???????? ??? ?? ?? ? ?? ? ??? ?? ??? ??? ?? ? ? by 95hDBGa

VIEWS: 4 PAGES: 22

									         ่
กฎหมายเกียวกับอัคคีภัย


               ชัชวาลย์ จิตติเรื องเกียรติ
               สานักเทคโนโลยีความปลอดภัย
               กรมโรงงานอุตสาหกรรม
         ่              ่
กฎหมายเกียวกับอัคคีภัยทีมีผลบังคับใช้ ในปัจจบัน
                                            ุ
    พรบ. โรงงาน พ.ศ. 2535
         -   กฎกระทรวงฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2535 )
         -   ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2513)
         -   ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2514)
         -   ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมฉบับที่ 24 (พ.ศ. 2530)
         -   ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2542)
    พรบ.วัตถุอนตราย พ.ศ. 2535
               ั
    ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการปองกันและระงับอัคคีภัยใน
                                    ้
                    ่
    สถานประกอบการเพือความปลอดภัยในการทางาน
         ่              ่
กฎหมายเกียวกับอัคคีภัยทีมีผลบังคับใช้ ในปัจจุบัน
                                 ั
     พรบ.ป้ องกันและระงับอัคคีภย พ.ศ. 2542
    พรบ. ควบคุมน้ ามันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542
    ประกาศคณะปฏิวติฉบับที่ 28 ว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิ โตรเลียมเหลว
                     ั
    พรบ. ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522
          กฎกระทรวงฉบับที่ 33 (พ.ศ. 2535)
          กฎกระทรวงฉบับที่ 39 (พ.ศ. 2537)
          กฎกระทรวงฉบับที่ 47 (พ.ศ. 2540)
          กฎกระทรวงฉบับที่ 48 (พ.ศ. 2540)
          กฎกระทรวงฉบับที่ 50 (พ.ศ. 2540)
          กฎกระทรวงฉบับที่ 55 (พ.ศ. 2543)
พรบ. โรงงาน พ.ศ. 2535
   กฎกระทรวงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2535
      หมวดที่ 1 ข้ อ 4 ลักษณะอาคารโรงงาน
          * มีประตูหรื อทางออกให้พอกับจานวนคนงานที่จะหลบหนีภย             ั
                                                                        ้
            ออกไปได้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิ น อย่างน้อย 2 แห่ ง กว้างไม่นอยกว่า
                                   ้                     ้
            110 ซม. และสู งไม่นอยกว่า 200 ซม. แต่ถามีคนงานที่ตองออก   ้
            ตามทางนี้มากกว่า 50 คน ต้องมีขนาดกว้างเพิมขึ้นในอัตราส่ วน
                                                            ่
                  ้
            ไม่นอยกว่า 2 ซม. ต่อ 1 คน
                          ั          ้
          * มีพ้ืนที่ปฏิบติงานไม่นอยกว่า 3 ตร.ม./คน
          * จัดให้มีที่เก็บรักษาวัตถุหรื อสิ่ งของที่อาจก่อให้เกิดอันตรายหรื อ
            อัคคีภยได้ง่ายไว้ในที่ปลอดภัย
                    ั
กฎกระทรวงฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2535)

   หมวด 2 เครื่ องจักร อุปกรณ์หรื อสิ่ งที่นามาใช้ในโรงงาน
                     ั ั
    - ภาชนะบรรจุวตถุอนตราย เช่น วัตถุระเบิด วัตถุไวไฟที่มีขนาด
    ตั้งแต่ 25000 ลิตรขึ้นไป ต้องสร้างเขื่อนหรื อกาแพงคอนกรี ต
                                             ั        ั
    ล้อมรอบที่จะกักเก็บปริ มาณของวัตถุดงกล่าวได้ท้ งหมด ถ้ามีภาชนะ
                                                             ั
    บรรจุมากกว่าหนึ่งถัง ให้สร้างเขื่อนที่สามารถกักเก็บวัตถุอนตราย
    เท่ากับปริ มาตรของถังเก็บขนาดใหญ่ที่สุด
    - ระบบไฟฟ้ า การเดินสายไฟฟ้ า การติดตั้งเครื่ องยนต์ อุปกรณ์ไฟฟ้ า
    ต้องเป็ นไปตามหลักวิชาการที่ยอมรับ โดยมีคารับรองของวิศวกร
ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2513)
 หมวด 1 การรักษาโรงงานและเครื่ องจักร
                                                ่
      ต้องดูแลรักษาทางออกและบันไดฉุ กเฉิ นให้อยูในสภาพพร้อมที่จะหลบ
      ภัยได้
 หมวด 2 ทางออกฉุกเฉินในโรงงาน
                                      ้
       ทางออกฉุ กเฉิ นต้องกว้างไม่นอยกว่า 110 ซม.
                                              ่
       ต้องดูแลรักษาให้ประตูทางออกฉุ กเฉิ นอยูในสภาพที่คนงานจะเปิ ดออก
  ได้ง่ายตลอดเวลาที่มีการปฏิบติงานั
       มีแสงสว่างเพียงพอและไม่ให้มีสิ่งกีดขวาง
       มีระบบแสงสว่างทดแทนในกรณี ที่ระบบไฟฟ้ าเสี ย
                                         ั
       มีป้ายหรื อเครื่ องหมายที่เห็นได้ชดเจน
ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2513)
  หมวด 3 สั ญญาณแจ้ งเหตุอนตรายั
         *ในโรงงานที่มีก๊าซอันตรายหรื อวัสดุไวไฟที่มีคนงานตั้งแต่ 50
                                  ั
   คนขึ้นไป หรื อโรงงานที่มีวสดุติดไฟง่าย ที่มีคนงาน 100 คนขึ้นไป
   ต้องจัดให้มีเครื่ องให้สัญญาณแจ้งเหตุอนตรายอย่างน้อย 2 แห่งอยู่
                                              ั
   ในตาแหน่งที่คนใช้ได้สะดวกรวดเร็ ว
                           ั              ้
         *เป็ นชนิดที่ให้สญญาณโดยไม่ตองอาศัยพลังงานจากระบบ
                         ั
   ส่ องสว่างและที่ใช้กบเครื่ องจักร
  หมวด 4 เครื่องดับเพลิง
                     ้
         *ต้องไม่นอยกว่า 1 เครื่ องต่อพื้นที่ 100 ตร.ม.
               ั                            ั
         *มีบนทึกการติดตั้ง การเติมเคมีภณฑ์ และการตรวจสอบซึ่ง
                       ้
   ต้องกระทาไม่นอยกว่า 6 เดือนต่อหนึ่งครั้ง
ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2514)

                            ั     ั
   หมวด 12 การป้ องกันอุบติเหตุอนตรายจากเครื่ องจักร
    - ในห้องปฏิบติงานหรื อห้องเก็บสิ่ งของที่อาจมีก๊าซ ควัน ฝุ่ น ไอหรื อ
                 ั
    หมอกที่ติดไฟได้ง่าย ต้องเดินสายไฟฟ้ าในท่อ เครื่ องยนต์ไฟฟ้ า สวิตช์
    ไฟฟ้ า และอุปกรณ์ไฟฟ้ าอื่นๆต้องเป็ นแบบปิ ดชนิดป้ องกันการระเบิด
    และห้ามใช้หลอดไฟฟ้ าฟลูออเรสเซนท์ แบบมีสตาร์ทเตอร์สวิตช์ตด         ั
    ตอนแบบใบมีด เต้าเสี ยบและอุปกรณ์ที่อาจทาให้เกิดประกายไฟได้
ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2514)
 - เครื่ องยนต์ไฟฟ้ าที่มีขนาดตั้งแต่ 1/4 แรงม้าขึ้นไป ต้องมีเครื่ องป้ องกัน
     กระแสเกินขนาดและการใช้เกินกาลัง
 - ต้องดูแลรักษาสายไฟฟ้ า สายดิน เครื่ องยนต์ไฟฟ้ า สวิตช์ เต้าเสี ยบ
                                    ่
     และอุปกรณ์ไฟฟ้ าอื่นๆ ให้อยูในสภาพเรี ยบร้อย ไม่หลุด หลวม
     แตกร้าว หรื อผุกร่ อน
                                          ้
 - สายไฟฟ้ า เครื่ องไฟฟ้ าและอุปกรณ์ตองได้รับการตรวจรับรอง
                     ้
     เห็นชอบจากผูได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม
     หรื อนายช่างของการไฟฟ้ าฯทุกๆ 1 ปี โดยมีเอกสารรับรองเป็ น
     หลักฐานทุกปี
ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมฉบับที่ 24
(พ.ศ.2530)
 ต้องแยกอาคารที่มีการผลิตหรื อเก็บวัตถุไวไฟให้เป็ นเอกเทศ
 ต้องไม่ให้วตถุไวไฟ วัตถุระเบิดอยูใกล้เตาไฟ หม้อน้ า ท่อไอน้ า
               ั                       ่
  สายไฟฟ้ าแรงสูง บริ เวณที่อาจมีประกายไฟ หรื อในที่มีอุณหภูมิสูง
 ต้องจัดทาป้ ายที่มีสัญลักษณ์ เครื่ องหมายและข้อความเตือนตาม
  รายละเอียดแนบท้าย
 ต้องดูแลรักษาท่อส่ งให้อยูในสภาพดี ท่อส่ งวัตถุที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 80
                            ่
                                            ้           ั ่
  องศาเซลเซียสต้องมีฉนวนกันความร้อนหุ ม และไม่ต้ งอยูใกล้หรื อ
  บริ เวณที่มีความร้อนสูง
ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมฉบับที่ 24 (พ.ศ.2530)

  ต้องดูแลรักษาท่อ ส่ วนประกอบของท่อ ท่อส่ งต่างชนิดกันต้องทาสี
   หรื อทาเครื่ องหมายแสดงความแตกต่างให้ชดเจน   ั
  วาล์วต่างๆไม่ให้มีการรั่วซึม และต้องมีเครื่ องหมายแสดงทิศทางการ
   ปิ ดเปิ ดของวาล์ว
  ภาชนะบรรจุอยูในที่โล่งแจ้งต้องมีสายล่อฟ้ า
                     ่
  ภาชนะบรรจุที่อาจเกิดไฟฟ้ าสถิตต้องต่อสายดิน
  ภาชนะบรรจุวตถุไวไฟที่มีขนาดตั้งแต่ 25,000 ลิตร ต้องสร้างเขื่อน
                   ั
   หรื อกาแพงคอนกรี ตล้อมรอบ มีสายล่อฟ้ าและสายดิน
ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมฉบับที่ 24 (พ.ศ.2530)

   จัดทาป้ ายสัญลักษณ์ตามมาตรฐานสากลแสดงให้ทราบถึงระดับความ
    ไวไฟ อันตรายต่อสุ ขภาพ ความรุ นแรงของปฏิกิริยา หรื อ
    รายละเอียดอื่นๆ ให้แผ่นป้ ายมีขนาดใหญ่พอสมควร ติดหรื อแขวนไว้
                                        ั ั
    ด้านหน้าบริ เวณที่มีการเก็บหรื อใช้วตถุอนตรายดังกล่าว
Diamond Sign
ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2543)

   กาหนดให้โรงงานที่มีความเสี่ ยงต่อการเกิดอุบติภยร้ายแรงต้องจัดทา “
                                                    ั ั
                                                  ่
    รายงานการวิเคราะห์ ความเสี่ ยงจากอันตรายทีอาจเกิดจากการ
    ประกอบกิจการโรงงาน”
   เพื่อชี้บ่งอันตรายที่อาจเกิดขึ้นทั้งในภาวะปกติ ผิดปกติ และฉุกเฉิน
   นามาประเมินโอกาสและความรุ นแรงว่ามีมากน้อยเพียงใด
   นามากาหนดมาตรการป้ องกัน รวมทั้งมาตรการควบคุม ลด หรื อ
                  ั ั
    บรรเทาอุบติภยร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้น
โรงงานที่เข้าข่ายต้องทา

                            ้
  โรงงาน 12 ประเภทตามบัญชีทายประกาศกระทรวงฯ
                   ่
  หลักเกณฑ์ในการยืนรายงาน
                                                          ั              ่
       - โรงงนที่ขออนุญาตตั้งใหม่หรื อขอขยายโรงงาน ให้จดทารายงานและยืนต่อกรม
         โรงงานอุตสาหกรรม หรื อสานักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพร้อมกับการยืนขอ   ่
         อนุญาตตั้งหรื อขยายโรงงาน
                                                                   ั
       - โรงงานที่ได้รับอนุญาตก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลบังคับใช้ ให้จดทารายงานและ
           ่
         ยืนต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม หรื อสานักอุตสาหกรรมจังหวัดภายใน 360 วัน
                ั
         นับแต่วนที่ประกาศนี้มีผลบังคับใช้ และต้องมีการทบทวนและจัดทารายงาน
                        ่
         พร้อมกับการยืนขอต่ออายุใบอนุญาตทุกครั้ง
              ั ่                       ั                 ่
- โรงงานที่ต้ งอยูในนิคมอุตสาหกรรม ให้จดทารายงาน 2 ฉบับ ยืนต่อการ
  นิคมอุตสาหกรรมฯ 1 ฉบับ และกรมโรงงานอุตสาหกรรม 1 ฉบับ
               ั ่
- โรงงานที่ต้ งอยูในเขตประกอบการอุตสาหกรรมทั้งโรงงานที่ขออนุญาต
                                          ั                 ่
  ใหม่ และโรงงานที่ได้รับอนุญาตแล้ว ได้จดทารายงาน 2 ฉบับ ยืนต่อ
  กรมโรงงานอุตสาหกรรม 1 ฉบับและสานักอุตสาหกรรมจังหวัดท้องที่
  ที่โรงงานตั้งอยู่ 1 ฉบับ และต้องทบทวน จัดทาและยืนรายงานครั้ง
                                                   ่
                                                 ้
  ต่อไปทุกๆ 5 ปี ภายในวันที่ 30 ธันวาคมของปี ที่หา
รายงานการวิเคราะห์ ความเสี่ ยง

  1. ข้ อมูลรายละเอียดการประกอบกิจการ
     1.1 แผนที่โรงงานและสถานที่โดยรอบ
     1.2 แผนผังโรงงาน
     1.3 ขั้นตอนกระบวนการผลิต
                   ้ ั
     1.4 จานวนผูปฏิบติงานและการจัดช่วงเวลาทางาน
                                  ั                        ั
     1.5 ข้อมูลอื่นๆ เช่น สถิติอุบติเหตุ รายงานการสอบสวนอุบติเหตุ
     รายงานการตรวจประเมินความปลอดภัยฯลฯ
รายงานการวิเคราะห์ ความเสี่ ยง
 2. ข้อมูลการชี้บ่งอันตรายและการประเมินความเสี่ ยง
    2.1 การชี้บ่งอันตราย (Hazard Identification)
          การแจกแจงอันตรายจากการประกอบกิจการทุกขั้นตอน
    รวมทั้งกิจกรรมหรื อสภาพการณ์ต่างๆภายในโรงงานโดยวิธี
         Checklist
         What-If Analysis
         Hazard and Operability Study(HAZOP)
         Fault-Tree Analysis (FTA)
         Failure Modes and Effects Analysis (FMEA)
         Event-Tree Analysis
         วิธีอื่นที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมเห็นชอบ
รายงานการวิเคราะห์ ความเสี่ ยง
   2.2 การประเมินความเสี่ ยง ( Risk Assessment )
         การวิเคราะห์ถึงปัจจัยหรื อสภาพการณ์ต่างๆที่เป็ นสาเหตุทาให้
                    ั
   เกิดอันตราย อุบติเหตุ และเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ เช่น การเกิด
   เพลิงไหม้ การระเบิด การรั่วไหลของสารเคมี เป็ นต้น โดยพิจารณา
                                      ั
   ถึงโอกาสและความรุ นแรงของเหตุอนตรายนั้นว่ามีมากน้อยเพียงใด
   ที่จะส่ งผลให้เกิดอันตรายหรื อความเสี ยหายต่อ
        -   ชีวต ิ
        -   ทรัพย์สิน
        -   สิ่ งแวดล้อม
รายงานการวิเคราะห์ ความเสี่ ยง
 3. แผนงานบริ หารจัดการความเสี่ ยง ( Risk Management
    Program )
    3.1 มาตรการป้ องกันและสาเหตุของการเกิดอันตราย (
    Control Measure )
    -     การออกแบบ การสร้าง และการติดตั้งเครื่ องจักร อุปกรณ์ เครื่ องมือ
                        ั
        ตลอดจนการใช้วสดุที่ได้มาตรฐาน
    -            ั                    ู
        การปฏิบติงานตามขั้นตอนที่ถกต้อง
    -   การซ่อมบารุ งเครื่ องจักร อุปกรณ์และเครื่ องมือ
    -   การทดสอบ ตรวจสอบเครื่ องจักร อุปกรณ์ และเครื่ องมือ
    -     การฝึ กอบรม
รายงานการวิเคราะห์ ความเสี่ ยง

         - การตรวจประเมินความปลอดภัย ( Safety Audit )
                   ั
          - การปฏิบติตามข้อกาหนด (Code of Practice)
     3.2 มาตรการระงับและฟื้ นฟูเหตุการณ์ ( Recovery Measure )
           การวางแผนและการซ้อมแผนฉุ กเฉิ น
                            ั
          การสอบสวนอุบติเหตุ
     3.3 แผนงานปรับปรุ งแก้ไข ( Corrective Action Plan )
             - การปรับปรุ งแก้ไขหรื อเพิ่มเติมมาตรการป้ องกันและควบคุม
           อันตราย
           ั
พรบ. วัตถุอนตราย พ.ศ. 2535
  กฎกระทรวง พ.ศ. 2537
                       ั                                    ั
    - อาคารผลิตวัตถุอนตรายที่มีมากกว่า 2 ชั้นขึ้นไป ต้องมีบนไดหนี ไฟนอก
      อาคารอย่างน้อยชั้นละ 1 แห่ ง และต้องเป็ นการติดตั้งถาวร มันคงแข็งแรง
                                                                 ่
                            ั
    - อาคารเก็บรักษาวัตถุอนตรายที่มีความกว้างและความยาวด้านละ 30 เมตร
      ขึ้นไป ต้องมีผนังที่ทาจากวัตถุทนไฟกั้นตัดตอนโดยมีระยะห่างกันอย่าง
      น้อย 1 ผนังทุกๆ 30 เมตร เพื่อป้ องกันการลุกลามของอัคคีภย ั

								
To top