Docstoc

2027_64119_29 03 55

Document Sample
2027_64119_29 03 55 Powered By Docstoc
					http://www.thaigov.go.th
วันที่ 29 มีนาคม 2555

           วันนี้ เมื่อเวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี ชั้น 2
สานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทาเนียบรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี
           จากนั้น นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด
ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจาสานักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย
นายภักดีหาญส์ หิมะทองคา รองโฆษกประจาสานักนายกรัฐมนตรี
ได้แถลงข่าวผลการประชุมคณะรัฐมนตรี                สรุปสาระสาคัญได้ดังนี้

            กฎหมาย
            1.    เรื่อง       ร่ า งพระราชบั ญ ญั ติ ก ารยางแห่ ง ประเทศไทย
พ.ศ. ....
            2.      เ               รื่            อ                  ง
            ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ (ฉบับที่..)
พ.ศ. ….
           3.         เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติความลับทางการค้า (ฉบับที่
..) พ.ศ. ….
           4.         เ                    รื่                    อ               ง
           ร่างกฎกระทรวงสถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว พ.ศ. ….
           5.         เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา 3
แห่งพระราชบัญญัติให้นาวิธีพิจารณา
           ความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. 2520
บังคับสาหรับคดีที่                    เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
           6.         เ                    รื่                    อ               ง
           ร่างพระราชกฤษฎีกากาหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไฟแช็กก๊
าซต้องเป็นตาม                         มาตรฐาน พ.ศ. ….
           7.         เ                    รื่                    อ               ง
           ร่ า งกฎกระทรวงแบ่ ง ส่ ว นราชการในกระทรวงพาณิ ช ย์ รวม 3
ฉบับ
           8. เรื่อง ร่ า ง ก ฎ ก ร ะ ท ร ว ง ฉ บั บ ที่ .. ( พ .ศ .          ….)
ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการ
           ย        ก      เ     ว้     น      รั       ษ        ฎ   า    ก       ร
                  ่
(มาตรการภาษีเพือสนับสนุนการถ่ายทาภาพยนตร์ต่างประเทศใน
               ประเทศไทย)
           9            .                      เ             รื่       อ          ง
           ร่ า งพระราชบั ญ ญั ติ ก ารให้ เ อกชนร่ ว มลงทุ น ในกิ จ การของรั ฐ
พ.ศ. ....
                                         2

           เศรษฐกิจ
           1 0 .                                                           เ รื่ อ ง
           มาตรการภาษีเพื่อให้ผู้ขายบุหรี่ที่ผลิตภายในประเทศเข้าสู่ระบบ
ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภายใต้
           กระบวนการระงับข้อพิพาทขององค์การการค้าโลก
           11. เรื่อง ขออนุมัติเปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณ
           1            2            .               เ         รื่       อ         ง
           การกู้เงินเพื่อทดแทนพันธบัตรเดิมที่ครบกาหนดของธนาคารอาค
ารสงเคราะห์
           1            3            .               เ         รื่       อ         ง
           การกู้ เ งิ น เพื่ อ ใช้ ใ นโครงการแทรกแซงตลาดมั น ส าปะหลั ง ปี
2554/55 โครงการพัฒนา
           ศั ก ยภาพสถาบั น เกษ ตรกรเพื่ อ รั ก ษาเสถี ย รภาพราคายาง
และโครงการรับจานา                           ข้ า ว เ ป ลื อ ก น า ป รั ง ปี 2 5 5 5
ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
           1            4            .               เ         รื่       อ         ง
           รายงานสถานะความก้าวหน้าการดาเนินโครงการภายใต้งบกลาง
รายการค่าใช้จ่ายใน                      ก า ร เ ยี ย ว ย า                ฟื้ น ฟู
และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ
           15. เรื่อง ก า ร ติ ด ต า ม ผ ล ก า ร ด า เ นิ น ง า น ก า ร ฟื้ น ฟู
เยียวยาและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
           1            6            .               เ         รื่       อ         ง
           มาตรการภาษีและค่าธรรมเนียมเพื่อสนับสนุนการพัฒนาตลาดทุ
นไทย



           สังคม
           17. เรื่อง ข้อเสนอแนวทางการพัฒนางานอาสาสมัครไทย
           18. เรื่อง ปัญหาหมอกควันในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ
           1 9 .                                              เ รื่ อ ง
           แผนงานส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหาก
ษัตริย์ทรงเป็น
           ประมุขและการธารงไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติในระดับพื้นที่
           2         0      .             เ         รื่     อ         ง
           ความคืบหน้าการดาเนินการตามแผนปฏิบัติการและงบประมาณ
ระยะ 3 ปี (พ.ศ.                2554-2556)
ภายใต้แผนแม่บทป้องกันและบรรเทาภัยจากคลื่นสึนามิ พ.ศ. 2552-2556

            ต่างประเทศ
                                   3
            21.       เ     รื่    อ   ง
            หนังสือแลกเปลี่ยนเพื่อต่ออายุบันทึกความเข้าใจโครงการพระรา
ชทานความช่วยเหลือ
            แก่ราชอาณาจักรกัมพูชาด้านการสาธารณสุข (มาลาเรีย) ครั้งที่
2
            22.                  เ               รื่     อ            ง
            กรอบการเจรจาการบินเพื่อจัดทาความตกลงว่าด้วยบริการเดินอา
กาศ
            23.                                               เ รื่ อ ง
            กรอบการเจรจาเพื่ อ จั ด ท าความตกลงด้ า นการขนส่ ง ทางบก
ระหว่างไทย – ลาว – จีน
            24.                  เ               รื่     อ            ง
            ขอความเห็นชอบร่างเอกสารที่จะมีการรับรองหรือลงนามระหว่าง
การประชุมสุดยอด                 อาเซียน ครั้งที่ 20
            25.                  เ               รื่     อ            ง
            ขอความเห็นชอบร่างเอกสารที่จะมีการรับรองหรือลงนามระหว่าง
การประชุมสุดยอด                 อาเซียน ครั้งที่ 20
            26.                  เ               รื่     อ            ง
            ขอความเห็นชอบร่างเอกสารที่จะมีการรับรองลงนามระหว่างการ
ประชุมสุดยอด                         อาเซียน ครั้งที่ 20
            27.                                               เ รื่ อ ง
            การเสนอชื่อผู้สมัครจากประเทศไทยเข้ารับการคัดเลือกสมาชิกอ
งค์กรอุทธรณ์ของ                      องค์การการค้าโลก
            แต่งตั้ง
            28. เรื่อง แต่งตั้ง
                       1                                              .
แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดารงตาแหน่งประเภทวิชาการระดับทรง
คุณวุฒิ                  (กระทรวงสาธารณสุข)
                       2                                              .
แต่งตั้งข้าราชการให้ดารงตาแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ (สานัก
                         นายกรัฐมนตรี)
                       3                                              .
รัฐบาลสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์เสนอขอแต่งตั้งเอกอัครราชทูตประจาป
ระเทศไทย
                       4                                              .
ขอความเห็นชอบในการขอเปิดสถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีนปร
ะจา                      จังหวัดขอนแก่น
                       5                                              .
แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดารงตาแหน่งประเภทบริหารระดับสูง
                         (กระทรวงศึกษาธิการ)
                       6                                              .
ขอถอดถอนรายชื่ อกรรมการองค์ การจั ดการน้ าเสี ยเฉพาะรายนายสมเจตน์
                                         4
ชัยเฉลิมปรีชา
           และขอแต่งตั้งกรรมการอื่นในคณะกรรมการองค์การจัดการน้าเสี
ย
                   *********************************
   เอกสารชุดนี้เป็นเอกสารข่าวสรุปผลการประชุมคณะรัฐมนตรีเท่านั้น
สาหรับมติคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการกรุณาตรวจสอบที่สานักเลขาธิการ
                   คณะรัฐมนตรี โทร . 0 2280-9000
สานักโฆษกขอเชิญติดตามการถ่ายทอดสดการแถลงข่าวผลการประชุมคณะ
                                รัฐมนตรี
                   ทุกวันอังคาร หรือวันที่มีการประชุม
       ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ทาง F.M. 92.5
                ในเขตกรุงเทพมหานคร ส่วนต่างจังหวัด
    รับฟังได้ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยประจาจังหวัด
  หากท่านใดประสงค์จะขอรับข่าวการประชุมคณะรัฐมนตรีสมัครได้ทาง
                          www.thaigov.go.th
     สานักโฆษก สานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โทร. 0 2288-4396

                                     กฎหมาย
1. เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. ....

        คณะรั ฐ มนตรี เห็ น ชอบร่ า งพระราชบั ญ ญั ติก ารยางแห่ ง ประเทศไทย
พ.ศ. .... ที่สานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) ตรวจพิจารณาแล้ว
ต า ม ที่ ก ร ะ ท ร ว ง เ ก ษ ต ร แ ล ะ ส ห ก ร ณ์ ( ก ษ . ) เ ส น อ
และให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาก่อนเสนอส
ภ า ผู้ แ ท น ร า ษ ฎ ร พิ จ า ร ณ า ต่ อ ไ ป                       แ ล ะ ใ ห้ ก ษ .
รับความเห็นของสานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่ง
ชาติไปพิจารณาดาเนินการต่อไป
              สาระส าคั ญ ของร่ า งพระราชบั ญ ญั ติ ก ารยางแห่ ง ประเทศไทย
พ.ศ. ....
              1. ให้ยกเลิ ก พระราชบั ญญัติ กองทุ น สงเคราะห์ก ารท าสวนยาง
พ.ศ. 2503 พระราชบั ญ ญั ติ กองทุ น สงเคราะห์ ก ารท าสวนยาง (ฉบั บ ที่ 2)
พ.ศ. 2505 พระราชบั ญ ญั ติ กองทุ น สงเคราะห์ ก ารท าสวนยาง (ฉบั บ ที่ 3)
พ.ศ. 2518 พระราชบั ญ ญั ติ กองทุ น สงเคราะห์ ก ารท าสวนยาง (ฉบั บ ที่ 4)
พ.ศ. 2530 พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การ
สวนยาง พ.ศ. 2504 พระราชกฤษฎีก าจั ด ตั้ ง องค์ก ารสวนยาง (ฉบั บ ที่ 2)
พ.ศ. 2508 ประกาศของคณะปฏิ วัติ ฉบั บที่ 114 ลงวั น ที่ 3 เมษายน พ.ศ.
2515 และพระราชกฤษฎี กาจัด ตั้ง องค์การสวนยาง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2535
(ร่างมาตรา 3)
              2. หมวด 1 การจัดตั้ง ทุน รายได้ และเงินสารอง
                     2 . 1 ก า ห น ด ใ ห้ จั ด ตั้ ง ก า ร ย า ง ขึ้ น เ รี ย ก ว่ า
“การยางแห่ ง ประเทศไทย” เรี ย กโดยย่ อ ว่ า “กยท.” และก าหนดให้ กยท.
เป็นนิติบุคคล (ร่างมาตรา 6 – ร่างมาตรา 7)
                                                5
                      2            .           2 กาหนดวัตถุประสงค์ ของ กยท. เช่น
เป็นองค์กรกลางรับผิดชอบดูแลการบริหารจัดการยางพาราของประเทศทั้งร
ะบบอย่างครบวงจร บริหารจัดการเกี่ยวกับการเงินกองทุนพัฒนายางพารา
ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมผลิ
ตภัณฑ์ยางพารา เป็นต้น (ร่างมาตรา 8 – ร่างมาตรา 10)
                      2.3 กาหนดที่มาของทุน ของ กยท. และรายได้ของ กยท.
รวมทั้ ง ก าหนดให้ร ายได้ที่ กยท. ได้รั บจากการด าเนิ น งานให้ ตกเป็ น ของ
กย ท . ส า ห รั บ เ ป็ น ค่ า ใ ช้ จ่ า ย ต่ า ง ๆ แ ล ะ ร า ย ไ ด้ ที่ ไ ด้ รั บ ใ น ปี ห นึ่ ง ๆ
เ มื่ อ ไ ด้ หั ก ค่ า ใ ช้ จ่ า ย แ ล ะ ภ า ร ะ ต่ า ง                                           ๆ
แ ล้ ว เ ห ลื อ เ ท่ า ใ ด ใ ห้ น า ส่ ง เ ป็ น ร า ย ไ ด้ ข อ ง รั ฐ
แ ล ะ ถ้ า ร า ย ไ ด้ มี จ า น ว น ไ ม่ พ อ ส า ห รั บ ค่ า ใ ช้ จ่ า ย แ ล ะ ค่ า ภ า ร ะ ต่ า ง ๆ
น อ ก จ า ก เ งิ น ส า ร อ ง แ ล ะ เ งิ น โ บ นั ส ห รื อ เ งิ น ร า ง วั ล แ ล ะ ก ย ท .
ไม่สามารถหาเงินจากทางอื่น รัฐพึงจ่ายเงินให้แก่ กยท. เท่าจานวนที่ขาด
(ร่างมาตรา 11- ร่างมาตรา 13)
               3. หมวด 2 คณะกรรมการและผู้ว่าการ
               ก า ห น ด ใ ห้ มี “ ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ก า ร ย า ง แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ”
ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย ป ร ะ ธ า น ก ร ร ม ก า ร ซึ่ ง ค ณ ะ รั ฐ ม น ต รี แ ต่ ง ตั้ ง
กรรมการโดยต าแหน่ ง ได้ แ ก่ ผู้ แ ทนกระทรวงการคลั ง ผู้ แ ทน กษ .
ผู้ แ ท น ส า นั ก ง า น พั ฒ น า ก า ร เ ศ ร ษ ฐ กิ จ แ ล ะ สั ง ค ม แ ห่ ง ช า ติ
และผู้ แ ทนส านั ก งบประมาณ กรรมการผู้ ท รงคุ ณ วุ ฒิ จ านวนห้ า คน
แ ล ะ ผู้ ว่ า ก า ร เ ป็ น ก ร ร ม ก า ร แ ล ะ เ ล ข า นุ ก า ร
ก า ห น ด คุ ณ ส ม บั ติ แ ล ะ ลั ก ษ ณ ะ ต้ อ ง ห้ า ม
วาระการดารงตาแหน่งของประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ มีวา
ระคราวละสามปี และกาหนดให้ผู้ว่าการมีวาระในตาแหน่ งคราวละไม่เกินสี่ปี
ก า ห น ด ใ ห้ ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร มี อ า น า จ ห น้ า ที่ เ ช่ น
ว า ง น โ ย บ า ย แ ล ะ ค ว บ คุ ม ดู แ ล โ ด ย ทั่ ว ไ ป ซึ่ ง กิ จ ก า ร ข อ ง ก ย ท .
แต่งตั้งและกาหนดอัตราเงินเดือนของผู้ว่าการโดยความเห็นชอบของคณะรัฐ
มนตรี เป็นต้น (ร่างมาตรา 17 – ถึงร่างมาตรา 35)
               4          .                  ห         ม            ว        ด                    3
การส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการยาง

       กาหนดให้เกษตรกรชาวสวนยางซึ่งประสงค์จะขอรับการส่งเสริมและส
นั บ ส นุ น ใ ห้ มี ก า ร ป ลู ก แ ท น ต า ม พ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ นี้
ใ ห้ ยื่ น ค า ข อ รั บ ก า ร ส่ ง เ ส ริ ม แ ล ะ ส นั บ ส นุ น ต่ อ ก ย ท .
ต า ม แ บ บ แ ล ะ วิ ธี ก า ร ที่ ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ก า ห น ด
และในกรณีที่ผู้ขอรับการส่งเสริมให้มีการปลูกแทนเป็นผู้ทาสวนยางในที่ดิน
ที่ตนเช่าหรืออาศัยบุคคลอื่น ผู้ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนต้องแสดงต่อ
ก                           ย                       ท                      .
ว่าผู้ให้เช่าหรือผู้ให้อาศัยได้ให้ความยินยอมในการที่ตนขอรั บการส่งเสริมแ
ละสนั บ สนุ น ตามแบบที่ ค ณะกรรมการก าหนด เป็ น ต้ น (ร่ า งมาตรา 36-
ร่างมาตรา 42)
             5. หมวด 4 กองทุนพัฒนายางพารา
                                           6
                    5              .         1 กาหนดให้จัด ตั้ง กองทุนขึ้น ใน กยท.
เ รี ย ก ว่ า           “ ก อ ง ทุ น พั ฒ น า ย า ง พ า ร า ”
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนา
ยางพารา (ร่างมาตรา 43- ร่างมาตรา 46)
                    5                                  .                                2
ก า ห น ด ใ ห้ บุ ค ค ล ซึ่ ง ส่ ง ย า ง พ า ร า อ อ ก น อ ก ร า ช อ า ณ า จั ก ร
ต้ อ ง เ สี ย ค่ า ธ ร ร ม เ นี ย ม ใ ห้                                   ก ย ท .
และให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการส่
ง อ อ ก ไ ป น อ ก แ ล ะ ก า ร น า เ ข้ า ม า ใ น ร า ช อ า ณ า จั ก ร ซึ่ ง สิ น ค้ า
และในกรณีที่มีความจาเป็นรั ฐมนตรีจะประกาศกาหนดให้ยกเว้นค่าธรรมเนี
ยมให้แก่บุคคลดังกล่าวก็ได้ (ร่างมาตรา 47 –ร่างมาตรา 48)
             6. บทเฉพาะกาล
                    6.1 ก าหนดให้ โ อนบรรดากิ จ การ เงิ น ทรั พ ย์ สิ น สิ ท ธิ
ห                              นี้                         สิ                          น
ภาระผูกพันและงบประมาณของกองทุนสงเคราะห์การทาสวนยางตามพระรา
ชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์การทาสวนยาง พ.ศ. 2503 และของ
องค์ การสวนยางตามพระราชกฤษฎีกาจัด ตั้ง องค์การสวนยาง พ.ศ. 2504
ไปเป็นของ กยท. (ร่างมาตรา 67- ร่างมาตรา 68)
                    6                                  .                                2
กาหนดให้พนักงานและลูกจ้างของกองทุนสงเคราะห์การทาสวนยางตามพร
ะ ร า ช บั ญ ญั ติ ก อ ง ทุ น ส ง เ ค ร า ะ ห์ ก า ร ท า ส ว น ย า ง พ . ศ . 2 5 0 3
แ ล ะ พ นั ก ง า น แ ล ะ ลู ก จ้ า ง ข อ ง อ ง ค์ ก า ร ส ว น ย า ง ต า ม
พ ร ะ ร า ช ก ฤ ษ ฎี จั ด ตั้ ง อ ง ค์ ก า ร ส ว น ย า ง พ . ศ . 2 5 0 4
เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของ กยท. (ร่างมาตรา 69)
                    6.3 ก าหนดให้ โ อนบรรดากิ จ การ เงิ น ทรั พ ย์ สิ น สิ ท ธิ
ห นี้ สิ น ภ า ร ะ ผู ก พั น แ ล ะ ง บ ป ร ะ ม า ณ ข อ ง ก ร ม วิ ช า ก า ร เ ก ษ ต ร
เ ฉ พ า ะ ใ น ส่ ว น ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง กั บ ร า ช ก า ร ข อ ง ส ถ า บั น วิ จั ย ย า ง
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกิจการยางอื่น ๆ ไปเป็นของ กยท. (ร่างมาตรา
70)
                    6 . 4 ก า ห น ด ใ ห้ ใ น ว า ร ะ เ ริ่ ม แ ร ก
ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าการเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีการแต่
ง ตั้ ง ผู้ ว่ า ก า ร ต า ม พ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ นี้
และก าหนดให้ ค ณะกรรมการประกอบด้ ว ยกรรมการตามมาตรา 17 (2)
โดยให้ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้ไปพลางก่อนจนกว่า
จะได้มีการแต่งตั้ง ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา
17 (1) และ (3) (ร่างมาตรา 74 – ร่างมาตรา 75)

2. เรื่อ ง ร่างพระราชบัญ ญัติว่าด้ว ยการเวนคืน อสัง หาริม ทรั พ ย์ (ฉบับ ที่ ..)
พ.ศ. ….

     คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริม
ท รั พ ย์ ( ฉ บั บ ที่ ..) พ .ศ .                             ….
                                           7

ที่ ส า นั ก ง า น ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ก ฤ ษ ฎี ก า ต ร ว จ พิ จ า ร ณ า แ ล้ ว
ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอและให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แท
นราษฎรพิจารณา ก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป
              สาระสาคัญของร่างพระราชบัญญัติ
              1                                                               .
กาหนดให้เจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่มีอานาจยื่นคาร้อ
งขอรังวัดต่อเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายที่ดินแทนเจ้าของหรือผู้ครอบ
ครองได้ (ร่างมาตรา 3 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 8)
              2.
กาหนดให้การขอขยายระยะเวลาในการพิจารณากาหนดราคาเบื้องต้นของ
อสังหาริมทรัพย์และจานวนเงินค่าทดแทนให้ขยายออกไปอีกได้ไม่เกินสองค
รั้ง ครั้งละไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน (ร่างมาตรา 4 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 9
วรรคห้า)
              3.
กาหนดให้ผู้มีอานาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากาหนดให้การเวนคืน อสัง
หาริมทรัพย์เป็นกรณีที่มีความจาเป็นโดยเร่งด่วนจากคณะรัฐมนตรีเป็นรัฐมน
ตรี (ร่างมาตรา 5 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 13 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง)
              4.
กาหนดระยะเวลาในการใช้สิทธิร้องขอให้เจ้าหน้าที่เวนคืนโรงเรือนหรือสิ่งป
ลู ก ส ร้ า ง ที่ เ ห ลื อ อ ยู่ ซึ่ ง ใ ช้ ก า ร ไ ม่ ไ ด้
และก าหนดระยะเวลาการพิ จ ารณาค าร้ อ งของเจ้ า หน้ า ที่ (ร่ า งมาตรา 6
แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 19                 วรรคหนึ่ง)
              5.
กาหนดหลักเกณฑ์การร้องขอให้เจ้าหน้าที่เวนคืนหรือจัดซื้อที่ดินส่วนที่เหลือ
และใช้การไม่ได้ตลอดจนกาหนดระยะเวลาการยื่นคาร้องและกาหนดสิทธิอุ
ทธรณ์ (ร่างมาตรา 7 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 20)
              6.
กาหนดขยายระยะเวลาการวินิจฉัยอุทธรณ์ของรัฐมนตรีจากหกสิบวันเป็นห
นึ่งร้อยแปดสิบวัน (ร่างมาตรา 8 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 25 วรรคสอง)

            7. กาหนดสิทธิฟ้องคดีต่อศาลให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น (ร่างมาตรา
9 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 26)
            8. กาหนดให้รัฐคืนอสังหาริมทรัพย์ให้เจ้าของเดิมหรือทายาท
ในกรณีที่อสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืนไม่ได้นาไปใช้ประโยชน์ตามวัตถุประส
งค์ของการเวนคืนภายในระยะเวลาที่กาหนดในพระราชบัญญัติเวนคืนอสังห
า            ริ          ม               ท                 รั             พ           ย์
หรือในกรณีที่รัฐไม่มีความจาเป็นที่จะต้องใช้ประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์เพื่
อประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของการเวนคืนอีกต่อไป                             (ร่ างมาตรา 10
เพิ่ ม หมวด 3/1 การคื น อสั ง หาริ ม ทรั พ ย์ ใ ห้ เ จ้ า ของเดิ ม หรื อ ทายาท มาตรา
32/1 มาตรา 32/2 มาตรา 32/3 มาตรา 32/4 มาตรา 32/5 และมาตรา 32/6)
                                             8
3       .             เ      รื่      อ       ง
ร่างพระราชบัญญัติความลับทางการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….
               คณะรั ฐมนตรี เห็ น ชอบร่ า งพระราชบั ญญั ติค วามลั บ ทางการค้ า
(ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ที่สานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว
ต า ม ที่ ก ร ะ ท ร ว ง พ า ณิ ช ย์ เ ส น อ
แ ล ะ ใ ห้ ส่ ง ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ป ร ะ ส า น ง า น ส ภ า ผู้ แ ท น ร า ษ ฎ ร พิ จ า ร ณ า
ก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป
               ส า ร ะ ส า คั ญ ข อ ง ร่ า ง พ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ
เป็ น การแก้ ไ ขเพิ่ ม เติ ม พระราชบั ญ ญั ติ ค วามลั บ ทางการค้ า พ.ศ.                2545
ดังต่อไปนี้
               1. แก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบ คุณสมบัติ วาระการดารงตาแหน่ง
ก      า       ร     พ้     น        จ      า    ก      ต       า     แ      ห      น่     ง
แ ล ะ วิ ธี ก า ร ป ร ะ ชุ ม ข อ ง ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ค ว า ม ลั บ ท า ง ก า ร ค้ า
(แก้ ไ ขเพิ่ ม เติ ม มาตรา 16 มาตรา 18 มาตรา 20 วรรคสองและวรรคสี่
และมาตรา 26 และยกเลิกมาตรา 17)
               2. แ ก้ ไ ข เ พิ่ ม เ ติ ม บ ท ก า ห น ด โ ท ษ ใ ห้ เ ห ม า ะ ส ม ยิ่ ง ขึ้ น
(แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 34 และมาตรา 35 วรรคหนึ่ง)

4. เรื่อง ร่างกฎกระทรวงสถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว พ.ศ. ….

        คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงสถานีบริการก๊ าซปิโตรเลี
ย ม เ ห ล ว พ .ศ .               …. ต า ม ที่ ก ร ะ ท ร ว ง พ ลั ง ง า น ( พ น .) เ ส น อ
แ ล ะ ใ ห้ ส่ ง ส า นั ก ง า น ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ก ฤ ษ ฎี ก า ต ร ว จ พิ จ า ร ณ า
โดยให้ รั บ ความเห็ น ของกระทรวงทรั พ ยากรธรรมชาติ แ ละสิ่ ง แวดล้ อ ม
ก ร ะ ท ร ว ง ส า ธ า ร ณ สุ ข แ ล ะ ก ร ะ ท ร ว ง อุ ต ส า ห ก ร ร ม
ไปประกอบการพิจารณาด้วย แล้วดาเนินการต่อไปได้                                และให้ พน.
รับความเห็นของสานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่ง
ชาติไปพิจารณาดาเนินการต่อไป
               สาระสาคัญของร่างกฎกระทรวง
               1. ก าหนดบทนิ ย ามค าว่ า “สถานี บ ริ ก ารก๊ า ซปิ โ ตรเลี ย มเหลว”
“อ า ค า ร บ ริ ก า ร ” “เ ข ต ส ถ า นี บ ริ ก า ร ก๊ า ซ ปิ โ ต ร เ ลี ย ม เ ห ล ว ”
“เขตบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว” “บริเวณอันตราย” เป็นต้น (ร่างข้อ 2)
               2.
กาหนดลักษณะและระยะปลอดภัยของสถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลวที่บร
รจุ ก๊ า ซปิ โ ตรเลี ย มเหลวให้ แ ก่ ย านพาหนะทางบกที่ ติ ด ตั้ ง ถั ง ก๊ า ซรถยนต์
ร ะ ย ะ ห่ า ง จ า ก ส ถ า น ที่ ส า คั ญ ๆ ก า ห น ด จุ ด เ ริ่ ม ต้ น
ร ะ ย ะ ห่ า ง ร ะ ห ว่ า ง ท า ง เ ข้ า แ ล ะ ท า ง อ อ ก ส า ห รั บ ย า น พ า ห น ะ
และกาหนดเขตพื้นที่ห้ามก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างอื่นใด (ร่างข้อ 3)
               3. ก า ห น ด ห ลั ก เ ก ณ ฑ์ ก า ร ตั้ ง ถั ง เ ก็ บ แ ล ะ จ่ า ย ก๊ า ซ
กา ร ว าง ร ะ บ บท่ อก๊ าซ กา ร ติ ด ตั้ ง อุ ป กร ณ์ เข้ ากั บถั งเ ก็ บแ ละ จ่ า ยก๊ า ซ
หั ว จ่ า ย ก๊ า ซ แ ล ะ ส า ย หั ว จ่ า ย ก๊ า ซ ปิ โ ต ร เ ลี ย ม เ ห ล ว
                                              9

การตั้ ง ตู้ จ่ า ยก๊ า ซปิ โ ตรเลี ย มเหลวในสถานี บ ริ ก ารก๊ า ซปิ โ ตรเลี ย มเหลว
ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกาหนด (ร่างข้อ 4 ถึงร่างข้อ 6)
                 4.
กาหนดให้บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวลงในถังก๊าซรถยนต์ได้ไ ม่เกิน ร้อยละ
85 ข อ ง ค ว า ม จุ ข อ ง ถั ง ก๊ า ซ ร ถ ย น ต์
กาหนดห้ามบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวลงในถังก๊าซหุงต้มภายในสถานีบริกา
ร ก๊ า ซ ปิ โ ต ร เ ลี ย ม เ ห ล ว
กาหนดวิธีปฏิบัติในการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวจากถังขนส่งก๊าซทางบก
(ร่างข้อ 7 ถึงร่างข้อ 10)
                 5. กาหนดบริเวณอันตรายของสถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว
กาหนดให้ผู้ประกอบกิจการก๊าซปิโตรเลียมเหลวยื่นหนังสือขอรับการตรวจส
อ บ แ ล ะ ห นั ง สื อ รั บ ร อ ง ก า ร ป ฏิ บั ติ จ า ก ผู้ ท ด ส อ บ แ ล ะ ต ร ว จ ส อ บ
เ มื่ อ ติ ด ตั้ ง ร ะ บ บ ไ ฟ ฟ้ า เ ค รื่ อ ง ใ ช้ ไ ฟ ฟ้ า อุ ป ก ร ณ์ ไ ฟ ฟ้ า
และระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่าเสร็จแล้ว (ร่างข้อ 11 ถึงร่างข้อ 12)


                6.
กาหนดระบบการป้องกันและระงับอัคคีภัยในสถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหล
ว วิ ธี ป ฏิ บั ติ เ มื่ อ ก๊ า ซปิ โ ตรเลี ย มเหลวรั่ ว ก าหนดห้ า มกร ะท าการใด ๆ
ที่อาจเกิดเปลวไฟหรือประกายไฟในสถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว

กาหนดให้ติดตั้งเครื่องส่งเสียงดังเมื่อก๊าซปิโตรเลียมเหลวรั่วไว้ที่บริเวณที่ตั้ง
ถั ง เ ก็ บ แ ล ะ จ่ า ย ก๊ า ซ แ ล ะ บ ริ เ ว ณ ตู้ จ่ า ย ก๊ า ซ ปิ โ ต ร เ ลี ย ม เ ห ล ว
อย่างน้อยบริเวณละหนึ่งเครื่อง (ร่างข้อ 13 ถึงร่างข้อ 16)
                7. ก า ห น ด บ ท เ ฉ พ า ะ ก า ล
กรณีเขตสถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลวของสถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเ
ห ล ว ที่ ไ ด้ รั บ อ นุ ญ า ต ไ ว้ แ ล้ ว ก่ อ น ก ฎ ก ร ะ ท ร ว ง นี้ ใ ช้ บั ง คั บ
ใ ห้ ถื อ เ ป็ น เ ข ต บ ริ ก า ร ก๊ า ซ ปิ โ ต ร เ ลี ย ม เ ห ล ว ต า ม ก ฎ ก ร ะ ท ร ว ง นี้
(ร่างข้อ 20)

5.          เ รื่ อ ง ร่ า ง พ ร ะ ร า ช ก ฤ ษ ฎี ก า ใ ห้ ใ ช้ บ ท บั ญ ญั ติ ม า ต ร า 3
แห่งพระราชบัญญัติให้นาวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับใ
นศาลจังหวัด พ.ศ. 2520 บังคับสาหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ..)
พ.ศ. ....

          คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญั
ติ       ม         า           ต            ร             า                       3
แห่งพระราชบัญญัติให้นาวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับใ
นศาลจังหวัด พ.ศ. 2520 บังคับสาหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ..)
พ.ศ. ....            ต า ม ที่ ส า นั ก ง า น ศ า ล ยุ ติ ธ ร ร ม ( ศ ย . ) เ ส น อ
                                             10

และให้ส่งสานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้วดาเนินการต่อ
ไปได้
                ข้อเท็จจริง
                ศ           ย       .               เ       ส     น          อ      ว่    า
เห็นควรให้ปรับปรุงเขตอานาจศาลจังหวัดเทิงให้มีเขตตลอดท้องที่ให้สอดคล้
อ ง กั บ เ ข ต ก า ร ป ก ค ร อ ง ท้ อ ง ที่ ปั จ จุ บั น
เ พื่ อ ใ ห้ ก า ร พิ จ า ร ณ า ค ดี เ ป็ น ไ ป โ ด ย เ ส ม อ ภ า ค
ป ร ะ ช า ช น ไ ด้ รั บ ผ ล ป ฏิ บั ติ ใ น ท า ง ค ดี เ ท่ า เ ที ย ม กั น
ตลอดทั้งการสอบสวนและการพิจารณาพิพากษาคดีในศาลจะได้เป็นไปโดย
ส       ะ      ด        ว      ก      ร     ว     ด     เ     ร็  ว      ยิ่   ง      ขึ้ น
ตามตารางเปรียบเทียบบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา 3
แห่งพระราชบัญญัติให้นาวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับใ
นศาลจังหวัด พ.ศ. 2520 บังคับสาหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ พ.ศ. 2520
ซึ่ ง แ ก้ ไ ข เ พิ่ ม เ ติ ม โ ด ย พ ร ะ ร า ช ก ฤ ษ ฎี ก า ฯ ( ฉ บั บ ที่ 7) พ . ศ . 2532
ก า ห น ด ใ ห้ ศ า ล จั ง ห วั ด ต่ า ง                                                   ๆ
สามารถนาวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดสา
หรับคดีอาญาที่อยู่ในอานาจศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้นในบางท้องที่ได้ ดังนี้

                                           ิ
พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัตมาตรา 3 ร่างพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บท
                             ิ
 แห่งพระราชบัญญัตให้นาวิธีพจารณาควา     ิ                         บัญญัติมาตรา 3
                                    ั
 มอาญาในศาลแขวงมาใช้บงคับในศาลจัง แห่งพระราชบัญญัตให้นาวิธีพิ                      ิ
                 หวัด พ.ศ. 2520                          จารณาความอาญาในศาลแขว
                          ี่     ้
    บังคับสาหรับคดีทเกิดขึนในบางท้องที่                               ั
                                                           งมาใช้บงคับในศาลจังหวัด
             (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2532                                    พ.ศ. 2520
                                                                              ี่
                                                         บังคับสาหรับคดีทเกิดขึนในบา  ้
                                                           งท้องที่ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
จังหวัด เขตหรืออาเภอ                                    จังหวัด เขตหรืออาเภอ
เชี ย งรา เมื อ งเชี ย งราย เชี ย งแสน เทิ ง เชี ย งรา ทุกอาเภอ
ย           ป่ า แด ด พาน แม่ จั น แม่ ส รวย ย
            แม่สาย เวียงชัย และเวียงป่าเป้า
ซึ่งคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 19/2554
เ มื่ อ วั น ที่ 26                                                  ธั น ว า ค ม 2554
เ ห็ น ช อ บ ใ ห้ เ ส น อ ร่ า ง พ ร ะ ร า ช ก ฤ ษ ฎี ก า ใ ห้ ใ ช้ บ ท บั ญ ญั ติ ม า ต ร า 3
แห่งพระราชบัญญัติให้นาวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับใ
นศาลจังหวัด พ.ศ. 2520 บังคับสาหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ..)
พ.ศ. .... เพื่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
              สาระสาคัญของร่างพระราชกฤษฎีกา
              1.
กาหนดให้พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับเมื่อพ้นกาหนดสามสิบวันนับแต่วันปร
ะกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (ร่างมาตรา 2)
                                        11
            2.                            แก้ ไ ขเพิ่ ม เติ ม ความในล าดั บ ที่ 12
ข อ ง บั ญ ชี ท้ า ย พ ร ะ ร า ช ก ฤ ษ ฎี ก า ใ ห้ ใ ช้ บ ท บั ญ ญั ติ ม า ต ร า 3
แห่งพระราชบัญญัติให้นาวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับใ
นศาลจังหวัด พ.ศ. 2520 บังคับสาหรับคดีที่เกิด

ในบางท้องที่ พ.ศ. 2520 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกา ฯ (ฉบับที่
7) พ . ศ . 2532                                 ( ร่ า ง ม า ต ร า 3)
เพื่อให้นาวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดเทิง
สาหรับคดีอาญาที่อยู่ในอานาจศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่ทุกอาเภอของจั
งหวัดเชียงราย

6         .                  เ          รื่      อ           ง
ร่างพระราชกฤษฎีกากาหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไฟแช็กก๊าซต้องเป็น
ตามมาตรฐาน พ.ศ. ….

       คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากาหนดให้ผลิตภัณฑ์
อุ ต ส า ห ก ร ร ม ไ ฟ แ ช็ ก ก๊ า ซ ต้ อ ง เ ป็ น ต า ม ม า ต ร ฐ า น พ .ศ .   ….
ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอและให้สานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาต
รวจพิจารณาแล้วดาเนินการต่อไปได้
              ส า ร ะ ส า คั ญ ข อ ง ร่ า ง พ ร ะ ร า ช ก ฤ ษ ฎี ก า
เป็นการให้ยกเลิกพระราชกฤษฎีกากาหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไฟแช็
ก ก๊ า ซ ต้ อ ง เ ป็ น ไ ป ต า ม ม า ต ร ฐ า น พ .ศ .                         2543
และกาหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไฟแช็กก๊าซต้องเป็นไปตามมาตรฐานเ
ลขที่ มอก. 879-2553 (ร่างมาตรา 3 และร่างมาตรา 4)

7. เรื่อง ร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการในกระทรวงพาณิชย์ รวม 3 ฉบับ

      คณะรัฐมนตรีรับทราบร่างกฎกระทรวงที่สานักงานคณะกรรมการกฤษ
ฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว รวม 3 ฉบับตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ ดังนี้
           1. ร่ า งกฎกระทรวงแบ่ ง ส่ ว นราชการส านั ก งานปลั ด กระทรวง
กระทรวงพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….
           2.        ร่ า งกฎกระทรวงแบ่ ง ส่ ว นราชการกรมการค้ า ภายใน
กระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. …. และ
           3. ร่ างกฎกระทรวงแบ่ง ส่วนราชการกรมพัฒนาธุร กิจการค้า
กระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. ….
และส านั ก เลขาธิ ก ารคณะรั ฐ มนตรี จ ะได้ เ สนอร่ า งกฎกระทรวงรวม 3
ฉบับดังกล่าวให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ลงนามและประกาศในราช
กิจจานุเบกษาต่อไป
           สาระสาคัญของร่างกฎกระทรวง
           1. ร่ า งกฎกระทรวงแบ่ ง ส่ ว นราชการส านั ก งานปลั ด กระทรวง
ก ร ะ ท ร ว ง พ า ณิ ช ย์ ( ฉ บั บ ที่ ..) พ .ศ .                    ….
เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสานักงานปลัดกระทรวง
                                           12
กระทรวงพาณิ ช ย์ พ.ศ.              2553 เ พื่ อ แ ก้ ไ ข ชื่ อ ข อ ง
“ส านั ก นโยบายเศรษฐกิ จ การพาณิ ช ย์ ” เป็ น “ส านั ก นโยบายและแผน”
และให้มีอานาจหน้าที่ตามที่กาหนด (ร่างข้อ 1 และร่างข้อ 2)
             2.       ร่ า งกฎกระทรวงแบ่ ง ส่ ว นราชการกรมการค้ า ภายใน
กระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. ….
                   2.1
ก าหนด ใ ห้ ย กเลิ ก กฎกร ะ ทร วงแบ่ งส่ ว นร า ชการ ก ร มการ ค้ าภายใ น
กระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2545
                   2.2
ให้กรมการค้าภายในมีภารกิจเกี่ยวกับการเสริมสร้างประสิทธิภาพการค้าภา
ย ใ น ป ร ะ เ ท ศ              โ ด ย ก า กั บ ดู แ ล             ส่ ง เ ส ริ ม
และพั ฒ นาการ ค้ า ภายในประเทศใ ห้ ด าเนิ น ไปอย่ า งมี ป ร ะสิ ท ธิ ภ าพ
มี ก า ร แ ข่ ง ขั น อ ย่ า ง เ ป็ น ธ ร ร ม ใ น ร ะ บ บ ก า ร ค้ า เ ส รี
และผู้บริโภคได้รับการพิทักษ์ประโยชน์ และให้มีอานาจหน้าที่ตามที่กาหนด
(ร่างข้อ 2)
                   2.3 ใ ห้ แ บ่ ง ส่ ว น ร า ช ก า ร ก ร ม ก า ร ค้ า ภ า ย ใ น
ก ร ะ ท ร ว ง พ า ณิ ช ย์ ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย 6 ส า นั ก 1 ส า นั ก ง า น 2 ก อ ง
โดยให้มีอานาจหน้าที่ตามที่กาหนด (ร่างข้อ 3 ร่างข้อ 6 ถึงร่างข้อ 14)
                   2.4 ให้มีกลุ่มตรวจสอบภายใน และกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร
รั บ ผิ ด ช อ บ ง า น ขึ้ น ต ร ง ต่ อ อ ธิ บ ดี ก ร ม ก า ร ค้ า ภ า ย ใ น
โดยให้มีอานาจหน้าที่ตามกาหนด (ร่างข้อ 4 และร่างข้อ 5)
             3. ร่ างกฎกระทรวงแบ่ง ส่วนราชการกรมพัฒนาธุร กิจการค้า
กระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. ….
                   3.1
กาหนดให้ยกเลิกกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระท
รวงพาณิชย์ พ.ศ. 2545
                   3.2
ให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีภารกิจเกี่ยวกับการพัฒนาธุรกิจการค้าและบริกา
ร
โดยส่งเสริมและพัฒนาการประกอบธุรกิจของประเทศให้มีศักยภาพมีการบริ
หารจัดการที่เป็นระบบและสอดคล้องกับ

ม        า      ต        ร      ฐ        า        น       ส      า        ก        ล
รวมทั้งส่งเสริมบทบาทสถาบันการค้าเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับชุม
ชนถึงระดับประเทศ และให้มีอานาจหน้าที่ตามที่กาหนด (ร่างข้อ 3 ร่างข้อ 6
ถึงร่างข้อ 12)
                  3.4 ให้มีกลุ่มตรวจสอบภายใน และกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร
รั บ ผิ ด ช อ บ ง า น ขึ้ น ต ร ง ต่ อ อ ธิ บ ดี ก ร ม พั ฒ น า ธุ ร กิ จ ก า ร ค้ า
โดยให้มีอานาจหน้าที่ตามกาหนด (ร่างข้อ 4 และร่างข้อ 5)

8.               เ รื่ อ ง ร่ า ง ก ฎ ก ร ะ ท ร ว ง ฉ บั บ ที่ .. ( พ .ศ .            ….)
อ อ ก ต า ม ค ว า ม ใ น ป ร ะ ม ว ล รั ษ ฎ า ก ร ว่ า ด้ ว ย ก า ร ย ก เ ว้ น รั ษ ฎ า ก ร
                                             13

(มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการถ่ายทาภาพยนตร์ตางประเทศในประเทศไท    ่
ย)
               คณะรั ฐ มนตรี เ ห็น ชอบร่ างกฎกระทรวง ฉบั บที่ .. (พ.ศ.                ….)
อ อ ก ต า ม ค ว า ม ใ น ป ร ะ ม ว ล รั ษ ฎ า ก ร ว่ า ด้ ว ย ก า ร ย ก เ ว้ น รั ษ ฎ า ก ร
(มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการถ่ายทาภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไท
ย                                                                                        )
ที่สานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้วตามที่กระทรวงการค
ลังเสนอ และให้ดาเนินการต่อไปได้
               ส า ร ะ ส า คั ญ ข อ ง ร่ า ง ก ฎ ก ร ะ ท ร ว ง
เป็นการกาหนดให้เงินได้ที่นักแสดงสาธารณะที่เป็นนักแสดงภาพยนตร์ซึ่งมี
ภูมิลาเนาอยู่ในต่างประเทศได้รับอันเนื่องมาจากการแสดงภาพยนตร์ต่างประ
เทศซึ่งดาเนินการสร้างโดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎห
มายของต่างประเทศและได้รับอนุ ญาตการสร้างตามกฎหมายว่าด้วยภาพยน
ต           ร์        แ        ล         ะ           วี      ดิ      ทั       ศ         น์
เป็น เงิ นได้พึง ประเมินที่ไ ด้รั บยกเว้นไม่ต้องรวมคานวณเพื่อเสียภาษี เงิ นได้
ทั้ง นี้ สาหรั บ เงิ น ได้พึง ประเมิน ที่ไ ด้รั บตั้งแต่วัน ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554
ถึง วัน ที่ 31 ธัน วาคม พ.ศ. 2558 (แก้ ไ ขเพิ่มเติ มข้อ 2 แห่ง กฎกระทรวง
ฉบั บ ที่ 126 (พ.ศ .               2509) ออกตามความใ นประมวลรั ษฎากร
ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร)

9. เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.
....

       คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิ
จการของรัฐ พ.ศ. .... ที่สานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว
และให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาก่อนเสนอส
ภ า ผู้ แ ท น ร า ษ ฎ ร พิ จ า ร ณ า ต่ อ ไ ป
และให้กระทรวงการคลังรับความเห็นของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศแล
ะการสื่อสารไปพิจารณาดาเนินการต่อไปด้วย
             สาระสาคัญของร่างพระราชบัญญัติ
             1 . ก า ห น ด ใ ห้ ภ า ย ใ น ร ะ ย ะ เ ว ล า 2 ปี
นับแต่วันพ้นจากตาแหน่งห้ามมิให้คณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วม
ล ง ทุ น ใ น กิ จ ก า ร ข อ ง รั ฐ เ ป็ น ก ร ร ม ก า ร ผู้ มี อ า น า จ ใ น ก า ร จั ด ก า ร
ที่ปรึกษาหรือถือหุ้นเกินร้อยละศูนย์จุดห้าของทุนที่ชาระแล้วของเอกชนที่ค
ณะกรรมการดังกล่าวได้อนุมัติหลักการให้ร่วมลงทุนในกิจการของรั ฐหรือได้
ท า สั ญ ญ า ร่ ว ม ล ง ทุ น กั บ ห น่ ว ย ง า น เ จ้ า ข อ ง โ ค ร ง ก า ร
และให้มีอานาจในการให้คาแนะนาหรือความเห็นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรว
งการคลังก่อนมีการตราพระราชกฤษฎีกายกเว้นไม่ให้นาร่างพระราชบัญญัติ
นี้มาใช้บังคับแก่การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (ร่างมาตรา 15-
ร่างมาตรา 16)
                                          14
               2                          .
กาหนดให้รัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดเสนอกรอบนโยบายการให้เอกชนร่วม
ลงทุนในกิจการของรัฐในความรับผิดชอบของกระทรวงต่อคณะกรรมการนโ
ยบายการให้ เ อกชนร่ ว มลงทุ น ในกิ จ การของรั ฐ ตามระยะเวลาที่ ก าหนด
เ พื่ อ เ ป็ น ข้ อ มู ล ป ร ะ ก อ บ ก า ร จั ด ท า แ ผ น ยุ ท ธ ศ า ส ต ร์ ต่ อ ไ ป
โ ด ย ก ร อ บ น โ ย บ า ย ที่ แ ต่ ล ะ ก ร ะ ท ร ว ง เ ส น อ ใ ห้ แ ส ด ง ภ า พ ร ว ม
ลั     ก      ษ     ณ      ะ     ข    อ     ง    โ     ค     ร     ง     ก    า     ร
ลาดับความสาคัญของกิจการของรัฐในความรับผิดชอบของกระทรวงที่จาเป็
นหรือเหมาะสมจะให้เอกชนร่วมลงทุน (ร่างมาตรา 20)
               3                                                                     .
กาหนดให้หน่วยงานเจ้าของโครงการต้องว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อจัดทารายงาน
ผ ล ก า ร ศึ ก ษ า แ ล ะ วิ เ ค ร า ะ ห์ โ ค ร ง ก า ร
และให้หน่วยงานเจ้าของโครงการส่งรายงานของที่ปรึกษาเพื่อใช้ประกอบก
ารพิจารณาเสนอโครงการด้วย (ร่างมาตรา 25)
               4                                                                     .
กาหนดขั้นตอนการดาเนินโครงการเพื่อคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุนในกิจก
ารของรัฐ (ร่างมาตรา 31-ร่างมาตรา 41)




              5                                                             .
กาหนดให้จัดตั้งกองทุนส่งเสริมการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐใน
ก       ร      ะ       ท        ร       ว       ง ก า ร     ค       ลั      ง
เพื่อสนับสนุนการจัดทาแผนยุทธศาสตร์และสนับสนุนหน่วยงานของรัฐในกา
ร เ ส น อ โ ค ร ง ก า ร ที่ ส อ ด ค ล้ อ ง กั บ        แ ผ น ยุ ท ธ ศ า ส ต ร์
การจั ด ท าผลการศึ ก ษาและวิ เ คราะห์ โ ครงการและการจ้ า งที่ ป รึ ก ษา
(ร่างมาตรา 48)

                                      เศรษฐกิจ
1 0 .                                                        เ รื่ อ ง
มาตรการภาษีเพื่อให้ผู้ขายบุหรี่ที่ผลิตภายในประเทศเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเ
พิ่ม ภายใต้กระบวนการระงับข้อพิพาทขององค์การการค้าโลก

        คณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อให้ผู้ขายบุหรี่ที่ผลิตภายในปร
ะ เ ท ศ เ ข้ า สู่ ร ะ บ บ ภ า ษี มู ล ค่ า เ พิ่ ม
ภ า ย ใ ต้ ก ร ะ บ ว น ก า ร ร ะ งั บ ข้ อ พิ พ า ท ข อ ง อ ง ค์ ก า ร ก า ร ค้ า โ ล ก
และอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่ า ด้ ว ย ก า ร ย ก เ ว้ น ภ า ษี มู ล ค่ า เ พิ่ ม ( ฉ บั บ ที่ ..) พ .ศ .       ….
ตามที่กระทรวงการคลังเสนอและให้ส่งสานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรว
จพิจารณา แล้วดาเนินการต่อไปได้
                                              15

       ส า ร ะ ส า คั ญ ข อ ง ร่ า ง พ ร ะ ร า ช ก ฤ ษ ฎี ก า
เป็นการยกเลิกการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสาหรับการประกอบกิจการขายบุหรี่
ซิกาแรตที่ผลิ ตโดยผู้ป ระกอบอุตสาหกรรมยาสูบที่เป็นองค์การของรั ฐบาล
โ ด ยผู้ ข ายที่ มิ ใ ช่ ผู้ ป ร ะกอบอุ ต สา หกร ร มยาสู บ ที่ ผ ลิ ต สิ น ค้ า ดั ง กล่ า ว
แต่ ไ ม่ ร วมถึ ง ผู้ ข ายที่ เ ป็ น คลั ง สิ น ค้ า ทั ณ ฑ์ บ นประเภทร้ า นค้ า ปลอดอากร
ต         า        ม          ม          า          ต        ร     า              3(      1)
แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นภ
า ษี มู ล ค่ า เ พิ่ ม ( ฉ บั บ ที่ 239) พ .ศ .                                      2534
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่า
ด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 408) พ.ศ. 2545

11. เรื่อง ขออนุมัติเปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณ

       คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอการเปลี่ยนแปลง
ร า ย ก า ร ง บ ป ร ะ ม า ณ ข อ ง เ ท ศ บ า ล น ค ร เ ชี ย ง ใ ห ม่
จากการดาเนินการก่อสร้างอุทยานการเรียนรู้แห่งใหม่ของเทศบาลนครเชียง
ใ                                            ห                                               ม่
ตามยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบนและจังหวัดเชียงให
ม่ ว งเ งิ น ร ว ม 5 0 ล้ า น บา ท เ พื่ อด า เ นิ น โ คร ง ก าร ใ หม่ 4 โ ค ร ง ก า ร
ประกอบด้วย
              1. โครงการก่อสร้างปรับปรุงผิวจราจรถนนราชดาเนิน ในวงเงิน
14,230,000 บาท
              2                                                                               .
โครงการปรับปรุงและซ่อมแซมก่อสร้างสนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่และ
ลานกีฬาภายในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ ในวงเงิน 8,180,000 บาท
              3                                                                               .
โครงการติ ด ตั้ ง ตู้ ค วบคุ ม สั ญ ญาณไฟจราจรด้ ว ยระบบคอมพิ ว เตอร์ ATC
แ ล ะ ร ะ บ บ บั น ทึ ก ภ า พ ภ า ย ใ น เ ข ต เ ท ศ บ า ล น ค ร เ ชี ย ง ใ ห ม่ ใ น ว ง เ งิ น
19,297,200 บาท
              4                                                                               .
โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ไฟฟ้าแสงสว่างและพัฒนาภูมิทัศน์คูเมืองในวงเงิน
4,232,000 บาท
รวมวงเงินทั้งสิ้น 45,939,200 บาท
              ทั้ ง นี้ ใ ห้ ก ร ม ส่ ง เ ส ริ ม ก า ร ป ก ค ร อ ง ส่ ว น ท้ อ ง ถิ่ น
โ ด ย เ ท ศ บ า ล น ค ร เ ชี ย ง ใ ห ม่ ข อ ท า ค ว า ม ต ก ล ง กั บ
ส       า        นั      ก       ง       บ        ป       ร       ะ        ม      า        ณ
เพื่อเปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณที่กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีดังกล่าวตามระเ
บียบฯ ต่อไป ตามความเห็นของสานักงบประมาณ
                                                  16
1         2    .          เ     รื่    อ       ง
การกู้เงินเพื่อทดแทนพันธบัตรเดิมที่ครบกาหนดของธนาคารอาคารสงเคราะ
ห์
                คณะรั ฐ มนตรี อนุ มั ติ ใ ห้ ธ นาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
กู้ เ งิ น ใ นปร ะเทศใ นปี ง บปร ะมาณ 2555 จ าน วน 21,10 0 ล้ า นบา ท
เพื่ อ ทดแทนพั น ธบั ต รเดิ ม ที่ ค รบก าหนด โดยกระทรวงการคลั ง (กค.)
ค้าประกัน และอนุมัติให้ กค. เป็นผู้พิจารณาการกู้เงิน วิธีการกู้เงิน เงื่อนไข
แ ล ะ ร า ย ล ะ เ อี ย ด ต่ า ง ๆ ข อ ง ก า ร กู้ เ งิ น
แ ล ะ ก า ร ค้ า ป ร ะ กั น ใ น แ ต่ ล ะ ค รั้ ง ไ ด้ ต า ม ค ว า ม เ ห ม า ะ ส ม แ ล ะ จ า เ ป็ น
ต า ม ที่ ก ร ะ ท ร ว ง ก า ร ค ลั ง เ ส น อ
และให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์รับความเห็นของสานักงานคณะกรรมการพั
ฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปพิจารณาดาเนินการต่อไปด้วย

13. เรื่ อ ง การกู้ เ งิ น เพื่ อ ใช้ ใ นโครงการแทรกแซงตลาดมั น ส าปะหลั ง ปี
2                 5               5                  4               /                5              5
โครงการพัฒ นาศักยภาพสถาบัน เกษตรกรเพื่อ รักษาเสถีย รภาพราคายาง
แ ล ะ โ ค ร ง ก า ร รั บ จ า น า ข้ า ว เ ป ลื อ ก น า ป รั ง ปี 2 5 5 5
ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
                 คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอดังนี้
                 1. ใ ห้ ธ . ก . ส. ใ ช้ เ งิ น กู้ โ ค ร ง ก าร รั บ จ า น าข้ า ว เป ลื อก น า ปี
ปี ก า ร ผ ลิ ต 2 5 5 4 / 5 5 ว ง เ งิ น 2 6 9 , 1 6 0 ล้ า น บ า ท เ ดิ ม
เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดาเนินโครงการแทรกแซงตลาดมันสาปะหลัง ปี
2 5 5 4 / 5 5 จ า น ว น 1 0 ล้ า น ตั น ว ง เ งิ น กู้ ไ ม่ เ กิ น 2 8 , 2 5 0 ล้ า น บ า ท
โครงการพั ฒ นาศั ก ยภาพสถาบัน เกษตรกรเพื่อรั กษาเสถีย รภาพราคายาง
วงเงินกู้ไม่เกิน 15,000 ล้านบาท และโครงการรับจานาข้าวเปลือกนาปรัง ปี
2555 จานวนประมาณ 8 ล้านตัน วงเงินกู้ไม่เกิน 120,000 ล้านบาท เพิ่มเติม
รวมวงเงินทั้งสิ้นไม่เกิน 163,250 ล้านบาท
                 2                     .                                        ใ                    ห้
ธ.ก.ส.กู้เงินเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดาเนินโครงการแทรกแซงตลาดมัน
สาปะหลังปี 2554/55 จานวน 10 ล้านตัน วงเงินกู้ไม่เกิน 28,250 ล้านบาท
โครงการพั ฒ นาศั ก ยภาพสถาบัน เกษตรกรเพื่อรั กษาเสถีย รภาพคารายาง
วงเงินกู้ไม่เกิน 15,000 ล้านบาท และโครงการรับจานาข้าวเปลือกนาปรัง ปี
2555 จ านวนประมาณ 8 ล้ า นตั น วงเงิ น กู้ ไ ม่ เ กิ น 120,000 ล้ า นบาท
รวมวงเงิ น ทั้ ง สิ้ น ไม่ เ กิ น 163,250 ล้ า นบาทจากสถาบั น การเงิ น ต่ า ง ๆ
ทั้ ง ภ า ค รั ฐ แ ล ะ เ อ ก ช น ร ว ม ทั้ ง                                  ใ ห้ ธ . ก . ส .
กู้เงินเพื่อบริหารจัดการหนี้เงินกู้ด้วยการ Refinance หรือ Roll over หรือ
Prepayment                 โดยกระทรวงการคลั ง ค้ าประกั น ต้ น เงิ น กู้ แ ละดอกเบี้ ย
รัฐบาลรับภาระชาระคืนต้นเงินและดอกเบี้ยจากการกู้เงิน และค่าใช้จ่ายต่าง
ๆ ที่เกิดขึ้นจริงจากการดาเนินโครงการทั้งหมด
                 3. ให้ ก ระทรวงการคลั ง เป็ น ผู้ พิ จ ารณาการกู้ เ งิ น วิ ธี ก ารกู้ เ งิ น
เงื่ อนไข และรายละเอีย ดต่าง ๆ ของการกู้เงิ น และการค้าประกัน เงิ น กู้ของ
ธ . ก . ส . ที่ เ กิ ด จ า ก ก า ร กู้ เ งิ น แ ล ะ ก า ร บ ริ ห า ร จั ด ก า ร ห นี้ ข อ ง ธ . ก . ส .
                                               17

โ ด ย ก ร ะ ท ร ว ง ก า ร ค ลั ง ค้ า ป ร ะ กั น เ งิ น กู้ ใ น แ ต่ ล ะ ค รั้ ง
ตามโครงการแทรกแซงตลาดมั น ส าปะหลั ง ปี 2554/55 วงเงิ น กู้ ไ ม่ เ กิ น
2         8          ,   2         5      0              ล้     า        น       บ        า     ท
โครงการพั ฒ นาศั ก ยภาพสถาบัน เกษตรกรเพื่อรั กษาเสถีย รภาพราคายาง
วงเงินกู้ไม่เกิน 15,000 ล้านบาท และโครงการรับจานาข้าวเปลือกนาปรังปี
2555 วงเงินกู้ไม่เกิน 120,000 ล้านบาท ได้ตามความเหมาะสมและจาเป็น
รวมทั้งการบริหารจัดการหนี้ร่วมกับ ธ.ก.ส. ด้วยการ Refinance หรือ Roll
over                                                                 ห รื อ Prepayment
โดยกระทรวงการคลั ง ค้ าประกั น จนกว่ า จะมี ก ารช าระคื น เงิ น กู้ เ สร็ จ สิ้ น
รัฐบาลรับภาระชาระคืนต้นเงินและดอกเบี้ยจากการกู้เงิน และค่าใช้จ่ายต่าง
ๆ ที่เกิดขึ้นจริง รวมทั้งผลขาดทุนที่เกิดขึ้นจากโครงการทั้งหมด
                   4.     ใ ห้ ธ . ก . ส . แ ย ก บั ญ ชี ก า ร ด า เ นิ น ง า น
บั ญ ชี ธ นาคารของโครงการแทรกแซงตลาดมั น ส าปะหลั ง ปี 2554/55
โครงการพั ฒ นาศั ก ยภาพสถาบัน เกษตรกรเพื่อรั กษาเสถีย รภาพราคายาง
แ ล ะ โ ค ร ง ก า ร รั บ จ า น า ข้ า ว เ ป ลื อ ก น า ป รั ง ปี 2 5 5 5 โ ด ย เ ฉ พ า ะ
เพื่อให้สานักงบประมาณจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจาปีชาระคืน ธ.ก.ส.
หากมีผลขาดทุนที่เกิดขึ้นจริงจากโครงการแทรกแซงตลาดมันสาปะหลัง ปี
2554/55 จานวน 10 ล้ านตัน และโครงการรั บจาน าข้าวเปลื อกนาปรั ง ปี
2 5 5 5                        จ า น ว น                       8          ล้ า น ตั น
ใ ห้ เ ส ร็ จ สิ้ น ทุ ก สิ้ น ปี ง บ ป ร ะ ม า ณ ห รื อ ไ ม่ เ กิ น ปี ง บ ป ร ะ ม า ณ ถั ด ไ ป
โ ด ย ไ ม่ ต้ อ ง ร อ ใ ห้ มี ก า ร ร ะ บ า ย ผ ลิ ต ผ ล เ ส ร็ จ สิ้ น ก่ อ น
เพื่อให้มีการรับ รู้กาไร/ขาดทุน จากการด าเนิน โครงการดัง กล่ าวในปีนั้น ๆ
ร ว ม ทั้ ง ช ด เ ช ย ต้ น ทุ น เ งิ น แ ล ะ ค่ า ใ ช้ จ่ า ย ด า เ นิ น ง า น
รวมทั้ง เงิ น ที่ใ ช้ใ นการด าเนิ น งานโครงการ ทั้ง ในส่วนของ                              ธ.ก.ส.
แ ล ะ ส่ ว น ที่ กู้ จ า ก ส ถ า บั น ก า ร เ งิ น
เพื่ อ มิ ใ ห้ เ ป็ น ภาระงบประมาณด้ า นดอกเบี้ ย จ่ า ยจากหนี้ ค งค้ า งโครงการฯ
เ ป็ น เ ว ล า น า น ร ว ม ทั้ ง เ พื่ อ ใ ห้ ธ . ก . ส .
ส า ม า ร ถ น า เ งิ น ไ ป ห มุ น เ วี ย น เ พื่ อ ใ ช้ ใ น โ ค ร ง ก า ร อื่ น ใ น ปี ต่ อ ๆ ไ ป
หากมีกาไรเกิดขึ้นจากการดาเนินงานหลังจากการระบายผลผลิตหรือสิ้นสุดโ
ครงการฯ ให้ ธ.ก.ส.นาเงินส่งคลังทันที
                   5                                                                             .
ให้หน่วยงานดาเนินการที่ได้จาหน่ายสินค้าตามโครงการแทรกแซงตลาดมัน
ส า ป ะ ห ลั ง                                                     ปี     2 5 5 4 / 5 5
โครงการพั ฒ นาศั ก ยภาพสถาบัน เกษตรกรเพื่อรั กษาเสถีย รภาพราคายาง
แ ล ะ โ ค ร ง ก า ร รั บ จ า น า ข้ า ว เ ป ลื อ ก น า ป รั ง ปี 2 5 5 5
และได้รั บ ชาระค่ าสิน ค้าแล้ วให้น าส่ง เงิ น ดังกล่ าวแก่ ธ.ก.ส. ภายใน 7 วัน
นับ จากวัน ที่ไ ด้รั บ เงิ น หากล่ าช้าให้ชาระเบี้ยปรับในอัตราร้ อยละ 15 ต่อปี
เพื่อ ธ.ก.ส.จะได้นาไปชาระหนี้และลดภาระหนี้เ งิ นกู้ต่อไป ทั้ง นี้ให้ ธ.ก.ส.
ช า ร ะ คื น แ ห ล่ ง เ งิ น กู้ ทั น ที ห รื อ ภ า ย ใ น 3 วั น ท า ก า ร โ ด ย ใ ห้
ธ.ก.ส.ชาระคืนเงินกู้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าก่อนเป็นลาดับแรก
                                               18

             6                                                                          .
ให้หน่วยงานดาเนินโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถี
ย ร ภ า พ ร า ค า ย า ง ไ ด้ แ ก่ ส ถ า บั น เ ก ษ ต ร ก ร แ ล ะ อ ง ค์ ก า ร ส ว น ย า ง
หน่ ว ยงานด าเนิ น โครงการแทรกแซงตลาดมั น ส าปะหลั ง ปี 2554/55
โดยองค์ การคลั งสิน ค้า (อคส.) และโครงการรั บจาน าข้าวเปลื อกนาปรัง ปี
2555 โดย อคส. และองค์ การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ดูแลคลั งสินค้า
( Stock)                         ข อ ง โ ค ร ง ก า ร ฯ ไ ม่ ใ ห้ มี ก า ร สู ญ ห า ย
เว้นแต่จะมีการเสื่อมคุณภาพของสินค้า

       ต                  า                 ม              ป                  ก                ติ
แต่ ห า กมี ก า ร สู ญ ห ายหรื อสิ น ค้ าเสื่ อ มคุ ณ ภ าพเพ ร าะค วามบ กพร่ อ ง
ห น่ ว ย ง า น ดั ง ก ล่ า ว จ ะ ต้ อ ง ช ด ใ ช้ ใ ห้ แ ก่ รั ฐ
เนื่องจากได้รับอนุมัติวงเงินจ่ายขาดสาหรับค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาสินค้า
แล้ว ทั้งนี้ ให้ อคส.และอ.ต.ก. ปิดบัญชีโครงการแทรกแซงตลาดมันสาปะลัง
ปี 2 5 5 4 / 5 5 แ ล ะ โ ค ร ง ก า ร รั บ จ า น า ข้ า ว เ ป ลื อ ก น า ป รั ง ปี 2 5 5 5
แ ล ะ ร า ย ง า น ใ ห้ ค ณ ะ รั ฐ ม น ต รี ท ร า บ ภ า ย ใ น 2 ปี
นับตั้งแต่เริ่มดาเนินการโครงการฯ
               7                                                                                .
ให้กระทรวงพาณิชย์แต่งตั้งคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการแทรกแซงต
ลาดมั น ส าปะหลั ง ปี 2554/55 และโครงการรั บ จ าน าข้ า วเปลื อ กนาปรั ง ปี
2                                5                             5                               5
รวมทั้งให้คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการปิดบั
ญชีโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง
เ พื่ อ ด า เ นิ น ก า ร ปิ ด บั ญ ชี โ ค ร ง ก า ร ดั ง ก ล่ า ว
ห ลั ง จ า ก ค ร บ ก า ห น ด ไ ถ่ ถ อ น แ ล ะ / ห รื อ สิ้ น สุ ด ร ะ ย ะ เ ว ล า โ ค ร ง ก า ร
แ ล ะ ข อ ใ ห้ ก ร ะ ท ร ว ง พ า ณิ ช ย์ เ ร่ ง ร ะ บ า ย ผ ลิ ต ผ ล
เ พื่ อ ล ด ค ว า ม เ สี่ ย ง ด้ า น ก า ร จั ด ห า เ งิ น ทุ น
และภาระการค้ าประกั น ของกระทรวงการคลั ง โดยมี ก ระทรวงพาณิ ช ย์
กระทรวงการคลัง (โดยสานักงานเศรษฐกิจการคลัง ) สานักงบประมาณและ
ธ . ก . ส . ร่ ว ม ติ ด ต า ม ก า ร ร ะ บ า ย ผ ลิ ต ผ ล อ ย่ า ง ใ ก ล้ ชิ ด
แ ล ะ ใ ห้ มี ก า ร ปิ ด บั ญ ชี เ ป็ น ปี ๆ ไ ป โ ด ย ใ ห้ แ ล้ ว เ ส ร็ จ ภ า ย ใ น 9 0 วั น
นับตั้งแต่วันสิ้นสุดรอบปีบัญชี
               8                                                                                .
ให้กระทรวงพาณิชย์และคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติกากับ ติดตาม
ควบคุ ม รวมทั้ ง รายงานความคื บ หน้ า ในการด าเนิ น งาน การเบิ ก จ่ า ยเงิ น
ก า ร ร ะ บ า ย สิ น ค้ า ป ริ ม า ณ แ ล ะ มู ล ค่ า สิ น ค้ า ค ง เ ห ลื อ ร ว ม ทั้ ง ปั ญ ห า
อุปสรรคที่เกิดขึ้นสาหรับโครงการแทรกแซงตลาดมั นสาปะหลัง ปี 2554/55
โครงการพั ฒ นาศั ก ยภาพสถาบัน เกษตรกรเพื่อรั กษาเสถีย รภาพราคายาง
แ ล ะ โ ค ร ง ก า ร รั บ จ า น า ข้ า ว เ ป ลื อ ก น า ป รั ง ปี 2 5 5 5
ใ ห้ ค ณ ะ รั ฐ ม น ต รี ท ร า บ ทุ ก วั น ที่ 7 ข อ ง เ ดื อ น ถั ด ไ ป
จ น ก ว่ า ห นี้ ค ง ค้ า ง ไ ด้ รั บ ช า ร ะ ค ร บ ถ้ ว น
                                            19

เพื่ อ ให้ ค ณะรั ฐ มนตรี ส ามารถติ ด ตามการด าเนิ น งานได้ อ ย่ า งใกล้ ชิ ด
พร้อมทั้งให้รายงานการระบายสินค้า ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าคงเหลือ
ให้ ก ระทรวงการคลั ง                       (โดยส านั ก งานบริ ห ารหนี้ ส าธารณะ )
และสานักงบประมาณทราบทุกรายไตรมาส
              แ ล ะ ใ ห้ ก ร ะ ท ร ว ง ก า ร ค ลั ง ก ร ะ ท ร ว ง เ ก ษ ต ร แ ล ะ ส ห ก ร ณ์
ก ร ะ ท ร ว ง พ า ณิ ช ย์ แ ล ะ ห น่ ว ย ง า น ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง รั บ ค ว า ม
เ ห็ น ข อ ง ส า นั ก ง บ ป ร ะ ม า ณ
และสานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปพิจาร
ณาดาเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย

14. เรื่อง รายงานสถานะความก้าวหน้าการดาเนินโครงการภายใต้งบกลาง
ร า ย ก า ร ค่ า ใ ช้ จ่ า ย ใ น ก า ร เ ยี ย ว ย า ฟื้ น ฟู
และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ

        คณะรัฐมนตรีรับทราบรายงานสถานะความก้าวหน้าการดาเนินการตา
มโครงการภายใต้ ง บกลาง รายการค่ า ใช้ จ่ า ยในการเยี ย วยา ฟื้ น ฟู
และป้ อ งกั น ความเสี ย หายจากอุ ท กภั ย อย่ า งบู ร ณาการ วงเงิ น 120,000
ล้ า น บ า ท             แ ล ะ ใ ห้ รั ฐ ม น ต รี               ส่ ว น ร า ช ก า ร
แ ล ะ รั ฐ วิ ส า ห กิ จ เ ร่ ง รั ด ด า เ นิ น ก า ร ใ น ส่ ว น ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง
ตามที่สานักงบประมาณและกรมบัญชีกลางเสนอ ดังนี้
               1. การจั ด สรรงบประมาณรายจ่ า ยประจ าปี ง บประมาณ พ.ศ.
2 5 5 5 ง บ ก ล า ง ร า ย ก า ร ค่ า ใ ช้ จ่ า ย ใ น ก า ร เ ยี ย ว ย า ฟื้ น ฟู
แ ล ะ ป้ อ ง กั น ค ว า ม เ สี ย ห า ย จ า ก อุ ท ก ภั ย อ ย่ า ง บู ร ณ า ก า ร
ใ ห้ ส่ ว น ร า ช ก า ร แ ล ะ รั ฐ วิ ส า ห กิ จ จ า น ว น 6 4 ห น่ ว ย ง า น เ ป็ น เ งิ น
1 1 5 , 1 4 9 . 9 7 3                                         ล้ า น บ า ท
ไม่มีการจัดสรรเพิ่มเติมจากที่ได้รายงานในการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอัง
คารที่ 20 มีนาคม 2555 โดยมีรายละเอียด ดังนี้
                     1.1 แผนการปฏิ บั ติ ง านและแผนการใช้ จ่ า ยสะสม ณ
เดือนมีนาคม 2555 เป็นเงิน 56,262.057 ล้านบาท เปรียบเทียบกับแผนฯ
ณ เดื อ นกุ ม ภาพั น ธ์ 2555 เป็ น เงิ น 41,783.037 ล้ า นบาท เพิ่ ม ขึ้ น
14,479.019 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 34.65

                   1                               .                             2
ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจได้ดาเนิ นการแล้วมีการเบิกจ่ายสะสม ณ วัน ที่
2 3 มี น า ค ม 2 5 5 5 เ ป็ น เ งิ น 3 9 , 6 9 4 . 9 0 6 ล้ า น บ า ท
เปรี ยบ เที ย บกั บผ ลกา ร เ บิ ก จ่ าย ณ วั น ที่ 9 มี น าค ม 2 55 5 เ ป็ น เงิ น
37,212.290 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,482.616 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 6.67
                   1.3 ส่ ว นราชการและรั ฐ วิ ส าหกิ จ ลงนามในสั ญ ญาแล้ ว
เป็ น เงิ น 49,511.421 ล้ า นบาท คิ ด เป็ น ร้ อ ยละ 43.00 ของวงเงิ น จั ด สรร
และยัง ไม่ล งนามในสัญ ญา เป็ น เงิ น 65,638.552 ล้ านบาท คิ ด เป็น ร้ อยละ
57.00 ของวงเงินจัดสรร
                                               20
                 2. สถานะการ เบิ ก จ่ า ย จาแนกออกเป็น 3 กลุ่มดังนี้
                      2.1 ส่วนราชการและรัฐวิสากิจที่ยังไม่เบิกจ่าย
                                2            .              1                 .                1
ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจที่ยังไม่เบิกจ่ายเนื่องจากยังไม่ถึงกาหนดการใช้
จ่ายตามแผนฯ จานวน 13 หน่วยงาน วงเงินจัดสรร 10,381.181 ล้านบาท
มี ก ารลงนามในสั ญ ญาแล้ ว 3 หน่ ว ยงาน เป็ น เงิ น 207.236 ล้ า นบาท
ส าหรั บ ส่ ว นราชการและรั ฐ วิ สาหกิ จ ที่ เ หลื อ อี ก จ านวน 10 หน่ ว ยงาน
ส่ ว น ใ ห ญ่ อ ยู่ ร ะ ห ว่ า ง ด า เ นิ น ก า ร จั ด ซื้ อ จั ด จ้ า ง
รวมทั้งมีการลงนามในสัญญาแล้วบางส่วนแต่อยู่ระหว่างการบันทึกข้อมูลกา
รลงนามในสัญญา (PO) ในระบบ GFMIS
                                2.1.2
ส่ ว นราชการและรั ฐ วิ ส าหกิ จ ที่ ถึ ง ก าหนดการใช้ จ่ า ยตามแผนฯ แล้ ว
แต่ ยั ง ไม่ มี ก ารเบิ ก จ่ า ย จ านวน 10 หน่ ว ยงาน วงเงิ น จั ด สรร 3,039.351
ล้ า น บ า ท เ นื่ อ ง จ า ก อ ยู่ ร ะ ห ว่ า ง ขั้ น ต อ น ก า ร จั ด ซื้ อ จั ด จ้ า ง ทั้ ง นี้
มีการลงนามในสัญญาแล้ว จานวน 1 หน่วยงาน เป็นเงิน 3.698 ล้านบาท
                      2                                   .                                    2
ส่ ว นราชการและรั ฐ วิ ส าหกิ จ ที่ มี ก ารเบิ ก จ่ า ยสะสมต่ ากว่ า ร้ อ ยละ 80
เมื่อเปรียบเทียบกับแผนการใช้จ่ายสะสม
                                2            .              2                 .                1
ส่ ว นราชการและรั ฐ วิ ส าหกิ จ ที่ มี ก ารเบิ ก จ่ า ยสะสมต่ ากว่ า ร้ อ ยละ 30
เมื่อเปรียบเทียบกับแผนฯ จานวน 16 หน่วยงาน ซึ่งได้รับวงเงินจัดสรรทั้งสิ้น
52,354.237 ล้ า นบาท มี ก ารลงนามในสั ญ ญาแล้ ว จ านวน 16 หน่ ว ยงาน
เป็นเงิน 10,234.095 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 19.55 ของวงเงินจัดสรรทั้งสิ้น
ในการนี้มีผลการเบิกจ่ายเป็นเงิน 1,706.417 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 11.29
ของแผนการใช้จ่ายสะสม ซึ่งมีทั้งโครงการที่อยู่ในขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง
และบางส่วนได้ลงนามในสัญญาแล้ว ทั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นโครงการระยะสั้น
และงานดาเนินการเอง โดยจะเบิกจ่ายเมื่องานแล้วเสร็จ
                                2            .              2                 .                2
ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจที่มีการเบิกจ่ายสะสมระหว่างร้อยละ 30 ถึง 50
เมื่อเปรียบเทียบกับแผนฯ จานวน 4 หน่วยงาน ซึ่งได้รับวงเงินจัดสรรทั้งสิ้น
3,267.217 ล้ า นบาท มี ก ารลงนามในสั ญ ญาแล้ ว จ านวน 4 หน่ ว ยงาน
เป็นเงิน 1,082.743 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 33.14 ของวงเงินจัดสรรทั้งสิ้น
ในการนี้มีผลการเบิกจ่ายเป็นเงิน 748.114 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 37.96
ของแผนการใช้จ่ายสะสม ซึ่ง ส่วนใหญ่อยู่ร ะหว่างด าเนิ นงานตามงวดงาน
บางส่วนอยู่ระหว่างขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง บางส่วนเป็นงานดาเนินการเอง
ซึ่งมีการเบิกจ่ายบางส่วนแล้ว
                                2            .              2                 .                3
ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจที่มีการเบิกจ่ายสะสมระหว่างร้อยละ 50 ถึง 80
เมื่อเปรียบเทียบกับแผน ฯ จานวน 8 หน่วยงาน ซึ่งได้รับวงเงินจัดสรรทั้งสิ้น
7,149.536 ล้ า นบาท มี ก ารลงนามในสั ญ ญาแล้ ว จ านวน 8 หน่ ว ยงาน
เป็นเงิน 1,798.539 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 25.16 ของวงเงินจัดสรรทั้งสิ้น
                                          21
ในการนี้ มี ผ ลการเบิ ก จ่ า ยเป็ น เงิ น 1,385.002 ล้านบาท คิด เป็น ร้ อยละ
6 5 . 8 6                 ข อ ง แ ผ น ก า ร ใ ช้ จ่ า ย ส ะ ส ม
ซึ่ ง โ ค ร ง ก า ร ส่ ว น ใ ห ญ่ ล ง น า ม ใ น สั ญ ญ า เ รี ย บ ร้ อ ย แ ล้ ว
แต่ ยั ง ไม่ ไ ด้ บั น ทึ ก ข้ อ มู ล การลงนามในสั ญ ญา (PO) ในระบบ GFMIS
โดยอยู่ระหว่างดาเนินงานตามงวดงานและเบิกจ่ายบางส่วนแล้ว
                        2                                  .                           3
ส่ ว นราชการและรั ฐ วิ ส าหกิ จ ที่ มี ก ารเบิ ก จ่ า ยสะสมสู งกว่ า ร้ อ ยละ 80
เมื่อเปรียบเทียบกับแผนฯ จานวน 13 หน่วยงาน ซึ่งได้รับวงเงินจัดสรรทั้งสิ้น
38,958.452 ล้ า นบาท มี ก ารลงนามในสั ญ ญาแล้ ว จ านวน 13 หน่ ว ยงาน
เป็นเงิน 36,185.111 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 92.88 ของวงเงินจัดสรรทั้งสิ้น
ในการนี้ มี ผ ลการเบิ ก จ่ า ยเป็ น เงิ น 35,855.373 ล้ า นบาท คิ ด เป็ น ร้ อ ยละ
9 8 . 4 3                 ข อ ง แ ผ น ก า ร ใ ช้ จ่ า ย ส ะ ส ม
ส า ห รั บ ส่ ว น ร า ช ก า ร แ ล ะ รั ฐ วิ ส า ห กิ จ ใ น ก ลุ่ ม นี้
คาดว่าจะสามารถดาเนินการแล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กาหนด
               3. ข้อเสนอ
                        3                                  .                           1
กรณีที่ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจที่ยังมิได้ดาเนินการหรือยังมิได้เบิกจ่ายห
รื อ เ บิ ก จ่ า ย ล่ า ช้ า ก ว่ า แ ผ น ฯ
ขอให้รัฐมนตรีเจ้าสังกัดเร่งรัดส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจดาเนินการจัดซื้อจั
ด จ้ า ง                      /         ล ง น า ม ใ น สั ญ ญ า
หรือปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ภายในวันที่ 30
มี น าค ม 2 555 ตาม นั ย ม ติ ค ณ ะรั ฐ มน ตรี เมื่ อ วั น ที่ 20 มี น า คม 255 5
เพื่อให้สามารถดาเนินการได้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของการใช้จ่ายงบประมา
ณ เ พื่ อ ก า ร เ ยี ย ว ย า                                                ฟื้ น ฟู
และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยได้อย่างเหมาะสม
                        3                                  .                           2
ก ร ณี ที่ ส่ ว น ร า ช ก า ร แ ล ะ รั ฐ วิ ส า ห กิ จ ที่ ล ง น า ม ใ น สั ญ ญ า แ ล้ ว
และมีวงเงินจัดซื้อจัดจ้างหรือวงเงินดาเนินการเองต่ากว่าวงเงินที่ได้รับการจั
ด                                   ส                            ร                     ร
ขอให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจดาเนินการจัดสรรงบประมาณคืนสานักงบ
ป ร ะ ม า ณ โ ด ย ด่ ว น ภ า ย ใ น                                                   1 5
วันหลังจากทราบผลการจัดซื้อจัดจ้างหรือวงเงินดาเนินการเองตามนัยมติค
ณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2555
                        3                                  .                           3
หากส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจยังไม่ได้ดาเนินการจัดซื้อจัดจ้างในขั้นตอน
ก า ร ป ร ะ ก า ศ ป ร ะ ก ว ด ร า ค า
หรื อ กรณี ด าเนิ น การเองที่ ยั ง ไม่ ไ ด้ เ ริ่ ม ปฏิ บั ติ ต ามแผนฯ ภายในวั น ที่ 30
เ        ม           ษ          า        ย   น                     2   5       5       5
ให้สานักงบประมาณและสานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสัง
คมแห่งชาติร่วมกันพิจารณาความเหมาะสมและความจาเป็นในการดาเนินกา
ร       โ       ค         ร         ง     ก  า        ร         อี   ก   ค       รั้   ง
หากเป็นโครงการที่อยู่ภายใต้วัตถุประสงค์ของแผนงานตามพระราชกาหนด
                                              22

ให้อานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้าและสร้าง
อ น า ค ต ป ร ะ เ ท ศ                      พ . ศ .      2 5 5 5
ก็ให้แจ้งส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจให้นาเสนอโครงการดังกล่าวต่อคณะกร
ร ม ก า ร บ ริ ห า ร จั ด ก า ร น้ า แ ล ะ อุ ท ก ภั ย ( ก บ อ . )
เพื่อพิจารณาใช้จ่ายจากเงินกู้ดังกล่าวต่อไป

15.                      เ รื่ อ ง ก า ร ติ ด ต า ม ผ ล ก า ร ด า เ นิ น ง า น ก า ร ฟื้ น ฟู
เยียวยาและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
               คณะรั ฐมนตรี รั บ ทราบการติด ตามผลการด าเนิ น งาน การฟื้น ฟู
เ ยี ย ว ย า แ ล ะ ช่ ว ย เ ห ลื อ ผู้ ป ร ะ ส บ อุ ท ก ภั ย ต า ม ที่ ส า นั ก ง บ ป ร ะ ม า ณ
สานักนายกรัฐมนตรีเสนอ ดังนี้
               ต า ม ที่ ส า นั ก ง บ ป ร ะ ม า ณ ไ ด้ ร า ย ง า น เ รื่ อ ง
การด าเนิ น งานและการติ ด ตามผลการด าเนิ น งานการฟื้ น ฟู เยี ย วยา
แ ล ะ ช่ ว ย เ ห ลื อ ผู้ ป ร ะ ส บ อุ ท ก ภั ย
และคณะรั ฐ มนตรี ไ ด้ รั บ ทราบในคราวประชุ ม คณะรั ฐ มนตรี เมื่ อ วั น ที่ 20
มีนาคม 2555 นั้น
               ส า นั ก ง บ ป ร ะ ม า ณ พิ จ า ร ณ า แ ล้ ว เ ห็ น ว่ า
เพื่อให้การแก้ปัญหาอุทกภัยของประเทศเป็นไปอย่างต่อเนื่องสามารถให้การ
เยี ย วยาถึ ง มื อ ผู้ ป ร ะสบภั ย โด ยเร็ ว จึ ง ไ ด้ ร ายงานผลการด าเนิ น งาน
ก า ร ฟื้ น ฟู เ ยี ย ว ย า แ ล ะ ช่ ว ย เ ห ลื อ ผู้ ป ร ะ ส บ อุ ท ก ภั ย
ใ น ก ลุ่ ม ผู้ ป ร ะ ส บ อุ ท ก ภั ย ที่ ส า คั ญ คื อ ป ร ะ ช า ช น ทั่ ว ไ ป
ซึ่ ง เป็ น การช่ ว ยเหลื อ ผู้ ป ระสบภั ย พิ บั ติ ก รณี ฉุ ก เฉิ น (ครั ว เรื อ นละ 5,000
บาท) โดยในภาพรวมสานักงบประมาณได้จัดสรรงบประมาณให้แล้วสาหรับ
2 , 6 3 5 , 1 1 1 ค รั ว เ รื อ น เ ป็ น เ งิ น 1 3 , 1 7 5 . 5 6 ล้ า น บ า ท
ก ร ม ป้ อ ง กั น แ ล ะ บ ร ร เ ท า ส า ธ า ร ณ ภั ย ( ป ภ . )
สารวจและแจ้งธนาคารออมสินแล้ว จานวน 2,080,532 ครัวเรือน เป็นเงิน
1 0 , 4 0 2 . 6 6 ล้ า น บ า ท              ณ ปั จ จุ บั น ( 2 5 มี น า ค ม 2 5 5 5 )
ธนาคารออมสิ น จ่ า ยถึ ง มื อ ประชาชนแล้ ว จ านวน 1,966,064 ครั ว เรื อ น
เป็ น เงิ น 9,830.32 ล้ า นบาท (เพิ่ ม ขึ้น จากการรายงานครั้ ง ก่ อน 161,969
ครัวเรือน) โดยมีรายละเอียด ดังนี้
               มหาอุทกภัย (จังหวัดต่างๆ และกรุงเทพมหานคร)
               1. จังหวัดต่างๆ
                      1.1 ร ว ม 5 5 จั ง ห วั ด โ ด ย ภ า พ ร ว ม
                          กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สารวจและ
แจ้งธนาคารออมสิน แล้ว จานวน 1,255,576 ครัวเรือน เป็นเงิน 6,277.88
ล้ า น บ า ท ณ ปั จ จุ บั น ( 2 5 มี น า ค ม 2 5 5 5 )
ธนาคารออมสินจ่ายจริงถึงมือประชาชนแล้ว จานวน 1,235,882 ครัวเรือน
เป็นเงิน 6,179.41 ล้านบาท หรือเฉลี่ยร้อยละ 98.43 ของยอดที่ ปภ.แจ้ง
                      1                                     .                                 2
เมื่อเปรียบเทียบยอดการจ่ายจริงถึงมือประชาชนกับยอดที่กรมป้องกันและบร
รเทาสาธารณภัยสารวจและแจ้งธนาคารออมสินแล้ว ปรากฏว่ามี 52 จังหวัด
                                         23

ที่ มี ย อ ด จ่ า ย จ ริ ง ถึ ง มื อ ป ร ะ ช า ช น เ กิ น ก ว่ า ร้ อ ย ล ะ 9 0
โดยเฉลี่ ยอยู่ในระดับร้ อยละ 96.19 โดยมีจังหวัดที่มีผลการเบิกเกินร้อยละ
90 มากขึ้นจากการรายงานครั้งก่อน รวม 1 จังหวัด

                   1 . 3                  มี       3         จั ง ห วั ด
ที่ มี ย อ ด ก า ร จ่ า ย จ ริ ง ถึ ง มื อ ป ร ะ ช า ช น ต่ า ก ว่ า ร้ อ ย ล ะ 9 0
โดยเฉลี่ยอยู่ในระดับร้อยละ 83.28 ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ร้อยละ 68.25
จังหวัดปทุมธานี ร้อยละ 84.03 และจังหวัดสมุทรสาคร ร้อยละ 85.37
             2. กรุงเทพมหานคร
                   2.1 ภาพรวม กรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภั ย (ปภ.)
ส ารวจและแจ้ ง ธนาคารออมสิ น แล้ ว จ านวน 598,051 ครั ว เรื อ น เป็ น เงิ น
2 , 9 9 0 . 2 6 ล้ า น บ า ท ณ ปั จ จุ บั น ( 2 5 มี น า ค ม 2 5 5 5 )
ธนาคารออมสิ น จ่ า ยถึ ง มื อ ประชาชนแล้ ว จ านวน 555,149 ครั ว เรื อ น
เป็นเงิน 2,775.75 ล้านบาท หรือ เฉลี่ยร้อยละ 92.83
                   2                                .                             2
เมื่อเปรียบเทียบยอดการจ่ายจริงถึงมือประชาชนกับยอดที่กรมป้องกันและบร
รเทาสาธารณภัยสารวจและแจ้งธนาคารออมสินแล้ว ปรากฏว่า มี 33 เขต
ที่ มี ย อ ด จ่ า ย จ ริ ง ถึ ง มื อ ป ร ะ ช า ช น เ กิ น ก ว่ า ร้ อ ย ล ะ 9 0
โดยเฉลี่ยอยู่ในระดับร้อยละ 93.57 โดยมีเขตที่มีผลการเบิกเกินร้อยละ 90
เพิ่มขึ้นจากการรายงานครั้งก่อน รวม 18 เขต
                   2.3 มี 9 เขต ที่ มีย อดการจ่ ายจริ ง ถึ ง มื อ ประชาชนต่ ากว่ า
ร้อยละ 90 โดยเฉลี่ยอยู่ในระดับร้อยละ 82.88

              อุทกภัยอื่น
              เป็ น การให้ค วามช่วยเหลื อผู้ ประสบอุทกภัยครั วเรื อนละ 5,000
บาท โดยแยกในแต่ ล ะอุ ท กภั ย ที่ เ กิ ด ขึ้ น ได้ ดั ง นี้  1) อุ ท กภั ย วั น ที่ 20
พฤศจิกายน 2554 รวม 8 จังหวัด 14,321 ครัวเรือน 2) อุทกภัยวันที่ 24
ธั น ว า ค ม 2 5 5 4 ร ว ม 1 0 จั ง ห วั ด 2 5 5 , 6 6 7 ค รั ว เ รื อ น 3 )
วาตภั ย และคลื่ น ลมแรงวั น ที่ 28 ตุ ล าคม , 28 พฤศจิ ก ายน, 24 ธั น วาคม
2554 รวม 6 จังหวัด 1,897 ครัวเรือน
              โดยในภาพรวมเป็ น อุ ทกภัยที่เกิด ในจัง หวั ด ภาคใต้ 11 จัง หวั ด
ภาคตะวั น ออก 1 จั ง หวั ด กรมป้ อ งกั น และบรรเทาสาธารณภั ย (ปภ.)
ส ารวจและแจ้ ง ธนาคารออมสิ น แล้ ว จ านวน 226,909 ครั ว เรื อ น เป็ น เงิ น
1 , 1 3 4 . 5 5 ล้ า น บ า ท ณ ปั จ จุ บั น ( 2 5 มี น า ค ม 2 5 5 5 )
ธนาคารออมสิน จ่ายถึง มือประชาชนแล้ว จานวน 175,033 ครั วเรื อน เป็น
8 7 5 . 1 7 ล้ า น บ า ท โ ด ย เ ฉ ลี่ ย อ ยู่ ใ น ร ะ ดั บ ร้ อ ย ล ะ 7 7 . 1 4
ซึ่ ง เ พิ่ ม ขึ้ น จ า ก ก า ร ร า ย ง า น ค รั้ ง ก่ อ น ร้ อ ย ล ะ 4 0 . 6 0
(รายงานครั้งก่อนเฉลี่ยร้อยละ 36.54)

1       6         .                 เ        รื่     อ                              ง
มาตรการภาษีและค่าธรรมเนียมเพื่อสนับสนุนการพัฒนาตลาดทุนไทย
                                           24

         คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรั
ษฎากร ว่ า ด้ ว ยการลดอั ต ราและยกเว้ น รั ษ ฎากร (ฉบั บ ที่ ..) พ.ศ.                  ….
และร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. ….) ออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่ า ด้ ว ย ก า ร ย ก เ ว้ น รั ษ ฎ า ก ร
(มาตรการภาษี แ ละค่ า ธรรมเนี ย มเพื่ อ สนั บ สนุ น การพั ฒ นาตลาดทุ น ไทย
กรณีส่งเสริมความเชื่อมโยงตลาดทุนไทยกับตลาดทุนในกลุ่มภูมิภาคอาเซีย
น          )              ร       ว       ม                2         ฉ         บั        บ
ที่สานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตรวจพิจารณาแล้วตามที่กระทรวงกา
รคลังเสนอ และให้ดาเนินการต่อไปได้
              สาระสาคัญของร่างกฎหมาย
              1. ร่ า งพระราชกฤษฎี ก าออกตามความในประมวลรั ษ ฎากร
ว่ า ด้ ว ยการลด อั ต ราและยกเว้ น รั ษ ฎากร (ฉบั บ ที่ ..) พ.ศ.                       ….
ก า ห น ด ใ ห้ ล ด อั ต ร า แ ล ะ ย ก เ ว้ น ภ า ษี เ งิ น ไ ด้ บุ ค ค ล ธ ร ร ม ด า
ให้แก่ผู้มีเงินได้ซึ่งเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยและได้รับเงินปันผลจากบริษัทหรื
อห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศอันเนื่องมาจากหลัก
ทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
              2. ร่ า ง ก ฎ ก ร ะ ท ร ว ง ฉ บั บ ที่ .. ( พ .ศ .                      ….)
อ อ ก ต า ม ค ว า ม ใ น ป ร ะ ม ว ล รั ษ ฎ า ก ร ว่ า ด้ ว ย ก า ร ย ก เ ว้ น รั ษ ฎ า ก ร
กาหนดให้เงินได้จากการขายหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ใน
ป ร ะ เ ท ศ ส ม า ชิ ก อ า เ ซี ย น
ที่มีการซื้อขายผ่านระบบที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจัดให้มีขึ้นเพื่อเ
ชื่ อ มโยงการซื้ อ ขายกั บ ตลาดหลั ก ทรั พ ย์ ใ นประเทศสมาชิ ก อาเซี ย น
เป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้ยกเว้นไม่ต้องรวมคานวณเพื่อเสียภาษีเงินได้

                                         สังคม
17. เรื่อง ข้อเสนอแนวทางการพัฒนางานอาสาสมัครไทย

      คณะรัฐมนตรีเห็นชอบข้อเสนอแนวทางการพัฒนางานอาสาสมัครไทย
ตามที่ ก ระทรวงการพั ฒ นาสั ง คมและความมั่ น คงของมนุ ษ ย์ (พม.) เสนอ
โดยให้ ก ารจั ด ตั้ ง สถาบั น การจั ด การและการอบรมอาสาสมั ค รเพื่ อ สั ง คม
ศูนย์อาสาสมัครแห่งชาติและจังหวัดและการจัดตั้งกองทุนในการสนับสนุนกา
รดาเนินงานอาสาสมัครให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุ
ษย์ดาเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ทั้ง นี้
ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์รับความเห็นของสานั
กงานสภาความมั่นคงแห่งชาติไปประกอบการพิจารณาดาเนินการด้วย
           สาระสาคัญของเรื่อง
           พม. รายงานว่า
           1. เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7
ร     อ     บ            5      ธั     น   ว   า   ค   ม             2554
ในฐานะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนาที่อ
ง ค์ ก า ร ส ห ป ร ะ ช า ช า ติ ทู ล เ ก ล้ า ฯ
                                              25

ถวายรางวัลความสาเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ และในวันสังคมสงเคราะ
ห์แห่งชาติและวันอาสาสมัครไทย พ.ศ. 2554 ซึ่งตรงกับวันที่ 21 ตุลาคม
อั น เ ป็ น วั น ค ล้ า ย วั น พ ร ะ ร า ช ส ม ภ พ ส ม เ ด็ จ พ ร ะ ศ รี น ค ริ น ท ร า
พระบรมราชชนนี แ ละในโอกาสปี พ .ศ.                                   2554 ครบรอบ 10 ปี
ที่องค์การสหประชาชาติประกาศให้เป็นปีอาสาสมัครสากลและได้มีการจัดทา
รายงานอาสาสมัครโลกฉบับแรกซึ่งถือว่างานอาสาสมัครเป็นค่านิยมสากลพื้
นฐานในการก่ อ ให้ เ กิ ด ความเป็ น อยู่ ที่ ดี ข องพลเมื อ งในประชาคมโลก
ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ส่ ง เ ส ริ ม ก า ร จั ด ส วั ส ดิ ก า ร สั ง ค ม แ ห่ ง ช า ติ ( ก .ส .ค .)
จึงได้จัดทาข้อเสนอแนวทางการพัฒนางานอาสาสมัครไทยขึ้นโดยผ่านกระ
บ ว น ก า ร รั บ ฟั ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น จ า ก จั ง ห วั ด
และได้มีการปรับปรุงแก้ไขข้อเสนอดังกล่าวแล้วจากที่ประชุมสมัชชาสวัสดิก
ารสั ง คมแห่ ง ชาติ ครั้ ง ที่ 20             ในงานวั น สั ง คมสงเคราะห์ แ ห่ ง ชาติ
และวันอาสาสมัครไทยประจาปี 2554 เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554 ณ
โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร
               2.
ข้อเสนอแนวทางการพัฒนางานอาสาสมัครไทยสรุปสาระสาคัญดังนี้
                      2.1
ยึดมั่นการดาเนินงานตามปฏิญญาอาสาสมัครไทยและนโยบายการพัฒนางา
น อ า ส า ส มั ค ร ต า ม ม ติ ค ณ ะ รั ฐ ม น ต รี เ มื่ อ วั น ที่ 19 ธั น ว า ค ม 2543
แ ล ะ ข้ อ เ ส น อ ก า ร ใ ห้ แ ล ะ ก า ร อ า ส า ช่ ว ย เ ห ลื อ สั ง ค ม
ตามมติ ค ณะรั ฐ มนตรี เมื่ อ วั น ที่ 30 มกราคม 2550 ตลอดจนกฎหมาย
กฎระเบียบและมติคณะรัฐมนตรีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
                      2.2
ให้ความสาคัญกับเป้าหมายการพัฒนางานอาสาสมัครไปสู่การก่อให้เกิดควา
ม เ ป็ น อ ยู่ ที่ ดี ข อ ง ป ร ะ ช า ช น
โดยการส่งเสริมการเป็นอาสาสมัครการพัฒนาความรู้ความสามารถของอาส
า ส มั ค ร ก า ร พั ฒ น า อ ง ค์ ก า ร แ ล ะ บุ ค ล า ก ร
ก า ร ส ร้ า ง เ ค รื อ ข่ า ย ก า ร สื่ อ ส า ร แ ล ะ ก า ร ร ณ ร ง ค์ ส า ธ า ร ณ ะ
และความร่วมมือกับต่างประเทศ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
                             2.2.1 ส่ ง เ ส ริ ม ก า ร เ ป็ น อ า ส า ส มั ค ร
โดยการเสริ ม สร้ า งให้ เ กิ ด จิ ต ส านึ ก ในการเป็ น อาสาสมั ค รในทุ ก ระดั บ
โ ด ย เ ฉ พ า ะ เ ด็ ก แ ล ะ เ ย า ว ช น ใ น ส ถ า บั น ก า ร ศึ ก ษ า
บุ ค ล า ก ร ใ น ห น่ ว ย ง า น ข อ ง รั ฐ ภ า ค ธุ ร กิ จ แ ล ะ ภ า ค เ อ ก ช น
ให้มีกลไกความร่วมมือระหว่างองค์การอาสาสมัครกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใ
นการขั บ เคลื่ อ นงานดั ง กล่ า ว การเพิ่ ม จ านวนอาสาสมั ค รประเภทต่ า ง ๆ
โดยเฉพาะอย่ า งยิ่ ง ในงานสาธารณภั ย และในงานเฉพาะทาง เช่ น
การดูแลคนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้รับบริการในสถานสงเคราะห์ การให้สวัสดิการ
ส่     ง     เ     ส     ริ     ม      ข      วั     ญ       ก      า      ลั    ง      ใ     จ
และยกย่องให้เกียรติอาสาสมัครอย่างเท่าเทียมกันเป็นระบบและครบวงจร
                             2.2.2
พัฒนาความรู้ความสามารถของอาสาสมัครโดยการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้
                                           26
อ ย่ า ง ส ม่ า เ ส ม อ
ก า ร จั ด ท า จ ริ ย ธ ร ร ม ใ น ง า น อ า ส า ส มั ค ร
ก า ร ถ อ ด บ ท เ รี ย น ค้ น ห า ต้ น แ บ บ ที่ ดี ใ น ก า ร ท า ง า น อ า ส า ส มั ค ร
การจัดทาหลักสูตรการอบรมอาสาสมัครและการบริหารจัดการงานอาสาสมัค
ร     ก า ร จั ด ตั้ ง ส ถ า บั น ก า ร จั ด ก า ร แ ล ะ
ก า ร อ บ ร ม อ า ส า ส มั ค ร เ พื่ อ สั ง ค ม
ก า ร ส่ ง เ ส ริ ม ม า ต ร ฐ า น ก า ร ป ฏิ บั ติ ง า น ข อ ง อ า ส า ส มั ค ร
ก า ร ส่ ง เ ส ริ ม ง า น วิ จั ย ง า น อ า ส า ส มั ค ร
รวมทั้งให้มีการจัดทารายงานการประเมินมูลค่างานอาสาสมัครที่ก่อให้เกิดป
ระโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจ



                           2.2.3 พัฒนาองค์กรและบุคลากร โดยการบูรณาการ
ก า ร ท า ง า น ร ะ ห ว่ า ง ห น่ ว ย ง า น อ า ส า ส มั ค ร แ ล ะ กั บ ทุ ก ภ า ค ส่ ว น
การส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เข้ามาส่งเสริมงานอาสาสมัครและ
ใ ห้ มี แ ห ล่ ง ทุ น ที่ เ พี ย ง พ อ
หรือจัดตั้งกองทุนในการสนับสนุนการดาเนินงานอาสาสมัคร
                           2.2.4 ส ร้ า ง เ ค รื อ ข่ า ย
โดยการส่งเสริมให้เกิดการรวมตัวกันของอาสาสมัครในทุกประเภทและทุกระ
ดั                                                                                       บ
จัดตั้งศูนย์อาสาสมัครแห่งชาติและจังหวัดโดยให้มีกลไกการบริหารจัดการอ
าสาสมัครและมีรูปแบบคณะกรรมการในการบริหารจัดการที่ชัดเจนและให้มี
ผู้แทนอาสาสมัครเข้าไปมีส่วนร่วมในกลไกและเวทีการพัฒนาด้านต่าง ๆ
                           2.2.5
ส่งเสริมการสื่อสารและรณรงค์สาธารณะโดยการพัฒนาระบบฐานข้อมูลอาส
า                     ส                    มั                     ค                      ร
เพิ่มช่องทางการเผยแพร่และการสื่อสารข้อมูลกิจกรรมงานอาสาสมัครและระ
ห ว่ า ง อ า ส า ส มั ค ร ด้ ว ย กั น เ อ ง
และการส่งเสริมให้มีการสื่อสารเผยแพร่งานอาสาสมัครในสื่อกระแสหลัก
                           2.2.6 ส่ ง เ ส ริ ม ค ว า ม ร่ ว ม มื อ กั บ ต่ า ง ป ร ะ เ ท ศ
โดยพัฒนาความร่วมมือระหว่างอาสาสมัครไทยกับอาสาสมัครชาวต่างประเท
ศ ที่ เ ข้ า ม า เ ป็ น อ า ส า ส มั ค ร ใ น ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย
ก า ร ส่ ง เ ส ริ ม ใ ห้ ค น ไ ท ย ไ ป เ ป็ น อ า ส า ส มั ค ร ใ น ต่ า ง ป ร ะ เ ท ศ
สร้างกลไกความร่วมมือด้านอาสาสมัครระหว่างประเทศทั้งในรูปแบบทวิภาคี
และพหุภาคี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวทีอาเซียน
                     2.3
ให้มีการนาข้อเสนอแนวทางการพัฒนางานอาสาสมัครไทยไปแปลงสู่การปฏิ
บัติและให้นาหน่วยงานต่าง ๆ ส่งเสริมสนับสนุนการดาเนินงานอย่างต่อเนื่อง
              3. การประชุม ก.ส.ค. ครั้งที่ 1/2554 เมื่อวันพุทธที่ 28 ธันวาคม
2554 ซึ่ ง เ ดิ ม มี พ ล ต า ร ว จ เ อ ก โ ก วิ ท วั ฒ น ะ
รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการในขณะนั้นได้มีมติเห็นชอบข้อเสนอ
                                               27

แ น ว ท า ง ก า ร พั ฒ น า ง า น อ า ส า ส มั ค ร ไ ท ย
เพื่ อ น าเสนอคณะรั ฐ มนตรี พิ จ ารณาให้ ค วามเห็ น ชอบและมอบหมายให้
ก .ส .ค .                                      น า ไ ป ด า เ นิ น ก า ร
โดยประสานงานกับส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนาไปปฏิบัติต่อไป

18. เรื่อง ปัญหาหมอกควันในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ

    คณะรัฐมนตรีรับทราบเรื่องปัญหาหมอกควันในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ
ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอดังนี้

        กระทรวงมหาดไทยได้ รั บ แจ้ ง จากส านั ก เลขาธิ ก ารคณะรั ฐ มนตรี ว่ า
ค ณ ะ รั ฐ ม น ต รี ไ ด้ ป ร ะ ชุ ม แ ล ะ มี ม ติ เ มื่ อ วั น ที่ 28 กุ ม ภ า พั น ธ์ 2555
มอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรับไปพิจารณาร่ว
มกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยด่วนเพื่อบูรณาการแนวทางดาเนินการแก้ไขปั
ญ ห า ห ม อ ก ค วั น ใ น พื้ น ที่ จั ง ห วั ด ภ า ค เ ห นื อ
และไ ด้ รั บแจ้ ง จากกร ะทร วงทรั พยากร ธร รมชาติ แ ละสิ่ ง แวดล้ อ มว่ า
นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือเป็นอ
ย่                   า               ง                   ม                  า                    ก
และกาชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเร่งประสานดาเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว
ใ       น        พื้    น      ที่     ข       อ        ง       ต      น        เ       อ        ง
รวมทั้งให้แต่ละจังหวัดรายงานสถานการณ์หมอกควันต่อนายกรัฐมนตรีทุกวั
นจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น
               ก ร ะ ท ร ว ง ม ห า ด ไ ท ย พิ จ า ร ณ า แ ล้ ว เ ห็ น ว่ า
เพื่อให้การแก้ไขปัญหาหมอกควันในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือสอดคล้องกับมติ
คณะรั ฐมนตรี และเกิด การบู ร ณาการจากทุกภาคส่วนในพื้น ที่อย่ างจริ ง จัง
จึงให้จังหวัดเร่งดาเนินการ ดังนี้
               1.
ใ ห้ มี ก า ร บู ร ณ า ก า ร แ ผ น ก า ร ท า ง า น ทั้ ง ร ะ ดั บ จั ง ห วั ด /ก ลุ่ ม จั ง ห วั ด
และตามยุ ท ธศาสตร์ /มาตรการแก้ ไ ขปั ญ หาหมอกควั น และไฟป่ า ปี 2555
อย่างจริงจัง
               2.
ให้รณรงค์ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือจากหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน
ผู้นาท้องที่ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชนในพื้นที่
ร่ ว ม กั น ต ร ะ ห นั ก ใ น ผ ล ก ร ะ ท บ ที่ มี ต่ อ ส ภ า พ แ ว ด ล้ อ ม
สุขภาพร่างกายของประชาชน รวมถึงบรรยากาศด้านการท่องเที่ยว
               3. มีการกาหนดโซนให้ส่ วนราชการและหน่ วยงานที่ เกี่ย วข้อ ง
รับผิดชอบและร่วมกันดูแลป้องกันและควบคุมไม่ ให้เกิดการเผาป่าอย่างเคร่ง
รัดและจริงจัง
                                              28
              4.
ให้ปรับแนวทางปฏิบัติโดยให้อาเภอประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้
น     ที่           ก     า     นั    น            ผู้    ใ      ห     ญ่     บ้     า       น
รณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนฉีดพ่นน้าในพื้นที่บ้านเรือนและพื้นที่ปลูก
ต้นไม้หน้าบ้านพักอาศัยสวนสาธารณะ สวนหย่อม บริเวณทางลอด ทางร่วม
ทางแยก และแหล่งก่อให้เกิดมลพิษทางด้านอากาศอื่น ๆ
              5.
ให้จังหวัดรายงานสถานการณ์หมอกควันต่อนายกรัฐมนตรีทุกวันจนกว่าสถา
นการณ์จะดีขึ้น
              6.
ส า ห รั บ ก า ร ร า ย ง า น ส ถ า น ก า ร ณ์ ไ ฟ ไ ห ม้ ป่ า แ ล ะ ห ม อ ก ค วั น ใ น พื้ น ที่
แ ล ะ ก า ร ร า ย ง า น ผ ล ก า ร ด า เ นิ น ก า ร แ ก้ ไ ข ปั ญ ห า ข อ ง จั ง ห วั ด
จังหวัดยังคงต้องรายงานให้กระทรวงมหาดไทยทราบทุกวันจันทร์ของสัปดา
ห์เช่นเดิม

1 9 .                                                     เ รื่ อ ง
แผนงานส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเ  ์
ป็นประมุขและการธารงไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติในระดับพื้นที่

       คณะรัฐมนตรีรับทราบแผนงานส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิป ไ
ตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและการธารงไว้ซึ่งสถาบันหลักของช
า        ติ      ใ       น        ร       ะ        ดั        บ         พื้         น         ที่
และให้ทุกส่วนราชการให้ความร่วมมือและเป็นเจ้าภาพร่วมในการดาเนินกา
รกับกระทรวงมหาดไทย (มท.) ตามที่ มท. เสนอ
             สาระสาคัญของเรื่อง
             มท. รายงานว่า ตามที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรั ฐสภาเมื่อวันที่
23                                                            สิ ง ห า ค ม 2554
โดยได้ ก าหนดนโยบายเร่ ง ด่ ว นที่ จ ะเริ่ ม ด าเนิ น การในปี แ รกเรื่ อ งที่ 1.1
สร้ า งความปรองดองสมานฉั น ท์ ข องคนในชาติ แ ละฟื้ น ฟู ป ระชาธิ ป ไตย
แ ล ะ น โ ย บ า ย ที่ 2            น โ ย บ า ย ค ว า ม มั่ น ค ง แ ห่ ง รั ฐ เ รื่ อ ง ที่ 2.1
เทิดทูนและพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยได้ตระหนักถึงควา
มส าคั ญ ของปั ญ หาความขั ด แย้ ง ที่ เ กิ ด ขึ้ น และด าร งอยู่ ใ นสั ง คมไ ทย
แ ล ะ ไ ด้ พ ย า ย า ม ด า เ นิ น ก า ร ด้ ว ย ม า ต ร ก า ร ต่ า ง ๆ
เ พื่ อ บ ร ร เ ท า ห รื อ ยุ ติ ปั ญ ห า ดั ง ก ล่ า ว ใ ห้ ห ม ด ไ ป
แ ต่ ก า ร ด า เ นิ น ก า ร ยั ง ไ ม่ ส า ม า ร ถ บ ร ร ลุ ผ ล เ ท่ า ที่ ค ว ร ม ท .
จึงได้จัดทาแผนงานส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหาก
ษั     ต     ริ    ย์    ท     ร     ง     เ    ป็     น       ป      ร      ะ        มุ     ข
และการธารงไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติในระดับพื้นที่มีสาระสาคัญและแนว
ทางการดาเนินงานโดยสรุป ดังนี้
             1.         แนวคิ ด ในการด าเนิ น การ การสร้ า งความปรองดอง
ส ม า น ฉั น ท์ ข อ ง ค น ใ น ช า ติ แ ล ะ ฟื้ น ฟู ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย
                                                29

เพื่อให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีเป็นอันหนึ่ งอันเดียวกันและยึดมั่นในการ
ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ดังนี้
                   1.1
สร้างความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องในหลักการปกครองตามระบอบประชา
ธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
                   1.2
สร้างจิตสานึกความเป็นชาติและความรู้สึกหวงแหนความเป็ นชาติในการพิทั
กษ์ รั ก ษาไว้ ซึ่ ง สถาบั น หลั ก ของชาติ (ชาติ ศาสนา และพระมหากษั ต ริ ย์ )
โดยมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นจุดศูนย์รวมความสัมพันธ์ของสถาบันหลักข
องชาติและการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นป
ระมุข
                   1.3
ยึดหลักการอยู่ร่วมกันอย่างสันติบนความแตกต่างทางความคิด
                   1.4
ถือเป็นภารกิจร่วมกันของทุกส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐที่จะต้องบูรณ
าการการทางานร่วมกันเพื่อให้บังเกิดผล
                2.                                                     วั ต ถุ ป ร ะ ส ง ค์
เ พื่ อ ใ ห้ ป ร ะ ช า ช น เ กิ ด ค ว า ม ต ร ะ ห นั ก เ กิ ด แ ร ง บั น ด า ล ใ จ จิ ต ส า นึ ก
แ ล ะ ร่ ว ม กั น ใ น ก า ร ธ า ร ง รั ก ษ า ไ ว้ ซึ่ ง ส ถ า บั น ห ลั ก ข อ ง ช า ติ
และเกิดความเข้าใจในหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหาก
ษั ต ริ ย์ ท รงเป็ น ประมุ ข อย่ า งถู ก ต้ อ ง เพื่ อ สร้ า งสั ง คมแห่ ง ความสงบสุ ข
ปรองดองและสมัครสมานสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
                3. แนวทางการดาเนินการมีดังนี้
                   3.1
เสริมสร้างความเข้าใจร่วมกันของประชาชนในชาติให้ยึดมั่นในการปกครอง
ร ะ บ อ บ ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย อั น มี พ ร ะ ม ห า ก ษั ต ริ ย์ ท ร ง เ ป็ น ป ร ะ มุ ข
แ ล ะ ก า ร ส ร้ า ง จิ ต ส า นึ ก ค ว า ม เ ป็ น ช า ติ
ความรู้สึกหวงแหนความเป็นชาติในการพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันหลักของช
า                                                                                              ติ
เป็นการเผยแพร่ความเข้าใจที่ถูกต้องในหลักการปกครองระบอบประชาธิปไ
ตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดย

                     3.1.1
จังหวัดโดยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นแกนหลักในการบูรณาการส่วนราชการ
และหน่วยงานในพื้นที่เพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจไปสู่ข้าราชการและเจ้
าห น้ า ที่ ข อ ง รั ฐ ใ น พื้ น ที่ ผู้ ป ก ค ร อ ง ท้ อ ง ที่ ( ก า นั น ผู้ ใ ห ญ่ บ้ า น ฯ ล ฯ )
ผู้ บ ริ ห า ร แ ล ะ ส ม า ชิ ก ส ภ า ข อ ง อ ง ค์ ก ร ป ก ค ร อ ง ส่ ว น ท้ อ ง ถิ่ น
เด็ ก และเยาวชนในสถานศึ ก ษาและนอกสถานศึ ก ษา กลุ่ ม อาสาสมั ค ร
องค์กรภาคประชาชน และประชาชนทั่วไปในพื้นที่
                                            30
                   3.1.2                     ทุกส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ
สอดแทรกเนื้อหาเข้าไปในหลักสูตรการฝึกอบรมประชุมสัมมนาในทุกระดับที่
ส่วนราชการและหน่วยงานรัฐจัดขึ้น
                 3.2
การสร้างความตระหนักและสานึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมห
า ก ษั ต ริ ย์ เ ป็ น ก า ร น้ อ ม น า แ น ว พ ร ะ ร า ช ด า ริ ใ น ด้ า น ต่ า ง ๆ
ไ ป สู่ ก า ร ป ฏิ บั ติ ใ ห้ บั ง เ กิ ด ผ ล อ ย่ า ง เ ป็ น รู ป ธ ร ร ม
เพื่อให้ประชาชนในชาติมีความตระหนักในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบัน
พ ร ะ ม ห า ก ษั ต ริ ย์ ที่ มี ต่ อ ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย
โดยจังหวัดมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นแกนหลักในการบูรณาการส่วนราชการ
และหน่วยงานในพื้นที่จังหวัด
                   3.2.1
ร่วมเผยแพร่และสร้างความตระหนักให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้
น ที่ ผู้ ป ก ค ร อ ง ท้ อ ง ที่ ( ก า นั น ผู้ ใ ห ญ่ บ้ า น ฯ ล ฯ )
ผู้ บ ริ ห า ร แ ล ะ ส ม า ชิ ก ส ภ า ข อ ง อ ง ค์ ก ร ป ก ค ร อ ง ส่ ว น ท้ อ ง ถิ่ น
เด็ ก และเยาวชนในสถานศึ ก ษาและนอกสถานศึ ก ษา กลุ่ ม อาสาสมั ค ร
อ ง ค์ ก ร ภ า ค ป ร ะ ช า ช น แ ล ะ ป ร ะ ช า ช น ทั่ ว ไ ป ใ น พื้ น ที่
ได้รับรู้และตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีต่
อประชาชนในพื้นที่จังหวัด
                   3.2.2
ส่ ง เส ริ ม แล ะข ยา ยผ ล กา ร ด าเ นิ น กา ร ต าม แ นว พร ะร าช ด า ริ ใ นพื้ น ที่
เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
                   3.2.3
ให้มีศูนย์เรียนรู้พระราชกรณียกิจของสถาบันพระมหากษัตริย์ในทุกอาเภอเ
พื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดาริเพื่อให้
เด็ก เยาวชน
และประชาชนทั่วไปได้เรียนรู้และเกิดความตระหนักในคุณูปการของสถาบัน
พระมหากษัตริย์ที่มีต่อประชาชนในทุกพื้นที่
                 3.3 ผู้รับผิดชอบ ประกอบด้วย
                   3.3.1          หน่ ว ยร่ ว มด าเนิ น การในพื้ น ที่ ได้ แ ก่ มท .
เป็ น เจ้ า ภาพในการด าเนิ น งานในพื้ น ที่ ร่ ว มกั บ กระทรวงศึ ก ษาธิ ก าร
ก ร ะ ท ร ว ง ส า ธ า ร ณ สุ ข ก ร ะ ท ร ว ง เ ก ษ ต ร แ ล ะ ส ห ก ร ณ์
ก ร ะ ท ร ว ง ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม แ ล ะ ค ว า ม มั่ น ค ง ข อ ง ม นุ ษ ย์
และสานักงานตารวจแห่งชาติ
                   3.3.2             ห น่ ว ย ส นั บ ส นุ น ก า ร ด า เ นิ น ง า น ไ ด้ แ ก่
สานักนายกรัฐมนตรี และกระทรวงกลาโหม

20. เรื่อง ความคืบหน้าการดาเนิน การตามแผนปฏิบัติการและงบประมาณ
ระยะ 3                                  ปี ( พ . ศ . 2554-2556)
ภายใต้แผนแม่บทป้องกันและบรรเทาภัยจากคลื่นสึนามิ พ.ศ. 2552-2556

      คณะรัฐมนตรีรับทราบความคืบหน้าการดาเนินการตามแผนปฏิบัติการ
                                          31
และงบประมาณ ระยะ 3                    ปี ( พ . ศ .                     2554-2556)
ภายใต้แ ผนแม่บ ทป้ องกัน และบรรเทาภัยจากคลื่ น สึนามิ พ.ศ. 2552-2556
ตามที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) เสนอ
               สาระสาคัญของเรื่อง
               ม                              ท                                        .
ได้รายงานความคืบ หน้าการดาเนินการตามแผนปฏิบัติการและงบประมาณ
ระยะ 3 ปีฯ สรุปได้ดังนี้
               1. การดาเนินงานตามแผนปฏิบัติการและงบประมาณ ระยะ 3 ปีฯ
ป ร ะ จ า ปี ง บ ป ร ะ ม า ณ                               พ . ศ .                 2554
มี แ ผนงาน/โครงการได้ รั บ งบประมาณจ านวน 41                  แผนงาน/โครงการ
เ ป็ น เ งิ น 270.8845           ล้ า น บ า ท โ ด ย ด า เ นิ น ก า ร แ ล้ ว เ ส ร็ จ 31
แผนงาน/โครงการ อยู่ ร ะหว่ า งด าเนิ น การ 4                 แผนงาน/โครงการ
และไม่ได้รายงานผลการดาเนินการ 6 แผนงาน/โครงการ
               2.                       ใ น ปี ง บ ป ร ะ ม า ณ พ . ศ . 2555
มีแ ผนงาน/โครงการภายใต้แ ผนปฏิ บัติการและงบประมาณ ระยะ 3 ปี ฯ
ที่ ข อรั บ การสนั บ สนุ น งบประมาณจ านวน 228                 แผนงาน/โครงการ
ง บ ป ร ะ ม า ณ 2,630.2817                                             ล้ า น บ า ท
โดยมีแผนงาน/โครงการได้รับงบประมาณประจาปี พ.ศ. 2555 จานวน 15
แผนงาน/โครงการ เป็นเงิน 369.0611 ล้านบาท ดังนี้

                                                จานวนแผนงาน/โครงการ                  งบป
            ยุทธศาสตร์
                                                            ั ิ     ่   ั
                                        ที่ตั้งไว้ตามแผนปฏิบตการฯ ทีได้รบ ที่ตั้งไว้ตามแ
1)                                                              144   11
ด้านการป้องกันและลดผลกระทบ
2) ด้านการเตรียมพร้อมรับภัย                                    17           2
3)                                                             20           0
ด้านการจัดการในภาวะฉุกเฉิน
4) ด้านการจัดการหลังเกิดภัย                                    47           2
รวม                                                           228         15
กรณีแ ผนงาน/โครงการที่ไ ม่ไ ด้รับการจัด สรรงบประมาณในปีง บประมาณ
พ . ศ . 2555               ห น่ ว ย ง า น ไ ด้ มี ก า ร ด า เ นิ น ก า ร โ ด ย 1)
ปรับแผนการดาเนินงานเป็นปีงบประมาณ 2556 จานวน 10 โครงการ 2)
ขอรั บ การสนั บ สนุ น จากงบประมาณอื่ น จ านวน 7                    โครงการ 3)
เจียดจ่ายจากงบประมาณปกติมาดาเนินโครงการ จานวน 2 โครงการ และ
4)         ขอใช้ ง บประมาณเหลื อ จ่ า ยจากปี ง บประมาณ พ .ศ. 2555
มาดาเนินโครงการ จานวน 1 โครงการ

                                     ต่างประเทศ
21.                เ                รื่           อ                ง
                              ั
หนังสือแลกเปลี่ยนเพื่อต่ออายุบนทึกความเข้าใจโครงการพระราชทานความ
ช่วยเหลือแก่ราชอาณาจักรกัมพูชาด้านการสาธารณสุข (มาลาเรีย) ครั้งที่ 2
                                          32

       ค ณ ะ รั ฐ ม น ต รี เ ห็ น ช อ บ แ ล ะ อ นุ มั ติ ทั้ ง 2 ข้ อ
ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอดังนี้
           1                                                             .
เห็นชอบร่างหนังสือแลกเปลี่ยนเพื่อต่ออายุบันทึกความเข้าใจโครงการพระร
าชทานความช่ ว ยเหลื อ แก่ ร าชอาณาจั ก รกั ม พู ช าด้ า นการสาธารณสุ ข
(มาลาเรีย) ครั้งที่ 2
           2. อนุ มัติใ ห้พลเอก วาภิร มย์ มนั สรั ง สี รองสมุหราชองครั กษ์
เป็นผู้ลงนามในหนังสือแลกเปลี่ยนฝ่ายไทย

      และให้กระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับความเห็น
ข อ ง ก ร ะ ท ร ว ง ส า ธ า ร ณ สุ ข ไ ป พิ จ า ร ณ า ด า เ นิ น ก า ร ด้ ว ย
โ ด ย ใ น ส่ ว น ข อ ง ง บ ป ร ะ ม า ณ ที่ จ ะ ใ ช้ ใ น ก า ร ด า เ นิ น โ ค ร ง ก า ร ฯ
ช่วงที่ขยายระยะเวลา ครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2554 ถึงวันที่ 30
กั       น       ย        า        ย        น               2        5        5        6
ให้กระทรวงการต่างประเทศพิจารณาสนับสนุนงบประมาณให้กรมราชองครั
ก ษ์ จ า ก ง บ ป ร ะ ม า ณ ร า ย จ่ า ย ป ร ะ จ า ปี ง บ ป ร ะ ม า ณ พ . ศ . 2 5 5 5
รายการเงินอุดหนุนการให้ความช่วยเหลือและความร่ วมมือทางด้านวิชาการ
แ ล ะ เ ศ ร ษ ฐ กิ จ แ ก่ ต่ า ง ป ร ะ เ ท ศ จ า น ว น 2 5 , 0 0 0 , 0 0 0 บ า ท
และจัดทาแผนการดาเนินงานเพื่อเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจาปีงบ
ป ร ะ ม า ณ                               พ . ศ .                    2 5 5 6
ตามความจาเป็นและเหมาะสมต่อไปตามความเห็นของสานักงบประมาณ

22.             เ               รื่             อ                                     ง
กรอบการเจรจาการบินเพื่อจัดทาความตกลงว่าด้ว ยบริการเดินอากาศ

     คณะรัฐมนตรีเห็นชอบกรอบการเจรจาการบินเพื่อจัดทาความตกลงว่า
ด้ ว ย บ ริ ก า ร เ ดิ น อ า ก า ศ
และให้ เ สนอรั ฐ สภาพิ จารณาให้ค วามเห็น ชอบตามมาตรา 190 วรรคสาม
ข อ ง รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ แ ห่ ง ร า ช อ า ณ า จั ก ร ไ ท ย ต่ อ ไ ป
ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ
           สาระสาคัญของเรื่อง

      กรอบการเจรจาการบินเพื่อจัดทาความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศเ
ป็ น แนวทางในการเจรจาจั ด ท าความตกลงว่ า ด้ ว ยบริ ก ารเดิ น อากาศ
เพื่อใช้เป็นแม่บทในการพิจารณาอนุญาตให้สายการบินของรัฐภาคีดาเนิน


บ ริ ก า ร ม า ยั ง /ไ ป จ า ก อ า ณ า เ ข ต ข อ ง ต น
โดยการเจรจาจัดทาความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศควรสอดคล้องกับน
โ ย บ า ย ข อ ง รั ฐ บ า ล ไ ท ย ก ฎ ห ม า ย ข้ อ บั ง คั บ ภ า ย ใ น ป ร ะ เ ท ศ
รวมถึงข้อเสนอแนะ แนวทางขององค์การการบินพลเรือน
                                                33

ระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องและยึดหลักการต่างตอบแทนระหว่างประเทศไทย
กั บ รั ฐ ภ า คี โ ด ย มุ่ ง ใ ห้ เ กิ ด ป ร ะ โ ย ช น์ โ ด ย ร ว ม สู ง สุ ด แ ก่ ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย
ซึ่งโดยทั่วไปการตกลงจะเป็นรูปแบบการเจรจาการบินหรือการโต้ตอบทางห
นังสือครอบคลุมประเด็นหลัก ดังนี้
                1. ความตกลงว่ า ด้ว ยบริ ก ารเดิ น อากาศ ซึ่ ง จะระบุ ห ลั ก กว้า ง ๆ
เ ป็ น ก ร อ บ ใ น ก า ร ก า กั บ ดู แ ล
และเป็นกรอบในการพิจารณาอนุญาตสายการบินของรัฐภาคีในการทาการ
บิ น ร ะ ห ว่ า ง กั น โ ด ย ร ะ บุ ข้ อ บ ท ต่ า ง ๆ เ ช่ น ก า ร ใ ห้ สิ ท ธิ
ก า ร ก า ห น ด ส า ย ก า ร บิ น แ ล ะ ก า ร อ นุ ญ า ต ด า เ นิ น ก า ร ก า ร เ พิ ก ถ อ น
พั ก ใ ช้ แ ล ะ จ า กั ด ใ บ อ นุ ญ า ต ด า เ นิ น ก า ร ก า ร บั ง คั บ ใ ช้ ก ฎ ห ม า ย
ใบพิกัดเส้นทาง เป็นต้น ซึ่งโดยทั่วไปจะไม่ได้แก้ไขปรับปรุงบ่อยนัก
                2.       บั น ทึ ก ค ว า ม เ ข้ า ใ จ
ซึ่ ง เ ป็ น เ อ ก ส า ร ร ะ บุ ก า ร ต ก ล ง เ พิ่ ม เ ติ ม เ รื่ อ ง สิ ท ธิ ก า ร บิ น ต่ า ง ๆ
ที่สายการบิ น ของแต่ล ะฝ่ า ยจะได้รั บ หรื อการตกลงเสริ มจากความตกลงฯ
ห ลั ก เ ช่ น สิ ท ธิ ค ว า ม จุ ค ว า ม ถี่ สิ ท ธิ รั บ ข น ก า ร จ ร า จ ร เ ส้ น ท า ง บิ น
ก า ร แ จ้ ง แ ต่ ง ตั้ ง ส า ย ก า ร บิ น ที่ ก า ห น ด ค ว า ม ร่ ว ม มื อ ข อ ง ส า ย ก า ร บิ น
ซึ่งจะมีการปรับปรุงแก้ไขอยู่เป็นระยะ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ
พัฒนาการของตลาด กฎหมาย หรือนโยบายของรัฐภาคีที่เกี่ยวข้อง
                3. ห นั ง สื อ โ ต้ ต อ บ ร ะ ห ว่ า ง เ จ้ า ห น้ า ที่ ก า ร เ ดิ น อ า ก า ศ
หรื อ ระหว่ า งรั ฐ บาลของภาคี ที่ เ กี่ ย วข้ อ ง เพื่ อ แก้ ไ ขความตกลงฯ หลั ก
แ ก้ ไ ข บั น ทึ ก ค ว า ม เ ข้ า ใ จ โ ด ย ก า ร โ ต้ ต อ บ เ ป็ น ล า ย ลั ก ษ ณ์ อั ก ษ ร
ห รื อ เ พื่ อ ยื น ยั น ก า ร ต ก ล ง เ รื่ อ ง ต่ า ง                                            ๆ
ภายหลังจากที่มีการเจรจาแล้วเพื่อให้มีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการ

23.    เรื่อ ง กรอบการเจรจาเพื่อ จั ด ท าความตกลงด้า นการขนส่ง ทางบก
ระหว่างไทย – ลาว – จีน

      คณะรัฐมนตรีเห็นชอบกรอบการเจรจาเพื่ อจัดทาความตกลงด้านการข
น ส่ ง ท า ง บ ก ร ะ ห ว่ า ง ไ ท ย                  – ล า ว      – จี น
และให้ เ สนอรั ฐ สภาเพื่ อ ขอความเห็ น ชอบตามมาตรา 190          วรรคสาม
ของรั ฐธรรมนูญ แห่ง ราชอาณาจักรไทยต่อไป ตามที่กระทรวงคมนาคม
(คค.) เสนอ                                                แ ล ะ ใ ห้ ค ค .
รับความเห็นของสานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่ง
ชาติไปพิจารณาดาเนินการต่อไป
            ข้อเท็จจริง
            คค. รายงานว่า
            1.
ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคีความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนใน
อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้าโขง (Cross Border Transport Agreement : CBTA)
ร่วมกับลาวและเวียดนาม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 ต่อมากัมพูชา พม่า และจีน
ได้เข้าร่ วมเป็ น ภาคี ค วามตกลงฯดัง กล่ าว ในปี พ.ศ. 2546 ความตกลงฯ
                                          34

มี ส า ร ะ ส า คั ญ ค ร อ บ ค ลุ ม ก า ร ข น ส่ ง สิ น ค้ า
ผู้ โ ด ย ส า ร แ ล ะ ส่ ง เ ส ริ ม ก า ร ข น ส่ ง ต่ อ เ นื่ อ ง ห ล า ย รู ป แ บ บ
โ ด ย ป ร ะ เ ท ศ ภ า คี ค ว า ม ต ก ล ง                                       CBTA
ได้เจรจาในรายละเอียดของภาคผนวกและพิธีสารแนบท้ายความตกลงเสร็จ
ทั้ ง 20        ฉบั บ แล้ ว และได้ มี ก ารลงนามครบทุ ก ฉบั บ เมื่ อ ปี พ.ศ. 2550
ซึ่      ง      ค      ว      า     ม      ต      ก      ล        ง            CBTA
จะมีผลในทางปฏิบัติต่อเมื่อประเทศสมาชิกทุกประเทศให้สัตยาบันต่อภาคผน
ว ก แ ล ะ พิ ธี ส า ร ค ร บ ทุ ก ฉ บั บ
โดยประเทศไทยได้ให้สัตยาบันภาคผนวกและพิธีสารแล้วจานวน 14 ฉบับ
สาหรับภาคผนวกและพิธีสารที่เหลืออยู่ระหว่างดาเนินการออกฎหมายเพื่ออ
นุ วั ติ ก า ร ภ า ค ผ น ว ก ก่ อ น ก า ร ด า เ นิ น ก า ร ใ ห้ สั ต ย า บั น ทั้ ง นี้
ห ลั ก ก า ร ต า ม ค ว า ม ต ก ล ง                                             CBTA
ไ ม่ ไ ด้ มี ค ว า ม ขั ด แ ย้ ง กั บ ห ลั ก ก า ร ข อ ง ข้ อ ผู ก พั น ต่ า ง ๆ
ที่ประเทศไทยและคู่เจรจาบางประเทศมีอยู่ภายใต้ความตกลงทั่วไปว่าด้วยภา
ษีศุลกากรและการค้า (General Agreement on Tariff and Trade :
GATT) และความตกลงทั่วไปว่าด้วยการค้าบริการ (General Agreement
on Trade in Services : GATS)
              2.
ในระหว่างที่แต่ละประเทศยังไม่สามารถให้สัตยาบันต่อภาคผนวกและพิธีสาร
ที่       ล       ง        น      า       ม       ไ       ป         แ       ล้      ว
ธนาคารพัฒนาเอเชียเห็นว่าควรมีการเริ่มดาเนินการตามความตกลง CBTA
ที่บริเวณจุดผ่านแดนนาร่องระหว่างประเทศภาคีคู่สัญญาที่มีดินแดนติดต่อกั
น ได้แก่ ลาว – เวียดนาม ไทย – ลาว และไทย – กัมพูชา
              3.
ประเทศไทยได้จัดทาบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการเริ่มใช้ความตกลงว่าด้วย
การ ขนส่ ง ข้ า มพรมแดนในอนุ ภู มิ ภ าคแม่ น้ าโขง (The                        Initial
Implemmentation of the CBTA : IICBTA) ณ จุดผ่านแดน


มุกดาหาร – สะหวันนะเขต (ไทย – ลาว) ลงนามเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2548
บันทึกความเข้าใจ IICBTA ณ จุดผ่านแดนอรัญประเทศ – ปอยเปต (ไทย –
กัมพูชา) ลงนามเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2548 และบันทึกความเข้าใจ IICBTA

ระหว่างไทย – ลาว – เวียดนาม ณ จุดผ่านแดนมุกดาหาร – สะหวันนะเขต
(ไทย –ลาว) และจุ ด ผ่ า นแดนแดนสะหวั น – ลาวบาว (ลาว – เวี ย ดนาม)
ลงนามเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2550 ซึ่งเป็นการดาเนินการตามความตกลง
CBTA ในแนวเส้นทางเศรษฐกิจตะวันออก – ตะวัน ตก (East – West
Economic                     Corridor                     :                 EWEC)
โดยได้ มี ก ารเปิ ด เดิ น รถขนส่ ง ระหว่ า งกั น อย่ า งเป็ น ทางการ เมื่ อ วั น ที่ 11
มิถุนายน 2552
                                           35
              4.
เนื่ อ งจากการด าเนิ น การก่ อ สร้ า งสะพานมิต รภาพแห่ ง ที่ 4             เชี ย งของ –
ห้ ว ยทราย ซึ่ ง เป็ น ส่ ว นหนึ่ ง ของเส้ น ทาง R3             (กรุ ง เทพฯ – คุ น หมิ ง )
ภายใต้กรอบความร่วมมือในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้าโขงมีกาหนดแล้วเสร็จในปี
พ.ศ. 2556 ประเทศสมาชิก GMS จะสามารถใช้ประโยชน์จากเส้นทาง R3
(กรุงเพทฯ – ลาว -คุนหมิง) ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยจะช่วยย่นระยะเวลา
ล ด ค่ า ใ ช้ จ่ า ย ใ น ก า ร ข น ส่ ง
และท าให้ ป ระชาชนใ นอนุ ภู มิ ภ าคสามาร ถเดิ น ทางได้ ส ะด วกยิ่ ง ขึ้ น
สมควรเตรียมความพร้อมในการเปิดการเดินรถขนส่งสินค้าและคนโดยสารร
ะ ห ว่ า ง ไ ท ย – ล า ว – จี น ใ น เ ส้ น ท า ง ก รุ ง เ ท พ ฯ – ล า ว – คุ น ห มิ ง
โดยใ ห้ มี ก ารด าเนิ น การ จั ด ท า ความตกลงร ะหว่ า งไทย – ลาว – จี น
ในลั ก ษณะเดี ย วกั บ ที่ ป ระเทศไทยได้ จั ด ท าบั น ทึ ก ความเข้ า ใจ IICBTA
ร ะ ห ว่ า ง ไ ท ย – ล า ว – เ วี ย ด น า ม ทั้ ง นี้
การดาเนินการเจรจาจัดทาความตกลงด้านการขนส่งทางบก ระหว่างไทย –
ล า ว – จี น จ ะ ต้ อ ง ด า เ นิ น ก า ร ใ ห้ แ ล้ ว เ ส ร็ จ ภ า ย ใ น ปี พ . ศ . 2555
เพื่อทั้งสามประเทศจะสามารถเตรียมการในการดาเนินการตามความตกลง ฯ
ได้ทันทีที่มีการเปิดใช้สะพานมิตรภาพแห่งที่ 4
              สาระสาคัญของเรื่อง
              1.                                                  วั ต ถุ ป ร ะ ส ง ค์
เพื่อเริ่มดาเนินการตามความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภ
าคลุ่มแม่น้าโขง (CBTA) ระหว่างไทย – ลาว – จีน ที่จุดผ่านแดนเชียงของ –
ห้วยทราย (ไทย – ลาว) และจุด ผ่ านแดน                         บ่อเต็น – โมฮาน (ลาว –
จี                                          น                                            )
ในระหว่างที่แต่ละประเทศยังไม่สามารถให้สัตยาบันภาคผนวกและพิธีสารแ
น บ ท้ า ย ค ว า ม ต ก ล ง CBTA ที่ ไ ด้ ล ง น า ม ไ ป แ ล้ ว
เพื่ออานวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารระหว่างกัน
              2.                                              สิ ท ธิ ก า ร จ ร า จ ร
การอนุญาตให้มีการประกอบการขนส่งทางถนนของสินค้าและบุคคลระหว่าง
ไ ท ย – ล า ว – จี น ต า ม แ น ว เ ส้ น ท า ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ เ ห นื อ – ใ ต้
และให้มีการยอมรับผู้ประกอบการขนส่งซึ่งได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่รับ
ผิดชอบของแต่ละภาคี
              3.               ก า ร อ า น ว ย ค ว า ม ส ะ ด ว ก พิ ธี ก า ร ข้ า ม แ ด น
ก า ร ย อ ม รั บ ก า ร ต ร ว จ พ ร้ อ ม กั น ข อ ง ห น่ ว ย ง า น ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง
และตั้งเป้าหมายให้มีการตรวจสอบสินค้าเพียงครั้งเดียวต่อไปในอนาคต
              4.                              ก า ร ข น ส่ ง บุ ค ค ล ข้ า ม แ ด น
การนาหลักเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลกมาใช้สาหรับการขนส่งบุคคลข้าม
แดน
              5.                              ก า ร ข น ส่ ง สิ น ค้ า ข้ า ม แ ด น
ก า ร ย ก เ ว้ น ก า ร จั ด เ ก็ บ ภ า ษี ศุ ล ก า ก ร ส า ห รั บ สิ น ค้ า
หรือคอนเทนเนอร์ที่ติดตราประทับศุลกากรที่ใช้ในการขนส่งผ่านแดนสาหรั
บ ก า ร ข น ส่ ง สิ น ค้ า อั น ต ร า ย จ ะ อ นุ ญ า ต เ ป็ น ก ร ณี ๆ ไ ป
และการให้สิทธิพิเศษในการตรวจปล่อยสินค้าเน่าเสียง่ายข้ามแดน
                                              36
             6.          การยอมรั บ รถ
การยอมรับหนังสือรับรองการจดทะเบียน/แผ่นป้ายทะเบียนและหนังสือรับรอ
ง ก า ร ต ร ว จ ส ภ า พ ข อ ง ภ า คี อื่ น
การยอมรับใบอนุญาตขับรถในประเทศซึ่งกันและกัน
             7.                                                       บ ท เ บ็ ด เ ต ล็ ด
ก า ร ก า ห น ด อั ต ร า ค่ า บ ริ ก า ร ก า ร ข น ส่ ง ใ ห้ เ ป็ น ไ ป ต า ม ก ล ไ ก ต ล า ด
ก า ร จั ด ตั้ ง ค ณ ะ ท า ง า น ร่ ว ม ไ ท ย – ล า ว –จี น
เพื่อควบคุมและติดตามการปฏิบัติตามความตกลงฯ




24.                      เ                      รื่                    อ                      ง
ขอความเห็นชอบร่างเอกสารที่จ ะมีการรับรองหรือลงนามระหว่างการประชุม
สุดยอดอาเซียน                    ครั้งที่ 20
              ค ณ ะ รั ฐ ม น ต รี เ ห็ น ช อ บ แ ล ะ อ นุ มั ติ ทั้ ง 3 ข้ อ
ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ ดังนี้
              1                                                                                .
เห็นชอบร่างเอกสารปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยอาเซียนปลอดยาเสพติด ค.ศ.
2015 ร่ า งเอกสารแนวความคิ ด เรื่ อ งกลุ่ ม ผู้ มี แ นวคิ ด แบบทางสายกลาง
แ ล ะ ร่ า ง ค ว า ม ต ก ล ง ร ะ ห ว่ า ง รั ฐ บ า ล แ ห่ ง ส า ธ า ร ณ รั ฐ อิ น โ ด นี เ ซี ย
แ ล ะ ส ม า ค ม ป ร ะ ช า ช า ติ แ ห่ ง เ อ เ ชี ย ต ะ วั น อ อ ก เ ฉี ย ง ใ ต้ ( อ า เ ซี ย น )
ว่าด้วยการให้ที่ตั้งและเอกสิทธิ์ความคุ้มกันแก่สานัก
เ     ล       ข      า      ธิ     ก       า        ร     อ     า       เ     ซี      ย       น
และหากมีความจาเป็นแก้ไขร่างเอกสารที่ไม่ใช่สาระสาคั ญหรือไม่ขัดต่อผล
ป ร ะ โ ย ช น์ ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย
ให้กระทรวงการต่างประเทศดาเนินการได้โดยไม่ต้องนาเสนอคณะรัฐมนตรีเ
พื่อพิจารณาอีก
              2.
ให้นายกรัฐมนตรีหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายร่วมรับรองเอกสารทั้ง 3 ฉบับ
ตามข้อ 1.
              3. อนุ มั ติ ใ ห้ เ ลขาธิ ก ารอาเซี ย นลงนามในเอกสาร 3 ฉบั บ
และให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศหรือกระทรวงการต่างประเท
ศ
แจ้งเรื่องการเห็นชอบให้เลขาธิการอาเซียนลงนามในเอกสารดังกล่าวผ่านท
างคณะผู้แทนถาวรไทยประจาอาเซียน ณ กรุงจาการ์ตา

25.               เ              รื่            อ              ง
ขอความเห็นชอบร่างเอกสารที่จะมีการรับรองหรือลงนามระหว่างการประชุม
สุดยอดอาเซียน        ครั้งที่ 20
          ค ณ ะ รั ฐ ม น ต รี เ ห็ น ช อ บ ทั้ ง        2   ข้ อ
ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอดังนี้
                                        37

           1. เ ห็ น ช อ บ ร่ า ง ป ฏิ ญ ญ า พ น ม เ ป ญ ว่ า ด้ ว ย อ า เ ซี ย น :
              หนึ่งประชาคมหนึ่งจุดหมาย ที่จะมีการรับรอง
ร ะ ห ว่ า ง ก า ร ป ร ะ ชุ ม สุ ด ย อ ด อ า เ ซี ย น ค รั้ ง ที่ 2 0
และหากมีความจาเป็นแก้ไขร่างเอกสารที่ไม่ใช่สาระสาคัญหรือไม่ขัดต่อผล
ประโยชน์ของประเทศไทยขอให้กระทรวงการต่างประเทศดาเนินการได้โดย
ไม่ต้องนาเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอีก
           2                                                                      .
ให้นายกรัฐมนตรีหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายร่วมรับรองเอกสารในข้อ 1.

26.                    เ              รื่            อ                 ง
ขอความเห็นชอบร่างเอกสารที่จะมีการรับรองลงนามระหว่างการประชุมสุดย
อดอาเซียน ครั้งที่ 20
             ค ณ ะ รั ฐ ม น ต รี เ ห็ น ช อ บ ทั้ ง           2    ข้ อ
ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ ดังนี้
             1. เห็นชอบร่างแถลงการณ์เกี่ยวกับพิธีสารของสนธิสัญญาว่าด้ว
                ยเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ในเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้ (Draft Statement on the Protocol to the Treaty on
Southeast            Asia       Nuclear      Weapon-Free        Zone)
ซึ่งมีพิธีสารต่อท้ายสนธิสัญญาว่าด้วยเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ในเอเชียตะวั
นออกเฉียงใต้ (Protocol to the Treaty on the Southeast Asia Nuclear
Weapon-Free                                        Zone) แ น บ ท้ า ย
และหากมีความจาเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขร่างเอกสารที่ไม่ใช่สาระสาคัญหรือ
ไ ม่ ขั ด ต่ อ ผ ล ป ร ะ โ ย ช น์ ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย
ให้กระทรวงการต่างประเทศดาเนินการได้โดยไม่ต้องนาเสนอคณะรัฐมนตรีเ
พื่อพิจารณาอีก
             2. ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศหรือผู้แทนที่ได้รับ
                มอบหมายร่วมลงนามในเอกสาร
ในข้อ 1.

27.                                                                   เ รื่ อ ง
การเสนอชื่อผู้สมัครจากประเทศไทยเข้ารับการคัดเลือกสมาชิกองค์กรอุทธร
ณ์ขององค์การการค้าโลก
           คณะรัฐมนตรีเห็นชอบทั้ง 2 ข้อ ตามที่กระทรวงพาณิชย์ (พณ.)
เสนอดังนี้
           1.          เ ห็ น ช อ บ ก า ร เ ส น อ ชื่ อ ด ร . ธ เ น ศ สุ จ า รี กุ ล
เ ป็ น ผู้ ส มั ค ร ไ ท ย แ ล ะ อ นุ มั ติ ใ ห้                         พ ณ .
ดาเนินการเสนอชื่อบุคคลดังกล่าวต่อองค์กรระงับข้อพิพาทขององค์การการ
ค้                า                 โ                      ล                       ก
รวมถึงดาเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนผู้สมัครไทยในกระบวนกา
รคัดเลือกสมาชิกอุทธรณ์ขององค์การการค้าโลก
                                           38
           2.
มอบหมายให้ ก ระทรวงการต่ า งประเทศ (กต.) ประสานประเทศต่ า ง ๆ
เพื่อสนับสนุนผู้สมัครไทยเข้ารับการคัดเลือกเป็นสมาชิกองค์กรอุทธรณ์ของอ
งค์การการค้าโลก
           สาระสาคัญของเรื่อง
           พณ. รายงานว่า

                1.                   อ ง ค์ ก ร อุ ท ธ ร ณ์ ( Appellate            Body)
มีฐานะเป็นหน่วยงานถาวรภายใต้กลไกระงับข้อพิพาทขององค์การการค้าโล
ก ( World                         Trade                  Organization:            WTO)
มี ห น้ า ที่ ท บ ท ว น ค า ตั ด สิ น ข อ ง ค ณ ะ ผู้ พิ จ า ร ณ า ( Panel)
ที่ ตั ด สิ น ก ร ณี พิ พ า ท ท า ง ก า ร ค้ า ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ ส ม า ชิ ก WTO
มีสมาชิกจานวน 7 คน โดยสมาชิกปัจจุบันประกอบด้วย Ms. Lilia R
Bautista (ฟิลิปปินส์) Mr. Peter Van den Bossche (เบลเยี่ยม) Mr.
Ricardo Ramirez-Hernandez (เม็กซิโก) Ms. Jennifer Hillman
(สหรัฐอเมริกา) Mr. David Unterhalter (แอฟริกาใต้) Ms. Yuejiao Zhang
(จีน)
และ Mr. Shotaro Oshima (ญี่ปุ่น) และมีวาระการดารงตาแหน่งคราวละ 4
ปี
โดยสมาชิกขององค์กรอุทธรณ์ต้องเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายและ
ก า ร ค้ า ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ แ ล ะ ไ ม่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง กั บ รั ฐ บ า ล ใ ด
ซึ่ง องค์ กรระงั บ ข้อพิ พาทที่ป ระกอบด้ว ยประเทศสมาชิกทั้ง หมดของ WTO
จะคัดเลือกสมาชิกองค์กรอุทธรณ์โดยเห็นชอบด้วยฉันทามติ
                2. สมาชิกองค์กรอุทธรณ์ Mr. Shotaro Oshima (ญี่ปุ่น )
ได้ยื่นใบลาออกจากตาแหน่งเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2555 โดย Working
Procedure               for          Appellate            Body       Review       ข้ อ 14
กาหนดให้การลาออกของ Mr. Shotaro Oshima จะมีผลเมื่อครบเวลา 90
วั น นั บ ตั้ ง แต่ วั น ที่ ยื่ น ใบลาออก ซึ่ ง คื อ วั น ที่ 6         เมษายน 2555
ซึ่ ง อ ง ค์ ก ร ร ะ งั บ ข้ อ พิ พ า ท ข อ ง                                      WTO
ได้กาหนดขั้นตอนในการคัดเลือกบุคคลที่จะเข้ามาดารงตาแหน่งสมาชิกองค์
ก ร อุ ท ธ ร ณ์ ที่ จ ะ ว่ า ง ล ง ดั ง ก ล่ า ว
โดยประเทศสมาชิ ก ที่ ป ระสงค์ จ ะเ สนอชื่ อ บุ ค คลเข้ า ร่ ว มการคั ด เลื อ ก
จะต้องดาเนินการเสนอชื่อผู้สมัครต่อองค์กรระงับข้อพิพาทภายในวันที่ 30
มี              น                  า             ค             ม                    2555
และคณะกรรมการคัดเลือกที่ได้รับการแต่งตั้งโดยองค์กรระงับข้อพิพาทของ
WTO
จะดาเนินการสัมภาษณ์ผู้สมัครและรับฟังความคิดเห็นของประเทศสมาชิกใน
เ ดื อ น เ ม ษ า ย น แ ล ะ พ ฤ ษ ภ า ค ม 2555                               ต า ม ล า ดั บ
และเสนอข้อแนะน าต่อองค์ กรระงับข้อพิพาทของ WTO ภายในวันที่ 11
พ            ฤ           ษ            ภ           า         ค       ม               2555
เพื่อที่องค์กรระงับข้อพิพาทจะตัดสินคัดเลือกผู้สมัครในวันที่ 24 พฤษภาคม
2555
                                                39
               3.                        พณ.
โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ได้มีหนังสือสอบถามหน่วยงานต่าง ๆ
ที่           เ            กี่           ย               ว              ข้            อ          ง
เพื่อพิจารณาเสนอบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมสมัครรับคัดเลือกเป็นสมาชิก
อ ง ค์ ก ร อุ ท ธ ร ณ์ แ ท น ต า แ ห น่ ง ที่ จ ะ ว่ า ง ล ง
เพื่อเสนอชื่อเป็ นผู้สมัค รของไทยต่อองค์กรระงั บข้อพิพาทต่อไป ซึ่งข้อ 17
ข อ ง ค ว า ม ต ก ล ง ว่ า ด้ ว ย ก า ร ร ะ งั บ ข้ อ พิ พ า ท
ภายใต้องค์การการค้าโลกกาหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้าเป็นสมาชิกองค์กร
อุ              ท               ธ               ร                  ณ์              ว่            า
จะต้องเป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับในความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายการค้าระหว่
างประเทศ และเรื่ อ งภายใต้ ค วามตกลงต่ า ง ๆ ขององค์ ก ารการค้ า โลก
ร ว ม ถึ ง บุ ค ค ล ดั ง ก ล่ า ว จ ะ ต้ อ ง ไ ม่ มี ส่ ว น เ กี่ ย ว ข้ อ ง ใ ด ๆ กั บ ภ า ค รั ฐ
ซึ่ ง หน่ ว ยงานที่ ป ระสงค์ เ สนอชื่ อ บุ ค คลเข้ า รั บ การพิ จ ารณาคั ด เลื อ กมี 1
ห น่ ว ย ง า น คื อ ก ต . โ ด ย เ ส น อ ด ร . ธ เ น ศ สุ จ า รี กุ ล
ผู้อานวยการโครงการปริญญาโทด้านกฎหมายระหว่างประเทศและการทูต
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
               4.
ยังไม่เคยมีผู้แทนจากประเทศไทยเข้าร่วมการคัดเลือกหรือดารงตาแหน่งสมา
ชิ        ก       อ       ง        ค์       ก         ร        อุ        ท       ธ        ร    ณ์
ดังนั้นการสรรหาผู้สมัครเพื่อเข้ารับตาแหน่งสมาชิกองค์กรอุทธรณ์แทนตาแ
ห      น่      ง    ที่     จ      ะ      ว่     า       ง        ล      ง     ค      รั้   ง   นี้
เป็นโอกาสอันดีที่ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการค้าระหว่าง
ป ร ะ เ ท ศ ข อ ง ไ ท ย จ ะ ส มั ค ร เ ข้ า รั บ ก า ร พิ จ า ร ณ า
แ ล ะ มี บ ท บ า ท ใ น ก ล ไ ก ก า ร ร ะ งั บ ข้ อ พิ พ า ท ภ า ย ใ ต้ WTO
ซึ่งมีความสาคัญมากในเวทีการค้าโลกปัจจุบัน

                                                   ้
                                             แต่งตัง
28. เรื่อง แต่งตั้ง
            1                                                   .
แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดารงตาแหน่งประเภทวิชาการระดับทรง
คุณวุฒิ(กระทรวงสาธารณสุข)

       คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอแต่งตั้งข้าราชการ
พ ล เ รื อ น ส า มั ญ สั ง กั ด ก ร ะ ท ร ว ง ส า ธ า ร ณ สุ ข
ให้ ด ารงต าแหน่ า งประเภทวิ ช าการระดั บ ทรงคุ ณ วุ ฒิ จ านวน 4 ราย
ตั้งแต่วันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ ดังนี้
                   1 . น า ง ส า ว ป อ ง ใ จ วิ ร า รั ต น์ ทั น ตแพทย์ เ ชี่ ย วชาญ
ด้ า นทั น ตกรรม กลุ่ ม งานทั น ตกรรม โรงพยาบาลมหาราชนครราชสี ม า
ส านั ก งานสาธารณสุ ข จั ง หวั ด นครราชสี ม า ส านั ก งานปลั ด กระทรวง
ด ารงตาแหน่ ง ทั น ตแพทย์ท รงคุณ วุฒิ ด้ านทัน ตกรรม กลุ่ มงานทัน ตกรรม
โ ร ง พ ย า บ า ล ม ห า ร า ช น ค ร ร า ช สี ม า
                                             40

ส านั ก งานสาธารณสุ ข จั ง หวั ด นครราชสี ม า ส านั ก งานปลั ด กระทรวง
ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2553
                       2 . น า ง ศ รี ป ร ะ พ า เ น ต ร นิ ย ม น า ย แ พ ท ย์ เ ชี่ ย ว ช า ญ
( ด้ า น เ ว ช ก ร ร ม ป้ อ ง กั น ) ส า นั ก โ ร ค เ อ ด ส์
วั ณ โ ร ค แ ล ะ โ ร ค ติ ด ต่ อ ท า ง เ พ ศ สั ม พั น ธ์ ก ร ม ค ว บ คุ ม โ ร ค
ดารงตาแหน่งนายแพทย์ทรงคุณวุฒิ (ด้านเวชกรรมป้องกัน สาขาวัณโรค)
ส า นั ก โ ร ค เ อ ด ส์ ด า ร ง ต า แ ห น่ ง น า ย แ พ ท ย์ ท ร ง คุ ณ วุ ฒิ
( ด้ า น เ ว ช ก ร ร ม ป้ อ ง กั น ส า ข า วั ณ โ ร ค ) ส า นั ก โ ร ค เ อ ด ส์
วั ณ โรคและโรคติ ด ต่ อ ทางเพศสั ม พั น ธ์ กรมควบคุ ม โรค ตั้ ง แ ต่ วั น ที่ 1
กรกฎาคม 2554
                       3. นางสาวนิ พ รรณพร วรมงคล นายแพทย์ เ ชี่ ย วชาญ
(ด้ านส่ง เสริ มสุ ขภาพ) กรมอนามัย ด ารงต าแหน่ ง นายแพทย์ท รงคุณ วุ ฒิ
(ด้านส่งเสริมสุขภาพ) กรมอนามัย ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2554
                       4 .       น า ย ช า ญ วิ ท ย์                   ท ร ะ เ ท พ
ผู้ อ านวยการส านั ก บริ ห ารการสาธารณสุ ข ส า นั ก งานปลั ด กระทรวง
ดารงตาแหน่ง นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ (ด้านพัฒนาระบบบริการสาธารณสุข)
กลุ่ มที่ป รึ กษาระดับ กระทรวง สานั กงานปลั ด กระทรวง                       ตั้ง แต่วัน ที่ 1
พฤศจิกายน 2554
               ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป

                 2                                                           .
แต่ ง ตั้ ง ข้ า ราชการให้ ด ารงต าแ หน่ ง ประเภทวิ ช าการระดั บ ทรงคุ ณ วุ ฒิ
(สานักนายกรัฐมนตรี)

       คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่สานักข่าวกรองแห่งชาติเสนอแต่งตั้งข้าราช
การพลเรื อ นสามั ญ สั ง กั ด ส านั ก ข่ า วกรองแห่ ง ชาติ ส านั ก นายกรั ฐ มนตรี
ใ ห้ ด า ร ง ต า แ ห น่ ง ป ร ะ เ ภ ท วิ ช า ก า ร ร ะ ดั บ ท ร ง คุ ณ วุ ฒิ
ตั้งแต่วันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ จานวน 2 ราย ดังนี้
              1. นายเพิ่ ม ศั ก ดิ์ บ้ า นใหม่ ผู้ อ านวยการส านั ก อ านวยการ
ส า นั ก ข่ า ว ก ร อ ง แ ห่ ง ช า ติ
ด ารงต าแหน่ ง ที่ ป รึ ก ษาด้ า นการด าเนิ น งานข่ า วกรองในต่ า งประเทศ
(นั ก การข่ า วทรงคุ ณ วุ ฒิ ) กลุ่ ม งานที่ ป รึ ก ษา ส านั ก ข่ า วกรองแห่ ง ชาติ
ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2554
              2 . น า ย เ ชิ ด ศั ก ดิ์ สั น ติ ว ร วุ ฒิ ผู้ อ า น ว ย ก า ร ส า นั ก 3
ส า นั ก ข่ า ว ก ร อ ง แ ห่ ง ช า ติ ด า ร ง ต า แ ห น่ ง
ที่ปรึกษาด้านข่าวกรองความมั่นคงและสถาบันหลัก (นักการข่าวทรงคุณวุฒิ)
กลุ่มงานที่ปรึกษา สานักข่าวกรองแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2554
              ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป
                               41
         3                    .
รัฐบาลสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์เสนอขอแต่งตั้งเอกอัครราชทูตประจา
ประเทศไทย

       คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่ได้รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณ
รั ฐ แ ห่ ง ส ห ภ า พ เ มี ย น ม า ร์ ป ร ะ จ า ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ว่ า
รัฐบาลสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์มีความประสงค์จะขอแต่งตั้ง อู ตีน์
วี น์ (U                                      Tin                                     Win)
ให้ดารงตาแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอานาจเต็มแห่งสาธารณรัฐแห่งส
ห ภ า พ เ มี ย น ม า ร์ ป ร ะ จ า ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ค น ใ ห ม่ โ ด ย มี ถิ่ น พ า นั ก ณ
กรุ ง เทพมหานคร สื บ แทน อู อ่ อ ง เต็ ง (U                      Aung                Thein)
ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ

          4                                               .
ขอความเห็นชอบในการขอเปิดสถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีนประ
จาจังหวัดขอนแก่น

       คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในการที่รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนขอเปิด
ส ถ า น ก ง สุ ล ใ ห ญ่ ส า ธ า ร ณ รั ฐ ป ร ะ ช า ช น จี น ป ร ะ จ า จั ง ห วั ด ข อ น แ ก่ น
โดยมีเขตกงสุลครอบคลุม 20 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย
ได้ แ ก่ ขอนแก่ น นครราชสี ม า อุ ด รธานี หนองคาย นครพนม สกลนคร
อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ มุกดาหาร มหาสารคาม ชัยภูมิ เลย
กาฬ สิ น ธุ์ บึ งก าฬ ยโ สธ ร ร้ อย เอ็ ด หนอ งบั วล าภู แล ะอ านา จเ จริ ญ
เพื่อแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของความสัมพันธ์หุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุท
ธศาสตร์ ร ะหว่ า งไทยกั บ สาธารณรั ฐ ประชาชนจี น ที่ มี พ ลวั ต อย่ า งต่ อ เนื่ อ ง
ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ

            5                                                  .
แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดารงตาแหน่งประเภทบริหารระดับสูง
(กระทรวงศึกษาธิการ)

       คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอแต่งตั้งข้าราชการ
พ ล เ รื อ น ส า มั ญ สั ง กั ด ก ร ะ ท ร ว ง ศึ ก ษ า ธิ ก า ร
ให้ดารงตาแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จานวน 4 ราย ดังนี้
              1. น า ง รั ต น า                                   ศ รี เ ห รั ญ
รองเลขาธิ ก ารคณะกรรมการข้ า ราชการครู แ ละบุ ค ลากรทางการศึ ก ษา
ส านั ก งานคณะกร ร มการ ข้ า ร าชการ ครู และบุ ค ลากร ทางการ ศึ ก ษา
ส า นั ก ง า น ป ลั ด ก ร ะ ท ร ว ง ด า ร ง ต าแ ห น่ ง ผู้ ต ร ว จ ร า ช ก า ร ก ร ะ ท ร ว ง
สานักงานปลัดกระทรวง
              2 .          น า ย ปั ญ ญ า                           แ ก้ ว กี ยู ร
ผู้ อ า น ว ย ก า ร ส า นั ก ท ด ส อ บ ท า ง ก า ร ศึ ก ษ า
                                            42

ส า นั ก ง า น ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ก า ร ศึ ก ษ า ขั้ น พื้ น ฐ า น ด า ร ง ต า แ ห น่ ง
ผู้ตรวจราชการกระทรวง สานักงานปลัดกระทรวง
             3 .         น า ง ส า ว อ า ภ ร ณ์                     แ ก่ น ว ง ศ์
ผู้ อ า น ว ย ก า ร ส า นั ก ยุ ท ธ ศ า ส ต ร์ อุ ด ม ศึ ก ษ า ต่ า ง ป ร ะ เ ท ศ
ส า นั ก ง า น ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ก า ร อุ ด ม ศึ ก ษ า ด า ร ง ต า แ ห น่ ง
ผู้ตรวจราชการกระทรวง สานักงานปลัดกระทรวง
             4. นางผานิตย์ มีสุนทร ผู้อานวยการสานักการคลังและสินทรัพย์
ส า นั ก ง า น ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ก า ร ศึ ก ษ า ขั้ น พื้ น ฐ า น ด า ร ง ต า แ ห น่ ง
ผู้ตรวจราชการกระทรวง สานักงานปลัดกระทรวง
             ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป

           6                                                                               .
ขอถอดถอนรายชื่อกรรมการองค์การจั ดการน้าเสียเฉพาะรายนายสมเจตน์
ชั       ย         เ         ฉ        ลิ         ม         ป         รี       ช           า
และขอแต่งตั้งกรรมการอื่นในคณะกรรมการองค์การจัดการน้าเสีย
           ค ณ ะ รั ฐ ม น ต รี อ นุ มั ติ แ ล ะ เ ห็ น ช อ บ ทั้ ง 2 ข้ อ
ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอดังนี้
           1 . อ นุ มั ติ ถ อ ด ถ อ น ร า ย ชื่ อ น า ย ส ม เ จ ต น์ ชั ย เ ฉ ลิ ม ป รี ช า
ออกจากการเป็นกรรมการอื่นในคณะกรรมการองค์การจัดการน้าเสีย
           2 . เ ห็ น ช อ บ แ ต่ ง ตั้ ง น า ย เ ด ช                    บุ บ ผ า วั ล ย์
เป็นกรรมการอื่นในคณะกรรมการองค์การจัดการน้าเสีย
           ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2555 เป็นต้นไป

                            ******************************

				
DOCUMENT INFO
Shared By:
Categories:
Tags:
Stats:
views:3
posted:4/13/2012
language:Thai
pages:42