????? ?? ???? ? Automatic Teller Machine

Document Sample
????? ?? ???? ? Automatic Teller Machine Powered By Docstoc
					                                             บทที่ 3
                                         ระบบคอมพิวเตอร์

จุดประสงค์ การเรียนรู้
         1.   เพื่อให้ผเู ้ รี ยนอธิ บายส่ วนประกอบของคอมพิวเตอร์ ได้
         2.   เพื่อให้ผเู้ รี ยนอธิบายหลักการทางานของฮาร์ ดแวร์คอมพิวเตอร์
         3.   เพื่อให้ผเู้ รี ยนอธิบายหลักการทางานของซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ได้
         4.   เพื่อให้ผเู้ รี ยนอธิบายความหมายและระดับบุคลากรได้

3.1 ฮาร์ ดแวร์
           ฮาร์ ด แวร์ หมายถึ ง ตัวเครื่ อ งคอมพิ วเตอร์ และอุ ป กรณ์ ร อบข้า งที่ เกี่ ย วข้องต่ า งๆ
ซึ่ งประกอบด้วยส่ วนที่ ส าคัญ คื อหน่ วยประมวลผลกลาง หน่ วยความจาหลัก หน่ วยรั บข้อมู ล
หน่วยแสดงผล หน่วยเก็บข้อมูลสารอง
           การท างานของเครื่ องคอมพิ ว เตอร์ จ ะประกอบด้ ว ยขั้ น ตอนการท างานพื้ น ฐาน
ซึ่ งสามารถแบ่งออกได้เป็ น 3 ขั้นตอน คือ
                    การรั บข้ อมู ลเข้ า (Input) หมายถึ งขั้นตอนการรั บข้อมู ลเข้าสู่ ระบบคอมพิ วเตอร์
โดยจะอาศัยหน่ วยรั บข้อมู ลเข้า (Input Unit) ท าหน้าที่ ในการรั บข้อมู ลเข้าสู่ ระบบคอมพิ วเตอร์
ปั จ จุ บั น อุ ป ก ร ณ์ รั บ ข้ อ มู ล (Input                                                       Device)
ที่ จดเป็ นอุ ปกรณ์ พ้ืนฐานในการรั บข้อมู ลเข้าสู่ เครื่ องคอมพิวเตอร์ ได้แก่ คี ยบอร์ ด (Keyboard)
     ั                                                                                ์
และเมาส์ (Mouse)
                    ก า ร ป ร ะ ม ว ล ผ ล ข้ อ มู ล                                                (Process)
ห ม า ย ถึ ง ขั้ น ต อ น ก า ร น า ข้ อ มู ล ม า ป ร ะ ม ว ล ผ ล ใ ห้ ไ ด้ ผ ล ลั พ ธ์ ต า ม ที่ ต้ อ ง ก า ร
โดยจะมีหน่วยประมวลผลกลาง (CPU: Central Processing Unit) ทาหน้าที่ประมวลผลข้อมูล
                    ก      า        ร        แ    ส        ด     ง       ผ        ล                 (Output)
หมายถึ ง ขั้ น ตอนการน าข้ อ มู ล ที่ ผ่ า นการประมวลผลแล้ ว ออกมาแสดงผลลั พ ธ์ ใ ห้ ผู ้ใ ช้ ท ราบ
โดยผ่ า นอุ ป กรณ์ ส าหรั บ การแสดงผล (Output Device) จะเป็ นหน่ ว ยแสดงผล (Output)
                                ั
ทาหน้าที่แสดงผลลัพธ์ ปั จจุบนอุปกรณ์พ้ืนฐานในการแสดงข้อมูลก็คือ จอภาพ (Monitor)
                                                                                                     28




    การรับข้อมูลเข้า                       การประมวลผล                              การแสดงผล
         Input                                Process                                 Output


                     รู ปที่ 3.1 ขั้นตอนการทางานพื้นฐานของระบบคอมพิวเตอร์

       ส่ ว น ป ร ะ ก อ บ ข อ ง ฮ า ร์ ด แ ว ร์ เ ค รื่ อ ง ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ห นึ่ ง เ ค รื่ อ ง
จะประกอบด้ ว ยส่ วนประกอบต่ า งๆ ซึ่ งพอจะสรุ ปส่ วนประกอบต่ า งๆ ทางด้ า นฮาร์ ด แวร์
แบ่งออกได้เป็ น 6 ส่ วน คือ
       3.1.1 หน่วยรับข้อมูล (Input Unit)
       3.1.2 หน่วยประมวลผลกลาง (Central Process Unit)
       3.1.3 หน่วยแสดงผล (Output Unit)
       3.1.4 หน่วยความจาหลัก (Main Memory Unit)
       3.1.5 หน่วยเก็บข้อมูลสารอง (Secondary Memory Unit)
       3.1.6 ส่ วนประกอบอื่น ๆ

         3.1.1 หน่ วยรับข้ อมูล (Input Unit)
               ทาหน้าที่ในการรับข้อมูลเข้าสู่ เครื่ องคอมพิวเตอร์ และแปลงข้อมูลเหล่านั้นให้เป็ นรหัสแ
ทนข้ อ มู ล (รหั ส ที่ ค อมพิ ว เตอร์ สามารถเข้ า ใจได้ ใ นที่ น้ ี คื อ รหั ส ที่ แ ทนด้ ว ยเลข 0 และ 1
ซึ่ ง แ ท น ส ถ า น ะ ข อ ง ก ร ะ แ ส ไ ฟ ฟ้ า )
พร้ อมกั บ น าข้ อ มู ลบั น ทึ กไว้ ใ นหน่ วยความจ าเพื่ อ รอกระบวนการประมวลผลต่ อ ไป
ซึ่งอุปกรณ์สาหรับรับข้อมูล (Input Device) นี้มีหลายประเภทด้วยกันแบ่งเป็ นประเภทต่างๆ ได้ดงนี้       ั
                            ้
               3.1.1.1 แปนพิมพ์ (Keyboard)
                          เ ป็ น ห น่ ว ย รั บ ข้ อ มู ล ที่ นิ ย ม ใ ช้ กั น ม า ก ที่ สุ ด
เพราะเป็ นอุ ป กรณ์ ม าตรฐานในการป้ อนข้อ มู ล ส าหรั บ เทอร์ มิ น อลและไมโครคอมพิ ว เตอร์
                 ั
โดยทัวไปจะมี ลกษณะคล้ายกับแป้ นพิมพ์ดีด แต่มีจานวนแป้ นมากกว่าและถูกแบ่งออกเป็ น 4
       ่
กลุ่มด้วยกัน คือ
                                                                                                      29

                          แ ป น อั ก ข ร ะ
                                    ้                           (Character                        Keys)
                     ั
เป็ นแป้ นพิมพ์ที่มีลกษณะการจัดวางตัวอักษรเหมือนกับแป้ นบนเครื่ องพิมพ์ดีด
                          แปนควบคุม (Control Keys) เป็ นแป้ นพิมพ์ที่มีหน้าที่สั่งการบางอย่าง
                                ้
โดยนาไปใช้งานร่ วมกับแป้ นพิมพ์อื่น
                          แปนฟังก์ ชั่น (Function Keys) คือแป้ นที่อยูแถวบนสุ ด มีสัญลักษณ์เป็ น
                              ้                                          ่
F1 - F12 ซอฟต์แวร์ แต่ละชนิดอาจกาหนดแป้ นเหล่านี้ให้มีหน้าที่เฉพาะอย่างแตกต่างกันไป
                          แ ป น ตั ว เ ล ข ( Numeric
                                  ้                                                               Keys)
เป็ น แป้ น ที่ แย ก จา ก แป้ นอั ก ขระ มาอ ยู่ ท า งด้ า นข วา มี ลั ก ษณ ะ คล้ า ย เ ครื่ อ งคิ ด เล ข
ช่วยอานวยความสะดวกในการบันทึกตัวเลขเข้าสู่ เครื่ องคอมพิวเตอร์




                                          รู ปที่ 3.2 แป้ นพิมพ์

                                               ั
                               นอกจากนี้ ยงมี แป้ นพิมพ์บางประเภทที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานเฉพาะด้าน
เช่น แป้ นพิมพ์ที่ใช้ในร้านอาหารแบบเร่ งด่วน (Fast food restaurant) จะใช้พิมพ์เฉพาะชื่ออาหาร
                           ั
หรื อแป้ นพิมพ์ที่ใช้กบเครื่ องฝาก - ถอนเงินอัตโนมัติ (Automatic Teller Machine) เป็ นต้น
                                                        ั         ั
                               แป้ นพิมพ์ที่นิยมใช้กนในปั จจุ บนจะใช้รหัส 8 บิตแทนตัวอักษรหนึ่ งตัว
ท า ใ ห้ ส า ม า ร ถ แ ท น ตั ว อั ก ข ร ะ ไ ด้ ทั้ ง ห ม ด 256                                      ตั ว
ซึ่ ง เ พี ย ง พ อ ส า ห รั บ ก า ร ใ ช้ ง า น ทั้ ง อั ก ข ร ะ ภ า ษ า ไ ท ย แ ล ะ ภ า ษ า อั ง ก ฤ ษ
แต่ ห ากเป็ นแป้ นพิ ม พ์ ภ าษาอื่ น ก็ อ าจใช้ ร หั ส ในการแทนตั ว อั ก ษรแตกต่ า งกั น เช่ น
ภ า ษ า ญี่ ปุ่ น ซึ่ ง มี ตั ว อั ก ษ ร ทั้ ง ห ม ด ป ร ะ ม า ณ 50,000       ตั ว ต้ อ ง ใ ช้ ร หั ส 16
บิตจึงจะแทนตัวอักษรได้ท้ งหมด       ั
                                                                                                               30




                                    รู ปที่ 3.3 แป้ นพิมพ์แบบเออร์ โกโนมิกส์
                    3.1.1.2 เมาส์ (Mouse)
                             มีหลายขนาดและมีรูปร่ างแตกต่างกันไป ที่นิยมใช้มีขนาดเท่ากับฝ่ ามือ
มี ลู ก กลมกลิ้ ง อยู่ ด้ า นล่ า ง            ส่ ว นด้ า นบนจะมี ปุ่ มให้ ก ดจ านวนสอง สาม หรื อสี่ ปุ่ ม
แ ต่ ที่ นิ ย ม ใ ช้ กั น ม า ก คื อ ส อ ง ปุ่ ม
ใช้ส่งข้อมูลเข้าสู่ หน่วยความจาหลักโดยการเลื่อนเมาส์ ให้ลูกกลมด้านล่างหมุน เพื่อเป็ นการเลื่อน
ตั ว ชี้ ต า แ ห น่ ง ( Cursor)                 บ น จ อ ภ า พ ไ ป ยั ง ต า แ ห น่ ง ที่ ต้ อ ง ก า ร บ น จ อ ภ า พ
ท าให้ ก ารโต้ ต อบระ ห ว่ า งผู ้ ใ ช้ ก ั บ เครื่ องคอมพิ ว เตอร์ ท าใ ห้ ร วดเร็ วก ว่ า แป้ นพิ ม พ์
ผู้ใ ช้ อ าจใช้ เ มาส์ วาดรู ป เลื อ กทางเลื อ กจากเมนู และเปลี่ ย นแปลงหรื อย้า ยข้ อ ความ
เ ม า ส์ ยั ง ไ ม่ ส า ม า ร ถ ใ ช้ ใ น ก า ร ป้ อ น ตั ว อั ก ษ ร ไ ด้
                       ั
จึงยังคงต้องใช้คู่กบแป้ นพิมพ์ในกรณี ที่มีการพิมพ์ตวอักษร แต่สาหรับผูที่เริ่ มต้นใช้คอมพิวเตอร์
                                                             ั                          ้
การใช้เมาส์เพียงอย่างเดียวจะทาให้เกิดความผิดพลาดน้อยกว่าการใช้แป้ นพิมพ์




                                                     ่
         รู ปที่ 3.4 เมาส์รุ่นใหม่ซ่ ึ งมีลอเลื่อนอยูตรงกลาง เพื่อใช้เลื่อนหน้ากระดาษบนจอภาพ
                                           ้

                        ลู ก กลมควบคุ ม (Track ball), แท่ ง ชี้ ค วบคุ ม (Track point),
แ ผ่ น ร อ ง สั ม ผั ส ( Touch                                                            pad)
อุ ป กรณ์ ท้ ั ง สามแบบนี้ มั ก พบในเครื่ องคอมพิ ว เตอร์ แบบพกพาเพื่ อ ท าหน้ า ที่ แ ทนเมาส์
เนื่ อ งจากสามารถติ ด ไว้ก ับ ตัว เครื่ อ งได้เ ลย ท าให้ พ กพาได้ส ะดวกกว่ า   และใช้ เ นื้ อ ที่
                                         ั              ั
ในการทางานน้อยกว่าเมาส์ อุปกรณ์ท้ งสามแบบจะมีลกษณะที่แตกต่างกัน คือ
                                                                                                                    31

                                  1) ลูกกลมควบคุม จะเป็ นลูกบอลเล็กๆ ซึ่ งอาจวางอยูหน้าจอภาพใน           ่
เ นื้ อ ที่ ข อ ง แ ป้ น พิ ม พ์                    ห รื อ เ ป็ น อุ ป ก ร ณ์ ต่ า ง ห า ก เ ช่ น เ ดี ย ว กั บ เ ม า ส์
เ มื่ อ ผู ้ ใ ช้ ห มุ น ลู ก บ อ ล ก็ จ ะ เ ป็ น ก า ร เ ลื่ อ น ต า แ ห น่ ง ข อ ง ตั ว ชี้ ต า แ ห น่ ง บ น จ อ ภ า พ
มีหลักการทางานเช่นเดียวกับเมาส์
                                  2) แท่ งชี้ ควบคุ ม จะเป็ นแท่งพลาสติ กเล็กๆ อยู่ตรงกลางแป้ นพิมพ์
บังคับโดยใช้นิ้วหัวแม่มือเพื่อเลื่อนตาแหน่งของตัวชี้ตาแหน่งบนจอภาพเช่นเดียวกับเมาส์
                                  3) แผ่ น รองสั ม ผั ส จะเป็ นแผ่ น สี่ เ หลี่ ย มที่ ว างอยู่ ห น้ า แป้ นพิ ม พ์
สามารถใช้นิ้ววาดเพื่อเลื่อนตาแหน่งของตัวชี้ตาแหน่งบนจอภาพเช่นเดียวกับเมาส์




                    รู ปที่ 3.5 (ก) ลูกกลมควบคุม (ข) แท่งชี้ควบคุม (ค) แผ่นรองสัมผัส

                3.1.1.3 จอยสติก (Joystick)
                        จอยสติก จะเป็ นก้านสาหรับใช้โยกขึ้นลง / ซ้ายขวา เพื่อย้ายตาแหน่งของ
ตั ว ชี้ ต า แ ห น่ ง บ น จ อ ภ า พ มี ห ลั ก ก า ร ท า ง า น เ ช่ น เ ดี ย ว กั บ เ ม า ส์
                                                              ั
แต่จะมีแป้ นกดเพิ่มเติมมาจานวนหนึ่งสาหรับสั่งงานพิเศษนิยมใช้กบการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ หรื อค
วบคุมหุ่นยนต์
                                                                                                              32




                                              รู ปที่ 3.6 จอยสติก

                 3.1.1.4 จอภาพระบบสั มผัส (Touch Screen)
                                                    ้
                           เป็ นจอภาพแบบพิเศษซึ่ งผูใช้เพียงแตะปลายนิ้วลงบนจอภาพในตาแหน่งที่
                                        ้                                              ้
กาหนดไว้ เพื่อเลือกการทางานที่ตองการ ซอฟต์แวร์ ที่ใช้จะเป็ นตัวค้นหาว่าผูใช้เลื อกทางเลือก
ทางใด และท างานให้ ต ามนั้ น                   หลั ก การนี้ นิ ย มใช้ ก ั บ เครื่ องไมโครคอมพิ ว เตอร์
             ู้                                                              ้
เพื่อช่วยให้ผที่ใช้เครื่ องคอมพิวเตอร์ ไม่คล่องนักสามารถเลือกข้อมูลที่ตองการได้อย่างสะดวกรวดเร็
ว จะพบการใช้งานมากในร้านอาหารแบบเร่ งด่วน หรื อใช้แสดงข้อมูลการท่องเที่ยว เป็ นต้น

                    3.1.1.5 ระบบปากกา (Pen-Based System)
                             ป า ก ก า แ ส ง ( Light                                                       pen)
ใ ช้ เ ซ ล ล์ แ บ บ ซึ่ ง มี ค ว า ม ไ ว ต่ อ แ ส ง เ ป็ น ตั ว ก า ห น ด ต า แ ห น่ ง บ น จ อ ภ า พ
ร ว ม ทั้ ง ส า ม า ร ถ ใ ช้ ว า ด ลั ก ษ ณ ะ ห รื อ รู ป แ บ บ ข อ ง ข้ อ มู ล ใ ห้ ป ร า ก ฏ บ น จ อ ภ า พ
ก า ร ใ ช้ ง า น ท า ไ ด้ โ ด ย ก า ร แ ต ะ ป า ก ก า แ ส ง ไ ป บ น จ อ ภ า พ ต า ม ต า แ ห น่ ง ที่ ต้ อ ง ก า ร
นิ ย มใช้ก ับ งานคอมพิ วเตอร์ ช่ วยการออกแบบ (CAD หรื อ Computer Aided Design)
รวมทั้งนิ ยมให้เป็ นอุปกรณ์ ป้อนข้อมูลโดยการเขียนด้วยมือในคอมพิวเตอร์ ขนาดเล็ก เช่ น PDA
เป็ นต้น
                             เครื่องอ่ านพิกัด (Digitizing tablet) ประกอบด้วยกระดาษที่มี เส้นแบ่ง
(Grid)          ซึ่ งสามารถใช้ ป ากกาเฉพาะที่ เ รี ยกว่ า              stylus        ชี้ ไปบนกระดาษนั้ น
เ พื่ อ ส่ ง ข้ อ มู ล ต า แ ห น่ ง เ ข้ า ไ ป ยั ง ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์
ปรากฏเป็ นลายเส้ น บนจอภาพเป็ นอุ ป กรณ์ อี ก ชนิ ด หนึ่ งที่ นิ ย มใช้ ก ับ งานด้า น CAD เช่ น
ใช้ในการออกแบบรถยนต์รุ่นใหม่ ตึกอาคาร อุปกรณ์ทางการแพทย์ และหุ่นยนต์ เป็ นต้น
                                                                                                                  33




                                                                           ั
                             รู ปที่ 3.7 อุปกรณ์ปากกาแสง และเครื่ องอ่านพิกด

                   3.1.1.6 อุปกรณ์ กวาดข้ อมูล (Data Scanning Devices)
                             เป็ นอุ ปกรณ์ ที่ ใช้ ระบบวิเคราะห์ แสง (Optical recognition system)
ช่ ว ย ใ ห้ มี ก า ร พิ ม พ์ ข้ อ มู ล เ ข้ า น้ อ ย ที่ สุ ด
โดยจะอ่านข้อมูลเข้าสู่ เครื่ องคอมพิวเตอร์ ดวยการใช้สาแสงกวาดผ่านข้อความหรื อสัญลักษณ์ต่างๆ
                                                   ้
                                                                  ั
ที่พิมพ์ไว้ เพื่อนาไปแยกแยะรู ปแบบต่อไป ในปั จจุ บนมี การประยุกต์ใช้ในงานต่างๆ กันมาก
โดยมีอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยม คือ
                              เครื่ องอ่ านตัวพิมพ์ แม่ เหล็ก (Magnetic Ink Character Recognition
System               :           MICR)                        ปั จจุ บั น มี จ า นว นผู ้ นิ ย มใ ช้ เ ช็ คม าก ขึ้ น
       ู้
จึงมีผคิดวิธีการตรวจสอบเช็คให้รวดเร็ วมีประสิ ทธิ ภาพ และเชื่ อถื อได้ โดยได้ประดิ ษฐ์เครื่ อง
MICR ขึ้นใช้ในธนาคารสาหรับตรวจสอบเช็ค โดยเครื่ องจะทาการเข้ารหัสธนาคาร รหัสสาขา
เลขที่ บ ั ญ ชี และเลขที่ เ ช็ ค                     ไว้ใ นเช็ ค ทุ ก ใบ จากนั้ นจึ ง ส่ งเช็ ค นั้ นให้ ลู ก ค้ า
ตั ว เลขที่ เ ข้ า รหั ส ไว้ จ ะเรี ยกว่ า                 ตั ว เลข MICR             ในเช็ ค ทุ ก ใบจะมี เ ลข
สี ดาชัดเจนที่ ด้า นล่ า งซ้า ยของเช็ ค เสมอ และหลัง จากที่ เช็ คนั้นกลับมาสู่ ธนาคารอี ก ครั้ งหนึ่ ง
ก็จะทาการตรวจสอบจากตัวเลข MICR ว่าเป็ นเช็ คของลู กค้าคนนั้นจริ งหรื อไม่ เครื่ อง MICR
                       ั
ไม่เป็ นที่นิยมใช้กบงานประเภทอื่น เพราะชุดของตัวอักษรที่เก็บได้มีสัญลักษณ์เพียง 14 ตัวเท่านั้น
                                ข้อดีของเครื่ อง คือ
                                1) มีมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้องน้อย ทาให้มีเปอร์เซ็นต์ความผิดพลาดต่ามาก
                                                                          ั
                                2) รหัส MICR ที่ใช้สามารถอ่านได้ท้ งคนและเครื่ อง MICR
                                3) ทางานได้อย่างอัตโนมัติ รวดเร็ วและเชื่อถือได้
                                                                                                              34




                                   รู ปที่ 3.8 เครื่ องอ่านตัวพิมพ์แม่เหล็ก

                           เครื่ องอ่ านรหัสบาร์ โค้ ด (Barcode Reader) เริ่ มใช้ในปี ค.ศ. 1970
โดยการพิมพ์รหัสสิ นค้านั้นๆ ออกมาในรู ปแถบสี ดาและขาวต่อเนื่ องกันไป เรี ยกว่า รหัสบาร์ โค้ด
จ า ก นั้ น จ ะ ส า ม า ร ถ ใ ช้ เ ค รื่ อ ง อ่ า น ร หั ส บ า ร์ โ ค้ ด อ่ า น ข้ อ มู ล บ น แ ถ บ บ า ร์ โ ค้ ด
เพื่อเรี ยกข้อมูลของรายการสิ นค้านั้น เช่ น ราคาสิ นค้า จานวนที่เหลื ออยู่ในคลังสิ นค้า เป็ นต้น
ออกมาจากฐานข้อมูล แล้วจึงทาการประมวลผลข้อมูลรายการนั้นและทางานต่อไป
                              ใ น ปั จ จุ บั น บ า ร์ โ ค้ ด ไ ด้ รั บ ค ว า ม นิ ย ม อ ย่ า ง ม า ก
เ นื่ อ ง จ า ก ไ ม่ ต้ อ ง ท า ก า ร พิ ม พ์ ข้ อ มู ล เ ข้ า ด้ ว ย แ ป้ น พิ ม พ์
จึ ง ล ด ค ว า ม ผิ ด พ ล า ด ข อ ง ข้ อ มู ล แ ล ะ ป ร ะ ห ยั ด เ ว ล า ไ ด้ ม า ก
ระบบบาร์ โค้ดเป็ นสิ่ งที่ผใช้จะพบเห็นในชี วิตประจาวันได้บ่อยที่สุด นิยมใช้ในห้องสรรพสิ นค้า
                           ู้
ร้านขายหนังสื อ ห้องสมุด เป็ นต้น




                                     รู ปที่ 3.9 เครื่ องอ่านรหัสบาร์ โค้ด
                                                                                                      35

                           สแกนเนอร์ (Scanner)             เป็ นอุ ป กรณ์ ที่ ใ ช้อ่ า นหรื อสแกน (Scan)
ข้อมู ล บนเอกสารเข้า สู่ เครื่ องคอมพิ วเตอร์          โดยใช้วิธี ส่ องแสงไปยัง วัตถุ ที่ ต้องการสแกน
แสงที่ส่องไปยังวัตถุแล้วสะท้อนกลับมาจะถูกส่ งผ่านไปที่เซลล์ไวแสง (Charge-Coupled Device :
CCD)
ซึ่ งจะทาการตรวจจับความเข้มของแสงที่สะท้อนออกมาจากวัตถุและแปลงให้อยูในรู ปของข้อมูลท      ่
างดิจิตอล เอกสารที่อ่านอาจจะประกอบด้วยข้อความหรื อรู ปภาพกราฟิ กก็ได้
                                                                      ั
                            สแกนเนอร์ ที่ได้รับความนิยมในปั จจุบนนี้ อาจแบ่งตามวิธีใช้งานได้เป็ น
                            1 ) ส แ ก น เ น อ ร์ มื อ ถื อ ( Handheld                            scanner)
มี ข น า ด เ ล็ ก ส า ม า ร ถ พ ก พ า ไ ด้ ส ะ ด ว ก
การใช้สแกนเนอร์ รุ่นมือถือนี้ผใช้ตองถือตัวสแกนเนอร์ กวาดไปบนภาพหรื อวัตถุที่ตองการ
                                 ู้ ้                                                        ้
                            2) สแกนเนอร์ แบบสอดกระดาษ (Sheet                             fed     scanner)
                       ้ ้
เป็ นสแกนเนอร์ ที่ผูใช้ตองสอดภาพหรื อเอกสารเข้าไปยังช่ องส าหรั บอ่านข้อมูล (scan head)
เ ค รื่ อ ง ช นิ ด นี้ จ ะ เ ห ม า ะ ส ม ส า ห รั บ ก า ร อ่ า น เ อ ก ส า ร ที่ เ ป็ น แ ผ่ น ๆ
แต่ไม่สามารถอ่านเอกสารที่เย็บเป็ นเล่มได้
                            3 ) ส แ ก น เ น อ ร์ แ บ บ แ ท่ น            (Flatbed                scanner)
เ ป็ น ส แ ก น เ น อ ร์ ที่ นิ ย ม ใ ช้ กั น ใ น ปั จ จุ บั น
ผู้ ใ ช้ เ พี ย ง ว า ง ก ร ะ ด า ษ ต้ น ฉ บั บ ที่ ต้ อ ง ก า ร ไ ป บ น เ ค รื่ อ ง ส แ ก น เ น อ ร์
มีวธีการทางานคล้ายกับเครื่ องถ่ายเอกสาร ทาให้ใช้งานได้ง่าย
     ิ
                          นอกจากนี้ ยัง มี ก ารน าสแกนเนอร์ ร วมเข้ า กั บ อุ ป กรณ์ ช นิ ด อื่ น เช่ น
รวมสแกนเนอร์ แ บบสอดกระดาษเข้า กับ แป้ นพิ ม พ์ เป็ นต้น ซึ่ งท าให้ ส ะดวกต่ อ การใช้ง าน
อีกทั้งเป็ นการประหยัดเนื้อที่และประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าการซื้ อแยกชิ้น
                          จุ ด เ ด่ น ข อ ง เ ค รื่ อ ง ส แ ก น เ น อ ร์
คือสามารถเก็บภาพไว้ได้นานโดยที่ภาพยังคงคุณภาพเช่นเดียวกับต้นฉบับเดิมเสมอจะไม่มีทางเหลื
องหรื อฉีกขาดได้ อย่างไรก็ดี
                                                                                                                      36

                                               รู ปที่ 3.10 สแกนเนอร์

                                      ค ว า ม ส า ม า ร ถ ข อ ง ส แ ก น เ น อ ร์
สแกนเนอร์ แต่ละรุ่ นก็จะมีความสามารถที่แตกต่างกันไป ดังรายละเอียดคือ
                                      1) ความละเอียดในการสแกน มีหน่วยเป็ นจุดต่อนิ้ว (Dot per inch)
หรื อ            ดี พี ไ อ        (dpi)         จ านวนจุ ด ต่ อ นิ้ ว ยิ่ ง มากจะหมายถึ ง ยิ่ ง มี ค วามละเอี ย ดสู ง
ปกติ แล้วการวัดค่าความละเอียดในสแกนเนอร์ กระทาได้ 2 แบบ คือ Optical resolution
                                                                    ั
ซึ่ งเป็ นค่าความละเอียดที่แท้จริ งของสแกนเนอร์ ที่ตว CCD สามารถกระทาได้ และ Interpolate
resolution จะเป็ นความละเอียดที่เพิ่มสู งขึ้น โดยใช้ซอฟต์แวร์ ช่วยในการเพิ่มจุดให้แก่ภาพที่สแกน
                                      2) จ านวนสี             จะเป็ นการแยกแยะความแตกต่ า งสี ที่ อ่ า นได้
โดยปกติแล้วสี ที่อ่านเข้าจะมีการจัดเก็บในลักษณะเป็ นบิต
                                      3 )              ค ว า ม เ ร็ ว ใ น ก า ร ส แ ก น
จะขึ้ นกับความละเอี ยดในการสแกนและจานวนสี ด้วย ปกติจะระบุเป็ น มิลลิ วินาทีต่อบรรทัด
(ms/line)
                                   เครื่ องรู้ จาอักขระด้ วยแสง (Optical Character Recognition : OCR)
โอ ซี อา ร์                 เ ป็ น อุ ป ก ร ณ์ ส า ห รั บอ่ า น ข้ อ มู ล ที่ เ ป็ นตั ว อั ก ข ร ะ บ น เ อก ส า รต่ า ง ๆ
แ ล ะ ท า ก า ร แ ป ล ง ข้ อ มู ล ดิ จิ ต อ ล ที่ อ่ า น ไ ด้ ไ ป เ ป็ น ตั ว อั ก ษ ร โ ด ย อั ต โ น มั ติ
โอซี อาร์ อาจเป็ นได้ ท้ ั งอุ ปกรณ์ เฉพาะทางส าหรั บแปล งเอกสารเข้ า สู่ คอมพิ ว เตอร์
หรื ออาจหมายถึงซอฟต์แวร์ สาหรับวิเคราะห์ตวอักษรจากข้อมูลที่ได้จากสแกนเนอร์ ก็ได้
                                                           ั
                                      ก า ร ใ ช้ โ อ ซี อ า ร์ ยั ง มี ข้ อ จ า กั ด อ ยู่ พ อ ส ม ค ว ร
เ นื่ อ ง จ า ก บ่ อ ย ค รั้ ง จ ะ มี ข้ อ ผิ ด พ ล า ด ใ น ก า ร ตี ค ว า ม อั ก ข ร ะ เ กิ ด ขึ้ น
โดยเฉพาะหากข้อความในเอกสารไม่ได้เป็ นตัวเรี ยงพิมพ์ (เช่ น เป็ นลายมื อเขี ยน) อย่างไรก็ ดี
โอซี อาร์ ก็เป็ นเครื่ องมือช่วยอานวยความสะดวกในการนาข้อมูลเข้าเครื่ องคอมพิวเตอร์ ที่ได้รับความ
นิ ย มเพิ่ ม ขึ้ น เรื่ อ ยๆ โดยเฉพาะในงานที่ ต้อ งเกี่ ย วข้อ งกับ การจัด เก็ บ เอกสารจ านวนมาก เช่ น
ห้องสมุดต่างๆ ที่ตองมีการจัดเก็บหนังสื อเข้าสู่ ไมโครฟิ ล์มหรื ออุปกรณ์ ทางคอมพิวเตอร์ อื่นๆ
                                ้
เป็ นต้น
                                   เครื่ องอ่ านเครื่ องหมายด้ วยแสง (Optical Mark Reader : OMR)
โ อ เ อ็ ม อ า ร์                                  เ ป็ น อุ ป ก ร ณ์ ที่ ใ ช้ ห ลั ก ก า ร อ่ า น สั ญ ลั ก ษ ณ์
ห รื อ เ ค รื่ อ ง ห ม า ย ที่ ร ะ บ า ย ด้ ว ย ดิ น ส อ ด า ล ง ใ น ต า แ ห น่ ง ที่ ก า ห น ด ตั ว อ ย่ า ง เ ช่ น
                                                                          ั
ข้อสอบแบบเลือกคาตอบ เป็ นต้น โดยดินสอดาที่ใช้น้ นต้องมี สารแม่เหล็ก (Magnetic Particle)
                                                                                                          37

จ านวนหนึ่ ง               เพื่ อ ให้ เ ครื่ องโอเอ็ ม อาร์ ส ามารถรั บ รู้ ไ ด้ ซึ่ งปกติ จ ะเป็ นดิ น สอ 2B
จากนั้นเครื่ องโอเอ็มอาร์ ก็จะอ่านข้อมูลตามเครื่ องหมายที่มีการระบายด้วยดินสอดา
                           ก ล้ อ ง ถ่ า ย ภ า พ ดิ จิ ต อ ล                  (Digital               Camera)
เ ป็ น อุ ป ก ร ณ์ ที่ ใ ช้ ส า ห รั บ ถ่ า ย ภ า พ แ บ บ ไ ม่ ต้ อ ง ใ ช้ ฟิ ล์ ม
โดยเก็ บ ภาพที่ ถ่ า ยไว้ใ นลัก ษณะดิ จิตอลด้วยอุ ป กรณ์ (Charge Couples Device : CCD)
ภ า พ ที่ ไ ด้ จ ะ ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย จุ ด เ ล็ ก ๆ จ า น ว น ม า ก
และสามารถน าเข้า เครื่ องคอมพิ ว เตอร์ เ พื่ อ ใช้ ง านได้ โ ดยไม่ ต้อ งใช้ อุ ป กรณ์ ส แกนเนอร์ อี ก
เ ป็ น อุ ป ก ร ณ์ ที่ เ ริ่ ม ไ ด้ รั บ ค ว า ม นิ ย ม เ พิ่ ม ขึ้ น เ รื่ อ ย ๆ
เนื่องจากไม่ตองใช้ฟิล์มในการถ่ายภาพและสามารถดูผลลัพธ์ได้จากจอที่ติดอยูกบกล้องได้ในทันที
               ้                                                                        ่ ั




                          รู ปที่ 3.11 กล้องถ่ายภาพดิจิตอลและหน่วยความจา

                        กล้ องถ่ าย ทอด วี ดี โ อ แบบ ดิ จิ ต อล        (Digital         Video)
เป็ นอุปกรณ์ที่ใช้สาหรับบันทึกภาพเคลื่อนไหวและเก็บเป็ นข้อมูลแบบดิจิตอล นิยมใช้ในการทา
ก า ร ป ร ะ ชุ ม ท า ง ไ ก ล ผ่ า น วี ดี โ อ ( Video                             Teleconference)
ซึ่ งเป็ นการประชุ มแบบกลุ่มผ่านเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ เช่น ผ่านอินเตอร์ เน็ต เป็ นต้น อย่างไรก็ดี
                                ่
กล้องถ่ายวีดีโอแบบดิจิตอลยังอยูในช่วงเริ่ มต้น โดยสามารถเก็บภาพเคลื่อนไหวได้ประมาณ 10-15
เฟรมต่อวินาทีเท่านั้น
                                                                                                            38


                               รู ปที่ 3.12 กล้องถ่ายทอดวีดีโอแบบดิจิตอล

                   3.1.1.7 อุปกรณ์ ร้ ู จาเสี ยง (Voice Recognition Device)
                           การสื่ อสารกับเครื่ องคอมพิวเตอร์ ในรู ปของเสี ยงเป็ นอีกขั้นตอนของการพัฒ
                                         ั ั                  ่ ้
นาทางเทคโนโลยี ถึงแม้ในปั จจุบนนี้ยงมีปัญหาอยูบางก็ตาม อุปกรณ์ที่ใช้เช่น
                            อุ ป กรณ์ วิ เ คราะห์ เ สี ย งพู ด (Speech Recognition Device)
เ ป็ น อุ ป ก ร ณ์ ที่ พั ฒ น า โ ด ย นั ก ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ แ ล ะ นั ก ภ า ษ า ศ า ส ต ร์
เพื่อใช้รับ สัญญาณเสี ยงที่ ม นุ ษย์พูดและแปลงเป็ นสัญญาณดิ จิตอลเก็ บข้อมู ลไว้ในคอมพิวเตอร์
ปั ญ ห า ที่ ส า คั ญ ข อ ง อุ ป ก ร ณ์ ช นิ ด นี้
คื อ ผู ้ พู ด แ ต่ ล ะ ค น พู ด ด้ ว ย น้ า เ สี ย ง แ ล ะ ส า เ นี ย ง เ ฉ พ า ะ ข อ ง แ ต่ ล ะ บุ ค ค ล
                                                                        ้ ้
จึงได้มีการแก้ปัญหาโดยให้คอมพิวเตอร์ ได้เรี ยนรู ้น้ าเสี ยงของผูที่ตองการใช้งานในระยะเวลาหนึ่ งก่
อน                                         เ พื่ อ เ ก็ บ รู ป แ บ บ ข อ ง น้ า เ สี ย ง แ ล ะ ส า เ นี ย ง ไ ว้
ซึ่ งวิธีการนี้ ทาให้อตราการตีความเสี ยงผิดพลาดลดลงอย่างมาก ในระบบรับข้อมูลเสี ยงรุ่ นแรกๆ
                         ั
สามารถจดจาคาได้เพียงไม่กี่สิบคาเท่านั้น แต่ปัจจุบนบริ ษทไอบีเอ็มได้มีการสร้างอุปกรณ์ ชื่อว่า
                                                                  ั   ั
Voice Type ซึ่ งประกอบด้วยฮาร์ ดแวร์ และซอฟต์แวร์ ที่สามารจดจาคาได้ถึง                                  32,000
                                                 ั ้                     ่
คาจากเสี ยงหลายๆ เสี ยง นิยมนามาใช้กบผูที่ทางานแล้วมือไม่วางพอที่จะกดแป้ นพิมพ์ หรื อผูพิการ              ้
เช่น คนตาบอด ก็สามารถใช้เสี ยงทางานกับคอมพิวเตอร์ ได้โดยไม่ตองใช้แป้ นพิมพ์     ้
                              ในปั จ จุ บ ัน สามารถแบ่ ง วิ ธี วิ เ คราะห์ เ สี ย งพู ด ได้เ ป็ น 4 ประเภท
ตามลักษณะออกเสี ยง คือ
                              1) Speaker dependent Isolated Word Recognition วิเคราะห์เฉพาะ
    ้ ู
ผูพดที่เจาะจงและเป็ นคาโดด
                              2) Speaker dependent Continue used Word Recognition
                     ้ ู
วิเคราะห์เฉพาะผูพดที่เจาะจงและเป็ นคาต่อเนื่อง
                              3)          Speaker Independent Isolated Word Recognition
วิเคราะห์แบบไม่เจาะจงและเป็ นคาโดด
                              4) Speaker Independent Continue used Word Recognition
วิเคราะห์แบบไม่เจาะจงและเป็ นคาต่อเนื่อง
                                                                                                   39

                        ความยากในการสร้ างระบบวิเคราะห์ จะเพิ่มขึ้ นตามลาดับข้อที่กล่ าวมา
           ั                                                ้
นอกจากนี้ ยงมีองค์ประกอบอื่นๆ เช่ น อารมณ์และน้ าเสี ยงของผูพูดในขณะนั้น ซึ่ งจะทาให้คา
คาเดียวกันมีการออกเสี ยงที่ต่างกันไปได้อีกด้วย

          3.1.2 หน่ วยประมวลผลกลาง (Central Process Unit : CPU)
                  CPU หรื อ Central Processing Unit หรื อเรี ยกอีกอย่างหนึ่ งว่า ไมโครโปรเซสเซอร์
เปรี ยบได้ ก ั บ สมองของคอมพิ ว เตอร์ ท าหน้ า ที่ คิ ด ค านวณและท างานตามที่ ผู้ใ ช้ ต้อ งการ
การเรี ยกคอมพิวเตอร์อีกแบบหนึ่งอาจเรี ยกตามความเร็ วของซีพียู
                  ซี พียมีหลายรุ่ นและผลิตจากหลายบริ ษท เช่น Intel, AMD, Cyrix
                        ู                             ั
                ั
แต่ที่นิยมใช้กนเป็ นส่ วนมากจะใช้ของบริ ษทอินเทล (Intel) โดยมีรุ่นต่างๆ
                                             ั
เรี ยงตามลาดับความเร็ วในการทางานจากน้อยไปหามาก ดังนี้ 8080, 8086, 286, 386, 386sx, 6dx,
486, 486sx, 486dx, Pentium, Pentium, Pro, Pentium MMX, Pentium II, Celeron, Pentium III,
                                                ู
Pentium IV เป็ นต้น หน่วยวัดความเร็ วของซี พียจะวัดเป็ น MHz
                                  ั
หรื อเมกกะเฮิรตซ์และปัจจุบนเป็ นจิกะเฮิรตซ์ (GHz)




                                 รู ปที่ 3.13 หน่วยประมวลผลกลาง

                  3.1.2.1 องค์ ประกอบของหน่ วยประมวลผลกลาง
                           วงจรในหน่วยประมวลผลกลางเรี ยกว่า ไมโครโปรเซสเซอร์ (Microprocessor)
ซึ่งเป็ นชิปที่ทาจากซิลิกอน ประกอบด้วยส่ วนสาคัญ 2 หน่วยคือ
                            หน่ วยควบคุ ม                   (Control              Unit       :  CU)
ท า ห น้ า ที่ ค ว บ คุ ม ก า ร ท า ง า น ข อ ง เ ค รื่ อ ง ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ทั้ ง ร ะ บ บ   เ ช่ น
ควบคุ มการทางานของความจาหลัก หน่ วยรั บข้อมูล หน่ วยคานวณและตรรกะ หน่ วยแสดงผล
และที่เก็บข้อมูลต่างๆ ดังนั้นการทางานของหน่วยนี้ จึงเปรี ยบเสมือนเป็ นศูนย์กลางระบบประสาท
                                                                                                                  40

ที่ ท า ห น้ า ที่ ค ว บ คุ ม ก า ร ท า ง า น ข อ ง ส่ ว น ป ร ะ ก อ บ ต่ า ง ๆ ข อ ง เ ค รื่ อ ง ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์
โดยที่ ห น่ ว ยควบคุ ม และซี พี ยู จ ะรั บ รู ้ ค าสั่ ง ต่ า งๆ ในรู ปของค าสั่ ง ภาษา เครื่ องเท่ า นั้ น
ถ้ า ผู้ ใ ช้ เ ขี ย น โ ป ร แ ก ร ม โ ด ย ใ ช้ ภ า ษ า ร ะ ดั บ สู ง ( High        Level              Language)
ก่อนที่จะสั่งให้คอมพิวเตอร์ ทางานจะต้องมีการแปลงเป็ นภาษาระดับต่า (Low Level Language)
ก่อน
                                 หน่ วยคานวณและตรรกะ (Arithmetic and Logic Unit : ALU)
หรื อที่ เรี ย กสั้ นๆ ว่า เอแอลยู (ALU)                  ท าหน้าที่ ประมวลผลการค านวณทางคณิ ตศาสตร์
ตลอดจนการเปรี ยบเทียบทางตรรกะทั้งหมด
                                     ก า ร ท า ง า น ใ น ซี พี ยู มี               รี จิ ส เ ต อ ร์ ( Register)
                                                                              ั
คอยทาหน้าที่เก็บและถ่ายทอดข้อมูลหรื อคาสั่งที่ถูกนาเข้ามาปฏิบติการภายในซี พียู รวมทั้งมี บัส
(Bus)                เป็ นเส้ น ทางในการส่ งผ่ า นสั ญ ญาณไฟฟ้ าของหน่ ว ยต่ า ง ๆ ภายในระบบ
โดยคอมพิวเตอร์ ที่ต่างระบบกันมีการออกแบบบัสต่างกัน
                                     ในระบบคอมพิ ว เตอร์ รุ่ น ใหม่ เช่ น เครื่ องระดับ เวิ ร์ ค สเตชั่ น
                                                                                              ู
(Workstation) หรื อเซิ ร์ฟเวอร์ ของระบบเครื อข่าย (Network Server) มักจะมีซีพียมากกว่าหนึ่ งหน่วย
ซึ่ ง การมี ซี พี ยูจานวนมาก ๆ ท าให้เครื่ องคอมพิ วเตอร์ ท างานได้ม ากกว่า หนึ่ ง ค าสั่ ง พร้ อมกัน
ห รื อ ท า ง า น กั บ โ ป ร แ ก ร ม ไ ด้ ม า ก ก ว่ า ห นึ่ ง โ ป ร แ ก ร ม พ ร้ อ ม กั น
คุ ณ ส ม บั ติ เ ช่ น นี้ เ รี ย ก ว่ า มั ล ติ โ ป ร เ ซ ส ซิ่ ง ( Multiprocessing)
                   ั
นอกจากนี้ ยงสามารถเพิ่มประสิ ทธิ ภาพของเครื่ องคอมพิวเตอร์ ได้โดยการใช้ โคโปรเซสเซอร์
                                   ู
(Coprocessor) ซึ่งเป็ นซีพียอีกตัวที่ทาหน้าที่เฉพาะด้าน เช่น ช่วยคานวณตัวเลข หรื อภาพกราฟิ ก

             3.1.3 หน่ วยแสดงผล (Output Unit) จะแบ่งออกเป็ น 2 ประเภท คือ
                   3.1.3.1 หน่ วยแสดงผลชั่วคราว (Soft Copy)
                           ห ม า ย ถึ ง ก า ร แ ส ด ง ผ ล อ อ ก ม า ใ ห้ ผู ้ ใ ช้ ไ ด้ รั บ ท ร า บ ใ น ข ณ ะ นั้ น
แต่ เ มื่ อ เลิ ก การท างานหรื อเลิ ก ใช้ แ ล้ ว ผลนั้ นก็ จ ะหายไป ไม่ เ หลื อ เป็ นวัต ถุ ใ ห้ เ ก็ บ ได้
      ้                         ั
แต่ถาต้องการเก็บผลลัพธ์ น้ นก็สามารถส่ งถ่ายไปเก็บในรู ปของข้อมูลในหน่ วยเก็บข้อมูลสารอง
เพื่อให้สามารถใช้งาน                                                ั ่
                                  ในภายหลัง หน่วยแสดงผลที่จดอยูกลุ่มนี้คือ
                            จอภาพ (Monitor) ใช้แสดงข้อมูลหรื อผลลัพธ์ให้ผใช้เห็นได้ทนที           ู้          ั
มีรูปร่ างคล้ายจอภาพของโทรทัศน์ บนจอภาพประกอบด้วยจุดจานวนมากมาย เรี ยกจุดเหล่านั้นว่า
                                                                ้
พิกเซล (Pixel) ถ้ามี พิกเซลจานวนมากก็ จะทาให้ผูใช้มองเห็ นภาพบนจอได้ชัดเจนมากขึ้ น
                         ั
จอภาพที่ใช้ในปั จจุบนแบ่งได้เป็ น 2 ประเภท คือ
                                                                                                           41

                                  1 ) จ อ ซี อ า ร์ ที ( Cathode                     Ray                Tube)
นิ ย ม ใ ช้ กั บ เ ค รื่ อ ง ไ ม โ ค ร ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ส่ ว น ม า ก ใ น ปั จ จุ บั น
ใช้หลักการยิงแสงผ่านหลอดภาพคล้ายกับโทรทัศน์
                                  2 ) จ อ แ อ ล ซี ดี ( Liquid                  Crystal           Display)
นิ ย มใช้เ ป็ นจอภาพของเครื่ อ งคอมพิ ว เตอร์ แ บบพกพาท าให้ เ ป็ นจอภาพที่ มี ค วามหนาไม่ ม าก
มี น้ า ห นั ก เ บ า แ ล ะ กิ น ไ ฟ น้ อ ย ก ว่ า จ อ ภ า พ ซี อ า ร์ ที
แต่ มี ร าคาสู ง กว่ า เทคโนโลยี จ อแอลซี ดี ใ นปั จ จุ บ ัน จะมี ส องแบบคื อ Passive Matrix
                                                                          ้
ซึ่ งมี ราคาต่ า แต่ ขาดความคมชัดและอาจมองไม่เห็ นภาพเมื่ อผูใช้มองจากบางมุ ม                            ส่ วน
Active Matrix หรื อ บางครั้ งอาจเรี ย กว่ า (Thin Film Transistor : TFT)
จะให้ภาพที่คมชัดกว่าแต่จะมีราคาสู งกว่ามาก
                                  สมัยก่อนมีจอภาพระบบขาวดาหรื อเขียวดา ซึ่ งเรี ยกว่า จอโมโนโครม
(Monochrome)               แต่ ปั จ จุ บ ั น นี้ ซอฟต์ แ วร์ ส่ วนมากจะใช้ ร่ วมกั บ จอภาพชนิ ด สี เท่ า นั้ น
ซึ่ งจะมี จอภาพอยู่หลายชนิ ดให้เลื อก โดยแตกต่างกันในส่ วนของ ความละเอียด (Resolution)
จานวนสี (Color) และ ขนาดของจอภาพ (Size)
                                  ใ น ส่ ว น ค ว า ม ล ะ เ อี ย ด ข อ ง จ อ ภ า พ
               ั
ในปั จจุบนจะนิ ยมใช้จอภาพชนิ ดสี แบบ Super Video Graphic Adapter หรื อเรี ยกสั้นๆ ว่า
             ี
ซูเปอร์วจีเอ (Super VGA) ซึ่ งมีความละเอียด 800600 พิกเซล สาหรับจอภาพที่มีความละเอียดต่า
(Low Resolution) และสาหรับจอภาพที่มีความละเอียดสู ง จะนิยมใช้ความละเอียดที่ 1024 768,
12801024                         หรื อ 16001200                พิ ก เซล ซึ่ งจะให้ ค วามคมชั ด ที่ สู งมาก
สิ่ งที่ เป็ นปั จจัยอีกอันหนึ่ งที่ ทาให้ภาพดูคมชัดมากขึ้นถึ งแม้ว่าจะมีจานวนพิกเซลเท่ากัน ก็คือ
ร ะ ย ะ ห่ า ง ร ะ ห ว่ า ง พิ ก เ ซ ล ( Dot                                                            Pitch)
โ ด ย ร ะ ย ะ ห่ า ง ร ะ ห ว่ า ง พิ ก เ ซ ล น้ อ ย ก็ จ ะ ใ ห้ ค ว า ม ล ะ เ อี ย ด ไ ด้ ม า ก ก ว่ า
จอภาพที่ มี ข ายในท้องตลาดปั จจุ บ นมี ระยะห่ า งระหว่า งพิ ก เซลอยู่ระหว่า ง 0.25-0.28 หน่ ว ย
                                                 ั
ซึ่ งระยะห่างระหว่างพิกเซลนี้เป็ นสิ่ งที่ติดมากับเครื่ องไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
                                  ใ น ส่ ว น ข อ ง จ า น ว น สี นั้ น                                        ณ
ขณะใดขณะหนึ่ งแต่ละพิกเซลจะแสดงสี ได้เพียงสี เดี ยวเท่านั้น ซึ่ งสี ต่างๆ จะถูกแทนด้วยตัวเลข
ดังนั้นถ้าจอภาพแสดงได้ 16 สี เลขเหล่านั้นก็จะแทนด้วย 4 บิต ถ้าต้องการแสดงถึ ง 256
สี ก็จะต้องใช้ 8 บิตแทนรหัสสี น้ นๆ     ั
                                                                                                                     42

                                  ั ู้ ั
                          ปั จจุบนนี้ ผใช้มกจะแสดงภาพกราฟิ ก ภาพจากโทรทัศน์ ภาพเคลื่อนไหว
บ น จ อ ภ า พ ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์                  จึ ง ต้ อ ง ก า ร จ อ ภ า พ ที่ มี ข น า ด ใ ห ญ่ ม า ก ขึ้ น
จอภ าพ ที่ นิ ย ม ใช้ ใ นปั จจุ บั น มี ขน าด 14             นิ้ ว 15          นิ้ ว แ ล ะ 17              นิ้ ว
ส่ ว นจอภาพซึ่ งมี จ อขนาดใหญ่ ก ว่ า นี้ จะนิ ย มใช้ ก ับ งานที่ เ น้ น กราฟิ ก เช่ น งานออกแบบ
(CAD/CAM) เป็ นต้น




                                             (ก)                                                              (ข)



                          รู ปที่ 3.14 (ก) จอภาพคอมพิวเตอร์ (ข) แผงวงจรกราฟิ ก

                           ก า ร ต่ อ จ อ ภ า พ เ ข้ า กั บ เ ค รื่ อ ง ไ ม โ ค ร ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ นั้ น จ ะ ต้ อ ง มี
แผงวงจรกราฟิ ก (Graphic Adapter Board) หรื อเรี ยกอีกอย่างหนึ่ งว่า การ์ ดวีดีโอ (Video Card)
ซึ่ ง จ อ ภ า พ แ ต่ ล ะ ช นิ ด ก็ ต้ อ ง ก า ร แ ผ ง ว ง จ ร ที่ ต่ า ง กั น
แ ผ ง ว ง จ ร ก ร า ฟิ ก จ ะ ถู ก เ สี ย บ เ ข้ า กั บ ช่ อ ง ข ย า ย เ พิ่ ม เ ติ ม ( Expansion                   Slot)
ในคอมพิวเตอร์ แผงวงจรกราฟิ กมักจะมีหน่วยความจาเฉพาะที่เรี ยกว่า หน่วยความจาวีดีโอ (Video
Memory)                    เ พื่ อ ใ ห้ ใ ช้ โ ป ร แ ก ร ม ด้ า น ก ร า ฟิ ก ไ ด้ ส ว ย ง า ม แ ล ะ ร ว ด เ ร็ ว
ซึ่ งหน่วยความจานี้ อาจใช้แรมธรรมดาหรื อแรมแบบพิเศษต่างๆ เพื่อให้สามารถทางานได้เร็ วขึ้น
เช่น วีดีโอแรม (Video RAM) ซึ่ งบางครั้งเรี ยกว่า วีแรม (VRAM) เป็ นต้น
                                                               ้
                           สิ่ งที่ เป็ นปั จจัยข้อหนึ่ งที่ ผูใช้จอภาพต้องคานึ ง คื อ อัตราการเปลี่ ยนภาพ
( Refresh                                      Rate)                                  ข อ ง ก า ร์ ด วี ดี โ อ
โดยภาพที่ แ สดงบนจอภาพแต่ ล ะภาพนั้ นจะถู ก ลบและแสดงภาพใหม่ เ ริ่ มจากบนลงล่ า ง
หากอัตราการเปลี่ยนภาพในแนวดิ่ ง (Vertical-Refresh Rate) เป็ น 60 ครั้งต่อวินาที หรื อ 60 Hz
                                 ู้                      ู้ ั
จะเกิดการกระพริ บทาให้ผใช้ปวดศีรษะได้ มีผวิจยพบว่าอัตราเปลี่ยนภาพในแนวดิ่งไม่ควรต่ากว่า
70         Hz         จึ ง จะไม่ เ กิ ด การกระพริ บ และท าให้ ผู ้ ใ ช้ ดู จ อภาพได้ อ ย่ า งสบายตา
นอกจากนี้ ยัง มี อุ ป กรณ์ ส าหรั บ ถอดรหัส ภาพแบบ MPEG (Motion Picture Experts)
                                                                                                                        43

ซึ่ งอาจอยู่ ใ นรู ปของซอฟต์ แ วร์                         หรื อฮาร์ ดแวร์ ที่ ติ ด อยู่ บ นการ์ ดวี ดี โอ
อันจะทาให้สามารถแสดงภาพเคลื่อนไหว เช่น ภาพยนตร์ ต่างๆ บนจอคอมพิวเตอร์ ได้อย่างต่อเนื่อง
                          อุ ป ก ร ณ์ ฉ า ย ภ า พ                                           (Projector)
เ ป็ น อุ ป ก ร ณ์ ที่ นิ ย ม ใ ช้ ใ น ก า ร เ รี ย น ก า ร ส อ น ห รื อ ก า ร ป ร ะ ชุ ม
เ นื่ อ ง จ า ก ส า ม า ร ถ น า เ ส น อ ข้ อ มู ล ใ ห้ ผู้ ช ม จ า น ว น ม า ก เ ห็ น พ ร้ อ ม ๆ กั น
                            ั       ่
อุปกรณ์ฉายภาพในปั จจุบนจะมีอยูหลายแบบ ทั้งที่สามารถต่อสัญญาณจากคอมพิวเตอร์ โดยตรง
หรื อใช้อุปกรณ์พิเศษในการวางลงบนเครื่ องฉายภาพข้ามศีรษะ (Overhead Projector) ธรรมดา
                      ั
เหมือนกับอุปกรณ์น้ นเป็ นแผ่นใส่ แผ่นหนึ่ง

                                                     ้
                             อุ ป กรณ์ ฉายภาพจะมี ขอแตกต่ างกันมากในเรื่ องของก าลัง ส่ องสว่า ง
เนื่องจากยิงมีกาลังส่ องสว่างสู ง ภาพที่ได้ก็จะชัดเจนมากขึ้น กาลังส่ องสว่างมีหน่วยวัดค่าอยู่ 3 แบบ
           ่
คื อ LUX        ,       LUMEN           และ ANSI        LUMEN           โดยการวัด ค่ า แบบ LUX
จะวัดค่าความสว่างที่ จุดกึ่ งกลางของภาพ จึงได้ค่าความสว่างสู งที่สุดเมื่ อเที ยบกับอี ก 2 แบบ
การวัด แบบ จะแบ่ ง ภาพออกเป็ น                                3 ส่ ว น คื อ บน กลางและล่ า ง
และแต่ละส่ วนจะถูกแบ่งออกเป็ น 3 จุด คือ ริ มซ้าย กลาง และ ริ มขวา รวมจุดภาพทั้งหมด 9 จุด
แล้วจึ งใช้ค่าเฉลี่ ยของความสว่างทั้ง 9 จุดคิดออกมาเป็ นค่า LUMEN ส่ วนการวัดแบบ ANSI
LUMEN จะมีมาตรฐานสู งสุ ด โดยใช้วิธีเดียวกับ แต่จะกาหนดขนาดจอภาพไว้คงที่คือ 40 นิ้ ว
(หากไม่กาหนด การวัดค่าความสว่างจะสู งขึ้นเมื่อจอภาพมีขนาดเล็กลง)




                                             รู ปที่ 3.15 อุปกรณ์ฉายภาพ

                               อุ ป กรณ์ เ สี ยง (Audio                 Output)            คอมพิ ว เตอร์ รุ่ นใหม่ ๆ
มักจะมีหน่ วยแสดงเสี ยง ซึ่ งประกอบขึ้นจากลาโพง (Speaker) และการ์ ดเสี ยง (Sound Card)
เ พื่ อ ใ ห้ ผู้ ใ ช้ ส า ม า ร ถ ฟั ง เ พ ล ง ใ น ข ณ ะ ท า ง า น
ห รื อ ใ ห้ เ ค รื่ อ ง ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ร า ย ง า น เ ป็ น เ สี ย ง ใ ห้ ท ร า บ เ มื่ อ เ กิ ด ปั ญ ห า ต่ า ง ๆ เ ช่ น
                                                                                                      44

ไม่มีกระดาษในเครื่ องพิมพ์ เป็ นต้น รวมทั้งสามารถเล่นเกมที่มีเสี ยงประกอบได้อย่างสนุ กสนาน
โดยลาโพงจะมี หน้าที่ ในการแปลงสัญญาณจากคอมพิวเตอร์ ให้เป็ นเสี ยงเช่ นเดี ยวกับลาโพงวิทยุ
ส่ วนการ์ ดเสี ยงจะเป็ นแผงวงจรเพิ่ ม เติ ม ที่ น ามาเสี ยงกั บ ช่ อ งเสี ยบขยายในเมนบอร์ ด
เ พื่ อ ช่ ว ย ใ ห้ ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ส า ม า ร ถ ส่ ง สั ญ ญ า ณ เ สี ย ง ผ่ า น ล า โ พ ง
                                                                 ้
รวมทั้งสามารถต่อไมโครโฟนเข้ามาที่การ์ ดเพื่อบันทึกเสี ยงเก็บไว้ดวย




                                         รู ปที่ 3.16 การ์ดเสี ยง

                  3.1.3.2 หน่ วยแสดงผลถาวร (Hard Copy)
                          หมายถึ งการแสดงผลที่สามารถจับต้อง และเคลื่ อนย้ายได้ตามต้องการ
มักจะออกมาในรู ปของกระดาษ ซึ่ งผูใช้สามารถนาไปใช้ในที่ต่าง ๆ หรื อให้ผร่วมงานดูในที่ใด ๆ
                                           ้                                        ู้
ก็ได้ อุปกรณ์ที่ใช้ เช่น
                           เครื่ องพิ ม พ์            (Printer)    เป็ นอุ ป กรณ์ ที่ นิ ยมใช้ ก ั น มาก
แ ล ะ มี ใ ห้ เ ลื อ ก ห ล า ย ช นิ ด ขึ้ น อ ยู่ กั บ คุ ณ ภ า พ ข อ ง ตั ว อั ก ษ ร
ความเร็ วในการพิมพ์และเทคโนโลยีที่ใช้งาน สามารถแบ่งตามวิธีการพิมพ์ได้ 2 ชนิด คือ
                               1 ) เ ค รื่ อ ง พิ ม พ์ ช นิ ด ต อ ก       (Impact               printer)
ใ ช้ ก า ร ต อ ก ใ ห้ ค า ร์ บ อ น บ น ผ้ า ห มึ ก ติ ด บ น ก ร ะ ด า ษ ต า ม รู ป แ บ บ ที่ ต้ อ ง ก า ร
สามารถพิ ม พ์ ค รั้ งละหลายชุ ด โดยใช้ ก ระดาษคาร์ บ อนวางระหว่ า งกระดาษแต่ ล ะแผ่ น ได้
                                                                                  ั
ข้อเสี ยของเครื่ องพิมพ์ชนิดนี้คือ มีเสี ยงดังและคุณภาพงานพิมพ์ที่ได้จะไม่ดีนกสามารถแบ่งเป็ น 2
ชนิดย่อย คือ
                                    เ ค รื่ อ ง พิ ม พ์ อั ก ษ ร ( Character                   printer)
ห ม า ย ถึ ง เ ค รื่ อ ง พิ ม พ์ ที่ พิ ม พ์ ค รั้ ง ล ะ ห นึ่ ง ตั ว อั ก ษ ร เ ท่ า นั้ น
                                                                                                             45

ตั ว อั ก ษ ร แ ต่ ล ะ ตั ว จ ะ ถู ก ส ร้ า ง ขึ้ น จ า ก จุ ด เ ล็ ก ๆ จ า น ว น ม า ก
จึ ง ส า ม า ร ถ เ รี ย ก อี ก อ ย่ า ง เ ค รื่ อ ง พิ ม พ์ แ บ บ จุ ด ( dot    matrix       printer)
          ั
นิยมใช้กบเครื่ องไมโครคอมพิวเตอร์
                                         เ ค รื่ อ ง พิ ม พ์ บ ร ร ทั ด ( Line             printer)
หมายถึงเครื่ องพิมพ์ที่พิมพ์ครั้งละหนึ่ งบรรทัด เป็ นเครื่ องพิมพ์ที่พิมพ์งานได้เร็ ว แต่จะมีราคาสู ง
            ั
นิยมใช้กบเครื่ องคอมพิวเตอร์ ขนาดใหญ่ หรื อเครื่ องพิมพ์ที่มีผใช้หลายคน    ู้



                                 2) เครื่ องพิ ม พ์ ชนิ ด ไม่ ตอก (Non             impact               printer)
ใช้ เ ทคนิ คการพิ ม พ์ จ ากวิ ธี การทางเคมี ซึ่ งท าให้ พิ ม พ์ ไ ด้ เ ร็ วและคมชั ด กว่ า ชนิ ด ตอก
แ ล ะ พิ ม พ์ ไ ด้ ทั้ ง ตั ว อั ก ษ ร แ ล ะ ภ า พ ก ร า ฟิ ก ร ว ม ทั้ ง ไ ม่ มี เ สี ย ง ข ณ ะ พิ ม พ์
       ้
แต่มีขอจากัดคือไม่สามารถพิมพ์กระดาษแบบสาเนา (Copy) ได้ ที่นิยมใช้ในปัจจุบน                ั
                                        เครื่ องพิมพ์ เลเซอร์ (Laser printer) ทางานคล้ายกับเครื่ อง
ถ่ า ยเอกสาร                คื อ มี แ สงเลเซอร์ ส ร้ า งประจุ ไ ฟฟ้ า ซึ่ งจะมี ผ ลให้ โ ทนเนอร์ (Toner)
สร้ า งภาพที่ ต้ อ งการและพิ ม พ์ ภ าพนั้ นลงบนกระดาษ เครื่ องพิ ม พ์ เ ลเซอร์ จะมี รุ่ นต่ า งๆ
ที่ แ ต ก ต่ า ง กั น ใ น ด้ า น ค ว า ม เ ร็ ว แ ล ะ ค ว า ม ล ะ เ อี ย ด ข อ ง ง า น พิ ม พ์
               ั
โดยในปัจจุบนสามารถพิมพ์ได้ละเอียดสู งสุ ดถึง 1200 จุดต่อนิ้ว (dot per inchหรื อ dpi)
                                        เ ค รื่ อ ง พิ ม พ์ ฉี ด ห มึ ก ( Inkjet                       printer)
นิ ย ม ใ ช้ กั บ เ ค รื่ อ ง ไ ม โ ค ร ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ส่ ว น ม า ก จ ะ ส า ม า ร ถ พิ ม พ์ สี ไ ด้
ถึ ง แม้ จ ะไม่ ค มชั ด เท่ า เครื่ องพิ ม พ์ ช นิ ดเลเซอร์ แต่ ก็ ค มชั ด กว่ า เครื่ องพิ ม พ์ ช นิ ดตอก
และมีราคาถูกกว่าเครื่ องพิมพ์ชนิดเลเซอร์ ทาให้ได้รับความนิยมนามาใช้งานตามบ้านอย่างมาก
                                        เครื่ อง พิ ม พ์ คว ามร้ อน          (Thermal                  printer)
เป็ นเครื่ องพิมพ์ที่ให้คุณภาพในการพิมพ์สูงสุ ด จะมี 2 ประเภท คือ Thermal wax transfer
ให้คุณภาพและราคาที่ ต่ ากว่า ท างานโดยการกลิ้ งริ บบอลที่ เคลื อบแวกซ์ ไปบนกระดาษ ส่ วน
Thermal Dye Transfer ใช้ห ลัก การเดี ย วกับ Thermal Wax                                               ้
                                                                                         แต่ ใ ช้สี ย อ มแทน
จะเป็ นเครื่ องพิ ม พ์ ที่ ใ ห้ คุ ณ ภาพสู ง สุ ด โดยสามารถพิ ม พ์ ภ าพสี ได้ ใ กล้ เ คี ย งกั บ ภาพถ่ า ย
แต่ราคาเครื่ องและค่าใช้จ่ายในการพิมพ์จะสู งมาก

                          (ก)
                                                                                                       46

                                                    (ข)
                                                                                           (ค)




          รู ปที่ 3.17 (ก) เครื่ องพิมพ์แบบจุด (ข) เครื่ องพิมพ์เลเซอร์ (ค) เครื่ องพิมพ์ฉีดหมึก

                                     เ ค รื่ อ ง พ ล็ อ ต เ ต อ ร์                              (Plotter)
เป็ นอุ ป กรณ์ แสดงผลลัพ ธ์ มี ล ักษณะคล้า ยกับเครื่ องพิ มพ์ บางครั้ งเรี ย กว่ า เครื่ องวาดลายเส้ น
                                                               ้
เป็ นอุปกรณ์แสดงผลที่ใช้วาดหรื อเขียนภาพเหมาะงานที่ตองการความละเอียดสู งๆ ในการแสดงผล
นิ ย ม ใ ช้ กั บ ง า น อ อ ก แ บ บ ท า ง ส ถ า ปั ต ย ก ร ร ม แ ล ะ วิ ศ ว ก ร ร ม
มี ใ ห้ เ ลื อ ก ห ล า ย ช นิ ด โ ด ย จ ะ แ ต ก ต่ า ง กั น ใ น ด้ า น ค ว า ม เ ร็ ว ข น า ด ก ร ะ ด า ษ
ค ว า ม ล ะ เ อี ย ด แ ล ะ จ า น ว น ป า ก ก า ที่ ใ ช้ เ ขี ย น ใ น แ ต่ ล ะ ค รั้ ง
การพิมพ์ในแต่ละครั้งจะมีตนทุนในการพิมพ์ค่อนข้างสู ง
                              ้




                                      รู ปที่ 3.18 เครื่ องพล็อตเตอร์

                                   ค ว า ม เ ร็ ว ใ น ก า ร ท า ง า น (ว า ด ล า ย เ ส้ น )
กาหนดเป็ นมิลลิ เมตรต่อวินาที (mm/sec) หรื อระยะเป็ นมิลลิเมตรต่อช่วงของการกวาด (mm/step)
พล็อตเตอร์ ที่มีประสิ ทธิ ภาพสู ง จะทางานได้เร็ วต้องมี ค่า mm/sec มากและค่า mm/step น้อย
สามารถแบ่งออกได้ 3 แบบคือ
                                                                                                                 47

                                       1) แบบวางราบ (Flatbed Electrostatic Plotter) คื อ
                                                       ั
พล็อตเตอร์ ขนาดเล็กวางบนโต๊ะทางานโดยใช้กบกระดาษใหญ่ถึงขนาด A3 (30 x 42 ซม.)
ซึ่ ง ว า ง ร า บ อ ยู่ กั บ ที่ ด้ ว ย เ ค รื่ อ ง ยึ ด จ า ก อ า น า จ ไ ฟ ฟ้ า (Electrostatic)
จากตัว เครื่ อ งและอาศัย แขนจับ ปากกาลากลายเส้ น ลงบนกระดาษในแนวแกน X - Y
              ่
(กระดาษอยูนิ่ง แต่ปากกาเคลื่อนที่)
                                       2) แบบแขนกระบอก (Drum Pen Potter) คือ พล็อตเตอร์
                       ั
ตั้งพื้นขนาดใหญ่ใช้กบกระดาษขนาด A0 โดยกระดาษติดกับกระบอกหมุนที่เครื่ องที่ในแนวแกน Y
และปากกาเคลื่อนที่ในแนวแกน X (กระดาษและปากกาเคลื่อนที่)
                                       3) แบบอิเล็กโตรสแตติคพล็อตเตอร์ (Electrostatic Plotter)
เ ป็ น พ ล็ อ ต เ ต อ ร์ ที่ ใ ช้ ใ น ก า ร ส ร้ า ง ภ า พ อ ย่ า ง ค ร่ า ว ๆ ไ ม่ ล ะ เ อี ย ด ม า ก นั ก
ใช้สาหรับการตรวจสอบความถูกต้องของงาน เมื่อเรี ยบร้อยแล้วจึงจะสั่งพิมพ์จากเครื่ องพล็อตเตอร์
2 แบบแรก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีความละเอียดต่อไป

          3.1.4 หน่ วยความจาหลัก (Main Memory Unit)
                                               ่        ั
                หน่วยความจาหลักที่นิยมใช้งานอยูในปั จจุบน สามารถแบ่งออกได้เป็ น 2 ประเภท
คือ
                3.1.4.1 หน่ วยความจาหลักแบบอ่านได้ อย่างเดียว (Read Only Memory: ROM)
                          นิ ย ม เ รี ย ก สั้ น ๆ ว่ า                         รอม                          (ROM)
คื อ หน่ ว ยความจ าที่ เ ก็ บ ชุ ด ค าสั่ ง ที่ ใ ช้ ใ นการเริ่ มต้ น การท างานหรื อชุ ด ค าสั่ ง ที่ ส าคั ญ ๆ
ของระบบคอมพิวเตอร์ โดยคาสั่งที่ใช้ในชิ ปชื่ อ ROM BIOS (Basic Input/Output System)
เนื่ องจากรอมมี คุ ณสมบั ติ ใ นการเก็ บ ข้ อ มู ล ได้ ต ลอดโดยไม่ ต้ อ งใช้ ไ ฟฟ้ าหล่ อ เลี้ ย ง
นันคือแม้จะปิ ดเครื่ องแล้วเมื่อเปิ ดเครื่ องใหม่ขอมูลในรอมก็ยงอยูเ่ หมือนเดิม แต่ขอเสี ยของรอมคือ
   ่                                                     ้             ั                         ้
ห น่ ว ย ค ว า ม จ า ช นิ ด นี้ ไ ม่ ส า ม า ร ถ แ ก้ ไ ข ห รื อ เ พิ่ ม เ ติ ม ชุ ด ค า สั่ ง ไ ด้ ใ น ภ า ย ห ลั ง
รวมทั้งมีความเร็ วในการทางานช้ากว่าหน่วยความจาแบบแรม
                                                       ั
                          นอกจากนี้ ในปั จจุบนมีรอมที่เป็ นชิปพิเศษแบบต่าง ๆ อีก คือ
                           PROM                      (Programmable             Read-Only                Memory)
เป็ นหน่ ว ยความจ าแบบรอม                         ที่ ส ามารถบัน ทึ ก ด้ว ยเครื่ องบัน ทึ ก พิ เ ศษได้ ห นึ่ งครั้ ง
จากนั้นจะลบหรื อแก้ไขไม่ได้
                                                                                                                      48

                              EPROM              (Erasable             PROM)              เป็ นหน่ ว ยความจ ารอม
ที่ ใ ช้ แ ส ง อั ล ต ร า ไ ว โ อ เ ล ต ใ น ก า ร เ ขี ย น ข้ อ มู ล
สามารถนาออกจากคอมพิวเตอร์ โดยใช้เครื่ องมือพิเศษและบันทึกข้อมูลใหม่ได้
                              EEPROM                   (Electrically                    Erasable                 PROM)
จ ะ เ ป็ น เ ท ค โ น โ ล ยี ใ ห ม่ ล่ า สุ ด ซึ่ ง ร ว ม เ อ า ข้ อ ดี ข อ ง ร อ ม แ ล ะ แ ร ม เ ข้ า ด้ ว ย กั น
เ ป็ น ชิ ป ที่ ไ ม่ ต้ อ ง ใ ช้ ไ ฟ ฟ้ า ใ น ก า ร ห ล่ อ เ ลี้ ย ง แ ล ะ ส า ม า ร ถ เ ขี ย น
                                       ้                                   ้
แก้ไขหรื อลบข้อมูลที่เก็บไว้ได้ดวยโปรแกรมพิเศษ โดยไม่ตองถอดออกจาก เครื่ องคอมพิวเตอร์
ทาให้เปรี ยบเสมือนกับหน่ วยเก็บข้อมูลสารองที่มีความเร็ วสู ง หน่ วยความจาชนิ ดนี้ มีขอด้อย 2                    ้
ประการเมื่ อเที ยบกับหน่ วยเก็บข้อมูลสารอง นั่นคือราคาที่ สูงและมี ความจุ ขอมูลต่ ากว่ามาก              ้
ท าให้ ก ารใช้ ง านยั ง จ ากั ด อยู่ ก ั บ งานที่ ต้ อ งการความเร็ วสู งและเก็ บ ข้ อ มู ล ไม่ ม ากนั ก
ตั ว อ ย่ า ง ข อ ง ห น่ ว ย ค ว า ม จ า เ ป็ น แ บ บ ที่ รู ้ จั ก กั น ดี คื อ ห น่ ว ย ค ว า ม จ า แ บ บ Flash
ซึ่ งนิยมนามาใช้เก็บในเครื่ องรุ่ นใหม่ๆ
                   3.1.4.2 หน่ วยความจาหลักแบบแก้ไขได้ (Random Access Memory : RAM)
                             นิ ย ม เ รี ย ก สั้ น ๆ ว่ า                              แรม                         (RAM)
หมายถึ ง หน่ ว ยความจ าความเร็ วสู งซึ่ งเป็ นที่ เ ก็ บ โปรแกรมและข้ อ มู ล ในคอมพิ ว เตอร์
ถ้ า ไ ม่ มี ห น่ ว ย ค ว า ม จ า นี้ โ ป ร เ ซ ส เ ซ อ ร์ ก็ จ ะ ท า ง า น ไ ม่ ไ ด้ เ ล ย
เนื่องจากหน่วยความจาแรมเป็ นเสมือนกระดาษทดที่เก็บข้อมูลทุกอย่างที่โปรเซสเซอร์ ใช้ในขณะกา
ลั ง ท างานอยู่                       เพราะอุ ป กรณ์ ที่ เ ก็ บ ข้ อ มู ล อื่ น เช่ น ดิ สก์ ไ ดร์ ฟ                    จ
ะ มี ค ว า ม เ ร็ ว ใ น ก า ร อ่ า น แ ล ะ บั น ทึ ก ข้ อ มู ล ช้ า ม า ก
              ู
ขณะที่ซีพียทางานจึงต้องทางานกับหน่วยความจาแรมที่มีความเร็ วสู งเสมอ
                             โดยปกติแล้วถ้าคอมพิวเตอร์ มีหน่วยความจามากก็สามารถทางานได้เร็ วขึ้น
เ พ ร า ะ มี เ นื้ อ ที่ ส า ห รั บ เ ก็ บ ค า สั่ ง โ ป ร แ ก ร ม ต่ า ง ๆ ไ ด้ ทั้ ง ห ม ด
       ้
ไม่ตองเรี ยกคาสั่ง ที่ ใช้มาจากหน่ วยเก็บข้อมูล สารอง ซึ่ งจะทาให้การทางานช้าลงอย่างมาก
แ ผ ง ว ง จ ร ห ลั ก ( Main                       Board)                     ที่ อ ยู่ ใ น เ ค รื่ อ ง ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์
โดยปกติ จ ะถู ก ออกแบบมาให้ส ามารถเพิ่ ม ชิ ป หน่ วยความจา (Memory Chip) ได้โ ดยง่ า ย
เนื่ อ งจากถ้า ผู ้ใ ช้ต้อ งท างานกับ โปรแกรมที่ มี ก ารค านวณซั บ ซ้ อ นหรื อ ท างานกับ ภาพกราฟิ ก
ก็อาจจาเป็ นต้องทาการเพิ่มหน่วยความจาให้มากขึ้น
                             คอมพิวเตอร์ ขนาดใหญ่ส่ วนมากจาเป็ นต้องมี หน่ วยความจาจานวนมาก
เนื่ องจากมั ก จะน าคอมพิ ว เตอร์ เหล่ า นั้ นมาใช้ ป ระมวลผลโปรแกรมจ านวนหลายๆ
โปรแกรมพร้อมๆ กันเสมอ เช่น ซูเปอร์ คอมพิวเตอร์ Cray-4 ต้องใช้หน่ วยความจาแรมอย่างน้อย
                                                                                                       49

256 MB เครื่ องมินิคอมพิวเตอร์ DEC AXP/150 ใช้หน่วยความจาแรมอย่างน้อย 128 เมกะไบต์
                       ้
เนื่ อ งจากการที่ มี ผูใ ช้ห ลายคนท างานพร้ อ มๆ กัน โดยใช้ห ลัก การของ                 มัล ติ โปรเซสซิ่ ง
( Multiprocessing)                       จ ะ ต้ อ ง มี ก า ร แ บ่ ง เ นื้ อ ที่ ใ น ห น่ ว ย ค ว า ม จ า
เพื่อเก็บโปรแกรมแต่ละโปรแกรมให้สามารถทางานไปได้พร้อมกัน
                                                                 ั
                              หน่วยความจาแรมที่นิยมใช้ในปั จจุบนคือ
                               DRAM                           (Dynamic                            RAM)
                                                         ั
เป็ นหน่วยความจาที่มีการใช้งานกันมากที่สุดในปั จจุบนจะมีวงจรคล้ายตัวเก็บประจุเพื่อจัดเก็บแต่ละบิ
                            ้
ตของข้อมูล ทาให้ตองมี การย้ าสัญญาณไฟฟ้ าเข้าไปก่อนที่ จะหายเรี ยกว่า การรี เฟรช (Refresh)
ห น่ ว ย ค ว า ม จ า จ ะ มี ข้ อ ดี ที่ ร า ค า ต่ า
                                                                   ่
ข้อเสี ยคือมีความเร็ วไม่สูงนักเนื่ องจากต้องมีการรี เฟรชข้อมูลอยูตลอดเวลา ซึ่ งได้มีการนาเทคนิ คต่างๆ
มาลดเวลาในการเข้าถึงข้อมูล ทาให้เกิด DRAM ชนิ ดย่อยๆ เช่น FPM (Fast Page Mode) RAM, EDO
(Extended Data Output) RAM, SDRAM (Synchronous DRAM) เป็ นต้น หน่ วยความจา DRAM
                ่
จะมีความเร็ วอยูระหว่าง
                               SRAM (Static RAM) เป็ นหน่ วยความจาที่มีความเร็ วสู ง พลังงานที่
SRAM ใช้ จ ะน้ อ ยมาก โดยสามารถใช้ พ ลัง งานถ่ า นนาฬิ ก าในการท างานได้ ถึ ง หนึ่ งปี
                                                                                         ั
ข้อเสี ยคือราคาสู ง นิ ยมใช้ SRAM เป็ นหน่วยความจาแคช เพื่อเสริ มความเร็ วให้กบหน่ วยความจา
DRAM ในระบบคอมพิ วเตอร์ ค วามเร็ วสู งเนื่ อ งจากหน่ วยความจาจะมี ค วามเร็ วต่ า กว่า 10
Nanosecond

          3.1.5 หน่ วยเก็บข้ อมูลสารอง (Secondary Storage Unit)
                 ก่ อ น ที่ จ ะ ศึ ก ษ า ว่ า ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ เ ก็ บ ข้ อ มู ล ไ ด้ อ ย่ า ง ไ ร
จ ะ ต้ อ ง ท ร า บ ก่ อ น ว่ า สื่ อ ส า ห รั บ เ ก็ บ ข้ อ มู ล นั้ น มี อ ะ ไ ร บ้ า ง
เนื่องจากคอมพิวเตอร์ แปลงคาสั่งและข้อมูลต่างๆ เก็บไว้ในรู ปของเลขฐานสองคือ 0 และ 1 ทั้งสิ้ น
โดยที่ ต ัว อัก ษร ตัว เลข และสั ญ ลัก ษณ์ พิ เ ศษต่ า งๆ จะถู ก แทนด้ว ยกลุ่ ม ของเลขฐานสอง
แ ล ะ เ นื่ อ ง จ า ก แ ร ม เ ป็ น ห น่ ว ย ค ว า ม จ า ที่ ไ ม่ ไ ด้ เ ก็ บ ข้ อ มู ล อ ย่ า ง ถ า ว ร
ถ้ า ปิ ด เ ค รื่ อ ง ห รื อ ไ ฟ ดั บ ข้ อ มู ล ก็ จ ะ ห า ย ไ ป
ดั ง นั้ น ถ้ า ผู ้ ใ ช้ มี ข้ อ มู ล อ ยู่ ใ น แ ร ม ก็ จ ะ ต้ อ ง ท า ก า ร จั ด เ ก็ บ ข้ อ มู ล
โ ด ย ย้ า ย ข้ อ มู ล จ า ก ห น่ ว ย ค ว า ม จ า ไ ป ไ ว้ ใ น ห น่ ว ย เ ก็ บ ข้ อ มู ล ส า ร อ ง
เนื่ อ งจากสามารถเก็ บ ข้ อ มู ล ได้ อ ย่ า งถาวรไม่ มี ก ารเปลี่ ย นแปลงนอกจากผู ้ใ ช้ เ ป็ นผู ้สั่ ง
ร ว ม ทั้ ง ส า ม า ร ถ เ ก็ บ ข้ อ มู ล จ า น ว น ม า ก ๆ
                                                                                                                     50

ได้ แ ละที่ ส าคัญ หน่ ว ยเก็ บ ข้ อ มู ล ส ารองจะมี ร าคาถู ก มากเมื่ อ เที ย บกับ หน่ ว ยความจ าหลัก
                                         ั
คอมพิวเตอร์ ที่นิยมใช้ในปั จจุบนจะมีหน่วยเก็บข้อมูลสารองซึ่ งสามารถเก็บข้อมูลได้จานวนมากๆ
ได้ แต่ ค วามเร็ ว ในการอ่ า นและบัน ทึ ก ข้อ มู ล ของหน่ ว ยเก็ บ ข้อ มู ล ส ารองจะต่ า กว่า แรมมาก
ดั ง นั้ นจึ งควรท างานให้ เ สร็ จก่ อ นจึ ง ย้ า ย ข้ อ มู ล นั้ นไปไว้ ใ นหน่ วยเก็ บ ข้ อ มู ล ส ารอง
             ั
ในปั จจุบนมีหน่วยเก็บข้อมูลให้เลือกใช้ หลายชนิด ดังต่อไปนี้
                    3.1.5.1 เทปแม่ เหล็ก (Magnetic Tape)
                                                             ั
                           เป็ นหน่วยเก็บข้อมูลที่ใช้กนมานานตั้งแต่คอมพิวเตอร์ ยุคที่หนึ่ งและยุคที่สอง
ปั จจุ บ ั น ได้ รั บ ความนิ ย มน้ อ ยลง เทปแม่ เ หล็ ก มี ห ลั ก การท างานคล้ า ยเทปบั น ทึ ก เสี ยง
แต่เปลี่ ยนจากการเล่ น (Play) และบันทึก (Record) เป็ นการอ่าน (Read) และเขียน (Write)
แ ท น ใ น เ ค รื่ อ ง เ ม น เ ฟ ร ม เ ท ป ที่ ใ ช้ จ ะ เ ป็ น แ บ บ ม้ ว น เ ท ป                       (Reel-to-Reel)
ซึ่ งเป็ นวงล้ อ ขนาดใหญ่ ใ นเครื่ องมิ นิ ค อมพิ ว เตอร์ จ ะใช้ ค าร์ ท ริ ดจ์ เ ทป (Cartridge Tape)
           ั
ซึ่ งมีลกษณะคล้ายวีดีโอเทป ส่ วนในเครื่ องไมโครคอมพิวเตอร์ จะใช้ตลับเทป (Cassette Tape)
         ั
ซึ่ งมีลกษณะเหมือนเทปเพลง เทปทุกชนิ ดที่กล่าวมามีหลักการทางานคล้ายกับเทปบันทึกเสี ยง
คื อ จ ะ อ่ า น ข้ อ มู ล ต า ม ล า ดั บ ก่ อ น ห ลั ง ต า ม ที่ ไ ด้ บั น ทึ ก ไ ว้
เ รี ย ก ห ลั ก ก า ร นี้ ว่ า ก า ร อ่ า น ข้ อ มู ล แ บ บ ล า ดั บ ( Sequential                               Access)
การทางานลักษณะนี้ จึงเป็ นข้อเสี ยของการใช้เทปแม่เหล็กบันทึกข้อมูล คือทาให้อ่านข้อมูลได้ชา                              ้
เนื่ องจากต้ อ งอ่ า นข้ อ มู ล ในม้ ว นเทปไปเรื่ อยๆ                                   จนถึ ง ต าแหน่ ง ที่ ต้ อ งการ
ผู ้ ใ ช้ จึ ง นิ ย ม น า เ ท ป แ ม่ เ ห ล็ ก ม า ส า ร อ ง ข้ อ มู ล เ ท่ า นั้ น
                                               ่
ส่ วนข้อมูลที่กาลังใช้งานจะถูกเก็บอยูบนหน่ วยเก็บข้อมูลแบบ จานแม่เหล็ก (Magnetic Disk)
เพื่อให้เรี ยกใช้ได้ง่าย และนาเฉพาะข้อมูลที่สาคัญและไม่ถูกเรี ยกใช้บ่อยๆ มาเก็บสารอง (back up)
ไว้ในเทปแม่เหล็ก เพื่อป้ องกันการสู ญหายของข้อมูล
                           ข้ อ ดี ข องเทปแม่ เ หล็ ก คื อ สามารถบั น ทึ ก                อ่ า นและลบกี่ ค รั้ งก็ ไ ด้
รวมทั้ง มี ร าคาต่ า นอกจากนี้ ยัง สามารถบัน ทึ ก ข้ อ มู ล จ านวนมาก ๆ                            ได้ อ ย่ า งรวดเร็ ว
ในสื่ อที่มีขนาดใหญ่มากนัก ความจุของเทปแม่เหล็กจะมีหน่วยเป็ น ไบต์ต่อนิ้ว (byte per inch) หรื อ
บี พี ไ อ ( bpi)                 ซึ่ ง ห ม า ย ถึ ง จ า น ว น ตั ว อั ก ษ ร ที่ เ ก็ บ ไ ด้ ใ น เ ท ป ย า ว ห นึ่ ง นิ้ ว
หรื อ เรี ย กได้อี ก อย่ า งว่ า ความหนาแน่ น ของเทปแม่ เ หล็ ก เทปแม่ เ หล็ ก ที่ มี ค วามหนาแน่ น ต่ า
จะเก็ บ ข้ อ มู ล ได้ ป ระมาณ 1,600                    บี พี ไ อ ส่ วนเทปแม่ เ หล็ ก ที่ มี ค วามหนาแน่ น สู ง
จะเก็บข้อมูลได้ประมาณ 6,250 บีพีไอ นอกจากนี้ จะมีเทปแม่เหล็กรุ่ นใหม่ๆ คือ (Digital Audio
Tape : DAT) ซึ่ งขนาดใหญ่กว่าเครดิตการ์ ดเล็กน้อย แต่สามารถจุขอมูลได้                 ้                           2-5
จิกะไบต์และ R-DATs ซึ่ งสามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่า 14 จิกะไบต์ บนเทปที่ยาว 90 เมตร
                                                                                                                      51




            รู ปที่ 3.19 (ก) ม้วนเทป (ข) คาร์ทริ ดจ์เทปและตลับเทป (ค) เครื่ องอ่านม้วนเทป

                           การที่ เ ทปแม่ เ หล็ ก ยัง คงได้ รั บ ความนิ ย มให้ เ ป็ นสื่ อ ที่ เ ก็ บ ส ารองข้อ มู ล
                                ้
ก็เพราะความเร็ ว ความจุขอมูล และราคานันเอง         ่
                    3.1.5.2 จานแม่ เหล็ก (Magnetic Disk)
                            จานแม่เหล็กสามารถเก็บข้อมูลได้เป็ นจานวนมาก และมีคุณสมบัติในการ
เข้า ถึ ง ข้อ มู ล โดยตรง (Direct Access) ไม่ จ าเป็ นต้ อ งอ่ า นไปตามล าดั บ เหมื อ นเทป
จานแม่ เ หล็ ก จะต้ อ งใช้ คู่ ก ั บ ตั ว ขั บ จานแม่ เ หล็ ก หรื อดิ สก์ ไ ดร์ ฟ (Disk                             Drive)
ซึ่ งเป็ นอุ ป กรณ์ ส าหรั บ อ่ า นเขี ย นจานแม่ เ หล็ ก                   (มี ห น้ า ที่ ค ล้ า ยกั บ เครื่ องเล่ น เทป)
จานแม่ เ หล็ ก เป็ นสื่ อ ที่ ใ ช้ ห ลัก การของการ                     เข้า ถึ ง ข้อ มู ล แบบสุ่ ม (Random-Access)
นั่ น คื อ ถ้ า ต้ อ ง ก า ร ข้ อ มู ล ล า ดั บ ที่                                                                     52
หั ว อ่ า น ก็ จ ะ ต ร ง ไ ป ที่ ข้ อ มู ล นั้ น แ ล ะ อ่ า น ข้ อ มู ล นั้ น ขึ้ น ม า ใ ช้ ง า น ไ ด้ ทั น ที
ท าให้มี ค วามเร็ ว ในการอ่ า นและบันทึ ก ที่ สู ง กว่า เทปมาก หัว อ่ า นของดิ ส ก์ ไ ดร์ ฟ นั้น เรี ย กว่า
หัวอ่ า นและบันทึ ก (Read/Write Head)                                ้
                                                             เมื่ อผูใ ช้ใ ส่ แผ่นจานแม่ เหล็ กเข้า ในดิ ส ก์ไ ดร์ ฟ
แผ่น จานแม่ เ หล็ ก ก็ จ ะเข้า ไปสวมอยู่ใ นแกนกลม ซึ่ งเป็ นที่ ยึ ด ส าหรั บ หมุ น แผ่น จานแม่ เ หล็ ก
จากนั้ นหั ว อ่ า นและบัน ทึ ก ก็ จ ะอ่ า น           อิ ม พัล ล์ ข องแม่ เ หล็ ก              (Magnetic Impulse)
บ น แ ผ่ น จ า น แ ม่ เ ห ล็ ก ขึ้ น ม า แ ล ะ แ ป ล ง เ ป็ น ข้ อ มู ล ส่ ง เ ข้ า ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ต่ อ ไ ป
                                                                                                                        52

หั ว อ่ า นแล ะ บั น ทึ ก ส ามารถ เคลื่ อ นย้ า ย ใ นแนวรา บเหนื อผิ ว หน้ า ข องจานแม่ เ หล็ ก
ถ้ า ใ ช้ จ า น แ ม่ เ ห ล็ ก ที่ มี ผิ ว ห น้ า ต่ า ง กั น ก็ ต้ อ ง ใ ช้ อ่ า น แ ล ะ บั น ทึ ก ต่ า ง ช นิ ด กั น ด้ ว ย
นอกจากนี้ เนื่ องจากดิ สก์ไ ดร์ ฟ นั้นเป็ นเพีย งอุ ป กรณ์ เครื่ องกลชนิ ดหนึ่ ง ซึ่ ง อาจเกิ ดปั ญหาขึ้ นได้
จึงจาเป็ นต้องมีการเก็บสารองข้อมูลและโปรแกรมที่ใช้อย่างสม่าเสมอ
                               ก่ อ น ที่ จ ะ ใ ช้ แ ผ่ น จ า น แ ม่ เ ห ล็ ก เ ก็ บ ข้ อ มู ล
จ ะ ต้ อ ง ผ่ า น ขั้ น ต อ น ข อ ง ก า ร ฟ อ ร์ แ ม ต ( Format)
ก่อนเพื่อเตรี ยมแผ่นจานแม่เหล็กให้พร้อมสาหรับเครื่ องรุ่ นที่จะใช้งาน (เช่น เครื่ อง PC และ Mac
จ ะ มี ฟ อ ร์ แ ม ต ที่ ต่ า ง กั น แ ต่ ส า ม า ร ถ ใ ช้ แ ผ่ น จ า น แ ม่ เ ห ล็ ก รุ่ น เ ดี ย ว กั น ไ ด้ )
โดยหั ว อ่ า นและบั น ทึ ก จะเขี ย นรู ปแบบของแม่ เ หล็ ก ลงบนผิ ว ของแผ่ น จานแม่ เ หล็ ก
เพื่ อ ใ ห้ ก าร บั น ทึ ก ข้ อ มู ล ล ง แ ผ่ น จ า น แ ม่ เห ล็ ก ใ น ภ าย ห ลั ง ท าต า ม รู ป แ บบ ดั ง ก ล่ า ว
การฟอร์ แมตผ่านจานบันทึกจัดเป็ นงานพื้นฐานหนึ่งของระบบปฏิบติการคอมพิวเตอร์            ั
                               ข้อมูลจะถูกบันทึกลงบนจานแม่เหล็กตามรู ปแบบที่ได้ฟอร์ แมตไว้แล้ว คือ
แ บ่ ง ใ น แ น ว ว ง ก ล ม ร อ บ แ ก น ห มุ น เ ป็ น ห ล า ย ๆ ว ง เ รี ย ก ว่ า                        แ ท ร ก ( Track)
แต่ ล ะแทรกจะถู ก แบ่ ง ออกในแนวของขนมเค้ ก เรี ยกว่ า                                      เซกเตอร์              (Sector)
แล ะถ้ า มี เ ซก เตอร์ มากก ว่ า หนึ่ งเซก เตอร์ รวมกั น เรี ยก ว่ า                             คลั ส เตอร์ (Cluster)
นอกจากนี้ ใ นระบบคอมพิวเตอร์ ส่ วนมากจะมี ตารางส าหรั บ จัดการข้อมู ล ในแผ่นจานแม่ เหล็ ก
ซึ่ ง มี หน้าที่ เก็ บ ตาแหน่ งแทรกและเซกเตอร์ ของข้อมูล ที่ อยู่ภายในจานแม่ เหล็ ก เรี ย กตารางนี้ ว่า
ต า ร า ง แ ฟ ต ( File                                Allocation                        Table:                       FAT)
ซึ่ งตารางนี้ทาให้คอมพิวเตอร์ สามารถจัดการกับข้อมูลได้อย่างรวดเร็ ว
                               ในปั จจุ บนมีจานแม่เหล็กที่ได้รับความนิ ยมอย่างสู งสุ ดอยู่ 2 ชนิ ด คือ
                                            ั
ฟล อ ปปี้ ดิ ส ก์ (Floppy                     Disk)             และ               ฮ าร์ ด ดิ ส ก์ (Hard              Disk)
                                                              ั
โดยเครื่ องไมโครคอมพิวเตอร์ ที่จาหน่ายในปั จจุบนจะมีดิสก์ไดร์ ฟและฮาร์ ดดิสก์ติดมาด้วยเสมอ
                                ฟลอปปี้ ดิสก์ และดิสก์ ไดร์ ฟ ฟลอปปี้ ดิสก์ เป็ นแผ่นพลาสติกวงกลม
มีขนาด 3.5 นิ้ ว และ 5.25 นิ้ ว (วัดจากเส้นรอบวงของวงกลม) สามารถอ่านได้ด้วยดิ สก์ไดร์ ฟ
แผ่ น ชนิ ด 3.5             นิ้ ว เป็ นรุ่ นใหม่ ก ว่ า บรรจุ อ ยู่ ใ นพลาสติ ก แบบแข็ ง ส่ วนขนาด 5.25
นิ้ วซึ่ งไม่ไ ด้รับความนิ ย มในปั จจุ บนแล้ว  ั             จะบรรจุ อยู่ในพลาสติ กที่ แข็งกว่าแผ่นดิ ส ก์เกตต์
แ ต่ ยั ง ส า ม า ร ถ หั ก ง อ ไ ด้
เ ค รื่ อ ง ไ ม โ ค ร ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ใ น ปั จ จุ บั น นี้ จ ะ มี ดิ ส ก์ ไ ด ร์ ฟ ห นึ่ ง ห รื อ ส อ ง ช่ อ ง เ ส ม อ
ดิ ส ก์ ไ ด ร์ ฟ มี ห น้ า ที่ ส อ ง อ ย่ า ง                                    คื อ อ่ า น แ ล ะ บั น ทึ ก
โ ด ย ก า ร อ่ า น มี ห ลั ก ก า ร ท า ง า น ค ล้ า ย กั บ ก า ร เ ล่ น ซี ดี เ พ ล ง
                                                                                                                     53

ส่ ว น ก า ร บั น ทึ ก มี ห ลั ก ก า ร ท า ง า น ค ล้ า ย กั บ ก า ร บั น ทึ ก เ สี ย ง ล ง ใ น เ ท ป บั น ทึ ก เ สี ย ง
ต่ า ง กั น ก็ ต ร ง ที่ ผู ้ ใ ช้ ไ ม่ ต้ อ ง ก ด ปุ่ ม ใ ด ๆ
เ มื่ อ ต้ อ ง ก า ร บั น ทึ ก ข้ อ มู ล เ พ ร า ะ โ ป ร แ ก ร ม ที่ ใ ช้ ง า น จ ะ จั ด ก า ร ใ ห้ โ ด ย อั ต โ น มั ติ
แ ผ่ น ดิ ส ก์ เ ก ต ต์ จ ะ มี แ ถ บ ป้ อ ง กั น ก า ร บั น ทึ ก ( Write-Protection)                         อ ยู่ ด้ ว ย
  ้
ผูใช้สามารถเปิ ดแถบนี้เพื่อป้ องกันไม่ให้มีการบันทึกข้อมูลอื่นทับไปหรื อลบข้อมูลทิ้ง




                                      รู ปที่ 3.20 ดิสก์เกตต์และดิสก์ไดร์ ฟ

                                 จ า น ว น ข้ อ มู ล ที่ เ ก็ บ อ ยู่ ใ น แ ผ่ น ดิ ส ก์ เ ก ต ต์
            ่ ั
จะขึ้นอยูกบความหนาแน่นของสารแม่เหล็กบนผิวของแผ่นดิสก์เกตต์ โดยสามารถแบ่งออกเป็ น 2
ช นิ ด คื อ ดิ ส ก์ ค ว า ม จุ                      ส อ ง เ ท่ า ( Double                                  Density)
ซึ่ งจะเก็บข้อมูลได้มากกว่าดิ สก์ที่มีความจุเท่าเดี ยวที่ นิยมใช้ในสมัยก่ อน ส่ วนอี กชนิ ดหนึ่ งคื อ
ดิ ส ก์ค วามจุ สู ง (High Density)            ซึ่ ง จะเก็ บ ข้อมู ล ได้ม ากกว่า ดิ ส ก์ที่ มี ค วามจุ เป็ นสองเท่ า
และเป็ นดิสก์ที่นิยมใช้งานกันอยูทวไป ่ ั่
                                                       ั
                                 นอกจากนี้ในปั จจุบนจะมีดิสก์เกตต์แบบพิเศษที่มีความจุสูงถึง 120 MB
ต่ อ แผ่ น         ซึ่ งใช้ เ ทคโนโลยี ท างด้ า น Laser เรี ยกว่ า               (Laser Servo:                 LS)
ก า ลั ง เ ริ่ ม ไ ด้ รั บ ค ว า ม นิ ย ม ม า ก ขึ้ น เ รื่ อ ย ๆ
เนื่องจากสะดวกในการเก็บข้อมูลแฟ้ มข้อมูลขนาดใหญ่หรื อมีปริ มาณมากได้ในแผ่นเพียงแผ่นเดียว
รวมทั้ งส า มารถ อ่ า นดิ ส ก์ เ กต ต์ 720                 KB             แล ะ 1.44               KB           ไ ด้
          ั
และมีอตราการโอนถ่ายข้อมูลเร็ วกว่าดิสก์เกตต์ปกติถึง 5 เท่า

ตารางที่ 3.1 แสดงความจุของดิสก์เกตต์
                                                                                                           54

     ความจุ                            ้
                      ดิสก์ขนาด 5.25 นิว                          ้
                                                  ดิสก์ขนาด 3.5 นิว
                                               720 KB (IBM)
ความจุสองเท่า               360 KB
                                               800 KB (Macintosh)
                                               1.44 MB (IBM)
ความจุสูง                   1.2 MB
                                               1.44 MB (Macintosh)
ความจุพิเศษ                     -              120MB

                          ฮ า ร์ ด ดิ ส ก์        มี ห ลั ก ก า ร ท า ง า น ค ล้ า ย กั บ ฟ ล อ ป ปี้ ดิ ส ก์
แ ต่ ฮ า ร์ ด ดิ ส ก์ ท า ม า จ า ก แ ผ่ น โ ล ห ะ แ ข็ ง เ รี ย ก ว่ า                            Platters
ท า ใ ห้ ส า ม า ร ถ เ ก็ บ ข้ อ มู ล ไ ด้ ม า ก แ ล ะ ท า ง า น ไ ด้ ร ว ด เ ร็ ว
                                     ่
ฮาร์ ดดิสก์ส่วนมากจะถูกยึดติดอยูภายในเครื่ องคอมพิวเตอร์ แต่ก็มีบางรุ่ นที่เป็ นแบบเคลื่อนย้ายได้
(Removable Disk) โดยจะเป็ นแผ่นจานแม่ เหล็ ก เพี ย งแผ่นเดี ย วอยู่ใ นกล่ องพลาสติ ก บางๆ
     ั
มีลกษณะคล้ายกับฟลอปปี้ ดิ สก์ ตัวอย่างเช่ น Jaz จาก Iomega หรื อ Syjet จาก SyQuest
ซึ่ งสามารถเก็ บ ข้ อ มู ล ได้ ต้ ั งแต่ 1       GB           ขึ้ นไป ในแผ่ น ขนาดประมาณ 3.5
นิ้วเท่านั้นและตัวไดร์ ฟจะมีรุ่นที่ต่อกับคอมพิวเตอร์ ทางพอร์ ตขนานหรื อ SCSI
                            ฮาร์ ดดิ สก์ ที่ นิ ยมใช้ ก ั บ เครื่ องไมโครคอมพิ ว เตอร์ ในปั จจุ บั น
                                                                           ั
จะประกอบด้วยจานแม่เหล็กหลายๆ แผ่น และสามารถบันทึกข้อมูลได้ท้ งสองหน้าของผิวจานแม่เหล็ก
โดยที่ทุกแทรก (Track) และเซกเตอร์ (Sector) ที่มีตาแหน่งตรงกันของฮาร์ ดดิสก์ชุดหนึ่ งจะเรี ยกว่า
ไซลินเดอร์ (Cylinder)




                                           รู ปที่ 3.21 ฮาร์ ดดิสก์

                            แ ผ่ น จ า น แ ม่ เ ห ล็ ก ข อ ง ฮ า ร์ ด ดิ ส ก์ นั้ น ห มุ น เ ร็ ว ม า ก
โ ด ย ที่ หั ว อ่ า น แ ล ะ บั น ทึ ก จ ะ ไ ม่ สั ม ผั ส กั บ ผิ ว ข อ ง แ ผ่ น จ า น แ ม่ เ ห ล็ ก
                                                                                                                 55

ดั ง นั้ นจึ ง อาจมี ค วามผิ ด พลาดหรื อเสี ยหายเกิ ด ขึ้ นได้ ถ้ า มี บ างสิ่ งบางอย่ า ง เช่ น ฝุ่ น
ห รื อ ค วั น บุ ห รี่ กี ด ข ว า ง หั ว อ่ า น แ ล ะ บั น ทึ ก
                     ั
เพราะอาจทาให้หวอ่านและบันทึกกระแทกกับผิวของแผ่นจานแม่เหล็ก
                                 ก า ร ที่ ฮ า ร์ ด ดิ ส ก์ มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ แ ล ะ ค ว า ม จุ ที่ สู ง
เนื่องจากฮาร์ ดดิสก์หนึ่งชุดประกอบด้วยแผ่นจานแม่เหล็กจานวนหลายแผ่นทาให้เก็บข้อมูลได้มาก
กว่ า ฟลอบปี้ ดิ ส ก์ โดยฮาร์ ด ดิ ส ก์ ใ นปั จ จุ บ ัน จะมี ค วามจุ เ ริ่ มตั้ง แต่ 1 GB ขึ้ นไป
นอกจากนี้ ฮาร์ ด ดิ ส ก์ จ ะหมุ น ด้ว ยความเร็ ว สู ง มาก คื อ ตั้ง แต่ 3,600 รอบต่ อ นาที ข้ ึ นไป
ท า ใ ห้ ส า ม า ร ถ อ่ า น ข้ อ มู ล ไ ด้ อ ย่ า ง ร ว ด เ ร็ ว ฮ า ร์ ด ดิ ส ก์ รุ่ น ใ ห ม่ ๆ ส่ ว น ม า ก จ ะ มี
                                                                      ่
ความเร็ วในการอ่านข้อมูลเฉลี่ย (Average Access Time) อยูประมาณ 10 ms หรื อน้อยกว่า
                                                           ั
                                 การเชื่ อมฮาร์ ดดิสก์กบแผงวงจรหลักจะต้องมี ส่ วนเชื่ อมต่อฮาร์ ดดิสก์
(Harddisk interface)                   ซึ่ งจะมี ว งจรมาตรฐานที่ ท้ ัง แผงวงจรหลัก และฮาร์ ด ดิ ส ก์ รู้ จ ัก
ท า ใ ห้ ข้ อ มู ล ส า ม า ร ถ ส่ ง ผ่ า น ร ะ ห ว่ า ง ผั ง ว ง จ ร ห ลั ก แ ล ะ ฮ า ร์ ด ดิ ส ก์ ไ ด้ ม า ต ร ฐ า น
                                                  ั
ส่ วนเชื่ อมต่อฮาร์ ดดิสก์ที่นิยมใช้ในปั จจุบน คือ (Enhanced Integrated Drive Electronics: EIED)
และ (Small Computer System Interface: SCSI)
                               ซี ดี รอม (Compact Disk Read Only Memory: CD-ROM)
แผ่นซี ดีรอมจะมีลกษณะคล้ายซี ดีเพลงมาก สามารถเก็บข้อมูลได้สูงถึ ง 650 เมกะไบต์ต่อแผ่น
                       ั
การใช้ ง านแผ่ น ซี ดี ร อมจะต้อ งมี เ ครื่ อ งคอมพิ ว เตอร์ ที่ มี ซี ดี ร อมไดร์ ฟ (CD-ROM Drive)
ซึ่ ง จ ะ มี ห ล า ย ช นิ ด ขึ้ น กั บ ค ว า ม เ ร็ ว ใ น ก า ร ท า ง า น
ซี ดีรอมไดร์ ฟรุ่ นแรกสุ ดนั้นมีความเร็ วในการอ่านข้อมูลที่ 150 กิโลไบต์ต่อวินาที เรี ยกว่ามีความเร็ ว
1 เท่าหรื อ 1X ซี ดีรอมไดร์ ฟรุ่ นหลังๆ จะอ้างอิงความเร็ วในการอ่านข้อมูลจากรุ่ นแรก เช่ น
ความเร็ ว 2 เท่ า (2X) , ความเร็ ว 4 เท่ า (4X) เป็ นต้น แต่ ปั จ จุ บ ัน นี้
ซี ดีร อมไดร์ ฟ ที่ มี อยู่ใ นท้องตลาดจะมี ค วามเร็ วตั้ง แต่ สิ บ เท่ า ขึ้ นไป            ข้อจ ากัดของซี ดี รอม
คื อ ส า ม า ร ถ บั น ทึ ก ไ ด้ เ พี ย ง ค รั้ ง เ ดี ย ว ด้ ว ย เ ค รื่ อ ง มื อ เ ฉ พ า ะ เ ท่ า นั้ น
จากนั้นจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลเหล่านั้นได้
                                 ซี ดีรอมได้รับความนิ ยมใช้เป็ นสื่ อเก็บข้อมูลสาหรับอ่านอย่างเดี ยวเป็ น
อย่างมาก เช่น ซอฟต์แวร์ แผนที่โลก หนังสื อ ภาพยนตร์ เป็ นต้น ซึ่ งในปั จจุบนซอฟต์แวร์ ต่างๆ      ั
จะมาในรู ปของซี ดี ร อมเป็ นหลั ก                         เนื่ องจากสะดวกต่ อ การติ ด ตั้ งลงฮาร์ ดดิ ส ก์
      ้                                                 ้
ไม่ตองทาการเปลี่ยนแผ่นบ่อยๆ โอกาสเสี ยมีนอยและต้นทุกถูกกว่าดิสก์เกตต์มาก
                                 การบันทึกข้อมูลลงในแผ่นซี ดีรอมปกติแล้วต้องใช้เครื่ องมือเฉพาะซึ่ งมี
                              ั
ราคาแพง แต่ในปั จจุบนนี้ มีแผ่นซี ดีรอมที่สามารถบันทึกและอ่านข้อมูลได้ เรี ยกว่า ซี ดีอาร์ (CD
                                                                                                              56

Recordable: CD-R) ซึ่ งสามารถนาซี ดีรอมไดร์ ฟชนิ ดใดก็ได้อ่านข้อมูลในแผ่นซี ดีน้ น ทาให้                 ั
เ ห ม า ะ กั บ ก า ร น า ม า จั ด เ ก็ บ ซ อ ฟ ต์ แ ว ร์ ท า ง ด้ า น มั ล ติ มี เ ดี ย               (Multimedia)
โดยการบันทึกข้อมูลวงบนแผ่นซี ดีอาร์ สามารถเก็บข้อมูลได้ประมาณ 700 MB ในหนึ่ งแผ่น
( ถ้ า เ ก็ บ ข้ อ มู ล นั้ น ใ น ฟ ล อ ป ปี้ ดิ ส ก์ จ ะ ต้ อ ง ใ ช้ ห ล า ย ร้ อ ย แ ผ่ น )
แ ผ่ น ซี ดี อ า ร์ มี ลั ก ษ ณ ะ เ ห มื อ น แ ผ่ น ซี ดี ทั่ ว ๆ ไ ป ต่ า ง กั น ที่ สี เ ท่ า นั้ น
                                            ั
โดยแผ่นซี ดดีอาร์ ที่สามารถบันทึกได้น้ นมีสีทองต่างกับแผ่นซี ดีธรรมดาที่มีสีเงิน
                                การบัน ทึ ก แผ่น ซี ดี อ าร์ จ ะต้อ งใช้ ซี ดี อ าร์ ไ ดร์ ฟ (CD-R drive)
ซึ่ ง ส าม า รถ อ่ าน แ ผ่ น ซี ดี ป ก ติ ได้ ด้ ว ย แ ต่ จะ มี รา ค าสู ง ก ว่ า ซี ดี ร อ มไ ด ร์ ฟ ป ก ติ ม า ก
ซี ดี อ าร์ ไ ดร์ ฟ สามารถบัน ทึ ก แผ่ น ซี ดี อ าร์ ใ ห้ เ ป็ นได้ท้ ัง ซี ดี ร อมหรื อซี ดี เ พลง (Audio CD)
                    ั
นิยมนามาใช้บนทึกเป็ น แผ่นต้นฉบับ (Master) เพื่อนาไปผลิตแผ่นซี ดีจานวนมากๆ ต่อไป
                            ดี วี ดี ( Digital                  Versatile                  Disk:           DVD)
เ ป็ น เ ท ค โ น โ ล ยี ใ ห ม่ ล่ า สุ ด ที่ มี แ น ว โ น้ ม จ ะ ไ ด้ รั บ ค ว า ม นิ ย ม สู ง สุ ด
โ ด ย แ ผ่ น ดี วี ดี ส า ม า ร ถ เ ก็ บ ข้ อ มู ล ไ ด้ ต่ า สุ ด ที่ 4.7                                     GB
ซึ่ งเพียงพอสาหรับเก็บภาพยนตร์ เต็มเรื่ องด้วยคุณภาพระดับสู งสุ ดทั้งภาพและเสี ยง (ในขณะที่ CD-
ROM หรื อ Laser Disk ที่ นิ ย มใช้ เ ก็ บ ภาพยนตร์ ใ นปั จ จุ บ ัน ต้อ งใช้ ห ลายแผ่ น )
                              ี                   ั
ทาให้เป็ นที่คาดหมายว่าดีวดีจะมาแทนที่ท้ งซี ดีรอม เลเซอร์ดิสก์หรื อแม้กระทั้งวีดีโอเทป
                                                                                       ั
                                ข้อกาหนดของดี วีดีจะสามารถมี ความจุ ได้ต้ งแต่ 4.7 GB ถึ ง 17 GB
และมี ค วามเร็ วในการเข้ า ถึ ง (Access                 Time)            อยู่ ที่ 600      KB/s ถึ ง 1.3     MB/s
ร ว ม ทั้ ง ส า ม า ร ถ อ่ า น แ ผ่ น ซี ดี ร อ ม แ บ บ เ ก่ า ไ ด้ ด้ ว ย
แล ะ ยั ง มี ข้ อ ก า หน ดส าหรั บเ ครื่ องรุ่ นที่ ส า มา รถ อ่ าน แล ะ เขี ย น แผ่ นดี วี ดี ไ ด้ ใ นตั ว
ซึ่ งกาลังจะออกตามมาต่อไป




                                                                ี
                                                รู ปที่ 3.22 ดีวดี

                            ่
         3.1.6 ส่ วนประกอบอืน ๆ
                                                                                                                    57

                   3.1.6.1 ตัวเครื่อง (Case)
                              ตั            ว                เ               ค            รื่           อ             ง
จ ะ เ ป็ น ก ล่ อ ง สี่ เ ห ลี่ ย ม ที่ ค่ อ น ข้ า ง จ ะ ร า บ เ รี ย บ ไ ม่ มี อ ะ ไ ร ใ ห้ เ ห็ น ม า ก นั ก
นอกจากบางยี่ ห้ อ อาจมี ก ารออกแบบที่ อ าจจะใช้เ ส้ น สายลายโค้ง นู น เว้า เพื่ อ ใช้ ดู ส วยงามขึ้ น
ตั ว เ ค รื่ อ ง นี้ อ า จ จ ะ ว า ง อ ยู่ ใ น แ น ว ตั้ ง ห รื อ แ น ว น อ น ก็ ไ ด้
ซึ่ งตัว เครื่ อ งที่ ว างแบบแนวนอนจะเรี ย กว่ า เป็ นแบบเดสก์ ท็ อ ป (Desktop) หรื อ ภาษาไทย
คื อ ตั้ ง โ ต๊ ะ ส่ ว น เ ค รื่ อ ง ที่ ว า ง แ บ บ ตั้ ง จ ะ เ รี ย ก ว่ า                  ท า ว เ ว อ ร์ (Tower)
ซึ่ งตัวเครื่ องแบบทาวเวอร์ น้ ี สามารถได้เป็ น 3 แบบตามขนาดความสู งของกล่ องคือมินิทาวเวอร์
(Mini – Tower) มีเดียมทาวเวอร์ (Medium – Tower) และทาวเวอร์ (Tower)
                                 ถ้ า ม อ ง จ า ก ด้ า น ห น้ า จ ะ เ ห็ น ว่ า ส่ ว น ที่ ผู ้ ใ ช้ (User)
จ ะ ใ ช้ ง า น ไ ด้ ก็ มี เ พี ย ง แ ค่ ปุ่ ม ส วิ ท ซ์ ไ ม่ กี่ อั น แ ล ะ ช่ อ ง ใ ส่ แ ผ่ น ดิ ส ก์ เ ท่ า นั้ น
ซึ่ งปุ่ มสาคัญและคงได้เคยสัมผัสกันทุ กคนก็คือ ปุ่ มเปิ ด/ปิ ดเครื่ อง (ON/OFF หรื อ Power)
ซึ่ ง มั ก จ ะ เ ป็ น ที่ มี ข น า ด ใ ห ญ่ ที่ สุ ด เ พื่ อ ค ว า ม ส ะ ด ว ก ใ น ก า ร ใ ช้ ง า น
บางเครื่ องจะมี ปุ่ มนี้ เพี ย งปุ่ มเดี ย วเท่ า นั้น ที่ อ ยู่ บ นตัว เครื่ อง แต่ บ างเครื่ องอาจจะมี ปุ่ มเล็ ก ๆ
ที่ ก า กั บ ไ ว้ ด้ ว ย ว่ า RESET                                    เ พื่ อ ใ ช้ แ ท น ก า ร ปิ ด แ ล ะ เ ปิ ด ใ ห ม่
โ ด ย ไ ม่ มี ก า ร ปิ ด เ ค รื่ อ ง ห รื อ ตั ด พ ลั ง ง า น ไ ฟ ฟ้ า จ ริ ง ๆ
แต่ อย่า งใดเพี ยงแต่ค วบคุ ม การท างานของซี พี ยูใ ห้ก ลับไปเริ่ ม ต้นใหม่เหมื อนกับเพิ่ ง เปิ ดเครื่ อง
เท่านั้น




                                                รู ปที่ 3.23 ตัวเครื่ อง

                               ถ้ า เป็ นเครื่ องรุ่ นเก่ า ๆ อาจจะมี อี ก ปุ่ มหนึ่ งที่ เ ขี ย นไว้ ว่ า TURBO
ซึ่ งปกติ จ ะเป็ น ON           แต่ ถ้ า กดซ้ าให้ OFF          ก็ จ ะเป็ นการลดความเร็ ว ของเครื่ องลง
                                                                                                                        58

เนื่ อ งจากซอฟต์แ วร์ ส มัย ก่ อ นบางตัว จะไม่ ส ามารถท างานได้ถู ก ต้อ ง ซึ่ งตัว เครื่ อ งรุ่ น ใหม่ ๆ
             ั
ในปั จจุบนไม่มีเรื่ องแบบนี้อีกแล้ว
                                  ปุ่ มอื่นๆ ที่มองเห็นได้ก็จะเป็ นของอุปกรณ์ ในเครื่ อง ซึ่ งได้แก่ ดิสก์เก็ต
(Diskette หรื อ Floppy Disk) และซี ดีรอม (CD – ROM) ซึ่ งสื่ อที่บนทึ กข้อมูลจริ งๆ                    ั
                   ั
ไม่ได้ติดอยู่กบตัวเครื่ อง แต่ปุ่มเหล่านี้ จะใช้สาหรับนาแผ่นดิ สก์หรื อซี ดีออก (Eject) จากไดร์ ฟ
(Drive) เหล่านั้น ดังจะได้เห็นรายละเอียดกันต่อไป
                                  น อ ก จ า ก ด้ า น ห น้ า ส่ ว น ใ ห ญ่ จ ะ มี ไ ฟ อี ก ส อ ง ถึ ง ส า ม ด ว ง
คือดวงที่จะติดสว่างอยู่ตลอดเวลาที่เปิ ดเครื่ อง เพื่อแสดงว่าขณะนี้ กาลังเครื่ องเปิ ดอยู่ (มีไฟเลี้ ยง)
ส่ วนดวงไฟ ที่อาจจะกระพริ บเป็ นบางครั้ง ก็คือไฟที่แสดงว่ากาลังมีการใช้งานฮาร์ ดดิ สก์อยู่
ซึ่ ง อ า จ จ ะ เ ป็ น ก า ร อ่ า น ห รื อ เ ขี ย น ก็ แ ล้ ว แ ต่
ส่ ว น อี ก ด ว ง ห นึ่ ง ใ น ปั จ จุ บั น ก็ ไ ม่ ค่ อ ย จ ะ ใ ห้ เ ห็ น กั น แ ล้ ว เ ช่ น เ ดี ย ว กั บ ปุ่ ม TURBO
ก็คือไฟที่แสดงว่าขณะนี้ กาลังทางานอยู่ในแบบ TURBO หรื อใช้ความเร็ วสู งสุ ดเต็มที่ อยู่นนเอง                         ั่
ส่ วนไฟที่ ตวเลขต่ า งๆ นั้นก็ เ ช่ นกัน ซึ่ ง ตัวเหล่ า นี้ จะขึ้ น อยู่ก ับ ปุ่ ม TURBO ว่า กดหรื อปล่ อ ย
                 ั
โ ด ย ไ ม่ ไ ด้ ส น ใ จ ใ น ก า ร ท า ง า น จ ริ ง ๆ ว่ า เ ป็ น ไ ป ต า ม ตั ว เ ล ข นั้ น ห รื อ ไ ม่
และปั จจุบนก็เป็ นสิ่ งที่ไม่ค่อยมีให้เห็นแล้วอีกเช่นกัน
               ั
                                  ทางด้า นหลัง ของเครื่ องจะเห็ น ช่ อ งเสี ย บสายต่ อ ต่ า งๆ จ านวนมาก
                                                                                         ์
ที่เครื่ องพี ซี ไ ด้เตรี ย มไว้ส าหรั บ การใช้งานที่ หลากหลาย ได้แก่ คี ยบอร์ ด , เมาส์ , จอภาพ,
ช่ อ งต่ อ โมเด็ ม (หรื อที่ เ รี ยกว่ า พอร์ ต อนุ ก รม (Serial Port),                           ช่ อ งต่ อ เครื่ องพิ ม พ์
หรื อที่ เรี ย กว่า พอร์ ตขนาน (Parallel Port), พอร์ ต USB, พอร์ ตเกม (ส าหรั บ ต่ อจอยสติ๊ ก )
และอาจจะมี ช่ อ งเสี ย บส าหรั บ ล าโพง ไมโครโฟน สายโทรศัพ ท์                                             สายเน็ ต เวิ ร์ ก
รวมทั้ง ช่ อ งเสี ย บสายไฟเลี้ ยงตัว เครื่ องที่ ต้อ งน าไปเสี ยบเข้า กับ ปลั๊ก ไฟในบ้า น หรื ออื่ น ๆ
                           ่
อีกมากมายตามแต่วาเครื่ องนั้นมีอุปกรณ์อะไรติดตั้งอยูภายในบ้าง        ่
                     3.1.6.2 เมนบอร์ ด (Main board)
                              เมนบอร์ ด (Mother board) หรื อ Planar board หรื อแผงวงจรหลัก
                                ่
เป็ นหัวใจสาคัญที่สุดที่อยูภายในเครื่ องเมื่อเปิ ดฝาเครื่ องออกมาจะเห็นแผงวงจรขนาดใหญ่วางนอน
อยู่ นันคือส่ วนที่เรี ยกว่า “เมนบอร์ ด” ซึ่ งจะประกอบไปด้วย ซี พียู (CPU) หน่วยความจา (Memory
         ่
                                                                   ่
หรื อ RAM) แคช (Cache) ซึ่ งเป็ นหน่วยความจาที่อยูระหว่างกลางของอุปกรณ์ที่มีความเร็ วต่างกัน
ชิ ป เ ซ็ ต (Chipset)                        ที่ ท า ห น้ า ที่ ป ร ะ ส า น ง า น ร ะ ห ว่ า ง อุ ป ก ร ณ์ ต่ า ง ๆ
และช่ อ งเสี ย บแผ่ น วงจรเพิ่ ม เติ ม หรื อที่ เ รี ยกว่ า สล็ อ ต (Slot)                      รวมทั้ง อุ ป กรณ์ อื่ น ๆ
                                                                                                                       59

           ่
ที่อาจจะอยูบนเมนบอร์ ดด้วย ซึ่ งได้แก่ ROM BIOS, Real – Time Clock และ Keyboard Controller
เป็ นต้น




                                                รู ปที่ 3.24 เมนบอร์ ด

                                เ ม น บ อ ร์ ด ส มั ย ใ ห ม่ จ ะ มี ก า ร น า อุ ป ก ร ณ์ ต่ า ง ๆ
ที่ แ ต่ เ ดิ ม จะอยู่ แ ยกจากแผงวงจรหลัก เช่ น ตัว ควบคุ ม ฮาร์ ด ดิ ส ก์ (Harddisk Controller)
พอร์ ตเครื่ องพิมพ์ (Printer Port) หรื อพอร์ ตขนาน (Parallel Port) พอร์ ตอนุกรม (Serial Port)
และพอร์ ต เมาส์ (Mouse Port) รวมทั้ง เมนเบอร์ อ าจจะมี วงจรของส่ ว นแสดงผล (Display
Controller)             อยู่ บ นนั้ นด้ ว ยเลยก็ ไ ด้ ปั จ จุ บ ัน เมนบอร์ ด อาจแบ่ ง ได้ เ ป็ น 2 พวกใหญ่
คือเมนบอร์ ดแบบ AT (แบบเดิ ม ) และแบบ ATX                                                                   (แบบใหม่ )
ซึ่ งแตกต่างกันในแง่ของรู ปแบบการต่ออุปกรณ์ต่างๆ เช่นสายสัญญาณหรื อแหล่งจ่ายไฟ เป็ นต้น
                    3.1.6.3 แหล่งจ่ ายไฟ (Power Supply)
                                แหล่ ง จ่ า ยไฟเป็ นกล่ อ งสี่ เหลี่ ย มที่ มี ข นาดใหญ่ ที่ สุ ดซึ่ งอยู่ ใ นเครื่ อง
สั ง เ ก ต ไ ด้ จ า ก ด้ า น ห ลั ง จ ะ มี ช่ อ ง เ สี ย บ ส า ย ไ ฟ ส า ห รั บ จ่ า ย ไ ฟ เ ลี้ ย ง ใ ห้ เ ค รื่ อ ง
ภ า ย ใ น จ ะ เ ป็ น ว ง จ ร ช นิ ด ที่ เ รี ย ก ว่ า Switching                           Power                   Supply
ซึ่ ง ท า ง า น ที่ ไ ฟ แ ร ง ดั น สู ง ร ะ ดั บ เ ดี ย ว กั น กั บ ไ ฟ บ้ า น ที่ จ่ า ย ใ ห้ กั บ มั น
จึ ง มี ข น า ด เ ล็ ก เ มื่ อ เ ที ย บ กั บ ห ม้ อ แ ป ล ง ช นิ ด อื่ น ที่ อื่ น ที่ จ่ า ย พ ลั ง ง า น ไ ด้ เ ท่ า กั น
แ ต่ ข้ อ ค ว ร ร ะ วั ง คื อ อ ย่ า เ ปิ ด ก ล่ อ ง อ อ ก ม า ไ ม่ ว่ า ด้ ว ย เ ห ตุ ผ ล ใ ด ทั้ ง สิ้ น
                  ั
เนื่องจากมีอนตรายมากและไม่ควรทาการซ่อมแซมใดๆ ทั้งสิ้ นเช่นกัน
                                                                                                                          60

                         ด้ า นในเครื่ องจะเห็ น มี ส ายไฟต่ อ ออกมาจากกล่ อ ง Power Supply
นี้ เ ป็ น จ า น ว น ม า ก ซึ่ ง จ ะ มี ห ล า ย สี แ ล ะ มี ห ล า ย ขั้ ว
และทุกขั้วจะสามารถใช้ได้เหมือนกันคือใช้ต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่ภายในเครื่ องเช่ น ฮาร์ ดดิสก์
ฟล อ ป ปี้ ดิ ส ก์ แ ล ะ ซี ดี ร อ ม เ ป็ น ต้ น แ ต่ จะ มี อ ยู่ ห นึ่ ง ห รื อ ส อ ง ขั้ ว ที่ ต่ า ง จ า ก ขั้ ว อื่ น ๆ
และจะใช้ต่อกับเมนบอร์ ดเท่านั้น




                                                รู ปที่ 3.25 แหล่งจ่ายไฟ

                              ขั้ วที่ ใ ช้ ต่ อ กั บ เมนบอร์ ดแต่ เ ดิ ม มี ส องขั้ วเรี ยกว่ า P8                   และ P9
(มี เ ขี ย นอยู่ บ นขั้ ว)                          ซึ่ งสั ญ ลั ก ษณ์ ที่ ใ ช้ ใ นผั ง การออ กแบบเครื่ อง PC/AT
ใ น ก า ร เ สี ย บ ไ ด้ ท า ง เ ดี ย ว แ ต่ จ ะ อ อ ก ต้ อ ง เ รี ย ง ใ ห้ ถู ก ข้ า ง
ซึ่ งก่ อ นเสี ยบก็ ค วรดู คู่ มื อ ให้ ชั ด เจนเนื่ อ งจากถ้ า เสี ยบผิ ด จะท าให้ เ มนบอร์ ด เสี ยหายได้
ถ้ า ไม่ มี คู่ มื อ ให้ ห าเครื่ องหมาย P8                  และ P9             บนเมนบอร์ ด และเสี ยบให้ ต รงกั น
บางเมนบอร์ ดอาจจะเขียนไว้เป็ น P1 กับ P2                               ก็ได้ให้เสี ยบ P8 กับ P1 และ P9 กับ P2
แต่ถาไม่มีขอมูลจริ งให้ดูสีโดยเอาด้านที่มีสายไฟสี ดามาอยูชิดกัน
       ้         ้                                                           ่
                              ปั จ จุ บั น นี้ มี แ ห ล่ ง จ่ า ย ไ ฟ รุ่ น ใ ห ม่ ที่ เ รี ย ก ว่ า ATX
ซึ่ งใช้ ส าหรั บ เมนบอร์ ดที่ มี โ ครงสร้ า งแบบ                         ATX           (ATX              Form         Factor)
                                   ั
แหล่ ง จ่ า ยไฟแบบนี้ จ ะมี ข้ วอื่ น ๆ เหมื อนกันแบบ AT                                        ั
                                                                                         แต่ ข้ วที่ ใ ช้เสี ย บกับ เมนบอร์ ด
จ ะ แ ต ก ต่ า ง อ อ ก ไ ป โ ด ย เ ป็ น ขั้ ว เ ดี ย ว ซึ่ ง ช่ ว ย ล ด ปั ญ ห า ก า ร เ สี ย บ ส า ย ผิ ด ไ ด้
                   ั
นอกจากนี้ยงเป็ นแหล่งจ่ายไฟที่สามารถสั่งเปิ ดปิ ดเครื่ องได้จากโปรแกรมโดยไม่ตองใช้สวิตซ์อีกด้                 ้
วย
                      3.1.6.4 ส่ วนควบคุมการแสดงผล (Display Controller)
                                                                                                                     61

                        ส่ ว น ค ว บ คุ ม ก า ร แ ส ด ง ผ ล ห รื อ
การ์ ดจอเป็ นอุปกรณ์ที่ใช้ต่อกับจอภาพมีหลายลักษณะ ได้แก่
                              
ในเมนบอร์ ด รุ่ น ใหม่ บ างรุ่ น จะมี ส่ ว นควบคุ ม การแสดงผลอยู่บ นนั้น คื อ อยู่ใ นชิ ป เซตเลยก็ ไ ด้
กรณี น้ ี จะมีแต่สายสัญญาณออกมาที่ คอนเนคสาหรั บเสี ยบกับแผงหลังเพื่อต่อสายไปที่จอเท่านั้น
ไม่ มี ต ั ว การ์ ดอื่ น แต่ ก ลไกที่ ใ ช้ ใ นการเชื่ อ มต่ อ จริ งๆ ภายในก็ อ าจเป็ นแบบ เอจี พี AGP
                                                                                             ่
เช่นเดียวกับในข้อถัดไปเพียงแต่ไม่มีสล๊อตให้เห็นอีกเท่านั้นเพราะวงจรของทั้งการ์ ดฝังอยูในชิ ปเซ็
ตแล้ว
                            เ ป็ น แ ผ ง ว ง จ ร แ ย ก ต่ า ง ห า ก
                                                   ่
ซึ่ งเรี ยกว่าการ์ ดจอหรื อการ์ ดแสดงผลและเสี ยบอยูบนสล๊อตแบบ (Advanced Graphic Port: AGP)
ที่มีไว้สาหรับการ์ ดประเภทนี้โดยเฉพาะในเมนบอร์ ดรุ่ มใหม่ (มีเพียงสล๊อตเดียวบนเมนบอร์ ดหนึ่ง )
การ์ ดที่ ต่ อ กั บ สล๊ อ ตแบบนี้ จะมี ค วามเร็ วในการแสดงผลสู งที่ สุ ดแต่ อ าจเห็ น ไม่ ชั ด นั ก
ในงานทัวไปนอกจากจะแสดงภาพกราฟิ กหรื อวีดีโอที่ มีการเปลี่ ย นแปลงมากๆ ตลอดเวลา
             ่
เช่นการเล่นเกมที่แสดงผลเป็ น 3 มิติหรื องานด้านการจาลองแบบ (Simulation) เป็ นต้น
                          การ์ ดแสดงผลในปั จจุบนจะมีความละเอียดอย่างต่ าก็ 1024 768 จุดที่
                                                       ั
16                   ล้ า นสี คื อ เท่ า ที่ ม นุ ษย์ ม องเห็ นจริ ง หรื อ เรี ยกว่ า True Color
นอกจากนี้ ยัง อาจแสดงภาพที่ จ านวนสี น้อ ยลงมา เช่ น 65536 สี (เรี ย กว่ า High Color)
หรื อจะต่ าลงจนถึ ง 256 สี ,16 สี หรื อ สี เดี ยวแต่แก่ อ่อนไม่เท่ากัน (Gray Scale) ก็ได้
ส่ วนความละเอียดก็อาจเพิ่มขึ้นหรื อลดลง เช่น 800 600, 640480, 1024 768 และ 12001600
ก็ได้ ขึ้นกับรุ่ นของการ์ ดและหน่วยความจาที่ติดตั้งบนการ์ ดนั้น




                  3.1.6.5 การ์ ดเสี ยง (Sound Card)
                         ก า ร์ ด เ สี ย ง เ ป็ น ส่ ว น ที่ เ พิ่ ม เ ข้ า ม า ใ น เ ค รื่ อ ง พี ซี ใ น ยุ ค ห ลั ง 486
เ พื่ อ ร อ ง รั บ ก า ร เ ล่ น เ สี ย ง แ ล ะ ภ า พ ที่ เ รี ย ก ว่ า มั ล ติ มี เ ดี ย (multimedia)
สิ่ งที่สาคัญคือการเล่นเสี ยงออกมาที่วงจรขยายเสี ยงและลาโพงอีกชุ ดหนึ่ งที่ต่อกับการ์ ดนี้ โดยเฉพาะ
(อ า จ เ ป็ น ล า โ พ ง ภ า ย น อ ก เ ค รื่ อ ง ไ ด้ )
                                                                                                     62

           ั
นอกจากนี้ ยงสามารถรับสัญญาณจากไมโครโฟนและสัญญาณเสี ยงจากอุปกรณ์ อื่นเข้าไปรวมกัน
                             ้
และสามารถบันทึกด้วยเสี ยงได้ดวย




                                         รู ปที่ 3.26 การ์ดเสี ยง


                        นอกจากนี้ ยั ง อาจจะใช้ ต่ อ กั บ อุ ป กรณ์ เ ล่ น ดนตรี ที่ เ รี ยกว่ า MIDI
หรื อ จาลองตัวเองเป็ น MIDI ก็ ไ ด้ซ่ ึ ง การ์ ด นี้ ก็ มี ท้ ง แบบที่ เ สี ย บกับ สล๊ อ ต ISA หรื อ PCI
                                                              ั
                                          ่
แต่ก็มีเมนบอร์ ดบางรุ่ นที่มีระบบเสี ยงอยูในตัวเลย
               3.1.6.6 การ์ ดโมเด็ม (Modem Card)
                       โมเด็ ม มี ท้ ัง แบบภายนอกที่ ใ ช้ ต่ อ กั บ พอร์ ต อนุ ก รม, พอร์ ต USB
                                                                                         ั
หรื อแม้แต่พอร์ ตขนานแต่โมเด็มที่ใช้เสี ยบภายในเครื่ องก็มีเช่ นกัน โดยมากจะเสี ยบอยู่กบสล๊อต
ISA                      แ ต่ บ า ง เ ม น บ อ ร์ ด อ า จ มี โ ม เ ด็ ม อ ยู่ ใ น ตั ว เ ล ย ก็ มี
โมเด็มจะมีช่องเสี ยบภายนอกสาหรับสายโทรศัพท์ซ่ ึ งช่องหนึ่ งจะใช้ต่อกับสายโทรศัพท์จากองค์การห
รื       อ      จ      า      ก          ตู้  ชุ     ม           ส        า       ย        PABX
                ั
ที่ใช้ภายในบริ ษทหรื อหน่วยงานอีกทีหนึ่งส่ วนอีกช่องหนึ่งใช้สาหรับต่อเข้ากับเครื่ องพ่วง
                                                                                                          63

                                      รู ปที่ 3.27 โมเด็มแบบ Internal

                          ความเร็ ว ของโมเด็ ม ที่ พ อใช้ ไ ด้ ใ นปั จ จุ บ ัน มี ม าตั้ง แต่ 56       kbps
(กิ โ ล บิ ต ต่ อ วิ น า ที )                                     ไ ป ถึ ง 28.8                        kbps
ต่ากว่านั้นไม่ควรใช้โดยเฉพาะอย่างยิงการต่อเข้าอินเตอร์ เน็ตเพราะจะดึงเข้ามูลได้ชามากนอกจากนี้
                                      ่                                                        ้
       ้                           ้          ้
ยังมีขอระวัง คือถ้าโมเด็มที่ใช้ตองต่อผ่านตูชุมสายจะไม่สามารถรับข้อมูลที่ความเร็ ว 56 kbps
ไ ด้ จ ะ ท า ไ ด้ เ พี ย ง 33-37                     kbps                                        เ ท่ า นั้ น
ดังนั้นถ้าจะใช้ความเร็ วเต็มที่ตองต่อสายตรงจากชุ มสายขององค์การโทรศัพท์ แต่ก็ไม่ถึง 56 kbps
                                ้
จะได้จริ งไม่เกิน 53 kbps เท่านั้น

                3.1.6.7 การ์ ดเน็ตเวิร์ก (Network Card)
                                 เป็ นการ์ ดสาหรับเชื่ อมต่อเข้ากับระบบเน็ตเวิร์ก (Local Area Network :
LAN)           มี ท้ ั งที่ เ ป็ นแบบ ISA                    และ PCI                 โดยแบบที่ เ ป็ น PCI
จะรับส่ งข้อมูลได้เร็ วกว่าเหมาะสาหรับระบบ LAN ที่มีความเร็ วสู ง เช่น 100 เมกะบิตต่อวินาที
(Mbps) ซึ่ งจะสามารถส่ งได้จริ งประมาณ 2- 3 เมกกะไบต์ต่อวินาที (20 - 30 เมกะบิต คิดที่ 1 ไบต์
=                                                        8                                           บิ ต
                        ้
แต่ที่จริ งแล้วจะมีขอมูลควบคุมการทางานอีกจานวนหนึ่งเพิมเข้ามาและข้อมูลอาจมีการชนกันในสา
                                                                     ่
ยบ้าง จึงไม่ส่งได้ไม่เต็มที่)




                                        รู ปที่ 3.28 การ์ดเน็ตเวิร์ก
               3.1.6.8 เครื่องสารองไฟ (Uninterrupted Power Supply: UPS)
                        เป็ นกล่ อ งสี่ เหลี่ ย มหนั ก ๆ ที่ ใ ช้ ต่ อ ระหว่ า งคอมพิ ว เตอร์ กั บ ปลั๊ ก ไฟ
เ พื่ อ เ ป็ น ตั ว จ่ า ย ไ ฟ ฉุ ก เ ฉิ น ใ น ก ร ณี ที่ ไ ฟ ฟ้ า เ กิ ด ดั บ ก ะ ทั น หั น
                                             ั
ทาให้มีเวลาบันทึกข้อมูลและปิ ดเครื่ องได้ทนโดยไม่เกิดความเสี ยหาย
                                                                                                                         64




                                             รู ปที่ 3.29 เครื่ องสารองไฟ

3.2 ซอฟต์ แวร์
         3.2.1 ความจาเป็ นของการใช้ ซอฟต์ แวร์
                  ซ           อ         ฟ        ต์          แ            ว        ร์                   (        Software)
ห ม า ย ถึ ง ชุ ด ค า สั่ ง ห รื อ โ ป ร แ ก ร ม ที่ ใ ช้ สั่ ง ง า น ใ ห้ ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ท า ง า น
ซอฟต์ แ วร์ จึ ง หมายถึ ง ล าดั บ ขั้ นตอนการท างานที่ เ ขี ย นขึ้ นด้ ว ยค าสั่ ง ของคอมพิ ว เตอร์
คาสังเหล่านี้เรี ยงกันเป็ นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ จากที่ทราบมาแล้วว่าคอมพิวเตอร์ ทางานตามคาสั่ง
     ่
ก า ร ท า ง า น พื้ น ฐ า น เ ป็ น เ พี ย ง ก า ร ก ร ะ ท า กั บ ข้ อ มู ล ที่ เ ป็ น ตั ว เ ล ข ฐ า น ส อ ง
ซึ่งใช้แทนข้อมูลที่เป็ นตัวเลข ตัวอักษร รู ปภาพ หรื อแม้แต่เป็ นเสี ยงพูดก็ได้
                       โ ป ร แ ก ร ม ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ที่ ใ ช้ สั่ ง ง า น ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ จึ ง เ ป็ น ซ อ ฟ ต์ แ ว ร์
เ พ ร า ะ เ ป็ น ล า ดั บ ขั้ น ต อ น ก า ร ท า ง า น ข อ ง ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์
คอมพิ ว เตอร์ เครื่ องหนึ่ งท างานแตกต่ า งกั น ได้ ม ากมายด้ ว ยซอฟต์ แ วร์ ที่ แ ตกต่ า งกั น
ซอฟต์แวร์จึงหมายรวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทุกประเภทที่ทาให้คอมพิวเตอร์ทางานได้
                       ก า ร ที่ เ ร า เ ห็ น ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ท า ง า น ใ ห้ กั บ เ ร า ไ ด้ ม า ก ม า ย
เ พ ร า ะ ว่ า มี ผู ้ พั ฒ น า โ ป ร แ ก ร ม ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ม า ใ ห้ เ ร า สั่ ง ง า น ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์
ร้ า น ค้ า อ า จ ใ ช้ ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ท า บั ญ ชี ที่ ยุ่ ง ย า ก ซั บ ซ้ อ น
บ ริ ษั ท ข า ย ตั๋ ว ใ ช้ ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ช่ ว ย ใ น ร ะ บ บ ก า ร จ อ ง ตั๋ ว
ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ช่ ว ย ใ น เ รื่ อ ง กิ จ ก า ร ง า น ธ น า ค า ร ที่ มี ข้ อ มู ล ต่ า ง ๆ ม า ก ม า ย
ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ช่ ว ย ง า น พิ ม พ์ เ อ ก ส า ร ใ ห้ ส ว ย ง า ม                                            เ ป็ น ต้ น
การที่ ค อมพิ ว เตอร์ ด าเนิ นการให้ ป ระ โย ชน์ ไ ด้ มาก มายมหาศาล จะ อยู่ ที่ ซอฟต์ แ วร์
ซ อ ฟ ต์ แ ว ร์ จึ ง เ ป็ น ส่ ว น ส า คั ญ ข อ ง ร ะ บ บ ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์
ห า ก ข า ด ซ อ ฟ ต์ แ ว ร์ ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ก็ ไ ม่ ส า ม า ร ถ ท า ง า น ไ ด้
                                                                                                             65

ซ อ ฟ ต์ แ ว ร์ จึ ง เ ป็ น สิ่ ง ที่ จ า เ ป็ น แ ล ะ มี ค ว า ม ส า คั ญ ม า ก
และเป็ นส่ วนประกอบหนึ่งที่ทาให้ระบบสารสนเทศเป็ นไปได้ตามที่ตองการ            ้
            3.2.2 ซอฟต์ แวร์ และภาษาคอมพิวเตอร์
                  เ มื่ อ ม นุ ษ ย์ ต้ อ ง ก า ร ใ ช้ ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ช่ ว ย ใ น ก า ร ท า ง า น
ม นุ ษ ย์ จ ะ ต้ อ ง บ อ ก ขั้ น ต อ น วิ ธี ก า ร ใ ห้ ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ท ร า บ
การที่บอกสิ่ งที่มนุ ษย์เข้าใจให้คอมพิวเตอร์ รับรู ้ และทางานได้อย่างถูกต้อง จาเป็ นต้องมีสื่อกลาง
ถ้า เปรี ยบเที ย บกับ ชี วิ ต ประจ าวัน แล้ว            เรามี ภ าษาที่ ใ ช้ ใ นการติ ด ต่ อ ซึ่ งกัน และกัน
เช่ น เดี ย วกัน ถ้า มนุ ษ ย์ต้อ งการจะถ่ า ยทอดความต้อ งการให้ ค อมพิ ว เตอร์ รั บ รู ้ แ ละปฏิ บ ัติ ต าม
จะต้อ งมี สื่ อ กลางส าหรั บ การติ ด ต่ อ เพื่ อ ให้ ค อมพิ ว เตอร์ รั บ รู ้     เราเรี ยกสื่ อ กลางนี้ ว่ า
ภาษาคอมพิวเตอร์
                  ภาษาคอมพิวเตอร์ แบ่งออกเป็ น 2 ระดับ คือภาษาระดับต่า (Low Level Language)
และภาษาระดับสู ง (High Level Language)
                   ภา ษ าร ะ ดั บ ต่ า ห มา ย ถึ ง ภ าษ า ที่ เค รื่ อง ค อม พิ วเ ต อ ร์ เ ข้ า ใ จ ได้ ง่ า ย
ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง ภ า ษ า ใ ก ล้ เ คี ย ง กั บ Hardware ข อ ง เ ค รื่ อ ง ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ม า ก
ในขณะเดียวกันภาษานี้ทาให้มนุษย์เข้าใจค่อนข้างยากเพราะประกอบด้วยสัญลักษณ์และเลขฐานที่ม
             ้
นุษย์ไม่คุนเคย สามารถแบ่งออกเป็ น 2 ประเภท คือ
                     - ภ า ษ า เ ค รื่ อ ง ( Machine                                               Language)
                                                                                ั          ้
หมายถึงภาษาเดียวที่สามารถสื่ อความหมายกับคอมพิวเตอร์ ทุกเครื่ องได้ทนทีโดยไม่ตองแปลเป็ นภาษา
ที่ประกอบด้วยตัวเลข 0 และ 1 (เลขฐาน 2)
                     - ภ า ษ า สั ญ ลั ก ษ ณ์ ( Assembly ห รื อ Symbolic                          Language)
หมายถึ ง ภาษาที่ พ ั ฒ นาขึ้ นเพื่ อ แก้ ข ้ อ จ ากั ด ของภาษาเครื่ อง (Machine                   Language)
ที่สื่อความหมายต่อมนุ ษย์ได้จากัด เพื่อให้มนุ ษย์สามารถใช้ภาษาเครื่ องได้สะดวก และเข้าใจง่าย
โดยใช้รหัสช่วยจา (Mnemonic Code : นิโมนิคโค้ด) แทนคาสั่งและใช้สัญลักษณ์หรื อชื่อตัวแปร
(Symbolic Name) แทนตาแหน่งที่เก็บข้อมูล (Address) ในส่ วนความจาหลัก
                   ภาษาระดับสู ง (High Level Language) หมายถึงภาษาที่มนุ ษย์ที่เข้าใจได้ง่ายที่สุด
ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง ภ า ษ า ใ ก ล้ เ คี ย ง กั บ ภ า ษ า ม นุ ษ ย์ ม า ก เ พ ร า ะ ใ ช้ ภ า ษ า อั ง ก ฤ ษ
และเลขฐานสิ บในการก าหนดค าสั่ ง ในขณะเดี ย วกั น ภาษาระดั บ สู งนี้ ท าให้ Hardware
ข อ ง เ ค รื่ อ ง เ ข้ า ใ จ ค่ อ น ข้ า ง ย า ก
เพราะเครื่ องคอมพิ ว เตอร์ ไม่ เ ข้ า ใจภาษามนุ ษย์ ก ารเขี ย นโปรแกรมหรื อแก้ ไ ขค าสั่ ง
                                                                                                                66

โ ป ร แ ก ร ม ภ า ษ า ร ะ ดั บ สู ง
                           ้
สามารถจะทาได้โดยผูใช้ที่มีความสนใจทัวไปภาษาระดับสู งที่ใช้สาหรับเขียนคาสั่งโปรแกรม
                                                   ่
               ในการพัฒ นาซอฟต์แ วร์ จ าเป็ นต้อ งมี ซ อฟต์ แ วร์ ที่ ใ ช้ใ นการแปลภาษาระดับ สู ง
เพื่ อ แปลภาษาระดั บ สู งให้ เ ป็ นภาษาเครื่ อง                                 ภาษาระดั บ สู งมี ห ลายภาษา
ภาษาระดับ สู ง เหล่ า นี้ สร้ า งขึ้ น เพื่ อ ให้ ผูเ้ ขี ย นโปรแกรมเขี ย นชุ ด ค าสั่ ง ได้ง่ า ย       เข้า ใจได้
ต ล อ ด จ น ถึ ง ส า ม า ร ถ ป รั บ ป รุ ง แ ก้ ไ ข ซ อ ฟ ต์ แ ว ร์ ใ น ภ า ย ห ลั ง ไ ด้
ภ า ษ า ร ะ ดั บ สู ง ที่ พั ฒ น า ขึ้ น ม า ทุ ก ภ า ษ า จ ะ ต้ อ ง มี ตั ว แ ป ล ภ า ษ า ส า ห รั บ แ ป ล ภ า ษ า
                               ั
ภาษาระดับสู งซึ่ งเป็ นที่รู้จกและนิยมกันมากในปั จจุบน ได้แก่     ั
               3.2.2.1                                         ภาษาปาสคาล                                 (Pascal)
เป็ นภาษาสั่งงานคอมพิวเตอร์ ที่มีรูปแบบเป็ นโครงสร้างเขียนสั่งงานคอมพิวเตอร์ เป็ นกระบวนความ
ผูเ้ ขียนสามารถแบ่งแยกงานออกเป็ นชิ้นเล็กๆ แล้วมารวมกันเป็ นโปรแกรมขนาดใหญ่ได้
               3.2.2.2           ภาษาเบสิ ก (Basic)                   เป็ นภาษาที่ มี รู ป แบบค าสั่ ง ไม่ ยุ่ ง ยาก
ส า ม า ร ถ เ รี ย น รู ้ แ ล ะ เ ข้ า ใ จ ไ ด้ ง่ า ย
มีรูปแบบคาสั่งพื้นฐานที่สามารถนามาเขียนเรี ยงต่อกันเป็ นโปรแกรมได้
               3.2.2.3 ภาษาซีี (C) เป็ นภาษาที่เหมาะสาหรับใช้ในการพัฒนาซอฟต์แวร์ อื่นๆ
ภาษาซี เป็ นภาษาที่มีโครงสร้างคล่องตัวสาหรับการเขียนโปรแกรมหรื อให้คอมพิวเตอร์ ติดต่อกับอุป
กรณ์ต่างๆ
               3 . 2 . 2 . 4                                    ภ า ษ า โ ล โ ก                         ( Logo)
เ ป็ น ภ า ษ า ที่ เ ห ม า ะ ส า ห รั บ ก า ร เ รี ย น รู้ แ ล ะ ก า ร เ ข้ า ใ จ ก า ร เ ขี ย น โ ป ร แ ก ร ม
ภาษาโลโกได้รับการพัฒนาขึ้นสาหรับเด็ก
               3 . 2 . 2 . 5                            ภ า ษ า ฟ อ ร์ แ ท ร น (Fortran)
เป็ นภาษาที่ใช้แก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ และการประมวลผลแบบกลุ่ม
                                                             ั
               3.2.2.6 ภาษาอาร์ พจี (RPG) ใช้กบงานธุ รกิจ เหมาะสาหรับการออกรายงาน
                                        ี
               3.2.2.7 ภาษา HTML ใช้ในการพัฒนาเว็บเพจ

             เนื่องจากคอมพิวเตอร์ ทางานด้วยสัญญาณทางไฟฟ้ า ใช้แทนด้วยตัวเลข 0 และ 1 ได้
  ้                           ั
ผูออกแบบคอมพิวเตอร์ ใช้ตวเลข 0 และ 1 นี้ เป็ นรหัสแทนคาสั่ง ในการสั่งงานคอมพิ วเตอร์
รหัส แทนข้อ มู ล และค าสั่ ง โดยใช้ร ะบบเลขฐานสองนี้         คอมพิ ว เตอร์ ส ามารถเข้า ใจได้
                                                                      ่
เราเรี ยกเลขฐานสองที่ประกอบกันเป็ นชุดคาสั่งและใช้สั่งงานคอมพิวเตอร์ วาภาษาเครื่ อง
                                                                                                          67

               ก า ร ใ ช้ ภ า ษ า เ ค รื่ อ ง นี้ ถึ ง แ ม้ ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ จ ะ เ ข้ า ใ จ ไ ด้ ทั น ที
แ ต่ ม นุ ษ ย์ ผู ้ ใ ช้ จ ะ มี ข้ อ ยุ่ ง ย า ก ม า ก          เ พ ร า ะ เ ข้ า ใ จ แ ล ะ จ ด จ า ไ ด้ ย า ก
       ู้
จึงมีผสร้างภาษาคอมพิวเตอร์ ในรู ปแบบที่เป็ นตัวอักษร                                  เป็ นประโยคข้อความ
ภาษาในลักษณะดัง กล่ าวนี้ เรี ย กว่า ภาษาคอมพิ วเตอร์ ระดับสู ง ภาษาระดับ สู ง มี อยู่ม ากมาย
บางภาษามี ค วามเหมาะสมกับ การใช้ สั่ ง งานการค านวณทางคณิ ต ศาสตร์ แ ละวิ ท ยาศาสตร์
บางภาษามีความเหมาะสมไว้ใช้สั่งงานทางด้านการจัดการข้อมูล
               ในการทางานของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ จะแปลภาษาระดับสู งให้เป็ นภาษาเครื่ อง
             ู้ ั
ดังนั้นจึงมีผพฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สาหรับแปลภาษาคอมพิวเตอร์ ระดับสู งให้เป็ นภาษาเครื่ อ
ง

            โปรแกรมที่ใช้แปลภาษาคอมพิวเตอร์ ระดับสู งให้เป็ นภาษาเครื่ องได้แก่
                          แ อ ส แ ซ ม เ บ อ ร์                               ( Assembler)
จะทาการแปลคาสังที่เขียนด้วยภาษาสัญลักษณ์ให้เป็ นภาษาเครื่ อง
                  ่
             คอมไพเลอร์ (Compiler) จะท าการแปลโปรแกรมที่ เขี ย นเป็ นภาษาระดับสู ง
ทั้งโปรแกรมให้เป็ นภาษาเครื่ องก่อน แล้วจึงให้คอมพิวเตอร์ ทางานตามภาษาเครื่ องนั้น
                       อิ น เ ต อ ร์ พ รี เ ต อ ร์                           ( Interpreter)
จะทาการแปลทีละคาสั่งแล้วให้คอมพิวเตอร์ ทาตามคาสั่งนั้นเมื่อทาเสร็ จแล้วจึงมาทาการแปลคาสั่ง
ลาดับต่อไป
            ข้           อ           แ             ต         ก         ต่          า       ง
                     ั                       ่
ระหว่างคอมไพเลอร์ กบอินเตอร์ พรี เตอร์ จึงอยูที่การแปลทั้งโปรแกรมหรื อแปลทีละคาสั่ง

          3.2.3 ชนิดของซอฟต์ แวร์
                                                                          ู้ ั
                   ในบรรดาซอฟต์แวร์ หรื อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่มีผพฒนาขึ้นเพื่อใช้งานกับคอมพิ
                                                                        ้
วเตอร์ มีมากมาย ซอฟต์แวร์ เหล่ านี้ อาจได้รับการพัฒนาโดยผูใช้งานเอง หรื อผูพฒนาระบบ          ้ ั
หรื อผู ้ผ ลิ ต จ าหน่ า ย              หากแบ่ ง แยกชนิ ด ของซอฟต์ แ วร์ ตามสภาพการท างาน
พอแบ่งแยกซอฟต์แวร์ ได้เป็ นสองประเภท คือซอฟต์แวร์ระบบและซอฟต์แวร์ประยุกต์
                   3.2.3.1                        ซ อ ฟ ต์ แ ว ร์ ร ะ บ บ ( System               software)
คื อ ซ อ ฟ ต์ แ ว ร์ ที่ บ ริ ษั ท ผู้ ผ ลิ ต ส ร้ า ง ขึ้ น ม า เ พื่ อ ใ ช้ จั ด ก า ร กั บ ร ะ บ บ
หน้าที่ ก ารทางานของซอฟต์แวร์ ระบบคื อดาเนิ นงานพื้ นฐานต่างๆ ของระบบคอมพิ วเตอร์ เช่ น
รั บ ข้ อ มู ล จ า ก แ ผ ง แ ป้ น อั ก ข ร ะ แ ล้ ว แ ป ล ค ว า ม ห ม า ย ใ ห้ ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ เ ข้ า ใ จ
                                                                                                                68

น า ข้ อ มู ล ไ ป แ ส ด ง ผ ล บ น จ อ ภ า พ ห รื อ น า อ อ ก ไ ป ยั ง เ ค รื่ อ ง พิ ม พ์
จัด การข้อ มู ล ในระบบแฟ้ มข้อ มู ล บนหน่ ว ยความจ ารอง เมื่ อ เราเปิ ดเครื่ อ งคอมพิ ว เตอร์
ทันที ที่ มีการจ่ายกระแสไฟฟ้ าให้ก ับคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ จะทางานตามโปรแกรมทันที
โ ป ร แ ก ร ม แ ร ก ที่ สั่ ง ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ท า ง า น นี้ เ ป็ น ซ อ ฟ ต์ แ ว ร์ ร ะ บ บ
โดยซอฟต์แวร์ ระบบอาจเก็บไว้ในรอม หรื อในแผ่นจานแม่เหล็ก หากไม่มีซอฟต์แวร์ ระบบ
คอมพิวเตอร์ จะทางานไม่ได้ ซอฟต์แวร์ ระบบยังใช้เป็ นเครื่ องมือในการพัฒนาซอฟต์แวร์ อื่นๆ
และยังรวมไปถึงซอฟต์แวร์ ที่ใช้ในการแปลภาษาต่างๆ
                       คอมพิวเตอร์ ประกอบด้วย หน่ วยรับเข้า หน่ วยส่ งออก หน่ วยความจา
และหน่วยประมวลผลในการทางานของคอมพิวเตอร์ จาเป็ นต้องมีการดาเนิ นงานกับอุปกรณ์พ้ืนฐา
น ที่ จ า เ ป็ น        ดั ง นั้ น จึ ง ต้ อ ง มี ซ อ ฟ ต์ แ ว ร์ ร ะ บ บ เ พื่ อ ใ ช้ ใ น ก า ร จั ด ก า ร ร ะ บ บ
หน้าที่หลักของซอฟต์แวร์ระบบประกอบด้วย
                        ใช้ ในการจัดการหน่ วยรับเข้ าและหน่ วยส่ งออก เช่น รับการกดแป้ นต่างๆ
บนแผงแป้ นอักขระ ส่ งรหัสตัวอักษรออกทางจอภาพหรื อเครื่ องพิมพ์ ติดต่อกับอุปกรณ์ รับเข้า
และส่ งออกอื่นๆ เช่นเมาส์ อุปกรณ์สังเคราะห์เสี ยง

                                    ใ ช้ ใ น ก า ร จั ด ก า ร ห น่ ว ย ค ว า ม จ า
เพื่ อ น าข้ อ มู ล จากแผ่ น บัน ทึ ก มาบรรจุ ย ัง หน่ ว ยความจ าหลั ก หรื อในท านองกลั บ กั น
คือนาข้อมูลจากหน่วยความจาหลักมาเก็บไว้ในแผ่นบันทึก

                       ใ ช้ เ ป็ น ตั ว เ ชื่ อ ม ต่ อ ร ะ ห ว่ า ง ผู้ ใ ช้ ง า น กั บ ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์
สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น เช่นการขอดูรายการสารระบบในแผ่นบันทึก การทาสาเนาแฟ้ มข้อมูล

                          ซอฟต์แวร์ ระบบพื้นฐานที่เห็นกันทัวไป แบ่งออกได้ดงนี้
                                                                 ่                 ั
                          1) ระบบปฏิบัติการ หรื อที่เรี ยกย่อๆ ว่า โอเอส (Operating System : OS)
เ ป็ น ซ อ ฟ ต์ แ ว ร์ ใ ช้ ใ น ก า ร ดู แ ล ร ะ บ บ ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์
เ ค รื่ อ ง ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ทุ ก เ ค รื่ อ ง จ ะ ต้ อ ง มี ซ อ ฟ ต์ แ ว ร์ ร ะ บ บ ป ฏิ บั ติ ก า ร นี้
             ั                ั                     ั
ระบบปฏิบติการที่นิยมใช้กนมากและเป็ นที่รู้จกกันดีเช่ นดอส (Disk Operating System : DOS)
วินโดวส์ (Windows) โอเอสทู (OS/2) ยูนิกซ์ (UNIX)
                                                                      ั
                              1.1) ดอส (Dos) เป็ นซอฟต์แวร์ จดระบบงานที่พ ฒนามานานแล้ว ั
การใช้งานจึงใช้คาสั่งเป็ นตัวอักษร ดอสเป็ นซอฟต์แวร์ ที่รู้จกกันดีในหมู่ผใช้ไมโครคอมพิวเตอร์
                                                                   ั            ู้
                                                                                                               69

                                                                                       ั
                                    1.2) วินโดวส์ (Windows) เป็ นระบบปฏิบติการที่พฒนาต่อจากดอส   ั
เ พื่ อ เ น้ น ก า ร ใ ช้ ง า น ที่ ง่ า ย ขึ้ น          ส า ม า ร ถ ท า ง า น ห ล า ย ง า น พ ร้ อ ม กั น ไ ด้
                              ่
โดยงานแต่ละงานจะอยูในกรอบช่องหน้าต่างที่แสดงผลบนจอภาพ การใช้งานเน้นรู ปแบบกราฟิ ก
ผู ้ ใ ช้ ง านสามารถใช้ เ มาส์ เลื่ อนตั ว ชี้ ต าแหน่ งเพื่ อ เลื อ กต าแหน่ ง ที่ ป รากฏบนจอภาพ
ทาให้ใช้งานคอมพิวเตอร์ ได้ง่าย วินโดวส์จึงได้รับความนิยมในปัจจุบน                  ั
                                                                                     ั
                                    1.3) โอเอสทู (OSII) เป็ นระบบปฏิบติการแบบเดี ยวกับวินโดวส์
แ ต่ บ ริ ษั ท ผู ้ พั ฒ น า                                 คื อ บ ริ ษั ท ไ อ บี เ อ็ ม
เ ป็ น ร ะ บ บ ป ฏิ บั ติ ก า ร ที่ ใ ห้ ผู ้ ใ ช้ ส า ม า ร ถ ใ ช้ ท า ง า น ไ ด้ ห ล า ย ง า น พ ร้ อ ม กั น
และการใช้งานก็เป็ นแบบกราฟิ กเช่นเดียวกับวินโดวส์
                                    1.4)                                      ยู นิ ก ซ์                   (Unix)
เ ป็ น ร ะ บ บ ป ฏิ บั ติ ก า ร ที่ พั ฒ น า ม า ตั้ ง แ ต่ ค รั้ ง ใ ช้ กั บ เ ค รื่ อ ง มิ นิ ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์
ระบบปฏิ บ ั ติ ก ารยู นิ ก ซ์ เ ป็ นระบบปฏิ บ ั ติ ก ารที่ ส ามารถใช้ ง านได้ ห ลายงานพร้ อ มกั น
แ ล ะ ท า ง า น ไ ด้ ห ล า ย ๆ ง า น ใ น เ ว ล า เ ดี ย ว กั น
                      ั
ยูนิกซ์จึงใช้ได้กบเครื่ องที่เชื่อมโยงและต่อกับเครื่ องปลายทางได้หลายเครื่ องพร้อมกัน
                              ร ะ บ บ ป ฏิ บั ติ ก า ร ยั ง มี อี ก ม า ก
โ ด ย เ ฉ พ า ะ ร ะ บ บ ป ฏิ บั ติ ก า ร ที่ ใ ช้ ใ น เ ค รื อ ข่ า ย ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์
                                                                       ั
เพื่อให้คอมพิวเตอร์ ทางานร่ วมกันเป็ นระบบ เช่น ระบบปฏิบติการเน็ตแวร์ วินโดวส์เอ็นที
                     3.2.3.2                     ซ อฟ ต์ แว ร์ ปร ะ ยุ ก ต์ ( Application              software)
เ ป็ น ซ อ ฟ ต์ แ ว ร์ ที่ ใ ช้ กั บ ง า น ด้ า น ต่ า ง ๆ
ต า ม ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร ข อ ง ผู้ ใ ช้ ที่ ส า ม า ร ถ น า ม า ใ ช้ ป ร ะ โ ย ช น์ ไ ด้ โ ด ย ต ร ง
ปั จ จุ บั น มี ผู ้ พั ฒ น า ซ อ ฟ ต์ แ ว ร์ ใ ช้ ง า น ท า ง ด้ า น ต่ า ง ๆ อ อ ก จ า ห น่ า ย ม า ก
ก า ร ป ร ะ ยุ ก ต์ ง า น ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ จึ ง ก ว้ า ง ข ว า ง แ ล ะ แ พ ร่ ห ล า ย
เ ร า อ า จ แ บ่ ง ซ อ ฟ ต์ แ ว ร์ ป ร ะ ยุ ก ต์ อ อ ก เ ป็ น ส อ ง ก ลุ่ ม คื อ ซ อ ฟ ต์ แ ว ร์ ส า เ ร็ จ รู ป
และซอฟต์ แ วร์ ที่ พ ัฒ นาขึ้ นใช้ ง านเฉพาะ                ซอฟต์ แ วร์ ส าเร็ จ รู ป ในปั จ จุ บ ัน มี ม ากมาย
เ ช่ น ซ อ ฟ ต์ แ ว ร์ ป ร ะ ม ว ล ค า ซ อ ฟ ต์ แ ว ร์ ต า ร า ง ท า ง า น ฯ ล ฯ
                                  ้
การใช้งานคอมพิวเตอร์ ตองมีซอฟต์ แวร์ ประยุกต์                                 ซึ่ งอาจเป็ นซอฟต์แวร์ สาเร็ จ รู ป
          ้ ั
ที่มีผูพฒนาเพื่อใช้งานทัวไปทาให้ทางานได้สะดวกขึ้ น หรื ออาจเป็ นซอฟต์แวร์ ใช้งานเฉพาะ
                                ่
        ้        ้ ั
ซึ่ งผูใช้เป็ นผูพฒนาขึ้นเองเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการทางานของตน
                               ซอฟต์ แวร์ สาเร็จรู ป
                                                                             ั ่
                                    ในบรรดาซอฟต์แวร์ ประยุกต์ที่มีใช้กนทัวไป ซอฟต์แวร์ สาเร็ จรู ป
                                           ั
เป็ นซอฟต์แวร์ ที่มีความนิ ยมใช้กนสู งมาก ซอฟต์แวร์ สาเร็ จรู ปเป็ นซอฟต์แวร์ ที่บริ ษทพัฒนาขึ้น     ั
                                                                                                                              70

แ ล้ ว น า อ อ ก ม า จ า ห น่ า ย                                เ พื่ อ ใ ห้ ผู ้ ใ ช้ ง า น ซื้ อ ไ ป ใ ช้ ไ ด้ โ ด ย ต ร ง
        ้
ไม่ตองเสี ยเวลาในการพัฒนาซอฟต์แวร์ อีก ซอฟต์แวร์ สาเร็ จรู ปที่มีจาหน่ ายในท้องตลาดทัวไป                                     ่
และเป็ นที่นิยมของผูใช้มี 5 กลุ่มใหญ่ ได้แก่
                               ้
                                       1)                                    ซ อ ฟ ต์ แ ว ร์ ป ร ะ ม ว ล ผ ล ค า
เป็ นซอฟต์ แ วร์ ป ระยุ ก ต์ ใ ช้ ส าหรั บ การพิ ม พ์ เ อกสาร สามารถแก้ ไ ข เพิ่ ม แทรก ลบ
และจั ด รู ปแบบเอกสารได้ อ ย่ า งดี                                        เอกสารที่ พิ ม พ์ ไ ว้ จ ั ด เป็ นแฟ้ มข้ อ มู ล
เ รี ย ก ม า พิ ม พ์ ห รื อ แ ก้ ไ ข ใ ห ม่ ไ ด้
ก า ร พิ ม พ์ อ อ ก ท า ง เ ค รื่ อ ง พิ ม พ์ ก็ มี รู ป แ บ บ ตั ว อั ก ษ ร ใ ห้ เ ลื อ ก ห ล า ย รู ป แ บ บ
เ อ ก ส า ร จึ ง ดู เ รี ย บ ร้ อ ย ส ว ย ง า ม
ปั จ จุ บั น มี ก า ร เ พิ่ ม ขี ด ค ว า ม ส า ม า ร ถ ข อ ง ซ อ ฟ ต์ แ ว ร์ ป ร ะ ม ว ล ผ ล ค า อี ก ม า ก ม า ย
                                                ่          ั
ซอฟต์แวร์ ประมวลผลคาที่นิยมอยูในปั จจุบน เช่น Microsoft Word, WordPerfect, เวิร์ดจุฬา (CW),
เวิร์ดราชวิถี (RW)
                                       2) ซอฟต์ แวร์ ตารางทางาน เป็ นซอฟต์แวร์ ที่ช่วยในการคิดคานวณ
ก า ร ท า ง า น ข อ ง ซ อ ฟ ต์ แ ว ร์ ต า ร า ง ท า ง า น
ใช้หลักการเสมือนมีโต๊ะทางานที่มีกระดาษขนาดใหญ่วางไว้ มีเครื่ องมือคล้ายปากกา ยางลบ
และเครื่ องคานวณเตรี ยมไว้ใ ห้เสร็ จ บนกระดาษมี ช่ องให้ใส่ ตวเลข ข้อความหรื อสู ตร          ั
ส า ม า ร ถ สั่ ง ใ ห้ ค า น ว ณ ต า ม สู ต ร ห รื อ เ งื่ อ น ไ ข ที่ ก า ห น ด
   ้
ผูใ ช้ซ อฟต์แ วร์ ต ารางท างานสามารถประยุ ก ต์ใ ช้ง านประมวลผลตัว เลขอื่ น ๆ ได้ก ว้า งขวาง
ซอฟต์แวร์ตารางทางานที่นิยมใช้ เช่น EXCEL, LOTUS 1-2-3
                                       3)                                ซ อ ฟ ต์ แ ว ร์ จั ด ก า ร ฐ า น ข้ อ มู ล
การใช้คอมพิวเตอร์ อย่างหนึ่ งคือการใช้เก็บข้อมูล และจัดการกับข้อมูลที่จดเก็บในคอมพิวเตอร์                ั
จึ ง จ า เ ป็ น ต้ อ ง มี ซ อ ฟ ต์ แ ว ร์ จั ด ก า ร ข้ อ มู ล                        ก า ร ร ว บ ร ว ม ข้ อ มู ล ห ล า ย ๆ
เ รื่ อ ง ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง กั น ไ ว้ ใ น ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์                            เ ร า ก็ เ รี ย ก ว่ า ฐ า น ข้ อ มู ล
ซอฟต์แ วร์ จด การฐานข้อ มู ล จึ ง หมายถึ ง ซอฟต์แ วร์ ที่ ช่ วยในการเก็ บ การเรี ย กค้น มาใช้ง าน
                     ั
                                                                           ั
การทารายงาน การสรุ ปผลจากข้อมูล ซอฟต์แวร์ จดการฐานข้อมูลที่นิยมใช้ เช่น ACCESS,
dBASE, FoxPRO, Paradox, FoxBASE
                                       4) ซอฟต์ แวร์ นาเสนอ เป็ นซอฟต์แวร์ ที่ใช้สาหรับนาเสนอข้อมูล
ก า ร แ ส ด ง ผ ล ต้ อ ง ส า ม า ร ถ ดึ ง ดู ด ค ว า ม ส น ใ จ
ซอฟต์แวร์ เหล่านี้จึงเป็ นซอฟต์แวร์ ที่นอกจากสามารถแสดงข้อความในลักษณะที่จะสื่ อความหมายไ
                                                                                                          71

ด้ง่ายแล้วจะต้องสร้ างแผนภูมิ กราฟ และรู ปภาพได้ ตัวอย่างของซอฟต์แวร์ นาเสนอ เช่ น
PowerPoint เป็ นต้น
                                5)     ซอฟต์ แ วร์ สื่ อสารข้ อ มู ล      ซอฟต์ แ วร์ สื่ อสารข้ อ มู ล นี้
หมายถึงซอฟต์แวร์ ที่จะช่วยให้ไมโครคอมพิวเตอร์ ติดต่อสื่ อสารกับเครื่ องคอมพิวเตอร์ อื่นในที่ห่าง
ไกล โดยผ่านทางสายโทรศัพท์ ซอฟต์แวร์ สื่อสารใช้เชื่ อมโยงต่อเข้ากับระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์
เ ช่ น อิ น เ ท อ ร์ เ น็ ต ท า ใ ห้ ส า ม า ร ถ ใ ช้ บ ริ ก า ร อื่ น ๆ                  เ พิ่ ม เ ติ ม ไ ด้
                             ์
สามารถใช้รับส่ งไปรษณี ยอิเล็กทรอนิ กส์ (E-mail) ใช้โอนย้ายแฟ้ มข้อมูล (File Transfer Protocal)
ใ ช้ แ ล ก เ ป ลี่ ย น ข้ อ มู ล                                        อ่ า น ข่ า ว ส า ร
น อ ก จ า ก นี้ ยั ง ใ ช้ ใ น ก า ร เ ชื่ อ ม เ ข้ า ห า มิ นิ ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ห รื อ เ ม น เ ฟ ร ม
เพื่อเรี ยกใช้งานจากเครื่ องเหล่านั้นได้ ซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูลที่นิยมมีมากมายหลายซอฟต์แวร์
                            ซอฟต์ แวร์ ใช้ งานเฉพาะ
                                การประยุกต์ใช้งานด้วยซอฟต์แวร์ สาเร็ จ รู ปมักจะเน้นการใช้งานทัวไป      ่
แต่ อ าจจะน ามาประยุ ก ต์ โ ดยตรงกับ งานทางธุ ร กิ จ บางอย่า งไม่ ไ ด้ เช่ น ในกิ จ การธนาคาร
มี ก ารฝากถอนเงิ น             งานทางด้า นบัญ ชี หรื อ ในห้ า งสรรพสิ น ค้า ก็ มี ง านการขายสิ น ค้า
ก า ร อ อ ก ใ บ เ ส ร็ จ รั บ เ งิ น                            ก า ร ค ว บ คุ ม สิ น ค้ า ค ง ค ลั ง
ดังนั้นจึงต้องมีการพัฒนาซอฟต์แวร์ ใช้งานเฉพาะสาหรับงานแต่ละประเภทให้ตรงกับความต้องการ
         ้
ของผูใช้แต่ละราย
                                                                             ู้ ั
                                ซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะมักเป็ นซอฟต์แวร์ที่ผพฒนาต้องเข้าไปศึกษารู ป
แ บ บ ก า ร ท า ง า น ห รื อ ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร ข อ ง ธุ ร กิ จ นั้ น ๆ แ ล้ ว จั ด ท า ขึ้ น
โ ด ย ทั่ ว ไ ป จ ะ เ ป็ น ซ อ ฟ ต์ แ ว ร์ ที่ มี ห ล า ย ส่ ว น ร ว ม กั น เ พื่ อ ร่ ว ม กั น ท า ง า น
                                   ั
ซอฟต์แวร์ ใช้งานเฉพาะที่ใช้กนในทางธุ รกิ จ เช่ นระบบงานทางด้านบัญชี ระบบงานจัดจาหน่ าย
ระบบงานในโรงงานอุตสาหกรรม บริ หารการเงิน และการเช่าซื้ อ
                                                                                                                  72




                                    รู ปที่ 3.30 การแบ่งชนิ ดของซอฟต์แวร์

3.3 บุคลากร
             หมายถึง บุคลากรในงานด้านคอมพิวเตอร์ ซึ่ งมีความรู ้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ สามารถใช้งาน
                                                 ้
สั่งงานเพื่อให้คอมพิวเตอร์ ทางานตามที่ตองการ แบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้
                                                            ้
             3.3.1 ผู้ใช้ (User) คือ บุคคลที่เป็ นผูใช้ผลการทางานของคอมพิวเตอร์ จะแบ่งงอกเป็ น
หลายระดับ                    ้
                       เช่นผูบริ หาร                 ้
                                            จะเป็ นผูใช้รายงานนาไปวิเคราะห์ตีความเพื่อช่วยในการบริ หาร
                        ้
บุคลากรก็จะเป็ นผูใช้ระบบบัญชีของเครื่ องคอมพิวเตอร์ ทารายงานด้านบัญชีไปใช้ในงานด้านต่อไป
             3 . 3 . 2 พ นั ก ง า น เ ต รี ย ม ข้ อ มู ล (Data                 Entry                    Operation)
ห ม า ย ถึ ง พ นั ก ง า น ที่ ท า ห น้ า ที่ บั น ทึ ก ข้ อ มู ล แ ล ะ โ ป ร แ ก ร ม ล ง อุ ป ก ร ณ์ ต่ า ง ๆ
โดยสามารถรู ้ ไ ด้ ท ั น ที เ มื่ อ เครื่ องเริ่ มมี ค วามผิ ด ปกติ หน้ า ที่ ส าคั ญ อี ก อย่ า งหนึ่ งก็ คื อ
จั ด ก า ร เ ต รี ย ม ข้ อ มู ล แ ล ะ โ ป ร แ ก ร ม ที่ เ ต รี ย ม ก า ร แ ล้ ว เ ข้ า เ ค รื่ อ ง ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์
และจัดการเตรี ยมอุปกรณ์ต่างๆ ที่จะใช้งาน
             3 . 3 . 3 บ ร ร ณ า รั ก ษ์ ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ (Computer                                  Librarian)
เป็ นบุ ค คลที่ ท าหน้า ที่ เ ก็ บ รั ก ษาและจัด ท ารายชื่ อ โปรแกรมคอมพิ ว เตอร์ และเอกสารต่ า งๆ
ตลอดจนทาบัตรดัชนีหรับข้อมูลต่างๆ เพื่อสะดวกในการค้นหา และใช้งานได้ง่าย
             3 . 3 . 4                              โ ป ร แ ก ร ม เ ม อ ร์
(Programmer) คือผูเ้ ขียนโปรแกรมสั่งงานเครื่ องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ทางานตามความต้องการของ
   ้                                  ั
ผูใช้ โดยเขียนตามแผนผังที่นกวิเคราะห์ระบบได้เขียนไว้
             3.3.5                            นั ก วิ เ ค ร า ะ ห์ ร ะ บ บ ( System                   Analyst) คื อ
ผู้ ที่ ศึ ก ษ า ร ะ บ บ ง า น เ ดิ ม ห รื อ ง า น ใ ห ม่ แ ล ะ ท า ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห์ ค ว า ม เ ห ม า ะ ส ม
                                                                                                                     73

ค ว า ม เ ป็ น ไ ป ไ ด้ ใ น ก า ร ใ ช้ ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ กั บ ร ะ บ บ ง า น
                                             ั
เพื่อให้โปรแกรมเมอร์เป็ นผูเ้ ขียนโปรแกรมให้กบระบบงาน

          3.3.6 หัวหน้ าโครงการ ( Project Leader) ได้แก่บุคคลที่ทาหน้าที่เป็ นหัวหน้าโครงการ
                                          ้
สร้างระบบงานคอมพิวเตอร์ เป็ นผูวางแผนงาน แจกจ่ายงานตามฝ่ ายต่างๆ รวมทั้งการควบคุมดูแล
ป ร ะ ส า น ง า น แ ล ะ ป ร ะ เ มิ น ผ ล ง า น ต า ม ฝ่ า ย ต่ า ง ๆ
เพื่อให้โครงการดาเนินไปสู่ เป้ าหมายอย่างมีประสิ ทธิ ภาพ
          3.3.7                       ผู้ อ านวยการศู นย์ คอมพิ ว เต อร์ (Data                             Processing
Manager) เ ป็ น เ จ้ า ห น้ า ที่ ที่ จั ด อ ยู่ ใ น ร ะ ดั บ ผู ้ บ ริ ห า ร ร อ งม า จ า ก ผู้ บ ริ ห า ร ร ะ ดั บ สู ง
มี ห น้ า ที่ รั บ น โ ย บ า ย ม า จ า ผู้ บ ริ ห า ร ร ะ ดั บ สู ง อี ก ที
เพื่ อม า จั ด ท าโ ค รง ก าร แ ล ะ แ ผน ง าน ก าร ใ ช้ ค อ มพิ ว เต อ ร์ รว ม ถึ ง ก าร ข ย า ย ระ บ บ
จั ด ห า ซ อ ฟ ต์ แ ว ร์ แ ล ะ อุ ป ก ร ณ์ ต่ า ง ๆ ใ ห้ เ พี ย ง พ อ กั บ ก า ร ใ ช้ ง า น ข อ ง อ ง ค์ ก ร
               ั
นอกจากนี้ยงมีหน้าที่ในการจัดหาเจ้าหน้าที่และให้การอบรมตามความเหมาะสม
                                                                                      74




บทสรุป
       ฮาร์ ดแวร์ สามารถแบ่งการทางานเป็ น 3 ขั้นตอน คือ
        การรับข้อมูลเข้า (Input)
        การประมวลผลข้อมูล (Process)
        การแสดงผล (Output)

       ส่ วนประกอบของฮาร์ ดแวร์ แบ่งออกได้เป็ น 6 ส่ วน คือ
       1. หน่วยรับข้อมูล (Input Unit) ได้แก่
             แป้ นพิมพ์ (Keyboard)
             เมาส์ (Mouse)
             จอยสติก (Joystick)
             จอภาพระบบสัมผัส (Touch Screen)
             ระบบปากกา (Pen-Based System)
             อุปกรณ์กวาดข้อมูล (Data Scanning Devices)
             อุปกรณ์รู้จาเสี ยง (Voice Recognition Device)
       2. หน่วยประมวลผลกลาง (Central Process Unit) ประกอบด้วยส่ วนสาคัญ คือ
             หน่วยควบคุม (Control Unit)
             หน่วยคานวณและตรรกะ (Arithmetic and Logic Unit)
             รี จิสเตอร์ (Register)
       3. หน่วยแสดงผล (Output Unit) แบ่งออกเป็ น 2 ประเภท คือ
             หน่ ว ยแสดงผลชั่ ว คราว (Soft              Copy)      เช่ น จอภาพ (Monitor)
                               ู้         ั
ใช้แสดงข้อมูลหรื อผลลัพธ์ให้ผใช้เห็นได้ทนที
             หน่วยแสดงผลถาวร (Hard Copy) เช่น เครื่ องพิมพ์ (Printer)
       4. หน่วยความจาหลัก (Main Memory Unit) แบ่งออกได้เป็ น 2 ประเภท คือ
             หน่วยความจาหลักแบบอ่านได้อย่างเดียว (Read Only Memory)
             หน่วยความจาหลักแบบแก้ไขได้ (Random Access Memory)
                                                                     75

5. หน่วยเก็บข้อมูลสารอง (Secondary Memory Unit)
     เทปแม่เหล็ก (Magnetic Tape)
     จานแม่เหล็ก (Magnetic Disk)
6. ส่ วนประกอบอื่น ๆ
     ตัวเครื่ อง (Case)
     เมนบอร์ ด (Main board)
     แหล่งจ่ายไฟ (Power Supply)
     ส่ วนควบคุมการแสดงผล (Display Controller )
     การ์ดเสี ยง (Sound Card )
     การ์ดโมเด็ม (Modem Card)
     การ์ดเน็ตเวิร์ก (Network Card)
     UPS (Uninterrupted Power Supply)

ซอฟต์ แวร์ และภาษาคอมพิวเตอร์
                              ั                     ั
ภาษาระดับสู งซึ่ งเป็ นที่รู้จกและนิยมกันมากในปัจจุบน ได้แก่
 ภาษาปาสคาล
 ภาษาเบสิ ก
 ภาษาซี
 ภาษาโลโก
 ภาษาฟอร์แทรน
 ภาษาอาร์พีจี
 ภาษา HTML

โปรแกรมที่ใช้แปลภาษาคอมพิวเตอร์ระดับสู งให้เป็ นภาษาเครื่ องได้แก่
 แอสแซมเบอร์ (Asembler)
 คอมไพเลอร์ (Compiler)
 อินเตอร์พรี เตอร์ (Interpreter)

ชนิดของซอฟต์ แวร์ แบ่งเป็ น
                                                         76

 ซอฟต์แวร์ ระบบ (System software)
 ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application software)

บุคลากร แบ่งเป็ น
 ผูใช้ (User)
    ้
 พนักงานเตรี ยมข้อมูล (Data Entry Operation)
 บรรณารักษ์คอมพิวเตอร์ (Computer Librarian)
 โปรแกรมเมอร์ (Programmer)
 นักวิเคราะห์ระบบ (System Analyst)
 หัวหน้าโครงการ ( Project
 ผูอานวยการศูนย์คอมพิวเตอร์ (Data Processing Manager)
      ้
                                                                                                77




                                           แบบฝึ กหัด

        1. ส่ วนประกอบของฮาร์ ดแวร์ คอมพิวเตอร์ แบ่งเป็ นกี่ส่วน อะไรบ้าง
        2. หน่วยรับข้อมูลเข้ามีหน้าที่อย่างไร จงอธิ บาย
        3. จงบอกชื่อ และ หน้าที่ของอุปกรณ์ที่ทาหน้าที่รับข้อมูลเข้า
        4. หน่วยประมวลผลกลาง มีประกอบกี่ส่วน อะไรบ้าง จงอธิ บาย
        5. อุปกรณ์ที่ทาหน้าที่เป็ นหน่วยแสดงผล ได้แก่อะไรบ้าง จงยกตัวอย่าง
        6. หน่วยแสดงผลแบ่งเป็ นกี่ประเภท อะไรบ้าง
        7. จงบอกข้อแตกต่างระหว่างหน่วยความจาถาวร และ หน่วยความจาชัวคราว มาให้เข้าใจ
                                                                          ่
        8. จงบอกชื่อ และ หน้าที่ของอุปกรณ์ที่เป็ นหน่วยความจาภายนอก
        9. ซอฟต์แวร์ มีกี่ประเภท อะไรบ้าง จงอธิ บาย
        10. บุคลากร มีกี่ระดับ อะไรบ้างจงอธิ บาย


                                         เอกสารอ้างอิง

ผศ. ธงชัย สิ ทธิกรณ์. ระบบคอมพิวเตอร์ เบืองต้ น. นนทบุรี. ไอดีซี 9. (2547).
                                          ้
                                                   ั
เสาวคนธ์ คงสุ ข. คอมพิวเตอร์ เพืองานอาชีพ. บริ ษทสานักพิมพ์ จากัด. (2545).
                                ่
พันจันทร์ ธนาวัฒนเสถียร,อัมริ นทร์ เพ็ชรกุล. คู่มือช่ างคอมพ์ ฉบับมือโปร. กรุ งเทพ. ซีเอ็ดยูเคชัน
        จากัด (2547).

				
DOCUMENT INFO
Shared By:
Categories:
Tags:
Stats:
views:6
posted:2/24/2012
language:Thai
pages:51