Automibiles Sales

W
Description

Automibiles Sales document sample

Shared by: gyp14917
Categories
Tags
-
Stats
views:
85
posted:
1/24/2012
language:
Thai
pages:
64
Document Sample
scope of work template
							                        บทที่ 9
            วัฏจักรธุรกิจ (Business Cycle)
  ผลผลิต : GDP                          C


                                                   D

                       B                           E

            A
                                                                  เวลา(เดือน)
                 10   20      30      40      50       60

โดย อาจารย์มานิตย์ ผิวขาว สาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาเขตหนองคาย มหาวิทยาลัยขอนแก่น    1
หัวข้ อ
  1) ความนา
                             ั
  2) ความหมายและสาเหตุวฏจักรธุรกิจ
  3) ทฤษฎีอุปสงค์ รวมของวัฏจักร
              ั            ่
  4) ทฤษฎีวฏจักรธุรกิจทีแท้ จริง
                ั
  5) ทฤษฎีวฏจักรธุรกิจของสานักเคนส์ เซี่ยนใหม่
  6) สรุป
  7) ตัวอย่ างการวิเคราะห์ เศรษฐกิจ
                                                 2
ความนา




         3
แต่ ละวัฏจักรจะประกอบด้ วย
         - การขยายตัว (expansion)
         - การถดถอย (recession)
         - การหดตัว (depression หรื อ contraction) และ
         - การฟื้ นตัว (recovery หรื อ revivals)




                                                         4
3500
3000
2500
2000
                                                                     GDP
1500
1000
 500
   0
       2523 2525 2527 2529 2531 2533 2535 2537 2539 2541 2543 2545
                                                                       5
           ่ ิ
คุณลักษณะทีใช้ พจารณาพฤติกรรมเชิงวัฏจักรของตัวแปรเศรษฐกิจมหภาค
                         ่
         1. ทิศทางการเปลียนแปลง (direction of change)
เป็ นการเปลี่ยนแปลงของตัวแปรเศรษฐกิจมหภาคกับตัวแปรของกิจกรรม
เศรษฐกิจรวม(GDP)
       - ทิศทางเดียวกัน (Procyclical)
       - ทิศทางตรงกันข้ามกัน (Countercyclical)
             ั
       - ไม่ชดเจน (Acyclical)
          2. เวลาของการวกกลับของตัวแปร (the timing of the variable’s
turning point)
          - ตัวแปรนา (leading variable) การวกกลับของตัวแปรเศรษฐกิจมหภาค
เกิดขึ้นก่อนการวกกลับของกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม (GDP)             6
       - ตัวแปรตาม (lagging variable) การวกกลับของตัวแปรเศรษฐกิจมห
ภาคเกิดขึ้นหลังการวกกลับของกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม (GDP)
       - ตัวแปรพ้อง (coincident variable) การวกกลับของตัวแปรเศรษฐกิจมห
ภาคเกิดขึ้นพร้อมๆกับการวกกลับของกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม (GDP)




                                                                  7
            ่
เป็ นการเปลียนแปลงของตัวแปรเศรษฐกิจมหภาคกับตัวแปรของกิจกรรม
เศรษฐกิจรวม(GDP)
         ตัวแปร              ทิศทาง                เวลา
ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม        Procyclical           Coincient
การบริ โภค                 Procyclical           Coincient
การลงทุนคงที่ของธุรกิจ     Procyclical           Coincient
                  ่
การลงทุนด้านที่อยูอาศัย    Procyclical           Leading
การลงทุนสิ นค้าคงคลัง      Procyclical           Leading
การใช้จ่ายของรัฐบาล        Procyclical               -
การจ้างงาน                 Procyclical           Coincient
การว่างงาน                Countercyclical        Unclasify    8
           ตัวแปร                ทิศทาง       เวลา
ประสิ ทธิภาพของแรงงาน          Procyclical   Leading
เฉลี่ย
ค่าจ้างแท้จริ ง                Procyclical      -
การเพิ่มปริ มาณเงิน            Procyclical   Leading
เงินเฟ้ อ                      Procyclical   Leading
ราคาหุน  ้                     Procyclical   Leading
อัตราดอกเบี้ยที่เป็ นตัวเงิน   Procyclical   Leading
อัตราดอกเบี้ยแท้จริ ง           Acyclical       -

                                                       9
                  ั
ความหมายและสาเหตุวฏจักรธุรกิจ




                                10
ความหมาย
           วัฏจักรธุรกิจ (The Business Cycle) หมายถึง การเปลี่ยนแปลงขึ้นๆ
  ลงๆของกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม แต่ละวัฏจักรจะประกอบด้วยการ
  ขยายตัว (expansion) การถดถอย (recession) การหดตัว (depression หรื อ
  contraction) และการฟื้ นตัว (recovery หรื อ revivals)
           ระยะเวลาของวัฏจักรแต่ละอันจะไม่เท่ากัน บางวัฏจักรมีระยะเวลา 5
  ปี บางวัฏจักรอาจยาวนานถึง 20 ปี ช่วงของวัฏจักรหนึ่งๆจะวัดจากจุดสูงสุ ด
  หนึ่งไปยังจุดสูงสุ ดอีกจุดหนึ่ง หรื อจากจุดต่าสุ ดจุดหนึ่งไปยังจุดต่าสุ ดอีกจุด
  หนึ่ง



                                                                             11
ระยะเวลาของวัฏจักร

 ผลผลิต : GDP                C


                                      D


                   B                  E

         A
                                               เวลา(เดือน)
             10   20   30   40   50       60            12
สาเหตุของวัฏจักรธุรกิจ
         โดยทัวไปเกิดจากการปรับตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจตามการ
              ่
  ประมาณการหรื อการคาดการณ์ของธุรกิจ อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลง
  ของปัจจัยภายนอก (Exogenous variables) เช่น
          - นโยบายของรัฐบาล
          - การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
          - การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของนโยบายต่างประเทศ


   -การบริ โภค           - การส่ งออก         - การนาเข้า
   -การผลิต              - ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศเบื้องต้น   13
ตัวชี้วด (Indicator) ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ที่สาคัญ
       ั
         - อัตราการเจริ ญเติบโตทางเศรษฐกิจ
         - ดุลการค้า
                             ้
         - ดัชนีราคาสิ นค้าผูบริ โภค (Consumer Price Index : CPI)
         - อัตราการว่างงาน
         - อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ
         - อัตราดอกเบี้ย
         - อัตราการลงทุน
                                                                    14
                  ดัชนีชี้นาและดัชนีพ้องเศรษฐกิจ
ดัชนีเห็นพ้องเศรษฐกิจ
          - การนาเข้าแท้จริ ง (Real imports)
          - ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรม (Manufacturing production index)
          - ภาษีมูลค่าเพิ่มแท้จริ ง (Real gross value added tax)
          - มูลค่ายอดขายรถยนต์/ยานยนต์ (Volume sales of automibiles)
          - หนี้สินเงินฝากกระแสรายวันแท้จริ ง (Real debit to demand deposit)
          - ดัชนีเห็นพ้อง (Coincident Components and Index)

                                                                         15
ดัชนีชี้นาเศรษฐกิจ
         - จานวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ (Number of foreign tourists)
         - ดัชนีหลักทรัพย์ (SET index)
         - ปริ มาณเงินอย่างกว้างแท้จริ ง (Real M2a)
         - ดัชนีราคาน้ ามัน (Oil price inverse index (Oman))
         - ดัชนีช้ ีนา 6 เดือน (6m-Leading Components and Index)
         - พื้นที่ได้รับการอนุญาตก้อสร้างใหม่ (New construction area permitted)
         - การส่ งออกแท้จริ ง(Real exports)
                 ั
          - บริ ษทที่ได้รับอนุญาตในการลงทุนใหม่ (Authorized capital of newly
 registered companies (Real))
                                                                          16
ดัชนีชี้นาเศรษฐกิจ (พฤศจิกายน 2549)
                                          ั
           การจัดทาดัชนีช้ ีนาเศรษฐกิจมีวตถุประสงค์เพื่อใช้เป็ นเครื่ องมือหนึ่ง
ประกอบกับเครื่ องมืออื่นๆ ในการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจ วิธีการนี้มี
ประโยชน์ในการดูจุดวกกลับ (Turning-Point) หรื อจุดสู งสุ ด (peak) และ ต่าสุ ด
(trough) ของวัฏจักรเศรษฐกิจ และใช้คาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจ 3 - 4 เดือน
ข้างหน้าเป็ นสาคัญ
           การตีความดัชนีช้ ีนาฯ ต้องมีความระมัดระวังและควรวิเคราะห์ที่
แนวโน้มหรื อระดับอย่างต่อเนื่องไม่ควรวิเคราะห์ระดับเป็ นเดือนต่อเดือนแบบ
                                                    ้
เน้น absolute level เพราะในการสร้างดัชนีช้ ีนาฯ มีขอจากัดทั้งด้านปริ มาณและ
คุณภาพของข้อมูล ซึ่งข้อมูลในประเทศไทยนั้นมิได้มีความหลากหลายเพียง
                                                      ้
พอที่จะสะท้อนเศรษฐกิจได้ครบทุกสาขา อีกทั้งยังมีขอจากัดเนื่องจาก
องค์ประกอบในดัชนีช้ ีนาฯ ทุกตัวได้รับน้ าหนักเท่ากันหมด อย่างไรก็ตาม ควร
       ั
ใช้ดชนีช้ ีนาฯเป็ นอีกเครื่ องมือหนึ่งในการประเมินภาพเศรษฐกิจ ร่ วมกับ       17

เครื่ องมืออื่นๆ อาทิ แบบจาลองเศรษฐกิจมหภาค
18
19
20
21
22
บทบาทความสาคัญของการลงทุน (Investment) และทุน (Capital)
          ่
      ไม่วาผลกระทบอย่างฉับพลันที่มีต่อระบบเศรษฐกิจคืออะไรก็ตาม
ผลกระทบนั้นๆจะกระทบต่อการลงทุนและทุนเสมอ กล่าวคือ
      การชะลอตัวทางเศรษฐกิจเริ่ มขึ้นเมื่อการลงทุนใหม่ๆเริ่ มลดลง
      การขยายตัวทางเศรษฐกิจ จะเริ่ มขึ้นเมื่อการขยายการลงทุน




                                                                    23
ทฤษฎีอปสงค์ รวมของวัฏจักร
      ุ




                            24
ทฤษฎีอุปสงค์รวมของวัฏจักรธุรกิจ มี 3 รู ปแบบ คือ
       1. ทฤษฎีของเคนส์เซี่ยน (Keynesian theory)
       2. ทฤษฎีของนักการเงิน (Monetaries theory)
       3. ทฤษฎีการคาดคะเนอย่างมีเหตุผล (Rational expectation theories)




                                                                     25
1. ทฤษฎีของเคนส์ เซี่ยน (Keynesian theory)
 ปัจจัยกระตุ้นให้ เกิดวัฏจักร
                ั                       ้
         ทฤษฎีวฏจักรของเคนส์ ปัจจัยกระตุนให้เกิดวัฏจักร คือ การคาดการณ์
เกี่ยวกับการขายและกาไรในอนาคต ซึ่งจะกระทบอุปสงค์ต่อการลงทุนใหม่
และระดับการลงทุนใหม่
กลไกวัฏจักรของเคนส์
       การเปลี่ยนแปลงของการลงทุนจะทาให้มีการเปลี่ยนแปลงในการใช้จ่าย
รวม รายได้แท้จริ ง (Y(GDP)) รายได้หลังหักภาษี (Yd) การบริ โภค (C) อุป
สงค์มวลรวม (AD) ระดับราคา(P) ค่าจ้าง(W) การจ้างงานและการว่างงาน (N
& U) ทาให้เศรษฐกิจขยายตัวหรื อหดตัว
หมายเหตุ เศรษฐกิจจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงหากไม่มีปัจจัยภายนอกมา     26

          ้
กระทบให้ตองเปลี่ยนแปลง
 กรณี ความรู้สึกของคนในทางลบทาให้ การลงทุนลดลง
                P                LAS
                                                   SAS0
           P*                     E*
                            E1
           P1
                                             AD0
                                       AD1
                                                   y
                            y1 y*
              ่
ดุลยภาพใหม่อยูที่จุด E1 โดยที่ y และ P
                                                       ่
หมายเหตุ เศรษฐกิจจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยจะยังคงอยูที่จุด E1
จนกว่าจะมีพลังจากภายนอกมากระทบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากจุดนี้       27
                                                              ่ ้
กรณี เกิดพลังภายนอกจากความรู้สึกของคนในทางบวกทาให้ การลงทุนเพิมขึน
                 P               LAS
                                                   SAS0
                                       E2
           P2                     E*
           P*               E1
           P1                                       AD2
                                             AD0
                                       AD1
                                                   y
                            y1 y* y2
                 ่
 ดุลยภาพใหม่จะอยูที่จุด E2 โดยที่ y และ P
                                                                28
                                                                 ่ ้
กรณี เกิดพลังภายนอกจากความรู้สึกของคนในทางบวกทาให้ การลงทุนเพิมขึน
ภายหลังจากนั้นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในตลาดแรงงาน การที่ค่าจ้างแท้จริ ง
ลดลง จะทาให้แรงงานเสนอขายแรงงานลดลง การผลิตลดลง ราคาเพิ่มขึ้น
                 P               LAS        SAS1
                                  E3
            P3                                SAS0
                                      E2
            P2                     E*
            P*                E1
            P1                                  AD2
                                          AD0
                                      AD1
                                               y
                              y1 y* y2
                 ่
 ดุลยภาพใหม่จะอยูที่จุด E3 โดยที่ y และ P                         29
สรุ ป วัฏจักรธุรกิจของเคนส์ มีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของพลังภายนอก
ซึ่งได้แก่ ความรู ้สึกตามธรรมชาติของมนุษย์ ขบวนการปรับตัวจะปรับตัวเข้าสู่
จุดดุลยภาพ และจะคงอยู่ ณ จุดนั้นจนกว่าจะมีผลกระทบภายนอกอีก




                                                                    30
2. ทฤษฎีของนักการเงิน (Monetaries theory)
ปัจจัยกระตุ้นให้ เกิดวัฏจักร
        อัตราการเพิมขึ้นของปริ มาณเงิน สาเหตุมาจากการดาเนินนโยบาย
                   ่
การเงินของธนาคารกลาง
กลไกวัฏจักรของนักการเงิน
         การเปลี่ยนแปลงของปริ มาณเงินทาให้อุปสงค์รวมเปลี่ยนแปลง เช่น
การเพิมปริ มาณเงิน ทาให้ปริ มาณเงินแท้จริ งเพิมขึ้น อัตราดอกเบี้ยลดลง อัตรา
       ่                                      ่
แลกเปลี่ยนเพิมขึ้น อุปสงค์การลงทุนเพิ่มขึ้น การส่ งเพิ่มขึ้น การบริ โภค
             ่
เพิมขึ้น การใช้จ่ายรวมเพิมขึ้น อุปสงค์รวมเพิมขึ้น
   ่                     ่                  ่
หมายเหตุ การเบี่ยงเบนของ GDP แท้จริ งจากระดับการจ้างงานเต็มที่จะเกิดขึ้น
ชัวคราวเท่านั้น
  ่                                                                     31
กรณี ปริมาณเงินลดลง
                P                LAS
                                               SAS0
           P*                     E*               SAS1
                            E1
           P1
                                  E2
           P2                                AD0
                                       AD1
                                                   y
                            y1 y*
 การลดปริ มาณเงิน ทาให้อุปสงค์รวมลดลง อย่างไรก็ตามการที่การว่างงานมี
 สูง ค่าจ้างที่เป็ นตัวเงินลดลง เส้นอุปทานระยะสั้นจะย้ายไปทางขวา
                                                                   32
                  ่ ้
กรณี ปริมาณเงินเพิมขึน
                   P                 LAS
                                                      SAS1
                                       E2                SAS0
             P2
             P1                               E1
             P*                        E*          AD1
                                             AD0
                                                         y
                                      y* y1
 การเพิมปริ มาณเงิน ทาให้อุปสงค์รวมเพิมขึ้น อย่างไรก็ตามการที่การว่างงาน
        ่                             ่
 ต่า(ต่ากว่าระดับการว่างงานตามธรรมชาติ) ค่าจ้างที่เป็ นตัวเงินค่อยๆเพิ่มสู งขึ้น
 เส้นอุปทานระยะสั้นจะย้ายไปทางซ้าย
                                                                            33
3. ทฤษฎีการคาดคะเนอย่ างมีเหตุผล (Rational expectation theories)
 ปัจจัยกระตุ้นให้ เกิดวัฏจักร
         การผันผวนของอุปสงค์รวมโดยไม่ได้คาดการณ์ (unanticipated
fluctuations in aggregate demand)
         ถ้าอุปสงค์รวมมากกว่าอุปสงค์รวมที่คาดการณ์ไว้ เศรษฐกิจจะขยายตัว
         ถ้าอุปสงค์รวมน้อยกว่าอุปสงค์ที่คาดการณ์ไว้ เศรษฐกิจจะหดตัว
กลไกวัฏจักรของการคาดคะเนอย่ างมีเหตุผล
        การเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์รวมจะมีผลต่อการคาดการณ์เกี่ยวกับระดับ
ราคาและค่าจ้างที่เป็ นตัวเงินของหน่วยธุรกิจและแรงงาน ซึ่งจะมีผลต่อการ
ปรับตัวของหน่วยธุรกิจและแรงงาน
หมายเหตุ หากการคาดการณ์ไม่ถูกต้องจะเกิดความผันผวนหรื อวัฏจักร       34
                                                                   ่
กรณี การคาดการณ์ ไม่ ถูกต้ อง โดยอุปสงค์ รวมน้ อยกว่ าอุปสงค์ รวมทีคาดการณ์
และทาให้ เศรษฐกิจหดตัว

                  P                LAS
                                                      SAS0
            Pe                       E*
                              E1
            P1
                                                ADe
                                          AD1
                                                      y
                              y1 y*
                                                                        35
                                                                 ่
กรณี การคาดการณ์ ไม่ ถูกต้ อง โดยอุปสงค์ รวมมากกว่ าอุปสงค์ รวมทีคาดการณ์
และทาให้ เศรษฐกิจขยายตัว

                  P               LAS
                                         E1         SAS0
            P1
                                    E*
            Pe
                                                    AD1
                                              ADe

                                                    y
                                  y* y1
                                                                       36
สรุปวัฏจักรของการคาดการณ์ อย่ างมีเหตุผล
         การผันผวนของอุปสงค์รวมโดยไม่ได้คาดการณ์ (unanticipated
fluctuations in aggregate demand) เท่านั้นที่กระทบต่อ GDPที่แท้จริ ง ให้เกิด
การเปลี่ยนแปลง และเกิดวัฏจักรธุรกิจ
         แต่การเปลี่ยนแปลงในอุปสงค์รวมตามที่คาดการณ์ไว้จะทาให้ระดับ
ราคาเปลี่ยนแปลง แต่ GDP ที่แท้จริ งไม่เปลี่ยนแปลง และไม่ก่อใก้เกิดวัฏจักร
ธุรกิจ




                                                                          37
      ั            ่
ทฤษฎีวฏจักรธุรกิจทีแท้ จริง
(Real Business Cycle : RBC)



                              38
ปัจจัยกระตุ้นให้ เกิดวัฏจักรธุรกิจแท้ จริง
         การผันผวนของประสิ ทธิผล(หรื อประสิ ทธิภาพ)ในการผลิต ที่มีสาเหตุ
มาจากการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีเป็ นสาคัญ โดยผ่านกระบวนการวิจย     ั
และพัฒนา (R&D) ที่นาไปสู่การผลิตและใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ มีผลให้เกิดการ
เปลี่ยนแปลงงานใหม่ๆและประสิ ทธิผลเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นอาจเกิดจากปัจจัย
อื่นๆก็ได้ เช่น ปัจจัยกระทบระหว่างประเทศ ความผันผวนของดินฟ้ าอากาศ
            ั
หรื อภัยพิบติที่ร้ายแรง เป็ นต้น
กลไกวัฏจักรของวัฏจักรธุรกิจแท้ จริง
                                                             ่
        การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี มีผลทาให้ปัจจัยทุนที่มีอยูบางชนิด
ล้าสมัย และประสิ ทธิผลตกต่าลงชัวคราว ธุรกิจคาดว่ากาไรและผลิตภาพ
                               ่
แรงงานจะลดลง อุปสงค์ต่อการลงทุนลดลง ธุรกิจก็จะลดการจ้างงานลง อุป
สงค์ต่อแรงงานลดลง ระดับการจ้างงานและระดับผลผลิต(หรื อรายได้)ลดลง
                                                                    39
            ่                               ่
กรณี การเปลียนแปลงเทคโนโลยีทาให้ ปัจจัยทุนทีมีอยู่บางชนิดล้าสมัย
     r          (ก)                       W/P        (ข)      NS1
                        S0                                       NS0
 r0              E0             (W/P)0
              E1                                  E1     E0
 r1                             (W/P)1                       ND0
                      I0
                    I1 I                                    ND1
                                                                  N
              I1 I0   P LAS1 LAS0                 N1 N0

                    P0              E0
         (ค)        P1        E1
                                           AD0
                                         AD1
                                                 y
                               y1 y0                                   40
           รู ป (ก) เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีมีผลทาให้ปัจจัยทุนที่มีอยูเ่ ดิม
ล้าสมัย และประสิ ทธิผลตกต่าลงชัวคราว ธุรกิจคาดว่ากาไรและผลิตภาพ
                                      ่
แรงงานจะลดลง อุปสงค์ต่อการลงทุนลดลง โดยลดลง (เลื่อนซ้าย) จาก I0 เป็ น
                                                      ั
I1 ในขณะที่เส้นการออมไม่เปลี่ยนแปลง(S0) ทาให้อตราดอกเบี้ยต้องลดลงจาก
r0 เป็ น r1
           รู ป (ข) อุปสงค์ต่อการลงทุนที่ลดลง ทาให้อุปสงค์ต่อแรงงานลดลง
(เลื่อนซ้าย) ด้วย จาก ND0 เป็ น ND1 ในขณะที่อุปทานของแรงงานลดลงจากการที่
อัตราค่าจ้างแท้จริ งลดลงและอัตราดอกเบี้ยลดลง โดยอุปทานแรงงานลดลง
                                                  ั
(เลื่อนซ้าย)จาก NS0 เป็ น NS1 ทาให้ดุลยภาพใหม่อตราค่าจ้างลดลงจาก (W/P)0
เป็ น (W/P)1 และการจ้างงานลดลงจาก N0 เป็ น N1
           รู ป (ค) การลงทุนที่ลดลงทาให้อุปสงค์มวลรวมลดลงจาก AD0 เป็ น
AD1 ในขณะที่การจ้างงานที่ลดลงทาให้ระดับผลผลิตลดลงจาก LAS0 เป็ น LAS1
ส่ งผลให้ระดับราคาลดลงจาก P0 เป็ น P1 ดุลยภาพเปลี่ยนจาก E0 เป็ น E1           41
สรุปวัฏจักรของวัฏจักรธุรกิจแท้ จริง
          การผันผวนของประสิ ทธิผล(หรื อประสิ ทธิภาพ)ในการผลิต ที่มีสาเหตุ
มาจากการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีเป็ นสาคัญ โดยผ่านกระบวนการวิจย     ั
และพัฒนา (R&D) ที่นาไปสู่การผลิตและใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ มีผลให้เกิดการ
เปลี่ยนแปลงงานใหม่ๆและประสิ ทธิผลเพิ่มขึ้น ส่ งผลต่อระดับการจ้างงาน
และระดับผลผลิตให้เปลี่ยนแปลงไป ทาให้เศรษฐกิจมีการชะลอตัวหรื อขยายตัว
ได้ จึงเกิดวัฏจักรธุรกิจ
                ั
         ทฤษฎีวฏจักรธุรกิจแท้จริ ง สะท้อนให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงของวัฏ
จักรธุรกิจเกิดจากสาเหตุปัจจัยที่แท้จริ ง (real things) ซึ่งได้แก่ การเปลี่ยนแปลง
ของเทคโนโลยีที่กระทบต่อการเปลี่ยนแปลงในระดับการจ้างงานและผลผลิต
                                 ั
       เส้นอุปทานรวมตามทฤษฎีวฏจักรธุรกิจแท้จริ งเป็ นเส้นอุปทานรวม
ระยะยาว LAS ทั้งนี้เพราะเส้นอุปทานรวมระยะสั้น SAS ไม่มีความหมาย
                                                                            42
      ั
ทฤษฎีวฏจักรธุรกิจของสานักเคนส์ เซี่ยนใหม่




                                            43
สั ญญาว่ าจ้ างระยะยาวเป็ นสาเหตุของวัฏจักรธุรกิจ
                                                                          ั
          สัญญาว่าจ้างระยะยาวเป็ นสาเหตุสาคัญของต้นทุนเพิ่มแข็งตัวที่บริ ษท
เผชิญ ค่าจ้างจะมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสัญญาจ้างหรื อต่อ
สัญญาใหม่ การเปลี่ยนแปลงค่าจ้างระหว่างอายุของสัญญาจะเป็ นไปตามที่
ต่อรองกันไว้ล่วงหน้า ระยะเวลาของสัญญามีแตกต่างกัน เช่น 1 ปี 2 ปี 3 ปี
หรื อ 5 ปี เป็ นต้น ค่าจ้างแรงงานนอกสหภาพแรงงานจะมีความยืดหยุน    ่
มากกว่าค่าจ้างของสหภาพแรงงาน
                  ั
          การที่สญญาระยะเวลาสั้นจะมีความสาเร็ จในการปรับอัตราค่าจ้างที่เป็ น
ตัวเงินเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของเงื่อนไขทางเศรษฐกิจโดยรวม นันคือ เมื่อมี
                                                             ่
การเปลี่ยนแปลงในอุปสงค์มวลรวมจะสามารถเปลี่ยนแปลงอุปทานมวลรวมได้
ทันท่วงที จะทาให้ระยะเวลาของวัฏจักรการว่างงานต่าสุ ด ในขณะที่ระยะเวลา
ของสัญญาจ้างระยะยาว การเปลี่ยนแปลงสัญญาจ้างไม่รวดเร็ ว ค่าจ้างมีการ
แข็งตัว จะเป็ นสาเหตุสาคัญให้เกิดวัฏจักรผลผลิตและวัฏจักรการว่างงาน      44
         ส่ วนเหลื่อมราคา (Markup Pricing) เป็ นการตั้งราคาตามต้นทุน (ต้นทุน
แรงงาน(Wage) และต้นทุนวัตถุดิบ(Material)) การเพิ่มขึ้นของต้นทุนจะทาให้
ระดับราคาเพิ่มขึ้น ถ้าส่ วนเหลื่อราคาคงที่ ราคาจะเพิ่มขึ้นเป็ นสัดส่ วนกับ
ต้นทุนที่เพิมขึ้น ถ้าต้นทุนค่าจ้างถูกกาหนดจากสัญญาค่าจ้างระยะยาว(ซึ่งคงที่)
            ่
และต้นทุนวัตถุดิบคงที่ จะทาให้ราคาสิ นค้าคงที่ดวย้




                                                                         45
                 T
         W/P                                     P              LAS SAS (W )
                         S        NS0                                  0 0
                                                   SAS(W0)    K E0 (เดิม)
  (W0/P0)            K       E0             P0 (ส่วนเหลื่อคงที่)
                                   ND       P1                 S      E1     AD0
                                        0                                  AD1

                         N1 N1     N                          y1 y0          y
ND0 คือ เส้นอุปสงค์ต่อแรงงานตามแนวความคิด (notional labor demand curve)
TSKN1 คือ เส้นอุปสงค์แรงงานที่มีประสิ ทธิภาพ (effective labor demand curve)
SAS0(W0) คือเส้นอุปทานมวลรวมระยะสั้นเดิม
P0KE0 คือ เส้น SAS(W0) กรณี ส่วนเหลื่อมราคาคงที่                                 46
          การลดลงของอุปสงค์มวลรวมจาก AD0 เป็ น AD1 ส่ งผลทาให้บริ ษทไม่ ั
                            ั
สามารถขายผลผลิตได้ท้ งหมดตามที่แรงงานสามารถผลิตได้ในช่วงต้น ในขณะ
ที่ค่าจ้างที่เป็ นตัวเงินและระดับราคาคงที่(จากการที่ขอตกลงค่าจ้างระยะยาวและ
                                                      ้
ข้อตกลงเรื่ องราคาคงที่) ทาให้ค่าจ้างแท้จริ งไม่เปลี่ยนแปลง การที่ตนทุน
                                                                   ้
เปลี่ยนแปลงทาให้ส่วนเหลื่อมราคาคงที่ เส้นอุปทานรวมจึงเป็ นเส้นอุปทานรวม
                                      ้
ที่ขนานกับแกนนอน การจ้างงานมีนอยกว่าอุปทานแรงงานช่วง KE0 ในขณะที่
ระดับรายได้หรื อผลผลิตก็ต่ากว่าระดับธรรมชาติ(ระดับเดิม)ช่วง KE0 เช่นกัน
          การปรับตัว คนงานเกิดความไม่พอใจจึงทาสัญญาจ่างใหม่และสัญญา
ราคาใหม่ ซึ่งยอมลดอัตราค่าจ้างที่เป็ นตัวเงินต่ากว่า W0 และระดับราคาต่ากว่า
P0 แรงกดดันที่ระดับค่าจ้างและระดับราคาลดลงทาให้เส้น SAS เลื่อนไปตาม
เส้น AD1 จากจุด K ไปสู่จุด E1 ระดับการจ้างงานและผลผลิตกลับไปสู่ระดับ
เริ่ มแรก N0 และ y0 นอกจากนี้แรงกดดันที่ระดับค่าจ้างและระดับราคาที่ลดลง
ทาให้เส้นอุปสงค์ต่อแรงงานที่มีประสิ ทธิภาพเลื่อนไปสู่จุด E0ด้วย        47
สรุปข้ อเสนอแนะแบบจาลองเคนเซี่ยนใหม่
        การรอคอยที่จะให้แรงกดดันค่าจ้างและราคาลดลงที่จะทาให้ระดับ
รายได้ (y) กลับไปสู่ระดับตามธรรมชาติเดิมเป็ นสิ่ งที่ไม่มีเหตุผล และต้องใช้
เวลานาน
                                        ้
        การว่างงานอาจลดลงโดยการกระตุนอุปสงค์มวลรวมในระบบ
เศรษฐกิจ ซึ่งจะผลักดันให้อุปสงค์มวลรวมเพิ่มสู งขึ้น ทาให้เศรษฐกิจขยายตัว
กลับมาที่ระดับรายได้ตามธรรมชาติ




                                                                         48
สรุป




       49
                                                               ั
         พฤติกรรมการเปลี่ยนแปลงของตัวแปรเศรษฐกิจมหภาคจะมีลกษณะที่
บอกทิศทางของเศรษฐกิจว่าเกิดการขยายตัวหรื อชะลอตัวทางเศรษฐกิจ และ
แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงว่าตัวแปรนั้นๆมีการเปลี่ยนแปลงแบบนา (Leading)
การเปลี่ยนแปลงพร้อม (Coincident) หรื อเปลี่ยนแปลงตาม (Lagging)
        การเปลี่ยนแปลงของกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม ปัจจัยที่มีบทบาท
สาคัญต่อการเกิดวัฏจักรคือ การลงทุน และการสะสมทุน
                ั                       ้
         ทฤษฎีวฏจักรของเคนส์ ปัจจัยกระตุนให้เกิดวัฏจักร คือ การคาดการณ์
เกี่ยวกับการขายและกาไรในอนาคต
               ั                               ้
        ทฤษฎีวฏจักรของนักการเงิน ปัจจัยที่กระตุนให้เกิดวัฏจักร คือ การ
เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของเงิน (money shock)
             ั                                              ้
       ทฤษฎีวฏจักรของการคาดการณ์อย่างมีเหตุผล ปัจจัยที่กระตุนให้เกิด     50
วัฏจักรหรื อความผันผวน คือ การผันผวนของอุปสงค์รวมโดยไม่ได้คาดการณ์
(unanticipated fluctuations in aggregate demand)
               ั
        ทฤษฎีวฏจักรธุริจที่แท้จริ ง (RBC theory) สาเหตุของความผันผวนเกิด
จากการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี ที่ส่งผลต่ออุปสงค์ต่อการลงทุน อุป
สงค์ต่อการจ้างงาน อุปทานของแรงงาน
                ั
        ทฤษฎีวฏจักรธุรกิจที่แท้จริ งสะท้อนให้เห็นว่า วัฏจักรธุรกิจเกิดจากการ
เปลี่ยนแปลงของตัวแปรที่แท้จริ ง (real thing) และไม่ได้เกิดจากตัวแปรที่เป็ นตัว
เงิน (money thing)



                                                                         51
ตัวอย่ างการวิเคราะห์ เศรษฐกิจ




                                 52
53
54
55
56
               เรื่อง แถลงข่ าวเศรษฐกิจและการเงินเดือนพฤศจิกายน 2549
            ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมในเดือนพฤศจิกายน 2549 ทรงตัวจากเดือนก่อน
โดยอุปสงค์ในประเทศและการนาเข้ายังคงชะลอตัวต่อเนื่อง ขณะที่การส่ งออก
เร่ งตัวขึ้น ส่ งผลให้ดุลการค้าในเดือนนี้เกินดุลสูงขึ้น สาหรับดุลบริ การเกินดุล
ต่อเนื่องจากเดือนก่อนเช่นกัน
                                                          ั
            ด้ านอุปทาน ผลผลิตภาคเกษตรในเดือนนี้แม้ยงคงหดตัว แต่ปรับตัวดี
ขึ้นจากเดือนก่อน กอปรกับราคาพืชผลยังขยายตัวสูงส่ งผลให้รายได้เกษตรกร
ขยายตัวสูงขึ้น ขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัวสูงขึ้นจากเดือนก่อน
เช่นกันโดยเฉพาะการผลิตเพื่อส่ งออกเป็ นหลัก สาหรับภาคบริ การ การท่องเที่ยว
                 ั              ่
ในเดือนนี้ยงคงขยายตัวอยูในเกณฑ์ดี โดยจานวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ
เพิ่มขึ้น ร้อยละ 2.4 จากระยะเดียวกันปี ก่อน
                                    ่
            เสถียรภาพเศรษฐกิจอยูในเกณฑ์ดี โดยดุลบัญชีเดินสะพัดยังเกินดุล
                                                   ่
ต่อเนื่องและฐานะเงินสารองระหว่างประเทศอยูในเกณฑ์สูง ส่ วนอัตราเงินเฟ้ อ    57

เพิมสูงขึ้นจากเดือนก่อน เพราะผลบางส่ วนจากปัญหาอุทกภัยในหลายพื้นที่
    ่
รายละเอียดของภาวะเศรษฐกิจในเดือนพฤศจิกายน 2549 มีดงนี้        ั
              1. ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนนี้ขยายตัวร้อยละ 7.6 จาก
ระยะเดียวกันปี ก่อน เร่ งขึ้นจากเดือนก่อนที่ร้อยละ 5.7 ตามการผลิตสิ นค้าเพื่อการ
ส่ งออกในหมวดอิเล็กทรอนิกส์ และการผลิตในหมวดเครื่ องดื่มเพื่อสะสมสต็อกไว้
รองรับความต้องการในช่วงเทศกาลปลายปี ขณะที่หมวดวัสดุก่อสร้าง หมวด
ผลิตภัณฑ์เหล็ก และหมวดผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเพิ่มขึ้น เนื่องจากการผลิต ในเดือน
                    ่
เดียวกันปี ก่อนอยูในระดับต่า
              สาหรับอัตราการใช้ กาลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรมในเดือนนี้อยูที่      ่
ร้อยละ 73.0 ใกล้เคียงกับเดือนก่อน
              2. ดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน ขยายตัวร้อยละ 1.1 จากระยะ
เดียวกันปี ก่อน ชะลอลงจากเดือนก่อนที่ร้อยละ 1.3 ตามปริ มาณการจาหน่าย
          ั่
รถยนต์นงและรถจักรยานยนต์ที่ลดลง ซึ่งส่ วนหนึ่งเป็ นผลจากปัญหาอุทกภัยใน
หลายพื้นที่ ขณะที่มูลค่านาเข้าสิ นค้าอุปโภคบริ โภค ณ ราคาคงที่ ลดลงจากฐานที่ 58

                                         ั
สูงในปี ก่อนเช่นกัน สาหรับเครื่ องชี้ที่ยงคงขยายตัวดี ได้แก่ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคา
                                         ่
คงที่ ปริ มาณการใช้ไฟฟ้ าสาหรับที่อยูอาศัย และปริ มาณการใช้น้ ามันเบนซินและ
แก๊สโซฮอล์ซ่ ึงขยายตัวจากราคาขายปลีกน้ ามันที่ปรับลดลงต่อเนื่อง สาหรับดัชนี
การลงทุนภาคเอกชน (เบื้องต้น) ขยายตัวร้อยละ 1.3 จากระยะเดียวกันปี ก่อน เป็ น
ผลจากปริ มาณการจาหน่ายปูนซีเมนต์ในประเทศ และปริ มาณการจาหน่ายรถยนต์
เชิงพาณิ ชย์ที่ปรับตัวดีข้ ึน ขณะที่มูลค่าการนาเข้าสิ นค้าทุน ณ ราคาคงที่ชะลอลง
                                               ั
             3. ภาคการคลัง รัฐบาลมีรายได้จดเก็บ 121.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก
ระยะเดียวกันปี ก่อนร้อยละ 9.0 ชะลอตัวลง เมื่อเทียบกับเดือนก่อนจากรายได้ภาษี
                        ั
ที่เก็บจากฐานรายได้ท้ งในส่วนของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ชะลอตัวเนื่องจาก
                                             ้
ฐานที่สูงผิดปกติในปี ก่อนจากการจัดสรรหุนของการไฟฟ้ าฝ่ ายผลิตให้พนักงาน
                                                              ้
ตามแผนการแปรรู ปฯ ซึ่งนับเป็ นส่ วนหนึ่งของเงินเดือนที่ตองเสี ยภาษี และภาษี
เงินได้นิติบุคคลที่หดตัวจากฐานสูงในปี ก่อน สาหรับภาษีจากฐานการบริ โภค
ขยายตัวใกล้เคียงกับเดือนก่อน โดยภาษีธุรกิจเฉพาะและภาษีสรรพสามิตยัง
ขยายตัวดีต่อเนื่อง ส่ วนภาษีจากฐานการค้าระหว่างประเทศลดลงตามนโยบายการ     59

ปรับลดอัตราภาษีศุลกากรเป็ นสาคัญ ขณะที่รายได้ที่มิใช่ภาษี
เพิ่มขึ้นร้อยละ 29.3 จากการนาส่ งรายได้ระหว่างกาลของรัฐวิสาหกิจที่มีรอบบัญชี
ปี ปฏิทิน ดุลเงินสด รัฐบาลขาดดุลเงินสด 20.0 พันล้านบาท ส่ งผลให้เงินคงคลัง ณ
                      ่
สิ้ นเดือนลดลงมาอยูที่ระดับ 85.7 พันล้านบาท
               4. ภาคต่ างประเทศ ดุลการค้ า เกินดุล 1.3 พันล้านดอลลาร์ สรอ.
ต่อเนื่องจากเดือนก่อนที่เกินดุล 0.7 พันล้านดอลลาร์ สรอ. โดยการส่ งออกขยายตัว
ร้อยละ 21.7 มีมูลค่า 11.8 พันล้านดอลลาร์ สรอ. ตามการขยายตัวของอุตสาหกรรม
ที่ใช้เทคโนโลยี ในการผลิตสูง ขณะที่การนาเข้าชะลอลงจากเดือนก่อน โดย
ขยายตัวร้อยละ 6.3 มีมูลค่า 10.5 พันล้านดอลลาร์ สรอ. เป็ นผลจากปริ มาณนาเข้า
น้ ามันดิบซึ่งลดลงจากระยะเดียวกันปี ก่อนเป็ นสาคัญ รวมถึงการนาเข้าในหมวด
                                                                    ั
อื่น ๆ ที่ชะลอลงเช่นกัน โดยในเดือนนี้มีการนาเข้าเครื่ องบินของบริ ษท การบิน
ไทย จากัด (มหาชน) จานวน 3 ลา มูลค่า 0.43 พันล้านดอลลาร์ สรอ. สาหรับดุล
บริ การ รายได้ และเงินโอน ในเดือนนี้เกินดุล 0.2 พันล้านดอลลาร์ สรอ. เพิ่มขึ้น
จากเดือนก่อนที่เกินดุล 0.1 พันล้านดอลลาร์ สรอ. จากรายรับการท่องเที่ยวที่
                                                                       60

เพิ่มขึ้นเป็ นสาคัญ ขณะที่รายจ่ายผลประโยชน์จากการลงทุน
มีมูลค่าลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อน ทาให้ดุลบัญชี เดินสะพัดในเดือนนี้ เกินดุล
1.5 พันล้านดอลลาร์ สรอ. ดุลการชาระเงิน เกินดุล 1.1 พันล้านดอลลาร์ สรอ. เงิน
                                                         ่
สารองระหว่างประเทศ ณ สิ้ นเดือนพฤศจิกายน 2549 อยูที่ระดับ 64.5 พันล้าน
ดอลลาร์ สรอ. โดยมียอดคงค้างการซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าสุ ทธิ จานวน
8.5 พันล้านดอลลาร์ สรอ.
            5. อัตราเงินเฟอทั่วไปเร่ งขึ้นจากร้อยละ 2.8 ในเดือนตุลาคม มาอยูที่
                          ้                                                   ่
ร้อยละ 3.5 ในเดือนนี้ โดยเป็ นผลจากราคาในหมวดพลังงานที่เพิ่มขึ้นจากราคา
                            ่
น้ ามันเบนซินและดีเซลที่อยูในระดับสูงกว่าช่วงเดียวกันปี ก่อน ส่ วนราคาในหมวด
อาหารสดเพิ่มขึ้น จากราคาผักและผลไม้จากปัญหาอุทกภัยในหลายพื้นที่ สาหรับ
                                             ่
อัตราเงินเฟอพืนฐานชะลอลงเล็กน้อยมาอยูที่ร้อยละ 1.7 ตาม การชะลอลงของ
           ้ ้
ราคาในหลายหมวดสิ นค้า
                                                             ่
                  ดัชนีราคาผู้ผลิตเร่ งตัวจากร้อยละ 3.4 มาอยูที่ร้อยละ 4.0 โดยเป็ น
ผลจากราคาในหมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นเป็ นสาคัญ                     61
               6. ภาวะการเงิน เงินฝากธนาคารพาณิชย์์ในเดือนนี้ขยายตัวร้อยละ
8.0 จากระยะเดียวกันปี ก่อน ชะลอลงจากเดือนก่อน เนื่องจากธนาคารพาณิ ชย์
ไม่ได้มีการแข่งขันกันปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อรักษาฐานลูกค้าเงินฝากดังเช่น
ในช่วงก่อนหน้า ทั้งนี้ เมื่อหักผลของการจัดตั้งธนาคารพาณิ ชย์รายใหม่ เงินฝาก
ขยายตัวร้อยละ 7.0 จากระยะเดียวกันปี ก่อน สาหรับสิ ทธิเรียกร้ องจาก
ภาคเอกชนของธนาคารพาณิชย์์ 1/ ขยายตัวร้อยละ 3.9 จากระยะเดียวกันปี
ก่อน ชะลอลงจากเดือนตุลาคมและช่วงก่อนหน้า โดยส่ วนหนึ่งเป็ นผลของฐาน
                                ั
เนื่องจากธนาคารพาณิ ชย์ที่จดตั้งขึ้นใหม่เข้ามาในระบบธนาคารพาณิ ชย์ครบ 1 ปี
รวมทั้งการลดลง ของสิ นเชื่อที่ให้แก่สถาบันการเงินอื่นและการชะลอลงของ
สิ นเชื่อที่ให้แก่ภาคธุรกิจ ทั้งนี้ เมื่อหักผลของการจัดตั้งธนาคารพาณิ ชย์แห่งใหม่
รวมทั้งการตัดสิ นเชื่อออกจากบัญชีและการโอนสิ นเชื่อไปยัง AMC สิ ทธิ
เรี ยกร้องฯ ขยายตัวร้อยละ 5.1 จากระยะเดียวกัน ปี ก่อน
                                                                             62
                                                     ่
               ฐานเงิน ณ สิ้ นเดือนพฤศจิกายน 2549 อยูที่ระดับ 812.4 พันล้าน
บาท ขยายตัวร้อยละ 5.3 จากระยะเดียวกันปี ก่อน ส่ วนปริ มาณเงิน M2 M2a M3
และปริมาณเงินตามความหมายกว้ าง (Broad Money) 2/ ขยายตัวจากระยะ
เดียวกันปี ก่อนในอัตรา ร้อยละ 8.1 7.4 7.7 และ 8.0 ตามลาดับ
       อัตราดอกเบียระยะสั้ นในตลาดเงิน ในเดือนพฤศจิกายน 2549 ต่อเนื่อง
                        ้
มาถึงช่วงวันที่ 1 - 22 ธันวาคม 2549 อัตราดอกเบี้ยระหว่างธนาคารระยะ 1 วัน
                            ั
โดยเฉลี่ยทรงตัว ขณะที่อตราดอกเบี้ยตลาดซื้อคืนพันธบัตรระยะ 1 วัน
เคลื่อนไหวใกล้เคียงกับเดือนก่อน สาหรับอัตราดอกเบี้ยตลาดซื้อคืนพันธบัตร
ระยะ 14 วันไม่มีการเปลี่ยนแปลง
              7. ค่ าเงินบาทในเดือนพฤศจิกายน 2549 ในเดือนพฤศจิกายน 2549
         ่
เฉลี่ยอยูที่ 36.54 บาทต่อดอลลาร์ สรอ. แข็งค่าขึ้นจากค่าเฉลี่ยในเดือนตุลาคมที่
37.34 บาทต่อดอลลาร์ สรอ. จากเงินทุนไหลเข้าที่มาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์
และพันธบัตรรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมีแรงเทขายดอลลาร์ สรอ.          63

จานวนมาก ทาให้ค่าเงินบาทโน้มแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ ว
เมื่อเทียบกับดอลลาร์ สรอ. และทาสถิติแข็งค่าสุ ดในรอบ 8 ปี ที่ระดับ 35.96 บาท
ต่อดอลลาร์ สรอ. ในช่วงปลายเดือน
             ระหว่างวันที่ 1-22 ธันวาคม 2549 ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น
                      ่
ต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยอยูที่ 35.67 บาทต่อดอลลาร์ สรอ. อย่างไรก็ดี ภายหลังการ
ประกาศมาตรการดารงเงินสารองเงินนาเข้าระยะสั้นเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2549
ค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง

                                                             ธนาคารแห่ง
ประเทศไทย
                                                                29
ธันวาคม 2549

                                                                        64

						
Related docs
Other docs by gyp14917
Auto Sales Validation - DOC
Views: 0  |  Downloads: 0
Automatic Billing
Views: 2  |  Downloads: 0
Autocad Drafter Resume - DOC
Views: 593  |  Downloads: 1
Autocorrelation Calculation
Views: 30  |  Downloads: 0
Automobile Garage Project Report
Views: 73  |  Downloads: 0
Automatic Calculation
Views: 13  |  Downloads: 0
Automated Toll Collection Java Project - PDF
Views: 50  |  Downloads: 0
Auto Service Request Form - DOC
Views: 112  |  Downloads: 0
Auto Transport Forms
Views: 10  |  Downloads: 0