? ?? ???? ?? ??????? ??? ??? ??? ?????? ? bioequivalence

Document Sample
? ?? ???? ?? ??????? ??? ??? ??? ?????? ? bioequivalence Powered By Docstoc
					บทที่ 5




          1
       ่
การเปลียนแปลงยา
• หมายถึง การเกิดปฏิกริ ยาเคมีของยาโดยอาศัยเอนซัยม์ ทาให้ยานั้น
  เกิดการเปลียนสู ตรโครงสร้ างทางเคมี กลายเป็ นสารใหม่ที่เรี ยกว่า
                 ่
                                                          ็
  metabolite ซึ่งอาจมีฤทธิ์มากขึ้น น้อยลง หรื อหมดฤทธิ์กได้ อวัยวะ
  ที่ทำหน้ ำทีเ่ ปลี่ยนแปลงยำคือ ตับ
การขับถ่ ายยา
  หมายถึง การขับยาหรื อสารพวก metabolites ออกจากร่ างกาย
  โดยมากกระบวนการนี้จะเกิดขึ้นหลังจากที่ยาออกฤทธิ์ในร่ างกายแล้ว
  อวัยวะทีสำคัญและเป็ นหลักในกำรขับถ่ำยยำคือ ไต นอกจากนั้น
          ่
  อาจถูกขับถ่ายได้ทางปอด น้ าดี น้ าลาย เหงื่อ น้ าเชื้อหรื อน้ านมก็ได้
                                                                   2
้้
     ยาจะถูกขับออกได้
            ่       ่
     ต้องอยูในสภำพทีมีกำรละลำยน้ำ
     ไตจึงจะสามารถขับออกได้



                                    3
Mechanisms of drug metabolism
                  ั
• การสันดาปยาที่ตบมีเอนซัยม์มาช่วย ทาให้ยาละลายน้ าได้มากขึ้น
  (ionized) ดังนั้นจึงง่ายต่อไตในการขับยาออกจากร่ างกาย
• ขบวนการที่ microsomal enzyme สันดาปยาทาได้ 2 ขั้นตอน โดย
  4 วิธีหลักๆ คือ
• ขั้นตอนที่ 1 1. oxidation- ดึง hydrogen atom ออก
•              2. reduction- เพิม hydrogen atom
                                   ่
•              3. hydrolysis- แยกโมเลกุลและเพิ่มน้ าในแต่ละโมเลกุล
• ขั้นตอนที่ 2 4. Conjugation - metabolite ในข้อ 1 หรื อ 2 หรื อ 3
                        จะจับกับ glucoronic acid หรื อ glutathione หรื อ sulfate
               ทาให้ละลายในน้ าได้มากขึ้น                               4
วิถีทางการขับถ่ ายยาออกจากร่ างกาย


            1. ทางปัสสาวะ
            2. ทางนาดี้
            3. ทางปอด
            4. ทางอืนๆ
                    ่



                                     5
วิถีทางการขับถ่ ายยาออกจากร่ างกาย

1. การขับถ่ ายยาทางปัสสาวะ
• ไตขับยาพวก lipoidal, nonionized ไม่ได้ ยาพวกนี้จะผ่าน
  renal tubular epithelium เข้าสู่กระแสเลือดอีก
• ไตขับพวก free, ionized drug molecule (anion หรื อ cation)
  ที่ละลายในรู ป aqueous portion ของ plasma ได้ ยาและ
  metabolites ถูกขับออกทางไตโดย 3 ขั้นตอน

                                                         6
1. การขับถ่ ายยาทางปัสสาวะ(ต่ อ)
1.1 Glomerular filtration
   • ถ้าโมเลกุลของยาไม่ใหญ่มาก
                      ่
     (<50,000 และอยูในรู ป free drug
     เป็ นส่ วนใหญ่)    จะถูกกรองผ่าน
     Bowman’s capsule
   • ยกเว้นยา ionized บางกลุ่มจะถูกดูดซึมกลับ
     โดย enzyme transport system


                                                7
การกรองที่กรวยไต   8
1. การขับถ่ ายยาทางปัสสาวะ(ต่ อ)
1.2 Tubular secretion
   • ขบวนการนี้เกิดขึ้นที่ท่อไตส่ วนต้น (proximal tubule) สามารถ
                                                            ั
     กรองผ่านยาทั้งในรู ป free drug และ bound drug และได้ท้ งยา
     ที่เป็ นกรดและเบส
   • ยาจะผ่านจากกระแสเลือดเข้าใน tubule โดยตรง โดยไม่ผาน      ่
     การกรองที่ Glomerulus อาศัย enzyme transport system
     ตัวอย่างเช่น penicillin และ cephalosporin

                                                                   9
1. การขับถ่ ายยาทางปัสสาวะ(ต่ อ)
1.3. Tubular reabsorption
   • ยาที่ถูกกรองหรื อหลังลงในท่อไตแล้วบางส่ วนอาจถูกดูดซึม
                         ่
     กลับเข้ากระแสเลือดใหม่จากท่อไตส่ วนกลางและส่ วนปลาย
                                                  ่ ั
     โดยอาศัยขบวนการ passive diffusion ซึ่งขึ้นอยูกบอัตราการ
     ไหลของปัสสาวะและความเป็ นกรดเบสของปัสสาวะ ยาที่อยู่
     ในรู ป ionized form จะถูกขับออกจากร่ างกาย
   • ใช้ หลักการทาให้ ปัสสาวะเป็ นเบสและเร่งการขับปั สสาวะใน
     กรณีที่ต้องการขับสารพิษหรื อยาที่เกินขนาดออกจากร่างกาย
                                                               10
         รู ปที่ แสดงถึงอิทธิพลของ pH ในปั สสาวะต่อการขับถ่ายของยาพวกด่างอ่อน
                                                                                                 P.
Thithapandha, A. 1983. Drug disposition. Concepts and Applications. Mahidol University, Bangkok. 11 124.
ดังนั้นการขับยาออกทางปัสสาวะ จึงขึ้นกับสภาพของไต
   หรื อสภาพการเป็ นโรค
                                               ่
    • เช่น การกรองที่ glomemlus เสี ย ยาก็จะอยูในกระแสเลือด
       ได้นานขึ้น
    • ถ้า reabsorption เสี ย แต่การกรองที glomerulus ไม่เสี ย
       ยาก็จะถูกขับออกเร็ วกว่าปกติ



                                                        12
                    ้
2. การขับถ่ ายยาทางนาดี
• ยาที่ถูกขับทางนี้มกเป็ นยาที่มีขนาดโมเลกุลเล็กหรื อเป็ นยาที่อยู่
                     ั
                                                           ่
  ในรู ป ionized form มากกว่ารู ปอื่นๆ และมักเป็ นยาที่อยูในรู ป
  glucoronide conjugate
• ยาจะถูกขับถ่ายสู่ท่อน้ าดีโดยขบวนการ active transport
           ่
• ยาที่อยูในน้ าดีจะถูกส่ งเข้าไปในลาไส้เล็ก
  ยาบางส่ วนจะถูกขับออกทางอุจจาระ
  โดยตรง
  แต่ยาบางส่ วนอาจถูกดูดซึมกลับเข้า
  กระแสเลือดและวนเวียนในวงจรนี้ได้อีก
  เรี ยกว่า enterohepatic cycle
                                                                      13
                                                   al      co hol
3. การขับถ่ ายยาทางปอด
                                 ่
   • ยาที่ถูกขับทางนี้คือยาที่อยูในรู ปก๊าซ หรื อสารที่ระเหยได้ที่อุณหภูมิ
     ของร่ างกาย เช่น ยาดมสลบ อัลกอฮอล์ เป็ นต้น
4. การขับถ่ ายยาทางอืนๆ
                     ่
   • มียาส่ วนน้อยที่ถูกขับออกทางสารคัดหลัง ส่ วนใหญ่เป็ นยาที่สามารถ
                                          ่
     ดูดซึมได้ดี คือ ไม่มีประจุ และสามารถละลายได้ในไขมัน


                                                                      14
รู ปที่ 3-6   แสดงถึง อิทธิ พลของสิ่ งต่างๆ ต่อระดับยาในเลือดและ/ หรื อฤทธิ์
ของยา                                                                      15
Drug bioavailability
• หมายถึงค่าที่แสดงถึงสัดส่ วนปริ มำณยำในขนำดที่ให้ สัตว์ ป่วย เมื่อ
                             ่
  เปรี ยบเทียบกับปริ มำณยำทีสำมำรถเข้ ำสู่ ระบบไหลเวียนเลือดของ
  ร่ ำงกำยได้ ซึ่งจะทาให้ทราบถึงอัตราการดูดซึมยา ปริ มาณยาสูงสุ ด
                           ั
  และปริ มาณยาทั้งหมดที่สตว์ดูดซึมได้ ตลอดจนเวลาที่ยาเริ่ มออก
  ฤทธิ์จนหมดฤทธิ์




                                                                       16
• ยาบางชนิดไม่จาเป็ นต้องมี bioavailability หากต้องการให้มี
  ผลแบบ local effect เช่น ยาถ่าย/ระบาย หรื อ ยาถ่ายพยาธิ เช่น
  piperazine จะไม่ดูดซึมเข้ากระแสเลือด แต่ออกฤทธิ์ต่อพยาธิ
        ่
  ที่อยูในลาไส้
                    ้
• แต่ยาส่ วนใหญ่ที่ตองการผลแบบ systemic effect จะต้องดูดซึม
  เข้ากระแสเลือด และกระจายไปยัง target organ ก่อนที่จะ
  ออกฤทธิ์


                                                        17
• วิธีการหา drug bioavailability ทาโดยวัดความเข้ มข้ นของยาในกระแส
                        ่
  เลือด ในช่วงเวลาหนึงเป็ นระยะ แล้ วนามาเขียนกราฟและคานวณหาค่า
  ต่างๆ ที่กล่าวมาแล้ ว
• ค่า bioavailability ขึ ้นกับโมเลกุลของยา อนุภาคของยาและวิธีการต่างๆ
  ที่ใช้ ในการเตรี ยมยา เช่น สารที่ใช้ เป็ น granulating and binding agent,
  diluent, stabilizing agent เป็ นต้ น




                                                                     18
                               1




Drug bioequivalence
- ใช้เปรี ยบเทียบยาที่มีรูปแบบเหมือนกันในขนาดเดียวกันแต่ต่างบริ ษท
                                                                 ั
  ว่ามีประสิ ทธิภาพแตกต่างกันหรื อไม่ โดยยาที่มี bioequivalence
  จะต้องมี bioavailability เท่ากันและควรจะมี therapeutic equivalence
  ด้วย
- ทราบโดยการตรวจสอบกราฟความเข้มข้นของยาในกระแสเลือด




                                                                19
รู ปที่ แสดงการเปรี ยบเทียบค่า bioavailability ของยาชนิดเดียวกัน แต่ต่างยีหอ
                                                                          ่ ้
                                                                                20
ยาที่มี bioequivalence จะต้องมีค่าต่อไปนี้เท่ากัน คือ
  - ระดับยาสูงสุด
                                 ู
  - ระยะเวลาที่ยาถูกดูดซึมได้ สงสุด
                   ู        ้
  - ปริมาณยาที่ถกดูดซึมทังหมด




                                                        21
รู ปที่ แสดงการเปรี ยบเทียบปัจจัย
ที่มีผลต่อการออกฤทธิ์ ของยาในคน
วัยต่างกัน




                                22

				
DOCUMENT INFO
Shared By:
Categories:
Tags:
Stats:
views:67
posted:3/25/2012
language:Thai
pages:22