? ?? ??? Mv
Shared by: HC12021807484
-
Stats
- views:
- 104
- posted:
- 2/18/2012
- language:
- Thai
- pages:
- 55
Document Sample


- 35 -
บทที่ 3
ิ
ธรณีวทยาในประเทศไทย
กระบวนการธรณีสัณฐาน (Geomorphic processes)
กระบวนการประกอบไปด้ว ยกระบวนการทางกายภาพและทางเคมี ที่ ท าให้ผิว โลก
มี ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง
ซึ่ งกระบวนการได้เริ่ มต้นตั้งแต่โลกกาเนิดมาหรื อนับตั้งแต่เริ่ มต้นเวลาทางธรณี วิทยาซึ่ งเป็ นระยะเว
ล า ที่ ย า ว น า น ม า ก แ ล ะ เ กิ ด ต่ อ เ นื่ อ ง กั น ม า ต ล อ ด เ ว ล า
ความรุ นแรงของแต่ ล ะกระบวนการเปลี่ ย นแปลงไปตามการเปลี่ ย นแปลงภู มิ อ ากาศ
แ ล ะ ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง พื้ น ที่ ข อ ง ผิ ว โ ล ก
มี ก ารค านวณว่า หากปล่ อยให้ผิวโลกถู ก กษัย การและการกระท าโดยธารน้ า ไหลอยู่ตลอดเวลา
โดยไม่ มี ปั จ จัย อื่ นๆ มาเกี่ ย วข้อ ง ผิ ว ของโลกจะราบเรี ย บ ภายในเวลาน้อ ยกว่า 100 ล้า นปี
ั
แต่การที่ผิวโลกยังคงเป็ นไปในแบบเช่นทุกวันนี้ เพราะมันมีท้ งกระบวนการยกตัวขึ้นของผิวโลก
ก า ร จ ม ตั ว ล ง บ า ง บ ริ เ ว ณ ร ว ม ทั้ ง ก ร ะ บ ว น ก า ร อื่ น ๆ
ที่กระทาต่อผิวโลกเพื่อรักษาสมดุลของเปลือกโลกไว้
ตั ว ก า ร ท า ง ธ ร ณี สั ณ ฐ า น ( Geomorphic agent)
มีอิทธิ พลต่อการเปลี่ยนแปลงของผิวโลกมากเช่นเดียวกัน เช่น การกระทาของธารน้ าไหล น้ าทะเล
ล ม ธ า ร น้ า แ ข็ ง ร ว ม ทั้ ง น้ า ใ ต้ ดิ น มี ส่ ว น
ิ
ทาให้ผวของเปลือกเกิดสัณฐานแบบต่างๆ ที่เป็ นการสร้างและการทาลาย
ประเภทของกระบวนการธรณีสัณฐาน
ประเภทของกระบวนการธรณี สัณฐานสามารรถแบ่งออกเป็ น 3 ประเภท คือ
กระบวนการผิวเปลือกโลก กระบวนการในผิวโลก และกระบวนการนอกโลก
1. กระบวนการผิวเปลือกโลก (Epigene or exogenous
ิ
processes)เป็ นการรวมกระบวนการทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่ผวเปลือกโลกทาให้ผิวโลกมีสัณฐานเปลี่ยนแป
ลงไปอันประกอบด้วยกระบวนการทางกายภาพ ทางเคมีและทางชีวภาพ
การเปลี่ยนแปลงผิวโลกทาให้เกิดการปรับระดับของผิวโลกให้เข้าสู่ ระดับที่เท่า ๆ กัน
โดยแบ่งออกเป็ น 2 แบบ คือ การปรับระดับลงและการยกระดับขึ้นหรื อปรับระดับขึ้น
2.กระบวนการปรับระดับแบบการปรับระดับลง (Degradation)มีกระบวนการใน
การปรับระดับลงดังนี้
- 36 -
2 . 1 ก า ร ผุ พั ง อ ยู่ กั บ ที่ ห ม า ย ถึ ง
ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ข อ ง ส่ ว น ข อ ง แ ข็ ง แ ล ะ ส่ ว น ป ร ะ ก อ บ ที่ เ กิ ด ขึ้ น ใ น เ ป ลื อ ก โ ล ก
ั
ภายใต้อิทธิ พลของชั้นอากาศ และน้ า ซึ่ งสามารถแบ่งการผุพงอยู่กบที่ เป็ นทางเคมี ทางกายภาพ
ั
และทางชีวภาพ
2.1.1การผุ พ ัง อยู่ ก ับ ที่ ท างกายภาพ จะมี ก ระบวนการการเกิ ด น้ าแข็ ง (Frost
่
Weathering)บริ เวณที่มีอากาศหนาวเย็นหรื อบริ เวณภูเขาสู งน้ าที่อยูตามหลืบหิ นจะแข็งตัวในฤดูหน
าวและหลอมละลายในฤดู ร้ อ น ส่ ว นการเปลี่ ย นแปลงอุ ณ หภู มิ ใ นรอบวัน ซึ่ งเข้า ใจกั น ว่ า
การเปลี่ ยนแปลงของอุ ณหภู มิ ใ นรอบวันหนึ่ งๆ มี อิ ทธิ พ ลต่ อการผุ พ งอยู่ก ับ ที่ ท างกายภาพมาก
ั
ทั้งนี้ เพราะหิ นเป็ นตัวนาความร้ อนที่ เลว เมื่ อถู กแสงมันจึ งร้ อนมากขึ้ น และขยายตัวที่ ผิวของมัน
ปกติ จ ะลึ ก 2 – 3 เซนติ เ มตร จากผิ ว หน้ า ท าให้ เ กิ ด การผุ พ ั ง อยู่ ก ั บ ที่ แ บบแตกเป็ นเม็ ด
ห รื อ แ ต ก เ ป็ น แ ผ่ น บ า ง ๆ
(Exfoliation)นอกจากนี้ หินที่ประกอบด้วยแร่ ต่างกันไปจะมี การยืดหดตัวต่างกัน เช่ น ในหิ นแกรนิ ต
แร่ สีเข้ม (ฮอร์ นเบลนด์และไบโอไตท์) จะร้ อนและขยายตัวมากกว่าแร่ สีจาง (คอร์ ตซ์ เฟลด์สปาร์
และมัสโคไวท์) ทาให้หินแตกเป็ นเม็ด
ั ่ ั
2.1.2 การผุพงอยูกบที่ทางเคมี
2.2 มวลเลื่อนหรื อการเคลื่อนย้ายกลุ่มก้อน
2.3กษัยการ และการเซาะกร่ อน
3 . ก ร ะ บ ว น ก า ร ป รั บ ร ะ ดั บ แ บ บ ก า ร ป รั บ ร ะ ดั บ ขึ้ น
( Aggradation) เ ป็ น ก า ร ทั บ ถ ม ท า ใ ห้ พื้ น ที่ มี ร ะ ดั บ สู ง ม า ก ขึ้ น
ส่ ว น ใ ห ญ่ แ ล้ ว ก า ร ทั บ ถ ม จ ะ เ กิ ด จ า ก ก า ร ห ม ด แ ร ง ใ น ก า ร พั ด พ า
การทั บ ถ มเนื่ องจากน้ าใ ต้ ดิ นจะ เกิ ดจาก การเปลี่ ยนแปล งความกดดั น แล ะอุ ณ หภู มิ
ิ
หรื อจากกิจกรรมของสิ่ งมีชีวต ตะกอนในธารน้ าแข็งจะทับถมเมื่อน้ าแข็งละลาย
ธรณีสัณฐานวิทยาโครงสร้ างในพืนทีต่างๆ ้ ่
โครงสร้ า งเป็ นองค์ป ระกอบที่ ส าคัญ โดยเกิ ด จากการเปลี่ ย นแปลงของเปลื อ กโลก
การตกตะกอนในพื้ น ที่ ต่ า งๆ หรื อเกิ ด จากโครงสร้ า งเดิ ม ของหิ นในขณะที่ ม ั น เย็ น ตั ว
โ ค ร ง ส ร้ า ง นั้ น อ า จ จ ะ เ ป็ น อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ ข อ ง สั ณ ฐ า น โ ด ย ต ร ง คื อ
ตัวของโครงสร้ างทาหน้าที่ เป็ นสัณฐานของพื้ นที่ ด้วย เช่ นโครงสร้ างแบบเควสต้า แบบโค้งงอ
แ บ บ ร อ ย เ ลื่ อ น เ ป็ น ต้ น ลั ก ษ ณ ะ ก า ร จั ด เ รี ย ง ตั ว ข อ ง ชั้ น หิ น ใ น โ ค ร ง ส ร้ า ง เ ช่ น
ก า ร ส ลั บ ชั้ น หิ น ที่ แ ข็ ง แ ล ะ หิ น ที่ อ่ อ น
- 37 -
และขนาดของโครงสร้ า งจะเป็ นปั จจั ย ส าคั ญ ที่ จ ะท าให้ สั ณ ฐานเห็ น ได้ ชั ด เจนหรื อไม่
ยกตัวอย่างเช่นในประเทศไทย คือ โครงสร้างของกลุ่มหิ นโคราชที่พบทางภาคตะวันออกเฉี ยงเหนื อ
โ ค ร ง ส ร้ า ง แ บ บ เ ค ว ส ต้ า มี ซ า แ ล ะ บุ ต ต์
ที่ เ กิ ด จากการมี ช้ ั นหิ นทรายที่ ท นทานต่ อ กษั ย การอยู่ บ นชั้ นหิ นดิ นดานและหิ นซิ ลต์
ส่ ว นของหิ น ทรายท าให้ เ กิ ด ลัก ษณะหน้ า ผาสู ง ชัน และเมื่ อ หิ น ทรายถู ก เซาะกร่ อ นหมดไป
ชั้ น หิ น ดิ น ด า น แ ล ะ หิ น ซิ ล ต์ จ ะ
ไม่ แ สดงถึ ง ความสั ม พัน ธ์ ข องสั ณ ฐานกั บ โครงสร้ า งต่ อ ไปบริ เวณที่ สู ง ภาคกลาง (Central
Highland)ของลุ่ มน้ าป่ าสั ก เป็ นสั ณ ฐานที่ เ กิ ดจาก โครงส ร้ างแบบรอย เลื่ อนก ราเบ็ น
(Graden)หรื อลักษณะของภูเขาทางตอนใต้ของภาคตะวันออกเฉี ยงเหนือก็เป็ นผลจากโครงสร้างเช่น
เดียวกัน
โ ค ร ง ส ร้ า ง เ ป็ น ปั จ จั ย ส า คั ญ ใ น ก า ร อ ธิ บ า ย ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง
ั
หรื อการวิวฒนาการของพื้นที่ อีกด้วย เช่ น เมื่ อเกิ ดรอยเลื่ อนแล้ว ต่อมามี การทับถมของตะกอน
ท า ใ ห้ เ กิ ด เ นิ น ต ะ ก อ น รู ป พั ด
ตะกอนเหล่านี้อาจจะเคลื่อนย้ายมาทับถมเชิ งเขาแบบเนิ นตะกอนรู ปพัดด้วยแรงถ่วง (Colluvial fan)
ห รื อ เ กิ ด จ า ก น้ า พั ด พ า ม า ทั บ ถ ม ( Alluvial
fan)ซึ่ งสามารถแยกออกจากกันได้ดวยลักษณะของตะกอนโครงสร้างโค้งงอที่พบในกลุ่มหิ นโคราช
้
นั้น แสดงสั ณ ฐานออกมาได้อ ย่า งชัดเจน เนื่ อ งจากชั้นหิ น แข็ ง ที่ ส ลับ กับ ชั้น หิ น อ่ อ นกว่า เช่ น
สัณฐานมุมเอียง สัณฐานภูเขาไฟ
1.โครงสร้ างปฐมภูมิ (Primary structure)
โครงสร้ างปฐมภู มิจะพบทั้งในหิ นอัคนี และหิ นตะกอน ตัวอย่างที่ พ บในหิ นอัคนี เช่ น
แลคโคลตท์ (Laccolith)โลโปลิ ตท์(Lopolith) บาโทลิ ตท์ (Bayholith)ไดค์ (Dike)ซิ ลล์ (Sill)สตอลต์
(Stock)โครงสร้ า งปฐมภู มิ ใ นหิ นตะกอน เช่ น การจัด เรี ยงชั้ น หิ น การจัด เรี ยงอนุ ภาคตะกอน
การเอียงตัวจากการตกตะกอน ริ้ วคลื่น รอยแตกระแหง เป็ นต้น
2.โครงสร้ างทุติยภูมิ (Secondary structure)
โ ค ร ง ส ร้ า ง นี้ จ ะ เ กิ ด ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ภ า ย ห ลั ง เ ช่ น ก า ร เ กิ ด ภู เ ข า ไ ฟ
ท าให้หิ น ข้า งเคี ย งเปลี่ ย นแปลง การเกิ ด แผ่ น ดิ น ไหว โครงสร้ า งที่ เ กิ ด ขึ้ น เช่ น การโค้ง งอ
การเกิดรอยเลื่อน เป็ นต้น
3. โครงสร้ างตะกอน (Sedimentary structure)
โ ด ย ส่ ว น ม า ก จ ะ เ ป็ น โ ค ร ง ส ร้ า ง ข น า ด เ ล็ ก ที่ อ ยู่ ใ น ชั้ น ข อ ง หิ น
ซึ่ ง แ บ่ ง โ คร ง ส ร้ า งต ะ ก อ น ออกเป็ น 2 แบบ คื อ แบบปฐมภู มิ หรื อแบ บกาย ภาพ
- 38 -
และแบบทุติยภูมิหรื อแบบเคมี ตัวอย่างสาหรับแบบแรก เช่ น ริ้ วคลื่ น (Ripple) cross – bedding
แ ล ะ ก า ร เ ลื่ อ น ห ลุ ด เ ป็ น ก ะ ปิ ( Slump) ซึ่ ง จั ด เ ป็ น โ ค ร ง ส ร้ า ง แ บ บ อ นิ น ท รี ย์
( Inorganic) ส่ ว น อี ก แ บ บ ห นึ่ ง ข อ ง โ ค ร ง ส ร้ า ง ก า ย ภ า พ จ ะ เ ป็ น แ บ บ อิ น ท รี ย์
(Organic)ซึ่ งเกิ ด จากการกระท าของสิ่ ง มี ชี วิ ต ที่ อ าศัย อยู่ ใ นตะกอนหรื อ อยู่ ใ นบริ เวณนั้น เช่ น
รู ของสั ต ว์ (Burrow)ที่ อ ยู่ ต ามชายฝั่ ง ทะเล รากไม้ เป็ นต้ น ส่ วนโครงสร้ า งแบบเคมี
จะเกิดขึ้นหลังจากมีการตกตะกอนแล้ว (Concretions)การเกิดสารเชื่อมคาร์ บอเนต เป็ นต้น
ิ
3.1 โครงสร้างตะกอน เกิดจากสิ่ งมีชีวต (Biogenic sedimentary
ิ
structures)เป็ นโครงสร้างที่เกิดจากการกระทาของสิ่ งมีชีวต เช่นรากไม้ รอยเท้าสัตว์
(Tracks)รู สัตว์ที่เกิดจาก
การเจาะอาศัยในตะกอนอ่อน และในหิ นแข็ง
3.2 โครงสร้างตะกอนอนินทรี ย ์ (Inorganic sedimentary structures)
เป็ นโครงสร้างที่เกิดจากการตกตะกอนทับถมของอนุภาคดินเหนียว ซิ ลต์ หรื อทราย
โดยอาจจะเกิดผสมกันหรื อเกิดขึ้นเพียงใดอย่างหนึ่ง
์
ซึ่ งจะอธิ บายลักษณะโครงสร้างที่เกิดจากตะกอนอนิ นทรี ยไว้ 6 ลักษณะ คือ โครงสร้างแอ่งข้าม
้
โครงสร้างแทบูลาร์ ขาม โครงสร้างชั้นแบนระนาบ โครงสร้าง peactivation surface โครงสร้าง
compound cross stratification และโครงสร้างริ้ วคลื่น
4. โครงสร้ างที่เกิดจากการเรียงตัวของชั้นหิน
รู ป ร่ า งของสภาพพื้ น ที่ จ ะเปลี่ ย นแปลงไปตามลัก ษณะการเอี ย งตัว ของชั้น หิ น และ
ความแข็งของหิ นนั้น ๆ ความลาดชันของพื้นที่จะแสดงให้ทราบถึงโครงสร้าง ถ้าหิ นมีการเอียงตัว
ความกว้างของหิ นที่ป รากฏบนสภาพภูมิ ประเทศ จะผันแปรตามไปด้วยค่ าของความกว้า งก็ จะ
มากที่สุด โดยเป็ นด้านหนึ่งของหิ นไป ภูมิประเทศที่เกิดจากการเอียงตัวของชั้นหิ นแบ่งเป็ น
4.1 ภูมิประเทศบนหิ นที่ไม่เอียงตัว หรื อวางตัวในแนวราบ
สัณฐานที่ปรากฏบนหิ นชุดนี้ จะเป็ นที่ราบขนาดต่างๆ กัน ถ้าเป็ นที่ราบขนาดใหญ่โตมากๆ
้
จะเรี ยกว่าที่ราบสู งแต่ถามีขนาดประมาณ 1 – 2 ตารางกิดลเมตร เรี ยกว่า มีซา
(Mesa)และถ้ามีขนาดเล็กมากคล้ายกับเป็ นยอดแหลม เรี ยกว่าบูตต์ (Butte)
4.2 ภูมิประเทศบนหินที่มีมุมเอียง 90 องศา
เมื่อมีหินมีการเอียงทามุมฉากหรื อแนวดิ่ง ขอบเขตของหิ นจะเป็ นแนวตรง
โดยมีผลสะท้อนบนภูมิประเทศไม่มากนัก ถ้าเป็ นชั้นหิ นโผล่ ก็จะโผล่เป็ นแนวเส้นยาวคล้ายกับไดท์
้
แต่ถาเป็ นชั้นหิ นอ่อนก็จะเป็ นร่ องแนวยาวของลาน้ าขั้น
- 39 -
4.3 โครงสร้างบนหิ นที่มีมุมเอียงต่างๆ กัน
ั
ในบริ เวณที่มีการเซาะกร่ อนโดยแม่น้ าลาธารหิ นที่โผล่จะมีลกษณะเป็ นรู ปตัววี
หิ นที่มีมุมเอียงไปตามลาธารจะทาให้เกิดภูเขาตัววีธรรมดา
้
แต่ถาเป็ นหิ นที่มีมุมเอียงย้อนทิศทางการไหลของน้ า ในลาธารแล้วจะมีรูปตัววีกลับ
5. โครงสร้ างแบบโดม (Dome structure)
จากการจาแนกโครงสร้างเป็ นแบบโดม และแอ่ง (Basin)แล้ว ดูเหมือนว่าสัณฐานต่างๆ
ข อ ง โ ล ก จ ะ อ ยู่ ใ น ส อ ง ก ลุ่ ม นี้
ซึ่ งจะรวมไปถึ ง โครงสร้ า งที่ มี มุ ม เอี ย งเล็ ก น้ อ ยด้ ว ยการพัง ทลายบนที่ สู ง เพื่ อ ลดระดับ ลง
แ ล ะ ก า ร ทั บ ถ ม จึ ง เ กิ ด ขึ้ น บ น สั ณ ฐ า น ทั้ ง ส อ ง แ บ บ นี้
แ ต่ โ ด ย ค ว า ม ห ม า ย แ ท้ จ ริ ง ข อ ง โ ค ร ง ส ร้ า ง โ ด ม ห ม า ย ถึ ง
โครงสร้ า งหิ น ที่ มี มุ ม เอี ย งสู ง ออกไปโดยรอบจุ ด ศู น ย์ก ลาง ท าให้ เ ห็ น สั ณ ฐานคล้ า ยแบบ
Hongbackหรื อ Homoclinal ridge ซึ่ งมีมุมเอียงสู งถึง 45 องศา หรื อมากกว่านี้ ในบางกรณี
ั
มี ลกษณะคล้ายๆ กับการเอากระทะมาคว่าซ้อนกันหลายๆ ใบนั่นเอง ในกรณี ที่มุมเอี ยงต่ า เช่ น
โค ร ง ส ร้ า ง ส ร้ า ง แ บ บ เ ค วส ต้ า ( Cuesta) นั้ น ถึ ง แ ม้ จ ะ มี รู ป แ บ บ ค ล้ า ย โ ด ม ที่ มั ก จ ะ
ไม่ เ รี ยกกัน โครงสร้ า งโดมจะเป็ นโครงสร้ า งที่ เ กิ ด จากการแทรกดัน ของหิ น อัค นี ข้ ึ นมา
เ ช่ น รู ป แ บ บ ข อ ง แ ล ค โ ค ลิ ส ต์
(Laccolith)โครงสร้ า งกระทะคว่ า นี้ ต่ อ มาถู ก ตัด ยอดด้ ว ยกระบวนการทางธรณี วิ ท ยา เช่ น
ก ษั ย ก า ร โ ด ย น้ า ธ า ร น้ า แ ข็ ง แ ล ะ อื่ น ๆ อ า จ จ ะ เ กิ ด ห ล า ย ค รั้ ง ซ้ า แ ล้ ว ซ้ า อี ก
ท าให้ เ ห็ น ล้ อ มเป็ นวงกลมหรื อเกื อ บเป็ นวงกลมโดยรอบจุ ด กลาง อายุ ข องหิ น ตะกอน
หรื อหิ นแปรโดยรอบจะมีอายุจากน้อยไปสู่ อายุมาก เมื่อเลื่อนเข้าไปหาจุดกลาง
- 40 -
ิ
ธรณีวทยาและธรณีสัณฐานวิทยา(Geology and Geomorphology) ของประเทศไทย
โดยทัวไปอาจกล่ าวได้ว่า ชนิ ดหิ น และการจัดเรี ยงตัวของชั้นหิ นที่พบในประเทศไทย
่
มี ค ว า ม แ ต ก ต่ า ง กั น ไ ด้ ม า ก ช นิ ด หิ น ที่ พ บ มี ทั้ ง หิ น อั ค นี หิ น ต ะ ก อ น แ ล ะ หิ น แ ป ร
แ ล ะ มี อ า ยุ ตั้ ง แ ต่ ม ห า ยุ ค ก่ อ น แ ค บ เ บ รี ย น จ น ถึ ง ปั จ จุ บั น
ต าแหน่ ง ของประเทศไทยอยู่ ร ะหว่ า งระบบภู เ ขาสองระบบคื อ กลุ่ ม เทื อ กเขากลาง(Central
Cordillera) แ ล ะ ก ลุ่ ม เ ทื อ ก เ ข า อั น นั ม ( Cordillera of Annum)
ก ลุ่ ม เ ทื อ ก เ ข า ทั้ ง ส อ ง เ ป็ น ส่ ว น ห นึ่ ง ข อ ง ร ะ บ บ ภู เ ข า ทั้ ง 4
ระบบที่ขยายขอบเขตลงมาทางใต้จากยูนนาน(Yunnan Knot) ซึ่ งเริ่ มตั้งแต่ละติจูดที่ 28 องศาเหนือ
กลุ่ ม เทื อ กเขากลางท าให้ เ กิ ด ภู เ ขาทางภาคเหนื อ และขอบทางตะวัน ตกของประเทศไทย
และต่ อ เนื่ อ งลงไปในบริ เวณคาบสมุ ท รของประเทศไทยลงไปจนถึ ง ประเทศมาเลเซี ย
ส่ ว น ก ลุ่ ม เ ทื อ ก เ ข า อั น นั ม ท า ใ ห้ เ กิ ด ภู เ ข า ท า ง ด้ า น ต ะ วั น อ อ ก ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย
ในเขตต่อเนื่องกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิ ปไตยประชาชนลาวและบริ เวณต่อเนื่ องไปทางตะวัน
ออกในระหว่างระบบภูเขาทั้งสอง เป็ นบริ เวณที่แอ่งตาขนาดใหญ่ของที่ราบตะกอนน้ าพา(Alluvial
plain) ของแม่น้ าเจ้าพระยา และที่ราบสู งภาคตะวันออกเฉี ยงเหนือ(Northeast Plateau)
ในเชิ ง ธรณี วิ ท ยา โครงสร้ า งบริ เวณที่ เ ป็ นแอ่ ง ต่ า ซึ่ งเป็ นที่ ต้ ัง ของประเทศไทย
เป็ นส่ วนหนึ่ งของแอ่ ง ตะกอนทวี ป ยู น าน-มาลายัน (Yunnan-Malayan Geosyncline)
หรื ออาจจะเรี ยกอี กชื่ อหนึ่ งได้ว่า แอ่ งตะกอนทวีปพม่า-มาลายา (Burma-Malaya Geosyncline)
ซึ่ ง ไ ด้ เ กิ ด ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ท า ง ธ ร ณี ม า ห ล า ย ค รั้ ง
หลักฐานทางธรณี ช้ ีบ่งว่าการเปลี่ยนแปลงทางธรณี วทยาของบริ เวณนี้ เริ่ มตั้งแต่มหายุคก่อนแคบเบรี
ิ
ย น ( ก ว่ า 570 ล้ า น ปี ม า แ ล้ ว ) แ ล ะ มี ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง อี ก ใ น ช่ ว ง
คาร์ โบนิ เฟรั ส ตอนกล าง (220 ล้ า นปี มาแล้ ว ) แล ะในตอนปล าย ของยุ ค เทอร์ เซี ย รี
( ก่ อ น 1.5ล้ า น ปี ม า แ ล้ ว ) เ ป็ น ค รั้ ง ล่ า สุ ด
แต่การเปลี่ยนแปลงย่อยๆยังคงมีต่อมาเรื่ อยๆการเปลี่ยนแปลงแต่ละครั้งทาให้เกิดการก่อเทือกเขา(O
rogeny) หรื อการยกตัวเป็ นบริ เวณกว้าง(Epeirogeny) ซึ่ งทาให้เกิ ดการแปรสภาพ(Metamorphism)
ของหิ น และมีการสะสมของแร่ เศรษฐกิจเป็ นบางแห่ง
ตามทฤษฎี ก ารแปรสั ณ ฐานของแผ่ น เปลื อ กโลก(Plate TechtronicTheory)
ประเทศไทยอยู่ตอนในของแผ่นเปลื อกโลกเอเชี ยตะวันออกเฉี ย งใต้ (Southeast Asia Plate)
ซึ่ ง ถู ก แ ร ง อั ด ( Compressed)
- 41 -
สองด้ า นในทิ ศทางตรงกั น ข้ า มจากแผ่ น เปลื อก โลก เป็ นหิ นแปรในหล าย ๆ บริ เวณ
ซึ่ งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงในอดีตร่ วมกับการแทรกดันของหิ นอัคนี ซ่ ึ งมีการเกิดตามแนวเหนื อใต้เ
ป็ นส่ วนใหญ่แผนที่ธรณี วิทยาโดยสังเขปของประเทศไทยการจัดลาดับชั้นหิ นและชนิ ดของหิ นที่พ
ั
บในประเทศไทย มีลกษณะดังต่อไปนี้
1.หินตะกอนและหินแปร
1.1หน่ วยหิ นมหายุคก่ อนแคมเบรี ยน (สัญลักษณ์ P) เป็ นกลุ่ มเชิ งซ้อนของหิ นแปร
ประกอบด้ ว ยแอมฟิ โบไลด์ (amphibolite) หิ น ไนซ์ ที่ มี ไ บโอไทต์ แ ละไมโครคลายน์ ม าก
หิ นไนซ์ที่มีควอร์ ซ์และเฟลด์สปาร์ มาก หิ นซิ สต์ที่มีไบโอไทต์มาก หิ นควอร์ ตไซต์เนื้ อเป็ นแกน
( Banded quartzite) ค า ล ซ์ -ซิ ลิ เ ก ต ( Calc-silicate) แ ล ะ หิ น อ่ อ น
ั
ซึ่ งมีท้ งเป็ นชั้นบางและที่เป็ นชั้นชัดเจน
1.2หน่ ว ยหิ นในมหายุ ค พาลี โ อโซอิ ก ซึ่ งแบ่ ง ออกได้ เ ป็ นหลายยุ ค ด้ ว ยกั น
สามารถแบ่งออกได้ดงนี้ ั
1.2.1 หิ นในยุคแคมเบรี ยน (สัญลักษณ์ C) ประกอบด้วยหิ นทรายควอร์ ซฟิ ลไลต์
หิ น ซิ ส ต์ที่ มี ค วอร์ ซ และไมกามาก (Quartz-mica schist) สี เ ทาปนน้ า ตาล สี น้ า ตาลปนเหลื อ ง
บางแห่ ง พบหิ นทรายสี แดง และหิ นดิ นดานสี แดง พบไทรโลไบต์ (trilobites) และเพลี ซี พ อตส์
( Pelecypods) ซึ่ ง เ ค ย มี ก า ร ก า ห น ด เ ป็ น ก ลุ่ ม หิ น ต ะ รุ เ ต า ( Tarutao Group)
ในช่วงยุคแคมเบรี ยนตอนล่าง (Lower Cambrain)
1.2.2หิ น ในยุค รออร์ โ ดวิเ ซี ย น (สั ญ ลัก ษณ์ O) ประกอบด้ว ยหิ น ปู น สี เ ทาอ่ อ น
ั
สี เทาเข้ม และสี เทาอมฟ้ า มี ลก ษณะเป็ นชั้นทั้งหนาและบางที่ มี การตกผลึ กใหม่ (Recrytallized)
แ ล ะ มี ชั้ น ที่ มี ก า ร ผ ส ม ดิ น เ ห นี ย ว ( Argillaceous layers) ป น อ ยู่
แ ล ะ อ า จ พ บ หิ น ดิ น ด า น สี เ ท า ป น เ ขี ย ว และ สี เทาเข้ ม กั บ หิ นควอร์ ตไซต์ ป นอยู่ ด้ ว ย
หิ น ก ลุ่ ม นี้ มี สี ค่ อ น ข้ า ง ค ล้ า แ ส ด ง ใ ห้ เ ห็ น ว่ า เ กิ ด ใ น ส ภ า พ รี ดิ ว ซ์
แ ล ะ มี ซ า ก ดึ ก ด า บ ร ร พ์ ป ร ะ เ ภ ท ชี ฟ า โ ล พ อ ด ส์ ( Cepholopods)
หิ นในกลุ่มนี้เคยมีการกาหนดให้เป็ นกลุ่มหิ นทุ่งสง (Thung Song Group)
1.2.3ชุดของกลุ่มหิ นอายุต่อเนื่องของยุคแคมเบรี ยน กับออร์ โดวิเซี ยน
1.2.3.1สัญลักษณ์ O ประกอบด้วยหินทราย หินดินดาน หินปูน
1.2.3.2 สัญลักษณ์ E opbเรี ยกกันทัวไปว่า หิ นอ่อนพูบอน (PhobonMarble)
่
ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย ค ว อ ร์ ต ไ ซ ต์ ที่ เ ป็ น แ ถ บ แ ล ะ เ ป็ น ชั้ น ห น า ห รื อ ไ ม่ มี ชั้ น
- 42 -
หิ น อ่ อ น สี ข า ว มี ลั ก ษ ณ ะ เ ป็ น เ ก ล็ ด น้ า ต า ล แ ล ะ มี โ ด โ ล ไ ม ต์ ผ ส ม อ ยู่ เ ป็ น บ า ง ส่ ว น
นอกจากนี้ มี หิ นไมกาซิ สต์ หิ นซิ สต์ ที่ มี ค วอร์ ซและไมกามาก ฟิ ลไลต์ ค าลซ์ ซิ ลิ เกต
และหินปูนที่มีสารเชื่อมเป็ นดินเหนียว หรื อหินปูนผสมดินเหนียว (argillaceous limestone)
1.2.3.3 สั ญ ลั ก ษ ณ์ O
เป็ นหน่วยหิ นที่แสดงความต่อเนื่ องทางอายุของยุคแคมเบรี ยนและออร์ ดิวิเซี ยนที่พบตอนบนของหิ
นในยุคแคมเบรี ยน ไม่มีการแยกกลุ่มอย่างสมบูรณ์ประกอบด้วยหิ นปูนที่เป็ นชั้นบาง หิ นอาร์ จิลไลต์
และหิ นอ่อน ซึ่ งตกผลึกใหม่สีเทาถึงเทาเข้ม
1.2.4 หิ นในยุคไซลูเรี ยน (สัญลักษณ์ S) ประกอบด้วยหิ นดินดาน หิ นเชิ ร์ต
และหินปูน
1.2.5 หินในยุคดีโวเนียน (สัญลักษณ์ D) ประกอบด้วยหิ นดินดาน หินเชิร์ต
หินทรายและหินปูน
1.2.6ชุดของกลุ่มหิ นอายุต่อเนื่องของยุคไซลูเรี ยนกับดีโวเนียน
1.2.6.1สัญลักษณ์ SD ประกอบด้วยหิ นฟิ ลไลต์ หิ นซิ สต์ผสมฟิ ลไลต์ (Phyllitic
schist) หิ นทัฟ ฟ์ ผสมฟิ ลไลต์ (Phyllitic tuff) หิ นควอร์ ซ ไซต์ หิ นดิ นดานที่ มี ซากดึ ก ด าบรรพ์
หินเชิร์ตเกรย์แวค และหินปูน
1.2.6.2สั ญ ลั ก ษ ณ์ SD’เ ป็ น ก ลุ่ ม ข อ ง หิ น ที่ แ จ ก แ จ ง ไ ม่ เ ด่ น ชั ด
ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย หิ น ค ว อ ร์ ซ ไ ซ ต์ สี น้ า ต า ล แ ล ะ น้ า ต า ล ป น เ ห ลื อ ง
หินฟิ ลไลต์สีน้ าตาลหรื อสี เทาปนเขียวและหิ นชนวนสี เทาถึงเทาเข้ม
1.2.7หิ น ในยุค คาร์ บ อนิ เ ฟอรั ส (สั ญ ลัก ษณ์ C) ประกอบด้ว ยหิ น ดิ น ดานสี เ ทา
สี เ ท า ป น เ ขี ย ว แ ล ะ สี เ ท า ป น น้ า ต า ล สี แ ด ง น้ า ต า ล ป น แ ด ง หิ น ท ร า ย สี แ ด ง สี เ ท า
หิ นเชิ ร์ตเนื้ อเป็ นแถบหรื อไม่ มี ช้ ัน หิ นปู น สี เทาอ่ อนถึ ง สี เ ทา มี ล ัก ษณะเป็ นแถบจนถึ ง ไม่ มี ช้ ัน
หิ นทรายที่มีเฟลด์สปาร์ มาก (Feldspathic sandstone) หิ นแกรย์แวก หิ นกรวดภูเขาไฟแอนตีไซต์
( Andesitic agglomerate)
หิ นกรวดภูเขาไฟไรโอไลต์ (Rhyolithic agglomerate) หิ นทัฟฟ์ และหิ นกรวดมนภูเขาไฟ (Volcanic
conglomerate)
1.2.8 หิ น ใ น ยุ ค เ พ อ ร์ เ มี ย น ( สั ญ ลั ก ษ ณ์ P)
ประกอบด้ว ยหิ นตะกอนมากมายหลายชนิ ด กับ มี หิ นภู เ ขาไฟผสมอยู่บ ้า ง หิ นตะกอนที่ พ บคื อ
หิ น ท ร า ย สี น้ า ต า ล ป น เ ห ลื อ ง ทั้ ง ที่ เ ป็ น ชั้ น แ ล ะ ไ ม่ เ ป็ น ชั้ น หิ น ท ร า ย แ ป้ ง
หิ น เ ชิ ร์ ต สี ด า ที่ แ ท ร ก เ ป็ น แ บ บ เ ล น ส์ สี ด า ลั ก ษ ณ ะ เ ป็ น ก้ อ น ก ล ม ห รื อ เ ป็ น
ชั้นบาง หิ นกรวดมน หิ นโคลน หิ นดิ นดานเนื้ อทราย (Sandy shale) หิ นทรายแป้ งที่มีไมกามาก
- 43 -
หิ นทรายปนเถ้าภูเขาไฟ (Tuffaceous sandstone) หิ นทัฟฟ์ หิ นกรวดภูเขาไฟ หิ นไรโอไลต์ และ
แอนดีไซต์
1.2.9 ชุดของกลุ่มหิ นอายุต่อเนื่องของยุคคาร์ บอนิเฟอรัสกับเพอร์ เมียน
1.2.9.1สัญลักษณ์ CP ประกอบด้วยหินทราย หิ นดินดาน หิ นเชิร์ต
หินดินดานมีกรวดผสม (Pebbly shale) หินทรายมีกรวดผสม (Pebbly sandstone) สี เทาถึงเทาเข้ม
ั
สี เขียวปนเทา มีลกษณะเป็ นชั้นบางจนถึงชั้นหนา นอกจากนี้เป็ นหิ นกรวดมนและหิ นทัฟฟ์
1.2.9.2 สัญลักษณ์ CPkได้แก่ หมวดหิ นแก่งกระจาน (Kaengkrachan
formation) ประกอบด้วยหินโคลนมีกรวดผสม (Pebbly mudstone) หินทรายมีกรวดผสม หินทราย
หิ นโคลนผสมหิ นดินดาน แกรย์แวกสี ดาปนเขียว ปนเทาปนเขียว และสี น้ าตาล
- 44 -
่
1.2.10 หิ นที่มีอายุอยูในช่วงต่อระหว่างยุคเพอร์ เมียนกับไทรแอสซิ ก
เป็ นช่วงต่อระหว่างมหายุคพาลีโอโซอิก(สัญลักษณ์ PT) ประกอบด้วยหิ นกรวดมน
หิ นดินดาน หินทราย และหินปูน
1.3 หน่วยหิ นในมหายุคมีโซโซอิก
หน่ ว ยหิ น ที่ จ าแนกได้ว่า มี อ ายุ อ ยู่ใ นช่ ว งนี้ แบ่ ง ออกเป็ น 2 กลุ่ ม ใหญ่ ด้ว ยกัน คื อ
่ ่
กลุ่มของหิ นที่อยูนอกเขตที่ราบสู งโคราชและหมวดหิ นต่างๆที่อยูในกลุ่มหิ นโคราช
่
1.3.1หน่วยของหิ นที่อยูนอกกลุ่มหิ นสู งโคราช
1.3.1.1หิ น ในยุ ค ไทรแอสซิ ก (สั ญ ลัก ษณ์ TP) ประกอบด้ ว ยหิ น กรวดมน
หิ นทรายสลับชั้นกับหิ นดินดาน และหิ นปูนซึ่ งมีซากดึกดาบรรพ์ดวย ้
่
1.3.1.2หิ นที่มีอายุอยูในช่วงต่อระหว่างยุคไทรแอสซิ ก และจูแรสซิ ก
ั
(สัญลักษณ์ TRJ) ประกอบด้วยหิ นปูนสี เทาอ่อนถึงเทาแก่ ทั้งที่ไม่มีช้ นและมีช้ นชัดเจน ั
กับมีซากดึกดาบรรพ์ และมีการสลับชั้นกับหิ นดินดานที่มีปูนเป็ นสารเชื่อม (Calcareous shale)
หินทรายและหินกรวดมนปูน (Lime conglomerate) สี เทาถึงสี เทาปนน้ าตาล
1.3.1.3 หิ นในยุคไทรแอสซิ ก คือกลุ่มหิ นลาปาง (Lampang Group) (สัญลักษณ์
TRL) ประกอบด้วยหิ นปู นสี เทาถึ งเทาเข้ม สี เทาปนชมพู ตั้ง แต่ ไม่ มี ช้ ันถึ ง มี ช้ ันชัดเจนและมี ซ าก
ั
ดึ กดาบรรพ์กบหิ นดิ นดานสี เทาปนเขี ยว สี เทาเข้ม และสี เทาปนเขี ยวมะกอก (Olive gray) เป็ น
ชั้น บางและมี ซ ากดึ ก ด าบรรพ์ บางส่ ว นมี ปู น เป็ นสารเชื่ อ ม มี ก ารแยกชั้น ชั ด เจนและมี ซ าก
ดึกดาบรรพ์เป็ นบางส่ วน หิ นกรวดมนปูน (Lime conglomerate) ทัฟฟ์ ทัฟฟ์ ผสมหิ นกรวดภูเขาไฟ
หินกรวดมนบะซอลต์ (Basaltic conglomerate) และหินโคลน
1.3.1.4 หินในยุคจูแรสซิก (สัญลักษณ์ J) ประกอบด้วยหิ นทราย หิ นทรายแป้ ง
หิ น ดิ น ด า น แ ล ะ หิ น ก ร ว ด ม น
่
สาหรับหิ นที่อยูนอกกลุ่มหิ นโคราชไม่ได้มีการแจกแจงกลุ่มของหินในยุคครี เทเซียสไว้
1.3.2 ห น่ ว ย ข อ ง หิ น ที่ อ ยู่ ใ น ก ลุ่ ม หิ น โ ค ร า ช
หน่วยของหิ นในกลุ่มนี้พบส่ วนใหญ่ในภาคตะวันออกเฉี ยงเหนื อและช่วงต่อกับเทือกเขาสู งตอนกล
างของประเทศ ประกอบด้ ว ยหมวดหิ นต่ า งๆตั้ งแต่ ยุ ค ไทรแอสซิ กจนถึ งครี เทเซี ยส
(หรื อตอนต้นของยุคควอเทอร์นารี ) ประกอบด้วยหน่วยของหิ นต่างๆดังต่อไปนี้
1.3.2.1หน่วยหิ นในยุคไทรแอสซิ ก
- 45 -
1.3.2.1.1สัญลักษณ์ TRh1 หมวดหิ นห้วยหิ นลาด(HuaiHinLat Formation)
ประกอบด้ ว ยหิ นกรวดมน หิ นดิ น ดานสี เทาถึ ง ด า หิ น ทรายที่ มี ปู น เป็ นสารเชื่ อ มสี เทา
หิ นปูนมีดินเหนียวเป็ นสารเชื่อม หิ นทรายสี น้ าตาลปนเหลือง
1.3.2.1.2สัญลักษณ์TRnp หมวดหิ นน้ าพอง (Namphong Formation)
ประกอบด้วยหิ นทรายสี น้ าตาลปนแดง หิ นกรวดมน หิ นทรายแป้ งสี น้ าตาลปนแดงถึงน้ าตาล
และหินดินดาน
1.3.2.2หน่วยหิ นในยุคจูแรสซิ ก
1.3.2.2.1 หมวดหิ นภูกระดึง (PhuKradung Formation) (สัญลักษณ์ Jpk)
ประกอบด้วยหิ นดินดานสี น้ าตาล น้ าตาลปนแดง แดงปนม่วง มีไมกามาก หิ นทรายแป้ ง
และหิ นทรายสี น้ าตาล สี เทา และหิ นกรวดมน เกิดจากสารก้อนกลมของปูน (Lime-noduled
conglomerate)
1.3.2.2.2 หมวดหิ นพระวิหาร (PhaWihan Formation) (สัญลักษณ์
ั
Jpw)ประกอบด้วยหิ นทรายสี ขาว สี ชมพู มีช้ นเอียงตัดกัน(cross bedding) หรื อไม่มีช้ น ั
ตอนบนเป็ นชั้นหิ นทรายที่มีกรวดปนกับหิ นดินดานสี น้ าตาลปนแดง และสี เทา
1.3.2.2.3 หมวดหิ นเสาขรัว (Sao Khua Formation) (สัญลักษณ์ Jsk)
ประกอบด้วยหิ นทรายสี เทาปนแดงและสี เทา ส่ วนใหญ่มีไมกามาก หิ นทรายแป้ ง สี เทาและสี น้ าตาล
หินกรวดมนและหินดินดานที่มีสีน้ าตาลม่วงหรื อสี แดงแบบอิฐ
1.3.2.3หน่วยหิ นในยุคครี เทเซี ยส
1.3.2.3.1 หมวดหิ นภูพาน (PhuPhan Formation) (สัญลักษณ์ Kpp)
ประกอบด้วยหิ นทรายสี ขาวและสี ส้มซีด (Pale orange) สี น้ าตาลปนเหลืองมีกรวดปน
ั
และชั้นมีลกษณะเอียงตัดกันกับหิ นดินดานและหิ นกรวดมน
1.3.2.3.2 หมวดหิ นโคกกรวด (KhokKruat Formation) (สัญลักษณ์Kkk)
ประกอบด้วยหิ นทรายสี น้ าตาล สี น้ าตาลปนแดงผสมกับหิ นดิ นดานและมีไมกามากเป็ นบางส่ วน
หิ นทรายแป้ งสี น้ าตาลอ่อนมีมากามาก กับหิ นกรวดมนซึ่ งเกิดจากสารก้อนกลมของหิ นปูน
1.3.2.3.3 หมวดหิ นมหาสารคาม (MahaSarakam Formation) (สัญลักษณ์
Kms) ประกอบด้วยหิ นทรายแป้ ง หิ นดิ นดาน และหิ นทรายซึ่ งมี สีแดงแบอิ ฐ สี แดงปนม่วง มี ท้ ง ั
ั
ชั้นบางและหนา นอกจากนี้ยงมีเกลือหิ น (Rock salts) โพแทช (Potash) ยิปซัมและแอนไฮไดรต์
ส าหรั บ หิ นในกลุ่ ม โคราชนี้ มี ก ารศึ ก ษากั น เฉพาะเรื่ องค่ อ นข้ า งมาก
แ ล ะ ใ น ปั จ จุ บั น ไ ด้ มี ก า ร เ ส น อ ห ม ว ด หิ น ต อ น บ น ต่ อ จ า ก ห ม ว ด หิ น ม ห า ส า ร ค า ม
ซึ่ งเป็ นการตกตะกอนในสภาพแวดล้อ มที่ แ ตกต่ า งจากตอนล่ า งของหมวดหิ น มหาสารคาม
- 46 -
แ ต่ ข ณ ะ นี้ ยั ง ไ ม่ ไ ด้ มี ก า ร แ ก้ ไ ข เ พิ่ ม เ ติ ม ใ น แ ผ น ที่ ธ ร ณี วิ ท ย า
ใ น ก า ร เ ส น อ ก า ร แ จ ก แ จ ง ล า ดั บ ชั้ น หิ น ใ ห ม่ นั้ น
ต อ น บ น ข อ ง ห ม ว ด หิ น ม ห า ส า ร ค า ม เ ดิ ม อ า จ จ ะ ก ล า ย เ ป็ น ห ม ว ด หิ น ใ ห ม่ ไ ป
และคาดว่าจะเป็ นหมวดหิ นในช่วงเทอร์ เชียรี
1.3.3
หน่วยหิ นในมหายุคมีโซโซอิกกับยุคครี เทเซี ยสที่ไม่มีการแยกหน่ วยประกอบด้วย 2 กลุ่มด้วยกัน
่
กลุ่มแรกเป็ นหน่วยหิ นในยุคจูแรสซิ ก และกลุ่มหลังอยูในยุคครี เทเซี ยส
1.3.3.1 สัญลักษณ์ Mz เป็ นกลุ่มหิ นในมหายุคมีโซโซอิกตอนล่าง
ไม่มีการแบ่งย่อยประกอบด้วยหิ นทราย หิ นทรายแป้ ง หิ นดินดาน และหิ นกรวดมนซึ่ งมีสีแดงเข้ม
สี แดง
ั
สี น้ าตาลปนแดงหรื อสี น้ าตาล มีช้ นเอียงตัวตัดกัน มีริ้วคลื่น (ripple mark)
และมีไมกาปนเป็ นบางส่ วน
1.3.3.2 สัญลักษณ์K’ เป็ นกลุ่มหิ นในยุคครี เทเซี ยสที่ไม่มีการแจกแจงชัดเจน
ประกอบด้วยหิ นทรายสี แดงแบบอิฐ เนื่อละเอียดถึงปานกลาง และมีการแยกตะกอนชัดเจน ไม่มีช้ น ั
ั
มีเนื้อแบบสมานแน่นหรื อมีช้ นเอียงตัวติดกันขนาดใหญ่
1.3.4หน่วยหิ นในมหายุคซี โนโซอิก ประกอบด้วยหิ นในช่วงเวลา 2 ยุค คือ
เทอร์เซียรี และควอเทอร์นารี ซึ่ งแบ่งลักษณะของหิ นตามหน่วยแผนที่ได้ดงนี้ ั
1.3.4.1 หิ น ใ น ยุ ค เ ท อ ร์ เ ซี ย รี ( สั ญ ลั ก ษ ณ์ T)
ประกอบด้ว ยหิ น กรวดมนทั้ง ที่ จ ับ ตัว กัน อย่ า งหลวมๆและจับ ตัว กัน แน่ น หิ น ทราย หิ น ปู น
ชั้นของถ่านหิ น และซากดึกดาบรรพ์
1.3.4.2หินในยุคควอเทอร์นารี ประกอบด้วยหิน 2 หน่วยด้วยกันคือ
1.3.4.2.1สัญลักษณ์Qt ประกอบด้วย กรวดบนตะพักลุ่มน้ า ทราย
ทรายแป้ ง ศิลาแลง และดินสี เหลือง สี แดง
1.3.4.2.2สัญลักษณ์ Q ประกอบด้วยที่ราบน้ าท่วมใหม่
ซึ่งวัสดุประกอบด้วยตะกอนทราย ทรายแป้ ง และตะกอนทับถมในบริ เวณที่ต่า
รวมถึงตะกอนทรายชายหาด (Beach sand)
2.หินอัคนี
หิ น อั ค นี ที่ พ บ ใ น ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย แ บ่ ง อ อ ก เ ป็ น ห ล า ย ห น่ ว ย หิ น ด้ ว ย กั น
มีท้ งกลุ่มหิ นที่ไม่ได้มีการแจกแจง หน่วยของหิ นในมหายุคพาลีโอไซอิก มีโซโซอิก และซี โนโซอิก
ั
- 47 -
2.1 หน่วยหิ นที่ไม่แจกแจง (Undifferentiated unit) (สัญลักษณ์U) ประกอบด้วย
ไพรอกซีไนต์ (Pyroxenite) ฮอร์นเบลนไดต์ (Hornblendite) เพริ โดไทต์ (Peridotite)
เซอร์ เพนทีไนต์ (Serpentenite) และหินบะซอลต์ที่มีโอลิวีนมาก
2.2หิ น ใ น ม ห า ยุ ค พ า ลี โ อ โ ซ อิ ก ต อ น บ น แ ล ะ มี โ ซ โ ซ อิ ก ต อ น ล่ า ง
ค า บ ช่ ว ง ร ะ ห ว่ า ง ยุ ค เ พ อ ร์ เ มี ย น แ ล ะ ไ ท ร แ อ ส ซิ ก ( สั ญ ลั ก ษ ณ์ PTRV)
เ ป็ น หิ น ภู เ ข า ไ ฟ ต่ า ง ๆ ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย ไ ร โ อ ไ ล ต์ ทั ฟ ฟ์
และหินกรวดภูเขาไฟซึ่งเป็ นหินกรวดแอนดีไซต์ภูเขาไฟ
2.3หิ น ในมหายุ ค มี โ ซโซอิ ก (สั ญ ลัก ษณ์ Mv) เป็ นหน่ ว ยหิ น ภู เ ขาไฟเชิ ง ซ้ อ น
ั
(Volcanic complex) ประกอบด้วยไรโอไลต์ แอนดีไซต์ทฟฟ์ และหินกรวดภูเขาไฟ
2.4หิ น ใ น ม ห า ยุ ค ซี โ น โ ซ อิ ก ( สั ญ ลั ก ษ ณ์ bs)
เป็ นกลุ่มของบะซอลต์ที่มีโอลิวนและเนเพลีน (Nepheline) มาก
ี
2.5หน่วยของหิ นแกรนิต (สัญลักษณ์gr) ประกอบด้วยแกรโนไดโอไรต์ และ
ไดโอไรต์มีช่วงอายุต่างๆกัน ในเชิงแหล่งแร่ พบว่ายุคคาร์ บอนิเฟอรัสและไทรแอสซิ ก มีแร่ พลวง
ฟลูออไรต์และอื่นๆ ยุคครี เทเซี ยสมีแร่ ดีบุกมาก
และส่ วนใหญ่ของแร่ ดีบุกพบในหิ นแกรนิตเนื้อปานกลาง
เมื่อพิจารณาถึงการแจกกระจายของหน่วยหิ นตามบริ เวณต่างๆของประเทศไทย
สามารถจะรวมลักษณะเด่นๆโดยสังเขปของลักษณะทางธรณี วทยาได้ โดยอาจกล่าวได้วา
ิ ่
ิ
ในบริ เวณที่ราบภาคกลางนั้น วัสดุธรณี วทยาที่เด่นคือตะกอนในช่วงยุคควอเทอร์ นารี
ส่ วนภาคอื่นๆนอกจากภาคตะวันออกเฉี ยงเหนื อพบว่ามีอิทธิ พลผสมของตะกอน หิ นตะกอน
หิ นแปร และหิ นอัคนีชนิดต่างๆมาก
และที่ราบสู งภาคตะวันออกเฉี ยงเหนือเป็ นบริ เวณที่ควบคุมโดยกลุ่มของหิ นตะกอนเนื้ อทรายเป็ นส่ ว
นใหญ่
ลั ก ษ ณ ะ ท า ง ธ ร ณี ใ น เ ข ต ต่ า ง ๆ ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย
น อ ก จ า ก บ ริ เ ว ณ ที่ ร า บ สู ง ภ า ค ต ะ วั น อ อ ก เ ฉี ย ง เ ห นื อ
่ ั
มีความคล้ายคลึงกันอยูมากที่จะให้วสดุดินในลักษณะผสมปนเปกันและมีความแตกต่างกันไม่เด่นชัด
ก ล่ า วคื อ มี อ ง ค์ ปร ะ ก อ บ ข อง ช นิ ด หิ น หล า ย ช นิ ด ทั้ ง หิ นอั ค นี หิ น ตะ ก อ น แ ล ะ แ ป ร
แ ล ะ ต ะ ก อ น ที่ ไ ด้ ม า จ า ก หิ น เ ห ล่ า นี้ เ ป็ น วั ต ถุ ต้ น ก า เ นิ ด ข อ ง ดิ น
ั
ส่ วนในบริ เวณที่ราบสู งภาคตะวันออกเฉี ยงเหนื อนั้นมีลกษณะเด่นในทางธรณี วิทยาโดยเฉพาะชนิ ดขอ
งหิ น คื อส่ วนใหญ่ ในบริ เวณนี้ มี เนื้ อออกทรายจั ด และครอบคลุ มบริ เวณกว้ า งขวาง
- 48 -
ั ่ ั
ทาให้ตะกอนต่างๆซึ่ งเกิดขึ้นจากการผุพงอยูกบที่และกษัยการของบริ เวณนี้ เป็ นวัสดุเนื้ อทรายจัดตามไ
ปด้วย
ลักษณะภูมิประเทศของไทย
ประเทศไทยได้แบ่งลักษณะภูมิประเทศออกเป็ น 6 ลักษณะ คือ
1. เขตภู เขาและที่ราบระหว่ า งภู เขาภาคเหนื อ ภู มิ ประเทศส่ วนใหญ่ เป็ นทิ วเขา ภูเขา
แ ล ะ แ อ่ ง แ ผ่ น ดิ น ร ะ ห ว่ า ง เ ข า
ที่ สู ง เหล่ า นี้ เป็ นต้ น ก าเนิ ด ของแม่ น้ าล าธารหลายสายที่ ไ หลลงแม่ น้ าโขงทางด้ า น เหนื อ
ลงสู่ แม่ น้ าเจ้ า พระยาทางด้ า นใต้ และแม่ น้ าสาละวิ น ทางตะวั น ตก ที่ ร าบระหว่ า งเขา
( แ อ่ ง แ ผ่ น ดิ น ) ที่ แ ม่ น้ า เ ห ล่ า นี้ ไ ห ล ผ่ า น จ ะ เ กิ ด ที่ ร า บ ดิ น ต ะ ก อ น ที่ แ ม่ น้ า ไ ห ล พ า
มาทั บ ถมท าให้ เ กิ ดความอุ ด มสมบู ร ณ์ เ หมาะในการเพาะปลู ก และการตั้ งถิ่ น ฐานจึ ง
กลายเป็ นแหล่งชุมชนที่สาคัญ
เทื อกเขาที่สาคัญ ได้แก่ เทื อกเขาหลวงพระบาง เทือกเขาแดนลาว เทือกเขาถนนธงชัย
เทื อกเขาผีปันน้ า เทื อกเขาขุนตาล เทื อกเขาเพชรบูรณ์ ยอดเขาสู งสุ ดในภาคนี้ คื อ ยอดอินทนนท์
( ด อ ย อ่ า ง ก า ห ล ว ง ) อ ยู่ ใ น จั ง ห วั ด เ ชี ย ง ใ ห ม่ สู ง ป ร ะ ม า ณ 2 , 5 9 5 เ ม ต ร
เทือกเขาเหล่านี้เป็ นต้นกาเนินของแม่น้ า ปิ ง วัง ยม และน่าน
2. เขตที่ราบภาคกลาง เป็ นที่ราบดินตะกอนที่หนาแน่ นและกว้างขวางที่สุดของไทย
เป็ นแหล่ ง เกษตรกรรมที่ ส าคัญ แม่ น้ า ที่ ส าคัญ ในภาคนี้ คื อ แม่ น้ า เจ้า พระยา แม่ น้ า แม่ ก ลอง
แ ม่ น้ า ท่ า จี น แ ม่ น้ า ป่ า สั ก แ ล ะ แ ม่ น้ า บ า ง ป ะ ก ง เ นื่ อ ง จ า ก เ ป็ น ที่ ร า บ ก ว้ า ง ใ ห ญ่
พื้นที่อุดมสมบูรณ์จึงเหมาะแก่การเพาะปลูกเป็ นบริ เวณอู่ขาวอู่น้ าสาคัญและเป็ นเขตที่มีประชากรห
้
นาแน่นที่สุดของประเทศ
3. เ ข ต ที่ ร า บ สู ง ภ า ค ต ะ วั น อ อ ก เ ฉี ย ง เ ห นื อ
ภู มิ ป ระเทศแยกจากภาคเหนื อและภาคกลางอย่ า งเด่ น ชั ด โดยมี ข อบสู งชั น ตามแนว
เ ทื อ ก เ ข า เ พ ช ร บู ร ณ์ ท า น ด้ า น ต ะ วั น ต ก แ ล ะ ด้ า น ใ ต้ ต า ม
แนวทิ ว เขาสั น ก าแพงและพนมดงรั ก ตอนกลางเป็ นแอ่ ง คล้า ยก้นกระทะ เรี ย กว่า แอ่ ง โคราช
มี แ ม่ น้ า ชี และมู ล ไหลผ่า นและไหล ลงสู่ แม่ น้ า โขงทางทิ ศ ตะวัน ออก ที่ จัง หวัด อุ บ ลราชธานี
เทือกเขาสาคัญ ได้แก่ เทือกเขาเพชรบูรณ์ เทือกเขาดองพญาเย็น (ทางตะวันตก) เทือกเขาสันกาแพง
เทือกเขาพนมดงรัก
ลั ก ษณะดิ นส่ วนใหญ่ เ ป็ น ดิ นทราย น้ าซึ มผ่ า นได้ เ ร็ ว ไม่ อุ้ ม น้ าจึ งนั บ เป็ น
ปั ญ ห า ส า คั ญ ข อ ง ภ า ค นี้ คื อ
- 49 -
การขาดแคลนน้ าและดิ น ขาดความอุ ด มสมบู ร ณ์ ท าให้ บ างพื้ น ที่ ไ ม่ ส ามารถใช้ ป ระโยชน์
จากการเกษตรได้ เช่ น ทุ่ ง กุ ล าร้ องไห้ ซึ่ งครอบคลุ ม พื้ นที่ ถึ ง 5 จัง หวัด ได้แก่ ร้อยเอ็ด สุ รินทร์
มหาสารคาม ยโสธร และ ศรี ษะเกษ
4.เขตภูเขาสู งภาคตะวันตก ลักษณะภูมิประเทศส่ วนใหญ่เป็ นทิวเขาและหุ บเขา แต่
ไม่มีที่ราบ ระหว่างเขาเหมือนภาคเหนือและมีที่ราบแคบๆ
เ ทื อ ก เ ข า ส า คั ญ ไ ด้ แ ก่ เ ทื อ ก เ ข า ถ น น ธ ง ชั ย แ ล ะ เ ทื อ ก เ ข า ต ะ น า ว ศ รี
เทื อ กเขาเหล่ า นี้ เป็ นต้ น ก าเนิ ดของแม่ น้ าแควน้ อ ย (ไทรโย ค) แล ะแม่ น้ าแควใหญ่
( ศ รี ส วั ส ดิ์ ) ไ ห ล ม า บ ร ร จ บ กั น เ ป็ น แ ม่ น้ า
แ ม่ ก ล อ ง ร ะ ห ว่ า ง แ น ว เ ข า มี ช่ อ ง ท า ง ติ ด ต่ อ กั บ พ ม่ า ท า ง ด่ า น แ ม่ ส อ ด จั ง ห วั ด ต า ก
์
และด่านเจดียสามองค์ ในจังหวัดกาญจนบุรี
5. เขตภูเขาและที่ราบชายฝั่ งทะเลภาคตะวันออก เป็ นที่ ราบลุ่ มแม่น้ าทางตอนเหนื อ
เป็ นทิวเขาและที่ราบลูกฟูกทางตอนกลาง และ ที่ราบชายฝั่งทะเลทางใต้
เ ทื อ ก เ ข า ส า คั ญ ไ ด้ แ ก่ เ ทื อ ก เ ข า จั น ท บุ รี แ ล ะ เ ทื อ ก เ ข า บ ร ร ทั ด
ั
ระหว่างเทือกเขาจันทบุรีกบอ่าวไทยจะเป็ นที่ราบแคบๆ พื้นดินอุดมสมบูรณ์เหมาในการปลูกผลไม้
มี แ ม่ น้ า ส า ย สั้ น ๆ ไ ด้ แ ก่ แ ม่ น้ า บ า ง ป ะ ก ง ไ ห ล ล ง อ่ า ว ไ ท ย
ลักษณะชายฝั่ งเว้าแหว่งเต็มไปด้วยเกาะใหญ่น้อย หาดทรายสวยงาม เกาะสาคัญได้แก่ เกาะช้าง
เกาะกูด และเกาสี ชง ั
6. เขตภูเขา ที่ราบสู ง ที่ราบชายฝั่งทะเล และหมู่เกาะต่ างๆ ทางภาคใต้ ภาคใต้มีลกษณะ ั
ภู มิ ประ เทศเป็ น ที่ ราบสู ง ลั ก ษ ณ ะ ภู มิ ประ เทศเป็ นคาบส มุ ทรแคบ ๆ มี ที่ ราบจ ากั ด
ซึ่ งอยู่ ท างชายฝั่ ง ทะเลภาคตะวัน ออกและตะวัน ตกของภาคเป็ นแนวขนานโดยมี เ ทื อ ก
เ ข า สู ง เ ป็ น สั น อ ยู่ ต ร ง ก ล า ง เ ทื อ ก เ ข า ส า คั ญ ไ ด้ แ ก่ เ ทื อ ก เ ข า สั น ก า ล า คี รี
ซึ่ ง เ ป็ น พ ร ม แ ด น ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย กั บ ป ร ะ เ ท ศ ม า เ ล เ ซี ย เ ทื อ ก เ ข า ภู เ ก็ ต
และเทือกเขานครศรี ธรรมราช
แม่น้ าสายสั้น ๆ ที่เกิ ดจาก ภูเขาทางตอนกลางได้แก่ แม่น้ ากระบุรี แม่น้ าตรัง แม่น้ าคีรีรัฐ
แม่น้ าตาปี แม่น้ าปากพนัง และแม่น้ าโก-ลก เกาะที่สาคัญ ได้แก่ เกาะภูเก็ต เกาะสมุย และเกาะพงัน
่
ธรณีวิทยาบริ เวณทีราบสู งโคราช
่
ลักษณะภูมิประเทศและภูมิสัณฐานบริเวณทีราบสู งโคราช (The Khorat Plateau)
บริ เวณที่ราบสู งโคราชหมายถึ งบริ เวณที่ ราบสู งของภาคตะวันออกเฉี ยงเหนื อทั้งหมด
มี เ นื้ อ ที่ ป ร ะ ม า ณ 150,000
- 50 -
ั
ตารางกิโลเมตรหรื อประมาณหนึ่ งในสามของพื้นที่ท้ งหมดของประเทศไทยลักษณะภูมิประเทศส่ ว
นใหญ่เป็ นที่ราบเรี ยบ มีความสู งประมาณ 130 – 250 เมตรจากระดับน้ าทะเลปานกลาง
เทือกเขาเพชรบูรณ์และดงพญาเย็นเป็ นขอบที่ราบสู งโคราชทางทิศตะวันตกโดยเริ่ มจากจุ
ด เ ห นื อ สุ ด ที่ ผ า ม อ ง ย า ว ต่ อ ล ง ม า ท า ง ทิ ศ ใ ต้ ต า ม แ น ว ข อ ง ภู ย า อู่ ภู พ า น ค า
ั
ภูแลนคาและภูพงเหยจนถึงเขื่อนลาตะคองซึ่ งบริ เวณนี้พ้ืนที่มีความลาดเทไปทางทิศตะวันออกเฉี ยง
ใ ต้ ข อ บ ที่ ร า บ สู ง โ ค ร า ช ท า ง ด้ า น ทิ ศ ใ ต้
ประกอบด้วยทิวเขาสันกาแพงและพนมดงรักซึ่ งเป็ นขอบเขาสู งชันและเอียงเทไปหาแอ่งทางทิศเหนื
อส่ วนขอบแอ่งทางด้านทิศเหนือและตะวันออกเป็ นแนวเทือกเขาในประเทศลาว
ที่ราบสู งโคราชถูกแบ่งออกด้วยเทือกเขาภูพานที่เกิดจากโครงสร้างชั้นหิ นโค้งรู ปประทุน
ลู ก ฟู ก ( Anticlinorium) ที่ มี แ ก น ว า ง ตั ว อ ยู่ ใ น แ น ว ทิ ศ ต ะ วั น ต ก เ ฉี ย ง เ ห นื อ -
ต ะ วั น อ อ ก เ ฉี ย ง ใ ต้ ท า ใ ห้ ส่ ว น ท า ง ด้ า น เ ห นื อ เ กิ ด แ อ่ ง ย่ อ ย อุ ด ร -ส ก ล น ค ร
แ ล ะ ท า ง ด้ า น ใ ต้ เ กิ ด แ อ่ ง ย่ อ ย โ ค ร า ช -
อุบลแอ่งทั้งสองมีพ้ืนที่เอียงเทไปยังทิศตะวันออกและมีพ้ืนที่ราบเรี ยบซึ่ งประกอบด้วยที่ราบน้ าท่วม
ถึ ง แ ล ะ ที่ ร า บ น้ า ท่ ว ม ไ ม่ ถึ ง ( Non-floodplain) อ ยู่ ก ล า ง แ อ่ ง
่ ั่
นอกจากนี้ในบริ เวณกลางแอ่งมีการแทรกดันของเกลือหิ นกระจายอยูทวไปซึ่ งเป็ นสาเหตุที่ทาให้เกิ
ด พื้ น ที่ ดิ น เ ค็ ม แ ล ะ น้ า เ ค็ ม ใ น บ ริ เ ว ณ ที่ ร า บ สู ง โ ค ร า ช
ลักษณะภูมิประเทศและภูมิสัณฐานของแอ่งย่อยทั้งสองมีลกษณะดังนี้ ั
1.แอ่ งอุดร-สกลนคร
ส ก ล นค ร มี อ าณ าเข ตค รอ บค ลุ ม พื้ น ที่ บริ เว ณจั ง ห วั ด หนอ งค าย อุ ดร ธ า นี
ส ก ล น ค ร น ค ร พ น ม มุ ก ด า ห า ร
แล ะ บา ง ส่ ว น ข อง ป ระ เ ท ศล า วพื้ น ที่ แ อ่ ง เฉ พ าะ ใ น ปร ะ เท ศ ไท ย มี ปร ะ มา ณ 17,000
ตารางกิ โ ลเมตรแม่ น้ าในบริ เวณนี้ มี ข นาดเล็ ก และสายสั้ นๆ เกิ ดจากเทื อ กเขาภู พ าน
ได้แก่แม่น้ าสงคราม แม่น้ าพุง ซึ่ งไหลลงสู่ แม่น้ าโขงทางทิศตะวันออก เป็ นต้นนอกจากนี้ บริ เวณที่มี
ก า ร ท รุ ด ตั ว ข อ ง แ ผ่ น ดิ น
จนท าให้ เ กิ ด พื้ น ที่ ลุ่ ม มี น้ า ขัง ตลอดปี และกลายเป็ นหนองบึ ง กระจายอยู่ท ั่ว ไป ที่ ส าคัญ ได้แ ก่
ห น อ ง ห า น อ า เ ภ อ กุ ม ภ ว า ปี จั ง ห วั ด อุ ด ร ธ า นี ห น อ ง ญ า ติ จั ง ห วั ด น ค ร พ น ม
และหนองหานจังหวัดสกลนคร เป็ นต้น
2. แ อ่ ง โ ค ร า ช -อุ บ ล มี พื้ น ที่ ป ร ะ ม า ณ 33,000
ตารางกิโลเมตรครอบคลุมพื้นที่บริ เวณจังหวัดนครราชสี มา ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคามร้ อยเอ็ด
บุ รี รั ม ย์ ก า ฬ สิ น ธุ์ ย โ ส ธ ร สุ ริ น ท ร์
- 51 -
ศ รี ส ะ เ ก ษ
อุบลราชธานีและอานาจเจริ ญแม่น้ าในบริ เวณนี้ ส่วนใหญ่มีตนกาเนิ ดจากเทือกเขาที่เป็ นขอบแอ่งทา
้
ง ทิ ศ เ ห นื อ แ ล ะ ทิ ศ ต ะ วั น ต ก ที่ ส า คั ญ ไ ด้ แ ก่
แ ม่ น้ า มู ล มี ต้ น ก า เ นิ ด จ า ก เ ข า ว ง แ ล ะ เ ข า ส มิ ง ข อ ง เ ทื อ ก เ ข า สั น ก า แ พ ง
บ ริ เ ว ณ อ า เ ภ อ ปั ก ธ ง ชั ย จั ง ห วั ด น ค ร ร า ช สี ม า แ ม่ น้ า ชี
้
มีตนกาเนิดจากสันปั นน้ าของเทือกเขาเพชรบูรณ์ในเขตจังหวัดชัยภูมิแม่น้ าทั้งสองสายไหลผ่านที่รา
บตอนกลางของแอ่งและบรรจบรวมกันเป็ นแม่น้ าขนาดใหญ่ก่อนจะไหลลงสู่ แม่น้ าโขงทางทิศตะวั
นออกบริ เวณอาเภอโขงเจียมจังหวัดอุบลราชธานี เป็ นต้น
นอกจากนี้ยงมีตะพักลุ่มน้ าเกิดขึ้นหลายระดับวางตัวถัดจากบริ เวณลุ่มแม่น้ ามูลและแม่น้ า
ั
ชี ตะพัก ลุ่ ม น้ า ระดับ สู ง มี ค วามสู ง ประมาณ 160 - 200 เมตรจากระดับ น้ า ทะเลปานกลาง
ประกอบด้ ว ยกรวดทราย ดิ น เหนี ยวลู ก รั ง และไม้ ก ลายเป็ นหิ น (Petrified wood)
ส่ วนตะพักลุ่มน้ าที่มีระดับต่าลงไปมักมีพ้ืนผิวราบเรี ยบเนื่ องจากมีทรายและดินเหนี ยวเป็ นองค์ประ
กอบหลัก
ิ
ธรณีวทยาทัวไป ่
ธรณี วิ ท ยาโดยทั่ว ไปประกอบด้ ว ยหิ น ชั้ น ของกลุ่ ม หิ น โคราช (Khorat Group)
ซึ่ งเป็ นชั้น หิ น สี แ ดงมหายุ ค มี โ ซโซอิ ก สะสมตัว บนภาคพื้ น ทวี ป (Non-marine red beds)
เ ป็ น ส่ ว น ใ ห ญ่ ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย หิ น ท ร า ย แ ป้ ง หิ น ท ร า ย
หิ น โ ค ล น แ ล ะ หิ น ก ร ว ด ม น ค ว า ม ห น า ข อ ง หิ น ทั้ ง สิ้ น อ า จ ถึ ง 4,000
เ ม ต ร มี อ า ยุ ตั้ ง แ ต่ ยุ ค ไ ท ร แ อ ส ซิ ก ต อ น ป ล า ย ถึ ง ยุ ค ค รี เ ท เ ชี ย ส -
่
เทอร์ เชียรี วางทับอยูบนพื้นผิวที่เกิดจากการผุกร่ อนของหิ นมหายุคพาลีโอโซอิกตอนบนโดยที่ช้ นหิ ั
นเอียงลาดเล็กน้อยสู่ ใจกลางแอ่งโคราชและแอ่งสกลนครบริ เวณทิศใต้ของที่ราบสู งโคราชมีหินบะ
ซอลต์ยคควอเทอร์ นารี ไหลคลุมกลุ่มหิ นโคราชเป็ นหย่อมๆ
ุ
ลาดับชั้นหินทัวไป ่
กลุ่มหิ นโคราชวางตัวแบบไม่ต่อเนื่องบนหิ นยุคที่แก่กว่าโดยที่ส่วนล่างสุ ดมักพบชั้นหินก
รวดมน ปั จจุบนกลุ่มหิ นโคราชแบ่งออกเป็ น 8 หมวดหิ น โดยมีลาดับหมวดหิ นจากล่างไปหาบนได้
ั
ดังนี้
1. หินมหายุคมีโซโซอิกได้แก่หมวดหิ นห้วยหิ นลาด ประกอบด้วยหิ นกรวดมน
ซึ่ งมีกรวดของหิ นปูนมากรวมทั้งหิ นไรโอไลต์และหิ นอื่นด้วย ตามความหมายของ Iwai et al.
(1966) หมวดหิ นห้วยหินลาดประกอบด้วยหิ นทราย หิ นทรายแป้ ง
หินดินดานสี เทาซึ่งมีซากดึกดาบรรพ์ใบไม้ (Iwai et al., 1966) หอยสองฝา ชื่อ
- 52 -
Euestheriamansuyiเรณูและสปอร์ (Pollen and spore)(Haile, 1973) และ Phytosaur (Buffetaut and
Ingawat, 1982)
่
บ่งอายุปลายยุคไทรแอสซิ กหมวดหิ นนี้ วางตัวอยูบนหิ นปูนยุคเพอร์ เมียนแบบรอยชั้นสัมผัสไม่ต่อเ
นื่อง
หมวดหิ นน้ า พองเป็ นหมวดหิ นล่ างสุ ดของกลุ่ ม หิ นโคราชที่ เริ่ มมี สีแดง (Ward และ
Bunnag, 1964) โดยเฉพาะทางโคราชด้านตะวันตกหมวดหิ นน้ าพองประกอบด้วยชั้นหิ นทรายแป้ ง
หิ นทรายและหิ นกรวดมนสลับกันเป็ นชั้นหนาวางตัวต่อเนื่องจากหมวดหินห้วยหิ นลาดในขณะที่บา
งบริ เวณวางตัวอยู่บนหิ นปูนยุคเพอร์ เมียนแบบรอยชั้นไม่ต่อเนื่ องหมวดหิ นนี้ หนาประมาณ 1,465
เมตร
หมวดหิ นภูกระดึ งวางตัวอยู่บนหมวดหิ นน้ าพองหรื อบนหิ นยุคเพอร์ เมี ยนในบริ เวณที่
ไ ม่ มี ห ม ว ด หิ น น้ า พ อ ง ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย หิ น ท ร า ย แ ป้ ง หิ น ท ร า ย สี เ ท า อ ม เ ขี ย ว
หิ นโคลนและหิ นกรวดมนเนื้ อปูนผสมมีซากดึ กดาบรรพ์ชิ้นส่ วนของกระดูกและฟั นพลี สิโอซอร์
และกระดูกไดโนเสาร์ (Buffetaut et al., 1997) ความหนาของหมวดหิ นนี้ ที่บริ เวณภูกระดึงประมาณ
1,001 เมตร
ห ม ว ด หิ น พ ร ะ วิ ห า ร ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย หิ น ท ร า ย เ นื้ อ ค ว อ ร ต ซ์ สี ข า ว
มั ก แ ส ด ง ลั ก ษ ณ ะ ชั้ น เ ฉี ย ง ร ะ ดั บ แ ล ะ มี ชั้ น บ า ง ๆ ข อ ง หิ น ท ร า ย แ ป้ ง สี เ ท า ด า แ ท ร ก
ความหนาของหมวดหิ นนี้แตกต่างกันในแต่ละบริ เวณตั้งแต่ 56 – 136เมตร
หมวดหิ น เสาขัว ประกอบด้ว ยหิ น ทรายแป้ งหิ น โคลน และหิ น กรวดมนปนทราย
มี ชั้ น หิ น ค่ อ น ข้ า ง ห น า ซึ่ ง ค ว า ม ห น า ข อ ง ห ม ว ด หิ น นี้ ใ น บ ริ เ ว ณ เ ส า ขั ว ห น า 512
เมตรมีซากดึกดาบรรพ์หอยกาบเดี่ยว(Gastropod) พวก Naticoid, พวกหอยกาบคู่ชื่อTrigoniodides
sp. และ Plicatounio sp. (Meesook et al., 1995) และพวกไดโนเสาร์ กินพืช (Buffetaut et al., 1997)
จากซากดึกดาบรรพ์ที่พบนี้คาดว่าหิ นมีอายุครี เทเชียสตอนต้น (Early Cretaceous)
ั
หมวดหินภูพานมีลกษณะค่อนข้างเด่นโดยเฉพาะประกอบด้วยหิ นทรายปนหิ นกรวดมนชั้
นหนาที่แสดงการวางชั้นเฉี ยงระดับ มี รายงานพบเศษชิ้ นส่ วนของกระดู กไดโนเสาร์ จานวน 2-3
่
ชิ้นนอกจากนั้นยังพบว่ามีสารประกอบของพวกคาร์ บอนเกิดอยูในหมวดหิ นนี้ ดวยความหนาของห ้
มวดหิ นนี้ ประมาณ 114 เมตร
หมวดหิ น โคกกรวด ประกอบด้ว ยหิ น ทรายแป้ งหิ น ทราย และหิ น ทรายแป้ งปนปู น
(caliche-siltstone) หิ นกรวดมนมี ซ ากดึ ก ดาบรรพ์เศษชิ้ น ส่ วนของไดโนเสาร์ ช นิ ดกิ นพื ช เต่ า
และปลา (Buffetaut et al., 1997) หมวดหิ นนี้มีความหนาประมาณ 709 เมตร
- 53 -
หมวดหิ น มหาสารคาม ประกอบด้ ว ยหิ น ทรายแป้ งและหิ น ทราย มี ช้ ั นโพแทช
ยิ ป ซั ม และเกลื อ หิ น หนาเฉลี่ ย 200 เมตรหมวดหิ นนี้ มี ค วามหนาประมาณ 600
เ ม ต ร เ กิ ด จ า ก ก า ร ส ะ ส ม ตั ว ข อ ง แ อ่ ง ซึ่ ง อ า จ แ ย ก กั น เ ป็ น 2
แอ่งคือแอ่งสกลนครกับแอ่งโคราชอายุของหิ นมหาสารคามนี้ มีอายุประมาณยุคครี เทเชี ยสตอนปลา
ยจากหลั ก ฐานสนามแม่ เ หล็ ก บรรพกาล (Maranate and Vella, 1986)
และจากไอโซโทปของแร่ มีอายุประมาณ 100 ล้านปี
ห ม ว ด หิ น ภู ท อ ก ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย หิ น ท ร า ย เ นื้ อ ล ะ เ อี ย ด สี แ ด ง
มี ชั้ น เ ฉี ย ง ส ลั บ ข น า ด ใ ห ญ่ แ ล ะ หิ น ท ร า ย สี แ ด ง พ บ ชั้ น เ ฉี ย ง ส ลั บ ข น า ด เ ล็ ก
ความหนาของหมวดหิ นนี้ ไม่ต่ ากว่า 200 เมตร โดยที่ บริ เวณชั้นหิ นแบบฉบับที่ เขาภูทอกน้อย
อ า เ ภ อ ศ รี วิ ไ ล จั ง ห วั ด ห น อ ง ค า ย มี ค ว า ม ห น า 139
เมตรหมวดหิ นภูทอกโผล่กระจายตัวทัวไปตามกลางแอ่งที่ราบสู งโคราชในบริ เวณที่ไม่มีดินปกคลุม
่
หิ นทรายนี้เกิดจากการสะสมตัวในสภาพแวดล้อมแบบตะกอนพัดพาจากน้ าและลมหิ นโคลนตอนบ
น ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย หิ น โ ค ล น สี แ ด ง อิ ฐ หิ น ท ร า ย แ ป้ ง แ ล ะ หิ น ท ร า ย สี แ ด ง
่
พบมีช้ นยิปซัมเป็ นชั้นและเลนส์พบวางตัวอยูบนชั้นหมวดหิ นมหาสารคามแบบไม่ต่อเนื่อง
ั
2.
หินมหายุคซีโนโซอิกยังไม่มีหลักฐานยืนยันแน่นอนว่ามีหินยุคเทอร์ เชียรี ซ่ ึ งเป็ นส่ วนล่างของมหายุค
ซี โ น โ ซ อิ ก
ในบริ เวณที่ราบสู งโคราชนอกจากอนุมานจากชั้นหิ นที่ไม่แข็งตัวเหนื อชั้นเกลือของหมวดหิ นมหาส
่ ั
ารคามยุคครี เทเชียส และอยูใต้ช้ นกรวดยุค ควอเทอร์ นารี ที่พบไม้กลายเป็ นหิ น
3.
่
ตะกอนยุคควอเทอร์ นารีในที่ราบสู งโคราชพบตะกอนยุคควอเทอร์ นารี อยูใต้ระดับผิวดินจากข้อมูล
หลุมเจาะ เช่น หลุมเจาะโพแทชที่ อาเภอนาเชื อก จังหวัดมหาสารคามพบหิ นมาร์ ลที่ความลึ ก 32 -
70 เ ม ต ร
พบฟอสเฟตเปอร์ เซนต์ต่ ามากคล้ายกับหิ นที่โผล่ที่ผิวดินด้านตะวันตกของจังหวัดร้อยเอ็ดนอกจาก
ั
นี้ยงพบซากดึกดาบรรพ์เศษเปลือกหอยและกระดูกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกินพืชเป็ นอาหารยุคควอเทอ
ั
ร์ นารี อีกด้วย ตะกอนยุคควอเทอร์ นารี ได้แก่ช้ นกรวด (Gravel bed) และชั้นดินลูกรัง (Lateritic soil)
ต า ม ข อ บ แ อ่ ง โ ค ร า ช ทั้ ง ด้ า น บ น แ ล ะ ด้ า น ใ ต้ ไ ม้ ก ล า ย เ ป็ น หิ น ที่ พ บ ใ น
ชั้นกรวดยุคครี เทเชี ยสตอนบน ถึ ง ยุคควอเทอร์ นารี ตอนล่ า ง (Kobayashi, 1961) นอกจากนี้
มี ร า ย ง า น ก า ร พ บ เ ท ค ไ ท ต์ อ า ยุ ป ร ะ ม า ณ 0.7
ล้านปี ในชั้นกรวดที่ขอนแก่นเป็ นหลักฐานแสดงให้เห็นว่าชั้นกรวดและชั้นศิลาแลงที่โผล่อยูทวไปใ ่ ั่
- 54 -
่
นภาคตะวันออกเฉี ยงเหนือที่พบเทคไทต์ฝังตัวอยูตอนบนแทบทุกแห่ งในที่ราบสู งโคราชนั้นน่าจะอ
ายุแก่กว่า 0.7 ล้านปี บริ เวณภาคตะวันออกเฉี ยงเหนื อบางแห่ งถูกปกคลุ ม ด้วยทรายแป้ งลมหอบ
(Loess) สี น้ าตาลแดงและเหลื อ งตรวจหาอายุ ข องตะกอนได้ 8,190 +-120 ปี
ในบ่อทรายท่าช้างอาเภอเฉลิมพระเกียรติทางทิศตะวันออกเฉี ยงเหนื อของจังหวัดนครราชสี มามีตะ
กอนทรายแป้ งลมหอบสะสมตัวหนากว่า 8 เมตร โดยพบซากฟั นช้างโบราณชื่ อ Zygolophodon
(Sinomastodon) sp. และ Stegolophodon (Eostegodon) sp. มี อายุอยู่ในสมัยไพลสโตซี น
และชิ้นส่ วนของไม้กลายเป็ นหิ นปะปนอยูดวย ่ ้
4.
หินอัคนีที่พบบนที่ราบสู งโคราชเป็ นหิ นบะซอลต์ซ่ ึ งไหลปิ ดทับกลุ่มหิ นโคราชพบในบริ เวณจังหวั
ั
ดบุรีรัมย์จงหวัดสุ รินทร์ และจังหวัดศรี สะเกษ มีอายุประมาณ 3.28 +-0.48 ล้านปี ถึง 0.92 +-0.3
ล้านปี (ยุคเทอร์เชียรี -ควอเทอร์นารี )
ิ
ธรณีวทยาบริเวณเทือกเขาเลย-เพชรบูรณ์
ลั ก ษณะภู มิ ป ระเทศและภู มิ สั ณ ฐาน บริ เ วณบริ เ วณเทื อ กเขาเลย-เพชรบู ร ณ์ (Loei-
Petchabun Ranges)
ั
ขอบเขตของบริ เวณเทือกเขาเลยติดต่อเพชรบูรณ์ ครอบคลุ มพื้นที่จงหวัดเลย เพชรบูรณ์
บ า ง ส่ ว น ข อ ง จั ง ห วั ด พิ ษ ณุ โ ล ก พิ จิ ต ร น ค ร ส ว ร ร ค์ ล พ บุ รี ส ร ะ บุ รี
และนครนายกด้านทิศตะวันตกติดต่อกับที่ราบลุ่มภาคกลางส่ วนด้านทิศตะวันออกติดต่อกับที่ราบสู
ง โ ค ร า ช โ ด ย มี เ ทื อ ก เ ข า เ พ ช ร บู ร ณ์ แ ล ะ ด ง พ ญ า เ ย็ น เ ป็ น แ น ว เ ข ต แ ด น
ทางตอนเหนือของบริ เวณนี้ จรดประเทศลาวส่ วนทางทิศใต้ติดกับเทือกเขาสันกาแพงเทือกเขาเพชร
บูรณ์เป็ นต้นกาเนิดของแม่น้ าป่ าสักซึ่ งไหลเป็ นแนวค่อนข้างตรงจากทิศเหนื อลงสู่ ทิศใต้บริ เวณสอง
ฝั่งแม่น้ าเกิดเป็ นที่ราบลุ่มแบบตะพักลุ่มน้ า กว้างและขนานกันไป
ลั ก ษ ณ ะ ภู มิ ป ร ะ เ ท ศ ข อ ง บ ริ เ ว ณ นี้
ั
ประกอบด้วยพื้นที่ ซ่ ึ ง เป็ นทิ วเขามี ลก ษณะซับ ซ้อนเป็ นสันยาวต่อเนื่ องกันวางตัวในแนวเหนื อ -
ใ ต้ เ ป็ น ส่ ว น ใ ห ญ่ แ ล ะ พื้ น ที่ เ กื อ บ ร า บ ( peneplain)
่ ั
ซึ่ งพบอยูทางตอนเหนือเนื่องจากส่ วนที่เคยเป็ นทิวเขาเมื่อถูกกัดเซาะก็จะทาให้เกิดการผุพงจนบางบ
ริ เวณกลายเป็ นพื้นที่เกือบราบเกิดเป็ นแนวขนานกันลงมาทางใต้ตามขอบด้านในของเทือกเขาเพชร
บูรณ์ส่วนบริ เวณตอนกลางมีลกษณะเป็ นพื้นที่ลอนลาด โดยมีความสู งเฉลี่ยประมาณ 50 - 100 เมตร
ั
จากระดับน้ าทะเลปานกลาง
ิ ่
ธรณีวทยาทัวไป
- 55 -
บริ เวณเทือกเขาเลย-เพชรบูรณ์ ครอบคลุ มไปด้วยหิ นตะกอนและหิ นอัคนี เป็ นส่ วนใหญ่
ั
มีหินแปรบ้างเป็ นบริ เวณแคบๆหิ นเหล่านี้ มีอายุต้ งแต่มหายุคพาลีโอโซอิกจนถึงมหายุคซี โนโซอิกโ
ด ย มี หิ น ม ห า ยุ ค พ า ลี โ อ โ ซ อิ ก ต อ น ล่ า ง ยุ ค ไ ซ ลู เ รี ย น -
้
ดีโวเนี ยนและหิ นยุคดีโวเนี ยนปรากฏให้เห็นทางพื้นที่ดานตะวันออกของอาเภอปากชมจังหวัดเลย
ติ ด ต่ อ กั บ อ า เ ภ อ น้ า โ ส ม จั ง ห วั ด อุ ด ร ธ า นี
หิ น ม ห า ยุ ค พ า ลี โ อ โ ซ อิ ก ต อ น บ น ไ ด้ แ ก่
หิ นยุคคาร์ บอนิเฟอรัสและยุคเพอร์ เมียนปรากฏให้เห็นทางด้านทิศตะวันออกของจังหวัดเลยต่อเนื่ อ
ง ถึ ง จั ง ห วั ด เ พ ช ร บู ร ณ์ จั ง ห วั ด ล พ บุ รี แ ล ะ จั ง ห วั ด ส ร ะ บุ รี
่
หิ นมหายุคมีโซโซอิกได้แก่หินยุคจูแรสซิ กจนถึงยุคครี เทเชียสพบอยูทางด้านตะวันตกเฉี ยงเหนื อขอ
ง แ น ว เ ทื อ ก เ ข า
ในเขตจังหวัดเลยจังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดพิษณุ โลกหิ นมหายุคมีโซโซอิกยังพบได้ทางทิศตะวั
น ต ก โ ด ย สั ม ผั ส อ ยู่ กั บ แ น ว ร อ ย เ ลื่ อ น อุ ต ร ดิ ต ถ์
( น้ า ป า ด ) แ ล ะ ถู ก ตั ด ด้ ว ย แ น ว ร อ ย เ ลื่ อ น เ พ ช ร บู ร ณ์ ใ น แ น ว เ ห นื อ -
ั
ใต้นอกจากนี้ยงพบหิ นมหายุคมีโซโซอิกเป็ นหย่อมๆในเขตจังหวัดลพบุรีติดต่อกับจังหวัดสระบุรีหิ
นมหายุคซี โนโซอิกเป็ นหิ นยุคเทอร์ เชี ยรี สะสมตัวในแอ่งเพชรบูรณ์นอกนั้นปกคลุมด้วยตะกอนยุค
ค ว อ เ ท อ ร์ น า รี
ซึ่งประกอบด้วยศิลาแลงดินลูกรังของชั้นตะพักต่างๆและบริ เวณสะสมตัวของตะกอนน้ าพาของลุ่ม
แม่น้ าเลยและแม่น้ าป่ าสัก
ลาดับชั้นหินทัวไป ่
1. หิ น มหายุ ค พาลี โ อโซอิ ก ตอนล่ างเป็ นหิ นที่ เ ชื่ อ ว่ า แก่ ที่ สุ ดในบริ เวณนี้ ได้ แ ก่
หิ น ยุ ค ไซลู เ รี ยน-ดี โ วเนี ย นซึ่ งโผล่ ใ ห้ เ ห็ น ได้ ต้ ั ง แต่ บ ริ เวณริ มแม่ น้ าโขงประมาณ กม.15
ถนนสายอาเภอปากชม-อาเภอสั ง คม ต่ อเนื่ องลงมาทางใต้จนถึ ง ด้า นตะวันตกของบ้า นโชคชัย
อ าเภอน้ าโสม จั ง หวั ด อุ ด รธานี ในพื้ น ที่ จ ั ง หวั ด เลยหิ นยุ ค นี้ แผ่ ก ระจายให้ เ ห็ น อยู่ 3
แนวในทิ ศ ทางเหนื อ -ใต้ ได้แ ก่ บริ เ วณด้า นทิ ศ ใต้ข องอ าเภอปากชมตั้ง แต่ บ ้า นโคกถึ ง ภู ฆ้อ ง
แ ล ะ ด้ า น ต ะ วั น ต ก ข อ ง บ้ า น ห้ ว ย อ า ลั ย
้
แนวกลางถัดออกไปทางทิศตะวันออกตั้งแต่ดานตะวันตกของบ้านห้วยพิชยต่อเนื่ องไปจนถึงบ้านน ั
่ ั
าดอกคาส่ วนแนวสุ ดท้ายอยูถดออกไปทางทิศตะวันออกจากแนวกลางที่กล่าวแล้วหิ นมหายุคพาลีโ
อโซอิกตอนล่างได้แก่หินยุคไซลูเรี ยน-ดีโวเนียนหิ นที่สาคัญของยุคนี้ ประกอบด้วยหิ นแปรเกรดต่ า
พ ว ก หิ น ค ล อ ไ ร ต์ ชี ส ต์ หิ น ค ว อ ร์ ต ไ ซ ต์ หิ น เ ม ต า ทั ฟ ฟ์ แ ล ะ หิ น ฟิ ล ไ ล ต์
มีแนวแตกเรี ยบชัดเจนหิ นยุคดีโวเนี ยนหิ นที่สาคัญของยุคนี้ ประกอบไปด้วยหิ นเชิ ร์ตและหิ นดินดา
- 56 -
่ ้
นชั้นบางแทรกสลับกันมีหินทัฟฟ์ และเลนส์ของหิ นปูนแทรกรวมอยูดวยซากดึกดาบรรพ์ที่พบในเนื้
อหินเป็ นพวกปะการังหลายชนิด
2. หิ น มห ายุ คพ า ลี โ อโ ซ อิ ก ต อน บ นป ระ กอ บด้ ว ย หิ น ยุ ค ค าร์ บอ นิ เ ฟอ รั ส
พบแผ่กระจายกว้างขวางในเขตจังหวัดเลยตั้งแต่อาเภอปากชมต่อเนื่ องลงไปทางใต้จนถึงอาเภอวังส
ะ พุ ง แ ล ะ ท า ง ต ะ วั น อ อ ก เ ฉี ย ง เ ห นื อ ข อ ง ผ า เ ดิ่ น
หิ น คาร์ บ อนิ เ ฟอรั ส ตอนล่ า งส่ วนใหญ่ ป ระกอบด้ ว ยหิ น ดิ น ดาน หิ น ทราย หิ น ทรายแป้ ง
หิ นทรายเนื้อปนกรวดและถ่านหิ นนอกจากนั้นยังมีหินปูนสี เทาและเทาดาเป็ นเลนส์ แทรกในชั้นหิ น
ดิ น ด า น ส่ ว น หิ น ยุ ค ค า ร์ บ อ นิ เ ฟ อ รั ส ต อ น บ น ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย หิ น ดิ น ด า น
หิ นทรายและหิ นทรายแป้ งบางแห่งพบว่ามีช้ นหิ นสี แดงจาพวกหิ นดินดานซึ่ งมีซากพืชปนอยูดวยบริ
ั ่ ้
เ ว ณ อ า เ ภ อ ช น แ ด น จั ง ห วั ด เ พ ช ร บู ร ณ์
ชั้นหิ นส่ วนใหญ่เป็ นหิ นปูนพบหิ นทรายและหิ นทรายแป้ งบ้างบางบริ เวณ
ส า ห รั บ หิ น ยุ ค เ พ อ ร์ เ มี ย น โ ผ ล่ ใ ห้ เ ห็ น ต ล อ ด แ น ว เ ทื อ ก เ ข า เ ล ย -
เพชรบูรณ์จากเหนือจรดใต้มีอายุคาบเกี่ยวตั้งแต่ปลายยุคคาร์ บอนิ เฟอรัสยุคเพอร์ เมียนตอนล่างจนถึ
งตอนบน ในเนื้ อ หิ น ปู น พบซากดึ ก ด าบรรพ์ฟู ซู ลิ นิ ด แบรคิ โ อพอด ปะการั ง เป็ นจ านวนมาก
โดยเฉพาะในเขตจังหวัดลพบุรีและสระบุรีหินยุคเพอร์เมียนในบริ เวณจังหวัดเพชรบูรณ์ประกอบด้ว
ั
ยตะกอนที่มีลกษณะปรากฏชนิ ด pelagic-facies, flysch-faciesและmolasse-facies (Helmcke and
Kraikhong. 1982)
อย่างไรก็ตามโดยทัวไปหิ นยุคเพอร์ เมียนประกอบด้วยหิ นตะกอนเนื้อประสมและหิ นคาร์ บอเนตสลั
่
บ กั น อ ยู่ ต ล อ ด เ ว ล า แ ล ะ เ ชื่ อ ว่ า มี ส ภ า ว ะ แ ว ด ล้ อ ม ก า ร ส ะ ส ม
ต ะ ก อ น ใ น ส ภ า ว ะ แ ว ด ล้ อ ม ต่ า ง ๆ กั น ใ น แ ต่ ล ะ แ ห่ ง
ั
ตลอดแนวเทือกเขาตั้งแต่เหนือจรดใต้หินคาร์ บอเนตหลายแห่ งมีลกษณะเป็ นเนื้ อเดียวกันตลอดมีคว
ามหนามากและแผ่กระจายตัวเป็ นลานคาร์ บอเนต
หิ นยุคเพอร์ เมียนตอนล่างพบแผ่กระจายตลอดแนวเทือกเขาโดยมีหินลักษณะปรากฏต่าง
ๆ
ั
กันไปเริ่ มตั้งแต่ในพื้นที่จงหวัดเลยมีหินยุคเพอร์ เมียนตอนล่างโผล่ให้เห็นเป็ นแนวตั้งแต่บริ เวณผาเดิ่
น ติ ด ต่ อ กั บ ถ้ า น้ า ม โ ห ฬ า ร
และต่ อ เนื่ อ งลงมาทางใต้ อี ก แนวหนึ่ งแผ่ ก ระจายตัว ตั้ง แต่ ต ะวัน ออกของอ าเภอหล่ ม เก่ า
จั ง หวัด เพชรบู ร ณ์ เป็ นทิ ว เขาลงมาทางใต้ ถึ งบริ เวณเขารวกในเขตอ าเภอชั ย บาดาล
จังหวัดลพบุรีและเทื อกเขาขวางในเขตอาเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรีติดต่อกับเขตอาเภอปากช่ อง
จังหวัดนครราชสี มาหิ นยุคเพอร์ เมียนเหล่านี้ประกอบด้วยหิ นปูนเป็ นส่ วนใหญ่บางแห่ งมีหินโดโลไ
- 57 -
มต์และหิ นปูนเนื้อปนโดโลไมต์ในหลายบริ เวณมีหินดินดานและหิ นเชิ ร์ตสลับอยูดวยพบซากดึกดา ่ ้
บ ร ร พ์ ฟู ซู ลิ นิ ด ฟ อ แ ร มิ นิ เ ฟ อ ร า ข น า ด เ ล็ ก ส า ห ร่ า ย ป ะ ก า รั ง แ ล ะ แ บ ร คิ โ อ พ อ ด
ทัวไปบริ เวณภูถ้ าน้ ามโหฬารและผานกเค้าซึ่ งส่ วนใหญ่เป็ นหิ นปูนมีซากดึกดาบรรพ์ต้ งแต่ยุคคาร์ บ
่ ั
อนิเฟอรัสตอนปลายถึงยุคเพอร์เมียนตอนกลาง
หิ น ยุ ค เ พ อ ร์ เ มี ย น ต อ น ล่ า ง แ ล ะ ต อ น ก ล า ง แ ผ่ ก ร ะ จ า ย อ ย่ า ง ก ว้ า ง ข ว า ง
โ ด ย เ ฉ พ า ะ ใ น เ ข ต อ า เ ภ อ พ ร ะ พุ ท ธ บ า ท แ ล ะ อ า เ ภ อ ม ว ก เ ห ล็ ก จั ง ห วั ด ส ร ะ บุ รี
ติ ดต่อกับเขตอาเภอปากช่ อง จังหวัดนครราชสี มาหิ นประกอบด้วยหิ นปูน หิ นดิ นดาน หิ นทราย
ั
และหินทรายแป้ งเป็ นส่ วนใหญ่ท้ งที่แยกจากกันและที่สลับกันทั้งสองชนิ ดหิ นปูนมักพบซากดึกดา
บรรพ์ ฟู ซู ลิ นิ ด อายุ เ พอร์ เมี ยนตอนต้ น ถึ งตอนกล างแล ะซากดึ กด าบรรพ์ อื่ น ๆ เช่ น
ป ะ ก า รั ง แ ล ะ ไ ค ร น อ ย ด์
เป็ นต้นซึ่ งซากดึกดาบรรพ์เหล่านี้บางส่ วนมีอายุคาบเกี่ยวกันระหว่างยุคเพอร์ เมียนตอนต้นถึงตอนก
ลาง
หิ น ยุ ค เ พ อ ร์ เ มี ย น ต อ น บ น อ ยู่ ท า ง ต ะ วั น ต ก ข อ ง พื้ น ที่ เ ข ต จั ง ห วั ด เ ล ย
ั
เป็ นแนวตั้งแต่เหนือสุ ดติดชายแดนประเทศลาวระหว่างอาเภอท่าลี่กบอาเภอเชี ยงคานต่อเนื่ องลงมา
ทา งใ ต้ บ ริ เ ว ณเ ส้ น ทา ง ส า ย จั ง ห วั ด เ ล ย - อ า เ ภอ ด่ า นซ้ า ย ป ระ ก อ บด้ ว ย หิ นดิ นด า น
หิ น ทรายแป้ งและหิ น ทรายบางแห่ ง มี ส่ ว นประกอบเป็ นแบบมี เ ฟลสปาร์ ม าก(feldspathic)
และหิ นทัฟฟ์ ในหิ นเหล่านี้ พบซากดึกดาบรรพ์ใบไม้ยุคเพอร์ เมียนตอนปลาย (Asama et al., 1981;
Bunopas, 1981; และ Charoenprawat et al., 1984) บริ เวณด้านใต้ของแนวเทือกเขาเลย-เพชรบูรณ์
พบ ว่ า มี หิ น โผ ล่ เ ป็ น แ น วแ ค บ ๆ ใ น เข ต อ า เ ภ อม ว ก เ ห ล็ ก ติ ด ต่ อ กั บ อ า เภ อ แ ก่ ง ค อ ย
่
จังหวัดสระบุรีหินส่ วนใหญ่เป็ นหิ นดินดานเนื้ อซิ ลิกาและมีเชิ ร์ตสลับอยูมากโดยบางแห่ งมีหินปูนเ
ป็ นเลนส์แทรกอยูดวย ่ ้
3. หิ น ม ห า ยุ ค มี โ ซ โ ซ อิ ก บ ริ เ ว ณ เ ทื อ ก เ ข า เ ล ย -
เพชรบู ร ณ์ แ ผ่เ ป็ นแนวชั้น หิ น คดโค้ง รู ป ประทุ น หงายตั้ง แต่ แ นวรอยเลื่ อ นอุ ต รดิ ต ถ์ ( น้ า ปาด)
่ ่
คืออยูในแนวลาน้ าปาดอ้อมเป็ นแนววงกลมทางตะวันออกเฉี ยงใต้ผานอาเภอวังทองลงมาถึงตะวันต
กของจังหวัดเพชรบูรณ์แล้วอ้อมกลับขึ้นในแนวตะวันออกเฉี ยงเหนื อผ่านอาเภอหล่มเก่าจังหวัดเพช
รบู ร ณ์ อ าเภอด่ า นซ้ า ย อ าเภอภู เ รื อ จัง หวัด เลยโดยมี แ กนของชั้น หิ น คดโค้ง รู ป ประทุ น หงาย
ผ่า นอาเภอนครไทย จัง หวัดพิ ษ ณุ โ ลกประกอบไปด้วยชั้น หิ นสี แดง หิ นทรายแป้ ง หิ นดิ นดาน
หิ นกรวดมนของกลุ่มหิ นโคราช
หิ น มหายุ ค ซี โ นโซอิ ก บริ เ วณพื้ น ที่ ราบระหว่า งภู เ ขาบริ เ วณเทื อ กเขาเลย-เพชรบู ร ณ์
เป็ นแอ่งสะสมตะกอนยุคเทอร์ เชียรี มีความหนาถึง 2,500 เมตรในแอ่งย่อยวิเชี ยรบุรี และ1,100 เมตร
- 58 -
ในแอ่ ง ย่ อ ยเพชรบู ร ณ์ เ หนื อ ประกอบด้ ว ยหิ นโคลน หิ นทรายแป้ ง หิ นทราย หิ นทั ฟ ฟ์
ั
และลิ ก ไนต์มี อายุต้ ง แต่ส มัย โอลิ โกซี นจนถึ ง ไพลโอซี นและถู ก ปิ ดทับด้วยตะกอนดิ นทรายยุค
ควอเทอร์นารี
4 . หิ น อั ค นี หิ น อั ค นี ที่ พ บ อ ยู่ ทั่ ว ไ ป มี ทั้ ง หิ น อั ค นี แ ท ร ก ซ อ น
หิ น อั ค นี พุ ต ล อ ด จ น หิ น ภู เ ข า ไ ฟ หิ น อั ค นี แ ท ร ก ซ อ น เ ป็ น พ ว ก หิ น แ ก ร นิ ต
หิ น แ ก ร โ น ไ ด อ อ ไ ร ต์ หิ น ม อ น โ ซ ไ น ต์ หิ น ไ ด อ อ ไ ร ต์ แ ล ะ หิ น ฮ อ ร์ น เ บ ล น ไ ด ต์
เ ป็ น ต้ น เ กิ ด ใ น ลั ก ษ ณ ะ เ ป็ น พ ลู ต อ น แ ล ะ ล า หิ น อั ค นี
แผ่ ก ระจายเป็ นแห่ ง ๆพบตั้ ง แต่ เ ขตจั ง หวัด เลยจนถึ ง จั ง หวัด นครราชสี มา หิ นแกรนิ ต -
แกรโนไดออไรต์บริ เวณภูควายเงิน อาเภอเชี ยงคาน จังหวัดเลย มีอายุยุคเพอร์ เมียน-ไทรแอสสิ ก
(Jacobson et al., 1969)
ั
ส่ วนหิ นอัคนีแทรกซอนในเขตพื้นที่จงหวัดนครราชสี มาและจังหวัดสระบุรีกาหนดอายุให้เป็ นยุคเพ
อร์เมียน-ไทรแอสซิ ก หรื ออ่อนกว่า
สาหรับหิ นอัคนีพุหรื อหิ นภูเขาไฟนั้นพบทั้งที่เป็ นแบบลาวาหลากและสะสมตัวแบบตะก
้
อนภูเขาไฟกระจายทัวไปตลอดแนวเทือกเขาตั้งแต่ดานทิศเหนื อจรดด้านทิศใต้อายุของหิ นภูเขาไฟ
่
ส่ ว น ใ ห ญ่ อ ยู่ ใ น ช่ ว ง ยุ ค เ พ อ ร์ เ มี ย น -
ั
ไทรแอสซิ กโดยอาศัยการเทียบสัมพันธ์กบอายุของหิ นตะกอนที่วางตัวอยูดานบนและด้านล่างขอบเ ่ ้
ขตแนวหิ น ภู เ ขาไฟในเขตจั ง หวัด เลยแบ่ ง ออกเป็ น 3 แนว ได้ แ ก่ แ นวด้ า นตะวัน ตก
เป็ นพวกหิ นแอนดีไซต์เนื้อดอกหิ นกรวดเหลี่ยมภูเขาไฟและหิ นไรโอไลต์บางเล็กน้อยแนวตะวันออ ้
้
กเป็ นพวกหิ นไรโอไลต์เนื้อดอกหิ นไรโอลิติกทัฟฟ์ และหิ นแอนดีไซด์บางเล็กน้อยเช่นกันอายุของหิ
น ภู เ ข า ไ ฟ ทั้ ง ส อ ง แ น ว นี้ อ ยู่ ใ น ช่ ว ง ยุ ค เ พ อ ร์ เ มี ย น -
ไทรแอสซิ กส่ วนแนวตอนกลางเป็ นกลุ่มหิ นบะซอลติกแอนดีไซต์อายุช่วงต้นยุคคาร์ บอนิ เฟอรัสแผ่
ค ร อ บ ค ลุ ม พื้ น ที่ ท า ง ด้ า น ทิ ศ ใ ต้ ข อ ง อ า เ ภ อ ป า ก ช ม
น อ ก จ า ก นี้ ยั ง พ บ หิ น ภู เ ข า ไ ฟ ที่ แ ย ก ป ร ะ เ ภ ท ไ ม่ ไ ด้ ข อ ง พ ว ก หิ น ไ ร โ อ ไ ล ต์
หิ น แ อ น ดี ไ ซ ต์ เ นื้ อ ด อ ก หิ น ทั ฟ ฟ์ หิ น ก ร ว ด เ ห ลี่ ย ม ภู เ ข า ไ ฟ แ ล ะ หิ น ก ร ว ด ภู เ ข า ไ ฟ
อยู่ ใ นช่ วงยุ ค เพอร์ เมี ย น-ไทรแอสซิ ก ในเขตจั ง หวั ด เพชรบู ร ณ์ จ ั ง หวั ด นครราชสี มา
จั ง หวั ด ล พบุ รี แล ะ จั ง หวั ด น ครนาย กหิ นภู เ ขาไฟบริ เว ณล านาราย ณ์ จั ง หวั ด ล พบุ รี
ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย หิ น บ ะ ซ อ ล ต์
หิ น แ อ น ดี ไ ซ ต์ แ ล ะ หิ น ไ ร โ อ ไ ล ต์ เ นื้ อ เ ป็ น แ ก้ ว ภู เ ข า ไ ฟ อ า ยุ ยุ ค เ ท อ ร์ เ ชี ย รี่
ถึงควอเทอร์ นารี นอกจากนี้ยงพบหิ นบะซอลต์ที่มีอายุอ่อนตั้งแต่ยุคเทอร์ เชี ยรี ข้ ึนมาแผ่คลุมบริ เวณที่
ั
ราบในแอ่งตั้งแต่อาเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ไปถึงอาเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี
- 59 -
ิ
ธรณีวทยาบริเวณภาคตะวันตกตอนล่างและภาคใต้
ลักษณะภูมิประเทศและภูมิสัณฐาน บริเวณภาคตะวันตกตอนล่ างและภาคใต้ (Lower
Western and Southern Regions)
บริ เวณภาคตะวันตกตอนล่างและภาคใต้ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางซึ่ งการแบ่งลักษณะภูมิ
้
ประเทศเช่นนี้ได้รวมเอาพื้นที่บางจังหวัดทางภาคตะวันตกตอนล่างและภาคใต้เข้าไว้ดวยกันโดยยึดเ
์
อาแนวรอยเลื่อนเจดียสามองค์เป็ นขอบเขตทางทิศเหนือลงมาตามแนวเทือกเขาตะนาวศรี ซ่ ึ งเป็ นพร
มแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศพม่าเป็ นเกณฑ์จนกระทังถึงบริ เวณที่เป็ นคาบสมุทรซึ่ งล้อมร
่
ั
อบด้วยทะเลทั้งสองด้านตั้งแต่จงหวัดระนอง ถึงจังหวัดสตูล
ลัก ษณะภู มิ ป ระเทศของบริ เ วณนี้ ทางทิ ศ ตะวัน ตกประกอบด้ว ย เทื อ กเขาตะนาวศรี
ซึ่ งเป็ นแนวพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศพม่าเทือกเขานี้ทอดตัวยาวลงมาจากด้านตะวัน
ต ก ข อ ง จั ง ห วั ด ก า ญ จ น บุ รี ล ง ม า ถึ ง บ ริ เ ว ณ จั ง ห วั ด ป ร ะ จ ว บ คี รี ขั น ธ์
ั
ซึ่ งเป็ นส่ วนของพรมแดนที่แคบที่สุดโดยวัดจากสันเขาตะนาวศรี บริ เวณเขาหุ บผึ้งผ่านสถานี วงด้วน
ถึ ง ช า ย ฝั่ ง ท ะ เ ล ด้ า น
อ่ า ว ไ ท ย ก ว้ า ง ป ร ะ ม า ณ 11
กิโลเมตรทิวเขาที่ต่อเนื่องลงไปทางทิศใต้จะมีลกษณะการวางตัวไปในแนวเดียวกันกับรอยเลื่อนระ
ั
น อ ง
มีลกษณะแคบและเรี ยวจากชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกไปยังชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกโดยมีส่วนที่แ
ั
คบที่สุดของคาบสมุทรที่เรี ยกว่า คอคอดกระ ซึ่ งกว้างประมาณ 64 กิ โลเมตรบริ เวณแม่น้ าปากจัน ่
ทิ ว เขาตะนาวศรี จะแยกออกเป็ น 2 แนวโดยมี แ นวตะวั น ตกอยู่ ใ นประเทศพม่ า
ส่ วนแนวตะวันออกคือ เทือกเขาภูเก็ตวางตัวในแนวเหนื อ-ใต้ ครอบคลุ มพื้นที่ของจังหวัดชุ มพร
ร ะ น อ ง พั ง ง า ภู เ ก็ ต สุ ร า ษ ฎ ร์ ธ า นี น ค ร ศ รี ธ ร ร ม ร า ช ก ร ะ บี่
ั
และตรั ง นอกจากนี้ ยง มี ทิวเขานครศรี ธรรมราชวางตัวในแนวเหนื อ -ใต้บ ริ เวณริ ม อ่ าวบ้านดอน
จั ง ห วั ด สุ ร า ษ ฎ ร์ ธ า นี ผ่ า น จั ง ห วั ด น ค ร ศ รี ธ ร ร ม ร า ช แ ล ะ ต รั ง
ลงไปจนถึ ง จัง หวัด สตู ล โดยไปจรดกับ ทิ ว เขาสั น การาคี รี ซ่ ึ งวางตัว ในแนวเกื อ บตะวัน ออก-
ตะวันตกและเป็ นพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซี ยในบริ เวณทิวเขาเหล่านี้ มีหุบเขา
ที่ มี แ ม่ น้ าสายสั้ นๆไหลผ่ า นแล้ ว ออกทะเลที่ อ่ า วไทย เช่ น แม่ น้ าปั ตตานี แม่ น้ าสายบุ รี
่ ั่
เป็ นต้นที่ราบระหว่างหุ บเขาและที่ราบลอนลาดพบอยูทวไปและพบมากบริ เวณตอนกลางของภาคซึ่
งระดับความสู งจะค่อยๆ ลดลงและลาดต่าลงสู่ ทะเล
- 60 -
ลักษณะชายฝั่งทะเลบริ เวณนี้ มีความแตกต่างกันโดยทางทิศตะวันออกเป็ นชายทะเลแบบ
ย ก ตั ว ขึ้ น ( Emergent shoreline)
่ ั
ชายฝั่งมีลกษณะราบเรี ยบต่อเนื่องกันไปบริ เวณที่อยูถดเข้าไปในแผ่นดินมีร่องรอยของตะพักทะเลร
ั
ะ ดั บ ต่ า ( Low marine terrace) ช า ย ห า ด เ ดิ ม ที่ ลุ่ ม ห ลั ง ห า ด
และที่ลุ่มชื้นแฉะซึ่ งลักษณะเหล่านี้แผ่เป็ นบริ เวณกว้างเห็นได้ชดเจนทางฝั่งตะวันออกโดยเฉพาะบริ
ั
เ ว ณ จั ง ห วั ด น ค ร ศ รี ธ ร ร ม ร า ช
่
ตั้งแต่แหลมตะลุมพุกลงมาจนถึงจังหวัดนราธิ วาสส่ วนที่เกิดเป็ นแอ่งมีน้ าขังอยูในระหว่างเนิ นทราย
ชาวบ้านเรี ยกว่าพรุ มีการใช้ประโยชน์ที่ดินน้อยมากบริ เวณริ มทะเลจังหวัดพัทลุงต่อกับจังหวัดสงข
ั
ลาเกิดเป็ นทะเลสาบลาปาและทะเลสาบสงขลาภูมิประเทศเหล่านี้ ท้ งหมดเกิดจากการกระทาของน้ า
ท ะ เ ล ที่ เ ค ย ไ ห ล เ ข้ า ม า ท่ ว ม ท้ น บ ริ เ ว ณ นี้
แล้ว ถดถอยออกไปในเวลาต่ อ มาส่ ว นชายฝั่ ง ทะเลทางทิ ศ ตะวัน ตกเป็ นชายฝั่ ง แบบจมตัว ลง
( submergent shoreline) ช า ย ฝั่ ง มี ลั ก ษ ณ ะ แ ค บ
มี ค ว า ม ล า ด เ อี ย ง ค่ อ น ข้ า ง ชั น บ ริ เ ว ณ ที่ จ ร ด กั บ แ ผ่ น ดิ น ใ ห ญ่
ั
ชายฝั่งแบบนี้จะมีลกษณะเว้าแหว่งประกอบด้วยอ่าวและเกาะจานวนมากโดยมีเกาะมากกว่าสามร้อ
ยเกาะที่ ส าคั ญ ได้ แ ก่ เ กาะภู เ ก็ ต เกาะพระทอง เกาะยาวใหญ่ เกาะลั น ตา เกาะตะลิ บ ง
เ ก า ะ เ ภ ต ร า เ ก า ะ ต ะ รุ เ ต า เ ก า ะ อ า ดั ง
ั
เป็ นต้นนอกจากนั้นยังมีลกษณะของชายฝั่งที่เว้าเป็ นช่องเข้าไปยังปากแม่น้ า (Estuary หรื อ Valley
ั ั
mouth) ซึ่ งลักษณะชายฝั่งแบบนี้พบได้ต้ งแต่จงหวัดระนองเรื่ อยไป จนถึงจังหวัดสตูล
หิ น ม ห า ยุ ค พ รี แ ค ม เ บ รี ย น ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย หิ น ไ น ส์ แ ล ะ หิ น ไ ม ก า -ชี ส ต์
ส่ วนหิ นมหายุ ค พาลี โอโซอิ กประกอบด้ ว ยหิ นทราย หิ นปู น สลั บ กั บ หิ นทรายแป้ ง
หิ นดินดานหิ นดินดานปนกรวดและหิ นปูนชั้นหนามีซากดึกดาบรรพ์ซ่ ึ งกาหนดอายุได้ต้ งแต่ยุคแคม ั
เ บ รี ย น อ อ ร์ โ ด วิ เ ชี ย น ไ ซ ลู เ รี ย น -
ดี โ ว เ นี ย น ค า ร์ บ อ นิ ฟ อ รั ส จ น ถึ ง ยุ ค เ พ อ ร์ เ มี ย น
ต า ม ล า ดั บ หิ น ม ห า ยุ ค มี โ ซ โ ซ อิ ก ซึ่ ง เ ป็ น หิ น ยุ ค ไ ท ร แ อ ส ซิ ก
ประกอบไปด้วยหิ นทรายหิ นทรายแป้ งและหิ นดินดานพบซากดึกดาบรรพ์กาหนดอายุได้และบ่งชี้ ว่
า มี ส ภ า ว ะ แ ว ด ล้ อ ม ก า ร เ กิ ด ใ น ท ะ เ ล ใ น ยุ ค จู แ ร ส ซิ ก -ค รี เ ท เ ชี ย ส นั้ น
จ ะ มี ก า ร ส ะ ส ม ต ะ ก อ น ข อ ง หิ น ท ร า ย
หิ นดินดานในสภาวะแวดล้อมการเกิดบนบกหิ นมหายุคซี โนโซอิกประกอบไปด้วยหิ นยุคเทอร์ เชี ยรี
แผ่กระจายอยู่ในแอ่งต่างๆ ซึ่ งกระจายตัวเป็ นแนวตั้งแต่จงหวัดเพชรบุรีลงไปจนถึงจังหวัดสงขลา
ั
ป ร ะ ก อ บ ไ ป ด้ ว ย แ อ่ ง ห น อ ง ห ญ้ า ป ล้ อ ง แ อ่ ง เ คี ย น ซ า แ อ่ ง สิ น ปู น แ อ่ ง ก ร ะ บี่
- 61 -
่
แอ่งสะเดาและแอ่งสะบ้าย้อยโดยมักพบว่ามีช้ นถ่านหิ นปะปนอยูและมีซากดึกดาบรรพ์บ่งชี้ ถึงยุคเท
ั
อร์เชียรี
ั
ยุคควอเทอร์ นารี เป็ นช่วงเวลาที่มีการผุพงของชั้นหิ นอย่างรุ นแรงทาให้เกิดการทับถมตะก
อ น ข อ ง ชั้ น ท ร า ย แ ล ะ ก ร ว ด
ั
รวมทั้งแร่ ดีบุกที่มีท้ งกาเนิ ดบนบกและริ มฝั่ งทะเลหิ นอัคนี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหิ นแกรนิ ต มี 2 ยุค
คื อ ยุ ค ไทรแอสซิ ก และยุ ค ครี เ ทเชี ย ส ซึ่ งเป็ นตัว การส าคัญ ในการให้ ก าเนิ ด แร่ ดี บุ ก ทัง สเตน
และแร่ อื่นๆ
ภา ค ใ ต้ มี โค ร งส ร้ าง ค ด โค้ ง ขน า ดใ ห ญ่ ซ่ ึ ง มี ร ะ น าบ แ ก น อ ยู่ ใ น แน ว เห นื อ -
ใ ต้ แ ล ะ ใ น บ า ง บ ริ เ ว ณ ก็ จ ะ มี ก า ร ค ด โ ค้ ง ที่ รุ น แ ร ง ม า ก
ั
ชั้นหิ นคดโค้งรู ปประทุนใหญ่ๆมักมีความสัมพันธ์กบการแทรกตัวของหิ นแกรนิ ตหิ นคดโค้งรู ปปร
ะทุนที่สาคัญได้แก่บริ เวณเทือกเขาบรรทัดซึ่ งตั้งต้นจากจังหวัดสุ ราษฎร์ ธานี ลงไปจนถึงจังหวัดสตูล
ใ น ภ า ค ต ะ วั น ต ก ต อ น ล่ า ง แ ล ะ ภ า ค ใ ต้ มี ร อ ย เ ลื่ อ น ต า ม แ น ว ร ะ ดั บ ที่ ส า คั ญ
ไ ด้ แ ก่ แ น ว ร อ ย เ ลื่ อ น เ จ ดี ย์ ส า ม อ ง ค์ ซึ่ ง ว า ง ตั ว ใ น แ น ว ต ะ วั น ต ก เ ฉี ย ง เ ห นื อ -
ตะวันออกเฉี ยงใต้แนวรอยเลื่อนระนองและแนวรอยเลื่อนคลองมะรุ่ ยต่างวางตัวในแนวตะวันออกเ
ฉี ย ง เ ห นื อ -ต ะ วั น ต ก เ ฉี ย ง ใ ต้ น อ ก จ า ก นั้ น ยั ง มี ร อ ย เ ลื่ อ น แ น ว เ ห นื อ ใ ต้
ปรากฏในบริ เวณเขาโต๊ะโมะจังหวัดนราธิวาส
ลาดับชั้นหินทั่วไป
1.หิ น มหายุ ค พรี แ คมเบรี ย นหน่ ว ยหิ น ที่ เ ชื่ อ ว่ า เป็ นมหายุ ค พรี แ คมเบรี ย น (Inferred
Precambrian) นับได้ว่าเป็ นหน่ วยหิ นที่ มีอายุแก่ที่สุดในบริ เวณภาคตะวันตกตอนล่างและภาคใต้
พบในเขตอาเภอสิ ชลและอาเภอขนอม จังหวัดนครศรี ธรรมราชตามบริ เวณเทือกเขาดาดฟ้ า เขาเพชร
่
เขาพร้าวและเขาไผ่ดาบริ เวณดังกล่าวอยูตามแนวชายฝั่งทะเลด้านอ่าวไทย ปกคลุมพื้นที่ประมาณ 80
ตารางกิโลเมตรลักษณะหิ นเป็ นหิ นแปรที่มีการแปรสภาพรุ นแรงจนถึงขั้นแอมฟิ โบไลต์ประกอบด้ว
ยหิ นชี ส ต์ หิ นพาราไนส์ หิ นอ่ อ น หิ นแคลก์ ซิ ลิ เ กตและหิ นไนส์ รู ปตาหน่ ว ยหิ นมหายุ ค
พ รี แ ค ม เ บ รี ย น นี้ ว า ง ตั ว ใ น แ น ว เ ห นื อ -ใ ต้ แ ล ะ อ ยู่ ใ ต้ ชั้ น หิ น ยุ ค แ ค ม เ บ รี ย น
ซึ่งมีซากดึกดาบรรพ์ที่กาหนดอายุชดเจน ั
ปรากฏว่ายังหาความสัมพันธ์ของหิ นที่เชื่อว่าเป็ นมหายุคอินเฟอร์ พรี แคมเบรี ยนและหิ นปู
นยุ ค ออร์ โด วิ เ ชี ย น ซึ่ ง พบเ พี ย งเล็ กน้ อ ย บ ริ เว ณอ า เภ อหั ว หิ น แล ะ อ าเ ภอ ปรา ณบุ รี
จั ง ห วั ด ป ร ะ จ ว บ คี รี ขั น ธ์ นี้ ไ ด้ ไ ม่ ชั ด เ จ น หิ น แ ป ร เ ก ร ด ต่ า ยุ ค ไ ซ ลู เ รี ย น -
ดีโวเนียนซึ่ งส่ วนใหญ่เป็ นหิ นฟิ ลไลต์และควอรตซ์ชีสต์วางตัวบนหิ นปูนออร์ โดวิเชี ยนโดยไม่พบร
อยสัมผัสที่แน่นอนหิ นเหล่านี้พบเป็ นบริ เวณแคบๆแถบใกล้ที่สูงภาคตะวันตก
- 62 -
2.
่
หินมหายุคพาลีโอโซอิกตอนล่ างได้แก่หินยุคแคมเบรี ยนปรากฏอยูทางด้านตะวันออกของเทือกเขาบ
ร ร ทั ด ล ง ม า ท า ง ด้ า น ต ะ วั น ต ก ข อ ง จั ง ห วั ด พั ท ลุ ง
บริ เวณขอบรอบนอกของเทือกเขาหลวงโดยเฉพาะทางด้านตะวันตกของเขตอาเภอเมืองและอาเภอ
ท่ า ศ า ล า จั ง ห วั ด น ค ร ศ รี ธ ร ร ม ร า ช แ ล ะ บ ริ เ ว ณ ด้ า น ต ะ วั น ต ก ข อ ง เ ก า ะ ต ะ รุ เ ต า
จั ง ห วั ด ส ตู ล ซึ่ ง เ ป็ น บ ริ เ ว ณ พื้ น ที่ หิ น แ บ บ ฉ บั บ ( Type section)
ข อ ง ก ลุ่ ม หิ น ต ะ รุ เ ต า ชั้ น หิ น ยุ ค แ ค ม เ บ รี ย น ที่ เ ก า ะ ต ะ รุ เ ต า ห น า ป ร ะ ม า ณ 800
เมตรบริ เวณช่วงล่างประกอบด้วยหิ นทรายเนื้อละเอียดชั้นหนาที่มีสีน้ าตาลแสดงลักษณะการวางชั้น
เ ฉี ย ง ร ะ ดั บ
หิ นทรายแป้ งสลับกับหิ นดินดานจากนั้นชั้นหิ นจะเริ่ มเปลี่ยนไปเป็ นหิ นทรายแป้ งสลับกับหิ นปูนชั้น
บางๆจนกระทังถึงชั้นของหิ นปูนยุคออร์ โดวิเชียน
่
หิ น ยุ ค อ อ ร์ โ ด วิ เ ชี ย น
รู ้จกกันโดยทัวไปในชื่อว่ากลุ่มหิ นปูนทุ่งสงแผ่กระจายกว้างขวางตั้งแต่จงหวัดสตูลขึ้นมาทางเหนื อ
ั ่ ั
ต า ม แ น ว เ ทื อ ก เ ข า บ ร ร ทั ด เ ทื อ ก เ ข า ห ล ว ง จ น ถึ ง จั ง ห วั ด
สุ ร า ษ ฎ ร์ ธ า นี โ ด ย ทั่ ว ไ ป ชั้ น หิ น ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย หิ น ปู น สี เ ท า ถึ ง เ ท า ด า
ชั้ น ห น า ถึ ง ห น า ม า ก มั ก จ ะ มี ชั้ น ดิ น แ ท ร ก ส ลั บ
ในบางบริ เวณหิ นปูนจะมีเนื้อเป็ นเม็ดแบบไข่ปลาในบางบริ เวณก็มีเนื้ อหิ นปูนโดโลไมต์ส่วนบนขอ
งกลุ่มหิ นนี้ จะเป็ นหิ นปูนที่มีเนื้ อดิ นปนและในบางบริ เวณมีหินดินดานสี เทาดาแทรกสลับด้วย เช่ น
ในบริ เวณบ้า นนาเขาชะอม อ าเภอฉวาง ซึ่ ง พบซากดึ ก ด าบรรพ์พ วกแกรปโตไลต์ (graptolite)
สภาวะแวดล้อมการสะสมตัวของตะกอนคาร์ บอเนตกลุ่มหิ นทุ่งสงเกิดในบริ เวณชายฝั่งทะเลน้ าตื้น
ถึงเขตทะเลลึก (Wongwanich and Raksaskulwong, 1991) กลุ่มหิ นนี้ มีความหนากว่า 1,600 เมตร
(Bunopas, 1983)
หิ น ยุ ค ไ ซ ลู เ รี ย น -
ั ่
ดีโวเนียนซึ่ งรู ้จกกันโดยทัวไปในชื่ อหมวดหิ นกาญจนบุรีวางตัวต่อเนื่ องอยูบนหิ นยุคออร์ โดวิเชี ยน
่
และโผล่ปรากฏให้เห็นเป็ น 2 แนว แนวแรก เริ่ มจากจังหวัดสุ ราษฎร์ ธานี ลงไปจนถึงจังหวัดสตูล
ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย หิ น ดิ น ด า น แ ล ะ หิ น ท ร า ย แ ล ะ มี หิ น ปู น แ ท ร ก เ ป็ น รู ป เ ล น ส์
พ บ ซ า ก ดึ ก ด า บ ร ร พ์ ใ น หิ น ดิ น ด า น สี ช ม พู อ่ อ น ซึ่ ง บ่ ง ชี้ อ า ยุ ดี โ ว เ นี ย น ช่ ว ง ก ล า ง
และแนวหลั ง อยู่ ใ นบริ เวณ จั ง หวัด ยะลาและจั ง หวัด นราธิ ว าส ประกอบด้ ว ยหิ น ชนวน
หิ น ฟิ ล ไ ล ต์ หิ น ค ว อ ร์ ต ไ ซ ต์
- 63 -
หิ นอาร์ จิลไลต์นอกจากนี้ ก็มีหินฟิ ลไลต์ซ่ ึ งสลับกับหิ นอาร์ จิลไลต์และในบางบริ เวณจะมีหินปูนแท
รกเป็ นรู ปเลนซ์อยูดวย ่ ้
3. หินมหายุคพาลีโอโซอิกตอนบนหินยุคคาร์บอนิเฟอรัสในบริ เวณภาคใต้ มีซาก
ดึกดาบรรพ์ยืนยันอายุที่แน่นอนโผล่ให้เห็นตลอดแนวจากจังหวัดพัทลุง ตรัง สงขลา สตูล ยะลา
ั
และปั ตตานีช้ นหิ นส่ วนใหญ่ประกอบด้วยหิ นดินดาน หิ นทราย หิ นเชิร์ต
ั
หินอาร์จิลไลต์ซ่ ึงในบางบริ เวณพบว่ามีช้ นหิ นทรายแป้ ง หิ นโคลน หิ นชนวน
่ ้
เกิดร่ วมอยูดวยในหิ นดินดานสี ขาวที่ควนกลาง จังหวัดสตูล และที่ควนนอน
จังหวัดสงขลาพบซากดึกดาบรรพ์ยคคาร์บอนิเฟอรัส ุ
หิ น ยุ ค ค า ร์ บ อ นิ เ ฟ อ รั ส -เ พ อ ร์ เ มี ย น ห รื อ ที่ ก า ห น ด ชื่ อ ว่ า
ก ลุ่ ม หิ น แ ก่ ง ก ร ะ จ า น นั้ น พ บ แ ผ่ ก ร ะ จ า ย ใ น แ น ว ป ร ะ ม า ณ เ ห นื อ -ใ ต้
เ ป็ น บ ริ เ ว ณ ก ว้ า ง ชั้ น หิ น ส่ ว น ล่ า ง ๆ ข อ ง ก ลุ่ ม หิ น แ ก่ ง ก ร ะ จ า น
ประกอบด้ ว ยหิ น โคลนหิ น ทรายเนื้ อ ควอรตซ์ หิ น ทรายปนกรวดและหิ น ดิ น ดานปนกรวด
โ ด ย มี หิ น เ ชิ ร์ ต หิ น ปู น รู ป เ ล น ส์ แ ล ะ หิ น ก ร ว ด ม น แ ท ร ก ส ลั บ ใ น บ า ง บ ริ เ ว ณ
่
หิ นโคลนปนกรวดซึ่ งปรากฏอยูตอนกลางของกลุ่มหิ นแก่งกระจาน มีลกษณะเด่น คือ มีกอนกรวด ั ้
(Clast) ของพวกแร่ ควอรตซ์ หินควอร์ ตไซต์ หิ นเชิ ร์ต หิ นปู นหิ นดิ นดานสี ดาและหิ นแกรนิ ต
ข น า ด ตั้ ง แ ต่ 0.5 ถึ ง 80 เ ซ น ติ เ ม ต ร ก ร ะ จ า ย อ ยู่ ทั่ ว ไ ป
ส่ วนชั้นหิ นบริ เวณตอนบนประกอบด้วยหิ นทราย หิ นดิ นดานหิ นดิ นดานเนื้ อซิ ลิกาและหิ นเชิ ร์ต
พบซากดึกดาบรรพ์แบรคิโอพอดจานวนมากอายุของชั้นหิ นส่ วนล่างอาจไม่ต่อเนื่ องลงไปถึงยุคดีโว
เ นี ย น ต อ น ป ล า ย ( Garson et al. 1975)
ส่ วนอายุของหิ นตอนบนมีหลักฐานซากดึกดาบรรพ์ไบรโอซัวและแบรคิโอพอดยุคเพอร์ เมียนตอน
ต้นในหลายบริ เวณซึ่ งถูกปิ ดทับแบบต่อเนื่องด้วยหิ นปูนยุคเพอร์ เมียน
หิ น ยุ ค เ พ อ ร์ เ มี ย น ห รื อ เ รี ย ก ว่ า ก ลุ่ ม หิ น ร า ช บุ รี ว า ง ตั ว ใ น แ น ว เ ห นื อ -ใ ต้
ปราก ฏ ใ ห้ เ ห็ นตั้ งแต่ อ าเภอสั ง ขละ บุ รี จั ง หวั ด ก าญจนบุ รี ล งจนมาถึ งจั ง หวั ด ย ะ ล า
ั
ส่ วนมากมี ล ักษณะเป็ นเขาโดด เช่ นที่ จง หวัดสุ ราษฎร์ ธ านี และจังหวัดพัท ลุ ง หรื อเป็ นเกาะเช่ น
บ ริ เ ว ณ อ่ า ว พั ง ง า หิ น โ ด ย ทั่ ว ๆ ไ ป เ ป็ น หิ น ปู น แ ส ด ง ชั้ น เ นื้ อ แ น่ น
มั ก มี ก้ อ น หิ น เ ชิ ร์ ต แ ท ร ก อ ยู่ ด้ ว ย ใ น บ า ง แ ห่ ง พ บ ว่ า เ นื้ อ หิ น เ ป็ น หิ น ปู น โ ด โ ล ไ ม ต์
หิ น โ ด โ ล ไ ม ต์ แ ล ะ หิ น อ่ อ น ซ า ก ดึ ก ด า บ ร ร พ์ ที่ พ บ
บ่งอายุเป็ นยุคเพอร์ เมียนตอนกลางส่ วนหิ นยุคเพอร์ เมียนตอนล่างจะเป็ นหิ นทรายและหิ นดินดานที่
สะสมตัวต่อเนื่องมาจากหิ นโคลนปนกรวดของกลุ่มหิ นแก่งกระจาน
- 64 -
4.หินมหายุคมีโซโซอิกหิ นยุคไทรแอสซิ กพบในบริ เวณจังหวัดสงขลาประกอบไปด้วยหิ
นกรวดมนและหิ นทรายสี น้ าตาลอมแดงแสดงการวางชั้นเฉี ยงระดับหิ นทรายเนื้ อละเอียดสลับกับหิ
นทรายแป้ ง หิ นดินดานและหิ นปูนสี เทาดามีซากดึกดาบรรพ์บ่งอายุยุคไทรแอสซิ กหิ นยุคจูแรสซิ ก-
ค รี เ ท เ ชี ย ส โ ผ ล่ ใ ห้ เ ห็ น ตั้ ง แ ต่ อ า เ ภ อ สั ง ข ล ะ บุ รี จั ง ห วั ด ก า ญ จ น บุ รี
ผ่ า น จั ง ห วั ด ชุ ม พ ร จั ง ห วั ด สุ ร า ษ ฎ ร์ ธ า นี ล ง ไ ป ท า ง จั ง ห วั ด พั ง ง า
จังหวัดกระบี่และจังหวัดตรังนอกจากนี้ก็ยงพบปรากฏในบางบริ เวณด้านตะวันออกของเทือกเขาบร
ั
รทั ด ในบริ เวณจั ง หวั ด พั ท ลุ ง และจั ง หวั ด สงขลา ประกอบด้ ว ยหิ นทรายสี น้ าตาลแดง
หินทรายแป้ งหิ นดินดานและหิ นกรวดมนในชั้นหิ นดังกล่าวจะพบลักษณะของการวางชั้นเฉี ยงระดั
บด้ ว ยนอกจากนี้ ก็ มี หิ น ปู น เนื้ อดิ น ที่ เ กิ ด ในสภาพแวดล้ อ มที่ เ ป็ นสิ่ งทั บ ถมภาคพื้ น ทวี ป
แ ล ะ หิ น ทั ฟ ฟ์ แ ท ร ก ส ลั บ ใ น บ า ง แ ห่ ง
ในหิ นชุ ดนี้ พบซากดึกดาบรรพ์ยุคจูแรสซิ กตอนกลางถึงปลายยุคครี เทเซี ยส (Asama et al.. 1981;
Raksaskulwong. 1994)
5 .
่
หินมหายุคซีโนโซอิกหิ นยุคเทอร์ เชียรี ในภูมิภาคนี้ปรากฏอยูตามแอ่งที่ราบลุ่มซึ่ งมีขนาดของแอ่งแต
ก ต่ า ง กั น ต า ม ส ภ า พ ท า ง ธ ร ณี วิ ท ย า
แอ่ ง เทอร์ เ ชี ย รี ใ นภู มิ ภ าคตะวัน ตกตอนล่ า งและภาคใต้เ ท่ า ที่ ส ารวจพบแล้ว ในปั จ จุ บ ัน ได้แ ก่
แอ่ ง หนองหญ้ า ปล้ อ ง จั ง หวั ด เพชรบุ รี แอ่ ง เคี ย นซา จั ง หวั ด สุ ราษฎร์ ธานี แอ่ ง สิ นปู น
จั ง ห วั ด น ค ร ศ รี ธ ร ร ม ร า ช แ อ่ ง ก ร ะ บี่ แ ล ะ บ ริ เ ว ณ แ ห ล ม โ พ ธิ์ จั ง ห วั ด ก ร ะ บี่
บริ เ วณ บ้ า นป ระ เมื อง บ้ า นล า ภู ร าแ ล ะ บ้ า นพ ระ ม่ ว ง จั ง ห วั ด ตรั ง บริ เว ณค วน คู ห า
จั ง ห วั ด ปั ต ต า นี แ อ่ ง ส ะ เ ด า แ ล ะ แ อ่ ง ส ะ บ้ า ย้ อ ย
จัง หวัด สงขลาส าหรั บ ที่ แ อ่ ง กระบี่ น้ ัน สามารถเห็ นการล าดับ ชั้น หิ นเทอร์ เ ชี ย รี ไ ด้อย่า งชัด เจน
จึ ง ก า ห น ด ใ ห้ เ ป็ น ก ลุ่ ม หิ น ก ร ะ บี่ ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย หิ น ก ร ว ด ม น
หิ น ท ร า ย สี แ ด ง แ ล ะ เ ท า หิ น ดิ น ด า น ป น ท ร า ย หิ น โ ค ล น หิ น ปู น
และชั้น ถ่ า นหิ น ในกลุ่ ม หิ น กระบี่ ม ัก พบซากดึ ก ด าบรรพ์ ที่ บ่ ง อายุ ยุ ค เทอร์ เ ชี ย รี ประมาณ 40
่
ล้านปี ที่ผานมาแต่จากการศึกษาเรณู และสปอร์ ของพืชที่สะสมตัวในชั้นหิ นดินเหนี ยวที่บริ เวณสุ สา
นหอยบ้ า นแหลมโพธิ์ จั ง หวัด กระบี่ ซ่ ึ งสามารถเที ย บเคี ย งได้ ก ั บ ชั้ นที่ พ บที่ แ อ่ ง กระบี่
ป ร า ก ฏ ว่ า ไ ด้ อ า ยุ ป ร ะ ม า ณ 20
ล้ า นปี ที่ ผ่ า นมาจึ ง ท าให้ มี ก ารเที ย บเคี ย งอายุ ข องสุ ส านหอยใหม่ ว่ า น่ า จะอยู่ ใ นช่ ว ง 40-20
่
ล้านปี ที่ผานมา
- 65 -
5 . ต ะ ก อ น ยุ ค ค ว อ เ ท อ ร์ น า รี เ ป็ น ชั้ น ต ะ ก อ น ร่ ว น ที่ ยั ง จั บ ตั ว ไ ม่ แ น่ น
ป ก ค ลุ ม พื้ น ที่ ม า ก ก ว่ า ร้ อ ย ล ะ 40 ข อ ง พื้ น ที่ ภ า ค ใ ต้ ทั้ ง ห ม ด
ชั้นตะกอนเกิ ดจากการกระท าของแม่ น้ า และกระแสน้ า ชายฝั่ ง ทะเล จาแนกได้เ ป็ นหลายแบบ
คื อ ต ะ ก อ น ต ะ พั ก ลุ่ ม น้ า ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย ชั้ น ต ะ ก อ น ข อ ง ก ร ว ด ท ร า ย ดิ น
ดินลูกรังและคราบปูนตะกอนตะพักลุ่มน้ านี้จะปรากฏตามเชิ งเขาและเนิ นเขาเตี้ยๆซึ่ งในบางบริ เวณ
มี ค ว า ม สู ง ถึ ง 200 เ ม ต ร จ า ก ร ะ ดั บ ท ะ เ ล ป า น ก ล า ง ต ะ ก อ น น้ า พ า ไ ด้ แ ก่
ตะกอนที่เกิดจากแม่น้ าปกคลุมในบริ เวณพื้นที่ราบลุ่มตั้งแต่ชายฝั่งทะเลขึ้นมาถึงตะพักลุ่มน้ าตะกอ
น ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย ก ร ว ด ท ร า ย ดิ น เ ห นี ย ว แ ล ะ โ ค ล น ต ะ ก อ น ช า ย ห า ด
ได้ แ ก่ ตะกอนที่ ส ะ สมตั ว ตามชายฝั่ งทะเล ส่ วนใหญ่ ป ระกอบด้ ว ย ทราย ทรายแก้ ว
ปะปนด้วยเศษเปลือกหอยและปะการัง
ต ะ ก อ น ดิ น โ ค ล น เ ข ต ป่ า ช า ย เ ล น ต ะ ก อ น ช นิ ด นี้ จ ะ มี สี เ ท า
ประกอบด้ว ยโคลนและทรายแป้ ง มี ค วามหนาประมาณ 3-7 เมตรตะกอนในที่ ลุ่ ม น้ า ขัง
ไ ด้ แ ก่ ต ะ ก อ น ที่ ส ะ ส ม ตั ว ต า ม ท ะ เ ล ส า บ ห น อ ง บึ ง เ ช่ น ใ น จั ง ห วั ด ส ง ข ล า
มีหน่วยชั้นตะกอนสนามชัยเป็ นตะกอนทรายและดินเหนี ยวที่สะสมตัวเนื่ องจากถูกธารน้ าพัดพามา
้
และในชั้นตะกอนดินเหนี ยวสี เทาอมฟ้ าที่มีกอนกลมของเหล็กออกไซด์ปะปนอยูดวยนั้นช่วยบ่งชี้ ใ ่ ้
ห้ ท ราบว่ า เกิ ดมี ข บวนการผุ พ ั ง อยู่ ก ั บ ที่ ใ นสภาพอากาศที่ แ ห้ ง แล้ ง เป็ นเวลายาวนาน
ั ่
ในเขตพื้นที่อาเภอหาดใหญ่มีช้ นกรวดขนาดใหญ่ซ่ ึ งวางตัวอยูบนชั้นดินเหนี ยวจากลักษณะชั้นกรว
ดที่เด่นชัดดังกล่าวอาจใช้เป็ นชั้นสาหรับแบ่งแยกชั้นตะกอนที่มีอายุสมัยไพลสโตซี นและสมัยโฮโล
ซีนได้
ั
6. หินอัค นี ซ่ ึ ง เป็ นหิ นแกรนิ ตในบริ เวณภาคใต้ป รากฏให้เห็ นได้ต้ งแต่ช ายแดนไทย-
พ ม่ า บ ริ เ ว ณ จั ง ห วั ด ก า ญ จ น บุ รี
เป็ นแนวยาวลงมาจนถึงเกาะภูเก็ตประกอบด้วยหิ นแกรนิ ตเนื้ อดอกหยาบหิ นแกรนิ ตเนื้ อหยาบและ
หิ น แ ก ร นิ ต เ นื้ อ ล ะ เ อี ย ด หิ น แ ก ร นิ ต มี อ า ยุ ต่ า ง ๆ กั น ต า ม บ ริ เ ว ณ ต่ า ง ๆ เ ช่ น
หิ นแกรนิ ตบริ เวณเขาแดนมี อายุ 93 ล้านปี (สมชาย นาคะผดุงรัตน์ และคณะ. 2531) เกิ ดจาก
การหลอมละลายเพี ย งบางส่ วนของเปลื อ กโลก (Beckinsale et al.. 1979)
หิ น แ ก ร นิ ต บ ริ เ ว ณ เ ก า ะ ภู เ ก็ ต มี อ า ยุ ตั้ ง แ ต่ 78 ถึ ง 100
ล้านปี โดยหิ นแกรนิตแนวตะวันตกนี้ เป็ นแนวหิ นแกรนิ ตที่ให้กาเนิ ดแร่ ดีบุกมากที่สุดของประเทศไ
ทย
หินแกรนิตบริ เวณหุบกะพง จังหวัดเพชรบุรีบริ เวณอาเภอหัวหิ น จังหวัดประจวบคีรีขนธ์ ั
บ ริ เ ว ณ เ ก า ะ ส มุ ย จั ง ห วั ด สุ ร า ษ ฎ ร์ ธ า นี
- 66 -
บริ เวณจังหวัดนครศรี ธรรมราชและนราธิ วาสประกอบด้วยหิ นแกรนิ ตเนื้ อดอกหยาบแสดงการเรี ยง
ตั ว ข อ ง ผ ลึ ก แ ร่ เ ฟ ล ด์ ส ป า ร์ แ ล ะ ค ว อ ร ต ซ์ ที่ เ ด่ น ชั ด
และหิ นแกรนิ ตเนื้ อหยาบปานกลางถึ งเนื้ อละเอียดหิ นแกรนิ ตบริ เวณหุ บกะพง วัดอายุได้ 210ฑ4
ล้านปี (Beckinsale et al., 1979) ส่ วนที่บริ เวณเกาะสมุยมีอายุ 202 ล้านปี
ส า ห รั บ หิ น อั ค นี ช นิ ด อื่ น ที่ พ บ ใ น บ ริ เ ว ณ ภ า ค ใ ต้ ไ ด้ แ ก่
หิ นแลมโพรไฟร์ และหิ นแอนดีไซต์พบเป็ นพนังหิ นตัดผ่านเข้ามาในหิ นแกรนิ ตบริ เวณทิศใต้ของหุ
บกะพง (Puttapiban and Suensilpong, 1978) บริ เ วณเขากระทะคว่ า อ าเภอกะปง
จั ง ห วั ด พั ง ง า พ บ หิ น แ อ น ดี ไ ซ ต์
เ ป็ น พ นั ง หิ น ตั ด เ ข้ า ม า ใ น หิ น แ ก ร นิ ต ที่ เ ข า ตั น ห ย ง แ ล ะ บ้ า น กุ มุ ง จั ง ห วั ด น ร า ธิ ว า ส
พบหิ น เซอร์ เ พนที ไ นต์ ที่ บ ้า นกุ มุ ง จัง หวัด นราธิ ว าสโผล่ เ ป็ นแนวประมาณ 300 เมตร
และพบหิ นแกรโนไดออไรต์ บริ เวณเขาหัวล้านอาเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่
ธรณีวิทยาบริเวณอ่าวไทย
ลักษณะภูมิประเทศและภูมิสัณฐาน บริเวณอ่ าวไทย (The Gulf of Thailand)
อ่าวไทยหมายถึงบริ เวณทะเลด้านตะวันออกของประเทศไทยซึ่ งเปิ ดไปสู่ ทะเลจีนใต้ขอบเ
ขตของอ่าวไทยตอนบนต่อเนื่ องกับดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ าเจ้าพระยาของที่ราบลุ่มภาคกลาง
และชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกทิศตะวันตกติดต่อกับชายฝั่งทะเลภาคใต้ส่วนทิศตะวันออกและทิศใ
ต้ติดต่อเขตกับน่านน้ าของประเทศกัมพูชา เวียดนามและมาเลเซี ย
โดยมีเขตน่านน้ าห่างจากฝั่งทะเลของแต่ละประเทศ 12 ไมล์ทะเล
Pradidtan and Dook (1992)
กล่าวถึงการสารวจหาแหล่งปิ โตรเลียมและก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยว่าลักษณะภูมิประเทศของท้อง
ท ะ เ ล ใ น อ่ า ว ไ ท ย ไ ม่ ร า บ เ รี ย บ แ ต่ มี สั น ( Ridges) แ ล ะ แ อ่ ง ( Basins)
มากมายสั น และแอ่ ง เหล่ า นี้ วางตั ว ขนานกั น ไปในทางแนวเหนื อ-ใต้ ใ นลั ก ษณะของ
กราเบน (Graben) แ ล ะ Half
Grabenสันบริ เวณเกาะกระและจังหวัดนราธิ วาสเป็ นแนวแบ่งท้องทะเลอ่าวไทยออกเป็ น 2 ด้าน
คือด้านตะวันออก และด้านตะวันตก
ด้า นตะวัน ออกประกอบด้ว ยแอ่ ง ที่ ส าคัญ 2 แอ่ ง คื อ แอ่ ง ปั ต ตานี และแอ่ ง มาเลย์
ซึ่ งตะกอนที่ ส ะสมตัวในสองแอ่ งนี้ เป็ นตะกอนพื้นทวีป ในยุคเทอร์ เชี ยรี มีความหนาประมาณ 4
กิ โลเมตร แอ่งในบริ เวณนี้ ส่วนใหญ่เป็ นแหล่งก๊าซธรรมชาติ (gas field) ที่สาคัญของประเทศ
เ ช่ น แ ห ล่ ง บ ง ก ช แ ห ล่ ง จั ก ร ว า ล แ ห ล่ ง ฟู นั น
- 67 -
เป็ นต้ น ส่ ว นด้ า นตะวัน ตกของท้อ งทะเลอ่ า วไทยประกอบด้ ว ยแอ่ ง ขนาดเล็ ก ประมาณ 10
แ อ่ ง ต ะ ก อ น เ ท อ ร์ เ ชี ย รี ที่ ส ะ ส ม ตั ว นั้ น อ ยู่ ใ น ร ะ ดั บ ตื้ น
มี ค วามหนาประ มาณ 300 เมตรแอ่ ง ที่ ส าคั ญ แล ะ พบแหล่ งปิ โตรเลี ย มได้ แ ก่
แ อ่ ง ชุ ม พ ร แ ล ะ แ อ่ ง ส ง ข ล า เ ป็ น ต้ น ส า ห รั บ แ อ่ ง อื่ น ๆ ไ ด้ แ ก่ แ อ่ ง หั ว หิ น
แ อ่ ง ป ร ะ จ ว บ คี รี ขั น ธ์ แ อ่ ง ก ร ะ ด้ า น ต ะ วั น ต ก
และแอ่งกระด้านตะวันออกแอ่งเทอร์ เชียรี ในอ่าวไทยส่ วนใหญ่เป็ นแอ่งขนาดเล็ก ยกเว้นแอ่งหัวหิ น
แอ่งชุมพร แอ่งกระด้านตะวันตกและแอ่งปั ตตานีซ่ ึ งมีพ้ืนที่มากกว่า 1,000 ตารางกิโลเมตร
่
อ่าวไทยซึ่ งติดต่อและอยูทางตะวันตกของทะเลจีนตอนใต้เป็ นแนวที่ต่อมาจากที่ราบภาค
กลางมี ก ารสะสมตัว ของชั้ น ตะกอนในสภาวะที่ เ ป็ นน้ าจื ด ตั้ง แต่ ส มัย โอลิ โ กซี น เป็ นต้น มา
ชั้ น ต ะ ก อ น หิ น ห น า ถึ ง 8,000 เ ม ต ร ห รื อ ก ว่ า นั้ น
เพราะยังไม่มีการเจาะทะลุถึงชั้นล่างสุ ดนอกจากนั้นใต้บริ เวณอ่าวไทยปรากฏค่าความร้อนจากใต้พิ
ภพสู งกว่าปกติ
จากการสารวจทางธรณี ฟิสิ กส์และการเจาะสารวจพบรอยเลื่อนในแนวเหนือใต้ซ่ ึ งเคลื่อน
ตั ว ต ล อ ด เ ว ล า ใ น ร ะ ห ว่ า ง ก า ร ส ะ ส ม ตั ว ข อ ง ต ะ ก อ น มี ก า ร ท รุ ด ( Rifting)
ตั้งฉากกับแนวรอยเลื่อนปกติเหล่านี้แต่เกี่ยวพันและสื บทอดมากับแนวจุดอ่อนของแนวเลื่อนเจดียส ์
า ม อ ง ค์ (Sinistral Three Pagoda Fault Zone)
ซึ่ งมีแนวตะวันตกเฉี ยงเหนือและมีกาเนิ ดมาตั้งแต่มหายุคมีโซโซอิกหลักฐานของการเกิดธรณี สัณฐ
านแบบแยก (extension tectonics) ซึ่ งก่อให้เกิดอ่าวไทย เห็นได้จาก ฮอรสต์และกราเบน (Horst and
Graben)
ตลอดทิวเขาภาคเหนือและตะวันตกที่ราบภาคกลางและทางเหนื อขึ้นไปอีกในประเทศพม่าและลาว
เป็ นต้นรอยเลื่อนเหล่านี้อาจจะเกี่ยวข้องกับการยกตัวของภูเขาและพื้นที่ขางเคียงและตามด้วยการยก
้
ตั ว ข อ ง หิ น ค ว อ เ ท อ ร์ น า รี
่
ขึ้นมาอยูในระดับสู งซึ่ งอาจแสดงถึงการยกตัวอย่างรวดเร็ วในยุคควอเทอร์ นารี
ในบริ เ วณอ่ า วไทยประกอบด้ว ยแอ่ ง สะสมตัว ของหิ น ซึ่ งเกิ ด ขึ้ นระหว่ า งปลายยุ ค
ค รี เ ท เ ชี ย ส -
เทอร์ เชียรี โดยมีการเลื่อนเป็ นบล็อกในแนวเหนือใต้เนื่องจากอิทธิ พลการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโ
ลกอินเดียชนกับแผ่นเปลือกโลกยูเรเซี ยเป็ นเหตุให้แผ่นดินส่ วนกลางของประเทศบริ เวณอ่าวไทยเปิ
ดกว้างมากขึ้นตามลาดับตั้งแต่สมัยโอลิโกซี นเป็ นต้นมา แอ่งเทอร์ เชียรี ในอ่าวไทยแบ่งออกได้เป็ น 2
ส่ วน ได้แก่ส่วนตอนเหนื อของอ่าวประกอบด้วยแอ่งปั ตตานี (Pattani trough) ซึ่ งเป็ นแอ่งใหญ่สุด
ลักษณะยาวรี วางตัวแนวเหนื อ -ใต้ มีความกว้างประมาณ 70 กิ โลเมตร และยาวประมาณ 400
- 68 -
กิ โ ลเมตร มี ช้ ั นหิ น ยุ ค เทอร์ เ ชี ย รี หนาประมาณ 8,000 เมตรวางตั ว แบบรอยชั้ น
่
ไม่ต่อเนื่องอยูบนหิ นแกรนิตยุคครี เทเชียสและหิ นแปรมหายุคพาลีโอโซอิกโดยตะกอนที่สะสมตัวช่
วงสมัยโอลิโกซี นนั้นเกิดในสภาวะที่เป็ นทะเลสาบและช่วงสมัยไมโอซี นเกิดการสะสมตามทางน้ าแ
ละบริ เวณสามเหลี่ ย มปากแม่ น้ าแอ่ ง ปั ตตานี ประกอบด้ ว ยแอ่ ง ย่ อ ยหลายๆ แอ่ ง อาทิ
แ อ่ ง เ อ ร า วั ณ แ อ่ ง ป ล า ท อ ง แ อ่ ง ไ พ ลิ น แ ล ะ แ อ่ ง บ ร ร พ ต
เป็ นต้นสาหรับบริ เวณอ่าวไทยตอนใต้เป็ นแอ่งมาเลย์เหนือซึ่ งเป็ นแอ่งเทอร์ เชี ยรี ขนาดใหญ่ครอบคลุ
มพื้นที่เขตแดนไทยและทางตอนเหนื อของมาเลเซี ยลักษณะของแอ่งเป็ นรู ปยาวรี วางตัวในแนวตะวั
น ต ก เ ฉี ย ง เ ห นื อ -ต ะ วั น อ อ ก เ ฉี ย ง ใ ต้
อยูเ่ ยื้องไปทางทิศตะวันออกเฉี ยงใต้ของแอ่งปั ตตานีมีการสะสมตะกอนในสภาวะแวดล้อมเช่นเดียว
กับแอ่งปั ตตานี และมีความหนาถึง 8,000 เมตรเช่นกัน ประกอบด้วยแอ่งย่อยต่างๆ อาทิ แอ่ง บงกช
แ อ่ ง บุ ษ บ ง แ ล ะ แ อ่ ง ต้ น สั ก เ ป็ น ต้ น
ั
อนึ่งทางด้านตะวันตกของอ่าวไทยใกล้จงหวัดชุ มพรยังมีแอ่งเทอร์ เชี ยรี ขนาดย่อมอีกแห่ งคือแอ่งชุ ม
พ ร มี ชั้ น หิ น เ ท อ ร์ เ ชี ย รี ห น า ป ร ะ ม า ณ 4,000-5,000
เมตรแอ่งเทอร์ เชียรี ในอ่าวไทยเป็ นแหล่งทรัพยากรก๊าซธรรมชาติและน้ ามันดิบที่สาคัญของประเทศ
- 69 -
่
ธรณีวิทยาบริ เวณทีราบลุ่มภาคกลาง
่
บริเวณทีราบลุ่มภาคกลาง (The Central Plain)
่
บริ เวณที่ราบลุ่มนี้ อยูตอนกลางของประเทศครอบคลุมพื้นที่ท้ งหมดของที่ราบลุ่มเจ้าพระ
ั
ยาตอนบนและตอนล่างซึ่ งเกิดจากการกระทาของแม่น้ าทั้งหมดที่ไหลลงสู่ อ่าวไทยประกอบด้วยแม่
น้ า ส า ย ส า คั ญ คื อ แ ม่ น้ า เ จ้ า พ ร ะ ย า แ ล ะ แ ม่ น้ า ปิ ง วั ง ย ม
น่านซึ่ งเป็ นแม่น้ าสาขาที่ไหลจากภูเขาสู งทางภาคเหนื อของประเทศโดยพัดพาตะกอนมาสะสมตัวใ
่
นพื้นที่ตอนล่างที่เคยอยูใต้ระดับน้ าทะเลมาก่อนจนกลายเป็ นพื้นที่ราบกว้างใหญ่โผล่เหนื อระดับน้ า
ทะเลการทับถมและสะสมตัวของตะกอนนี้ไม่เพียงแต่จะเกิดจากการกระทาของแม่น้ าที่ไหลจากที่สู
งทางภาคเหนือเท่านั้นหากยังเกิดจากการกระทาของแม่น้ าที่ไหลจากที่สูงทางด้านตะวันตกและตะวั
น อ อ ก
ที่ ล้ อ มรอบที่ ร าบภาคกลางด้ ว ย แม่ น้ าทางด้ า นตะวัน ตกที่ ส าคั ญ ได้ แ ก่ แ ม่ น้ าแม่ ก ลอง
แม่ น้ าสะแกกรั ง เป็ นต้ น ส่ วนแม่ น้ าทางด้ า นตะวั น ออกที่ ส าคั ญ ได้ แ ก่ แม่ น้ าป่ าสั ก
แ ม่ น้ า ล พ บุ รี แ ล ะ แ ม่ น้ า บ า ง ป ะ ก ง
เป็ นต้นจนในที่สุดเกิดต่อเนื่องเป็ นที่ราบผืนเดียวกันทั้งบริ เวณตอนบนและตอนล่าง
ที่ราบลุ่มภาคกลางเป็ นที่ราบกว้างใหญ่ที่สุดในประเทศไทยมีลกษณะคล้ายรู ปสามเหลี่ยม
ั
่
ด้านเท่าส่ วนที่แคบที่สุดอยูทางด้านทิศเหนือและยาวต่อเนื่องลงมาจนถึงอ่าวไทยโดยมีแนวเนิ นเขาแ
ละเขาโดดๆ ปรากฏให้ เห็ น เป็ นหย่อ มๆ ในเขตจัง หวัดนครสวรรค์แนวเนิ น เขาและเขาโดดๆ
เหล่านี้จะใช้เป็ นแนวในการแบ่งที่ราบลุ่มภาคกลางออกเป็ น 2 บริ เวณ คือที่ราบลุ่มภาคกลางตอนบน
(Upper Central Plain) และที่ราบลุ่มภาคกลางตอนล่าง (Lower Central Plain)
่
1. ทีราบลุ่มภาคกลางตอนบน (Upper Central Plain)
ขอบเขตของบริ เวณที่ราบลุ่มภาคกลางตอนบนครอบคลุมพื้นที่บางส่ วนของจังหวัดอุตรดิตถ์
สุ โขทัย พิษณุ โลก พิจิตร กาแพงเพชรต่อเนื่องลงมาจนกระทังถึงบริ เวณปากน้ าโพ
่
จังหวัดนครสวรรค์ที่ซ่ ึ งแม่น้ าปิ ง วัง ยม และน่าน ไหลมาบรรจบกันเป็ นแม่น้ าเจ้าพระยา
ที่ราบลุ่มภาคกลางตอนบนนี้ มีลกษณะภูมิประเทศ เป็ นพื้นที่ลอนลาด (Undulating
ั
terrain) มีความสู งโดยเฉลี่ยระหว่าง 40 - 60 เมตร
จากระดับน้ าทะเลปานกลางประกอบด้วยตะกอนที่เกิดจากการกร่ อน (Erosion)และผุพง ั
(Weathering)ของหิ นเดิมหลังจากนั้นถูกพัดพา (Transport) มาสะสมตัว (Deposition) โดยทางน้ า
เกิดเป็ นพื้นที่ราบน้ าท่วมถึง (Flood plain) ตะพักลุ่มน้ า (Terrace) และ ที่ลุ่มน้ าขัง (Swamp)
โดยทัวไป ่
- 70 -
2. ที่ ร าบลุ่ มภาคกลางตอนล่ าง (Lower Central Plain)
ขอบเขตของบริ เวณที่ราบลุ่มภาคกลางตอนล่างครอบคลุมพื้นที่ตอนล่างของจังหวัดนครสวรรค์ต้ งแ ั
ต่ บ ริ เว ณปา ก น้ าโ พเรื่ อย ล งม าจ นถึ งปา ก แ ม่ น้ า เจ้ า พ ระ ย าที่ จั ง ห วั ด ส มุ ทรป รา ก า ร
ระดับความสู งของบริ เวณนี้ต่ากว่าที่ราบลุ่มภาคกลางตอนบนและแตกต่างกันไปในแต่ละท้องที่ เช่น
ขอบตลิ่ งแม่น้ าเจ้าพระยาในเขตจังหวัดนครสวรรค์ ชัยนาท สิ งห์ บุรี มีความสู งเฉลี่ ยประมาณ 20
เ ม ต ร จ า ก ร ะ ดั บ น้ า ท ะ เ ล ป า น ก ล า ง
จากนั้นระดับความสู งจะค่อยๆลดลงจนถึงบริ เวณจังหวัดพระนครศรี อยุธยา ซึ่ งมีความสู งเฉลี่ย 2.5
เมตรจากระดับน้ าทะเลปานกลาง
่
ที่ราบลุ่มภาคกลางตอนล่างบริ เวณที่อยูใกล้แม่น้ าเจ้าพระยาจะเห็นร่ องรอยของการเคลื่อน
ที่ ของแม่น้ าสายนี้ จากลักษณะของทะเลสาบรู ปแอก (Oxbow lake) และรอยทางน้ าโค้งตวัด
( Meander scar) ตั้ ง แ ต่ จั ง ห วั ด พ ร ะ น ค ร ศ รี อ ยุ ธ ย า
ล ง ม า จ น ถึ ง ก รุ ง เ ท พ ม ห า น ค ร ซึ่ ง อ ยู่ ห่ า ง จ า ก ป า ก แ ม่ น้ า เ จ้ า พ ร ะ ย า ป ร ะ ม า ณ 21
กิ โ ล เ ม ต ร มี ร ะ ดั บ ค ว า ม สู ง โ ด ย เ ฉ ลี่ ย ป ร ะ ม า ณ 1.5 เมตร
ั
จากระดับน้ าทะเลปานกลางโดยทัวไปบริ เวณนี้มีลกษณะแบนราบแผ่กระจายเป็ นบริ เวณกว้างเกิดจา
่
ก ก า ร ไ ห ล บ่ า เ ข้ า ม า ข อ ง ท ะ เ ล โ บ ร า ณ
แล้วถอยร่ นออกไปในช่วงเวลาต่อมาจากหลักฐานของชนิดตะกอนที่มาสะสมตัวและลักษณะภูมิปร
ะเทศพบว่าในที่ ราบนี้ ยงประกอบไปด้วยที่ลุ่มชื้ นแฉะ (marsh) ที่ราบลุ่มน้ าท่วมถึ ง (Tidal flat)
ั
ั
ดินดอนสามเหลี่ ยม (Delta) เช่ นที่จงหวัดนครปฐมและทางทิศใต้ของจังหวัดพระนครศรี อยุธยา
ห า ด ท ร า ย ( Beach) แ ล ะ สั น ด อ น ท ร า ย ( Sand bar)
ซึ่ งส่ วนใหญ่จะพบเห็นได้เด่นชัดในบริ เวณจังหวัดพระนครศรี อยุธยาและบางบริ เวณของกรุ งเทพม
หานคร
ิ
ธรณีวทยาทัวไป ่
ที่ ราบลุ่ ม ภาคกลางเกิ ด จากการเคลื่ อนไหวของรอยเลื่ อ นใหญ่ ได้แ ก่ รอยเลื่ อนแม่ ปิ ง
(ต่อเลยไปเกื อบเชื่ อมกับรอยเลื่ อนเมย) รอยเลื่อนอุตรดิตถ์ (น้ าปาด) และรอยเลื่อนเจดียสามองค์ ์
ในยุคครี เทเชียสตอนปลายถึงยุคเทอร์ เชียรี ซ่ ึ งต่อเนื่องจากการเปิ ดตัวของอ่าวไทยทางใต้และการเกิด
แอ่งเทอร์ เชี ยรี ในบริ เวณภาคเหนื อและภาคตะวันตกตอนบนและตามด้วยการเกิดรอยเลื่อนในแนวเ
หนื อ -ใต้ (Bunopas. 1981) การสะสมตัว เกิ ด ขึ้ นบนบกแบบเนิ น ตะกอนน้ าพารู ป พัด
ที่ราบตะกอนน้ าพา ทางน้ าทะเลสาบ และแบบกึ่งทางน้ ากับทะเลสาบ
ลาดับชั้นหินทัวไป ่
- 71 -
การจัดลาดับชั้นหิ นในบริ เวณที่ราบลุ่มภาคกลางค่อนข้างลาบาก เนื่องจากชั้นหิ นต่างๆ
ขาดความต่อเนื่ อง
1. หิ น มหายุ ค พาลี โ อโซอิ ก ตอนล่ า งหิ น ยุค ไซลู เ รี ย น-ดี โ วเนี ย น พบบริ เ วณรอบ ๆ
จั ง ห วั ด น ค ร ส ว ร ร ค์ ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย หิ น ทั ฟ ฟ์
บริ เวณเขาหลวงด้ า นตะวัน ตกของอ าเภอเมื อ งนครสวรรค์ หิ น ปู น บริ เวณเขาขาด เขามโน
ใ น เ ข ต อ า เ ภ อ ส ล ก บ า ต ร จั ง ห วั ด ก า แ พ ง เ พ ช ร น อ ก จ า ก นี้ ยั ง มี หิ น เ ชิ ร์ ต เ ช่ น
ที่ บ ริ เวณอ าเภอขาณุ วรลั ก ษบุ รี จั ง หวั ด ก าแพงเพชร เขากบ อ าเภอเมื อ งก าแพงเพชร
แ ล ะ บ ริ เ ว ณ เ ข า เ ล็ ก ๆ ด้ า น ทิ ศ ใ ต้ ข อ ง จั ง ห วั ด น ค ร ส ว ร ร ค์
และนอกจากนั้นยังพบเป็ นแนวเขาสั้นๆบริ เวณขอบแอ่งเจ้าพระยาด้านตะวันตกอีกด้วย
2. หินมหายุคพาลีโอโซอิกตอนบนหิ นยุคคาร์ บอนิ เฟอรัสส่ วนใหญ่เป็ นหิ นทรายสี แดง
มี หิ น ดิ น ด า น แ ล ะ หิ น ท ร า ย แ ป้ ง สี แ ด ง แ ท ร ก ส ลั บ พ บ บ ริ เ ว ณ อ า เ ภ อ ต า ค ลี
จังหวัดนครสวรรค์และบริ เวณจังหวัดชัยนาท เช่น หิ นทรายบริ เวณเขาตาคลี อาเภอตาคลี เป็ นต้น
หิ นยุค เพอร์ เมี ยนมักโผล่ ให้เห็ นเป็ นเขาโดดๆ หรื อต่อเป็ นแนวสั้นๆ ซึ่ ง แบ่ง ได้เป็ น 2
บริ เวณ คื อบริ เวณด้านตะวันตกของแม่น้ าเจ้าพระยา ได้แก่ แนวบ้านไร่ -ทับทันจังหวัดอุทยธานี ั
ซึ่ ง ส่ วนใหญ่เป็ นหิ นปู น หิ นดิ นดานและหิ นทรายส่ วนอี ก แนวหนึ่ ง คื อ แนวนครสวรรค์-ลพบุ รี
ประกอบด้วยหินทรายหินดินดานและหินปูน
3.หินมหายุคมีโซโซอิกในมหายุคมีโซโซอิกตอนต้นเป็ นหิ นตะกอนภูเขาไฟแทรกสลับกั
บหิ นปูนซึ่ งถูกปิ ดทับแบบไม่ต่อเนื่องด้วยชั้นหิ นแดงของกลุ่มหิ นโคราชหิ นเหล่านี้ วางตัวในแนวปร
ะ ม า ณ ทิ ศ เ ห นื อ -ใ ต้ บ ริ เ ว ณ ข อ บ ที่ ร า บ ภ า ค ก ล า ง ด้ า น ต ะ วั น อ อ ก
่ ้
และพบอยูนอยมากบริ เวณขอบด้านตะวันตก
4 .
หินมหายุคซี โนโซอิกหิ นยุคเทอร์ เชี ยรี ในที่ราบลุ่มภาคกลางพบถูกปิ ดทับโดยตะกอนควอเทอร์ นารี
ิ
ทั้งแอ่งข้อมูลทางธรณี วทยาจึงได้มาจากการเจาะสารวจและข้อมูลทางธรณี ฟิสิ กส์ พบเป็ นแอ่งขนาด
ใ ห ญ่ 3 แ อ่ ง คื อ แ อ่ ง พิ ษ ณุ โ ล ก แ อ่ ง สุ พ ร ร ณ บุ รี
และแอ่งธนบุรีโดยในแต่ละแอ่งยังสามารถแบ่งเป็ นแอ่งย่อยได้อีกหลายแอ่งแอ่งพิษณุ โลกเป็ นแอ่งที่
ั
มีศกยภาพของปิ โตรเลียมค่อนข้างสู งตัวแอ่งด้านเหนือและใต้ถูกขนาบด้วยแนวรอยเลื่อนแม่ปิงแนว
ทิศตะวันตกเฉี ยงเหนื อ -ตะวันออกเฉี ยงใต้และรอยเลื่ อนอุตรดิ ตถ์แนวทิศตะวันออกเฉี ยงเหนื อ-
ตะวันตกเฉี ยงใต้ซ่ ึ งต่างก็เป็ นรอยเลื่ อนตามแนวระดับชั้นหิ นในแอ่งแบ่งออกได้เป็ น 5 หมวดหิ น
โดยมี ล าดับ จากล่ า งขึ้ น บนดัง นี้ หมวดหิ น หนองบัว หมวดหิ นลานกระบื อ หมวดหิ นประดู่ เฒ่ า
หมวดหิ นยมและหมวดหิ นปิ ง ซึ่ งมีหน่วยตะกอนยุคควอเทอร์ นารี ปิดทับด้านบนสุ ด
- 72 -
่
ตะกอนยุคควอเทอร์ นารี สมัยไพลสโตซี นส่ วนใหญ่พบอยูตามบริ เวณที่ราบลุ่มเจ้าพระยา
มี ค ว า ม ห น า ข อ ง ชั้ น ต ะ ก อ น ป ร ะ ม า ณ 650 เ ม ต ร ถึ ง 1,830
่
เมตรซึ่ งสะสมตัวอย่างต่อเนื่องอยูในแอ่งของบล็อกรอยเลื่อนที่จมตัวลงอย่างช้าๆจากลักษณะของตะ
กอนสามารถแบ่งออกได้เป็ น 2 หน่วยชั้นตะกอน ได้แก่
4 . 1 ห น่ ว ย ชั้ น ต ะ ก อ น เ จ้ า พ ร ะ ย า ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย
่ ่
ตะกอนชุดสมุทรปราการอยูล่างสุ ดเป็ นชั้นหิ นโคลนวางตัวอยูบนหิ นดินดานสี แดงอายุเทอร์ เชี ยรี ตะ
ก อ น ชุ ด พ ร ะ น ค ร
เป็ นชั้นทรายสลับชั้นดินเหนียววางตัวแบบรอยสัมผัสไม่ต่อเนื่องบนชั้นตะกอนชุ ดสมุทรปราการตะ
่
กอนชุดพระประแดงอยูบนสุ ดเป็ นชั้นตะกอนทรายและกรวดมีเศษเปลือกรากไม้หรื อพีตปนอยูดวย ่ ้
4.2 ห น่ ว ย ชั้ น ต ะ ก อ น ดิ น เ ห นี ย ว ก รุ ง เ ท พ ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย
ตะกอนดินเหนียวกรุ งเทพตอนล่างเป็ นตะกอนทรายที่สะสมตัวในบริ เวณปากแม่น้ าไหลลงสู่ ทะเลแ
ละตะกอนดินเหนียวกรุ งเทพตอนบน ซึ่งเป็ นตะกอนดินเหนียวที่สะสมตัวในทะเล
ช่ วงบริ เวณตะพักสู งระหว่างเขตจังหวัดลพบุรีและจังหวัดสระบุรี มีหน่ วยหิ นมาร์ ล
ล พ บุ รี
ซึ่ งเกิดจากการผุกร่ อนของกลุ่มหิ นปูนสระบุรีในช่วงสมัยไพลสโตซี นสะสมตัวเป็ นชั้นหนาประมา
ณ 15-20 เมตร
5 .
ั
หินอัคนีที่พบทางด้านทิศใต้จงหวัดนครสวรรค์ลงมาทางจังหวัดอุทยธานีและทางทิศตะวันออกของ ั
่ ั
จังหวัดนครสวรรค์ ส่ วนใหญ่อยูในแนวเหนื อ-ใต้มีท้ งหิ นอัคนี แทรกซอนพวกหิ นแกรโนไดออไรต์
หิ นแกรนิ ตและหิ นไดออไรต์ซ่ ึ งเกิ ดเป็ นมวลหิ นขนาดเล็กวางตัวสัมผัสกับ ชั้นหิ นยุคไซลู เรี ยน-
ดี โ ว เ นี ย น แ บ บ ร อ ย เ ลื่ อ น สั ม ผั ส
ส่ วนหิ นอัคนี พุเป็ นพวกหิ นแอนดีไซต์หินเดไซต์และหิ นไรโอไลต์ที่เกิดเป็ นแบบพนังหิ นตัดผ่านหิ
่
นไดออไรต์และหิ นแกรโนไดออไรต์และแบบที่ไหลหลากทับอยูบนชั้นหิ นยุคเพอร์ เมียนและหิ นยุค
ที่ แ ก่ ก ว่ า ยุ ค เ พ อ ร์ เ มี ย น น อ ก จ า ก นั้ น ยั ง พ บ หิ น ที่ เ กิ ด จ า ก ก า ร ร ะ เ บิ ด ข อ ง ภู เ ข า ไ ฟ
อ า ทิ เ ช่ น หิ น ทั ฟ ฟ์ แ ล ะ หิ น ก ร ว ด ภู เ ข า ไ ฟ
่ ้
ซี่ งมีองค์ประกอบเป็ นหิ นไรโอไลต์รวมอยูดวยอายุของหิ นอัคนีเหล่านี้คาดว่าเกิดช่วงหลังยุคเพอร์ เมี
ย น แ ต่ ก่ อ น
ยุคจูแรสซิก (Bunopas. 1980)
ธรณีวิทยาภาคตะวันออก
- 73 -
บริเวณภาคตะวันออก (The Eastern Region)
ั
บริ เวณภาคตะวันออกครอบคลุมพื้นที่ต้ งแต่ตอนใต้ของเทือกเขาเพชรบูรณ์และขอบที่รา
บสู ง โคราชต่ อ เนื่ อ งลงมาจนถึ ง ขอบอ่ า วไทยตอนบนบริ เ วณนี้ อยู่ใ นเขตจัง หวัด ชลบุ รี ระยอง
จั น ท บุ รี ต ร า ด ร ว ม ทั้ ง บ า ง บ ริ เ ว ณ ข อ ง จั ง ห วั ด ฉ ะ เ ชิ ง เ ท ร า ป ร า จี น บุ รี น ค ร น า ย ก
และสระแก้วโดยมีทิวเขาบรรทัดทางตอนบนของภาคตะวันออกมีลกษณะเป็ นที่ราบและพื้นที่ลอน ั
ลาดอยู่ร ะหว่า งเทื อกเขา ที่ เ ป็ นขอบที่ ราบสู ง โคราชกับ เทื อ กเขาตอนกลางของภาคตะวัน ออก
พื้นที่ลอนลาดในบริ เวณนี้มีความสู งประมาณ 50-150 เมตรจากระดับน้ าทะเลปานกลาง
ั
ทางตอนกลางของภาคตะวันออกมีลกษณะเป็ นเทือกเขาและภูเขาสู งสลับกับที่ราบและพื้
น ที่ ล อ น ล า ด ว า ง ตั ว อ ยู่ ใ น แ น ว เ ห นื อ -ใ ต้ เ ทื อ ก เ ข า สู ง ไ ด้ แ ก่ เ ทื อ ก เ ข า จั น ท บุ รี
มี ย อ ด เ ข า ส อ ย ด า ว เ ป็ น ย อ ด สู ง สุ ด คื อ สู ง 1,640
เมตรจากระดับน้ าทะเลปานกลางพื้นที่ราบบริ เวณนี้ ขนานเป็ นแนวไปกับแม่น้ าลาธารสายหลักซึ่ งป
ระกอบด้วยที่ราบตะกอนน้ าพาและลานตะพักลาน้ าซึ่ งมีระดับที่แตกต่างกันลานตะพักลาน้ าขั้นต่ามี
ความสู งประมาณ 5-20 เมตรจากระดับน้ าทะเลปานกลางลานตะพักลาน้ าขั้นกลางมีความสู ง 20-30
เมตรจากระดั บ น้ าทะเลปานกลางและลานตะพัก ล าน้ าขั้น สู ง มี ค วามสู ง ประมาณ 30-100
เมตรจากระดับน้ าทะเลปานกลาง
ั
ทางตอนล่างของภาคตะวันออกมีลกษณะเป็ นพื้นที่ลอนลาดสลับกับที่ราบซึ่ งต่อเนื่ องมาจ
ากบริ เวณที่เป็ นภูเขา ปรากฏเป็ นแนวแคบๆขนานไปกับชายฝั่ งทะเล ตั้งแต่จงหวัดชลบุ รี ระยอง ั
จั น ท บุ รี จ น ถึ ง จั ง ห วั ด ต ร า ด พื้ น ที่ โ ด ย ทั่ ว ไ ป มี ค ว า ม สู ง ป ร ะ ม า ณ 1-50
เมตรจากระดับน้ าทะเลปานกลาง
่
บริ เวณชายฝั่งทะเลเป็ นที่ราบเรี ยบอยูระหว่างพื้นที่เชิงเขาหรื อพื้นที่ลอนลาดขนานกับชาย
ฝั่งทะเลภาคตะวันออกเกิดจากการสะสมตัวของชั้นตะกอนจากน้ าทะเลที่รุกเข้ามาในแผ่นดินในบริ เ
ว ณ ที่ เ ป็ น ที่ ร า บ เ ชิ ง เ ข า ห รื อ พื้ น ที่ ล อ น ล า ด เ ดิ ม มี ค ว า ม ก ว้ า ง ป ร ะ ม า ณ 5-10
ั
กิ โลเมตรจากขอบอ่าวไทยปั จจุ บน ประกอบด้วยพื้นที่ สันทราย (Sand ridge) ทั้งเก่ าและใหม่
ซึ่ งเกิ ดจากการกระทาของน้ าทะเลและลม พื้ นที่ ชะวากทะเล (Estuary) พื้นที่ ลากูน (Lagoon)
ดิ น ด อ น ส า ม เ ห ลี่ ย ม แ ล ะ ล า น ต ะ พั ก ท ะ เ ล พื้ น ที่ เ ห ล่ า นี้ มี ค ว า ม สู ง ป ร ะ ม า ณ 1-10
เมตรจากระดับน้ าทะเลปานกลาง
่
พื้นที่ชะวากทะเลและดินดอนสามเหลี่ยมพบอยูบริ เวณปากแม่น้ าทางด้านตะวันออกของ
ภาค ได้ แ ก่ ปากแม่ น้ าบางปะกงปากแม่ น้ าระยอง ปากแม่ น้ าประแส ปากแม่ น้ าจัน ทบุ รี
แ ล ะ ป า ก แ ม่ น้ า เ ว ฬุ เ ป็ น ต้ น บ ริ เ ว ณ ดั ง ก ล่ า ว มี ค ว า ม สู ง ป ร ะ ม า ณ 1-5
เมตรจากระดับน้ าทะเลปานกลางส่ วนใหญ่เป็ นบริ เวณที่น้ าทะเลท่วมถึงตลอดเวลาหรื อในช่วงเวลาใ
- 74 -
ดเวลาหนึ่งของทุกวันบริ เวณที่เป็ นสันทรายทั้งเก่าและใหม่รวมทั้งพื้นที่ลากูนจะปรากฏให้เห็นเป็ น
แนวแคบๆ บริ เวณชายฝั่งด้านตะวันตกในเขตจังหวัดชลบุรีและจังหวัดระยองมีความสู งประมาณ 2-
10 เ ม ต ร จ า ก ร ะ ดั บ น้ า ท ะ เ ล ป า น ก ล า ง
ลานตะพักทะเลเป็ นพื้นที่สูงถัดจากพื้นที่สันทรายและพื้นที่ลากูนปรากฏให้เห็นเด่นชัดบริ เวณจังหวั
ดชลบุ รีและจังหวัดระยองเป็ นพื้นที่ ราบเรี ยบจนถึ งค่อนข้างราบเรี ยบ มี ความสู งประมาณ 20-25
เมตรจากระดับน้ าทะเลปานกลาง
ิ
ธรณีวทยาทัวไป ่
ชั้น หิ น ไม่ มี ค วามต่ อ เนื่ อ งกัน โผล่ ป รากฏไม่ ม ากนัก อัต ราการผุ พ ัง สู ง และพบซาก
้ ิ
ดึกดาบรรพ์นอยทาให้ความเห็นทางด้านการให้อายุหินโดยนักธรณี วทยามีความแตกต่างกันโดยเฉพ
าะในช่วงตะวันตกสุ ดบริ เวณจังหวัดชลบุรีและบริ เวณใกล้ชายแดนประเทศกัมพูชาในช่วงอาเภอโป่
งน้ าร้อนจังหวัดสระแก้วและจังหวัดจันทบุรี
ชั้ นหิ นในบริ เวณชายฝั่ ง ทะเลตะวัน ออกวางตั ว ในแนวตะวั น ตกเฉี ยงเหนื อ-
ั
ตะวันออกเฉี ยงใต้หินมีอายุต้ งแต่มหายุคพรี แคมเบรี ยนจนถึงตะกอนยุคควอเทอร์ นารี โดยหิ นมหายุ
คพรี แคมเบรี ยนปรากฏให้เห็นบริ เวณตอนกลางของภาคทางด้านตะวันตกมีขอบเขตของหิ นมหายุค
้
พาลีโอโซอิกโผล่บางเล็กน้อยส่ วนทางด้านตะวันออกปกคลุมด้วยชั้นหิ นมหายุคพาลีโอโซอิกเป็ นบ
ริ เวณกว้างหิ นยุคไทรแอสซิ กพบทั้งพวกหิ นชั้นและหิ นอัคนี โผล่เป็ นแนวจากบริ เวณจังหวัดสระแก้
่
วถึงจึงหวัดจันทบุรีและคลุมอยูบนแนวตะเข็บรอยต่อธรณี สระแก้วโอฟิ โอไลต์ส่วนหิ นมหายุคมีโซ
ั
โซอิกที่เป็ นหิ นภูเขาไฟและหิ นชั้นลักษณะเทียบเคียงได้กบกลุ่มหิ นโคราชนั้นปรากฏอยูตามบริ เวณ ่
ช า ย ฝั่ ง ด้ า น ทิ ศ ต ะ วั น อ อ ก แ ล ะ เ ก า ะ ท า ง ด้ า น ทิ ศ ใ ต้ ข อ ง จั ง ห วั ด ต ร า ด
หิ น อั ค นี ส่ วน ใ ห ญ่ เ ป็ นม วล หิ น แก รนิ ตพ บ มา ก ใ นเ ขต จั ง หวั ด ชล บุ รี จั ง หวั ด ร ะ ย อ ง
และจังหวัดจันทบุรี
ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกมีแนวรอยเลื่อนซึ่ งมีทิศขนานกับแนวการคดโค้งในแนวต
ะ วั น ต ก เ ฉี ย ง เ ห นื อ -
ตะวัน ออกเฉี ย งใต้แ ละมี แ นวรอยเลื่ อ นที่ ต่ อ แนวจากแนวรอยเลื่ อ นแม่ ปิ งในแนวตะวัน ออก-
ตะวันตกบริ เวณจังหวัดสระแก้ว
ลาดับชั้นหินทัวไป ่
การจัดลาดับชั้นหิ นในบริ เวณที่ราบลุ่มภาคกลางค่อนข้างลาบาก เนื่องจากชั้นหิ นต่างๆ
ขาดความต่อเนื่ อง
1 .
หิ น มหายุ ค พรี แ คมเบรี ย นหิ น ที่ เ ชื่ อ ว่า เป็ นหิ น ยุ ค พรี แ คมเบรี ย นหรื อ ก่ อ นยุ ค คาร์ บ อนิ เ ฟอรั ส
- 75 -
ไ ด้ แ ก่ หิ น ไ น ส์ ช ล บุ รี ( Bunopas, 1981)
ในเขตจังหวัดชลบุรีประกอบด้วยหิ นแปรพวกไบโอไทต์ไนส์ หิ นออร์ โทไนส์ หินฮอร์ นเบลนด์ -
ไบโอไทต์ไนส์ หินควอรตซ์ไมกาชี ส ต์ หิ นแอมฟิ โบไลต์ชีส ต์หินควอรตซ์ ไมกา ไคยาไนต์ชีส ต์
่
และหิ นแคลก์ซิลิเกตซึ่ งจัดอยูในชั้นลักษณะปรากฏแอมฟิ โบไลต์วางตัวในแนวตะวันตกเฉี ยงเหนื อ-
ต ะ วั น อ อ ก เ ฉี ย ง ใ ต้ มี แ น ว สั ม ผั ส แ บ บ ร อ ย เ ลื่ อ น กั บ หิ น แ ป ร เ ก ร ด ต่ า ยุ ค ไ ซ ลู เ รี ย น -
ั
ดีโวเนียนหิ นยุคนี้เทียบสัมพันธ์ได้กบหิ นไนส์ลานสาง ที่บริ เวณภาคตะวันตกตอนบน
2 . หิ น ม ห า ยุ ค พ า ลี โ อ โ ซ อิ ก ต อ น ล่ า ง หิ น ยุ ค แ ค ม เ บ รี ย น -อ อ ร์ โ ด วิ เ ชี ย น
่
พบอยูบริ เวณชายฝั่ งทะเลและเกาะนอกฝั่ งในเขตอาเภอสัตหี บและอาเภอเมืองจังหวัดชลบุรี เช่นที่
เ ก า ะ ล้ า น เ ก า ะ สี ชั ง เ ก า ะ ล อ ย แ ล ะ เ ก า ะ ข า ม ใ ห ญ่ เ ป็ น ต้ น
หิ น ยุ ค นี้ ประกอบด้ ว ยหิ น ควอร์ ต ไซต์ หิ น ทรายเนื้ อ ควอรตซ์ หิ น ชนวน หิ น ควอรตซ์ ชี ส ต์
และหิ นปูนเนื้อดิน
หิ นยุค ไซลู เรี ยน-ดี โวเนี ยนและอาจต่อเนื่ องขึ้ นไปถึ งยุค คาร์ บอนิ เฟอรั สแบ่ง ได้เป็ น 2
่ ่ ่ ้
แนวแนวแรกอยูทางด้านตะวันตกและตอนกลางของพื้นที่ซ่ ึ งคันอยูดวยหิ นมหายุคพรี แคมเบรี ยนแล
ะหิ น แกรนิ ต ชลบุ รี -ระยองหิ น ตะกอนที่ อ ยู่บ นฝั่ ง ทะเลด้า นจัง หวัด ชลบุ รี และบริ เ วณเกาะแก้ว
อาเภอสั ตหี บ ด้า นตะวันตกของพื้ นที่ ได้แก่ หิ นดิ นดานสั ตหี บ (Bunopas. 1981 และ 1983)
ซึ่ ง ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย หิ น ดิ น ด า น หิ น เ ชิ ร์ ต หิ น ค ว อ ร์ ต ไ ซ ต์
และมีหินปูนรู ปเลนส์หินถูกเปลี่ยนลักษณะและถูกแปรสภาพเป็ นหิ นแปรเกรดต่าบางบริ เวณพบกา
่
รแปรสภาพแบบสัมผัสกับหิ นแกรนิ ตแนวที่สองอยูทางด้านตะวันออกของแนวหิ นมหายุคพรี แคมเ
บรี ย นและ มี แ นวหิ นแกรนิ ตคั่ น อยู่ เ ป็ นบริ เวณก ว้ า ง ตั้ งแต่ เ ขตอ าเภอพนมส ารคาม
จั ง ห วั ด ฉ ะ เ ชิ ง เ ท ร า ล ง ม า ใ น เ ข ต อ า เ ภ อ แ ก ล ง จั ง ห วั ด ร ะ ย อ ง เ ช่ น
ที่ บ ริ เวณเขาใหญ่ แ ล ะเขาชะเมาประกอบด้ ว ยหิ นแปรเกรดต่ าขั้ นกรี นชี สต์ จ าพวก
หิ น ค ว อ ร์ ต ไ ซ ต์ หิ น ชี ส ต์ แ ล ะ หิ น ฟิ ล ไ ล ต์
่ ั ุ
ซึ่ งบางส่ วนสัมผัสอยูกบหิ นไนส์ยคพรี แคมเบรี ยนและหิ นปูนยุคเพอร์ เมียนแบบรอยเลื่อนสัมผัส
หิ นทั้งสองแนวนี้ ไม่อาจระบุอายุที่แน่นอนได้เนื่ องจากพบว่ามีหินบางส่ วนวางตัวอยูใต้ช้ ั ่
นหิ น ปู น ยุ ค เ พ อ ร์ เ มี ย น เ ช่ น ที่ เ ข า เ ร ว ดี บริ เ ว ณ อ่ า ง เ ก็ บ น้ า บ าง พ ร ะ จั ง ห วั ด ช ล บุ รี
แ ล ะ ที่ บ ริ เ ว ณ อ า เ ภ อ แ ก ล ง จั ง ห วั ด ร ะ ย อ ง
ดังนั้นอายุของหิ นเหลานี้อาจแก่ลงไปถึงช่วงยุคคาร์ บอนิเฟอรัส
3 . หิ น ม ห า ยุ ค พ า ลี โ อ โ ซ อิ ก ต อ น บ น ใ น หิ น ยุ ค ค า ร์ บ อ นิ เ ฟ อ รั ส
ไม่พบซากดึกดาบรรพ์ที่บอกอายุได้แน่นอนดังนั้นอายุหินส่ วนหนึ่งอาจจะคาบเกี่ยวลงไปถึงยุคดีโวเ
นี ย น ต อ น ป ล า ย ห รื อ
- 76 -
ขึ้ นไปถึ งยุคเพอร์ เมี ยนตอนต้นก็ไ ด้ หิ นยุค คาร์ บอนิ เฟอรั สมี อยู่ 3 แนวคือ แนวชลบุรี -สัตหี บ
แ น ว พ นั ส นิ ค ม -แ ก ล ง แ ล ะ แ น ว ก บิ น ท ร์ บุ รี -ส ร ะ แ ก้ ว -จั น ท บุ รี -ต ร า ด แ น ว ช ล บุ รี -
่
สัตหี บอยูทางตะวันตกของหิ นไนส์ ชลบุรีวางตัวต่อเนื่ องมาจากหิ นดินดานสัตหี บขึ้นไปจนถึงหิ นปู
นและหิ นดินดานที่อ่างเก็บน้ าบางพระ ยุคเพอร์ เมียนตอนกลาง
แนวพนัส นิ ค ม-แกลงแยกจากแนวชลบุ รีโ ดยหิ น พื้ นฐานซับ ซ้อ น หรื อ กลุ่ ม หิ นไนส์
ั่
หิ นไมกาชี สต์คนระหว่า งกลางของแนวที่ สอง ที่ บริ เวณตอนเหนื อของเขาใหญ่ หิ นดิ นดานและ
หิ น ท ร า ย มี แ น ว เ รี ย ง ตั ว สี เ ท า ด า
หิ น ปู น เ ป็ น รู ป เ ล น ส์ แ ล ะ หิ น เ ชิ ร์ ต มี แ น ว ว า ง ตั ว ใ น ทิ ศ ต ะ วั น ต ก เ ฉี ย ง เ ห นื อ -
ตะวันออกเฉี ยงใต้พบซากดึกดาบรรพ์ไบรโอซัว (bryozoa) ชื่อ Penniretepora sp., Fenestella cf. F.
triserialis, Fenestella sp., Polypora sp., และแบรคิ โ อพอด ชื่ อ Cleiothyridina sp.
้
รวมทั้งซากดึ กดาบรรพ์กานไครนอยด์ (Crinoid stem) ยุคคาร์ บอนิ เฟอรัสตอนต้น (สมัย Early
Visean-Late Tournaisian)
แ น ว จั น ท บุ รี -
ตราดบริ เวณตะวันออกของฝั่งทะเลตะวันออกในเขตระหว่างจังหวัดสระแก้ว-โป่ งน้ าร้อน-จันทบุรี
ใ ก ล้ ช า ย แ ด น ป ร ะ เ ท ศ กั ม พู ช า มี แ น ว ข อ ง หิ น แ อ ม ฟิ โ บ ไ ล ต์ ชี ส ต์
หิ นฮอร์ นเบลนด์ชีสต์หินควอรตซ์ ชีส ต์ และหิ นทัฟฟ์ แปรสภาพ หิ นอ่อนรู ปเลนส์ หินเมตาเชิ ร์ต
(เรดิ โ อลาเรี ยน-เชิ ร์ ต ) และหิ น ฟิ ลไลต์ สี แดงพบซากดึ ก ด าบรรพ์ ยุ ค เพอร์ เ มี ย นในหิ น ปู น
บริ เวณจังหวัดสระแก้ว
หิ น ยุ ค เพอร์ เ มี ย น แบ่ ง ออกได้ เ ป็ น 3แนว คล้ า ยกับ หิ น ยุ ค คาร์ บ อนิ เ ฟอรั ส ได้ แ ก่
แนวชลบุรี-สั ตหี บ ที่ เขาเรวดี ใกล้อ่า งเก็บ น้ าบางพระประกอบด้วยชั้นของหิ นทราย หิ นดิ นดาน
หิ นปู นและมี หิ นเชิ ร์ต ชั้นบางแทรกสลับ ในหิ นปู นมี ซ ากดึ ก ดาบรรพ์ Pseudoschwagerina cf.
P. regularis (วี ร ศัก ดิ์ นคิ น ทร์ บ ดี และคณะ.2519) ฟอแรมิ นิ เ ฟอรา และสาหร่ า ย
ยุ ค เพอร์ เ มี ย นตอนกลาง (Bunopas et al., 1983) แนวพนั ส นิ ค ม-แกลง
ในหิ นดินดานที่เขาอีพริ้ งมีซากดึกดาบรรพ์ Leptodus sp. ยุคเพอร์ เมียนตอนปลาย (Bunopas et al.,
1983) ส า ห รั บ แ น ว ช ล บุ รี -สั ต หี บ แ ล ะ
พนัสนิคม-แกลงทั้งสองแนวนี้เรี ยกรวมกันว่า แนวศรี ราชา-แกลง
แนวจัน ทบุ รี -สระแก้ ว แบ่ ง ได้ เ ป็ น 2 ตอน คื อ ทางด้ า นจั ง หวัด สระแก้ ว -
อ รั ญ ป ร ะ เ ท ศ แ ล ะ ก บิ น ท ร์ บุ รี -โ ป่ ง น้ า ร้ อ น -จั น ท บุ รี -
ตราดเป็ นบริ เ วณที่ ช้ ัน หิ น วางตัว กัน ซั บ ซ้ อ นเพราะเป็ นเขตธรณี วิ ท ยาสั ณ ฐานประกอบด้ว ย
หิ นเชิ ร์ตที่มีซากดึกดาบรรพ์เรดิโอลาเรี ย หิ นปูน หิ นทรายหิ นภูเขาไฟและหิ นบะซอลต์รูปหมอน
- 77 -
่
วางตัวอยูบนหิ นอัลตราเมฟิ กกลุ่มหิ นทั้งหมดเรี ยกรวมกันว่า สระแก้วโอฟิ โอไลต์ (Bunopas, 1981,
1983)
4.หินมหายุคมีโซโซอิกประกอบไปด้วยหมวดหิ นเนิ นโพธิ์ ยุคไทรแอสซิ กและหมวดหิ นโ
้
ป่ งน้ าร้อนและหมวดหิ นเนินผูใหญ่เยื่อซึ่ งเชื่ อว่าสะสมตัวในสภาวะแวดล้อมตะกอนน้ าพารู ปพัดใต้
ท ะ เ ล ( submarine fans) ข อ ง ก ร ะ แ ส น้ า โ บ ร า ณ ที่ ไ ห ล จ า ก
ทิ ศ ตะ วั น ออกไปทางทิ ศตะ วั น ตกแล ะ ในหมวดหิ นแหล มสิ งห์ หมวดหิ นภู ก ระ ดึ ง
และหมวดหิ นพระวิหารประกอบด้วยชั้นหิ นสี แดงซึ่ งเชื่ อว่ามีภาวะแวดล้อมการสะสมตะกอนแบบ
ต ะ ก อ น แ ม่ น้ า บ น บ ก
โดยมีทิศทางการไหลของกระแสน้ าโบราณจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตกทิศตะวันตกเฉี ยงใต้แล
ะทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ตามลาดับ
5 . หิ น อั ค นี บ ริ เ ว ณ ภ า ค ต ะ วั น อ อ ก แ บ่ ง ไ ด้ เ ป็ น 3 แนว
่
แนวแรกอยูทางด้านตะวันตกของภาคปกคลุมพื้นที่ทางด้านทิศตะวันออกเฉี ยงใต้ของจังหวัดชลบุรี
ล ง ม า ยั ง จั ง ห วั ด ร ะ ย อ ง
เ ป็ น หิ น แ ก ร นิ ต ม ว ล ไ พ ศ า ล เ นื้ อ หิ น ห ย า บ ป า น ก ล า ง ถึ ง เ นื้ อ
่
ดอกแนวที่สองอยูทางด้านทิศตะวันออกเฉี ยงเหนื อของอาเภอแกลงจังหวัดระยองเป็ นหิ นแกรนิ ตเช่
นกันสาหรับแนวที่สามส่ วนใหญ่เป็ นหิ นแกรนิตมวลไพศาลปกคลุมพื้นที่ทางด้านทิศเหนื อและทิศใ
่
ต้ของจังหวัดจันทบุรีนอกจากนั้นเป็ นหิ นอัคนี พุพวกหิ นไรโอไลต์ปรากฏอยูทางด้านตะวันออกของ
ภ า ค ห่ า ง จ า ก ช า ย แ ด น กั ม พู ช า ป ร ะ ม า ณ 5-10
กิโลเมตรและหิ นโอลิวนบะซอลต์เนื้อหิ นแสดงลักษณะรู ฟองอากาศปรากฏเป็ นแนวอยูทางด้านทิศ
ี ่
ตะวันออกของอาเภอโปงน้ าร้อน จังหวัดจันทบุรีและทางด้านทิศเหนือของจังหวัดตราด
ิ
ธรณีวทยาภาคเหนือและภาคตะวันตกตอนบน
ลักษณะภูมิประเทศและภูมิสัณฐาน บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันตกตอนบน
(Northern and Upper Western Regions)
ทั้งสองบริ เวณนี้มีภูมิประเทศที่เหมือนกันคือ ประกอบด้วยเทือกเขา (Mountain Ranges)
สู งส ลั บ ซั บ ซ้ อ นต่ อเนื่ อง กั น หล าย เทื อก ส่ วนใ ห ญ่ ว างตั ว อยู่ ใ นแ นวเหนื อ-ใต้ แ ล ะ
ต ะ วั น ต ก เ ฉี ย ง เ ห นื อ -
ตะวั น ออกเฉี ยงใต้ มี ค วามสั ม พั น ธ์ ก ั บ ลั ก ษณะธรณี วิ ท ยาโครงสร้ า งของประเทศและ
ั
มีลกษณะสัณฐานเป็ นแนวยาวติดต่อกับแนวทือกเขาหิ มาลัยรวมทั้งเทือกเขาในที่ ราบสู งชานและ
ยูนาน ทิ วเขาในบริ เวณนี้ ที่ สาคัญ ได้แก่ ทิวเขาวเแดนลาว ทิ วเขาถนนธงชัย ทิ วเขาผีปั นน้ า และ
- 78 -
ทิ วเขาหลวงพระบาง เป็ นต้นบริ เวณที่ อยู่ระหว่า งเทื อ กเขาเหล่ า นี้ เ ป็ นที่ ราบลุ่ ม ระหว่า งหุ บ เขา
อันเป็ นแหล่งกาเนิดของทางน้ าที่สาคัญหลายสายที่ไหลลงไปสู่ ทางตอนใต้ของประเทศ
1.บ ริ เ ว ณ ที่ สู ง ท า ง ภ า ค เ ห นื อ ( Northern
ั
Highland)ขอบเขตของบริ เวณนี้ ประกอบด้วยพื้นที่ภูเขาซึ่ งมีอตราส่ วนที่สูงกว่าพื้นที่ราบประมาณ
4:1 ครอบคลุ มพื้นที่บริ เวณจังหวัดเชี ยงราย แม่ฮ่องสอน พะเยา เชี ยงใหม่ ลาพูนลาปาง น่ าน แพร่
และอุตรดิตถ์ซ่ ึ งขอบเขตทางทิศใต้จะเป็ นพื้นที่รอยต่อกับที่ราบลุ่มภาคกลางสาหรับขอบเขตทางทิศต
ะวันออกจรดประเทศลาวโดยมีทิวเขาหลวงพระบางกั้นพรมแดนซึ่ งทิวเขานี้ วางตัวทางทิศตะวันออกเ
ฉี ยงเหนือของอาเภอเชี ยงของจังหวัดเชี ยงราย แล้วทอดผ่านลงมาทางทิศใต้ในเขตจังหวัดพะเยา แพร่
น่ า น แ ล ะ อุ ต ร ดิ ต ถ์
ร ว ม ค ว า ม ย า ว 590
ั
กิโลเมตรส่ วนใหญ่มีลกษณะภูมิประเทศเป็ นทิวเขาสู งและหุ บเขาแคบๆมีความลาดชันมากและมีระ
ดั บ ค ว า ม สู ง ม า ก ก ว่ า ภ า ค อื่ น ๆ ทิ ว เ ข า นี้ ปั น น้ า ส่ ว น ห นึ่ ง ล ง สู่ แ ม่ น้ า โ ข ง ท า ง
ทิ ศ ตะวัน ออกและปั น น้ า ลงสู่ แ ม่ น้ า ยมและแม่ น้ า น่ า นทางทิ ศ ตะวัน ตกทางด้า นทิ ศ เหนื อ และ
ทิ ศ ต ะ วั น ต ก ข อ ง บ ริ เ ว ณ นี้ จ ร ด เ ข ต ป ร ะ เ ท ศ พ ม่ า
โดยมีทิวเขาแดนลาวและทิวเขาถนนธงชัยกั้นพรมแดนทิวเขาเหล่านี้ มียอดเขาจานวนมากที่สูงกว่า
2,000 เ ม ต ร จ า ก ร ะ ดั บ น้ า ท ะ เ ล ป า น ก ล า ง
ทิ ว เ ข า แ ด น ล า ว มี ค ว า ม ต่ อ เ นื่ อ ง ม า จ า ก เ ทื อ ก เ ข า สู ง ใ น ป ร ะ เ ท ศ พ ม่ า
ซึ่ งในช่ วงที่ เป็ นแนวกั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศพม่า มีความยาวประมาณ 120
กิ โ ล เ ม ต ร แ ล ะ ท อ ด ตั ว ล ง ไ ป ท า ง
่
ทิศตะวันตกเฉี ยงใต้ไปบรรจบกับทิวเขาถนนธงชัยซึ่ งเป็ นทิวเขาที่อยูทางทิศตะวันตกของภาคเหนื อ
ทิ ว เขาถนนธงชัย ประกอบด้ว ยเทื อ กเขาที่ ส าคัญ หลายเทื อ กเขาวางซ้ อ นกัน อยู่ ใ นแนวเหนื อ -
ใต้จากด้านตะวันตกไปตะวันออก รวมความยาวทั้งหมด 880 กิ โลเมตร เช่ น เทื อกเขาสุ เทพ
เ ทื อ ก เ ข า จ อ ม ท อ ง เ ทื อ ก เ ข า อิ น ท น น ท์ ซ่ ึ ง มี ย อ ด เ ข า ที่ สู ง ที่ สุ ด ใ น ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย คื อ
ย อ ด ด อ ย อิ น ท น น ท์ ซึ่ ง สู ง ป ร ะ ม า ณ 2,590 เมตร
จากระดับน้ าทะเลปานกลางระดับความสู งของบริ เวณนี้จะมีความสู งมากด้านทิศเหนื อและทิศตะวัน
ตกแล้วจะค่อยๆ ลดต่าลงสู่ แอ่งที่ราบเชียงใหม่-ลาพูน
ั
สาหรับตอนกลางของบริ เวณนี้ ประกอบด้วยทิวเขามีลกษณะซับซ้อนเป็ นสันยาวต่อเนื่ อง
กันรวม 3 ทิ วมี ความยาวทั้งหมด 412 กิ โลเมตรส่ วนใหญ่ วางตัวในแนวตะวันออกเฉี ยงเหนื อ-
ตะวันตกเฉี ยงใต้ทิ วเขาในบริ เวณนี้ โดยทั่วไปจะเรี ย กว่ า ทิ วเขาผี ปั นน้ า เนื่ องจากท าหน้ า ที่ เป็ น
สั นปั นน้ าให้ ไหลไปทางทิ ศเหนื อส่ วนหนึ่ งและไหลลงไปทางทิ ศ ใต้อี ก ส่ วนหนึ่ ง ตามลักษณะ
- 79 -
ความลาดชั น ของแนวสั น เขาทางน้ าที่ ไ หลไปทางทิ ศ เหนื อ ได้ แ ก่ แม่ น้ าฝาง น้ าแม่ ก ก
น้ า แ ม่ จั น แ ล ะ น้ า แ ม่ อิ ง เ ป็ น ต้ น
ซึ่ งแม่น้ าเหล่านี้ จะไหลลงสู่ แม่น้ าโขงต่อไปส่ วนทางน้ าที่ไหลลงทางทิศใต้น้ นได้แก่ แม่น้ าปิ ง วัง
ั
ย ม
และน่านซึ่ งแม่น้ าทั้งสี่ สายนี้เป็ นสาขาที่สาคัญของแม่น้ าเจ้าพระยาบริ เวณระหว่างแนวเขาเหล่านี้ จะเ
ป็ นแอ่ ง ที่ ร าบหุ บเขา (Valley plain) และที่ ร าบลุ่ ม ริ มน้ า (Fluvial plain)
่ ั่ ั
กระจายตัวอยูทวไปหลายแห่ งซึ่ งเป็ นแหล่งที่ต้ งของชุ มชนขนาดใหญ่ทางภาคเหนื อที่สาคัญได้แก่แ
อ่ ง เชี ย งราย บริ เ วณลุ่ ม แม่ น้ า กกและแม่ น้ า อิ ง แอ่ ง แพร่ บริ เวณลุ่ ม แม่ น้ า ยมแอ่ ง ล าปาง บริ เวณ
ลุ่ มแม่น้ าวัง แอ่ งเชี ยงใหม่-ล าพูน บริ เวณลุ่ ม แม่ น้ า ปิ งแอ่ งปาย แอ่ งฝาง ในเขตจังหวัดเชี ยงใหม่
เป็ นต้นโดยแอ่งเหล่านี้ทางด้านตะวันตกจะมีระดับความสู งมากกว่าด้านตะวันออก
2.บริ เ วณที่ สู งทางภาคตะวั น ตกตอนบน (Upper Western Highland)
ขอบเขตของบริ เ วณนี้ ครอบคลุ ม พื้ น ที่ บ ริ เ วณจัง หวัด ตาก ก าแพงเพชร อุ ท ัย ธานี สุ พ รรณบุ รี
ั
และกาญจนบุรีลกษณะภูมิประเทศประกอบด้วยเทือกเขาสู งสลับซับซ้อนที่ยาวต่อเนื่ องลงมาทางใต้
ั
ของทิวเขาถนนธงชัยในภาคเหนือซึ่ งเป็ นเทือกเขาทางด้านตะวันตกที่ก้ นพรมแดนระหว่างประเทศไ
ท ย กั บ ป ร ะ เ ท ศ พ ม่ า เ ทื อ ก เ ข า เ ห ล่ า นี้ ส่ ว น ใ ห ญ่ ว า ง ตั ว ใ น แ น ว เ ห นื อ -
ใ ต้ แ ล้ ว บิ ด โ ค้ ง จ า ก แ น ว เ ดิ ม ม า ว า ง ตั ว ใ น แ น ว ต ะ วั น ต ก เ ฉี ย ง เ ห นื อ -
ตะวันออกเฉี ย งใต้ใ นทิ ศ ทางเดี ย วกับ รอยเลื่ อนเจดี ย ์ส ามองค์ (Three Pagoda Fault Zone)
ระดั บ ความสู งของเทื อ กเขาที่ ย าวต่ อ เนื่ อ งกั น จะค่ อ ยๆลดต่ า ลงกลายเป็ นภู เ ขาโดดๆ
ขนาดเล็กสลับกับพื้นที่ลอนลาดและเอียงเทลงสู่ ที่ราบลุ่มภาคกลาง ซึ่ งอยูทางด้านตะวันออก ่
ภู เ ข า ใ น บ ริ เ ว ณ นี้ เ ป็ น ห น้ า ผ า ตั้ ง ชั น ม า ก ก ว่ า ท า ง ต อ น เ ห นื อ
จึ ง ท าให้ มี ที่ ร าบหุ บ เขาและที่ ร าบลุ่ ม ริ ม น้ า แคบๆกระจายตัว อยู่ท ัว ไปมากกว่า ทางตอนเหนื อ
่
ท า ง น้ า ที่ เ กิ ด จ า ก ทิ ว เ ข า ถ น น ธ ง ชั ย ไ ด้ แ ก่ แ ม่ น้ า แ ค ว ใ ห ญ่
แม่น้ าแควน้อยซึ่ งไหลตามแนวรอยเลื่อนขนาดใหญ่และมีเทือกเขาหิ นปูนคันระหว่างกลางซึ่ งมีควา่
ม สู ง ป ร ะ ม า ณ 1,300 เ ม ต ร
จากระดับน้ าทะเลปานกลางแม่น้ าทั้งสองไหลมารวมกันเป็ นแม่น้ าแม่กลองที่ตาบลปากแพรกจังหวั
ดกาญจนบุรีนอกจากนั้นยังมีแม่น้ าเมยซึ่ งเป็ นแม่น้ ากั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศพม่
า บ ริ เ ว ณ อ า เ ภ อ แ ม่ ส อ ด จั ง ห วั ด ต า ก
มี ทิศทางการไหลย้อนกลับ ไปทางทิ ศตะวันตกเฉี ยงเหนื อและไหลไปบรรจบกับ แม่น้ าสาละวิน
ใ น เ ข ต ป ร ะ เ ท ศ พ ม่ า
- 80 -
่ ั
และแม่น้ าสะแกกรังซึ่ งไหลไปทางทิศตะวันออกเฉี ยงใต้ผานจังหวัดอุทยธานี มาบรรจบกับแม่น้ าเจ้า
พระยา เป็ นต้น
ิ
ธรณีวทยาทัวไป่
1 .
ั
ธรณีวทยาภาคเหนือและภาคตะวันตกตอนบนซึ่ งมีลกษณะภูมิประเทศเป็ นเทือกเขาสู งสลับซับซ้อน
ิ
ต่ อ เ นื่ อ ง กั น ใ น แ น ว เ ห นื อ -ใ ต้ แ ล ะ ต ะ วั น ต ก เ ฉี ย ง เ ห นื อ -
ั ั
ตะวันออกเฉี ยงใต้น้ นประกอบด้วยหิ นยุคต่างๆกันโดยเทือกเขาเหล่านี้ มกถูกกาหนดโดยลักษณะธร
ิ
ณี วทยาโครงสร้างและชนิดของหินที่ปรากฏ
2 . ธ ร ณี วิ ท ย า แ น ว แ ม่ ฮ่ อ ง ส อ น - แ ม่ ส อ ด –
ท อ ง ผ า ภู มิ ชั้ น หิ น ที่ ส า คั ญ ใ น แ น ว นี้ ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย หิ น ยุ ค ไ ซ ลู เ รี ย น -ดี โ ว เ นี ย น -
ค า ร์ บ อ นิ เ ฟ อ รั ส ส่ ว น ใ ห ญ่ ไ ด้ แ ก่ หิ น เ ชิ ร์ ต หิ น ดิ น ด า น
หิ น ท ร า ย แ ล ะ หิ น ท ร า ย ช นิ ด ซั บ เ ก ร ย์ แ ว ก ส ลั บ กั บ ชั้ น หิ น ปู น
โ ด ย มี หิ น ท ร า ย แ ด ง แ ล ะ หิ น ก ร ว ด ม น ยุ ค ค า ร์ บ อ นิ เ ฟ อ รั ส ว า ง ตั ว อ ยู่ ข้ า ง บ น
แนวเทื อกเขาที่ ต่อลงมาทางใต้ใ นเขตอาเภอทองผาภูมิ จง หวัดกาญจนบุ รี พบหิ นประเภทต่ า งๆ
ั
ที่ มี อ า ยุ เ กื อ บ จ ะ ค ร บ ต ล อ ด อ า ยุ ท า ง ธ ร ณี ก า ล คื อ ตั้ ง แ ต่ ช่ ว ง ต้ น
ยุ ค แ ค ม เ บ รี ย น ถึ ง ช่ ว ง ป ล า ย ยุ ค เ ท อ ร์ เ ชี ย รี หิ น ส่ ว น ใ ห ญ่ เ ป็ น หิ น ต ะ ก อ น
มี หิ นอั ค นี และหิ นแปรเพี ย งส่ วนน้ อ ย หิ นแปรเช่ นหิ นไนส์ หิ นชี สต์ หิ นควอร์ ตไซต์
หิ น แ ค ล ก์ ซิ ลิ เ ก ต แ ล ะ หิ น อ่ อ น ซึ่ ง เ ชื่ อ ว่ า เ ป็ น
หิ น ยุ ค แ ค ม เ บ รี ย น พ บ เ ป็ น แ น ว ย า ว อ ยู่ ส อ ง บ ริ เ ว ณ
คือบริ เวณน้ าตกคลองลานจังหวัดกาแพงเพชรและแนวระหว่างลาน้ าแควใหญ่กบลาน้ าแควน้อยช่วง ั
ร ะ ห ว่ า ง อ า เ ภ อ ศ รี ส วั ส ดิ์ กั บ อ า เ ภ อ ท อ ง ผ า ภู มิ
จังหวัดกาญจนบุรีโดยต่อเนื่องลงมาตามแนวลาน้ าแควใหญ่ถึงบริ เวณด้านใต้ของอาเภอท่าม่วงจังหวั
ดกาญจนบุ รี เป็ นหิ น ปู น และหิ น ตะกอนมหายุ ค พาลี โ อโซอิ ก ตอนล่ า งยุ ค ออร์ โ ดวิ เ ชี ย น-
ดี โ ว เ นี ย น ที่ ถู ก แ ป ร ส ภ า พ ขั้ น ต่ า ไ ม่ รุ น แ ร ง นั ก ส่ ว น หิ น ยุ ค ดี โ ว เ นี ย น -
ค า ร์ บ อ นิ เ ฟ อ รั ส พ บ อ ยู่ ด้ า น ต ะ วั น ต ก ข อ ง ล า น้ า แ ค ว น้ อ ย ต่ อ เ นื่ อ ง ล ง ไ ป ท า ง ใ ต้
ลักษณะเด่นประการหนึ่ งในพื้นที่น้ ี คือมีหินปูนยุคเพอร์ เมียนหิ นทรายและหิ นทรายแป้ งสี แดงที่เกิด
จ า ก ก า ร ส ะ ส ม ตั ว ใ น ท ะ เ ล ม ห า ยุ ค มี โ ซ โ ซ อิ ก
้
แผ่กระจายเป็ นบริ เวณกว้างขึ้นไปถึงเขตอาเภออุมผาง จังหวัดตาก
3 . ธ ร ณี วิ ท ย า แ น ว ด อ ย อิ น ท น น ท์ –
ตากแนวเทื อ กเขานี้ ทอดยาวจากทางเหนื อ ลงมาจดแนวรอยเลื่ อ นแม่ น้ า ปิ งยาวประมาณ 300
- 81 -
กิ โ ล เ ม ต ร ก ว้ า ง ม า ก ก ว่ า 70
ั
กิโลเมตรซึ่ งมีลกษณะธรณี วิทยาโครงสร้ างเป็ นแกนรู ปประทุนของภูมิภาค (Baum et al., 1970)
ประกอบด้ ว ยหิ น แปรเกรดสู ง พวก หิ น พาราไนส์ หิ น ควอร์ ต ซิ ติ ก ชี ส ต์ หิ น ไบโอไทต์ ชี ส ต์
หิ น แคลก์ ซิ ลิ เ กตชี ส ต์ แ ละหิ น อ่ อ น (Baum et al., 1970 และCampbell, 1975)
่
แนวชั้นหิ นด้านทิศเหนื อวางตัวอยูในแนวเหนื อ-ใต้แล้วค่อยๆ เบนไปเป็ นแนวตะวันตกเฉี ยงเหนื อ-
ต ะ วั น อ อ ก เ ฉี ย ง ใ ต้ ใ ก ล้ ก ั บ แ น ว ร อ ย เ ลื่ อ น แ ม่ ปิ ง พ บ ว่ า มี หิ น อั ค นี ช นิ ด หิ น แ ก ร นิ ต
หิ น แ ก ร โ น ไ ด อ อ ไ ร ต์ แ ล ะ หิ น เ พ ก ม า ไ ท ต์ แ ท ร ก อ ยู่ ห ล า ย ๆ
บริ เวณตลอดแนวเทือกเขาหิ นแปรเกรดสู งทางด้านตะวันออกเฉี ยงเหนื อของอาเภอแม่สะเรี ยงจังหวั
ดแม่ฮ่องสอนและทางตะวันตกของอาเภอจอมทองและอาเภอฮอดจังหวัดเชี ยงใหม่ถูกปิ ดทับด้วยหิ
นทรายยุคแคมเบรี ยน และ/หรื อหิ นปูนยุคออร์ โดวิเชียนแบบไม่ต่อเนื่อง (Baum et al.. 1970)
4 . ธ ร ณี วิ ท ย า แ น ว เ ชี ย ง ร า ย - เ ชี ย ง ใ ห ม่ –
เถินชั้นหิ นที่สาคัญในแนวนี้ประกอบด้วยหิ นยุคไซลูเรี ยน-ดีโวเนียน-คาร์ บอนิ เฟอรัสซึ่ งแบ่งได้เป็ น
ั
2 แนว คือแนวด้านตะวันตกที่ช้ นหิ นเป็ นหิ นเชิ ร์ตและหิ นปูนมีซากดึกดาบรรพ์ซ่ ึ งไม่ถูกแปรสภาพ
ส่ วนอี ก แนวด้า นตะวัน ออกเป็ นหิ นแปรเกรดต่ า ประกอบด้ว ยหิ นควอร์ ตโซเฟลด์ส ปาติ ก ชี ส ต์
หิ น ฟิ ล ไ ล ต์ หิ น ค ว อ ร์ ต ไ ซ ต์ แ ล ะ หิ น เ ชิ ร์ ต
ซึ่ ง แ ผ่ ก ร ะ จ า ย ป ก ค ลุ ม บ ริ เ ว ณ ด้ า น ต ะ วั น อ อ ก ข อ ง เ ขื่ อ น ภู มิ พ ล
จั ง ห วั ด ต า ก บ ริ เ ว ณ ด้ า น ต ะ วั น อ อ ก ข อ ง อ า เ ภ อ เ ถิ น ด อ ย ขุ น ต า ล จั ง ห วั ด ล า ป า ง
และบริ เวณดอยลั ง กาจั ง หวัด เชี ย งราย โดยมี หิ น แกรนิ ต แทรกดั น ตั ว เข้ า มาในบางพื้ น ที่
เช่นที่ดอยขุนตาล ดอยหมอกและดอยลังกา
5.ธรณีวิทยาแนวลาปาง-แพร่ - สุ โขทัยชั้นหิ นที่ปกคลุ มบริ เวณนี้ เป็ นหิ นยุคเพอร์ เมี ยน-
ไ ท ร แ อ ส ซิ ก แ ล ะ หิ น ม ห า ยุ ค มี โ ซ โ ซ อิ ก
ที่ ต กตะกอนในสภาวะแวดล้อ มในทะเลตื้ น จนถึ ง ทะเลลึ ก แอ่ ง ที่ ส าคัญ ในการสะสมตะกอน
ไ ด้ แ ก่ แ อ่ ง ล า ป า ง โ ด ย มี ต ะ ก อ น ค ล้ า ย ค ลึ ง กั บ ลั ก ษ ณ ะ ป ร า ก ฏ แ บ บ
ฟ ลิ ช แ ล ะ ต ะ ก อ น ภู เ ข า ไ ฟ แ อ่ ง แ พ ร่ มี ก า ร ส ะ ส ม ต ะ ก อ น ค ล้ า ย แ อ่ ง ล า ป า ง
แต่จะมีตะกอนภูเขาไฟปะปนน้อยกว่า
6 . ธ ร ณี วิ ท ย า แ น ว น่ า น -แ พ ร่ –
อุตรดิตถ์ บริ เวณนี้เริ่ มตั้งแต่ทางตอนใต้และตะวันออกเฉี ยงใต้ของจังหวัดแพร่ ไปถึงแนวรอยเลื่อนอุ
ตรดิ ต ถ์ ซึ่ งตอนล่ า งของแนวนี้ โค้ง มาทางตะวัน ตกเฉี ย งใต้บ ริ เ วณอ าเภอบ้า นด่ า นลานหอย
จั ง ห วั ด สุ โ ข ทั ย ส่ ว น ใ ห ญ่ เ ป็ น หิ น ยุ ค ไ ซ ลู เ รี ย น ดี โ ว เ นี ย น ค า ร์ บ อ นิ เ ฟ อ รั ส
และเพอร์ เมียนหิ นสองยุคแรกมักมีหินภูเขาไฟและตะกอนหิ นภูเขาไฟแทรกอยูเ่ สมอชั้นหิ นเหล่านี้ ว
- 82 -
า ง ตั ว ใ น แ น ว ป ร ะ ม า ณ ต ะ วั น อ อ ก เ ฉี ย ง เ ห นื อ -
ั ่
ตะวันตกเฉี ยงใต้ช้ นหิ นคดโค้งตลบทับมีหินเมฟิ กและหิ นอัลตราเมฟิ กเกิดอยูตามแนวรอยเลื่อนอุตร
ดิ ต ถ์ ใ น เ ข ต จั ง ห วั ด น่ า น แ ล ะ อุ ต ร ดิ ต ถ์ หิ น ยุ ค ไ ท ร แ อ ส ซิ ก -
ครี เทเชียสแผ่ปกคลุมเป็ นบริ เวณกว้างทั้งด้านทิศตะวันออกและตะวันตก
ลาดับชั้นหินทัวไป่
ลาดับชั้นหิ นโดยทัวไปบริ เวณที่สูงภาคเหนื อและภาคตะวันตกตอนบนค่อนข้างซับซ้อนแ
่
ละมีความแตกต่างกันเฉพาะบริ เวณกล่าวโดยทัวไปแล้วบริ เวณนี้ประกอบด้วยหิ นยุคต่างๆ
่
เกือบทุกอายุทางธรณี กาลเรี ยงลาดับจากอายุแก่ไปอ่อนได้ ดังนี้
1 .
หินมหายุคพรีแคมเบรี ยนหิ นพื้นฐานซับซ้อนที่เชื่ อว่าเป็ นหิ นมหายุคพรี แคมเบรี ยนบริ เวณภาคเหนื
อ นั้ น ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย หิ น แ ป ร เ ก ร ด สู ง ซึ่ ง เ ป็ น หิ น แ ป ร ส ภ า พ อ ย่ า ง ไ พ ศ า ล โ ด ย มี
การเรี ยงลาดับหิ นจากล่างขึ้นบน ได้แก่ หิ นออร์ โทไนส์ (หิ นแอนนาเท็กไซต์หรื อหิ นมิกมาไทต์)
หิ น พาราไนส์ หิ น ชี ส ต์หิน แคลก์ ซิ ลิ เ กตและหิ น อ่ อ น พบแผ่ก ระจายในเขตอ าเภอปาย อ าเภอ
แม่สะเรี ยงจังหวัดแม่ฮ่องสอน อาเภอแม่แตง อาเภอแม่ริม อาเภอสะเมิง อาเภอเมืองอาเภอหางดง
อ าเภอสั นป่ าตอ ง อ าเ ภอจอม ทอง อ าเภอแม่ แจ่ ม อ าเภอฮ อดแล ะ อ าเภอ ออมก๋ อ ย
่ ั
จังหวัดเชียงใหม่ลงมาทางจังหวัดตากหิ นแปรเกรดสู งกลุ่มนี้ มกพบติดอยูกบหิ นที่มีอายุอ่อนกว่าแบ
ั
บ มี ร อ ย เ ลื่ อ น แ ล ะ แ บ บ มี ร อ ย ชั้ น ไ ม่ ต่ อ เ นื่ อ ง
ในเขตเทือกเขาดอยอินนนท์และดอยสุ เทพหิ นแปรเกรดสู งเกิดขึ้นในลักษณะปรากฏของแร่ แอมฟิ โ
บล (Amphibole Fancies) ภายใต้สภาวะที่มีอุณหภูมิสูงแต่มีความกดดันต่า
2 . หิ น ม ห า ยุ ค พ า ลี โ อ โ ซ อิ ก ต อ น ล่ า ง หิ น ยุ ค แ ค ม เ บ รี ย น -
ออร์ โดวิเชียนชั้นล่างๆเป็ นหิ นทรายแสดงการวางชั้นเฉี ยงระดับและชั้นหิ นกรวดมนถัดขึ้นมาเป็ นหิ
น ดิ น ด า น
สลับชั้นหิ นปูนบางๆจนเป็ นชั้นหิ นปูนหนาที่พบซากดึกดาบรรพ์โคโนดอนต์ความหนาของหิ นทรา
ั
ยแคมเบรี ยนและหินปูนออร์ โดวิเชียนบริ เวณภาคเหนือที่จงหวัดตาก ประมาณ 350 – 600เมตร และ
600 – 950เมตรตามลาดับ
หิ นยุค ไซลู เรี ย น-ดี โวเนี ย นบริ เวณแนวแม่ ฮ่องสอน-แม่ สอด-ทองผาภูมิ ประกอบด้วย
หิ น เ ชิ ร์ ต
สี น้ าตาลถึงสี ดาสลับกับหิ นทรายหิ นดินดานสี เทาและซับเกรย์แวกสลับกับหิ นปูนวางตัวต่อเนื่ องบ
่ ั
นหิ นยุคที่แก่กว่าหิ นปูนที่แทรกสลับอยูน้ ีมีลกษณะคล้ายกับหิ นปูนยุคออร์ โดวิเชียนแต่มีซากดึกดาบ
รร พ์ โ ค โ นด อ นต์ บ่ ง อ ายุ ยุ ค ไซ ลู เรี ย นต อ นป ล าย ถึ งดี โ ว เนี ย นต อ นป ล า ย แ ล ะ ซ า ก
- 83 -
ดึกดาบรรพ์แกรปโตไลต์ในหิ นดินดานสี ดาซึ่ งให้อายุช่วงดีโวเนี ยนความหนาของชั้นหิ นเหล่านี้ ปร
ะ ม า ณ 500 เ ม ต ร ( Baum et al., 1970)
ในชั้ นหิ นเชิ ร์ ตแล ะหิ นปู น ซึ่ งไม่ ถู ก แปรส ภาพบริ เวณแนวเชี ยงราย-เชี ยงใหม่ -เถิ น
พบว่ามีซากดึ กดาบรรพ์เทนทาคิวไลต์ (Kobayashi, 1964; Kobayashi and Hamada, 1968; และ
Jaeger et al., 1968) ส่ ว น ชั้ น หิ น ยุ ค ไ ซ ลู เ รี ย น -
ดี โ วเนี ย นด้ า นตะวัน ออกที่ ถู ก แปรสภาพไปเป็ นหิ นแปรเกรดต่ า จ าพวก หิ น ควอรตซ์ -
เฟลสปาติ กชี สต์หินฟิ ลไลต์หินควอร์ ตไซต์ หิ นแคลก์ซิลิเกตฟิ ลไลต์หินอาร์ จิลไลต์และหิ นเชิ ร์ต
ซึ่ งไม่พบซากดึกดาบรรพ์
3.หินมหายุคพาลีโอโซอิกตอนบนหิ นยุคคาร์ บอนิ เฟอรัสตอนล่างในแนวแม่ฮ่องสอน-
แม่ สอดและเชี ยงราย-เชี ยงใหม่-เถิ นส่ วนใหญ่ เป็ นหิ นทรายเนื้ อละเอี ย ดมี ก รวดปนบ้างเล็ กน้อย
และหิ นดิ นดานโดยมีหินปูนและหิ นเชิ ร์ตแทรกสลับ ความหนาของหิ นเหล่านี้ ประมาณ 300-400
เมตร (Baum et al., 1970) การสะสมตัวของชั้นหิ นต่อเนื่องกันจนถึงยุคคาร์ บอนิเฟอรัสตอนปลาย
หิ นยุค คาร์ บ อนิ เฟอรั ส ที่ พ บบริ เวณภาคตะวัน ตกทั้ง หมดส่ วนใหญ่ เป็ นหิ น ทรายและ
หิ น โ ค ล น ที่ มี เ ม็ ด ก ร ว ด ป น
ั
บริ เวณด้านตะวันตกของลาน้ าแควน้อยชั้นหิ นแสดงชั้นไม่ชดเจนและไม่พบร่ องรอยของซากดึกดา
บ ร ร พ์ ใ น ช่ ว ง ต อ น ล่ า ง ๆ ข อ ง ชั้ น หิ น แ ต่ จ ะ เ ริ่ ม พ บ ซ า ก ดึ ก ด า บ ร ร พ์
ยุคคาร์ บอนิเฟอรัสตอนปลาย ในช่วงตอนบนๆของชั้นหิ น
หิ น ยุ ค ค า ร์ บ อ นิ เ ฟ อ รั ส บ ริ เ ว ณ ทิ ศ ต ะ วั น ต ก เ ฉี ย ง ใ ต้
ของจั ง หวั ด สุ โขทั ย นั้ นชั้ นหิ นช่ ว งล่ า งประกอบด้ ว ยหิ นทรายสี เทาและสี น้ าตาลแดง
หิ นทรายแป้ งหิ นดินดานและหิ นกรวดภูเขาไฟสี เขียวส่ วนที่บริ เวณเขาหลวงประกอบด้วยหิ นกรวด
ภู เ ข า ไ ฟ สี แ ด ง หิ น ทั ฟ ฟ์ แ ล ะ หิ น ท ร า ย เ นื้ อ ทั ฟ ฟ์
ไม่ พ บร่ อ งรอยความสั ม พัน ธ์ ก ับ หิ นอื่ นๆหิ น ยุค คาร์ บ อนิ เฟอรั ส ช่ วงล่ า งตามแนวจัง หวัด น่ า น-
อุตรดิ ตถ์ประกอบด้วยหิ นดิ นดานเนื้ อทราย หิ นทราย หิ นกรวดภูเขาไฟหิ นกรวดมนและหิ นเชิ ร์ต
สี แ ด ง
ส่ วนช่วงบนเป็ นพวกหิ นเกรย์แวกหิ นอาร์ จิลไลต์และหิ นปูนหิ นยุคคาร์ บอนิเฟอรัสวางตัวแบบรอยชั้
น ไ ม่ ต่ อ เ นื่ อ ง เ ชิ ง มุ ม บ น หิ น ยุ ค ที่ แ ก่ ก ว่ า
และถูกปิ ดทับแบบต่อเนื่องด้วยหิ นปูนที่มีซากดึกดาบรรพ์หอยสองฝาและฟูซูลินิด
หิ นยุคเพอร์ เมียนบริ เวณภาคเหนื อเป็ นหิ นตะกอนและหิ นปูนเนื้ อประสานแน่นบริ เวณด้า
น ต ะ วั น ต ก ข อ ง อ า เ ภ อ แ ม่ ส ะ เ รี ย ง
จังหวัดแม่ฮ่องสอนชั้นหิ นเพอร์ เมียนตอนล่างส่ วนใหญ่เป็ นชั้นหิ นกรวดมนปูนบางแห่ งเป็ นชั้นหิ น
- 84 -
ทรายที่ มี หิ น เชิ ร์ ต แทรกสลั บ บ้ า ง บริ เวณเขตอ าเภอเมื อ งจั ง หวัด แม่ ฮ่ อ งสอน อ าเภอปาย
อ า เ ภ อ ฝ า ง แ ล ะ อ า เ ภ อ เ ชี ย ง ด า ว
ั
จังหวัดเชียงใหม่ช้ นหิ นยุคเพอร์ เมียนตอนล่างถึงยุคเพอร์ เมียนตอนกลางเป็ นพวกหิ นปูนชั้นหนา
บ ริ เ ว ณ น่ า น -อุ ต ร ดิ ต ถ์ -ทุ่ ง เ ส ลี่ ย ม
หิ น ยุ ค เ พ อ ร์ เ มี ย น เ ป็ น พ ว ก หิ น ท ร า ย หิ น ดิ น ด า น แ ล ะ หิ น ปู น
สะสมตัวต่อเนื่องจากชั้นหิ นยุคคาร์ บอนิ เฟอรัสตอนปลายแต่ในบริ เวณทางด้านตะวันตกเฉี ยงใต้ขอ
งจังหวัดน่านพบว่าชั้นหิ นปูนเริ่ มมีการสะสมตัวตั้งแต่ช่วงปลายยุคคาร์ บอนิเฟอรัสส่ วนบริ เวณทางด้
านเหนือของจังหวัดน่านชั้นหิ นปูนเริ่ มสะสมตัวในช่วงต้นยุคเพอร์ เมียนในขณะที่บริ เวณจังหวัดอุต
รดิ ต ถ์ แ ล ะ สุ โ ข ทั ย ชั้ น หิ น ยุ ค เ พ อร์ เ มี ย น ต อ น ล่ า งป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย หิ น ปู น หิ น ดิ น ด า น
หิ น ทรายและหิ น เชิ ร์ ต ปนในชั้น หิ น ปู น ที่ เ ขาหิ น ปู น ผาหิ น ตั้ง อ าเภอตรอนจัง หวัด อุ ต รดิ ต ถ์
พบซากดึกดาบรรพ์ของฟูซูลินิด ชื่อ Schwagerinaindica, Pseudofusulina sp., Pseudoschwagerina
้
cf., P. muongthensisบ่งอายุตนยุคเพอร์ เมียน (พิศิษฏ์ สุ ขวัฒนานันท์ และคณิ ต ประสิ ทธิ การกุล .
2527) และในชั้นหิ นเชิ ร์ตบริ เวณเขาวงพระจันทร์ ทางตะวันตกของอาเภอทุ่งเสลี่ยมจังหวัดสุ โขทัย
พบซากดึ ก ด าบรรพ์ เ รดิ โ อลาเรี ย บ่ ง อายุ ต้น ยุ ค เพอร์ เ มี ย น (Sashida et al., 1997)
ชั้นหิ นเพอร์ เมียนตอนกลางประกอบด้วยหิ นปูนหิ นชั้นภูเขาไฟ หิ นทัฟฟ์ ภูเขาไฟ หิ นกรวดภูเขาไฟ
แ ล ะ หิ น เ ชิ ร์ ต
สี แดงส่ วนชั้นหิ นตอนบนๆ เป็ นหิ นเกรย์แวก หินอาร์จิลไลต์ และมีหินปูนบ้าง
บริ เวณล าปาง-แพร่ -สุ โขทัยหิ นยุคเพอร์ เมี ย นจัดอยู่ในกลุ่ มหิ นงาว (Bunopas, 1981)
โ ด ย แ บ่ ง อ อ ก เ ป็ น 3 ห ม ว ด หิ น เ รี ย ง ล า ดั บ จ า ก ล่ า ง ขึ้ น บ น
คื อ ห ม ว ด หิ น กิ่ ว ล ม ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย หิ น ทั ฟ ฟ์ แ ล ะ หิ น ก ร ว ด ภู เ ข า ไ ฟ
หมวดหิ นผาหวดประกอบด้ ว ยหิ น ปู น มวลหนาถึ ง ชั้ นบางและหิ นดิ น ดานปนหิ นโคลน
ห ม ว ด หิ น ห้ ว ย ท า ก ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย หิ น ดิ น ด า น หิ น โ ค ล น
มีหินทรายหิ นปูนและหิ นกรวดมนแทรกสลับเป็ นช่วงๆความหนาของหมวดหิ นห้วยทากที่บริ เวณด
อยผาพลึ ง อ าเภองาว จัง หวัด ล าปาง ประมาณ 762 เมตร ซากดึ ก ด าบรรพ์ ที่ พ บ
ในชั้นหิ นบ่งอายุปลายยุคเพอร์ เมียน (Yanagida et al., 1988 และ สงัด ปิ ยะศิลป์ . 2515)
4 .
หินมหายุคมีโซโซอิกการสะสมตัวของหินมหายุคมีโซโซอิกในบริ เวณภาคเหนือและภาคตะวันตกข
่
องประเทศมีความแตกต่างกันชั้นหิ นส่ วนใหญ่วางตัวแบบไม่ต่อเนื่องอยูบนชั้นหิ นยุคที่แก่กว่า
หิ น ม ห า ยุ ค มี โ ซ โ ซ อิ ก แ ผ่ ก ร ะ จ า ย ใ น แ น ว แ ม่ ฮ่ อ ง ส อ น -แ ม่ ส อ ด -อุ ้ ม ผ า ง -
ท อ ง ผ า ภู มิ โ ด ย จ า แ น ก ไ ด้ เ ป็ น 2
- 85 -
กลุ่มได้แก่กลุ่มหิ นที่สะสมตัวแบบภาคพื้นทวีปประกอบด้วยหิ นทรายหิ นทรายแป้ งและหิ นดินดาน
ส่ ว น อี ก ก ลุ่ ม เ ป็ น หิ น ที่ ส ะ ส ม ตั ว ภ า ค พื้ น ส มุ ท ร ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย หิ น ก ร ว ด ม น
หิ น ท ร า ย หิ น ดิ น ด า น
ั
หิ นโคลนและหิ นปูนซากดึกดาบรรพ์ที่พบในหิ นมหายุคมีโซโซอิกบ่งอายุต้ งแต่ยุคไทรแอสซิ กตอน
กลางถึงยุคจูแรสซิ กตอนกลาง หิ นยุคไทรแอสซิ กทางด้านตะวันตกของอาเภออุมผางจังหวัดตาก ้
เ ป็ น พ ว ก หิ น ปู น หิ น ท ร า ย แ ล ะ หิ น โ ค ล น บ ริ เ ว ณ บ้ า น ก ล้ อ ท อ แ ล ะ บ้ า น
้
ปะละทะทางตะวันตกของอาเภออุ มผางก็เช่ นกันปกคลุ มด้วยหิ นชั้นยุคจู แรสซิ กที่ แสดงสภาวะ
การสะสมตั ว ของตะกอนในทะเลน้ าตื้ นประกอบด้ ว ยชั้ นหิ นเรี ยงจากล่ า งขึ้ นบนดั ง นี้
หิ นโคลนสลับหิ นทรายชั้นบางๆหิ นทรายเนื้อหยาบปานกลางที่มีเลนส์ หินปูนเกิดปนอยูดวยเหนื อขึ้ ่ ้
น ไ ป เ ป็ น พ ว ก หิ น ปู น ชั้ น ห น า ถึ ง ม ว ล ห น า มี ซ า ก ดึ ก ด า บ ร ร พ์ ป ะ ก า รั ง ( coral)
มากและตอนบนสุ ดเป็ นชั้นหิ นทรายเนื้อละเอียดถึงหยาบแสดงลักษณะชั้นเฉี ยงระดับความหนาของ
้
หิ นยุคจูแรสซิ กในเขตอาเภออุมผางมากกว่า 400 เมตรขึ้นไป
ใ น แ น ว เ ชี ย ง ร า ย -ล า ป า ง -
แพร่ ก ารสะสมตัว ของชั้น หิ น มหายุ ค มี โ ซโซอิ ก เกิ ด ต่ อ เนื่ อ งจากยุ ค เพอร์ เ มี ย นตอนบนขึ้ น มา
ส่ วนใหญ่เป็ นพวกหิ นดินดานสลับกับหิ นปูนหิ นตะกอนภูเขาไฟแอนดีไซต์ทฟฟ์ และหิ นไรโอไลต์ ั
ทัฟฟ์ โดยวางตัวแบบรอยชั้นไม่ต่อเนื่ องเชิ งมุมบนหิ นตะกอนภูเขาไฟยุคเพอร์ เมียน-ไทรแอสซิ ก
หรื อหิ นปูนยุคเพอร์ เมียนหิ นมหายุคมีโซโซอิกช่วงยุคไทรแอสซิ กที่เกิดจากการสะสมตัวของตะกอ
น ท ะ เ ล ไ ด้ แ ก่ ก ลุ่ ม หิ น ล า ป า ง ซึ่ ง ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย ห ม ว ด หิ น พ ร ะ ธ า ตุ
ห ม ว ด หิ น ผ า ก้ า น ห ม ว ด หิ น ฮ่ อ ง ห อ ย ห ม ว ด หิ น ด อ ย ล อ ง ห ม ว ด หิ น ผ า แ ด ง
หมวดหิ น ก้า งปลาและหมวดหิ น วัง ชิ้ น ซากดึ ก ด าบรรพ์ส าคัญ ๆที่ พ บในกลุ่ ม หิ น ล าปาง คื อ
หอยกาบคู่ (Pelecypod) Halobia sp., Daonella sp., Posidonia sp. และหอยกาบเดี่ยว (cephalopod)
แ อ ม โ ม ไ น ต์ ( ammonite) ชื่ อ Paratrachyceras sp.
ใ น ช่ ว ง ยุ ค จู แ ร ส ซิ ก ท า ง บ ริ เ ว ณ ด้ า น ต ะ วั น อ อ ก ข อ ง จั ง ห วั ด เ ชี ย ง ร า ย -พ ะ เ ย า -
น่านทางตะวันออกของจังหวัดอุตรดิตถ์มีการสะสมตัวของตะกอนบนบกของกลุ่มหิ นที่เทียบเท่ากับ
กลุ่ ม หิ นโคราชแต่ ไม่ ได้กาหนดชื่ อกลุ่ ม หิ นไว้ เพียงแบ่ งออกเป็ น หมวดหิ น ms1, ms2, ms3
(เที ย บเท่ า หมวดหิ น ภู ก ระดึ ง ), ms4 (เที ย บเท่ า หมวดหิ น พระวิ ห าร) และ ms5
(เ ที ย บ เ ท่ า ห ม ว ด หิ น เ ส า ขั ว ) ต า ม ล า ดั บ โ ด ย มี ห ม ว ด หิ น ms1
่
วางตัวแบบไม่ต่อเนื่องเชิงมุมอยูบนกลุ่มหิ นลาปางหลังจากนั้นการสะสมตัวของชั้นตะกอนเป็ นไปอ
ย่ า ง ต่ อ เ นื่ อ ง ส่ ว น ใ ห ญ่ เ ป็ น พ ว ก หิ น ท ร า ย หิ น ท ร า ย แ ป้ ง
หินกรวดมน หินดินดาน หินโคลนและหินทัฟฟ์
- 86 -
่ ั่
หิ นมหายุคซี โนโซอิกหิ นเทอร์ เชียรี พบกระจัดกระจายอยูทวไปตามบริ เวณแอ่งที่ราบระห
ั
ว่างภูเขาในเขตภาคเหนือและภาคตะวันตกแอ่งเทอร์ เชียรี ดงกล่าวนับว่ามีความสาคัญทางด้านทรัพย
ากรเชื้อเพลิงของประเทศอย่างยิงเนื่องจากเป็ นแหล่งสะสมตัวของแหล่งพลังงานเชื้ อเพลิงชนิ ดต่างๆ
่
อาทิ น้ ามั น ดิ บใ น แอ่ ง ฝาง ถ่ านหิ นลิ ก ไนต์ ใ นแอ่ ง แม่ เ มาะ แอ่ ง ลี้ แอ่ ง แม่ ทานแล ะ
แอ่งนาฮ่อง หิ นน้ ามันในแอ่งแม่สอด และแหล่งแร่ ดินเบาในแอ่งลาปาง เป็ นต้น
แอ่งแม่เมาะจังหวัดลาปางนับว่าเป็ นแอ่งเทอร์ เชี ยรี ขนาดใหญ่ที่สุดของภาคเหนื อที่พบชั้น
ถ่ า น หิ น ลิ ก ไ น ต์ ชั้ น หิ น ใ น แ อ่ ง ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย หิ น โ ค ล น หิ น ท ร า ย แ ป้ ง
หิ นทรายถ่านหิ นลิ กไนต์และหิ นกรวดมน กาหนดเป็ นกลุ่มหิ นแม่เมาะ แบ่งออกเป็ น 3 หมวดหิ น
เ รี ย ง ล า ดั บ จ า ก ล่ า ง สุ ด
ขึ้ น บ น ไ ด้ แ ก่
ั
หมวดหิ นห้วยคิงหมวดหิ นนาแขมซึ่ งมีช้ นถ่านหิ นลิกไนต์และหมวดหิ นห้วยหลวงชั้นตะกอนเหล่า
นี้สะสมตัวในสภาวะแวดล้อมที่เป็ นทะเลสาบในเขตจังหวัดแพร่ มีแอ่งเทอร์ เชี ยรี ขนาดใหญ่คือแอ่งแ
้
พร่ ประกอบด้วยชั้นหิ นทรายหิ นโคลนและชั้นถ่านหิ นลิกไนต์ที่มีกอนตะกอนเนื้ อปูนปนสภาวะแว
ดล้อมการตกตะกอนเป็ นแบบที่ราบตะกอนน้ าพารู ปพัดและบริ เวณที่ลุ่มน้ าขัง
ตะกอนยุคควอเทอร์ นารี ในภาคเหนื อและภาคตะวันตกเป็ นตะกอนที่เกิดจากแม่น้ าปิ งวัง
ยม และน่ าน และส่ วนใหญ่เป็ นตะกอนแบบน้ าพารู ปพัดทางตอนเหนื อในเขตของอาเภอแม่แตง
จั ง ห วั ด เ ชี ย ง ใ ห ม่ บ ริ เ ว ณ ที่ เ ป็ น ต ะ พั ก สู ง ป ร ะ ม า ณ 60
เ ม ต ร จ า ก ร ะ ดั บ พื้ น ร า บ ข อ ง แ ม่ น้ า ปิ ง ขึ้ น ไ ป นั้ น ถู ก ป ก ค ลุ ม ด้ ว ย
หน่วยชั้นตะกอนแม่แตงซึ่ งประกอบด้วยชั้นกรวดขนาดปานกลางถึงขนาดใหญ่โดยมีตะกอนทราย
และดินเหนียวเป็ นเนื้อพื้นนอกจากนั้นในบริ เวณตะพักสู งทัวไปของภาคเหนื ออาจพบชั้นศิลาแลงที่
่
มีลกษณะค่อนข้างแข็งมีรูพรุ นและมีเศษชิ้นส่ วนของเทคไทต์ปนอยูดวยในบางพื้นที่
ั ่ ้
ใ น เ ข ต จั ง ห วั ด ล า ป า ง ห น่ ว ย ชั้ น ต ะ ก อ น น้ า แ ม่ จ า ง ป ก ค ลุ ม พื้ น ที่ ก ว่ า 200
ต า ร า ง กิ โ ล เ ม ต ร ต ล อ ด เ ส้ น ท า ง จ า ก บ้ า น แ ม่ ท ะ ไ ป ยั ง บ้ า น แ ม่ เ ม า ะ
ประกอบด้ว ยตะกอนกรวดทรายหนาบางส่ ว นปิ ดทับ ด้ว ยบะซอลต์ อ ายุ ไ ด้ 0.69 ถึ ง 0.95
ั
ล้านปี และตะกอนช่วงบนสุ ดเป็ นชั้นศิลาแลงและดินแลงที่เกิดจากการผุพงของหิ นบะซอลต์ดานล่า ้
ง
ั
5.หินอัคนีในภาคเหนือและภาคตะวันตกตอนบนมีท้ งหิ นอัคนีแทรกซอนและหิ นอัคนีพุหิ
นอัค นี แทรกซอนเป็ นพวกหิ นแกรนิ ต และหิ นไนส์ สิ ก แกรนิ ต แบ่ ง ออกได้เป็ น 3 แนวได้แ ก่
แ น ว ด้ า น ต ะ วั น อ อ ก ผ่ า น เ ข ต ข อ ง จั ง ห วั ด เ ชี ย ง ร า ย -พ ะ เ ย า -น่ า น -
อุตรดิตถ์หินแกรนิ ตเป็ นพลูตอนขนาดเล็ก ลักษณะเนื้ อหิ นค่อนข้างหยาบ อายุหินประมาณ 208+-4
- 87 -
ถึ ง 213+-10 ล้า นปี แนวตอนกลางผ่ า นทางด้า นทิ ศ ตะวัน ตกของจัง หวัด เชี ย งใหม่ -ล าปาง
และตากหิ นแกรนิตเป็ นแบบมวลไพศาลเนื้อหิ นแสดงลักษณะการเรี ยงตัวของผลึกแร่ และในบางพื้น
ที่ ผ ลึ ก แ ร่ มี ก า ร ห ล อ ม
ตัวบางส่ วน อายุหินประมาณ 212 +-12 ถึง 236 +- 5 ล้านปี และแนวหิ นแกรนิ ตด้านตะวันตก
เป็ นพลูตอนเล็กๆต่อกันเป็ นแนวดันแทรกผ่านชั้นหิ นมหายุคพาลีโอโซอิกและหิ นแกรนิ ตแนวที่อยู่
ตอนกลางบางแห่ ง เนื้ อ หิ น แสดงลั ก ษณะผลึ ก แร่ เนื้ อ ดอกหยาบและเนื้ อ หยาบปานกลาง
อ า ยุ หิ น ป ร ะ ม า ณ 130 +-4
ั
ล้านปี ส่ วนหิ นอัคนีพุน้ นปรากฏให้เห็นเป็ นบริ เวณกว้างตั้งแต่ทางด้านทิศตะวันออกของจังหวัดเชี ยง
รายผ่า นพะเยา-ล าปาง-แพร่ ล งไปถึ ง จึ ง หวัดตากหิ นส่ วนใหญ่ เป็ นหิ นไรโอไลต์ หิ นแอนดี ไ ซต์
หิ น ไ ร โ อ ลิ ติ ก ทั ฟ ฟ์ หิ น แ อ น ดี ซิ ติ ก ทั ฟ ฟ์ แ ล ะ หิ น บ ะ ซ อ ล ต์
โ ด ย มี หิ น แ ก บ โ บ ร แ ล ะ หิ น ไ พ ร อ ก ซิ ไ น ต์ บ้ า ง อ า ยุ ข อ ง หิ น อั ค นี พุ มี ตั้ ง แ ต่ ยุ ค
ไซลู เ รี ยนถึ งจู แ รสซิ กส าหรั บ หิ นบะซอลต์ ที่ พ บในเขตอ าเภอแม่ ท ะ อ าเภอเกาะคา
แ ล ะ อ า เ ภ อ ส บ ป ร า บ จั ง ห วั ด ล า ป า ง มี อ า ยุ ป ร ะ ม า ณ 5 ถึ ง 8 แ ส น ปี
ที่ บ ริ เวณบ้ า นเชี ย งเคี่ ย นอ าเภอเทิ ง และที่ ริ มแม่ น้ าโขง อ าเภอเชี ย งของ จั ง หวัด เชี ย งราย
้
มีอายุประมาณ 1.7+-0.12 ล้านปี และที่บานบ่อแก้ว อาเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ มีอายุประมาณ 5.64+-
0.28 ล้านปี
ตารางธรณีกาล (Geologic time scale)
จากร่ องรอยและซากดึกดาบรรพ์ของพืชและสัตว์ที่ได้มีการค้นพบในชั้นหิ นของเปลือกโ
ลกในที่ต่างๆเราสามารถนามารวบรวมและอธิ บายประวัติความเป็ นมาของโลกได้ทาให้ทราบถึง
ั ิ
ลาดับและวิวฒนาการของสิ่ งมีชีวตจากชี วิตแรกเริ่ มในบรมยุคโพรเทอโรโซอิกจนถึงยุคปั จจุบนหน่ ั
วยเวลาที่ ใ หญ่ สุ ดตามมาตราธรณี ก าลเรี ย กว่า บรมยุค (Eon) โลกของเราประกอบด้วย 3
บรมยุคได้แก่บรมยุคคริ ปโทโซอิก (Cryptozoic) หรื ออาร์ ดีโอโซอิก (Archaeozoic) หรื ออะโซอิก
(Azoic)เป็ นบรมยุคที่มีหินเก่าสุ ดบรมยุคโพรเทอโรโซอิก(Proterozoic)เป็ นบรมยุคของสิ่ งมีชีวิตแร
กเริ่ มและบรมยุคฟาเนอโรโซอิก(Phanerozoic)เป็ นบรมยุคของสิ่ งมีชีวิตที่มองเห็นได้ซ่ ึ งเป็ นช่วงเวล
าที่มีซากดึกดาบรรพ์แพร่ หลาย
นั ก ธ ร ณี วิ ท ย าไ ด้ จ า แน กบ รม ยุ ค ฟ าเ นอ โร โซ อิ ก อ อก เป็ น 3 ม หา ยุ ค
(Era)ได้แก่มหายุคพาลี โอโซอิ ก (Paleozoic)เป็ นช่ วงของชี วิตเก่ามหายุคมี โซโซอิก (Mesozoic)
เป็ นช่ ว งของชี วิ ต กลาง(หรื อ เรี ย กยุค ของไดโนเสาร์ ) และมหายุค ซี โ นโซอิ ก (Cenozoic)
เป็ น ช่ ว งเ วล า ขอ งชี วิ ต ใ หม่ ใ น แต่ ล ะ ม หา ยุ ค จ ะ ถู ก แ บ่ ง ออก เป็ นยุ ค (Periods)
- 88 -
ต่ า ง ๆ แ ล ะ แ ต่ ล ะ ยุ ค จ ะ แ บ่ ง ย่ อ ย อ อ ก เ ป็ น ห น่ ว ย เ ล็ ก ๆ เ รี ย ก ว่ า ส มั ย (Epochs)
่ ั
เส้นแบ่งมหายุคยุคและสมัยออกจากกันนั้นขึ้นอยูกบการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่างๆในอดีตเช่
น ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ข อ ง ช นิ ด ห รื อ เ ผ่ า พั น ธุ์ ข อ ง พื ช ห รื อ สั ต ว์ แ ล ะ
การเกิดกระบวนการเกิดเทือกเขาตัวอย่างเช่นการสู ญพันธุ์ของไดโนเสาร์ ถูกใช้เป็ นตัวแยกมหายุคมี
โซโซอิ ก ออกจากมหายุ ค ซี โนโซอิ ก และยุ ค ควอเทอร์ นารี (Quaternary Period)
จะถูกแบ่งออกเป็ นช่วงต้นคือสมัยไพลส์ โตซี น(Pleistocene Epoch)และช่วงปลายคือสมัยโฮโลซี น
(Holocene Epoch)
ั ่
ซึ่ งก็คือยุคปั จจุบนที่เรากาลังอาศัยอยูน้ ีเองการเริ่ มต้นของสมัยไพลส์โตซี นจะเริ่ มตั้งแต่การเกิดของธ
ารน้ าแข็งขนาดใหญ่ที่เคลื่อนตัวลงมาจากขั้วโลกเหนือลงมาปกคลุมทวีปอเมริ กาและทวีปยุโรปซึ่ งจ
ะ ก ล า ย เ ป็ น ยุ ค น้ า แ ข็ ง (Great Ice Age)
ในช่วงสมัยไพลสโตซี นส่ วนสมัยโฮโลซี นจะเริ่ มขึ้นเมื่อธารน้ าแข็งต่างๆเหล่านี้ ถดถอยไปจากทวีป
อ เ ม ริ ก า แ ล ะ ยุ โ ร ป ซึ่ ง เ ริ่ ม เ มื่ อ 10,000
ปี มาแล้วอายุที่วดได้ของหิ นยุคต่างๆตามที่ปรากฏในมาตราธรณี กาลได้มาจากการคานวณโดยวิธีต่า
ั
ั
งๆกันแร่ บางชนิดในหิ นอัคนีมีธาตุกมมันตรังสี ยเู รเนียมและธอเรี ยมซึ่ งจะแตกตัวตามธรรมชาติดวย ้
อัตราที่คงที่จนได้ตะกัวในขั้นสุ ดท้ายถ้าเราทราบอัตราการสลายตัวก็สามารถหาอายุของชั้นหิ นนี้ ได้
่
โดยการหาอัตราส่ วนของปริ มาณยูเรเนียมและปริ มาณตะกัวที่มีอยูในหิ นนั้น่ ่
้
รู ปที่ 3.1 ตารางธรณี กาลและซากดึกดาบรรพ์ที่คนพบในแต่ละยุค
- 89 -
ที่มา : (http://www.maceducation.com/e-knowledge/2502201100/08.htm. 2554)
Get documents about "