BA Concept

Document Sample
BA Concept Powered By Docstoc
					                                                     BA Concept

Kitaro            Nishida                                     ้
                                    นักปราชญ์ชาวญี่ปุ่นเป็ นผูริเริ่ มเสนอแนวคิด          “Ba”         และมี    Shimizu
            ้
ได้เป็ นผูสานต่อและนาเสนอแนวคิดดังกล่าว                     ต่อมา          Nonaka             &        Konno      (1998)
ได้ปรับแนวคิดและเสนอเป็ นหลักการ “Ba” หรื อ “Ba Concept” ในมุมมองของการจัดการความรู้ คาว่า
“Ba” แปลเป็ นภาษาอังกฤษว่า “สถานที่ (Place)” ดังนั้น “Ba” จึงหมายถึง “สถานที่ หรื อ พื้นที่”
                      ่
ที่กลุ่มคนมาอยูรวมกันและแลกเปลี่ยนความรู ้ และสร้างความรู ้ ซึ่ งพื้นที่น้ นอาจจะเป็ นพื้นที่ทางกายภาพจริ ง
                                                                                     ั
พื้นที่เสมือนจริ ง (Virtual) หรื อพื้นที่ดานความคิด (ตัวอย่างเช่น ประสบการณ์ร่วมกัน ความคิดและอุดมคติ)
                                                ้
                        ่
จึงอาจกล่าวได้วา “Ba” เป็ น พื้นที่ร่วมกันสาหรับทาหน้าที่เป็ นพื้นฐานในการสร้างสรรค์ความรู ้
ทั้งความรู ้แบบชัดแจ้งและความรู ้โดยนัย ซึ่ งเกี่ยวข้องกับการแปลงรู ปของความรู ้ท้ ง 4 รู ปแบบ   ั
                    Nonaka             &          Konno           (1998)         กล่าวว่า            หลักการ        “Ba”
ได้ช่วยสร้างการอุปมาอุปไมยทางด้านความคิดเพื่ออธิ บาย SECI Model ให้ชดเจนมากขึ้น เนื่ องจาก SECI
                                                                                            ั
Model                     ค่อนข้างมีความเป็ นนามธรรมและทาความเข้าใจได้ยาก                          หลักการ          “Ba”
จึงเปรี ยบเสมือนพื้นที่ในการสร้างความรู ้ตามแนวคิดของ SECI Model
                   “Ba” แบ่งออกเป็ น 4 ประเภท ซึ่ งสอดคล้องกับ SECI Model ทั้ง 4 รู ปแบบ “Ba”
แต่ละประเภทจะส่ งเสริ มและช่วยเร่ งกระบวนการในการแปลงรู ปความรู ้ท้ ง                  ั              4         รู ปแบบ
เพื่อสร้างความรู ้ในแต่ละกระบวนการของ SECI Model แสดงดังภาพที่ 13 ดังนี้
                    -               “Originating           Ba”             เป็ นหลักการ                  “Ba”         อัน
แรกในกระบวนการสร้างความรู้และแสดงให้เห็นถึงความสาคัญของประสบการณ์ที่ได้
รับจากการพบปะสมาคม เพราะการพบปะสมาคมจะทาให้บุคคลต่างๆ มาร่ วมแบ่งปั นอารมณ์ ความรู ้สึก
ความคิดและประสบการณ์ ทาให้รู้สึกถึงความเป็ นกลุ่มเดียวกัน ความเห็นอกเห็นใจและไว้เนื้อเชื่อใจกัน
ซึ่ งสิ่ งเหล่านี้จะทาให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู ้และการเกิดการสร้างความรู ้
ระหว่างบุคคลหรื อความรู ้โดยนัยมากขึ้น                  Nonaka            &       Konno              (1998)     กล่าวว่า
การพัฒนาวิสัยทัศน์และวัฒนธรรมการเรี ยนรู้ภายในองค์กร
สามารถทาได้โดยการให้ความสาคัญกับรู ปแบบการบริ หารจัดการที่เปิ ดกว้าง
                                                                ้
รวมถึงการพบปะสมาคมกับลูกค้าซึ่ งจะเป็ นการกระตุนให้เกิดการติดต่อกันโดยตรง ระหว่างบุคคลมากขึ้น
                   - “Interacting Ba” มีองค์ประกอบที่สลับซับซ้อนกว่า หากเปรี ยบเทียบกับ “Originating
Ba”กล่าว คือ ในการพบปะสมาคมของกลุ่ม สมาชิกภายในกลุ่มจะเป็ นผูกลันกรองสมาชิกที่มีความรู ้       ้ ่
ความสามารถเพื่อให้ถ่ายทอดความรู ้โดยนัยออกมาเป็ นความรู ้แบบชัดแจ้ง
                                  ้
ขณะเดียวกันแต่ละคนก็ตองวิเคราะห์ความคิดของตนเองในการแลกเปลี่ยนเรี ยนรู ้                              นี้ไปด้วย    ดังนั้น
“Interacting                                       Ba”                                   จึงให้ความสาคัญกับการสนทนา
เพื่อการถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนความรู ้โดยนัยออกมาเป็ นความรู ้แบบชัดแจ้งให้เกิดคุณค่ามากที่สุด
               -                   “Cyber                  Ba”                     เป็ น                     ที่ๆ
                          ั
เกิดการติดต่อสัมพันธ์กนในโลกแห่งความเป็ นจริ งแทนสถานที่และเวลาจริ ง
และแสดงให้เห็นถึงการผสมผสานระหว่างความรู ้แบบชัดแจ้งกับข้อมูลและความรู ้                          ที่มีอยูเ่ ดิม
ช่วยทาให้ความรู ้แบบชัดแจ้งขององค์กรมีความเป็ นระบบมากยิงขึ้น  ่          การผสมผสานความรู ้ในลักษณะนี้
จะเกิดขึ้นได้ดีหากมีสภาพแวดล้อมที่ต่างฝ่ ายต่างร่ วมมือกัน โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็ นเครื่ องมือ
               -            “Exercising          Ba”                   ่
                                                                 จัดอยูในขั้นตอนการนาความรู ้ที่ได้ไปปฏิบติ     ั
ทั้งยังช่วยในการเปลี่ยนความรู ้แบบชัดแจ้งให้เป็ นความรู ้โดยนัย          “Exercising     Ba”             เน้น
ความสาคัญของการเรี ยนรู ้และการคิดโดยอาศัยการฝึ กในระหว่างการทางานจริ ง
หรื อการเข้าไปมีส่วนร่ วมกับในงานต่างๆ อย่างสม่าเสมอ มากกว่าการเรี ยนการสอนในห้องเรี ยน ดังนั้น
                                        ั
ความรู้ที่ได้มาจะสามารถใช้ในทางปฏิบติได้มากน้อยเพียงใด
          ่ ั                                ิ
จึงขึ้นอยูกบการเรี ยนรู ้ในสถานการณ์หรื อชี วตจริ ง

              ตัวอย่างองค์กรธุ รกิจที่ประสบความสาเร็ จเป็ นอย่างมากในการนาแนวคิด “Ba” มาใช้คือ NTT
DoCoMo แห่งประเทศญี่ปุ่น (สานักมาตรฐานอุดมศึกษา, สานักปลัดทบวงมหาวิทยาลัย, 2546) กล่าวคือ
       ั
บริ ษทมีกลยุทธ์ในการจัด               “พื้นที่”     ที่จะสนับสนุนการจัดการความรู้ขององค์กร                    อาทิ
การให้พนักงานมีโฮมเพจ                      (Homepage)                                                ั
                                                                   ส่ วนตัวเพื่อที่จะให้ทุกคนได้รู้จกกันมากขึ้น
ทั้งในด้านส่ วนตัวและประวัติการทางาน รวมทั้งการใช้ชื่อเล่นเพื่อโต้ตอบทางเว็บเมลล์ (Webmail)
ซึ่ งเป็ นการส่ งเสริ มให้มีการเสนอแนะความคิดเห็นได้
โดยลดอุปสรรคการสื่ อสารที่อาจจะเกิดจากระบบอาวุโส                                        นอก                  จากนี้
การจัดสานักงานเพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนเรี ยนรู ้ร่วมกันก็ให้มีการจัดที่                      นังกันอย่างเสรี
                                                                                                   ่
พนักงานจะไม่มีที่นงประจาั่
และมีอิสระในการขยับหรื อเคลื่อนย้ายโต๊ะเพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะการทางาน                                    ้
                                                                                                       ที่ตองการ
พนักงานสามารถเลือกปฏิบติงาน    ั                                       ั ้
                                                         โดยนังใกล้กบผูใดก็ได้ในแผนกงานเพื่อปรึ กษาหารื อ
                                                               ่
หรื อจะแยกนังในมุมกาแฟหรื อมุมสู บหรี่ ก็ได้
                 ่                                                 ่
                                                        จึงเห็นได้วาเป็ นรู ปแบบหนึ่งของแนวคิด               “Ba”
                           ั
ที่ทาให้พนักงานได้รู้จกกันมากขึ้นและมีการแลกเปลี่ยนความรู ้โดยนัยอย่างต่อเนื่อง


ที่มา: http://www.gotoknow.org/blog/kmis3kku/294468

วันที่ 29 / 06 / 2011

				
DOCUMENT INFO
Categories:
Tags:
Stats:
views:5
posted:3/25/2012
language:Thai
pages:2