Research51 036

Document Sample
Research51 036 Powered By Docstoc
					       การพัฒนาศักยภาพระบบเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย
ในระดับปฐมภูมิ
                                           กมลรัตน์ เกตุบรรลุ นักวิชาการสาธารณสุขชานาญการพิเศษ
         เด็กวัย 0-5 ปี อยู่ในระยะสาคัญของชีวิต เป็นวัยรากฐานของการพัฒนาการเจริญเติบโตทั้งร่างกาย
จิตใจ           อารมณ์และสติปัญญา              โดยเฉพาะด้านสมอง               ซึ่งเติบโตถึงร้อยละ    80
ของผู้ใหญ่เป็นวัยที่มีความสาคัญเหมาะสมที่สุดในการปูพื้นฐาน เพื่อยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิต
         จากการสารวจพัฒนาเด็ก 0-5 ปีในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์
สุรินทร์และมหาสารคาม ในปี 2546 รวมจานวน 981 รายพบว่ามีพัฒนาการสมวัยเพียงร้อยละ 61.9
สงสัยจะล่าช้าร้อยละ                                                                                38.1
นอกจากนี้พบว่าปัจจัยการศึกษาของผู้เลี้ยงเด็กมีความสัมพันธ์กับพัฒนาการเด็กโดยเฉพาะในช่วงวัย 48 –
54 เดือน และการศึกษาปี 2549 สารวจในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ พบว่า
เด็กปฐมวัยมีพัฒนากรสมวัยรวมทุกด้าน                           เพิ่มขึ้นอัตราร้อยละ                  67.1
ปัจจัยทางประชากรของพ่อแม่ที่มีผลต่อพัฒนาการเด็กปฐมวัยอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ 0.00 –
0.05 ได้แก่ ปัจจัยด้านอายุของพ่อแม่และผู้เลี้ยงดูเด็กในเวลากลางวัน
         จากการศึกษาของศิริพร                 กัญชนะและคณะ                    (รายงานสารวจสภาวะสุขภาพ
พัฒนาการและการเจริญเติบโตเด็กปฐมวัย                                   2542)                       พบว่า
การเข้าถึงบริการสุขภาพเด็กดีของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขตามมาตรฐานการบริการจะมุ่งที่การให้ภูมิคุ้มกันโ
รค             ในขณะที่ร้อยละ 57.20 เด็กไม่เคยได้รับบริการตรวจพัฒนาการ และร้อยละ 50.97
ไม่เคยได้รับบริการตรวจสุขภาพฟัน ช่องปาก และเด็กอายุ 4 ปี มีปัญหาฟันน้านมบนผุ เฉลี่ย 3.07
ซี่ฟันน้านมลางผุเฉลี่ย                                       1.77                                     ซี่
แสดงว่าเด็กปฐมวัยในปัจจุบันยังไม่ได้รับการดูแลอย่างรอบด้านในเรื่องพัฒนาการ
         คณะผู้วิจัย                                     จึงเห็นความสาคัญของการพัฒนาระบบเฝ้าระวัง
ตลอดจนกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาเด็กในคลินิกเด็กดีในระดับสถานีอนามัยและโรงพยาบาลชุมชนซึ่งใกล้ชิด
พ่อแม่ ผู้เลี้ยงดูเด็กและชุมชุน ซึ่งจะส่งผลให้เด็กมีสภาวะสุขภาพดีมีพัฒนาการสมวัยต่อไป
วัตถุประสงค์ระยะที่ 1 เพื่อศึกษาประสิทธิภาพเฝ้าระวังพัฒนาเด็กปฐมวัยในระดับปฐมภูมิ
รูปแบบการวิจัย        เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research)
นิยามการวิจัย
       - ระดับปฐมภูมิ หมายถึง การบริการในระดับโรงพยาบาลชุมชนและสถานีอนามัย
       -       ระบบเฝ้าระวัง       หมายถึง                การดาเนินการรวบรวมข้อมูลพัฒนาการเด็ก
และมีการนาข้อมูลมาวิเคราะห์และเสนอแนวทางในการแก้ไข
กรอบแนวคิด
          รูปแบบการเฝ้าระวังพัฒนาการเด็ก                                การพัฒนารูปแบบกิจกรรม
                                                                        ประเมินและส่งเสริมพัฒนา
        ในคลินิกเด็ก              ครูพี่เลี้ยงศู
                                                                           การเด็กอายุ 0-5 ปี
        ดีโรงพยาบา                นย์เด็กเล็ก
                 ล                  น่าอยู่
                 พ่อ แม่                                                ประสิทธิผลการประเมิน
         ผู้เลี้ยงดูแลที่บ้าน                                           และส่งเสริมพัฒนาการ
                                                                           เด็กอายุ 0-5 ปี

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ผู้รับบริการในคลินิกเด็กดีของสถานบริการสาธารณสุขที่เป็นของรัฐ
ในพื้นที่เขตการสาธารณสุขที่ 13 ทั้งสิ้น 3 จังหวัด ๆ ละโรงพยาบาล 1 แห่ง สถานีอนามัย 1
แห่งที่มีบริการคลินิกเด็กดี โดย
          - การเลือกจังหวัด เลือกทุกจังหวัดเป็นในพื้นที่ ตกเป็นกลุ่มตัวอย่าง
          - การเลือกอาเภอตัวอย่าง สุ่มเลือกโดยวิธี                Systematic Random Sampling
          และเลือกโรงพยาบาลชุมชนนั้นเป็นตัวอย่าง
          -                       การเลือกสถานบริการระดับตาบล                 ได้แก่                PCU
          หรือสถานีอนามัยที่มีบริการคลินิกเด็กดีในอาเภอที่ถูกเลือก สุ่มเลือกโดยวิธี Simple Random
          Sampling
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
          1. แบบสอบถามข้อมูลทั่วไปของกลุ่มเป้าหมายและข้อมูลเกี่ยวกับตัวเด็ก
          2. เครื่องมือประเมินพัฒนาการเด็กแบบอนามัย 49
ระยะเวลาทาการวิจัย ปีงบประมาณ 2551 (ตุลาคม 2550 – กันยายน 2551)
ระยะที่ 1 ปีงบประมาณ 2551
          1. ทบทวนเอกสารวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง
          2. จัดทาร่างแบบสอบถามเครื่องมือเก็บข้อมูลทางด้านประชากร เศรษฐกิจ และสังคม
          ซึ่งผู้วิจัยได้สร้างขึ้นพร้อมให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความตรงเนื้อหา ความถูกต้องของเครื่องมือ
          3. นาแบบประเมินพัฒนาการเด็ก ที่ผ่านการตรวจสอบอย่างสมบูรณ์ทบทวน
          4. รวบรวมผลการตรวจประเมินพัฒนาการเด็กในพื้นที่เป้าหมายที่ตกเป็นกลุ่มตัวอย่าง
          5. การใช้แบบประเมินพัฒนาการเด็กแบบอนามัย 49 สุ่มประเมินในพื้นที่ที่ตกเป็นกลุ่มตัวอย่าง
         6. นาเสนอสรุปผลการประเมินพัฒนาการเด็กในพื้นที่
         7. สรุปและรายงาน
การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้สถิติเชิงพรรณนา
สรุปผลการศึกษาวิจัยในระยะที่ 1 ปี 2551
         การศึกษาระบบการเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในระดับปฐมภูมิ
มีวัตถุประสงค์ในระยะที่          1      เพื่อศึกษาประสิทธิภาพเฝ้าระวังพัฒนาเด็กปฐมวัยในระดับปฐมภูมิ
กลุ่มประชากรตัวอย่าง คือ สถานบริการที่เกี่ยวข้องในเด็กอายุ 0-5 ปี ในพื้นที่ 3 จังหวัด ในเขต 13 ได้แก่
จังหวัดชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ผลการวิจัยนาเสนอใน 5 ประเด็น ดังนี้
         1. ข้อมูลทางประชากรและสังคมของบิดาและมารดาเด็กอายุ 15 – 54 เดือน
         2. ความแตกต่างผลการประเมินพัฒนาการเด็กของสถานบริการและผู้สารวจ
         3. การนาเสนอสรุปผลการประเมินพัฒนาการเด็กในพื้นที่กับกลุ่มเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
         ผู้เลี้ยงดูเด็ก
ข้อมูลทางประชากรและสังคมของบิดาและมารดาเด็กกลุ่มตัวอย่าง
           ผลการตรวจประเมินพัฒนาการเด็กในพื้นที่เป้าหมายที่ตกเป็นกลุ่มตัวอย่าง
โดยใช้แบบประเมินพัฒนาการเด็กแบบอนามัย                                                                   49
สุ่มประเมินแบบบังเอิญในช่วงวันที่เก็บข้อมูลทุกรายที่มารับบริการในคลินิกเด็กดีในโรงพยาบาล 3 แห่ง
ได้แก่ โรงพยาบาลจัตุรัส คูเมือง และท่าตูม รวมทั้งสิ้น 101 ราย ส่วนใหญ่อาศัยอยู่นอกเขตเทศบาล
และเป็นบุตรคนที่        1 น้าหนักแรกคลอดส่วนใหญ่ปกติมากกว่า 2,500 กรัม ร้อยละ 88.12
ผู้เลี้ยงดูในเวลากลางวัน คือมารดาเป็นผู้เลี้ยงดูเอง รองลงมาคือญาติ ซึ่งได้แก่ ปู่ ย่า ตา ยาย ลุงป้า น้า อา
หลาน ถึงร้อยละ 33.66 ส่วนใหญ่จนชั้นประถมศึกษาร้อยละ 61.39
ตาราง1 ลักษณะทางประชากรและสังคม
               ลักษณะทางประชากรและสังคม                     จานวน              ร้อยละ
           โรงพยาบาล
           - โรงพยาบาลจัตุรัส                                33                 32.67
           - โรงพยาบาลคูเมือง                                33                 32.67
           - โรงพยาบาลท่าตูม                                 35                 34.65
                             รวม                             101                 100
           เขตที่อยู่
           - ในเขตเทศบาล                                      26                25.74
           - นอกเขตเทศบาล                                     66                65.35
              รวม                       101      100




    ลักษณะทางประชากรและสังคม            จานวน   ร้อยละ
ลาดับบุตร
- คนที่ 1                                 50    49.50
- คนที่ 2                                 35    34.65
- คนที่ 3                                 16    15.84
                   รวม                   101     100
นาหนักแรกคลอด
- น้อยกว่า 2,500 กรัม                      7     6.93
- 2,500 – 4,000 กรัม                      89    88.12
- มากกว่า 4,000 กรัม                       4     3.96
                   รวม                   100     100
ผู้ดูแลกลางวัน
- มารดา                                   54    53.47
- บิดา                                     1     0.99
- มารดาและบิดา                             6     5.94
- ญาติ                                    34    33.66
- ฝากเลี้ยงในสถานรับเลี้ยงเด็ก             1     0.99
- ฝากเลี้ยงในโรงเรียน                      4     3.96
                   รวม                   100     100
ระดับการศึกษาของผู้เลียงดูในเวลากลางวัน
- ไม่ได้เรียน                              4     3.96
- ประถมศึกษา                              62    61.39
- มัธยมศึกษา                              24    23.76
- อนุปริญญา/ปวท./ปวส.                      2     1.98
- ปริญญาตรี/ปริญญาโท                       7     6.93
- ไม่ระบุ                                  2     1.98
                              รวม                       101               100




ความแตกต่างผลการประเมินพัฒนาการเด็กของสถานบริการและผู้สารวจ
          การใช้                    Denver                 II           เพื่อประเมินพัฒนาการเด็ก
ผู้ประเมินจะต้องผ่านการอบรมผู้ทดสอบพัฒนาการที่เป็นระบบ ขณะทดสอบต้องทาอย่างเป็นมาตรฐาน
ผู้ทาการทดสอบควรผ่านการฝึกฝนอย่างครบถ้วน
ก่อนที่จะนาผลการทดสอบไปใช้อย่างเป็นทางการและถูกต้อง
ซึ่งในปัจจุบันผู้ผ่านการทดสอบพัฒนาการเด็กมีน้อยมาก
ไม่เพียงพอต่อปริมาณของเด็กปฐมวัยในประเทศไทย
อีกทั้งการฝึกอบรมแต่ละครั้งจะต้องใช้เวลาและงบประมาณจานวนมาก                               ดังนั้น
การวิจัยในครั้งนี้จึงใช้เครื่องมือทดสอบพัฒนาการเด็กอนามัย                                    49
เป็นเครื่องมือที่เข้าใจโดยใช้สะดวกไม่ยุ่งยาก                                        เหมาะสาหรับ
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับพื้นที่ได้ใช้ในการปฏิบัติงาน ซึ่งในปีงบประมาณ 2550 กระทรวงสาธารณสุข
ได้ถ่ายทอดนโยบายให้หน่วยบริการในคลินิกสุขภาพเด็กดี
ได้ใช้ในการประเมินพัฒนาการเด็กอย่างแพร่หลาย และเก็บรายงานทุก 1 ปี
พัฒนาการของเด็กทุกกลุ่มอายุ (เด็กปฐมวัย)
           พบเด็กปฐมวัยมีพัฒนากรสมวัยรวมทุกด้าน                       ในอัตราร้อยละ         67.1
ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับเป้าหมายในแผนพัฒนาการสาธารณสุขฉบับที่ 9 ผลเกือบบรรลุตามเป้าหมาย
(ร้อยละ 80 เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการสมวัย)         ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับการสารวจพัฒนาการเด็กปฐมวัย
ในเขต 5 เมื่อปี.2546                พบข้อแตกต่าง คือ เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการที่ดีขึ้นกว่าในปี 2546
โดยเด็กมีพัฒนาการสมวัยเพิ่มจากร้อยละ 61.9 เป็นร้อยละ 67.1 (ตาราง 5)
ตาราง 2 พัฒนาการเด็ก

  พัฒนาการเด็กในคลินิกเด็กดี จานวน ปกติ จานวน สงสัยล่าช้า จานวน ไม่มีโอกาส
                                    %             %                  %
  - ประเมินโดยเจ้าหน้าที่      79 76.24   2     1.98        10     21.78

  - ประเมินโดยทีมเก็บข้อมูล         63     62.38      29        28.71        1         0.99
การสรุปผลการประเมินพัฒนาการเด็กในพืนที่กับกลุ่มเจ้าหน้าที่สาธารณสุขผู้เลียงดูเด็ก
           จากการนาข้อมูลที่ได้เสนอในเวทีระดมความคิดและจัดทาแนวทางการแก้ไขในปี                  2552
กับกลุ่มเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในโรงพยาบาลชุมชน                                           และสถานีอนามัย
กลุ่มผู้รับผิดชอบงานของปกครองท้องถิ่นและกลุ่มครูพี่เลี้ยงในศูนย์เด็กเล็กน่าอยู่ โดยสรุป
           1. โรงพยาบาลชุมชนและสถานีอนามัย
                1.1 บุคลากรขาดความรู้ทักษะในการประเมินพัฒนาการ
                1.2
                จานวนบุคลากรน้อย/ผู้รับบริการมากทาให้การประเมินพัฒนาการไม่ครอบคลุมทุกด้านเวลา
                จากัด
                1.3 สถานที่ไม่เป็นสัดส่วนไม่เหมาะที่จะประเมินพัฒนาการ ชุดวัสดุ-อุปกรณ์
                ในการประเมินไม่เพียงพอ
                1.4 ผู้ปกครองไม่เห็นความสาคัญเกี่ยวกับการประเมิน/ไม่ให้ความร่วมมือ
                1.5 ขาดระบบการเชื่อมโยงการส่งต่อผู้ป่วย
           แนวทางการแก้ไข
            - ส่งเสริมกิจกรรมโรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัว
           - พัฒนาระบบการติดตามเยี่ยมบ้านอย่างต่อเนื่อง
           - พัฒนาระบบ การส่งต่อ ข้อมูล เด็กที่มีพัฒนาการล่าช้า
     2. องค์กรปกครองท้องถิ่น/ศูนย์เด็กเล็ก
           1. บุคลากร การส่งเสริมด้านการฝึกอบรม เพื่อเพิ่มทักษะในการทางาน
           การส่งเสริมการศึกษาให้บุคลากรทางการศึกษายังไม่ทั่วถึง
           2. งบประมาณ งบประมาณในการส่งเสริมการจัดการศึกษา ยังไม่เพียงพอเท่าที่ควร
           3. ชุมชน และผู้ปกครอง การให้ความร่วมมือของชุมชน และผู้ปกครองในการมีส่วนร่วม
           ทากิจกรรมร่วมกันมีน้อย เด็กอาศัยอยู่กับปู่ย่าตายาย
           แนวทางการแก้ไข
           - ส่งบุคลากรเข้าร่วมการฝึกอบรมมากขึ้น เพื่อให้ได้รับความรู้ในการดูแลเด็กอย่างถูกต้อง
           - เสนอของบประมาณเพิ่มเติมจากภาพรวมท้องถิ่น
           - มีการประชุมปรึกษาหารือเกี่ยวกับปัญหาและหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน
           จัดกิจกรรมพัฒนาผู้ดูแลเด็กที่บ้าน

				
DOCUMENT INFO
Shared By:
Categories:
Tags:
Stats:
views:59
posted:1/26/2012
language:Thai
pages:6