Serial jul2005 by Yf96MFM

VIEWS: 26 PAGES: 52

									                                                  คานา

        วารสารวิชาการ             เป็ นสื่ อความรู้ประเภทหนึ่งที่มีความสาคัญต่อการศึกษาค้นคว้า         อ้างอิง
ที่ทนต่อเหตุการณ์ ทาให้ทราบถึงความก้าวหน้า และผลงานใหม่ๆ ในแขนงวิชาต่างๆ กลุ่มงานห้องสมุด
    ั
สานักวิชาการ                                         ได้คดเลือกบทความที่น่าสนใจจากวารสารที่มีในห้องสมุด
                                                         ั
                                ่                                ั
มาจัดทาสาระสังเขปรายเดือนเพือช่วยอานวยความสะดวกให้กบสมาชิกรัฐสภาและผูใช้              ้
ได้เข้าถึงวารสารและเป็ นคู่มือในการติดตามเลือกอ่านบทความที่สนใจจากวารสารที่ตองการได้อย่างรวดเร็ ว
                                                                                        ้
และมากที่สุด
          สาระสั งเขปบทความวารสาร                              ฉบับนี้ได้ดาเนินมาเป็ นปี ที่                 3
หากผูใช้ท่านใดมีความประสงค์จะได้บทความ
       ้                                                                              หรื ออ่านวารสารฉบับใด
โปรดติดต่อที่เคาน์เตอร์บริ การสารสนเทศ                        ห้องสมุดรัฐสภา                    สานักวิชาการ
สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร อาคารรัฐสภา 3 ชั้น 1 ถนนอู่ทองใน เขตดุสิต กรุ งเทพฯ 10300
                         ้
หมายเลขโทรศัพท์ 0 2244 1287, 0 2244 1375 หรื อ e-mail : wanchinee@parliament.go.th, และ
pot2004@sanook.com


                                                           กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ
                                                                                 ้
                                                          สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร
                                             คาชี้แจง

         สาระสังเขปบทความวารสารเล่มนี้ เป็ นการสรุ ปย่อเนื้อหาของบทความจากวารสารต่างๆ
ทั้งวารสารภาษาไทยและวารสารภาษาอังกฤษ โดยจัดเรี ยงตามลาดับชื่อวารสาร
ภายใต้ชื่อวารสารจัดเรี ยงตามลาดับอักษรชื่อบทความ ตั้งแต่ ก-ฮ หรื อ A-Z รายละเอียดประกอบด้วย


                                            ชื่อวารสาร



                            กฎหมายใหม่
1. “ ตุลาการวางนโยบายสังคม (Judicial Policy Making)”. / โดย พิเชษฐ์ เมาลานนท์. ว.กฎหมายใหม่.
          ปี ที่ 3 ฉบับที่ 63 (1 พฤศจิกายน 2548) : 34-39.
          การวางนโยบายสังคมโดยฝ่ ายตุลาการ               มีความเห็นแบ่งเป็ น         3         ฝ่ าย
ว่าผู้พิพากษาสามารถตีความนอกเหนือไปจากกฎหมาย                                            ิ
                                                                            เพื่อความยุตธรรมในสังคม
หรื อตีความไปโดยวางนโยบายทางสังคมได้ ด้วยหรื อไม่
                                           ิ                  ้
หรื อสามารถตีความได้ เพียงเพื่อความยุตธรรมตามกฎหมายเท่านัน บทความจะนาเสนอความคิดของทัง้ 2
แนว ที่เกิดขึ ้นในประเทศที่ใช้ ระบบกฎหมายแบบ Common law จากนักวิชาการและตุลาการ เช่น Lord
Denning ของประเทศอังกฤษ เป็ นต้ น
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร
                                                    ้                        กรกฎาคม 2548 หน้า 1




                            กฎหมายจุฬาฯ
1. “กฎหมายผังเมืองของสหรัฐอเมริกากับแนวทางการปรับปรุงกฎหมายไทย”. / โดย ศักดา
             ธนิตกุล. ว.กฎหมายจุฬา. ปี ที่ 23 ฉบับที่ 3 (เมษายน 2548) : 31-81.
              เป็ นการศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับกฎหมายการดาเนินงาน และผังเมือง เพื่อจะได้ สามารถ
เข้ าใจหลักกฎหมายผังเมืองและระบบการผังเมืองของประเทศสหรัฐอเมริ กาเพื่อวิเคราะห์ข้อดี
ข้ อเสียแล้ วนามาใช้ เปรี ยบเทียบกับกฎหมายเกี่ยวกับการวางแผนและระบบการผังเมืองของประเทศ
                                                                            ั
เพื่อใช้ ปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการวางแผนและระบบการผังเมืองของไทยให้ ทนสมัยมีประสิทธิภาพ
และสอดคล้ องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมต่อไป

2. “กระบวนการร่ างกฎหมายลักษณะอาญา ร.ส. 127”. / โดย คณพล จันทน์หอม. ว.กฎหมายจุฬา.
            ปี ที่ 23 ฉบับที่ 3 (เมษายน 2548) : 171-212.
             บทความเรื่ องนี ้กล่าวถึง มูลเหตุของการปฏิรูปกฎหมายในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกล้ าเจ้ าอยูหว่ ั                                                 การดาเนินการปฏิรูปกฎหมาย
การร่างและพิจารณากฎหมายลักษณะอาญาในระยะแรก
การร่างและพิจารณากฎหมายลักษณะอาญาในระยะที่สอง
การตรวจวาระแก้ ไขร่างกฎหมายลักษณะอาญา                       ้
                                                       รวมทังการจัดพิมพ์เผยแพร่กฎหมายลักษณะอาญา
  ่
ซึงแสดงให้ เห็นถึงการที่ใช้ กฎหมายลักษณะอาญาเปรี ยบเทียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งพัฒนาการของกฎหม
                                 ั
ายในยุคปฏิรูปบ้ านเมืองให้ ทนสมัยเพื่อให้ หลุดพ้ นจากพันธนาการที่สยามประเทศเผชิญอยู่

3. “แนวทางในการใช้ มาตรการอย่ างอื่นแทนการลงโทษปรั บ”. / โดย วีระพงษ์ บุญโญภาส.
            ว.กฎหมายจุฬา. ปี ที่ 23 ฉบับที่ 3 (เมษายน 2548) : 1-22.
             เป็ นบทความที่กล่าวถึงการใช้ มาตรการอย่างอื่นแทนการบังคับโทษปรับหรื อการลงโทษปรับ
โดยจัดให้ มีการทากิจกรรมบริการสังคมหรื อสาธารณประโยชน์ตามเจ้ าพนักงานและผู้กระทาความผิดเห็นส
มควร                                                                 แต่ต้องอยู่ในดุลยพินิจของศาล
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้                             กรกฎาคม 2548 หน้า 2



                                                               ั
โดยพิจารณาถึงประโยชน์ในการปรับปรุงแก้ ไขผู้กระทาผิดประโยชน์ที่สงคมได้ รับ                  และปั จจัยอื่นๆ
ที่เกี่ยวข้ อง

4. “ร่ างพระราชบัญญัตส่งเสริมและอนุรักษ์ พันธุ์สัตว์ พ.ศ..... ถึงเวลาแล้ วหรือยัง”. / โดย อิทธิพล
                           ิ
              ศรี เสาวลักษณ์. ว.กฎหมายจุฬา. ปี ที่ 23 ฉบับที่ 3 (เมษายน 2548) : 141-170.
               กล่าวถึงสาระสาคัญเกี่ยวกับการคุ้มครองพันธุ์สตว์ใหม่ พันธุ์สตว์พื ้นเมืองทัวไปและพันธุ์
                                                                 ั         ั              ่
สัตว์พื ้นเมืองเฉพาะถิ่น                                           ้                                   ั
                                                           รวมทังการคุ้มครองสิทธิของผู้มีสิทธิในพันธุ์สตว์
      ้                          ั ่                                    ั
เพื่อปองกันไม่ให้ มีการนาพันธุ์สตว์ตางถิ่นบางชนิดเข้ ามาปะปนกับพันธุ์สตว์พื ้นเมืองของไทย
        ้                                            ั ั
รวมทังส่งเสริมให้ ประชาชนช่วยกันดูแลและอนุรักษ์พนธุ์สตว์พื ้นเมืองของไทยไว้

5. “หลักและวิธีปฏิบัตในการบังคับใช้ รัฐธรรมนูญในกรณีที่มีบทบัญญัตว่า “ทั้งนี้เป็ นไปตามที่
                         ิ                                               ิ
               กฎหมายบัญญัติ” (2) / โดย ศุภลักษณ์ พินิจภูวดล. ว.กฎหมายจุฬา. ปี ที่ 23 ฉบับที่ 3
               (เมษายน 2548) : 23-140.
                กล่าวถึงรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 บัญญัตรับรองและคุ้มครองสิทธิและ
                                                                           ิ
เสรี ภาพของประชาชน                          โดยอาศัยหลักเกณฑ์แตกต่างกันตามประเภทของสิทธิเสรี ภาพ
สาระที่เป็ นกฎเกณฑ์สาคัญที่ใช้ เป็ นหลักการในการปกครองประเทศไม่อาจกาหนดรายละเอียดทุกประการใ
นรัฐธรรมนูญ                              ทาให้ มีการกาหนดรายละเอียดหรื อขยายข้ อความในกฎหมายอื่น
     ่                          ิ
ไม่วาในรูปของพระราชบัญญัตประกอบรัฐธรรมนูญภายใต้ เนื ้อความแห่งบทบัญญัติที่วา     ่
   ้                                                                         ั  ิ ั้
“ทังนี ้เป็ นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ” หมายถึงกฎหมายที่ตราขึ ้นโดยองค์กรนิติบญญัตนนเอง




                        การเงินธนาคาร
1. “การวางแผนภาษี VS การหลบหลีกภาษีความเหมือนที่แตกต่ าง.” / โดย กิติพงษ์ อุรพี พัฒนพงศ์.
         ว. การเงินธนาคาร. ฉบับที่ 279 (กรกฎาคม 2548) : 196.
          บทความเรื่ องนี ้มีเนื ้อหาประกอบด้ วย ความหมายของการวางแผนภาษี (Tax Planning)
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้                                   กรกฎาคม 2548 หน้า 3



ความแตกต่าง            :        แนวคิดทางทฤษฎี                 ความเหมือนและความแตกต่าง
        ้     ึ
พร้ อมทังกรณีศกษาเกี่ยวกับการวางแผนภาษี และการหลบหลีกภาษี อากร

2. “การให้ สินเชื่อเพื่อการซื้อกิจการ.” / โดย พิชิตพล เอี่ยมมงคลชัย. ว. การเงินธนาคาร. ฉบับที่ 279
            (กรกฎาคม 2548) : 193.
             บทความเรื่ องนี ้กล่าวถึงการให้ สินเชื่อการซื ้อกิจการโดยการก่อหนี ้ หรื อ Leveraged Buyout
(LBO)        สินเชื่อประเภทนี ้เป็ นที่แพร่หลายในแถบประเทศสหรัฐอเมริกา                  และประเทศทางยุโรป
  ่
ซึงมักจะเป็ นธุรกรรมที่มีขนาดใหญ่                                       รายละเอียดที่นาเสนอประกอบด้ วย
การซื ้อกิจการโดยการก่อหนี ้คืออะไร             ประโยชน์ของการทา Leveraged Buyout (LBO)
การระดมทุนเพื่อการซื ้อกิจการโดยการก่อหนี ้

3. “แบงค์ เตือน E-mail มหาภัยหลอกขโมยเงิน.” ว. การเงินธนาคาร. ฉบับที่ 279 (กรกฎาคม 2548) :
               หน้ า 170.
                นาเสนอเกี่ยวกับอาชญากรรมทางการเงินอีกประเภทหนึง โดยเฉพาะบริ การธนาคารทาง
                                                                              ่
อินเตอร์ เน็ต หรื อ Internet Banking                         รูปแบบของการปลอมแปลงอีเมล์ หรื อข้ อความ
ที่สร้ างขึ ้นเพื่อหลอกให้ เหยื่อเปิ ดเผยข้ อมูลทางด้ านการเงินหรื อข้ อมูลส่วนตัว                            เช่น
ข้ อมูลหมายเลขบัตรเครดิต                หมายเลขประจาตัวผู้ใช้ (User name) รหัสผ่าน (Password)
และหมายเลขบัตรประจาตัว                                                                ู
                                                                              สิ่งที่ลกค้ าต้ องพิจารณาข้ อความคือ
                                                       ู
การส่งข้ อความที่อ้างว่ามาจากองค์กรต่าง ๆ ที่ลกค้ าหรื อผู้รับจดหมายติดต่อด้ วย โดยมีข้อความเพื่อขอให้
                                                                                ั
“อัพเดต" หรื อ “ยืนยัน” ข้ อมูลบัญชี หากไม่ตอบกลับอีเมล์ดงกล่าวอาจก่อให้ เกิดผลเสียหายได้
                                         ู
หรื อมีการปลอมเว็บไซต์ขึ ้นเพื่อให้ ลกค้ าเชื่อ
ลูกค้ าหรื อผู้รับจดหมายอาจหลงเชื่อเข้ าสูเ่ ว็บไซต์ปลอมเหล่านี ้และอาจถูกหลอกล่วงให้ กรอกข้ อมูลส่วนตัว
และข้ อมูลดังกล่าวสามารถนาไปใช้ ประโยชน์ เช่น ซื ้อสินค้ า สมัครบัตรเครดิต หรื อทาสิ่งผิดกฎหมายได้

                                         ั
4. “ภาษีมนุษย์ เงินเดือน.” / โดย สิทธิชย วัชรพันธุ์. ว. การเงินธนาคาร. ฉบับที่ 279 (กรกฎาคม 2548)
            : 199.
                นาเสนอความรู้เกี่ยวกับการเสียภาษีของบุคคลซึงประกอบอาชีพที่มีรายได้ ประจาทุกเดือน
                                                                ่
          ่                          ุ
และกลุมผู้เสียภาษีที่มีจานวนมากที่สดเมื่อเทียบกับผู้มีเงินได้ จากการทาธุรกิจการค้ าอย่างอื่น
ข้ อได้ เปรี ยบในทางภาษีของมนุษย์เงินเดือน คือสามารถหักรายการเงินสะสมของตนเข้ ากองทุนต่าง ๆ ได้
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้                              กรกฎาคม 2548 หน้า 4



ผู้ที่จดทะเบียนสมรส        ภรรยาที่มีเงินเดือนมีแยกเสียภาษีได้ ทาให้ ภาระภาษีของครอบครัวน้ อยลง
                                                             ั        ่
เมื่อออกจากงานหลังจากทางานมา 5 ปี แล้ ว ผู้มีเงินได้ มีสิทธิหกค่าใช้ จายในการคานวณภาษีได้




5. “มนุษย์ เงินเดือนเจอพิษน้ามันลดใช้ มือถือเป็ นอันดับแรก.” ว.การเงินธนาคาร. ฉบับที่ 279
           (กรกฎาคม 2548) : 52.
            บทความเรื่ องนี ้เป็ นรายงานจากฝ่ าย Consumer Insight บริษัท สปาแอดเวอร์ ไทซิ่ง จากัด
  ่             ั ่
ซึงเป็ นผลการวิจยกลุมคนทางานกับพฤติกรรมการใช้ เงินและการใช้ ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปในช่วงเศรษฐกิจอยู่
ในภาวะชะลอตัว
          ั ่
ผลการวิจยกลุมคนทางานมีพฤติกรรมบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปเริ่มมีมาตรการรัดเข็มขัดมากขึ ้น
                 ่
โดยการลดค่าใช้ จายโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็ นลาดับแรก รองลงมาคือการซื ้อเสื ้อผ้ า ลดการซื ้อสินค้ าฟุ่ มเฟื่ อย
ลดการดื่มแอลกอฮอลล์และลดเที่ยวต่างประเทศ

6. “อหังการไต้ หวันปั ดฝุ่ นแผนเป็ นศูนย์ กลางการเงินภูมิภาค.” ว.การเงินธนาคาร. ฉบับที่ 279.
           (กรกฎาคม 2548) : 179.
            กล่าวถึงแนวคิดของไต้ หวันในการเป็ นศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาคนี ้ภายในสิ ้นปี 2010
โดยมีรายละเอียดประกอบด้ วย            ย้ อนรอยแผนการใหญ่                             ้
                                                                           เจาะลึกขันตอนยกเครื่ อง
                    ู
จากปฏิรูปการเงินสู่ศนย์กลางการเงิน
        ้                                                                      ้
พร้ อมทังบทวิเคราะจุดแข็งและจุดอ่อนของไต้ หวันในการเป็ นศูนย์กางทางการเงินในครังนี ้




                                 การท่าเรือ
                                                             ุ
1. “ภาวะโลกร้ อน.” ว. การท่าเรื อ. ปี ที่ 52 ฉบับที่ 472 (มิถนายน-กรกฎาคม 2548) : 24.
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้                             กรกฎาคม 2548 หน้า 5



               นาเสนอความรู้เกี่ยวกับการเกิดภาวะโลกร้ อน ผลกระทบจากการเกิดภาวะโลกร้ อน การ
เกิดก๊ าซเรื อนกระจก                                    ปั ญหาที่เกิดขึ ้นเมื่อก๊ าซเรื อนกระจกมีมากเกินไป
     ้               ั
การปองกันและต่อสู้กบก๊ าซเรื อนกระจก




                                                                                   ุ
2. “เล่ าด้ วยรู ป.” / โดย ทีมงานต่วยตูน. ว.การท่าเรื อ. ปี ที่ 52 ฉบับที่ 472 (มิถนายน-กรกฎาคม 2548)
             : 20.
              บทความเรื่ องนี ้นาเสนอภาพเก่าซึงเป็ นสถานที่ที่หลายคนอาจคิดว่าไม่เป็ นที่นาสนใจนัก แต่
                                                      ่                                    ่
ภาพต่าง            ๆ                                                   ิ
                             ที่ผ้ เู ขียนนามาบอกเล่าได้ กล่าวถึงประวัตความเป็ นมา           การก่อสร้ าง
              ึ่                            ั
และการได้ ซงชื่อที่ใช้ เรี ยกอยู่ในปั จจุบน ประกอบด้ วย ภาพสามแยกต้ นประดู่ ภาพย่านโรงแรมโอเรี ยนเต็ล
และภาพบริเวณอนุสาวรี ย์ประชาธิปไตย




                       ข่าวกฎหมายใหม่
1. “ข้ อพิจารณาทางกฎหมายในสัญญา Outsource : ข้ อพิจารณาทางกฎหมายว่ าด้ วย
                                                                         ุ
            ทรัพย์ สินทางปั ญญาและความลับทางการค้ า.” / โดย ชินภัทร วิสทธิแพทย์.
            ว.ข่าวกฎหมายใหม่. ปี ที่ 3 ฉบับที่ 55 (1 กรกฎาคม 2548) : 58.
             บทความเรื่ องนี ้กล่าวถึง ข้ อพิจารณาทางกฎหมายในสัญญา Outsource มีเนื ้อหา
ประกอบด้ วย สัญญา Outsource กับทรัพย์สินทางปั ญญา เช่น ลิขสิทธิ์ สิทธิบตร เครื่ องหมายการค้ า
                                                                           ั
เป็ นต้ น และสัญญา Outsource กับความลับทางการค้ า

2. ประชาพิจารณ์ ประชามติ หรือ ประชา...กรณีการเปิ ดบ่ อนการพนันที่ชอบด้ วยกฎหมาย.”
        / โดย มานิตย์ จุมปา. ว. ข่าวกฎหมายใหม่. ปี ที่ 3 ฉบับที่ 55 (1 กรกฎาคม 2548) : 55.
         นาเสนอข้ อดีและข้ อเสียกรณีการเปิ ดบ่อนการพนันที่ชอบด้ วยกฎหมาย ข้ อดี หรื อประโยชน์
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้                              กรกฎาคม 2548 หน้า 6



ที่มีการเสนอเพื่อสนับสนุนแนวคิดในการเปิ ดบ่อนการพนันที่ชอบด้ วยกฎหมาย                                  เช่น
แก้ ปัญหากระแสเงินที่ไหลออกไปต่างประเทศ
จากกรณีที่คนไทยไปเล่นการพนันในบ่อนการพนันในต่างประเทศ
รัฐสามารถเก็บรายได้ จากบ่อนการพนันมาใช้ ในการพัฒนาประเทศโดยผ่านการเก็บภาษี
                                                     ่
ช่วยขจัดปั ญหาผู้มีอิทธิพลเถื่อนและควบคุมการใช้ บอนการพนันเป็ นแหล่งในการฟอกเงิน                   ข้ อเสีย
จากการเปิ ดบ่อนการพนันที่ชอบด้ วยกฎหมาย                                                                เช่น
                                                          ุ
ในด้ านเศรษฐศาสตร์ เงินที่หมุนเวียนในบ่อนการพนันไม่มีคณค่าในทางเศรษฐศาสตร์ เพราะไม่ใช่การผลิตสิ
นค้ าหรื อกิจการใด             ๆ                                                     ่
                                             ในด้ านชุมชนบ่อนการพนันไม่ใช่สถานที่สงเสริมการทามาหากิน
แต่เป็ นวิธีการเสี่ยงโชค เป็ นการแสวงหาเงินโดยไม่ชอบด้ วยกฎหมาย ก่อให้ เกิดปั ญหาอาชญากร เป็ นต้ น
3. “เปิ ดคาพิพากษา ลูกหนี้ฟองจาคุกเจ้ าหนี้เงินกู้.” / โดย เมธี ศรี อนุสรณ์. ว. ข่าวกฎหมายใหม่.
                                    ้
             ปี ที่ 3 ฉบับที่ 55 (1 กรกฎาคม 2548) : 4.
              นาเสนอคาพิพากษาฉบับเต็มเกี่ยวกับลูกหนี ้ฟองจาคุกเจ้ าหนี ้เงินกู้ โดยนาเสนอแยกเป็ น
                                                            ้
                                ้
หัวข้ อ เช่น ผิดนัดชาระถูกฟองดาเนินคดีแพ่ง เจรจาให้ ยอมความแต่ขอให้ จ่ายเต็มเวลาที่เขียนในสัญญากู้
โจทก์นาสืบเงินขาดมือ                                                ้
                                                         ขอกู้สองครังให้ เขียนสัญญายอดกู้เพิ่มเงินแปดเท่า
หักค่าปากถุงและถ่ายรูปไว้ เป็ นหลักฐาน                                                   ้
                                                                           ผิดนัดชาระถูกฟองดาเนินคดีแพ่ง
                                  ่
เจรจาให้ ยอมความแต่ขอให้ จายเต็มตามที่เขียนในสัญญากู้ เป็ นต้ น

4. “เมื่อสมาชิก อบต. ฟอง อบต.” / โดย พิสิษฐ์ พลรักษ์เขตต์. ว. ข่าวกฎหมายใหม่. ปี ที่ 3 ฉบับที่ 55
                         ้
              (1 กรกฎาคม 2548) : 44.
               นาเสนอตัวอย่างคดีปกครองอีกคดีหนึง ซึงมีแนวคาวินิจฉัยถึงอานาจบริหาร และอานาจ
                                                      ่ ่
     ิ ั
นิตบญญัตไว้ ิ              เป็ นคดีเกี่ยวกับสมาชิกองค์การบริหารส่วนตาบล         (อบต.)   14     คน
          ้                                            ู ้
ร่วมกันฟองคณะกรรมการบริหาร อบต. เป็ นผู้ถกฟองคดีที่ 1 และปลัด อบต. ที่ 2
                       ้
ต่อศาลปกครองขอให้ รือถนนคอนกรี ตเสริมเหล็กสายหนึ่ง
       ั้                                                  ูู ้
ให้ ตงคณะกรรมการตรวจสอบและหาผู้รับผิดชอบ และให้ ผ้ ถกฟองคดีทงสองชดใช้ั้
                                    ั
ราคาค่าก่อสร้ างถนนสายนี ้คืนให้ กบอบต.                                       ั               ้
                                                                    และมีเหตุลบลมคมนัยจนต้ องฟองคืน
                                                            ิ                          ่
เมื่อคณะกรรมการบริหารเข้ าไปสร้ างถนนสายดังกล่าวในที่ดนส่วนบุคคลของชาวบ้ านรายหนึงส่อเจตนาไม่โ
ปร่งใส
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้                                กรกฎาคม 2548 หน้า 7




                                    ดุลพาห
                    ิ                                                  ิ
1. “กระบวนยุตธรรมทางอาญาของไทยกับร่ างพระราชบัญญัตชะลอการฟอง พ.ศ........”.        ้
           / โดย ธีรพจน์ วินิจฉัยกุล. ว.ดุลพาห. ปี ที่ 52 เล่ม 1 (มกราคม-เมษายน 2548) : 90-107.
               การชะลอการฟองเป็ นทางเลือกหนึงในการบริหารกระบวนการยุตธรรมทางอาญา ซึงตาม
                                 ้                     ่                            ิ            ่
ร่างที่สานักงานอัยการสูงสุดเป็ นผู้ยกร่าง                                                            ้
                                                                            โดยใช้ รูปแบบการชะลอการฟอง
                                                              ู               ่ ั
โดยกาหนดเงื่อนไขคุมประพฤติแทนการลงโทษ เพื่อให้ ผ้ กระทาผิดกลับเข้ าสูสงคม โดยไม่มีมลทินติดตัว
อย่างไรก็ตาม
         ุ                         ้
การใช้ ดลพินิจส่งให้ ชะลอการฟองของพนักงานอัยการจาเป็ นต้ องมีขอบเขตในการใช้ ดลยพินิจ    ุ
                                     ั
โดยพิจารณาถึงปั จจัยภายใต้ ตวผู้กระทาผิด                                            ลักษณะของการกระทาผิด
ตลอดจนผลกระทบที่จะเกิดขึ ้นต่อสังคมส่วนรวม

2. “การตีความกฎหมายภาษีอากร”. / โดย ชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม. ว.ดุลพาห. ปี ที่ 51 เล่ม 3 (กันยายน-
           ธันวาคม 2547) : 45-64.
            บทความเรื่ องนี ้กล่าวถึงการตีความกฎหมายภาษีอากรซึ่งเป็ นกฎหมายภาษี อากรที่ต้อง
ตีความอย่างเคร่งครัด
ในทางที่ไม่เป็ นโทษแก่ผ้ เู สียภาษีหรื อไม่ก่อให้ เกิดภาระหน้ าที่หรื อกระทบกระเทือนต่อผู้เสียภาษีและสิทธิขอ
งประชาชน
                                  ิ ั      ิ           ั
การตีความต้ องคานึงถึงฝ่ ายนิตบญญัตในการปฏิบติตามกฎหมายและหลักความเป็ นเอกเทศของกฎหมาย
เอกชน                  ่              ั
                     ซึงนามาใช้ กบกฎหมายมหาชนได้ หรื อไม่                        ต้ องพิจารณาความเป็ นเรื่ องๆ
ว่ามีผลกระทบต่อประชาชนและผลของการบังคับใช้ หรื อไม่ ถ้ ามีควรหยุด

3. “การพิจารณาคดีต่อเนื่องในระบบศูนย์ นัดความ”. / โดย นพรัตน์ ชลวิทย์. ว.ดุลพาห. ปี ที่ 51 เล่ม
         3 (กันยายน-ธันวาคม 2547) : 74-77.
          บทความเรื่ องนี ้กล่าวถึง เรื่ องการพิจารณาคดีตอเนื่องในระบบศูนย์นดความ เป็ นการ
                                                          ่                  ั
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้                                กรกฎาคม 2548 หน้า 8



                             ัิ                 ั       ้
นาเสนอประสบการณ์ของผู้ปฏิบตและผลของการปฏิบติรวมทังข้ อสังเกตที่วา    ่
    ่                                    ้          ่
ไม่วาปั ญหาใดล้ วนคลี่คลายหากทุกฝ่ ายมีเปาหมายควรอยูที่ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้ รับอย่างแท้ จริง

4. “การพิจารณาคดีครบองค์ คณะและต่ อเนื่องมิตใหม่ ของศาลยุตธรรมไทย : ศึกษาเฉพาะกรณี
                                                    ิ               ิ
            ศาลจังหวัดอุบลราชธานี”. / โดยประสิทธิ์ ดวงตะวงษ์ . ว.ดุลพาห. ปี ที่ 51 เล่ม 3 (กันยายน-
            ธันวาคม 2547) : 78-86.
             กล่าวถึงการพิจารณาคดีตอเนื่องที่ศาลยุตธรรมกาหนดไว้ เป็ นประโยชน์ตออรรถคดีไม่วา
                                       ่               ิ                          ่             ่
เป็ นคดีแพ่งหรื อคดีอาญา                 ้
                                      ทังเป็ นการแก้ ไขปั ญหาคดีค้างพิจารณาคดีของศาลที่มีจานวนมาก
          ่                                                            ู     ู่
ส่วนการนังพิจารณาคดีครบองค์คณะของผู้พิพากษาก็ทาให้ เกิดประโยชน์สงสุดแก่คความเช่นกัน
                       ั่
เนื่องจากผู้พิพากษาที่นงพิจารณาคดีร่วมกันย่อมเห็นอากัปกิริยาของพยานและฟั งคาเบิกความของพยานตั ้
งแต่ต้นจนจบเรื่ อง




5. “การพิสูจน์ ลายพิมพ์ ดี เอ็น เอ ในศาลในคดีอาญา (DNA FINGERPRINT IN COURT IN
           CRIMINAL CASES)”. / โดย ไพจิตร สวัสดิสาร. ว.ดุลพาห. ปี ที่ 51 เล่ม 3 (กันยายน-
           ธันวาคม 2547) : 22-44.
            กล่าวถึง การพิสจน์ลายพิมพ์ ดี เอ็น เอ (DNA Profiling) ซึงเป็ นพยานหลักฐานที่แสดงให้
                                     ู                                        ่
                    ่              ่           ่
เห็นความเป็ นไปได้ วาบุคคลอยูหรื อไม่อยูในที่เกิดเหตุกระทาผิด
แต่ปัญหาพื ้นฐานหรื อข้ อโต้ แย้ งเกิดขึ ้นเนื่องจากการรับฟั งพยานหลักฐาน
เพราะการเก็บพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้ องกับ DNA เป็ นระยะเวลาหลายๆ ปี อาจเกิดการเสื่อมสลาย
             ัิ                             ัิ
หรื อการปฏิบตกระบวนการในห้ องปฏิบตการไม่ชดเจน        ั            หรื อข้ อมูลทางสถิติที่ใช้ สรุปผลอาจผิดพลาด
พื ้นฐานในการทดสอบ                                  ดี                          เอ็น                        เอ
                                 ่               ั
เป็ นการแสดงความเป็ นไปได้ วาบุคคลที่มีลกษณะทางพันธุกรรมแบบจาเลยเป็ นผู้กระทาผิด

6. “การรับฟั งพยานหลักฐานประเภทต่ าง ๆ”. / โดย ธนกร วรปรัชญากูล. ว.ดุลพาห. ปี ที่ 52 เล่ม 1
          (มกราคม-เมษายน 2548) : 108-158.
           การรับฟั งพยานหลักฐานเป็ นการกล่าวถึง การรับฟั งพยานหลักฐานประเภทต่างๆ ได้ แก่
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้                                    กรกฎาคม 2548 หน้า 9



พยานเอกสาร พยานวัตถุ พยานบุคคล พยานความเห็นคารับสารภาพในศาล พยานตามข้ อสันนิษฐาน
         ึ                                          ้
มีข้อที่พงทราบว่าเมื่อกล่าวถึงระบบกฎหมายของอังกฤษนันไม่ได้ หมายความถึงระบบกฎหมายของสหราช
             ้
อาณาจักรทังหมด                                                    ้                         ้
                          เนื่องจากว่าระบบกฎหมายของสหราชอาณาจักรนันไม่ได้ เป็ นแบบเดียวกันทังหมด
โดยระบบกฎหมายของอังกฤษและของแคว้ นเวลส์เป็ นแบบหนึง    ่
ส่วนกฎหมายของสก๊ อตแลนด์และไอร์ แลนด์เหนือก็เป็ นอีกแบบหนึง ่

7. “ทางเลือกในการสรรหาคณะกรรมการตุลาการศาลยุตธรรม (ก.พ.)”. / โดย โสต สุตานนท์.
                                                              ิ
             ว.ดุลพาห. ปี ที่ 51 เล่ม 3 (กันยายน-ธันวาคม 2547) : 122-187.
              บทความเรื่ องนี ้กล่าวถึงการสรรหาคณะกรรมการตุลาการศาลยุตธรรม (ก.ต.) ปั จจุบนผู้
                                                                                     ิ                       ั
พิพากษามีจานวนมากกว่า                3,000      คน               ู                     ั
                                                        ทาให้ ผ้ มีสิทธิเลือกไม่ร้ ูจกผู้ที่มีสิทธิได้ รับเลือกดีพอ
                       ้                     ุ
และผู้พิพากษาศาลชันต้ นมีจานวนมากที่สดจึงเป็ นเสียงชี ้ขาดว่าใครจะได้ รับเลือกเป็ น                            ก.ต.
                     ู
ตามสภาพปั ญหาที่ผ้ พิพากษามีจานวนมากจึงทาให้ เกิดการ                                                 “บล็อกโหวต”
และการหาเสียงของผู้มีสิทธิได้ รับเลือกไม่เหมาะสมขัดกับวัฒนธรรม
     ้
ดังนันจึงต้ องมีการสรรหาอย่างเที่ยงธรรมและโปร่งใส




8. “ปั ญหาการรวมการลงโทษ”. / โดย เพ็ง เพ็งนิต.ิ ว.ดุลพาห. ปี ที่ 51 เล่ม 3 (กันยายน-ธันวาคม
           2547) : 65-73.
            กล่าวถึง เรื่ องปั ญหาการรวมการลงโทษ ซึงเป็ นสาเหตุสาคัญที่ยงเป็ นปั ญหาว่าโทษจาคุก
                                                    ่                    ั
                                                      ัิ
ต้ องรวมก่อนลดหรื อลดก่อนรวม เป็ นปั ญหาในทางปฏิบตของผู้พิพากษามาตลอด ว่าจาคุก 12 เดือน
กับจาคุก           1            ปี ต่างกันหรื อไม่         ้                 ้
                                                      ดังนันจึงมีการรวมโทษทังหมดแล้ วจึงค่อยลดโทษ
                                    ั
แต่การลดโทษและการเพิ่มโทษก็ยงเป็ นปั ญหาต่อไป

9. “มาตรการปองกันการเก็งกาไรค่ าเงินบาท”. / โดย มีพาสน์ โปตระนันทน์. ว.ดุลพาห. ปี ที่ 52 เล่ม 1
             ้
          (มกราคม-เมษายน 2548) : 159-163.
           มาตรการปองกันการเก็งกาไรค่าเงินบาท ได้ กล่าวถึง การนาระบบตะกร้ าเงินกลับมาใช้ หรื อ
                         ้
                              ่                        ่     ้
การใช้ มาตรการทาให้ เงินบาทมีคาค่อนข้ างจะคงที่หรื อมีคาต่านันมีผลเสียมากกว่าผลดี
โดยเฉพาะการนาระบบลอยตัวอย่างแท้ จริงมาใช้ ในการเก็งกาไรค่าเงินบาทเป็ นจานวนมากจะเกิดขึ ้นไม่ได้
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้                                   กรกฎาคม 2548 หน้า 10



  ่                                                                                ัิ                  ัิ
ซึงเป็ นการตัดปั ญหาด้ วยว่าผู้ที่กากับดูแลค่าเงินบาทหรื อผู้ที่เกี่ยวข้ องได้ ปฏิบตหรื อละเว้ นการปฏิบตหน้ าที่โ
ดยมิชอบหรื อโดยทุจริ ตหรื อไม่ จะต้ องได้ รับความผิดทางอาญาหรื อทางแพ่งหรื อไม่

10. “ระบบอนุญาโตตุลาการของโลกในทศวรรษหน้ า”. / โดย ธรรมนูญ พิทยาภรณ์ และรณชัย
          สัตสะวารี . ว.ดุลพาห. ปี ที่ 51 เล่ม 3 (กันยายน-ธันวาคม 2547) : 138-147.
           บทความเรื่ องนี ้เป็ นการอภิปรายเกี่ยวกับเรื่ องระบบอนุญาโตตุลาการของโลกในทศวรรษ
หน้ า                                                          ่         ่
                                                             ซึงสรุปได้ วาระบบอนุญาโตตุลาการในปั จจุบน   ั
                         ึ                      ้          ้
ยอมให้ ใครมาเป็ นก็ได้ จงทาให้ การคัดสรรบางครังก็มีบางครังก็ไม่มีการผ่านสถาบันอนุญาโตตุลาการ
ระบบเหล่านี ้จึงต้ องมีการจัดการให้ ดี                                                                 ่
                                                                 หากไม่ดีอาจทาให้ เสียหายต่อความเชื่อมัน
และความเป็ นธรรมในระบบอนุญาโตตุลาการได้
กฎหมายอนุญาโตตุลาการต้ องมีความเป็ นกลางต่อทุกฝ่ ายเมื่อมีการเริ่มใช้

11. “รายงานการวิจัย เรื่ อง ศาลยุตธรรมกับการระงับข้ อพิพาท”. / โดย นวลจันทร์ ทัศนชัยกุล.
                                         ิ
          ว.ดุลพาห. ปี ที่ 51 เล่ม 3 (กันยายน-ธันวาคม 2547) : 87-104.
                 บทความรายงานวิจยเรื่ องศาลยุตธรรมกับการระงับข้ อพิพาทจากผลการวิจยพบว่า ผู้
                                      ั            ิ                                 ั
พิพากษาส่วนใหญ่มีความคิดเห็นว่าบุคคลภายนอกมีความรู้เกี่ยวกับหลักการไกล่เกลี่ยไม่เพียงพอ
                      ่
ความคิดเห็นนี ้อยูในระดับมากและปานกลาง
            ิ                                    ิ
คุณสมบัตระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุตธรรมว่าด้ วยการไกล่เกลี่ยข้ อพิพากษาจะประสบความสาเร็
จได้ นนั้
ผู้บริหารต้ องให้ ความรู้ความเข้ าใจกับบุคคลภายนอกโดยเฉพาะกฎหมายที่จาเป็ นต่อการพิจารณาคดี
12. “รายงานการศึกษาผลกระทบกฎหมายเกี่ยวกับการใช้ มาตรการชะลอการฟองและมาตรการ   ้
                ต่ อรองคารับสารภาพ”. / โดย คณะอนุกรรมการศึกษาผลกระทบกฎหมายเกี่ยวกับการใช้
                                  ้
                มาตรการชะลอการฟองและมาตรการต่อรองคารับสารภาพ. ว.ดุลพาห. ปี ที่ 52 เล่ม 1
                (มกราคม-เมษายน 2548) : 3-89.
                 รายงานการศึกษาผลกระทบกฎหมายที่เกี่ยวกับการใช้ มาตรการชะลอการฟองและ
                                                                                   ้
                                                     ่                      ่
มาตรการต่อรองคารับสารภาพ เป็ นการรายงานซึงแบ่งการรายงานออกเป็ นบทซึง บทแรก กล่าวถึง
ข้ อความทัวไป ่                                      บทที่สอง                            กล่าวถึง
                                            ้
การศึกษากฎหมายเกี่ยวกับการชะลอการฟองและการต่อรองคารับสารภาพของกฎหมายต่างประเทศ
   ้
ทังในส่วนของประเทศที่ใช้ ระบบประมวลกฎหมายและระบบคอมมอนลอร์                 บทที่สาม      กล่าวถึง
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้                        กรกฎาคม 2548 หน้า 11



                                                                                 ้
กฎหมายไทยเกี่ยวกับการศึกษาถึงความเป็ นมาและผลกระทบเกี่ยวกับการใช้ มาตรการชะลอการฟองและก
                                                             ้
ารต่อรองคารับสารภาพ และบทสุดท้ ายเป็ นการกล่าวสรุปของกฎหมายทังสองฉบับและข้ อแนะนา




                     นโยบายพลังงาน
1. “การแปรรู ป กฟผ. และการกากับดูแลกิจการไฟฟา”. ว.นโยบายพลังงาน. ฉบับที่ 68 (เมษายน-
                                                      ้
                 ุ
              มิถนายน 2548) : 9-12.
               กล่าวถึง ความเป็ นมา โครงสร้ างกิจการไฟฟาและการกากับดูแลกิจการไฟฟา การ
                                                        ้                        ้
                                                             ้
ดาเนินงานการแปรรูปของ กฟผ. และการกากับดูแลกิจการไฟฟา ตามโครงสร้ างกิจการไฟฟา ESB       ้
              ้
ของการไฟฟาฝ่ ายผลิตแห่งประเทศไทย                                                         (กฟผ)
  ่                        ้                      ้                         ้
ซึงเป็ นผู้ผลิตและจัดส่งไฟฟาเพื่อจาหน่ายให้ การไฟฟานครหลวง (กฟน) และการไฟฟาส่วนภูมิภาค




2. “แผนปฏิบัตการความร่ วมมืออาเซียนด้ านพลังงาน พ.ศ. 2547-2552”. ว.นโยบายพลังงาน. ฉบับ
                  ิ
                                 ุ
            ที่ 68 (เมษายน-มิถนายน 2548) : 13-21.
             แผนปฏิบตการความร่วมมือด้ านพลังงาน พ.ศ. 2547-2552 จะเป็ นเอกสารที่มีลกษณะ
                            ัิ                                                            ั
พลวัต                เพื่อสะท้ อนให้ เห็นถึงลาดับความสาคัญของประเด็นความร่วมมือด้ านพลังงานในภูมิภาค
แผนนี ้จะได้ รับการพิจารณาเพื่อปรับปรุงเป็ นประจาปี
เพื่อให้ การดาเนินงานบรรลุตามวัตถุประสงค์และตอบสนองต่อสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในภูมิภาค

3. “ยุทธศาสตร์ การแก้ ไขปั ญหาด้ านพลังงานของประเทศ”. ว.นโยบายพลังงาน. ฉบับที่ 68
                      ุ
         (เมษายน-มิถนายน 2548) ; 22-25.
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้                             กรกฎาคม 2548 หน้า 12



           กล่าวถึง สถานการณ์ราคาน ้ามันในช่วง 2 ปี ที่ผานมาโดยกล่าวถึง สภาพปั ญหาพลังงาน
                                                         ่
ของประเทศที่ทาให้ รัฐบาลทุกยุคสมัยเห็นชอบแนวทางยุทธศาสตร์
โดยการพัฒนาพลังงานทดแทนขึ ้นมาใช้ อาทิ                                   ก๊ าซโซฮอล์และไบโออีเซล
รวมถึงการดาเนินมาตรการด้ านพลังงาน                         ยุทธศาสตร์ การแก้ ไขปั ญหาด้ านพลังงาน
และประโยชน์ที่ประเทศได้ รับ        ทัง้   3   มาตรการ      คือ    การเร่งใช้ เชื ้อเพลิงอื่นแทนน ้ามัน
                                            ่
การจัดหาแหล่งพลังงานเพื่อเสริมสร้ างความมันคงด้ านพลังงานในระยะยาว
และการสร้ างมูลค่าเพิ่มให้ แก่ทรัพยากรพลังงาน

4. “รถยนต์ VS น้ามันแพง ถึงเวลาติดฉลากรถยนต์ แสดงประสิทธิภาพการใช้ น้ามัน”. ว.นโยบาย
                                             ุ
             พลังงาน. ฉบับที่ 68 (เมษายน-มิถนายน 2548) : 26-30.
              กล่าวถึง ภาวะราคาน ้ามันในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ ้นมากอย่างต่อเนื่อง ก่อให้ เกิดภาระ
        ่
ค่าใช้ จายด้ านน ้ามัน                                                      ่
                                                                          ซึงประเทศไทยต้ องนาเข้ ามากขึ ้น
                                                                        ั
ทาให้ ประเทศไทยได้ มีการดาเนินการเพื่อทาการทดสอบและติดฉลากให้ กบรถยนต์ที่ประหยัดพลังงาน
                ่
โดยเริ่มจากกลุมผู้ผลิต นาเข้ ารถที่สมัครใจและผู้บริ โภคที่จะซื ้อรถใหม่




                 ประสิทธิภาพพลังงาน
                                                           ่
1. “ การจัดการพลังงานในอุตสาหกรรมทอผ้ า”. / โดย วัชระ มังวิทิตกุล. ว.ประสิทธิภาพพลังงาน.
        ปี ที่ 15 ฉบับที่ 68 (มีนาคม-เมษายน 2548) : 31-35.
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้                              กรกฎาคม 2548 หน้า 13



              บทความเรื่ องนี ้ กล่าวถึง การจัดการพลังงานในอุตสาหกรรมทอผ้ า ซึงมีอยูกว่า 1,000
                                                                               ่     ่
แห่ง และในจานวนนี ้กว่า 90% เป็ นโรงงานขนาดกลางและเล็กมีการจ้ างงานกว่า 50,000 คน และ 80%
ของการผลิตผ้ าผืนสาหรับใช้ ภายในประเทศ
                    ั้
เทคโนโลยีที่ใช้ มีทงประเทศที่ต้องใช้ แรงและพลังงานมากคือเครื่ องทอแบบกระสวย ความเร็ว การทอสูง
แต่ลงทุนต่า ทาให้ โรงงานขนาดกลางและเล็กนิยมใช้ ในขณะที่เครื่ องทอแบบไร้ กระสวยให้ ผลผลิตดีกว่า
ผลิตได้ เร็ว ต้ นทุนแรงงานและพลังงานต่ากว่าแต่ลงทุนสูงกว่า

2. .”การปรังปรุงความสามารถในการทางานของระบบอัดอากาศ”. ว.ประสิทธิภาพพลังงาน. ปี ที่ 15
          ฉบับที่ 68 (มีนาคม-เมษายน 2548) : 10-13.
           บทความเรื่ องนี ้ กล่าวถึง การปรับปรุงระบบอัดอากาศ ช่วยให้ ประหยัดพลังงานไฟฟาที่ใช้ ได้
                                                                                        ้
  ้
ตังแต่                   20%                     ถึง                50%                   ดังนัน  ้
                                                            ่
ในบางโรงงานที่ใช้ อากาศอัดมากย่อมมีโอกาสที่จะประหยัดค่าใช้ จายพลังงานได้ ปีละหลายแสนถึงหลายล้ า
                                  ู                      ่                    ่
น การจัดการระบบอัดอากาศให้ ถกต้ องย่อมจะช่วยลดค่าใช้ จายพลังงาน ลดค่าใช้ จายในการบารุงรักษา
ลดการเสียเวลา เพิ่มผลผลิตและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ของโรงงานจะดีขึ ้น และมีของเสียน้ อยลง

3. “การวิเคราะห์ ตลอดอายุการใช้ งานของเสียอันตรายจากมาตรการอนุรักษ์ พลังงานในอาคาร”
           / โดย เกื ้ออนันต์ เตชะโต. ว.ประสิทธิภาพพลังงาน. ปี ที่ 15 ฉบับที่ 68 (มีนาคม-เมษายน
          2548) : 28-30.
           บทความเรื่ องนี ้ อธิบายถึง ปั ญหาสาคัญของการใช้ พลังงานในอาคาร คืออุปกรณ์มี
                                       ่
ประสิทธิภาพต่า การแก้ ปัญหาอย่างหนึงที่จะต้ องตัดสินใจ
                          ุ
คือการปรับเปลี่ยนมาใช้ อปกรณ์ประสิทธิภาพสูง
โดยคานวณผลประหยัดที่จะได้ ตลอดอายุการใช้ งานอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง

4. “เทคนิคการประหยัดพลังงานในระบบอัดอากาศ (ตอนที่ 2) การลดอุณหภูมิของอากาศก่ อน
             เข้ าเครื่ องอัดอากาศ”. / โดย อุทย วงศ์เขื่อนแก้ ว. ว.ประสิทธิภาพพลังงาน. ปี ที่ 15 ฉบับที่ 68
                                              ั
             (มีนาคม-เมษายน 2548) : 14-18.
              บทความเรื่ องนี ้ กล่าวถึงเทคนิคการประหยัดพลังงานสาหรับมาตรการลดอุณหภูมิก่อนเข้ า
เครื่ องอัดอากาศ การปรับปรุงระบบระบายความร้ อนอาจเป็ นการแก้ ไขท่อระบายความร้ อน
เพื่อนาความร้ อนออกนอกห้ องเครื่ องอัดอากาศ
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้                         กรกฎาคม 2548 หน้า 14



การะบายความร้ อนทิ ้งออกไปนอกอาคารจะช่วยให้ ลดการใช้ พลังงานได้
     ่                               ุ
โดยทัวไปแล้ วหากสามารถลดอุณหภูมิได้ ทกๆ 3 c จะสามารถลดการใช้ พลังงานลงได้ ประมาณ 1%




                                        ้ั
                                      ผูจดการ
                                                                 ั
1. “การละเมิดทรัพย์ สินทางปั ญญาปั ญหาโลกแตกของจีน.” ว. ผู้จดการ. ปี ที่ 22 ฉบับที่ 262
          (กรกฎาคม 2548) : 68.
           นาเสนอบทวิเคราะห์การละเมิดทรัพย์สินทางปั ญญาของประเทศจีน ซึงการที่ทางการของ
                                                                               ่
จีนไม่สามารถปราบปรามสินค้ าละเมิดทรัพย์สินทางปั ญญาได้ และสินค้ าดังกล่าวยังล้ นออกนอกประเทศสร้
างความเสียหายแก่ประเทศเจ้ าของทรัพย์สินทางปั ญญาเป็ นอย่างมาก

                                                               ั
2. “ธงชาติใหม่ นิวซีแลนด์ .” / โดย อนิรุต พิเสฎฐศลาศัย. ว. ผู้จดการ. ปี ที่ 22 ฉบับที่ 262 (กรกฎาคม
            2548) : 88.
             บทความเรื่ องนี ้กล่าวถึงรายละเอียดการใช้ ธงชาติของนิวซีแลนด์ และการรณรงค์เพื่อให้ มี
การเปลี่ยนแปลงธงชาติใหม่ที่สะท้ อนให้ เห็นความเป็ นตัวตนทางวัฒนธรรม                         เอกลักษณ์
                               ั
และค่านิยมของคนกีวีในปั จจุบนให้ มากที่สด ุ
                              ั ้
ในขณะที่ธงชาติที่ใช้ ในปั จจุบนนันบ่งบอกถึงความเป็ นสหราชอาณาจักรค่อนข้ างสูงและไม่ได้ สะท้ อนถึงคว
ามเป็ นนิวซีแลนด์เท่าไรนัก




                                                                    ั
3.. “ปฏิวัตอุตสาหกรรมสัมพันธ์ .” / โดย ธวัชชัย อนุพงศ์อนันต์. ว.ผู้จดการ. ปี ที่ 22 ฉบับที่ 262.
            ิ
           (กรกฎาคม 2548) : 84.
            กล่าวถึงรายละเอียดเกี่ยวกับระบบอุตสาหกรรมสัมพันธ์ หรื อระบบแรงงานสัมพันธ์ โดย
กล่าวถึงองค์ประกอบของระบบอุตสาหกรรมสัมพันธ์
  ่
ซึงประกอบด้ วยการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างลูกจ้ าง       นายจ้ าง                  และสหภาพแรงงาน
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้                                 กรกฎาคม 2548 หน้า 15



รวมถึงการเจรจาต่อรอง การระงับข้ อพิพาท อัตราค่าจ้ างแรงงาน สภาพการจ้ างงานและการประกันสังคม
เป็ นต้ น                                                                 ่
                                      ระบบอุตสาหกรรมสัมพันธ์แบบเดิมจะอยูภายใต้ การดูแลของรัฐ
และระบบอุตสาหกรรมสัมพันธ์แบบใหม่ที่จะช่วยให้ นายจ้ างสามารถเจรจาต่อรองในการทาสัญญาจ้ างงาน
ได้ ง่ายขึ ้น




                          สรรพากรสาส์น
1. “Collection Responsibility กับรั ฐธรรมนูญไทย”. / โดย พัฒนะ เรื อนใจดี. ว.สรรพากรสาส์น.
            ปี ที่ 52 ฉบับที่ 5 (พฤษภาคม 2548) : 69-75.
             กล่าวถึงหลักการสาคัญของการปกครองระบอบประชาธิปไตย ที่แบ่งอานาจอธิปไตยเป็ น 3
ฝ่ าย       มีบทบาทในการบริหารงานร่วมกันบางส่วนขณะเดียวกัน                 แต่ละฝ่ ายก็เป็ นอิสระไม่ขึ ้นต่อกัน
   ่                                                       ั                  ั
ซึงวิเคราะห์ในส่วนของการถ่วงดุลอานาจของแต่ละฝ่ ายได้ ดงนี ้ 1) ฝ่ ายนิติบญญัติ ถ่วงดุลฝ่ ายบริหาร 2)
          ั        ิ
ฝ่ ายนิติบญญัตถ่วงดุลฝ่ ายตุลาการ            3)                                          ั
                                                             ฝ่ ายบริหารถ่วงดุลฝ่ ายนิติบญญัติ               4)
                                                                  ั    ิ
ฝ่ ายบริหารถ่วงดุลฝ่ ายตุลาการ 5) ฝ่ ายตุลาการถ่วงดุลฝ่ ายนิติบญญัตและฝ่ ายบริหาร

2. “ภาษีเงินได้ นิตบุคคลสาหรับการขนส่ งระหว่ างประเทศโดยเรือทะเล”. / โดย มงคล ขนาดนิด.
                      ิ
            ว.สรรพากรสาส์น. ปี ที่ 52 ฉบับที่ 5 พฤษภาคม 2548) : 79-86.
                บทความเรื่ องนี ้ กล่าวถึงการขนส่งระหว่างประเทศโดยเรื อเดินทะเลที่จดว่าเป็ นธุรกิจที่มี
                                                                                        ั
ความสาคัญ                                                        ต่อการพัฒนาทางด้ านการค้ าระหว่างประเทศ
                              ู
และกล่าวถึงภาระภาษีที่ผ้ ประกอบการขนส่งสินค้ าทางทะเลจะต้ องเสียภาษีเงินได้ ตามประมวลรัษฎากร
แยกได้                           2                   ประการ                         คือ                  1)
       ู                                                             ุ      ั้
กรณีผ้ ประกอบการเดินเรื อทะเลที่เป็ นบริ ษัทหรื อห้ างหุ้นส่วนนิติบคคลที่ตงขึ ้นตามกฎหมายไทย             2)
          ู                                                            ุ       ั้
กรณีที่ผ้ ประกอบการเดินเรื อทะเลที่เป็ นบริ ษัทหรื อห้ างหุ้นส่วนนิติบคคลที่ตงขึ ้นตามกฎหมายของต่างประเท
ศ
3. “วิเคราะห์ รายได้ สองไตรมาสแรก ประจาปี งบประมาณ 2548 (ตุลาคม 2547-มีนาคม 2548)”.
                                                                                                ุ
            / โดย อุบลรัตน์ วังสุวรรณ และชาญ อ่อนน้ อม. ว.สรรพากรสาส์น. ปี ที่ 52 ฉบับที่ 6 (มิถนายน
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้                          กรกฎาคม 2548 หน้า 16



           2548) : 67-75.
            บทความเรื่ องนี ้ เป็ นการอธิบายผลการจัดเก็บ 2 ไตรมาสแรกของปี งบประมาณ 2548
(ตุลาคม 2547-มีนาคม 2548) สรุปเป็ น 2 ประเด็นหลัก ดังนี ้ 1) วิเคราะห์รายได้ รัฐบาลโดยเปรี ยบเทียบ
กับงบประมาณการตามเอกสารงบประมาณ                 (ยอดรวม         1,200,000        ล้ านบาท        2)
วิเคราะห์รายได้ ภาษีสรรพากรโดยเปรี ยบเทียบกับประมาณการตามเอกสารงบประมาณ                   (ยอดรวม
820,000 ล้ านบาท)

4. “สอบบัญชีต้องรู้ จักธุรกิจลูกค้ า (1)”. / โดย ธวัช ภูษิตโภยไคย. ว.สรรพากรสาส์น. ปี ที่ 52 ฉบับที่ 5
            (พฤษภาคม 2548) : 43-48.
             กล่าวถึงเรื่ องการสอบบัญชีที่ไม่ได้ จากัดอยูเ่ พียงการตรวจสอบการเงิน หลักฐานประกอบ
รายการบัญชี                           แต่รวมถึงการศึกษาความรู้และทาความเข้ าใจธุรกิจจัดทางบการเงิน
                                                       ั                              ่
จึงจะทาให้ การตรวจสอบได้ ข้อมูลสมบูรณ์ และการรู้จกธุรกิจของลูกค้ ายังเป็ นประโยชน์ตอผู้สอบบัญชีมาก
    ่
ไม่วาจะเป็ นการวางแผนการตรวจสอบ                                  ตลอดจนการวินิจฉัยผลการตรวจสอบต่างๆ
ก่อนที่จะสรุปผลแสดงความเห็นต่องบการเงิน

5. “สอบบัญชีต้องรู้ จักธุรกิจลูกค้ า (2)”. / โดย ธวัช ภูษิตโภยไคย. ว.สรรพากรสาส์น. ปี ที่ 52 ฉบับที่
                 ุ
           6 (มิถนายน 2548) : 57-64.
            บทความเรื่ องนี ้ เป็ นการอธิบายถึงการตรวจสอบงบการเงินของห้ างหุ้นส่วนนิตบคคลตาม
                                                                                          ิ ุ
                   ัิ
หลักเกณฑ์การปฏิบตงานและการรายงานที่กาหนดโดยคาสังกรมสรรพากร ่                (ที่      ท.ป.122/2545)
                                                                        ัิ
จะต้ องมีความรู้และความเข้ าใจในธุรกิจของลูกค้ าเพื่อประโยชน์ในการปฏิบตงานตรวจสอบงบการเงิน
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้                      กรกฎาคม 2548 หน้า 17




                                     ยุติธรรม
                                                                 ิ
1. “การบูรณาการก่ อสร้ างอาคารหน่ วยงานในกระบวนการยุตธรรมส่ วนภูมิภาค : การบริหารงาน
                                                            ิ
             กระบวนการยุตธรรมเชิงบูรณาการ”. ว.ยุตธรรม. ปี ที่ 5 ฉบับที่ 4 (เมษายน-พฤษภาคม
                            ิ
             2548) : 11-16.
              บทความเรื่ องนี ้ กล่าวถึงเรื่ องการประสานความร่วมมือในการดาเนินงานของหน่วยงานที่
                                                          ้
เกี่ยวข้ องกับกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ หน่วยงานมีเปาหมายในการพัฒนากระบวนการยุติธรรมร่วมกัน
นอกจากนี ้เนื ้อหาของบทความยังให้ รายละเอียดของความหมายและความสาคัญของบูรณาการ
ข้ อจากัดและอุปสรรคในการบริหารงานกระบวนการยุตธรรม       ิ
ลดความซ ้าซ้ อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทางาน
       ้                                             ่                      ิ
รวมทังการเปิ ดโอกาสให้ ประชาชนมีบทบาทและมีสวนร่วมในงานกระบวนการยุตธรรมในรู ปแบบต่าง ๆ

2. “การพัฒนาแหล่ งเรี ยนรู้ ในเรื อนจา/ทัณฑสถานสู่รูปแบบ ... ห้ องสมุดพร้ อมปั ญญา”. / โดย
                                       ิ
            พิรญาณ์ โคตรชมภู. ว.ยุตธรรม. ปี ที่ 5 ฉบับที่ 4 (เมษายน-พฤษภาคม 2548) : 2-10.
             บทความเรื่ องนี ้กล่าวถึง ห้ องสมุดพร้ อมปั ญญาที่เป็ นห้ องสมุดเฉพาะมีหน้ าที่ความ
รับผิดชอบในการให้ บริการด้ านข้ อมูลข่าวสารที่เป็ นประโยชน์แก่เจ้ าหน้ าที่และผู้ต้องขัง
เป็ นการนากระบวนการจัดการศึกษาอบรมเข้ ามาเป็ นเครื่ องมือในการแก้ ไข
          ั                                  ้
พัฒนานิสยผู้ต้องขังให้ เป็ นผู้มีความพร้ อมทังด้ านร่างกาย จิตใจ ความรู้ คุณธรรม จริยธรรม
       ั
ให้ มีทศนคติที่ดีงามและมีอาชีพติดตัว ไม่หวนกลับมาทาความผิดซ ้าอีก




                             รัฐศาสตร์สาร
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้                         กรกฎาคม 2548 หน้า 18




1. “ความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงการปกครองจาก ร.ศ. 130 ถึง 2475 : ประวัตศาสตร์      ิ
         การเมือง”. / โดย กาพล จาปาพันธ์ . ว.รัฐศาสตร์ สาร. ปี ที่ 26 ฉบับที่ 3 (2548) : 80-231.
          กล่าวถึง จุดเริ่มต้ นของยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงสาหรับประเทศไทยในระบอบ
                         ั ิ ้
ประชาธิปไตยได้ แก่การปฏิวตครังแรกของไทย ร.ศ. 130 ถึง 2475

            ิ
2. “ประวัตศาสตร์ เศรษฐกิจของสยามรั ชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้ าเจ้ าอยู่หัวในงาน
           วิเคราะห์ เชิงเศรษฐศาสตร์ การเมืองของนายเจ. โฮมาน วอนเดอร์ ไฮเด”. / โดย สุนทรี
           อาสะไวย์. ว.รัฐศาสตร์ สาร. ปี ที่ 26 ฉบับที่ 3 (2548) : 1-76.
            กล่าวถึง รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้ าเจ้ าอยูหว ยินยอมทาสนธิสญญาไมตรี และ
                                                                    ่ ั      ั
                   ั
การค้ า คือสนธิสญญาเบาวริ่ง กับอังกฤษใน พ.ศ. 2398 ก่อให้ เกิดการเปลี่ยนแปลงสาคัญที่ตามมา
        ุ      ่             ้
การมีอปสงค์ตอสินค้ าเกษตรขันปฐมที่เพิ่มมากขึ ้น
ทาให้ เกิดการเปลี่ยนแปลงที่รากฐานของรูปแบบการผลิตโดยมีกระบวนการของการผลิตตามความชานาญ
พิเศษและการแบ่งงานกันทาระหว่างประเทศทาให้ เศรษฐกิจ
                                ่
ของสยามเกิดความเปลี่ยนแปลงสูระบบเศรษฐกิจเพื่อการส่งออก ที่สาคัญคือการผลิตข้ าวเพื่อการส่งออก




                         ศาลรัฐธรรมนู ญ
1. “บทบาทของศาลรั ฐธรรมนูญในมิตใหม่ ”. / โดย สุวรรณ สุวรรณเวโช. ว.ศาลรัฐธรรมนูญ. ปี ที่ 7
                                   ิ
        เล่มที่ 19 (มกราคม-เมษายน 2548) : 22-48.
         ในขณะที่สงคมต้ องการปฏิรูปทางการเมือง ศาลรัฐธรรมนูญถูกสร้ างเป็ นเครื่ องมือแทนคณะ
                       ั
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้                        กรกฎาคม 2548 หน้า 19



ตุลาการรัฐธรรมนูญ              ่ ั
                             ซึงมีลกษณะเป็ นการเมือง      เมื่อศาลรัฐธรรมนูญถูกสร้ างมาให้ เป็ นศาล
                 ่
จึงเป็ นส่วนหนึงของการใช้ อานาจอธิปไตยมีหน้ าทีพิพากษาอรรถคดีเป็ นองค์กรที่ให้ อานาจตุลาการ
สามารถให้ คาหารื อกับองค์กรตามรัฐธรรมนูญในลักษณะของคาวินิจฉัยล่วงหน้ าได้ ด้วย
                                       ้
เพื่อเป็ นการวางบรรทัดฐานให้ หน่วยงานนัน         ๆ          ั
                                                        ปฏิบตเิ ป็ นการควบคุมมาตรฐานเชิงนามธรรม
                         ึ
เพื่อไม่ให้ เกิดผลอันไม่พงประสงค์ได้

2. “รั ฐธรรมนูญ กฎหมาย ความชอบธรรม ธรรมอานาจ และความยุตธรรม”. / โดย ลิขิต ธีรเวคิน.
                                                                              ิ
           ว.ศาลรัฐธรรมนูญ. ปี ที่ 7 เล่มที่ 19 (มกราคม-เมษายน 2548) : 8-21.
             บทความเรื่ องนี ้มีอยู่ 4 ส่วน คือ 1) กาวินิจฉัยรัฐธรรมนูญ 2) ความสัมฤทธิ์ผลของ
รัฐธรรมนูญ 3) กฎหมาย ความชอบธรรมและธรรมอานาจ 4) กฎหมายกับความยุตธรรม                              ิ
  ่
ซึงเป็ นบทความที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ                                                            ิ
                                                                                กฎหมายและความยุตธรรม
เป็ นการมองกฎหมายจากมุมมองที่ผสมผสานระหว่างหลักการทางรัฐศาสตร์ และนิติศาสตร์
                  ั
อันเป็ นประโยชน์กบผู้ที่เกี่ยวข้ องที่มีหน้ าที่ในการใช้ กฎหมายวินิจฉัยตีความกฎหมาย

3. “ศาลรั ฐธรรมนูญกับความหลากหลายของมาตรการส่ งมอบบริการด้ านการคุ้มครองสิทธิ
            เสรี ภาพตามรั ฐธรรมนูญของประชาชน”. / โดยเชาวนะ ไตรมาศ. ว.ศาลรัฐธรรมนูญ. ปี ที่ 7
            เล่มที่ 19 (มกราคม-เมษายน 2548) : 69-80.
              บทความเรื่ องนี ้ ได้ แบ่งสาระสาคัญของเนื ้อหาไว้ 5 ส่วน คือ 1) การจาแนกลักษณะ
          ่
พื ้นฐานทัวไปขององค์กรตามรัฐธรรมนูญตามเกณฑ์ทางโครงสร้ างหน้ าที่                              2)
รัฐธรรมนูญกับการสนับสนุนให้ มีกรอบความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างองค์กรที่หลากหลาย
ซับซ้ อนและครอบคลุม                                                                           3)
ศาลรัฐธรรมนูญกับความหลากหลายของมาตรการในการส่งมอบบริ การด้ านการคุ้มครองสิทธิเสรี ภาพตาม
รัฐธรรมนูญของประชาชน                                                                          4)
ศาลรัฐธรรมนูญกับคาวินิจฉัยที่เกี่ยวข้ องกับการคุ้มครองสิทธิเสรี ภาพตามรัฐธรรมนูญของประชาชน    5)
บทสรุป



                      ส่งเสริมการลงทุน
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้                          กรกฎาคม 2548 หน้า 20



1. “การพัฒนาความร่ วมมือด้ านการค้ าและการลงทุนไทย-จีน”. / โดย พรรณี เซ็งสุทธา.
                                                         ุ
             ว.ส่งเสริมการลงทุน. ปี ที่ 16 ฉบับที่ 6 (มิถนายน 2548) : 13-15.
               กล่าวถึงการเปิ ดแนวทางการค้ าสูการทาตลาดในจีน เปาหมายการดึงดูดการลงทุนระหว่าง
                                                      ่                 ้
ไทย-จีน                               การเรี ยนรู้ถึงสภาวะแวดล้ อมทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงของจีน
หลังการเข้ าเป็ นสมาชิกการค้ าโลก
                        ้
ทาให้ จีนขอเสนอจัดตังศูนย์ข้อมูลและสิทธิประโยชน์การลงทุนกับไทยในต่างประเทศการลงทุนของไทยในจี
นนักลงทุนของไทยจะต้ องพิจารณาตามเหมาะสมและศักยภาพของแต่ละมณฑลของจีนด้ วย
ประเทศไทยเป็ นประเทศแรกที่จีนจะลงทุนด้ วยเพราระไทยเป็ นศูนย์กลางการส่งออกของภูมิภาคอาเซียน
     ้
ดังนันจึงใช้ ประโยชน์นี ้เพื่อลงทุนกับไทย
         ั
และให้ นกลงทุนของไทยตื่นตัวและใช้ ไหวพริบกับจีนให้ มากเพราะอาจทาให้ เกิดการเสียผลประโยชน์ได้

2. “นโยบายประหยัดพลังงานในยุคน้ามันแพง”. / โดย ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์. ว.ส่งเสริมการลงทุน.
                                ุ
        ปี ที่ 16 ฉบับที่ 6 (มิถนายน 2548) : 32-37.
                บทความเรื่ องนี ้มีเนื ้อหาเกี่ยวกับนโยบายประหยัดพลังงานในยุคน ้ามันแพง จากการศึกษา
                   ้                                           ั
การใช้ พลังงานทังโลกขององค์การสหประชาชาติ พบว่าปั จจุบนมีการใช้ พลังงานให้ มีประสิทธิภาพเพียงแค่
37%                       และ                      63%                ที่เหลือสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์
      ้
ดังนันประเทศไทยจึงเห็นความสาคัญและได้ มีการณรงค์การประหยัดพลังงานส่งเสริ มและสนับสนุนกองทุน
ต่างๆ                       ่
                       ที่สงเสริมการอนุรักษ์พลังงาน                ต่อมาได้ มีการปรับกลยุทธ์ด้านพลังงาน
โดยการลดใช้ น ้ามันในการขนส่งลง 25% และสนับสนุนรถยนต์ที่ใช้ ก๊าซธรรมชาติเป็ นเชื ้อเพลิง (NGV)
ก๊ าซโซฮอล์และไบโอดีเซล

3. “BOIส่ งเสริมการประหยัดพลังงาน” . / โดยยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ.์ ว.ส่งเสริมการลงทุน. ปี ที่ 16 ฉบับ
                        ุ
              ที่ 6 (มิถนายน 2548) : 27-29.
                กล่าวถึงการยกเครื่ องนโยบายส่งเสริมการลงทุนด้ านพลังงานใหม่ที่สืบเนื่องมาจากปั ญหา
ด้ านพลังงานของประเทศทวีความรุนแรงมากขึ ้นจึงต้ องมีการกาหนดมาตรการกระตุ้นในทุกรูปแบบเพื่อให้ เ
กิดการประหยัดและอนุรักษ์ พลังงาน            โดยมีแนวทางในการกระตุ้น          5        ประการ        คือ
เปิ ดให้ การส่งเสริมแก่กิจการผลิตอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน                  ส่งเสริมให้ ผลิตเซลล์แสงอาทิตย์
ส่งเสริมกิจการด้ านพลังงาน                                   เพิ่มสิทธิประโยชน์แก่กิจการด้ านพลังงาน
และการยกเว้ นอากรขาเข้ าเครื่ องจักรประหยัดพลังงานแก่โครงการ
            ้
หลังจากนันจึงมีการจัดบริ การพลังงานในรูป             ESCO             ่
                                                                    ซึงจะให้ บริการในลักษณะเบ็ดเสร็จ
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้                            กรกฎาคม 2548 หน้า 21



            ้
ครอบคลุมทังการประเมินโอกาสประหยัดพลังงานการออกแบบ                                           ้
                                                                       และวิศวกรรมจนถึงติดตังอุปกรณ์
จัดแหล่งเงินทุน และฝึ กอบรม ดาเนินการ

4. “ศักยภาพทางเศรษฐกิจของ 4 มณฑลจีนใกล้ ไทย ตอนที่ 3 : เศรษฐกิจมณฑลยูนนาน”. / โดย
                                                                         ุ
        อักษรศรี พานิชสาส์น. ว.ส่งเสริมการลงทุน. ปี ที่ 16 ฉบับที่ 6 (มิถนายน 2548) : 62-67.
             กล่าวถึง 4 มณฑลจีนใกล้ ไทยที่มีศกยภาพทางเศรษฐกิจ ซึง 4 มณฑลนี ้มีศกยภาพในการ
                                                ั                          ่           ั
                                                                      ุ ่
ทาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะยูนนานเป็ นศูนย์กลางผู้บริ โภคที่มีขนาดใหญ่ที่สดอยูที่นครคุนหมิง และนคร
คุนหมิงมณฑลยูนนานยังมีเมืองสาคัญทางเศรษฐกิจอื่นๆ
อีกมากทาให้ เศรษฐกิจของยูนนานเติบโตอย่างรวดเร็วทาให้ ประเทศต่างๆ ต้ องการมาลงทุน นอกจากนี ้
อุตสาหกรรมการเกษตร                  อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว                   และอุตสาหกรรมการผลิต
ยังมีประสิทธิภาพอีกด้ วยและยังส่งผลต่อรายได้ ของประเทศจีนด้ วย




                     ศิ ลปวัฒนธรรม
                                                         ุ
1. “จากสระปทุมวันถึงราชดาริห์”. / โดย กัณฐิ กา ศรี อดม. ว. ศิลปวัฒนธรรม. ปี ที่ 26 ฉบับที่ 9
            (กรกฎาคม 2548) : 134.
              บทความเรื่ องนี ้เป็ นข้ อมูลด้ านประวัตศาสตร์ ที่นาสนใจอีกเรื่ องหนึงโดยกล่าวถึงการ
                                                       ิ          ่                 ่
                                         ้
ขยายตัวของเมืองไปทางทิศตะวันออกตังแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้ าเจ้ าอยูหว           ่ ั
                      ่
โดยมีรายละเอียดที่นาสนใจ                                                                      ประกอบด้ วย
ชื่อบ้ านนามเมืองกับการขยายพระนครไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้
    ั้                     ้
ที่ตงของวังกับกลยุทธ์ในการปองกันพระนคร
                    ุ
และถนนราชดาริห์จดเชื่อมระหว่างสระประทุมวันกับชุมชนชาวตะวันออก
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้                                     กรกฎาคม 2548 หน้า 22



2. “พบเจ้ าแม่ วัดดุสิตต้ นพระราชวงศ์ จักรีแล้ ว”. / โดย ธงชัย ลิขิตพรสวรรค์. ว. ศิลปวัฒนธรรม.
           ปี ที่ 26 ฉบับที่ 9 (กรกฎาคม 2548) : 156.
              นาเสนอข้ อมูลทางด้ านประวัตศาสตร์ เกี่ยวกับต้ นพระราชวงศ์จกรี คือ เจ้ าแม่วดดุสิต โดย
                                              ิ                             ั             ั
กล่าวถึงการสืบค้ นข้ อมูลจากเอกสารต่าง ๆ เป็ นหลัก เช่น จดหมายเหตุลาลูแบร์ จดหมายเหตุแกมปเฟอร์   ์
และ หนังสือประวัติศาสตร์ ธรรมชาติและการเมืองแห่งราชอาณาจักรสยาม แต่งโดย นีโกลาส์ แชรแวส

3. “100 ปี เกิด ไม้ เมืองเดิม นักเขียนใจนักเลง”. / โดย พีรยา อัชฌา. ว. ศิลปวัฒนธรรม. ปี ที่ 26
            ฉบับที่ 9 (กรกฎาคม 2548) : 160.
              นาเสนอประวัติความเป็ นมาของนักเขียน ไม้ เมืองเดิม หรื อ ก้ าน พึงบุญ ณ อยุธยา โดย
                                                                               ่
กล่าวถึง                                                          ่
                                          การสืบเชื ้อสายราชสกุลพึงบุญ                       ผลงาน
และวิเคราะห์โครงสร้ างและเนื ้อเรื่ องที่กลายเป็ นเอกลักษณ์ของไม้ เมืองเดิม

4. “หลักฐานใหม่ สมัย ร. 5 ร.ศ. 112 ข้ อมูลที่ไม่ มีใครพูดถึงซึ่งคนไทยควรรู้ ”. / โดย ไกรฤกษ์
             นานา. ว. ศิลปวัฒนธรรม. ปี ที่ 26 ฉบับที่ 9. กรกฎาคม 2548. หน้ า 125.
               นาเสนอความเป็ นมาเกี่ยวกับประเทศไทยอีกอย่างหนึง คือ หลักฐานเกี่ยวกับ ร.ศ.112 ที่
                                                                                 ่
ได้ อธิบายถึงการเผชิญหน้ าของกองทัพไทยกับกองทัพฝรั่งเศส
ในปั ญหาเรื่ องดินแดนบนฝั่ งซ้ ายของแม่น ้าโขงส่งผลให้ มีการปะทะกันที่ปากแม่น ้าเจ้ าพระยา ในวันที่ 13
กรกฎาคม                                                ร.ศ.                                                    112
                                                   ู
รายละเอียดที่นาเสนอนี ้ได้ มาจากคนเบลเยียมที่พดภาษาฝรั่งเศสมาแต่กาเนิดจึงรู้เท่าทันความคิดของฝรั่งเ
ศสดี                                                                                                               ุ
                         ข้ อมูลของชาติที่เป็ นกลางเหล่านี ้จึงเป็ นสิ่งที่ผ้ เู ขียนคิดว่ามีความน่าเชื่อถือมากที่สด
                        ุ ่
นอกจากนี ้ผู้เขียนยังมีจดมุงหมายให้ คนไทยได้ ทราบข้ อเท็จจริงดังกล่าวอย่างแท้ จริงมากกว่าให้ ชาวต่างชาติ
                                                 ้
ได้ ทราบข้ อเท็จจริงและมีโอกาสนาเสนอข้ อมูลนันมากกว่าคนไทย



                                          
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้           กรกฎาคม 2548 หน้า 23




                   JOURNAL OF CONTEMPORARY ASIA

1. “China, globalisation and the World Trade Organisation”. / by
         Wolfgang Deckers. Journal of Contemporary Asia.
         Vol.34 No.1 (2004) : 102.
          This article claims that membership of the WTO will help
industrialisation, rather than make China more dependent. Hedley
Bull’s realist paradigm helps to understand why China joined this
organisation, any counter arguments are wishful thinking. Friedrich
List’s ideas for self-reliant industrialisation were used successfully by
Mao Zedong, but globalisation has changed development strategy.
Globalisation, if handled wrongly can make China jobless, voiceless,
rootless, ruthless and futureless. If handled right, it can strengthen
independence, sovereignty and self-reliance. The Chinese government
needs stable external, as well as internal economic conditions. There
are benefits for the vast majority of Chinese, but there are also possible
disadvantages. David Ricardo’s “comparative advantage” has not really
helped Less Developed Countries, on the other hand, China should not
become a crumbled “Somalia,” this means that China has to engage
with globalisation, and this means also the WTO. After all, agency does
exist and globalisation is a “two-edged sword.”
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้           กรกฎาคม 2548 หน้า 24




2. “Dilemmas in the making of civil society in Korean political reform”.
       / by Hyuk-Rae Kim. Journal of Contemporary Asia. Vol.34 No.1
         (2004) : 55.
          As Korea moves from a state-dominated to a civilian-driven
society, non-governmental organizations (NGOs) have emerged as an
institutional hybrid that undertakes public functions through private
initiatives. Recently NGOs have gone beyond diverse social issues to
promote political reform, On 12 Junuary 2000, Citizens’ Alliance for
General Elections (CAGE)-a loosely coupled coalition of NGOs formed
to reform the nomination process and realize citizen political
sovereignty-ousted 59 of 86 disfavored candidates from the political
stage in the 16 th General Elections in 2000. The coalition ga ined public
support and persuaded the government to revise election law and
readjust electoral constituencies. NGOs such as CAGE have thus
become salient political actors and credible public institutions
propelling democratic transition. Yet CAGE activit ies were never made
legal and failed to mobilize voters-the 16 th elections had the lowest
voter turnout in Korean history left regional party monopoly intact, and
provided no clear vision for political reform. CAGE inability to generate
grassroots collective action exacerbated its own lack of focus, even as
its success diminished the role of conventional political actors. These
limitations, representing instructive dilemmas in the making of civil
society, suggest that NGOs need to specify their functions, increase
civic engagement, and promote citizen networks and cooperation for the
common good in a society.
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้           กรกฎาคม 2548 หน้า 25




3. “Financial liberalization in South Korea”. / by Eundak Kwon. Journal
         of Contemporary Asia. Vol.34 No.1 (2004) :
          This article analyzes the process of financial liberalization in
South Korea from the perspective of financial globalization through an
international political economic approach.              Korean financial
liberalization has been highly influenced by the outside pressure of the
United States, the OECD and the IMF, as well as by the big business
conglomerates (chaebols), as a powerful domestic interest group. In a
broad perspective, South Korea’s entrance into the OECD, the financial
services Agreement under the WTO and the Structural Adjus tment
program of the IMF after the 1997 financial crisis were important
moments for Korea’s financial reforms. There are two viewpoints on the
causes of the Korean financial crisis. From a domestic viewpoint, South
Korea had a weak financial market system and its financial liberalization
process was too premature to create a stable financial market when
Korea met the financial crisis. In a globalization perspective, financial
globalization intrinsically encourages uncontrollable short -term financial
capital flows across borders, thus financial crisis is inevitable
regardless of a strong or weak domestic financial system. This article
compares these two viewpoints in the case of South Korea.

4. “Micro-credit and the reduction of poverty in Bangladesh” . /by
       Serajul Hoque. Journal of Contemporary Asia. Vol.34 No.1
       (2004) : 21.
        This article explores the relationship between micro -credit
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้           กรกฎาคม 2548 หน้า 26



and the reduction of poverty by looking at a unique data set about
BRAC, one of the largest micro-credit providers in Bangladesh. The
article shows that the majority of population in the data set lived below
the poverty line and that poverty was slightly more prevalent among
households receiving BRAC credit than among similar non -BRAC
households. Moreover, regression results suggest that BRAC’s micro-
credit program has had an insignificant impact on household
consumption. Overall, the analysis in the article leads to the conclusion
that micro-credit had minimal impact on the reduction of poverty.

5. “Neoliberal economic reforms, the rich and the poor in Bangladesh”.
       / by Mohammed Nuruzzaman. Journal of Contemporary Asia.
       Vol.34 No.1 (2004) : 33.
          Bangladesh has been implementing neoliberal structural
adjustment policies since the early 1980s. This article analyz es the
economic and social outcomes the reform policies have created in the
past two decades. It argues that the reform policies, instead of
distributing benefits among different societal groups, have brought an
economic windfall mainly for the business and industrial class in
Bangladesh. Compared to the 24 families of erstwhile United Pakistan,
there is now a small group of 40 to 50 families who effectively control
the total industrial and financial assets of this poor nation. The vast
majority of other societal groups and classes-the industrial and
agricultural labor, small businesses, marginal and sma ll farmers, and
urban and rural poor-are left out by the reform agenda. The lack of
policies of distributional justice has resulted in widening disparities in
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้           กรกฎาคม 2548 หน้า 27



income and wealth between the low and high strata of the society and
deterioration in the overall poverty situation of the country.

6. “The World Bank and “global poverty reduction”: good policies or
         bad data?”. / by Ray Kiely. Journal of Contemporary Asia.
         Vol.34 No.1 (2004) :
          This article investigates recent claims-made principally by
the World Bank-that world poverty is declining, and that this decline is
due to countries adopting “pro-globalisation” policies. It is argued that
such claims are based on selective and very questionable evidence, as
well as a technocratic approach to poverty r eduction that ignores the
issue of inequality. Through an assessment of the problems of
measuring income-related poverty, it is argued that (i) there is
insufficient reliable data for us to know what is happening in terms of
poverty trends; (ii) the measurements used tend to have a bias towards
recording a long-term reduction in global poverty; (iii) there is a linkage
between poverty and inequality; (iv) inequality, both within and between
countries, is a far more important issue than current poverty redu ction
discourses suggest; (v) insofar as there may be a decline in poverty,
this is despite, rather than because of “pro -globalisation” policies. The
article concludes by briefly suggesing that the world economy is not as
benign a force as the World Bank suggests, and that capital
concentration takes place through a process of “cumulative causation.”
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้           กรกฎาคม 2548 หน้า 28




                      THE JOURNAL OF POLITICS
1. “Black candidates and black voters: assessing the impact of
        candidate race on uncounted vote rates”. / by Michael C. Herron
        and Jasjeet S. Sekhon. The Journal of Politics. Vol.67 No.1
        (February 2005) : 154-177.
         Numerous studies show that the rate at which African -
Americans cast ballots with missing or invalid votes, i.e., the African -
American residual vote rate, is higher than the corresponding white
rate. While existing literature argues that the plethora of African -
American residual votes is caused by administrative problems or
socioeconomic factors, the authors show using precinct -level data from
two recent elections in Cook County, Illinois, that the African-American
residual vote rate in electoral contests with black candidates is less
than half the rate in contests without black candidates. African
Americans, therefore, are able to reduce their residual vote rate when
they wish to do so. The authors present complementary findings for
white voters, whose residual vote rate often substantially increases in
contests which feature dominant black candidates.
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้           กรกฎาคม 2548 หน้า 29



2. “Candidate occupations and voter information shortcuts”. / by
Monika
        L. McDermott. The Journal of Politics. Vol.67 No.1 (February
      2005) 201-219.
         Voters in low-information elections frequently rely on
heuristics or information shortcuts when making their decisions of whom
to support. While existing research on these shortcuts has examined
many candidate characteristics, it has largely overlooked the potential
of candidate occupational cues. This article uses experimental survey
data conducted by the Los Angeles Times Poll in the 1994 statewide
elections in Califonia to analyze whether candidates’ occupational ballot
designations influence voters’ choices. Specifically, it hypothesizes
that voters use candidate occupational labels to infer candidates’
competence or qualifications for the office in question. As the analysis
demonstrates, candidate occupational cues have two simultaneous
effects on voting behavior: they help voters make a decision in races
where they otherwise might not have, decreasing abstention; and in
races in which voters infer one candidate to have a quali fication
advantage, the addition of occupational designations makes voters
more likely to support that candidate.

3. “Civil war destruction and the prospects for economic growth”. / by
        Seonjou Kang, James Meernik. The Journal of politics. Vol.67
        No.1 (February 2005) : 88-109.
         This article examines the effects of civil wars on economies.
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้           กรกฎาคม 2548 หน้า 30



The “war renewal” school of thought maintains that wars can produce
beneficial effects as they improve efficiency in the economy, especially
by reducing the power of special interests, bring technological
innovation, and advance human capital. The “war ruin” school of
thought sees mostly detrimental effects resulting from war. We seek to
address two critical questions. First, which perspective on wars and
economic growth is more accurate? Second, to what extent do policy
choices at both the domestic and international levels exert influence on
economic growth? We develop several hypotheses to assess these
arguments, and utilizing a 2SLS model, test them on data for al l nations
for the period 1960-2002. We find that generally wars exercise negative
economic effects and that economic fundamentals, as well as the
response by the international community to civil wars, exert powerful
effects on economic growth.

4. “Democratic variant and democratic variance: how domestic
        constraints shape interstate conflict”. / by David H. Clark,
        Timothy Nordstrom. The Journal of Politics. Vol.67 No.1
        (February 2005) : 250-270.
         Recent work on democratic processes (elections, parti es,
etc.) and foreign policy behavior makes a variety of claims about how
those processes influence the decision to resort to arms. Some work
also claims the diversity in the family of democracies produces different
types of behaviors across democratic systems. While much theoretical
and empirical rigor has been brought to bear on these issues, little
attention is paid to how democratic processes shape the variance in
foreign policy behavior both across different democratic systems and
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้           กรกฎาคม 2548 หน้า 31



within systems across time. This article explores variants of democratic
systems and variance in democratic systems with respect to interstate
conflict.

5. “Strategic conflict avoidance and the diversionary use of force”.
       / by Benjamin O. Fordham. The Journal of Poli tics. Vol.67 No.1
       (February 2005) : 132-153.
          The argument that state leaders sometimes use military force
as a way to divert attention from their domestic political problems has
long been controversial. One of the most improtant recent objections to
it is that potential target states may strategically avoid conflict with a
state whose leders are experiencing domestic political difficulties. This
article tests this argument using COPDAB and WEIS events data on
rivals of the United States. The results offer qualified support for the
argument that likely targets of a diversionary use of force by the United
States behave more cooperatively when the American economy is
performing poorly.

6. “Strategy, selection, and candidate competition in U.S.house an d
        Senate elections”. / by Jamie L. Carson. The Journal of
        Politics. Vol.67 No.1 (February 2005) : 1 -28.
         In the context of congressional elections research on
candidate competition, two lines of inquiry have received a
considerable amount of scholarly attention. The first deals with the
issue of strategic candidate emergence in seeking to identify the
conditions under which experienced candidates will challenge
incumbents. The second focuses on the question of incumbents’ career
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้           กรกฎาคม 2548 หน้า 32



choices, particularly in terms of their decisions to seek reelection or
retire. While past research has treated these questions as mutually
exclusive, the author argues in this article that such explanations are
incomplete due to the complementary nature of the approaches. To
unify these related research agendas, the author develops a theoretical
model of strategic interaction between congressional challengers and
incumbents and test the model with House and Senate elections data
from 1976 to 2000 using strategic probit techn ique. The results both
confirm and challenge a number of findings in the literature on
candidate competition.




                             PERCEPTIONS

1. “Changing security perceptions in Turkish -Iranian relations”. / by
       Ozden Zeynep Oktav. Perceptions. Vol.LX No.2 (Summer 2004)
       : 103.
           Kurdish separatism and Islamic fundamentalism, which were
allegedly backed by Iran throughout the 1990s, were the two main
factors which brought about the deterioration in bilateral relations. This
article mainly focuses on the reasons for the great shif t in current
relations between Turkey and Iran. As the article shows, with the 11
September terrorist attack, the changing security perceptions of Iran
stemming from American threats concerning Tehran’s building of
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้           กรกฎาคม 2548 หน้า 33



nuclear weapons and sponsoring terrorism , pushed Tehran to develop
better ties with Turkey. Similarly, ankara wanted to strengthen its ties
with the Iranian administration at a time when teh PKK wished to be
recognised as a political organisation of Kurds Iiving in Turkey. Most
important of all, the common objection of both countries, to the
foundation of a Kurdish state in northern Iraq, has cemented relations.
The study also seeks to analyse the current relationship between Iran
and the United States in respect to understanding its impact on turkey’s
policies toward Iran.

2. “Doctrine of pre-emption and the War in Iraq under International law”.
         / by Aylin Seker Gorener. Perceptions. Vol.LX No.2 (Summer
         2004) : 33.
          The use of force in self-defence is lawful only if an armed
attack occurs-not if one is likely to occur-against a state. Customary
international law permits pre-emptive self-defence only when a threat is
so grave and imminent that the victim cannot wait to act in self -defence
until the attack has actually started. The Bush doc trine of pre-emption
as formulated in the National Security Strategy (NSS) goes beyond this
narrow principle and reserves the right to attack pre -emptively even
without a definite and imminent threat. The war in Iraq constitutes the
first test case in the implementation of the doctrine and calls for an
extensive examination of the reasons offered to justify the pre -emptive
use of force. This study concludes that the gravity and immediacy of
the threat Iraq posed to international security has clearly been
exaggerated. The war was launched on the basis of subjective threat
assessments; and the high standard of proof that lawful pre -emption
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้           กรกฎาคม 2548 หน้า 34



demands, was not met. Yet, the Bush doctrine has repercussions
beyond Iraq; it is not entirely clear whether pre -emptive force will also
be used against other states that the Bush administration finds
threatening. The implications of the new doctrine are both uncertain
and dangerous. On the basis of its potential for abuse, the right to use
force pre-emptively, unnecessarily endangers the already fragile
international legal order.

3. “Histotrical developments of the kashmir problem and Pakistan’s
        policy after september 11 (2001)”. / by A.Z.Hilali. Perceptions.
        Vol.LX No.2 (Summer 2004) : 75.
         The Kashmir dispute between India and Pakistan remains a
complex, volatile and intractable issue which has plagued both
countries since independence in 1947 and it is still a matter of
international interest. In many ways. Kashmir is an ethnic, religious
and territorial issue with the potential for strategic and economic gains
to India and Pakistan. Both nations have strong legal and moral claims
to Kashmir, which has virtually reconciled itself to accepting the status
quo and has even practically abandoned its insistence on the right of
the Kashmiris to self-determination. Since 1989, a major uprising
against Indian rule by the Kashmiri Muslims has changed the face of
Kashmir and a gun culture has converted the paradise into a martyrs’
graveyard. However, the September 11 (2001) incident has changed
the shape of world politics and in the new scenario, Pakistan Ianuched
a new political initiative on Kashmir to reaffirm its long -standing policy
of supporting the right of self-determination for the people of Kashmir.
India accused Pakistan of involvement in terrorism, extremism and
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้           กรกฎาคม 2548 หน้า 35



militancy, but General Pervez Musharraf’s proactive policy put India’s
hawks on the back foot and projected the Kashmir cause as a popular
struggle. Moreover, Kashmir is a major flashpoint in Sou th Asia and it is
widely believed that the nuclear dimension in the region has alreday
created a dooms day scenario and that tension needs to be defused
through the active role of external forces. Nevertheless, both countries
have an opportunity to extricate themselves from the dispute by means
of an acceptable solution without any further human and material loss.

4. “Reconciling refugee protection with combating irregular migration:
         Turkey and the EU”. / by Kemal Kirisci. Perceptions. Vol.LX
         No.2 (Summer 2004).
          During the course of the 1990s, the issue of immigration in
general and irregular migration in particular, has been high up on the
political agenda of many European countries. The arrival of boats full of
illegal migrants to the shores of France and Italy, especially during the
late 1990s, accompanied by surges in the number of asylum seekers
during the same period, played an important role in the rise of anti -
immigration feelings in some European countries. These developments
came to dominate the domestic politics of a number of EU countries and
became hotly contested issues during election campaigns. Efforts to
develop a “common asylum and immigration” European Union policy has
also been deeply influenced by these developments. Most stri kingly
during the run up to the Seville European Council in June 2002, the
British and Spanish prime ministers, Tony Blair and Jose Anzar, called
for tough measures to stem illegal migration and asylum applications.
There were even calls for the introduction of sanctions against countries
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้           กรกฎาคม 2548 หน้า 36



failing to cooperate against illegal migration. One of the countries
threatened by sanctions for not combating transit illegal migration
rigorously enough was actually Turkey itself. In the meantime the
European council authorised the European Commission to negotiate
readmission agreements with a list of countries including Turkey.
Furthermore, the European Union during the course of early 2004
adopted a series of Directives on Asylum which have left the refugee
advocacy community deeply concerned about the erosion of the
international refugee regime based on the 1951 Geneva Convention
Relating to the Status of Refugees. Hence, the European Union has
been increasingly depicted as a “fortress of Europe” with little room for
asylum seekers, refugees and migrants.

5. “The Turks of Kosovo and the protection of minority culture at the
         local level”. / by Nazif Mandaci. Percrptions. Vol.LX. No.2.
         (Summer 2004) : 59.
          It has become apparent that the interim administration in
Kosovo has chosen to consolidate a democratic regime with its well -
known, classical institutions. What makes this a problem, is the fact
that such a democratic regime in Kosovo, based on the will of the
majority, may generate new epicentres of confli ct between communities
which have long been engaged in hostilities. Possibly, democracy may
survive in such a deeply divided society with the introduction of a
political model, which relies upon sharing political power between the
communities involved. However, a clear cut power-sharing or a
consociational model, which contains political procedures such as an
ethnic veto, is not a remedy, since it may deepen the Albanian
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้           กรกฎาคม 2548 หน้า 37



recalcitrance and again exasperate ethnic conflict.               In those
circumstances, the call by the Turkish community for the restoration of
its former constitutional status, has not been heeded by the UNMIK
authorities. Yet, despite its attitude, which turks find disturbing, and its
constant refusal to accept changes that will amend their polit ical status,
UNMIK has succeeded in providing them with sound political
procedures at municipal level by introducing some tolerable institutions
of ethnic veto, which will enable them to avoid the encroachments of a
foreign culture.




                      The Review of Politics
1. “Democracy and liberty: extending the paradigm”. / by George
         Klosko. The Review of Polictics. Vol.67 No.1 (Winter 2005) :
         135.
          The authors have four recent works on liberal or democratic
theory by highly reputable scholars, three of which appear in the Oxford
Political Theory series. At first sight, the books seem to overlap little in
goals and subject matter, even though three of the four have the words
“democracy” or “democratic” in their titles. The one major respect in
which these three works evince common concerns is in regard to
deliberative democracy. However, only Henry Richardson embraces a
deliberative framework. Robert Goodin wishes to reformulate the
enterprise. His proposals should make deliberative democrats wary, as
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้           กรกฎาคม 2548 หน้า 38



he aims to remove from the process its most distinctive element,
interpersonal deliberation. Ian shapiro, deeply concerned with how
actual democracies work, is generally dismissive. Accordingly, if the
authors view these three works as representing the state of affairs in
contemporary democratic theory, the authors could conclude that
deliberative democracy is the only common game in town, But this is as
much as a target of criticism as a paradigm from which theorists
attempt to work. Of the four authors, only Chandran Kukathas, who
does not write on democratic theory, is not concerned with deliberative
democracy.

  2. “Jame madison’s political theory: hostage to democratic fortune”.
      / by Richard K. Matthews. The Review of Politics. Vol.67 No.1
     (Winter 2005) : 49.
        A popular Government, without popular information, or the
means of acquiring it, is but a Prologue to a Farce or a Tragedy; or,
perhaps both. Knowledge will forever govern ignorance: And a people
who mean to be their own Governors, must arm themselves with the
power knowledge gives.

3. “Madison on democracy, property, and civic education: a reply to
        matthews and sheehan”. / by Alan Gibson. The Review of
        Politics. Vol.67 No.1 (Winter 2005) : 69.
         Professors Richard Matthews and Colleen Sheehan raise two
questions about the author’s essay on James Madison and public
opinion: (1) Can Madison be considered a genuine partisan of
democracy? (2) Do Madison’s writings on public opinion suggest that
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้           กรกฎาคม 2548 หน้า 39



he believed that the goverment should try to foster a common opinion
among the citizenry?.

4. “The power of silence and limits of discourse at oliver wendell
         holmes’s breakfast-table”. / by Michael A. Weinstein.
          The Review of Politics. Vol.67 No.1 (Winter 2005) : 113.
          Mark Gibian’s major study of Oliver Wendell Holmes, Sr.’s
political theory casts Holmes as a democratic pluralist in the line of
Richard Rorty who instantiates his commitment in the literary form of
untrammeled table talk. Gibian’s thesis can be challenged through a
close reading of Holmes’s main political work, The Professor at the
Breakfast Table, revealing that Holmes’s defense of free expression as
the core of American national identity is counterpointed by a more
fundamental appeal to nondiscursive reconciliation. Treating The
professor as a “dramatized essay” or “proto-novel” opens the possibility
that the work’s meaning is most fully disclosed by placing conversation
in tandem with the deeds and recorded gestures that develop its plot.
Through a dramatic reading, Holmes emerges as a humanist balancing
aristocratic and democratic principles, rather than as a liberal
discourse analyst.

5. “Prerogative and the rule of law in John Locke and the Lincoln
         presidency”. / by Sean Mattie. The Review of Politics. Vol.67
         No.1 (Winter 2005) : 77.
          Locke’s Second Treatise of Government argues for the rule of
law as just and rightful politics, not only in the fundamental legislation
that is the constitution but also in regular governance by the legislature.
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้           กรกฎาคม 2548 หน้า 40



Locke also argues for executive prerogative, the power of d oing good
without or even against law during contingency and necessity. Rule by
legislation and rule by prerogative each preserve the political
community and reflect its foundation out of the state of nature. But they
do not easily coexist in the constitution, which provides no means to
judge the rightful use of prerogative. President Lincoln’s strong,
discretionary actions during the crisis of the civil War illustrate Locke’s
argument about prerogative’s fundamental importance and its
problematic relation to ordinary lawfulness. However, as Lincoln
recognized, both the Constitution and Corgress formally provided for an
executive power that was remarkably compatible with the rule of law -
and that thereby responded to the Lockean problem.

6. “Public opinion and the formation of civic character in Madison’s
         republican theory”. / by Colleen A. Sheehan. The Review of
         Politics. Vol.67 No.1 (Winter 2005) : 37.
          John Adams’s complaints notwithstanding, no one of the
American Founding generation has been so consistently misunderstood
as James Madison. In recent decades a small handful of scholars have
made significant strides toward correcting the Madisonian record. In
addition to the justly acclaimed study of Madison by Lance Banning, The
Sacred Fire of Liberty. the thoughtful work of Alan Gibson stands out in this
regard. In particular, Professor Gibson’s efforts to parse the
contemporary debate over the character of Madison’s political thought
constitute a distinctive and valuable contribution to the li terature on
Madison and the Founding.
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้           กรกฎาคม 2548 หน้า 41



7. “Veneration and vigilance: James Madison and public opinion, 1785 -
         1800”. / by Alan Gibson. The Review of Politics. Vol.67 No.1
         (Winter 2005) : 5.
          This essay examines the evolution from 1785 to 1800 of
Madison’s understanding of the proper role of public opinion in the
American political system. It provides an insight into Madison’s
transformation from the leading architect of the Constitution during the
1780s to the opposition leader of the Jeffersonian party during the
1790s. The essay challenges the contention that Madison’s writings on
public opinion establish his support for using governmental institutions
and statesmanship to improve the souls of the citizenry and to develop
a common character among them. Instead, it is argued, Madison
defended the sovereignty of public opinion as a means for citizens to
influence and monitor their representatives’ actions in an extended
republic where these tasks were at once difficult and imperative. In the
course of this defense, Madison contributed to a developing libertarian
tradition of political thought in America based upon the broad protection
of freedom of speech and the belief that political truths best emerge
from the free flow of ideas.

                                        
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้           กรกฎาคม 2548 หน้า 42




                                       ภาคผนวก
                                       เรื่ อง
                    ห้ องสมุดของเล่ น (จบ)




                                                                รวบรวมและเรี ยบเรี ยงโดย
                                                                     กัลยญาณี ฉุนฉลาด

                               ่
ประเภทที่ 3 ห้ องสมุดของเล่นเพือส่ งเสริมสั งคมและวัฒนธรรม
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้                          กรกฎาคม 2548 หน้า 43



ห้องสมุดของเล่นประเภทนี้ ได้แก่ ห้องสมุดของเล่นในประเทศอิตาลี ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์
และเบลเยียม มีการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เป็ นที่พบปะของชุมชนในสังคม จัดการละเล่น
ประดิษฐ์ของเล่น                                      ทาให้ผคนต่างวัยในชุมชนได้มีกิจกรรมร่ วมกัน
                                                                    ู้
                                                 ้                ้
ซึ่งถือเป็ นวัตถุประสงค์หลักของห้องสมุดที่ตองการให้หองสมุดของเล่นเป็ นศูนย์รวมของชุมชน
โดยปราศจากข้อจากัดใดๆ                     ตัวอย่างเช่น                   ห้องสมุดของเล่นในประเทศอิตาลี
ที่ให้ความสาคัญกับการเล่นแบบดั้งเดิม                                         และต่อต้านของเล่นแบบใหม่
                                                          ู้
ห้องสมุดจะเน้นที่การเล่นและของเล่นแบบเก่า ให้ผสนใจเข้ามาเล่น ประดิษฐ์ ขอยืมของเล่น
                   ั
ใช้เป็ นสถานที่จดงานประเพณี                                                       และกิจกรรมทางศิลปะ
โดยมุ่งเน้นสาหรับการเล่นและของเล่นที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม
         ั
โดยมีวตถุประสงค์เพื่อการค้นพบ อนุรักษ์ และทานุบารุ งวัฒนธรรมการเล่นและของเล่น
                            ่ ื
ประเภทที่ 4 ห้ องสมุดทีให้ ยมของเล่น
                                                                ื
ตัวอย่างของห้องสมุดประเภทนี้ ได้แก่ โครงการให้ยมของเล่นของลอสแองเจลิส (Los Angeles
County Toy Loan Program) ซึ่ งเป็ นห้องสมุดของเล่นที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีของเล่นจานวน 35,000
ชิ้น                                  ซึ่งได้รับบริ จาคและมีอาสาสมัครคอยซ่อมแซมของเล่นชารุ ด
                     ื
ห้องสมุดจะให้ยมของเล่นแก่เด็กยากจน
และสนับสนุนให้เด็กนาของเล่นมาคืนโดยตั้งเงื่อนไขว่าถ้าเด็กนาของเล่นมาคืนครบตามจานวน
ที่กาหนดไว้ เด็กจะได้ของเล่นเป็ นรางวัล 1 ชิ้น
                                                             ู้
           ส่ วนปัญหาการดาเนินงานศึกษาสารวจครั้งนี้ผศึกษาพบว่า ได้แก่
                                                        ้
           1) ปัญหาด้านทัศนคติและความร่ วมมือจากผูประสานงานของประเทศต่างๆ
                                                                       ้
           2) ปัญหาด้านปริ มาณของข้อมูล บางประเทศได้ขอมูลมากแต่บางประเทศได้ขอมูลน้อย         ้
ในบางประเทศค่าไปรษณี ยกเ็ ป็ นองค์ประกอบสาคัญในการส่ งคืนแบบสอบถาม
                               ์
           3) ความน่าเชื่อถือของข้อมูล เนื่องจากเป็ นการยากที่จะตรวจสอบความรู ้และ
                       ้
ประสบการณ์ของผูตอบแบบสอบถาม
                                                                                    ั
           4) ปัญหาด้านภาษา ถึงแม้จะมีการจัดทาแบบสอบถามถึง 5 ภาษา ก็ยงมีบางประเทศที่ไม่
สามารถใช้ภาษาประจาชาติตอบแบบสอบถามได้
           5) ปัญหาเกี่ยวกับข้อจากัดของเวลาและการไม่ได้รับแบบสอบถามคืน
                         ู้
           นอกจากนี้ผศึกษาพบว่า ในการวิเคราะห์กระบวนการห้องสมุดของเล่นของแต่ละ
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้                      กรกฎาคม 2548 หน้า 44



ประเทศต้องคานึงถึงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เศรษฐกิจ การเมือง และสังคม
ซึ่งเป็ นสิ่ งจาเป็ นอย่างยิงในการวิเคราะห์ปรัชญา
                            ่                                                      วัตถุประสงค์
และบทบาทของห้องสมุดของเล่นของแต่ละประเทศ ได้แก่ บทบาทด้านช่วยเหลือครอบครัว
ด้านสุ ขภาพจิต                การช่วยเหลือเยาวชนกลุ่มเสี่ ยง        การสนับสนุนการเล่นแบบเก่า
เป็ นสถานที่เล่นและพบปะของเด็กปกติและเด็กพิการ
                                                               ั
บทบาทที่กว้างขวางนี้ทาให้บางประเทศมีการตั้งชื่อใหม่ให้กบห้องสมุดของเล่น                     เช่น
ห้องสมุดของเล่นของสหราชอาณาจักร                เรี ยกว่า     เพลย์แมทเทอร์    (Play      Matters)
และในประเทศแคนาดา ห้องสมุดของเล่นหลายแห่งกลายเป็ นศูนย์ทรัพยากรครอบครัว (Family
Resource Centers)
              ั                                                  ื
        ปัจจุบนนี้หน้าที่หลักของห้องสมุดของเล่นไม่ใช่เพียงแค่ให้ยมของเล่นเท่านั้น




      ั
แต่ยงมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือเด็กและครอบครัวอีกด้วย
                            ้
ในประเทศที่กาลังพัฒนามีหองสมุดของเล่นเพียง                  2-3                แห่งเท่านั้น
                       ่
ซึ่งเป็ นความจริ งที่วาในขณะที่เด็กๆ ยากจนและหิวโหยคงไม่มีใครคิดถึงการเล่นและของเล่น
แต่เมื่อสภาพความยากลาบากหมดไป
                                                     ้
การเล่นก็จะมีความสาคัญมากขึ้นและของเล่นก็จะเป็ นที่ตองการมากขึ้น
สภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว                                                     เช่น
รู ปแบบของครอบครัวที่เปลี่ยนไปตามยุคอุตสาหกรรม                  อัตราการหย่าร้างที่เพิ่มขึ้น
ทาให้มีครอบครัวแบบใหม่                                   คือครอบครัวที่พ่อหรื อแม่คนเดียว
                     ้                                 ้
หรื อพ่อแม่ที่อายุนอยสภาพแวดล้อมต่างๆ เหล่านี้ ทาให้หองสมุดของเล่นต้องเพิ่มบริ การต่างๆ
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้                                กรกฎาคม 2548 หน้า 45



มากขึ้น              ห้องสมุดของเล่นในชุมชนจะมีประโยชน์ทางด้านการศึกษาของเด็กและพ่อแม่
                                                        ั
เป็ นสถานที่ที่พ่อแม่ได้เล่นของเล่นกับลูกสังสรรค์กบครอบครอบครัวอื่นๆ
และได้ปรึ กษากับนักการศึกษาและผูเ้ ชี่ยวชาญด้านต่างๆ
ศูนย์บริ การสาหรับเด็กพิการก็เช่นเดียวกัน                       คือ                  เป็ นที่ที่ให้คาแนะนา
ให้คาปรึ กษาแก่เด็กพิการและครอบครัว
ศูนย์บริ การสาหรับเด็กพิการเริ่ มต้นขึ้นในประเทศสวีเดนมากว่า                         25                 ปี แล้ว
โดยมีแนวความคิดว่าพ่อแม่ควรมีส่วนร่ วมและช่วยเหลือลูกในการบาบัดฟื้ นฟู
และร่ วมมือกับผู ้เ ชี่ ย วชาญและครอบครัวอื่ น ที่ มี ลูกพิการ เพื่ อ จะได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
ประเทศต่างๆ ได้นาแนวความคิดนี้ไปใช้ เช่น ประเทศสหรัฐอเมริ กา มี Individualized Family Service
Plan            ที่คอยให้ความช่วยเหลือครอบครัวและเด็กพิการ                          ในประเทศไอซ์แลนด์
ศูนย์บริ การสาหรับเด็กพิการเป็ นบริ การทางกฎหมายสาหรับเด็กพิการและครอบครัว
ส่ วนศูนย์บริ การสาหรับเด็กพิการในประเทศ                                                            Reykjavik
เป็ นหน่วยงานหนึ่งของศูนย์ให้คาปรึ กษาและแนะแนวสาหรับเด็กพิการ
คอยให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนให้เด็กได้รับการรักษาและฟื้ นฟู                             ติดต่อผูเ้ ชี่ยวชาญ
จัดการประชุมและจัดโครงการต่างๆ                                              ั
                                                        เพื่อช่วยฟื้ นฟูพฒนาการของเด็กอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งถึงแม้รูปแบบของศูนย์บริ การสาหรับเด็กพิการจะแตกต่างกันไปบ้างในแต่ละประเทศ
         ั
แต่มีวตถุประสงค์ตรงกันคือ          เพื่อสิ ทธิ     ความต้องการ                และพัฒนาการของเด็กพิการ
ห้องสมุดของเล่นและศูนย์บริ การสาหรับเด็กพิการ                     เป็ นสิ่ งที่มีประโยชน์อย่างมากต่อเด็ก
                            ั
ห้องสมุดของเล่นนั้นมีวตถุประสงค์เพื่อการติดต่อสื่ อสารของเด็ก
ให้เด็กมีประสบการณ์ร่วมกันในการเล่น                                  และส่ งเสริ มความสัมพันธ์ในสังคม
ส่ วนศูนย์บริ การสาหรับเด็ ก พิ ก ารมีว ัต ถุ ประสงค์เพื่อให้บริ การแก่เด็กพิการและครอบครัว
เป็ นที่พ บปะสังสรรค์ระหว่างครอบครัวของเด็กพิ ก ารและผูเ้ ชี่ยวชาญทางด้านต่างๆ
เพื่อให้คาปรึ กษา                                และจัดกิจกรรมร่ วมกันเพื่อประโยชน์ของเด็กพิการ
แนวความคิดเกี่ยวกับห้องสมุดของเล่นเป็ นความคิดที่เป็ นสากล                                           ยืดหยุน ่
และสามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสังคม               เศรษฐกิจ              และวัฒนธรรมของแต่ละชุมชน
ซึ่งเป็ นการยากที่จะกาหนดว่าห้องสมุดของเล่นควรเป็ นแบบใดและแบบใดที่ถูกต้อง
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้                                     กรกฎาคม 2548 หน้า 46



ห้ องสมุดของเล่นในประเทศไทย

         สาหรับประเทศไทย
มีการนาแนวความคิ ด ทั้งเรื่ องห้องสมุ ด ของเล่นและศูนย์บริ การสาหรับเด็กพิการมาดาเนินการบ้
างแล้ว ตามที่ผเู ้ ขียนได้สืบค้นจากฐานข้อมูลออนไลน์ และจากการสอบถามรวบรวมได้ดงนี้                         ั
         1. ศู น ย์ ป ฏิ บั ติ ก ารสั ง คมสงเคราะห์ คลองจั่ น คณะสั ง คมสงเคราะห์ ศ าสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์                            เปิ ดบริ การเวลา                     07.30-15.00                  น.
ให้บริ การห้องสมุดของเล่นแก่สมาชิกของศูนย์ฯ ซึ่งเป็ นเด็กก่อนวัยเรี ยนอายุ 2-4 ปี
โดยให้เล่นเฉพาะที่หองสมุด ้
         2.        ธนาคารของเล่น (Toy Bank) ของศูนย์เยาวชนสวนอ้อย กรุ งเทพมหานคร
เปิ ดบริ การเวลา 10.00-18.00 น. ให้บริ การเฉพาะสมาชิกของศูนย์ อายุไม่เกิน 12 ปี
โดยให้เล่นเฉพาะที่หองสมุด   ้
         3.                   ศู นย์ บริการการศึกษาตามอัธยาศัย              (Informal       Education       Service)
ของศู นย์ ส่งเสริมการศึกษาตามอัธยาศัย กรมการศึกษานอกโรงเรียน
                        ิ
         อาคารศูนย์วทยาศาสตร์ ชั้น 2 เอกมัย กรุ งเทพมหานคร เปิ ดบริ การเวลา 10.00-22.00 น.
         ให้บริ การข้อมูล ข่าวสารที่หลากหลายและเป็ นประโยชน์แก่ประชาชนและผูสนใจทัวไป                  ้        ่
ผ่านสื่ อทุกรู ปแบบตั้งแต่สื่อสิ่ งพิมพ์ไปจนถึงสื่ อเทคโนโลยีที่ทนสมัย        ั
โดยแบ่งพื้นที่สาหรับการบริ การออกเป็ น                    6        ส่ วน          คือ     ส่ วนห้องสมุดคนพิการ
ส่ วนห้องสมุดการ์ตูน ส่ วนห้องสมุดของเล่น ส่ วนห้องสมุดเสี ยง ส่ วนห้องสมุดสื่ อ กศน.
และส่ วนห้องสมุดวิทยาศาสตร์
                       ั ั                                                      ั
         นอกจากนี้ยงได้จดให้เป็ นแหล่งจัดกิจกรรมต่างๆ แก่นกศึกษา กศน. และผูสนใจทัวไป                    ้        ่
เช่น กิจกรรมส่ งเสริ มการอ่าน กิจกรรมส่ งเสริ มศิลปวัฒนธรรม กิจกรรมส่ งเสริ มอาชีพ
กิจกรรมส่ งเสริ มภูมิปัญญาไทย เป็ นต้น
         4. โครงการห้ องสมุดของเล่นเด็กพิการ ของสถานสงเคราะห์ เด็กพิการทางสมองและปัญญา
         บ้านราชาวดี 78/6 หมู่ 1 ถนนติวานนท์ อาเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120
         ให้บริ การโดยคัดเลือกของเล่นที่มีความเหมาะสมกับสภาพความพิการของเด็กในแต่ละอ
าคารของสถานสงเคราะห์ฯ                                เพื่อให้เป็ นเครื่ องมือในการฟื้ นฟู                   พัฒนา
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้                          กรกฎาคม 2548 หน้า 47



ปรับสภาพเด็กได้อย่างเหมาะสม              โดยเด็กสามารถยืมของเล่นไปเล่นในอาคารที่พกได้ทุกวันั
โดยสถานสงเคราะห์ จัดอาคารพักให้เด็กยืมของเล่นได้ครั้งละ 3 ชัวโมง จัดทาของเล่นเคลื่อนที่
                                                                      ่
มีรถเข็นสาหรับส่ งของเล่นไปยังอาคารต่างๆ จัดเจ้าหน้าที่ประจาห้องสมุดของเล่น 2 คน
                                         ่
เพื่อดูแลรับผิดชอบรักษาของเล่นให้อยูในสภาพที่ดี                         จัดทาตารางการยืมของเล่น
รวมไปถึงการช่วยเหลือแนะนาเด็กในการเล่นอีกด้วย
                        ั
         นอกจากนี้ยงมีการประสานงานกับอาสาสมัครนักเรี ยน
นักศึกษาจากสถาบันหรื อโรงเรี ยนใกล้เคียงที่มีความสนใจ            ส่ งเด็กนักเรี ยน           นักศึกษา
มาช่วยดูแลและเล่นกับเด็ก
         5.          ห้ องสมุดของเล่ นสาหรับเด็กป่ วย โรงพยาบาลปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี
                                ้ ้
ให้บริ การสาหรับเด็กป่ วย ที่หองผูป่วยกุมารเวชกรรมของโรงพยาบาล
         6.                                    ห้ องสมุดของเล่น                     บ้ านศรีนครินทร์
                                                        ่
มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้ าพีนางเธอกรมหลวงสงขลานครินทร์
100/771-775 คลองเตย ล็อก 6 ถนนอาจณรงค์ เขตคลองเตย กรุ งเทพมหานคร 10110
บ้านศรี นคริ นทร์เป็ นสถานรับเลี้ยงเด็กอ่อนในสลัม              หรื อ              “เนิร์สเซอรี่ คนจน”
โดยรับดูแลเด็กตั้งแต่อายุแรกเกิด-5                                                                  ปี
                                 ้
พ่อแม่ของเด็กส่ วนใหญ่เป็ นผูหาเช้ากินค่าในชุมชนกองขยะ อาจเอาลูกไปหาของในกองขยะด้วย
             ั
หรื อทิ้งไว้กบปู่ ย่าตายาย อาจทาให้เด็กได้รับอันตรายได้ มูลนิธิฯ จึงเปิ ดบริ การบ้านศรี นคริ นทร์
เพื่อช่วยดูแลเด็กทางด้านโภชนาการ                                                ั
                                                                     ให้เด็กมีพฒนาการอย่างสมวัย
                           ั
โดยให้นาเด็กมาส่ งได้ต้ งแต่เวลา 07.30-17.00 น. โดยคิดค่าบริ การ 6-12 บาท
         ห้องสมุดของเล่นให้บริ การทั้งของเล่น หนังสื อนิทาน กระดาษวาดภาพ และสี ชนิดต่างๆ
                 ั
เพื่อชักจูงให้ท้ งเด็กเล็กและเด็กโตในชุมชน
ได้เข้ามาทากิจกรรมเพื่อเป็ นการส่ งเสริ มทักษะด้านอารมณ์และการเรี ยนรู ้
                   ื
โดยอนุญาตให้ยมของเล่นและหนังสื อนิทานกลับไปใช้ที่บานได้     ้
พ่อแม่ที่มารับลูกก็สามารถเข้าไปดูรูปภาพ                                                      หาความรู ้
หรื อเลือกยืมหนังสื อนิทานกลับไปอ่านให้ลูกฟังก่อนนอน
เป็ นการเสริ มสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้                     กรกฎาคม 2548 หน้า 48



         7.                                                            ่
                                            โครงการห้ องสมุดของเล่นเพือส่ งเสริมพัฒนาการเด็ก
ของศู นย์ ส่งเสริมพัฒนาการเด็กภาคเหนือ                                          จังหวัดเชียงใหม่
(ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น) ศูนย์ฯ มีหน้าที่ส่งเสริ มพัฒนาการของเด็กทั้งทางร่ างกาย
จิตใจ                           และสังคม                          ให้แก่เด็กทั้งที่ปกติและพิการ
ด้วยการจัดหาของเล่นและอุปกรณ์ส่งเสริ มพัฒนาการที่เหมาะสม                                    ู
                                                                                นอกจากนี้ศนย์ฯ
                                                     ้
ยังเป็ นสถานที่ให้ความรู ้ ให้คาปรึ กษา และฝึ กอบรมผูดูแลเด็กด้วย
                                                       ้
         นอกจากนี้ ตามภูมิภาคต่างๆ ของประเทศยังมีหองสมุดของเล่นในโรงเรี ยน ได้แก่
         1) โรงเรี ยนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสี มา จังหวัดนครราชสี มา
         2) วิทยาลัยอัสสัมชัญ อุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี
         3) โรงเรี ยนจุลสมัย จังหวัดสงขลา
         จากรายละเอียดของห้องสมุดของเล่นในประเทศไทยดังที่ได้กล่าวมา จะเห็นว่าเป็ น
ห้องสมุดที่ให้บริ การทั้งในแบบเป็ นห้องสมุดของเล่นในชุมชนเป็ นศูนย์บริ การสาหรับเด็กพิการ
                           ั
เป็ นห้องสมุดของเล่นที่จดกิจกรรมทางวัฒนธรรม                                            ื
                                                              และเป็ นห้องสมุดที่ให้ยมของเล่น
โดยคละกันไปไม่ได้แบ่งประเภทอย่างชัดเจน
                                        



                                                บรรณานุกรม

        พาชื่น ติวานนท์. “ห้ องสมุดของเล่น.” วารสารโดมทัศน์. 26 (1), (มกราคม-มิถุนายน
                2548) : 63-71
        ยุพิน เตชะมณี . เอกสารภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ . ขอนแก่น : คณะมนุษยศาสตร์และ
                สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 2524
        ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542. กรุ งเทพฯ :
                             ั
                นานมีบุ๊คส์พบลิเคชัน จากัด, 2546
                                   ่
        อเนก นาวิกมูล. ของเล่นแสนรัก. กรุ งเทพฯ : โนรา, 2539
        http://www.childthai.org/cic/c842.htm
กลุ่มงานห้องสมุด สานักวิชาการ สานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร.
                                                    ้           กรกฎาคม 2548 หน้า 49




                                        

								
To top