????????? 077 by tE14lq

VIEWS: 19 PAGES: 23

									        จัดทาโดย
 นางสาวชมพูนุท เทียมลม
      รหัส 06510077
    คณะศึกษาศาสตร์
   วิชาเอก สั งคมศึกษา

                   ่
วิชาคอมพิวเตอร์ เพือการศึกษา
      รหัสวิชา 468102
                     สารบัญ

การสื่ อสารผ่านดาวเทียม
ระบบการสื่ อสารผ่านดาวเทียม
ประเภทของดาวเทียม
เทคโนโลยีไร้สายกับดาวเทียม และอวกาศ
การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
                       การสื่ อสารผ่ านดาวเทียม
เนื่องจากท้องที่ทางภูมิศาสตร์เต็มไปด้วยภูเขา หุบเขา หรื อเป็ น
         ่
 เกาะอยูในทะเล การสื่ อสารที่ดีวิธีหนึ่งคือการใช้ดาวเทียม

ดาวเทียมได้รับการส่ งให้โคจรรอบโลก โดยมีการเคลื่อนที่
                                             ่
 ไปพร้อมกับการหมุนของโลก ทาให้ดาวเทียมอยูใน ตาแหน่ง
 คงที่ เมื่อมองจากพื้นโลกบนดาวเทียมจะมีการ นาเอาเครื่ อง
 ถ่ายทอดสัญญาณติดไปด้วย การสื่ อสารโดยผ่านดาวเทียมจะทา
 โดยการส่ งสัญญาณสื่ อสารจากสถานีภาคพื้นดินแห่งหนึ่งขึ้น
 ไปยังดาวเทียม เมื่อดาวเทียมรับก็จะส่ งกลับมายังสถานี
 ภาคพื้นดินอีกแห่งหนึ่ง หรื อหลายแห่ ง
การสื่ อสารโดยผ่านดาวเทียมจะทาโดยการ ส่ งสัญญาณสื่ อสาร
 จากสถานีภาคพื้นดินแห่งหนึ่งขึ้นไปยังดาวเทียม เมื่อดาวเทียม
 รับก็จะส่ งกลับมายังสถานีภาคพื้นดิน
 อีกแห่งหนึ่ง หรื อหลายแห่ง

เราจึงใช้ดาวเทียมเพื่อแพร่ ภาพสัญญาณโทรทัศน์ได้ การรับจะ
                                  ่
 ครอบคลุมพื้นที่ที่ดาวเทียมลอยอยูซ่ ึงจะมีบริ เวณกว้างมากและทา
 ได้โดยไม่มีอุปสรรคจากภูเขาบัง
 ดาวเทียมจึงเป็ นสถานีกลางที่ถ่ายทอดสัญญาณจากที่หนึ่งไปยังอีก
 ที่หนึ่งได้
                                                         ่
สื่ อสารผ่านดาวเทียมเป็ นการสื่ อสารที่มีสถานีรับส่ งอยูที่พ้ืนดิน
 ส่ งตรงขึ้นไปยังดาวเทียมแล้วส่ งต่อลงมายังตัวรับส่ งที่พ้ืนดิน
 อีกครั้งหนึ่ง ดาวเทียมจึงเสมือนเป็ นสถานีถ่ายทอดสัญญาณที่ดี
                  ่
 ยิง เพราะลอยอยูบนท้องฟ้ าในระดับสูงมาก
   ่

                                 ั
ดาวเทียมสื่ อสารที่ใช้งานต้องมีลกษณะพิเศษคือ เป็ นดาวเทียม
 ค้างฟ้ า ซึ่งผิดจากดาวเทียมจารกรรมทางทหาร ดาวเทียมสารวจ
 ทรัพยากรที่ประเทศมหาอานาจส่ งขึ้นไป ดาวเทียมเหล่านั้นจะ
 เคลื่อนที่โคจรรอบโลกผ่านทุกส่ วนของพื้นผิวโลก โดยจะ
 กลับมาที่เดิมในระยะเวลาประมาณ 9-11 วัน
                                   ้ ่
ดาวเทียมค้างฟ้ า เป็ นดาวเทียมที่ตองอยูบริ เวณเหนือเส้นศูนย์
                                                ั
 สูตรและโคจรรอบโลก 1 รอบ ใน 1 วัน พอดีกบเวลาที่โลก
 หมุนรอบตัวเอง ระดับความสู งและความเร็ วการโคจรต้อง
                                                  ่
 เหมาะสม ดาวเทียมค้างฟ้ าที่ใช้ในการสื่ อสารอยูที่ระดับความสูง
 42,184.2 กิโลเมตร

ปัจจุบนประเทศไทยมีดาวเทียมไทยคมลอยอยูเ่ หนือประเทศ
         ั
 ดาวเทียมไทยคมนี้ใช้ประโยชน์ทางด้านการสื่ อสารของประเทศ
 ได้มาก
 เพราะเป็ นการให้บริ การสื่ อสารของประเทศในรู ปแบบต่างๆ
 ตั้งแต่การรับส่ งสัญญาณโทรทัศน์ สัญญาณจากวิทยุ สัญญาณ
 ข้อมูลข่าวสารต่างๆ
              ประเทศไทยเริ่ มใช้ดาวเทียมสื่ อสารครั้งแรกตั้งแต่ปี พ.ศ.
2510 การสื่ อสารแห่งประเทศไทยตั้งสถานีภาคพื้นดินที่อาเภอศรี ราชา
ชลบุรี โดยเช่าช่องสัญญาณจานวน 13 ช่องสัญญาณ เพื่อติดต่อสื่ อสาร
                                                     ั
ระหว่างประเทศดาวเทียมที่ใช้ในยุคแรกเป็ นของบริ ษท ยูอาร์ซีเอ ซึ่งเป็ น
ดาวเทียมทางทหารของสหรัฐอเมริ กา

        จานรับสัญญาณดาวเทียมที่สถานีภาคพื้นดินมีขนาดใหญ่มาก เช่น
จานรับสัญญาณดาวเทียมอิเทลแซด ที่ศรี ราชามีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง
ประมาณ 97 ฟุต สามารถสื่ อสารข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก และมหาสมุทร
อินเดีย
      ใน พ.ศ. 2522 สถานีโทรทัศน์ในประเทศไทยมีการขยาย
เครื อข่ายทัวประเทศ ในการนี้มีการเช่าช่องสัญญาณจากดาวเทียม
            ่
ปาลาปาของอินโดนีเซีย ทาให้ระบบการถ่ายสัญญาณโทรทัศน์
                                             ั่
ของประเทศไทยกระจายไปยังเมืองใหญ่ ๆ ได้ทวประเทศ จานรับ
สัญญาณดาวเทียมปาลาปามีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1-3 เมตร ซึ่ง
นับว่าเป็ นจานขนาดใหญ่พอสมควร การถ่ายทอดสัญญาณ
              ่
โทรทัศน์ผานดาวเทียมทาได้ง่ายเพราะไม่ตองเสี ยเวลาเดินสาย
                                         ้
หรื อเชื่อมโยงด้วยไมโครเวฟ
                         ่
      ดาวเทียมไทยคมอยูในตาแหน่งเส้นแวงที่ 101 องศาตะวันออก เหนือ
                                              ั
เส้นศูนย์สูตรบริ เวณอ่าวไทยค่อนไปทางใต้ ใช้สญญาณพาหะในย่านความถี่
                               ั ้                     ั
4 , 10 และ 12 จิกะเฮิรทซ์ บริ ษทผูผลิตดาวเทียมคือ บริ ษทฮิวส์แอโรคราป
                                                              ั
ของประเทศสหรัฐอเมริ กา และส่ งขึ้นวงโคจรด้วยจรวดของบริ ษทเอเรี ยน
สเปสของประเทศฝรั่งเศส

                                         ่
     ข้อได้เปรี ยบของดาวเทียมไทยคมคือ อยูตรงประเทศไทยทาให้จานรับ
สัญญาณมีขนาดเล็กลงเหลือเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 50 เซนติเมตร ดาวเทียม
ไทยคมครอบคลุมพื้นที่ประเทศไทย และเพื่อนบ้านไว้ ดาวเทียมตัวนี้มีอายุ
ประมาณ 15 ปี
      การสื่ อสารผ่านดาวเทียมในประเทศไทยจึงเป็ นอีกก้าวหนึ่งที่
ทาให้ประเทศไทยมีทางเลือกของการสื่ อสารมากขึ้น การรับรู ้
ข้อมูลข่าวสารจะทาได้เร็ วขึ้น การส่ งสัญญาณผ่านดาวเทียมเป็ น
                                                          ่
หนทางหนึ่งที่จะส่ งไปยังพื้นที่ใด ๆ ก็ได้ในประเทศ แม้จะอยูใน
ป่ าเขาหรื อมีสิ่งกีดขวางทางภาคพื้นดิน

       ดังนั้น การกระจายข่าวสารในอนาคตจะมีบทบาทเพิ่มขึ้น
        ้
การใช้ขอมูลข่าวสารจะเจริ ญเติบโตไปพร้อมกับความต้องการ
หรื อการกระจายตัวของระบบสื่ อสาร
                                 ระบบการสื่ อสารผ่ านดาวเทียม
                ั ่         ั     ่ ้
ดาวเทียม ที่ใช้กนอยูในปัจจุบนมีอยูดวยกัน 2 ชนิด จาแนกตามแนวโคจร
              ั       ่ ั
         ที่มนโคจรอยูดงนี้
                  ่
 1. ดาวเทียมที่อยูในวงโคจรทัวไป มีวงโคจรเป็ นรู ปวงรี มีระนาบไม่แน่นอน
                            ่
    ตาแหน่งของตัวดาวเทียมเมื่อเทียบกับโลกก็ไม่แน่นอน มันใช้ในการสารวจ
    สภาพภูมิอากาศ ภูมิประเทศ แหล่งทรัพยกรธรณี และงานทางด้านการทหาร

                                                                 ่ ั
2. ดาวเทียมค้างฟ้ า (Geostationary Satellite) เป็ นดาวเทียมที่อยูกบที่ เมื่อเทียบกับ
                     ่                                   ่
    โลกมีวงโคจรอยูในระนาบเดียวกับเส้นศูนย์สูตร อยูสูงจากผิวโลกประมาณ
    35,786 กิโลเมตร วงโคจรพิเศษนี้อาจเรี ยกว่า " วงโคจรค้างฟ้ า " หรื อ "
                                                                ้้
   วงโคจรคลาร์ก " เพื่อเป็ นเกียรติแก่นาย Arthur C. Clarke ผูคนพบวงโคจรนี้
                                                    ประเภทของดาวเทียม
                                                                                    ่
ดาวเทียม คือ วัตถุที่เกิดจากการประดิษฐ์คิดค้นโดยมันสมองของมนุษย์ ซึ่ งสามารถจะลอยอยูใน
                                                                           ้
     อวกาศ และโคจรรอบโลกหรื อขับเคลื่อนไปยังจุดหมายปลายทางที่ มนุษย์ตองการได้ โดยอาศัย
     กฎเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ
ดาวเทียมมีมากมายหลายประเภท สามารถแบ่งประเภทการใช้งานได้ 11 ประเภท ดังนี้
    •                               ่
         ดาวเทียมเพือการสื่อสารระหว่างจุดต่ อจุด
    •               ่
         ดาวเทียมเพือการสื่อสารระหว่างดาวเทียม
    •                 ่                       ่   ้
         ดาวเทียมเพือการสื่อสารเคลือนที่บนบก ในนา และในอากาศ
    •                                 ่
         ดาวเทียมเพือการสื่อสารวิทยุกระจายเสียง และโทรทัศน์
    •                   ่
         ดาวเทียมเพือการสารวจโลก สารวจทรัพยากรธรรมชาติ
    •                     ่
         ดาวเทียมเพือการสารวจอวกาศ
    •                       ่
         ดาวเทียมเพือการพยากรณ์ อากาศ
    •                         ่
         ดาวเทียมเพือการปฏิบตในห้ วงอวกาศ ั ิ
    •                                   ่
         ดาวเทียมเพือกิจการวิทยุสมัครเล่น
    •                           ่
         ดาวเทียมเพือการกาหนดตาแหน่ ง
    •                             ่
         ดาวเทียมเพือการนาร่ องเรือ
             เทคโนโลยีไร้ สายกับดาวเทียม และอวกาศ
                         ่
 ดาวเทียมที่โคจรอยูรอบโลกนับร้อยๆดวงนั้นมีการยิงสัญญาณข้อมูลต่าง ๆ มาที่พ้ืน
                                                         ั
  โลก และยิงสัญญาณจากพื้นโลกไปยังดาวเทียม โดยมีวตถุประสงค์ หลายอย่าง
  รวมทั้งการตรวจสอบสภาพอากาศ การส่ งสัญญาณโทรศัพท์ ทีวี และสัญญาณวิทยุ
                                                   ู้ ้
  มีการใช้งานในการระบุตาแหน่งและส่ งไปให้ผที่ตองการใช้และอื่น ๆ
 เรื่ องจากที่กล่าวมาข้างต้นนั้น จะมีการส่ งข้อมูลจากนอกโลกหรื อในอวกาศ เช่น
  จากดาวอังคารหรื ออาจจะส่ งมาจากระบบสุ ริยะจักรวาล ของเราก็ได้ และในการ
                       ั
  สื่ อสารเช่นนี้ได้น้ นก็จาเป็ นต้องใช้เทคโนโลยีไร้สายในการทางานทั้งสิ้ น สิ่ งที่
  น่าสนใจและน่าแปลกใจในการสื่ อสาร ผ่านดาวเทียมก็คือการใช้เครื่ องมือสื่ อสาร
                   ่
  พื้นฐานที่ใช้อยูบนโลกในการสื่ อสารผ่านดาวเทียม เช่น อุปกรณ์ส่งสัญญาณ จาน
  รับสัญญาณ อุปกรณ์รับสัญญาณ และอื่น ๆ ซึ่ งในความคิดของคนทัวไปนั้นอาจคิด
                                                                    ่
                                                                ั
  ว่าการสื่ อสารอย่างนี้จะต้องใช้อุปกรณ์ราคาสู ง และเทคโนโลยีข้ นสู งมาก
 ดาวเทียมหลาย ๆ ชนิดนั้นเกี่ยวข้องกัน ทางานร่ วมกันในด้านการสื่ อสาร ดาวเทียมชนิดแรก
  คือ Geostationary ซึ่งโคจรรอบโลกที่ความสู ง จากพื้นโลก 35,784 กิโลเมตร โดยที่ความสูง
                                   ่
  ขนาดนั้นจะมีรอบของการโคจรอยูที่ 24 ชัวโมง หรื อพูดอีกอย่างก็คือดาวเทียมโคจรที่
                                            ่
                                                                                ่ ั
  ความเร็วเท่ากับ ความเร็วของโลกที่โคจรครบ 1 รอบนันเอง ดังนั้นดาวเทียมจึงอยูกบที่เมื่อ
                                                        ่
  เทียบกับตาแหน่งบนพื้นโลก ณ จุด ๆ หนึ่ง เนื่องจากสาเหตุน้ ีเองจาน ดาวเทียมบนโลกจึงทา
  การชี้ตรงไปที่ดาวเทียม โดยที่ไม่จาเป็ นต้องมีการเคลื่อนย้ายเนื่องจากตาแหน่งสัมพันธ์
  ระหว่างดาวเทียมและจานดาวเทียมนั้นจะคงที่เสมอ

                                                                       ่
 ดาวเทียมชนิดที่สองคือดาวเทียม Middle Earth Orbit (MEO) ซึ่ งโคจรอยูที่ความสู งระหว่าง
                                                        ่
  5,000 ถึง 15,000 กิโลเมตร เหนือพื้นโลก ดาวเทียม ที่อยูในช่วงความสู งระยะนี้เป็ นดาวเทียม
  สาหรับการระบุตาแหน่งบนพื้นโลก( Global Positioning System หรื อ GPS) อย่างที่คุณจะได้
  เห็นในการทางานของ GPS ในตัวอย่างต่อไป คือการที่ GPS สามารถที่จะระบุตาแหน่งและ
                 ่
  บอกว่าคุณอยูที่ลองติจูดและละติจูดที่เท่าไรบนพื้นโลก ณ ในขณะนั้น และเมื่อนามารวมกับ
               ้
  เทคโนโลยีดานคอมพิวเตอร์และฐานข้อมูลของแผนที่ ก็จะทาให้สามารถสร้างระบบการนา
                         ั
  ทางได้ และนอกจากนี้ยงสามารถที่จะบอกเวลาที่ถูกต้องแม่นยาได้อีกด้วย
                                                                                     ่
 ดาวเทียมชนิดที่สาม คือดาวเทียม Low Earth Orbit (LEO) คือดาวเทียมที่โคจรอยูที่ความสูงตั้งแต่
  100 ถึง 1,000 กิโลเมตร การสื่ อสารผ่านดาวเทียมแรกๆนั้น สื่ อสารโดยการใช้ดาวเทียมสะท้อน
                                                                             ั
  สัญญาณ ( Echo Satellite) ซึ่งเป็ นแบบ LEO โดยเริ่ มใช้เมื่อ ค.ศ. 1960 บริ ษท Iridium ได้ทาการ
  ปล่อยดาวเทียมชนิด LEO ถึง 12 ดวงเพื่อใช้สาหรับบริ การให้คนที่ใช้โทรศัพท์สามารถที่จะ
  ติดต่อกันได้ทุกๆที่บนโลก โดยการยิงสัญญาณและรับสัญญาณกับดาวเทียม แต่ดวยเหตุผลด้าน ้
  การเงินและด้านเทคนิค ดาวเทียมเหล่านี้มีการใช้งานน้อยลงเรื่ อยๆ จนกระทังปี ค.ศ. 1990 และ
                                                                               ่
                              ้
  สุ ดท้ายการดาเนินธุรกิจก็ลมละลาย แต่อย่างไรก็ตามธุรกิจก็กลับฟื้ นฟูข้ ึนมาใหม่ เนื่องจากมีหลาย
        ั                                                                 ่
  บริ ษทอย่างเช่น Globalstar นั้นมีแผนการที่จะขายบริ การด้านโทรศัพท์ผานดาวเทียมโดยการใช้
  ดาวเทียมของบริ ษทนี้ั
 ดาวเทียมชนิดอื่น ๆ ที่ใช้ระบบการสื่ อสารไร้สายถูกใช้สาหรับด้านการสารวจอวกาศ เมื่อคุณมองดู
  ที่รูปภาพที่ถ่ายจากดาวอังคารหรื อดาวพฤหัสบดี ภาพเหล่านั้นถูกส่ งมาที่โลกโดยใช้เทคโนโลยีไร้
  สาย คุณจะได้เห็นจากตัวอย่างภายในบทความนี้ ว่าจริ ง ๆ แล้วอุปกรณ์ส่งสัญญาณที่ทางานในงาน
            ั                                        ่
  ด้านนี้น้ นไม่ได้ใช้ความเข้มของสัญญาณมาก ซึ่ งอยูที่ประมาณ 8 เท่า ของสัญญาณโทรศัพท์ที่เรา
  ใช้อยู่ เทคโนโลยีหลาย ๆ ด้านนามาใช้เพื่อให้เกิดสิ่ งเหล่านั้น เพื่อทาให้ดาวเทียมสามารถที่จะส่ ง
  ข้อมูลมาที่โลก หรื อแม้กระทังส่ งมาจากขอบของระบบสุ ริยะจักรวาลของเราก็ตามก็สามารถทาได้
                                ่
                        การศึกษาทางไกลผ่ านดาวเทียม
  โครงการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม เป็ นโครงการที่รัฐบาลกาหนดให้
 เป็ นโครงการตามนโยบายรัฐบาลเพื่อสนับสนุนการดาเนินงานนโยบายเกี่ยวกับ
 การขยายโอกาส และพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามข้อเสนอของ
                         ้
 กระทรวงศึกษาธิการ ที่ตองการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการสื่ อสารดาวเทียม เพื่อ
 พัฒนาคุณภาพการศึกษาของไทยเนื่องจากประเทศไทยมีความพร้อมจากการมี
 ดาวเทียมสื่ อสารแห่งชาติดวงแรกเป็ นของตนเองตามสัมปทาน
 ซึ่ งดาวเทียมสื่ อสารดวงแรกของประเทศไทยได้รับพระมหากรุ ณาธิคุณจาก
                           ่ ั
 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหวพระราชทานชื่อว่า " ดาวเทียมไทยคม " มาจากคาว่า
 "ไทยคมนาคม" โดยดาวเทียมไทยคมได้ถกส่ งขึ้นสู่ วงโคจร เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม
                                       ู
 2536 ณ เมืองคูรู เฟรนซ์กิอานา ดินแดนของประเทศฝรั่งเศสในทวีปอเมริ กาใต้
     จากความก้าวหน้าของทางเทคโนโลยีการสื่ อสาร ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์เฉพาะการพัฒนา
  เศรษฐกิจและสังคมของประเทศนั้น เนื่องจากการสื่ อสารที่มีประสิ ทธิภาพจะนาไปสู่ การ
  เผยแพร่ ขอมูลข่าวสารและความรู้ที่กว้างขวาง จะเป็ นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวตของ
            ้                                                                      ิ
  ประชาชนด้วย หากสามารถกระจายโอกาสทางการศึกษาไปสู่ประชาชนให้ทวถึง และพัฒนา
                                                                         ั่
               ่
  คุณภาพให้อยูในมาตรฐานเดียวกัน ย่อมก่อให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
  โดยรวม
      กระทรวงศึกษาธิการ ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของการสื่ อสารดาวเทียมที่จะเป็ นเทคโนโลยี
  ทางเลือก (Alternative Technology) ที่จะนาไปสู่การขยายโอกาสและพัฒนาคุณภาพการศึกษา
                                                                   ั         ิ
  ของประเทศ เนื่องจากการแพร่ ภาพสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินที่ใช้กบสถานีวทยุโทรทัศน์ใน
  ปัจจุบนมีขอจากัดในการใช้ช่วงเวลา จึงได้จดทาโครงการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม
         ั ้                               ั
  เป็ นการเผยแพร่ ภาพรายการโทรทัศน์ดวย  ้
                      ่                                    ่
  สั ญญาณดาวเทียมเพือสนับสนุนการศึกษาแก่ ประชาชนท้ องถินต่ างๆ ดังนี้
                                     ั
        ขยายบริ การทางการศึกษาให้กบประชาชนอย่างทัวถึง ซึ่ งสอดคล้องกับมติรัฐมนตรี
                                                        ่
 เรื่ อง การขยายการศึกษาพื้นฐานจาก 6 ปี เป็ น 9 ปี โดยเร่ งรัดการเรี ยนต่อในระดับ
 มัธยมศึกษาตอนต้นของกลุ่มเป้ าหมายเด็กยากจนในชนบทและเด็กด้อยโอกาสในกลุ่มอายุ
 13 - 15 ปี รวมถึงกลุ่มเป้ าหมายแรงงานความรู ้ต่า ซึ่ งจาเป็ นต้องพัฒนาศักยภาพเพื่อให้
 สามารถรองรับการพัฒนาทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี
      เริ่มก่ อตั้ง การจัดการศึกษาทางไกลผ่ านดาวเทียม
 โดยได้เสนอรายละเอียดโครงการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมให้คณะรัฐมนตรี
 พิจารณา เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2537 และคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบและอนุมติให้    ั
 กระทรวงศึกษาธิการ โดยกรมการศึกษานอกโรงเรี ยนทดลองโครงการจัดการศึกษา
 ทางไกลผ่านดาวเทียมตามรายละเอียดที่เสนอ เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2537 ดังนี้
       ั
1. อนุมติการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมให้เป็ นนโยบาย
   ของรัฐบาล

         ั
2. อนุมติให้กระทรวงศึกษาธิการโดยกรมการศึกษานอกโรงเรี ยน
   ร่ วมงานกับหน่วยงานรัฐและเอกชนดาเนินโครงการจัดการศึกษา
   ทางไกลผ่านดาวเทียมตามแนวและรู ปแบบที่กาหนด
         ั
3. อนุมติหลักการในการใช้งบประมาณแผ่นดิน เพื่อจัดการศึกษา
   ทางไกลผ่านดาวเทียม ในส่ วนที่เพิ่มเติมจากเงินช่วยเหลือที่
                              ั
   บริ จาคโดยมูลนิธิไทยคมให้กบโครงการโดยให้กระทรวง
                    ้ั
   ศึกษาธิการเป็ นผูจดทารายละเอียดตามแนวทางการจัดตั้ง
   งบประมาณในแต่ละปี ของราชการ

         ั    ั
 4. อนุมติให้จดตั้งศูนย์การศึกษาทางไกลไทยคมให้เป็ นหน่วยงาน
    ทางการศึกษาสังกัดกรมการศึกษานอกโรงเรี ยน รับผิดชอบการ
    จัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม
                              ประโยชน์ ที่คาดว่ าจะได้ รับ
     การทดลองโครงการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมคาดว่ าจะก่อให้ เกิด
ประโยชน์ ดังนี้

1. ประชาชนทั้งประเทศที่ประสงค์จะได้รับการศึกษา จะสามารถเข้า
    รับบริ การกรศึกษาได้ตามความต้องการ
2. ผูเ้ รี ยนทัวประเทศจะได้รับเนื้อหาสาระของการศึกษาในคุณภาพและมาตรฐาน
               ่
   ในระดับเดียวกันกับครู อาจารย์ ผูเ้ ชี่ยวชาญโดยตรง
3. ระบบการศึกษาของประเทศ ทั้งการศึกษาในระบบโรงเรี ยน การศึกษานอก
    โรงเรี ยนและการศึกษาตามอัธยาศัย ทั้งในระดับก่อนวัยเรี ยน ประถมศึกษา
    มัธยมศึกษาและอุดมศึกษาสามารถใช้การศึกษาทางไกลเป็ นสื่ อการเรี ยน
     การสอนทั้งเป็ นสื่ อโดยตรงและสื่ อเสริ มการเรี ยนการสอน
4. โทรทัศน์เพื่อการศึกษาผ่านดาวเทียมจะเข้ามามีบทบาท
   สาคัญในการจัดการศึกษาทางไกลของประเทศ เพราะทุก
                                                 ั
   ชุมชนที่ประสงค์จะรับบริ การทางการศึกษาก็มีศกยภาพที่
   จะจัดหาโทรทัศน์ และเครื่ องรับสัญญาณดาวเทียม ทั้งกรณี ที่
                                                   ่
   พึ่งพาตนเองและรัฐบาลจัดหาให้ ซึ่งอาจคาดได้วาอย่างน้อย
   ทุกหมู่บาน โรงเรี ยนทุกแห่ ง วัดทุกแห่ง ศูนย์การเรี ยนของ
            ้
   กรมการศึกษานอกโรงเรี ยนทุกแห่ง ห้องสมุดประชาชน
       ทุกแห่งจะมีเครื่ องรับสัญญาณดาวเทียมและสามารถ
  ให้บริ การทางการศึกษาได้อย่างกว้างขวาง
                บรรณานุกรม
o http://www.thaisakon.com/wbi/
o http://www.skr.ac.th/My%20Intranet/thaigoodview/
  www.thaigoodview.com/cai_c0247/8/c8_7_1.htm
o http://kurotop.igetweb.com/index.php?mo=14&
  newsid=19760
o http://surin.nfe.go.th/main/index.php?option
 =com_content&task=view&id=13&Itemid=14
o http://learners.in.th/blog/pongsiri555555/146873
o http://learners.in.th/blog/kikikiki/121230
o http://learners.in.th/blog/dlf/99648

								
To top