ความแตกต่ างระหว่ างบุคคล
Individual difference
الفروق الفردية
1
َ ِ َ َ ََ ك َ َ ََ ك
ٍوَ ُو َّذِي جَعَلَ ُنِ خالئِف األرِضِ وَرَفع بَعِضَ ُنِ فوِق بَعضٍ درَجَبت ه َ ال
ِ َِن ُ ٌ ر ن ُ ك ِ َّ َب ز َُ ك
ٌ ٍِِّلٍبِلوَ ُنِ فًِ هَب آتَب ُن إِى رَّكَ سَ ٌِع الْعِقَبة وإَّه لَغَفُور َّح
165 : األنعبم
ั้ ้ ี่ ้ื
และพระองค์นนคือผูททรงให้พวกเจ้าเป็ นผูสบแทนในแผ่นดิน
และได้ทรงเทิดบางคนของพวกเจ้าเหนือกว่าอีกบางคนหลายขัน ้
่ ่ ่
เพื่อทีพระองค์จะทรงทดสอบพวกเจ้าในสิงทีพระองค์ได้ทรง
้ ้
ประทานแก่พวกเจ้า แท้จริงพระเจ้าของเจ้านัน เป็ นผูรวดเร็วใน
ั้ ้
การลงโทษและแท้จริงพระองค์นนเป็ นผูทรงอภัยโทษผูทรง ้
เอ็นดูเมตตา
่ ่ ิ ิ
สิงทีมีอทธิพลต่อชีวต
1.พันธุกรรม
2.สิงแวดล้อม
่
1.สิงแวดล้อมทีเป็ นวัตถุ
่ ่
2.สิงแวดล้อมทางจิต
่
เชาวน์ปัญญา
INTELLIGENCE
4
ความหมาย
เชาวน์ปัญญา คือ
เชาวน์ปัญญา คือ การตัดสิ นใจที่ดี (รวดเร็ ว ถูกต้อง) มีความสามารถ
ในการวิจารณ์ตน (Self-Criticisms) และสมรรถวิสัย (Capacity) ที่
จะปรับให้เข้ากับสิ่ งแวดล้อม และปรับปรุ งสิ่ งแวดล้อมให้ดีข้ ึน
สามารถคิดอย่างมีเหตุผล ด้วยวิธีที่ฉลาด
(Alfred Binet)
้
ความสามารถในการทางานต่างๆ ที่ตองใช้สมองให้สาเร็ จและได้ผลดี
(Thorndike)
5
เชาวน์ ปัญญา คือ
่
ความสามารถในทุกๆด้ านของบุคคล ทีทาให้
บุคคลนั้นมีความสามารถในการคิด การ
ตัดสิ นใจ คาดการณ์ เรียนรู้ ปรับตัว
แก้ปัญหา และกระทาเมื่อเผชิญกับ
สถานการณ์ ต่างๆ ได้ ดี สมเหตุ สมผล
6
ลักษณะและธรรมชาติของเชาวน์ปัญญา
เป็ นลักษณะเฉพาะ
ถ่ายทอดทางพันธุกรรม
พัฒนาได้
เป็ นสิงทีอยูภายในตัวบุ คคล
่ ่ ่
คงที่ ไม่เปลี่ยนแปลง
7
ความสาคัญของเชาวน์ปัญญา
ด้านการเรียนการสอน
ด้านการงาน อาชีพ
ด้านบุคลิกภาพ
ด้านพันธุกรรม
8
ตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อเชาวน์ปัญญา
• พันธุกรรม
• สิ่ งแวดล้อม
• อายุ
• เพศ
• เชื้อชาติ
• ่
ลาดับความเป็ นพีน้อง
• สุ ขภาพ
• อาหารการกิน
• สภาพเศรษฐกิจสั งคม และวัฒนธรรม
• การฝึ กฝน 9
ทฤษฎีทางเชาวน์ปัญญา (THEORIES OF INTELLIGENCE)
หมายถึง ผลของการรวบรวมคาอธิบายเกี่ยวกับ
เชาวน์ปัญญาอย่างเป็ นระเบียบ เพื่ออธิบาย
ธรรมชาติของเชาวน์ปัญญา และเกิดขึ้นอย่างไร
10
1. ทฤษฎีเอกนัย หรื อ ทฤษฎีองค์ประกอบเดียว
(One Factor Theory)
Alfred Binet
เชาวน์ปัญญาของบุคคล เป็ นผลรวมของ
ั
ความสามารถด้านต่างๆ มีลกษณะเป็ นอันหนึ่งอัน
เดียวกัน ไม่สามารถแยกออกจากกันได้
บุคคลถ้าเก่งด้านใดด้านหนึ่ งแล้วจะเก่งในด้านอื่นๆ
ด้วย
11
2. ทฤษฎีสองตัวประกอบ
(Two Factor Theory)
Charles Spearman
เชาวน์ปัญญาของคนเราประกอบขึ้นจาก
ความสามารถ 2 ประเภท คือ
ความสามารถทัวไป (General
่ Factor :
G-Factor)
ความสามารถเฉพาะ (Specific Factor : S-
Factor)
1/12/2012 101-005 12
อับดุลเลาะฮฺ เก่ง ภาษาอาหรับอย่างเดียว
1/12/2012
= G + S(ภาษาอาหรับ)
มุสลิมะห์ เก่ง คณิตศาสตร์ และ ภาษาอาหรับ
101-005
= G + S(คณิตศาสตร์) + S(ภาษาอาหรับ)
มุมิน เก่ง ชะรีอะฮ์ ภาษาอาหรับ และกฎหมาย
= G + S(ชะรีอะฮฺ) + S(ภาษาอาหรับ)
+ S(กฎหมาย)
13
3. ทฤษฎีหลายตัวประกอบ
(Thorndike’s Theory)
Abstract Intelligence
เชาวน์ปัญญาทางนามธรรม
Social Intelligence
เชาวน์ปัญญาทางสังคม
Mechanical Intelligence
เชาวน์ปัญญาทางเครื่ องจักรกล
1/12/2012 101-005 14
4. ทฤษฎีเชาวน์ปัญญาของธอร์สโตน
(Thurstone’s Group Factor Theory)
เชาวน์ปัญญาประกอบด้วยความสามารถปฐมภูมิ ด้าน
ต่างๆ 7 ด้าน
1. ความสามารถทางภาษา
ม้ามี..........ขา ขาม้า........ขาแมว
2. ้
ความสามารถทางการใช้ถอยคา
จงเขียนชื่อสิ่ งของที่มีหน่วยเป็ นใบ 10 ชื่อ
1/12/2012 101-005 15
3. ความสามารถด้านตัวเลข คิดคานวณ
1/12/2012
เลขข้อใดถูกต้อง
14+27+43=84
101-005
31+19+56=116
68+37+94=199
47+86+67=160
16
4. ความสามารถในการเห็นความสัมพันธ์
1/12/2012
กองลูกบาศก์ตอไปนี้มีกี่ลูก
่
101-005
17
5. ความสามารถในการจา
1/12/2012
6. ความสามรถในการรับรู ้
7. ความสามารถในการคิดหาเหตุผล
101-005
7 9 11 13 15 ………….
21 20 18 15 11 …6…
18
ทฤษฎีกิลฟอร์ด (Guilford’s Theory)
่ั ั
โครงสร้างทางปั ญญาประกอบด้วยสามมติใหญ่ๆทีสมพันธ์กน
เนื้อหา
ผลผลิต
การปฏิบติการ
ั
มิตที่ 1 ด้านเนื้อหาของความคิด (Contents)
ิ
่ ่่
สิงของ เรื่องราว เหตุการณ์ ทีกอให้เกิดความคิด
แบ่งได้ 5 ชนิด
1. ภาพ (Visual Content)
2. เสียง (Auditory Content)
3. สัญลักษณ์ (Symbolic Content) เช่น อักษร ตัวเลข สัญญาณ
จราจร
4. ถ้อยคา (Semantic Content) ภาษาพูดภาษาใบ้
5. พฤติกรรม (Behavioral Content) ได้แก่ ความสามารถทาง
สังคม (Social Intelligent)
มิตท่ี 2 ปฏิบตการหรือวิธีคด (Operations)
ิ ัิ ิ
กระบวนการทางสมองทีเ่ กิดจากการเร้าของเนื้อหา(มิตท่ี 1)
ิ
มี 5 วิธี
1. การกาหนดความรู ้ . การรูและเข้าใจ (Cognition)
้
2. การจา (Memory)
3. การคิดแบบเอกนัย (Convergent thinking)
4. การคิดแบบอเนกนัย (Divergent thinking) คิดหลายแง่
5. การคิดประเมินค่า (Evaluation) วัดความถูกต้อง ความเหมาะสม
มิตที่ 3 ผลผลิตหรือผลของการคิด (Product)
ิ
รูปของเนื้อหาในมิตที่ 1 มี 6 รูปแบบ
ิ
1. หน่วย (Unit)
2. ประเภท (Classes)
3. ความสัมพันธ์ (Relations)
4. ระบบ (Systems)
5. การแปลงรูป (Transformations) เปลี่ยนแปลงรูปแบบของ
ความรูใ้ ห้เหมาะสม
6. การประยุกต์ใช้ (Implications)
ตัวอย่างความสามารถทางปั ญญาตามทฤษฎีของกิลฟอร์ด
เห็นนกอยู่ 2 ตัว
ด้าน Contents
คือ Virtual
ด้าน Operations
คือ Cognition
ด้าน Product
คือ Unit
ตัวอย่างลักษณะของเด็กเชาวน์ปัญญาดี
1. ่
กระตือรือร้นทีจะอ่านหนังสือทุกประเภท
2. กระตือรือร้นทีเ่ รียนวิทยาศาสตร์และวรรณคดี
3. ตอบคาถามได้อย่างรวดเร็ว ว่องไว
4. มีความสนใจกว้างขวาง
5. ่ ่
ชอบเสียงหรือทดลองสิงใหม่ๆ
6. ั่
อารมณ์มนคงไม่หวันไหว ่
7. ชอบทาอะไรด้วยตนเอง
8. ่
มีความเชือมันในตัวเองสูง
ตัวอย่างลักษณะของเด็กเชาวน์ปัญญาดี (ต่อ)
9. ิ ั ้ ่
มีวนยในตนเอง ไม่ตองให้คนอืนบังคับ
10. มีความคิดริเริม
่
11. มีความคิดสร้างสรรค์
12. แสดงออกทางคาพูดและท่าทางได้ดี
13. เล่าสิงทีตวเองจินตนาการได้ดี
่ ่ ั
14. ช่างซักถาม
15. ชอบใช้ความคิดพิจารณา
16. กระตือรือร้นทีได้พบสิงใหม่
่ ่
17. เล่าทีคนพบด้วยนาเสียงทีตนเต้น
่ ้ ้ ่ ่ื
่ ่
ลักษณะของเด็กทีมีเชาว์ปัญญาตา
1. เมื่อเจอปั ญหา จะรูสกท้อถอย หรือเกิดความเครียด
้ึ
2. ่ ่
ขาดความเชือมันในตนเอง
3. ขาดการนับถือตนเอง
4. มีความจาสัน ้
5. มีความใส่ใจสัน ้
6. ไม่สามารถสารวมได้นาน
การวัดเชาวน์ปัญญา
่
บิเนต์ พบว่า เด็กมีอายุตางกันสามารถตอบคาถามในแบบสอบถามวัดระดับเชาวน์ปัญญาได้
แตกต่างกัน
IQ = Intelligence Quotient
= MA/CA x 100
MA = อายุสมอง
CA = อายุจริง
27
ญาบิรฺ อายุ 10 ปี ตอบคาถามแบบทดสอบของเด็กอายุ
12 ปี
IQ = 12/10 x 100
= 120
28
ระดับ IQ ของคน
IQ ความหมาย ร้อยละ
160-169 อัจฉริยะ 0.03
150-159 0.2
140-149 1.1
130-139 ฉลาดมาก 3.1
120-129 8.2
110-119 ฉลาดกว่าปกติ 18.1
100-109 ปานกลาง 23.5
90-99 23.0
29
ระดับ IQ ของคน
IQ ความหมาย ร้อยละ
80-99 ่
ตากว่าปานกลาง 14.5
70-79 คาบเส้นปัญญาอ่อน 5.6
30-39 ปัญญาอ่อน 2.63
30
่
การสอนเด็กปั ญญาตา
1. ก่อนสอนต้องเตรียมความพร้อมของนักเรียนก่อน และควรประเมิน
ความพร้อมไปทุกๆระยะ
2. ่ ่
กาหนดจุดมุงหมายทัวๆไป
3. กาหนดจุดมุงหมายเฉพาะ เน้นเฉพาะทีเ่ ด็กทาได้ และไม่มาก
่
จนเกินไป
4. ั
เนื้อหาต้องไม่มาก เน้นกิจกรรมและการฝึ กปฏิบติ
5. ้ ้ ่ ้
ไม่สอนข้ามขัน สอนทุกๆขัน สร้างความเชือมโยงระหว่างขันอย่าง
ชัดเจน
6. ้ ัิ้ ่
ยาเนื้อหา หรือการปฏิบตซาๆ ในเรืองเดิมด้วยหลากหลายวิธี
่
การสอนเด็กปั ญญาตา (ต่อ)
7. ่ ่ ั
ถ้าเห็นว่าเด็กตามสิงทีครูสอนไม่ทน ให้กลับไปสอนใหม่
8. กระตุนความสนใจอย่างสมาเสมอ
้ ่
9. เนื้อหาต้องไม่สอให้เห็นว่าเขาเป็ นคนโง่
่
10. การให้งาน ต้องเป็ นงานง่ายๆ พอเหมาะ
11. สร้างความใกล้ชดกับผูเรียน
ิ ้
การสอนเด็กปั ญญาเลิศ
่ี
ลักษณะของครูทจะสอนเด็กปั ญญาเลิศ
1. ต้องรูจริง รูลึก
้ ้
2. เข้าใจจิตวิทยาพัฒนาการ
3. มีทกษะในการผลิตสือ
ั ่
4. มีทกษะในการถามอธิบาย
ั
5. เป็ นคนชอบแนะมากกว่าชอบสัง
่
6. เป็ นครูประสบผลสาเร็จในการสอนชันปกติแล้ว
้
่ ัิ
แนวทางทีครูควรปฏิบตในการสอนเด็กปั ญญาเลิศ
1. ้
เตรียมเนื้อหามามากพอทังแนวกว้างและแนวลึก
2. เตรียมแบบฝึ กหัดไว้จานวนมากไว้ลวงหน้า
่
3. ให้โอกาสผูเรียนทางานหรือศึกษาในสิงทีเขาสนใจอย่างเต็มที่
้ ่ ่
4. ยอมรับจุดด้อยจุดเด่นของผูเรียน
้
5. ให้งานหรือแบบฝึ กหัดมากกว่าเด็กปกติ
6. ให้เด็กมีอสระในการมีปฏิสมพันธ์ในกลุมเพื่อน
ิ ั ่
7. ส่งเสริมให้เด็กพึ่งตนเอง
8. เน้นคุณภาพของงานมากกว่าปริมาณ
9. ให้รูเกณฑ์ทครูตองการ
้ ี่ ้
10. รับฟั งและสนทนาในเนื้อหาทีลึกซึ้ง
่
่ ัิ
แนวทางทีครูควรปฏิบตในการสอนเด็กปั ญญาเลิศ(ต่อ)
11. ให้เด็กสามารถติดต่อกับครูในมากทีสุสด
่
12. ตอบคาถามด้วยความเมตตา
13. ถามในเชิงเปิ ดกว้าง
14. ตระเตรียมแหล่งความรูเสริม
้
15. ปฏิบตเหมือนเด็กทัวๆไป
ัิ ่
16. ส่งเสริมให้เด็กคิดสิงต่างๆอย่างลึกซึ้ง
่
17. เปิ ดให้เด็กค้นหาคาตอบทีเขาสนใจ
่ แล้วให้รายงาน
18. ให้เด็กรูจกรับผิดชอบต่อตนเองและผูอน
้ั ้ ่ื
19. เมื่อเด็กทาสิงใดสาเร็จ ให้กระตุนให้เขาเลือนระดับสูทสูงขึ้น
่ ้ ่ ่ ี่
20. เสริมแรงเมื่อเด็กทาสาเร็จ
่ ่ ัิ
สิงทีครูไม่ควรปฏิบตในการสอน
1. ให้เด็กแยกตัวเพื่อเป็ นศิลปิ นเดียว
2. ้ึ ่
ให้เด็กรูสกอิมในงาน
3. ปิ ดปากเด็กไม่ให้พูด
4. ไม่ควรพูดว่า “ให้คอยหาคาตอบในบทเรียนต่อไป”
5. ถามเฉพาะเด็กปั ญญาเลิศ
6. ออกคาสัง ่
7. ให้เขารูสกว่าเขาแตกต่างจากคนอืน
้ึ ่
8. ื
แสดงให้เขาเด็กเห็นว่า ครูช้ นชอบเด็กปั ญญาเลิศ
่ ่ ัิ
สิงทีครูไม่ควรปฏิบตในการสอน (ต่อ)
9. ่
แสดงให้เด็กคนอืนเห็นว่า ผลงานของเด็กปั ญญาเลิศแปลก
กว่าของคนอืน ่
10. ใช้เด็กปั ญญาเลิศทาหน้าทีแทนครู
่
11. ปกป้ องเด็กปั ญญาเลิศ
12. ให้เรียนหนักเกินไป
13. กระตุนให้เรียนมากเกินไป
้
14. ให้ทางานซาๆ้
15. ทึกทักว่าเด็กปั ญญาเลิศต้องรูทุกเรื่อง
้
EQ อีคว
ิ
Emotional Quotient
ความฉลาดทางอารมณ์
ความสามารถทางอารมณ์ ทีจะช่วยให้การดาเนินชีวตอย่าง
่ ิ
สร้างสรรค์และมีความสุข
เข้าใจตนเอง
เข้าใจผูอน
้ ่ื
แก้ไขความขัดแย้งได้
เก่ง ดี มีสุข
เก่ง มีสุข
มีแรงจูงใจ ภูมิใจในตนเอง
ตัดสินใจแก้ปัญหา
พอใจในชีวต
ิ
มนุษยสัมพันธ์ทดี -->
่ี
สุขสงบทางใจ
ดี
ควบคุมตัวเองได้
เห็นใจคนอืน
่
มีความรับผิดชอบ
ีิ
ลักษณะของคนมีอควสูง
้ ่ื
เทคนิคการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ในการอยู่ร่วมกับผูอน
เข้าใจและยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล โดยเฉพาะ
สถานะทางอารมณ์ของแต่ละคนแต่ละวาระ
รับฟั ง ให้เกียรติ สร้างความเข้าใจ
แก้ไขข้อขัดแย้ง รับฟั งด้วยความเข้าใจ เห็นใจ และยอมรับ
เมื่อเจอบุ คคลแสดงอารมณ์ทางลบ ให้เขารูสกว่า เราฟั งอยู่
้ึ
และพร้อมให้ความช่วยเหลือ
เทคนิคพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ของตนเอง
รูทนอารมณ์ของตนเอง
้ ั ้ึ
...... ขณะนี้ทาอะไร รูสกอย่างไร
รับผิดชอบต่ออารมณ์ทเกิดขึ้น แยกแยะ วิเคราะห์ดวยเหตุผล
่ี ้
จัดการกับอารมณ์ของตนเอง สร้างความเพลิดเพลินเข้ามาแทนที
ฝึ กคิดทางบวก เติมใจให้ตนเอง มองโลกในแง่ทสวยงาม หาข้อดีทมีอยู่
ี่ ี่
่
ชืนชมด้านดี
ฝึ กสมาธิ เศาะบัร
เชือมันในตนเอง
่
กล้าลองเพื่อรู ้
สัมประสิทธิ์ความสัมพันธ์ระหว่างเชาว์นปั ญญา
ส.ป.ส.ความสัมพันธ์ระหว่างฝาแฝดแท้ = .90
ส.ป.ส.ความสัมพันธ์ระหว่างฝาแฝดเทียม = .60
ส.ป.ส.ความสัมพันธ์ระหว่างพี้นองท้องเดียวกัน
้ = .50
ส.ป.ส.ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูก = .40
ส.ป.ส.ความสัมพันธ์ระหว่างลูกพี่ลูกน้อง = .20
่
ค่าสหสัมพันธ์ระดับเชาวน์ปัญญาของบุคคลในสิงแวดล้อมต่างกัน
คูแฝดทีอยูดวยกัน
่ ่ ่ ้ = .88
คูแฝดทีเลี้ยงแยกกัน
่ ่ = .77
พี่นองทีอยูดวยกัน
้ ่ ่ ้ = .63
พี่นองทีแยกกันอยู่
้ ่ = .40
บิดามารดากับบุตรทีอยูดวยกัน
่ ่ ้ = .60
บิดามารดาเลี้ยงกับบุตรเลี้ยงทีอยูดวยกัน
่ ่ ้ = .18
่
การเลี้ยงดูทเี่ ป็ นสิงแวดล้อมและสามารถพัฒนาเชาวน์ปัญญาได้ดี
พ่อแม่ ่ ้
พูดคุย บอกเล่า สังสอน ใส่ใจ สนใจการเรียนรูของลูก
ให้ความรัก ความอบอุน การยอมรับ
่
ไม่ถนุถนอมจนเกินไป
หาหนังสือดีๆ ให้อาน หรือรายการดีๆให้ชม
่
พาไปเทียวทีตางๆ ทีสามารถเสริมสร้างปั ญญาได้
่ ่ ่ ่
ให้อสระในการสารวจของลูกๆ
ิ
ه َ ً َه َ ز
وَعسَى أَى تَكْزَ ُواْ شٍِئب و ُو خٍَِ ٌ َ
ِب َ ً َه َ لك ِ َ
َّ ُن وَعسَى أَى ُتحُّواْ شٍِئب و ُو
َز لك ِ ّه ِ ُ ُ َ
ش ٌّ َّ ُن وَالل ُ ٌَعلَن وَأَنتنِ ال
تَعِلَ ُوىَ [البقزة : 612 و
จงเปลี่ยนความคิดของคุณแล้วโลกของคุณก็จะเปลี่ยนไป
วิเลี่ยม พิลเล