เศรษฐกิจพอเพียง
ิ
ปรัชญาชี้ถึงแนวทางการดารงชีวต
ั
จัดทาโดย สานักงานสหกรณ์จงหวัดพังงา
กระแสหลัก กระแสรอง/ทางเลือก
เศรษฐกิจสังคมนิยม
เศรษฐกิจทุนนิยม
(Socialism economy)
(Capitalism economy)
โลกาภิวตน์
ั เศรษฐกิจพอเพียง
(Sufficiency economy)
เศรษฐกิจการค้า ่
เศรษฐกิจพึงตนเอง
(Trade economy) (Self-sufficiency economy)
- ไม่มีขอบเขตประเทศ ทั้งบนโลกในอวกาศ - พึ่งตนเอง 100 % -
(ใช้ space ในอวกาศเป็ นสิ นทรั พย์ ปิ ดประเทศ
แนวพระราชดาริ
• “...คนอื่นจะว่ าอย่ างไรก็ช่างเขา จะว่ า
เมืองไทยล้ าสมัย ว่ าเมืองไทยเชย ว่ า
เมืองไทยไม่ มีสิ่งที่ สมัยใหม่ แต่ เราอย่ ู
พอมีพอกิน และขอให้ ทุกคนมีความ
ปรารถนาที่จะให้ เมืองไทย พออย่ พอกิน มีู
ความสงบ และทางานตั้งจิตอธิษฐานตั้ง
ปณิธาน ในทางนี้ ที่จะให้ เมืองไทยอย่ แบบ ู
พออย่ ูพอกิน ไม่ ใช่ ว่าจะร่ ุ งเรื องอย่ างยอด
แต่ ว่ามีความพออย่ พอกิน มีความสงบ
ู
เปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ถ้ าเรารั กษา
ความพออย่ พอกินนี้ ได้ เราก็จะยอดยิ่ งยวด
ู
ได้ ...”
พระราชดารัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหัว่
เนื่ องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิ ตลดา พระราชวังดุสิ ต
วันพุธที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๑๗
• “...ภาวะทางเศรษฐกิจและสั งคมไทยในหลายประเทศเปลี่ยนแปลงไป กล่ าวคือ การท่ ุมเทสร้ าง
เครื่ องจักรกลอันก้ าวหน้ า และมี ประสิ ทธิภาพสูงขึ้นใช้ ในการผลิต ทาให้ ผลผลิ ตทางอุตสาหกรรม
เพิ่มขึ้นรวดเร็วและมากมาย จนอาจถึงขั้นฟ่ ุ มเฟื อย พร้ อมกันนั้ นก็ทาให้ คนว่ างงานลงเพราะถูก
เครื่ องจักรกลแย่ งไปทา เป็ นเหตุให้ เกิดความย่ ุงยากตกต่าทางเศรษฐกิจขึ้น เพราะคนที่ว่างงาน
ยากจนลงและผ้ ูผลิตก็ ขาดทุนเพราะสิ นค้ าขายไม่ ออกจึงน่ าจะต้ องดัดแปลงแนวคิดแนวปฏิบัติใน
การส่ งเสริ มความเจริ ญด้ านอุตสาหกรรมไปบ้ างให้ สมดุลกับด้ านอื่นๆ เพื่อความอย่ ูรอด...”
• พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระราชทานแก่ผู ้สาเร็จการศึกษา จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า
เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๑๘
• “...การจะเป็ นเสื อนั้ นไม่ สาคัญ สาคั ญอย่ ูที่เรามีเศรษฐกิ จแบบพอมีพ อกิน
แบบพอมีพอกินนั้ น หมายความว่ าอ้ มชูตัวเองได้ ให้ มีพอเพียงกับตัวเอง...
ุ
• ...ความพอเพียงนี้ ไม่ ได้ หมายความว่ าทุกครอบครั วจะต้ องผลิตอาหารของตัว
จะต้ องทอผ้ าใส่ เอง อย่ างนั้ นมันเกินไป แต่ ว่าในหม่ ูบ้านหรื อในอาเภอจะต้ องมี
ความพอเพียงพอสมควรบางสิ่งบางอย่างที่ผลิตได้ มากกว่ าความต้องการก็
ขายได้ แต่ ขายในที่ไม่ ห่างไกลเท่ าไร ไม่ ต้องเสี ยค่ าขนส่ งมากนั ก อย่ างนี้ท่าน
นักเศรษฐกิจต่ างก็ม าบอกว่ าล้ าสมัย จริ งอาจจะล้ าสมัยคนอื่นเขาต้ องมี
เศรษฐกิจที่ต้องมีการแลกเปลี่ยน เรี ยกว่ า เศรษฐกิจการค้ า ไม่ ใช่ เศรษฐกิจ
พอเพียง เลยร้ ู สึกว่ าไม่ หรูหรา แต่ เมืองไทยเป็ นประเทศที่มีบุญอย่ ูว่าผลิตให้
พอเพียงได้ ...
• ...ถ้าสามารถที่จะเปลี่ยนไป ทาให้ กลับเป็ นเศรษฐกิจแบบพอเพียง ไม่ ต้อง
ทั้งหมด แม้ แค่ ครึ่ งก็ ไม่ ต้อง อาจจะสั กเศษหนึ่ งส่ วนสี่ ก็จะสามารถอย่ ูได้ การ
แก้ ไขอาจจะต้องใช้ เวลา ไม่ใช่ ง่ายๆ โดยมากคน ก็ใจร้ อน เพราะเดือดร้ อน แต่
ว่ าถ้าทาตั้งแต่ เดี๋ยวนี้ ก็สามารถที่จะแก้ ไขได้ ...”
• ่
พระราชดารัส พระราชดารัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหัว
พระราชทานเนื่ องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิ ตลดา พระราชวังดุสิ ต
เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๐
• “...คาว่ าพอเพียงมีความหมายอีกอย่ างหนึ่ งมีความหมายกว้ างออกไป
อีกไม่ ได้ หมายถึงการมีพอสาหรั บใช้ เองเท่ านั้น แต่มีความหมายว่ า
พอมีพอกิน พอมีพอกินนี้ก็แปลว่ าเศรษฐกิจพอเพียงนั่นเอง...”
• “...พอเพียงนี้ ก็หมายความว่ า มีกินมีอย่ ู ไม่ ฟ่ ุ มเฟื อย ไม่ หรูหราก็ได้
แต่ ว่าพอ แม้ บางอย่ างอาจจะดูฟ่ ุ มเฟื อย แต่ ถ้าทาให้ มีความสุข ถ้ าทาได้
ก็สมควรที่จะทา สมควรที่ จะปฏิบัติ...”
•
“...Self-sufficient นั้ นหมายความว่ า ผลิตอะไรที่มีพอที่จะ
ใช้ ไม่ ต้องไปขอซื้ อคนอื่น อย่ ูได้ ด้วยตนเอง...”
•
“...คนเราถ้ าพอในความต้ องการ ก็มีความโลภน้ อย เมื่อมีความโลภ
น้ อย ก็เบียดเบียนคนอื่นน้ อย ถ้ าทกประเทศมีความคิด อันนี้ ไม่ ใช่
ุ
เศรษฐกิจ-มีความคิดว่ าทาอะไรต้องพอเพียง หมายความว่ า
พอประมาณไม่ สุดโต่ ง ไม่ โลภอย่ างมาก คนเราก็อย่ ูเป็ นสุข ...”
• ่
พระราชดารัส พระราชดารัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหัว
พระราชทานเนื่ องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิ ตลดา พระราชวังดุสิ ต
เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๑
• “...เศรษฐกิจพอเพียงนั้ นเขาตีความว่ าเป็ นเศรษฐกิจชุมชน
หมายความว่ า ให้ พอเพียงในหม่ ูบ้าน หรื อในท้ องถิ่นให้ สามารถที่
จะมีพอกิน เริ่ มด้ วย พอมี พอกิน พอมีพ อกินนี้ ได้ พูดมาหลาย ๑๐
กว่ าปี มาแล้วให้ พอมีพอกิน แต่ ว่าพอมีพอกินนี้ เป็ นเพียงเริ่ มต้ น
ของเศรษฐกิจ เมื่อปี ที่แล้ วบอกว่ าถ้ าพอมีพอกิน คือ พอมีพอกิน
ของตัวเองนั้น ไม่ ใช่ เศรษฐกิ จพอเพียง เป็ นเศรษฐกิจสมัยหิ น สมัย
หิ นนั้นเป็ นเศรษฐกิจพอเพียงเหมือนกัน แต่ ว่าค่ อยๆ พัฒนาขึ้นมา
...”
• ่
พระราชดารัส พระราชดารัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหัว
พระราชทานเนื่ องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิ ตลดา พระราชวังดุสิ ต
เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๒
• “...เศรษฐกิจพอเพียงที่ได้ย้าแล้วย้าอีก แปลเป็ นภาอังกฤษว่ า
Sufficiency Economy ภาษาไทยก็ ต่ อว่ า ว่ าไม่ มี Sufficiency
Economy แต่ว่าเป็ นคาใหม่ของเราก็ได้ ก็หมายความว่ า ประหยัด
แต่ ไม่ ใช่ ขี้เหนี ยว ทาอะไรด้ วยความอะล่ ุมอล่ วยกัน ทาอะไรด้ วย
เหตและผล จะเป็ นเศรษฐกิจพอเพียงแล้ วทกคนจะมีความสุขแต่
ุ ุ
พอเพียง เศรษฐกิจพอเพียงนี้ เป็ นสิ่ งปฏิบัติยากที่สุด ...”
• ่
พระราชดารัส พระราชดารัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหัว
พระราชทานเนื่ องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิ ตลดา พระราชวังดุสิ ต
เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๓
• "... ฉั นพูดเศรษฐกิจพอเพียง ความหมายคือ ทาอะไรให้ เหมาะสม
กับฐานะของตัวเอง คือ ทาจากรายได้ 200 – 300 บาท ขึ้นไป เป็ น
2 หมื่น 3 หมื่นบาท คนชอบเอาคาพูดของฉั น เศรษฐกิจพอเพียง
ไปพูดกันเลอะเทอะ เศรษฐกิจพอเพียง คือ ทาเป็ น Self –
Sufficiency มันไม่ใช่ ความหมายไม่ใช่ แบบที่ฉันคิด ที่ฉันคิด คือ
เป็ น Self – Sufficiency of Economy เช่ น ถ้ าเขาต้ องการดู TV ก็
ควรให้ เขามีดู ไม่ ใช่ ไปจากัดเขาไม่ ให้ ซื้อ TV ดู เขาต้ องการดูเพื่อ
สนกสนานในหม่ บ้านไกล ๆ ที่ฉันไป เขามี TV เขาฟ่ ุ มเฟื อย
ุ ู
เปรียบเสมือนคนไม่ มีสตางค์ ไปตัด Suit และยังใส่ Necktie
Versace อันนี้ ก็เกินไป...“
• ่
พระราชดารัส พระราชดารัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหัว
พระราชทาน ณ ตาหนักเปี่ ยมสุข
เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๔
• แนวพระราชดาริ เรื่ อง เศรษฐกิจพอเพียงที่
่ ั
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหว ได้พระราชทานไว้
นั้นกระชับและชัดเจนยิ่ง นอกจากนี้ ดร.สุเมธ ตันติ
เวชกุล อดีตเลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อ
ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดาริ
(กปร.) ได้สรุ ปความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง
ตามแนวพระราชดาริ ดังนี้
• “เศรษฐกิจพอเพียงที่สามารถอ้ ุมชูตัวเองได้ ให้ มี
ความพอเพียงกับตัวเอง (Self – Sufficiency) อย่ ูได้
โดยไม่ เดือดร้ อน ซึ่ งต้ องสร้ างพื้นฐานทางด้ าน
เศรษฐกิจของตนเองให้ ดีเสียก่อน คื อให้ ตนเอง
สามารถอย่ ูได้ อย่ างพอกินพอใช้ มิได้ ม่ ุ งหวั งที่จะ
สร้ างความเจริ ญ ยกเศรษฐกิจให้ เจริ ญอย่างรวดเร็ว
แต่ เพียงอย่ างเดียว”
คานิยามเศรษฐกิจพอเพียง
• “ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจาเป็ นที่
ุ้
จะต้องมีระบบภูมิคมกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจาก
การเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน”
ความหมายของปรั ชญาเศรษฐกิจพอเพียง
- กรอบแนวคิด : แนวทางที่ควรจะเป็ น มองโลกเชิงพลวัตร
มุ่งเน้นความยั ่งยืน
- คุณลักษณะ : ใช้ได้ทุกระดับมีแนวคิดทางสายกลาง
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงประกอบด้วย
“๓ องค์ประกอบ ๒ เงื่อนไข”
- ๓ องค์ประกอบ : ความพอประมาณ ความมีเหตุมีผล
ุ้ ่
และการมีระบบภูมิคมกันทีดีในตัว
- ๒ เงื่อนไขกากับ : ความรู ้ (รอบรู ้ รอบคอบ ระมัดระวัง)
และคุณธรรม ( จิตใจ / ปฏิบติ )ั
ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง
้ ั
• เศรษฐกิ จพอเพี ยง หมายถึ ง เศรษฐกิจที่สามารถอุมชูตวเอง
่
ได้ ให้มีความพอเพี ยงกับตัวเอง (Self – Sufficiency) อยูได้
้
โดยไม่ตองเดื อดร้อน โดยต้องสร้างพื้ นฐานทางเศรษฐกิ จ
ของตนเองให้ดีเสี ยก่อน คือ ตั้งตัวให้มีความพอกิ นพอใช้
ุ่
ไม่ใช่มงหวังแต่จะทุ่มเทสร้างความเจริ ญ ยกเศรษฐกิจให้
้
รวดเร็ วแต่เพี ยงอย่างเดี ยว เพราะผูที่มีอาชีพและฐานะเพียง
พอที่จะพึ่ งตนเองย่อมสามารถสร้างความเจริ ญก้าวหน้า
และฐานะทางเศรษฐกิ จที่สูงขึ้ นไปตามลาดับต่อไปได้
หลักการพึ่งพาตนเอง
• 1. ด้านจิตใจ
ทาตนให้เป็ นที่พ่ ึ งของตนเอง มีจิตใจที่เข้มแข็ง มีจิตสานึ กที่ดี ดัง
กระแสพระราชดารัส เกี่ยวกับการพัฒนาคนความว่า
“...บคคลต้ องมี รากฐานทางจิตใจที่ดี คื อ ความหนั กแน่ นมั่นคง
ุ
ในสุจริ ตธรรมและความม่ ุงมั่น ที่จะปฏิบัติหน้ าที่ ให้ จนสาเร็ จ ทั้ง
ต้ องมีกุศโลบายหรื อวิ ธีการอันแยบยลในการปฏิบัติงานประกอบ
พร้ อมด้ วยจึงจะสัมฤทธิผลที่แน่ นอน และบังเกิดประโยชน์ อัน
ยั่งยืนแก่ตนเองและแผ่ นดิน...”
• 2. ด้านสังคม
แต่ละชุมชนต้องช่วยเหลื อเกื้ อกูลกัน
เชื่อมโยงกันเป็ นเครื อข่ายชุมชนที่
แข็งแรงเป็ นอิ สระดังกระแสพระราช
ดารัส ความว่า
“...เพื่อให้ งานรุดหน้ าไปพร้ อม
เพรี ยงกัน ไม่ ลดหลั่น จึงขอให้ ทุกคน
พยายามที่จะทางานในหน้ าที่อย่ าง
เต็มที่ และให้ มีการประชาสั มพันธ์
กันให้ ดี เพื่อให้ งานทั้ งหมดเป็ นงานที่
เกื้อหนุนสนั บสนุนกัน...”
• 3. ด้ านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ งแวดล้อม
ให้ใช้และจัดการอย่างชาญฉลาดพร้อมทั้งการเพิ่ มมูลค่า
โดยให้ยึดหลักการของความยังยืนและเกิ ดประโยชน์สูงสุ ด
่
ดังกระแสพระราชดารัส ความว่า
“...ถ้ ารั กษาสิ่ งแวดล้ อมให้ เหมาะสมนึ กว่ าอย่ ูได้ อีกหลาย
ร้ อยปี ถึงเวลานั้ นลูกหลานของเราอาจหาวิ ธีแก้ ปัญหา
ต่ อไป เป็ นเรื่องของเขา ไม่ใช่ เรื่องของเรา แต่เราก็ทาได้ ได้
รักษาสิ่ งแวดล้ อมไว้ ให้ พอสมควร...”
• 4. ด้ านเทคโนโลยี
้ั
จากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ ยนแปลงรวดเร็ ว เทคโนโลยีที่เข้ามาใหม่มีทงดี และไม่ดี จึงต้องแยกแยะ
บนพื้ นฐานของภูมิปัญญาชาวบ้านและเลื อกใช้เฉพาะที่สอดคล้องกับความต้องการของ
สภาพแวดล้อม ภูมิประเทศ สังคมไทย ดังกระแสพระราชดารัส ความว่า
“...การเสริ มสร้ างสิ่ งที่ชาวบ้ านชาวชนบทขาดแคลนและต้ องการ คือความร้ ู ในด้ านเกษตรกรรม
โดยใช้ เทคโนโลยีสมัยใหม่ เป็ นสิ่ งเหมาะสม...”
“...การใช้ เทคโนโลยีอย่ างใหญ่ โตเต็มรูปหรื อเต็มขนาดในงานอาชี พหลักของประเทศย่ อมจะมี
ปัญหา...”
• 5. ด้านเศรษฐกิจ
่ ่
แต่เดิ มนักพัฒนามักมุงที่การเพิ่ มรายได้ และไม่มีการมุงที่จะลดรายจ่าย ในเวลาเช่นนี้ จะต้องปรับ
ทิศทางใหม่ ดังกระแสพระราชดารัส ความว่า
“...การที่ต้องการให้ ทุกคนพยายามที่จะหาความร้ ู และสร้ างตนเองให้ มั่นคงนี้ เพื่อตนเอง
เพื่อที่จะให้ ตนเองมีความเป็ นอย่ ูที่ก้าวหน้ าที่มีความสุข พอมีพอกินเป็ นขั้นหนึ่ งและขั้นต่ อไปก็คือ
ให้ มีเกียรติว่ายืนได้ ด้วยตนเอง...”
“...หากพวกเราร่ วมมือร่ วมใจกัน ทาสั กเศษหนึ่ งส่ วนสี่ ประเทศชาติของเราก็สามารถรอดพ้น
จากวิ กฤติได้ ...”
เศรษฐกิจพอเพียงสาหรั บเกษตรกร
• แนวคิดระบบเศรษฐกิ จแบบพอเพี ยงสาหรั บเกษตรกรตามแนวพระราชดาริ
่
ตั้งอยูบนพื้ นฐานทฤษฎีใหม่ 3 ขั้น คื อ
ขั้นที่หนึ่ง มีความพอเพี ยงเลี้ ยงตัวเองได้บนพื้ นฐานของความประหยัด ขจัด
การใช้จาย่
ขั้นที่สอง รวมพลังกันในรู ปกลุ่ม เพื่ อทาการผลิ ต การตลาด การจัดการ
รวมทั้งด้านสวัสดิ การ การศึกษา การพัฒนาสังคม
ขั้นที่สาม สร้างเครื อข่ายกลุ่มอาชี พและขยายกิ จกรรมทางเศรษฐกิ จให้
หลากหลาย โดยประสานความร่ วมมือกับภาคธุรกิ จ ภาคองค์กรพัฒนา
เอกชนและภาคราชการในด้านเงิ นทุน การตลาด การผลิ ต การจัดการ และ
ข่าวสารข้อมูล
แนวคิดของระบบเศรษฐกิจแบบพออย่ ูพอกินกับการแก้ ไข
วิกฤติทางเศรษฐกิจและปัญหาทางสั งคมของไทย
่
• ประการแรก เป็ นระบบเศรษฐกิ จที่ยึดถื อหลักการที่วา “ตนเป็ นที่พึ่งแห่ งตน”
ประการที่สอง เศรษฐกิจแบบพอเพียงให้ความสาคัญกับการรวมกลุ่มของชาวบ้าน
่
ประการที่ สาม เศรษฐกิ จแบบพอเพี ยงตั้งอยูบนพื้ นฐานของความเมตตา ความเอืออาทร และ
้
ความสามัคคีของสมาชิ กในชุ มชน
เศรษฐกิจพอเพียงสาหรั บผ้ ูที่อย่ ูนอกภาคการเกษตร
่
• การพัฒนาตามหลักเศรษฐกิ จพอเพี ยง ต้องตั้งอยูบนพื้ นฐานของทางสาย
กลาง และความไม่ประมาท โดยคานึ งถึ งหลักการ 3 อย่าง คื อ
1. ความพอประมาณ
2. ความมี เหตุผล
ุ้
3. การสร้างภูมิคมกันที่ดีในตัว โดยมีความรู ้ ความรอบคอบ และ
คุณธรรมเป็ นเงื่ อนไขสาคัญในทางปฏิ บติั
• โดยความพอประมาณ หมายถึง การตัดสิ นใจเกี่ยวกับระดับของความ
พอเพี ยง ต้องเป็ นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุ ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
ตลอดจนคานึ งถึ งผลที่คาดว่าจะเกิ ดขึ้ นจากการกระทานั้นๆ อย่าง
รอบคอบ
สรุปปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ทางสายกลาง
พอประมาณ
มีเหตุผล ุ
มีภูมิค้ มกันในตัวที่ดี
่
เงือนไขความรู้ ่
เงือนไขคุณธรรม
(รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง) (ซื่อสั ตย์ สุ จริต ขยัน อดทน แบ่งปั น)
นาสู่
ชี วิต / เศรษฐกิจ / สั งคม
สมดุล / มั่นคง / ยั่งยืน
• “ความพอประมาณ” = ความพอดีทไม่ น้อยเกินไป และไม่ มาก
ี่
ื่
เกินไป โดยไม่ เบียดเบียนตนเองและผู้อน ( ทั้งทางด้ านเศรฐกิจ
ทรัพยากรธรรมชาติ และ ด้ านเทคโนโลยี )
“ความมีเหตุผล” = การตัดสินใจ
่
เกียวกับความพอเพียงนั้น จะต้ องเป็ นไป
อย่ างมีเหตุผล โดยพัฒนาจากเหตุปัจจัยที่
่ ่
เกียวข้ อง ตลอดจนคานึงถึงผลทีคาดว่า
้
จะเกิดขึนจากการกระทานั้น ๆ อย่ าง
รอบคอบ
ุ ่
“การมีภูมิค้มกันทีดีในตัว” = การเตรียมตัว
่ ่
ให้ พร้ อมรับผลกระทบและความเสี่ยงจากการเปลียนแปลงต่ างๆ ทีคาดว่า
้
จะเกิดขึนในอนาคตทั้งใกล้และไกล
เงื่อนไข ความร้ ู ประกอบด้ วย ความ รอบร้ ู เกี่ยวกับ
วิชาการต่ างๆที่เกี่ยวข้ องอย่างรอบด้ าน ความ รอบคอบที่
่
จะนาความร้ ู เหล่านั้นมาพิจารณาให้ เชื่ อมโยงกัน เพือ
ประกอบการวางแผนและความระมัดระวัง ในขั้นปฏิบัติ
• เงื่อนไข คุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้าง
ประกอบด้วย
มีความตระหนักในคุณธรรม มีความ
ซื่อสัตย์สุจริต
และมีความอดทน มีความเพียร ใช้
สติปัญญาในการดาเนินชีวิต
ั
การปฏิบติตนตามแนวทางเศรษฐกิจแบบพอเพียง
• 1. ยึดความประหยัด ดังกระแสพระราชดารัส ความตอนหนึ่งว่า
“...ความเป็ นอยู่ที่ต้องไม่ฟ้ ุงเฟ้ อต้ องประหยัดไปในทางที่ถูกต้ อง...”
2. ยึดถือการประกอบอาชีพด้วยความถูกต้องสุจริต ดังกระแสพระราชดารัส ความตอน
หนึ่งว่า
“...ความเจริญของคนทั้งหลายย่อมเกิดมาจากการประพฤติชอบและการหาเลี้ยงชีพ
ชอบเป็ นหลักสาคัญ...”
3. ละเลิกการแก่งแย่งผลประโยชน์และแข่งขันกัน ดังกระแสพระราชดารัส ความตอน
หนึ่งว่า
“...ความสุขความเจริญอันแท้ จริงนั้น หมายถึง ความสุขความเจริญที่บุคคลแสวงหาได้
ด้วยความเป็ นธรรม ทั้งในเจตนาและการกระทาไม่ใช่ ได้มาด้วยความบังเอิญ หรือด้วย
การแก่งแย่งเบียดบังมาจากผู้อื่น ...”
ิ
• 4. ไม่หยุดนิ่งที่จะหาทางให้ชีวตหลุดพ้นจากความทุกข์ยาก ดังกระแสพระราชดารัส ความ
ตอนหนึ่งว่า
“...การที่ต้องการให้ทุกคนพยายามที่จะหาความรู้และสร้ างตนเองให้มั่นคงนี้ เพื่อตนเอง
เพื่อที่จะให้ตนเองมีความเป็ นอย่ที่ก้าวหน้า ที่มีความสุข พอมีพอกินเป็ นขั้นหนึ่ง และขั้น
ู
ต่ อไปก็คือ ให้มีเกียรติว่า ยืนได้ด้วยตัวเอง...”
ัิ ่ ั่
5. ปฏิบตตนในแนวทางทีดี ลดละสิ่งที่ชวให้หมดสิ้นไป ดังกระแสพระราชดารัส ความ
ตอนหนึ่งว่า
“...พยายามไม่ก่อความชั่วให้เป็ นเครื่องทาลายตัว ทาลายผู้อื่น พยายามลด พยายามละ
ความชั่วที่ตัวเองมีอยู่ พยายามก่อความดีให้แก่ตัวอยู่เสมอ พยายามรักษาและเพิ่มพูน
ความดีที่มีอยู่นั้น ให้งอกงามสมบูรณ์ขึ้น...”