ ง ท้ อ ง ถิ่ น
(ค ว ร เ ป็ น อ า ค า ร เ ก่ า ที่ เ ลื อ ก ส ร ร แ ล ะ เ ค ลื่ อ น ย้ า ย ม า ห รื อ ส ร้ า ง จ า ล อ ง )
่
อาจกระจายอยูในพื้นที่ของอาศรม/อาศรมอื่น ๆ ตามความเหมาะสม
4. อุทยำนงำนสั บเดะ (ประดิดประดอย)
ปรั บ แต่ ง พื้ น ที่ ส่ ว นหนึ่ งเป็ นพื้ น ที่ ส าธิ ต งานประดิ ด ประดอยที่ มี คุ ณ ค่ า ทางศิ ล ปะ เช่ น
ชิ้ น งานประติ ม ากรรม จิ ต รกรรม เครื่ องมื อ ใช้ ส อยในวิ ถี ชี วิ ต ฯลฯ
ั
อาจจัดแสดงในบริ เวณอุ ท ยานของอาศรมใช้ไ ม้ดัด ไม้ตด และพัน ธุ์ พื ช ที่ มี สี สั น และรู ป ทรงพิ เ ศษ
เสริ มแต่งในจุดและพื้นที่เหมาะสม
่
5. อำคำรปฏิบัติกำรเพือสร้ ำงงำนหัตถกรรมและศิลปกรรม
(อาจเป็ นอาศรมรวมหรื อแยกตามประเภทของศิลปะ)
เพื่อการสร้างต้นแบบและพัฒนาและฝึ กอบรมศิลปิ น/ช่างฝี มือรุ่ นใหม่
อำศรมที่ 2 : ภูมิปัญญำโภชนำกำรและเวชกำร
เสริ มสร้างระบบภูมิปัญญาด้านอาหารและยาอันเป็ นปัจจัยหลักในการดารงชีพและด้านวัฒนธรร
้
มของผูคนและชุมชน โดยเน้นการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นที่ควรแก่ฐานะและสภาพของชุมชน
โครงสร้ ำงด้ ำนภูมิทัศน์ นิเวศ และสำรัตถะ
้
แนวคิดในกำรดำเนินงำนเบืองต้ น
พื้นที่ดาเนิ นการประมาณ 145 ไร่ ประกอบด้วยส่ วนสาคัญได้แก่
1. ลำนร่ วมศรัทธำและเสวนำ (ลานอาจารย์นาและขุนพันธรักษ์ราชเดช)*
23
ใช้พ้ืนที่ประมาณ 2 ไร่ ยกระดับลานดินสู งประมาณ 1.5 เมตร
มีประติมากรรมเหมือนจริ งของอาจารย์นา วัดบ้านดอนศาลา และขุนพันธรักษ์ราชเดช
2. อุทยำนโภชนำกำรและเวชกำร
พัฒนาพื้นที่ของอาศรมเป็ นแหล่งศึกษาเรี ยนรู ้ทางด้านอาหารและยา ประกอบด้วยแปลงสาธิ ตเกี่ยวกับ
พืชเครื่ องเทศ พืชสมุนไพร เช่น เร่ ว กระวาน กานพลู จันทร์เทศ อบเชย ชะพลู ขมิ้น ขิง ข่า
กระเพรา ดีปลี ฯลฯ (ใช้พ้ืนที่ชนิดละประมาณ 1 ไร่ )
ดาเนินการศึกษาเพื่อพัฒนาให้ความรู้ทางด้านพฤกษศาสตร์ และประโยชน์ใช้สอย
ั ิ
วิจยเพื่อค้นหาคุณค่าทางอาหารและยาโดยใช้วทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีสมัยใหม่
พัฒนาให้เป็ นที่เชื่อถือได้
มีการรับรองจากหน่วยงานที่ควบคุมดูแลมาตรฐานขยายผล(บางชนิด)ในเชิงพาณิ ชย์และอุตสาหกรรมเพื่อ
ให้สถานีประกอบการเลือกไปดาเนินการ (ใช้พืช เครื่ องเทศ ไม้ผล ไม้เถา พืชน้ า สัตว์น้ าจืด
เป็ นองค์ประกอบเสริ มแต่งเป็ นอุทยานการเรี ยนรู ้)
3. อุทยำนกล้ วย รวบรวมพันธุ์กล้วย ปลูกศึกษาทดลองชนิดละประมาณ 1 – 2 ไร่ (ประมาณ
้
40 ชนิด) ให้ความรู้ดานพฤกษศาสตร์และประโยชน์ใช้สอยเลือกบางชนิดแปรรู ปผลิตผลในเชิงพาณิ ชย์
ั
วิจยส่ วนต่าง ๆ ของกล้วย เพื่อต่อยอดภูมิปัญญาชาวบ้านให้ได้มูลค่าและคุณค่าเพิ่มขึ้น
รวมถึงการแปรประโยชน์ในมิติอื่น ๆ
้ ้
4. แปลงเพำะเลียงสำธิตพันธุ์ปลำนำจืด
ั
การศึกษาวิจยเพาะพันธุ์ ขยายพันธุ์ปลาน้ าจืด
ที่เคยมีอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่โดยการใช้รูปแบบที่ต่างกัน โดยเฉพาะการเลี้ยงปลาดุกเนื้ออ่อน (ดุกอุย)
เพื่อทาเป็ นปลาดุกร้า ตามภูมิปัญญาดั้งเดิมในพื้นที่ทะเลน้อย (กาลังจะสู ญหาย)
มุ่งพัฒนาเป็ นอุตสาหกรรมในครัวเรื อน ศึกษาและพัฒนาให้เกิดคุณค่าด้านโภชนาการ
5. อำคำรปฏิบัติกำร ศึกษำวิจัย ทดลอง
้
เพื่อสร้างองค์ความรู ้หรื อผลิตภัณฑ์ใหม่ดานอาหารและยา
โดยใช้ทรัพยากรในชุมชนและภูมมิปัญญาชุมชนเป็ นฐาน
24
บูรณาการด้วยศาสตร์และเทคโนโลยีใหม่อย่างเหมาะสม เพื่อขยายผลด้านคุณภาพและปริ มาณ
้
และเพื่อต่อยอดเป็ นฐานทางเศรษฐกิจ และคุณภาพของผูคนในชุมชนตามแนวทฤษฏีเศรษฐกิจพอเพียง
*อาจารย์ นา และขุนพันธรั กษ์ ราชเดช เป็ นปูชนียบุคคลของผู้คนในท้ องถิ่น
เป็ นผู้ใช้ จิตวิทยาประกอบคติความเชื่ อเกี่ยวกับไสยศาสตร์ ผสานด้ วยอาหารและยา เน้ นอุบายการให้ งด
และอดอาหารบางประเภทและการเคร่ งครั ดต่ อข้ อห้ ามตามหลักศีลธรรม
อำศรมที่ 3 :ภูมิปัญญำสุ ขภำวะ (กำรจำเริญสติปัญญำและอำรมณ์ )
เ ส ริ ม ส ร้ า ง ร ะ บ บ ภู มิ ปั ญ ญ า ก า ร จ า เ ริ ญ ส ติ ปั ญ ญ า แ ล ะ อ า ร ม ณ์
โดยปรั บ แต่ ง พื้ น ที่ ทุ ก อนุ ภ าคของอาศรมให้ มี ส ภาพแวดล้อ มที่ ก่ อ ให้ เ กิ ด สุ ข ภาวะทั้ง ด้า นร่ า งกาย
จิ ต ใจและจิ ต วิ ญ ญาณ ให้ เ ป็ นอุ ท ยานที่ ช่ ว ยให้ จิ ต ใจสงบร่ มเย็ น ช่ ว ยให้ ป ระเทื อ งสติ ปั ญ ญา
ั ั
และประเทืองอารมณ์ท้ งด้านภูมิทศน์ภูมินิเวศ และเนื้อหาสาระ
โครงสร้ ำงด้ ำนภูมิทัศน์ นิเวศ และสำรัตถะ
แนวคิดในกำรดำเนินงำนเบืองต้ น ้
พื้นที่ดาเนินการประมาณ 197 ไร่ ประกอบด้วยส่ วนสาคัญ ได้แก่
1. ลำนร่ วมศรัทธำและเสวนำ (ลานปัญญานันทภิกขุ)*
ปรั บ พื้ น ที่ ป ระมาณ 2 ไร่ เป็ นลานเสวนา มี ป ระติ ม ากรรมรู ป เหมื อ นของพระ
พ ร ห ม มั ง ค ล า จ า ร ย์ ( ปั ญ ญ า นั น ท ภิ ก ขุ ) ข น า ด 1 . 5 เ ท่ า ข อ ง ตั ว จ ริ ง
เพื่อเสริ มสร้างความศรัทธาและเป็ นสัญลักษณ์การใช้ปัญญานิ ยมเสริ มแต่งลานเสวนาด้วยรู ปปั้ นตัวตลกห
นังตะลุงร่ วมกันสนทนาธรรมเป็ นคู่ ๆ หรื อเป็ นวงสนทนา
2. อุทยำนไม้ ดอก
ป รั บ ป รุ ง พื้ น ที่ ทั้ ง ห ม ด ข อ ง อ า ศ ร ม นี้ เ ป็ น อุ ท ย า น ไ ม้ ด อ ก ไ ด้ แ ก่
บรรดาไม้ดอกมีสีสวยและมีกลิ่นหอม ในพื้นที่ประมาณชนิ ดละ 1 ไร่ เช่น จาปี จาปา จาปูน ลาดวน
25
กระดังงา บุหงาส่ าหรี ประดู่ นมแมว สายหยุด พุดซ้อน พุดจีน พุทธรักษา พุทธชาด มะลิ มะลิลา
้
มะลิซอน ราตรี พวงชมพู เล็บมือนาง เป็ นต้น
ส่ วนที่เป็ นสระน้ าจัดอุทยานบัว ปลูกบัวชนิดต่าง ๆ
่
3. อุทยำนกล้ วยไม้ (แทรกอยูในอุทยานไม้ดอกยืนต้น)
4. อุทยำนเสริมสร้ ำงปัญญำธรรมจำกพันธุ์พช ื
รวบรวมพัน ธุ์ ไ ม้ที่ ป รากฏในปริ ศ นาค าทายส าหรั บ เด็ ก เช่ น พริ ก (ต้น เท่ า ล าก้อ ย
พระนังห้าร้อยไม่หก) มะละกอ (ใบหยัก ๆ ลูกรักเต็มคอ) มะเขือ (เด็ก ๆ นุ่งผ้า ใหญ่มาแก้เปลือย) ฯลฯ
่ ั
ประมาณ 50 คาถาม
ั
5. อุทยำนไม้ สมุนไพรทีเ่ ป็ นคำอรรถ เพื่อฝึ กสมองลองปั ญญาและให้รู้จกสังเกตธรรมชาติ เช่น
ผีตีตาย (เฉี ยงพร้า) เทือนทั้งบ้าน (ไม้พูด) พยับเมฆ (หญ้าหนวดแมว) ยายตีหลาน (ไม้เท้ายายม่อม)
ั
หัวบักเถร (ขมิ้นชัน) หัวถอกฤาษี (ขมิ้นอ้อย) น้ านมสาวพรหมจารี (มะนาว) สุ นขขยาด (ไม้คอนตีหมา) ้
ซึ่งเป็ นวัฒนธรรมการให้การเรี ยนรู้แบบหนึ่งอันเป็ นภูมิปัญญาชาวใต้
6. อุ ทยำนธรรมำธิ ษฐำน เป็ นอุ ทยานที่ ส่ง เสริ มให้ผูคนสามารถเข้าใจภาษาธรรม
้
ที่ปรากฏในลักษณะบุคลาธิษฐาน การใช้สัญลักษณ์ หรื อใช้อุบายเพื่อให้เกิดคตินิยม เช่นอุบายในประเพณี
นิทาน ตานาน ปริ ศนาธรรม บทเพลงกล่อมเด็ก ฯลฯ เป็ นการจัดแต่งเพื่อเสริ มสร้างบรรยากาศให้เกิดปั ญญาธรรม
น าเสนอโดยวิ ธี ส ร้ า งงานศิ ล ปกรรมในรู ป แบบต่ า ง ๆ สอดเสริ ม ไว้ใ นอุ ท ยานไม้ด อก
อาจจัดทาเป็ นจิตรกรรม/ประติมากรรม เชิงล้อเลียนหรื อท้วงติงพฤติกรรมของสังคม เช่น
- ประติมำกรรมเวมำนิกเปรตและมหิทธิกเปรต เปรตที่อยู่ในวิมาน และเคยเสวยอานาจ
(ตามคัมภีร์พระมหาวิบาก)
- ปริศนำธรรมกำรข้ ำมภพข้ ำมชำติด้วยปัญญำ
- กำรตีควำมบทเพลงกล่ อมเด็กว่ ำด้ วยอิทธิพลระหว่ ำงพันธุกรรมกับสิ่ งแวดล้ อม
“ไปไหนเหอ พาน้องไปกัน
ถางไร่ โปรกมัน มันไม่ลงหัว
แผ่นดินหมันดี ั
พันธุ์มนหมันชัว ่
มันไม่ลงหัว ั
สาวย่านให้ววกิน”
(เชื่ อว่ าพันธุกรรมสาคัญกว่ าสภาพแวดล้ อม)
- ประติมำกรรมถอดรหัสสุ ภำษิต
จากสุ ภาษิต คากาพย์ เช่น
“ตีนช้างครอบตีนนก น้ าตาตกไม่วายวาง
ทนหนักทนเจ็บคราง จนสุ ดปล้ าร่ าครุ นเครง”
(ระบบอานาจ การกดขี่)
26
7.อุทยำนกล้ วยไม้ ป่ำ (ที่พบในพื้นที่ภาคใต้)
รวบรวมพันธุ์ กล้วยไม้ป่าที่ พบในพื้นที่ ภาคใต้ ดาเนิ นด้านการเพาะพันธุ์ ขยายพันธุ์
และพัฒนาการจัดการเชิงพาณิ ชย์
8. อำคำรปฏิบัติกำรทดลองสำธิต
*ท่ านปั ญญานันทภิ กขุ (ปั่ น เสน่ ห์เจริ ญ) เกิด พ.ศ. 2454 ที่ บ้านนางลาด ตาบลคูหาสวรรค์
อ า เ ภ อ เ มื อ ง พั ท ลุ ง จั ง ห วั ด พั ท ลุ ง (ปั ญ ญ า นั น ท ะ แ ป ล ว่ า ผู้ ยิ น ดี ใ น ปั ญ ญ า )
เป็ นนักเทศน์ ชั้นเยี่ยมของประเทศ
อำศรมที่ 4 : ภูมิปัญญำกำรถ่ ำยทอดภูมิปัญญำและเทคโนโลยีชุมชน
ร่ ว ม กั บ อ า ศ ร ม อื่ น ๆ
ั ้
ทุกอาศรมเพื่อศึกษาวิจยเพื่อพัฒนาและสร้างองค์ความรู ้ตนแบบเพื่อบูรณาการการถ่ายทอดเทคโนโลยีชุม
ชน ขยายผลสู่ สถานีประกอบการ
โครงสร้ ำงด้ ำนภูมิทัศน์ นิเวศ และสำรัตถะ
้
แนวคิดในกำรดำเนินงำนเบืองต้ น
พื้นที่ดาเนินการประมาณ 140 ไร่
ดาเนิ นการในมิติต่าง ๆ ทั้งที่คู่ขนานกับอาศรมภูมิปัญญาอื่น ๆ และบูรณาการประเด็นสาคัญ ๆ
ให้ ต กผลึ ก เป็ นนวั ต กรรมที่ เ ป็ นจริ งต่ อ การพั ฒ นาฐานทางเศรษฐกิ จ และวั ฒ นธรรมชุ มชน
ั
และเป็ นกระบวนการเรี ยนรู ้แบบใหม่อนเป็ นวิถีและพลังของการปฏิรูปวัฒนธรรมการเรี ยนรู ้ที่เหมาะแก่ท ้
องถิ่นและสมสมัย
อุทยำนนิทศน์ั
27
ั ้ ิ
จัดภูมิทศน์ในบริ เวณอาศรมให้เป็ นอุทยานการเรี ยนรู ้ดานธรรมชาติวทยากับภูมิปัญญาและเทคโ
นโลยีพ้ืนบ้าน เพื่อเป็ นเสมือนอุทยานสาธิ ต
จั ด แ ส ด ง สื่ อ ป ร ะ ดิ ษ ฐ ก า ร แ ล ะ ผ ล ก า ร ศึ ก ษ า ค้ น ค ว้ า ข อ ง แ ต่ ล ะ อ า ศ ร ม
่
ที่ผานการศึกษาทดลองจนได้องค์ความรู ้เชิงประจักษ์ เพื่อถ่ายทอดสู่ สถานีของวิทยาลัย หรื อสู่ ชุมชน
อำศรมที่ 5 : ภูมิปัญญำกำรบริหำรจัดกำรชุ มชน
เสริ มสร้างระบบภูมิปัญญาการบริ หารจัดการชุมชนท้องถิ่นโดยชุ มชนและองค์กรปกครองส่ วนท้
อ ง ถิ่ น ใ น พื้ น ที่ เ ป็ น ก ลุ่ ม เ ป้ า ห ม า ย ห ลั ก
สร้ า งแนวร่ ว มในการศึ ก ษาวิ จ ัย และการจัด การทรั พ ยากรทรั พ ยากรธรรมชาติ ทรั พ ยากรบุ ค คล
แ ล ะ ท รั พ ย า ก ร ด้ า น อื่ น ๆ ข อ ง ชุ ม ช น อั น จ ะ ก่ อ ใ ห้ เ กิ ด ป ร ะ โ ย ช น์ สู ง สุ ด แ ล ะ ยั่ ง ยื น
เ พื่ อ เ ป็ น ท า ง เ ลื อ ก ที่ เ ห ม า ะ ส ม ส า ห รั บ ข ย า ย ฐ า น เ ศ ร ษ ฐ กิ จ แ ล ะ ทุ น ท า ง วั ฒ น ธ ร ร ม
ใช้พ้ืนที่ในอาศรมเป็ นแหล่งปฏิบติการสาธิ ต และขยายผลสู่ สถานีประกอบการ
ั
โครงสร้ ำงด้ ำนภูมิทัศน์ นิเวศ และสำรัตถะ
้
แนวคิดในกำรดำเนินงำนเบืองต้ น
พื้นที่ดาเนิ นการประมาณ 93 ไร่ ประกอบด้วยส่ วนสาคัญ ได้แก่
1. ลำนร่ ว มศรั ทธำและเสวนำ (ลานพระอุ ดมปิ ฏก)* ใช้พ้ื นที่ ป ระมาณ 2 ไร่
ยกระดับ ลานดิ น สู ง ประมาณ 1.5 เมตร มี ป ระติ ม ากรรมเหมื อ นจริ งของพระอุ ด มปิ ฏก (สอน
28
พุ ท ธ ส โ ร ภิ ก ขุ ) ข น า ด 1 . 5 เ ท่ า ข อ ง ตั ว จ ริ ง
เ พื่ อ เ ป็ น ศู น ย์ ร ว ม ศ รั ท ธ า แ ล ะ เ ป็ น สั ญ ลั ก ษ ณ์ ข อ ง ภู มิ ปั ญ ญ า ก า ร เ ส ริ ม ส ร้ า ง
ภู มิ ปั ญ ญ า ค ติ นิ ย ม ใ น ก า ร เ ลื อ ก ค บ มิ ต ร ก า ร เ ลื อ ก คู่ ค ร อ ง แ ล ะ เ ลื อ ก แ ห ล่ ง พั ก พิ ง
(ตามแนวคิดในวรรณกรรมเรื่ องสุ ทธิกรรมชาดก)
*พระอุดมปิ ฎก (สอน พุทธสโรภิกขุ) เกิด พ.ศ. 2332 (ร.1) ที่ บ้านหั วสนทรา ตาบลปั นเต
อ า เ ภ อ ค ว น ข นุ น จั ง ห วั ด พั ท ลุ ง เ ป็ น ผู้ แ ต ก ฉ า น ท า ง พุ ท ธ ศ า ส น า แ ล ะ ภ า ษ า บ า ลี
ผู้ กล่ าวค า ถว าย อดิ เรกแ ด่ พระ มหาก ษั ต ริ ย์ (ค าถว าย พระ พรซึ่ งใช้ ต่ อมาจ นถึ งปั จจุ บั น )
ผู้รจนาเรื่ องสุ ทธิ กรรมชาดกคากาพย์ อดีตเจ้ าอาวาสวัดหงสาราม (ธนบุรี) และเจ้ าอาวาสวัดสุ นทราวาส
พัทลุง
2.บริ เวณอุ ท ยำนกำรเรี ยนรู้ และอุ ท ยำนท่ องเที่ ย วเชิ งวั ฒ นธรรมและเชิ งวิ ช ำกำร
(จัดเป็ นลัก ษณะร่ วมทุ ก อาศรมของวิ ท ยาลัย แต่ มี จุ ดเน้น ต่ า งกัน เพื่ อให้มี ค วามเหมื อนในความต่ า ง
และมีความต่างในความเหมือน)
ป ลู ก พั น ธุ์ ไ ม้ ยื น ต้ น ที่ ส า คั ญ แ ล ะ ห า ย า ก
ซึ่ งเป็ นฐานเศรษฐกิ จ และทุ น วั ฒ นธรรมของชุ มชนในภาคใต้ เพื่ อ สงวนพั น ธุ์ ขยายพั น ธุ์
แ ล ะ ศึ ก ษ า วิ จั ย วั ฒ น ธ ร ร ม ก า ร ใ ช้ ป ร ะ โ ย ช น์ ข อ ง ชุ ม ช น
เ น้ น พิ เ ศ ษ ส่ ว น ที่ เ ป็ น ภู มิ ปั ญ ญ า ก า ร บ ริ ห า ร จั ด ก า ร แ บ บ พื้ น บ้ า น
การบูรณาการด้วยวิทยาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่
ดาเนิ นการจัดสวนสาธิ ต พันธุ์ไม้ที่เป็ นฐานทางเศรษฐกิจและทุนทางวัฒนธรรม ประมาณ 10 -
ั
50 ชนิ ด (ใช้พ้ืนที่ชนิ ดละประมาณ 5- 10 ไร่ ) สาหรับศึกษาวิจยครบวงจร และปลูกพันธุ์ไม้สาคัญ
ๆที่เคยเป็ นฐานทางเศรษฐกิจและทุนทางวัฒนธรรมของชาวใต้ เช่น ตะเคียนชนิ ดต่าง ๆ พะยอม ตาเสา
สยาชนิ ดต่าง ๆ ประ มะปลิง มะปราง กะท้อน ชะมวง มะมุด มะม่วงชนิ ดต่าง ๆ ตาลโตนด ยางนา
เ คี่ ย ม ฯ ล ฯ (พ ย า ย า ม เ ลี่ ย ง ไ ม่ ใ ห้ ซ้ า ซ้ อ น กั บ อ า ศ ร ม อื่ น ๆ )
เพื่อให้เป็ นอุทยานการเรี ยนรู ้และเป็ นอุทยานการท่องเที่ยวเชิงวิชาการ และเชิงวัฒนธรรม
3. สิ่ งก่ อ สร้ ำ งแบบพื้นบ้ ำน เช่ น อาคาร บ้า นเรื อน ศาลากลางหน โรงเบญจา ฯลฯ
ทั้งนี้ ให้กระจายอยู่ในอุ ทยานในจุดที่เหมาะสม เพื่อแสดงโครงสร้ าง รู ปแบบ ั
การใช้วสดุ
ประโยชน์ใช้สอย
29
ภู มิ ปั ญ ญ า เ ชิ ง ช่ า ง ใ ห้ มี บ ริ เ ว ณ เ ส ริ ม ใ ห้ เ ห็ น วิ ถี ชี วิ ต ช า ว บ้ า น ที่ เ ป็ น จ ริ ง
และเห็นวัฒนธรรมการบริ หารจัดการในส่ วนที่เป็ นสาธารณะ (จัดหาเฉพาะที่เคยใช้ประโยชน์จริ ง)
4. แปลงทดลองและสำธิตกำรใช้ พลังงำนทดแทน การสาธิ ตทดลองใช้ทรัพยากรในพื้นที่
ผ ลิ ต พ ลั ง ง า น ท ด แ ท น ไ ด้ แ ก่ พ ลั ง ง า น ล ม พ ลั ง ง า น แ ส ง แ ด ด พ ลั ง ง า น ชี ว ม ว ล
แอลกอฮอล์จากน้ า ตาลโตนด ไบโอดี เซลจากน้ า มันยางนา ฯลฯ (ใช้พ้ื นที่ ช นิ ดละประมาณ 1 ไร่ )
เพื่อทดลอง สาธิต และผลิตต้นแบบ สาหรับขยายผลสู่ สถานีประกอบการในเครื อของวิทยาลัย
5. พื้น ที่ แ สดงสำรั ต ถะภู มิ ปั ญ ญำกำรบริ ห ำรจั ด กำรชุ ม ชนเฉพำะด้ ำ น ได้แ ก่
ที่ปรากฏในวัตถุวรรณกรรม พฤติกรรม และกิจกรรม เช่ น เครื่ องผ่อนแรง เครื่ องส่ งสัญญาณ
สื่ อสาธารณะ วัฒนธรรมการเรี ยนรู้ ภาษิตคาสอน บทเพลงกล่อมเด็ก ปริ ศนาสาหรับเด็ก
นาฏกรรมตัวละคร ประเพณี ฯลฯ
การน าเสนอภู มิ ปั ญญาแต่ ล ะเรื่ อง อาจจั ด ท าในลั ก ษณะจิ ต รกรรม ประติ ม ากรรม
แผ่นป้ ายคติ เตื อนใจ วัตถุ ข องจริ ง ฯลฯ (แล้วแต่ กรณี ) รวมถึ ง การจัดเป็ นกิ จกรรมประจาปี
ั
หรื อในโอกาสพิเศษ เพื่อศึกษาวิจยสื บสานและฟื้ นฟูภูมิปัญญาพิเศษ เช่น
- กำรบ ำรุ ง ศำสนำ สื บ สาน ฟื้ นฟู ประเพณี เช่ น “ยกขั น หมากปฐม”
ั
(หาเงินเข้าวัดและสร้างความสามัคคีกบคนต่างถิ่น)
- กำรร่ วมแรงสร้ ำงสิ่ งสำธำรณะ สื บสาน ฟื้ นฟู เช่น “สานสาดลวด”
- กำรร่ วมมื อ ร่ วมใจรั บรองแขกบ้ ำนแขกเมื อ ง สื บสาน ฟื้ นฟู เช่ น
“ประเพณี ยกข้ าวหม้ อแกงหม้ อ”
- กำรสงเครำะห์ ซึ่งกันและกัน สื บสาน ฟื้ นฟูประเพณี เช่น “ออกปาก - กินวาน”
- กำรร่ วมมือร่ วมใจกันทำกิน สื บสาน ฟื้ นฟูประเพณี เช่น “สุ่ มวง”
- กำรสร้ ำงจิตสำนึกร่ วม สื บสาน ฟื้ นฟูประเพณี การสร้างและดูแล เช่น “ศาลากลางหน”
- กำรส่ งสั ญญำณ สื บสาน ฟื้ นฟูประเพณี เช่น “การตีเหลาะ, เป่ าตูด”
- กำรแบ่ งปันกันรับผิดชอบ สื บสานฟื้ นฟูประเพณี เช่น “แกงเวียน”
- กำรแบ่ ง ปั น และแลกเปลี่ย น สื บ สาน ฟื้ นฟู ก ารแบ่ ง ปั น กัน ตามมี ต ามได้
การแลกเปลี่ยนกันด้วยระบบน้ าใจ รวมถึงวัฒนธรรมการมีตลาดนัด ฯลฯ
6. ศูนย์ ปฏิบัติกำรศึกษำวิจัยและสำธิต
-
ั
การวิจยและพัฒนาภูมิปัญญาจากตาลโตนดเพื่อขยายฐานเศรษฐกิจและทุนวัฒนธรรมของชุ มชน (ระยะ 3
ปี แรก)
- ก า ร วิ จั ย แ ล ะ พั ฒ น า ภู มิ ปั ญ ญ า จ า ก ย า ง น า
เพื่อขยายฐานเศรษฐกิจและทุนวัฒนธรรมของชุมชน (ระยะ 5 ปี แรก)
30
ั
- การวิจยและพัฒนาภูมิปัญญาจากหมาก เพื่อขยายฐานเศรษฐกิจและทุนวัฒนธรรมชุ มชน
(ระยะ 5 ปี แรก)
- ก า ร วิ จั ย แ ล ะ พั ฒ น า ภู มิ ปั ญ ญ า จ า ก ไ ม้ เ คี่ ย ม
เพื่อขยายฐานเศรษฐกิจและทุนวัฒนธรรมของชุมชน (ระยะ 5 ปี แรก)
7. กำรวิจัยภูมิปัญญำกำรบริหำรจัดกำรชุ มชนเฉพำะด้ ำน (ตามข้อ 6)
ต้ อ ง จั ด ห า อุ ป ก ร ณ์ แ ล ะ เ ท ค โ น โ ล ยี เ พื่ อ ก า ร วิ จั ย ก า ร ป ฏิ บั ติ ก า ร ท ด ล อ ง
และการสร้ า งนวัต กรรม เพื่ อ ให้ เ กิ ด คุ ณ ภาพ เพื่ อ เป็ นผู ้น าทางวิ ช าการด้ า นวัฒ นธรรมศึ ก ษา
และสามารถประกอบการธุ รกิจทางวัฒนธรรมที่มีมาตรฐานทางวิชาการสู ง เป็ นที่พ่ ึงพิงได้ของชุมชน
่ ่
8. กิจกรรมอืน ๆ เพือส่ งเสริมกำรก่ อเกิดและกำรบูรณำกำรภูมิปัญญำกำรบริหำรจัดกำรชุ มชน
จัด พื้ น ที่ ส าหรั บ จัด กิ จ กรรมพิ เ ศษต่ า ง ๆ โดยอาศัย ผู ้ค นในพื้ น ที่ ร่ ว มด าเนิ น การ เช่ น
การจัดประชุ มสัมมนาการบรรยายพิเศษ การสร้ างเครื อข่ายประกอบการ การวิจยแบบมี ส่วนร่ วม ั
ั
การปฏิบติการนอกพื้นที่ ฯลฯ ทั้งนี้ตามความเหมาะสมของสถานการณ์และโอกาส
อำศรมที่ 6 : ภูมิปัญญำกำรสร้ ำงพลังงำนทดแทน
พลัง งานทดแทนได้ แ ก่ พลัง งานลม พลัง งานน้ า พลัง งานแสงแดด พลัง งานชี ว มวล
และพลั ง งานจากปาล์ ม น้ ามั น โดยเฉพาะพลั ง งานปาล์ ม น้ ามั น ใช้ พ้ื น ที่ ป ระมาณ 305 ไร่
(แ ล ะ พื้ น ที่ บ ริ เ ว ณ ป่ า พ ะ ย อ ม อี ก ป ร ะ ม า ณ 4 0 0 ไ ร่ )
เ น้ น ก า ร ศึ ก ษ า แ ล ะ พั ฒ น า แ บ บ ค ร บ ว ง จ ร โ ด ย ก า ร ส ร้ า ง แ ล ะ พั ฒ น า บุ ค ล า ก ร
ั
การศึ ก ษาวิจยเป็ นหน่ วยงานหลัก ระดับประเทศให้ส ามารถพัฒนาการประกอบการเชิ งพาณิ ชย์ เช่ น
การแปรรู ป เป็ นไบโอดี เ ซลที่ มี คุ ณ ภาพได้ม าตรฐาน และพัฒ นาเป็ นต้น แบบในลัก ษ ณะอื่ น ๆ
ส่ ว น พ ลั ง ง า น ท ด แ ท น ด้ า น อื่ น ๆ
จะศึกษาทดลองเป็ นต้นแบบในพื้นที่เดียวกันของอาศรมนี้ และขยายผลสู่ การประกอบการของชุ มชนตาม
ความสมัครใจและความเหมาะสม(เน้ นระดับชาวบ้ านหรื อจุลภาคมากกว่ าระดับมหภาค)
หลักกำรดำเนินงำน
(1) แต่ละส่ วนวิทยาลัยควรใช้ทรัพยากร (อาคารสถานที่ เครื่ องมือและบุคลากร) ร่ วมกันให้มากที่สุด
(2 )
แต่ละอาศรมและแต่ละอุทยานสามารถศึกษาและจัดการร่ วมกันในลักษณะการบูรณาการให้เห็นเป็ นต้นแ
31
บบของการพัฒนาการศึกษาและวัฒนธรรมการทางานอันเป็ นการสร้างกระบวนทัศน์ใหม่และสร้างประช
าคมกลุ่มใหม่
ั
(3) การศึกษาวิจยต่าง ๆ ต้องสนับสนุนให้เกิดบรรยากาศของสหวิทยาการอย่างแท้จริ ง
(4) จุ ดห ม าย ป ล าย ท าง ข อ งเ ป้ าห ม า ย คื อ “ป ร ะ ช ำ ช นแ ล ะ ชุ ม ช น ”
กิ จ ก ร ร ม ใ ด อั น อ า จ ช่ ว ย ห า ร า ย ไ ด้ ใ ห้ แ ก่ ม ห า วิ ท ย า ลั ย ค ว ร ใ ห้ เ ป็ น เ พี ย ง ผ ล พ ล อ ย ไ ด้
ไม่ควรมุ่งเม็ดเงินจนสู ญเสี ยเม็ดวิชาการ
32
ส่ วนที่ 3
ผลกำรดำเนินงำนและผลกำรประเมิน
สรุ ป ผลกำรประเมิ น คุ ณ ภำพภำยใน เปรี ย บเที ย บกั บ ปี งบประมำณ พ.ศ. 2552 กั บ
ปี งบประมำณ พ.ศ. 2551
ผลกำรป
ยุทธศำสตร์ ปี งบประมำณ
พ.ศ. 2551
ยุทธศำสตร์ ที่ 2 ผลักดันมหาวิทยาลัยไปสู่ มหาวิทยาลัยที่เน้นวิจย
ั
4.71
เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ
33
ยุทธศำสตร์ ที่ 3 ให้การบริ การวิชาการเพื่อพัฒนาทุนทางสังคม
4.17
แก้ปัญหาความยากจนและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน
ยุทธศำสตร์ ที่ 4
4.00
สร้างองค์ความรู ้ทางด้านศิลปะและวัฒนธรรมและส่ งเสริ มกิจกรรมด้านทานุบารุ งศิลปะและวัฒนธรรม
ยุทธศำสตร์ ที่ 6 บริ หารจัดการที่มีประสิ ทธิภาพและประสิ ทธิผล 4.4
ยุทธศำสตร์ เฉพำะของหน่ วยงำน
ยุทธศำสตร์ ที่ 1 ศึกษา รวบรวม วิเคราะห์ คัดสรร
5.00
วิจยและสร้างนวัตกรรม/งานสร้างสรรค์ดานภูมิปัญญาทักษิณ รอบลุ่มน้ าทะเลสาบสงขลา
ั ้
ยุทธศำสตร์ ที่ 2 พัฒนาการเผยแพร่ และถ่ายทอดนวัตกรรม ประดิษฐการด้านภูมิปัญญาทักษิณ
4.43
รอบลุ่มน้ าทะเลสาบสงขลาสู่ ชุมชน
ยุทธศำสตร์ ที่ 3 จัดอบรม/เปิ ดสอนหลักสู ตรตามอัธยาศัย
3.75
และจัดสอนหลักสู ตรศึกษานอกระบบให้กบชุมชน ั
สรุ ป ผลกำรปรั บ ปรุ ง ตำมข้ อเสนอแนะของคณะกรรมกำรประเมิ น คุ ณ ภำพภำยใน
ปี งบประมำณ พ.ศ. 2551
ข้ อเสนอแนะของคณะกรรมกำรประเมินคุณภำพภำยใน
ปี งบประมำณ พ.ศ. 2551
วิทยาลัยฯ มีพ้ืนที่ค่อนข้างจะได้เปรี ยบกว่าแหล่งอื่น เพราะเป็ นพื้นที่ชุ่มน้ าโลก วิทยาลัยได้ใช้ความได้เปรี ยบเ
้ ิ ั
เป็ นจุดหลักที่ทาทายของนักธรณี วทยาสามารถทาวิจยได้หลายสาขา การจัดการท่องเที่ยวทางวิชาก
เป็ นแหล่งที่น่าจะเป็ นศูนย์กลางในการสร้าง story theory ั
มีการบูรณาการงานวิจยโดยส
ู้ ั
จุดท้าทายให้ผมีความรู ้ท้ งหลาย เช่น นักเคมี นักชีววิทยา ั
ในการทาวิจยต่อยอดภูมิปัญญ
และนักสิ่ งแวดล้อมมาบรรยายให้ความรู ้
ุ ั
วิทยาลัยฯ ควรจะมียทธศาสตร์ ต้ งรับและยุทธศาสตร์ เชิงรุ ก ั
วิทยาลัยได้ปรับปรุ งตัวชี้ วดใน
ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ ฯ ทั้ง 3 หน่วยงาน
ในเรื่ องของปั ญหาที่ดิน ควรมีแผนรุ กทาอย่างไรให้ชาวบ้านเข้ามาร่ วมมือกับวิทยาลัยฯ วิทยาลัยได้พยายามสร้างเครื อ
และองค์กรภาคประชาชนเพื่อ
34
วิทยาลัยฯ ต้องทาให้ชาวบ้านเข้าใจก่อนและให้ชาวบ้านได้ร่วมคิด วิทยาลัยได้เพิ่มจานวนกิจกรร
ร่ วมแสดงออกให้มากกว่านี้ ทั้งในการพิจารณายุทธศาสตร
วิทยาลัยฯ ั
วิทยาลัยได้จดทาแผนพัฒนาว
้ ั
เป็ นศูนย์ขอมูลและฐานข้อมูลที่เข้มแข็งควรกาหนดแผนภารกิจอาศรมให้ชดเจนในแต่ละปี
ข้ อเสนอแนะของคณะกรรมกำรประเมินคุณภำพภำยใน
ปี งบประมำณ พ.ศ. 2551
ิ ้
การจัดทาฐานข้อมูลในการประชาสัมพันธ์วทยาลัยฯ ยังมีนอย ได้เพิ่มช่องทางการประชาสัมพ
้
วิทยาลัยฯ มีขาวที่มีความเป็ นอัตลักษณ์ คือข้าวสังหยด ดังนั้น ั
มีการวิจยเรื่ อง โครงการการจด
ั
ควรมีการวิจยเรื่ องนี้ให้ละเอียด เช่นจมูกข้าว
ราข้าว ว่ามีประโยชน์อย่างไร
วิทยาลัยฯ มีกระบวนการประชาคมค่อนข้างอ่อนแอ วิทยาลัยได้พยายามเพิ่มการสร
ใครได้ใครเสี ย ซึ่ งเป็ นการประ
ชาวบ้านไม่เข้าใจเรื่ อง 6 อาศรม วิทยาลัยฯควรอธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจชัดเจน ั
วิทยาลัยได้จดทานิทรรศการแ
มากขึ้น
่ ั
ควรประชาสัมพันธ์วาวิทยาลัยฯ ทาอะไร และทาแผนให้ชดเจน ได้เพิ่มช่องทางการประชาสัมพ
และให้ความสาคัญกับการประ
้
ในการกาหนดเป้ าหมายไม่ควรให้ต่าเกินไป ควรมีขอมูลพื้นฐานที่สมบูรณ์ ั
วิทยาลัยได้ปรับตัวชี้วดและค่า
เพื่อเป็ นฐานในการกาหนดค่าเป้ าหมาย
36
37
38
39
40
41
42
43
Get documents about "