Embed
Email

questionare

Document Sample
questionare
Description

questionare

Shared by: Adminping
Categories
Stats
views:
2
posted:
12/29/2011
language:
pages:
8
1





แบบสอบถาม(Questionnaire)



แบบสอบถาม หมายถึง รู ปแบบของคาถามเป็ นชุดๆ

ที่ได้ถูกรวบรวมไว้อย่างมีหลักเกณฑ์และเป็ นระบบ

เพื่อใช้วดสิ่ งที่ผวิจยต้องการจะวัดจากกลุ่มตัวอย่างหรื อประชากรเป้ าหมายให้ได้มาซึ่ งข้อเท็จจริ งทั้งในอ

ั ู้ ั



ดีต ปัจจุบนและการคาดคะเนเหตุการณ์ในอนาคต

แบบสอบถามประกอบด้วยรายการคาถามที่สร้างอย่างประณี ต

เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นหรื อข้อเท็จจริ ง โดยส่ งให้กลุ่มตัวอย่างตามความสมัครใจ

การใช้แบบสอบถามเป็ นเครื่ องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลนั้น

การสร้างคาถามเป็ นงานที่สาคัญสาหรับผูวจย ้ิั

้ิั ้

เพราะว่าผูวจยอาจไม่มีโอกาสได้พบปะกับผูตอบแบบสอบถามเพื่ออธิ บายความหมายต่าง ๆ



ของข้อคาถามที่ตองการเก็บรวบรวม

ั ั

แบบสอบถาม เป็ นเครื่ องมือวิจยชนิดหนึ่งที่นิยมใช้กนมาก



เพราะการเก็บรวบรวมข้อมูลสะดวกและสามารถใช้วดได้อย่างกว้างขวาง



การเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามสามารถทาได้ดวยการสัมภาษณ์หรื อให้ผตอบด้วยตนเอง ู้



โครงสร้ างของแบบสอบถาม

โครงสร้างของแบบสอบถาม ประกอบไปด้วย 3 ส่ วนสาคัญ ดังนี้



1. หนังสื อนาหรือคาชี้แจง โดยมากมักจะอยูส่วนแรกของแบบสอบถาม อาจมีจดหมายนาอยู่

ด้านหน้าพร้อมคาขอบคุณ โดยคาชี้แจงมักจะระบุถึงจุดประสงค์ที่ให้ตอบแบบสอบถาม

การนาคาตอบที่ได้ไปใช้ประโยชน์ คาอธิบายลักษณะของแบบสอบถาม

วิธีการตอบแบบสอบถามพร้อมตัวอย่าง ชื่อ และที่อยูของผูวจย่ ้ิั

ู้

ประเด็นที่สาคัญคือการแสดงข้อความที่ทาให้ผตอบมีความมันใจว่า ่

ข้อมูลที่จะตอบไปจะไม่ถูกเปิ ดเผยเป็ นรายบุคคล จะไม่มีผลกระทบต่อผูตอบ ้

ั ้

และมีการพิทกษ์สิทธิ ของผูตอบด้วย

2. คาถามเกียวกับข้ อมูลส่ วนตัว เช่น เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ เป็ นต้น



่ ั

การที่จะถามข้อมูลส่ วนตัวอะไรบ้างนั้นขึ้นอยูกบกรอบแนวความคิดในการวิจย ั



โดยดูวาตัวแปรที่สนใจจะศึกษานั้นมีอะไรบ้างที่เกี่ยวกับข้อมูลส่ วนตัว



และควรถามเฉพาะข้อมูลที่จาเป็ นในการวิจยเท่านั้น

2





่ ่

3. คาถามเกียวกับคุณลักษณะหรือตัวแปรทีจะวัด



เป็ นความคิดเห็นของผูตอบในเรื่ องของคุณลักษณะ หรื อตัวแปรนั้น



ขั้นตอนการสร้ างแบบสอบถาม

การสร้างแบบสอบถามประกอบไปด้วยขั้นตอนสาคัญ ดังนี้



ขั้นที่ 1 ศึกษาคุณลักษณะทีจะวัด

การศึกษาคุณลักษณะอาจดูได้จาก วัตถุประสงค์ของการวิจย ั



กรอบแนวความคิดหรื อสมมติฐานการวิจย จากนั้นจึงศึกษาคุณลักษณะ



หรื อตัวแปรที่จะวัดให้เข้าใจอย่างละเอียดทั้งเชิงทฤษฎีและนิยามเชิงปฏิบติการ



ขั้นที่ 2 กาหนดประเภทของข้ อคาถาม

ข้อคาถามในแบบสอบถามอาจแบ่งได้เป็ น 2 ประเภท คือ

ู้

1. คาถามปลายเปิ ด (Open Ended Question) เป็ นคาถามที่เปิ ดโอกาสให้ผตอบสามารถ

ตอบได้อย่างเต็มที่ ซึ่ งคาดว่าน่าจะได้คาตอบที่แน่นอน สมบูรณ์

ตรงกับสภาพความเป็ นจริ งได้มากกว่าคาตอบที่จากัดวงให้ตอบ



คาถามปลายเปิ ดจะนิยมใช้กนมากในกรณี ที่ผวิจยไม่สามารถคาดเดาได้ล่วงหน้าว่าคาตอบจะเป็ นอย่างไ

ู้ ั





หรื อใช้คาถามปลายเปิ ดในกรณี ที่ตองการได้คาตอบเพื่อนามาเป็ นแนวทางในการสร้างคาถามปลายปิ ด



แบบสอบถามแบบนี้มีขอเสี ยคือ มักจะถามได้ไม่มากนัก

การรวบรวมความคิดเห็นและการแปลผลมักจะมีความยุงยาก ่

ู้ ิ ั

2. คำถำมปลำยปิ ด (Close Ended Question) เป็ นคำถำมที่ผวจยมีแนวคำตอบไว้ให้



ผูตอบเลือกตอบจากคาตอบที่กาหนดไว้เท่านั้น

คาตอบที่ผวิจยกาหนดไว้ล่วงหน้ามักได้มาจากการทดลองใช้คาถามในลักษณะที่เป็ นคาถามปลายเปิ ด

ู้ ั



หรื อการศึกษากรอบแนวความคิด สมมติฐานการวิจย และนิยามเชิงปฏิบติการ ั



คาถามปลายเปิ ดมีวธีการเขียนได้หลาย ๆ แบบ เช่น แบบให้เลือกตอบอย่างใดอย่างหนึ่ ง

แบบให้เลือกคาตอบที่ถูกต้องเพียงคาตอบเดียว



แบบผูตอบจัดลาดับความสาคัญหรื อแบบให้เลือกคาตอบหายคาตอบ



ขั้นที่ 3 การร่ างแบบสอบถาม

3





้ ั

เมื่อผูวิจยทราบถึงคุณลักษณะหรื อประเด็นที่จะวัด และกาหนดประเภทของข้อคาถามที่จะมี



อยูในแบบสอบถามเรี ยบร้อยแล้ว

้ิั

ผูวจยจึงลงมือเขียนข้อคาถามให้ครอบคลุมทุกคุณลักษณะหรื อประเด็นที่จะวัด

โดยเขียนตามโครงสร้างของแบบสอบถามที่ได้กล่าวไว้แล้ว และหลักการในการสร้างแบบสอบถาม

ดังนี้

1. ต้องมีจุดมุ่งหมายที่แน่นอนว่าต้องการจะถามอะไรบ้าง โดยจุดมุ่งหมายนั้นจะต้อง

สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของงานวิจยที่จะทา ั

2. ต้องสร้างคาถามให้ตรงตามจุดมุ่งหมายที่ต้ งไว้ เพื่อป้ องกันการมีขอคาถามนอกประเด็น

ั ้



และมีขอคาถามจานวนมาก

3. ต้องถามให้ครอบคลุมเรื่ องที่จะวัด โดยมีจานวนข้อคาถามที่พอเหมาะ ไม่มากหรื อน้อย

่ ั

เกินไป แต่จะมากหรื อน้อยเท่าใดนั้นขึ้นอยูกบพฤติกรรมที่จะวัด



ซึ่งตามปกติพฤติกรรมหรื อเรื่ องที่จะวัดเรื่ องหนึ่งๆ นั้นควรมีขอคาถาม 25-60 ข้อ



4. การเรี ยงลาดับข้อคาถาม ควรเรี ยงลาดับให้ต่อเนื่ องสัมพันธ์กน และแบ่งตามพฤติกรรม

ู้

ย่อยๆ ไว้เพื่อให้ผตอบเห็นชัดเจนและง่ายต่อการตอบ นอกจากนั้นต้องเรี ยงคาถามง่ายๆ ไว้เป็ นข้อแรกๆ

ู้

เพื่อชักจูงให้ผตอบอยากตอบคาถามต่อ ส่ วนคาถามสาคัญๆ ไม่ควรเรี ยงไว้ตอนท้ายของแบบสอบถาม



เพราะความสนใจในการตอบของผูตอบอาจจะน้อยลง ทาให้ตอบอย่างไม่ต้ งใจ ั

ซึ่ งจะส่ งผลเสี ยต่อการวิจยมากั

5. ลักษณะของข้อความที่ดี ข้อคาถามที่ดีของแบบสอบถามนั้น ควรมีลกษณะดังนี้ ั



1) ข้อคาถามไม่ควรยาวจนเกินไป ควรใช้ขอความสั้น กะทัดรัด ตรงกับวัตถุประสงค์

และสองคล้องกับเรื่ อง

2) ข้อความ หรื อภาษาที่ใช้ในข้อความต้องชัดเจน เข้าใจง่าย

3) ค่าเฉลี่ยในการตอบแบบสอบถามไม่ควรเกินหนึ่งชัวโมง ่

ู้

ข้อคาถามไม่ควรมากเกินไปจนทาให้ผตอบเบื่อหน่ายหรื อเหนื่อยล้า

4) ไม่ถามเรื่ องที่เป็ นความลับเพราะจะทาให้ได้คาตอบที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริ ง

้ ู้

5) ไม่ควรใช้ขอความที่มีความหมายกากวมหรื อข้อความที่ทาให้ผตอบแต่ละคนเข้าใจ

ความหมายของข้อความไม่เหมือนกัน

ั ้

6) ไม่ถามในเรื่ องที่รู้แล้ว หรื อถามในสิ่ งที่วดได้ดวยวิธีอื่น

7) ข้อคาถามต้องเหมาะสมกับกลุ่มตัวอย่าง คือ ต้องคานึงถึงระดับการศึกษา ความ

สนใจ สภาพเศรษฐกิจ ฯลฯ

4







8) ข้อคาถามหนึ่งๆ ควรถามเพียงประเด็นเดียว เพื่อให้ได้คาตอบที่ชดเจนและตรงจุด



ซึ่ งจะง่ายต่อการนามาวิเคราะห์ขอมูล

9) คาตอบหรื อตัวเลือกในข้อคาถามควรมีมากพอ หรื อให้เหมาะสมกับข้อคาถามนั้น

้ ่

แต่ถาไม่สามารถระบุได้หมดก็ให้ใช้วา อื่นๆ โปรดระบุ ……………….

10) ควรหลีกเลี่ยงคาถามที่เกี่ยวกับค่านิยมที่จะทาให้ผตอบไม่ตอบตามความเป็ นจริ ง

ู้

11) คาตอบที่ได้จากแบบสอบถาม

ต้องสามารถนามาแปลงออกมาในรู ปของปริ มาณและใช้สถิติอธิบายข้อเท็จจริ งได้



เพราะปั จจุบนนี้นิยมใช้คอมพิวเตอร์ ในการวิเคราะห์ขอมูล้



ดังนั้นแบบสอบถามควรคานึ งถึงวิธีการประมวลข้อมูลและวิเคราะห์ขอมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ด้

วย







ขั้นที่ 4 การปรับปรุ งแบบสอบถาม

้ิั

หลังจากที่สร้างแบบสอบถามเสร็ จแล้ว ผูวจยควรนาแบบสอบถามนั้นมาพิจารณาทบทวนอีก

ครั้งเพื่อหาข้อบกพร่ องที่ควรปรับปรุ งแก้ไข



และควรให้ผเู้ ชี่ยวชาญได้ตรวจสอบแบบสอบถามนั้นด้วยเพื่อที่จะได้นาข้อเสนอแนะและข้อวิพากษ์วจ

ิ่

ารณ์ของผูเ้ ชี่ยวชาญมาปรับปรุ งแก้ไขให้ดียงขึ้น



ขั้นที่ 5 วิเคราะห์ คุณภาพแบบสอบถาม



เป็ นการนาแบบสอบถามที่ได้ปรับปรุ งแล้วไปทดลองใช้กบกลุ่มตัวอย่างเล็กๆ เพื่อนาผล

มาตรวจสอบคุณภาพของแบบสอบถาม

ซึ่งการวิเคราะห์หรื อตรวจสอบคุณภาพของแบบสอบถามทาได้หลายวิธี แต่ที่สาคัญมี 2 วิธี ได้แก่



1. ความตรง (Validity) หมายถึง เครื่ องมือที่สามารถวัดได้ในสิ่ งที่ตองการวัด โดย

แบ่งออกได้เป็ น 3 ประเภท คือ

1) ความตรงตามเนื้อหา (Content Validity) คือ การที่แบบสอบถามมีความ



ครอบคลุมวัตถุประสงค์หรื อพฤติกรรมที่ตองการวัดหรื อไม่ ค่าสถิติที่ใช้ในการหาคุณภาพ คือ ค่าความ

สอดคล้องระหว่างข้อคาถามกับวัตถุประสงค์ หรื อเนื้ อหา(IOC: Index of item Objective Congruence)

หรื อดัชนีความเหมาะสม โดยให้ผเู้ ชี่ยวชาญ ประเมินเนื้อหาของข้อถามเป็ นรายข้อ

2) ความตรงตามเกณฑ์ (Criterion-related Validity) หมายถึง ความสามารถของ

5





แบบวัดที่สามารถวัดได้ตรงตามสภาพความเป็ นจริ ง

แบ่งออกได้เป็ นความเที่ยงตรงเชิงพยากรณ์และความเที่ยงตรงตามสภาพ

สถิติที่ใช้วดความเที่ยงตรงตามเกณฑ์ เช่น ค่าสัมประสิ ทธิ์สหสัมพันธ์(Correlation Coefficient) ทั้งของ



Pearson และ Spearman และ ค่า t-test เป็ นต้น

3) ความตรงตามโครงสร้าง (Construct Validity) หมายถึงความสามารถของ

แบบสอบถามที่สามารถวัดได้ตรงตามโครงสร้างหรื อทฤษฎี

ซึ่งมักจะมีในแบบวัดทางจิตวิทยาและแบบวัดสติปัญญา



สถิติที่ใช้วดความเที่ยงตรงตามโครงสร้างมีหลายวิธี เช่น การวิเคราะห์องค์ประกอบ (Factor Analysis)

การตรวจสอบในเชิงเหตุผล เป็ นต้น



2. ความเทียง (Reliability) หมายถึง เครื่ องมือที่มีความคงเส้นคงวา นันคือ เครื่ องมือที่

่ ่

สร้างขึ้นให้ผลการวัดที่แน่นอนคงที่จะวัดกี่ครั้งผลจะได้เหมือนเดิม



สถิติที่ใช้ในการหาค่าความเที่ยงมีหลายวิธีแต่นิยมใช้กนคือ ค่าสัมประสิ ทธิ์ แอลฟ่ าของ คอนบาร์ช

(Conbach’s Alpha Coefficient: α coefficient)

ซึ่ งจะใช้สาหรับข้อมูลที่มีการแบ่งระดับการวัดแบบประมาณค่า (Rating Scale)







ขั้นที่ 6 ปรับปรุ งแบบสอบถามให้ สมบูรณ์

้ิั

ผูวจยจะต้องทาการแก้ไขข้อบกพร่ องที่ได้จากผลการวิเคราะห์คุณภาพของแบบสอบถาม และ

ตรวจสอบความถูกต้องของถ้อยคาหรื อสานวน

้ ู้ ิ ั

เพื่อให้แบบสอบถามมีความสมบูรณ์และมีคุณภาพผูตอบอ่านเข้าใจได้ตรงประเด็นที่ผวจยต้องการ

ซึ่ งจะทาให้ผลงานวิจยเป็ นที่น่าเชื่อถือยิงขึ้น

ั ่



ขั้นที่ 7 จัดพิมพ์แบบสอบถาม

จัดพิมพ์แบบสอบถามที่ได้ปรับปรุ งเรี ยบร้อยแล้วเพื่อนาไปใช้จริ งในการเก็บรวบรวมข้อมูลกับ

กลุ่มเป้ าหมาย โดยจานวนที่จดพิมพ์ควรไม่นอยกว่าจานวนเป้ าหมายที่ตองการเก็บรวบรวมข้อมูล

ั ้ ้



และควรมีการพิมพ์สารองไว้ในกรณี ที่แบบสอบถามเสี ยหรื อสู ญหายหรื อผูตอบไม่ตอบกลับ

แนวทางในการจัดพิมพ์แบบสอบถามมีดงนี้ ั

7.1 การพิมพ์แบ่งหน้าให้สะดวกต่อการเปิ ดอ่านและตอบ

6







7.2 เว้นที่วางสาหรับคาถามปลายเปิ ดไว้เพียงพอ

ั ั

7.3 พิมพ์อกษรขนาดใหญ่ชดเจน

7.4 ใช้สีและลักษณะกระดาษที่เอื้อต่อการอ่าน



หลักการสร้ างแบบสอบถาม

1 สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การวิจย ั

2 ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย เหมาะสมกับผูตอบ ้



3 ใช้ขอความที่ส้ ัน กระทัดรัด ได้ใจความ



4 แต่ละคาถามควรมีนย เพียงประเด็นเดียว

5 หลีกเลี่ยงการใช้ประโยคปฏิเสธซ้อน

6 ไม่ควรใช้คาย่อ

7 หลีกเลี่ยงการใช้คาที่เป็ นนามธรรมมาก

8 ไม่ช้ ีนาการตอบให้เป็ นไปแนวทางใดแนวทางหนึ่ง

ู้

9 หลีดเลี่ยงคาถามที่ทาให้ผตอบเกิดความลาบากใจในการตอบ

10 คาตอบที่มีให้เลือกต้องชัดเจนและครอบคลุมคาตอบที่เป็ นไปได้

11 หลีกเลี่ยงคาที่สื่อความหมายหลายอย่าง

12 ไม่ควรเป็ นแบบสอบถามที่มีจานวนมากเกินไป

ู้

ไม่ควรให้ผตอบใช้เวลาในการตอบแบบสอบถามนานเกินไป

13 ข้อคาถามควรถามประเด็นที่เฉพาะเจาะจงตามเป้ าหมายของการวิจย ั



14 คาถามต้องน่าสนใจสามารถกระตุนให้เกิดความอยากตอบ



เทคนิคการใช้ แบบสอบถาม

วิธีใช้แบบสอบถามมี 2 วิธี คือการส่ งทางไปรษณี ย ์ กับการเก็บข้อมูลด้วยตนเอง

่ ั

ซึ่ งไม่วากรณี ใดต้องมีจดหมายระบุวตถุประสงค์ของการเก็บข้อมูล

ตลอดจนความสาคัญของข้อมูลและผลที่คาดว่าจะได้รับ

ู้

เพื่อให้ผตอบตระหนักถึงความสาคัญและสละเวลาในการตอบแบบสอบถาม



การทาให้อตราตอบแบบสอบถามสู งเป็ นเป้ าหมายสาคัญของผูวจย ้ิั

ข้อมูลจากแบบสอบถามจะเป็ นตัวแทนของประชากรได้เมื่อมีจานวนแบบสอบถามคืนมามากว่าร้อยละ

7





90 ของจานวนแบบสอบถามที่ส่งไป แนวทางที่จะทาให้ได้รับแบบสอบถามกลับคืนในอัตราที่สูง



มีวธีการดังนี้



1 มีการติดตามแบบสอบถามเมื่อให้เวลาผูตอบไประยะหนึ่ง

ระยะเวลาที่เหมาะสมในการติดตามคือ 2 สัปดาห์ หลังครบกาหนดส่ ง

อาจจะติดตามมากกว่าหนึ่งครั้ง

2 วิธีการติดตามแบบสอบถาม อาจใช้จดหมาย ไปรษณี ย ์ โทรศัพท์ เป็ นต้น

3 ในกรณี ที่ขอ้คาถามอาจจะถามในเรื่ องของส่ วนตัว

้ิั

ผูวจยต้องให้ความมันใจว่าข้อมูลที่ได้จะเป็ นความลับ





ข้ อเด่ นและข้ อด้ อยของการเก็บข้ อมูลโดยใช้ แบบสอบถาม

้ ้

การใช้แบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูลมีขอเด่นและข้อด้อยที่ตองพิจารณาประกอบในก

ารเลือกใช้แบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูล ดังนี้



ข้ อเด่ นของการเก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามมีดงนี้ คือ

1. ถ้ากลุ่มตัวอย่างมีขนาดใหญ่ วิธีการเก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม

จะเป็ นวิธีการที่สะดวกและประหยัดกว่าวิธีอื่น



2. ผูตอบมีเวลาตอบมากกว่าวิธีการอื่น

3. ไม่จาเป็ นต้องฝึ กอบรมพนักงานเก็บข้อมูลมากเหมือนกับวิธีการสัมภาษณ์หรื อวิธีการสังเกต

4. ไม่เกิดความลาเอียงอันเนื่องมาจากการสัมภาษณ์หรื อการสังเกต

้ ้

เพราะผูตอบเป็ นผูตอบข้อมูลเอง

ู้

5. สามารถส่ งแบบสอบถามให้ผตอบทางไปรษณี ยได้ ์

6. ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเก็บข้อมูล





ข้ อด้ อยของการเก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม มีดงนี้คือ

1. ในกรณี ที่ส่งแบบสอบถามให้ผตอบทางไปรษณี ย ์ มักจะได้แบบสอบถามกลับคืนมาน้อย

ู้

และต้องเสี ยเวลาในการติดตาม อาจทาให้ระยะเวลาการเก็บข้อมูลล่าช้ากว่าที่กาหนดไว้

2.

การเก็บข้อมูลโดยวิธีการใช้แบบสอบถามจะใช้ได้เฉพาะกับกลุ่มประชากรเป้ าหมายที่อ่านและเขียนหนั

งสื อได้เท่านั้น

8







3. จะได้ขอมูลจากัดเฉพาะที่จาเป็ นจริ งๆ เท่านั้น

เพราะการเก็บข้อมูลโดยวิธีการใช้แบบสอบถามจะต้องมีคาถามจานวนน้อยข้อที่สุดเท่าที่จะเป็ นไปได้

4. การส่ งแบบสอบถามไปทางไปรษณี ย ์



หน่วยตัวอย่างอาจไม่ได้เป็ นผูตอบแบบสอบถามเองก็ได้

ทาให้คาตอบที่ได้มีความคลาดเคลื่อนไม่ตรงกับความจริ ง



5. ถ้าผูตอบไม่เข้าใจคาถามหรื อเข้าใจคาถามผิด หรื อไม่ตอบคาถามบางข้อ



หรื อไม่ไตร่ ตรองให้รอบคอบก่อนที่จะตอบคาถาม ก็จะทาให้ขอมูลมีความคลาดเคลื่อนได้

ู้ ิ ั

โดยที่ผวจยไม่สามารถย้อนกลับไปสอบถามหน่วยตัวอย่างนั้นได้อีก



6. ผูที่ตอบแบบสอบถามกลับคืนมาทางไปรษณี ย ์

อาจเป็ นกลุ่มที่มีลกษณะแตกต่างจากกลุ่มผูที่ไม่ตอบแบบสอบถามกลับคืนมา

ั ้

ดังนั้นข้อมูลที่นามาวิเคราะห์จะมีความลาเอียงอันเนื่ องมาจากกลุ่มตัวอย่างได้



เอกสารอ้างอิง

เกียรติสุดา ศรี สุข.(2552). ระเบียบวิธีวจัย. เชียงใหม่ : โรงพิมพ์ครองช่าง





จินตนา ธนวิบูลย์ชย. (2545). การพัฒนาเครื่องมือสาหรับการประเมินการศึกษา. หน่วยที่ 8-15

นนทบุรี; โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยสุ โขทัยธรรมาธิราช.

พิชิต ฤทธิ์ จรู ญ. (2544). ระเบียบวิธีการวิจัยทางสั งคมศาสตร์ . กรุ งเทพมหานคร : ศูนย์หนังสื อ

ราชภัฏพระนคร.

เพ็ญแข แสงแก้ว. (2541). การวิจัยทางสั งคมศาสตร์ . พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุ งเทพมหานคร:

โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ .

อุทุมพร จามรมาน (2544) แบบสอบถาม: การสร้ างและการใช้ . พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุ งเทพฯ: ฟันนี่

พลับบิชชิ่งจากัด.

Neil J.Salkind (2006). Exploring Research . 6th New jersey ; Pearson Prentice Hall.



Related docs
Other docs by Adminping
L13MachineLanguage
Views: 13  |  Downloads: 1
L14StacksProcedures
Views: 26  |  Downloads: 1
samkok10
Views: 6  |  Downloads: 0
L05LogicSynthesis
Views: 37  |  Downloads: 1
Explain Quiz II No5
Views: 24  |  Downloads: 2
L11ProgrammableMachines
Views: 29  |  Downloads: 1
PattPatelCh18_4up
Views: 14  |  Downloads: 1
Stack _ Run-time Stack
Views: 135  |  Downloads: 1
Schedule_2553_Semester1
Views: 73  |  Downloads: 2