Docstoc

iOS 1

Document Sample
iOS 1 Powered By Docstoc
					                                                                                                                             1




                                                iOS
         แรกเริ่ มเดิมที iOS มีชื่อว่า "iPhone OS" โดยเป็ น Operating System ที่มาพร้อมกับโทรศัพท์มือถือ
iPhone รุ่ นแรกในปี 2007 แต่ต่อมาได้ถูกเปลี่ยนชื่ อไปเนื่ องมาจากมีอุปกรณ์อื่น อย่างเช่น iPod touch, iPad
                              ั        ้
และ Apple TV ต่างก็ใช้ระบบปฏิบติการนี้ดวย

                                                                             ั
         iOS ถูกพัฒนามาจากฐานระบบที่ชื่อ Darwin ซึ่ งเป็ นฐานเดียวกับระบบปฏิบติการ Mac OS X
ที่ มี ค วามเสถี ย รและความปลอดภั ย สู ง              จึ ง มั่ น ใจได้ ว่ า โอกาสที่ ร ะบบจะเกิ ด การแฮงค์
                        ้             ู้                           ้
หรื อถูกโจมตีจากไวรัสมีนอยมาก เว้นแต่ผใช้จะไป Jailbreak ทาลายภูมิคุมกันระบบเสี ยเอง

iOS Version

iPhone OS 1.0

         เปิ ดตัวปี 2007 พร้อมกับ iPhone รุ่ นแรกในเมืองไทยเรี ยกกันว่า iPhone 2G หรื อ iPhone Classic
ค น ที่ ต้ อ ง ก า ร ใ ช้ iPhone          รุ่ น นี้ ต้ อ ง ซื้ อ เ ค รื่ อ ง หิ้ ว เ ท่ า นั้ น ซึ่ ง มี ร า ค า ที่ สู ง ม า ก
ทาให้มีเครื่ องปลอมจากประเทศจีนวางขายกันเกลื่อน
                                                                                                               2


            เป็ นโทรศัพ ท์มื อ ถื อ ที่ อ อกแบบมาในแบบ PDA            ตัว เครื่ องบาง หน้ า จอสั ม ผัส ขนาดใหญ่
เ ห ม า ะ ส ม กั บ ก า ร ใ ช้ ง า น อิ น เ ต อ ร์ เ น็ ต รั บ - ส่ ง อี เ ม ล เ ต็ ม ต า กั บ ก า ร ช ม วี ดี โ อ
และยังคงไม่ทิ้งคุณสมบัติเครื่ องเล่นเพลง ที่ควบคุมการเล่นเพลงด้วยปลายนิ้วสัมผัสบนหน้าจอ

            ผู้ใ ช้ ส ามารถท าการโทรออกได้ จ ากรายชื่ อในสมุ ด โทรศั พ ท์ หรื อบั น ทึ ก รายการโทร
มี ฟั ง ค์ ชั่ น ตั ด เ สี ย ง ( Mute)                ส น ท น า ผ่ า น ล า โ พ ง ( Speaker                phone)
                                          ้ ์
ในส่ วนของการส่ งข้อความก็สะดวกในการพิมพ์ดวยคียบอร์ ดเสมือนจริ งบนหน้าจอ แบบ QWERTY

            ท่ อ งโลกอิ น เตอร์ เ น็ ต กับ Safari   browser แสดงได้เ ต็ ม หน้า เว็บ เพจพร้ อ มฟั ง ค์ชั่น การซู ม
                              ั
ที่ควบคุมได้แค่ปลาย นอกจากนี้ยงมี Widgets ที่คอยรายงาน สภาพภูมิอากาศให้คุณแบบ Real time

ข้ อดี

           ความเร็ วในการตอบสนอง - ความเร็ วในการเปิ ดโปรแกรม เร็ วกว่าพวก Windows Mobile
            หลายๆรุ่ น
           หน้าจอแสดงผลได้ชดเจนั
           ตัวเครื่ องบาง
           sync contact ง่ายมาก - เอา contact ในเครื่ อง (ซึ่งเป็ นเบอร์ โทรล้วนๆ) sync เข้า gmail contact ผ่าน
            iTunes ได้เพียงแค่ใส่ username + password ของ google
           sms log as a conversation - เวลาส่ งคุยกันจะเห็นข้อความที่เราคุยกับคนคนนี้ในครั้งก่อนๆ ทั้งหมด
            เหมือน conversation log.o

ข้ อเสี ย

           เปิ ด-ปิ ด EDGE/Wifi ยาก - เพราะเมนูค่อนข้างซับซ้อน
           กล้องแค่สองล้านพิกเซล สี ไม่สวย ไม่มีโหมดมาโคร ไม่มี auto-focus ถ่ายวีดีโอไม่ได้
           soft keyboard ทาให้พิมพ์แบบไม่ดูปุ่มไม่ได้
           เวลาใช้งาน wifi / edge หรื อ เล่นเกมส์ต่อเนื่อง เครื่ องจะร้อน และแบตเตอรี่ ลดฮวบ
           ตัวรับสัญญาณ wifi แรงไม่เท่าพวก notebook
           เป็ น A-GPS ไม่ใช่ GPS ทาให้ความแม่นยาไม่มากนัก
           สร้าง photo album ใหม่บน iPhone ไม่ได้ ต้องทาผ่าน iTunes เท่านั้น - WTF !
           ใช้เวลาในการเปิ ด photo album นาน เมื่อมีรูปในเครื่ องเยอะๆ
           ยังอ่านชื่อเพลงภาษาไทยไม่ได้
                                                                                                      3


เพิ่ม เติ ม ผูข ายรายหนึ่ ง ทาง eBay อ้า งว่า เป็ นต้น แบบ iPhone รุ่ น แรก ซึ่ งเป็ นเพี ย งต้น แบบหยาบ
              ้
หน้าจอมีความละเอียดต่ามาก
                                                                                                     4


iPhone OS 2.0

                                                  ั
        เปิ ดตัวปี 2008 พร้อมกับ iPhone 3G เวอร์ ชนนี้มาพร้อมกับ App Store, รองรับการอ่านภาษาไทย
และสามารถใช้งานเครื อข่าย 3G ได้ โดยที่ truemove
เป็ นผูให้บริ การโทรศัพท์มือถือรายแรกของประเทศไทยที่ได้รับสิ ทธิ์ จาหน่าย iPhone 3G จากทางบริ ษท
       ้                                                                                       ั
Apple อย่างเป็ นทางการ




         Apple ได้ ส่ง iPhone OS 2.1 beta 1 ให้ กบกลุ่มนักทดสอบใช้ งาน โดยได้มีการเปิ ดเผยว่า iPhone OS
                                                 ั
2.1 beta 1 ที่ส่งให้กลุ่มนักทดสอบไปใช้งานนั้น มีการเพิ่มฟังก์ชนบางส่ วนสาหรับนักพัฒนาที่ตองการใช้ชิพ
                                                              ั่                           ้
GPS ใน iPhone เข้า ไป ซึ่ ง ก่ อนหน้า นี้ iPhone 3G นั้นถู ก ติ ว่า ยัง ไม่ส ามารถนาฟั งก์ชั่น GPS
มาใช้ ง านในการน าทางได้อ ย่ า งสมบู ร ณ์ โดยก็ เ ป็ นไปได้ ที่ จ ะมี ก ารปรั บ ปรุ ง OS ให้ iPhone
รวมถึงมีรายงานจากผูใช้หลายรายว่า iPhone 3G นั้นยังมีปัญหาในการรับสัญญาณโทรศัพท์ที่ไม่ค่อยจะดีนก
                         ้                                                                            ั
และคาดว่าน่าจะถูกปรับปรุ งแก้ไขในการอัพเดท OS ครั้งต่อไป
                                                                                                 5




iPhone OS 3.0

       เปิ ดตัวปี 2009 พร้อมกับ iPhone 3GS มาพร้อมกับ Push Notification, Cut/Copy/Paste, Find My
                      ่                                ั
iPhone, ที่ น่าสนใจอยูที่ API ใหม่ๆ หลายตัวที่เปิ ดให้นกพัฒนาใช้งานกันได้ รวมไปถึง Business Model
ใ ห ม่ ที่ เ พิ่ ม เ ติ ม ใ ห้ ส า ม า ร ถ ซื้ อ ข า ย สิ น ค้ า จ า ก ภ า ย ใ น โ ป ร แ ก ร ม ไ ด้
ส่ วนนี้จะต่อยอดและผลักดันการพัฒนาโปรแกรมสาหรับ Platform นี้ให้เติบโดเพิ่มขึ้นได้อีก




Keynote iPhone OS 3.0 เด่ น ๆ

          ั
สาหรับผู้พฒนา

    In App Purchase ระบบการซื้ อสิ นค้าภายในโปรแกรม โดยชาระเงินผ่าน iTunes Store
    Peer to Peer Connectivity สามารถเขียนโปรแกรมเชื่อมต่อกันผ่าน Bluetooth และ Bonjour ได้
    Push        notification    เป็ นระบบแจ้ ง เตื อ นแบบต่ า งๆ โดยไม่ ต้ อ งเปิ ดโปรแกรมต่ า งๆ
       ทางานค้างไว้เบื้องหลัง
    Maps สามารถนาแผนที่ Google ไปใช้งานภายในโปรแกรมได้
                                                                                                          6


     Accessories สามารถเขียนโปรแกรมเชื่ อมต่อกับอุปกรณ์เสริ มได้ โดยผ่าน Dock connector หรื อ
         Bluetooth
     iPod Library Access สามารถเขียนโปรแกรมเข้าถึง Library ภายในเครื่ องได้
     Turn by Turn GPS API สามารถเขียนโปรแกรมใช้งาน GPS แบบ Turn by Turn ได้
     API เพิ่มเติมสาหรับใช้งาน Voice Chat , Proximity sensor , Audio recorder , streaming audio and
         video , Shake และอื่นๆ

สาหรับผู้ใช้

     Cut , Copy , Paste สามารถใช้งานได้แล้ว การลบ Undo ใช้การเขย่าเครื่ อง
     SMS เปลี่ยนเป็ น Messages สามารถ forward ได้ , ลบทีละข้อความได้ ลบทีละหลายข้อความได้
     รองรับ MMS สาหรับระบบ 3G (ใช้ย่าน 3G ในการส่ งข้อมูล) และใช้ได้ในบางประเทศเท่านั้น
                                                               ั
         รองรับการส่ งภาพ , Contacts , ไฟล์เสี ยง และตาแหน่งพิกด
     Landscape view โปรแกรมหลักในเครื่ องรองรับการใช้งานแนวนอน
     Spotlight Search ใช้งานได้จากหน้า Home ใช้ในการเรี ยกโปรแกรมได้ แบบใน Mac OS X
     Stock เพิ่มข่าวและข้อมูลรายละเอียดของหุ นเข้ามาให้ดูเพิ่มเติม
                                              ้
     รอบรับ CalDAV ใช้งานร่ วมกับ iCal , Yahoo , Google หรื อ Oracle ได้
     Shake to Shuffle เขย่าเครื่ องเพื่อสุ่ มเพลงใหม่มาเล่น เหมือนใน iPod nano
     A2DP รองรับการเชื่อมต่อหูฟัง Bluetooth แบบ Stereo
     Voice          Memos    ใช้ ส าหรั บ อัด เสี ย งทั้ง จากไมค์ ภ ายในและไมค์ ภ ายนอก (เช่ น จากหู ฟั ง )
         สามารถส่ งเสี ยงดังกล่าวผ่านอีเมล์ หรื อ MMS ได้
     YouTube เพิมการรองรับการ Subscription , Accounts และ Rating
                 ่
     Safari รองรับ profiles แบบเข้ารหัส , anti-phishing , auto fill ในแบบฟอร์ม
     เพิ่มเติมในส่ วนของ Call Log , OTA Profile และ VPN on demand
     รองรับภาษาเพิ่มขึ้น เพิ่ม Keyboard ภาษาต่างๆเพิ่มขึ้น
                                                                                                            7




iOS 4.0

        เปิ ดตัวปี 2010 พร้อมกับ iPhone 4 โดย iOS 4 นั้นจะประกอบไปด้วย feature ใหม่ๆ กว่า 100
feature สามารถให้ iPad, iPhone 3G, iPhone 3GS และ iPod Touch Gen 2 32GB กับ 64GB อัพเกรดเป็ น
iOS 4 ได้

        โดย Jobs บอกว่าจุดที่น่าสนใจของ iOS 4 นั้นก็คือ ระบบ multitasking, iBooks, ระบบจัดการไฟล์
และระบบโฆษณา            และอี ก จุ ด นึ ง ที่ น่ า สนใจมากๆ ก็ คื อ เรื่ องของการปรั บ ปรุ ง Mail       App
                                                                   ่
เพราะตัวก่อนหน้านี้ใช้งานได้ไม่ค่อยดีมากนัก ถ้าหากเรามี Account อยูหลายๆ ตัว Mail App ใน iOS 4
จะรวมเมลล์ทุกๆ ฉบับไว้ให้ในหน้าจอเดียวกันเพิมความสะดวกมากยิงขึ้น
                                            ่              ่




        ในขณะที่ ส่ วนของ Application          Management          จะมี ร ะบบ Folder           เพิ่ ม เข้ า มา
ทาให้เราสามารถจัดการโปรแกรมได้สูงสุ ดถึง 2,160 โปรแกรมเลยทีเดียว ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ เช่น
tap-to-focus ใช้ในการถ่ ายวิดีโอ, กล้องซู ม 5x, การถ่ ายภาพแบบ HDR, ระบบ Face and Places
                                                                                                                  8


                                            ่
ที่จะคอยบอกว่าเราถ่ายรู ปนี้ ที่ไหนและใครอยูในรู ปนั้นบ้าง, สามารถเปลี่ยน Wallpaper ในหน้า Home ได้,
ระบบ Spell Checking ที่จะฝังเอาไว้ใน Mail App และ App อื่นๆบางตัว

iOS 5.0

                                                                    ั
          เปิ ดตัวปี 2011 พร้อมกับ iPhone 4S โดย iOS 5 สามารถใช้ได้กบ iPhone 4, iPhone 3GS, iPad 1,
iPad 2, iPod Touch Gen 3 และ iPod Touch Gen 4




          ในการปรากฏตัวครั้งสุ ดท้ายต่อหน้าสาธารณชนของ Steve Jobs เมื่อเดือนมิถุนายนในงาน WWDC
                                              ู้
2011 เขาได้พูดถึง iCloud ระบบที่เปิ ดโอกาสให้ผใช้อุปกรณ์ iOS ของ Apple สามารถจัดเก็บสิ่ งต่างๆ
ที่จาเป็ นตั้งแต่เมสเสจไปจนถึ งเพลง และเอกสารไว้บนเซิ ร์ฟเวอร์ หลายๆ ตัวของ Apple ที่เรี ยกว่า Cloud
บนอินเทอร์ เน็ต แทนที่จะเก็บไว้ในอุปกรณ์ ซึ่ งนันหมายความว่า คุณสามารถเข้าถึงข้อมูลของคุ ณได้ทุกที่
                                                ่
ทุ ก เวลา          และแม้ ว่ า อุ ป กรณ์ iOS       ของคุ ณ อาจจะเสี ยหาย ข้ อ มู ล ของคุ ณ ก็ จ ะยัง อยู่ บ น
Cloud โดยคุ ณ สามารถโหลดมัน เข้ า ใช้ ง านบนอุ ป กรณ์                 iOS เครื่ องใหม่ ไ ด้ ท ั น ที ทั้ ง นี้ Apple
จะให้ พ้ื น ที่ ฟ รี กับ ผู ้ใ ช้ 5GB   นอกจากการใช้บ ริ การ iCloud       ที่ ม าพร้ อ มกับ iOS        5      แล้ว
ยังมีคุณสมบัติการทางานบางส่ วนที่น่าสนใจดังนี้
                                                                                                9




           ใน iOS           4     นั้ นเวลามี Notification    เข้ า มาจะแสดงเป็ น pop-up   ขึ้ นมา
ท าให้ เ กิ ด ความร าคาญแก่ ผู ้ใ ช้ ง านได้ ซึ่ งใน iOS     5 นี้ จะรวม Notification ไว้ด้า นบน
วิธีเรี ยกใช้เพียงแค่รูดนิ้วจากแถบบน ( นาฬิกา ) ลงมา




        หากจะพูดให้เข้าใจและเห็นภาพทันทีคงต้องพูดว่า "iMessage คือ Whatsapp ที่ Apple ทาเอง " ใน
                    ั                                                                        ่
iOS 5 นี้ Apple ได้พฒนา iMessage ขึ้นมาสาหรับ iPhone, iPad, iPod Touch ให้สามารถ Chat กันได้ผาน
3G/EDGE/GPRS/Wi-Fi
                                                                                               10




        ใน iOS 5 นั้นเมื่ อเราซื้ อนิ ตยสารหรื อหนังสื อพิมพ์แล้วจะถู กโหลดมาใว้บน iDevices ของเรา
และสามารถเปิ ดอ่านได้ตลอดเวลา แม้จะไม่ได้เชื่อมต่ออินเตอร์ เน็ตก็ตาม




                                                            ้
        เปรี ยบเสมือน Post-It บน iOS สามารถจดบันทึกสิ่ งที่ตองทา จดรายการ สถานที่
ตั้งเวลาเตือนนันเอง
               ่
                                                                                          11




          Twitter ได้ถูกรวมเข้ากับ iOS 5 อย่างเป็ นทางการ นันหมายความว่าเราสามารถ Login
                                                            ่
แค่ครั้งเดียวและจะสามารถทวีตข้อความจาก Safari หรื อทวีตรู ปผ่านทาง Camera, Photo ได้
ยิงไปกว่านั้นยังสามารถผูกเข้ากับระบบ Contact ของเครื่ องอีกด้วย
  ่
                                                                                                12


           สาหรับ Camera นั้นได้ถูกเพิ่มลูกเล่น เช่น สามารถเรี ยก Camera จากหน้า Lock Screen,
ใช้ปุ่มเพิ่มเสี ยงเพื่อถ่ายรู ป, ใช้การถ่างนิ้วเพื่อซูม, สามารถ Lock Focus หรื อ แสง ได้




        สามารถ Edit รู ปเพื่อ ปรับแสง เพิ่ม-ลด ขนาดของรู ป กลับรู ปได้
                                                                                                       13


                                                                   ั
          เพิ่ม Tab เพื่อความสะดวกในการเปิ ดเว็บไซด์ และยังมีฟังก์ชน Reading List
ซึ่ งหน้าเว็บจะถูกเซฟเก็บไว้ในเครื่ องและสามารถเปิ ดอ่านทีหลังได้




         เดิมที iDevice เมื่อเปิ ดเครื่ องครั้งแรกนั้นจะถูกบังคับให้เชื่ อมต่อกับ iTunes แต่ใน iOS 5
นั้นไม่จาเป็ นแล้ว จึงสามารถใช้งานได้เลย และยังสามารถ Update iOS ผ่านทาง OTA ได้อีกด้วย
                                                                                         14




                           ั
เพิ่มระบบการค้นหา, การใส่ ตวหน้า ตัวเอียง, การมาร์คข้อความ และการค้นหาคาศัพท์ เป็ นต้น
15
                                                                                                                       16



Darwin Operating System

            ดาร์ วิน เป็ นระบบปฏิ บ ัติก ารโอเพนซอร์ ส ที่ มี ล ัก ษณะคล้า ยยูนิ ก ซ์ พัฒ นาโดยบริ ษ ัท แอปเปิ้ ล
ปั จ จุ บ ัน OS X เวอร์ ชัน ล่ า สุ ด ที่ อ อกมามี ชื่ อ ว่า Leopard ซึ่ งมี ต ัว เลขเมเจอร์ เ วอร์ ชัน เป็ น 10.5
(ล่ า สุ ด มี แ พชต์ อ อกมาเป็ นเวอร์ ชัน 10.5.1 เรี ยบร้ อ ยแล้ว ) โดยที่ ต ัว Core ของ OS X
คื อ ระบบปฏิ บ ัติ ก ารยู นิ ก ซ์ ที่ มี ชื่ อ ว่ า “Darwin” ซึ่ งเป็ นซอฟต์ แ วร์ ร ะบบปฏิ บ ัติ ที่ ท าง Apple
                                                                      ้
ทาการเปิ ดเผยซอร์สโค้ดให้สามารถนาไปแก้ไขหรื อพัฒนาต่อได้ดวย (Open Source)

        แ ม ค โ อ เ อ ส เ ท็ น ( Mac                                       OS                 X)
เป็ นระบบปฏิบติการรุ่ นล่าสุ ดในตระกูลแมคโอเอสสาหรับเครื่ องคอมพิวเตอร์ แมคอินทอช ประกอบด้วย 2
               ั
ส่ วนหลัก คือ แกนกลาง ดาร์ วิน (Darwin) ซึ่ งเป็ นสภาพแวดล้อมการทางานแบบยูนิกซ์ที่เป็ นโอเพนซอร์ ส
และส่ วนติดต่อผูใช้แบบ อควา (Aqua) ซึ่ งเป็ นลิขสิ ทธิ์ ของแอปเปิ้ ลคอมพิวเตอร์ เอง
                 ้

           ประวัติ ข อง Darwin นั้น เริ่ มจากในปี 1997, Apple ได้ ท าการซื้ อ บริ ษัท NeXT
ซึ่ งเป็ นผู ้พ ัฒ นาระบบปฏิ บ ั ติ ก ารยู นิ ก ซ์ ที่ มี ชื่ อ ว่ า NEXTSTEP  โดยหลั ง จากนั้ นบริ ษั ท Apple
ก็ ไ ด้ ป ระกาศบอกว่ า จะใช้ “OPENSTEP” (ซึ่ งเป็ นชื่ อ ใหม่ ข องระบบปฏิ บ ัติ ก าร “NEXTSTEP”
หลัง จากถู ก ซื้ อ โดยบริ ษัท Apple) มาเป็ นฐานของระบบปฏิ บ ัติ ใ นอนาคตต่ อ ไปของ Apple
                     ั                   ั
หลังจากนั้นบริ ษท Apple จึงได้พฒนา OPENSTEP และได้ประกาศโค้ดเนมใหม่ของระบบปฏิ บติการ                     ั
โดยมีชื่อว่า “Rhapsody” ซึ่ งภายหลังโค้ดหลักของ Rhapsody ได้ถูกแยก (forked) มาเป็ นระบบปฏิบติการ           ั
                                       ั                                 ั
“Darwin” และในปี 1999 เวอร์ ชนแรกของ Darwin (เวอร์ ชน 0.1) ได้ถูกใช้ใน Mac OS X Server 1.0
และถูกพัฒนาต่อมาจนกระทังเป็ น MAC OS X ที่เราเห็นในปั จจุบนนันเอง
                             ่                                             ั ่

      Rhapsody                                                       คื อ ชื่ อ โ ค้ ด เ น ม ที่ Apple
       เ รี ย ก ใ น ข ณ ะ ที่ ท า ก า ร พั ฒ น า ร ะ บ บ ป ฏิ บั ติ ก า ร ใ ห ม่ โ ด ย นั บ ตั้ ง แ ต่ ซื้ อ บ ริ ษั ท NeXT
       จนถึงตอนที่ทาการเปิ ดตัว MAC OS X ในปี 1998
      Darwin เป็ นเพี ย งแค่ โ ค้ด หลัก ส่ ว นหนึ่ ง ของ Rhapsody เท่ า นั้น จริ ง ๆ แล้ว Rhapsody
       ยัง ประกอบด้ ว ยส่ ว นอื่ น ๆ อี ก มากมาย เช่ น ส่ ว นของ GUI และเทคโนโลยี ข อง Apple
                                                       ั
       ในสมัยนั้นที่นามาควบรวมกับระบบปฏิบติการ เช่น QuickTime และAppleSearch
      เคอร์ เนลของ Darwin เป็ นเคอร์ เนลลู กผสม (hybrid kernel) ซึ่ งรวมกันระหว่า ง Mach 3
       microkernel, องค์ประกอบต่างๆ ของ FreeBSD 5 และ object-oriented device driver API ที่มีชื่อว่า
       I/O Kit
                                                                                                              17


 ปั จ จุ บั น Darwin                          เ ป็ น ร ะ บ บ ป ฏิ บั ติ ก า ร Open                        Source
  ที่ มี ค น น า ไ ป พั ฒ น า ต่ อ ห รื อ ป รั บ แ ต่ ง จ น ก ล า ย เ ป็ น โ ป ร เ จ ค ต่ า ง ๆ เ ช่ น OpenDarwin
  (หยุดการพัฒนาแล้ว), MacPorts และ GNU-Darwin เป็ นต้น
                                                                                                                       18



Jailbreak iOS
การเจลเบรกคือ?

         อ ธิ บ า ย ง่ า ย ๆ                คื อ เ นื่ อ ง จ า ก                                                     iOS
ของแอปเปิ้ ลเป็ นระบบปิ ดซึ่ งถ้าต้องการใช้งานโปรแกรมไหนก็จะสามารถโหลดได้จาก ทาง App Store
ห รื อ ท า ง iTunes                                     Store                                 เ พี ย ง อ ย่ า ง เ ดี ย ว
ทาให้ไม่สามารถใช้งานโปรแกรมที่ไม่ได้รับอนุญาติจากทางแอปเปิ้ ลได้ การเจลเบรคก็คือการดัดแปลง iOS
ข อ ง แ อ ป เ ปิ ล เ พื่ อ ท า ใ ห้                                                                                  iOS
ใช้ ง านโปรแกรมหรื อแอพพลิ เ คชั่ น ต่ า งๆที่ ไ ม่ ไ ด้ รั บ อนุ ญ าติ จ ากทางแอปเปิ้ ลได้ นั่ น เอง (Cydia
ซึ่ ง เ ร า ส า ม า ร ถ โ ห ล ด โ ป ร แ ก ร ม อื่ น ๆ ม า ล ง โ ด ย ผ่ า น ท า ง                   Cydia             ไ ด้ )
แ ล ะ ที่ ส า คั ญ ก็ คื อ ส า ม า ร ถ ล ง แ อ พ พ ลิ เ ค ชั่ น ต่ า ง ๆ โ ด ย ที่ ไ ม่ ต้ อ ง ผ่ า น App           Store
               ้
(ก็คือลงโดยไม่ตองเสี ยตังค์ซ้ื อแอพนันเอง)
                                     ่

          ่
เจลเบรคเพืออะไร?

                                                                          ้
         คนส่ วนใหญ่จะเจลเบรคเพราะสามารถลงแอพพลิ เคชั่นต่า งๆ โดยที่ ไ ม่ตองผ่าน App Store
ซึ่ ง ห ม า ย ค ว า ม ว่ า ไ ม่ ต้ อ ง เ สี ย เ งิ น ซื้ อ แ อ พ พ ลิ เ ค ชั่ น (
                                     ั
เพราะบางแอพพลิเคชันมีราคาแพงและไม่มีตวทดลองให้ลองก่อน พอเราซื้ อมาแล้วมันไม่เหมือนที่เราคิดไว้
                  ่
หรื อไม่ถูกใจ หลายๆ คนเจลเบรกเพื่อลองใช้งานแอพนั้นๆ ก่อน พอถูกใจค่อยอุดหนุ น) และทาให้ iDevice
ของท่านใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น

         -          เจล เบรคเพื่ อ อั น ล็ อ คเครื่ อง เนื่ องจาก                   iPhone              ของเครื่ อง นอก
                                 ้
มีแบบติดสัญญากับเครื อข่ายหรื อผูให้บริ การนั้นๆ บางคนซื้ อมาทาให้ไม่สามารถใช้งานเครื อข่ายอื่นได้
จึงต้องทาการเจลเบรคเพื่อปลดล็อคสัญญาณให้ใช้ของเครื อข่ายอื่นๆได้

         -      ท าให้ ป รั บ แต่ ง iPhone/iPad        ให้ มี ลู ก เล่ น ได้ ม ากยิ่ ง ขึ้ น ไม่ ว่ า จะเป็ นพวก   Theme,
                                                                   ่
ลูกเล่นบนหน้าจอการใช้งานต่างๆ เป็ นต้น (แอพฯปรับแต่งเหล่านี้จะมีอยูใน Cydia)

ข้ อเสี ยของการเจลเบรก

         - จะทาให้ iDevice ของท่านหมดประกันจากทาง Apple ทันที
                                                                                                                 19


         - การเจลเบรคนั้ทาให้โดนขโมยข้อมูลจาก Hacker ได้ง่ายขึ้น

       ่
สิ่ งทีควรรู้ ในการเจลเบรค(Jailbreak)

การเจลเบรคจะสามารถมี 2 แบบคือ

         - Untethered boot คือการเจลเบรคแบบสมบูรณ์ สามารถเปิ ด-ปิ ด เครื่ องได้โดยไม่มีปัญหา
         -   Tethered boot        คือการเจลเบรคแบบไม่สมบูรณ์ เมื่อทาการเปิ ดปิ ดเครื่ องแบบ Shutdown หรื อ
Restart                จ ะ ต้ อ ง ท า ก า ร boot          ผ่ า น ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ก่ อ น ถึ ง จ ะ ใ ช้ ง า น ไ ด้
(ก็คือถ้าไม่เปิ ดปิ ดเครื่ องหรื อแบตหมดก็ใช้งานได้เหมือนเครื่ องที่เจลเบรค ปกติ)
                                                                                                      20




                                     ิ
การทางานแบบ Multitasking บนระบบปฏิบัตการ iOS ทางานอย่ างไร?




                       ้          ั               ั่                ่
           สาหรับผูที่ใช้ระบบปฏิบติการ iOS เวอร์ ชน 4.0 ขึ้นไป ไม่วาจะเป็ น iPhone 3GS, iPhone 4, iPhone
4S, iPod Touch Gen 2, iPod Touch Gen 3, iPod Touch Gen 4, iPad 1 และ iPad 2 รวมไปถึงอุปกรณ์ iOS
อื่นๆ ที่จะเปิ ดตัวในอนาคต การ ใช้ งานแบบ Multitasking หรือการใช้ งานหลายๆ โปรแกรมได้ พร้ อมกันนั้น
ถือว่า เป็ นสิ่ งทีสร้ างความสะดวกสบายในการใช้ งานได้ เป็ นอย่างดีเลยทีเดียว แต่บ่อยครั้งที่ มีหลายๆ
                   ่
                                                                ั
ท่านได้สงสัยเรื่ อง การทางานแบบ Multitasking บนระบบปฏิบติการ iOS นั้นว่าทางานอย่างไร
กินแบตเตอรี่ มากน้อยแค่ไหน เปิ ดหลายโปรแกรมมากๆ จะกิน RAM ของเครื่ องหรื อไม่
การปิ ดโปรแกรมที่ไม่ใช้งาน จะช่วยทาให้ระบบทางานได้เร็ วขึ้น และประหยัดแบตเตอรี่ ได้มากแค่ไหน
                                                                                                       21




          มีหลายท่าน ทีมักจะเข้ าใจผิดๆ เกี่ยวกับการทางานแบบ Multitasking บนระบบปฏิบติการ iOS 5 ว่า
                        ่                                                                    ั
แอพพลิเคชั่ นทีค้างอยู่ตรงแถบ Multitasking bar (เปิ ดขึ้นมาโดยการกด Double tap) จะมีการ run
                ่
                          ่
ตัวเองอยู่ตลอดเวลา แม้วาในขณะนั้นจะไม่มีการใช้งานก็ตาม และนันเป็ นสาเหตุที่ทาให้เครื่ องช้า เนื่องจาก
                                                                  ่
RAM ถูกดึงไปใช้ และส่ งผลให้แบตเตอรี่ ค่อยๆ ลดลง การปิ ดแอพพลิเคชันที่ไม่ใช้งานนั้น
                                                                       ่
ถือว่าเป็ นทางออกที่ถูกต้อง ที่จะสามารถดึงประสิ ทธิภาพของตัวเครื่ องให้กลับมาได้ แต่ที่จริ งแล้ว
ความคิดเหล่านี้ คือความคิดทีผดสาหรับบนระบบปฏิบัติการ iOS เนื่องจากระบบการทางานแบบ
                               ่ ิ
                            ั
Multitasking บนระบบปฏิบติการ iOS นั้น มีความแตกต่างจากคาว่า Multitasking ที่เราๆ รู้จกกัน  ั

          สมัยที่เปิ ดตัว iOS 4.0 ที่มาพร้อมกับการทางานแบบ Multitasking นั้น Steve Jobs ได้เคยเผยว่า
                                                                                  ้
การทางานแบบ Multitasking นั้น จะต้องแลกมาด้วย ประสิ ทธิ ภาพในการทางานที่ชาลง ใช้หน่วยความจา
RAM มาก และกินพลังงานแบตเตอรี่ เนื่ องจากเป็ นการใช้งานแอพพลิเคชันหลายตัว ซึ่ง Steve Jobs เอง
                                                                       ่
ได้มองเห็นข้อเสี ยต่างๆ เหล่านี้ ของการมีระบบการทางานแบบ Multitasking
                                                          ั
ซึ่ งจะก่อให้เกิดผลเสี ยต่อผลิตภัณฑ์ และภาพลักษณ์ของบริ ษท เลยได้ มีการคิดค้ นระบบ Multitasking
แบบใหม่ นัน คือ การใช้งานแอพพลิเคชัน กับระบบเบื้องหลัง (Background) และ Fast App Switching
            ่                              ่
ที่จะทาการเก็บสถานะค่าของแอพพลิเคชันนั้น ก่อนจะถูกปิ ดไป
                                             ่
และจะทาการคืนค่าแอพพลิเคชันตัวดังกล่าวเมื่อถูกเปิ ดมาใช้งานใหม่ เสมือนว่า
                                  ่
แอพพลิเคชันนั้นไม่ได้ถูกปิ ดไปนันเอง
              ่                       ่
                                                                                                     22


      ่
ก่อนอืน มาเข้ าใจถึงสถานะของแอพพลิเคชั่น บน iOS กันก่อน

                           ั
สาหรับแอพพลิเคชันบนระบบปฏิบติการ iOS สามารถจาแนกได้เป็ น 5 สถานะดังนี้
                ่

    1. Not Running หมายถึง แอพพลิเคชันที่สิ้นสุ ดการทางานลงไปแล้ว และไม่ได้ถูกเปิ ดมาใช้
                                              ่
                         ่
       (จะไม่ปรากฏอยูบน Multitasking bar
                                                ่                                ้
    2. Inactive หมายถึง แอพพลิเคชันที่อยูในลักษณะของ foreground mode หรื อ ผูใช้งาน
                                      ่
       ปิ ดหน้าจอเครื่ องไว้ ขณะที่แอพพลิเคชันนั้นยังไม่ถูกปิ ดตัวลง
                                                  ่
    3. Active หมายถึง แอพพลิเคชันที่กาลังเปิ ดใช้งานอยู่
                                    ่
                                                              ่
    4. Background หมายถึง แอพพลิเคชันที่ไม่ได้ถูกโชว์อยูบนหน้าจอในขณะนั้น
                                            ่
       เนื่องจากมีการเปิ ดโปรแกรมอื่นซ้อนขึ้นมา แต่โปรแกรมนั้นยังถูกใช้งานอยู่ เช่น
       การเปิ ดเพลงฟังไปพร้อมๆ กับการเปิ ดเว็บ (แต่หน้าจอจะไม่แสดงในส่ วนของเครื่ องเล่นเพลง
                           ั
       มีแต่เสี ยงเพลงที่ดงออกมา) การทางานในส่ วนนี้ เรี ยกว่า การทางานในโหมด background
       หรื อการทางานแบบเบื้องหลังนันเอง ่
                                                    ่
    5. Suspended หมายถึง แอพพลิเคชันยังค้างอยูในหน่วยความจา RAM แต่ไม่ได้ถูกเปิ ดมาใช้งาน
                                          ่

การทางานของระบบ Multitasking บนระบบปฏิบัติการ iOS




                                                        ่
         ทุกครั้งที่กดปุ่ ม Home แอพพลิเคชันที่ใช้งานอยูในขณะนั้น จะเปลี่ยนสถานะจาก Active เป็ น
                                           ่
Background และ Suspended ตามลาดับ ซึ่งแอพพลิเคชั่ นใดๆ ก็ตาม ทีอยู่ในสถานะ Suspended
                                                                   ่
                                                           ้              ั
จะค้ างอยู่ในหน่ วยความจา RAM ในเครื่อง ซึ่งสามารถเปิ ดขึนมาใช้ งานได้ ทนที โดยที่ไม่ ต้องโหลดใหม่
                                                    ่
ไม่ เปลืองพลังงาน ไม่ กนแบตเตอรี่ (เนื่องจากค้างอยูใน RAM แล้วนันเอง)
                          ิ                                      ่
                                                                                                     23


                                              ่
          หลายท่าน เมื่อเห็นแอพพลิเคชันค้างอยูใน Multitasking bar มากๆ มักจะเกิดอาการ "จิตตก" ว่า
                                      ่
ยิงเปิ ดเยอะ ยิงกิน RAM เยอะ เลยต้องจัดการปิ ดแอพพลิเคชันต่างๆ เหล่านั้น ด้วยวิธี Manual
  ่            ่                                         ่
แต่ สาหรับระบบปฏิบัติการ iOS แล้ว ต้ องบอกว่า ไม่ ต้องทาเอง ระบบเค้ าจัดการให้ เราเอง ด้วยวิธีการแบบนี้

                  ่
        สมมติวา เราเปิ ดเกมหนักๆ มาเล่น ซึ่ งต้องใช้ RAM ในตัวเครื่ องที่เยอะพอสมควร
ระบบจะทาการคานวณว่า ถ้าหากเปิ ดแอพพลิเคชันนี้มา RAM ในตัวเครื่ อง จะพอหรื อเปล่า ถ้าไม่พอ
                                                ่
                                 ่
ระบบจะทาการปิ ดแอพพลิเคชั่ น ทีอยู่ในสถานะ Suspended และถูกปิ ดใช้ งานมาเป็ นเวลานาน
                                                                           ั
จะถูกผลักให้ อยู่ในสถานะ Not Running แทน เพื่อเป็ นการคืนค่า RAM ให้กบตัวเครื่ อง นันหมายความว่า
                                                                                    ่
ถ้าเราจะเปิ ดแอพพลิเคชันตัวนั้นมาใช้ จะต้องทาการเปิ ดใหม่ โหลดใหม่ และถูกเก็บค่าไว้ใน RAM
                       ่
ใหม่อีกรอบนันเอง
              ่




                               ่
                 ภาพแสดงการเปลียนสถานะของแอพพลิเคชั่นบนระบบปฏิบัติการ iOS

              ้
การทางานแบบเบืองหลัง (Background mode)

                                                                      ั
          การทางานแบบเบื้องหลัง หรื อ Background mode บนระบบปฏิบติการ iOS นั้น
แอพพลิเคชันแต่ละตัวเมื่อถูกกดปิ ดโดยปุ่ ม Home จะเข้ าสู่ สถานะ Background ทันที
            ่
                                        ั
ซึ่ งในช่วงระยะเวลาประมาณ 5 วินาทีน้ น ระบบจะทาการเก็บข้ อมูลของแอพพลิเคชั่ นที่เพิงถูกปิ ดไปว่ า
                                                                                   ่
                                                       ่
อยู่ในสภาพไหน เช่น หน้าที่เปิ ดไว้ล่าสุ ดคืออะไร ภาพอยูในแนวตั้งหรื อแนวนอน เวลา การตั้งค่า
                                                                                                      24


ก่อนที่จะเปลี่ยนสถานะกลายเป็ น Suspended ครับ จึงทาให้เวลาที่เราเปิ ดโปรแกรมที่เพิ่งปิ ดไปหมาดๆ
เราจึงเห็นหน้าล่าสุ ดที่เราเพิ่งเปิ ดไปนันเอง
                                         ่




                                            ่
         อย่างไรก็ดี ยังมีบริการบางอย่ าง ทีสามารถรันอยู่ใน Background mode ได้
     ่
โดยทีไม่ ถูกผลักไปสู่ สถานะ Suspended ในทันทีถ้าหากยังใช้ งานอยู่ ซึ่งได้ แก่ โปรแกรมเล่นเพลง, ระบบ
GPS, การคุยโทรศัพท์ ผ่านระบบ VOIP (บน Skype), NewsStand App, อีเมล
รวมไปถึงการอัพเดทแอพพลิเคชั่นต่ างๆ

บทสรุป การทางานแบบ Multitasking บนระบบปฏิบัติการ iOS

                                                 ่
    1. ถ้าหากมีใครมาบอกว่า แอพพลิเคชันที่อยูบน Multitasking bar นั้น กาลังทางานอยู่ ซึ่ งจะกิน RAM
                                         ่
       กินแบตเตอรี่ ให้บอกเค้าคนนั้นไปว่า คุณเข้าใจผิดแล้ว
    2. เมื่อเรากดปุ่ ม Home แอพพลิเคชันที่เพิ่งถูกเปิ ดใช้งาน จะเปลี่ยนจากสถานะ Active ไปสู่
                                       ่
       Background และ Suspended ซึ่งจะไม่มีผลต่อ CPU และไม่กินแบตเตอรี่
    3. บางแอพพลิเคชัน อาจจะใช้เวลาใน Background mode ประมาณ 10 นาที เพื่อเก็บข้อมูล
                        ่
       ก่อนจะเข้าสู่ สถานะ Suspended
                                                                      ั
    4. ถ้าหาก RAM ในตัวเครื่ อง เหลือน้อยเข้าขั้นวิกฤต ระบบปฏิบติการ iOS
                                ่    ่
       จะทาการผลักแอพพลิเคชันที่อยูในสถานะ Suspended และถูกปิ ดมาเป็ นเวลานาน ให้อยูในสถานะ  ่
       Not Running เพื่อคืนค่า RAM กลับมา >> ระบบจัดการให้เราเอง
                                                                                                   25


    5. แอพพลิเคชันบางตัว เช่น เครื่ องเล่นเพลง, GPS, VOIP, NewsStand รวมไปถึงแอพพลิเคชันประเภท
                    ่                                                                      ่
                                        ่
       Built-in เช่น อีเมล สามารถรันอยูในสถานะ Background ได้โดยไม่ถูกปิ ด ถ้าหากมีการใช้งานอยู่
       และจะถูกเปลี่ยนเป็ นสถานะ Suspended เมื่อไม่ได้ใช้งาน
                                                                                       ่
    6. แอพพลิเคชันบางประเภท เช่น ระบบ GPS หรื อ Location Services ถึงแม้จะทางานอยูในสถานะ
                      ่
       Background แต่ก็มีสิทธิ์ ทาให้แบตเตอรี่ ลดฮวบๆ ได้เช่นกันครับ ฉะนั้น
       การปิ ดการใช้งานบริ การต่างๆ เหล่านี้ ช่วยทาให้ลดการใช้พลังงานแบตเตอรี่ ได้มากเลยทีเดียว

การทางานระบบ Notification Center ใน iOS 5?




          อาจจะเป็ นครั้งแรกของใครหลายๆคนที่ได้เห็นระบบการแจ้งเตือนสุ ดล้ าอย่าง Notification Center
      ่
ที่อยูใน iOS 5 แต่ความเป็ นจริ งระบบแจ้งเตือนในรู ปแบบนี้ได้มีมาก่อนแล้วในระบบปฏิบติกาคู่แข่งอย่าง
                                                                                     ั
                        ้
Android ซึ่ งก็ทาให้มีขอสงสัยตามมาว่าทาไม Apple ถึงสามารถดึงดูดความสนใจจากคนทัวโลกมากกว่า
                                                                                   ่
Android บทความจาก BGR บทความนี้ได้วเิ คราะห์ไว้น่าสนใจ
                                                                                                  26


                                                  ั                                      ั่
           ถึงจะไม่มีใครสามารถให้คาตอบได้แน่ชด แต่หากย้อนกลับไปดู Apple ก็เพิ่งจะมีฟังค์ชน Cut,
                                                         ั่
Copy, Paste ใน iOS 3 ซึ่ งก็ใช้เวลาถึง 3 ปี ในการทาฟังค์ชนเล็กๆนี้
แต่เมื่อใช้งานจริ งก็เป็ นที่น่าพอใจของทุกคนด้วยความสะดวกและเรี ยบง่าย
นี่ก็คงเป็ นตัวอย่างที่ดีสาหรับกรณี Notification Center

          สาหรับระบบการแจ้งเตือนหรื อ Notification ของ iOS 4
          ่                     ั
เรี ยกได้วาเป็ นจุดอ่อนสาคัญที่มกถูกนาไปเปรี ยบเทียบได้ ซึ่ ง Apple
ก็ได้ทาการแก้ปัญหานี้ไปเรี ยบร้อยแล้วใน iOS 5 ด้วย Notification Center

        Notification Center คือศูนย์รวมการแจ้งเตือนจากทุกโปรแกรมในเครื่ องเรา
โดยสามารถเข้าถึงได้ง่ายๆ
                                           ่      ่
เพียงลากนิ้วจากแถบด้านบนของจอลงมาไม่วาจะอยูในโปรแกรมไหนหรื อส่ วนใดของเครื่ องก็ตามคาถามต่
                                                          ่
อมาก็คือระบบการแจ้งเตือนใหม่ใน iOS 5 นี้ต่างจากอันที่มีอยูแล้วใน Android อย่างไร?

         ระบบการแจ้งเตือนใน Android ถึงจะมีมาก่อน แต่เมื่อมาเปรี ยบเทียบกับระบบแจ้งเตือนใน iOS 5
       ั
แล้วก็ยงมีความแตกต่างอย่างชัดเจน โดยการแจ้งเตือนใน Android ได้แบ่งออกเป็ นสองส่ วน

    1. การแจ้งเตือนใหม่เข้ามา จะถูกบรรจุเข้าไปในไอคอนการแจ้งเตือนบน Status Bar
       เมื่อจิ้มเข้าไปดูหน้าต่างแสดงการแจ้งเตือน มันจะแสดงการแจ้งเตือนล่าสุ ด
       และพื้นที่การแสดงผลข้อมูลยังมีจากัดอีกด้วย
                                                                          ิ
    2. หากต้องการดู ทั้งหมดก็สามารถเรี ยกศูนย์รวมการแจ้งเตือนได้ โดยใช้วธีลากแถบด้านบนลงมา
       แบบเดียวกับ Notification Center ใน iOS 5 ถึงดูเหมือนกันในส่ วนนี้แต่ใน Android
       นั้นเราไม่สามาถควบคุมจัดการอะไรได้เลย นอกจากลบการแจ้งเตือนทั้งหมด
       หากต้องการลบทีละอัน ต้องคอยไล่เข้าไปดูกิจกรรมที่แจ้งเตือนทีล่ะจุด
       เพื่อลบการแจ้งเตือนไปในตัว
                                                                                                   27




        Apple ได้เอาชนะทั้งสองอย่างของ Android ได้โดย Notification Center
                                                          ่
ซึ่งสามารถให้เราบริ หารจัดการการแจ้งเตือนได้อย่างอิสระไม่วาจะเป็ น

      การลบการแจ้งเตือนออกทีละอัน
      การจัดเรี ยงลาดับโปรแกรม
                                     ้
       จากัดจานวนการแจ้งเตือนที่ตองการให้แสดงของแต่ละโปรแกรม
      ตั้งไม่ให้แสดงใน Lock Screen หรื อหากมีก็สามารถสไลด์เข้าไปดูในโปรแกรมนั้นๆได้ทนที     ั
      ทุกการแจ้งเตือนยังมีการแจ้งเตือนใน iOS
       รุ่ นปั จจุบนที่เราต่างคุนตาและดูน่าราคาญก็ได้ถูกแปลงโฉมให้เป็ นกรอบสี่ เหลี่ยมผืนผ้า
                   ั            ้
       ที่จะแสดงขึ้นมาขึ้นมาด้านบนของจอเมื่อมีการแจ้งเตือนใหม่ๆและจะปิ ดตัวไปเอง ในไม่กี่วนาที ิ




                                    ่                          ้
       ทีมงาน BGR เลยให้ความเห็นไว้วา ถึง Android จะมาก่อน แต่ดวยข้อจากัดที่กล่าวมา
ทาให้ระบบเตือนใน Android ดูมีคุณค่าน้อยลง ถึงจะทาก่อนก็ตาม และ BGR เองก็ลงความเห็นว่า Apple
                                                                                                        28


ไม่ได้แค่ "ยืมแนวคิด" แต่ได้ "ขโมยแนวคิด" ระบบแจ้งเตือนของ Android มาและแก้ไข ทาใหม่ให้ดีกว่า
จนเมื่อใช้จริ ง ทาได้น่าพึ่งพอใจมากกว่า เรี ยกว่า "มาทีหลังดังกว่า"




การใช้ iCloud ใน iOS 5




            ส่ วน iCloud ก็คือ บริ การแบบ Cloud Computing ของ Apple ที่จะ Sync ข้อมูลใน iDevice ของคุณ
(iPhone, iPod touch, iPad) และ Computer ( Mac หรื อ Windows) ขึ้นไปบน Server ของ Apple
(ที่เราเรี ยกกันว่า iCloud) เสร็ จแล้ว iCloud จะทาหน้าที่ Push หรื อ Sync ข้อมูลไป Update ข้อมูลใน iDevice
(iPhone, iPod touch, iPad) และ Computer ( Mac หรื อ Windows)
                                                                                                      29


                  ั
อันอื่นๆของคุณได้อตโนมัติ(เมื่อคุณเปิ ดและต่อ Internet) … ข้อมูลก็เช่นพวก contact, calendar, email,
photo, music, app




                                                                ั       ่            ั
        แล้วสาหรับใครอัฟเดต iDevice ของคุณให้เป็ น iOS5 แล้วแต่ยงไม่รู้วา iCloud ใช้ยงไง
ก็อ่านตามขั้นตอนนี้ เลยครับ



1. เปิ ดใช้ iCloud:

1.1 เปิ ดใช้ ใน iDevice: (iPad, iPhone, iPod touch)

         เมื่อเราลง iOS 5 เสร็ จ ก่อนจะเข้าใช้งานก็จะมีหน้าจอมาให้เรา Set ค่าต่างๆ และเราก็สามารถ set
ค่า iCloud ได้ตามรู ปข้างล่างนี้, iCloud จะผูกติดกับ Apple ID ของเรา (username/password ที่เราใช้ในการ
download app)
                                                                                              30




              ้
         แต่ถาเราไม่ได้เปิ ดใช้ iCloud ตั้งแต่ตอนแรก เราสามารถเข้าไปเปิ ดและ Set ค่า iCloud
ได้ที่ Settings/iCloud
                                                                                                     31




1.2 เปิ ดใช้ ใน computer

          Mac: ถ้าใครใช้ computer ของ Apple (Mac mini, iMac, Mac Pro, Macbook, Macbook Pro,
                                                            ั่
Macbook Air) ให้ทาการ update OS ของเราให้เป็ น Lion เวอร์ ชน 10.7.2 เป็ นต้นไป เสร็ จแล้วเข้าไปที่
System Preferences/iCloud แล้วก็ใส่ Apple ID ของเรา (อันเดียวกับที่เราใส่ ใน iDevice ของเราหล่ะ)
เสร็ จแล้วก็เลือกว่าเราต้องการเปิ ดใช้ Service อันไหนบ้าง
                                                                                                      32




         Windows: ส่ วนคนที่ใช้ Windows ก็ให้ download iCloud Control Panel install (ใช้ได้แค่ใน
Windows Vista และ Windows 7 เท่านั้น, XP หมดสิ ทธิ์ ) หลังจากนั้นให้เข้าไปที่ Control Panel/Network
and Internet/iCloud แล้วก็ใส่ Apple ID ของเราเข้าไป เสร็ จแล้วก็เลือกว่าเราต้องการเปิ ดใช้ Service
อันไหนบ้าง

ปล. ถ้ าเราต้ องการใช้ mail, contact, calendar เราต้ องมีโปรแกรม outlook 2007 หรือ 2010
ลงอยู่ในเครื่อง ถ้ าเราต้ องการใช้ bookmark เราต้ องมี safari หรือ internet explorer 8 ลงอยู่ด้วย
                                                                                                       33


1.3 เปิ ดใช้ ผ่าน web browser:

                                                                                         ั
        ในกรณี ที่เราไม่มี iDevice หรื อ Computer ที่ลงโปรแกรมเพื่อใช้งาน iCloud , เราก็ยงสามารถใช้งาน
iCloud ได้ โดยใช้งานผ่านเว็บ https://www.icloud.com/




2. การใช้ งานแต่ ล่ะ Service

2.1 Mail:

        เมื่อเราเปิ ดใช้ mail มันไม่ได้หมายความว่าเราจะสามารถ Sync เมล์พวก Gmail, Yahoo หรื อเมล์
Service อื่นๆไปบน iCloud ของ Apple ได้

         เมื่อทาเปิ ดใช้ mail ใน iCloud เราจะได้ email address ใหม่จาก apple ภายใต้ชื่อ mobileme ของ
Apple แทน, เราสามารถเลือกชื่อได้ตามใจเรา เช่น xxx@me.com, และ iCloud จะ Sync mail นี้แทน mail
ที่จะ Sync ถึงกัน

        - iDevice: ใน mail (iCloud Account)
        - Mac: ใน mail (iCloud Account)
        - Windows: ใน outlook (iCloud Account)
        - เว็บ iCloud.com: ใน mail
                                                                                                      34




2.3 Contacts:

        เราสามารถ Sync รายชื่อ (Contacts)กับ iCloud ได้ และ iCloud จะ Sync ถึงกันระหว่างข้อมูลพวกนี้

        - iDevice: รายชื่อใน Contacts
        - Mac: รายชื่อใน Contacts
        - Windows: รายชื่อใน contact ใน outlook
        - เว็บ iCloud.com: รายชื่อใน Contacts

2.4 Calendars:

        และก็เหมือนกับ mail คือ เราไม่สามารถ sync calendar ของ calendar service อื่นๆ(เช่น google
calendar , yahoo calendar) ไปบน iCloud ของ apple ได้ , เมื่อเราเปิ ดใช้ calendar บน iCloud เราจะได้
Calendar ใหม่บน iCloud มาแทน
                                                                                              35


                                                                                      ้
        ส่ วนใครที่ปกติใช้ iphone sync กับ Google calendar หรื อ yahoo calendar ก็ไม่ตองตกใจ
ถ้าหลังจากลง iOS5 แล้ว Calendar ของคุณหายไป แถมยังไม่มี options อื่นๆให้เราเลือกนอกจาก Calendar
ของ iCloud อย่างเดียวด้วย

        แนะนาให้คุณทาการลบ gmail account (ที่คุณต้องการใช้ Google Calendar) ของคุณออกจาก
iPhone ก่อน, แล้วก็ทาการเพิ่ม gmail account กลับไปใหม่ … แล้วคุณจะเห็นว่ามี google calendar
ให้คุณเลือกแล้ว

ข้อมูลปฏิทินที่จะ Sync ถึงกัน

        - iDevice: ใน Calendar
        - Mac: ใน iCal
        - Windows: Calendar ใน outlook
        - เว็บ iCloud.com: ใน Calendar
                                                                                                 36


2.5 Reminders:

         เราสามารถ Sync Reminders ไปบน iCloudได้

ข้อมูล Reminders ที่จะ Sync ถึงกัน

         - iDevice: ใน Reminders
         - Mac: ใน iCal
         - Windows: Reminder ใน outlook
         - เว็บ iCloud.com: ใน Calendar




2.6 Bookmarks:

                                        ่
         เราสามารถ Sync Bookmarks ที่อยูใน Safari ของ iDevice ของเราไปยัง Bookmarks ที่จะ Sync
ถึงกัน

         - iDevice: ใน Safari
                                                                                                   37


        - Mac: ใน Safari
        - Windows: Safari หรื อ Internet Explorer
        - เว็บ iCloud.com: ไม่มี

2.7 Notes:

                                        ่
         เราสามารถ Sync ข้อมูลที่อยูใน Notes ระหว่าง iDevice ของเราได้เท่านั้น แต่จะไม่มีใน
Computerและเว็บ, เมื่อเราเปิ ดใช้ iCloud ของ notes ใน iDevice แล้ว เราจะเห็นมี Account “icloud”
                                   ่        ่
เกิดขึ้นมา , notes เก่าๆที่เรามีอยูแล้วจะอยูใน Account “On my iPhone” และจะไม่ถูก Sync ไปบน iCloud ,
                                          ่              ั
เวลาเราเพิ่ม notes ใหม่ๆต้องระวังให้ดีวา เราต้องการให้มน Sync ไปบน iCloud รึ เปล่า ถ้าเราต้องการ
                                                                                       ้      ่
ให้เราเข้าไปใน Account “iCloud” หรื อ “All notes” ก่อน แล้วทาการเพิ่ม notes ใหม่ , แต่ถาเราอยูใน
Account “On My iPhone” แล้วเพิ่ม note ใหม่เข้าไป note พวกนั้นจะไม่ถูก Sync ไปบน iCloud

        - iDevice: Notes (เฉพาะ Account iCloud)
        - Mac: Notes ใน Mail
        - Windows: ไม่มี
        - เว็บ iCloud.com: ไม่มี
                                                                                                          38


2.8 Photo Stream:

           เราสามารถ Sync รู ปจาก iDevice และจาก Computer ไปบน iCloud ได้ , เมื่อเราเปิ ดใช้ Photo
Steam แล้วใน Albums รู ปของเราใน iDevice จะมี Account ใหม่สร้างขึ้นมาชื่ อว่า Photo Stream
                ่
และรู ปเราที่อยูใน Account “Camera Roll” ก็จะถูก Sync เข้าไปใน Account “Photo Stream”
                    ่่
แต่ก็มีขอจากัดอยูวา รู ปเก่าๆที่เราถ่ายก่อนวันที่ทาการเริ่ มใช้ Photo Stream จะไม่ถูก Sync , รู ปจะถูก Sync
         ้
                                          ่
ได้สูงสุ ด 1000 รู ปล่าสุ ด และแต่รูปจะอยูบน iCloud ได้แค่ 30 วัน, รู ปเมื่อถูก Sync ไปบน iCloud
แล้วเราไม่สามารถลบเป็ นรู ปๆได้ ทาได้แ่่ค่ Reset เมื่อ Reset แล้วรู ปก็หายหมด

                         ่                                                 ่
        ระวัง: รู ปที่อยูใน Account “Photo Stream” ไม่ได้หมายความว่ามันอยูใน iDevice ของเรา
ถ้าหมดเขต 30 วันมันก็จะหายไป , ถ้าเราต้องการเก็บให้เราไปที่รูปนั้นแล้วคลิ๊กเครื่ องหมายสี่ เหลี่ยมด้าน
ซ้ายล่างและเลือก “Save to Camera Roll” เพื่อทาการ Save รู ปเก็บไว้ใน iDevice ของเรา

รู ปที่จะ Sync ถึงกัน

         - iDevice: รู ปใน Camera Roll
         - Mac: ใน iPhoto (iPhoto ’11 ขึ้นไป)
                                                        ่
         - Windows: Upload/ Download folder ที่เลือกไว้วา
         - เว็บ iCloud.com: ไม่มี
                                                                                                 39


2.9 Documents & Data:

        สามารถ Sync , Numbers (Excel ใน Mac) , Pages (Word ใน Mac), Keynote (PowerPoint ใน Mac)
                                     ้ ั
ได้ App อื่นๆก็สามารถ Sync ได้เมื่อผูพฒนาใช้ iCloud API จาก Apple

Document ที่จะ Sync ถึงกัน

        - iDevice: ใน Numbers/Pages/Keynote
        - Mac: ใน Numbers/Pages/Keynote
        - Windows: ไม่มี
        - เว็บ iCloud.com: ใน iWork

2.10 Find my iPhone:

        เปิ ดให้เราสามารถหาตาแหน่ง iDevice (เมื่อ Online)ของเราได้, และสามารถสั่งให้ส่งข้อความ, lock
หน้าจอ, และลบข้อมูลทั้งหมดเลยผ่านเว็บ iCloud หรื อ App find my phone ใน iDevice เครื่ องอื่น
                                                                                                       40


2.11 Storage and Backup:

         ทาหน้าที่ Backup ข้อมูลของ iDevice ไปบน iCloud แทนที่จะ Back up ลงใน iTunes,
                                                       ้
ทาให้เราสามารถ restore ข้อมูลผ่าน iCloud ได้โดยตรง ไม่ตองผ่าน iTunes ในcomputerอีกต่อไป
แต่มีพ้ืนที่ให้ 5GB สาหรับแบบ Account ฟรี

   ้
มีขอมูลอะไรบ้างที่ backup ได้?

1. แบบไม่จากัดจานวนข้อมูล

        - เพลง, TV shows, apps, and books ที่ซ้ื อผ่าน iTunes

2. แบบจากัด 5GB (รวมทุกอย่าง 5GB)

        - รู ปและวีดีโอใน Camera Roll
        - ข้อมูล Settings (เช่น รายชื่อโทรศัพท์แบบ Favorites, Wallpaper, และ Mail, Contacts, Calendar
accounts)
        - ข้อมูลของ App ต่างๆ
        - หน้าจอ Home screen และ การจัดลาดับ app
        - Messages (iMessage, SMS, and MMS)
        - Ringtones

2.12 App store:

        เก็บประวัติ App ทั้งหมดที่เราซื้ อหรื อ Download ทั้งหมด, เราสามารถเข้าไปดูได้ที่ App Store/
Update / Purchased

        - ในช่อง All จะบอก App ทั้งหมดที่เราซื้ อมา
                                                                            ่
         - ในช่อง Not On This iPhone จะบอก App ทั้งหมดที่เราซื้ อมาแต่ไม่อยูใน iPhone
                                                   ่                          ่
(มีประโยชน์มากกรณี เรา Reset iDevice แล้วอยากรู ้วาเรามี App เก่าๆอะไรบ้าง เผือจะโหลดกลับมาใช้อีก)
ถ้าเราต้องการ Download App นั้นกลับมาอีกครั้งก็เพียงแค่กดเครื่ องหมายรู ป “เมฆ” ด้านขวาของ App นั้น
41
                                                                                          42


2.13 iBook:

       ลักษณะเหมือนกับใน App คือเก็บประวัติหนังสื อที่เราซื้ อหรื อ Download ทั้งหมด,
เราสามารถเข้าไปดูได้ที่ iBook / Store/ Purchased

        - ในช่อง All จะบอกหนังสื อทั้งหมดที่เราซื้ อมา
                                                                              ่
        - ในช่อง Not On This iPhone จะบอกหนังสื อทั้งหมดที่เราซื้ อมาแต่ไม่อยูใน iPhone
                                                                                                      43


2.14 iTunes:

                     ั                                                      ี
        iTunes ก็มีลกษณะเหมือนกัน App และ iBook , เก็บประวัติเพลง วีดีโอ ทีวโชว์ที่เราซื้ อจาก
iTunesทั้ งหมด (เมืองไทยคงไม่มีเพราะเราไม่มี iTunes Store) และเราสามารถ Download เพลงไปยัง iOS
device อื่นๆได้ฟรี




                                                                       ่
ปล. ใครต้ องการให้ App , หนังสื อ, เพลง ทีเ่ ราซื้อจะ iDevice เครื่องอืนๆ download อัตโนมัติไปยัง iDevice
อีกเครื่องหนึ่ง เราสามารถ Set ค่ าได้ ที่ Settings/Store
44

				
DOCUMENT INFO
Shared By:
Categories:
Tags:
Stats:
views:360
posted:4/8/2012
language:Thai
pages:44