pankansorn

Document Sample
pankansorn Powered By Docstoc
					   แผนการจัดการเรี ยนรู้
 กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ ชั้นป.4
หน่ วยที่ 5 การดารงชี วิตของสั ตว์




               โดย
นายธีระสั น คุ้มวงศ์
   ครู คศ.2โรงเรี ยนวัดปั ฏนาราม
สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุ ราษฎร์ธานี
               เขต 3
            คาอธิบายรายวิชาวิทยาศาสตร์
                          ช่วงชั้นที่ 2 (ชั้ นประถมศึกษาปี ที่ 4)
                        รายวิชา วิทยาศาสตร์ 4 เวลา 120 ชั่วโมง

คาอธิบายรายวิชา
        ศึกษาวิเคราะห์ ระบบสุ ริยะส่ วนประกอบของระบบสุ ริยะพลังงานแสง
การเคลื่อนที่ของแสงจากแหล่งกาเนิด และเมื่อกระทบตัวกลางต่างกัน
การเปลี่ยนพลังงานแสงเป็ นพลังงานไฟฟ้ า การกระจายของแสงขาว และการเกิดรุ ้ง หิน
และการเปลี่ยนแปลง หินในท้องถิ่นของเรา กระบวนการเปลี่ยนแปลงของหิ น การเกิดดิน
                                           ิ          ิ
และสมบัติของดินในท้องถิ่นการดารงชีวตของสิ่ งมีชีวต หน้าที่ และส่ วนประกอบของราก
ลาต้น ใบ ดอก ปัจจัยบางประการที่จาเป็ นต่อการเจริ ญเติบโตของพืช การสังเคราะห์ดวยแสง  ้
การตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมของพืช สัตว์ในท้องถิ่น การเจริ ญเติบโต
              ิ
และวัฏจักรชีวตของพืช สัตว์ อาหาร และสารอาหาร สารอาหาร
และพลังงานที่ร่างกายต้องการ การจัดอาหารให้ได้สัดส่ วน และวัตถุเจือปนในอาหาร
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสื บเสาะหาความรู ้ การสารวจตรวจสอบ
การสื บค้นข้อมูล และการอภิปรายเพื่อให้เกิดความรู ้ ความคิดความเข้าใจ
                                                                               ิ
สามารถสื่ อสารสิ่ งที่เรี ยนรู ้ มีความสามารถในการตัดสิ นใจนาความรู ้ไปใช้ในชีวตประจาวัน
มีจิตวิทยาศาสตร์ จริ ยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม
ตารางวิเคราะห์ หลักสู ตรจากคาอธิบายรายวิชา
                                                 ิ
                           กลุ่มสาระการเรียนรู้ วทยาศาสตร์
                         ช่ วงชั้นที่ 2 (ชั้ นประถมศึกษาปี ที่ 4)

       จุดประสงค์                           ้
                                         เนือหา                     กระบวนการ/กิจกรรม
-                            - ระบบสุ ริยะ                      -
         บอกระบบสุ ริยะส่ วน   และส่ วนประกอบ                          ศึกษาระบบสุ ริยะด้วยก
  ประกอบของระบบสุ ริยะไ - พลังงานแสง                              ระบวนการทางวิทยาศาสตร์
  ด้                         - การเคลื่อนที่ของแสง              - ศึกษาเรื่ องพลังงานแสง
- บอกเรื่ องพลังงานแสงได้ -                                     - ศึกษา
-                                     การเปลี่ยนพลังงานแ          ทดลองการเคลื่อนที่ของแส
         บอกการเคลื่อนที่ของ   สงเป็ นพลังงานไฟฟ้ า               งผ่านตัวกลางต่าง ๆ
  แสงผ่านตัวกลางที่ต่างกัน - การกระจายของแสงขาว                 - ศึกษาทดลองการเปลี่ยน
  ได้                          และการเกิดรุ ้ง                    พลังงานแสงเป็ นพลังงานไ
-                            - หิน                                ฟฟ้ า
         บอกการเปลี่ยนพลังง    และการเปลี่ยนแปลงของ             -
  านแสงเป็ นพลังงานไฟฟ้ า      ดิน                                     ทดลองการกระจายของ
  ได้                        - หินในท้องถิ่น                      แสงขาว และการเกิดรุ ้ง
-                            - ดิน                              - ศึกษาวิเคราะห์หิน
         บอกการกระจายของแ และสมบัติของดินในท้อง                   และการเปลี่ยนแปลงของหิ
  สงขาว และการเกิดรุ ้งได้     ถิ่น                               น
- ระบุหิน                    -                                  -
  และการเปลี่ยนแปลงของ                           ิ
                                      การดารงชีวตของสิ่ ง              ศึกษาเปรี ยบเทียบหินใ
  หินได้                            ิ
                               มีชีวต                             นท้องถิ่น
- เข้าใจหินในท้องถิ่น        - หน้าที่                          - ศึกษาวิเคราะห์ดิน
- รู ้การเกิดดิน               และส่ วนประกอบของพืช               และสมบัติของดินในท้องถิ่
  และสมบัติของดินในท้อง -                                         น
       จุดประสงค์                              ้
                                            เนือหา                  กระบวนการ/กิจกรรม
  ถิ่น                                  ปัจจัยที่ทาให้พืชเจริ   -
-                                 ญเติบโต                                ศึกษาวิเคราะห์การดาร
                            ิ
           เข้าใจการดารงชีวตขอ - การสังเคราะห์แสง                      ิ
                                                                  งชีวตของสิ่ งมีชีวติ
  งสิ่ งมีชีวต  ิ               -                               - ศึกษาหน้าที่
- รู ้หน้าที่                           พืชกับการตอบสนอง          และส่ วนประกอบของพืช
  และส่ วนประกอบของราก            ต่อสิ่ งแวดล้อม               - ศึกษา
  ลาต้น ใบ ดอกของพืช            - พืช และสัตว์ ในท้องถิ่น         ทดลองปัจจัยที่ช่วยให้พืชเจ
- รู ้ปัจจัยที่ช่วยให้พืชเจริ ญ - วัฏจักรของพืช และ สัตว์         ริ ญเติบโต
  เติบโต                                                        -
-                                                                        ศึกษาวิเคราะห์ระบบกา
           เข้าใจระบบการสังเคร                                    รสังเคราะห์แสง
  าะห์แสง                                                       -
- บอกการตอบสนองต่อ                                                       ศึกษาทดลองการตอบส
  สภาพแวดล้อมของพืชได้                                            นองต่อสภาพแวดล้อมของ
       ั
- รู ้จกพืช                                                       พืช
  และสัตว์ในท้องถิ่น
         ั
- รู ้วฏจักรของพืช และสัตว์
             จุดประสงค์                       ้
                                           เนือหา                 กระบวนการ/กิจกรรม
- เข้าใจเรื่ องอาหาร           - อาหาร และสารอาหาร             - ศึกษาพืช
  และสารอาหาร                  -                                 และสัตว์ในท้องถิ่น
-                                       สารอาหารที่ร่างกายต้   - ศึกษาวัฏจักรของพืช
         บอกสารอาหารที่ร่าง      องการ                           และสัตว์
  กายต้องการได้                -                               - ศึกษาเรี ยนรู ้เรื่ องอาหาร
-                                       การจัดอาหารให้พอเ        และสารอาหาร
         เข้าใจการจัดอาหารใ      หมาะกับความต้องการ            -
  ห้ได้สัดส่ วนตามความต้อง     - สิ่ งเจือปนในอาหาร                   ศึกษาเรื่ องอาหารที่ร่าง
  การ                          -                                 กายต้องการ
- บอกสิ่ งเจือปนที่จาเป็ น                      ั
                                        การใช้ทกษะกระบว        -
  และไม่จาเป็ นในอาหารได้        นการทางวิทยาศาสตร์แส                 ศึกษาการจัดอาหารให้
-                                วงหาความรู ้                    พอเหมาะกับความต้องการ
              ั
         รู ้จกใช้กระบวนการท   - การสื บค้นข้อมูล              -
  างวิทยาศาสตร์เพื่อหาคาต        และอภิปราย                           ศึกษาทดลองสิ่ งเจือปน
  อบ                           - จิตวิทยาศาสตร์                  ในอาหาร
       ั
- รู ้จกสื บค้นข้อมูล                                          - ใช้กระบวนการทางวิทยา-
  และอภิปรายปั ญหา                                               ศาสตร์แสวงหาความรู ้
- มีจิตวิทยาศาสตร์                                             - สื บค้นข้อมูล
                                                                 และการอภิปราย
                                                               -
                                                                      ศึกษาเรี ยนรู ้ให้เข้าใจถึง
                                                                 ความเป็ นนักวิทยาศาสตร์
                                                                 แนวคิดของนักวิทยาศาสตร์
                   หน่ วยการจัดการเรี ยนรู้
                                       ิ
                 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วทยาศาสตร์ ช่ วงชั้นที่ 2 (ชั้ น ป.4)
                                 จานวน 120 ชั่วโมง

                                                                                เวลา
แผนที่                              หน่ วยการเรียนรู้
                                                                              (ชั่วโมง)
หน่ วยการเรียนรู้ ที่ 1 พลังงานแสง                                               12
หน่ วยการเรียนรู้ ที่ 2 ระบบสุ ริยะ                                              14
หน่ วยการเรียนรู้ ที่ 3 ดิน และหินในท้ องถิ่น                                     8
หน่ วยการเรียนรู้ ที่ 4 การดารงชีวตของพืช
                                    ิ                                            30
                                      ิ
หน่ วยการเรียนรู้ ที่ 5 การดารงชีวตของสั ตว์                                     30
  1       ปัจจัยที่จาเป็ นต่อการเจริ ญเติบโตของสัตว์                             1
  2       ประเภทของสัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง                                       2
  3       ประเภทของสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง                                    1
  4                     ิ
          วัฏจักรชีวตของกบ (1)                                                   1
  5                       ิ
          วัฏจักรชีวตของกบ (2)                                                   1
  6                         ิ
          วัฏจักรชีวตของผีเสื้ อ (1)                                             2
  7                           ิ
          วัฏจักรชีวตของผีเสื้ อ (2)                                             2
  8       สัตว์ที่มีในท้องถิ่น                                                   2
  9                                      ิ
          ปัจจัยที่จาเป็ นในการดารงชีวตของสัตว์ในท้องถิ่น                        2
 10       ประโยชน์ และโทษของสัตว์ที่มีต่อมนุษย์ (เน้นสัตว์ในท้องถิ่น)            1
 11       การอนุรักษ์สัตว์ในท้องถิ่น (1)                                         2
 12       การอนุรักษ์สัตว์ในท้องถิ่น (2)                                         2
 13       การอนุรักษ์สัตว์ในท้องถิ่น (3)                                         2
 14       การอนุรักษ์สัตว์ในท้องถิ่น (4)                                         2
 15       การอนุรักษ์สัตว์ในบ้าน (1)                                             1
                                                            เวลา
แผนที่                              หน่ วยการเรียนรู้
                                                          (ชั่วโมง)
 16       การอนุรักษ์สัตว์ในบ้าน (2)                         1
 17       การทดสอบหลังเรี ยน                                 1
 18       การทาโครงงาน เรื่ อง การเลี้ยงสัตว์ในท้องถิ่น      2
หน่ วยการเรียนรู้ ที่ 6 อาหาร และสารอาหาร                    22
                                     รวม                    120
                          แผนการจัดการเรี ยนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์                              ช่ วงชั้นที่ 2 (ชั้ นประถมศึกษาปี ที่ 4)
                                          ิ
หน่ วยการเรียนรู้ ที่ 5 เรื่ อง การดารงชีวตของสัตว์                                เวลารวม 30 ชั่วโมง
แผนการเรียนรู้ ที่ 1 เรื่ อง ปัจจัยที่จาเป็ นต่อการเจริ ญเติบโตของสัตว์                 เวลา 1 ชั่วโมง
              สอนวันที่          เดือน                              พ.ศ.            .

                                                ิ
มาตรฐาน ว 1.1 : เข้าใจหน่วยพื้นฐานของชีวต ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง
                       และหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสิ่ งมีชีวตที่ทางานสัมพันธ์กน
                                                              ิ                 ั
                       มีกระบวนการสื บเสาะหาความรู ้ สื่ อสารสิ่ งที่เรี ยนรู ้
                                                        ิ
                       และนาความรู ้ไปใช้ในการดารงชีวตของตนเอง และดูแลสิ่ งมีชีวต   ิ
สาระสาคัญ
                           ิ
       สัตว์เป็ นสิ่ งมีชีวต มีการเจริ ญเติบโตของสัตว์ ซึ่งต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง
                                ่
ปัจจัยในด้านอาหาร และที่อยูอาศัย อาจแตกต่างกันออกไปตามชนิดของสัตว์

                  ี่
1. ผลการเรียนรู้ ทคาดหวัง
      1) อธิบายปั จจัยที่จาเป็ นต่อการเจริ ญเติบโตของสัตว์ได้
                                       ั
      คุณลักษณะอันพึงประสงค์ : รู ้จกอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่ งแวดล้อม

2. สาระหลัก
        อาหาร น้ า อากาศ เป็ นปัจจัยสาคัญในการเจริ ญเติบโต
สัตว์แต่ละชนิดต้องการอาหารแตกต่างกัน บางชนิดกินพืชเป็ นอาหาร
บางชนิดกินสัตว์เป็ นอาหาร บางชนิดกินทั้งพืช และสัตว์เป็ นอาหาร

3. กระบวนการจัดการเรียนรู้
         3.1 ขั้นปลุกเร้าความสนใจ
             3.1.1 นักเรี ยนดูภาพสัตว์ต่างๆ ในโลกนี้ที่ครู นามาให้ดู ทั้งสัตว์ในท้องถิ่น
และสัตว์จากขั้วโลกไกล แล้วหาคาตอบในประเด็นปัญหาที่วา        ่
                ิ
“นักเรี ยนจะมีวธีการอย่างไรในการตรวจสอบ
            ้
ว่า สัตว์ตองการปั จจัยใดบ้างในการเจริ ญเติบโต” ให้แสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย
                         ั
              3.1.2 ให้นกเรี ยนศึกษาใบความรู ้ และร่ วมอภิปรายว่า “สัตว์แต่ละชนิด
มีการเจริ ญเติบโตจากตัวอ่อนจนเป็ นตัวเต็มวัยต้องอาศัยปัจจัยใดบ้าง”
         3.2 ขั้นสารวจ และแสวงหาคาตอบ
              3.2.1 แต่ละคนเขียนแนวทางที่ตนเองคิดได้ นาเสนอต่อกลุ่ม
และมีการอภิปรายอย่างกว้างขวาง เพื่อหาแนวทางด้วยกัน
              3.2.2 นักเรี ยนเลือกสัตว์ที่มีในท้องถิ่น หรื อที่มีในโรงเรี ยน คนละ 5 ชนิด
                       ิ
เพื่อสังเกตการดารงชีวต เช่น การดื่มน้ า การกินอาหาร การหายใจ การเจริ ญเติบโต
          ั
โดยให้นกเรี ยนออกแบบตารางบันทึกการสังเกตเอง ตามความคิดสร้างสรรค์ของนักเรี ยน
                             ้
โดยสารวจ สังเกต สอบถามผูรู้ และศึกษาเพิ่มเติมจากหนังสื อในห้องสมุด ใบความรู ้

                    ตารางบันทึกการสั งเกตการกินอาหารของสั ตว์ ในท้ องถิ่น

                                                          ่      ิ
                                                   อาหารทีสัตว์ กน
       ชื่อสั ตว์
                         แตงกวา        รา         ลูกน้ า   หนอน          ข้าวสุ ก    ข้าวสาร
         ไก่
         ปลา
         หมู
         นก
         หนู

        3.3 ขั้นอธิบาย และลงข้ อสรุ ป
              3.1.1 นักเรี ยนนาเสนอผลงานการสารวจ และสังเกตในกลุ่มตนเอง
และคัดเลือกผลงานที่ดีที่สุดเพื่อที่จะนาไปรายงานหน้าชั้น และให้แต่ละกลุ่มแลกเปลี่ยนความรู ้
และความคิดเห็น
              3.1.2 ตัวแทนของแต่ละกลุ่มนาเสนอผลงานที่ได้คดเลือกมาในแต่ละกลุ่ม
                                                               ั
ให้เพื่อนร่ วมชั้นซักถาม และร่ วมกันแสดงข้อคิดเห็นจากการรายงานของแต่ละกลุ่ม
              3.1.3 นักเรี ยนตอบคาถามเพื่อนาไปสู่ การสรุ ปเนื้อหา ดังนี้
                                             ิ
                      1) สัตว์ที่สารวจดารงชีวตอย่างไร กินอะไรเป็ นอาหาร
                                  ้
                      2) สัตว์ตองการอากาศหายใจหรื อไม่ ทราบได้อย่างไร
                      3) สิ่ งที่จาเป็ นต่อการเจริ ญเติบโตของสัตว์มีอะไรบ้าง
                      4) สัตว์ที่สารวจส่ วนใหญ่เป็ นสัตว์ในท้องถิ่นหรื อไม่
         3.4 ขั้นขยายความรู้ /มโนทัศน์
              3.4.1 นักเรี ยนตอบคาถามในประเด็นปัญหาที่วา        ่
                                         ิ ่
“สัตว์ที่มีในท้องถิ่นส่ วนใหญ่ดารงชีวตอยูได้เพราะอะไร” สัตว์ที่มีขนาดใหญ่ เช่น ไก่ หมู วัว
ควาย เป็ นต้น ต้องการปัจจัยอะไรในการเจริ ญเติบโต
              3.4.2 นักเรี ยนระดมความคิด ความรู ้ และหาข้อสรุ ปที่ตรงกัน
แล้วบันทึกเป็ นความรู ้ร่วมกัน หรื อหลอมรวมความรู ้ให้ตรงกัน
              3.4.3 นักเรี ยนวาดรู ปสัตว์แต่ละชนิดที่ตนเองสังเกต
และบอกปัจจัยที่ทาให้สัตว์ชนิดนั้นเติบโตโดยทาเป็ นหนังสื อหน้าเดียว
         3.5 ขั้นประเมิน
                                                                           ิ
              3.5.1 นักเรี ยนสามารถอธิบายปั จจัยที่จาเป็ นต่อการดารงชีวตของสัตว์
              3.5.2 นักเรี ยนออกแบบตารางบันทึกผล
และสรุ ปผลข้อมูลจากการสังเกตสัตว์แต่ละชนิด

4. การวัดผล ประเมินผล
      4.1 วิธีการ
           สังเกต
                  - พิจารณาจากการอภิปราย การสารวจ
                  - พิจารณาจากการตอบคาถาม
                  - การวางแผนการสารวจ
                  - พิจารณาจากการรายงาน การระดมความคิด
                  - การสรุ ปข้อมูล
      4.2 เครื่องมือวัด และประเมินผล
           4.2.1 แบบบันทึกการสังเกต
      4.3 เกณฑ์ การวัด และประเมินผล
           ถือเกณฑ์การผ่านร้อยละ 60
5. วัสดุอปกรณ์ สื่ อ และแหล่งการเรียนรู้
         ุ
       5.1 วัสดุอปกรณ์
                    ุ
                 -
       5.2 สื่ อ และแหล่งการเรียนรู้
                 - ใบงาน
                 - ใบความรู ้
 -                    บริ เวณโรงเรี ยน
                       ้
                 - ผูรู้ในชุมชน
                 - ห้องสมุด
                 - รู ปภาพสัตว์ชนิดต่างๆ

                 ่
6. ข้ อเสนอแนะเพิมเติม
                                                                               ใบงาน
ชื่อ..........................................................................สกุล.....................................................................เลขที.่ ........................
คาชี้แจง ให้นกเรี ยนสังเกตการดารงชีวตของสัตว์ต่อไปนี้เกี่ยวกับอาหารการกิน
             ั                      ิ
         แล้วบันทึกลงในตารางข้างล่าง โดยให้ทาเครื่ องหมาย ลงในช่องอาหารที่สัตว์กิน

                               ตารางบันทึกการสังเกตการกินอาหารของสัตว์ในท้ องถิ่น
                                                                                                         ่      ิ
                                                                                                  อาหารทีสัตว์ กน
              ชื่อสั ตว์
                                                แตงกวา                       รา                  ลูกน้ า   หนอน                                ข้าวสุ ก               ข้าวสาร
                 ไก่
                 ปลา
                 หมู
                 นก
                 หนู



                                                                              
                                     ใบความรู้
                                  ่ ี
                   เรื่อง ปัจจัยทีมความจาเป็ นต่ อการเจริญเติบโตของสั ตว์

                           ิ           ิ                                  ่
       สัตว์เป็ นสิ่ งมีชีวต การดารงชีวตของสัตว์แตกต่างกัน สัตว์บางชนิดอยูในน้ า
           ่                     ่ ั
บางชนิดอยูบนบก บางชนิดอยูได้ท้ งบนบก และในน้ า สัตว์เหล่านี้เมื่อเกิด
        ิ         ่
และมีชีวตก็จะอยูตามสภาพที่เคยอยูมา   ่
                                               ิ ่
        สัตว์ต่างๆ ย่อมกินอาหาร เพื่อให้มีชีวตอยูรอด
อาหารที่สัตว์กินก็แตกต่างกันไปตามที่บรรพ-บุรุษเคยพากินมา เช่น ไก่กินข้าว วัวกินหญ้า
                     ่             ิ
เป็ นต้น จึงกล่าวได้วาสัตว์ดารงชีวตแตกต่างกันไป ดังตัวอย่าง
        1. วัว ควาย แพะ แกะ กินหญ้าเป็ นอาหาร
        2. ไก่ นก เป็ ด กินเมล็ด และมด แมลง หนอน ข้าวเป็ นอาหาร
        3. เสื อ แม่น สิ งโต กินสัตว์อื่นเป็ นอาหาร


                                       
                                                                    ใบงาน
        ชื่อ........................................................สกุล......................................................เลขที.่ .....................
               ั
คาชี้แจง ให้นกเรี ยนเขียนเรี ยงความสั้น ๆ (ประมาณ 7 - 8 บรรทัด)
         เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงของนักเรี ยน วาดภาพระบายสี ประกอบด้วย




                                                                   
                          แผนการจัดการเรี ยนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์                           ช่ วงชั้นที่ 2 (ชั้ นประถมศึกษาปี ที่ 4)
                                          ิ
หน่ วยการเรียนรู้ ที่ 5 เรื่ อง การดารงชีวตของสัตว์                             เวลารวม 30 ชั่วโมง
แผนการเรียนรู้ ที่ 2 เรื่ อง ประเภทของสัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง                        เวลา 2 ชั่วโมง
              สอนวันที่          เดือน                           พ.ศ.            .

                                          ิ
มาตรฐาน ว 1.1 : เข้าใจหน่วยพื้นฐานของชีวต ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง
                   และหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสิ่ งมีชีวตที่ทางานสัมพันธ์กน
                                                          ิ                 ั
                   มีกระบวนการสื บเสาะหาความรู ้ สื่ อสารสิ่ งที่เรี ยนรู ้
                                                  ิ
                   และนาความรู ้ไปใช้ในการดารงชีวตของตนเอง และดูแลสิ่ งมีชีวต ิ
สาระสาคัญ
                                             ั่         ั
      สัตว์มีกระดูกสันหลัง สามารถพบเห็นได้ทวไป มีท้ งสัตว์ขนาดใหญ่
และสัตว์ขนาดเล็ก

                  ี่
1. ผลการเรียนรู้ ทคาดหวัง
      ยกตัวอย่างประเภทของสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังแต่ละชนิดได้

2. สาระหลัก
       สัตว์มีกระดูกสันหลัง เป็ นสัตว์ที่มีกระดูกต่อกันเป็ นข้อ ๆ
เป็ นแนวยาวไปตามด้านหลังของสัตว์
กระดูกสันหลังจะทาหน้าที่ช่วยพยุงร่ างกายให้เป็ นรู ปร่ างทรวดทรงได้ ช่วยในการเคลื่อนที่
และหันไปมาได้อย่างรวดเร็ว

3. กระบวนการจัดการเรียนรู้
        3.1 ขั้นปลุกเร้ าความสนใจ
                               ้
             3.1.1 นักเรี ยนดูชาง และหนอน ครู ถามนา
เพื่อนาให้นกเรี ยนเห็นความแตกต่างของสัตว์ 2 กลุ่ม ครู อธิบายเพิ่มเติม
           ั
                3.1.1 นักเรี ยนช่วยกันคิดหาชื่อสัตว์ที่มีในท้องถิ่น แล้วร่ วมกันจาแนกว่า
                          ่                       ่
สัตว์ชนิดใดบ้างจัดอยูในพวกช้าง พวกใดจัดอยูในพวกหนอน
          3.2 ขั้นสารวจ และแสวงหาคาตอบ
                              ั
                3.2.1 ให้นกเรี ยนศึกษาเรื่ อง “สัตว์ที่มีกระดูกสันหลังมีอะไรบ้าง”
                                ่                       ิ
“สัตว์พวกนี้มีความเป็ นอยูอย่างไร” “มีการดาเนินชีวตแบบใด”
“อาหารที่สัตว์พวกนี้กินคืออะไร” “มีการสื บพันธุ์แบบใด” จากบทเรี ยน Onweb (เว็บช่วยสอน)
เรื่ อง สัตว์น่ารัก
                3.2.2 ร่ วมกันอภิปราย ขยายความคิด และสรุ ปเพิ่มเติมจากเนื้อหาบทเรี ยน
                3.2.5 แบ่งกลุ่มนักเรี ยนทาใบงาน การสารวจสัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง 1 ชนิด
ดังนี้
                                  ี
          การสารวจสั ตว์ ไม่ มกระดูกสั นหลัง
                1. ชื่อสัตว์ที่ศึกษา
                2. สถานที่สารวจ
                3. ปริ มาณสัตว์ที่ศึกษา
                4. รู ปร่ างลักษณะ
                5. การเคลื่อนไหว                                                           .
                6. การกินอาหาร
                7. อื่นๆ (ข้อมูลอื่น)
                8. จัดเป็ นสัตว์ประเภทใด (วาดภาพประกอบ)
                9. ทาไมนักเรี ยนจึงสนใจหรื อชอบสัตว์ชนิดนี้ ให้เหตุผลประกอบ
                            ความพึงพอใจในผลงานของตน
                            ความคิดเห็นของเพื่อน
                                            ้
                            ความคิดเห็นของผูปกครอง
                            ความคิดเห็นของครู
          3.3 ขั้นอธิบาย และลงข้ อสรุ ป
                3.3.1 ตัวแทนกลุ่มรายงานหน้าชั้นเรี ยน
                3.3.2 นักเรี ยนร่ วมกันอภิปรายสรุ ป ลักษณะของสัตว์มีกระดูกสันหลัง
          3.4 ขั้นขยายความรู้ /มโนทัศน์
              3.4.1 แต่ละกลุ่มจัดทาสมุดภาพสัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง
ประเภทใดประเภทหนึ่งโดยอาจตัดจากหนังสื อพิมพ์หรื อนิตยสารต่างๆ
ที่ไม่ใช้แล้วหรื ออาจวาดเองก็ได้ เขียนบรรยายลักษณะเด่นของสัตว์ชนิดนั้นๆ ด้วย
แล้วนามารวมเล่มเป็ นผลงานของกลุ่ม ตกแต่งให้สวยงาม และสะอาด
         3.5 ขั้นประเมิน
              3.5.1 จัดทาสมุดภาพสัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง
              3.5.2 นักเรี ยนยกตัวอย่างประเภทของสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังแต่ละชนิดได้ถูกต้อง
4. การวัดผล ประเมินผล
         4.1 วิธีการ
              4.1.1 สังเกต
                      - พิจารณาจากการสารวจ และการทดลอง
                      - พิจารณาจากการตั้งคาถาม และการตอบคาถามของนักเรี ยน
                      - พิจารณาจากการรายงาน
                      - พิจารณาจากการการอภิปราย การระดมความคิด และการสรุ ปข้อมูล
                      - การมีส่วนร่ วม กระบวนการกลุ่ม
              4.1.2 ตรวจสอบ
                      - ตรวจการทดลอง
                      - ตรวจการทาใบงาน
         4.2 เครื่องมือวัด และประเมินผล
              4.2.1 แบบสังเกต
              4.2.2 แบบบันทึกการสังเกต
         4.3 เกณฑ์ การวัด และประเมินผล
              ถือเกณฑ์การผ่านร้อยละ 60

5. วัสดุอปกรณ์ สื่ อ และแหล่งการเรียนรู้
         ุ
       5.1 วัสดุอปกรณ์
                    ุ
       5.2 สื่ อ และแหล่งการเรียนรู้
                 - ห้องสมุด
                - แบบบันทึกผลการทดลอง
                - ใบความรู ้

                 ่
6. ข้ อเสนอแนะเพิมเติม
                                        ใบความรู้
                                                  ี่ ี
                                  เรื่อง “สั ตว์ ทมกระดูกสั นหลัง”

       สัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง ลักษณะสาคัญคือมีกระดูกเป็ นแกนของร่ างกาย มีอวัยวะต่างๆ
ที่ทางานร่ วมกันอย่างซับซ้อน จึงมักมีขนาดใหญ่
และเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วกว่าสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง
          สัตว์มีกระดูกสันหลังแบ่งย่อยได้ 5 ประเภท ได้แก่
          1. ปลา ปลามีโครงกระดูกเบา และยึดหยุน          ่
และมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงเชื่อมต่อส่ วนโครงกระดูกทาให้ปลาว่ายน้ าได้ดี
ครี บปลาบริ เวณกลางหลัง ครี บข้างลาตัวตรงท้อง
และครี บหางทาหน้าที่เป็ นหางเสื อปรับเปลี่ยนทิศทาง ส่ วนหัวปลาจะมีตา จมูก และปาก
ส่ วนใกล้ๆ คอมีแผงเหงือก ผิวหนังของปลาส่ วนใหญ่มีเกล็ดปกคลุม และมีเมือกลื่นๆ เคลือบอยู่
                             ั
          นักวิทยาศาสตร์จดให้ปลาเป็ นสัตว์เลือดเย็น
เนื่องจากอุณหภูมิในเลือดของปลาจะเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิของน้ าที่ปลาอาศัยอยู่
                                                     ิ ่
          ปลาจะหายใจทางเหงือก ปลาจะดารงชีวตอยูในน้ า ทั้งน้ าจืด และน้ าเค็ม
                           ่
ปลาจะหากินอาหารอยูในน้ า โดยกินสัตว์น้ าด้วยกันเป็ นสัตว์ใหญ่ ปลาจะสื บพันธุ์แบบอาศัยเพศ
          2. สั ตว์ ครึ่งบกครึ่งนา ลักษณะรู ปร่ างเป็ นสัตว์ 4 เท้า เท้าคู่หน้าจะสั้นกว่าเท้าคู่หลัง
                                  ้
                                ่
ผิวหนังนิ่ม และเปี ยกชื้นอยูตลอดเวลา ที่ผวหนังจะไม่มีเกล็ดหรื อขนปกคลุมอยูเ่ ลย
                                             ิ
ส่ วนหัวจะมีตา 1 คู่ สาหรับรับภาพ รู จมูกสาหรับดมกลิ่น ปากสาหรับกินอาหาร
และส่ งเสี ยงร้อง ในปากจะมีลิ้นยาวสาหรับตวัดอาหารเข้าปาก จัดเป็ นสัตว์ประเภทเลือดเย็น
          การหายใจจะแบ่งเป็ น 2 ระยะ คือ ที่เป็ นอ่อนจะหายใจโดยใช้เหงือก และอยูในน้ า        ่
                                                   ่
เมื่อโตหรื อแก่จะหายใจทางปอด และขึ้นมาอยูบนบกก็ได้ในน้ าก็ได้ จึงเรี ยกว่า
สัตว์ครึ่ งบกครึ่ งน้ า
          การสื บพันธุ์ จะเป็ นแบบอาศัยเพศ อาหาร เมื่อเป็ นลูกอ๊อดจะกินตะไคร้น้ า
พืชน้ าของตัวอ่อนของสัตว์เล็กๆ ในน้ า เมื่อโตแล้วจะกินแมลงเป็ นอาหาร
           3. สั ตว์ เลือยคลาน จะเป็ นสัตว์ 4 เท้า ผิวหนังมีเกล็ดปกคลุม
                        ้
                             ้
บางชนิดมีกระดองห่อหุมตัว บางชนิดจะไม่มีเท้า เช่น งู ส่ วนหัวมีตารับภาพ จมูกรับกลิ่น
ปากกินอาหาร สัตว์เลื้อยคลานจัดเป็ นพวกเลือดเย็นเช่นเดียวกับปลา
                                                               ่
           การดารงชีพ ส่ วนใหญ่จะเป็ นสัตว์บก อาจอยูบนต้นไม้ ในถ้ า โพรงไม้ เช่น จิ้งจก ตุ๊กแก
งู กิ้งก่า เต่า เป็ นต้น หลายชนิดเป็ นสัตว์น้ า เช่น จระเข้ เต่า ตะพาบน้ า เป็ นต้น
           พวกนี้จะหายใจด้วยปอด สื บพันธุ์แบบอาศัยเพศ
ชอบกินแมลงหรื อสัตว์ขนาดเล็กหรื อพืชน้ าเป็ นอาหาร
           4. สั ตว์ ปีก จะเป็ นสัตว์ 2 เท้า และมีปีก 1 คู่ อันเป็ นอวัยวะสาคัญในการเคลื่อนที่
มีขนลักษณะเป็ นแผงปกคลุมร่ างกายทุกส่ วน มีกระดูกกลวงเบา
                                           ่
ปากจะมีจะงอยแข็งค่อนข้างแหลม ยืนออกมาใช้จิกจับหรื อไซ้อาหาร มีตา รู จมูก และหู
                                              ้
           ส่ วนใหญ่เป็ นสัตว์บกเคลื่อนที่ดวยการเดิน วิง กระโดด และบิน บางชนิดว่ายน้ าได้
                                                             ่
              ั
เพราะมีพงผืดขึงระหว่างนิ้วเท้า หายใจด้วยปอด สื บพันธุ์แบบอาศัยเพศ กินสัตว์เล็ก เมล็ดพืช
หนอน
                                                     ั
           5. สั ตว์ เลียงลูกด้ วยนม จัดเป็ นสัตว์ช้ นสู งที่มีอวัยวะสมบูรณ์ และสลับซับซ้อนมาก
                          ้
ลักษณะพิเศษ คือมีต่อมสาหรับสร้างน้ านมไว้สาหรับเลี้ยงลูกอ่อน มีขนเป็ นเส้นปกคลุมผิวหนัง
                                                                   ่
มีต่อมเหงื่อ บางชนิดบินได้ เช่น ค้างคาว บางชนิดอาศัยอยูในน้ า เช่น ปลาวาฬ ปลาโลมา
เป็ นต้น
           พวกนี้หายใจด้วยปอด สื บพันธุ์แบบอาศัยเพศ ออกลูกเป็ นตัว อาหารจะมีท้ งกินพืช ั
กินสัตว์ กินทั้งพืชทั้งสัตว์กมี  ็
                                        
                          แผนการจัดการเรี ยนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์                           ช่ วงชั้นที่ 2 (ชั้ นประถมศึกษาปี ที่ 4)
                                          ิ
หน่ วยการเรียนรู้ ที่ 5 เรื่ อง การดารงชีวตของสัตว์                             เวลารวม 30 ชั่วโมง
แผนการเรียนรู้ ที่ 3 เรื่ อง ประเภทของสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง                     เวลา 1 ชั่วโมง
              สอนวันที่          เดือน                             พ.ศ.          .

                                             ิ
มาตรฐาน ว 1.1 : เข้าใจหน่วยพื้นฐานของชีวต ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง
                      และหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสิ่ งมีชีวตที่ทางานสัมพันธ์กน
                                                           ิ                   ั
                      มีกระบวนการสื บเสาะหาความรู ้ สื่ อสารสิ่ งที่เรี ยนรู ้
                                                     ิ
                      และนาความรู ้ไปใช้ในการดารงชีวตของตนเอง และดูแลสิ่ งมีชีวต ิ
สาระสาคัญ
         สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง มีหลายประเภท ทั้งสัตว์บก สัตว์น้ า สัตว์จาพวกแมลง
ซึ่งส่ วนใหญ่จะมีขนาดเล็ก

                  ี่
1. ผลการเรียนรู้ ทคาดหวัง
      ยกตัวอย่างประเภทของสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังแต่ละชนิดได้

2. สาระหลัก
        สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง เป็ นสัตว์ที่ไม่มีกระดูกเป็ นแกนกลางของร่ างกาย
ส่ วนมากจะมีขนาดเล็ก และมีขามากกว่าสัตว์มีกระดูกสันหลัง
                                                               ้
สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังบางชนิด สร้างเปลือกแข็งขึ้นมาห่อหุมร่ างกายเพื่อป้ องกันอันตราย
เช่น หอย ปู กุง้

3. กระบวนการจัดการเรียนรู้
        3.1 ขั้นปลุกเร้ าความสนใจ
            นักเรี ยนดูรูปสัตว์ชนิดต่างๆ ที่ครู เตรี ยมไว้ให้ในเครื่ องคอมพิวเตอร์
แล้วเขียนตอบในกระดาษว่า สัตว์ชนิดใดเป็ นสัตว์ที่ ไม่มีกระดูกสันหลัง โดยใช้ความรู ้
ข้อมูลเดิมของนักเรี ยน
          3.2 ขั้นสารวจ และแสวงหาคาตอบ
                              ั
                3.2.1 ให้นกเรี ยนศึกษาเรื่ อง “สัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังมีอะไรบ้าง”
                                ่                       ิ
“สัตว์พวกนี้มีความเป็ นอยูอย่างไร” “มีการดาเนินชีวตแบบใด”
“อาหารที่สัตว์พวกนี้กินคืออะไร” “มีการสื บพันธุ์แบบใด” จากบทเรี ยน Onweb (เว็บช่วยสอน)
เรื่ อง สัตว์น่ารัก
                3.2.2 ร่ วมกันอภิปราย ขยายความคิด และสรุ ปเพิ่มเติมจากเนื้อหาบทเรี ยน
                3.2.5 แบ่งกลุ่มนักเรี ยนทาใบงาน การสารวจสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง 1 ชนิด
ดังนี้
                                  ี
          การสารวจสั ตว์ ไม่ มกระดูกสั นหลัง
                1. ชื่อสัตว์ที่ศึกษา
                2. สถานที่สารวจ
                3. ปริ มาณสัตว์ที่ศึกษา
                4. รู ปร่ างลักษณะ
                5. การเคลื่อนไหว                                                            .
                6. การกินอาหาร
                7. อื่นๆ (ข้อมูลอื่น)
                8. จัดเป็ นสัตว์ประเภทใด (วาดภาพประกอบ)
                9. ทาไมนักเรี ยนจึงสนใจหรื อชอบสัตว์ชนิดนี้ ให้เหตุผลประกอบ
                           ความพึงพอใจในผลงานของตน
                           ความคิดเห็นของเพื่อน
                                            ้
                           ความคิดเห็นของผูปกครอง
                           ความคิดเห็นของครู
          3.3 ขั้นอธิบาย และลงข้ อสรุ ป
                3.3.1 ตัวแทนกลุ่มรายงานหน้าชั้นเรี ยน
                3.3.2 นักเรี ยนร่ วมกันอภิปรายสรุ ป ลักษณะของสัตว์มีกระดูกสันหลัง
       3.4 ขั้นขยายความรู้ /มโนทัศน์
               3.4.1 นักเรี ยนออกสารวจบริ เวณใกล้โรงเรี ยนเพื่อหาแมลงชนิดต่างๆ
                         ่
เมื่อพบแหล่งที่มีแมลงอยูหนาแน่น ให้รายงานให้ครู ทราบ แล้วออกไปจับแมลงด้วยกัน
               3.4.2 วาดภาพแมลงที่พบเห็น โดยจัดทาเป็ นสมุดภาพสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง
ประเภทใดประเภทหนึ่ง เขียนบรรยายลักษณะเด่นของสัตว์ชนิดนั้นๆ ด้วย แล้ว
ตกแต่งให้สวยงาม
       3.5 ขั้นประเมิน
               3.5.1 จัดทาสมุดภาพสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง
               3.5.2 สารวจ และบอกความแตกต่างระหว่างสัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง
กับสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังได้
               3.5.3
       นักเรี ยนยกตัวอย่างประเภทของสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังแต่ละชนิดได้อย่างถูกต้อง

4. การวัดผล ประเมินผล
      4.1 วิธีการ
           4.1.1 สังเกต
                  - พิจารณาจากการ การสารวจ
                  - พิจารณาจากการตั้งคาถาม และการตอบคาถามของนักเรี ยน
                  - พิจารณาจากการรายงาน การระดมความคิด และการสรุ ปข้อมูล
           4.1.2 ตรวจสอบ
                  - ตรวจใบงานการสารวจ
      4.2 เครื่องมือวัด และประเมินผล
           4.2.1 แบบสังเกต
           4.2.2 แบบบันทึกการสังเกต
      4.3 เกณฑ์ การวัด และประเมินผล
           ถือเกณฑ์การผ่านร้อยละ 60

5. วัสดุอปกรณ์ สื่ อ และแหล่งการเรียนรู้
         ุ
       5.1 วัสดุอปกรณ์
                    ุ
      5.2 สื่ อ และแหล่งการเรียนรู้
                 - ห้องสมุด
                 - ใบงาน
                 - รู ปภาพสัตว์ชนิดต่างๆ
                 - ใบความรู ้

                 ่
6. ข้ อเสนอแนะเพิมเติม
                                                                    ใบงาน
        ชื่อ........................................................สกุล......................................................เลขที.่ .....................

คาชี้แจง จงจัดประเภทของสัตว์ต่อไปนี้ โดยใช้กระดูกสันหลังเป็ นเกณฑ์

                                          ้
     นก เป็ ด ยุง ปลาดุก ไส้เดือน เขียด กุง งู จิ้งจก หอย ช้าง ปู แมว ตักแตน
                                                                        ๊
                   หนอน กบ คางคก หมึกทะเล ผีเสื้ อ ปะการัง




 สัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง >




                                                                                                                  < สัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง
                                     ใบความรู้
                                             ี่ ี
                              เรื่อง สั ตว์ ทไม่ มกระดูกสั นหลัง

                                                                       ั
       สัตว์พวกที่ไม่มีกระดูกสันหลังมีจานวนมากกว่าร้อยละ 85 ของสัตว์ท้ งหมด
พวกนี้ไม่มีกระดูกเป็ นแกนกลางของร่ างกาย ทาให้เคลื่อนไหวไปมาไม่สะดวก
และมีความแข็งแรงน้อย สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังแบ่งออกเป็ นพวกใหญ่ๆ ดังนี้
                                             ่
      1. พวกฟองนา ลาตัวเป็ นรู พรุ นอาศัยอยูในน้ าเท่านั้น ส่ วนใหญ่พบในทะเล
                   ้
         ส่ วนน้อยพบในน้ าจืด มีรูปร่ างแตกต่างกัน
      2. พวกมีโพรงในลาตัว ได้แก่ ไฮดรา ดอกไม้ทะเล แมงกะพรุ น ปะการัง กัลปังหา
                                                              ั
      3. พวกหนอนตัวแบน ลาตัวแบนไม่แบ่งเป็ นปล้อง ยกเว้น พยาธิตวตืด
         ไม่มีช่องในลาตัว
      4. พวกหนอนตัวกลม ได้แก่ พยาธิไส้เดือน พยาธิกล้ามเนื้อ
      5. พวกหนอนปล้ อง ร่ างกายแบ่งออกเป็ นปล้องอย่างชัดเจน ส่ วนใหญ่อาศัยอยูบนบก   ่
                        ่
         บางชนิดอาศัยอยูในน้ าเป็ นปรสิ ต สัตว์พวกนี้ได้แก่ ไส้เดือน แม่เพรี ยง ปลิงน้ าจืด
         หนอนดอกไม้
      6. พวกมีลาตัวอ่ อนนิ่ม ได้แก่ พวกหอย ปลาหมึก
      7. พวกมีขาเป็ นข้ อ ได้แก่ พวกแมงดาทะเล แมงมุม ตะขาบ กิ้งกือ ไรน้ า เพรี ยง
      8. พวกทีมหนามตามผิวหนัง ได้แก่ พวกปลาดาว ปลิงทะเล เม่นทะเล
              ่ ี

                                       
                         แผนการจัดการเรี ยนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์                        ช่ วงชั้นที่ 2 (ชั้ นประถมศึกษาปี ที่ 4)
                                          ิ
หน่ วยการเรียนรู้ ที่ 5 เรื่ อง การดารงชีวตของสัตว์                          เวลารวม 30 ชั่วโมง
                                       ิ
แผนการเรียนรู้ ที่ 4 เรื่ อง วัฏจักรชีวตของกบ (1)                                 เวลา 1 ชั่วโมง
           สอนวันที่               เดือน                      พ.ศ.            .

                                               ิ
มาตรฐาน ว 1.1 : เข้าใจหน่วยพื้นฐานของชีวต ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง
                     และหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสิ่ งมีชีวตที่ทางานสัมพันธ์กน
                                                           ิ                  ั
                     มีกระบวนการสื บเสาะหาความรู ้ สื่ อสารสิ่ งที่เรี ยนรู ้
                                                      ิ
                     และนาความรู ้ไปใช้ในการดารงชีวตของตนเอง และดูแลสิ่ งมีชีวต ิ
สาระสาคัญ
        กบ เป็ นสัตว์ครึ่ งบกครึ่ งน้ า
                ิ
เป็ นสัตว์สองชีวตที่มีการเปลี่ยนแปลงรู ปร่ างในขณะเจริ ญเติบโตแบบสมบูรณ์

                  ี่
1. ผลการเรียนรู้ ทคาดหวัง
                                      ิ
      1) เขียนแผนภาพแสดงวัฎจักรชีวตของสัตว์ที่เลือกศึกษาตามความสนใจ
      2) สารวจชนิดของสัตว์ในท้องถิ่น
และอธิบายการเปลี่ยนแปลงรู ปร่ างในขณะเจริ ญเติบโต
                                    ั
      คุณลักษณะอันพึงประสงค์ : รู ้จกอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่ งแวดล้อม

2. สาระหลัก
             ่
      กบมีอยูหลายพันธุ์ เช่น กบนา กบภูเขา (เขียดแลว) กบบูลฟรอค
                              ั
กบผสมพันธุ์ภายนอก คือ การที่ตวเมียปล่อยไข่ออกมา
        ้                                   ่
และตัวผูมาฉีดอสุ จิออกมาผสมกันในน้ า ซึ่งอยูภายนอกร่ างกาย

3. กระบวนการจัดการเรียนรู้
      3.1 ขั้นปลุกเร้ าความสนใจ
          3.1.1 นักเรี ยนร้องเพลง “กบ”
            3.1.2 นักเรี ยนสังเกตภาพสัตว์ชนิดต่างๆ แล้วร่ วมกันอภิปรายว่า
                                                                     ้
                     1) เราเคยสังเกตการเจริ ญเติบโตของสัตว์เลี้ยงที่บานเราหรื อไม่
                                                 ั
                     2) การเจริ ญเติบโตนั้นมีลกษณะเป็ นอย่างไร
                     3) การเจริ ญเติบโตหมายถึงอะไร
        3.2 ขั้นสารวจ และแสวงหาคาตอบ
            3.2.1 แบ่งนักเรี ยนออกเป็ น 2 กลุ่ม เพื่อสื บค้นข้อมูลจาก บทเรี ยน Onweb
(เว็บช่วยสอน) เรื่ อง สัตว์น่ารัก หน้า 5 การเปลี่ยนแปลงรู ปร่ างของสัตว์ในขณะเจริ ญเติบโต
“กบ” โดยแยกสื บค้นเรื่ องย่อยดังนี้
                     1) กลุ่มที่ 1 ศึกษาเรื่ อง พันธุ์กบ
                     2) กลุ่มที่ 2 ศึกษาเรื่ อง การสื บพันธุ์ของกบ
            3.2.2 นักเรี ยนร่ วมกันอภิปราย และบันทึกสรุ ปสาระสาคัญของเรื่ องที่ศึกษาส่ งครู
        3.3 ขั้นอธิบาย และลงข้ อสรุ ป
            ตัวแทนของกลุ่มนาเสนอผลการสื บค้นข้อมูลหน้าชั้นเรี ยน
เปิ ดโอกาสให้เพื่อนซักถาม และร่ วมกันสรุ ปถึงความสาคัญของกบในธรรมชาติ
และในทางเศรษฐกิจ
        3.4 ขั้นขยายความรู้ /มโนทัศน์
            ให้นกเรี ยนวาดภาพกบ ระบายสี ให้สวยงาม แล้วเขียนบรรยายเกี่ยวกับกบสั้น ๆ
                   ั
        3.5 ขั้นประเมิน
            3.5.1 นักเรี ยนอธิ บายการผสมพันธุ์ของกบได้
            3.5.2 นักเรี ยนบอกชื่อกบพันธุ์ต่าง ๆ ได้

4. การวัดผล ประเมินผล
      4.1 วิธีการ
           4.1.1 สังเกต
                  - การอภิปราย และการสรุ ป
                  - พิจารณาจากการตอบคาถาม
                  - พิจารณาจากกระบวนการทางานกลุ่ม
           4.1.2 ตรวจสอบ
                   - ตรวจบันทึก / รายงานการศึกษาค้นคว้า
       4.2 เครื่องมือวัด และประเมินผล
                   - แบบบันทึกสังเกต
 -                   แบบตรวจผลงาน (รายงาน)
       4.3 เกณฑ์ การวัด และประเมินผล
           ถือเกณฑ์การผ่านร้อยละ 60

5. วัสดุอปกรณ์ สื่ อ และแหล่งการเรียนรู้
          ุ
        5.1 วัสดุอปกรณ์
                      ุ
        5.2 สื่ อ และแหล่งการเรียนรู้
                  - บทเรี ยน Onweb (เว็บช่วยสอน) เรื่ อง สั ตว์ น่ารัก ( http://school.obec.go.th
/websun\animal\menu4.html )
                  - ใบความรู ้
                  - เพลง กบ
 -                      หัวข้อคาถาม
                    ่
6. ข้ อเสนอแนะเพิมเติม
                                          ใบความรู้
                                              เรื่อง “กบ”

        กบเป็ นสัตว์ครึ่ งบกครึ่ งน้ า ลักษณะรู ปร่ างเป็ นสัตว์ 4 เท้า เท้าคู่หน้าจะสั้นกว่าเท้าคู่หลัง
                             ่
ผิวหนังนิ่ม และเปี ยกชื้นอยูตลอดเวลา ที่ผวหนังจะไม่มีเกล็ดหรื อขนปกคลุมอยูเ่ ลย
                                             ิ
ส่ วนหัวจะมีตา 1 คู่ สาหรับรับภาพ รู จมูกสาหรับดมกลิ่น ปากสาหรับกินอาหาร
และส่ งเสี ยงร้อง ในปากจะมีลินยาวสาหรับตวัดอาหารเข้าปาก จัดเป็ นสัตว์ประเภทเลือดเย็น
                                 ้
                                                                               ่
         การหายใจจะแบ่งเป็ น 2 ระยะคือที่เป็ นตัวอ่อนจะหายใจโดยใช้เหงือก และอยูในน้ า
                                              ่
เมื่อโตหรื อแก่จะหายใจทางปอด และขึ้นมาอยูบนบกก็ได้ในน้ าก็ได้
จึงเรี ยกว่าสัตว์ครึ่ งบกครึ่ งน้ า

                                            ิ
                                     วงจรชีวตของกบ
      การเจริ ญเติบโตของกบ เมื่อไข่กบมีการปฏิสนธิแล้ว
จะฟักออกจากไข่เป็ นลูกอ๊อดแล้วเจริ ญเติบโตเปลี่ยนแปลงรู ปร่ างเป็ นกบ
ขั้นตอนการเจริ ญเติบโตของกบ คือ

                      ั
        1. ไข่ กบ มีลกษณะเป็ นเม็ดกลม มีสีน้ าตาลปนเขียว เกาะกันเป็ นแพลอยปริ่ มน้ า
กลุ่มละประมาณ 50 - 150 ฟอง ถ้ามีอุณหภูมิพอเหมาะ
ไข่กบที่ได้รับการผสมพันธุ์แล้วจะฟักเป็ นตัวภายใน 3 วัน
                        ั
        2. ลูกอ๊ อด มีลกษณะคล้ายลูกปลา หัวโต หางยาว และหายใจด้วยเหงือก
                          ่
        3. กบ อาศัยอยูบนบก หายใจด้วยปอด มีขา 2 คู่ คือ ขาหน้า 1 คู่ ขาหลัง 1 คู่
เมื่อขาของกบงอกจนครบแล้ว หางก็จะหดหายไป

       กบที่พบในประเทศไทยนั้นมีถึง 34 ชนิด และในต่างประเทศอีกหลายชนิด
               ้
ซึ่งรวมแล้วไม่นอยกว่า 100 ชนิด กบบางชนิดมีขนาดที่ใหญ่มาก บางชนิดมีขนาดปานกลาง
และบางชนิดก็มีขนาดเล็ก แตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ ตัวอย่างกบที่นิยมเลี้ยง เช่น

        1. กบนา ( Rana tigerina Daudin) เป็ นกบขนาดกลางค่อนข้างใหญ่
ตัวที่โตเต็มที่ยาวประมาณ 5 นิ้ว ขนาด ประมาณ 4 ตัวต่อกิโลกรัม
        2. กบบัว (Rana rugulosa Wiegmann) เป็ นกบขนาดกลางตัวที่โตเต็มที่ยาวประมาณ 5 นิ้ว
ขนาดประมาณ 6 ตัวต่อ 1 กิโลกรัม
        3. กบภูเขา หรือเขียดแลว (Rana bythii Boulenaer) เป็ นกบพื้นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุด
ตัวที่โตเต็มที่ขนาดประมาณ 3 กิโลกรัม ขึ้นไป ชาวบ้านเรี ยกกันอีกชี่อหนึ่งว่า กบคลอง
พบมากแถบภาคเหนือและภาคใต้
        4. กบบูลฟรอค (Rana catesbeiana show) เป็ นกบที่มีขนาดใหญ่ที่สุด
เข้าใจว่าใหญ่ที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริ กา โตเต็มที่มีน้ าหนักมากกว่า 1 กิโลกรัมขึ้นไป
ตัวที่โตมีความยาวถึง 8 นิ้ว

        กบเป็ นสัตว์ที่มีประโยชน์ ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ดังนี้
1) ช่วยกินแมลงที่เป็ นศัตรู พืช และกินปูนาซึ่งคอยทาลายต้นข้าวในนาข้าวให้เสี ยหาย
2) เนื้อกบเป็ นอาหารของคนได้ ส่ วนหนังกบใช้ทาเครื่ องใช้ต่าง ๆ เช่น กระเป๋ า รองเท้า
และเครื่ องคนตรี
               ั
        ปัจจุบน ได้มีการส่ งเสริ มการเลี้ยงกบเป็ นอาชีพ เพื่อนากบมาเป็ นอาหาร

                                       
                          แผนการจัดการเรี ยนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์                          ช่ วงชั้นที่ 2 (ชั้ นประถมศึกษาปี ที่ 4)
                                          ิ
หน่ วยการเรียนรู้ ที่ 5 เรื่ อง การดารงชีวตของสัตว์                            เวลารวม 30 ชั่วโมง
                                       ิ
แผนการเรียนรู้ ที่ 5 เรื่ อง วัฏจักรชีวตของกบ (2)                                   เวลา 1 ชั่วโมง
              สอนวันที่          เดือน                          พ.ศ.            .

                                                  ิ
มาตรฐาน ว 1.1 : เข้าใจหน่วยพื้นฐานของชีวต ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง
                     และหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสิ่ งมีชีวตที่ทางานสัมพันธ์กน
                                                           ิ                     ั
                     มีกระบวนการสื บเสาะหาความรู ้ สื่ อสารสิ่ งที่เรี ยนรู ้
                                                       ิ
                     และนาความรู ้ไปใช้ในการดารงชีวตของตนเอง และดูแลสิ่ งมีชีวต    ิ
สาระสาคัญ
      กบ เป็ นสัตว์ครึ่ งบกครึ่ งน้ า มีหลายพันธุ์ และมีการเจริ ญเติบโตเป็ นขั้น ๆ
                  ี่
1. ผลการเรียนรู้ ทคาดหวัง
                                              ิ
      1) เขียนแผนภาพแสดงวัฏจักรชีวตของสัตว์ที่เลือกศึกษาตามความสนใจ
      2) สารวจชนิดของสัตว์ในท้องถิ่น
และอธิบายการเปลี่ยนแปลงรู ปร่ างในขณะเจริ ญเติบโต
       -      เขียนแผนภาพแสดงวัฏจักรชีวตของกบได้ิ
                                          ิ ั
      คุณลักษณะอันพึงประสงค์ : มีวนย ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ อดทน
และมีความรับผิดชอบ

2. สาระหลัก
        กบ เป็ นสัตว์ที่มีการเปลี่ยนแปลงรู ปร่ างในขณะการเจริ ญเติบโตแบบสมบูรณ์ ซึ่งมี 4
ขั้น คือ ไข่ ลูกอ๊อด (Tadpole) ลูกกบ และ ตัวเต็มวัย

3. กระบวนการจัดการเรียนรู้
      3.1 ขั้นปลุกเร้ าความสนใจ
          3.1.1 นักเรี ยนร้องเพลง “กบ” อีกครั้ง
                           ั
             3.1.2 ให้นกเรี ยนสังเกตปลาหางนกยูง สัตว์น้ าหลาย ๆ ชนิด (ตัวเล็กๆ)
                       ่
และลูกอ๊อดของกบที่อยูในอ่างเดียวกัน ให้บอกความเหมือน และความแตกต่างแล้วตอบคาถาม
                                  ิ                      ั
                     1) สิ่ งมีชีวตในอ่างนักเรี ยนรู ้จกอะไรบ้าง
                     2) ตัวใด คือตัวอ่อนของกบ และมีรูปร่ างเหมือนกบตัวโตเต็มวัยหรื อไม่
      3.2 ขั้นสารวจ และแสวงหาคาตอบ
             3.2.1 ให้นกเรี ยนศึกษาบทเรี ยน Onweb (เว็บช่วยสอน)เรื่ อง สัตว์น่ารัก หน้า 5
                         ั
                                                                      ิ
การเปลี่ยนแปลงรู ปร่ างของสัตว์ในขณะเจริ ญเติบโต ในหัวข้อ วงจรชีวตของกบ
                                         ั
             3.2.2 ครู แจกกระดาษให้นกเรี ยนวาดแผนภูมิแสดงวงจรชีวตของกบ  ิ
พร้อมทั้งตกแต่งให้สวยงาม
      3.3 ขั้นอธิบาย และลงข้ อสรุ ป
                             ั
             3.3.1 ให้นกเรี ยนร่ วมกันอภิปราย และตอบคาถามดังนี้
                     1) กบมีการเปลี่ยนแปลงการเจริ ญเติบโตเป็ นกี่ข้ น
                                                                    ั
                                              ิ
                     2) ขั้นที่ 2 ของวงจรชีวตของกบ เรี ยกว่าอะไร
                                                                 ิ
                     3) กบตัวเต็มวัยมีรูปร่ าง และการดารงชีวตอย่างไร
             3.3.2 นักเรี ยนร่ วมกันสรุ ปวัฏจักรชีวตของกบ ซึ่งควรจะได้วา
                                                       ิ                  ่
กบมีการเปลี่ยนแปลงรู ปร่ างในขณะเจริ ญเติบโตแบบสมบูรณ์ มี 4 ขั้น

        3.4 ขั้นขยายความรู้ /มโนทัศน์
               3.4.1 ร่ วมกันอภิปรายในหัวข้อ ประโยน์ของกบ
                                                                               ั
               3.4.2 นักเรี ยนร่ วมกันสรุ ป ครู ให้ความรู ้เพิ่มเติมในส่ วนที่นกเรี ยนต้องการทราบ
หรื อยังไม่เข้าใจ
        3.5 ขั้นประเมิน
               นักเรี ยนสามารถเขียนแผนภาพแสดงวัฏจักรชีวิตของกบ
และอภิปรายเกี่ยวกับลักษณะการเปลี่ยนแปลงรู ปร่ างในช่วงการเจริ ญเติบโตของกบได้

4. การวัดผล ประเมินผล
      4.1 วิธีการ
           4.1.1 สังเกต
                   - พิจารณาจากการตอบคาถาม
                   - พิจารณาจากการอภิปราย / สรุ ป
                   - กระบวนการทางานแบบกลุ่ม
                   - สังเกตแววนักวิทยาศาสตร์
           4.1.2 ตรวจสอบ
                                                  ิ
                   - ตรวจผลงานแผนภาพแสดงวัฏจักรชีวตของกบ
       4.2 เครื่องมือวัด และประเมินผล
           4.2.1 แบบบันทึกการสังเกต
       4.3 เกณฑ์ การวัด และประเมินผล
           ถือเกณฑ์การผ่านร้อยละ 60

5. วัสดุอปกรณ์ สื่ อ และแหล่งการเรียนรู้
         ุ
       5.1 วัสดุอปกรณ์
                    ุ
                 - ปลาหางนกยูง
                 - สัตว์น้ าขนาดเล็กชนิดต่างๆ
                 - อ่างแก้วหรื อขวดโหลใส
       5.2 สื่ อ และแหล่งการเรียนรู้
                 - ห้องสมุด
                 - ใบความรู ้
                                            ิ
                 - แผนภาพแสดงวัฏจักรชีวตของกบ
                 - เพลง “กบ”
                 - บทเรี ยน Onweb (เว็บช่วยสอน) เรื่ อง สัตว์น่ารัก

                 ่
6. ข้ อเสนอแนะเพิมเติม
                          แผนการจัดการเรี ยนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์                            ช่ วงชั้นที่ 2 (ชั้ นประถมศึกษาปี ที่ 4)
                                          ิ
หน่ วยการเรียนรู้ ที่ 5 เรื่ อง การดารงชีวตของสัตว์                          เวลารวม 30 ชั่วโมง
                                       ิ
แผนการเรียนรู้ ที่ 6 เรื่ อง วัฏจักรชีวตของผีเสื้ อ (1)                               เวลา 2 ชั่วโมง
              สอนวันที่           เดือน                           พ.ศ.            .

                                             ิ
มาตรฐาน ว 1.1 : เข้าใจหน่วยพื้นฐานของชีวต ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง
                      และหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสิ่ งมีชีวตที่ทางานสัมพันธ์กน
                                                           ิ                   ั
                      มีกระบวนการสื บเสาะหาความรู ้ สื่ อสารสิ่ งที่เรี ยนรู ้
                                                     ิ
                      และนาความรู ้ไปใช้ในการดารงชีวตของตนเอง และดูแลสิ่ งมีชีวต ิ
สาระสาคัญ
      ผีเสื้ อ เป็ นสัตว์จาพวกแมลง มีหลายพันธุ์ และมีรูปร่ างที่แตกต่างกัน

                  ี่
1. ผลการเรียนรู้ ทคาดหวัง
                                    ิ
      1) เขียนแผนภาพแสดงวัฏจักรชีวตของสัตว์ที่เลือกศึกษาตามความสนใจ
      2) สารวจชนิดของสัตว์ในท้องถิ่น
และอธิบายการเปลี่ยนแปลงรู ปร่ างในขณะเจริ ญเติบโต
       -                                 ิ
             เขียนแผนภาพแสดงวัฏจักรชีวตของผีเสื้ อได้
       -     อธิบายลักษณะการเปลี่ยนแปลงรู ปร่ างในช่วงการเจริ ญเติบโตของผีเสื้ อไหมได้

2. สาระหลัก
       ผีเสื้ อ เป็ นแมลงชนิดหนึ่ง ที่มีการเปลี่ยนแปลงรู ปร่ างขณะเจริ ญเติบโต
จากไข่จนเป็ นตัวเต็มวัย 4 ขั้น คือ
 -               ไข่
 -               หนอนไหม
 -               ดักแด้
 -               ตัวเต็มวัย
3. กระบวนการจัดการเรียนรู้
         3.1 ขั้นปลุกเร้ าความสนใจ
              3.1.1 นักเรี ยนร้องเพลง “ผีเสื้ อ และดอกไม้”
                                                                               ั
              3.1.2 นักเรี ยนดูรูปสวนดอกไม้ ที่มีผเี สื้ อบินตอมแล้วให้นกเรี ยนตอบคาถาม
                        1) ที่เห็นเป็ นสัตว์ชนิดใด ชื่ออะไร
                        2) นักเรี ยนทราบหรื อไม่วา    ่
                                                            ั             ่
                           ก่อนที่ผเี สื้ อจะเป็ นเหมือนที่นกเรี ยนเห็นอยูในรู ปผีเสื้ อเคยเปลี่ยนรู ปร่ า
                           งมาหลายแบบ เช่นอะไรบ้าง
         3.2 ขั้นสารวจ และแสวงหาคาตอบ
              3.2.1 นักเรี ยนแบ่งกลุ่มศึกษาเนื้อหาจากใบความรู ้ และบทเรี ยน Onweb
(เว็บช่วยสอน) เรื่ องสัตว์น่ารัก หน้า 5 การเปลี่ยนแปลงรู ปร่ างของสัตว์ในขณะเจริ ญเติบโต
                      ิ
ในหัวข้อ “วงจรชีวตของผีเสื้ อ”
         3.3 ขั้นอธิบาย และลงข้ อสรุ ป
              3.3.1 นักเรี ยนร่ วมกันอภิปราย ขยายความคิดหลังจากศึกษาบทเรี ยน ฯ จบแล้ว
              3.3.2 แต่ละกลุ่มร่ วมกันเขียนแผนภาพแสดงวัฏจักรชีวตของผีเสื้ อ ิ
พร้อมทั้งตกแต่งให้สวยงาม
              3.3.3 ให้แต่ละกลุ่มนาผลงานปัดแสดงที่ป้ายนิเทศ แล้วแลกเปลี่ยนเรี ยนรู ้ซ่ ึ งกัน
และกัน
         3.4 ขั้นขยายความรู้ /มโนทัศน์
                                                                        ิ
              นานักเรี ยนออกไปศึกษานอกสถานที่ สารวจวงจรชีวตของผีเสื้ อ ในแต่ละขั้นตอน
เพื่อให้เห็นของจริ ง และเกิดการเรี ยนรู ้อย่างคงทนถาวร
         3.5 ขั้นประเมิน
              นักเรี ยนอภิปรายลักษณะการเปลี่ยนแปลงรู ปร่ างในช่วงการเจริ ญเติบโต หรื อ
            ิ
วัฏจักร ชีวตของผีเสื้ อไหมได้

4. การวัดผล ประเมินผล
      4.1 วิธีการ
           4.1.1 สังเกต
                   - พิจารณาจากการอภิปราย และการสรุ ป
                   - พิจารณาจากการตอบคาถาม
                   - พิจารณาจากการรายงาน การระดมความคิด
                   - กระบวนการทางานกลุ่ม
           4.1.2 ตรวจสอบ
                   - ตรวจผลงาน
       4.2 เครื่องมือวัด และประเมินผล
           แบบบันทึกการสังเกต
       4.3 เกณฑ์ การวัด และประเมินผล
           ถือเกณฑ์การผ่านร้อยละ 60

5. วัสดุอปกรณ์ สื่ อ และแหล่งการเรียนรู้
         ุ
       5.1 วัสดุอปกรณ์
                    ุ
       5.2 สื่ อ และแหล่งการเรียนรู้
                 - กระดาษ A4
                 - สี ไม้
                 - ใบความรู ้
                 - บทเรี ยน Onweb (เว็บช่วยสอน) เรื่ องสัตว์น่ารัก
                 - รู ปภาพผีเสื้ อ/รู ปดอกไม้

                 ่
6. ข้ อเสนอแนะเพิมเติม
                                          ใบความรู้
                                                    ิ
                                      เรื่อง วงจรชีวตของผีเสื้อ
                                                      ผีเสื้ อมีการเจริ ญเติบโตที่มีการเปลี่ยนแปลงรู ปร่ า
                                            งแบบสมบูรณ ์์
                                            ในแต่ล่ะขั้นของการเจริ ญเติบโตจะมีรูปร่ างแตกต่างกัน
                                            เช่นเดียวกับ ผึ้ง ยุง หรื อแมลงวัน
                                            ไข่
                                                    หลังจากที่ผเี สื้ อได้รับการผสมพันธุ์แล้ว
                                            ผีเสื้ อเพศเมียจะบินออกหาต้นพืชที่เหมาะสมเป็ นอาหาร
ของตัวหนอนที่จะฟักออกมา แต่ หนอนของผีเสื้ อแต่ละชนิดจะกินใบพืชชนิดที่แตกต่างกันไป
                                              ็
ผีเสื้ อส่ วนใหญ่จะวางไข่ไว้ใต้ใบพืช แต่กมีผเี สื้ อบางชนิดที่วางไข่บนใบพืช
                                                                 ึ
ขณะที่ผเี สื้ อวางไข่จะขับสารเหนียวๆออกมาเพื่อให้ไข่ยดติดกับใบไม้ ไข่ของผีเสื้ อมีสี รู ปร่ าง
และขนาดที่แตกต่างกันไปตามวงศ์ ของผีเสื้ อ ซึ่งมีหลายแบบด้วยกัน ทั้งกลม แบน
หรื อสี่ เหลี่ยมผืนผ้า
หนอน
       หลังจากที่ผเี มื้อวางไข่ไว้แล้ว 5 – 10 วัน
หนอนก็จะใช้ปากเจาะเปลือกไข่ให้แตกออกและเริ่ มกินเปลือกไข่ของตัวเองเป็ นอาหารมื้อแรก
นักวิทยาศาสตร์บางท่านสันนิษฐานว่าเปลือกไข่อาจมีสารอาหารที่จาเป็ นต่อการเจริ ญเติบโตของ
หนอนผีเสื้ อ
หลังจากนั้นหนอนจะเริ่ มกินใบพืชเป็ นอาหารต่อไปหนอนของผีเสื้ อกลางคืนส่ วนใหญ่มีขนปก
คลุมทัวลาตัว
         ่
ในระยะที่เป็ นตัวหนอนนี้ค่อนข้างเสี่ ยงต่อการถูกนกหรื อสัตว์อื่นๆจับกินเป็ นอาหาร
หนอนบางชนิดจึงต้องพลางตัวให้กลมกลืนไปกับใบไม้ที่เกาะอยู่
บางชนิดมีต่อมกลิ่นที่สามารถปล่อยกลิ่นฉุนรุ นแรง ทาให้ศตรู ไม่กล้าเข้าใกล้
                                                                      ั
บางชนิดสามารถขยายส่ วนหัวให้พองโตได้เพื่อข่มขู่ศตรู            ั
                         ลักษณะของหนอนผีเสื้อ
                                                   ่ ้             ่ ้
                              ส่ วนหัวมีตาเดี่ยวอยูขางละ6ตามีปากอยูดานใต้
                         เป็ นลักษณะแบบปากกัดกิน ( chewing ) ถัดจากส่ วนหัวเป็ นปล้องอก 3
ปล้อง แต่ละปล้องมีขาที่มีปลายแหลม 1 คู่ ขาคู่อื่นๆในปล้องท้องเป็ นขาเทียม ( prolegs )์่
ส่ วนใหญ่จะมีขาเทียม 4 – 5 คู่เมื่อหนอนเจริ ญเติบโตได้ระยะหนึ่งก็จะลอกคราบ
เนื่องจากผิวหนังของหนอนจะไม่ขยายตัวตามการเจริ ญเติบโตของร่ างกาย
ตลอดช่วงของการเป็ นหนอนจะลอกคราบประมาณ 4 – 6 ครั้ง หลังจากลอกคราบครั้งสุ ดท้าย
ผิวด้านนอกของลาตัวจะแข็งตัวเป็ นเปลือกดักแด้เข้าสู่ ระยะของดักแด้ต่อไป
                                                                                ้
หนอนผีเสื้ อมีชื่อเรี ยกแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น เช่น ตัวแก้ว ตัวเขียวหวาน บุง ร่ าน เป็ นต้น

ดักแด้
       ระยะที่เป็ นดักแด้จะไม่มีการกินอาหารแต่อย่างใด
                      ่
ผีเสื้ อส่ วนใหญ่อยูในดักแด้ประมาณ 10 – 15 วัน
หากสภาพอุณหภูมิภายนอกไม่เหมาะสมอาจยืดเวลาออกไปอีก
                   ่                    ่
ระหว่างนี้เนื้อเยือของตัวหนอนที่อยูภายในดักแด้จะย่อยสลายเกือบหมด
เหลือเพียงตุ่มเล็กๆ คู่หนึ่งตุ่มนี้จะเจริ ญเติบโตขึ้นมาใหม่จนกลายเป็ นผีเสื้ อตัวเต็มไว
                                             ่ ี่ ่
                                ที่มีปีกพับยูยอยูภายในดักแด้

                              ตัวเต็มวัย
                                   หลังจากครบระยะแล้วผีเสื้ อจะใช้ขาดันให้เปลือกดักแด้แตกอ
                              อกและขยับตัวออกมา
                                                                                  ้
                              ขณะที่ผเี สื้ อออกจากดักแด้ใหม่ๆยังบินไม่ได้ในทันทีตองเกาะห้อย
                              ปี กลงด้านล่าง
                              เพื่อให้ปีกแห้งและกางออกเต็มที่จนมีความแข็งแรงพอจึงเริ่ มบินอ
อกหากิน
หนอนผีเสื้ อที่ขาดแคลนอาหารเมื่อเป็ นตัวเต็มไวอาจมีปีกที่พิการหรื อกางออกไม่สมบูรณ์ได้
ผีเสื้ อที่ออกจากดักแด้เป็ นตัวเต็มวัยที่สมบูรณ์
                        ั
พร้อมจะผสมพันธุ์ได้ทนทีและจะไม่มีการเจริ ญเติบโตหรื อ
เปลี่ยนแปลงรู ปร่ างอีกจนกระทังตาย
                              ่



                                    
                                     ใบงาน
                                                  ิ
                                 เรื่อง วัฏจักรชีวตของผีเสื้อ
              ั                   ิ
คาชี้แจง ให้นกเรี ยนศึกษาวงจรชีวตของผีเสื้ อจากใบความรู ้ หรื อ บทเรี ยน Onweb
         (เว็บช่วยสอน) เรื่ องสัตว์น่ารัก แล้วเขียน แผนภาพแสดงวัฏจักรชีวตของผีเสื้อ
                                                                           ิ
         พร้อมทั้งตกแต่งให้สวยงาม
                           แผนการจัดการเรี ยนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์                             ช่ วงชั้นที่ 2 (ชั้ นประถมศึกษาปี ที่ 4)
                                          ิ
หน่ วยการเรียนรู้ ที่ 5 เรื่ อง การดารงชีวตของสัตว์                               เวลารวม 30 ชั่วโมง
                                       ิ
แผนการเรียนรู้ ที่ 7 เรื่ อง วัฏจักรชีวตของผีเสื้ อ (2)                                เวลา 2 ชั่วโมง
           สอนวันที่               เดือน                           พ.ศ.            .

                                               ิ
มาตรฐาน ว 1.1 : เข้าใจหน่วยพื้นฐานของชีวต ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง
                   และหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสิ่ งมีชีวตที่ทางานสัมพันธ์กน
                                                              ิ                ั
                   มีกระบวนการสื บเสาะหาความรู ้ สื่ อสารสิ่ งที่เรี ยนรู ้
                                                        ิ
                   และนาความรู ้ไปใช้ในการดารงชีวตของตนเอง และดูแลสิ่ งมีชีวต      ิ
สาระสาคัญ
       วัฏจักรชีวตของผีเสื้ อมีหลายขั้นตอน บางขั้นตอนมีประโยชน์ต่อสิ่ งมีชีวตอื่น
                 ิ                                                               ิ
บางขั้นตอน ก็มีโทษ หรื อเป็ นอันตรายต่อสิ่ งมีชีวิตอื่น ซึ่งเป็ นไปตามธรรมชาติ

                  ี่
1. ผลการเรียนรู้ ทคาดหวัง
                                    ิ
      1) เขียนแผนภาพแสดงวัฎจักรชีวตของสัตว์ที่เลือกศึกษาตามความสนใจ
      2) สารวจชนิดของสัตว์ในท้องถิ่น
และอธิบายการเปลี่ยนแปลงรู ปร่ างในขณะเจริ ญเติบโต
                                                  ิ
       - บอกประโยชน์ และโทษที่เกิดจากวงจรชีวตของผีเสื้ อในระยะต่าง ๆ ได้

2. สาระหลัก
       ผีเสื้ อ เป็ นแมลงชนิดหนึ่ง ซึ่งมีประโยชน์ต่อการขยายพันธุ์พืช
ทาให้พืชดอกมีการผสมพันธุ์ได้ง่ายยิงขึ้น ผีเสื้ อไหม
                                       ่
สามารถนารังในระยะที่เป็ นดักแด้มาปั่นเป็ นเส้นท้าย แล้วทอเป็ นเสื้ อผ้าเครื่ องนุ่งห่มได้
ในขณะเดียวกัน ตัวอ่อนของผีเสื้ อในระยะที่เป็ นตัวหนอน จะกัดกินพืช
                        ั
สร้างความเสี ยหายให้กบพืชที่เราปลูกได้
 3. กระบวนการจัดการเรียนรู้
              3.1 ขั้นสร้ างความสนใจ
                       ครู นาใบไม้ที่มีรอยขาดวิ่น เนื่องจากถูกหนอนกัดกินมาให้นกเรี ยนดู                            ั
 แล้วซักถามว่า ทาไมใบไม้จึงมีลกษณะอย่างที่เห็น       ั
              นักเรี ยนอาจตอบแตกต่างกันหลายอย่าง ถ้ามีคาตอบของนักเรี ยนคนใดตอบว่า
                                            ็
 ถูกหนอนผีเสื้ อกัดกิน ครู กจะสนับสนุนเหตุผลดังกล่าวว่า เป็ นสาเหตุหนึ่งที่เป็ นไปได้”
              3.2 ขั้นสารวจ และแสวงหาคาตอบ
                       3.1.1
              ครู นานักเรี ยนออกไปศึกษาพฤติกรรมการดารงชีวิตของผีเสื้ อในขั้นตอนต่าง ๆ บันทึก
 และจาแนกการกระทาของผีเสื้ อในด้านที่เป็ นประโยชน์ และโทษต่อสิ่ งมีชีวิตอื่น ๆ
                       3.1.2 ร่ วมกันจัดทารายงานการศึกษาค้นคว้าส่ งครู
              3.3 ขั้นอธิบาย และลงข้ อสรุ ป
                       3.3.1 แต่ละกลุ่มส่ งตัวแทนออกไปรายงานหน้าชั้นเรี ยน
                       3.3.2 นักเรี ยนร่ วมกันอภิปราย เกี่ยวกับประโยชน์
 และโทษที่เกิดจากวัฏจักรชีวตของผีเสื้ อ         ิ
              3.4 ขั้นขยายความรู้ /มโนทัศน์
                       3.4.1 ร่ วมกันระดมความรู ้ หาคาตอบจากชุมชนว่า
                                              ิ
 มีแมลงอะไรบ้างที่มีวงจรชีวตเหมือนผีเสื้ อ หรื อตัวไหม
                       3.4.2 นักเรี ยนเขียนภาพแสดงวัฏจักรชีวิตของแมลงที่ตวเองพบ                              ั
 หรื อชอบในธรรมชาติมา 1 ชนิด
 และบันทึกลักษณะการเปลี่ยนแปลงขณะเจริ ญเติบโตลงตาราง
                                                                 ตารางบันทึกผล
ชื่อแมลง                                                                                ่
                                                                            การเปลียนแปลงขณะเจริญเติบโต
.......................................................................... ..........................................................................
......................................................................... ..........................................................................
.......................................................................... ..........................................................................
........................................................................... ..........................................................................
      3.5 ขั้นประเมิน
          3.5.1 นักเรี ยนบอกประโยชน์ของผีเสื้ อ
          3.5.2 นักเรี ยนบอกโทษของผีเสื้ อ

4. การวัดผล ประเมินผล
       4.1 วิธีการ
           4.1.1 สังเกต
                      - พิจารณาจากการอภิปราย แสดงความคิดเห็น
                      - พิจารณาจากการตอบคาถาม
                      - พิจารณาจากการรายงาน และการสรุ ปเรื่ อง
                      - กระบวนการกลุ่ม
           4.1.2 ตรวจสอบ
                      - ตรวจผลงาน (รายงานการศึกษาค้นคว้า)
       4.2 เครื่องมือวัด และประเมินผล
           แบบบันทึกการสังเกต
       4.3 เกณฑ์ การวัด และประเมินผล
           ถือเกณฑ์การผ่านร้อยละ 60
5. วัสดุอปกรณ์ สื่ อ และแหล่งการเรียนรู้
         ุ
       5.1 วัสดุอปกรณ์
                    ุ
                   - กระดาษ / สี ไม้
 -                    กล้องถ่ายภาพ
       5.2 สื่ อ และแหล่งการเรียนรู้
                   - ป่ า หรื อทุ่งหญ้าในชุมชน

                 ่
6. ข้ อเสนอแนะเพิมเติม
                                                                 ใบงาน
     ชื่อ........................................................สกุล......................................................เลขที.่ .....................

                                          ตารางบันทึกผล
                                   ิ           ั
                         วัฏจักรชีวตของแมลงที่ตวเองพบ หรื อชอบในธรรมชาติ

                      ชื่อแมลง                                                                      ่
                                                                                             การเปลียนแปลงขณะเจริญเติบโต
1.                                                                              1.
                                                                                2.
                                                                                3.
                                                                                4.
2.                                                                              1.
                                                                                2.
                                                                                3.
                                                                                4.




                                                                
                           แผนการจัดการเรี ยนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์                         ช่ วงชั้นที่ 2 (ชั้ นประถมศึกษาปี ที่ 4)
                                          ิ
หน่ วยการเรียนรู้ ที่ 5 เรื่ อง การดารงชีวตของสัตว์                           เวลารวม 30 ชั่วโมง
แผนการเรียนรู้ ที่ 8 เรื่ อง สัตว์ที่มีในท้องถิ่น                                  เวลา 2 ชั่วโมง
               สอนวันที่           เดือน                       พ.ศ.            .

                                               ิ
มาตรฐาน ว 1.1 : เข้าใจหน่วยพื้นฐานของชีวต ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง
                       และหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสิ่ งมีชีวตที่ทางานสัมพันธ์กน
                                                            ิ                   ั
                       มีกระบวนการสื บเสาะหาความรู ้ สื่ อสารสิ่ งที่เรี ยนรู ้
                                                       ิ
                       และนาความรู ้ไปใช้ในการดารงชีวตของตนเอง และดูแลสิ่ งมีชีวต ิ
สาระสาคัญ
      -
                    ี่
1. ผลการเรียนรู้ ทคาดหวัง
      1) สารวจชนิดของสัตว์ในท้องถิ่น
และอธิบายการเปลี่ยนแปลงรู ปร่ างในขณะเจริ ญเติบโต
              - ระบุชื่อ และชนิดของสัตว์ที่มีในท้องถิ่นได้
              - บอกความเป็ นอยู่ ความเจริ ญเติบโต วงจรชีวตของสัตว์ในท้องถิ่นได้
                                                              ิ
      คุณลักษณะอันพึงประสงค์ :
               ั
      1) รู ้จกอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่ งแวดล้อม
      2) รู ้จกเสี ยสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม
                 ั
                                         ั
      คุณลักษณะอันพึงประสงค์ : รู ้จกอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่ งแวดล้อม

2. สาระหลัก
         ในท้องถิ่นของเรามีสัตว์มากมายหลากหลายชนิด มีรูปร่ างลักษณะที่หลากหลาย
                                                                  ิ
จึงเรี ยกชื่อต่างกัน สัตว์ในท้องถิ่นมีความจาเป็ นกับวิถีการดารงชีวตของคนในท้องถิ่น
รวมทั้งยังเป็ นปัจจัยที่บอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติในแต่ละท้องถิ่นด้วย
3. กระบวนการจัดการเรียนรู้
         3.1 ขั้นปลุกเร้ าความสนใจ
                  3.1.1 นักเรี ยนอ่านบทร้อยกรอง “สัตว์เลี้ยงของฉัน”
                  3.1.2 ให้นกเรี ยนเล่าเหตุการณ์ขณะเดินทางมาโรงเรี ยนวันนี้วา
                               ั                                               ่
ใครพบเห็นสัตว์ชนิดใดระหว่างทางหรื อไม่ อะไรบ้าง โดยครู เขียนชื่อสัตว์น้ น ๆ      ั
ลงบนกระดานดา ให้นกเรี ยนอ่าน และสังเกตการเขียนสะกดชื่อสัตว์ เพื่อให้นกเรี ยนที่อ่าน
                          ั                                                        ั
หรื อเขียนสะกดไม่คล่องได้ฝึกไปด้วย
                             ั
                  3.1.3 ครู ซกถามนักเรี ยนว่า
                      ั
นอกจากสัตว์ที่นกเรี ยนพบเห็นในวันนี้มีสัตว์ชนิดอื่นในท้องถิ่นของนักเรี ยนอีกหรื อไม่
                    ั
อะไรบ้าง ให้นกเรี ยนยกตัวอย่างมาให้มากที่สุด
         3.2 ขั้นสารวจ และแสวงหาคาตอบ
                  3.2.1 ครู นานักเรี ยนออกไปศึกษานอกสถานที่บริ เวณใกล้ ๆ โรงเรี ยน
เพื่อสารวจสัตว์ในท้องถิ่นเพิ่มเติม
                  3.2.2 ครู และนักเรี ยนร่ วมกันอภิปราย และแสดงความคิดเห็นว่า
ทาไมเราจึงเห็นสัตว์ต่าง ๆ มากขึ้น ซึ่งควรจะสรุ ปได้วา      ่
         สัตว์ในท้องถิ่นมีจานวนมากกว่าที่เราเห็น เพราะเราไม่ได้สังเกตอย่างละเอียด
สัตว์บางชนิดมีการซ่อนตัวเพื่อความปลอดภัย
                  3.2.3
              ั
         ให้นกเรี ยนนารายชื่อสัตว์ที่พบเห็นทั้งหมดจากการออกไปศึกษานอกสถานที่
และสัตว์ที่นกเรี ยนช่วยกันยกตัวอย่างมาเขียน โดยจาแนกเป็ นกลุ่ม ๆ
                ั
ตามเกณฑ์ที่ตนเองกาหนด
         3.3 ขั้นอธิบาย และลงข้ อสรุ ป
                  3.3.1 ให้นกเรี ยนแต่ละกลุ่ม ออกมานาเสนอการจาแนกสัตว์ตามข้อ 3.2.3
                                 ั
                  3.3.2 นักเรี ยนร่ วมกันอภิปรายสรุ ปเกี่ยวกับจานวนของสัตว์ที่มีในท้องถิ่น
ว่ามีจานวนมากหรื อน้อยเพียงใด เหตุใดจึงคิดเช่นนั้น
                  3.3.3 นักเรี ยนสรุ ปบทเรี ยนร่ วมกันว่า ในแต่ละท้องถิ่นมีสัตว์หลายชนิด
แตกต่างกัน ถ้าสัตว์ชนิดใดถูกทาลายมาก สัตว์ชนิดนั้น ๆ ก็อาจหมดไปจากทองถิ่นของเราได้
        3.4 ขั้นขยายความรู้ /มโนทัศน์
            3.4.1 ให้นกเรี ยนดูวดิทศน์เกี่ยวกับสัตว์ และบทเรี ยน Onweb
                           ั        ี ั
                               ิ
(เว็บช่วยสอน)เรื่ อง วัฏจักรชีวตของสัตว์ที่สนใจ (ปลาดุก) เพื่อให้ทราบถึงลักษณะ ธรรมชาติ
และการดารงชีวตของสัตว์ต่าง ๆ อย่างหลากหลาย
                ิ
        3.5 ขั้นประเมิน
                                                              ่
            นักเรี ยนสามารถระบุชื่อ และชนิดของสัตว์ที่มีอยูในท้องถิ่นของตนเอง
จากการศึกษา สารวจ สังเกต การอภิปราย และการดูวดีทศน์  ี ั
                   ั
            ครู ต้ งประเด็นคาถามว่า ถ้านักเรี ยนพบสัตว์ป่าที่หายก
และนามาเป็ นอาหารได้พลัดหลงเข้ามาในท้องถิ่น นักเรี ยนจะทาอย่างไร ซึ่งควรจะสรุ ปได้วา่
ไม่ควรจับมาเป็ นอาหาร เพราะเป็ นสัตว์หายาก
                       ั
คนเราต้องไม่เป็ นแก่ตวถึงขนาดทาให้สัตว์อื่นสู ญพันธุ์ไป
                                            ้
และตักเตือนนักเรี ยนที่เคยล่าสัตว์เล็กสัตว์นอยให้หยุดการกระทา เพื่อความสมดุลของโลกเรา

4. การวัดผล ประเมินผล
      4.1 วิธีการ
           4.1.1 สังเกต
                  - พิจารณาจากการอภิปราย และแสดงความคิดเห็น
                  - พิจารณาจากการตอบคาถาม
                  - พิจารณาจากการรายงาน และการสรุ ปข้อมูล
           4.1.2 ตรวจสอบ
                  - ตรวจผลงาน
      4.2 เครื่องมือวัด และประเมินผล
           4.2.1 บันทึกการสังเกต
           4.2.2 ใบงาน
      4.3 เกณฑ์ การวัด และประเมินผล
           ถือเกณฑ์การผ่านร้อยละ 60
5. วัสดุอปกรณ์ สื่ อ และแหล่งการเรียนรู้
         ุ
       5.1 วัสดุอปกรณ์
                    ุ
                 - เครื่ องเล่น VCD
       5.2 สื่ อ และแหล่งการเรียนรู้
                 - แผ่น CD วีดิทศน์เกี่ยวกับสัตว์
                                  ั
                 - บทเรี ยน Onweb (เว็บช่วยสอน) เรื่ อง สัตว์น่ารัก
                 - ใบงาน
                 - บริ เวณโรงเรี ยน/ชุมชน/ท้องถิ่น

                 ่
6. ข้ อเสนอแนะเพิมเติม
                                                               ใบงานที่ 1
        ชื่อ........................................................สกุล......................................................เลขที.่ .....................
คาชี้แจง ให้นกเรี ยนดูภาพสัตว์ที่กาหนดให้ แล้วเขียนบรรยายอย่างสั้น ๆ เกี่ยวกับธรรมชาติ
                  ั
                                ิ
         การดารงชีวต ลงในช่องว่างข้างภาพสัตว์น้ น                                         ั
                                                              ใบงานที่ 2
         ชื่อ........................................................สกุล......................................................เลขที.่ .....................
             ั
คาชี้แจง ให้นกเรี ยนสารวจสัตว์ในท้องถิ่นให้เขียนรายละเอียดลงในตาราง

                                                                                               ิ
                                                                                     การดารงชีวต
    ชื่อสั ตว์
                                      อาหาร                                  ที่อยู่         การสื บพันธุ์                                  ลักษณะโครงร่ าง
   ควาย
   ปลา
   หมู
   แมว
   ม้า


                                                                    
                                                                    ใบงาน
        ชื่อ........................................................สกุล......................................................เลขที.่ .....................

             ั
คาชี้แจง ให้นกเรี ยนเขียนเรี ยงความ เรื่อง “สั ตว์ เลียงของฉัน” พร้อมวาดภาพระบายสี
                                                      ้
          ประกอบด้วย




                                                                   
                         แผนการจัดการเรี ยนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์                           ช่ วงชั้นที่ 2 (ชั้ นประถมศึกษาปี ที่ 4)
                                          ิ
หน่ วยการเรียนรู้ ที่ 5 เรื่ อง การดารงชีวตของสัตว์                             เวลารวม 30 ชั่วโมง
                                                         ิ
แผนการเรียนรู้ ที่ 9 เรื่ อง ปัจจัยที่จาเป็ นในการดารงชีวตของสัตว์ในท้องถิ่น         เวลา 2 ชั่วโมง
           สอนวันที่               เดือน                          พ.ศ.           .

                                            ิ
มาตรฐาน ว 1.1 : เข้าใจหน่วยพื้นฐานของชีวต ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง
                    และหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสิ่ งมีชีวตที่ทางานสัมพันธ์กน
                                                         ิ                   ั
                    มีกระบวนการสื บเสาะหาความรู ้ สื่ อสารสิ่ งที่เรี ยนรู ้
                                                    ิ
                    และนาความรู ้ไปใช้ในการดารงชีวตของตนเอง และดูแลสิ่ งมีชีวต ิ
สาระสาคัญ
                                                                ่
        สัตว์แต่ละชนิดในท้องถิ่น ต้องการแหล่งอาหาร และที่อยูอาศัย ถ้าขาดปัจจัยดังกล่าว
      ็                                   ่
สัตว์กอาจลดจานวนลงเนื่องจากการย้ายไปอยูที่อื่น หรื อตายไป

                  ี่
1. ผลการเรียนรู้ ทคาดหวัง
      1) สารวจชนิดของสัตว์ในท้องถิ่น
และอธิบายการเปลี่ยนแปลงรู ปร่ างในขณะเจริ ญเติบโต
      2) เสนอแนะแนวทางอนุรักษ์สัตว์ในท้องถิ่น
                                           ิ
         - บอกปัจจัยที่จาเป็ นในการดารงชีวตของสัตว์ในท้องถิ่น ได้

2. สาระหลัก
                                    ิ
        สัตว์ในท้องถิ่นมีการดารงชีวตที่หลากหลาย
                                  ิ                                          ่
แต่มีปัจจัยที่จาเป็ นต่อการดารงชีวตเช่นเดียวกันคือ อาหาร น้ า อากาศ และที่อยูอาศัย

3. กระบวนการจัดการเรียนรู้
      3.1 ขั้นสร้ างความสนใจ
                    3.1.1 ครู สนทนาซักถามนักเรี ยนเกี่ยวกับปัจจัย
                                        ิ           ่
หรื อสิ่ งจาเป็ นสาหรับการดารงชีวตของมนุษย์วามีอะไรบ้าง
                      ้
และสิ่ งที่สัตว์ตองการเหมือนกับมนุษย์ในข้อใดบ้าง
                                ั
                    3.1.2 ให้นกเรี ยนบอกชื่อสัตว์ในท้องถิ่นที่ได้จากการสารวจเมื่อครั้งที่แล้ว
เป็ นการทบทวนความจา
          3.2 ขั้นสารวจ และแสวงหาคาตอบ
                    3.2.1 นักเรี ยนทาการศึกษาค้นคว้าเรื่ อง
                  ิ
“การดารงชีวตของ............(สัตว์ที่มีในท้องถิ่น)” จากแหล่งการเรี ยนรู ้ในท้องถิ่น
                                                            ้
ภูมิปัญญาท้องถิ่น สถานประกอบการ หรื อเกษตรกรผูรู้ในชุมชนของนักเรี ยน
และจดบันทึกการสารวจ การสื บค้นข้อมูลที่ได้อย่างละเอียด
                    3.2.2 แต่ละกลุ่มร่ วมกันสรุ ป และจัดทารายงาน
          3.3 ขั้นอธิบาย และลงข้ อสรุ ป
                    3.3.1 จากผลการสารวจ และสื บค้นข้อมูล
                              ่
ให้แต่ละกลุ่มวิเคราะห์วาสัตว์ที่ศึกษาต้องการปัจจัยอะไรบ้าง
และควรดาเนินการอย่างไรเพื่อให้สัตว์ได้รับปั จจัยเหล่านั้น เช่น
          ่
ปัจจัยทีจาเป็ นสาหรับสุ กร
          1) อากาศ วิธีดาเนินการ สร้างโรงเรื อนให้มีอากาศปลอดโปร่ ง ถ่ายเทได้สะดวก
          2) อาหาร วิธีดาเนินการ จัดหาอาหารที่มีคุณค่า และสุ กรชอบให้สุกรกินจนอิ่ม
          3) น้ า           วิธีดาเนินการ จัดหาน้ าสะอาดให้สุกรดื่มอย่างเพียงพอ
                        ่                                            ่
          4) ที่อยูอาศัย วิธีดาเนินการ สร้างโรงเรี ยนให้สุกรอยูอย่างสบาย และปลอดภัย
                    3.3.2 ตัวแทนกลุ่มออกมานาเสนอผลการวิเคราะห์หน้าชั้นเรี ยน
          3.4 ขั้นขยายความรู้ /มโนทัศน์
          ให้นกเรี ยนดูวดิทศน์เกี่ยวกับสัตว์ เพื่อให้มีความรู ้เกี่ยวกับการดารงชีวตของสัตว์ต่าง ๆ
                ั          ี ั                                                    ิ
อย่างหลากหลายมากขึ้น
          3.5 ขั้นประเมิน
          นักเรี ยนบอกชื่อสัตว์ชนิดต่างๆ ที่มีในท้องถิ่น
                                             ิ
และอธิบายปัจจัยที่จาเป็ นในการดารงชีวตของสัตว์ที่มีในท้องถิ่นได้
4. การวัดผล ประเมินผล
      4.1 วิธีการ
           4.1.1 สังเกต
                  - พิจารณาจากการอภิปราย และแสดงความคิดเห็น
                  - พิจารณาจากการตอบคาถาม
                  - พิจารณาจากการรายงาน และการสรุ ปข้อมูล
                  - กระบวนการทางานกลุ่ม
           4.1.2 ตรวจสอบ
                  - ตรวจผลงาน
      4.2 เครื่องมือวัด และประเมินผล
           แบบสังเกตการสังเกต
      4.3 เกณฑ์ การวัด และประเมินผล
           ถือเกณฑ์การผ่านร้อยละ 60

5. วัสดุอปกรณ์ สื่ อ และแหล่งการเรียนรู้
         ุ
       5.1 วัสดุอปกรณ์
                    ุ
                 - เครื่ องเล่น VCD
       5.2 สื่ อ และแหล่งการเรียนรู้
                 - ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ในท้องถิ่น
                                   ้
                 - วิทยากร หรื อผูรู้ในท้องถิ่น
                 - แผ่น CD วีดีทศน์เกี่ยวกับสัตว์
                                     ั

                 ่
6. ข้ อเสนอแนะเพิมเติม
                          แผนการจัดการเรี ยนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์                         ช่ วงชั้นที่ 2 (ชั้ นประถมศึกษาปี ที่ 4)
                                          ิ
หน่ วยการเรียนรู้ ที่ 5 เรื่ อง การดารงชีวตของสัตว์                           เวลารวม 30 ชั่วโมง
แผนการเรียนรู้ ที่ 10 เรื่ อง ประโยชน์ และโทษของสัตว์ (เน้นสัตว์ในท้องถิ่น) เวลา 1 ชั่วโมง
              สอนวันที่          เดือน                         พ.ศ.            .

                                           ิ
มาตรฐาน ว 1.1 : เข้าใจหน่วยพื้นฐานของชีวต ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง
                  และหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสิ่ งมีชีวตที่ทางานสัมพันธ์กน
                                                        ิ                  ั
                  มีกระบวนการสื บเสาะหาความรู ้ สื่ อสารสิ่ งที่เรี ยนรู ้
                                                   ิ
                  และนาความรู ้ไปใช้ในการดารงชีวตของตนเอง และดูแลสิ่ งมีชีวต ิ
สาระสาคัญ
                          ่
      สัตว์ในท้องถิ่นมีอยูมากมาย บางชนิดมีประโยชน์ต่อมนุษย์ในด้านต่าง ๆ
             ั
แต่บางชนิดมีอนตราย เราควรหลีกเลี่ยงมิให้สัตว์เหล่านั้นทาร้าย

                  ี่
1. ผลการเรียนรู้ ทคาดหวัง
      1) สารวจชนิดของสัตว์ในท้องถิ่น
         และอธิบายการเปลี่ยนแปลงรู ปร่ างในขณะเจริ ญเติบโต - บอกประโยชน์
         และโทษของสัตว์ในท้องถิ่นที่มีต่อมนุษย์ได้

2. แนวความคิดหลัก
                                                    ั
      สัตว์ในท้องถิ่นมีมากมายหลากหลายชนิด ซึ่งให้ท้ งประโยชน์ และโทษต่อมนุษย์

3. กระบวนการจัดการเรียนรู้
      3.1 ขั้นสร้ างความสนใจ
           3.1.1 นักเรี ยนอ่านบทร้อยกรอง “ประโยชน์ และโทษของสัตว์”
           3.1.2 นักเรี ยนดูภาพสัตว์ที่มีพิษ และไม่มีพิษ แล้วสนทนา อภิปราย
                           ั
ซักถามแลกเปลี่ยนเรี ยนรู ้กบเพื่อน และครู แล้วหาความหมายเพื่อสรุ ปเรื่ องที่กาหนด
      3.2 ขั้นสารวจ และแสวงหาคาตอบ
            3.2.1 นักเรี ยนแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม
            3.2.2 นักเรี ยนสังเกตสัตว์จากภาพ แล้วแยกแยะให้เห็นคุณ
และเห็นโทษของสัตว์เหล่านั้น
            3.2.3 นักเรี ยนแต่ละกลุ่มสารวจข้อมูลเรื่ อง “ประโยชน์
และโทษของสัตว์ที่มีต่อมนุษย์” โดยศึกษาจากใบความรู ้ ผูมีความรู ้ใกล้ตว
                                                        ้            ั
             ้
หรื อปราชญ์ทองถิ่นแล้วจดบันทึกเพื่อทารายงาน
            3.2.4 แต่ละกลุ่มเขียนรายงานพร้อมทา Mind Mapping ประกอบรายงาน
                   ตัวอย่ าง Mind Mapping ประกอบรายงาน

                      ประโยชน์               แมว                โทษ

        3.3 ขั้นอธิบาย และลงข้ อสรุ ป
              3.3.1 แต่ละกลุ่มส่ งตัวแทนออกมารายงานหน้าชั้นเรี ยนตาม Mind Mapping
ของกลุ่ม
              3.3.2 แต่ละคนวาดภาพ และเขียนรายงานตาม Mind Mapping
ของกลุ่มตนด้วยสานวนภาษาของตนเอง และบอกชื่อ รวมทั้งยกตัวอย่างสัตว์ที่มีประโยชน์
และสัตว์ที่ให้โทษต่อมนุษย์
              3.3.3 นักเรี ยนร่ วมกันสรุ ปบทเรี ยน
ครู ช่วยสรุ ปโดยการสอบถามความเข้าใจเป็ นรายบุคคล
              3.3.4 นักเรี ยนทาแบบทดสอบหลังเรี ยน
        3.4 ขั้นขยายความรู้ /มโนทัศน์
              3.4.1 แต่ละคนทาใบงาน เป็ นการบ้าน
              3.4.2 นักเรี ยนนา Mind Mapping ของแต่ละกลุ่มไปขยาย และตกแต่งให้สวยงาม
จัดบอร์ด แสดงผลงานที่หน้าชั้นเรี ยน เพื่อเป็ นการแลกเปลี่ยนเรี ยนรู ้เนื้อหากับห้องอื่น
และชั้นเรี ยนอื่น
        3.5 ขั้นประเมิน
             3.5.1 นักเรี ยนตั้งคาถาม และตอบคาถามกันเองอย่างกว้างขวาง
และครู คอยถามนาเพื่อประเมินไปในตัว
             3.5.2 นักเรี ยนมีส่วนร่ วมในการอภิปราย และศึกษาเนื้อหาเพื่อบอกประโยชน์
และโทษของสัตว์ที่มีต่อมนุษย์ได้
และมีส่วนร่ วมในการเผยแพร่ ความรู ้ที่ได้ไปสู่ ภายนอกห้องเรี ยน และนาไปใช้ได้จริ ง

4. การวัดผล ประเมินผล
      4.1 วิธีการ
           4.1.1 สังเกต
                  - พิจารณาจากการอภิปราย การสารวจ
                  - พิจารณาจากการตอบคาถาม
                  - การวางแผนการสารวจ
                  - พิจารณาจากการรายงาน การระดมความคิด
                  - การสรุ ปข้อมูล การนาเสนอ
                  - กระบวนการกลุ่ม การมีส่วนร่ วม
                  - การอ่านบทร้อยกรอง
           4.1.2 ตรวจสอบ
                  - ตรวจการทาแบบทดสอบ
                  - ตรวจการทาใบงาน
                  - การจดบันทึก
      4.2 เครื่องมือวัด และประเมินผล
           4.2.1 แบบทดสอบ
           4.2.2 แบบบันทึกการสังเกต
           4.2.3 ใบงาน
      4.3 เกณฑ์ การวัด และประเมินผล
           ถือเกณฑ์การผ่านร้อยละ 60
5. วัสดุอปกรณ์ สื่ อ และแหล่งการเรียนรู้
         ุ
       5.1 วัสดุอปกรณ์
                    ุ
       5.2 สื่ อ และแหล่งการเรียนรู้
                 - ภาพสัตว์ต่างๆ ในท้องถิ่นที่มีท้ งประโยชน์ และโทษ
                                                   ั
                 - แบบทดสอบก่อนเรี ยน และหลังเรี ยน
                 - Mind Mapping
                 - หนังสื ออ่านประกอบ
                 - ใบงาน
                 - ใบความรู ้
                 - ห้องสมุด
                 - บทร้อยกรอง

                 ่
6. ข้ อเสนอแนะเพิมเติม
                                     ใบความรู้
                             เรื่อง “ประโยชน์ และโทษของสั ตว์ ”
ประโยชน์ ของสั ตว์
       1.   ใช้เป็ นอาหารประเภท เนื้อ นม ไข่
       2.   ใช้ส่วนต่างๆ ทาของใช้ เครื่ องใช้ต่าง ๆ ได้แก่ ส่ วนกระดูก เขา งา และหนัง
       3.   ใช้ช่วยผ่อนแรงคนในการทางาน
       4.   เป็ นเพื่อนแก้เหงาให้ความเพลิดเพลิน
       5.   ช่วยทาลายศัตรู พืช เช่น แมงเต่าทองกินตัวเพลี้ย
       6.   ทาปุ๋ ย เช่น ปุ๋ ยคอกที่ได้จากมูลสัตว์

โทษของสั ตว์
       1. ทาความเสี ยหายให้แก่พืชผล เช่น ค้างคาว นกกินผลไม้ เพลี้ย ตัวแก้ว ตักแตน
                                                                             ๊
หอยทาก พวกนี้จะกินใบ และยอดอ่อน
       2. เป็ นอันตรายต่อมนุษย์โดยตรง ได้แก่ สัตว์ดุร้ายขนาดใหญ่ เช่น เสื อ
สัตว์บางชนิดก่อความราคาญ และเป็ นพาหนะนาโรค เช่น ยุง แมงวัน แมลงสาบ
สัตว์บางชนิดต่อยให้เจ็บป่ วย เช่น แมงป่ อง ตะขาบ เป็ นต้น

                                       
                   บทร้ อยกรอง
             เรื่อง “ประโยชน์ และโทษของสั ตว์ ”

                   ั
           สัตว์น้ นมีประโยชน์            แต่มีโทษได้บางครา
เลี้ยงดูระวังหนา                          อันตรายในสัตว์มี
               ั
           สุ นขเราเลี้ยงไว้              บ้าเมื่อไรก็ไม่ดี
แมวเราดูเข้าที                                      ั
                                          แต่ขนมีอนตราย
           แม้ควายเพื่อนแสนซื่อ            และวัวคือซื่อเหลือหลาย
อย่าไว้ใจมากมาย                           อาจชนเราเข้าสักวัน
           ช้างก็เพื่อนแสนดี                 ั ้
                                          ก็ยงมีชางตกมัน
เหยียบฆ่าเจ้าของนั้น                          ิ
                                          ได้ยนกันออกบ่อยไป
           ประโยชน์ของงูมี                กินหนูที่ในนาให้
แต่โทษอย่าบอกใคร                          กัดคนตายมาหลายคน
                         ่
           ดังนั้นจึงชี้วา                สัตว์นานาที่หลากล้น
ประโยชน์โสตถิผล                           และโทษมีฉะนี้แล
                                          สาลี รั กสุทธี ประพันธ์

                        
                          แผนการจัดการเรี ยนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์                               ช่ วงชั้นที่ 2 (ชั้ นประถมศึกษาปี ที่ 4)
                                          ิ
หน่ วยการเรียนรู้ ที่ 5 เรื่ อง การดารงชีวตของสัตว์                                 เวลารวม 30 ชั่วโมง
แผนการเรียนรู้ ที่ 11 เรื่ อง การอนุรักษ์สัตว์ในท้องถิ่น (1)                             เวลา 1 ชั่วโมง
              สอนวันที่          เดือน                               พ.ศ.            .

                                           ิ
มาตรฐาน ว 1.1 : เข้าใจหน่วยพื้นฐานของชีวต ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง
                   และหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสิ่ งมีชีวตที่ทางานสัมพันธ์กน
                                                        ิ                   ั
                   มีกระบวนการสื บเสาะหาความรู ้ สื่ อสารสิ่ งที่เรี ยนรู ้
                                                  ิ
                   และนาความรู ้ไปใช้ในการดารงชีวตของตนเอง และดูแลสิ่ งมีชีวต ิ
สาระสาคัญ
                                                          ั
       สัตว์ มีความสาคัญต่อมนุษย์ และสร้างความสมดุลให้กบธรรมชาติ การอนุรักษ์สัตว์
ทาให้สัตว์ไม่สูญพันธุ์ หรื อลดจานวนลง

                  ี่
1. ผลการเรียนรู้ ทคาดหวัง
      1) เสนอแนะแนวทางอนุรักษ์สัตว์ในท้องถิ่น
                                 ั
   คุณลักษณะอันพึงประสงค์ : รู ้จกอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่ งแวดล้อม

2. สาระหลัก
                           ่
      ประเทศไทยเป็ นที่อยูอาศัยของสัตว์หลากหลายชนิด บางชนิดสู ญพันธุ์ไปแล้ว เช่น
สมัน บางชนิดใกล้สูญพันธุ์ ดังนั้นเราควรช่วยกันดูแล
                                        ่
และอนุรักษ์สัตว์ในท้องถิ่นของเราให้คงอยูต่อไป

3. กระบวนการจัดการเรียนรู้
       3.1 ขั้นปลุกเร้ าความสนใจ
                          ั
           3.1.1 ให้นกเรี ยนดูภาพสัตว์ป่าบางชนิดที่สูญพันธุ์ไปแล้ว เช่น สมัน กูปรี
แล้วซักถามนักเรี ยนเกี่ยวกับชื่อของสัตว์ และรู ปร่ างของสัตว์ชนิดนั้น ๆ
และสอบถามว่าใครเคยพบเห็นตัวจริ งบ้าง
            3.1.2 นักเรี ยนร่ วมอภิปรายว่า และสรุ ปว่า “ในท้องถิ่นของเรา
ทาไมสัตว์บางชนิด จึงพบได้ยากมาก หรื อไม่เคยพบเห็นเลย”
        3.2 ขั้นสารวจ และแสวงหาคาตอบ
            3.2.1 ให้นกเรี ยนศึกษาเกี่ยวกับแนวทางอนุรักษ์สัตว์ จากบทเรี ยน Onweb
                          ั
(เว็บช่วยสอน) เรื่ อง “สัตว์น่ารัก” ( URL : http://school.obec.go.th/ science_wp )
โดยครู อธิบายวิธีการใช้บทเรี ยนพอสังเขป เพราะนักเรี ยนเคยใช้บทเรี ยนลักษณะนี้มาแล้ว

                                                       ั
            3.2.2 หลังจากศึกษาบทเรี ยนจบแล้ว ให้นกเรี ยนร่ วมกันอภิปราย
                                             ั
เพื่อขยายความเข้าใจ ครู เติมเต็มในส่ วนที่ยงไม่สมบูรณ์
            3.2.3 นักเรี ยนทาใบงาน แล้วนาเสนอหน้าชั้น และส่ งครู ตรวจ
        3.3 ขั้นอธิบาย และลงข้ อสรุ ป
                                           ั
            3.1.1 ครู นาภาพเดิมมาให้นกเรี ยนดูอีกครั้ง
พร้อมซักถามนักเรี ยนดังคาถามต่อไปนี้
                    1) ในท้องถิ่นของนักเรี ยนมีสัตว์เหล่านี้หรื อไม่
                    2) ทาไมนักเรี ยนจึงไม่เคยพบเห็นสัตว์เหล่านี้
                    3) เพราะเหตุใดเราจึงต้องอนุรักษ์สัตว์
                    4) เราจะช่วยกันอนุรักษ์สัตว์ในท้องถิ่นเพื่อไม่ให้สูญพันธ์ได้อย่างไร
        3.4 ขั้นขยายความรู้ /มโนทัศน์
                         ั
            3.4.1 ให้นกเรี ยนศึกษาใบความรู ้ เรื่ องการอนุรักษ์สัตว์ในท้องถิ่น
            3.4.2 ร่ วมกันอภิปราย และร่ วมกันคิดหรื อระดมความคิดว่า
จะหารู ปแบบการอนุรักษ์จากในท้องถิ่นได้อย่างไร
และเราควรเน้นสัตว์ชนิดใดบ้างเป็ นการเร่ งด่วน เพราะเหตุใด
        3.5 ขั้นประเมิน
            3.5.1 ตั้งคาถาม และตอบคาถามกันเองอย่างหลากหลาย
            3.5.2 ตอบคาถามที่ครู ถามนาเพื่อประเมินการเรี ยนรู ้ไปในตัว
            3.5.3 เสนอแนะรู ปแบบ
และแนวทางในการอนุรักษ์สัตว์ในท้องถิ่นจากการศึกษา และการอภิปรายในชั้นเรี ยน
และให้ทาใบงาน (รายคน)
4. การวัดผล ประเมินผล
      4.1 วิธีการ
           4.1.1 สังเกต
                  - พิจารณาจากการตอบคาถาม
                  - พิจารณาจากการอภิปราย และการสรุ ปเรื่ องที่อภิปราย
                  - พิจารณาจากการรายงาน
                  - กระบวนการทางานกลุ่ม
           4.1.2 ตรวจสอบ
                  - ตรวจผลงานตามใบงาน
      4.2 เครื่องมือวัด และประเมินผล
           แบบสังเกตบันทึกการสังเกต
      4.3 เกณฑ์ การวัด และประเมินผล
           ถือเกณฑ์การผ่านร้อยละ 60

5. วัสดุอปกรณ์ สื่ อ และแหล่งการเรียนรู้
         ุ
       5.1 อุปกรณ์
       5.2 สื่ อ และแหล่งการเรียนรู้
                 - ภาพสัตว์ที่หายาก หรื อสู ญพันธุ์ไปแล้ว
                 - บทเรี ยน Onweb (เว็บช่วยสอน) เรื่ อง สัตว์น่ารัก
                 - ใบงาน
                 - ใบความรู ้
                 - ภูมิปัญญาท้องถิ่น

                 ่
6. ข้ อเสนอแนะเพิมเติม
                                      ใบความรู้
                               เรื่อง การอนุรักษ์ สัตว์ ในท้ องถิ่น
                                    ่
           ในอดีตประเทศไทยไม่วาส่ วนใดของประเทศจะมีสัตว์ต่าง ๆ มากมาย
แม้ในท้องถิ่นของเราก็เคยมีสัตว์ต่างๆ มากมายเช่นกัน แต่ปัจจุบนนี้มีนอยมาก
                                                                    ั  ้
จะเหลืออยูเ่ ฉพาะสัตว์ที่คนนามาเลี้ยงไว้เท่านั้น และส่ วนใหญ่จะเลี้ยงไว้ใช้งาน ดูเล่น
และเป็ นอาหาร ส่ วนสัตว์ที่มีอยูเ่ องตามป่ าเขาหรื อธรรมชาติมีนอยมากหรื อแทบไม่มีเลย
                                                                  ้
                                      ้           ่
ทั้งนี้เป็ นเพราะมนุษย์น้ ีเองเป็ นผูบุกรุ กที่อยูอาศัยของมัน
                                                              ่
และนามันมาเป็ นอาหารหรื อทาลายเพียงเพื่อให้คนได้อยูอย่างสบายเท่านั้น
                    ็
ในที่สุดสัตว์กหมดป่ าไป
                          ้
           เพื่อเป็ นการคุมครอง อนุรักษ์สัตว์ป่ารัฐบาลจึงได้ออกกฎหมายต่างๆ
                                                           ้
เพื่อป้ องกันสัตว์ป่าตามพระราชบัญญัติสงวน และคุมครองสัตว์ป่า พ.ศ. 3535
ได้แบ่งสัตว์ป่าออกเป็ น 2 ประเภทคือ
           1. สั ตว์ ป่าสงวน ซึ่งสัตว์ป่าสงวนตามพระราชบัญญัติน้ ีมี 15 ชนิด คือ
นกเจ้าฟ้ าหญิง สิ รินธร แรด กระซู่ กูปรี ควายป่ า ละมัง สมัน เลียงผา กวางผา พะยูน
                                                                ่
นกแต้วแร้วท้องดา นกกระเรี ยน แมวลายหินอ่อน สมเสร็จ เก้งหม้อ
           2. สั ตว์ คุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติน้ ี แบ่งออกเป็ น 2 ประเภทคือ
                               ้
                 2.1 สัตว์ป่าคุมครองประเภทที่ 1 หมายถึง สัตว์ป่าซึ่งคนไม่ใช้เนื้อเป็ นอาหาร
และ ไม่ล่าเพื่อการกีฬา เป็ นสัตว์ที่ควรสงวนไว้ประดับความงามตามธรรมชาติ
หรื อสงวนไว้ไม่ให้ลดลง เช่น ชะมด ชะนี ลิง เ สื อปลา เสื อลายเมฆ เม่น นกกางเขน ไก่ฟ้า
                            ่
นกนางแอ่น นกยูง เหยียว นกแร้ง ทุกชนิด เป็ นต้น
                                 ้
                 2.2 สัตว์ป่าคุมครองประเภทที่ 2 หมายถึง
สัตว์ป่าซึ่งตามปกติคนใช้เนื้อเป็ นอาหารหรื อล่าเพื่อการศึกษา เช่น กระทิง หมีควาย เสื อโคร่ ง
เสื อดาว กวาง เก้ง นกเป็ ดน้ า เป็ นต้น
วิธีปฏิบัติในการสงวนพันธุ์สัตว์
        1. ไม่ล่าสัตว์หรื อจับสัตว์ในฤดูผสมพันธุ์
        2. ไม่ล่าสัตว์ตวเมียหรื อลูก
                       ั
                ั
        3. ไม่จบสัตว์โดยวิธีทารุ ณ
                        ่
4. จัดสถานที่ให้สัตว์อยูอาศัยตามธรรมชาติ
       ั                               ้
5. ปฏิบติตามพระราชบัญญัติสงวน และคุมครองสัตว์ป่า
                                    ใบงาน
    ชื่อ                            สกุล                              เลขที่       .

             ั
คาชี้แจง ให้นกเรี ยนบอกวิธีอนุรักษ์สัตว์ในท้องถิ่นที่ตนสนใจมา 5 ชนิด วาดภาพสัตว์
         ประกอบด้วย พร้อมทั้งตกแต่งระบายสี ให้สวยงาม

    ชื่อสั ตว์      ภาพ                             วิธีการอนุรักษ์
                          แผนการจัดการเรี ยนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์                               ช่ วงชั้นที่ 2 (ชั้ นประถมศึกษาปี ที่ 4)
                                          ิ
หน่ วยการเรียนรู้ ที่ 5 เรื่ อง การดารงชีวตของสัตว์                                 เวลารวม 30 ชั่วโมง
แผนการเรียนรู้ ที่ 12 เรื่ อง การอนุรักษ์สัตว์ในท้องถิ่น (2)                             เวลา 2 ชั่วโมง
              สอนวันที่          เดือน                               พ.ศ.            .

                                                ิ
มาตรฐาน ว 1.1 : เข้าใจหน่วยพื้นฐานของชีวต ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง
                    และหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสิ่ งมีชีวตที่ทางานสัมพันธ์กน
                                                         ิ                    ั
                    มีกระบวนการสื บเสาะหาความรู ้ สื่ อสารสิ่ งที่เรี ยนรู ้
                                                     ิ
                    และนาความรู ้ไปใช้ในการดารงชีวตของตนเอง และดูแลสิ่ งมีชีวต  ิ
สาระสาคัญ
               ั
         ปัจจุบน สัตว์ในท้องถิ่นต่าง ๆ ลดจานวนลงมาก
ซึ่งจะส่ งผลต่อความสมดุลของธรรมชาติ ดังนั้น
เราควรหาวิธีการอนุรักษ์เพื่อไม่ให้สัตว์เหล่านั้นลดจานวนลงอีก หรื อสู ญพันธุ์ไป

1. ผลการเรียนรู้ ที่
      1) เสนอแนะแนวทางอนุรักษ์สัตว์ในท้องถิ่น
                                       ั
         คุณลักษณะอันพึงประสงค์ : รู ้จกอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่ งแวดล้อม

2. สาระหลัก
                           ่
      ประเทศไทยเป็ นที่อยูอาศัยของสัตว์หลากหลายชนิด บางชนิดสู ญพันธุ์ไปแล้ว เช่น
สมัน บางชนิดใกล้สูญพันธุ์ ดังนั้นเราควรช่วยกันดูแล
                                        ่
และอนุรักษ์สัตว์ในท้องถิ่นของเราให้คงอยูต่อไป

3. กระบวนการจัดการเรียนรู้
      3.1 ขั้นปลุกเร้ าความสนใจ
                                                                                  ่
          3.1.1 ทบทวนความรู ้ หรื อข้อมูลเดิมที่ได้เรี ยนมาจากแผนการเรี ยนรู ้ที่ผานมา
           3.1.2 ดูภาพสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว เช่น เนื้อสมัน เป็ นต้น
                                    ั
แล้วสนทนาซักถามนักเรี ยนว่า “รู ้จก หรื อเคยเห็นสัตว์ชนิดนี้ไหม
เพราะเหตุใดสัตว์เหล่านี้จึงสู ญพันธุ์”
                          ู      ้
           3.1.3 ครู พดกระตุน ปลุกเร้าความรู ้สึกหวงแหน
เห็นความสาคัญของสัตว์ในท้องถิ่น
       3.2 ขั้นสารวจ และแสวงหาคาตอบ
           ให้นกเรี ยนแบ่งกลุ่ม สื บค้นข้อมูลเกี่ยวกับจานวน
                 ั
                                                ั
และชนิดของสัตว์ที่มีในชุมชนในอดีต แต่ปัจจุบนไม่มี หรื อมีจานวนน้อยมาก
                   ้                   ้          ้               ่
โดยสอบถามจากผูรู้ในชุมชน เช่น ผูปกครอง ผูที่มีอายุมาก และเคยยูในชุมชนมานาน
       3.3 ขั้นอธิบาย และลงข้ อสรุ ป
           3.3.1 ตัวแทนกลุ่มนาเสนอผลการสื บค้นข้อมูลหน้าชั้นเรี ยน
           3.3.2 นักเรี ยนทั้งชั้นร่ วมกันอภิปราย
                                   ั ่
เสนอแนะแนวทางอนุรักษ์สัตว์ที่ยงมีอยูในท้องถิ่น ไม่ให้สูญพันธ์ หรื อลดจานวนลง

4 ขั้นขยายความรู้ /มโนทัศน์
                          ั
             3.4.1 ให้นกเรี ยนไปทาสมุดสะสมภาพสัตว์หายาก
เป็ นงานอดิเรกเก็บไว้เป็ นผลงาน และความภาคภูมิใจของตนเอง
             3.4.2 ให้นกเรี ยนเขียนคาขวัญเกี่ยวกับการอนุรักษ์สัตว์ และนาไปให้บุคคลต่าง
                            ั
ๆ อ่านจานวน 5 คน
        3.5 ขั้นประเมิน
             3.5.1 ร่ วมกันตั้งคาถาม และตอบคาถามกันเอง
โดยครู ให้ความช่วยเหลือทั้งการถาม และตอบเท่าที่จาเป็ น
             3.5.2 นักเรี ยนร่ วมกันสรุ ปถึงสาเหตุ ที่ทาให้สัตว์บางชนิดในท้องถิ่นสู ญพันธุ์

4. การวัดผล ประเมินผล
      4.1 วิธีการ
           4.1.1 สังเกต
                  - พิจารณาจากการอภิปราย การสารวจ
                   - พิจารณาจากการตอบคาถาม
                   - การวางแผนการสารวจ
                   - พิจารณาจากการรายงาน การระดมความคิด
                   - การสรุ ปข้อมูล
           4.1.2 ตรวจสอบ
                   - ตรวจการทดลอง
                   - ตรวจการทาใบงาน
       4.2 เครื่องมือวัด และประเมินผล
           4.2.1 แบบสังเกต
           4.2.2 แบบบันทึกการสังเกต
       4.3 เกณฑ์ การวัด และประเมินผล
           ถือเกณฑ์การผ่านร้อยละ 60

5. วัสดุอปกรณ์ สื่ อ และแหล่งการเรียนรู้
         ุ
       5.1 วัสดุอปกรณ์
                    ุ
       5.2 สื่ อ และแหล่งการเรียนรู้
                 - ภาพค่างแว่น กระรอก หรื อสัตว์อื่นๆ
                 - ภาพ สมัน กูปรี และสมเสร็จ
                      ้
                 - ผูรู้ในชุมชน

                 ่
6. ข้ อเสนอแนะเพิมเติม
                                          ใบงาน
                              เรื่อง จานวน และชนิดของสั ตว์ ในชุมชน

คาชี้แจง ให้นกเรี ยนออกไปสื บค้นข้อมูล เกี่ยวกับจานวน และชนิดของสัตว์ที่ในชุมชน
             ั
         โดยเปรี ยบเทียบให้เห็นระหว่างอดีต และปัจจุบน ั
รายชื่อสมาชิกกลุ่มที่
        1.                                         2.
        3.

        ชื่อสั ตว์                  สภาพการณ์ ในอดีต                 สภาพการณ์ ในปัจจุบัน
 1.
 2.
 3.
 4.
 5.
 6.
 7.
 8.
 9.
 10.

สรุปข้ อมูล : สัตว์ที่มีการเปลี่ยนแปลงจานวนลดลง          จานวน.....................ชนิด
                                           ั
            : สัตว์ที่เคยมีในอดีต แต่ปัจจุบนไม่มีแล้ว    จานวน.....................ชนิด

ผู้รู้ ทนักเรียนไปสื บค้ นข้ อมูล คือ
        ี่
           1.
           2.
           3.
                                 ใบงานที่ 2
                         เรื่อง ปฏิบัติการเชิญชวนอนุรักษ์ สัตว์

คาชี้แจง ให้นกเรี ยนเขียนคาขวัญเกี่ยวกับการอนุรักษ์สัตว์ และนาไปให้บุคคลต่าง ๆ
             ั
อ่านจานวน 5 คน
 ชื่อ                               สกุล                               เลขที่    .




               ่
รายชื่อบุคคล ทีนักเรียนนาคาขวัญไปเผยแพร่
       1.                                        ลายมือชื่อ
       2.                                        ลายมือชื่อ
       3.                                        ลายมือชื่อ
       4.                                        ลายมือชื่อ
       5.                                        ลายมือชื่อ

                                     
บันทึกข้ อความ
ส่ วนราชการ โรงเรี ยนวัดปัฏนาราม
ที่        /2547      วันที่
เรื่อง ขออนุญาตนานักเรี ยนไปศึกษานอกสถานที่


        ้
เรียน ผูอานวยการสถานศึกษาโรงเรี ยนวัดปัฏนาราม

              ด้วยข้าพเจ้า มีความประสงค์จะนานักเรี ยนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 4
                                              ้
ไปศึกษานอกสถานที่ เพื่อสอบถามข้อมูลจากผูรู้ในชุมชน
เกี่ยวกับจานวนและชนิดของสัตว์ที่มีในชุมชน หมู่ที่ 3 ตาบลท่าเรื อ
เพื่อศึกษาเปรี ยบเทียบสถานการณ์สัตว์ในอดีต และปัจจุบน   ั
ซึ่งเป็ นส่ วนหนึ่งของการเรี ยนการสอนกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 4
     ั
มีนกเรี ยนที่จะนาออกไปศึกษานอกสถานที่ครั้งนี้ จานวน 6 คน กาหนดเวลาที่จะไป คือ วันที่
                                                            เวลา
                     ้           ้
              โดยมีขาพเจ้าเป็ นผูควบคุมดูแลความประพฤติ และความปลอดภัย

          จึงเรี ยนมาเพื่อโปรดทราบ และพิจารณา



                                            ( นายธีระสั น คุ้มวงศ์ )
                                       ครู คศ. 2 โรงเรี ยนวัดปัฏนาราม
                         แผนการจัดการเรี ยนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์                                 ช่ วงชั้นที่ 2 (ชั้ นประถมศึกษาปี ที่ 4)
                                          ิ
หน่ วยการเรียนรู้ ที่ 5 เรื่ อง การดารงชีวตของสัตว์                                   เวลารวม 30 ชั่วโมง
แผนการเรียนรู้ ที่ 13 เรื่ อง การอนุรักษ์สัตว์ในท้องถิ่น ( 3 )                             เวลา 2 ชั่วโมง
           สอนวันที่              เดือน                                พ.ศ.            .

                                              ิ
มาตรฐาน ว 1.1 : เข้าใจหน่วยพื้นฐานของชีวต ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง
                    และหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสิ่ งมีชีวตที่ทางานสัมพันธ์กน
                                                         ิ                   ั
                    มีกระบวนการสื บเสาะหาความรู ้ สื่ อสารสิ่ งที่เรี ยนรู ้
                                                    ิ
                    และนาความรู ้ไปใช้ในการดารงชีวตของตนเอง และดูแลสิ่ งมีชีวต ิ
สาระสาคัญ
        การอนุรักษ์สัตว์ เป็ นหน้าที่ของคนทุกคนในท้องถิ่น ซึ่งมีรูปแบบ
วิธีการที่สามารถดาเนินการได้หลายอย่าง

                  ี่
1. ผลการเรียนรู้ ทคาดหวัง
      เสนอแนะแนวทางอนุรักษ์สัตว์ในท้องถิ่น

2. สาระหลัก
                 ี่
        สาเหตุททาให้ สัตว์ ในท้ องถิ่นลดจานวน
               ั
        ปัจจุบน ป่ าไม้ได้ถูกทาลายลงไปมาก เนื่องจากความต้องการที่ดินทากิน
           ่
และเพื่ออยูอาศัย ทาให้สัตว์ป่าขาดแหล่งอาหาร และไม่มีที่อยู่ จนลดจานวนลงไปมาก
             ั
นอกจากนี้ยงมีสาเหตุอื่น ๆ อีกที่มีผลต่อการลดจานวนของสัตว์ปา

3. กระบวนการจัดการเรียนรู้
      3.1 ขั้นปลุกเร้ าความสนใจ
               ั
          ให้นกเรี ยนดูภาพต่อไปนี้แล้วเขียนบรรยายความรู ้สึกสั้น ๆ
      3.2 ขั้นสารวจ และแสวงหาคาตอบ
           3.2.1 ร่ วมกันคิดว่านอกจากลักษณะของภาพที่เห็นแล้ว
มีอะไรอีกไหมที่เป็ นสาเหตุให้สัตว์ป่าลดจานวนลง
           3.2.2 แลกเปลี่ยนข้อเขียนซึ่งกัน
และกันโดยครู คอยให้คาแนะนาการเชื่อมโยงความรู ้ความคิด และข้อเขียนของแต่ละคน
           3.3.3 จากรู ปภาพในข้อ 3.1 นักเรี ยนร่ วมกันคิดวิเคราะห์แล้วตอบคาถาม
                    1) นักเรี ยนคิดว่าการทาลายป่ ามีผลต่อสัตว์ป่าอย่างไร
                    2) ถ้านักเรี ยนเป็ นหน่วยงานที่รับผิดชอบ
                       จะแก้ปัญหาการตัดไม้ทาลายป่ าอย่างไร
                    3) การกระทาของชาย 2 คนนี้ สมควรเอาเป็ นแบบอย่างหรื อไม่
                       เพราะเหตุใด
                                            ั                        ่
                    4) นักเรี ยนเป็ นสัตว์นกเรี ยนจะบอกชาย 2 คนนี้วาอย่างไร
                    5) นักเรี ยนมีความรู ้สึกอย่างไรเมื่อเห็นคนตัดไม้ทาลายป่ า
      3.3 ขั้นอภิปราย และลงข้ อสรุป
           3.3.1 นักเรี ยนแบ่งกลุ่ม วิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นกับสัตว์ในท้องถิ่นปัจจุบน
                                                                                     ั
           3.3.2 แต่ละกลุ่มเสนอแนะแนวทางการอนุรักษ์สัตว์ในท้องถิ่นของตนเอง
           3.3.3 ตัวแทนกลุ่มนาเสนอเนื้อหาที่ได้จากการอภิปรายในกลุ่ม
      3.4 ขั้นขยายความรู้ /มโนทัศน์
                                              ่
           3.4.1 นักเรี ยนตอบคาถามที่วา “ป่ ามีส่วนสาคัญต่อสัตว์อย่างไร”
           3.4.2 แต่ละคนค้นหาคาตอบ จดบันทึก ร่ วมสรุ ปกับกลุ่ม
           3.4.3 หลอมรวมปั ญหา คาตอบเป็ นของชั้นเรี ยน
           3.4.4 ร่ วมกันจัดบอร์ด หรื อทาป้ ายรณรงค์เรื่ อง “สัตว์ที่มีในท้องถิ่น
และการอนุรักษ์”
      3.5 ขั้นประเมิน
            3.5.1 ตั้งคาถาม และตอบคาถามกันเอง
            3.5.2
      ทดสอบเป็ นรายบุคคลด้วยการให้วเิ คราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นกับสัตว์ในท้องถิ่นของตนเอง
ด้วยปากเปล่า
            3.5.3 ร่ วมกันเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับสัตว์ในท้องถิ่น

4. การวัดผล ประเมินผล
4. การวัดผล ประเมินผล
      4.1 วิธีการ
           4.1.1 สังเกต
                  - พิจารณาจากการตั้งคาถาม และตอบคาถาม
                  - พิจารณาจากการอภิปราย และการสรุ ปเรื่ องที่อภิปราย
                  - พิจารณาจากการรายงาน
                  - กระบวนการทางานกลุ่ม
           4.1.2 ตรวจสอบ
                  - ตรวจผลงาน การจัดบอร์ด
      4.2 เครื่องมือวัด และประเมินผล
           4.2.1 แบบบันทึกการสังเกต
      4.3 เกณฑ์ การวัด และประเมินผล
           ถือเกณฑ์การผ่านร้อยละ 60

5. วัสดุอปกรณ์ สื่ อ และแหล่งการเรียนรู้
         ุ
       5.1 วัสดุอปกรณ์
                    ุ
                   - อุปกรณ์ในการจัดบอร์ด เช่น กระดาษสี กาว กรรไกร ริ บบิน เป็ นต้น
                                                                         ้
                   - ภาพ
       5.2 สื่ อ และแหล่งการเรียนรู้
                   - ใบความรู ้
 -                ห้องสมุด

                 ่
6. ข้ อเสนอแนะเพิมเติม
                          แผนการจัดการเรี ยนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์                               ช่ วงชั้นที่ 2 (ชั้ นประถมศึกษาปี ที่ 4)
                                          ิ
หน่ วยการเรียนรู้ ที่ 5 เรื่ อง การดารงชีวตของสัตว์                                 เวลารวม 30 ชั่วโมง
แผนการเรียนรู้ ที่ 14 เรื่ อง การอนุรักษ์สัตว์ในท้องถิ่น (4)                             เวลา 1 ชั่วโมง
              สอนวันที่          เดือน                               พ.ศ.            .

                                               ิ
มาตรฐาน ว 1.1 : เข้าใจหน่วยพื้นฐานของชีวต ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง
                   และหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสิ่ งมีชีวตที่ทางานสัมพันธ์กน
                                                               ิ                   ั
                   มีกระบวนการสื บเสาะหาความรู ้ สื่ อสารสิ่ งที่เรี ยนรู ้
                                                         ิ
                   และนาความรู ้ไปใช้ในการดารงชีวตของตนเอง และดูแลสิ่ งมีชีวต            ิ
สาระสาคัญ
      การเลี้ยงสัตว์ เป็ นการอนุรักษ์สัตว์อย่างหนึ่ง ผูเ้ ลี้ยงต้องมีความรู ้ ความเข้าใจ
และมีความรักเมตตาต่อสัตว์ จึงจะเลี้ยงสัตว์ได้ดี

                  ี่
1. ผลการเรียนรู้ ทคาดหวัง
      1) เสนอแนะแนวทางอนุรักษ์สัตว์ในท้องถิ่น
 -          บอกวิธีปฏิบติต่อสัตว์เลี้ยงได้
                       ั

2. สาระหลัก
      การเลี้ยงสัตว์ และการบารุ งรักษาสัตว์ ทาให้สัตว์ปลอดภัยจากโรค และไม่สูญพันธุ์

3. กระบวนการจัดการเรียน
      3.1 ขั้นปลุกเร้ าความสนใจ
              3.1.1 นักเรี ยนร้องเพลง “ฉันรักสัตว์เลี้ยงของฉัน”
              3.1.2 ดูภาพสัตว์ และการบารุ งรักษาสัตว์แล้วสนทนาซักถาม
แลกเปลี่ยนเรี ยนรู ้ร่วมกัน ครู คอยให้ความรู ้ และเติมเต็มส่ วนที่ยงบกพร่ อง
                                                                   ั
        3.2 ขั้นสารวจ และแสวงหาคาตอบ
             3.2.1 แบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม
             3.2.2 แต่ละกลุ่มศึกษาใบความรู ้ เอกสาร หนังสื อเรี ยน
             3.2.3 แต่ละกลุ่มเขียนจัดทาแผนผังความคิด (Mine mapping) เรื่ อง สั ตว์ เลียง  ้
                          ้
และการบารุงรักษาสั ตว์ เลียง
        3.3 ขั้นอธิบาย และลงข้ อสรุ ป
             3.3.1 แต่ละกลุ่มส่ งตัวแทนออกมาเสนอรายงานหน้าชั้น
             3.3.2 ร่ วมยกตัวอย่างสัตว์เลี้ยง และการบารุ งรักษาสัตว์เลี้ยงในท้องถิ่นเพิ่มเติม
             3.3.4 ทาแบบทดสอบหลังเรี ยน
        3.4 ขั้นขยายความรู้ /มโนทัศน์
             3.4.3 นานักเรี ยนออกไปศึกษานอกสถานที่ จากฟาร์มสัตว์จริ ง
เพื่อนาข้อมูลมาทาโครงงานตามแผนการจัดการเรี ยนรู ้ที่ 18
        3.5 ขั้นประเมิน
             3.5.1 ตั้งคาถาม และตอบกันเอง เป็ นการส่ งเสริ มความคิด ทั้งทางภาษา
และการแสดงออกในทางพัฒนาการด้านการเรี ยน
             3.5.2 ครู คอยถามในลักษณะประเมินในตัว
             3.5.3 บอกสัตว์เลี้ยงที่ชอบ และวิธีปฏิบติต่อสัตว์เลี้ยงได้
                                                    ั

4. การวัดผล ประเมินผล
      4.1 วิธีการ
4. การวัดผล ประเมินผล
      4.1 วิธีการ
           4.1.1 สังเกต
                  - พิจารณาจากการตอบคาถาม
                  - พิจารณาจากการอภิปราย และการสรุ ปเรื่ องที่อภิปราย
                  - พิจารณาจากการรายงาน
                  - กระบวนการทางานกลุ่ม
           4.1.2 ตรวจสอบ
                   - ตรวจแบบทดสอบ
                   - ตรวจผลงาน แผนที่ความคิด
       4.2 เครื่องมือวัด และประเมินผล
           แบบบันทึกการสังเกต
       4.3 เกณฑ์ การวัด และประเมินผล
           ถือเกณฑ์การผ่านร้อยละ 60

5. วัสดุอปกรณ์ สื่ อ และแหล่งการเรียนรู้
         ุ
       5.1 วัสดุอปกรณ์
                    ุ
       5.2 สื่ อ และแหล่งการเรียนรู้
                 - ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ในชุมชนใกล้โรงเรี ยน
                 - ใบความรู ้
                 - แบบทดสอบหลังเรี ยน
                 - ภาพสัตว์เลี้ยง

                 ่
6. ข้ อเสนอแนะเพิมเติม
                                    ใบความรู้
                                      ้                         ้
                        เรื่อง “การเลียง และบารุงรักษาสั ตว์ เลียง”

สิ่ งสาคัญในการดูแล และบารุงรักษาสั ตว์ ได้แก่
      1. การจัดทีอยู่อาศัย จะต้องให้ถูกสุ ขลักษณะ ไม่แออัด อากาศถ่ายเทได้สะดวก
                 ่
  ้     ้
คุมแดดคุมฝน แดดส่ องถึงในตอนเช้า และบ่าย มีความแข็งแรง สามารถป้ องกันสัตว์จากศัตรู ได้
และสะดวกในการให้อาหาร
                             ิ
       2. การให้ อาหาร เรามีวธีจาแนกอาหารสัตว์ได้หลายวิธี ซึ่งพอสรุ ปได้เป็ น 3 ลักษณะ คือ
              2.1 แบ่ งตามลักษณะของเนืออาหาร แบ่งได้ 2 พวก คือ
                                           ้
                        อาหารหยาบ ได้แก่ ต้นพืช ใบพืช เช่น หญ้าสด ผักสด
อาหารพวกนี้มีเส้นใยมาก มักเป็ นอาหารที่จาเป็ นของสัตว์เคี้ยวเอื้อง เช่น ม้า วัว ควาย กระต่าย
เป็ นต้น
                        อาหารข้น ได้แก่ อาหารประเภทกากเมล็ดพืช
หรื อผลพลอยได้จากพืชหรื อสัตว์ ได้แก่ กากถัว กากมะพร้าว ปลาป่ น เนื้อป่ น นมผง
                                             ่
หรื ออาหารพวกแร่ ธาตุ วิตามิน
              2.2 แบ่ งตามส่ วนประกอบของอาหาร แบ่งได้เป็ น 4 พวก คือ
                        อาหารโปรตีน เช่น ปลาป่ น กากถัว เป็ นต้น
                                                         ่
                        อาหารพลังงาน เช่น ข้าวโพด รา ปลายข้าว เป็ นต้น
                        อาหารแร่ ธาตุ เช่น เกลือป่ น กระดูกป่ น เป็ นต้น
                        อาหารวิตามิน เช่น น้ ามันตับปลา ผักสี เขียว เป็ นต้น
              2.3 แบ่ งตามแหล่งทีมา ได้แก่ อาหารที่ได้พืช เช่น หญ้า รา กากถัว จากสัตว์ เช่น
                                  ่                                              ่
ปลาป่ น นมผงจากสารเคมี เช่น แร่ ธาตุ และวิตามิน

                                       
                       แบบทดสอบหลังเรี ยน
     ชื่อ                             สกุล                        เลขที่   .
คาชี้แจง จงตอบคาถามต่อไปนี้
1. สัตว์เลี้ยง คืออะไร



2.          จงบอกวิธีการดูแล และบารุ งรักษาสัตว์ (สุ กร) ดังนี้
                            ่
            2.1 การจัดที่อยูอาศัยให้สุกร




            2.2    การให้อาหารสุ กร




3.                                     ั
            จงยกตัวอย่างสัตว์เลี้ยงที่นกเรี ยนชอบมา




                                      
                     แผนภูมิเพลง
                                         ้
                   เพลง “ฉันรักสั ตว์ เลียงของฉัน”

             ฉันรักสัตว์เลี้ยงของฉัน                       ั     ั
                                            เพราะสัตว์น้ นให้ฉนสุ ขใจ
ทางานเหน็ดเหนื่อยมาจากไหน                   เห็นสัตว์ทีไรสุ ขใจทุกที
         แมวมันร้องเหมียวเหมียว             ชอบเกาะเกี้ยวแข้งขาเราดี
หนูมามันไล่ไกลหนี                           บ้านเงียบดีเพราะหนูไม่มา
         หมามันเห่า โฮ่ง โฮ่ง               ไม่ข้ ีโกงดูบานไว้ท่า
                                                         ้
เมื่อเห็นคนแปลกหน้ามา                       มันขวางหน้าร้องเห่าออกไป
         วัวควายสัตว์เลี้ยงแสนซื่อ          เราต่างถือเป็ นเพื่อนด้วยใจ
                ่
ให้อาหารที่อยูดูไป                          ทั้งเป็ ดห่านไก่เรารักของเรา


                            
                                     ใบงาน
        ชื่อ                         สกุล                         เลขที่       .
             ั                           ั
คาชี้แจง ให้นกเรี ยนวาดภาพสัตว์เลี้ยงที่นกเรี ยนชอบ แล้วเขียนบรรยายภาพสั้น ๆ




                                     
                          แผนการจัดการเรี ยนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์                           ช่ วงชั้นที่ 2 (ชั้ นประถมศึกษาปี ที่ 4)
                                          ิ
หน่ วยการเรียนรู้ ที่ 5 เรื่ อง การดารงชีวตของสัตว์                             เวลารวม 30 ชั่วโมง
แผนการเรียนรู้ ที่ 15 เรื่ อง การอนุรักษ์สัตว์ในบ้าน (1)                             เวลา 1 ชั่วโมง
              สอนวันที่          เดือน                           พ.ศ.            .

                                            ิ
มาตรฐาน ว 1.1 : เข้าใจหน่วยพื้นฐานของชีวต ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง
                    และหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสิ่ งมีชีวตที่ทางานสัมพันธ์กน
                                                            ิ                ั
                    มีกระบวนการสื บเสาะหาความรู ้ สื่ อสารสิ่ งที่เรี ยนรู ้
                                                        ิ
                    และนาความรู ้ไปใช้ในการดารงชีวตของตนเอง และดูแลสิ่ งมีชีวต ิ
สาระสาคัญ
      สัตว์ที่มนุษย์นิยมเลี้ยงในบ้านมีหลายชนิด ผูเ้ ลี้ยงต้องดูแลรักษา
และให้ความรักและเมตตาและเข้าใจธรรมชาติของสัตว์ที่เลี้ยงด้วย

                  ี่
1. ผลการเรียนรู้ ทคาดหวัง
      เสนอแนะแนวทางอนุรักษ์สัตว์ในท้องถิ่น

2. สาระหลัก
                                                                           ิ ่
        คนเราต้องการอาหาร น้ า เพื่อให้ร่างกายเจริ ญเติบโต แข็งแรง และมีชีวตอยูได้
      ็                             ่
สัตว์กอาศัยอาหาร อาหาร และที่อยูอาศัยเช่นเดียวกัน

3. กระบวนการจัดการเรียนรู้
      3.1 ขั้นปลุกเร้ าความสนใจ
          3.1.1 ให้นกเรี ยนทายชื่อสัตว์จากที่อยู่ และอาหารที่สัตว์ชอบกิน เช่น
                         ั
                  รัง         - นก
                  โพรงไม้ -      กระรอก
                  เล้า -         เป็ ด ไก่ สุ กร
                  กล้วย -        ลิง
                    ราข้าว -            สุ กร
                                     ฯลฯ
                          ั
             3.1.2 ให้นกเรี ยนคิดคาถาม และทายกันเองอย่างทัวถึง โดยมีครู ช้ ีแนะ
                                                             ่
       ั
กรณี นกเรี ยนตั้งคาถาม หรื อตอบไม่ตรงประเด็น
         3.2 ขั้นสารวจ และแสวงหาคาตอบ
             นักเรี ยนอ่านเรื่ องต่อไปนี้ แล้วอภิปราย
                                                        ่ ั
         สมชายเลี้ยงกบไว้ในบ่อที่บาน มีกบ 30 ตัว กบอยูกนอย่างสบาย และมีท่อนไม้ไผ่
                                     ้
                            ั
กระเบื้องลอนให้อาศัย มีผกตบชวา และพืชน้ าต่างๆ ให้เป็ นที่หลบซ่ อนร่ วมทั้งมีที่ให้อาหาร
น้ าในบ่อก็ใสสะอาด มีการเปลี่ยนถ่ายน้ าเข้าไปในบ่อเป็ นระยะ ให้อาหารทุกวัน
และให้ในปริ มาณที่กบได้กินหมด ไม่เหลือค้าง ยังมุงหลังคาด้วยหญ้าคาให้ร่มเงาดีดวย  ้

                                                                          ่
         สายใจเลี้ยงกบในบ่อเท่าๆ กับของสมชาย แต่มีกบ 300 ตัว อยูอย่างเบียดกัน
                                                ่
ไม่มีที่หลบอาศัย ปล่อยให้ลอย และหลบอยูในน้ า น้ าก็มีเศษขยะต่างๆ ลอยอยู่
น้ าในบ่อขุ่นไม่มีการเปลี่ยนถ่านเป็ นเวลานาน สายใจจะให้อาหารทุกอาทิตย์
โดยจะให้ครั้งละมากๆ เพราะคิดว่ากบจะกินได้หลายวัน ไม่เคยเปลี่ยนน้ าในบ่อกบเลย
หลังคาก็มุงด้วยสังกะสี
         นักเรี ยนร่ วมกันอภิปรายว่า กบในบ่อของสมชายกับของสายใจ
กบของใครจะเจริ ญเติบโตได้ดี และแข็งแรงกว่ากัน เพราะเหตุใด
         3.3 ขั้นอธิบาย และลงข้ อสรุ ป
                3.1.1 นักเรี ยนหลาย ๆ
                                                                             ั
คนออกมาเล่าประสบการณ์การดูแลสัตว์เลี้ยงในบ้านของตนเอง เช่น สุ นข แมว เป็ ด ไก่
เป็ นต้น
                3.1.2 ร่ วมกันอภิปราย
เปรี ยบเทียบว่าวิธีการดูแลรักษาสัตว์เลี้ยงที่แต่ละคนเล่าเหมือน หรื อแตกต่างกันอย่างไร
                3.1.3 ร่ วมกันสรุ ปวิธีการเลี้ยงดูสัตว์เลี้ยง โดยครู อธิบายเพิ่มเติม
      3.4 ขั้นขยายความรู้ /มโนทัศน์
           ให้นกเรี ยนศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงจากระบบ Internet
                ั
       ั
และให้บนทึกสาระสาคัญสั้น ๆ ส่ งครู
      3.5 ขั้นประเมิน
           3.5.1 ตั้งคาถามตอบคาถามกันเอง ครู คอยให้คาแนะนา
           3.5.2 ครู ถามเพื่อสรุ ป และประเมินไปในตัว
           3.5.3 อธิบายขั้นตอนในการดูแลสัตว์เลี้ยงในบ้าน
         ั
และปฏิบติการดูแลสัตว์เลี้ยงในบ้านของตัวเองได้

4. การวัดผล ประเมินผล
      4.1 วิธีการ
4. การวัดผล ประเมินผล
      4.1 วิธีการ
           4.1.1 สังเกต
                  - พิจารณาจากการตอบคาถาม
                  - พิจารณาจากการอภิปราย และการสรุ ปเรื่ องที่อภิปราย
                  - พิจารณาจากการรายงาน
                  - กระบวนการทางานกลุ่ม
           4.1.2 ตรวจสอบ
                  - ตรวจผลงานการศึกษาค้นคว้า
      4.2 เครื่องมือวัด และประเมินผล
           4.2.1 แบบสังเกต
           4.2.2 แบบบันทึกการสังเกต
      4.3 เกณฑ์ การวัด และประเมินผล
           ถือเกณฑ์การผ่านร้อยละ 60
5. วัสดุอปกรณ์ สื่ อ และแหล่งการเรียนรู้
         ุ
       5.1 วัสดุอปกรณ์
                    ุ
                 - เครื่ องคอมพิวเตอร์ที่มีระบบ Internet
                 - ปลาสวยงามชนิดต่างๆ
       5.2 สื่ อ และแหล่งการเรียนรู้
                 - หัวข้อคาถาม
                 - ห้องสมุด
                                                  ั
                 - สถานการณ์ที่จะนามาเล่า ให้นกเรี ยนร่ วมกันอภิปราย

                 ่
6. ข้ อเสนอแนะเพิมเติม
                         แผนการจัดการเรี ยนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์                           ช่ วงชั้นที่ 2 (ชั้ นประถมศึกษาปี ที่ 4)
                                          ิ
หน่ วยการเรียนรู้ ที่ 5 เรื่ อง การดารงชีวตของสัตว์                             เวลารวม 30 ชั่วโมง
แผนการเรียนรู้ ที่ 16 เรื่ อง การอนุรักษ์สัตว์ในบ้าน (2)                             เวลา 1 ชั่วโมง
           สอนวันที่              เดือน                          พ.ศ.            .

                                                 ิ
มาตรฐาน ว 1.1 : เข้าใจหน่วยพื้นฐานของชีวต ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง
                      และหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสิ่ งมีชีวตที่ทางานสัมพันธ์กน
                                                            ิ                   ั
                      มีกระบวนการสื บเสาะหาความรู ้ สื่ อสารสิ่ งที่เรี ยนรู ้
                                                         ิ
                      และนาความรู ้ไปใช้ในการดารงชีวตของตนเอง และดูแลสิ่ งมีชีวต    ิ
สาระสาคัญ
       สัตว์เลี้ยงก็มีการเจ็บป่ วย หรื อเป็ นโรคต่าง ๆ ทานองเดียวกับมนุษย์ ซึ่งสามารถรักษา
และป้ องกันได้

                  ี่
1. ผลการเรียนรู้ ทคาดหวัง
      เสนอแนะแนวทางอนุรักษ์สัตว์ในท้องถิ่น
   คุณลักษณะอันพึงประสงค์ : มีมารยาท และมีสัมมาคารวะ

2. สาระหลัก
      การสุ ขาภิบาลสัตว์ หมายถึง การเอาใจใส่ ดูแลสัตว์ในด้านสุ ขภาพอนามัย
                                       ้
และการรักษาความสะอาด การเลี้ยงสัตว์ถาได้มีการดูแลเอาใจใส่ อย่างจริ งจังแล้ว
จะทาให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพอนามัยดี ปราศจาก โรค และศัตรู ต่างๆ

3. กระบวนการจัดการเรียนรู้
      3.1 ขั้นปลุกเร้ าความสนใจ
          3.1.1 ครู นาภาพ – ข่าวเกี่ยวกับไข้หวัดนกมาให้นกเรี ยนดู อ่านข่าวให้นกเรี ยนฟัง
                                                        ั                     ั
และซักถามนักเรี ยน ด้วยคาถามดังนี้
                   1) โรคไข้หวัดนก เกิดในสัตว์ประเภทใดบ้าง
                  2) โรคดังกล่าวติดต่อเข้าสู่ คนได้หรื อไม่
                                   ้
                  3) อาการของผูที่ป่วยเป็ นโรคไข้หวัดนกเป็ นอย่างไร
                  4) วิธีป้องกันมิให้เป็ นโรคไข้หวัดนกมีอะไรบ้าง
                      ั
            3.1.2 ให้นกเรี ยนร่ วมกันอภิปรายเพิ่มเติม ในส่ วนที่ตนเองทราบ
และสอบถามความคิดเห็นที่มีต่อสถานการณ์โรคไข้หวัดนกว่า น่าเป็ นห่วงหรื อไม่
เพราะเหตุใด
      3.2 ขั้นสารวจ และแสวงหาคาตอบ
            3.2.1 แบ่งกลุ่มออกเป็ น 2 กลุ่ม แต่ละกลุ่มเลือกประธาน และเลขานุการกลุ่ม

             3.2.2 จับฉลากเลือกเรื่ องที่จะศึกษาดังนี้
                        - เรื่ อง การป้ องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าฝูงสัตว์
                        - เรื่ อง การสร้างความต้านทานโรคสัตว์
             3.2.3 ให้แต่ละกลุ่มไปศึกษาค้นคว้าจากเอกสารเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์ในห้องสมุด
หรื อระบบ Internet หรื อสอบถามเจ้าของกิจการฟาร์มเลี้ยงสัตว์ในท้องถิ่น
         3.3 ขั้นอธิบาย และลงข้ อสรุ ป
             3.3.1 ตัวแทนกลุ่มรายงานผลหน้าชั้นเรี ยน
             3.3.2 นักเรี ยนร่ วมกันอภิปราย และสรุ ป ครู ช่วยเพิ่มเติมเท่าที่จาเป็ น
และเห็นว่าบกพร่ อง
         3.4 ขั้นขยายความรู้ /มโนทัศน์
             3.4.1 ร่ วมกันคิดหาชื่อโรคที่เคยรู ้ เคยได้ยนที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง เช่น
                                                            ิ
                           ั
โรคฝี ดาษในไก่ โรคพิษสุ นขบ้า โรคนิวคาสเซิ่น ในสัตว์ปีก โรคปาก และเท้าเปื่ อยในสัตว์สี่เท้า
เป็ นต้น
             3.4.2 ทากิจกรรม ฝึ กคิด ฝึ กทา โดยตอบคาถามดังต่อไปนี้
                     1) การสุ ขาภิบาลสัตว์ หมายถึงอะไร
                                                          ่
                     2) การป้ องกันไม่ให้เชื้อโรคที่มีอยูในสัตว์แพร่ ขยายพันธ์เพิ่มขึ้นต่อไป
                         ควรทาอย่างไร
         3.5 ขั้นประเมิน
             3.5.1 ตั้งคาถาม และตอบกันเอง โดยครู คอยเสริ มเท่าที่จาเป็ น
3.5.2 อธิบายการดูแล และการสุ ขาภิบาลสัตว์เลี้ยง เพื่อป้ องกันไม่ให้เกิดโรค
4. การวัดผล ประเมินผล
      4.1 วิธีการ
           4.1.1 สังเกต
                  - พิจารณาจากการตั้งคาถาม และตอบคาถาม
                  - พิจารณาจากการอภิปราย และการสรุ ปเรื่ องที่อภิปราย
                  - พิจารณาจากการรายงาน
                  - กระบวนการทางานกลุ่ม
           4.1.2 ตรวจสอบ
                  - ตรวจรายงานการศึกษาค้นคว้า
      4.2 เครื่องมือวัด และประเมินผล
           4.2.1 แบบสังเกต
           4.2.2 แบบบันทึกการสังเกต
      4.3 เกณฑ์ การวัด และประเมินผล
           ถือเกณฑ์การผ่านร้อยละ 60

5. วัสดุอปกรณ์ สื่ อ และแหล่งการเรียนรู้
         ุ
       5.1 วัสดุอปกรณ์
                    ุ
       5.2 สื่ อ และแหล่งการเรียนรู้
                 - ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ในท้องถิ่น
                 - ใบความรู ้
                 - ภาพข่าวเกี่ยวกับโรคไข้หวัดนก

                 ่
6. ข้ อเสนอแนะเพิมเติม
                        แผนการจัดการเรี ยนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์                      ช่ วงชั้นที่ 2 (ชั้ นประถมศึกษาปี ที่ 4)
                                          ิ
หน่ วยการเรียนรู้ ที่ 5 เรื่ อง การดารงชีวตของสัตว์                        เวลารวม 30 ชั่วโมง
แผนการเรียนรู้ ที่ 17 เรื่ อง การทาแบบทดสอบหลังเรี ยน                            เวลา 1 ชั่วโมง
             สอนวันที่             เดือน                      พ.ศ.             .

                                            ิ
มาตรฐาน ว 1.1 : เข้าใจหน่วยพื้นฐานของชีวต ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง
                     และหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสิ่ งมีชีวตที่ทางานสัมพันธ์กน
                                                          ิ                   ั
                     มีกระบวนการสื บเสาะหาความรู ้ สื่ อสารสิ่ งที่เรี ยนรู ้
                                                    ิ
                     และนาความรู ้ไปใช้ในการดารงชีวตของตนเอง และดูแลสิ่ งมีชีวต ิ
สาระสาคัญ
      -
                  ี่
1. ผลการเรียนรู้ ทคาดหวัง
                                      ิ
      ทาแบบทดสอบเรื่ องการดารงชีวตของสัตว์ได้
2. สาระหลัก
                                   ิ
      ทาความเข้าใจเรื่ องการดารงชีวตของสัตว์แล้ว ทาแบบทดสอบประจาหน่วย
                    ิ
และนาไปปรับใช้ในชีวตประจาวันได้
3. กระบวนการจัดการเรียนรู้
      3.1 ขั้นปลุกเร้ าความสนใจ
                                     ั
           แจ้งจุดประสงค์การทดสอบให้นกเรี ยนทราบ เป็ นการทดสอบความรู ้
ทักษะทางวิทยาศาสตร์ที่เรี ยนมา
      3.2 ขั้นสารวจ และแสวงหาคาตอบ
           ทาแบบทดสอบไปตามขั้นตอน
      3.5 ขั้นประเมิน
           ทาแบบทดสอบเป็ นรายบุคคล
4. การวัดผล ประเมินผล
      4.1 วิธีการ
           4.1.1 สังเกต
                  - พิจารณาจากการทาแบบทดสอบ
                  - พิจารณาจากการตั้งใจ
           4.1.2 ตรวจสอบ
                  - ตรวจแบบทดสอบ
      4.2 เครื่องมือวัด และประเมินผล
           แบบทดสอบ
      4.3 เกณฑ์ การวัด และประเมินผล
           ถือเกณฑ์การผ่านร้อยละ 60

5. วัสดุอปกรณ์ สื่ อ และแหล่งการเรียนรู้
         ุ
       5.1 วัสดุอปกรณ์
                    ุ
       5.2 สื่ อ และแหล่งการเรียนรู้
                   - แบบทดสอบ
                   - กระดาษคาตอบ

                 ่
6. ข้ อเสนอแนะเพิมเติม
                        แบบทดสอบหลังเรี ยน
         ชื่อ                           สกุล                            เลขที่   .
คาชี้แจง จงทาเครื่ องหมาย X ทับตัวอักษรหน้าคาตอบที่ถูกต้อง
        1. สั ตว์ ชนิดใดมีความแตกต่ างจากสั ตว์ ปีกอืน ่
                   ก. นกแก้ว                          ข. ค้าวคาว
                   ค. นกกางเขน                        ง. นกเค้าแมว
        2. ข้ อใดไม่ ใช่ สัตว์ ครึ่งบกครึ่งนา   ้
                   ก. เต่า                            ข. ปาด
                   ค. เขียด                           ง. คางคก
                                      ้
        3. ข้ อใดไม่ ใช่ สัตว์ ทเี่ ลียงลูกด้ วยนม
                   ก. ค้างคาว                         ข. สุ นขั
                   ค. ปลาวาฬ                          ง. ตะพาบน้ า
                     ้
        4. สั ตว์ เลียงลูกด้ วยนมข้ อใดออกลูกเป็ นไข่
                   ก. จิงโจ้                          ข. ตุ่นปากเป็ ด
                   ค. แมว                             ง. ค้างคาว
        5. สั ตว์ ชนิดใดกินพืชเป็ นอาหาร
                   ก. ช้าง                            ข. เสื อ
                   ค. สิ งโต                          ง. จระเข้
        6. ข้ อใดไม่ จัดอยู่ในพวกเดียวกัน
                   ก. ช้าง กระต่าย                    ข. นก เป็ ด
                   ค. ปลาวาฬ ค้างคาว                  ง. ปลา เต่า
        7. สั ตว์ ในข้ อใดต่ างจากข้ ออืน  ่
                   ก. นก                              ข. แมลง
                   ค. หนอน                            ง. ไส้เดือน
 8. สั ตว์ ในข้ อใดมีขนาดใหญ่ ทสุด   ี่
            ก. ปลาวาฬ                        ข. ช้าง
            ค. แรด                           ง. หมี
                                   ้
 9. สั ตว์ ในข้ อใดเป็ นสั ตว์ เลือยคลาน
            ก. งู จระเข้                     ข. กิ้งก่า อึ่งอ่าง
            ค. จิ้งจก กบ                     ง. กิ้งกือ คางคก
                          ี่
10. สั ตว์ ในข้ อใดมีทอยู่อาศัยในป่ า
            ก. ควาย                          ข. กวาง
            ค. แมว                           ง. ม้า
              ้
11. สั ตว์ เลียงลูกด้ วยนม มีขนลักษณะใด
            ก. ขนเป็ นแผง                    ข. ขนแบบก้าน
            ค. ขนแบบเส้น                     ง. ขนเป็ นแผ่น
12. สั ตว์ ในข้ อใดอาศัยอยู่ในทุ่งหญ้ า
            ก. ลิง                           ข. ช้าง
            ค. เสื อ                         ง. ยีราฟ
                      ่ ี
13. สั ตว์ ในข้ อใดทีมอวัยวะหายใจแตกต่ างจากพวก
            ก. สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม          ข. สัตว์ปีก
            ค. สัตว์เลื้อยคลาน               ง. สัตว์พวกปลา
      ้         ่              ่
14. จิงจกเปลียนสี ผิวเพือสิ่ งใด
            ก. ล่าเหยือ      ่               ข. ลอกคราบ
            ค. พรางตาศัตรู                   ง. เรี ยกเพศตรงข้าม
                       ่         ั         ้
15. สั ตว์ ในข้ อใดทีอยู่ได้ ท้งบนบก และในนา
            ก. เป็ ด ไก่                     ข. ห่าน กบ
            ค. เป็ ด นก                      ง. จระเข้ กบ
16. สั ตว์ ในข้ อใดกินอาหารต่ างจากพวก
            ก. เสื อ                                ข. นก
            ค. ช้าง                                 ง. เหยียว ่
                                           ้                      ้
17. การแบ่ งสั ตว์ เป็ นสั ตว์ บก สั ตว์ นา สั ตว์ครึ่งบกครึ่งนา ใช้ อะไรเป็ นเกณฑ์
            ก. โครงสร้าง                                        ่
                                                    ข. ที่อยูอาศัย
            ค. แหล่งอาหาร                           ง. ความเป็ นอยู่
                          ี      ่
18. สั ตว์ ในข้ อที่ไม่ มการเปลียนแปลงรู ปร่ างขณะเจริญเติบโต
            ก. แมลงสาบ                              ข. ยุง
            ค. คางคก                                ง. ผีเสื้ อ
19. การเจริญเติบโตของนกเป็ นแบบเดียวกับสั ตว์ ในข้ อใด
            ก. ยุง                                  ข. กบ
            ค. ผีเสื้ อ                             ง. แมลงสาบ
                       ่                 ั
20. สั ตว์ ในข้ อใดทีออกลูกเป็ นไข่ ท้งหมด
            ก. เป็ ด แมว                            ข. ปลาวาฬ ปลาโลมา
            ค. จระเข้ จิ้งจก                        ง. เต่า กระต่าย
21. ลูกอ๊ อดใช้ อะไรหายใจ
            ก. ปอด                                  ข. จมูก
            ค. เหงือก                               ง. ผิวหนัง
22. สั ตว์ ในข้ อใดมีจานวนขาแตกต่ างจากพวก
            ก. ไส้เดือน                             ข. กิ้งกือ
            ค. หนอน                                 ง. ตะขาบ
                      ่ ี          ิ
23. สั ตว์ ในข้ อใดทีมวงจรชีวตเป็ นดักแด้
            ก. กบ                                   ข. ผีเสื้ อ
            ค. ตักแตน
                    ๊                               ง. แมลงสาบ
24. สั ตว์ ชนิดใดไม่ ได้ เกิดจากไข่
            ก. แมลงสาบ                      ข. กบ
            ค. หนู                          ง. งู
                                          ่
25. รัฐบาลออกกฎหมายคุ้มครองสั ตว์ ป่าเพืออะไร
            ก. ขยายพันธุ์                   ข. บารุ งพันธุ์
            ค. คัดแยกพันธุ์                 ง. สงวนพันธุ์
26. ข้ อใดเป็ นสั ตว์ ป่าคุ้มครองประเภท 1
            ก. ละมัง   ่                    ข. นกยูง
            ค. นกเขา                        ง. กวางผา
27. ข้ อใดจัดเป็ นสั ตว์ ป่าสงวน
            ก. ช้าง                         ข. ม้า
            ค. เสื อ                        ง. แรด
                                                  ่
28. การกระทาในข้ อใดจะทาให้ สัตว์ สูญพันธุ์มากทีสุด
            ก. จับปลาในฤดูวางไข่            ข. จับสัตว์ที่โตเต็มที่แล้ว
            ค. จับสัตว์ที่มีจานวนมาก        ง. จับสัตว์ไม่เลือกที่
29. ข้ อใดจัดว่ าเป็ นสั ตว์ หายาก
            ก. เสื อ                        ข. นกเขา
            ค. ลิง                          ง. แมว
                              ื่
30. สั ตว์ ชนิดใดกินสั ตว์ อนเป็ นอาหาร
            ก. เสื อ                        ข. ช้าง
            ค. กวาง                         ง. หมูป่า
                                   
                         แผนการจัดการเรี ยนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์                            ช่ วงชั้นที่ 2 (ชั้ นประถมศึกษาปี ที่ 4)
                                          ิ
หน่ วยการเรียนรู้ ที่ 5 เรื่ อง การดารงชีวตของสัตว์                              เวลารวม 30 ชั่วโมง
แผนการเรียนรู้ ที่ 18 เรื่ อง การทาโครงงาน เรื่ อง การเลี้ยงสัตว์ในท้องถิ่น           เวลา 2 ชั่วโมง
           สอนวันที่              เดือน                           พ.ศ.            .

                                              ิ
มาตรฐาน ว 1.1 : เข้าใจหน่วยพื้นฐานของชีวต ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง
                   และหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสิ่ งมีชีวตที่ทางานสัมพันธ์กน
                                                          ิ                 ั
                   มีกระบวนการสื บเสาะหาความรู ้ สื่ อสารสิ่ งที่เรี ยนรู ้
                                                     ิ
                   และนาความรู ้ไปใช้ในการดารงชีวตของตนเอง และดูแลสิ่ งมีชีวต ิ
สาระสาคัญ
      การเลี้ยงสัตว์ เป็ นอาชีพที่สาคัญ ช่วยสร้างรายได้ให้แก่ผเู ้ ลี้ยง
และลดจานวนการจับสัตว์ธรรมชาติ ถือเป็ นการอนุรักษ์สัตว์อย่างหนึ่ง

                  ี่
1. ผลการเรียนรู้ ทคาดหวัง
      เลือกทาโครงงานเรื่ องการอนุรักษ์สัตว์ในท้องถิ่น ตามหลักวิธีการ และขั้นตอนได้

2. สาระหลัก
                          ่                ั
      สัตว์ในท้องถิ่นมีอยูมากมาย แต่ปัจจุบนนับวันจะลดลงไปเรื่ อยๆ
                                                       ่
ควรได้มีการอนุรักษ์ไว้จึงจะทาให้สัตว์ในท้องถิ่นยังคงอยูต่อไป

3. กระบวนการจัดการเรียนรู้
                          ั
            3.1.1 ให้นกเรี ยนศึกษารู ปแบบการรายงานโครงงานจาก รู ปแบบที่ครู นาเสนอ
                ู้      ั                       ั
หรื อโครงงานที่ผอื่นได้จดทาไว้แล้ว ซึ่งสรุ ปได้ดงนี้
                    1. ชื่อโครงงาน
                    2. กิตติกรรมประกาศ
                    3. วัตถุประสงค์ของการจัดทาโครงงาน
                    4. อุปกรณ์
                    5. วิธีการดาเนินงาน
                    6. การสรุ ป และอภิปรายผล
             3.1.2 ประชุมวางแผน มอบหมายหน้าที่
       3.2   ขั้นสารวจ และแสวงหาคาตอบ
             ดาเนินการสารวจสื บค้นข้อมูล สอบถามผูเ้ ลี้ยงสัตว์ในชุมชน
       3.3   ขั้นอธิบาย และลงข้ อสรุ ป
             จัดทารายงานโครงการ
       3.4   ขั้นขยายความรู้ /มโนทัศน์
             นาเสนอโครงงานหน้าชั้นเรี ยน และแลกเปลี่ยนเรี ยนรู ้ซ่ ึงกันและกัน
       3.5   ขั้นประเมิน
             ตรวจสอบ แก้ไข ปรับปรุ งโครงงานตามที่ครู เสนอแนะ

4. การวัดผล ประเมินผล
      4.1 วิธีการ
           4.1.1 สังเกต
                  - การวางแผน กระบวนการกลุ่ม
                  - การตอบคาถาม และการแสดงความคิดเห็น
                  - การสรุ ปข้อมูล
           4.1.2 ตรวจสอบ
                  - ตรวจรายงานโครงงาน
      4.2 เครื่องมือวัด และประเมินผล
           แบบตรวจรายงานโครงงาน
      4.3 เกณฑ์ การวัด และประเมินผล
           ถือเกณฑ์การผ่านร้อยละ 60

5. วัสดุอปกรณ์ สื่ อ และแหล่งการเรียนรู้
         ุ
       5.1 วัสดุอปกรณ์
                    ุ
                - กระดาษ A4
 -                ปากกา ดินสอ สี
 -                กล้องถ่ายรู ป (ถ้ามี)
      5.2 สื่ อ และแหล่งการเรียนรู้
                - ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ในชุมชน
                    ้
                - ผูรู้ในชุมชน

                 ่
6. ข้ อเสนอแนะเพิมเติม
               แบบการเขียนรายงานโครงงาน
                   ชื่อโครงงาน      .

ชื่อผู้ทาโครงงาน
             1)
             2)
             3)

     ี่
ตรู ทปรึกษาโครงงาน
  ่
ทีมา และความสาคัญของโครงงาน




จุดม่ งหมายของการจัดทาโครงงาน
           1)
           2)
           3)

วิธีการดาเนินงาน
        อุปกรณ์



       วิธีการทดลอง / สารวจ
แผนปฏิบัติงาน (ระยะเวลาในการดาเนินงาน)




    ่
ผลทีคาดว่ าจะได้ รับ




เอกสารอ้างอิง




                                 

				
DOCUMENT INFO
Shared By:
Categories:
Tags:
Stats:
views:12
posted:1/10/2012
language:Thai
pages:107