point2 1 html by W72JwZk

VIEWS: 76 PAGES: 18

									2.1 กฎหมายแรงงานสัมพันธ์
                      กฎหมายแรงงานสัมพันธ์
ความหมาย
  กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ (Labour Relations Law) เป็นกฎหมาย
  ที่กาหนดแนวทางปฏิบัติต่อกันระหว่างบุคคลสองฝ่ายคือ ฝ่าย
  นายจ้าง และฝ่ายลูกจ้าง เพื่อให้บุคคลทั้งสองฝ่ายได้มีความเข้าใจ
  อันดีต่อกัน สามารถทาข้อตกลงในเรื่องสิทธิ หน้าที่ และ
  ผลประโยชน์ในการทางานร่วมกันได้ รวมทั้งกาหนดวิธีการ
  ระงั บ ข้ อ ขั ด แย้ ง หรื อ ข้ อ พิ พ าทแรงงานที่ เ กิ ด ขึ้ น ให้ ยุ ติ ล งโดย
  รวดเร็วและด้วยความพอใจของทั้งสองฝ่ายมากที่สุด                                ทั้งนี้
  เพื่อให้เกิดความสงบสุขในอุตสาหกรรม อันจะนามาซึ่งความ
  รุ่งเรืองทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศชาติเป็นสาคัญ
ชื่อ
       ก ฎ ห ม า ย แ ร ง ง า น สั ม พั น ธ์ ที่ ใ ช้ บั ง คั บ อ ยู่ ใ น ปั จ จุ บั น คื อ
       พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งมีผลใช้บังคับมา
       ตั้งแต่วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๑๘ เป็นต้นมา
ลักษณะ
        กฎหมายแรงงานสัมพันธ์เป็นกฎหมายสังคม เป็นกฎหมายที่มี
  โทษทางงอาญาเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย
  คำพิพำกษำฎีกำที่ ๑๒๑๗/๒๕๓๕ เมื่อได้มีการแจ้งการนัดหยุดงาน
  โดยชอบแล้วสมาชิกของสหภาพแรงงานทุกคนก็มีสิทธิที่จะนัด
  หยุ ด งานได้ สิ ท ธิ ดั ง กล่ า วเกิ ด ขึ้ น ตามพระราชบั ญ ญั ติ แ รงงาน
  สัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ อันเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับความสงบ
  เรียบร้อยของประชาชน
การตีความกฎหมายแรงงานสัมพันธ์
         กฎหมายแรงงานสั ม พั น ธ์ มี วั ต ถุ ป ระสงค์ ที่ จ ะส่ ง เสริ ม ให้ ฝ่ า ย
   นายจ้างและฝ่ายลูกจ้างมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน นอกจากบทบัญญัติที่
   มีโทษทางอาญาบางมาตราซึ่งต้องตีความเช่นเดียวกับกฎหมายอาญา
   ทั่วไปแล้ว หากบทบัญญัติอื่นใดมีปัญหาหรือข้อสงสัยว่าจะตีความไป
   ในทางใด ก็ให้ตีความไปในทางหรือนัยที่จะทาให้นายจ้างกับลูกจ้างอยู่
   ร่วมกันได้โดยสงบสุขเป็นสาคัญ การกระทาหรือข้อตกลงใดที่ทั้งสอง
   ฝ่ายยอมรับหรือร่วมกันกาหนดขึ้นด้วยความพอใจเพื่อความอยู่ได้ทั้ง
   สองฝ่าย แม้จะไม่ถูกต้องตามเงื่อนไข วิธีการ หรือขั้นตอนของกฎหมาย
   บ้าง หากไม่ถึงกับขัดต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงานแล้ว การกระทาหรือ
   ข้อตกลงนั้นย่อมใช้บังคับได้
ขอบเขตการใช้บังคับ
  กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ใช้บังคับแก่นายจ้างและลูกจ้างในทุก
  ประเภทกิจการยกเว้น ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค
  และราชการส่วนท้องถิ่น รวมทั้งราชการของกรุงเทพมหานคร
  และเมืองพัทยาด้วย และไม่ใช้บังคับแก่รัฐวิสาหกิจตามกฎหมาย
  ว่าด้วยพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ นอกจากนั้น ยังมีพระราช
  กฤษฎีกากาหนดกิจการที่พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.
  ๒๕๑๘ ไม่ใช้บังคับ พ.ศ. ๒๕๒๓ กาหนดให้ธนาคารแห่ง
  ประเทศไทยเป็นกิจการที่พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับด้วย
ยังมีกฎหมายอีกหลายฉบับซึ่งจัดตั้งองค์การหรือสถาบันที่ตรา
ออกมาภายหลังพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘
ได้กาหนดไว้ในกฎหมายดังกล่าวยกเว้นไม่ให้องค์การสถาบัน
เหล่านั้นอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ด้วย เช่น
พระราชบัญญัติการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย พ.ศ.๒๕๒๒
ได้บัญญัติให้กิจการของท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยไม่ตกอยู่
ภายใต้บังคับของกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์
คานิยามสาคัญ
         คานิยาม “นายจ้าง” กับ “ลูกจ้าง” มีลักษณะคล้ายกับกฎหมาย
  คุ้ ม ครองแรงงานแต่ ค านิ ย ามนายจ้ า งตามกฎหมายนี้ ไ ม่ ร วมถึ ง ผู้
  ประกอบกิจการที่ได้ว่าจ้างด้วยวิธีเหมาค่าแรงด้วย
คำพิพำกษำฎีกำที่ ๕๕๘๖/๒๕๓๙ แม้จะเป็นลูกจ้างทดลองงานก็มีฐานะ
  เป็นลูกจ้างที่ได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์
  พ.ศ. ๒๕๑๘ มีสิทธิจะยื่นคาร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์
  กล่าวหาว่านายจ้างกระทาการอันไม่เป็นธรรมตามมาตรา ๑๒๓
  คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ก็มีอานาจที่จะวินิจฉัยคาร้องดังกล่าว
  ได้
      คานิยามที่สาคัญคือคาว่า “สภาพการจ้าง” ซึ่งหมายความว่า
เงื่อนไขการจ้างหรือการทางาน กาหนดวันและเวลาทางาน ค่าจ้าง
สวัสดิการ การเลิกจ้าง หรือประโยชน์อื่นของนายจ้างหรือลูกจ้าง
เกี่ยวกับการจ้างหรือการทางาน
คาว่า “สภาพการจ้าง” นั้นโดยเจตนารมณ์ หมายถึง นิติสัมพันธ์
หรือการปฏิบัติทั้งหลายระหว่านายจ้างกับลูกจ้าง ตั้งแต่แรกเข้า
ทางานจนกระทั่งถึงการเลิกจ้าง คือ ตั้งแต่เงื่อนไขการจ้างหรือการ
ทางาน
      การกาหนดวันและเวลาทางาน ค่าจ้าง สวัสดิการ การเลิก
จ้าง รวมทั้งประโยชน์ต่าง ๆ ของทั้งนายจ้างและลูกจ้างที่
เกี่ยวกับการจ้างหรือการทางานด้วย ดังนั้นเรื่องใดก็ตามที่เป็น
ความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างแล้วจะเป็นสหภาพการ
จ้างทั้งสิ้น เช่น กาหนดการเกษียณอายุเมื่ออายุครบ ๕๕ ปี ก็
เป็นสภาพการจ้าง กาหนดเวลาทางานของลูกจ้างที่ต้องเข้า
ทางาน ๘ นาฬิกา เลิก ๑๗ นาฬิกา ก็เป็นสภาพการจ้างเป็นต้น
      คาว่า “ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง” นั้น หมายความว่า ข้อตกลง
ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างหรือระหว่างนายจ้างหรือสมาคมนายจ้างกับ
สภาพแรงงานเกี่ยวกับสภาพการจ้าง
      ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง เป็นคาที่รวมเอาความผูกพักในเรื่อง
สภาพการจ้างระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างทั้งสถานประกอบกิจการ เมื่อมี
ทั้งสองฝ่ายมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อตกลงนั้นให้ครบถ้วน การแก้ไข
เพิ่มเติมข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างจะต้องดาเนินการตามขั้นตอนของ
กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ฉบับนี้อย่างถูกต้องเริ่มด้วยการแจ้งเรียกร้องต่อ
อีกฝ่ายหนึ่งเป็นหนังสือ เจรจา ทาข้อตกลงหรือมีกระบวนการในการ
ระงับข้อพิพาทแรงงานต่อไปหากตกลงกันไม่ได้ นายจ้างจะแก้ไข
ข้ อ ตกลงเกี่ ย วกั บ สภาพการจ้ า งในทางที่ ไ ม่ เ ป็ น คุ ณ แก่ ลู ก จ้ า งไม่ ไ ด้
เว้นเสียแต่ลูกจ้างตกลงยินยอมด้วยหรือได้มีการทาข้อตกลงสภาพการจ้าง
กันใหม่
      โดยเจตนารมณ์ ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหมายถึง
ข้อตกลงฉบับใหญ่ระหว่างฝ่ายนายจ้างกับฝ่ายลูกจ้าง ไม่ใช้ข้อตกลง
ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างแต่ละคน ข้อตกลงระหว่างนายจ้างกับ
ลูกจ้างแต่ละคนนั้นถือว่าเป็นเพียงสัญญาจ้างแรงงาน ข้อตกลง
เกี่ยวกับสภาพการจ้างนั้น ในต่างประเทศมักเรียกว่า “สัญญาร่วม
เจรจาต่อรอง” (Collective bargaining agreement) ซึ่งเป็นข้อตกลง
ระหว่างนายจ้างกับสหภาพแรงงาน สหภาพแรงงานจะเจรจาต่อรอง
กับนายจ้างเพื่อทาข้อตกลงในฐานะที่สหภาพแรงงานเป็นตัวแทน
ของลูกจ้างทั้งสถานประกอบกิจการ
         คาว่า “ข้อพิพาทแรงงาน” นั้น หมายความว่า ข้อขัดแย้งระหว่าง
นายจ้างกับลูกจ้างเกี่ยวกับสภาพการจ้าง เมื่อข้อพิพาทแรงงานหมายถึง
ข้อขัดแย้งในเรื่องอื่นทั่ว ๆ ไประหว่างนายจ้างกับลูกจ้างแต่ละคน จึงมิ
ใช้ข้อพิพาทแรงงานตามกฎหมายนี้
         คาว่า การปิดงาน นั้น หมายความว่า การที่นายจ้างปฏิเสธไม่ยอม
ให้ลูกจ้างทางานชั่วคราวเนื่องจากข้อพิพาทแรงงาน การปิดงานเป็นคาที่
แปลมาจากภาษาอังกฤษ (Lockout) และการที่นายจ้างไม่ประสงค์จะให้
ลู ก จ้ า งท างานเป็ น การชั่ ว คราวนี้ สื บ เนื่ อ งมาจากมี ข้ อ พิ พ าทแรงงาน
เกิดขึ้น แลนายจ้างมีความประสงค์ที่จะให้ลูกจ้างต้องเดือดร้อนทาง
เศรษฐกิจ เนื่องจากการปิดงานนั้นจะทาให้ลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้าง
       คาว่า การนัดหยุดงาน นั้น หมายความว่า การที่ลูกจ้างร่วมกันไม่
ทางานชั่วคราวเนื่องจากข้อพิพาทแรงงาน คาว่า “การนัดหยุดงาน” เป็น
คาที่แปลมาจากภาษาอังกฤษ (strike) ซึ่งเป็นการกระทาของทางฝ่าย
ลูกจ้างที่ได้กระทาเพื่อกดดันหรือบีบบังคับให้นายจ้างตกลงยอมตามข้อ
เรียกร้องของฝ่ายลูกจ้าง การนัดหยุดงานจะต้องเป็นการกระทาของ
ลูกจ้างหลายคนโดยการ่วมกันไม่ทางานให้แก่นายจ้างเป็นการชั่วคราว
ทั้งนี้จนกว่าที่จะได้รับประโยชน์ตามที่ได้เรียกร้องหรือได้รับประโยชน์
จนเป็นที่พอใจของฝ่ายลูกจ้าง การนัดหยุดงานตามความหมายของ
กฎหมายแรงงานสัมพันธ์นั้นจะต้องมีเหตุอันเกิดจากข้อพิพาทแรงงาน
เท่านั้น
      ถ้าการหยุดงานเกิดขึ้นจากเหตุอื่นไม่เกี่ยวกับข้อพิพาทแรงงาน
ก็ไม่ถือว่าเป็นการนัดหยุดงานตามกฎหมายนี้ เช่น พนักงานเก็บค่า
โดยสารร่วมกันหยุดงานเพราะไม่พอใจที่ถูกผู้โดยสารทาร้ายร่างกาย
หรือพนักงานขับรถประจาทางร่วมกันหยุดงานเนื่องจากไม่พอใจที่
เจ้าพนักงานตารวจจราจรได้ดาเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มงวด
กวดขัน
      คำพิพำกษำฎีกำที่ ๑๐๑๕๘-๑๐๑๖๑/๒๕๓๙ การที่ลูกจ้างหยุด
งานไปในวันที่มีการนัดหยุดงานและปิดงาน กรณีมิใช่วันหยุด วันลา
หรือวันที่นายจ้างสั่งให้ลูกจ้างหยุดงานเพื่อประโยชน์ของนายจ้างจึง
ไม่อาจนาระยะเวลาระหว่างการหยุดงานของลูกจ้างดังกล่าวรวม
คานวณเป็นระยะเวลาทางานของลูกจ้างได้
หน่วยงานทางด้านแรงงานสัมพันธ์
        กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ได้กาหนดให้มีการจัดตั้งหน่วยงาน
  เพื่อให้มีการปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายฉบับนี้ด้วย คือ
  ๑. สานักงานทะเบียนกลาง มีหน้าที่ในการควบคุมการจดทะเบียน
  สมาคมนายจ้างสหภาพแรงงาน สหพันธ์นายจ้าง สหพันธ์แรงงาน
  รวมทั้งสภาองค์การนายจ้างและสภาองค์การลูกจ้างด้วย ซึ่งปรากฏ
  อยู่ในมาตรา ๗
 ๒. สานักงานคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ มีหน้าที่ในการ
ดาเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นเกี่ยวกับคาร้องและข้อ
พิพาทแรงงาน หรือดาเนินการต่าง ๆ เพื่อให้เป็นไปตามมติของ
คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ซึ่งปรากฏในมาตรา ๘
๓. สานักงานผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงาน มีหน้าที่ในการจัดทาบัญชี
รายชื่อและคุณสมบัติของผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานเพื่อเสนอให้แก่
คู่กรณีเลือกตั้ง และควบคุม ดาเนินการทางวิชาการและธุระการ
เกี่ยวกับการชี้ขาดข้อพิพาทแรงงาน ซึ่งปรากฏอยู่ในมาตรา ๙
บทกาหนดโทษ
        สาหรับบทกาหนดโทษนั้น กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ได้
  กาหนดโทษทางอาญาผู้ฝ่าฝืนตั้งแต่มาตรา ๑๒๘ ถึงมาตรา ๑๕๙
  โทษขั้นต่าสุด คือ ปรับไม่เกิน ๕๐ บาทต่อวันในความผิดเกี่ยวกับ
  การจัดตั้งองค์การนายจ้างและลูกจ้าง ไปจนโทษขั้นสูงสุดคือ จาคุก
  ไม่เกิน ๒ ปี ปรับไม่เกิน ๔๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจาทั้งปรับ ซึ่งเป็น
  โทษเกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามคาวินิจฉัยของคณะกรรมการแรงงาน
  สัมพันธ์ หรือคาวินิจฉัยอุทธรณ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
  และสวัสดิการสังคม ความผิดตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์มิใช่
  ความผิดที่เปรียบเทียบได้ดังกฎหมายคุ้มครองแรงงาน

								
To top