Problem Definition and
Feasibility Study
Chapter 3
บทนำ
ปัจจัยหรือแรงผลักดันที่ส่งผลต่อความต้องการเพื่อพัฒนาระบบใหม่นั้น อาจเกิด
ได้ทั้งปัจจัยภายในและภายนอก ประกอบด้วย
1. ผู้ใช้งานร้องขอให้ปรับปรุงระบบใหม่
2. ผู้บริหารระดับสูงต้องการพัฒนาระบบใหม่
3. ปัญหาและข้อผิดพลาดของระบบงานปัจจุบัน
4. แรงผลักดันจากภายนอก ส่งเสริมให้ต้องมีการปรับปรุงระบบ
5. ส่วนงานบริการสารสนเทศแนะนาให้มีการปรับปรุงระบบ
หัวข้อกำรเรียนรู้
1. ปัจจัยที่ส่งผลต่อความต้องการพัฒนาระบบใหม่ในแง่มุมต่าง ๆ
2. การกาหนดปัญหา
3. แนวทางในการวิเคราะห์ต้นทุน และผลตอบแทน
4. การประมาณการต้นทุนและผลประโยชน์ที่จะได้รับ
5. ความสาคัญของการบริหารโครงการ
6. สาเหตุที่ทาให้โครงการประสบความล้มเหลว
7. แผนภูมิแกนต์ และข่ายงานเพิร์ต
8. เทคนิคการบริหารโครงการ
กำรกำหนดปัญหำ
การตรวจสอบปัญหาสามารถดาเนินการได้ด้วยวิธีพื้นฐานง่าย ๆ 2 ประการด้วยกัน คือ
1. การตรวจสอบปัญหาจากการปฏิบัติงาน (ที่ดาเนินการอยู่เป็นประจา)
• การทางานให้เสร็จสมบูรณ์ เป็นไปด้วยความล่าช้า
• มีข้อผิดพลาดสูง
• การทางานไม่ถูกต้อง
• การทางานไม่สมบูรณ์
• งานไม่บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ต้องการ
กำรกำหนดปัญหำ
การตรวจสอบปัญหาสามารถดาเนินการได้ด้วยวิธีพื้นฐานง่าย ๆ 2 ประการด้วยกัน คือ
2. การสังเกตพฤติกรรมของพนักงาน (ในการปฏิบัติงานว่าเป็นอย่างไร)
• พนักงานมีอัตราการเจ็บป่วยสูง
• พนักงานไม่พึงพอใจในงานที่ดาเนินการอยู่
• ความกระตือรือร้นในการทางานมีต่า และอัตราการลาออกของพนักงานมีสูง
ส่วนในด้านของความเป็นไปได้ในด้านการปรับปรุงแก้ไข เพื่อลดปัญหาที่เกิดขึ้น
• เพิ่มความเร็ว และความกระชับของกระบวนการ
• รวบกระบวนการ และลดข้อผิดพลาดจากการอินพุตข้อมูล
• ปรับปรุงการทางาน สภาพแวดล้อม เพื่อให้พนักงานมีความพึงพอใจสูงขึ้น
กำรกำหนดปัญหำ
กำรกำหนดปัญหำ
ถ้อยแถลงปัญหา (Problem Statement)
รายละเอียดปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดจากการดาเนินงาน นักวิเคราะห์ระบบสามารถ
รับรู้ได้จากการรวบรวมข้อมูลและทาการปรึกษาระหว่างกัน จากนั้นจึงดาเนินการ
จัดทาเอกสารเพื่อยื่นเสนอแก่ฝ่ายบริหารหรือเจ้าของธุรกิจเพื่อพิจารณา โดยจะต้อง
ตอบข้อซักถามเหล่านี้ได้
1. ปัญหาที่มีอยู่ และความเป็นไปได้ในการพัฒนาระบบใหม่
2. ขนาดของระบบ และระยะเวลาในการพัฒนาระบบ
3. ทางเลือกที่เป็นไปได้ในการแก้ไขปัญหา
4. ต้นทุน และผลประโยชน์ที่ได้รับของแต่ละทางเลือก
กำรศึกษำควำมเป็นไปได้ (Feasibility Study)
เป็นการค้นหาข้อสรุป และขอบเขตของปัญหา 3 ประเด็นหลัก ๆ ด้วยกัน ดังนี้
• ความเป็นไปได้ทางด้านเทคนิค (Technical Feasibility)
การวิ เ คราะห์ ค วามเสี่ ย งด้ า นเทคนิ ค เพื่ อ ให้ ไ ด้ ม าซึ่ ง ค าตอบของค าถามที่ ว่ า
“Can we build it” จะมีการวิเคราะห์ถึงความพร้อมของผู้ใช้ที่จะร่วมกันเรียนรู้
ระบบงานใหม่ ความพร้อมที่จะเรียนรู้เทคโนโลยี และขนาดของโครงการ ซึ่งโครงการ
ยิ่งมีขนาดใหญ่ ย่อมมีความเสี่ยงสูง ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
• จาเป็นต้องจัดหาอุปกรณ์ใหม่หรือไม่
• อุปกรณ์ที่จัดหามาพัฒนาระบบสามารถรองรับเทคโนโลยีในอนาคตได้หรือไม่
• ความเข้ากันได้ของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ทางานร่วมกันได้ดีหรือไม่
• สามารถรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคตได้หรือไม่
กำรศึกษำควำมเป็นไปได้ (Feasibility Study)
กำรศึกษำควำมเป็นไปได้ (Feasibility Study)
เป็นการค้นหาข้อสรุป และขอบเขตของปัญหา 3 ประเด็นหลัก ๆ ด้วยกัน ดังนี้
2. ความเป็นไปได้ทางด้านเศรษฐศาสตร์ (Economical Feasibility)
มักเรียกว่าการวิเคราะห์ต้นทุนและผลกาไร (Cost-Benefit Analysis) ด้วยการ
กาหนดต้นทุนทางการเงินและผลตอบแทนที่ได้จากโครงการ ด้วยการกาหนดมูลค่า
และทาการวิเคราะห์กระแสเงินสด (Cash Flow Analysis) ความเป็นไปได้นี้จะประเมิน
ได้จากผลกระทบทางการเงิน 4 ประเภทด้วยกัน คือ
2.1 ต้นทุนการพัฒนาระบบ (Development Costs)
2.2 ต้นทุนการปฏิบัติงาน (Operational Costs)
2.3 ผลตอบแทนที่สามารถประเมินค่าได้ (Tangible Benefits)
2.4 ผลตอบแทนที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ (Intangible Benefits)
กำรศึกษำควำมเป็นไปได้ (Feasibility Study)
เป็นการค้นหาข้อสรุป และขอบเขตของปัญหา 3 ประเด็นหลัก ๆ ด้วยกัน ดังนี้
2. ความเป็นไปได้ทางด้านเศรษฐศาสตร์ (Economical Feasibility)
กำรศึกษำควำมเป็นไปได้ (Feasibility Study)
เป็นการค้นหาข้อสรุป และขอบเขตของปัญหา 3 ประเด็นหลัก ๆ ด้วยกัน ดังนี้
2. ความเป็นไปได้ทางด้านเศรษฐศาสตร์ (Economical Feasibility)
กำรศึกษำควำมเป็นไปได้ (Feasibility Study)
เป็นการค้นหาข้อสรุป และขอบเขตของปัญหา 3 ประเด็นหลัก ๆ ด้วยกัน ดังนี้
3. ความเป็นไปได้ทางด้านการปฏิบัติงาน (Operational Feasibility)
คือ ความเป็นไปได้ของระบบใหม่ที่นาเสนอสารสนเทศได้อย่างถูกต้อง และตรงตาม
ความต้ อ งการของผู้ ใ ช้ การค านึ ง ถึ ง ทั ศ นคติ ข องผู้ ใ ช้ รวมทั้ ง ทั ก ษะของผู้ ใ ช้ กั บ
ระบบงานใหม่ที่ได้รับการปรับเปลี่ยนโครงสร้างไปจากเดิมว่าเป็นที่ยอมรับหรือไม่
โดยสรุปเป็นรายละเอียดได้ดังนี้
• ผู้ใช้งานเข้าใจถึงความจาเป็นต่อการปรับเปลี่ยนระบบใหม่หรือไม่
• ต้องจัดเตรียมอะไรบ้าง กับการฝึกอบรมการใช้งานระบบใหม่ให้กับพนักงาน
• จะให้ผู้ใช้งานมีส่วนร่วมกับการวางแผนระบบใหม่ตั้งแต่ริเริ่มโครงการหรือไม่
• ขั้นตอนการปฏิบัติงานมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมหรือไม่
กำรศึกษำควำมเป็นไปได้ (Feasibility Study)
เป็นการค้นหาข้อสรุป และขอบเขตของปัญหา 3 ประเด็นหลัก ๆ ด้วยกัน ดังนี้
3. ความเป็นไปได้ทางด้านการปฏิบัติงาน (Operational Feasibility)
ระบบใหม่ควรมีการสนับสนุนยุทธศาสตร์องค์กร 3 ด้านด้วยกัน คือ
3.1 ด้านผลผลิต (Productivity)
3.2 ด้านความแตกต่าง (Differentiation)
3.3 ด้านการจัดการ (Management)
กำรศึกษำควำมเป็นไปได้ (Feasibility Study)
เป็นการค้นหาข้อสรุป และขอบเขตของปัญหา 3 ประเด็นหลัก ๆ ด้วยกัน ดังนี้
3. ความเป็นไปได้ทางด้านการปฏิบัติงาน (Operational Feasibility)
สิ่งที่นักวิเคราะห์ระบบจะต้องดาเนินการต่อไปก็คือ “การยืนยันผลการศึกษา
ความเป็นไปได้ของโครงการ” ด้วยการจัดทารายงานข้อเสนอ (Proposal) ยื่นต่อ
ผู้บริหารระดับสูงพิจารณาเพื่อยืนยันถึงโครงการพัฒนาระบบ รายงานข้อเสนอ ควร
ประกอบด้วยสิ่งสาคัญต่าง ๆ ดังนี้
1. หน้าปก 2. สารบัญ 3. บทสรุปถึงผู้บริหาร 4. สรุปปัญหา
5. แนวทางการศึกษา 6. วิเคราะห์ 7. แนวทางการแก้ไขปัญหา
8. ข้อเสนอแนะ 9. แผนงาน 10. ภาคผนวก
กำรวำงแผน และกำรควบคุมกิจกรรม
(Activity Planning and Control)
การวางแผน ประกอบไปด้วยกิจกรรมต่าง ๆ ที่ได้มีการมอบหมาย และแจกจ่าย
งานให้กับทีมงาน การคาดคะเนเวลาที่ต้องใช้ไปกับงานใด ๆ เพื่อให้งานนั้นสาเร็จ
ลุล่วง การกาหนดเวลาโครงการเพื่อให้งานต่าง ๆ ของแต่ละกิจกรรมสามารถทาสาเร็จ
ตามเวลาที่ไดกาหนด ในขณะที่ การควบคุม จะเป็นการ
ตรวจสอบผลสะท้อนในโครงการที่ได้วางแผนไว้กับการ
ปฏิบัติงานจริงของทีมงาน รวมถึงการสร้างแรงจูงใจทีมงาน
เพื่อให้ทีมงานมีกาลังใจร่วมมือร่วมใจกันทางานเพื่อให้งาน
นั้นสาเร็จลุล่วงไปด้วยดี
กำรวำงแผน และกำรควบคุมกิจกรรม
(Activity Planning and Control)
การกาหนดเวลาโครงการ (Project Scheduling) ใช้เทคนิค แกนต์ชาร์ต
(Gantt Charts) ใช้สาหรับวางแผน และกาหนดเวลาในการทางาน
กำรบริหำรโครงกำร (Project Management)
โครงการ (Project) คือ กิจกรรมที่ข้องเกี่ยวกัน มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก แต่จะมี
เป้าหมายหรือจุดประสงค์ที่ชัดเจน โครงการจะมีการกาหนดเวลาเริ่มต้นและเวลา
สิ้นสุด รวมถึงการดาเนินการโครงการจะต้องอยู่ภายใต้ข้อจากัด ไม่ว่จะเป็นด้านของ
เวลา งบประมาณ และทรัพยากร
การบริ ห ารโครงการ (Project Management) เป็ น การวางแผนและการบริ ห าร
ทรัพยากรใดๆทั้งตัวมนุษย์และในเรื่องของงาน โดยคาดคะเนทิศทางของโครงการ
ตั้งแต่วันเริ่มต้นจนถึงวันเสร็จงาน รวมถึงการกาหนดช่วงเวลาในการปฏิบัติงานที่จะทา
ให้งานออกมามีประสิทธิภาพ และสามารถที่จะประมาณราคาของโครงการได้ในการ
ก่อนสร้าง และการพัฒนาซอฟต์แวร์
การบริหารโครงการมีหัวใจสาคัญคือการบริหารความสัมพันธ์ระหว่าง เวลา ราคาและ
คุณภาพในทรัพยากรที่กาหนดเพื่อให้ได้เป้าหมายตามต้องการ
กำรประมำณต้นทุน และผลประโยชน์ที่จะได้รับ
จัดว่าเป็นข้อมูลที่สาคัญอันหนึ่งในการตัดสินใจของผู้บริหารในการที่จะเลือก
ระบบใหม่ให้แก่องค์กร โดยทั่วไปแล้วต้นทุนที่จะเกิดขึ้นในการพัฒนาระบบจะมีอยู่
2 ส่วนด้วยกันคือ
1. ต้นทุนในการพัฒนาหรือสร้างระบบใหม่
2. ต้นทุนจากการดาเนินงานของระบบ เมื่อระบบได้ถูกพัฒนาแล้ว
ร้อยละ 25 จ่ายในช่วงขั้นสารวจเบื้องต้น
ร้อยละ 50 จ่ายในขั้นตอนการออกแบบระบบ การสร้างโปรแกรม การทดสอบ
และการทางานเอกสารประกอบ
ร้อยละ 25 ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบใหม่ รวมทั้งกระบวนการในการเปลี่ยน
การดาเนินงานจากระบบเก่ามาเป็นระบบใหม่
กำรประมำณต้นทุน และผลประโยชน์ที่จะได้รับ
ต้นทุนจากการดาเนินงานของระบบที่ได้ถูกพัฒนาเสร็จแล้ว มักจะเป็นค่าใช้จ่าย
เกี่ยวกับพนักงานที่ปฏิบัติงานระบบใหม่ รวมทั้งค่าบารุงรักษาระบบใหม่ให้สามารถใช้
งานได้อย่างเต็มที่ตลอดอายุการใช้งานที่ควรจะเป็นของระบบ ซึ่งต้นทุนสามารถแบ่ง
ได้เป็น 2 ลักษณะคือ
1. ต้นทุนที่จับต้องได้ (Tangible Costs) คือต้นทุนในส่วนของการพัฒนาระบบที่
สามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้
2. ต้นทุนที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Costs) คือต้นทุนในส่วนของการพัฒนาที่
ไม่สามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้
กำรประมำณต้นทุน และผลประโยชน์ที่จะได้รับ
การพิจารณาถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับของโครงการสามารถจาแนกลักษณะได้
เป็น 2 ประเภท ดังนี้
1. ผลประโยชน์ที่จับต้องได้ (Tangible Benefits) หมายถึงผลตอบแทนที่สามารถ
ประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ เช่น กาไร
2. ผลประโยชน์ที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Benefits) หรือผลตอบแทนที่ไม่ใช่
ตัวเงิน หมายถึงผลตอบแทนที่ไม่สามารถวัดค่าเป็นตัวเงินได้ หรือยากแก่การประมาณ
ค่า เช่น การเพิ่มภาพลักษณะที่ดีให้แก่องค์กร
สำเหตุสำคัญที่ส่งผลต่อควำมล้มเหลวในโครงกำรซอฟต์แวร์
1. ขาดการศึกษาความเป็นไปได้ที่ดีพอ
2. ข้อกาหนดหรือความต้องการต่าง ๆ ที่รวบรวมมาไม่มีความชัดเจน หรือไม่สมบูรณ์
3. ขาดการประสานงานที่ดีระหว่างผู้ใช้กับนักวิเคราะห์ระบบ
4. ผู้ใช้ไม่ยอมรับในระบบ เนื่องจากระบบไม่สามารถปฏิบัติงานได้ตรงตามวัตถุประสงค์
ของการใช้งานที่แท้จริง
5. ระดับผู้บริหารไม่มีความชัดเจนในนโยบาย ซึ่งก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในความ
ต้องการตลอดเวลา หรือผู้บริหารระดับสูงไม่สนับสนุน
แผนภูมิแกนต์ (Gantt Chart)
แผนภูมิแกนต์ เป็นเครื่องมือที่
ใช้ในการวางแผน และกาหนดเวลา
ในการทางานของโครงการ แต่จะ
ไม่ได้ แสดงความสั มพัน ธ์ ระหว่า ง
งานให้เห็นได้อย่างชัดเจน และไม่
สามารถบอกได้ว่างานที่ปฏิบัติการ
ล่ า ช้ า จะมี ผ ลกระทบต่ อ โครงการ
อย่ า งไร ซึ่ ง จะไม่ เ หมาะสมกั บ
โครงการขนาดใหญ่
เพิร์ต และซีพีเอ็ม (PERT and CPM)
เป็นการวิเคราะห์ข่ายงานที่มักนามาใช้ในการบริหารโครงการที่มีจุดเริ่มต้นของ
โครงการจนถึงการปิดโครงการที่แน่นอน มีส่วนงานย่อยต่าง ๆ ที่มีการกระจายโดยมี
ความสัมพันธ์กันซึ่งกันและกัน
*** PERT จะเน้นด้านเวลา
*** CPM จะเน้นด้านค่าใช้จ่ายของโครงการ
เพิร์ต และซีพีเอ็ม (PERT and CPM)
เพิร์ต และซีพีเอ็ม (PERT and CPM)
วัตถุประสงค์ของ PERT
• วางแผนโครงการ (Project Planning) มีการคานวณระยะเวลาการทางาน และแสดงถึง
กิจกรรมแต่ละกิจกรรมว่าควรเริ่มเมื่อใด แล้วเสร็จเมื่อใด
• ควบคุมโครงการ (Project Control) ควบคุมการทางานตามแผนที่ได้วางไว้
• บริหารทรัพยากร (Resource) ทรัพยากรต่าง ๆ เช่น เงินลงทุน บุคลากร เครื่องมือ
อุปกรณ์ และอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่
• บริหารโครงการ (Project Management) บางครั้งอาจมีความจาเป็นต้องเร่งการ
ดาเนินการเพื่อให้โครงการเสร็จเร็วกว่ากาหนด ซึ่งก็สามารถทาได้ด้วยการเร่งกิจกรรม
บางกิจกรรมที่ต้องการ เพื่อให้โครงการเสร็จเร็วขึ้น
เพิร์ต และซีพีเอ็ม (PERT and CPM)
เพิร์ต และซีพีเอ็ม (PERT and CPM)
เพิร์ต และซีพีเอ็ม (PERT and CPM)
สำยงำนวิกฤต (Critical Paths) และกำรเร่งโครงกำร
สำยงำนวิกฤต เป็นสายงานที่
มีระยะเวลารวมยาวนานที่สุด
กำรเร่งโครงกำร จาเป็นต้องมี
การควบคุ ม กิ จ กรรมในสายงาน
วิกฤตให้เป็นไปตามที่ได้วางแผน
ไว้ และถ้าหากมีความต้องการเร่ง
โครงการให้เสร็จเร็วขึ้น ก็สามารถ
ท าได้ ด้ ว ยการเร่ ง กิ จ กรรมภายใน
สายงานวิกฤต
สำยงำนวิกฤต (Critical Paths) และกำรเร่งโครงกำร
คำถำมท้ำยบท
1. ปัจจัยหรือแรงผลักดันที่ส่งผลต่อความต้องการเพื่อพัฒนาระบบใหม่ ประกอบด้วย
ปัจจัยใดบ้าง จงอธิบาย
2. ในการศึ ก ษาความเป็ น ไปได้ ข องโครงการ สามารถท าการศึ ก ษาทางด้ า นใดบ้ า ง
จงอธิบาย
3. ในการพัฒนาระบบสารสนเทศ เหตุใดจึงจาเป็นต้องบริหารโครงการ
4. แผนภูมิแกนต์ (Gantt Chart) คืออะไร นาไปใช้ประโยชน์ทางด้านใด
The End