ั
วิถีตน 13 เงิน VS ความสุข ตอนตัดสินใจลาออกจากโออิชิ รู้ไหมครับผมคิดอะไร ? จากคนทีเคยเริมต้ นจาก
ั ่
“ติดลบ”สามารถมีวนนีได้ ไม่วาจะความสําเร็จหรือฐานะทรัพย์สิน ทุกอย่างเกินกว่าทีผมฝันไว้ แล้ ว คงไม่
ึ
กล้ าบอกว่า ตัวเองรวยแล้ ว เพียงแต่ร้ ูสกว่า“เพียงพอ” บางช่วงบางตอนคนเรามักสนุกกับการทํางาน จน
หลงลืมใช้ ชีวิต หันกลับมาอีกที“ตัวเลข”กลับไม่ได้ ทําให้ ผมมีความสุขเหมือนเดิม จากทีเคยสนุกกับการ
้ ุ ั
แข่งขัน มีเปาหมายผลประกอบการและกําไรไว้ ให้ พ่งชน ถึงจุดๆหนึงสอนให้ ผมรู้จกกับคําว่า“พอ” คําถาม
คือลาออกจากโออิชิ แล้ วชีวิตจะเอาอย่างไรต่อไป ? “จะทําอะไร ทําเพืออะไร จะทําไปทําไม แล้ วจะทําอีก
เหรอ?”ผมถามยําซําๆกับตัวเอง ยังเร็วเกินไปทีจะเกษี ยณตัวเองไปพักผ่อนในวัย 52 ในขณะทีมีความพร้ อม
ทุกอย่างมากมายในมือ ทังทุน ชือเสียง ประสบการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิงทีมงานทีดี ทีสําคัญผมยังชอบ
ั
ความท้ าทาย ยังชอบคิดอะไรแปลกๆ สนุกๆ ในเมือมีวนนีได้ เพราะเคยได้ รับ“โอกาส” มาก่อน ผมจึงอยาก
ทําหน้ าทีส่งต่อโอกาส เปลียนฐานะจาก“ผู้รับ”มาเป็ น“ผู้ให้ ”บ้ าง วันนีทังผมและภรรยา (คุณอิง ภาสกรนที
้
http://www.facebook.com/engmaitan ) เรามีเปาหมายร่วมกัน นับแต่นีจะใช้ เงินของเราทําอะไรก็ได้ ทีมี
“ความสุข”ความสุขไม่ได้ แปลว่าเราต้ องซือทรัพย์สิน ความสุขไม่ได้ แปลว่าต้ องบริโภค ต้ องสะสมความมังมี
บางคนเข้ าใจว่า มีเงินแล้ วมีความสุข จริงๆแล้ วเงินเป็ นเพียงปั จจัยพืนฐานขันต้ น มากไปกว่านันเงินแทบจะ
ไม่มีความหมาย ความสุขจึงไม่ได้ เป็ นสินค้ าผูกขาดสําหรับคนรวย คนเราสามารถมีความสุขได้ หลายอย่าง
่
สิงทีทําให้ ผมมี“ความสุข”ในช่วงหลัง คือ การได้ ช่วยเหลือสังคม ไม่วาจะเป็ นการเดินสายถ่ายทอด
ประสบการณ์สร้ างแรงบันดาลใจ หรือการจัดกิจกรรมช่วยเหลือคนทีเดือดร้ อน การได้ เห็น“รอยยิม”ของคนที
ุ่
“ได้ รับ”เป็ นความสุขใจอย่างหนึงของผม เมือจะบุกเบิกธุรกิจใหม่อีกครัง ผมอยากทําธุรกิจทีไม่ได้ มงแต่
่
เงินๆๆและกําไรสูงสุดเป็ นตัวตัง แต่เป็ นธุรกิจเพือ“ภารกิจ”ความสุข..ทีต้ องดูแลสังคมควบคูไปด้ วย
้ ั
เปาหมายในการเริมต้นบริษัท ไม่ตน จํากัด ทุนจดทะเบียน 600 ล้ านบาทครังนี เงินปั นผลของผมและ
่ ั ั
ภรรยาทีถือหุ้นอยูจะแบ่ง 50% มอบให้ กบมูลนิธิตนปัน ตังแต่ปีแรกทีดําเนินการเป็ นต้ นไป จนเมือผมอายุ
ั ั ั
ครบ 60 ปี เริมตังแต่วนที 9 เดือน 9 พ.ศ.2562 จะเพิมสัดส่วนเงินบริจาคไม่ตํากว่า 90% ให้ กบมูลนิธิตนปัน
่ ั
ตลอดไป เพือใช้ ในการพัฒนาการศึกษาและสิงแวดล้ อม 8 ปี นับจากนี ผมจะมุงมันทีจะสร้ างบริษัท ไม่ตน
ั ้
ให้ เป็ นธุรกิจเพือภารกิจของ มูลนิธิตนปั น และ“เปาหมาย”ของผมนับจากนี ไม่ใช่ “การได้ รับ”แต่เป็ น”การ
ให้ ” ผมเชือเสมอว่าคนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกทีจะ”เป็ น”ได้ และวันนี ผมเลือกแล้ ว