Sentence คืออะไร
Sentence
• 1. Simple Sentence ประกอบด้วย Main Clause (M.C) หนึ่ง Clause
• 2. Compound Sentence ประกอบด้วย Main Clause ตั้งแต่ 2 Main Clause ขึ้นไป
(M.C+M.C) ซึ่งระหว่าง M.C ทั้งสอง จะเชื่อมด้วย Coordinating Conjunction (คาสันธาน)
Conjunction หลักๆที่ต้องจา
• ี ่
3. Complex Sentence ถือเป็นประโยคที่มความสลับซับซ้อนทีสุดของภาษาอังกฤษ แต่ถ้าเรา
รู้จักส่วนประกอบของมันเป็นส่วนๆมาตั้งแต่ต้น ตามที่ได้เล่าให้ฟังมาแล้ว ก็สามารถทาความ
เข้าใจกับมันได้ไม่ยากค่ะ การ break Complex Sentence ได้เองเป็นส่วนๆ จะช่วยเราได้อย่างดี
มากเรื่องการอ่านอีกด้วย
Complex Sentence ทั่วๆไปจะประกอบด้วย Subordinate Clause ตั้งแต่ 1 Clause ขึ้นไป และ
1 main clause โดยจะมี SC นาหน้า MC หรือ MC นาหน้า SC ก็ได้ มีข้อสังเกตการใช้
punctuation mark สาหรับประโยคชนิดนี้ก็คือ ถ้า SC นาหน้า จะต้องตามด้วย comma ,ยกเว้น
้
แต่บางครั้ง comma อาจจะไม่จาเป็น ถ้า Clause ที่นาหน้ามีเนื้อความสันๆจนไม่สับสน
Parts of Speech ( ชนิดของคา )
• ข้อความ ประกอบด้วย"คา" ( word ) หรือกลุ่มคาซึ่งนามาเรียงต่อเนื่องกันเป็นวลี (phrase) หรือประโยค (
sentence ) จะมีหน้าที่อย่างหนึ่ง อย่างใดใน 8 หน้าที่ ตามหลักไวยากรณ์อังกฤษ ( grammar )หน้าที่
ของคาเรียกว่า "ชนิดของคา" ( parts of speech ) ซึ่งได้แก่
่ ้ ู
• 1. Noun ( คานาม ) เป็นคาที่ใช้เรียกคน สัตว์ สิงของ ทังที่มีรปร่างเช่น โต๊ะ สมุด และไม่มีรูปร่างเช่น วัน
เวลา อากาศ รวมทั้งชื่อของคน สัตว์ หรือสิ่งของ
• 2. Pronoun (คาสรรพนาม )เป็นคาที่ใช้เรียกแทนคานามเพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวซ้า เช่น I, we, you, he,
่
she, it หรือใช้แทนคานามที่เราไม่ทราบว่าสิงนั้นเป็นอะไร หรือใคร
• 3. Verb (คากริยา ) เป็นคาที่บอกอาการหรือการกระทา ( action ) หรือบอกความเป็นอยู่ ( being ) หรือ
สภาวะความเป็นอยู่ ( state of being )
• 4. Adjectives ( คุณศัพท์ )เป็นคาที่อธิบายหรือขยาย noun หรือ pronoun ให้ไดัรายละเอียดเกี่ยวกับ
่
คุณสมบัติของสิงนั้นๆ เพิ่มขึ้น
• 5. Adverb ( วิเศษณ์ ) เป็นคาที่อธิบายหรือขยาย verb หรือ adjective หรือ adverb ด้วยกันเอง 6.
• 6.Preposition (คาบุพบท )เป็นคา หรือกลุ่มคาที่วางหน้า noun หรือ pronoun เพื่อแสดงว่าคานามหรือ
สรรพนามนั้นเกี่ยวข้องกับคาอื่นๆในประโยคอย่างไร
• 7. Conjunction ( คาสันธาน ) เป็นคาที่ใช้เชื่อม คา กลุ่มคา หรือประโยคเข้าด้วยกันเพื่อให้ความหมาย
สมบูรณ์ขึ้น
้
• 8. Interjection ( คาอุทาน )เป็นคาอุทานที่แสดงถึงอารมณ์ ความรูสึกที่เกิดขึ้นในขณะนั้น โดยไม่
เกี่ยวข้องกับคาอื่นๆ ใน ประโยคเลย
• Sentence ( ประโยค )
• Sentence เป็นกลุ่มคาที่มาประกอบกันให้มีเนื้อความสมบูรณ์ บอกการกระทา ความเป็นอยู่ หรือ
่ ่
ความเป็นไป ของสิงหนึ่งสิงใด โดยทั่วไปประโยคจะมี 2 ภาคคือ subject ( ภาคประธาน ) และ
predicate ( ภาคแสดง )
Subject predicate
He lives in Bangkok. เขาอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ
None of the students knew the answer. ไม่มีนักเรียนคนใดรู้คาตอบ
• Phrase ( วลี ) เป็นกลุ่มคาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งประโยคที่ไม่มี subject หรือ predicate
• Clause ( อนุประโยค) เป็นกลุ่มคาที่มี subject และ predicate เหมือนประโยค ( sentence ) แต่
ไม่ได้อยู่ตามลาพังจะเชื่อมติดอยู่กับอีก clause หนึ่งเพื่อให้เป็น 1 ประโยคกล่าวคือ ในประโยคที่
มี 2 ประโยคมารวมกันแต่ละประโยคคือ clause
clause ที่ 1 clause ที่ 2
Jack did not come to work because he had a bad cold.
แจ๊คไม่ได้มาทางาน เพราะเขาเป็นไข้หวัดอย่างหนัก
การวิเคราะห์ประโยค
• 1. ประโยคความเดียว (Simple Sentence) คือ ประโยคที่ประกอบด้วยภาคประธาน และกริยา
้
อย่างละตัว ซึ่งถือเป็นประโยคพืนฐานในการเขียนภาษาอังกฤษ
• 2. ประโยคความรวม (Compound Sentence) คือ ประโยคที่ประกอบด้วยประโยคอย่างน้อย 2
ประโยค2 ประโยคและมีคาเชื่อม (conjunction) ซึ่งมีหน้าที่เชื่อมประโยคเข้าด้วยกัน นอกจากนี้
ทั้ง 2 ประโยคสามารถแยกออกจากกันได้ โดยที่ประโยคยังคงเป็นประโยคทั้ง 2 ที่มีความหมาย
สมบูรณ์
• 3. ประโยคความซ้อน (Complex Sentence) คือ ประโยคที่ประกอบด้วยประโยคความเดียวหรือ
อนุประโยคอิสระ (Independent clause) 1 อนุประโยค และอนุประโยคที่ไม่สมบูรณ์ (Dependent
clause) อีก 1 อนุประโยค (dependent clause)ไม่สมบูรณ์ไม่มีความหมายที่สมบูรณ์เนื่องจากเป็น
เพียงส่วนหนึ่งของ อนุประโยคอิสระเท่านั้น สามารถตัดออกไปได้โดยที่อนุประโยคอิสระยังคง
มีความหมายสมบูรณ์อยู่
• 1.1 ประโยคความเดียว (Simple Sentence)ประโยคความเดียวคือ ประโยคที่ประกอบด้วยกลุ่มคา
และมีความหมายสมบูรณ์ ประกอบด้วยภาคประธานและ ภาคกริยา หรืออาจจะมีส่วนเติมเต็ม
ประกอบอยู่ในประโยคด้วย โครงสร้างของประโยคความเดียวมีดังต่อไปนี้
• ตัวอย่างของประโยคความเดียวในแบบต่างๆ
- The students are happy. = ประธาน + กริยา + ส่วนเติมเต็ม
- Sujin bought the clothes. = ประธาน + กริยา + กรรม
- She is reading. = ภาคประธาน + ภาคแสดง
- Linda opens the store. = ภาคประธาน + กริยา + กรรมตรง
- I like his idea. = ภาคประธาน + กริยา + กรรมตรง
- The company is big and famous. = ภาคประธาน + กริยา + ส่วนเติมเต็มขยายประธาน
- The news made company staffs happy. = ภาคประธาน + กริยา + กรรม + ส่วนเติมเต็มขยาย
กรรม
กล่าวโดยสรุปได้ว่า ประโยคความเดียวจะต้องประกอบด้วย 1 ประธาน 1 กริยา นั่นเอง ในส่วน
ของกรรม ส่วนเติมเต็ม และส่วนขยายอื่นๆนั้นผู้เขียนสามารถนาไปประยุกต์ใช้ได้ตามความ
เหมาะสมของแต่ละโอกาส
่
• 1.2 ประโยคความรวม (Compound Sentence)ประโยคความรวมคือ ประโยคทีประกอบด้วย
ประโยคความเดียวอย่างน้อย 2 ประโยคโดยมีคาเชื่อมระหว่างประโยค เช่น and, or และอาจคั่น
ด้วยเครื่องหมายจุลภาค (,) เพื่อให้เป็นประโยคเดียวกัน โครงสร้างของประโยคจะมีลักษณะ
ดังต่อไปนี้
• คาเชื่อมที่ใช้ในการเชื่อมประโยคความรวมนั้น ก็มีอยู่หลากหลายคาด้วยกัน ยกตัวอย่าง เช่น คาว่า
and, not only….but also, in addition, besides, in the same way จะใช้ในประโยคที่คล้อยไป
ในทางเดียวกัน คาว่า but, nor, in contrast, neither nor จะใช้ในการเชื่อมประโยคที่มีความหมาย
ตรงข้ามกัน คาว่า because และ for instance ใช้ในการเชื่อมประโยคเพื่อบอกเหตุผลหรือ
ยกตัวอย่างเพิ่มเติม
นอกจากนี้แล้ว ยังมีคาเชื่อมอื่นๆ อีกมากมาย เช่น for, or, so, yet, however, therefore, otherwise,
consequently เป็นต้น
ตัวอย่างของประโยคความรวม
• 1.3 ประโยคความซ้อน (Complex sentence)ประโยคความซ้อน คือ ประโยคที่ประกอบด้วยหนึ่ง
ประโยคที่สมบูรณ์ ที่เรียกว่า Independent clause และอนุประโยคที่นาหน้าด้วยคาแทนบุคคล
สิ่งของ สถานที่ เวลาหรือการกระทาที่เป็นประธานของประโยคหลักซึ่งเมื่อแยกออกแล้วไม่ได้
ความหมายที่สมบูรณ์ เรียกอนุประโยคนี้ว่า dependent clause กล่าวคือ นาหน้าด้วย that, which,
who, while, what, when เป็นต้น
ตัวอย่าง ของประโยคความซ้อน
- The company that we like to apply for a job is famous.
= The company is famous. (Indep)
= that we like to apply for a job (Dep)
Sentences
• Sentence (ประโยค) คือ กลุ่มคาที่ความสมบูรณ์ ชัดเจน และจะต้องประกอบด้วย 2 ส่วนหลักๆ
คือ (1) Subject (ภาคประธาน) คือ คาหรือกลุ่มคา ที่มักทาหน้าที่เป็นผู้แสดงกริยา ได้แก่ Noun,
Noun phrase, Noun clause, Pronoun และ Adjective ที่ทาหน้าที่เป็นคานาม โดยเป็นประธาน
พหูพจน์เสมอ เช่น The poor need food and clothing.
• Sentences, Subject และ Predicate ถือเป็นส่วนประกอบหลักของประโยค (the main elements
of the sentence) แต่เมื่อเราต้องการอธิบายหรือกล่าวความอย่างละเอียดและชัดเจน ส่วนประกอบ
รอง (the second elements of the sentence) หรือที่เราเรียกว่า Modifiers (ส่วนขยาย) จะถูกนามา
ช่วยเสริมให้ประโยคสมบูรณ์ ชัดเจนมากขึ้น เช่น It was a boring movie. (มันเป็นภาพยนตร์ที่น่า
เบื่อ โดย boring เป็นส่วนขยายคานาม movie), Jo could swim across the river when he
was fourteen. (โจสามารถว่ายข้ามแม่น้า เมื่อตอนเขาอายุ 14 โดย when he was fourteen. เป็น
อนุประโยคที่นามาขยายประโยค Jo could swim across the river)
แบบฝึกหัด
• Put S for the simple sentences, C for the compound sentences, and CP for
the complex sentences.
• 1. The manager will visit the factory in China.
• 2. The man who is the chair of the meeting is the company's owner.
• 3. Dr. Doorson works in a big company.
• 4. It was a busy day, so we did not leave the office for lunch.
• 5. Tony did not pass the driving test nor did he pass the written test for the work
• 2. Combine the sentences in each group to make on sentence.
Some of your sentences will be simple, some will be
compound, and some will be complex. Punctuate each
sentence carefully.
2.1
• a. I love to go working.
• b. I love my work.
• c. I hate to sleep at home.
• d. My house is big.
2.2
• a. I get up in the morning.
• b. I take a bath.
2.3
• a. I go to work.
• b. I always forgot something.
2.4
• a. I forgot to bring my important file.
• b. This happened last year.
• c. I had to go back home to get it.
เฉลย
• Put S for the simple sentences, C for the compound sentences, and CP for
the complex sentences.
• 1. The manager will visit the factory in China.
• simple sentences
• 2. The man who is the chair of the meeting is the company's owner.
complex sentences
• 3. Dr. Doorson works in a big company.
simple sentences
• 4. It was a busy day, so we did not leave the office for lunch.
compound sentences
• 5. Tony did not pass the driving test nor did he pass the written test for the work.
compound sentences
• 2. Combine the sentences in each group to make on sentence.
Some of your sentences will be simple, some will be
compound, and some will be complex. Punctuate each
sentence carefully.
2.1
• a. I love to go working.
• b. I love my work.
• c. I hate to sleep at home.
• d. My house is big.
2.2
• a. I get up in the morning.
• b. I take a bath.
2.3
• a. I go to work.
• b. I always forgot something.
2.4
• a. I forgot to bring my important file.
• b. This happened last year.
• c. I had to go back home to get it.
แหล่งอ้างอิง
www.google.co.th