Embed
Email

maintenance

Document Sample
maintenance
Shared by: HC12011409622
Categories
Tags
Stats
views:
9
posted:
1/14/2012
language:
pages:
70
หลักการบารุงรักษา

ผศ. ดร. ก่อเกียรติ บุญชูกุศล

ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล

คณะวิศวกรรมศาสตร์

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วัฏจักรอายุของเครื่องจักร

ความต้องการ รายละเอียด



การออกแบบ/เลือก



การจาหน่ายทิ้ง การลงทุน/จัดหา



การติดตั้ง



การลองเครื่อง

การปรับปรุง



การเริ่มใช้งาน

ความต้องการ

 คือความประสงค์ขององค์กรหรือของลูกค้าที่ต้องการผลิตภัณฑ์อย่างหนึ่ง ความต้องการ

ดังกล่าวนาไปสู่

 การออกแบบกระบวนการผลิต

 การแสวงหาเครื่องจักรที่เหมาะสมมาใช้ในกระบวนการผลิตดังกล่าว

ด้วยเหตุนี้ความต้องการของกระบวนการผลิตจึงเป็นขั้นตอนแรกที่จะนาไปสู่การหา

เครื่องจักรมาเพื่อดาเนินการผลิตผลิตภัณฑ์นั้น

 กรณีตัวอย่าง ความต้องการคือความสะดวก ความรวดเร็วในการเดินทาง รวมไปถึงความ

ปลอดภัย ความแน่นอน เครื่องจักรที่ต้องการใช้งานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวจึง

ได้แก่ ยานพาหนะต่างๆ ซึ่งอาจเป็นไปได้ทั้ง รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือแม้แต่รถจักรยาน

ถีบ

รายละเอียดจาเพาะ

 หมายถึงการกาหนดรายละเอียดจาเพาะ(Specification) ของความ

ต้ อ งการ เพื่ อ ให้ ข้อ มู ล ที่ส มบูร ณ์และถู ก ต้อ งที่จ ะน าไปใช้ในขั้น ตอนการ

ออกแบบต่อไป

 สาหรับตัวอย่างยานพาหนะดังกล่าว ขั้นตอนนี้คือการกาหนดความต้องการ

ยานพาหนะว่ า ควรมี ค วามเร็ ว สั ก เท่ า ใด บรรทุ ก คนได้ กี่ ค น ต้ อ งการ

ความสามารถบรรทุ ก น้ าหนั ก ได้ เ ท่ า ไร อย่ า งไรก็ ต ามการก าหนดความ

ต้องการนี้จะต้องพยายามให้ครบถ้วนและเป็นจริงอย่างที่สุดเพื่อที่จะได้ไม่ซื้อ

ยานพาหนะที่ไม่ตรงกับความต้องการ

การออกแบบ/เลือก

 หลังจากการกาหนดรายละเอียดจาเพาะ รายละเอียดจะถูกนาไปใช้

 ประกอบการออกแบบเครื่องจักร ถ้าหากเครื่องจักรนั้นเป็นเครื่องจักร

ต้นแบบ

 ในกรณีที่เครื่องจักรนั้นเป็นเครื่องจักรอุตสาหกรรมทั่วไปก็จะเป็นการ

เลือกหารุ่น/แบบที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด

 เพราะฉะนั้นในขณะนี้เราจะสามารถเลือกยานพาหนะที่ต้องการได้

แล้วทั้งรูปแบบ รุ่น ขนาด รวมทั้งยี่ห้อด้วย

การลงทุน/จัดหา

 เมื่ อ เป็ น ที่ แ น่ น อนแล้ ว ว่ า จะเลื อ กใช้ เ ครื่ อ งจั ก รอะไร หรื อ ได้

ออกแบบเครื่องจักรที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ต้องทาต่อไปคือ

การจัดซื้อเครื่องจักร หรือจัดจ้างให้มีการสร้างเครื่องจักรตามแบบที่

ทาไว้

 หมายความว่า ในขั้ นตอนนี้ ได้มี การตกลงสั่ งซื้ อ รถยนต์ที่ต้อ งการ

เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกาลังคอยเวลาที่จะไปรับรถเพื่อนามาใช้งาน

ตามที่กาหนดไว้

การติดตั้ง

 เครื่องจักรในอุตสาหกรรมส่วนหนึ่งเป็นเครื่องจักรที่วางอยู่กับที่ด้วย

เหตุ ผ ลของกระบวนการผลิ ต หรื อ ขนาดและน้ าหนั ก การเลื อ ก

ต าแหน่ ง ที่ ตั้ ง และการติ ด ตั้ ง เครื่ อ งจั ก รดั ง กล่ า วมี ค วามส าคั ญ ต่ อ

กระบวนการผลิตและต่อประสิทธิภาพในการผลิต

 สาหรับรถยนต์ในกรณีตัวอย่างและเครื่องจักรที่มีลักษณะถูกนา



เคลือนที่ไปมาได้ การติดตั้งในความหมายข้างต้นอาจจะไม่มีการ

ดาเนินการใดๆก็ได้

การลองเครื่อง

 เมื่อเครื่องจักรถูกติดตั้งเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะเริ่มทาการผลิตจริง

จาเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการทดลองเดินเครื่องเพื่อที่จะตรวจสอบ

สภาพเครื่อง ตรวจดูการติดตั้งต่างๆว่าเรี ยบร้อ ยดีหรื อไม่ ทาการ

ปรับแต่งเครื่องจักรเพี่อให้ได้สมรรถนะที่พึงพอใจ

 เมื่อได้รับทราบว่าสามารถไปรับรถได้แล้ว ขั้นตอนที่สาคัญก็คือการ

ตรวจดูสภาพโดยรอบ เช่น สี กันชน ฯลฯ การทดลองใช้งานอุปกรณ์

ต่างๆ เพื่อที่จะดูว่าพอใจกับรถคันนี้หรือไม่ รวมทั้งการทดลองขับขี่

การเริ่มใช้งาน

 เมื่อเครื่องจักรได้รับการยอมรับแล้ว จะเริ่มถูกใช้งานในการผลิต นั่น

ก็คือการเริ่มใช้งานรถยนต์ที่ซื้อมาตามวัตถุประสงค์

การปรับปรุง

 หลังจากที่เครื่องจักรผ่านการใช้งานมาระยะเวลาหนึ่ง ชิ้นส่วนต่างๆ

จะเสื่ อ มสภาพไปตามเวลา ดั งนั้ น ต้ อ งมี ก ารเปลี่ ย นทดแทนหรื อ

ซ่ อ มแซมชิ้ น ส่ ว นดั ง กล่ า วเพื่ อ ให้ เ ครื่ อ งจั ก รสามารถท างานได้

เหมือนเดิม

 ในกรณีรถยนต์ตัวอย่างก็เช่นกัน การเปลี่ยนทดแทนชิ้นส่วนที่หมด

สภาพ เช่น สายพาน ยางล้อ ที่ปัดน้าฝน หรือแม้แต่เครื่องยนต์ เป็น

สิ่งที่กระทาได้เมื่อพิจารณาเห็นว่าเหมาะสมและคุ้มค่ากว่าการเปลี่ยน

รถยนต์ใหม่ทั้งคัน

การจาหน่ายทิ้ง

 หลังจากใช้งานมาเป็นเวลาอันสมควรแล้ว จะพบว่าการเปลี่ยนทดแทนหรือ

ซ่อมแซมชิ้นส่วนเครื่องจักรเป็นการกระทาที่ไม่คุ้มค่า เพราะจานวนชิ้นส่วน

ที่เสียหายเพิ่มขึ้น การเสื่อมสภาพเกิดขึ้นเร็วขึ้น รวมทั้งเครื่องจักรจะล้าสมัย

ไม่คุ้มค่าในการผลิตอีกต่อไป ดังนั้นเครื่องจักรดังกล่าวต้องถูกจาหน่ายทิ้งไป

เช่นเดียวกับรถยนต์คันดังกล่าวด้วย

 จากวัฏจักรอายุของเครื่องจักรที่กล่าวมา ความสาคัญจะอยู่ที่การทาให้อายุของ



เครื่องจักรนันยืดยาวอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะทาได้ ซึ่งช่วงยืด

อายุเครื่องจักรดังกล่าวจะทาได้มากที่สุดในช่วงระหว่างการเริ่มใช้งานไป

จนถึงการจาหน่ายทิ้ง และวิธีการที่ใช้เพื่อยืดอายุเครื่องจักรในระหว่างช่วงดัง

กล่าวคือ “การบารุงรักษา”

การบารุงรักษาคืออะไร

การบารุงรักษาเป็นกิจกรรมสนับสนุนที่สาคัญ เพื่อประกันว่า

เครื่องจักร/อุปกรณ์จะสามารถทางานได้อย่างต่อเนื่อง เต็มตาม

ความสามารถที่กาหนดไว้ การดาเนินงานประกอบด้วย

 การดูแลรักษา



 การตรวจสภาพ



 การซ่อมแซม

ความสัมพันธ์กับการออกแบบ

 เครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆจะเกิดการชารุดเสียหายจากการใช้งานได้ตลอดเวลา ดังนั้น

การออกแบบที่ ดีจ ะต้ อ งค านึ ง ถึง การบารุ ง รั ก ษาควบคู่กั น ไป ทั้ ง นี้ เพื่อ เป็ น การรั ก ษา

ประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักร โดยมีข้อพิจารณาขณะออกแบบดังนี้

ก) เลือกวัสดุทาชิ้นส่วนเครื่องจักรที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในการทางาน เพื่อลดความ

เสียหายจากการเสื่อมสภาพเร็วเกินไป

ข) ในการประกอบเครื่องจักรต้องวางตาแหน่งชิ้นส่วนให้เหมาะสมกับความต้องการในการ

บารุงรักษา ชิ้นส่วนที่ต้องทาการบารุงรักษาบ่อยครั้งจะต้องเข้าถึงได้ง่าย

ค) หลีกเลี่ยงไม่ให้ต้องรื้อเครื่องจักรทุกครั้งที่จะทาการบารุงรักษา โดยเสริมส่วนประกอบที่

ช่วยทาให้เกิดความสะดวกในการดูแลรักษา การตรวจตราสภาพ

ง) เลือกใช้วิธีการเชื่อมต่อที่ถอดเข้าออกได้สะดวกกับส่วนประกอบที่ต้องมีการเปลี่ยน

ทดแทนหรือปรับแต่งบ่อยครั้ง

ความสัมพันธ์กับการติดตั้ง

 ขั้นตอนการติดตั้งนี้มีความสาคัญมากต่อการบารุงรักษา ทั้งนี้เพราะว่าโดยหลักการทาง

ธุรกิจทั่วไปย่อมต้องมีความพยายามที่จะประหยัดพื้นที่ และคานึงถึงความสะดวกของฝ่าย

ผลิตเป็นสาคัญ

 ต้องระวังไม่ให้การติดตั้งกีดขวางการทางานของฝ่ายบารุงรักษาซึ่งจะต้องมีการเข้าออก

พื้นที่ตลอดเวลาเพื่อการตรวจรักษาสภาพและการเข้าซ่อมแซม

 พื้นที่ที่คับแคบเกินไปทาให้เกิดการกีดขวางการทางานซ่อมบารุง

 ในการติดตั้งเครื่องจักร ฝ่ายบารุงรักษาต้องมีส่วนร่วมในการให้ความเห็นในแง่มุมของ

การบารุงรักษาว่าจะมีข้อขัดข้องอย่างไร วางเครื่องจักรแบบไหนจึงจะสะดวกแก่การ

ทางาน ทาการตกลงกับฝ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะติดตั้งเครื่องจักรให้เหมาะสมสาหรับ

ทุกฝ่ายมากที่สุด

ความสัมพันธ์กับการลองเครื่องและการใช้งาน

 การลองเครื่อง โดยปกติฝ่ายบารุงรักษามักจะถูกนาเข้าไปมีส่วนร่วมในการ

ลองเครื่องเพื่อจะได้รับรู้สภาพของเครื่องจักรตั้งแต่เริ่มแรกอยู่แล้ว รวมทั้งจะ

ได้เรียนรู้วิธีการปรับแต่งเครื่องจักรซึ่งจะช่วยให้สามารถเตรียมตัวสาหรับการ

บารุงรักษาได้ดี

 การใช้งาน เมื่อเครื่องจักรถูกใช้งานในการผลิตอย่างจริงจัง ฝ่ายบารุงรักษา

มีหน้าที่ที่จะต้องเข้าไปดูแลเครื่องจักร ซึ่งการดาเนินการดังกล่าวอาจจะทาให้

เกิดการหยุดชะงักของกระบวนการผลิตได้ ดังนั้นจะต้องมีการประสานงาน

กันระหว่างฝ่ายผลิตกับฝ่ายบารุงรักษาอย่างดีโดยให้พิจารณาประสิทธิภาพ

สูงสุดของเครื่องจักรเป็นสาคัญ

วิวัฒนาการของความคาดหวังจากการบารุงรักษา



Third Generation

• Higher plant availability and reliability

• Greater safety



Second Generation • Better product quality



• Higher plant availability • No damage to the environment



• Longer equipment life • Longer equipment life

First Generation

• Fix it when it broke • Lower cost • Greater cost effectiveness

การเปลี่ยนแปลงรูปแบบความเสียหาย

วิวัฒนาการของเทคนิคการบารุงรักษา



Third Generation

• Condition monitoring

• Design for reliability and

maintainability

Second Generation

• Hazard study

• Scheduled overhauls

• Failure Modes and Effects Analysis

First Generation • System for planning and

• Fix it when it broke controlling work • Multiskilling and teamwork

ประเภทการบารุงรักษา



ประเภทการบารุงรักษา







Planned Unplanned





Preventive Design-out Breakdown







Time Based Condition Based

เทคนิคการบารุงรักษา

 Design-out Maintenance

 On-failure Maintenance



 Fixed Time Maintenance



 Condition-based Maintenance

Design-out Maintenance



 อาจเรียกว่า Corrective Maintenance



 เป็นการปรับปรุงเครื่องจักรให้ดขึ้นถ้าแก้ไขได้ตรงจุด



 ต้องหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนแก้ไข



 ลงทุนสูง



 ใช้เวลามาก

On-failure Maintenance



 เรียกกันทั่วไปอีกชื่อหนึ่งว่า Breakdown Maintenance

 เป็นการซ่อมแซมเครื่องจักรเมื่อเกิดการชารุดเสียหายแล้ว

 ข้อดี  ข้อเสีย

 ใช้ได้กับเครื่องจักรทุกประเภท  อาจเป็นอันตรายร้ายแรงต่อชีวิต เพราะ



 คิดง่ายไม่ต้องวางแผน ไม่มีการเตือนภัย

 ได้แสดงฝีมือถ้าแก้ไขได้  การผลิตเกิดความเสียหาย

 ลงทุนต่าในส่วนของหน่วยงาน  ลงทุนสูงในการกักตุนอะไหล่/เครื่องจักร

บารุงรักษา สารอง

 ยากที่จะหาต้นเหตุของข้อขัดข้อง

Fixed Time Maintenance

 เครื่องจักรถูกดูแลรักษาตามกาหนดเวลาหรือจานวนผลิตภัณฑ์

 ทาการดูแลชิ้นส่วนเครื่องจักรก่อนหมดอายุใช้งาน

 ข้อดี  ข้อเสีย

 ลดโอกาสเกิดความเสียหายแบบฉับพลัน  ใช้งานชิ้นส่วนได้ไม่เต็มความสามารถ



 ประหยัดค่าใช้จ่ายเพราะสามารถวางแผน  ไม่สามารถกาจัดข้อบกพร่องได้

ดาเนินการระยะยาวได้  ้

บางครังอาจเกิดความเสียหายจากการเข้า

 ใช้แรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ไปยุ่งกับชิ้นส่วนมากไป

 ้

บางครังเกิดเหตุที่ไม่คาดฝัน

Condition-based

Maintenance

 เครื่องจักรถูกดูแลรักษาตามสภาพของมัน

 เครื่องจักรต้องแสดงสภาพออกมาให้เห็น

 ต้องมีวิธีการวัดและแปลค่าปัจจัยที่วัดได้ของสภาพเครื่องจักร

 ข้อดี  ข้อเสีย

 สามารถบอกสภาพเครื่องจักรได้ล่วงหน้า  ลงทุนสูงสาหรับอุปกรณ์ตรวจวัด



 ใช้งานชิ้นส่วนเครื่องจักรได้ถึงที่สุด  ต้องการบุคลากรที่มีความชานาญ เฉพาะ

 หาสาเหตุของข้อขัดข้องได้ง่าย ทาง

 ต้องมีการจัดการองค์กรที่สมบูรณ์

แนวทางการกาหนดวิธีการบารุงรักษา

ลักษณะเครื่องจักร/ชิ้นส่วน วิธีการบารุงรักษาตามลาดับที่น่าจะ

เลือกปฏิบัติ

1 สามารถตรวจวัดสภาพของเครื่อง Condition-Based Maintenance

จักรได้ รู้ MTBF Fixed Time Maintenance

On-Failure Maintenance

2. สามารถตรวจวัดสภาพของเครื่อง Condition-Based Maintenance

จักรได้ ไม่รู้ MTBF On-Failure Maintenance

3. ไม่สามารถตรวจวัดสภาพของ Fixed Time Maintenance

เครื่องจักรได้ รู้ MTBF On-Failure Maintenance

4. ไม่สามารถตรวจวัดสภาพของ On-Failure Maintenance

เครื่องจักรได้ ไม่รู้ MTBF

5. เครื่องจักรเสียหายบ่อยผิดปกติ Design-Out Maintenance

หน้าที่ของผู้จัดการการบารุงรักษา

 เลือกใช้เทคนิคที่เหมาะสมที่สุด

 จัดการกับกระบวนการของความล้มเหลวที่เกิดขึ้นแต่ละชนิด



 มีการใช้จ่ายในการบารุงรักษาอย่างคุ้มค่า



เพื่อให้เป็นไปตามความคาดหวังของเจ้าของและผู้ใช้เครื่องจักร/

อุปกรณ์นั้นรวมถึงสังคมโดยรวม

การจัดระบบการบารุงรักษา

 การผสมผสานวิธีการบารุงรักษาเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต้องพิจารณา

 รูปร่างของเครื่องจักร

 ลักษณะการทางานของเครื่องจักร

 ลักษณะการทางานของระบบ

 รูปแบบความเสียหายของเครื่องจักร

 เงินทุน

 กาลังคน

 ขีดความสามารถของฝ่ายบารุงรักษา

ความสัมพันธ์ระหว่างการผลิตกับการบารุงรักษา

¡ÒâÒÂ



¤ÇÒÁµéͧ¡ÒüÅÔµÀѳ±ì

(¤Ò´¤Ðà¹ä´éáµèÁÑ¡á»Ã¼Ñ¹)



¡ÒüÅÔµ ÊÀÒ¾ÊÔè§áÇ´ÅéÍÁ

·Õèà¡ÕèÂÇ¢éͧÍ×è¹æ



á¼¹¡ÒüÅÔµ ÃÐÂÐÂÒÇ

ÃÐÂÐÊÑé¹



ÃٻẺ¡ÒüÅÔµáÅФÇÒÁ¾ÃéÍÁ¢Í§âç§Ò¹·Õèµéͧ¡ÒÃ



à»éÒËÁÒ¢ͧ¡ÒúÓÃØ§ÃÑ¡ÉÒ

¨Ñ´àµÃÕÂÁ¤ÇÒÁµéͧ¡ÒùÕéã¹ÃÒ¤Ò¤èÒãªé¨èÒµèÓ·ÕèÊØ´

»ÃÔÁÒ³·ÃѾÂÒ¡Ã

á¼¹¡ÒúÓÃØ§ÃÑ¡ÉÒ ÃÐÂÐÂÒÇ

ͧ¤ì»ÃСͺ¢Í§¤èÒãªé¨èÒ ¡ÒúÓÃØ§ÃÑ¡ÉÒ

ÃÐÂÐÊÑé¹



ͧ¤ì»ÃСͺ¢Í§âç§Ò¹

ͧ¤ì»ÃСͺ¢Í§¤ÇÒÁ»ÅÍ´ÀÑÂ

สถานการณ์ของโรงงาน

ก) โรงงานอยู่ในระหว่างกระบวนการผลิต เครื่องจักรกาลังทางาน การบารุงรักษาทาได้

โ ด ย วิ ธี ก า ร บ า รุ ง รั ก ษ า แ บ บ ต า ม ส ภ า พ ใ น ข ณ ะ ป ฏิ บั ติ ก า ร (On-line

Maintenance) เท่านั้น

ข) โรงงานไม่มีการผลิต เช่น ช่วงเวลากลางคืน ขณะขาดวัตถุดิบ ช่วงเวลาเปลี่ยนกะ เป็น

ต้ น ในกรณี เหล่ า นี้ โ รงงานพร้ อ มที่ จ ะให้ มี ก ารบ ารุ ง รั ก ษาได้ โ ดยไม่ มี ก ารสู ญ เสี ย

ผลผลิต ช่องเวลาตรงนี้เรียกว่า ช่วงปลอดการผลิต(Production Window)

ซึ่งสามารถใช้วิธีการบารุงรักษาแบบตามสภาพในขณะหยุดปฏิบัติการ (Off-line

Maintenance) หรือวิธีการบารุงรักษาแบบตามกาหนดเวลาได้ โดยทั่วไปช่วง

ปลอดการผลิตจะมีอยู่ในธรรมชาติของกระบวนการผลิตแบบ batch และปรากฏอยู่

ในแผนการผลิต ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ฝ่ายบารุงรักษาจะต้องกาหนดเวลางานบารุงรักษา

ให้สอดคล้องกับช่วงปลอดการผลิตนี้

สถานการณ์ของโรงงาน

ค) โรงงานหยุดการผลิตในช่วงเวลาที่ยังสามารถทาการผลิตตามปกติได้เพื่อให้มีการเข้า

ทาการบารุงรักษาตามแผนดาเนินการที่วางไว้ ช่วงเวลานี้ถูกกาหนดขึ้นเมื่อเลือกใช้

วิธีการบารุงรักษาแบบตามกาหนดเวลาและไม่สามารถจัดให้งานบารุงรักษาไปอยู่ตรง

กับเวลาที่เป็นช่วงปลอดการผลิตได้ การหยุดครั้งนี้ต้องนับว่าเกิดการสูญเสียเวลาใน

การผลิต

ง) เครื่ อ งจั ก รเกิ ด ความเสี ย หายในขณะก าลั ง ท าการผลิ ต และเป็ น เหตุ ก ารณ์ ที่ ไ ม่ ไ ด้

คาดคะเนเอาไว้ ไม่อยู่แผนดาเนินการ ดังนั้นโรงงานต้องหยุดการผลิตและต้องทาการ

บารุงรักษาแบบซ่อมแซมอย่างฉุกเฉิน การหยุดการผลิตในลักษณะเช่นนี้จะต้องถือว่า

เป็นการสูญเสียเวลาในการผลิตอย่างแน่นอน และการเตรียมการบารุงรักษาทาได้ยาก

จ) เป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากข้อ (4) เครื่องจักรเกิดชารุดเสียหาย โรงงานต้องหยุดการผลิต

แต่เนื่องจากขาดทรัพยากรในการบารุงรักษา โรงงานไม่สามารถถูกนากลับเข้าสู่สภาพ

การผลิตตามปกติได้ ต้องรอการบารุงรักษา ดังนั้นจึงมีการสูญเสียเวลาในการผลิต

วงจรการจัดการบารุงรักษา

ÃÍ«èÍÁ ¡ÓÅѧ«èÍÁ

(¨) (§)

¤ÇÒÁäÁè¾ÃéÍÁ

¤ÇÒÁäÁè¾ÃéÍÁ ¡ÒÃãªé·ÃѾÂҡù͡Ἱ

ÊÙ-àÊÕ¡ÒüÅÔµ

ÊÙ-àÊÕ¡ÒüÅÔµ (emergency or corrective maintenance)



·ÃѾÂҡúÓÃØ§ÃÑ¡ÉÒ

¡ÒúÓÃØ§ÃÑ¡ÉÒ á¼¹¡ÒúÓÃØ§ÃÑ¡ÉÒ

¤¹ ÍÐäËÅè à¤Ã×èͧÁ×Í

µÒÁµÒÃÒ§àÇÅÒ

(¤) ¡ÒÃãªé·ÃѾÂÒ¡Ãã¹á¼¹

(preventive maintenance)

¡Òûé͹¡ÅѺà¾×èÍ¡ÒäǺ¤Ø



¡ÓÅѧ¼ÅÔµ äÁèÁÕ¡ÒüÅÔµ

(¡) (¢)

การควบคุมงานบารุงรักษา ´Óà¹Ô¹¡ÒÃá¡éä¢





á¼¹¡ÒúÓÃØ§ÃÑ¡ÉÒ à»ÅÕè¹¹âºÒ Design out à»ÅÕè¹Ἱ

¡Ò÷ӧҹ maintenance¡ÒúÓÃØ§ÃÑ¡ÉÒ

§Ò¹ÇÔÈÇ¡ÃÃÁáÅÐ

¡ÒÃÇÒ§á¼¹§Ò¹

¡ÒúÓÃØ§ÃÑ¡ÉÒ

¡ÒûÃÐàÁÔ¹

Breakdown áÅÐ

Break

down Work control ¤èÒãªé¨èÒÂ

feed back Êè§µèÍ仼Ùé¼ÅÔµ

(¡ÒäǺ¤ØÁ§Ò¹)

Breakdown Preventive (1) (2) (3)

maintenance maintenance Major Recurring High cost

BreakdownsBreakdowns areas



PLANT

ºÑ¹·Ö¡»ÃÐÇѵԡÒäǺ¤ØÁ

PLANT ¤èÒãªé¨èÒÂ



¹âºÒ¡ÒüÅÔµ

(¡ÒäǺ¤ØÁÊÀÒ¾ PLANT)

¤èÒ breakdown áÅТéÍÁÙÅ¡Ò÷ӧҹÍ×è¹æ (¡ÒäǺ¤ØÁ§º»ÃÐÁÒ³áÅФèÒãªé¨èÒÂ)

Time Based

Maintenance

ความสูญเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิต

Shutdown Losses

Operating Hours



Failure Losses

Scheduled

Loading Hours

Downtime

Setup and Adjustment Losses





Utilization Hours Downtime Start-up Losses





Idle Losses

Net Utilization Hours Performance



Speed Losses

Value-added

Defect

Hours

Defect Losses

จุดประสงค์ของการทา

Planned Maintenance

 เพื่อให้ได้สมรรถนะของอุปกรณ์สูงสุด

 ่

เพื่อให้ได้ผลิตผลสูงสุดจากทรัพยากรน้อยทีสุด

กิจกรรมพื้นฐานของ

Time Based Maintenance

 การทาความสะอาด  การตรวจสอบสภาพทั่วไป

 การหล่อลื่น  การเปลี่ยนชิ้นส่วนตาม

 การปรับแต่ง กาหนดเวลา

 การตรวจสอบการทางาน  การซ่อมบารุงประจาปี



กิจกรรมเหล่านี้จะกระทาตามคาบเวลาที่แน่นอน

• ประจาวัน

• ประจาสัปดาห์/ประจาเดือน/ประจา 3 เดือน ฯลฯ

Mean Time To Failure MTTF

้ ่

หมายถึงช่วงเวลาการทางานระหว่าง failure สองครังทีต่อเนื่องกัน





MTTF









ใช้เป็นตัวกาหนดช่วงเวลาการเข้าบารุงรักษา

ขั้นตอนการสร้างระบบ PM

 จัดลาดับความสาคัญของเครื่องจักร/อุปกรณ์เพื่อเลือกใช้เทคนิคการ

บารุงรักษาที่เหมาะสม

 แยกส่วนประกอบของเครื่องจักร/อุปกรณ์ที่มีลาดับความสาคัญสูง



 กาหนดวิธีการบารุงรักษาและคาบเวลาการบารุงรักษา



 กาหนดรายการ ตรวจสอบ สาหรับชิ้นส่วนแต่ละชิ้น



 สร้างแผนดาเนินการประจาปี ประจาเดือน และประจาวัน



 สร้างมาตรฐานการบารุงรักษา

ลาดับความสาคัญของเครื่องจักร

 หัวใจของการผลิต



 คอขวดของสายการผลิต



 ราคาแพง



 ซ่อมยาก เทคโนโลยีสูง



 อะไหล่หายาก

การแยกส่วนประกอบเครื่องจักร/อุปกรณ์



ชุดสายพานลาเลียง









สายพานลาเลียง ชุดขับเคลื่อน โครงสร้าง









มอเตอร์ ล้อขับ ลูกปืน สายพานส่งกาลัง

วิธีการบารุงรักษาและคาบเวลาการบารุงรักษา

วิธีการบารุงรักษา

ชิ้นส่วน

ทาความสะอาด หล่อลื่น ปรับแต่ง ตรวจสอบ เปลี่ยน ซ่อม

มอเตอร์ ลมเป่า W1 N/A ขันน็อต W2 D1 Y5 Y1

สายพาน ลมเป่า W1 N/A เร่งตึง D3 D3 M6 -

ลูกปืน N/A W1 N/A D3 Y2 N/A

ล้อขับ เช็ด W1 N/A - M1 Y5 Y1

การวิเคราะห์ความล้มเหลว

การวิเคราะห์ความล้มเหลวเป็นขั้นตอนสาคัญที่นาไปสู่การทา corrective M/T

และการกาหนดวิธีการตรวจสอบ



ความล้มเหลว







ธรรมชาติ อุบัติเหตุ







ยืดอายุ กาจัดสาเหตุ

รายการตรวจสอบ

รายการตรวจสอบ

ชิ้นส่วน

ความร้อน เสียงดัง รอยแตก สึกหรอ การสั่น

มอเตอร์ X X X

สายพาน X X X X

ลูกปืน X X

ล้อขับ X X X

มาตรฐานการบารุงรักษา

 จัดทามาตรฐานเพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติเหมือนกัน



 ตั้งเป็นมาตรฐานเมื่อเห็นว่าสามารถใช้ได้ผลต่อเนื่องใน

ช่วงเวลาหนึ่งแล้ว

 มาตรฐานมีทั้งวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องและคาบเวลาที่เหมาะสม



 สามารถเปลี่ยนแปลงมาตรฐานใหม่ได้เสมอตามสภาพ

ปัจจุบันของเครื่องจักร

CONDITION-BASED

MAINTENANCE

Condition-based

maintenance

 ทาให้สามารถหยุดการผลิตเพื่อจัดการกับเครื่องจักรที่ไม่อยู่ในสภาพ

ที่เหมาะสมกับการผลิตอีกต่อไป ในเวลาที่เหมาะสม

 ทาให้สามารถหยุดการผลิตเพื่อจัดการกับเครื่องจักรอาจก่อให้เกิด

อันตรายได้ทันท่วงที

 ต้องมีการเฝ้าตรวจสภาพของเครื่องจักรจากอาการที่มันแสดงออก

เพื่อพยากรณ์เวลาที่เหมาะสมที่จะหยุดการทางานของเครื่องจักร

เครื่องจักรที่ทา CBM ได้

 ต้องมี อาการที่แสดงสภาพของตัวเอง และสามารถแปล

ความหมายนั้นได้ เช่น ความร้อน การสั่นสะเทือน

 ต้องมี วิธีการและ/หรืออุปกรณ์ที่สามารถตรวจวัดอาการ

ของเครื่องจักร ได้

 ต้องมี บุคลากรที่สามารถนาเอาผลที่วัดมาแปลความหมาย

ได้

ข้อดีของ CBM

 ส่วนใหญ่สามารถทาการตรวจวัดได้ในขณะที่เครื่องจักรกาลังทางาน

ตามปกติ ทาให้ไม่เสียเวลาการผลิต

 สามารถใช้งานชิ้นส่วนได้จนถึงที่สุด ประหยัดอะไหล่และแรงงาน



 สามารถวางแผน/ปรั บ เปลี่ ย นการผลิ ต ได้ ก่ อ นหยุ ด เครื่ อ งจั ก ร จึ ง

สามารถกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตได้รวดเร็ว

 ช่วยในการหาสาเหตุความเสียหายของเครื่องจักรได้ง่าย



 ทาให้วางแผนการซ่อมบารุงได้ล่วงหน้า ประหยัดค่าใช้จ่าย

CBM ต้อง

 มีระบบการจัดการที่สมบูรณ์ เป็นภาระงานตลอดเวลา



 ลงทุนอุปกรณ์วัดซึ่งราคาค่อนข้างสูง องค์กรขนาดเล็ก

จะมีปัญหาการเงิน

 มีการวิเคราะห์เครื่องจักรตลอดเวลา ต้องการบุคลากร

ที่มีศักยภาพสูง

วิธีการทา CBM

 Simple Inspection

 Condition Checking



 Trend Monitoring

Simple Inspection



 การตรวจสภาพเครื่องจักรโดยอาศัยประสาทสัมผัส

 ฟัง เสียง

 ดม กลิ่น



 ดู สี



 สัมผัส ความร้อน



 รับรู้ความผิดปกติได้เมื่อสภาพเครื่องแย่มากแล้ว

Condition Checking

 การเสื่อมสภาพแบบตามเวลา



condition





failure



alarm









time

Trend Monitoring

 การเฝ้าติดตามพฤติกรรมของเครื่องจักรเพื่อหา

 Parameters ที่เป็นตัวบ่งชี้สภาพ

 ความรุนแรงของอาการจากค่า parameters

 กาหนดระดับเตือนภัย (Alarm level)

condition



failure

alarm







time

CONDITION CHECKING

TECHNIQUES

 Thermal Monitoring

 Lubricant Analysis

 Vibration Analysis

 Non-destructive Testing

 Leak Test

 Corrosion Analysis

 Flow Analysis

 Stress Analysis

 Acoustic Emission Analysis

แนวทางการใช้เทคนิคต่างๆ

 Thermal monitoring: ใช้กับเครื่องจักรอุปกรณ์ที่มีความร้อน

ในตั ว เช่ น หม้ อ ไอน้ า ท่ อ แอร์ ชิ้ น ส่ ว นที่ มี ก ารเสี ย ดสี เช่ น ลู ก ปื น และ

อุปกรณ์/ชิ้นส่วนที่สร้างความร้อนเมื่อมีความผิดปกติ เช่น มอเตอร์ ขั้วต่อ

ไฟฟ้ า ปริ ม าณความร้ อ นที่ ม ากผิ ด ปกติ แสดงให้ เ ห็ น ความผิ ด ปกติ ข อง

ชิ้นส่วนนั้นด้วย

 Lubricant analysis: ใช้กับเครื่องจักรที่มีการหล่อลื่น การ

วิเคราะห์ทาให้ทราบทั้งคุณภาพของน้ามันหล่อลื่นที่ใช้งานอยู่ และสภาพการ

สึกหรอของชิ้นส่วนที่น้ามันไหลผ่าน เช่น เฟืองทด ลูกสูบกับกระบอกสูบ

แนวทางการใช้เทคนิคต่างๆ

 Vibration analysis: ใช้วัดสภาพความผิดปกติของเครื่องจักรที่

เคลื่อนที่ในขณะทางาน เช่น มอเตอร์ ปั๊ม เครื่องยนต์ พัดลม เฟืองทด สามารถ

ใ ช้ บ อ ก อ า ก า ร ผิ ด ป ก ติ ไ ด้ ห ล า ย อ ย่ า ง เ ช่ น unbalance,

misalignment, looseness, bearing defects

นอกจากนั้นยังใช้วิเคราะห์หาความถี่ธรรมชาติของโครงสร้างได้ด้วย

 Leak test: การตรวจสอบรอยรั่วซึมของระบบท่อ ทั้ง ท่อลม (ใช้

acoustic receiver) ท่อส่งของเหลว (ใช้ความดันตกคร่อม หรือ

จากร่องรอยแปดเปื้อนต่างๆ)

แนวทางการใช้เทคนิคต่างๆ

 NDT: เป็นเทคนิคการตรวจหาความผิดปกติในเนื้อวัสดุ เช่น cracks,

voids มีหลายวิธีด้วยกัน ได้แก่

 RT เป็นวิธีเดียวกันกับการ x-ray ร่างกายมนุษย์

 UT ใช้การส่งคลื่นเสียง (ultra sound) ผ่านชิ้นงาน แล้วดักฟังคลื่นที่

สะท้อนกลับ

 LT ใช้การแทรกซึมของสีลงไปตามรอยร้าว แล้วจึงตรวจดูรอยสีนั้น

 MT ทาให้ชิ้นงานมีสภาพเป็นแม่เหล็ก แล้วใช้ผงเหล็กชี้บ่งตาแหน่งข้อบกพร่องบน

ชิ้นงาน

 ET เมื่ อ ผ่ า นกระแสไฟฟ้ า เข้ า ไปในชิ้ น งาน รอยร้ า วจะท าให้ เ กิ ด eddy

current ทีสามารถตรวจจับได้

แนวทางการใช้เทคนิคต่างๆ

 Corrosion analysis: ใช้ในการตรวจขนาดของชิ้นงาน เช่นท่อ

โดยการวิเคราะห์จากการสึกกร่อนของตัวอย่างเปรียบเทียบ(coupon)

 Flow analysis: ใช้ประกอบการวิเคราะห์สมรรถนะของปั๊ม

 Stress analysis: ด้วยการวิเคราะห์ความเค้นที่เกิดขึ้นในชิ้นงาน

จะทาให้ทราบสภาพทางกายภาพ (ความแข็งแรง การขยายตัว) ของชิ้นงาน

 Acoustic emission: การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพภายใน

ชิ้นงาน เช่น การแตกร้าว การเลื่อนไหล จะปลดปล่อยพลังงานที่ตรวจจับได้

ออกมา

Setup of CBM Program

ศึกษาความเป็นไปได้





เลือกเครืองจักร



เลือกเทคนิค



หาระดับทางานปกติ



กาหนดความถี่และระดับเตือนภัย



กาหนดรายการและลาดับการออกตรวจ



ออกตรวจปกติ



บันทึกข้อมูล



ปกติ ประเมิน

ผิดปกติ

สงสัย หาสาเหตุ

ค้นพบ

แก้ไข



ประเมินการจัดการ



ประเมินเทคนิค



ประเมินผลลัพธ์ทางเศรษฐศาสตร์

การศึกษาความเป็นไปได้

 ดูความเหมาะสมของโรงงานว่าจะสามารถใช้ CBM ได้

หรือไม่

 เปรียบเทียบวิธีการบารุงรักษาทุกแบบ

 การลงทุน

 บุคลากร

 ความคุ้มทุน

การเลือกเครื่องจักร

 มีอาการที่แสดงสภาพ



 สามารถตรวจวัดอาการนั้นได้



 มีช่วงเวลาเตรียมตัวเพื่อการซ่อมบารุงนานพอ



 เป็นเครื่องจักรที่สาคัญ



 มีกาลังคนเพียงพอ

การเลือกเทคนิค

 เหมาะสมกับเครื่องจักร



 แสดงสภาพที่แท้จริง



 ให้ความหมายที่ชัดเจน



 ใช้ง่าย

การวัดระดับการทางานปกติ

 เพื่อใช้เป็นค่าอ้างอิงพื้นฐาน

 เก็บค่าอย่างน้อย 25 ค่า



 หาค่าเฉลี่ยและขอบเขตจากค่าที่วัดได้

การกาหนดความถี่และระดับเตือนภัย

 คาบการตรวจต้องสั้นกว่าระยะเวลาจากการเริ่มแสดงอาการ

ผิดปกติของเครื่องจักรจนถึงเกิดความเสียหาย

 คาบการตรวจต้องไม่ถี่มากจนเกินความจาเป็น

 ตั้งระดับเตือนภัยให้ห่างจากขณะเกิดความเสียหาย ให้มีเวลา

เตรียมตัวเพียงพอสาหรับการเข้า

 อย่ า ตั้ ง ระดั บ เตื อ นภั ย ให้ ต่ ามากเกิ น ไป ท าให้ ต้ อ งเข้ า ซ่ อ ม

บารุงบ่อยครั้งโดยไม่จาเป็น

การกาหนดรายการและลาดับ

 จัดทารายการเครื่องจักร ตาแหน่ง และลาดับในการวัด



 ช่วยในการวางแผนกาหนดการออกตรวจวัด



 เป็นคู่มือการออกทาการตรวจวัด



 ทาให้สามารถหมุนเวียนผู้ปฏิบัติงานได้ โดยไม่ต้องกลัว

ความผิดพลาด

 สามารถทวนสอบข้อมูลได้

การเก็บข้อมูล

 เป็นขั้นตอนการทางานประจา



 ปฏิบัติตามแผนงานและคู่มือ



 ต้องมีการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ

 ระบบอิเล็กทรอนิกส์

 ระบบเอกสาร

การประเมินข้อมูล

 ประเมินข้อมูลที่เก็บได้วันต่อวัน



 ใช้ประวัติที่ผ่านมาและเกณฑ์การทางานปกติประกอบการ

ประเมินทุกครั้ง

 ถ้ามีสิ่งผิดปกติต้องรีบทาการวินิจฉัยหาสาเหตุ



 ถ้าไม่มีสิ่งผิดปกติให้เก็บบันทึกไว้ สาหรับการเปรียบเทียบ

กับการประเมินครั้งต่อไป

การวินิจฉัยสาเหตุ

 ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล

 ข้อมูลผิดปกติที่ไม่แน่ใจต้องรีบยืนยัน



 ตรวจสอบสาเหตุของความเสียหายจากประวัติเดิม



 บันทึกแนวทฤษฎีที่ใช้ประกอบการพยากรณ์สาเหตุของความ

เสียหายไว้เป็นหลักฐาน

 ทวนสอบการพยากรณ์กับสภาพความ เสียหายจริง เก็บไว้เป็น

ประวัติ

การบารุงรักษา

 เตรียมการบารุงรักษาตามแนวทางที่มีการวินิจฉัยไว้

 บุคลากร

 เครื่องมือ

 อะไหล่

 ประวัติการซ่อมเดิม

 ทาบันทึกการซ่อมบารุง

 พัฒนาให้ใช้เวลาในการบารุงรักษาน้อยลงเรื่อยๆ

การประเมินผลต่างๆ

 ใช้ปรับปรุงการทางานให้กระชับขึ้น

 ใช้ลดเวลาสูญเปล่า

 เปลี่ยนแปลงเทคนิคการตรวจวัดให้เหมาะสมขึ้น

 ตรวจสอบความเหมาะสมของเครื่องจักรที่เลือกทา

CBM

 ขยายการใช้ CBM ให้ครอบคลุมเครื่องจักรตื่นๆต่อไป


Related docs
Other docs by HC12011409622
022 A Oracao Poderosa de um Homem Simples
Views: 0  |  Downloads: 0
Skillmatrix
Views: 0  |  Downloads: 0
doc7531
Views: 0  |  Downloads: 0
enr export 2011 02 08 179085
Views: 40  |  Downloads: 0
leucemia felina
Views: 1  |  Downloads: 0
5
Views: 0  |  Downloads: 0
Soudage Electrique Arc P R O F
Views: 1  |  Downloads: 0
ANEMIA QUESTIONNAIRE
Views: 1  |  Downloads: 0
Food Fire Report 2009 07 18 10 15 45
Views: 0  |  Downloads: 0
Study Material Dispatch Status - KSOU
Views: 100  |  Downloads: 0
By registering with docstoc.com you agree to our
privacy policy

You are almost ready to download!

You are almost ready to download!