พัฒนาการเด็ก
Child Development
ผศ.นพ.ชาตรี วิฑ ูรชาติ
หน่วยจิตเวชเด็ก ภาควิชาก ุมารเวชศาสตร์
ิ
คณะแพทยศาสตร์ ศิรราชพยาบาล
พัฒนาการด้ านต่ างๆ
** ้
กล้ ามเนือมัดย่ อย
** ้
กล้ ามเนือมัดใหญ่
** ภาษา , การสื่ อสาร
** สั งคม
** ความคิด สติปัญญา
** อารมณ์
** จริยธรรม
การแบ่ งระยะของพัฒนาการ
1.ระยะก่อนคลอด ( Prenatal ) ปฏิสนธิ - คลอด
2.วัยทารก (Infancy) 0 - 2 ปี
3.วัยเด็กตอนต้ น หรือ วัยอนุบาล (Pre-school) 3 - 5 ปี
4.วัยเด็กตอนปลาย หรือ วัยเรียน (School age) 6 - 11 ปี
5.วัยรุ่น (Adolescent) 2 - 20 ปี
6.วัยหนุ่มสาว (Early adulthood) 20 - 40 ปี
7.วัยกลางคน (Middle age) 40 - 60 ปี
8.วัยชรา (old age) > 60 ปี
การพัฒนาบุคลิกภาพ
พัฒนามากและเร็วที่สุด ช่ วง 0 – 6 ปี
Psychological Development
A Comparison of the Theories of Erikson, Freud, and
Piaget
Psychosocial Development Psychosexual development Cognitive development
(Erik Erikson) (Sigmund Freud) (Jean Piaget)
Birth Birth
Basic Trust vs Mistrust Oral Stage Sensorimotor
1Y Autonomy vs Shame Stage
and Doubt Anal Stage 2Y
3Y Preoperational
Initiative vs Guilt Phallic Stage Stage
6Y
Industry vs Inferiority Latency Stage Concrete Operation 7Y
Stage
Psychosocial development Psychosexual development Cognitive development
(Erik Erikson) (Sigmund Freud) (Jean Piaget)
12Y 12Y
Identity vs Identity Genital Stage Formal Operational
Confusion Stage
20Y
Intimacy vs Isolation
30Y
Generativity vs Stagnation
65Y
Ego Integrity vs Despair
ผศ.นพ.ชาตรี วิฑูรชาติ
6 กุมารฯ ศิริราช
บุคลิกภาพอันพึงประสงค์
1. มีอารมณ์ ร่าเริง , แจ่ มใส , มีอารมณ์ ขัน
2. มีความรักตัวเองและผู้อนได้
ื่
3. รู้ สึกว่ าตัวเองมีคุณค่ า
4. มีความรับผิดชอบ สามารถพึงตนเองได้
่
5. สามารถแสดงออก ไม่ เก็บกด
บุคลิกภาพอันพึงประสงค์
6. มีความมันใจในตนเอง , มีจิตใจมันคง
่ ่
7. มีค่านิยมทีถูกต้ อง
่
8. มีความคิดสร้ างสรรค์
9. มีมนุษยสั มพันธ์ ดี
10. สามารถแก้ ปัญหาและปรับตัวได้ ดี
บุคลิกภาพ
* Temperament
* Child rearing (environment)
Temperament (พืนฐานอารมณ์ )
้
ความโน้ มเอียงทางอารมณ์ของเด็ก ในการตอบสนองต่ อสภาวะ
แวดล้อม ทั้งภายในและภายนอก มี 9 ลักษณะคือ
1. ่
ระดับการเคลือนไหว (Activity level)
2. ่
ความสมาเสมอ หรือ จังหวะร่ างกาย (Rhythmicity)
3. การเข้ าใกล้ หรือถอยหนี (Approach or withdrawal)
4. ความสามารถในการปรับตัว (Adaptability)
้
Temperament (พืนฐานอารมณ์ )
5. ความไวต่ อสิ่ งเร้ า (Threshold of responsiveness)
6. ระดับการตอบสนองต่ อสิ่ งเร้ า (Intensity of reaction)
7. คุณภาพของอารมณ์ (Quality of mood)
8. ความวอกแวก (Distractibility)
9. สมาธิ (Attention span & persistence)
วัย 0-1 ปี
ความไว้ วางใจ vs ไม่ ไว้ วางใจ
(Basic trust mistrust)
Bonding and Attachment
Bonding
: ความผูกพันทางอารมณ์ จิตใจ
ของพ่ อแม่ ต่อบุตร
Attachment
: ความผูกพันทางอารมณ์ จิตใจ
่ ี
ของทั้งพ่ อแม่ และลูกทีมต่อกัน
Bonding and Attachment
Secure attachment เป็ นพืนฐานในการพัฒนา
้
* Trust ื่
- ความไว้ วางใจผู้อน
* Optimistic - มองโลกในแง่ ดี
* Empathy ื่
- เข้ าใจผู้อน
* Autonomy - ความเป็ นตัวตนของตนเอง
Bonding and Attachment
การส่ งเสริม bonding & attachment
* Rooming - in
* Breast feeding
* nursery ในที่ทางาน
* เลียงดูบุตรด้ วยตนเอง
้
* ส่ งเสริม attachment behaviors
- สบตา - พูดคุย
- สั มผัส - เล่ น
* ส่ งเสริมและป้ องกันในกลุ่มเสี่ ยง
- Preterm
- long term hospitalization
- post partum depression
วัย 1 – 3 ปี
Autonomy VS. Shame and doubt
ควบคุมตนเอง VS. ละอาย และ สงสัย
Autonomy นาสู่
* ความรับผิดชอบ
สามารถพึ่งตนเองได้
* สามารถแสดงออกไม่ เก็บกด
* มั่นใจตนเอง จิตใจไม่ มั่นคง
การส่ งเสริม Autonomy
* เปิ ดโอกาสให้ สารวจสิ่ งแวดล้ อม
เล่ นอิสระด้ วยตนเอง
* อยู่ใกล้ ๆ และดูแลความปลอดภัย
* ให้ ขอบเขต อะไรได้ ไม่ ได้
* ไม่ เข้ มงวด ปกป้ องเกินไป
ลักษณะพิเศษของเซลล์สมอง
* หลังคลอด จานวนเซลล์จะไม่เพิ่มขึ้นอีก
(ประมาณ 5 หมื่น – 1 แสนล้านเซลล์ )
็
* เซลล์สมองแรกเกิดเปนเซลล์อ่อน
จะเติบโตอย่างรวดเร็วหลังคลอด
ทาอย่างไรให้เซลล์สมอง
เติบโตเร็วและเต็มที่ ?
ุ้
‚โดยการกระตน / ใช้งาน‛
จะเกิดอะไรขึ้นกับเซลล์สมอง
ู
ที่ไม่ได้ถกใช้งาน ?
่
‚ไม่โต ฝอ และถ ูกกาจัดไป‛
ุ้
จะใช้งาน / กระตน
ให้เซลล์สมองพัฒนาได้อย่างไร?
้
ผ่านประสาทสัมผัสทัง 6
ตา ห ู จมูก ลิ้น กาย ใจ
เด็กต้องการเพื่อให้สมองพัฒนา
ั ั
การมีปฏิสมพันธ์กบพ่อแม่ บ ุคคล หรือวัตถ ุ
ุ่
การสัมผัสด้วยความรัก ความอบอน
ั่
มีความสัมพันธ์ที่มนคงสม่าเสมอ
มีสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย
ั
ได้รบการมองเห็นค ุณค่าของตัวเอง
ั
ได้รบความด ูแลที่ดี
มีความสามารถในการสื่อสาร
ได้เล่นอย่างเหมาะสม
ดนตรี
็
การอ่านให้ล ูกฟังเปนประจา
การนอนหลับอย่างเพียงพอ
วัย 3 – 6 ปี
Initiative VS. guilt
ความคิดริเริ่มสร้ างสรรค์ VS. รู้ สึกผิด
Initiative นาสู่
* มีความคิดสร้ างสรรค์
* มีความมั่นใจในตนเอง จิตใจมั่นคง
* สามารถแก้ปัญหาและปรับตัวได้ ดี
การส่ งเสริม Initiative
* ตอบสนองความอยากรู้อยากเห็น
ตอบคาถาม
* ส่ งเสริมให้ ช่วยตัวเอง คิดเอง ทาเอง
* ชื่นชมสิ่ งทีเ่ ด็กทาได้ แม้ ไม่ สมบูรณ์
วัยเรียน
THE SCHOOL-AGE CHILD ( 6-11 YEARS)
ี ึ้
ควบคุมตนเองได้ ดขน ยอมรับกฎเกณฑ์ กติกา
ึ้
- BRAIN MATURATION ดีขน
- เข้ าใจสิ่ งแวดล้ อมตามสภาพที่เป็ นจริง
- เข้ าใจเหตุผลง่ ายๆ , การเปรียบเทียบ ,
จัดหมวดหมู่
9 -10 ปี : เข้ าใจความหมาย ‘ความตาย’
พัฒนาการด้ านอารมณ์
** เริ่มมี IMPULSE CONTROL (แรงกระตุ้ น
ภายใน)
** เข้ าใจอารมณ์ ตนเอง
ื่
** รจกEMPATHY (เข้ าใจความรู้ สึกผู้อน)
ู้ ั
พัฒนาการด้ านสั งคม
** โรงเรียน : รจกกฎเกณฑ์
ู้ ั
** ครู : ยอมเชื่อฟัง
** เพือน : เฉพาะวัยและเพศเดียวกัน
่
** CHILD REARING (การเลี้ ยงด ู)
: DISCIPLINE วินัย
ึ
: ฝก SELF HELP
: PLAY
่
: กลันกรอง MEDIAS
ุ่
วัยรน (ADOLESCENCE)
่
- เปลียนแปลงมากทั้งร่ างกาย & จิตใจ
- ปรับตัวหลายด้ าน
่
- อารมณ์ หวันไหว ‚EMOTIONAL TURMOIL”
ความคิดรวบยอด “ABSTRACT THINKING” คิดในเรื่องที่ไม่ เคยคิด -
---> กังวล
- แสวงหาเอกลักษณ์ ของตนเอง
- ต้ องการอิสระ ไม่ ชอบถูกควบคุม
ุ่
การแบ่งระยะช่วงวัยรน (WHO)
วัยรนตอนต้น
ุ่ เพศชาย 12-14 ป ี
เพศหญิง 10-14 ปี
วัยรนตอนกลาง
ุ่ 14-18 ปี
วัยรนตอนปลาย
ุ่ 18-21 ปี
พัฒนาการทางความคิด สติปัญญา
* คิดอย่ างมีเหตุผล , เป็ นวิทยาศาสตร์
* ต้ องการคิดด้ วยตนเอง
พัฒนาการด้ านบทบาททางสั งคม
* เพศตรงข้ าม
* เพือน : ต้ องการเป็ นที่ยอมรับ
่
เชื่อฟั ง , จงรักภักดี
พัฒนาการทางอารมณ์
* อ่ อนไหว , เปลียนแปลงง่ าย
่
* สั บสน , ขาดความมั่นใจ
* อารมณ์ รุนแรง
* ขัดแย้ งกับบุคคลต่ างวัย
THE END