Documents
Resources
Learning Center
Upload
Plans & pricing Sign in
Sign Out
Your Federal Quarterly Tax Payments are due April 15th Get Help Now >>

Forgotten Thainess - anti-military

VIEWS: 117 PAGES: 3

									                                                 1

                         “ความเปนไทยที่ถูกลืม: ชาติที่ไมใชของผูมีปน”
                                                                              โดย เกษียร เตชะพีระ




             น.ม.ส. หรือ พระเจาวรวงศเธอกรมหมื่นพิทยาลงกรณ & พระนิพนธเรื่องสามกรุง
           ผมไดนําเสนอวานอกจากความเปนไทยกระแสหลักแบบสังคมศักดินา-รัฐอาญาสิทธิ์แลว
                                              ่
ยังมีมรดกความเปนไทยกระแสอื่น ๆ อีก ชัวแตวาถูกกดกลบบดบังไวหรือมองขามละเลยไปใน
ประวัติศาสตร ไมวามรดกความเปนไทยที่เนนความเสมอภาคของศรีปราชญ, หรือมรดกความเปน
ไทยที่ยืนยันเสรีภาพและระบบรัฐสภาของเทียนวรรณ เปนตน
           นั่นหมายความวาเมื่อกลาวถึงกระแสหลากหลายตาง ๆ นานาในวัฒนธรรมไทยแลว ไมวา
ตนธารจะมาจากไหน: ชมพูทวีป ราชอาณาจักรจีน ตะวันออกกลางหรือยุโรป
           ไมวาจะไหลแผเขามาผานสื่อภาษาใด: บาลี/สันสกฤต จีน อาหรับหรือโปรตุเกส/วิลันดา/
ฝรั่งเศส/อังกฤษ/เยอรมัน/รัสเซีย
           และไมวาจะนําพาคติลัทธิศรัทธาอะไรเขามา: ฮินดู พุทธ อิสลาม สิกข คริสต ยิว ขงจื๊อ
เจาแมกวนอิม ปุนเถากง ยุครูแจง เสรีนิยม ประชาธิปไตย ราชาธิปไตย สังคมนิยม คอมมิวนิสต
อนาธิปไตย โพสตโมเดอรนิสต ฟาสซิสต ฯลฯ
           ลงไดถูกแปล/แปรเปนภาษาไทย เขาปะทะประสานปฏิสัมพันธกับคติขนบธรรมเนียม
ประเพณีวัฒนธรรมและฉันทลักษณไทย ๆ มีชีวิตโลดเตนขับเคลื่อนผันแปรอยูในครรลองความคิด
ความเชื่อของผูคนในสังคมไทยแลว มันก็ยอมกลายเปนน้ําเนื้อสวนหนึ่งของความเปนไทยอยางเปน
ธรรมชาติธรรมดาอยูดี ไมวาเราจะชอบหรือไมก็ตาม
           เพราะแตไหนแตไรมา ที่ตั้งทางวัฒนธรรมของสังคมไทยมักมีลักษณะเปนเมืองทาเปด
                                            ่
(entrepot แบบอยุธยา, ธนบุรี, บางกอก) ทีซึ่งสินคาขาวของผูคนหลากชาติหลายภาษาไหลรวมมา
บรรจบกัน, ไมใชคายกักกันหรือเรือนจําความคิดที่มีรั้วรอบขอบชิด (แบบเกาหลีเหนือ เปนตน)
           ดังนั้นจึงปวยการถามวาเปนคนไทยหรือเปลา? หรือไมชอบหนาแลวจะเฉดหัวเขาไปอยูที่
อื่น ไมวาพระลักษณ พระราม คานธี (แขกอินเดีย) อิเหนา (แขกชวา) บุเรงนอง (พมา) เลาป ตั๋งโตะ
โจโฉ ลี้คิมฮวง กวยเจง (เจกจีน) เอฟโฟร เรน (เกาหลี) ไมเคิล แจคสัน มาดอนนา เลดี้กากา หรือแฮรี่
พอตเตอร (ฝรั่ง) ฯลฯ ซึ่งลวนเปนตางดาวที่อพยพกันอวตารมาอยูในวัฒนธรรมไทยแลวทั้งสิ้น ขืน
ไลออกไปหมด เราเองนั่นแหละจะยากจนลงและนาเบื่อขึ้นทางวัฒนธรรม
                                               2

         เทาที่เปนอยูนี้ก็เบื่อจะตายอยูแลว เอะอะอะไรคําสองคําก็ทักษิณ, ลมเจา, ปฏิวัติ,
รัฐประหารฯลฯ ไมเลือกวันตรุษวันพระวันโกน ขมขูกรางกราวราวกับประเทศนี้เปนของจอมโยธี
ผูมีปนกลุมเดียว
         ทั้งที่ น.ม.ส. ปราชญและกวีแหงกรุงรัตนโกสินทรรองทักมาตั้งนานแลววาไมใช!
         %%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
         น.ม.ส. เปนนามปากกาของพระราชวรวงศเธอ พระองคเจารัชนีแจมจรัส กรมหมื่นพิทยา-
ลงกรณ (พ.ศ. ๒๔๑๙ - ๒๔๘๘) ทรงเปนพระโอรสในกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ (พระองคเจา
ยอดยิ่งยศ วังหนาองคสุดทายในรัชกาลที่ ๕ ซึ่งทรงเปนพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระปน
เกลาเจาอยูหัว สมัยรัชกาลที่ ๔)
         เมื่อจบการศึกษาจากโรงเรียนพระตําหนักสวนกุหลาบและเรียนภาษาอังกฤษดวยพระองค
เองแลว ไดทรงเขารับราชการสําคัญหลายตําแหนงตลอดสามแผนดิน โดยเฉพาะอยางยิ่งไดตาม
เสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวประพาสยุโรปเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๐ และทรงเขาศึกษา
ตอมหาวิทยาลัยเคมบริดจประเทศอังกฤษอีก ๒ ป
         ทรงนิพนธวรรณกรรมทั้งรอยแกวรอยกรองโดดเดนคมคายชวนคิดเปนที่รูจักแพรหลาย
มากมายหลายเรื่อง เชน จดหมายจางวางหร่ํา (พ.ศ. ๒๔๔๘), นิทานเวตาล (พ.ศ. ๒๔๖๑) เปนตน
         พระนิพนธเลมสุดทายคือ สามกรุง (พ.ศ. ๒๔๘๗) ซึ่งไดรับยกยองเปนกวีวัจนะเลมแรก
ของไทย น.ม.ส.ทรงนิพนธขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ภายใตรัฐบาลของจอมพลแปลก พิบูล-
                   
สงคราม “ทานผูนำ” ที่ไดนําประเทศไทยเขารวมรบเคียงขางญี่ปุนในวงมหาไพบูลยเอเชียบูรพา กับ
ฝายสัมพันธมิตร โดยขณะนั้นพระองคทรงประชวรตอกระจก ตองใหพระธิดาคือหมอมเจาหญิง
วิภาวดี รังสิต จดตามคําบอกของพระองค
         ในตอนกรุงธนบุรีของหนังสือสามกรุง น.ม.ส. ไดทรงนิพนธถึงชุมนุมเจาพระฝาง อันเปน
กกหนึ่งในจํานวน ๔ - ๖ กกใหญที่ไดรวบรวมผูคนตั้งตัวเปนอิสระหลังเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง
ในป พ.ศ. ๒๓๑๐ โดยมีผูนําเปนพระสงฆคือ พระพากุลเถระ (มหาเรือน) พระสังฆราชาแหงเมือง
สวางคบุรี (ฝาง) จนกระทั่งพระเจาตากสินทรงยกทัพเขาตีแตกพายไปเพื่อรวมแผนดินเมื่อ พ.ศ.
๒๓๑๓
         น.ม.ส. ทรงบรรยายสภาพกกพระเจาฝางไวอยางเสียดลึกแยบคาย สะทกสะทอนสภาพ
บานเมืองรวมสมัยของพระองคเองไวผานนัยแฝงแหงถอยคําที่จงใจใชขามยุคขามสมัย (ironic or
strategic anachronism ดูคำที่ขีดเสนใต) วา: -
                         ครานี้จะกลาวบทถึง            เถรหนึ่งฐานะเจาพระฝาง
                     ไมใชพระไมใชเจาเขาระวาง      ตัวอยางผิดแลกแปลกกฎเกณฑ
                     เคยเปนบรรพชิตจิตเลื่อมใส         เด็กผูใหญศรัทธาขรัวตาเถร
                     ครั้งโชคมาชตาโยนก็โอนเอน          เปนเถนทุราจารพาลเสเพล
                                              3


               คราวกรุงยุงยับอับวาศนา         อยุธยาธิปตัยก็ไขวเขว
               สังฆราชเมืองสวางคตางทําเล สมคเนนาที่เปนผีบุญ
               ครองไตรยสีแดงแผลงหนักหนา สถาปนาตนเผนขึ้นเปนขุน
               สาวกฉกฉวยร่ํารวยทุน             เจาประคุณพระฝางวางตํารา
               จัดวงไพบูลยภูลโภค              ใชโฉลกอํานาจวาศนา
               ฉาว ๆ ปาวประโยชนโฆษณา จูงใจไพรฟาประชากร
               อางเหตุบานเมืองเคืองเข็ญ      เปนทางวาจาอุทาหรณ
               พูดอะไรพูดไดไมอาวรณ          ราษฎรโงเงาเหมือนเตาปลา
               หมจีวรสบงเหมือนทรงศีล          แตปายปนไปปราศสาสนา
               ฆามนุษยรบพุงมุงจินดา        อทินนาทายีไมมีอาย
               เสพยสตรีมีรศไมหมดรัก          เยื้องยักแยบอยางทางฉิบหาย
               เปนพระปลอมเจาปลอมจอมอุบาย อันผายแผตนเพื่อผลพาล
               โฆษณาจูงใจไดทุกสิ่ง            เหลาหญิงยอมกายถวายทาน
               พวกถูกปลนไมชอบระบอบการ แตทัดทานไมไหวจําใจยอม
               ผูกขาดคาขายถายทรัพยสูญ       ไปเขาวงไพบูลยโดยลมอม
               ปวงราษฎรปราศฤทธิ์ตองอิดออม อํานาจยอมอยูในมือผูถือปน
               เทศนใหคนสมัคทางรักชาติ        รักจนขาดลมหายใจอยาใฝฝน
               บานเมืองคับขันตองยันยืน       ชีวิตยื่นใหชาติปราศกีดกาง
               เขาเงินเรี่ยไรไมรูเบื่อ      ตองเชื่อผูนําทําตางตาง
               ไมใหทําไมทําอยาอําพราง      ทุกอยางไวใจในผูนํา
               จะนําไปทางไหนไมตองบอก         แซกซอกไมหยุดมุดใหหนํา
               แมลําบากยากแคนแสนระกํา ก็ตองทําเพื่อชาติปราศจํานรรจ
               ฉันเปนผูนําชาติอาจนําให      ทั้งชาติไดประจักษศักดิ์สุขสันต
               ฉันนี่แหละเปนผูรูเทาทัน     เพราะเหตุวาชาตินั้นคือฉันเอง
               ทานรักชาติแมจะมวยตองชวยชาติ ไมบังอาจพูดโปงทำโฉงเฉง
               ฉันคือชาติชาติคือฉันหันตามเพลง จงยําเยงจอมโยธีผูมีปนฯ

         ถือเปนชิ้นสวนมรดกความเปนไทยที่ลุกขึ้นมาเสียดสีทาทายชาตินิยมทหารของทานผูนํา
อยางไมพรั่นพรึงตออํานาจรัฐ กลไกโฆษณาชวนเชื่อและอาวุธยุทโธปกรณของจอมโยธีผูมีปน
         ชะรอยจอมโยธีผูมีปนรุนหลังจะไมอานสามกรุงกันเสียแลวกระมัง?

								
To top