Perma Gro All Purpose by f72ZHz

VIEWS: 34 PAGES: 54

									              การเตรี ยมดินสาหรับปลูกพืช
               โดย อ.จาเริ ญ ยืนยงสวัสดิ์
• วัตถุประสงค์
• 1.ให้เข้าใจหลักวิธีของการเตรี ยมดินปลูกพืชและสามารถเชื่อมโยง
                         ั
  องค์ประกอบดินมาใช้จดการดินปลูกพืชชนิดต่างๆได้อย่างถูกต้อง
• 2.ลาดับขั้นตอนการจัดการเตรี ยมแปลงปลูก สาหรับพืชเศรษฐกิจ
  สาคัญได้
• 3.อธิบายเงื่อนไขปัจจัยในการจัดการวางระบบการปลูกพืชในเชิง
  อนุรักษ์เพื่อการปลูกพืชอย่างยังยืนได้
                                ่
• 4.บอกชนิดอุปกรณ์ เครื่ องมือและวิธีการที่ใช้ในการเตรี ยมแปลงปลูก
  พืชได้
                  วัตถุประสงค์ของการเตรี ยมดิน
• เพื่อปรับปรุ งสมบัติทางกายภาพ ทางชีวะ และทางเคมีของดินให้เหมาะ
                                                                 ์
  ต่อการเจริ ญเติบโตของส่ วนขยายพันธุ์พืช(เมล็ด, หัว,ต้นกิ่งพันธุ)
      ปฏิบัติการทางดินเพื่อการเตรี ยมที่ดินให้ เหมาะต่ อการปลูกพืชต้ องใช้ เครื่ องมือ
                                                  ้        ุ
      หรื อเครื่ องทุ่นแรงต่ างๆเข้ าช่ วย ทั้งนีแล้ วแต่ ยคสมัยของพัฒนาการ หรื อกิจการที่
      ปลูกว่ าจะใช้ เครื่ องมือ อุปกรณ์ ประเภทใด ในอดีตใช้ จอบ เสี ยม คราดซึ่ งใช้ แรง
      คนหรื อสั ตว์ ต่าง เป็ นต้ นกาลัง ปั จจุบันใช้ เครื่ องจักรเป็ นต้ นกาลัง เรียก
      ปฏิบัติการทางดินเพือการปลูกพืชนีว่า การเขตกรรม (Cultivation) หรือ การไถ
                              ่                 ้
      พรวน (Tillage)
ดินป่ วย ดินไม่มีชีวติ   ดินขาดความอุดมสมบูรณ์
 ปลูกเรื อนตามใจผูอยู่
                   ้      ผูอยูเ่ ป็ นใคร ชอบอะไร
                            ้
สสารไม่หายไปไหนเพียงแต่เปลี่ยนรู ปไปเท่านั้น
                                                                               การกระทาต่ อดินโดยใช้ แรงใดๆ
                                                                                                      ่
                                                                               ย่ อมก่อให้ เกิดการเปลียนแปลง
          ธาตุอาหาร                                                                   ใน 3 องค์ประกอบ
            ่
        เปลียนรู ปเป็ น
       สารอินทรีย์ในพืช

                                                              แร่ ธาตุ
                                                               ่
                                                           เปลียนรู ปเป็ น
                                                         สารอินทรีย์ในสั ตว์




                                                                 ฮิวมัส
 ดิน                                                    แร่ ธาตุในฮิวมัส
                                 แร่ ธาตุจากพืช,สั ตว์ ไม่ เป็ นประโยชน์
                                    ่
                                  ทีตายสะสมในดิน               กับพืช
                                              เน่ าสลาย
                                     แร่ ธาตุถูกปล่ อย เน่ าสลาย      ภาพแสดงวงจรแร่ ธาตุอาหาร
        อนมูลทีเ่ ป็ นแร่ ธาตุ
         ถูกดูดไว้ โดยดิน
                                    ในรู ปอนุมูลทีเ่ ป็ น
                                     ประโยชน์ กบพืช
                                                 ั
                                                                        ่      ่
                                                                      ทีแปรเปลียนไปในธรรมชาติ
    ปัจจัยที่มีผลต่อการเสื่ อมของดิน (Soil Degradation)
                                        Lal et al.,1989

                                        การเสื่ อมของดิน                                 ่
                                                                       จะปลูกพืชให้อยูได้อย่าง
                                                                   ยังยืนต้องรู ้เหตุแห่งความเสื่ อม
                                                                     ่


            กระบวนการ                                       ลักษณะของปัจจัย
 (ตัวปฏิกริยา และปฏิกริยาสั มพันธ์ )                           ่
                                                           (เงือนไขและตัวเร่ ง)


                                              กิจกรรม         กิจกรรมทาง
กายภาพ           เคมี         ชีวะภาพ                                             การเจริญของเมือง
                                            ทางการเกษตร       อุตสาหกรรม
    กระบวนการทางกายภาพทาให้เกิดการเสื่ อม
ดินเมื่อใช้ไปนานๆ ขาดการบารุ ง จะเกิดความเสื่ อมทางกายภาพ
     1.สภาพการเสื่ อมทางโครงสร้างเช่น
           1.1 การแน่นของดิน(Compaction)
           •1.2 การแข็งตัวและแตกระแหงของผิวหน้าดิน(Crusting)
           •1.3 การเร่ งการกัดกร่ อนโดยมนุษย์หรื อสัตว์(Accelerated erosion)
           •1.4 การเกาะของ ดินเป็ นแผ่นแข็งของดินชั้นล่างเมื่อแห้ง(Hard - setting)
     2. สภาพน้ ากับอากาศในดินขาดสมดุลย์
           •2.1 สภาพฝนตกหนัก น้ าท่วมขัง(Wetness)
           •2.2 สภาพแล้งขาดน้ าในดิน(Drough)
     3. สภาพอุณหภูมิที่วิกฎติสาหรับพืช
           3.1 ดินชั้นล่าง(subsoil) เป็ นน้ าแข็งตลอดปี (Permafrost)
           3.2 อุหภูมิสูงหรื อต่าเกินระดับเหมาะสม(Supraoptimal)
    กระบวนการทางเคมีทาให้เกิดการเสื่ อมของดิน

1. การชะล้างแร่ ธาตุอาหารโดยธรรมชาติ (Leaching)               น้ า, ลม, ดินเคลื่อนที่
2. การทาให้ธาตุอาหารหมดไปจากดิน (Fertility depletion)                    การเก็บเกี่ยว
ผลผลิต
3 .ดินแน่นเนื่องจากมี sodium มาก (Sodification)
     (Na+ เมื่อจับกับ clay micelle จานวนมากจะทาให้อนุภาคดินเหนียวฟุ้ งกระจาย
     เมื่อเปี ยก แต่จะเกาะกันแน่นทึบ เมื่อดินแห้งจะแข็ง ยากต่อการไถพรวน)
4. การเกิดดินลูกรัง(Laterization) เป็ นกระบวนการสะสม เหล็กในดิน ดินชนิ ดนี้ จะ
                                                            ิ
มีลกษณะเป็ นดินปนกรวด หรื อมีเศษหิ นปะปน มีสมบัตทางกายภาพและเคม
   ั
                                              ้
สมต่อการทาการเกษตร ดินมีความสามารถอุมน้ าต่าดิน ชั้นล่างมักแน่นทึบ การซึ ม
ซาบน้ าเร็ วถึงปานกลาง ความลึกของดินเห็นเป็ นข้อจากัดในการชอนไชหาอาหารของ
รากพืช
5. Toxification ของ Al+3, Mn+3 และ Heavy metal
             ปฏิกิริยาแลกเปลี่ยนประจุบวกในดิน
                                                                                    ่
                                                                          ดินโดยทัวไป
                                                                       จะมีcation พวก
                                                                          H+,Ca++,Mg++
                                                                             K+, Na+
                                                                                ่ ิ
                                                                     เกาะยึดทีผวclayเป็ น
                                                                       สั ดส่ วนมากน้ อย
                                                                                  ่
                                                                           ลดหลันกัน

เมื่อรากพืชหายใจและคายก๊าซCO2แล้วเกิดอะไรขึ้น ?


    CO2 + H2O          H2CO3             H+ + HCO3 -         H+ + H+ + CO32-

                                                ่
 แล้วประจุธาตุสาคัญอื่นๆเช่น NO3,SO42-,PO43- อยูหรื อปรากฏอย่างไรในดิน(soil solution)
                             ั
ความเป็ นประโยชน์ของแร่ ธาตุกบความเป็ นกรดด่างของดิน
             และการเจริ ญเติบโตของพืช

                                1. การแลกเปลี่ยนประจุบวก
       ไนโตรเจน                 2 .การผลักกันของประจุลบและการ
                                ชะล้างออกไปจากสารละลายดิน
                                (เช่น NO-3,SO42-)
           แคลเซี่ ยม           3.Fe Mn Al เพิ่มขึ้นเมื่อ pH ลดลง
                                Al เป็ นพิษกับพืชได้ ถ้ามีมากใน
                                สารละลายดิน
                                4.Ca , Mg จะละลายได้มากขึ้นเมื่อ
   เหล็ก                          pH เพิ่มขึ้น

           pH
กระบวนการทางชีวะที่เป็ นเหตุของความเสื่ อมของดิน

           1.ชีวะมวลที่เป็ นคาร์บอนลดลง
                                  ์ั
           2.การลดลงของอินทรี ยวตถุ
           3.การลดลงของพืชและสัตว์ขนาดเล็กในดิน
           4.เปลี่ยนแปลงสภาพโดยรวมในดินในทางเสื่ อมที่สิ่งมีชีวิต
           ไม่สามารถทนอยูได้ ่


                                    กระบวนการทางกายภาพ เคมีและชีวะ
                                     สัมพันธุ์ต่อเนื่องกันเป็ นระบบรวม
ลักษณะกิจกรรมด้านการเกษตรทาให้เกิดการเสื่ อม
           (Agricultural activities)

     1.การตัดไม้ทาลายป่ าไปใช้ประโยชน์(deforestation)
     2.การไถพรวนไม่เหมาะสม
     3.ใช้ดินมากเกินไป(intensive) และ
     การปลูกพืชชนิดเดียว(monoculture)
     4..ใช้สารเคมีไม่เหมาะสมและมากเกินไป
     5.อัตราการเอาออกของมวลมากกว่าการคืนกลับของชีวมวล
 ลักษณะกิจจกรรมด้านอุตสาหกรรมและความเจริ ญ
          ของเมืองทาให้เกิดการเสื่ อม

สาเหตุด้านอุตสาหกรรม     สาเหตุความเจริญของเมือง
   1.ของเสี ยจากโรงงาน     (Urbanization)
   2. ฝนกรด(acid rain)      1. ของเสี ยจากเมือง(city waste)
                            2. ทีทาการเกษตรลดลง
                                 ่
            การปลูกพืชเริ่ มด้วยการเตรี ยมดิน

ชนิดพืชกับขั้นตอนการเตรี ยมดิน
• ชนิดพืช
                                                  •ระบบการปลูกในที่ลุ่ม
   – พืชสวน                                       • ระบบการปลูกในท
                               ่
       • ไม้ผล(มะม่วง ฝรั่ง ชมพู)
       • ผัก(กินใบ กินผล กินดอก กินทั้งต้น แบ่งตามอายุ
       •       ไมดอก(เมล็ดเล็กมาก เมล็ดเล็ก เมล็ดใหญ่การวางผังระบายนา
                  ้                                    )
                                                                    ้
   – พืชไร่ (ล้มลุก,พืชยืนต้น)                         •แบบหลังเต่า
       • พืชในที่ลุ่มมีน้ าท่วมขังเช่น ข้าว            •แบบไร้รูปแบบ
       • พืชในที่ดอน เช่น ข้าวโพด อ้อย                 •แบบก้างปลา
                                                       •แบบผสม
    การเตรียมดินปลูกสาหรับปลูกพืชสวนบางชนิด
ข้ อพิจารณา:
        ิ ี่ ี
   สมบัตทดของเครื่องปลูก(media)
     • 1.Stability of organic matter       ่
                                         อืนๆ:
     • 2.Carbon:Nitrogen Ratio         •      หางาย
                                                  ่     ราคาถ
                                       •      ไมมีโรค
                                                ่        แมลง
     • 3.Bulk density
     • 4.Moisture Retention and Aeration
     • 5.Cation Exchange Capacity
     • 6.pH
     • 7.Fertilizer Content
    สมบัติสาคัญของดินผสมสาหรับไม้กระถางบางชนิด
         Mix Total pore         Air@Con.        water     pH      EC Organic Nitrate Ammonium
         ID    space             capacity        %               DS/m matter (NO3)     (NH4)
             % volume           % volume                               %      ppm       ppm
          1          79             12           34       6.1      2.8        39         355            6
          2          66              9           135      5.9     0.85        97          1             43
          3          89             13           67       4.3      4.0        50         360            32
          4          87             19           38       6.7      6.0        51          2             25
         5           71              6           80       4.4      9.1        50         16             43
          6          68              8           49       6.2      2.1        41          3             32
          7          77             12           248      4.4      0.3        93         49             6
          8          75             13           84       4.9     11.5        45        1,770          359
          9          73             10           59       6.4      1.0        38          4             23
         10          58              9           67       4.5      9.2        52         28             61
         11          85             13           91       5.8      1.8        48         710            21
         12          67             12           121      6.7      1.6        95          8            407
         13          88             20           164      7.2      1.4        90          9             27
         14          67              9           152      7.5      0.7        88          6             37
         15          60             12           87       6.3      1.4        68         68            261
1.Supersoil, 2.Perma-Gro All-Purpose,   3.Bandini Potting Soil,   4.Good Earth Potting Soil, 5.Vita-Hume Outdoor,
6.Power-O-Pear,                         7.Gromulcg Planting Mix, 8.Hyponex Professional Mix
9.Uniguow African Violet Mix,           10.Hyponex Professional Mix, 11.Jiffy Mix,           12.Jungle Hrowth House Plant
13.Roger,s Potting Soil Mix,            14.Black Magic House,     15.K-Mart Potting Soil
ลักษณะการเจริ ญของต้นมะเขือเทศในดินผสมสูตรต่างๆ
                 ชนิดดิน               การงอกที่     ความสูงกล้ า   ค่ าความ
                                       อายุ14 วัน    เฉลี่ย(ซ.ม.)  แข็งแรงกล้ า
                                         (%)        (อายุ 1 เดือน)
      Supersoil                           79            10.6         Exellent
      Perma-Gro All-Purpose Potting       46               6           Poor
      Bandini Potting S.                  67            10.1         Exellent
      Good Earth Potting Soil             79              6.3          Poor
      Vita-Hume Outdoor Planting Mix      71              6.7      Satisfactory
      UniGrow Potting Soil                50              9.4          Good
      Power-o-Peat                        92              7.1      Satisfactory
      Gromulch Planting Mix               83              8.6          Good
      Unigrow African Violet Mix          83              6.3          Poor
      Hyponex Pro.Mix Potting Soil        92              8.1      Satisfactory
      Jiffy Mix                           67              8.6          Good
      Jungle Growth House Plant           67              6.3      Satisfactory
      P.Mix
      Roger,s Pottig Mix                  83             6.9       Satistactory
      Black Magic House Plant             87             4.7          Poor
      K-Mart Potting Soil                 83             7.6       Satisfactory
      UC mix                              83             6.8       Satisfactory
พื ้นที่   ความลึ ก particle size                        textural
                                               distribtion            bulk       particle porosity
           (cm)     sand     silt              clay      class        density    density (%)
                      (------------g kg -1----------------)         (-----------Mg   m-3------)
 ่
ปาไผ่          0-5         52         23           25         SCL        1.14        2.47       53.85
               5-15        47         21           32         SCL        1.18        2.71       56.45
              15-30        46         20           34         SCL        1.37        2.64       48.11
              30-60        48         14           38         SC         1.38        2.67       48.31
               60+         39         16           45          C         1.42        2.71       47.6
 ่
ปาเต็งรั ง     0-5         66         24           10         SL         1.12        2.55       56.08
               5-15        68         22           10         SL         1.43        2.57       44.36
              15-30        65         24           11         SL         1.27        2.62       51.34
              30-60        72         18           10         SL         1.91        2.65       27.92
               60+         68         22           10         SL          1.4        2.63       46.77
กระถิ น ยัก ษ์ 0-5         48         24           28         SCL        1.24        2.55       51.37
               5-15        42         20           38         CL         1.39         2.6       46.54
              15-30        38         20           42          C         1.36        1.62       48.09
              30-60        40         19           41          C         1.33         1.6       48.85
               60+         36         21           43          C          1.4        1.63       46.17
   ่
ปาสั ก         0-5         54         18           28         SCL        1.14        2.54       55.12
               5-15        50         19           31         SCL        1.18        2.61       54.79
              15-30        49         18           33         SCL        1.21        2.63       53.99
              30-60        46         18           36         SC         1.34        2.62       48.85
               60+         44         16           40          C         1.33        2.62       49.24
พื ้นที่       ความลึก particle size                    textural bulk
                                              distribtion                particle porosity
               (cm)    sand     silt          clay      class    density density (%)
                                        -1                                        -3
                       (------------g kg ----------------)         (-----------Mg m ------)
   ไร่ ร้ าง  0-5           53         22         25         SCL        1.09      2.53      56.92
              5-15          54         18         25         SCL        1.18      2.58      54.26
             15-30          46         15         28         SC         1.28      1.62      51.14
             30-60          32         18         35          C         1.36      1.69      49.44
              60+           31         18         47          C         1.39      1.68      48.13
ไร่ ข้ าวโพด 0-5            41         34         25          L         1.26      2.61      51.72
              5-15          38         37         25          L         1.22      2.61      53.26
             15-30          35         37         28         CL          1.3       2.6      53.85
             30-60          32         33         35         CL         1.48      2.66      44.36
              60+           24         19         47          C         1.49      2.68      44.4
 สวนเงาะ      0-5           27         42         31         CL         1.17      2.58      54.65
              5-15          23         38         39         CL         1.14       2.6      56.15
             15-30          30         38         32         CL          1.2      2.65      54.72
             30-60          20         36         44          C         1.24      2.68      53.73
              60+           21         34         45          C         1.51      2.66      43.23
John Innes compost. Loam selected should have enough clay to
be slightly greasy when smeared without stickiness. from a
good pasture, 2-7% humus. This is to be composted in
alternating layers of 4-1/2 in loam and 2 in strawy manure,
allowing 6 month’s time before using.
                    Ingredients,      Fertilizer ingredients.
                    Parts by volume            ( Per m3)
Seed compost      2 loam       1.2 kg 20%
                  1 peat mossa superphosphate
                  1 sandb      0.6 kg calcium
                               carbonate
Potting compost 7 loam         1.2 kg 20%
                3 peat moss    superphosphate
                2 sand         0.6 kg potassium
                               sulfate
                               0.6 kg calcium
                               carbonate
A
  Canadian of German sphagnum or equivalent.
Influence of particle size on bulk density in soil
mixtures and when sand added. ( Richards et
al.,1964)
       Soil composition       Bulk density (g/ cc )
Sand (%) Silt          Clay   Soil alone Mixed with 60%
             (%)       (%)                 Sand by volume
74           18       8       1.53       1.56
58           25       17      1.45       1.55
43           34       23      1.36       1.52
SOME OF THE COMMON CHEMICAL ELEMENTS
            FOUND IN PLANTS
Element          Symbol     Approximate     Common Valence   Common lons in Which
                            Atomic Weight   Numbers          Elements Are Found
Elements Essential for Plant Growth
Carbon           C         12               -4,+4            CO23, HCO32-
Hydrogen         H         1                +1               H+, H3O+, OH-
Oxygen           O         16               -2               OH-, NO-3
Phosphorus       P         31               -5               H2PO-4, HPO4-, PO3-4
Potassium        K         39.1             +1               K+
Nitrogen         N         14               -3,+5            NH+4, NO-3
Sulfur           S         32.1             +6,-2            SO24-
Calcium          Ca        40.1             +2               Ca2+
lron             Fe        55.9             +2,+3            Fe2+, Fe3+
Magnesium        Mg        24.3             +2               Mg2+
Boron            B         10.8             +3               BO3-3
Zine             Zn        65.4             +2               Zn2+
Manganese        Mn        54.9             +2,+3            Mn2+
Molybdenum       Mo        96               +3,+5            Mo3+, MoO+2
Chlorine         CI        35.5             -1               Cl-
Copper           Cu        63.6             +1,+2            Cu+, Cu2+
Some Other Element
Sodium       Na      23     +1   Na+
Silicon      Si      28.1   +4   SiO3-4
Aluminum Al          27     +3   Al3+
        ์ั ั
อินทรี ยวตถุกบการเตรี ยมดิน
   • ความสาคัญ
                        ์ั
   • บทบาทของอินทรี ยวตถุ
   • การจัดการ และ
                     ์ั
   • แหล่งของอินทรี ยวตถุ
                   ์ั
  ลักษณะของอินทรี ยวตถุในดินของประเทศไทย
• ประเทศไทยมีปัญหาดินเสื่ อมโทรม~224.9ล้านไร่ (หรื อ 70.13
                  ั่
  %ของพื้นที่ทวประเทศและพื้นที่ที่มีอินทรี ยวัตถุต่ากว่า 2 %ไม่
  น้อยกว่า 191 ล้านไร่ (~60%ของพื้นที่ประเทศ)
                          ์ั
• ปัจจัยที่มีผลต่ออินทรี ยวตถุ
   – สภาพภูมิอากาศร้อน ชื้น มีผลทาให้ OM สลายตัวเร็ ว(< เขตอบอุ่น 8เท่า)
   – การทาการเกษตรติดต่อกันนานโดยไม่ใส่ เพิ่มเติมให้หรื ออัตราการใส่ นอย ้
     กว่าอัตราการสลายตัว
   – พื้นที่ลาดเอียงเกิดกษัยการ(erosion)มาก
                      ู
   – การใช้ที่ดินไม่ถกต้องตามหลักการอนุรักษ์ดิน
   – หน้าดินตื้นและพื้นที่ดินนั้นเกิดจากต้นกาเนิ ดดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่า
                              ์ั
              บทบาทของอินทรี ยวตถุในดิน
• เป็ นตัวควบคุม กาหนดคุณสมบัติทางเคมีกายภาพ และชีวภาพของดิน
   –   การปลดปล่อยแร่ ธาตุอาหาร(Cation exchang capacity)
   –   ลดความเป็ นพิษของธาตุบางชนิด(Buffer capacityของAl, Mn)
   –   การช่วยให้ดินเกาะตัวกันเป็ นโครงสร้าง
   –   ช่วยการดูดยึดน้ าในดิน การระบายอากาศ
   –   การลดอัตราการชะล้างพังทลาย
   –   การส่ งเสริ มกิจกรรมของจุลินทรี ยดิน เกิดการปลดปลอยธาตุ
                                        ์                      ่
                                                                      ั
       อาหารมากขึ้น(Mineralization) กรดบางตัวที่ปล่อยออกมามีประโยชน์กบพืช
       ลดปริ มาณไส้เดือยฝอย ลดปริ มาณเชื้อโรคพืช เพิ่มไมโครไรซาบริ เวณราก
       พืช
                           ์ั
           ที่มาของอินทรี ยวตถุ

                    ์ั
แต่ละชนิดของอินทรี ยวตถุมีแร่ ธาตุอาหารแตกต่างกัน
                                   ิ      ี่
ปริมาณแร่ ธาตุอาหารบางชนิดจากวัสดุอนทรีย์ทย่อยสลายง่ าย
                                                            C/N
              ชนิดวัสดุ       N%     P2O5%   K2O%   C%
                                                            Ratio
        ฟางข้ าว              0.55   0.99    2.39   48.82    89
        ผักตบชวา              1.27   0.71    4.84   43.56    34
        หญ้ าขน               1.38   0.34    3.69   48.66    35
        ต้ นข้ าวโพด          0.53   0.15    2.21   33.00    62
        มันสาปะหลัง
         เปลือก(เปี ยก)      0.60   0.22    0.67   48.85    81
         เปลือก(แห้ ง)       0.59   0.19    0.77   31.52    53
                              1.48   0.48    1.01   54.49    37
         เหง้ า
        สับปะรด
         เปลือก(โรงงาน)      1.79   0.85    5.46   46.80    26
         ใบ(สด)              1.12   0.48    2.64   53.84    48
                              0.82     -       -    49.95    61
         เศษ(สด)
        ส่ วนของเปลือก
         ถั่วคาโลโปโกเนียม   2.30   0.54    2.94   53.49    42
         เมล็ดกาแฟ           0.93   0.14    6.22   65.05    70
                              0.73     -       -    58.36    75
         ถั่วลิสง
                              0.83   0.19    2.15   50.63    61
         ทุเรี ยน
        เฉลี่ย                1.07   0.37    2.92   49.07   55.29
                               ิ      ี่
ปริมาณธาตุอาหารบางชนิดจากวัสดุอนทรีย์ทย่อยสลายตัวยาก
            ชนิดวัสดุ          N%     P2O5%   K2O%    C%      C/N
                                                              Ratio
      ขี ้เลื่อย
      ไม้ เบญจพรรณ             0.32   0.16    2.45    62.70   196
      ไม้ ยางเก่ า             0.25   0.15    0.53    56.37   225
      ไม้ ยางใหม่              0.19   0.36    0.40    58.41   307
      อ้ อย                    0.49   0.21    0.58    51.52   105
       ใบอ้ อย                0.40   0.15    0.44    57.69   146
       กากอ้ อย
      อื่นๆ
       ขุยมะพร้ าว            0.36   0.05    2.94    60.13   167
       แกลบ                   0.36   0.09    61.08   54.72   152
       ต้ นปอกระเจา(โรงงาน)   0.45     -       -     51.83   115
                               0.52   0.03    0.03    60.95   117
       เปลือกเมล็ดปาล์ ม
      ถ่ านแกลบ                0.07   0.19    0.13    9.26     132
      ขี ้กบ                   0.06   0.12    0.05    63.71   1,062
      กากเปปซี่๊               5.94   3.08    0.88    37.81     6
       ๋
      ปุยเทศบาล 901            0.95   1.05    0.99    17.52     8
                                ์
          ชนิดของเชื้อจุลินทรี ยในกองปุ๋ ยหมัก
• เชื้อรา แบททีเรี ย และแอคติโนมัยซีส
• เชื้อราจะเจริ ญได้ดีบริ เวณผิวนอกของกองปุ๋ ย ซึ่งมีอุหภูมิไม่เกิน 50
  องศาเซลเซียส หากอุหภูมิมากกว่า 60 องศาจะไม่พบการเจริ ญของ
  เชื้อรา
                                                       ่
• แบททีเรี ยเจริ ญได้เมื่อมีความชื้นสู ง ที่เหมาะสม อยูในช่วง 50-75
  เปอร์เซ็นต์ pH ค่อนข้างเป็ นกลาง ถ้าต่าไปจะหยุดเจริ ญและอุณหภูมิ
                  ่
  สูงมักเจริ ญอยูภายในกอง
อัตราส่ วนสารประกอบคาร์บอนต่อไนโตรเจน(C/N RATIO)
   • เป็ นค่าที่ใช้บ่งบอกความยากหรื อง่ายต่อการย่อยสลายและใช้เป็ น
     ตัวกาหนดระดับการเป็ นปุ๋ ยหมักที่สมบูรณ์
       – ค่าสู ง อัตราการย่อยสลายจะเกิดช้า
       – อัตราเหมาะสม ประมาณ 10 ต่อ 1
                    ั
       – วัสดุที่มีอตราส่ วน C/N = 25 ต่อ 1 จะเหมาะสมต่อการทาปุ๋ ยหมัก หากไม่ได้
         ควรเติม ไนโตรเจนเสริ มให้ไป
       – หาก C/N ต่าเกินไป จะเกิดการสู ญเสี ยไนโตรเจนได้ง่าย ในรู ป แอมโมเนีย (
         ammonia volatilization)
                                   ่
       – อัตราส่ วนที่แนะนาควรอยูในช่วง C/N ในช่วง 20-40:1
       – แบ่งชนิดวัสดุตามค่า C/N ที่พบทัวไปเป็ น 2พวกคือ
                                         ่
           • พวกย่อยสลายง่าย C/N ต่ากว่า 100:1
           • พวกย่อยสลายยากมี C/N มากกว่า 100:1
     หลักในการพิจารณาปุ๋ ยหมักที่เสร็ จสมบูรณ์แล้ว

– 1. สี ของวัสดุพืช น้ าตาล       ดา
– 2. ลักษณะของวัสดุเศษพืช                     ่
                                   อ่อนนุ่ม ยุย ขาดออกจากกันง่าย ไม่แข็งกระด้าง
  เหมือนวัสดุเริ่ มแรก
– 3. กลิ่นของวัสดุปุ๋ยหมักที่สมบูรณ์       จะไม่มีกลิ่นเหม็น หากมีแสดงว่าไม่สมบูรณ์
                                                                          ั
– 4. ความร้อนในกองปุ๋ ยจะ 2-3 วันโดย T สูง 50- 60 0 ซ.แล้วจะลดลงใกล้กบ Tภายนอก
                                                       ิ
– 5. ลักษณะพืชที่เจริ ญบนกองปุ๋ ยหมัก หากมีพืชขึ้นที่ผวได้แสดงว่าใช้ได้แล้ว
– 6. การวิเคราะห์ทางเคมี พิจารณาความสมบูรณ์โดยเก็บตัวอย่างไปวิเคราะห์ทางเคมีดู
  อัตราส่ วน C/N
       คุณภาพและมาตรฐานที่ดีของปุ๋ ยหมัก
• ตามมาตรฐานของกรมพัฒนาที่ดินได้กาหนดคุณภาพและมาตรฐานไว้
  ดังนี้
   – 1. อัตราส่ วนสารประกอบคาร์ บอนต่อไนโตรเจน(C/N ratio)ไม่มากกว่า
     20:1
   – 2. เกรดปุ๋ ยไม่ควรต่ากว่า 0.5-0.5-1.0(เปอร์เซ็นต์ ของ N P2O5 K2O
     ตามลาดับ
   – 3. ความชื้นของปุ๋ ยหมักไม่ควรมากกว่า 35- 40 เปอร์เซ็นต์ (โดย
     น้ าหนัก)
                        ์ั
   – 4. ปริ มาณอินทรี ยวตถุประมาณ 25- 50 เปอร์เซ็นต์ (โดยน้ าหนัก)
   – 5. ความเป็ นกรดเป็ นด่าง (pH) ประมาณ 6.0-7.5
             ่
    การเตรี ยมดินกับค่าความสามารถในการแลกเปลี่ยน
             ประจุ(C.E.C.)ของวัสดุปรับปรุ งดิน
                Material                  Relative
•
                                  Cation-exchange capacity
           Montmorillonite                10
           Illite          Clay            3
           Kaolinite                       1
           Silt                        ½ or less
           Sand                            0
           Vermiculite                    15
           Humus                          20
           Peatmoss                       14
           Redwood sawdust                 3
       ความหนาแน่นและความ พรุ นรวมของดิน
           (Density & Porosity of Soil)
• ความหนาแน่น = มวล / ปริ มาตร
   – 1 .ความหนาแน่นรวม(Bulk Density) หมายถึงสัดส่ วนระหว่างมวลของดิน
     ขณะที่ดินแห้งสนิทกับปริ มาตรทั้งหมด(ปริ มาตรของส่ วนประกอบทุกๆส่ วน
     รวมกัน)

   – 2. ความหนาแน่นของอนุภาค(Particle Density) หมายถึงสัดส่ วนระหว่างมวล
     ของดินขณะที่ดินแห้งสนิทกับปริ มาตรของอนุภาคของดิน

   – ** ปริ มาตรทั้งหมด =ปริ มาตรของสิ่ งที่เป็ นของแข็ง+ ปริ มาตรของสิ่ งที่
     ไม่ใช่ของแข็ง
ความพรุนรวมทั้งหมด(Total Porossity)

ความพรุนรวมทั้งหมด =
                    นที่
         ปริม าตรส่ ว ไม่ใชของแข็ง
                           ่
                         งหมด
               ปริม าตรทั้
ความพรุนกับสั ดส่ วนของช่ อง(void ratio)ของดิน

สั ดส่ วนของช่ อง     =                         ่
                              ปริมาตรของสิ่ งทีไม่ ใช่ ของแข็ง
                              ปริมาตรของสิ่ งทีเ่ ป็ นของแข็งในดิน
   ความพรุ นทั้งหมดและสัดส่ วนของช่องของดิน ผันแปรโดยตรงกับปริ มาณ
          ์ั                                                   ์ั
  อินทรี ยวตถุในดิน ส่ วนความหนาแน่นรวมของดินกับปริ มาณอินทรี ยวตถุใน
                         ดินจึงเป็ นไปในทางกลับกัน

                                                          ์ั
      การใช้ดินทาการเพาะปลูกส่ งเสริ มการสู ญเสี ยอินทรี ยวตถุไปจากดิน
         ทาให้ความพรุ นทั้งหมด และสัดส่ วนของช่องของดินน้อยลง
               ตลอดทั้งทาให้ความหนาแน่นรวมของดินมากขึ้น
        ดินยิงลึกความหนาแน่นรวมจะมากขึ้นและความพรุ นทั้งหมดกับ
             ่
                        สัดส่ วนของช่องจะน้อยลง
              หน้าที่ของช่องที่ปรากฏในดิน
                                                              ่
• 1. เป็ นที่เก็บน้ า แก๊ซชนิดต่างๆ ไอออนและสารเคมีต่างๆที่อยูใน
  สารละลายดิน
• 2. เป็ นทางผ่านของน้ าและแก๊ซชนิดต่างๆเมื่อน้ าและแก๊ซเคลื่อนที่
  ภายในดิน
                                      ่
• (*** น้ า แก๊ซ และธาตุอาหารที่อยูในสภาวะละลาย)
• water -retaining pore หรื อ capillary pore = ?
• drainage pore หรื อ aeration pore = ?
           แบบการเตรี ยมดินผสมชนิดต่างๆ
                 (Soil Mixtures)
• 1. Soil - Based Media                       3.เครื่ องปลูกสาเร็ จในต่างประเทศ
   – John Innes Compost(1950)                            Jiffy Mix
       • Seed Compost                                    Choice mix
       • Potting Compost                                 Ball Growing mix
   – K.U. Soil Mixes                          4.ดินขุยไผ่, ดินลาดวน,ดินเกษตร
       • สาหรับไม้ดอกทัวไป
                                              ของนายเด่น ดอกประดู่ อื่นๆ
                       ่
             ั              ้
       • ไม้หว และไม้ดอกที่ตองการความชื้นสูง และสู ตรอื่นๆ
• 2.Soiless Media
   – U.C. Mixes : sand + peat moss
   – Peat - lite, Cornell mixes(สูตร A, B และสูตรสาหรับ ไม้ใบ(Foliage plants)
     และพวกรากอากาศ(Epiphytic mix)
                                         ่
        วิธีการไถพรวน (Tillage Method)เพือเตรียมแปลงปลูกพืช
                               ิ ิ
                       คุณสมบัตดน
                                               ลักษณะพืชปลูก        ปัจจัยทาง
                 •      ้
                     เนือดิน
                 •   โครงสร้ างดิน         • ทรงพุ่ม             เศรษฐกิจ-สั งคม
   ฟาอากาศ
     ้           •   กษัยการ               • ช่ วงอายุ         •ขนาดฟาร์ ม
• การกัดกร่ อน   •   ความลึกราก            • ระบบราก           •โครงสร้ างพืนฐาน
                                                                            ้
• อุณหภูมิ       •   ความลาดชันของพืนที่
                                      ้    • การจัดการนา ้     •ตลาด
• นาฟา
    ้ ้          •   อินทรีย์วัตถุ         • ชนิดพืชกับการ     •แรงงาน
                 •        ิ
                     แร่ ดนเหนียว                      ิ
                                             อนุรักษ์ ดน       •เทคโนโลยี
                 •   เหล็กและอลูมินัม      • การปลูกพืช        •ทรัพยากร
                 •   ออกไซด์                 หมุนเวียน         •ธรรมเนียมประเพณี
                 •   ผิวหน้าดิน+           • การอ่ อนแอต่ อ
                     วัสดุคลุม               โรค-แมลง
ความหนาแน่นดินรวม(Critical bulk density)วิกฤติ
     ในการผลิตพืชบางชนิด(Lal ,1986b)

                  พืชปลูก     ความหนาแน่ น    ประเทศ
                              ดินรวม(g/cm3)
                ข้ าวโพด         1.38-1.43     ไนจีเรีย
                ข้ าวไร่            1.40      เซลนิกัล
                ข้ าวฟ่ าง       1.40-1.50    บอทวานา
                ถั่วลิสง            1.48      เซลนิกัล
                Cowpea           1.38-1.44     ไนจีเรีย
      ไนจีเรย
                มันสาปะหลัง      1.35-1.50     ไนจีเรีย
         ขั้นตอนในการเตรี ยมดิน

• ข้อพิจารณา
   – ลักษณะของพื้นที่
   – ชนิดพืชที่จะปลูก
   – พืชปลูกมาก่อน
   – ปริ มาณและชนิดวัชพืช
   – ชนิดของดิน ความชื้นของดิน
   – สภาพฟ้ าอากาศ
   – เครื่ องมือ เครื่ องทุ่นแรงที่มี
   – อื่นๆ
ลักษณะของพื้นที่ดินที่เหมาะสมต่อการปลูกพืชในเขตร้อนชื้น
                    (Humid Tropics)
      ระดับความ         ความชัน      ความลึกชั้น     การจัดการเชิง                       ิ
                                                                        ลักษณะการใช้ ที่ดน
     เหมาะสมของ           สู งสุ ด    ดินขั้นต่า        อนุรักษ์
           ้
        พืนที่           (องศา)        (ม.ม.)
             1                7        ไม่ ระบุ      0-2 0Contour             พืชทุกชนิด
             2               15         1000          cultivation
                                                    Bench terraces     พืชคลุมดินและพืชกึง ่
                                                                                ยืนต้ น
           3               20            500        Step terraces or        ื
                                                                       ไม้ ยนต้ น + พืชคลุม
                                                    hillsede ditches              ดิน
           4               25            500                               ื
                                                  Step terraces or ไม้ ยนต้ น + พืชคลุม
                                                   hillsede ditches             ดิน
         5                 33           250                             ื
                                                  Orchard terraces ไม้ ยนต้ น+พืชคลุมดิน
                                                    or platforms          ห้ ามไถพรวน
         6           มากกว่ า 33         -               None             ป่ าไม้ เท่ านั้น
   หมายเหตุ: 1.เทียบเท่ ากับความชันที่ 12,27,36,42, และ 65 เปอร์ เซนต์
            ชนิดพืชกับขั้นตอนการเตรี ยมดิน
• ชนิดพืช
   – พืชสวน
                                                                •ระบบการปลูกในที่ลุ่ม
                               ่
       • ไม้ผล(มะม่วง ฝรั่ง ชมพู)
                                                                • ระบบการปลูกในท
       • ผัก(กินใบ กินผล กินดอก กินทั้งต้น แบ่งตามอายุ
       •       ไมดอก(เมล็ดเล็กมาก เมล็ดเล็ก เมล็ดใหญ่ )
                  ้
            – ระบบการปลูกในที่ลุ่ม
                                                                การวางผังระบายน้ า
            – ระบบการปลูกในที่ดอน
                                                                    •แบบหลังเต่า
   – พืชไร่ (ล้มลุก,พืชยืนต้น)
                                                                    •แบบไร้รูปแบบ
       • พืชในที่ลุ่มมีน้ าท่วมขังเช่น ข้าว
                                                                    •แบบก้างปลา
       • พืชในที่ดอน เช่น ข้าวโพด อ้อย                              •แบบผสม
                       ิ
                    ดูวธีการปลูกพืชในหนังสื อหน้ า 103 ประกอบ
                 การปลูกพืชเพื่ออนุรักษ์ดิน
• 1.ระบบการปลูกพืชเดี่ยว(monocrop)
   – 1.1 การทาทุ่งหญ้า
   – 1.2 การปลูกพืชตระกูลถัวคลุมดิน
                           ่
• การใช้ระบบการปลูกพืชมากกว่า 1 ชนิด(double/multiple crop)
   – 2.1 การปลูกพืชหมุนเวียน(Crop rotation)
   – 2.2 การปลูกพืชแซม(Intercroping) 2 ประเภท
       • การปลูกพืชผสม(mixed intetcropping) ไม่มีระเบียบ
       • การปลูกพืชแซมเป็ นแถว(row interctopping) มีระเบียบ
   – 2.3 การปลูกพืชสลับป็ นแถบ(strip intercropping)
   – 2.4 การปลกพืชเหลื่อมฤดู(Relay intercroping)
                                  ื
   – 2.5 การปลูกพืชระหว่างแถวไม้ยนต้น (Alley cropping)
 ความสาคัญของการจัดการผิวหน้าดิน
     (Soil surface management)

• ทาให้ การซึมนาเพิมขึน
                ้ ่ ้
• ทาให้ รากเจริญหากินได้ ลกขึน
                          ึ ้
• ปรับปรุ งการจัดการนาโดยรวม
                      ้



                       กลยุทธ์ในการทาให้น้ าซึ มได้มากขึ้น
                  กลยุทธ์ในการทาให้น้ าซึมได้มากขึ้น
                (Strategies to enhance water infiltration)
                                   การเพิ่มการซึ มน้ า

              ส่ งเสริ ม
            ความสามารถ                                   เพิ่มเวลาในการซึ ม
            ในการซึ มน้ า
                                                                  •Rough seedbed
     ลดการแตกระแหง                                                •Ridgd tillage
                                   เพิ่มจานวนขนาดช่อง
     (Reduce crusting)                                            •Tied ridges
                                                                  •Terracing
Mulch farming      Strip cropping             Vertical mulching         Deep ploughing
Cover crops       Conservation tillage        Cropping sydtems
         ขั้นตอนและเครื่ องมือในการเตรี ยมดิน
• การไถครั้งแรก(Primary tillage)
    – เรี ยกกันทัวไปว่า ไถบุกเบิกและไถดะชนิ ดอุปกรณ์เครื่ องมือที่ใช้ได้แก่
                 ่
      ไถหัวหมู(Moldboard plough) ไถจาน หรื อไถกระทะ(Disk plough)และ
      อุปกรณ์ประเภท Tinesเช่น ไถดินดาน(Subsoiler) ไถสิ่ ว(Chisel Plough)
      เป็ นต้น
• การไถครั้งที่สอง(Secondary tillage)
    – เรี ยกกันทัวไปว่า ไถแปร ไถพรวน ชนิ ดอุปกรณ์เครื่ องมือที่ใช้ได้แก่จาน
                 ่
      พรวน(disk harrow), ไถพรวนจาน(disk tiller), พรวนจอบหมุน(rotary
      cultivator) และไถพรวนเหล็กแหลม (tooth harrow )
  ลักษณะและวิธีการใช้เครื่ องมือในการเตรี ยมดิน
• เครื่ องมือในการเตรี ยมดินครั้งที่ 1
    – ไถหัวหมู
        • ข้อดีคือพลิกดินคลุกเคล้าได้ดี และไถดินได้ลึกมากถึง 60-100 เซนติเมตร
                                       ้                           ่
        • ข้อเสี ย เหมาะกับดินที่ไม่มีกอนหิ น รากไม้ หรื อเศษไม้อยูในดินเพราะหากเจอราก
          ไม้ ตอไม้เข้า ส่ วนข้อต่อ จุดเชื่อมของหัวไถจะหักได้ง่ายเมื่อเจอแนวประทะ
    – ไถจาน
                                                ่ ั
        • สามารถติดจานได้มากถึง 7 จาน ขึ้นอยูกบความลึกของการไถ จานน้อยจะไถดิน
          ได้ลึกมากกว่า จานมาก สาหรับการไถครั้งที่ 1 มักต้องการไถพลิกดินให้ลึก จึง
          ติดจานไถไว้ไม่เกิน 3-4 จาน
                                        ้
        • ไถดินได้ต้ืนกว่าไถหัวหมูแต่มีขอดีคือไถดินแข็ง เหนียวมากได้ดี แปลงเปิ ดใหม่ที่มี
          รากไม้ ตอไม้มากใช้ไถหัวหมูไม่ได้ ไถจานจะช่วยพลิก ตัดราก ตอไม้ได้ดี
           เครื่ องมือในการเตรี ยมดินครั้งที่ 2
•   เป็ นการย่อยดินที่ถูกพลิกในการไถครั้งแรกให้แตกออกจากกัน
•   ทาให้ดินร่ วนละเอียดเพียงพอเหมาะสมกับขนาดเมล็ด
•   สับเศษพืชหรื อหญ้า
•   กาจัดวัชพืช
•   ทาให้แปลงปลูกเรี ยบ สม่าเสมอมีผลต่อการระบายน้ าผิวหน้าดิน
        แนวคิดวิธีไถพรวน(Concept of tillage)
• ไถพรวนมาตรฐาน(Conventional tillage (CT)หรื อ Plough - till)
   – ไถดะ+ไถแปร+คราด หรื อ พรวนให้ละเอียดอีกครั้ง
• ไถพรวนเชิงอนุรักษ์(Conservation tillage)
   เป็ นวิธีการไถเพื่อลดความสู ญเสี ยของดินและน้ าอันเนื่องมาจากการไถตาม
       แบบวิธีมาตรฐาน                                                   ิ
                                                           ข้ อควรปฎิบัต:
   – ไม่ไถพรวน(No tillage)                                 1. อย่ าไถพรวนเกินความจาเป็ น
                                                           2. ไถพรวนเมื่อดินมีความชื้นพอเหมา
   – ไถน้อยครั้งที่สุด(Minimum tillage)                    3. ใช้ สารเคมีกาจัดวัชพืชตามที่จาเป็ น
                                                           4. ไถพรวนด้ วยความลึกที่แตกต่างกัน
   – ไถไม่กลบเศษพืช(Mulch tillage หรื อ Stubble tillage)
       สรุ ปวัตถุประสงค์ของการเตรี ยมแปลงปลูกพืช
                                 วัตถุประสงค์

           ระยะสั้น                                 ระยะยาว

    ั
ปฎิบติการทางดินเพื่อหวังผลด้าน                  เพื่อสงวนและรักษา

           อากาศในดิน
           ความชื้นดิน                             สิ่ งมีชีวิตในดิน
           อุณหภูมิดิน                              โครงสร้างดิน
      เร่ งปฎิกริ ยาเคมีดิน                                    ์ั
                                                      อินทรี ยวตถุ
           กาจัดวัชพืช                          สุ มดุลย์นิเวศในดิน
       โรคแมลงศัตรู พืช
           แบบการเตรี ยมดินผสมชนิดต่างๆ
                 (Soil Mixtures)
• 1. Soil - Based Media                       3.เครื่ องปลูกสาเร็ จในต่างประเทศ
   – John Innes Compost(1950)                            Jiffy Mix
       • Seed Compost                                    Choice mix
       • Potting Compost                                 Ball Growing mix
   – K.U. Soil Mixes                          4.ดินขุยไผ่, ดินลาดวน,ดินเกษตร
       • สาหรับไม้ดอกทัวไป
                                              ของนายเด่น ดอกประดู่ อื่นๆ
                       ่
             ั              ้
       • ไม้หว และไม้ดอกที่ตองการความชื้นสูง และสู ตรอื่นๆ
• 2.Soiless Media
   – U.C. Mixes : sand + peat moss
   – Peat - lite, Cornell mixes(สูตร A, B และสูตรสาหรับ ไม้ใบ(Foliage plants)
     และพวกรากอากาศ(Epiphytic mix)
                           ี่
  วัสดุปรุงดินชนิดอินทรีย์ทย่อยสลายง่ าย
                                                    C/N
      ชนิดวัสดุ       N%     P2O5%   K2O%   C%
                                                    Ratio
ฟางข้ าว              0.55   0.99    2.39   48.82    89
ผักตบชวา              1.27   0.71    4.84   43.56    34
หญ้ าขน               1.38   0.34    3.69   48.66    35
ต้ นข้ าวโพด          0.53   0.15    2.21   33.00    62
มันสาปะหลัง
 เปลือก(เปี ยก)      0.60   0.22    0.67   48.85    81
 เปลือก(แห้ ง)       0.59   0.19    0.77   31.52    53
                      1.48   0.48    1.01   54.49    37
 เหง้ า
สับปะรด
 เปลือก(โรงงาน)      1.79   0.85    5.46   46.80    26
 ใบ(สด)              1.12   0.48    2.64   53.84    48
                      0.82     -       -    49.95    61
 เศษ(สด)
ส่ วนของเปลือก
 ถั่วคาโลโปโกเนียม   2.30   0.54    2.94   53.49    42
 เมล็ดกาแฟ           0.93   0.14    6.22   65.05    70
                      0.73     -       -    58.36    75
 ถั่วลิสง
                      0.83   0.19    2.15   50.63    61
 ทุเรี ยน
เฉลี่ย                1.07   0.37    2.92   49.07   55.29
                           ี่
  วัสดุปรุงดินชนิดอินทรีย์ทย่อยสลายตัวยาก
      ชนิดวัสดุ          N%     P2O5%   K2O%    C%      C/N
                                                        Ratio
ขี ้เลื่อย
ไม้ เบญจพรรณ             0.32   0.16    2.45    62.70   196
ไม้ ยางเก่ า             0.25   0.15    0.53    56.37   225
ไม้ ยางใหม่              0.19   0.36    0.40    58.41   307
อ้ อย                    0.49   0.21    0.58    51.52   105
 ใบอ้ อย                0.40   0.15    0.44    57.69   146
 กากอ้ อย
อื่นๆ
 ขุยมะพร้ าว            0.36   0.05    2.94    60.13   167
 แกลบ                   0.36   0.09    61.08   54.72   152
 ต้ นปอกระเจา(โรงงาน)   0.45     -       -     51.83   115
                         0.52   0.03    0.03    60.95   117
 เปลือกเมล็ดปาล์ ม
ถ่ านแกลบ                0.07   0.19    0.13    9.26     132
ขี ้กบ                   0.06   0.12    0.05    63.71   1,062
กากเปปซี่๊               5.94   3.08    0.88    37.81     6
 ๋
ปุยเทศบาล 901            0.95   1.05    0.99    17.52     8

								
To top