Chakra Breathing by R1Jh3mT

VIEWS: 24 PAGES: 5

									างเลือก

                                                                                                    ้
ntary Care หรื อ การรักษาแบบเสริม เป็ นกระแสความนิยมที่กาลังมาแรงโดยเฉพาะในซีกโลกตะวันตก ทังยุโรป และอเมริกา
       20                มลรัฐของสหรัฐอเมริกา            มีการเปิ ดบริการในสถานพยาบาลและสถานบริ การสุขภาพอย่าง
                      ุ               ั
กฎหมายรัฐบาลให้ ทนสนับสนุนการวิจยเพื่อยืนยันผลการรักษาแบบเสริมนี ้
กหลายวิธีการประชาชนสามารถเลือกใช้ บริการได้ โดยสมัครใจ
                                          ั
รสาคัญคือไม่ละทิ ้งการแพทย์แผนปั จจุบนหากเป็ นการรักษาการเจ็บป่ วย นอกจากนี ้ ยังมีการส่งเสริมให้ นา Complementary
าใช้ ในการส่งเสริ มสุขภาพอย่างเป็ นองค์รวมอีกด้ วย อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทยยังไม่มีการนารูปแบบและวิธีการของ
                                        ่
ntary Care มาใช้ อย่างชัดเจนนัก แม้ วาจะมีนโยบายส่งเสริมสนับสนุนการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกอย่างชัดเจน
                                ู
 รนาเสนอรูปแบบการรักษาให้ ผ้ ใช้ บริ การตัดสินใจเลือก                       เพื่อทดแทนการรักษาพยาบาลแผนปั จจุบน      ั
ทางการพยาบาลควรศึกษาทาความเข้ าใจ
ระยุกต์ใช้ เพื่อการดูแลสุขภาพประชาชนอย่างเป็ นองค์รวมที่สามารถผสมผสานศาสตร์ ตางๆ ่                    ได้ อย่างกลมกลืน
บค่านิยม ศรัทธา ความเชื่อ และวัฒนธรรมไทย
ปลี่ยนแปลงของสังคมโลก           ้
                              ทังทางด้ านเศรษฐกิจ     การเมือง      การศึกษา     วัฒนธรรม       และสภาวะแวดล้ อม
                                             ้
 ะทบโดยตรงต่อภาวะสุขภาพของประชาชน ทังร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ ดังจะเห็นได้ จากแบบแผนการ
ลี่ยนแปลงจากโรคติดเชื ้อ                ่
                                     ซึงมักจะมีสาเหตุมาจากปั ญหาด้ านการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้ อม          และอาหาร
                                                                                            ู
มีสาเหตุมาจากปั จจัย แวดล้ อม และพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม ได้ แก่ การบริโภคอาหารที่ไม่ถกต้ องตามหลักโภชนาการ
 ากเกินไป ความเครี ยด การใช้ สารเสพติด
ทางเพศ ส่งผลให้ เกิดโรคไม่ติดต่อต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง ภูมิแพ้ โรคเครี ยด ฯลฯ รวมถึง
                              ่
 งเพศสัมพันธ์ เช่น โรคเอดส์ ซึงมีแนวโน้ มที่จะทวีความรุนแรงมากขึ ้น
                    ั      ั                                                 ่
 กระแสโลกาภิวฒน์ในปั จจุบน ส่งผลให้ ประชาชนได้ รับข้ อมูลข่าวสาร องค์ความรู้ตางๆ อย่างรวดเร็ว จากหลากหลาย ช่องทาง
                ่                                          ่
สื่อสิ่งพิมพ์ตาง ๆ วิทยุ โทรทัศน์ และ Internet จนกระทังดูเหมือนว่า ความรู้ด้านสุขภาพ เป็ นที่แพร่หลาย โดยทัวไป่
                      ั
 าชนส่วนใหญ่ก็ยงคงขาดความเข้ าใจในความหมายของคาว่า สุขภาพ อย่างแท้ จริง และขาดความตระหนัก ในการ
       ุ                                                                                            ้
 ห้ มีสขภาพดีอย่างสม่าเสมอ แต่จะให้ ความสนใจดูแลรักษา เยียวยาเมื่อเกิด ความเจ็บป่ วยแล้ วเท่านัน นอกจากนี ้
                  ้
มกดดัน บีบคัน ทางด้ านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้ อม ทาให้ คนส่วนใหญ่ หันเหความสนใจ ไปในการ ดารงชีวิต การศึกษา
 อาชีพ การหาเลี ้ยงครอบครัว มากกว่าที่จะใส่ใจต่อ การส่งเสริมสุขภาพ และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
              ุ          ่
ยต่อการมีสขภาพดีอย่างยังยืน
                                      ั ่                                       ั
 สถานการณ์ด้านการรักษาพยาบาลแผนปั จจุบน ซึงเป็ นการแพทย์กระแสหลักของสังคมโลก ก็ยงคงมีข้อจากัดบางประการ
                                                ้             ิ
ให้ การรักษาพยาบาลความเจ็บป่ วยด้ วยกลุ่มโรคเรื อรังและโรคไม่ตดต่อต่าง ๆ ได้ แก่ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และ
          ้                                                        ่
    รวมทังโรคเอดส์ เนื่องจากกระบวนการรักษาพยาบาล นามาซึงความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน เพื่อกาจัดตัวการที่เป็ น
                                                                         ้                                 ั ่
รค เช่น การใช้ ยาเคมีบาบัด การใช้ รังสีรักษาใน ผู้ป่วยมะเร็ง เป็ นต้ น ทังนี ้เป็ นเพราะ การแพทย์แผนปั จจุบน มุงเน้ นที่
                                                                                    ่               ั
ค มิใช่การรักษาคน มองการแก้ ปัญหา การเจ็บป่ วยแบบแยกส่วน และใช้ ยาซึงเป็ น ผลิตภัณฑ์ที่สงเคราะห์ มาจาก
                                           ้                                            ั
ปแทรกแซง การทางานของร่างกาย พร้ อมทังมีการนา เครื่ องมือ อุปกรณ์ เทคโนโลยีที่ทนสมัย เข้ ามาช่วยใน กระบวนการ
                           ่
จฉัย และรักษาพยาบาล ซึง ปรากฏการณ์เหล่านี ้ ไม่อาจตอบสนอง การแก้ ไขปั ญหา การเจ็บป่ วยแบบองค์รวม
 ชนได้ ผู้ป่วยต้ องประสบกับความเจ็บปวด ทุกข์ทรมานด้ านร่างกายจาก การรักษาพยาบาล ต้ องวิตกกังวลกับ
                             ้
ฐกิจ สังคม และครอบครัว ดังนัน ประชาชนผู้เจ็บป่ วย ในหลายๆ ประเทศ จึงพากันแสวงหา ทางเลือกใหม่ๆ เพื่อการดูแล
                      ้
ขปั ญหาสุขภาพ พร้ อมทังสามารถเยียวยา ทางด้ าน จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ ไปพร้ อมกัน
 ตื่นตัวเรื่ อง Complementary Care หรื อ Complementary Therapy หรื อ การแสวงหาทางเลือกใหม่ ๆ สาหรับ
นชีวิต ในแนวทางที่สอดคล้ องกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้ อม เกิดขึ ้นในราว ปี คศ. 1980(2) โดยเรี ยกว่า non-conventional
                        ่                                                ่
ป็ นปรากฏการณ์ที่กลุมคน หันเหความสนใจ และเลือกใช้ ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติตางๆ เข้ ามาเสริมระบบ การรักษาพยาบาลแผน
                                                   ั   ้                                ่
 และยิ่งเป็ นที่นิยมเพิ่มขึ ้นเรื่ อยมาจนถึงปั จจุบน ทังในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และกลุมประเทศใน ทวีปยุโรป
ารวจความคิดเห็นสาธารณะ และการสารวจของสมาคมผู้บริโภค พบว่า ประมาณร้ อยละ 25 – 75 ของประชากร
งกฤษ ฝรั่งเศล เยอรมัน และเนเธอร์ แลนด์ หันมานิยมใช้ บริการในระบบ non-conventional therapies
เทศอังกฤษ และ เยอรมัน ประชาชนสามารถเบิกคืนค่าบริ การโฮมิโอพาที (Homeopathy) ได้ จากระบบประกันสุขภาพ จาก
                                                                      ้
Health Service และจากบริษัทเอกชนได้ ส่วนในสหรัฐอเมริกานันมีการเปิ ดบริ การด้ าน Complementary Care
                                                                              ้
 ตามกฎหมาย ในสถานบริการ สุขภาพของรัฐต่างๆ มากกว่า 20 มลรัฐ พร้ อมทังมีการเปิ ดหลักสูตร การอบรมบุคลากร
 ย์ ให้ มีความรู้ และสามารถให้ บริการแบบComplementary Care เสริมไปกับการรักษาพยาบาลแผนปั จจุบน ทังนี ้   ั     ้
 วามสมัครใจของประชาชนที่จะเลือกใช้ บริการ
ทย กระแสความตื่นตัวเรื่ อง สุขภาพทางเลือกเริ่มก่อตัวเด่นชัดในช่วง 1 ทศวรรษที่ผานมา แม้ วาในอดีตจะมี  ่         ่
                                                                                                   ่
ผนไทย การแพทย์พื ้นบ้ าน และความเชื่อเกี่ยวกับสุขภาพและความเจ็บป่ วย ที่ฝังตัวหยังรากลึกอยูใน วัฒนธรรม      ่
 ดิมของไทย                  ุ
                   ศาสตร์ สขภาพทางเลือกใหม่ๆ                               ั
                                                       ได้ เผยแพร่เข้ าสู่สงคมไทยอย่างหลากหลาย         และหลายศาสตร์ ได้ รับ
                                                  ั                                                       ้
อย่างกระตือรื อล้ น จากประชาชน ในปั จจุบนจึงไม่ใช่มีเพียงผลิตภัณฑ์ ที่ทามาจากสมุนไพรไทยเท่านัน แต่จะพบว่ามี
                                                                       ั
รื อ บริการสุขภาพที่แปลกใหม่ แนวคิด และแบบแผนการปฏิบติที่เกี่ยวกับสุขภาพและความ เจ็บป่ วยที่แตกต่างออกไป
                      ั ่
 าพยาบาลแผนปั จจุบนซึงเป็ นกระแสหลักของสังคมไทย ส่งผลให้ มีการตอบสนองจากภาครัฐ โดยกระทรวงสาธารณสุข
 ยงานระดับกรม          ขึ ้นมารับผิดชอบด้ านนี ้โดยตรง        ได้ แก่        กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
 วกับ     การพัฒนาวิชาการด้ านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกอื่น                     เพื่อคุ้มครอง    อนุรักษ์และส่งเสริม
 ารแพทย์แผนไทย ตลอดจน จัดระบบความรู้ สร้ างมาตรฐานด้ านการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ ทางเลือกอื่น
 บการแพทย์แผนปั จจุบน   ั
บบ การแพทย์ทางเลือก ที่พบในสังคมไทย
                                                                    ่             ุ                  ั
ษาเบื ้องต้ นของ สานักนโยบายและแผนสาธารณสุขเมื่อ พ.ศ. 2540–2541 ซึงสารวจ ศาสตร์ สขภาพทางเลือก ที่ไม่นบรวมถึง
                                                        ่                                     ุ
  แผนไทย การแพทย์พื ้นบ้ าน หรื อการแพทย์ของชน กลุมน้ อยในประเทศไทยแล้ ว พบว่า ศาสตร์ สขภาพทางเลือก
                                           ่ ั        ้
 ามรู้จาก สังคมและวัฒนธรรม อื่นที่เข้ ามาสูสงคมไทยนันมีไม่ต่ากว่า 38 ศาสตร์ /เทคนิค นอกจากนันอีก 35้
        ู      ่                ุ                             ่                                             ั
นิคที่ถกจัดอยูใน ระบบของศาสตร์ สขภาพทางเลือก มีการดาเนินงานอยูแล้ วใน ระบบบริการ ปกติทาง การแพทย์ แผนปั จจุบน
                  ั
 แนกประเภทได้ ดงต่อไปนี ้
    ่                                                                                             ั
นกลุม Traditional Medicine นอกจากการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรไทยที่เป็ นที่นิยมมากขึ ้นแล้ ว การแพทย์อนเป็ น
      ั้
ะเพณีดงเดิมของสังคมอื่น ๆ ก็ได้ รับความนิยมมากขึ ้นด้ วย ที่ มีการสารวจพบ ได้ แก่
            ่
ทย์แผนจีน ซึงรวมถึงเทคนิคการตรวจวินิจฉัยแบบการจัดชีพจร(แมะ), การดูสมดุลของหยิน-หยาง และธาตุ การรักษาโรค
ข็ม (Acupuncture), การกดจุด(Acupressure), การกดจุดสะท้ อนประสาท(Reflexology), การใช้ อาหาร และยาสมุนไพร
 , การออกกาลังกายแบบต่าง ๆ เช่น ไทเก๊ ก (T’ai chi) ชี่กง (Chi Kong) เป็ นต้ น
                                                                              ัิ
ทย์แบบอินเดีย ได้ แก่ การแพทย์อายุรเวท เทคนิคที่ได้ รับความนิยมมาก คือ การปฏิบตโยคะอาสนะ (Yoga), การฝึ กลมหายใจ
 จักระ (Chakra Breathing/Chakra healing), การอดอาหารล้ างพิษ (Fasting) นอกจากนี ้ยังมีวิถีการดาเนินชีวิต
 คะที่เน้ นความ สมดุลและสอดคล้ องกับธรรมชาติ
                                                                                           ุ่
งพบเทคนิคในศาสตร์ การแพทย์แบบตะวันออกอื่น ๆ ได้ แก่ เทคนิค Life Energy Test, So-Tai จากญี่ปน
         ่                              ่                                                 ้
ตร์ ในกลุม Bioelectromagnetic ซึงใช้ หลักการการสร้ างสมดุลของกระแสแม่เหล็ก ไฟฟาชีวภาพในร่างกายมนุษย์
 าโรคต่างๆ ที่พบในสังคมไทย ได้ แก่ การใช้ เครื่ องมือ Biospectrum, Electromagnetic Field, Electrosimulator, Electro
 netic Stimulator รวมถึง พลังจักรวาล (Universal Life Force Energy), โยเร (Yore)
      ่
นกลุม Structural and Energetic Therapy ได้ แก่ เทคนิคที่ใช้ ในการบาบัดโครงสร้ าง (กระดูก กล้ ามเนื ้อ เส้ นเอ็น)
           ่
ตให้ คืนสูสมดุล ที่พบในสังคมไทย นอกจากเทคนิคการออกกาลังกายแบบจีนและอินเดียที่กล่าวแล้ วในข้ อ 1 ยังได้ แก่
                                                                 ่
 ชาติบาบัดตามแบบแผนตะวันตก คือ ศาสตร์ Chiropractic ที่วาด้ วยการคัดกระดูกสันหลัง, (Cranio-sacral Therapy)
                          ่
ดุลเนื ้อเยื่อที่เชื่อมอยูระหว่างกระดูก Cranium และ Sacrum, การออกกาลังกายในน ้า (Aquatic exercise),
วยความร้ อน-เย็น             (Hot-cold  Therapy),การนวดด้ วยน ้า   (Hydromassage),วารี บาบัด   (Hydrotherapy),
 นามาจากการฝั งเข็ม (Kinesiology) เพื่อตรวจรักษาความอ่อนแอของกล้ ามเนื ้อ, Massage การนวดในวัฒนธรรมอื่น (ไม่ระบุ
มผสานกับการนวดไทย), Therapeutic Massage, Myofacial Release, เทคนิคการผ่อนคลายกล้ ามเนื ้อ, Solar Bath
 แสงอาทิตย์, Natural therapy ธรรมชาติบาบัดอื่น ๆ
     ่
ในกลุม Diet/Nutrition/Lifestyleที่เน้ นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริ โภคอาหาร การเสริมคุณค่าอาหารและโภชนาการ
มไทย พอจะจาแนกได้ เป็ น
 เสริมสุขภาพ และรักษาโรคด้ วยอาหาร ได้ แก่ Diet/Nutrition, Diet/Nutrition Therapy, Nutrition Supplyment
                                                           ั
 งค์ความรู้ที่มีอยู่แล้ วในระบบบริ การทางการแพทย์แผนปั จจุบน หรื อเป็ นองค์ความรู้ที่เป็ นทางเลือกใหม่ ๆ
 บเปลี่ยนวิถีการบริโภคแนวใหม่ ได้ แก่ สูตรอาหาร Macrobiotic, Vegetarianism อาหารมังสวิรัติ, Natural Foods
      ่
 ชาติตาง ๆ
บัดรักษาโรคด้ วยวิธีเฉพาะในระบบทางเดินอาหาร ได้ แก่ การสวนล้ างลาไส้ (Colon Therapy), การล้ างพิษ (Detoxification),
 รเพื่อสุขภาพ (Fasting), การบาบัดด้ วยวิตามิน วิตามินปริมาณสูง และสารอาหารระดับโมเลกุล (Vitamin Therapy or
 n Therapy or Orthomolecular), การบาบัดด้ วยน ้าผัก–ผลไม้ (Juice Therapy)
     ่
 นกลุม Body/Mind Control ที่ให้ ความสาคัญของความสัมพันธ์ระหว่าง กายกับจิต ใน การส่งเสริมสุขภาพกายและจิต
                          ั       ั                                  ่
 ษาทางจิต และโรคทางกายที่สมพันธ์กบทางจิต ที่พบในสังคมไทย พอจะจาแนกกลุมได้ ดังนี ้
                     ่                                          ั
 ที่มีการดาเนินงานอยูแล้ วใน ระบบบริการปกติทางการแพทย์แผนปั จจุบน ได้ แก่ การให้ คาปรึกษาแนะแนว (Counselling),
 อนคลายความเครี ยด (Relaxation), การบาบัด ทางจิตเวช (Psychotherapy)
องค์ความรู้ทางเลือกใหม่ ได้ แก่ การรักษาโรคด้ วยสมาธิ (Meditation), การบาบัดด้ วยกลิ่น (Aroma Therapy), ศิลปะบาบัด
 apy), ดนตรี บาบัด,เทคนิค (Music Therapy), เทคนิคการฝึ กลมหายใจแบบต่างๆ (Breathing Patterns),
วยการเต้ นรา (Dance Therapy), การสะกดจิต (Hypnosis), การบาบัดด้ วยการหัวเราะ (Humor Therapy),
ตภาพใหม่ (Guided Imaginery)
     ่                                        ่
 นกลุม Bio-Treatment ที่ใช้ สารชีวภาพธรรมชาติตาง ๆ ในการบาบัดรักษา และส่งเสริมสุขภาพ ได้ แก่ Herbalism
พรไทย จีน อินเดีย, Anti-oxidising agent เช่น Ozone, Bio-oxidative medicine, Homeopathy, Urine Therapy
บัด
                                                                 ่       ่
บบการแพทย์ทางเลือกที่พบในสังคมไทยดังกล่าว ยังคงกระจัดกระจายอยูตาม กลุม ชมรม มูลนิธิ สมาคม องค์กรเอกชน
               ่                                                      ้
ระโยชน์ กลุมธุรกิจเอกชน คลินิก สถานพยาบาล และสถานบริ การสุขภาพทังภาครัฐและเอกชน เช่น ศูนย์พลังกายทิพย์
                                        ุ                                              ่
    มูลนิธิเพื่อฝึ กพลังจักรวาล มูลนิธิสขภาพไทย สถานพยาบาลหัวเฉียวแผนโบราณ ศูนย์สงเสริม สุขภาพมิชชัน    ่
                                ุ                                                  ั
 ติบาบัดบัลวี ชีวาศรม มูลนิธิดลยภาพบาบัด ชมรมชีวจิต คลินิก ไคโรแพรคติค โรงพยาบาลวิชยยุทธ โรงพยาบาล วิภาวดี
                                               ้
ในสังกัด กระทรวงสาธารณสุข เป็ นต้ น นอกจากนัน ยังเป็ นระบบบริการในลักษณะที่แยกออกมาอย่างชัดเจน ตามระบบของ
          ่
างเลือก ซึงจะต่างไปจาก ระบบบริ การสุขภาพแบบ Complementary Care ดังเช่นในสหรัฐอเมริกา และยุโรป
ที่แท้ จริงของ Complementary Care(5) หมายถึง การรักษาแบบเสริม เป็ นระบบบริ การรักษาพยาบาล ที่สามารถจัดให้ เป็ น
            ่                                ั                 ุ่           ุ
ติม ควบคูไปกับ การรักษาพยาบาลแผนปั จจุบน หลักการที่มงเน้ นมากที่สด คือ มิใช่การละทิ ้ง หรื อเปลี่ยนรูป แบบการรักษา
                         ่ ั              ู                                     ู
 รักษาเสริมเพิ่มเติมควบคูกนไป เพื่อให้ ผ้ ป่วยหรื อผู้ใช้ บริการได้ รับประโยชน์สงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้ านจิตใจ สังคม
          ่
ญาณ ซึงระบบการรักษาพยาบาลแบบเสริมนี ้ จะช่วยผู้ป่วยผ่อนคลายลดความเครี ยด ลดความวิตกกังวล เสริมสร้ างกาลังใจ
บค่านิยมความเชื่อ และศรัทธาของผู้ป่วยและครอบครัว จึงช่วยเสริมประสิทธิผล ของการรักษาพยาบาลแผนปั จจุบน           ั
                                                                                    ั ้
มทุกข์ทรมานจากภาวะแทรกซ้ อน หรื อผลข้ างเคียงของ วิธีการรักษาพยาบาล แผนปั จจุบน ทังจากยา เครื่ องมือพิเศษ อุปกรณ์
       ั                       ้                                      ุ่
ลยีที่ทนสมัยต่าง ๆ ยิ่งไปกว่านันหลักการของ Complementary Care ที่มงเน้ น การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Care)
                                                        ่          ุ            ่
 าไปประยุกต์ใช้ ใน การสร้ างเสริมสุขภาพ ให้ แก่ประชาชนทัวไป ให้ มีสขภาพดีอย่างยังยืน
                             ่
ntary Care แบ่งออกเป็ น 4 กลุม ได้ แก่
สุขภาพตนเอง ได้ แก่ โยคะ (Yoga) สมาธิ (Meditation) ชีวจิต เป็ นต้ น
ational therapy ได้ แก่ Alexander technique
non-invasive therapies ได้ แก่ การบาบัดด้ วยกลิ่น (Aromatherapy) ดนตรี บาบัด ศิลปะบาบัด
 ve therapies ได้ แก่ การฝั งเข็ม (Acupuncture) Osteopathy and Chiropractic
                                                                                                        ้
ศาสตร์ ในระบบการแพทย์ทางเลือก และ Complementary Care มีหลักการและ เทคนิควิธีการที่เหมือนกัน อยูเ่ กือบทังหมด
        ่                                                         ู
สิ่งที่นาพิจารณาว่า จะสามารถส่งเสริมให้ เกิดทางเลือกที่มีประโยชน์สงสุดต่อประชาชนได้ อย่างไร

								
To top