GPS (Global positioning System) by 8npcq3Pa

VIEWS: 0 PAGES: 15

									                            GPS (Global positioning System)


                      ั
     เป็ นระบบบอกพิกดผ่านทางดาวเทียมซึ่ งดาวเทียมจะบินโคจรสู งจากระดับพื้นโลกประมาณ
                                                         ั                        ั
20,200 กิโลเมตร ดาวเทียมเหล่านี้จะคอยส่ งสัญญาณให้กบเครื่ องลูกข่าย เพื่อบอกพิกด ตาแหน่ง
                                                                                ่
บนผิวโลกได้ตลอด 24 ชัวโมง โดยในช่วงแรกการใช้งานนั้น GPS จะถูกจากัดอยูในทางการทหาร
                        ่
แต่ต่อมาทางสหรัฐอเมริ กาซึ่ งเป็ นผูสร้างและดูแลเครื อข่ายดาวเทียมเหล่านี้ได้ทาการปลดล็อค
                                    ้
ดาวเทียม เพื่อให้สามารถใช้ได้นอกเหนื อจากการทหาร จึงเริ่ มมีการใช้งานในวงกว้างขึ้น เช่น
                                                                              ั
ใช้ในระบบการขนส่ งการสารวจทรัพยากรธรรมชาติการทาแผนที่และในปั จจุบนในวงการท่องเที่ย
ว ก็มีการนา GPS มาใช้ในการเดินป่ าอีกด้วย




ประวัติ GPS โดยย่อ
                                                                                            ่
         ตั้งแต่ในอดีตมนุษย์เราก็มีความพยายามที่จะสร้างเครื่ องไม้เครื่ องมือเพื่อบอกให้ได้วา
               ่
เรากาลังอยูที่ใด เพื่อป้ องกันการหลงทางและสามารถกลับไปยังจุดเดิมได้อย่างถูกต้อง
ซึ่ งในการเดินเรื อสมัยแรก ๆ ก็มีการใช้ดวงดาวเป็ นการบอกตาแหน่งและทิศทาง
                              ั
         ต่อมาเมื่อเทคโนโลยีทนสมัยมากขึ้นก็ได้มีการคิดค้นประดิษฐ์เข็มทิศและเครื่ องวัดระยะ
ทา งหาเส้นรุ ้งและเส้นแวง(Sextant)ขึ้นมาโดยเข็มทิศจะชี้ ไปทางเหนือเสมอฉะนั้นไม่วา        ่
เราจะไม่รู้ตาแหน่งของเราแต่เราจะยังสามารถรู ้ทิศทางที่กาลังเดินทางไปได ้้ส่วนเครื่ องวัดระยะท
างหาเส้นรุ ้งและเส้นแวง นั้นจะช่วยในการวัดมุมระหว่างดวงดาวกับพื้นดิน ในยุคแรก ๆ
นั้นเครื่ องมือนี้จะใช้ในการเดินเรื อและสามารถบอกได้แต่เส้นรุ ้งเท่านั้น ไม่สามารถบอกเส้นแวงได้
         ต่อมาในศตวรรษที่17ประเทศอังกฤษก็ได้ต้ งกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ เพื่อทาการสร้าง
                                                       ั
เครื่ องมือเพื่อหาเส้นแวงให้ได้ ซี่ งกลุ่มที่ต้ งขึ้นมาถูกเรี ยกว่า Board of Longitude
                                                ั
                     ั ้
โดยมีรางวัลให้กบผูที่สามารถสร้างเครื่ องมือที่ใช้หาเส้นแวงได้ ซึ่งในปี ค.ศ.1761 John Harrison
       ั
ได้พฒนาเครื่ องมือที่สามารถใช้หาเส้นแวงได้ซ่ ึ งเรี ยกว่า Chronometer ซึ่ งต่อมาก็มีการใช้เครื่ องมือ
Sextant และChronometerร่ วมกันในการเดินทางอย่างแพร่ หลาย
       ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ได้มีการพัฒนาระบบการส่ งสัญญาณวิทยุมาใช้งานกันมากขึ้น
                               ั
จนกระทังได้มีการนามาใช้กนอย่างแพร่ หลายในสมัยสงครามโลกครั้งที่2โดยทั้งเรื อและเครื่ องบิน
           ่
จะใช้ระบบการรับ-ส่ งสัญญาณวิทยุจากสถานีภาคพื้นดินเป็ นตัวนาทางการส่ งสัญญาณวิทยุน้ น ั
                   ั                                 ้
จะสามารถส่ งได้ท้ งแบบความถี่สูงและความถี่ต่า แต่ขอเสี ยก็คือหากส่ งสัญญาณ
ในช่วงความถี่สูงจะสามารถรับ-ส่ งข้อมูลได้อย่างถูกต้องแต่ครอบคลุมได้เพียงพื้นที่จากัด
ส่ วนการรับ-ส่ งสัญญาณในช่วงความถี่ต่าสามารถครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างไกลกว่า
แต่ความถูกต้องต่ากว่า
     ในศตวรรษที่20ดาวเทียมสปุตนิก(Sputnik)้ืของประเทศรัสเซี ยได้ถูกส่ งออกสู่ อวกาศ
เมื่อวันที่4
ตุลาคมค.ศ.1957และทาให้เราเริ่ มตระหนักกันว่าเราสามารถใช้ดาวเทียมในการนาทาง
                                              ั
ได้เช่นเดียวกับดวงดาวบนท้องฟ้ าโดยนักวิจยจากสถาบันMITได้ติดตามวิถีการโคจรของ
ดาวเทียมสปุตนิกและได้สังเกตเห็นว่าสัญญาณวิทยุจากดาวเทียมสปุตนิกจะสู งขึ้น
เมื่อดาวเทียมโคจรเข้ามาใกล้และต่าลงเมื่อดาวเทียมโคจรห่างออกไปจากข้อเท็จจริ ง
               ่
ดังกล่าวที่วาเราสามารถจะติดตามตาแหน่งของดาวเทียมในขณะโคจรรอบโลกได้จาก
                                            ่
ภาคพื้นดินนั้นจึงเป็ นที่มาของสมมุติฐานที่วาในทางกลับกันเราก็น่าจะสามารถติดตาม
หรื อระบุตาแหน่งของวัตถุใดๆ บนพื้นโลกโดยการใช้สัญญาณวิทยุจากดาวเทียมได้เช่นกัน
        ต่อมาทางประเทศสหรัฐอเมริ กาก็ได้มีการพัฒนาดาวเทียมนาร่ องออกสู่ อวกาศเช่นกัน
                                 ่
โดยทางอเมริ กาเรี ยกระบบนี้ วาTransitซึ่ งประกอบไปด้วยดาวเทียม6ดวงโคจรรอบโลกผ่านขั้วโลก
ที่ความสู งประมาณ 1,100 กิโลเมตร โดยใช้สาหรับหาตาแหน่งของเรื อเดินสมุทร และเครื่ องบิน
โดยระบบนี้ รัฐบาลอเมริ กาอนุญาตให้เอกชนบางรายใช้ในงานสารวจเท่านั้นโดยยังไม่เปิ ด
ให้บุคคลทัวไปใช้งานแต่ระบบนี้ก็ใช้งานกันได้ไม่นานนักเนื่องจากการส่ งสัญญาณช้าและ
             ่
มีความถูกต้องต่าจึงได้เริ่ มมีการพัฒนาระบบGPSเพื่อให้มีการบอกตาแหน่งได้อย่างแม่นยา มากขึ้น
โดยได้เริ่ มมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่ องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่ งผลทาให้ระบบ GPS
ที่สมบูรณ์ได้ถูกใช้งานเต็มรู ปแบบจากดาวเทียม 24 ดวงในกลางปี 1990
    1. GPS คือ
     ระบบระบุตาแหน่งบนพื้นโลก ย่อมาจากคาว่า Global Positioning System ซึ่งระบบ GPS
    ประกอบไปด้วย 3 ส่ วนหลัก คือ

        1. ส่ วนอวกาศ ประกอบด้วยเครื อข่ายดาวเทียม 3 ค่าย คือ
อเมริ กา รัสเซีย ยุโรป ของอเมริ กา ชื่อ NAVSTAR (Navigation Satellite Timing and
Ranging GPS) มีดาวเทียม 28 ดวง ใช้งานจริ ง 24 ดวง อีก 4 ดวงเป็ นตัวสารอง บริ หารงานโดย
Department of Defenses มีรัศมีวงโคจรจากพื้นโลก 20,162.81 กม.หรื อ 12,600 ไมล์
ดาวเทียมแต่ละดวงใช้ เวลาในการโคจรรอบโลก 12 ชัวโมง    ่
ยุโรป ชื่อ Galileo มี 27 ดวง บริ หารงานโดย ESA หรื อ European Satellite Agency
จะพร้อมใช้งานในปื 2008
รัสเซีย ชื่อ GLONASS หรื อ Global Navigation Satellite บริ หารโดย Russia VKS (Russia Military
Space Force)
                                            ้
ในขณะนี้ภาคประชาชนทัวโลกสามารถใช้ขอมูลจากดาวเทียมของทางอเมริ กา (NAVSTAR) ได้ฟรี
                           ่
เนื่องจากนโยบายสิ ทธิ การเข้าถึงข้อมูลและข่าวสารสาหรับประชาชนของรัฐบาลสหรัฐ
                                        ้
จึงเปิ ดให้ประชาชนทัวไปสามารถใช้ขอมูลดังกล่าวในระดับความแม่นยาที่ไม่เป็ นภัยต่อความมันคง
                        ่
ของรัฐ กล่าวคือมีความแม่นยาในระดับบวก / ลบ 10 เมตร
                                                                 ่
        2. ส่ วนควบคุม ประกอบด้วยสถานีภาคพื้นดิน สถานีใหญ่อยูที่ Falcon Air Force Base
ประเทศ อเมริ กา และศูนย์ควบคุมย่อยอีก 5 จุด กระจายไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทัวโลก
                                                                         ่
                  ้
        3. ส่ วนผูใช้งาน
  ้
ผูใช้งานต้องมีเครื่ องรับสัญญาณที่สามารถรับคลื่นและแปรรหัสจากดาวเทียมเพื่อนามาประมวลผลใ
ห้เหมาะสมกับการใช้งานในรู ปแบบต่าง ๆ
     ทุกวันนี้บางท่านมักจะเข้าใจผิดว่า GPS เป็ น GPRS ซึ่ง GPRS ย่อมาจากคาว่า General Packet
Radio Service เป็ นระบบสื่ อสารแบบไร้สายสาหรับโทรศัพท์มือถือ หรื อ PDA หรื อ note
       ่
bookเพือเชื่ อมต่อกับ internet




2. GPS ทำงำนอย่ำง ไร?




ดาวเทียม GPS (Navstar) ประกอบด้วยดาวเทียม 24 ดวง โดยแบ่งเป็ น 6 รอบวงโคจร
การโคจรจะเอียงทามุมเอียง 55 องศา
กับเส้นศูนย์สูตร ( Equator )ในลักษณะสานกันคล้าย ลูกตะกร้อแต่ละวงโคจรมีดาวเทียม 4 ดวง
รัศมีวงโคจรจากพื้นโลก 20,162.81 กม. หรื อ 12,600 ไมล์ ดาวเทียมแต่ละดวงใช้
เวลาในการโคจรรอบโลก 12 ชัวโมง ่

GPS ทางานโดยการรับสัญญานจากดาวเทียมแต่ละดวง
โดยสัญญาณดาวเทียมนี้ประกอบไปด้วยข้อมูลที่ระบุตาแหน่งและเวลาขณะส่ งสัญญาณ
ตัวเครื่ องรับสัญญาณ GPS
จะต้องประมวลผลความแตกต่างของเวลาในการรับสัญญาณเทียบกับเวลาจริ ง ณ
         ั
ปั จจุบนเพื่อแปรเป็ นระยะทางระหว่างเครื่ องรับสัญญานกับดาวเทียมแต่ละดวง
ซึ่ งได้ระบุมีตาแหน่งของมันมากับสัญญานดังกล่าวข้างต้น
เพื่อให้เกิดความแม่นยาในการค้นหาตาแหน่งด้วยดาวเทียม ต้องมีดาวเทียมอย่างน้อย 4 ดวง
เพื่อบอกตาแหน่งบนผิวโลก ซึ่ งระยะห่างจากดาวเทียมทั้ง 3 กับเครื่ อง GPS (ที่จุดสี แดง)
                                                  ่
จะสามารถระบุตาแหน่งบนผิวโลกได้หากพื้นโลกอยูในแนวระนาบแต่ในความเป็ นจริ งพื้นโลกมีค
                                    ั
วามโค้งเนื่องจากสัณฐานของโลกมีลกษณะกลมดังนั้นดาวเทียมดวงที่ 4
จะทาให้สามารถคานวณเรื่ องความสู งเพื่อทาให้ได้ตาแหน่งที่ถูกต้องมากขึ้น
การวัดระยะห่างระหว่างดาวเทียมกับเครื่ องรับทาได้โดยใช้สูตรคานวณ ระยะทาง = ความเร็ ว *
ระยะเวลา วัดระยะเวลาที่คลื่นวิทยุส่งจากดาวเทียมมายังเครื่ องรับ GPS
                                                               ่
คูณด้วยความเร็ วของคลื่นวิทยุจะเท่ากับระยะทางที่เครื่ องรับ อยูห่างจากดาวเทียม
             ั
โดยเวลาที่วดได้มาจากนาฬิกาของดาวเทียมที่มีความแม่นยาสู งมีความละเอียดถึงนาโนวินาที
และมีการสอบทวนเสมอๆกับสถานีภาคพื้นดิน




                                                                          ่
องค์ประกอบสุ ดท้ายก็คือตาแหน่งของดาวเทียมแต่ละดวงในขณะที่ส่งสัญญาณมาว่าอยูที่ใด(Alman
ac) มายังเครื่ องรับ GPS
โดยวงโคจรของดาวเทียมได้ถูกกาหนดไว้ล่วงหน้าแล้วเมื่อถูกส่ งขื้นสู่ อวกาศ
                                                 ่
สถานีควบคุมจะคอยตรวจสอบการโคจรของดาวเทียมอยูตลอดเวลาเพื่อทวนสอบความถูกต้อง
                                              ่ ั
    ความแม่นยาของการระบุตาแหน่งนั้นขึ้นอยูกบตาแหน่งของดาวเทียมแต่ละดวง
                                                  ่                               ่    ั
กล่าวคือถ้าระยะห่างระหว่างดาวเทียมที่ใช้งานอยูห่างกันย่อมให้ค่าที่แม่นยากว่าที่อยูใกล้กน และยิ่
                                           ิ่
งมีจานวนดาวเทียมที่รับสัญญาณได้มากก็ยงให้ความแม่นยามากขึ้น
ความแปรปรวนของชั้นบรรยากาศชั้นบรรยากาศประกอบด้วยประจุไฟฟ้ า ความชื้น อุณหภูมิ
และความหนาแน่นที่แปรปรวนตลอดเวลา คลื่นเมื่อตกกระทบ กับวัตถุต่างๆ
จะเกิดการหักเหทาให้สัญญาณที่ได้อ่อนลง
และสิ่ งแวดล้อมในบริ เวณรับสัญญาณเช่นมีการบดบังจากกระจก ละอองน้ า ใบไม้
จะมีผลต่อค่าความถูกต้องของความแม่นยา
เนื่องจากถ้าสัญญาณจากดาวเทียมมีการหักเหก็จะทาให้ค่าที่คานวณได้จากเครื่ องรับสัญญาณเพี้ยนไ
ป
และสุ ดท้ายก็คือประสิ ทธิ ภาพของเครื่ องรับสัญณาณว่ามีความไวในการรับสัญญาณแค่ไหนและคว
ามเร็ วในการประมวลผลด้วย




3. GPS ใช้ งำนอย่ำงไร?
   ้
ผูที่ใช้ระบบ GPS จะต้องมีเครื่ องรับสัญญาณ GPS หน่วยประมวลผล
                                         ่ ั
โปรแกรมแผนที่และข้อมูลแผนที่ข้ ึนอยูกบวัตถุประสงค์การใช้งานในรู ปแบบต่าง
ๆ การรับสัญญาณจากดาวเทียมไม่ตองเสี ยค่าใช้จ่าย
                                       ้
ส่ วนการใช้งานในรู ปแบบที่ใช้ประกอบกับแผนที่จะมีค่าใช้จ่ายในเรื่ องของแผนที่แตกต่างกันไปขึ้น
     ่ ั       ั ั                             ู้ ั              ั
อยูกบบริ ษทที่จดทาแผนที่ ในประเทศไทยมีผจดทาแผนที่เพื่อใช้กบ GPS รายใหญ่ๆได้แก่
ABLE ITS (POWER MAP)
ESRI (GARMIN)
MAP POINT ASIA (SMARTMAP)
BANGKOK GUIDE
MapKing
iGO
SpeedNavi
Mio Map
                               ั      ้ ้
แผนที่นาทางของแต่ละบริ ษทจะมีขอดีขอด้อยแตกต่างกันไปและข้อมูลแผนที่ของแต่ละค่ายไม่สาม
                                                      ่
ารถนามาใช้งานกับโปรแกรมของค่ายอื่นได้แม้วาจะมีพ้ืนฐานของข้อมูลใกล้เคียงกัน
ทั้งนี้เป็ นเพราะการรักษาสิ ทธิ ทางปั ญญาของแต่ละบริ ษท ั
ทาให้แต่ละค่ายจะต้องทาการสารวจภาคสนามเองหรื อต้องซื้ อข้อมูลจากบริ ษทอื่นั
                      ้
แผนที่ของไทยจึงมีขอจากัดในการพัฒนาเนื่ องมาจากภาระในด้านต้นทุนและฐานจากจานวนผูใช้งา     ้
นยังมีนอย  ้
                             ้                                 ั
ในบางประเทศรัฐบาลเป็ นผูสนับสนุนข้อมูลทางภูมิศาสตร์ น้ ีให้กบภาคเอกชนจึงทาให้การพัฒนาแ
ผนที่นาทางเป็ นไปอย่างกว้างขวางและต่อเนื่อง
นอกจากความเฉพาะของแผนที่นาทางจะไม่สามารถนามาใช้ต่างค่ายได้แล้ว
แผนที่ยงมีความเฉพาะสาหรับเครื่ องแต่ละเครื่ องด้วยคือไม่สามารถนาแผนที่จากเครื่ องหนึ่งไปใช้ก ั
             ั
                                                    ั
บเครื่ องอื่นได้ จะต้องมีการป้ อนรหัสที่ทางบริ ษทจัดให้จึงจะสามารถใช้งานได้

4. กำรประยุกต์ ใช้ งำน
         ั
ปั จจุบนนี้ได้มีการใช้งาน GPS ในรู ปแบบต่างๆดังนี้
                  ั
การกาหนดพิกดของสถานที่ต่าง ๆ การทาแผนที่ งานสารวจ
โดยส่ านใหญ่นิยมใช้อุปกรณื ที่สามารถพกพาไปได้ง่าย มีความทนทาน กันน้ าได้
                ั
สามารถใช้กบถ่านไฟฉายขนาดมารตฐานได้
การนาทาง ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางมีหลากหลายแบบและขนาด
                      ั
สามารถนาทางได้ท้ งภาพและเสี ยง ใช้ได้หลายภาษา บางแบบมีภาพเสมือนจริ ง ภาพสามมิติ
และประสิ ทธิ ภาพอื่นๆเพิมเติมเช่น multimedia Bluetooth handfree เป็ นต้น
                          ่
การวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน
การกาหนดจุดเพื่อบรรเทาสาธารณะภัย เช่น เสื้ อกักชูชีพที่มีเครื่ องส่ งสัญญาณจีพีเอส
                                                   ๊
การวางผังสาหรับการจัดส่ งสิ นค้า
การนาไปใช้ประโยชน์ในขบวนการยุติธรรม เช่นการติดตามบุคคล การติดตามการค้ายาเสพติด
ฯลฯ
การนาไปใช้ประโยชน์ทางทหาร ดูรายละเอียดเกี่ยวกับอนาคตGPS
ทางทหารจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐที่นี่ The Future of the Global Positioning System
การกีฬา เช่นใช้ในการฝึ กฝนเพื่อวัดความเร็ ว ระยะทาง แคลลอรี่ ที่เผาผลาญ หรื อ
                                           ่
ใช้ในสนามกอล์ฟเอคานวนระยะจากจุดที่อยูถึงหลุม
การสันทนาการ เช่น กานดจุดตกปลา หาระยะเวลาที่เหมาะสมในการตกปลา การวัดความเร็ ว
ระยะทาง บันทึกเส้นทาง เครื่ องบิน/รถบังคับวิทยุ
ระบบการควบคุมหรื อติดตามยานพาหนะ การติดตามบุคคล เพื่อให้ทราบว่ายานพาหนะอยูที่ใด          ่
มีการเคลื่อนที่หรื อไม่
                     ั ้
มีการแจ้งเตือนให้กบผูติดตามเมื่อมีการเคลื่อนที่เร็ วกว่าที่กาหนดหรื อเคลื่อนที่ออกนอกพื้นที่หรื อเข้
าสู่ พ้นที่ที่กาหนด
       ื
นอกจากนั้นยังสามารถนาไปใช้ในการป้ องกันการโจรกรรมและติดตามทรัพย์สินคืน
การนาข้อมูล GPS มาประกอบกับภาพถ่ายเพื่อการท่องเที่ยว การทารายงานกิจกรรม เป็ นต้น
                                                ่ ั
โดยจะต้องมีเครื่ องรับสัญญาณดาวเทียมติดตั้งอยูกบกล้องบางรุ่ น หรื อการใช้ GPS Data Logger
ร่ วมกับ Software
5.ระบบนำทำงด้ วย GPS ทำงำนอย่ำงไร?




           ้
ก่อนอื่นผูใช้จะต้องมีเครื่ องรับสัญญาณดาวเทียมหรื อมีอุปกรณ์นาทาง
       ้
เมื่อผูใช้นาเครื่ องไปใช้งานมีการเปิ ดรับสัญญาณ GPS
แล้วคัวโปรแกรมจะแสดงตาแหน่งปั จจุบนบนแผนที่ั
แผนที่สาหรับนาทางจะเป็ นแผนที่พิเศษที่มีการกาหนดทิศทางการจราจร เช่น
การจราจรแบบชิดซ้ายหรื อชิ ดขวา ข้อมูลการเดินรถทางเดียว จุดสาคัญต่างๆ
ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ ต่างๆ ฝังไว้ในข้อมูลแผนที่ที่ได้ทาการสารวจและตั้งค่าไว้แล้ว
                                             ้              ั
ในแต่ละทางแยกก็จะมีการกาหนดค่าเอาไว้ดวยเช่นกันเพื่อให้ตวโปรแกรมทาการเลือกการเชื่อมต่อ
ของเส้นทางจนถึงจุดหมายที่ได้เลือกไว้
เสี ยงนาทางก็จะทางานสอดคล้องกับการเลือกเส้นทาง
เช่นถ้าโปรแกรมเลือกเส้นทางที่จะต้องไปทางขวาก็จะกาหนดให้มีการแสดงเสี ยงเตือนให้เลี้ยวขวา
โดยแต่ละโปรแกรมก็จะมีการกาหนดเตือนไว้ล่วงหน้าว่าจะเตือนก่อนจุดเลี้ยวเท่าใด
                                                              ่
ส่ วนการแสดงทิศทางก็จะมีการบอกไว้ล่วงหน้าเช่นกันแล้วแต่วาจะกาหนดไว้ล่วงหน้ากี่จุด
บางโปรแกรมก็กาหนดไว้จุดเดียว บางโปรแกรมกาหนดไว้สองจุด
หรื อบางโปรแกรมก็สามารถเลือกการแสดงได้ตามความต้องการของผูใช้      ้
การคานวณเส้นทางนี้จะถูกคานวณให้เสร็ จตังแต่แรก
                                          ่
และตัวโปรแกรมจะแสดงผลทั้งภาพและเสี ยงตามตาแหน่งจริ งที่อยู่ ณ.จุดนั้นๆ
หากมีการเดินทางออกนอกเส้นทางที่ได้กาหนดไว้
เครื่ องจะทาการเตือนให้ผใช้ทราบและจะคานวณให้พยายามกลับสู่ เส้นทางที่ได้วางแผนไว้ก่อน
                         ู้
หากการออกนอกเส้นทางนั้นอยูเ่ กินกว่าค่าที่กาหนดไว้ก็จะมีการคานวณเส้นทางให้ใหม่เองอัตโนมั
ติ
เมื่อเครื่ องคานวณเส้นทางให้ผใช้สามารถดูเส้นทางสรุ ปได้ล่วงหน้า
                             ู้
หรื อแสดงการจาลองเส้นทางก็ได้
โปรแกรมนาทางบางโปรแกรมมีความสามารถกาหนดจุดแวะได้หลายจุดทาให้ผใช้สามารถกาหนด  ู้
ให้การนาทางสอดคล้องกับการเดินทางมากที่สุด
                                                          ้
หรื ออาจใช้ในการหลอกเครื่ องเพื่อให้นาทางไปยังเส้นทางที่ตองการแทนที่เส้นทางที่เครื่ องคานวณ
ได้ บางปรแกรมก็มีทางเลือกให้หลีกเลี่ยงแบบต่างๆเช่น เลี่ยงทางผ่านเมือง เลี่ยงทางด่วน
เลี่ยงทางกลับรถ เป็ นต้น




               ี่
   6. อุปกรณ์ ทใช้ ร่วมกับกำรนำทำงด้ วย GPS ประกอบด้ วยอะไรบ้ ำง?
อุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับการนาทางด้วย GPS ประกอบด้วยอะไรบ้าง? ตัวรับสัญญาณ หน่วยประมวลผล
                                  ั
โปรแกรม และข้อมูลแผนที่ ปั จจุบนนี้มีเครื่ อง GPS ที่มีครบทุกอย่างในตัวเอง
ซึ่ งจะมีความสะดวกในการใช้งานและมีความสเถียรสู งได้แก่ PND (Personal / Portable Navigation
                                                                                              ๊
Device) หรื อแบบที่ใช้ GPS receiver ร่ วมกับ PDA (Personal Digital Assistant) Pocket PC โน๊ตบุค
PC Smart phone เป็ นต้น แต่ในปั จจุบนได้มีการติดตั้ง GPSใน smart phone เพิ่มขึ้นหลายรุ่ น
                                      ั
ทาให้สะดวกในการใช้งานยามหลงทางหรื อใช้งานหาสถานที่ใกล้เคียง
นอกจากอุปกรณ์หลักแล้วยังมีอุปกรณ์เสริ ม
เช่นเสารับสัญญาณภายนอกแบบติดเฉพาะเครื่ องต่อเครื่ อง หรื อตัวกระจายคลื่น (GPS radiator)
เพื่อให้สามารถใช้GPSได้ในที่อบสัญญาณ เช่นในรถที่ติดฟิ ล์มที่มีสารโลหะอยู่
                                ั
(หรื อที่เรี ยกกันว่า"ฉาบปรอท") หรื อในอาคาร




                                     ่
    7. ประโยชน์ ของ GPS สำหรับบุคคลทัวไป
สามารถนาทางไปในสถานที่ต่าง ๆ ค้นหาสถานที่ต่าง ๆ ที่สาคัญ ๆ กาหนดจุดสนใจต่าง ๆ ได้
ใช้ในการวัดพื้นที่ การสารวจ การเดินป่ า การเดินเรื อ ซึ่ งสามารถนาทางกลับสู่ ตาแหน่งตั้งต้นได้
และการบันทึกข้อมูลสาหรับการเล่นกีฬากลางแจ้ง
       ในเรื่ องการขนส่ งมีการนา GPS ไปใช้เป็ นระบบติดตามรถยนต์
เพื่อควบคุมดูแลตลอดจนบันทึกเส้นทาง ลักษณะการขับรถ และการควบคุมเครื่ องมืออุปกรณ์ในรถ
                 ้
เช่น อุณหภูมิ ตูแช่สินค้า ทาให้สามารถบริ หารจัดการการขนส่ งได้อย่างมีประสิ ทธิ ภาพ
ประหยัดค่าใช้จ่าย และในด้านความปลอดภัยก็สามารถทราบถึงตาแหน่งของรถว่าอยูที่ไหน     ่
เกิดอะไรขึ้น สะดวกต่อการตรวจสอบติดตาม




    8. กำรใช้ ระบบ GPS ในต่ ำงประเทศเป็ นอย่ำงไรบ้ ำง?
ทุกวันนี้ในต่างประเทศมีการใช้อุปกรณ์ GPS กันอย่างกว้างขวาง และประชาชนมีความรู ้เรื่ อง GPS
เป็ นอย่างดี
เพราะได้มีการใช้งานมาหลายปี แล้วและมีระบบเชื่อมโยงข้อมูลการจราจรในรู ปแบบของดิจิตอล
ประกอบกับมีการวางผังเมืองอย่างเป็ นระเบียบทาให้การพัฒนาระบบ GPS เป็ นไปได้อย่างรวดเร็ ว
                                              ่
เช่น ในรถแท็กซี่ จะพบอุปกรณ์ GPS ประจาอยูแทบทุกคัน
เพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีการจราจรคับคัง
                                        ่
หรื อการขับรถทุกเพื่อท่องเที่ยวก็จะมีการแนะนาเส้นทางท่องเที่ยวพร้อมสถานที่น่าสนใจต่างๆ เช่น
                 ั                                                ั
ร้านอาหาร ที่พก จุดชมวิว แหล่งท่องเที่ยว เป็ นต้น และนักเดินทางก็มกจะพกอุปกรณ์ GPS
ในรู ปแบบ PDA หรื อ Pocket PC กันเป็ นส่ วนมาก แทนการพกพาสมุดแผนที่อย่างในอดีต
       ั
ปั จจุบนนี้ ระบบ GPS
สามารถค้นหาถึงระดับบ้านเลขที่หรื อเบอร์ โทรศัพท์และนาทางไปสู่ เป้ าหมายได้อย่างถูกต้อง
    9. แนวโน้มหรืออนาคตของ GPS ในประเทศไทย




สาหรับ GPS ยังเป็ นของใหม่มากและรู ้จกกันในหมู่ผใช้งานในวงแคบ ๆ
                                        ั         ู้
แต่ก็เป็ นนิมิตหมายที่ดีในการที่จะแพร่ หลายต่อไปในอนาคตปั จจุบนนี้ได้มีรถแท็กซี่ บางค่ายได้นา
                                                              ั
GPS ไปติดตั้ง
          ั               ั่                         ั
ในปั จจุบนนอกจากฟังก์ชนการนาทางพื้นฐานแล้วก้ยงมีการเตือนทางโค้ง จุดด่านเก็บเงิน
       ั
จุดที่มกจะมีการตรวจจับความเร็ ว ตาแหน่งกล้องตรวจจับการฝ่ าฝื นกฏจราจร
การกาหนดความเร็ วในถนนแต่ละสาย ข้อมูลการท่องเที่ยวพร้อมรายละเอียดพร้อมภาพประกอบ
ข้อมูลร้านอาหารอร่ อย ภาพเสมือนจริ ง ข้อมูลจราจร TMC หรื อ (Traffic Message Channel)
       การใช้ GPS ในการติดตามรถบรรทุก รถยนต์ ซึ่ งต่อไปน่าจะแพร่ หลายไปถึงรถแท็กซี่
รถพยาบาล รถตารวจ รถโรงเรี ยน รถขนส่ งสาธารณะ ฯลฯ
                                                       ้
การแสดงสภาพการจราจรที่คาดว่าในอนาคตจะมี จุดที่ตองระวังในการขับขี่ เช่น โค้งอันตราย
เขตชุมชนลดความเร็ ว เป็ นต้น
                                         อ้ำงอิง

http://www.global5thailand.com/thai/gps.htm
http://www2.cs.science.cmu.ac.th/seminar/2547/GPS/index.htm
ที่มา http://www.weekendhobby.com/gps/gpswhat.asp

								
To top