Documents
Resources
Learning Center
Upload
Plans & pricing Sign in
Sign Out

biodiversity_of_flower_plants

VIEWS: 54 PAGES: 10

									             ความหลากหลายของพืชดอกในระบบนิเวศพื้นที่แหงแลงและกึ่งชื้น
                พื้นที่สํารวจ : อุทยานแหงชาติผาแตม จังหวัดอุบลราชธานี
                  และอุทยานแหงชาติมุกดาหาร (ภูผาเทิบ) จังหวัดมุกดาหาร

                                                                           ดร. ฉัตรชัย เงินแสงสรวย1/


ขอมูลทุติยภูมิ

           Boonjaras (2002) ศึกษาอนุกรมวิธานของพรรณไมดอก บริเวณอุทยานแหงชาติผาแตม จังหวัด
อุบลราชธานี ระหวางเดือนเมษายน 2544 ถึงเดือนสิงหาคม 2545 พบวามีจํานวนทั้งสิ้น 28 วงศ 67 สกุล
107 ชนิด จําแนกออกเปนพืชใบเลี้ยงคู 24 วงศ 48 สกุล 74 ชนิด พืชใบเลี้ยงเดี่ยว 4 วงศ 19 สกุล 33 ชนิด
จากการศึกษาพบพืชที่มีการรายงานครั้งแรก (new record) ในประเทศไทย 3 ชนิด ไดแก Ceropegia
hirsuta Wight & Arn. (Asclepiadaceae), Merremia verruculosa S.Y. Liu (Convolvulaceae) และ
Habenaria cf. mandersii Collet & Hemsl. (Orchidaceae) พบ 1 ชนิด ซึ่งเปนสกุลที่มีการรายงานครั้งแรก
ในประเทศไทย คือ Tolypanthus lageniferus (Wight) Tiegh. (Loranthaceae) พบ 1 ชนิดที่คาดวานาจะเปน
พืชชนิดใหมของโลก คือ Helicteres sp. นอกจากนี้ยังพบพืชถิ่นเดียว (endemic plant) 6 ชนิด ไดแก Hoya
pachyclada Kerr (Asclepiadaceae), Bulbophyllum reclusum Seidenf. (Orchidaceae), Eulophia siamensis
Rolfe ex Downie (Orchidaceae), Habenaria humistrata Rolfe ex Downie (Orchidaceae), Kaempferia
filifolia K. Larsen (Zingiberaceae) และ Kaempferia larsenii Sirirugsa (Zingiberaceae)

ขอมูลปฐมภูมิ

         พื้นที่ศึกษา
           พื้นที่ศึกษา
           อุทยานแหงชาติผาแตม จังหวัดอุบลราชธานี บริเวณที่ทําการอุทยานฯ เสาเฉลียง เสนทางปาดงนา
ทาม ผาชนะได ไปจนถึงเนินสนสองใบ เสนทางน้ําตกสรอยสวรรคไปจนถึง ผาเจ็ก หนวยพิทักษปาคันทา
เกวียน น้ําตกทุงนาเมือง และน้ําตกแสงจันทร (น้ําตกลอดรู) ซึ่งประกอบดวย สังคมพืชปาเต็งรัง สังคมพืช
ปาเต็งรังแคระที่ขึ้นบนลานหินและดินทราย สังคมพืชปาเต็งรังผสมสนสองใบ สังคมพืชลานหิน ทุงหญา
ที่มีน้ําไหลรินในชวงฤดูฝนจนถึงตนฤดูหนาว และหยอมปาดิบแลงบริเวณน้ําตกและรองหวย
           อุทยานแหงชาติมุกดาหาร (ภูผาเทิบ) จังหวัดมุกดาหาร บริเวณสังคมพืชปาเต็งรังแคระที่ขึ้นบน
ลานหินและดินทราย สังคมพืชลานหินที่มีน้ําไหลรินในชวงฤดูฝนจนถึงตนฤดูหนาวและบริเวณรอยตอ
ของสังคมพืชลานหินกับปาดิบแลงที่อยูในหุบเขา

1/ คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร จตุจักร กรุงเทพฯ 10900
ผลการสํารวจ

          จากการสํารวจความหลากหลายของพืชดอกในบริเวณอุทยานแหงชาติทั้ง 2 แหง ตั้งแตเดือน
กรกฎาคม พ.ศ. 2548 ถึงเดือนกุมภาพันธ พ.ศ. 2549 ไดขอมูลดังนี้
          บริเวณอุทยานแหงชาติผาแตม จังหวัดอุบลราชธานี ระบุพืชได 67 วงศ 137 สกุล 178 ชนิด
จําแนกออกเปนพืชใบเลี้ยงคู 54 วงศ 112 สกุล 146 ชนิด และพืชใบเลี้ยงเดี่ยว 13 วงศ 25 สกุล 32 ชนิด
          บริเวณอุทยานแหงชาติมุกดาหาร (ภูผาเทิบ) จังหวัดมุกดาหาร ระบุพืชได 57 วงศ 102 สกุล 121
ชนิด จําแนกออกเปนพืชใบเลี้ยงคู 44 วงศ 81 สกุล 95 ชนิด และพืชใบเลี้ยงเดี่ยว 13 วงศ 21 สกุล 26 ชนิด
(ตารางที่ 3, ภาพที่ 3)
          พบพืชตางถิ่น 2 ชนิด ในอุทยานแหงชาติผาแตม ไดแก ไมยราบตน Mimosa pigra L. และชุมเห็ด
เทศ Senna alata (L.) Roxb.
                                        
          พบพรรณไม 34 ชนิด ที่จัดอยูในสถานภาพตาม IUCN Red List และ Thai Red List รวมถึงการ
ประเมินสถานภาพพืชบางชนิดโดยผูศึกษา ไดแก พืชถูกคุกคาม (threatened plant) ที่อยูในสถานภาพใกล
                ่
สูญพันธุอยางยิง (critically endangered) ใกลสูญพันธุ (endangered) มีแนวโนมใกลสูญพันธุ (vulnerable)
ใกลถูกคุกคาม (near threatened) พืชถิ่นเดียว (endemic plant) และพืชหายาก (rare plant)
       รายชื่อพรรณไมที่ไดตรวจสอบสถานภาพตาม IUCN Red List และ Thai Red List (รวมถึงการ
ประเมินสถานภาพพืชบางชนิดโดยผูศึกษา)


                                       สถานภาพ           สถานที่                  นิเวศวิทยา
         ชื่อพฤกษศาสตร
                                                          ที่พบ
 Hopea thorelii Pierre              ใกลสูญพันธุ      (1)           ขึ้นอยูใกลลําธารในปาเต็งรัง
                                    อยางยิ่ง                        (อุบลราชธานี)
 Afzelia xylocarpa (Kurz) Craib     ใกลสูญพันธุ      (2)           ขึ้นอยูตามปาดิบแลงที่อยูในหุบเขา
                                                                     บริเวณรอยตอกับสังคมพืชลานหิน
 Hopea ferrea Laness                                   (1)
                                    ใกลสูญพันธุ                    ขึ้นอยูใกลลําธารในหยอมปาดิบแลง
 Shorea roxburghii G.Don                               (1)
                                    ใกลสูญพันธุ                    ปาเต็งรัง
 Dalbergia cochinchinensis Pierre                      (1)
                                    มีแนวโนมใกล                    ปาเต็งรัง
                                    สูญพันธุ
 Bulbophyllum reclusum Seidenf. พืชถิ่นเดียวและ        (1)           อิงอาศัยอยูบนตนไม หรือขึ้นบนหิน
                                พืชใกลสูญพันธุ                     ในปาเต็งรัง
                                                                     (สกลนคร อุบลราชธานี)
 Kaempferia larsenii Sirirugsa      พืชถิ่นเดียวและ    (1)           ขึ้นอยูตามพื้นที่โลงเปนดินทราย
                                    พืชใกลสูญพันธุ                 ในปาเต็งรัง (อุบลราชธานี)
 Croton sp.2 (Esser, 2005)          พืชถิ่นเดียว       (1)           พืชทนน้ําทวม (rheophyte) ขึ้นอยู
                                                                     บริเวณริมลําธาร (อุบลราชธานี)
 Decaschistia siamensis Craib       พืชถิ่นเดียว       (1) และ (2)   ขึ้นอยูตามพื้นที่โลงเปนดินทราย
                                                                     หรือลานหินในปาเต็งรัง
                                                                     (สกลนคร นครพนม มุกดาหาร
                                                                     สุรินทร ศรีสะเกษ อุบลราชธานี
                                                                     สระบุรี ชลบุรี จันทบุรี)
 Hoya pachyclada Kerr               พืชถิ่นเดียว       (1) และ (2)   อิงอาศัยอยูบนตนไมในปาเต็งรัง
                                                                     (ลําปาง เลย อุดรธานี ขอนแกน
                                                                     มุกดาหาร อุบลราชธานี)
                                   สถานภาพ          สถานที่                  นิเวศวิทยา
        ชื่อพฤกษศาสตร
                                                     ที่พบ
Eriocaulon smitinandii          พืชถิ่นเดียวและ   (1) และ (2)   ขึ้นอยูเปนกลุมหนาแนนบนพื้นที่
Moldenke                        พืชหายาก                        ชื้นแฉะที่เปนดินทราย ลานหิน
                                                                หรือทุงหญา (เลย หนองคาย
                                                                สกลนคร มุกดาหาร อุบลราชธานี)
Centranthera siamensis          พืชถิ่นเดียวและ   (1) และ (2)   ขึ้นอยูบนดินทรายที่คอนขางชื้น
T.Yamaz.                        พืชหายาก                        ในปาเต็งรัง (พิษณุโลก เลย ชัยภูมิ
                                                                มุกดาหาร อุบลราชธานี กาญจนบุรี)
Lindernia cephalantha T.Yamaz. พืชถิ่นเดียวและ    (1)
                                                                ขึ้นอยูตามพื้นที่โลงเปนดินทรายใน
                               พืชหายาก
                                                                ปาเต็งรัง (เลย บุรีรัมย อุบลราชธานี)
Barclaya longifolia Wall.       พืชหายาก          (1)
                                                                ขึ้นอยูในลําธารที่มีน้ําไหล
                                                                (หนองคาย อุบลราชธานี จันทบุรี
                                                                สตูล)
Ceropegia hirsuta Wight & Arn. พืชหายาก           (1) และ (2)   ขึ้นอยูบนดินทรายในปาเต็งรัง
                                                                (มุกดาหาร อุบลราชธานี)
Ceropegia sp.                   พืชหายาก          (1)           ขึ้นอยูตามพื้นที่โลงเปนดินทราย
                                                                ในปาเต็งรัง (อุบลราชธานี)
Decaschistia cf. intermedia     พืชหายาก          (1)           ขึ้นอยูบนดินทรายในปาเต็งรัง
Craib                                                           (อุบลราชธานี)
Eurycoma harmandiana Pierre     พืชหายาก          (1)           ขึ้นอยูบนดินทรายในปาเต็งรัง
                                                                (อุบลราชธานี)
Gardenia saxatilis Geddes       พืชหายาก          (1) และ (2)   ขึ้นอยูตามซอกหินของสังคมพืช
                                                                ลานหิน และปาเต็งรังที่มีหินโผล
                                                                หรือเปนดินทราย (ภาค
                                                                ตะวันออกเฉียงเหนือ ภาค
                                                                ตะวันออก และภาคกลาง)
                                  สถานภาพ     สถานที่                  นิเวศวิทยา
        ชื่อพฤกษศาสตร
                                               ที่พบ
Melastoma pellegrinianum       พืชหายาก     (1) และ (2)   ขึ้นอยูในพื้นที่โลงบนลานหิน
(Boissieu) F.K.Mey                                        หรือทุงหญาที่เปนดินทราย
                                                          (มุกดาหาร ศรีสะเกษ อุบลราชธานี
                                                          สระบุรี นครนายก ตราด)
Osbeckia thorelii Guillaumin   พืชหายาก     (1)           ขึ้นอยูในพื้นที่โลงเปนดินทราย
                                                          หรือบริเวณลําธารในปาเต็งรัง
                                                          (เลย หนองคาย สกลนคร
                                                          อุบลราชธานี)
Syzygium pachysarcum           พืชหายาก     (2)
                                                          ขึ้นอยูตามปาดิบแลงที่อยูในหุบเขา
(Gagnep.) Merr. & L.M.Perry
                                                          บริเวณรอยตอกับสังคมพืชลานหิน
                                                          (มุกดาหาร นครราชสีมา)
Terminalia pedicellata Nanakorn พืชหายาก    (1) และ (2)   ขึ้นอยูตามซอกหินของสังคมพืช
                                                          ลานหิน และปาเต็งรังที่มีหินโผล
                                                          หรือเปนดินทราย (มุกดาหาร ศรีสะ
                                                          เกษ อุบลราชธานี)
Vandopsis lissochiloides       พืชหายาก     (1)           ขึ้นบนหินบริเวณใกลลําธารใน
(Gaudich.) Pfitzer                                        หยอมปาดิบแลง (หนองคาย
                                                          สกลนคร ศรีสะเกษ อุบลราชธานี)
Wikstroemia indica (L.)        พืชหายาก     (1)           ขึ้นอยูใกลลําธารในปาเต็งรัง
C.A.Mey                                                   (อุบลราชธานี สุราษฎรธานี กระบี่)
Burmannia coelestris D.Don     พืชหายาก*    (1) และ (2)   ขึ้นอยูบนพื้นที่ชื้นแฉะที่เปนดิน
                                                          ทราย ลานหิน หรือทุงหญา
Drosera burmannii Vahl         พืชหายาก*    (1) และ (2)   ขึ้นอยูบนพื้นที่ชื้นแฉะที่เปนดิน
                                                          ทราย ลานหิน หรือทุงหญา
Drosera indica L.              พืชหายาก*    (1) และ (2)   ขึ้นอยูบนพื้นที่ชื้นแฉะที่เปนดิน
                                                          ทราย ลานหิน หรือทุงหญา
Eriocaulon setaceum L.         พืชหายาก*    (1)           ขึ้นอยูในน้ํา
Utricularia bifida L.          พืชหายาก*    (1) และ (2)   ขึ้นอยูเปนกลุมหนาแนนบนพื้นที่
                                                          ชื้นแฉะที่เปนดินทราย ลานหิน
                                                          หรือทุงหญา
                                        สถานภาพ            สถานที่                   นิเวศวิทยา
         ชื่อพฤกษศาสตร
                                                            ที่พบ
 Utricularia delphinioides Thorel พืชหายาก*             (1) และ (2)     ขึ้นอยูบนพื้นที่ชื้นแฉะที่เปนดิน
 ex Pellegr.                                                            ทราย ลานหิน หรือทุงหญา
 Utricularia minutissima Vahl     พืชหายาก*             (1) และ (2)     ขึ้นอยูบนพื้นที่ชื้นแฉะที่เปนดิน
                                                                        ทราย ลานหิน หรือทุงหญา
 Xyris pauciflora Willd.            พืชหายาก*           (1) และ (2)     ขึ้นอยูบนพื้นที่ชื้นแฉะที่เปนดิน
                                                                        ทราย ลานหิน หรือทุงหญา
 Dialium cochinchinense Pierre      ใกลถูกคุกคาม       (1) และ (2)     ปาเต็งรัง


        หมายเหตุ
          (1) = บริเวณอุทยานแหงชาติผาแตม จังหวัดอุบลราชธานี
          (2) = บริเวณอุทยานแหงชาติมุกดาหาร (ภูผาเทิบ) จังหวัดมุกดาหาร
          พืชหายาก* = พืชหายาก มีเขตการกระจายพันธุกวาง แตเปนพืชฤดูเดียวที่ตองอาศัยระบบนิเวศที่
เปราะบางของพื้นที่ชื้นแฉะตามฤดูกาล ประชากรจึงมีจํานวนลดนอยลงทุกป เนื่องจากถิ่นอาศัยถูกทําลาย
หรือเปลี่ยนสภาพ



สรุปผลและวิจารณผล

           จากการสํารวจความหลากหลายของพืชดอกบริเวณสังคมพืชปาเต็งรัง สังคมพืชปา เต็งรังแคระที่
ขึ้นบนลานหินและดินทราย สังคมพืชปาเต็งรังผสมสนสองใบ สังคมพืชลานหิน ทุงหญาที่มีน้ําไหลริน
ในชวงฤดูฝนจนถึงตนฤดูหนาว และหยอมปาดิบแลงบริเวณน้ําตกและรองหวยในอุทยานแหงชาติผาแตม
ระบุพืชได 67 วงศ 137 สกุล 178 ชนิด จําแนกออกเปน พืชใบเลี้ยงคู 54 วงศ 112 สกุล 146 ชนิด และพืช
ใบเลี้ยงเดี่ยว 13 วงศ 25 สกุล 32 ชนิด
           พบพืชตางถิ่น 2 ชนิด ในอุทยานแหงชาติผาแตม จังหวัดอุบลราชธานี ไดแก ไมยราบตน Mimosa
pigra L. และชุมเห็ดเทศ Senna alata (L.) Roxb.
           จากการรายงานของ Boonjaras (2002) พบพืชถิ่นเดียวในพื้นที่นี้ 6 ชนิด แตการ สํารวจครั้งนี้ไม
พบพืชถิ่นเดียวตามรายงานดังกลาว 2 ชนิด ไดแก Eulophia siamensis Rolfe ex Downie และ Kaempferia
filifolia K.Larsen
           Boonjaras (2002) รายงานวา Habenaria humistrata Rolfe ex Downie เปนพืชถิ่นเดียว แตเมื่อ
นํามาตรวจสอบกับ Pooma et al. (2005) พบวามีสถานภาพเปนพืชถูกคุกคาม (threatened plant) มีเขต
การกระจายพันธุอยูในประเทศลาวและไทย พบในภาคเหนือ (เชียงใหม) และภาคตะวันออก (ชัยภูมิ,
อุบลราชธานี) จึงไมถือวาเปนพืชถิ่นเดียว
         จากผลการศึกษาของ Boonjaras (2002) เมื่อนํามาตรวจสอบสถานภาพพืชกับ IUCN Red List
(1994); ธวัชชัย (2547) และ Pooma et al. (2005) พบพืชถิ่นเดียว พืชใกลถูกคุกคามพืชถูกคุกคาม พืชหา
                                                                                     ้
ยาก พืชใกลสูญพันธุ และพืชใกลสูญพันธุอยางยิ่ง รวมทั้งสิ้น 17 ชนิด แตการสํารวจครังนี้ไมพบพืชที่มี
สถานภาพดังกลาว 5 ชนิด ไดแก Eulophia siamensis Rolfe ex Downie (พืชถิ่นเดียว), Kaempferia filifolia
K. Larsen (พืชถิ่นเดียว), Habenaria godefroyi Rchb.f. (ถูกคุกคาม), Habenaria humistrata Rolfe ex
Downie (ถูกคุกคาม) และ Pecteilis susannae (L.) Raf. (ถูกคุกคาม)
         สวนการสํารวจความหลากหลายของพืชดอกบริเวณสังคมพืชปาเต็งรังแคระที่ขึ้นบนลานหินและ
ดินทราย สังคมพืชลานหินที่มีน้ําไหลรินในชวงฤดูฝนจนถึงตนฤดูหนาว และบริเวณรอยตอของสังคมพืช
ลานหินกับปาดิบแลงที่อยูในหุบเขาในอุทยานแหงชาติมุกดาหาร (ภูผาเทิบ) ระบุพืชได 57 วงศ 102 สกุล
121 ชนิด จําแนกออกเปนพืชใบเลี้ยงคู 44 วงศ 81 สกุล 95 ชนิด และพืชใบเลี้ยงเดี่ยว 13 วงศ 21 สกุล 26
ชนิด ขอมูลนี้เปนการรายงานครั้งแรก เนื่องจากไมมีขอมูลทุติยภูมิเกี่ยวกับการสํารวจพรรณไมในพื้นที่นี้
มากอน
         จากการนําผลการสํารวจในบริเวณอุทยานแหงชาติทั้ง 2 แหงนี้มาตรวจสอบสถานภาพพืชกับ
IUCN Red List และ Thai Red List รวมถึงการประเมินสถานภาพพืชบางชนิดโดย ผูศึกษา พบพืชถูก
                                           ่
คุกคามที่อยูในสถานภาพใกลสูญพันธุอยางยิง ใกลสูญพันธุ มีแนวโนมใกลสูญพันธุ ใกลถูกคุกคาม พืชถิ่น
เดียว และพืชหายาก รวมทั้งสิ้น 34 ชนิด


                       ้
รูปแบบการถูกคุกคามของพืนที่

           1. ชาวบานมีการนําสัตวเลี้ยงพวกวัวและควายเขาไปเลี้ยงในพื้นที่ปาที่อยูในเขตอุทยานแหงชาติ
ผาแตม ถาหากนําสัตวเลี้ยงเหลานี้เขาไปในพื้นที่อนุรักษเปนจํานวนมากๆ จะกอใหเกิดผลกระทบโดยตรง
                                                             
ตอถิ่นที่อยู (habitat) และพรรณไมอยางรุนแรง คือ ถิ่นที่อยูถูกทําลายและเปลี่ยนสภาพไปเนื่องจากการถูก
เหยียบย่ํา พรรณไมถูกทําลายจากการเหยียบย่ําและจากการกัดกิน แทะเล็มของสัตวเหลานี้
           2. ถิ่นที่อยูและพรรณไมถูกรบกวนจากกิจกรรมของนักทองเที่ยว เชน การเหยียบย่ํา พื้นที่หวง
หามที่เปนระบบนิเวศที่มีความเปราะบางมาก การเดินออกนอกเสนทางที่กําหนด การเด็ดและเก็บพรรณ
ไม

        3. เริ่มมีพืชตางถิ่นที่เปน invasive species คือ ไมยราบตน Mimosa pigra L. ซึ่งพบเพียงตนเดียว
เขาไปในบริเวณน้ําตกทุงนาเมือง อุทยานแหงชาติผาแตม ถาหากพืชชนิดนี้เขาไปครอบครองพื้นที่เปน
บริเวณกวาง จะกอใหเกิดผลกระทบตอการแพรพันธุของพืชชนิดอื่นๆ ตามมา
แนวทางการจัดการ

                                                                                                 ้
         1. ตามกฎหมายปาไมนั้น หามมิใหมีการนําสัตวเลี้ยงเขาไปในพื้นที่อนุรักษอยูแลว ดังนัน
                             ่
เจาหนาที่ควรมีการตรวจพื้นทีอยางเขมงวด และลงโทษผูกระทําผิดอยางจริงจัง
         2. ควรมีการอบรมใหนักทองเที่ยวเห็นคุณคาของการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติ เจาหนาที่ตอง
ดูแลพื้นที่ที่มีความเปราะมากอยางเขมงวด
         3. ควรกําจัดไมยราบตนออกไปจากพื้นที่อนุรักษอยางรวดเร็วที่สุด กอนที่จะมีการแพรพันธุ
ครอบครองพื้นที่เปนบริเวณกวาง


แนวทางการอนุรักษพรรณไม

                                                                                      
          1. การรักษาถิ่นที่อยูและปจจัยสิ่งแวดลอมที่เหมาะสมตอการดํารงเผาพันธุของพรรณไมเปนสิ่งที่
มีความสําคัญมากในการอนุรักษพรรณไม ซึ่งจะเห็นไดจากตัวอยางดังตอไปนี้
                    พืชฤดูเดียวหลายชนิด เชน สรัสจันทร Burmannia coelestris, จอกบวาย Drosera
burmannii, หญาน้ําคาง Drosera indica, กระดุมเต็มหรือมณีเทวา Eriocaulon smitinandii, สรอยสุวรรณา
Utricularia bifida, ดุสิตา Utricularia delphinioides, ทิพเกสร Utricularia minutissima, กุงหรือหญาบัว
Xyris pauciflora มีถิ่นที่อยูในระบบนิเวศที่เปราะบาง มักขึ้นอยูเปนกลุมบนพื้นที่ชื้นแฉะหรือมีน้ําไหลริน
บริเวณที่เปนดินทราย ลานหิน หรือทุงหญา พบไดในชวงฤดูฝนจนถึงตนฤดูหนาว ถาหากถิ่นที่อยูถูก
                 ่
ทําลายหรือเปลียนสภาพไป จํานวนประชากรของพรรณไมเหลานี้จะลดลงเรื่อยๆ
                    พรรณไมน้ําที่สามารถใชเปนดัชนีบงบอกคุณภาพของแหลงน้ําได ไดแก ไสปลาไหล
Barclaya longifolia ขึ้นอยูในลําธารที่มีน้ําไหลและใส และสาหรายหัวไมขีด Eriocaulon setaceum ขึ้นอยู
                                 ํ
ในแหลงน้ําใส ถาหากแหลงน้าถูกทําลายหรือเปลี่ยนสภาพไปดวยเหตุใดก็ตาม ทําใหคุณภาพของน้ําไมดี
                                                  ่
จํานวนประชากรของพรรณไมเหลานี้จะลดลงเรือยๆ จนหมดไปจาก พื้นที่
          2. สงเสริมและสนับสนุนใหมีการศึกษาวิจัยแบบลงรายละเอียด เชน การศึกษาดานสัณฐานวิทยา
(morphology) กายวิภาค (anatomy) พันธุศาสตร (genetic) นิเวศวิทยา (ecology) ปจจัยสิ่งแวดลอมที่
เกี่ยวของกับการเจริญเติบโตและการสืบพันธุเพื่อดํารงเผาพันธุ ชีพลักษณ (phenology) ของพรรณไม
ความสัมพันธของดอกไมกับพาหะถายเรณู (pollinator) การกระจายพันธุ (distribution) วิธีการการ
ขยายพันธุ (propagation) ที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มปริมาณพรรณไม และการศึกษาดานอื่นๆ ที่เกี่ยวของ ใน
                                                                           ่
ระยะแรกควรเริ่มศึกษาพืชถูกคุกคาม ที่อยูในสถานภาพใกลสูญพันธุอยางยิง ใกลสูญพันธุ มีแนวโนมใกล
สูญพันธุ ใกลถูกคุกคาม พืชถิ่นเดียว และพืชหายาก โดยเฉพาะชนิดที่มีจํานวนประชากรนอยและมีเขตการ
กระจายพันธุจํากัด ไดแก ตะเคียนใบใหญ Hopea thorelii, สิงโตชอทอง Bulbophyllum reclusum, เปราะ
ราศี Kaempferia larsenii, Croton sp.2 (Esser, 2005), เครืออีเฒา Ceropegia hirsuta, Ceropegia sp.,
Decaschistia cf. intermedia, ปลาไหลเผือกเล็ก Eurycoma harmandiana, หวาพุม Syzygium pachysarcum,
และเอื้องระฟาหรือเอื้องเขาพระวิหาร Vandopsis lissochiloides

คุณคาและการใชประโยชน

           จากการศึกษาความหลากหลายของพืชดอกในระบบนิเวศพื้นที่แหงแลงและกึ่งชื้น ทําใหทราบ
ขอมูลเกี่ยวกับชนิด นิเวศวิทยา การกระจายพันธุของพรรณไม และทราบขอมูลเกี่ยวกับพืชถูกคุกคามที่อยู
ในสถานภาพใกลสูญพันธุอยางยิ่ง ใกลสูญพันธุ มีแนวโนมใกลสูญพันธุ พืชถิ่นเดียว และพืชหายาก ขอมูล
                                                                                        ่
เหลานี้เปนขอมูลพื้นฐานที่มีความสําคัญ สามารถนําไปใชในจัดการพื้นที่อนุรักษไดอยางยังยืนดังนี้
           1. นําขอมูลไปจัดหลักสูตรฝกอบรมใหกับเจาหนาที่ในอุทยานแหงชาติ เพื่อใหมีความรูความ
เขาใจเกี่ยวกับพรรณไมในเขตพื้นที่รับผิดชอบของตน และเจาหนาที่เหลานั้นสามารถนําความรูที่ไดรับไป
ถายทอดใหกับผูที่เขาไปทองเที่ยวเยี่ยมชมในเขตอุทยานแหงชาติไดถูกตอง
           2. นําขอมูลไปจัดทําคูมือศึกษาพรรณไม นําเสนอขอมูลเกี่ยวกับพรรณไมในหองแสดง
นิทรรศการ ทําปายสื่อความหมายในเสนทางศึกษาธรรมชาติ เปนการใหความรูกับนักทองเที่ยวนักเรียน
นิสิต และนักศึกษาที่เขาไปเยี่ยมชมในพื้นที่ โดยเนนใหเห็นคุณคาและความสําคัญของการอนุรักษ
ทรัพยากรพรรณพืช
           3. ทางอุทยานแหงชาติควรจะนําขอมูลไปจัดหลักสูตรฝกอบรมใหกับนักเรียน นักศึกษา ในเขต
จังหวัดที่รับผิดชอบ เพื่อใหมีความรูและปลูกฝงใหตระหนักถึงคุณคาและความสําคัญของการอนุรักษ
ทรัพยากรพรรณพืช
           4. จัดประชาสัมพันธในรายการวิทยุชุมชน เพื่อใหประชาชนตระหนักถึงคุณคาและความสําคัญ
ของการอนุรักษทรัพยากรพรรณพืช
           5. ขอมูลนี้จะเปนประโยชนตอนักวิจัย นิสิต และนักศึกษาที่ตองการศึกษาแบบลงรายละเอียดของ
พรรณไมที่พบในพื้นที่ที่เปนตัวแทนของระบบนิเวศพื้นที่แหงแลงและกึ่งชื้น

เอกสารอางอิง

ธวัชชัย สันติสุข. 2547. พืชถิ่นเดียวและพืชหายากของประเทศไทย. โรงพิมพชุมนุม
         สหกรณการเกษตรแหงประเทศไทย จํากัด, กรุงเทพฯ.
Boonjaras, T. 2002. Taxonomy of Flowering Plants in Pha Taem National Park,
         Ubon Ratchathani Province. Master of Science in Botany Thesis,
         Faculty of Science, Chulalonkorn University.
Esser, H. J. 2005. Croton. In T. Santisuk and K. Larsen (eds.), Flora of Thailand
         8 (1): 189-226.
Pooma, R., S. Suddee, V. Chamchuroon, N. Koonkhunthod, K. Phattarahirankanok,
        S. Sirimongkol and M. Poopath. 2005. A Preliminary Checklist of Threatened Plants in
        Thailand. The Agricultural Cooperate Federation of Thailand, Ltd.
        Bangkok.

								
To top