??????????????????????

Document Sample
?????????????????????? Powered By Docstoc
					โครงงานการนาเสนอข้ อมูล
            เรื่ อง
  ศิลปะสมัยใหม่ New age Art
รายชื่อสมาชิกภายในกล่ ม
                      ุ
ด.ช.เกียรติศักดิ์ ร่ ุงรั ตนพัฒนา ม.2/1 เลขที่ 4
ด.ช.กฤตธี นันทิทัศน์ ม.2/1 เลขที่ 11
ด.ช.พงศธร อัจฉริยวงศ์ ม.2/1 เลขที่ 17
ด.ช.ศราวฒิ รณเรื องฤทธิ์ ม.2/1 เลขที่ 40
         ุ
ด.ช.พุรพล โซใต้ หยิน ม.2/1 เลขที่ 42
 ศิลปะ
สมัยใหม่
ศิ ล ปะ หมายถึ ง สิ่ ง ที่ ม นุ ษ ย์ ส ร้ า ง
   ้
ขึนจากความรู้ ความรู้ สึก ความคิด
สร้ างสรรค์ แ ละความสามารถใน
ก า ร ว า ด ภ า พ ก า ร เ ขี ย น ก า ร
ประดิ ษ ฐ์ และการตกแต่ ง เพื่อ ให้
เกิด ความสวยงามศิ ล ปะไทยจึ ง มี
ความเป็ นเอกลั ก ษณ์ ข องคนชาติ
ไทย และลั ก ษณะของศิ ล ปะไทย
หลากหลายลั ก ษณะอั น ได้ แ ก่ จิ ต
                     ่
กรรมไทยคือภาพทีแสดงถึง
ความเป็ นเรื่ องราวเนื้อหาของภาพ
เป็ นลวดลายประดั บ ตกแต่ งอั น
สวยงาม
และวรรณกรรมไท แต่ ถ้าพูดถึงคาว่ า "ศิลปะ"
แล้ วมีส่วนที่เกี่ยวข้ องอยู่มากมาย เช่ นการแต่ ง
กายเหตุใดจึงว่ าเป็ นศิ ลปะ? การแต่ งกายก็ถือ
เป็ นศิลปะแขนงหนึ่งก็คอ   ื
"ศิลปะการออกแบบ" การออกแบบเครื่องแต่ ง
กายไห้ มี สี สั น ลวดลาย และรู ป ทรง ซึ่ ง สิ่ ง
เหล่ านี้คนที่ออกแบบมานั้นใช้ ความรู้ ความคิด
สร้ างสรรค์ ดังนั้นเครื่องแต่ ง
กายจึงถือว่ าเป็ นศิ ลปะเหมือนกัน และ"ศิ ลปะ
การแต่ ง กาย" ก็ คื อ การแต่ ง กายให้ เข้ า กั บ
กาละเทศะ สถานที่ และความเหมาะสมกั บ
ตนเอง เอกลักษณ์ เครื่องแต่ งกาย
ของคนไทยมีมากมายหลายอย่ างคน
ไทยได้ คิดและค้ นประดิษฐ์ ขึ้นมาเอง
อั น ไ ด้ แ ก่ ผ้ า ไ ห ม ผ้ า ห มี่ ขิ ด
เครื่ องประดับชนิ ดต่ างๆ เช่ น สร้ อย
แหวนกาไลซึ่งจะมีท้ง   ั
ที่เป็ นทั้งเงินและทอง ซึ่ งลวดลายนั้น
เป็ นลวดลายที่เป็ นเอกลักษณ์ ของชาติ
ไทยปั จจุบันการแต่ งกายของคนไทย
จะแต่ งกายตามยุ ค ตามสมั ย และ
               ื
ค่ านิยม ก็คอคนไทย
จะรับเอาวัฒนธรรมของชาติตะวันตก
แล้วก็แต่ งกายตามเขา ถึงแม้ ว่าคนไทยจะ
วัฒนธรรมการแต่ งกายจากชาติตะวันตก
มา แต่ ถ้าถ้ าคนไทยแต่ งกายให้ เป็ นและ
ยังคงความเป็ นไทยอยู่เหมือนเดิมก็คอ     ื
แต่ งกายให้ ถูกกาลเทศะและเหมาะสมไม่
แต่ งกานประเจิดประเจ้ อ แต่ งกายให้ ปิด
                                    ่
ในส่ วนที่ควรปิ ด สมควรเปิ ดสิ่ งทีควร
เปิ ด
 แต่ เราก็คงจะต้ องยอมรับว่ าประเทศทาง
ตะวันตกเขาพัฒนาและเจริญมาก ดังนั้น
                         ่            ็
ถ้ าเราจะรับเอาแต่ สิ่งทีดีๆของมาใช้ กไม่
ผิดอะไรแต่ เราควรคิดและมีจิตสานึก
อยู่เสมอว่ าเราเป็ นคนไทยเราควรคงความเป็ น
ไทยของเราไว้ บ้า ง อย่ า ตามเขามากจนเกินไป
และศิ ล ปะอี ก อย่ า งหนึ่ ง ก็ คื อ "ศิ ล ปะในการ
ประกอบอาหาร" อาหาร
ไทยมักจะประกอบผักและผลไม้ ในส่ วนที่ปรุ ง
และประดั บ ตกแต่ ง คนไทยในอดี ต เวลาที่ จ ะ
ประกอบอาหาร เช่ นอาหารที่เป็ นพวกน้าพริ กก็
        ั
จะมีผกเป็ นเครื่องเคียง
จะมีการตกแต่ งผักให้ สวยงามโดยการแกะสลัก
ดัด หรื อจะทาอย่ างไรก็ได้ ที่จะทาให้ อาหารนั้น
น่ ารั บประทานมากขึ้น จนถึงในยุคปั จจุ บันคน
ไทยเราก็สืบทอดต่ อกัน
มาแต่ จะมีอยู่บางส่ วนเท่ า นั้ นเช่ น เฉพาะการจัด โชว์ หรื อการจัด ทาขึ้นเป็ น
พิเศษ เท่ านั้นในปัจจุบันจะทาอะไรก็ตามต้ องรวดเร็ วใช้ เวลาน้ อย จึงทาให้ คน
ไทยไม่ ค่อย
พิ ถี พิ ถั น ในการที่ จ ะมานั่ ง ตกแต่ ง ให้ ส วยงามก่ อ น ก่ อ นที่ จ ะรั บ ประทาน
ส่ วนมากคนที่มีเวลาน้ อยในการประกอบอาหารมักจะหาทานตามร้ านอาหาร
             ็
หรือไม่ กซื้ออาหาร
สาเร็ จ รู ป มารั บประทาน แต่ อ ย่ า งงไรก็
ตามการแกะสลักผัก และผลไม้ ฝี มือของ
คนไทยก็ไ ม่ ไ ด้ สู ญ หายไปจากประเทศ
ไทยแต่ จะมีการวิวัฒนาการมากขึ้นก็ถือ
ว่ าเป็ น
       ่
สิ่ งทีดี
การสร้างสรรค์งานศิลปะมักหลีกเลี่ยงไม่ได้จากการถูกวิพากษ์วิจารณ์
ใ น ท า ง ที่ ดี คื อ ไ ด้ รั บ ค า ช ม ว่ า ด้ ว ย ก า ร ส ร้ า ง ส ร ร ค์ ที่ มี
คุณภาพ มีความคิดริ เริ่ มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ และเป็ นตัวของตัวเองไม่ซ้ า
กั น กั บ ผลงานของใคร ในทางตรงกั น ข้ า มกั น การได้ รั บค า
                   ั
วิพากษ์วิจารณ์ท้ งในทางตรงหรื อทางอ้อมว่าผลงานคล้ายคลึงกับผลงาน
ข อ ง ศิ ล ปิ น ที่ เ ค ย ส ร้ า ง ผ ล ง า น ม า แ ล้ ว
ซึ่งกล่าวโดยง่ายว่าเป็ นการลอกเลียนแบบ หรื อได้รับอิทธิพลจากศิลปิ น
ใดๆ ผลงาน
ศิลปะชิ้นนั้นจึงกลายเป็ นข้อ กังขาว่า เป็ นผลงานสร้างสรรค์หรื อการลอกเลียนแบบ
กัน แน่ เหตุ ข องความคล้า ยคลึ ง ในทางศิ ล ปะนี้ ไม่ ไ ด้เ กิ ด ขึ้ น เฉพาะในแวดวง
ศิ ล ปะบ้า นเราเท่ านั้น แต่ ค วามคล้า ยคลึ งซึ่ ง เสมื อนหนึ่ งการลอกเลี ย นแบบนี้ ได้
เ กิ ด ขึ้ น เ ป็ น ส า ก ล ทั้ ง นี้ เ ป็ น เ พ ร า ะ ทุ ก สิ่ ง
ทุกอย่างในโลกใบนี้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สารสนเทศ รวมถึงศิลปะด้วยนั้นได้
ถู ก คิ ด ค้ น ขึ้ น ม า ใ ห ม่ แ ท บ ทั้ ง สิ้ น จ น
หมดแล้ว ในยุ ค สมัย ที่ เ รี ยกว่ า ยุ ค
                              ั
Modern ยุคปั จจุบนหรื อ ที่เรี ยก
กันค่อนข้างเป็ นทางการอย่างโก้หรู
ว่ า ยุ ค Postmodern
หรื อยุคหลังสมัย ใหม่ จึ งไม่ มีอะไร
ใหม่ นั่ น ไม่ ไ ด้ ห มายความว่ า นั ก
ประดิษฐ์คิดค้นคว้าต่างๆ หรื อศิลปิ น
ไ ม่ มี ค ว า ม คิ ด
                     ั
สร้างสรรค์ แต่ดงที่กล่าวแล้วคือทุก
อย่ า งได้ ถู ก คิ ด ค้ น ขึ้ นแล้ ว ในยุ ค
Modern                   ในสมัยนี้ จึงเป็ น
เ ส มื อ น ห นึ่ ง ต ล า ด ข น า ด ใ ห ญ่
สาหรั บจับจ่ ายใช้สอย และหยิบยืม
น ามาใช้ ใ นการอ้ า งอิ ง อ้ า งถึ ง
ตลอดจนมีบทบาทและมีอิทธิ พลสู ง
ต่ อ ก า ร ส ร้ า ง ส ร ร ค์ ใ น
ยุคนี้ฯลฯ การสร้างสรรค์สิ่งต่างๆใน
ยุค Postmodern จึงไม่มี
อะไรใหม่ แต่ ความไม่ มีอะไรใหม่
ใ น ผ ล ง า น นี่ แ ห ล ะ คื อ ค ว า ม
ใ ห ม่ ใ น วั ฒ น ธ ร ร ม
Postmodern
ศิลปะในวัฒนธรรม Modern นั้นศิลปิ นสนใจ และสร้างงานจากความรู ้
แ ล ะ ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ข อ ง วิ ท ย า ศ า ส ต ร์ ใ น ร า ว
คริ สตศตวรรษที่ 18 - 19 หลังจากที่ นิ วตัน ค้นพบทฤษฎี แรงโน้มถ่วง ผล
ก า ร ค้ น พ บ ข อ ง นิ ว ตั น ส่ ง ผ ล ใ ห้ เ กิ ด โ ล ก ทั ศ น์ ใ ห ม่
เจมส์ ว ต ต์ คิ ด ค้น และประดิ ษ ฐ์ก ลจัก รไอน้ า เป็ นการน าสัง คมสู่ ยุค
        ั
อุตสาหกรรมโลหะ ยุคนี้ จึงเป็ นยุคแห่ งการศึกษา เกิ ดทฤษฎี การมอง
แบบแยกส่ วนนันคือทุกสิ่ งทุกอย่างเกิดด้วยสาเหตุที่สืบต่อเนื่องกันตาม
                   ่
ก ฎ เ ก ณ ฑ์ ก า ร ม อ ง แ บ บ แ ย ก ส่ ว น
นั้นคือการวิเคราะห์แยกสิ่ งต่างออกเป็ นส่ วนย่อยแล้วมองความสัมพันธ์
ข อ ง ส่ ว น ย่ อ ย นั้ น ๆ แ น ว คิ ด นี้ เ ป็ น แ น ว คิ ด ใ น ก า ร
ปฏิวติทางอุตสาหกรรม การวิเคราะห์ลึกซึ้ งในแต่ละสาขาก็ก่อให้เกิด
     ั
ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ร ะ ห ว่ า ง ค ว า ม รู ้ ใ น แ ต่ ล ะ ส า ข า ด้ ว ย
เป็ นเหตุก่อเกิ ดการสังเคราะห์ ประดิษฐกรรมใหม่ๆ และการผลิตประดิ ษฐ
ก ร ร ม เ ป็ น จ า น ว น ม า ก ๆ เ ช่ น ก ล้ อ ง ถ่ า ย ภ า พ
เครื่ องกาเนิดไฟฟ้ า โทรศัพท์ รถยนต์ เครื่ องบิน ฯลฯ รวมทั้งการใช้ทรัพยากร
แ ล ะ พ ลั ง ง า น ต่ า ง ๆ ม า ก ม า ย ใ น ท า ง ศิ ล ป ะ นั้ น
ความก้า วหน้าทางวิท ยาการและเทคโนโลยีทาให้เ กิ ด ศิ ล ปะที่ เ รี ย กกัน ว่า
Modern                 Art             หรื อ ศิ ล ปะสมัย ใหม่ เมื่ อ นิ ว ตัน ค้น
พบการเกิ ดสี ต่างๆที่เกิ ดจากแสงส่ องผ่านแท่งปริ ซึม และการค้นพบทฤษฎี
แสงอาทิตย์ที่มีต่อการมองเห็นสี
อั น มี ผ ล ต่ อ ก า ร
แ สด ง อ อ ก ใ น ผลง า น ข อ ง ศิ ลปิ น ก ลุ่ ม
Impressionism ซึ่ งเป็ นปฐมบท
ของศิ ล ปะสมั ย ใหม่ หลั ง จากนั้ นกลุ่ ม
Neo- Impressionism ก็นา
ทฤษฎี รู ป ทรง และการใช้แ บบเรขาคณิ ต
และทฤษฎีการเกิดสี และรู ปทรงที่เกิดจากจุด
สี             ต่       า              ง         ๆ
ที่ มี ผ ลต่ อ การมองเห็ น น ามาสร้ า งสรรค์
ผลงาน ส่ ว นทฤษฎี ค วามสัม พัน ธ์ ข องการ
วิ เ คราะห์ แ ยกส่ ว นย่อ ยที่ มี อิ ท ธิ พ ลในงาน
ศิลปะเช่น
ศิลปิ นกลุ่ม Cubism              ซึ่ งแสดงพลังแห่ ง
เ ครื่ องจั ก รก ล แ ละ อุ ต สา ห ก รรม โด ย นั ย
Cubism ใช้ Form และ Space
สัมพันธ์กันเหมื อน อิ เล็กตรอน และ นิ วเคลี ย ส
พอลล็ อ ค และศิ ล ปิ นในกลุ่ ม Abstract
Expressionism                           ก็ แ สดงการ
                                        ั
เคลื่อนไหว และความสัมพันธ์ของสี ดงเช่นทฤษฎี
สั ม พัน ธภาพและทฤษฎี ค วัน ตัม ของ อัล เบิ ร์ ต
ไ อ ส ไ ต น์ แ ล ะ ท ฤ ษ ฎี แ น ว คิ ด
จิ ตวิเคราะห์โดย ฟรอยด์ ก็ส่งอิทธิ พลแก่ ศิลปิ น
กลุ่ม Sur-realism หรื อ ศิลปะ Op -
art            เกี่ ยวกับจิ ตวิทยาของการรั บรู ้ ทาง
สายตา Pop Art ก็สะท้อนความ
สนใจและได้รับอิ ทธิ พ ลจากเทคโนโลยี
และผลผลิ ตในอุตสาหกรรม ความเจริ ญ
อ              ย่              า            ง
รวดเร็ ว ของเครื่ อ งจัก รกลและวิ ทยาการ
ทางเทคโนโลยีต่างๆ ก็ส่งผลสะท้อนใน
งาน Futurism ดังนี้ เป็ นต้น ศิลปะ
ส         มั      ย        ใ      ห        ม่
จึ ง แ ต ก แ ย ก ส า ข า ต่ า ง ๆ ม า ก ม า ย
เช่ นเดี ยวกับการคิดค้นทางวิทยาการและ
เทคโนโลยี ที่ ส อดคล้อ งกัน ตามกระแส
วั ฒ น ธ ร ร ม
Modern
คิ ม เลวิ น นัก วิ จ ารณ์ ศิ ล ปะกล่ า วว่า ศิ ล ปะสมัย ใหม่ มี ล ัก ษณะที่ เ ด่ น ชัด
ดังนี้คือ
Ahistorical นับถือค่านิ ยมแบบนักวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ นิยม
ศิ ล ป ะ นิ ย ม ด้ ว ย แ ล ะ ไ ม่ ส น ใ จ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ห รื อ ศิ ล ป ะ
ในอดีต มุ่งเน้นการคิดค้นสิ่ งใหม่ๆเช่นเดียวกับวิทยาศาสตร์
Scientific ( Analytical ) ศิลปะสมัยนี้เป็ นเรื่ องการวิเคราะห์
แบ่งแยกเพื่อความเข้าใจ
Self - Referentical ศิลปะมีความหมายที่ตวของมันเอง อะไรที่อยูนอก
                                                        ั          ่
ศิลปะวัตถุจะไม่เกี่ยวข้อง
Reductionistic ตัดส่ วนที่ไม่จาเป็ น หรื อไม่สาคัญทิ้งจนเหลือเฉพาะ แกน
เป็ นค่านิยมที่สาคัญของศิลปะในสมัยนี้
Competition มีการแข่งขันเหมือนวัตถุนิยม มีการเสี่ ยง การลงทุน เพื่อ
ความก้าวหน้า
Meyer Shapiro กล่าวว่า ศิลปะสมัยใหม่นิยมสิ่ งประดิษฐ์ เราสร้าง
ศิ ล ปวัต ถุ แ ทนที่ จ ะเป็ นภาพที่ เ ราสร้ า งขึ้ น Shapiro         เน้ น
ว่างานศิลปะสมัยใหม่น้ ีเป็ นศิลปวัตถุ
ศิ ล ปะสมัย ใหม่ เ ริ่ มต้น จาก Impressionism
เรื่ อยมาจนถึง Minimal Art ซึ่งอาจนับได้ว่าเป็ น
ปลายยุคของวัฒนธรรม Modern ความเคลื่อนไหว
ของศิลปะในสมัยนี้ สะท้อนถึงความสนใจของศิลปิ นที่
มี ต่ อ วิ ท ยาการและเทคโนโลยี หรื อผลผลิ ต จาก
กระบวนการในอุตสาหกรรม ศิลปิ นต่างยอมรับค่านิยม
         ้
ของผูบ ริ โ ภค ยอมรั บ บทบาทความเคลื่ อ นไหวของ
ร ะ บ บ เ ศ ร ษ ฐ กิ จ
วัสดุ และวิธีการสร้างงานคล้ายคลึงกับระบบโรงงาน
อุตสาหกรรม คิม เลวิน อ้างว่า อนาคตของเทคโนโลยี
ยิ่             ง            ใ       ห        ญ่
ศิลปิ นยอมรับ
ศิลปิ นบางคนใช้วิธิการสร้างแบบ
แล้ว ส่ ง ไปผลิ ต ผลงานศิ ล ปะใน
โรงงานดั ง เช่ น ศิ ล ปิ นในกลุ่ ม
Minimal                           ฯลฯ
ศิลปิ นในสมัยนี้ จึงมีหน้าที่เสมือน
นั ก วิ ท ยาศาสตร์ ที่ มุ่ ง ผลิ ต และ
ค้นคว้าสิ่ งประดิษฐ์ใหม่ๆ ซึ่ งเป็ น
ยุ ค ส มั ย แ ห่ ง ก า ร ค้ น พ บ
วิ ท ยาศาสตร์ และศิ ล ปะจึ ง มี
ลักษณะร่ วมกันคือคนดูไม่รู้เรื่ อง
และเข้าใจยาก ศิลปะเป็ นสิ่ งที่อยู่
ห่างไกลกับประชาชน
แ                ล               ะ
อยู่ ใ นมื อ ของคนรวย การดู
งานศิ ล ปะจ าต้อ งมี ค วามรู ้ จึ ง
จ ะ เ ข้ า ใ จ เ ป รี ย บ กั บ
วิทยาศาสตร์ ที่มีคนน้อยคนที่
จ ะ เ ข้ า ใ จ เ ช่ น
เดี ยวกัน การกระหายสิ่ งใหม่
เ บื่ อ ข อ บ เ ข ต ข อ ง ศิ ล ป ะ
แบบเดิ มๆ ต้องมี อะไรแปลก
ใหม่ ต ลอดไม่ รู้ จ บเหมื อ น
ก า ร ต ล า ด จึ ง เ ป็ น
ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง ศิ ล ป ะ ใ น
วัฒนธรรม Modern
                       ั
วัฒนธรรมสมัยใหม่จึงมีทศนคติ และมีสัญลักษณ์คล้าย ตาราง
( Grid ) สาหรับวัดมาตรฐานสิ่ งต่างๆว่ามีค่าหรื อไม่มีค่า
ศิลปิ นและนักวิทยาศาสตร์จึงได้รับการยกย่องว่าเป็ นอัจฉริ ยะ
        ั
หากแต่วฒนธรรมย่อมมีการเปลี่ยนแปลง และนันหมายถึงเกิดการเปลี่ยนแปลง
                                             ่
ทางศิลปะด้วย
ราวปลายปี 1960 ศิ ล ปิ นเริ่ มหั น กลับ มามองสิ่ ง ที่ อ ยู่ ใ กล้ต ัว เริ่ มสงสั ย ใน
เ ท ค โ น โ ล ยี แ ล ะ มี ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง วั ฒ น ธ ร ร ม ที่
ชัดเจน โดยเฉพาะ ในปี ค.ศ. 1968 ได้เกิดสงครามเวียตนาม ทาให้อเมริ กนชนเริ่ ม    ั
ส ง สั ย ใ น ก า ร อ้ า ง ถึ ง ค ว า ม ยิ่ ง ใ ห ญ่ ข อ ง
เทคโนโลยีของตน ความสงสัยเกิ ดขึ้นภายในใจของหลายๆคนว่าเทคโนโลยี
ส า ม า ร ถ น า พ า ชี วิ ต ใ ห้ ดี ขึ้ น จ ริ ง ห รื อ ห า ก ดี ขึ้ น
จะดี ก ว่ า หรื อแย่ ก ว่ า การด าเนิ น ตามวิ ถี
ธรรมชาติ การถ่ายภาพทางอากาศรู ปโลก
ของเราท าให้ ม องเห็ น ความส าคัญ ของ
ธรรมชาติ และหันกลับมาถามตัวเองว่าเวลา
นี้ ธรรมชาติ อ ยู่ที่ ไ หน ต้น ไม้ใ นกระถาง?
ต้ น ไ ม้ พั น ธุ์ ใ ห ม่ ที่ ถู ก คิ ด ค้ น ? สั ต ว์
ในกรง? สัตว์เลี้ยงเพื่อเป็ นอาหาร? สัตว์เลี้ยง
ในบ้า น?ฯลฯ หรื อ สิ่ ง เหล่ า นี้ เป็ นเพี ย งแค่
ก ร ะ บ ว น ก า ร มี ก า ร ต่ อ ต้ า น ก า ร ใ ช้
เท คโนโลยี ใ น ท าง ที่ ไ ม่ ถู กต้ อ ง
เ ท ค โ น โ ล ยี ใ ห ม่ ใ ห้ ผ ล ร้ า ย ไ ม่
รั บ ผิ ด ชอบ วิ ท ยาศาสตร์ ท าลาย
สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม ผ ล ข้ า ง เ คี ย ง จ า ก
เทคโนโลยีที่เกิดขึ้น และมองโลกใน
แง่ ร้ า ยจากผลของการกระท าในยุค
Modern มีการแสดงดนตรี ใน
Central                             Park
ส าหรั บ หนุ่ ม สาวที่ ป ฏิ เ สธค่ า นิ ย ม
Modern                  การแสดงดนตรี
Woodstock นี้ มีผเู ้ ข้าร่ วมใน
กิ จ กรรมถึ ง 100000 คน หลายแห่ ง
ในเมื องใหญ่ๆของโลกเกิ ดการเดิ นขบวน
เพื่อสิ ทธิ เสรี ภาพ การรวมกลุ่มกันของชน
ชั้ นกรรมาชี พ และมวลชน หรื อกลุ่ ม
หนุ่ ม สาวรุ่ นใหม่ ที่ มี ท ัศ นะแตกต่ า งกั บ
อ านาจรั ฐ และค่ า นิ ยมในวั ฒ นธรรม
Modern การเกิดจราจลที่เกิดจากการ
แ         บ่       ง          แ     ย         ก
สี ผิวและคลี่คลายไปสู่ ความเข้าใจ เป็ นเหตุ
      ั
ให้วฒนธรรมตะวันตกจาเป็ นต้องหันมอง
วั ฒ น ธ ร ร ม ต ะ วั น อ อ ก แ ล ะ ท า ค ว า ม
                 ้
เข้าใจอย่างถี่ถวน เป็ นต้น
ผลจากการเปลี่ ยนแปลงทางวัฒนธรรมการขบถต่อจารี ตเชิ งอนุ รักษ์แบบ
วัฒ นธรรม Modern                            และการเปลี่ ย นโครงสร้ า ง
ทางการเมื อ ง เศรษฐกิ จ และสั ง คม น าเราก้า วเข้า สู่ ว ฒ นธรรมแห่ ง การ
                                                         ั
ผ ส ม ผ ส า น ร ะ ห ว่ า ง วั ฒ น ธ ร ร ม ต ะ วั น ต ก กั บ ต ะ วั น อ อ ก
วัฒนธรรมเก่ ากับวัฒนธรรมใหม่ วัฒนธรรมชั้นสู งกับวัฒนธรรมมวลชน
ศิ ล ป ะ แ ล ะ วั ฒ น ธ ร ร ม จึ ง ถู ก น า เ ส น อ ใ น ชี วิ ต
ประจาวันในลักษณะที่เป็ นศิลปะของมวลชนมากขึ้น ศิลปิ นรุ่ น
ใหม่ ที่ เ ป็ นศิ ล ปิ นหนุ่ ม สาวต่ อ ต้า นการซื้ อขายและสะสม
ศิ ล ป สมบัติ สร้ า งงานจากเศษชิ้ น ส่ ว น และท าลายผลงาน
ส่ งกลับคืนธรรมชาติ หรื อนาวัสดุที่ใช้แล้วนามาใช้ใหม่ ศิลปิ น
สนใจกระบวนการบัน ทึ ก และสถานการณ์ แ ทนศิ ล ปะวัต ถุ
ศิ ล ปะเหลื อ เพี ย งแค่ ก ารรายงาน มี ก ารยอมรั บ การถ่ า ยภาพ
เป็ นศิ ล ปะ ศิ ล ปิ นอยากสร้ า งสิ่ ง ที่ เ ป็ นจริ ง ภาพถ่ า ยเป็ นการ
บั น ทึ ก เวลา สถานที่ เป็ นสิ่ งที่ ส าคั ญ เป็ นความจริ ง
Linda Nochlin (นัก
วิ จ ารณ์ ศิ ล ปะ) กล่ า วว่ า "
ศิลปะไม่ใช่ การเปรี ยบเทียบ
แต่ เ ป็ นความจริ ง ทฤษฎี
ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ แ ล ะ
ความรู ้ เป็ นสิ่ ง ที่ แ ยกศิ ล ปะ
ออกจากชี วิ ต ประจ าวั น "
Donald Karshan
นั ก วิ จ า ร ณ์ แ ล ะ ศิ ล ปิ น
Conceptual โจมตี
ค ว า ม คิ ด ที่
สนับสนุน วัฒนธรรม
           ่
Modern ที่วา องค์ ประกอบศิลป์ มีพลังอานาจ และเป็ นแกนของศิลปะ เขากล่าว
                   ว่า อย่ านาทฤษฎีองค์ ประกอบศิลป
               ์
              ์มาวิเคราะห์ ศิลปะ Postmodern
                        เอกสารประกอบการเขียน
Hertz, Richard., Editor. Theory of Contemporary
                              Art. 1985.
    Levin, Kim. Farewell to Modernism. 1979.
  Mayer, Ralph. A Dictionary of Art Terms and
                       Techniques. 1981.
       Karshan, Donald. A Manifesto. 1970.
  Nochlin, Linda. The Realist Criminal and the
                      Abstract Law. 1985.
         บรรณานุกรม
http://www.artofcolour.com
http://library.riu.ac.th/webdb/images/JOY1.ht
m
http://www.school.net.th
http://www.prc.ac.th
http://www.mew6.com

				
DOCUMENT INFO
Shared By:
Categories:
Tags:
Stats:
views:12
posted:12/14/2011
language:
pages:35