oration pathumporn by bGhU8h6s

VIEWS: 0 PAGES: 11

									สวัสดีครับยินดีต้อนรับทุกท่าน เข้าสู่เนื้อหาเรื่องโวหารภาพพจน์
เหมาะสาหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย สามารถนามา
ประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์คุณค่าด้านวรรณศิลป์ในวรรณกรรม
เรื่องต่างๆได้




                                                            หน้าต่อไป...
สวัสดีครับ ! ผมชื่อ “รักไทย”
ผมมีหน้าที่นาพาทุกท่านเข้าชม
              ้
สื่อการเรียนรูภาษาไทยเรื่อง
    …“โวหารและภาพพจน์”...
ซึ่งแยกออกเป็นหัวข้อต่างๆดังนี้
อยากไปศึกษาเรื่องใดก่อน ก็คลิ๊ก
เลือกได้เลยครับ... ^_^
                         อุปมา



อุปมา คือ การเปรียบเทียบว่าสิ่งหนึ่งเหมือนกับสิ่งหนึ่งโดย
ใช้คาเชื่อมที่มี ความหมายเช่นเดียวกับ คาว่า "
เหมือน
            เช่น ดุจ ดั่ง ราว ราว
กับ เปรียบ ประดุจ เฉก
เล่ห์ ปาน ประหนึ่งเพียง เพี้ยง พ่าง ปูน ฯลฯ
          ตัวอย่างเช่น
                      ปัญญาประดุจดังอาวุธ
                      ไพเราะกังวานปานเสียงนกร้อง
                      ท่าทางหล่อนราวกับนางพญา


                                                            กลับหน้าหลัก
              อุปลักษณ์



อุปลักษณ์ ก็คล้ายกับอุปมาโวหารคือเป็นการเปรียบเทียบเหมือนกัน
แต่เป็นการเปรียบเทียบ สิ่งหนึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่ง
              อุปลักษณ์จะไม่กล่าวโดยตรงเหมือนอุปมา แต่ใช้วิธีกล่าวเป็นนัย
ให้เข้าใจเอาเอง                                         ่
                          ที่สาคัญ อุปลักษณ์จะไม่มีคาเชือมเหมือนอุปมา
               ตัวอย่างเช่น
                        ขอเป็นเกือกทองรองบาทา ไปจนกว่าชีวันจะบรรลัย
                        ทหารเป็นรั้วของชาติ
                        เธอคือดอกฟ้าแต่ฉันนั้นคือหมาวัด
                        เธอเป็นดินหรือเธอเป็นหญ้าแท้จริงมีค่ากว่าใครนิรันดร
                        ชาวนาเป็นกระดูกสันหลังของชาติ
                        ครูคือแม่พิม์ของชาติ
                                                    กลับ
                        ชีวิตคือการต่อสู้ ศัตรูคือยากาลังหน้าหลัก
                                       ปฏิพากย์



       ปฏิพากย์ หรือ ปรพากย์ คือการใช้ถ้อยคาที่มีความหมายตรงกันข้าม
                                                                            ้
หรือขัดแย้งกันมากล่าว อย่างกลมกลืนกันเพื่อเพิ่มความหมายให้มีน้าหนักมากยิ่งขึน
                                  ตัวอย่างเช่น
                                                 เลวบริสุทธิ์
                                                 บาปบริสุทธิ์
                                                 สวยเป็นบ้า
                                                 สวยอย่างร้ายกาจ
                                                 สนุกฉิบหาย
                                                 สวรรค์บนดิน
                                                 ยิ่งรีบยิ่งช้า
                                                 น้าร้อนปลาเป็นน้าเย็นปลาตาย
                                                 เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย
                                                 รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ
                                                 แพ้เป็นพระชนะเป็นมาร             กลับหน้าหลัก
                           อติพจน์




อติพจน์ หรือ อธิพจน์ คือโวหารที่กล่าวเกินความจริง เพื่อเน้นความรู้สึก
ทาให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกที่ลึกซึ้ง
                            ้
          ภาพพจน์ชนิดนีนิยมใช้กันมากแม้ในภาษาพูด เพราะเป็นการกล่าวที่
ทาให้เห็นภาพได้ง่ายและแสดงความรู้สึกของกวีได้อย่างชัดเจน
                      ตัวอย่างเช่น
                                    คิดถึงใจจะขาด
                                    คอแห้งเป็นผง
                                    ร้อนตับจะแตก
                                    หนาวกระดูกจะหลุด
                                    การบินไทยรักคุณเท่าฟ้า
                                    คิดถึงเธอทุกลมหายใจเข้าออก กลับหน้าหลัก
                               บุคลาธิษฐาน




บุคลาธิษฐาน หรือ บุคคลวัต คือการกล่าวถึงสิ่งต่างๆ ที่ไม่มีชีวิต
  ไม่มีความคิด ไม่มีวิญญาณ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ อิฐ ปูน
  หรือสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์ เช่น ต้นไม้ สัตว ์ โดยให้สิ่งต่างๆเหล่านี้
  แสดงกิริยาอาการและความรู้สึกได้เหมือนมนุษย์
            ( บุคลาธิษฐาน มาจากคาว่า บุคคล + อธิษฐาน
            หมายถึง           อธิษฐานให้กลายเป็นบุคคล )




                                                                          กลับหน้าหลัก
                                สัญลักษณ์



                                      ่
              สัญลักษณ์ เป็นการเรียกชือสิ่งๆหนึ่งโดยใช้คาอื่นมาแทน ไม่เรียกตรงๆ
 ส่วนใหญ่คาที่นามาแทนจะเป็นคาที่เกิดจากการเปรียบเทียบและตีความ
ซึ่งใช้กันมานานจนเป็นที่เข้าใจและรู้จักกันโดยทั่วไป
   ตัวอย่างเช่น
 เมฆหมอก แทนอุปสรรค
สีดาแทนความตาย ความชั่วร้าย
สีขาว แทนความบริสุทธ
กุหลาบแดงแทนความรัก
หงส์ แทนคนชั้นสูง


                                                                      กลับหน้าหลัก
                               นามนัย




นามนัย คือการใช้คาหรือวลีซึ่งบ่งลักษณะหรือคุณสมบัติของสิ่งใด
สิ่งหนึ่งแทนอีกสิ่งหนึ่ง คล้ายๆสัญลักษณ์ แต่ต่างกันตรงที่ นามนัยนั้นจะดึง
เอาลักษณะบางส่วนของสิ่งหนึ่งมากล่าว ให้หมายถึงส่วนทั้งหมด
                ตัวอย่างเช่น
 เมืองโอ่งหมายถึงจังหวัดราชบุรี
เมืองย่าโมหมายถึงจังหวัดนครราชสีมา
ทีมเสือเหลืองหมายถึงทีมมาเลเซีย
ทีมกังหันลมหมายถึงีมเนเธอร์แลนด์
ทีมสิงโตคาราม หมายถึงอังกฤษ

                                                                 กลับหน้าหลัก
                         สัทพจน์



สัทพจน์ หมายถึงภาพพจน์ที่เลียนเสียงธรรมชาติ เช่น
   เสียงดนตรี เสียงสัตว์ เสียงคลื่น เสียงลม เสียงฝนตก เสียงน้าไหล ฯลฯ
   การใช้ภาพพจน์ประเภทนี้จะทาให้เหมือนได้ยินเสียงนั้นจริง ๆ
           ตัวอย่างเช่น
                ลูกหมาร้องบ๊อก ๆ ๆ ลุกนกร้องจิ๊บๆๆ ลูกแมวร้องเหมียว ๆ ๆ
                 เปรี้ยง ๆ ดังเสียงฟ้าฟาด
                ตะแลกแต๊กแต๊กตะแลกแต๊กแต๊ก กระเดื่องดังแทรกสารวลสรวลสันต์
                คลื่นซัดครืนครืนซ่าที่ผาแดง
                น้าพุพุ่งซ่า ไหลมาฉาดฉาน เห็นตระการ เสียงกังวาน



                                                       กลับหน้าหลัก
      คณะผู้จัดทา

1. ครูปทุมพร พงศ์ทอง
2. ครูเตือนจิตต์ ศรีอนันต์

    โรงเรียนปทุมวิไล




                             กลับหน้าหลัก

								
To top