u03 9d18 by H6ja4h

VIEWS: 39 PAGES: 45

									       หน่ วยการเรียนที่ 3

             แนวคิดเรื่อง
  ่
ถินกาเนิดของไทย : ข้ อเสนอและข้ อขัดแย้ ง

                   โดย อาจารย์ วรรณา คาปวนบุตร
                                     Jump to first page
 วัตถุประสงค์ หน่ วยการเรียนที่ 3
1. นิสิตทราบทีมาของความสนใจเกียวกับถิ่นกาเนิด
              ่                  ่
ของชนชาติไทย ของคนไทยได้
2. นิสิตทราบความเป็ นมาของทฤษฎีเกียวกับถิ่น
                                      ่
กาเนิดของชนชาติไทยในแต่ ละทฤษฎีได้
3. นิสิตมีความรู้ และสามารถอธิบายเกียวกับปัญหา
                                    ่
           ่                               ่
ของทฤษฎีเกียวกับถิ่นกาเนิดของชนชาติไทย ทีได้
สรุปไว้ 5 แนวความคิดด้ วยกัน
                                        Jump to first page
 ที่มาของความสนใจในถิ่นกาเนิดของ “คนไทย”
        ความสนใจของคนไทยที่มีต่อความเป็ นมา หรื อถิ่นกาเนิด
ของคนไทยนัน มีมานานแล้ วประมาณ 100 ปี เศษตั้งแต่ ในสมัย
              ้
ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้ าเจ้ าอยู่หัว รั ชกาลที่ 4 เป็ นต้ น
มา โดยนักวิชาการชาวตะวันตก และถ้ าหากกล่ าวย้ อนขึนไปไกล้
จนถึงช่ วงสมัยอาณาจักรอยุธยาแล้ ว ก็พบว่ าชาวต่ างชาติกให้ ็
                           ้
ความสนใจเกี่ยวกับคนไทยทังในส่ วนของสังคม วัฒนธรรม การ
เมือง การปกครอง แต่ ส่วนมากจะออกมาในรู ปของการจดบันทึก
                                         ้
ของชาวต่ างชาติ ที่ได้ พบเห็นด้ วยตนเองทังที่เข้ ามาเป็ นราชทูต
เพื่อทาการค้ า และเป็ นหมอสอนศาสนาเพื่อเผยแพร่ ศาสนาคริสต์
ในคริสตจักร
                                                  Jump to first page
         นับหลังจากรั ชกาลที่ 4 เป็ นต้ นมา โดยเฉพาะในสมัย
รั ชกาลที่ 5 ได้ มีการตื่นตัวในเรื่องต้ นกาเนิดของชนชาติไทย
เพราะเป็ นผลสืบเนื่องมาจากขณะนั้นประเทศทางทวีปยุโรปเกิด
การปฏิวัตอุตสาหกรรม จึงมีความต้ องการสินค้ ามากขึ้น เอเชีย
            ิ
                ่ ิ        ่
เป็ นดินแดนทีมีสนค้ าทีประเทศทางยุโรปต้ องการ นานาประเทศ
เหล่ านั้นได้ พยายามหาวิธีการเข้ าครอบครองเอเชีย โดยอ้ างว่ า
                       ่
เอเชียเป็ นดินแดนทียังไม่ เจริญ และจะนาความเจริญมาเผยแพร่
                                               ิ
ให้ ทาให้ ไทยต้ องศึกษาค้ นคว้ าเกี่ยวกับประวัตศาสตร์ ไทย เพื่อ
ให้ ชาวต่ างชาติได้ เห็นว่ าไทยมีความเจริญและมีวัฒนธรรมของตน
มาก่ อน
         การศึกษาค้ นคว้ าถิ่นกาเนิดของชนชาติไทยในอดีต โดย
                                                 ้
วิธีการแบบใหม่ ตามอย่ างชาวตะวันตกจึงได้ เกิดขึน ส่ งผลให้
                         ้
งานวิชาการในด้ านนีได้ รับความสนใจอย่ างกว้ างขวาง          ( ต่ อ )
                                                    Jump to first page
                                  ้
         นักวิชาการสาขาต่ างๆทังชาวไทยและชาวต่ างประเทศ
ต่ างพยายามศึกษาค้ นคว้ าสืบต่ อมาจนกระทั่งถึงปั จจุบัน การ
ศึกษาค้ นคว้ าได้ อาศัยหลักฐานต่ างๆ ไม่ ว่าจะเป็ นหลักฐาน
ทางด้ านเอกสารโบราณของจีน หลักฐานทางด้ านภาษาและ
วัฒนธรรมท้ องถิ่น โครงกระดูกมนุษย์ โบราณ และเครื่ อง
                 ี
มือเครื่องใช้ ท่ ได้ จากการขุดค้ นทางด้ านโบราณคดี ผลจาก
การศึกษาค้ นคว้ าปรากฏว่ า นักวิชาการและผู้สนใจในเรื่อง
   ่
ถินกาเนิดของไทย ต่ างเสนอเป็ นแนวคิดไว้ หลายแนวคิด
               ่                                         ่
ด้ วยกัน ซึงแนวคิดดังกล่ าวในปั จจุบันนี้ยังหาข้ อสรุ ปทีตาย
ตัวหรือถูกต้ องยังไม่ ได้ จาเป็ นต้ องมีการศึกษาค้ นคว้ าเพื่อ
ให้ ได้ มาซึ่งคาตอบในอนาคตต่ อไป
                                                 Jump to first page   ( ต่ อ )
     ความเป็ นมาและปั ญหา
     ของทฤษฎีเกี่ยวกับกาเนิดของคนไทย

      กาญจนี ละอองศรี ได้ กล่ าวในการศึกษาค้ นคว้ าเกี่ยว
กับความเป็ นมาของผู้คนในดินแดนต่ างๆ ของเอเชียตะวัน
                                   ิ
ออกเฉียงใต้ ของบรรดาชาวตะวันตกมีวธีการค้ นคว้ าอยู่ 2 วิธี
                                          ้
คือ โดยการเดินทางไปสารวจดินแดนแถบนันด้ วยตนเอง
สอบสวน ค้ นคว้ าทางภาษา การแต่ งกาย ความเป็ นอยู่
สภาพบ้ านเรือน ขนบประเพณี ศิลปกรรมอื่นๆ ข้ อมูลที่ได้
                            ้
จากประจักษ์ พยานถูกประมวลขึนเป็ นงานเขียน หรื อรายงาน
สารวจ
                                              Jump to first page
        ส่ วนอีกวิธีหนึ่ง คือ สืบค้ นจากหลักฐานประเภท
            ้     ้
ต่ างๆ ทังของพืนเมือง และของบรรดานักค้ นคว้ าชาว
ต่ างประเทศที่เรี ยบเรี ยงไว้ แล้ ว ซึ่งสามารถจาแนกเป็ น
ทฤษฎีหรื อทรรศนะเกี่ยวกับเรื่ องถิ่นกาเนิดของคนไทย
ได้ ดังต่ อไปนี ้


                                             Jump to first page   ( ต่ อ )
แนวความคิดที่ 1 ถิ่นกาเนิดของชนชาติไทย
อยู่ในบริเวณมณฑลเสฉวนตอนกลางของสาธารณรัฐประชาชนจีน
                             ้ ั
ผู้เสนอแนวความคิดนีมีดงต่ อไปนี ้
         1. แตร์ รีออง เดอ ลาคเู ปอรี (Terrien de la Couperie) ชาวฝรั่งเศส
เป็ นอาจารย์ ทางภาษาศาสตร์ แห่ งมหาวิทยาลัยลอนดอน               ประเทศสหราช
อาณาจักร ลาคูเปอรีได้ อาศัยหลักฐานบันทึกของจีนและสั นนิษฐานจากความ
คล้ายคลึงทางภาษาของผู้คนในจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงได้ เสนอ
ความเห็นไว้ ในบทนาของหนังสื อ The Cradle of The Siam Race ของเขา
ซึ่งตีพมพ์ใน พ.ศ. 2428 ความเห็นของเขาสรุปได้ ว่าคนเชื้อชาติไทยเดิมตั้ง
       ิ
   ่
ถินฐานเป็ นอาณาจักรโบราณในดินแดนจีนมาก่อนเมื่อประมาณปี 1765 ก่อน
พุทธศักราช ชนชาติ “ไท” ได้ ถูกระบุไว้ ในรายงานสารวจภูมิประเทศจีนใน
                                                              ่ ่ ู
รั ชสมัยกษัตริย์ย้ ู จีนเรี ยกชนชาติไทยว่ ามง หรื อ ต้ ามุง ถินทีอย่ ของชนชาติ
                                            ุ
ไทยนี้อย่ ในเขตทีเ่ ป็ นมณฑลเสฉวนในปัจจบัน
          ู                                   ุ
                                                              Jump to first page
แผนที่แสดงถิ่นกาเนิดของคนไทยตามแนวความคิดที่ 1
                            ิ                        ิ         ึ ้
ที่มา : ดนัย ไชโยธา,ประวัตศาสตร์ ไทย : ยุคก่ อนประวัตศาสตร์ ถงสินอาณา
จักรสุโขทัย (กรุ งเทพฯ : โอเดียนสโตร์ , 2546), 23.       Jump to first page
         2. สมเด็จพระเจ้ าพระบรมวงศ์ เธอ กรมพระยาดารง
ราชานุภาพ ความเป็ นมาของชนชาติไทยตามแนวความคิด
ของลาคูเปอรีนี ้ สมเด็จพระเจ้ าบรมวงศ์ เธอกรมพระยาดา
รงราชานุภาพได้ ทรงแสดงทรรศนะในแนวเดียวกันไว้ ในพระ
นิพนธ์ เรื่อง แสดงบรรยายพงศาวดารสยามและลักษณะ
การปกครองประเทศสยามแต่ โบราณของพระองค์ โดยมี
สาระสาคัญว่ า ชนชาติไทยแต่ เดิมตั้งบ้ านเรือนอยู่ระหว่ าง
ประเทศทิเบตกับจีน ประมาณปี พ.ศ. 500 ถูกจีนรุ กรานจึง
                                                ่
ถอยร่ นลงมาทางตอนใต้ ของจีน และได้ แยกย้ ายถินเข้ าไป
อยู่ตามทิศต่ างๆของยูนนาน โดยทิศตะวันออกของยูนนาน
       ้
คือ เงียว ฉาน ทิศใต้ ของยูนนาน คือ สิบสองจุไทย ตอน
ล่ างของยูนนาน คือ ล้ านนา ล้ านช้ าง                   ( ต่ อ )
                                                Jump to first page
       สาหรั บนักวิชาการไทยคนอื่นๆ แม้ ผลงานการ
ศึกษาจะปรากฏในช่ วงเวลาที่แตกต่ างกัน แต่ จุดเด่ น
ของเรื่องก็สอดคล้ องกันกับแนวความคิดนี ้ ซึ่งประกอบ
ไปด้ วย พระยาอนุมานราชธน, พระบริหารเทพธานี,
         ิ
หลวงวิจตรวาทการ
       อย่ างไรก็ตามภายหลังที่ได้ มีการสารวจลักษณะ
ทางกายภาพของมนุษย์ อันได้ แก่ การสารวจทางด้ าน
   ้
เชือชาติ ลักษณะเผ่ าพันธุ์ ความคล้ ายคลึงกันทาง
โครงร่ าง รู ปพรรณ สัณฐาน และการสารวจทาง
วัฒนธรรม อันได้ แก่ การสารวจและศึกษาสภาพชีวต     ิ
                                         Jump to first page   ( ต่ อ )
และความเป็ นอยู่ อาชีพ ขนบธรรมเนียม ขนบ
ประเพณี คติความเชื่อ และลักษณะภาษาที่ใช้ พูด
และเขียนของผู้คนในบริเวณดังกล่ าว ในแนวความ
คิดที่ 1 เปรี ยบเทียบกับคนไทยในปั จจุบัน รวมไป
ถึงการตรวจสอบจากหลักฐานจดหมายเหตุจีนเป็ น
จานวนมาก ผลของการสารวจและตรวจสอบปรากฏ
ว่ า สมมติฐานดังกล่ าวไม่ น่าจะเป็ นไปได้ ทาให้ แนว
ความคิดที่ 1 นี้ ไม่ ได้ รับการยอมรั บอีกต่ อไป

                                          Jump to first page   ( ต่ อ )
แนวความคิดที่ 2 ถิ่นกาเนิดของชนชาติไทยอยู่บริเวณเทือก
เขาอัลไต
                       ้ ั
ผู้เสนอแนวความคิดนีมีดงต่ อไปนี ้
        1. ดร.วิลเลียม คริฟตัน ดอลด์ ( Dr. William Clifton
Dodd ) มิชชันนารี อเมริกาซึ่งอยู่ในเมืองไทยนานถึง 32 ปี
ได้ เดินทางสารวจจากภาคเหนือของราชอาณาจักรไทยไป
ในสหภาพม่ า, สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว,
สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม, จนถึงมณฑลยูนนาน
กวางสี ไกวเจา และกวางตุ้งในสาธารณรัฐประชาชนจีน
ภายหลังเขาได้ เขียนหนังสือชื่อ The Tai Race : Elder
Brother of the Chinese ไว้
                                              Jump to first page
           ้
        เนือหาหลักในงานเขียนของเขาว่ ามีพวกมุง
  ่
ซึงเชื่อกันว่ าเป็ นบรรพบุรุษของคนไทย ได้ อพยพ
             ่        ่
โยกย้ ายถินมาจากถินฐานกาเนิดของตนเอง ใน
บริเวณเทือกเขาอัลไตแห่ งเอเชียกลาง มายังชาย
แดนด้ านตะวันตกของสาธารณรั ฐประชาชนจีน
        อย่ างไรก็ตามดอดด์ ไม่ ได้ ให้ รายละเอียดเกี่ยว
กับหลักฐานหรื อเหตุผลที่นามาใช้ สนับสนุนคากล่ าว
ของตน
                                             Jump to first page   ( ต่ อ )
แผนที่แสดงถิ่นกาเนิดของคนไทยตามแนวความคิดที่ 2
                          ิ                          ิ         ึ ้
ที่มา : ดนัย ไชโยธา,ประวัตศาสตร์ ไทย : ยุคก่ อนประวัตศาสตร์ ถงสินอาณา
จักรสุโขทัย, 23.                                         Jump to first page
        2. ขุนวิจิตรมาตรา( รองอามาตย์ โท สง่ า กาญจนาคพันธุ์ )
                                 ิ
ข้ าราชการที่มีความสนใจประวัตศาสตร์ ไทย มีความเห็นสอด
คล้ องกับแนวความคิดของดอดด์ จึงได้ นามาขยายความเพิ่มเติม
โดยเรียบเรียงหนังสือชื่อ หลักไทย ออกเผยแพร่ ในปี พ.ศ. 2471
                                   ่
        แนวความคิดที่ 2 นี้เป็ นทียอมรั บในราชอาณาจักรไทยเป็ น
เวลานานกว่ า 40 ปี แต่ เมื่อผลจากความเจริญก้ าวหน้ าของการ
ศึกษาทางด้ านโบราณคดี ของสาธารณรัฐประชาชนจีนในเวลาต่ อ
มาสามารถยืนยันได้ ว่าแหล่ งอารยธรรมของโลกตะวันตก ไม่ ได้
มีจุดกาเนิดอยู่ตามชายทะเลสาบแคสเปี ยนของเอเชียกลางอย่ าง
ที่เคยเชื่อกัน ได้ ส่งผลกระทบมายังแนวความคิดที่ว่าถิ่นกาเนิด
ของชนชาติไทยอยู่บริเวณเทือกเขาอัลไตอันเป็ นดินแดนสาธารณ
                        ้
รัฐประชาชนมองโกเลียนันด้ วย
                                                             ( ต่ อ )
                                                    Jump to first page
       เพราะนักวิชาการส่ วนใหญ่ ในปั จจุบันมีความเห็นว่ า
            ่
ข้ อเสนอทีว่าชนชาติไทยมีเชื้อสายมองโกลนั้นมีเหตุผลสนับ
สนุนค่ อนข้ างน้ อย โดยเฉพาะอย่ างยิ่งข้ อเสนอที่กล่ าวว่ า
          ้
คนไทยตังถิ่นฐานเดิมอยู่บริเวณเทือกเขาอัลไตของเอเชีย-
        ้
กลางนัน ผลจากการศึกษาสภาพแวดล้ อมทางภูมิศาสตร์
                   ิ
และโบราณคดีก็ย่ งยืนยันถึงความไม่ น่าเป็ นไปได้ เพราะ
การเดินทางอพยพจากเทือกเขาอัลไต ลงมาทางใต้ เข้ าสู่
สาธารณรั ฐประชาชนจีนและลงสู่คาบสมุทรอินโดจีน ต้ อง
ผ่ านทะเลทรายโกบีอันกว้ างใหญ่ ไพศาลที่เต็มไปด้ วยความ
                                             ิ
ทุรกันดารเป็ นระยะทางยาวไกล ยากที่จะมีชีวตรอดมาเป็ น
จานวนมากได้
                                                Jump to first page   ( ต่ อ )
                   ้
        นอกจากนีผ้ ูคนที่อยู่บริเวณเทือกเขาอัลไต ซึ่ง
    ู ิ
มีภมอากาศแห้ งแล้ งและอากาศหนาวเย็น ย่ อมมีวถี    ิ
                     ี
ชีวิตแตกต่ างจากวิถชีวิตในภาคกลางและภาคใต้ ของ
                             ้        ิ
จีน และยิ่งแตกต่ างมากขึนกับวิถีชีวตของผู้คนในคาบ
สมุทรอินโดจีน หากผู้คนอพยพย้ ายถิ่นก็จะเลือกเอา
บริเวณที่มีลักษณะทางธรรมชาติคล้ ายคลึงกับที่อยู่เดิม
ของตน เพื่อไม่ ให้ มีการปรั บตัวมาก ดังนั้นแนวความ
คิดที่ 2 จึงไม่ ค่อยได้ รับความสนใจจากนักวิชาการใน
ปั จจุบัน
                                           Jump to first page   ( ต่ อ )
แนวความคิดที่ 3 ถิ่นกาเนิดของชนชาติไทยอยู่บริเวณทางตอนใต้
                                                   ้
ของสาธารณรัฐประชาชนจีน และทางตอนเหนือของภาคพืนเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดจนบริเวณรัฐอัสสัมของสาธารณรัฐอินเดีย
ในปั จจุบัน
        บริเวณทางตอนใต้ ของจีน หมายถึง บริเวณซึ่งในปั จจุบัน
เป็ นมณฑลยูนนานของสาธารณรัฐประชาชนจีน ตอนเหนือของ
สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม รัฐฉานของสหภาพพม่ าและรัฐ
                                                   ้ ั
อัสสัมของสาธารณรัฐอินเดีย ผู้เสนอแนวความคิดนีมีดงต่ อไปนี ้
                 ิ
        1. อาร์ ซบัลด์ รอสส์ คอลูน ( Archibald Ross Colquhoun )
เป็ นนักสารวจชาวอังกฤษ ได้ เสนอแนวความคิดของตนไว้ เมื่อปี
พ.ศ. 2428
                                                   Jump to first page
       คอลูนได้ เสนอแนวความคิดที่ 3 นี ้ หลังจาก
เขาได้ เดินทางไปสารวจดินแดน โดยเริ่มจากกวาง-
ตุ้งของจีนไปทางตะวันตก ถึงเมืองมัณฑะเลย์ ใน
สหภาพพม่ าและรั ฐอัสสัมในอินเดีย ได้ พบกลุ่มชน
ชาติไทยที่มีภาษาพูดและความเป็ นอยู่คล้ ายคลึงกัน
                  ้
ในบริเวณแถบนีโดยตลอด คอลูนได้ เสนอแนวความ
คิดของตนไว้ ในบทความเรื่ อง Across Chryse โดย
มีข้อสรุ ปว่ ามีคนเชื้อชาติไทย อาศัยอยู่ตามบริเวณที่
เขาเดินทางผ่ านไปโดยตลอด
                                          Jump to first page   ( ต่ อ )
แผนที่แสดงถิ่นกาเนิดของคนไทยตามแนวความคิดที่ 3
                          ิ                          ิ        ึ ้
ที่มา : ดนัย ไชโยธา,ประวัตศาสตร์ ไทย : ยุคก่ อนประวัตศาสตร์ ถงสินอาณา
จักรสุโขทัย, 27.                                         Jump to first page
        2. อี.เอช.ปาร์ เกอร์ (E.H Parker) ผู้เคยเป็ นกงสุล
อังกฤษประจาเกาะไหหลา ได้ เขียนบทความเรื่อง The
Old Tai Empire ในปี พ.ศ. 2437 โดยใช้ ตานานของจีนตี
ความหลักฐานทางประวัตศาสตร์ ว่า ชนชาติไทยได้ ต้ัง
                             ิ
                       ่
อาณาจักรน่ านเจ้ าทีมณฑลยูนนานในพุทธศตวรรษที่ 13
ต่ อมาถูกจีนกดดันให้ ถอยล้ นลงมาทางตอนใต้
        แนวความคิดนีเ้ ป็ นที่ยอมรับของนักวิชาการไทยส่ วน
                ้
ใหญ่ ในสมัยนัน แต่ นักวิชาการชาวตะวันตกและชาวจีนไม่
ยอมรั บแนวความคิดนี้ โดยให้ ความเห็นว่ าคนไทยในอาณา
จักรน่ านเจ้ าเป็ นเพียงชนกลุ่มน้ อยกลุ่มหนึ่งเท่ านั้น
                                               Jump to first page   ( ต่ อ )
                                                 ่
          นอกจากนั้นยังมีนักวิชาการอีกหลายท่ านทีได้ ศึกษาเรื่องถิ่น
กาเนิดของคนไทย และผลการศึกษาได้ สนับสนุนตามแนวความคิด
           ้
ดังกล่าวนีซึ่งประกอบด้ วย โวลเฟรม อีเบอร์ ฮาร์ ด (Wolfram Eberhard)
นักสังคมวิทยาและนักมานุษยวิทยาชาวเยอรมัน, เฟรเดอริค โมต
                                  ิ
(Ferderick mote) นักประวัตศาสตร์ ชาวอเมริกันผู้เชี่ยวชาญประวัติ
ศาสตร์ จีน, พระยาประชากิจกรจักร์ (แช่ ม บุนนาค) นักวิชาการไทย
                                ิ
ที่มีผลงานการค้ นคว้ าประวัตศาสตร์ ไทย ผู้แต่ งหนังสือพงศาวดาร
                                                        ิ
โยนก, ศาสตราจารย์ ขจร สุขพานิช นักประวัตศาสตร์ ไทยผู้ศึกษา
ค้ นคว้ าเรื่องความเป็ นมาของชนชาติไทยเป็ นเวลานาน โดยใช้ หลัก
ฐานเอกสารจีน งานค้ นคว้ าของนักวิชาการชาวตะวันตก และหลัก
ฐานฝ่ ายไทย, จิตร ภูมิศักดิ์ ผู้มีผลงานศึกษาค้ นคว้ าเกี่ยวกับถิ่นกาเนิด
ของชนชาติไทย และวิลเลียม เจ.เก็ดนีย์ (William J Gedney)นักภาษา
ศาสตร์ ชาวอเมริกันผู้ศึกษาภาษาถิ่นไทยในเวียดนามเหนือ ลาว และ
จีนตอนใต้                                                             ( ต่ อ )
                                                            Jump to first page
แนวความคิดที่ 4 ถิ่นกาเนิดของชนชาติไทยอยู่บริเวณคาบสมุทร
อินโดจีนและดินแดนที่เป็ นราชอาณาจักรไทยในปั จจุบัน
                        ้ ั
ผู้เสนอแนวความคิดนีมีดงต่ อไปนี ้
         1. พอล เบเนดิกต์ (Paul Benedict) นักภาษาศาสตร์ และ
นักมานุษยวิทยาชาวอเมริกัน ได้ เสนอแนวความไว้ ในบทความ
เรื่อง Thai Kadai and Indonesian ของเขาเมื่อปี พ.ศ. 2485 โดย
                          ่
ให้ ข้อสันนิษฐานไว้ ว่า ถินเดิมของชนชาติไทยน่ าจะอยู่ในคาบ
สมุทรอินโดจีน ภาษาไทยควรจะต้ องจัดกลุ่มอยู่ในภาษากลุ่ม
เดียวกับภาษากะไดที่ยังคงมีอยู่ทางตอนใต้ ของจีนและภาษา
อินโดนีเซีย โดยอ้ างเหตุผลทางภาษาสนับสนุนตระกูลภาษา
ที่เรียกว่ า ออสโตรนีเซียน อันได้ แก่ ภาษาไทย ชวา –มลายู
ทิเบต - พม่ า
                                                 Jump to first page
        ภาษาไทย ภาษากะได และภาษาอินโดนีเซียนีมีการ     ้
จัดโครงสร้ างของประโยค หรื อการเรียงลาดับเป็ นแบบเดียว
                                                  ี
กัน เป็ นภาษาแบบคาโดดเหมือนกัน มีคาศัพท์ ท่ มีรากเดียว
                                                     ้
กัน เป็ นภาษาที่มีเสียงวรรณยุกต์ ฯลฯ และได้ บ่งชีว่าถิ่น
                                      ้
กาเนิดของกลุ่มคนที่พูดภาษาไทยนันอยู่บริเวณทางตอนใต้
ของจีน
        นอกจากนีเ้ บเนดิกต์ ยังได้ เสนอความคิดต่ อไปว่ า ชน
                               ่
ชาติไทยน่ าจะอยู่ในดินแดนทีเป็ นราชอาณาจักรไทยนี้มาแต่
เดิม ต่ อมาเมื่อประมาณ 4000 ถึง 3500 ปี มาแล้ ว มีกลุ่มชน
  ่
ซึงพูดภาษามอญ – เขมรอพยพจากอินเดียเข้ าสู่คาบสมุทร
อินโดจีน ได้ ผลักดันให้ คนไทยอพยพขึ้นไปทางตอนใต้ ของ
สาธารณรั ฐประชาชนจีน                                      ( ต่ อ )
                                                  Jump to first page
       ต่ อมาถูกจีนผลักดันอีก จึงถอยร่ นกลับมาทาง
ใต้ แยกย้ ายกันไปอยู่ในรั ฐอัสสัมของสาธารณรั ฐอิน
เดีย รั ฐฉานของสหภาพพม่ า ตอนเหนือของราช-
อาณาจักรไทย สาธารณรั ฐประชาธิปไตยประชาชน
ลาว และตังเกี๋ยของสาธารณรั ฐสังคมนิยมเวียดนาม
            ้
ด้ วยเหตุนีในปั จจุบันจึงมีกลุ่มคนที่พดภาษาไทยกระ
                                      ู
จายไปทั่วดินแดนเหล่ านี ้ แต่ เบเนดิกต์ ไม่ ได้ ให้ ราย
                            ่
ละเอียดเกี่ยวกับหลักฐานทีแน่ ชัดประกอบข้ อเสนอ
ตามแนวความคิดนี้
                                             Jump to first page   ( ต่ อ )
แผนที่แสดงถิ่นกาเนิดของ
คนไทยตามแนวความคิดที่ 4
                           ิ
ที่มา : ดนัย ไชโยธา, ประวัต-
ศาสตร์ ไทย : ยุคก่ อนประวัติ-
         ึ ้
ศาสตร์ ถงสินอาณาจักรสุโขทัย,
31.
             Jump to first page
        2. ควอริช เวลส์ ( Quaritch Wales ) นักวิชาการ
ชาวตะวันตกคนแรก ได้ เสมอสมมติฐานว่ าถินเดิมของ่
ชนชาติไทยอยู่บริเวณราชาอาณาจักรไทยในปั จจุบันนี้
                                          ่
โดยอาศัยหลักฐานจากกระโหลกศรีษะทีขุดได้ จากตาบล
                              ่
พงตึก จังหวัดกาญจนบุรี ทีมีอายุประมาณต้ นพุทธศต-
วรรษที่ 6 เวลส์ ได้ ให้ ความเห็นว่ ามีลักษณะใกล้ เคียงกับ
กระโหลกศรีษะของคนไทยในปั จจุบัน ซึ่งนาไปสู่สมมุติ
                         ้
ฐานที่ว่าคนไทยอาจตังหลักแหล่ งอยู่ในบริเวณที่เป็ นราช
อาณาจักรไทยมานานว่ า 2000 ปี และบริเวณนีอาจเป็ น  ้
ถิ่นเดิมของชนชาติไทย
                                               Jump to first page   ( ต่ อ )
       3. ศาสตราจารย์ นายแพทย์ สุด แสงวิเชียร ผู้เชี่ยว
ชาญด้ านกายภาคศาสตร์ ได้ เสนอแนวคิดไว้ ในหนังสือเรื่อง
              ิ
ก่ อนประวัตศาสตร์ ของประเทศไทย โดยศึกษาเปรียบเทียบ
โครงกระดูกของมนุษย์ ยุคหินใหม่ จานวน 37 โครงการ ซึง    ่
                                            ่
คณะสารวจไทย – เดนมาร์ ก ได้ ขุดค้ นพบทีบริเวณสองฝั่ ง
แควน้ อยและแควใหญ่ จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดราชบุรี
ระหว่ างปี พ.ศ. 2503 – 2505 ผลปรากฎว่ าโครงกระดูกของ
มนุษย์ ยุคหินใหม่ มีลักษณะเหมือนกับโครงกระดูกของคนไทย
                                ้                  ้
ในปั จจุบันเกือบทุกอย่ าง ดังนันดินแดนไทยเมื่อครังอดีตจึง
น่ าจะเป็ นที่อยู่อาศัย ของกลุ่มที่เป็ นบรรพบุรุษของคนไทย
                                  ิ
ในปั จจุบันมาแต่ ก่อนสมัยประวัตศาสตร์
                                             Jump to first page   ( ต่ อ )
                       ิ
แหล่งโบราณคดีก่อนประวัตศาสตร์ ริมแควน้ อย
ทีมา : ลักษณะไทย เล่ม 1(กรุ งเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช, 2539),first80. ( ต่ อ )
  ่                                                   Jump to page
การขุดค้ นที่บ้านเก่ า ต. จระเข้ เผือก อ. กาญจนบุรีในโครงการร่ วมไทย - เดนมาร์ ก
ทีมา : ลักษณะไทย เล่ม 1, 80.
  ่


                                                                     Jump to first page   ( ต่ อ )
          4. ศาสตราจารย์ ชิน อยู่ดี ผู้เชี่ยวชาญทางด้ าน
                            ิ
โบราณคดีสมัยก่ อนประวัตศาสตร์ ของกรมศิลปากร ได้
                                        ิ
เสนอผลงานเรื่อง สมัยก่ อนประวัตศาสตร์ ในประเทศ
ไทย ตีพมพ์ เผยแพร่ ในปี พ.ศ. 2510 เนื้อหาโดยสรุ ปมี
            ิ
                 ่
ว่ าบริเวณพื้นทีราชอาณาจักรไทยในปั จจุบัน มีร่องรอย
                   ั้
ของผู้อาศัยอยู่ตงแต่ ยุคหินเก่ า เรื่ อยมากระทั่งจึงถึงยุค
หินกลาง หินใหม่ ยุคโลหะ และเข้ าสู่ยุคประวัตศาสตร์ิ
แต่ ละยุคแสดงถึงความสืบเนื่องทางวัฒนธรรมมาถึง
ปั จจุบนั

                                                Jump to first page   ( ต่ อ )
โครงกระดูกในหลุมขุดค้ นทางโบราณคดีทบ้านเชียง จ. อุดรธานี ปี พ.ศ. 2517
                                   ี่
ทีมา : ลักษณะไทย เล่ม 1, 86.
  ่
                                                         Jump to first page   ( ต่ อ )
           ่                          ี่
หลักฐานทีได้ จากการขุดค้ นทางโบราณคดีทบ้านเชียง อ. หนองหาน จ. อุดรธานี
ทีมา : ลักษณะไทย เล่ม 1, 86.
  ่
                                                             Jump to first page   ( ต่ อ )
แนวความคิดที่ 5 ถิ่นกาเนิดของชนชาติไทยอยู่ในแหลมมลายู
และหมู่เกาะอินโดนิเซีย
           แนวความคิดนีเ้ สนอโดยกลุ่มนักวิชาการทางการแพทย์
 ไทยเริ่มปี พ.ศ. 2500 เป็ นต้ นมา ผู้เสนอความคิดเห็นนี ้ คือ
 นายแพทย์ สมศักดิ์ พันธ์ สมบุญ และนายแพทย์ ประเวศ วะสี
           1. นายแพทย์ สมศักดิ์ พันธ์ สมบุญ ได้ ทาการวิจัยด้ าน
 พันธุศาสตร์ เกี่ยวกับหมู่เลือด ลักษณะเด่ นและจานวนยีน ผล
 ของการวิจัยปรากฎว่ าหมู่เลือดของคนไทยคล้ ายคลึงกับของ
                      ่                            ่
 ชาวหมู่เกาะชวา ซึงอยู่ทางใต้ มากกว่ าของคนจีนซึงอยู่ทาง
                ้
 เหนือ รวมทังลักษณะและจานวนของยีนระหว่ างคนไทยกับ
 คนจีนก็ไม่ เหมือนกันด้ วย คนไทยกับชาวชวา น่ าจะมีความ
 เกี่ยวข้ องกันในทางใดทางหนึ่งคนไทยจึงน่ าเคยอยู่ในหมู่เกาะ
 ชวา                                                 Jump to first page
          2. นายแพทย์ ประเวศ วะสี ผู้ได้ ทางานวิจัยร่ วมกับ
คณะวิจัยแห่ งมหาวิทยาลัยขอนแก่ น ผลของการวิจัย
ปรากฏว่ า ฮีโมโกลบิน อี พบมากในคนแถบเอเชียตะวัน
ออกเฉียงใต้ คือ ไทย เขมร มอญ และอื่นๆ แต่ คนจีน
แทบไม่ มีฮีโมโกลบิน อี อยู่
                     ้ึ
          ด้ วยเหตุนีจงได้ ทาให้ เกิดการวิเคราะห์ ตีความผลงาน
                             ั้
การวิจัยของนายแพทย์ ทงสองดังกล่ าวมาแล้ วว่ า คนไทยน่ า
        ิ          ้
จะมีถ่ นกาเนิดดังเดิมอยู่ทางแหลมมลายูและหมู่เกาะอินโด-
                                                           ่
นีเซียนีเ้ อง แต่ แนวความคิดที่ 5 นี้ ในปั จจุบันยังเป็ นทีถก
เถียงกันอยู่ว่าจะมีความเป็ นไปได้ มากน้ อยเพียงใด และยัง
             ่
ไม่ เป็ นทียอมรั บกันอย่ างกว้ างขวางนัก
                                                 Jump to first page   ( ต่ อ )
แผนที่แสดงถิ่นกาเนิดของคนไทยตามแนวความคิดที่ 5
                           ิ                          ิ
ที่มา : ดนัย ไชโยธา, ประวัตศาสตร์ ไทย : ยุคก่ อนประวัตศาสตร์ ถงสิน        ึ ้
อาณาจักรสุโขทัย, 34.                                    Jump to first page
    เอกสารและสื่ อที่ใช้ ประกอบในหน่ วยการเรียนที่ 3

1. กาญจนี ละอองศรี, ถิ่นกาเนิดของไทย, ศิลปวัฒนธรรม
ฉบับพิเศษ, กรุ งเทพฯ : เรือนแก้ วการพิมพ์ , 2528.
2. ดนัย ไชโยธา, ประวัตศาสตร์ ไทย : ยุคก่ อนประวัตศาสตร์
                         ิ                          ิ
     ้
ถึงสินอาณาจักรสุโขทัย, กรุ งเทพฯ : โอเดียนสโตร์ , 2546.
3. VCD ชนชาติไทและอาณาจักรโบราณในประเทศไทย
ของไทพัน อินเตอร์ แอ็ค.


                                                  Jump to first page
              *** หมายเหตุ ***
            ให้ นิสิตทาแบบฝึ กหัดประจาแต่ ละหน่ วยการเรียนจนครบ
                      ่       ่
โดยเลือกคาตอบทีถูกต้ องทีสุดเพียงคาตอบเดียว หรือทาตามคา
       ่
สั่ งทีแต่ ละหน่ วยการเรียนได้ กาหนดไว้ นิสิตท่ านใดสามารถตอบ
คาถามได้ ถูกต้ องโดยครบทุกหน่ วยการเรียน และมีระดับคะแนน
สู งสุ ด จะได้ รับรางวัลจากอาจารย์ ผู้สอนประจารายวิชา 1010203
                         ่         ่
ประวัติศาสตร์ ไทยเพือการท่ องเทียว( Thai History for Tourism )
จานวน 1 รางวัล และรางวัลรองลงมาอีก 2 รางวัล

                                                    Jump to first page
       คาถามของหน่ วยการเรียนที่ 3
ข้ อที่ 1 ให้ นิสิตเลือกคาตอบทีถูกต้องทีสุดเพียงคาตอบเดียว
                               ่        ่
ความสนใจต่ อความเป็ นมาหรือถิ่นกาเนิดของคนไทย
เริ่มต้ นในช่ วงรัชกาลใดในราชวงศ์ จกรี      ั
          ก. รัชกาลที่ 1
          ข. รัชกาลที่ 2
          ค. รัชกาลที่ 3
          ง. รัชกาลที่ 4
          จ. รัชกาลที่ 5

                                                      Jump to first page   ( ต่ อ )
ข้ อที่ 2 ให้ นิสิตเลือกคาตอบทีถูกต้องทีสุดเพียงคาตอบเดียว
                               ่        ่
เนื่องด้ วยสาเหตุใดทีทาให้ คนไทยในช่ วงสมัยรัชกาลที่ 5
                          ่
           ่
มีความตืนตัวในเรื่องต้ นกาเนิดของชนชาติไทยเป็ นอย่ างมาก
                                                 ่ ้
       ก. การศึกษาของไทยมีความเจริญก้าวหน้ ามากยิงขึน
       ข. คนไทยต้ องการทราบถึงต้ นกาเนิดของชนชาติไทย
           ว่ ามาจากไหน
       ค. การล่าอาณานิคมของชาติตะวันตก
       ง. เป็ นการเลียนแบบตามความนิยมของชาติตะวันตก
       จ. การปฏิรูปการเมืองการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 5

                                                   Jump to first page   ( ต่ อ )
ข้ อที่ 3 ให้ นิสิตเลือกคาตอบทีถูกต้องทีสุดเพียงคาตอบเดียว
                               ่        ่
        ั                                  ่
ปัจจุบนทฤษฎีหรือแนวความคิดเกียวกับถินกาเนิดของ     ่
คนไทยในข้ อใด ที่ไม่ เป็ นที่ยอมรับหรือมีการยอมรับที่
ค่ อนข้ างน้ อยมาก
          ก. ทฤษฎีหรือแนวความคิดที่ 1 และ 2
          ข. ทฤษฎีหรือแนวความคิดที่ 2 และ 3
          ค. ทฤษฎีหรือแนวความคิดที่ 3 และ 4
          ง. ทฤษฎีหรือแนวความคิดที่ 4 และ 5
          จ. ทฤษฎีหรือแนวความคิดที่ 1 และ 3

                                                     Jump to first page   ( ต่ อ )
ข้ อที่ 4 ให้ นิสิตเลือกคาตอบทีถูกต้องทีสุดเพียงคาตอบเดียว
                               ่        ่
ปัจจุบนทฤษฎีหรือแนวความคิดที่ 2 ถิ่นกาเนิดของคนไทย
          ั
                                          ่
อยู่บริเวณเทือกเขาอัลไต เป็ นทียอมรับค่ อนข้ างน้ อยมาก
        ่          ่                 ั
การทีไม่ เป็ นทียอมรับในปัจจุบนนีเ้ นื่องจากเหตุผลในข้ อใด
       ก. สภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ ไม่ เหมาะแก่การอยู่อาศัย
                                 ่
           เนื่องจากมีภูมิอากาศทีแห้ งแล้งและอากาศหนาวเย็น
       ข. สภาพแวดล้อมเป็ นแบบทะเลทราย
       ค. มีสภาพภูมิอากาศแห้ งแล้งและร้ อนจัดมาก
                     ิ
       ง. มีสภาพภูมประเทศเป็ นที่ราบขนาดใหญ่ ไม่ มีแหล่งนา ้
           ตามธรรมชาติ
                 ้ ่ ี่
       จ. เป็ นพืนทีทมีฝนตกชุ กตลอดทั้งปี ต้ องประสบกับปัญหา
              ้
           นาท่ วมในฤดูฝน
                                                     Jump to first page   ( ต่ อ )
ข้ อที่ 5 ให้ นิสิตเลือกคาตอบทีถูกต้องทีสุดเพียงคาตอบเดียว
                               ่        ่
จากภาพเป็ นการศึกษาเปรียบเทียบโครงกระดูกของมนุษย์ ยุคหินใหม่
ในแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ที่ จ. กาญจนบุรี ของคณะ
สารวจไทย-เดนมาร์ ก ผลการศึกษาสนับสนุนทฤษฎีหรือแนวความ
คิดในข้ อใด




ก. ทฤษฎีหรือแนวความคิดที่ 1                  ข. ทฤษฎีหรือแนวความคิดที่ 2
ค. ทฤษฎีหรือแนวความคิดที่ 3                  ง. ทฤษฎีหรือแนวความคิดที่ 4
จ. ทฤษฎีหรือแนวความคิดที่ 5                                  Jump to first page   ( ต่ อ )
เฉลยคาตอบในหน่ วยการเรียนที่ 3

  ข้ อที่ 1   ง
  ข้ อที่ 2   ค
  ข้ อที่ 3   ก
  ข้ อที่ 4   ก
  ข้ อที่ 5   ง




                                 Jump to first page

								
To top