Embed
Email

wireless lan

Document Sample
wireless lan
Shared by: HC111213094150
Categories
Tags
Stats
views:
17
posted:
12/13/2011
language:
pages:
27
ระบบเครือข่ายไร้สาย

Wireless Lan

ระบบเครือข่ายไร้สาย (Wireless LAN)

ปัจจุบันมีการพัฒนาการเชื่อมต่อของระบบเครือข่ายออกมาหลาย

รูปแบบ แต่ว่าก็ยังมีปัญหาบางอย่างเกี่ยวกับการเชื่อมต่อในที่ที่มีปัญหาการ

เดินระบบสายสัญญาณต่าง ๆ อยู่ เช่นในพื้นที่ที่มีเหตุบังคับให้ไม่สามารถทา

การเดินสายสัญญาณได้ เช่นข้ามถนน หรือว่ามีสิ่งกีดขวางต่าง ๆ

Wireless LAN ก็คือระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบไร้สาย นั่นเอง

เพราะว่าระบบ LAN ไร้สาย จะทาให้สามารถเชื่อมต่อเข้าหากันและสามารถ

ส่งผ่านข้อมูลได้โดยที่ไม่ต้องใช้สาย นอกจากนี้ยังทาการเชื่อมต่อระบบแลน

แบบไร้สายกับแบบมีสายให้สามารถส่งผ่านข้อมูลหากันได้ และมี

ความสามารถในการส่งผ่านทะลุสิ่งกีดขวางต่าง ๆ ได้

ระบบเครือข่ายไร้สาย (Wireless LAN)

ในภาพ เป็น Wireless LAN สายที่เคย

มีมาก็เอาออกไปได้เลย และก็เปลี่ยน

จาก HUB หรือ Switching ในการเดิน

ระบบ LAN แบบมีสายก็มาเป็น

Access Point อย่างที่เห็นส่วนที่เครื่อง

คอมพิวเตอร์ก็จะใช้ Network Adapter

(NIC) ถ้าเป็น notebook ก็จะเป็น PC

Card Wireless Network Adapter ถ้า

เป็น PC ธรรมดาก็จะเป็นแบบ PCI

Card

Wireless NIC



NIC แบบ PCMCIA ที่สามารถนามาใช้กับ notebook







NIC สาหรับใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไปจะเป็นลักษณะ

อันหนึ่งเป็น PCI การ์ดเปล่า แล้วก็เอา PCMCIA มาเสียบใส่เข้าไป

แต่บางยี่ห้อก็เป็นแบบที่ไม่สามารถถอดประกอบได้

Access Point

ระยะทางการรับส่งสัญญาณ และความเร็ว



ระยะทางการรับส่งสัญญาณ : ความเร็วโดยประมาณ



ภายในอาคาร : ภายนอกอาคาร :

· 50 เมตร ได้ถึง 11 Mbps · 250 เมตร ได้ถึง 11 Mbps

· 80 เมตร ได้ถึง 5.5 Mbps · 350 เมตร ได้ถึง 5.5 Mbps

· 120 เมตร ได้ถึง 2 Mbps · 400 เมตร ได้ถึง 2 Mbps

· 150 เมตร ได้ถึง 1 Mbps · 500 เมตร ได้ถึง 1 Mbps

การติดต่อข้อมูลสื่อสาร

การติดต่อข้อมูลสื่อสารของ Wireless LAN นั้นใช้ลักษณะการรับส่ง

เหมือนกับ ระบบเครือข่ายแบบมีสายธรรมดา คือ Media Access Protocol

Carrier sense multiple access with collision avoidance (CSMA/CA)

Wireless LAN มีความสามารถในการปรับเปลี่ยนความเร็วในการรับส่งข้อมูล

ของ Access Point กับเครื่องลูกแบบอัตโนมัติ เมื่อสัญญาณถูกรบกวน เพราะ

Wireless LAN จะสามารถส่งความผ่านความเร็วได้หลายอัตราตามระยะทางและ

อุปกรณ์สิ่งกีดขวางต่าง ๆ เช่น 1,2,5.5 และ 11Mbps ซึ่งจะมีผลจากการเชื่อมต่อ

ระหว่าง Access Point กับเครื่องลูกต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับสภาวะสัญญาณที่สูญเสียไป

IEEE 802.11b

มาตรฐาน IEEE 802.11b มีการปรับปรุงความสามารถของอุปกรณ์ให้รับส่ง

ข้อมูลได้ด้วยความเร็วสูงสุด 11 Mbps ผ่านคลื่นวิทยุความถี่ 2.4 GHz (เป็นย่าน

ความถี่ที่เรียกว่า ISM (Industrial Scientific and Medical) ซึ่งถูกจัดสรรไว้อย่างสากล

สาหรับการใช้งานอย่างสาธารณะด้านวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรม และการแพทย์ โดย

อุปกรณ์ที่ใช้ความถี่ย่านนี้ก็เช่น IEEE 802.11, Bluetooth, โทรศัพท์ไร้สาย, และเตา

ไมโครเวฟ) ส่วนใหญ่แล้วอุปกรณ์ IEEE 802.11 WLAN ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันจะเป็น

อุปกรณ์ตามมาตรฐาน IEEE 802.11b นี้และใช้เครื่องหมายการค้าที่รู้จักกันดีในนาม

Wi-Fi โดยอุปกรณ์ที่ได้รับเครื่องหมายการค้าดังกล่าวได้ผ่านการตรวจสอบแล้วว่า

เป็นไปตามมาตรฐาน IEEE 802.11b และสามารถนาไปใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ยี่ห้อ

อื่นๆที่ได้รับเครื่องหมาย Wi-Fi ได้

IEEE 802.11a



มาตรฐานนี้ปรับปรุงความสามารถของอุปกรณ์ให้รับส่งข้อมูลได้ด้วย

ความเร็วสูงสุดที่ 54 Mbps แต่ใช้คลื่นวิทยุที่ความถี่ 5 GHz ซึ่งเป็นย่านความถี่

สาธารณะในประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีสัญญาณรบกวนจากอุปกรณ์อื่นน้อยกว่าในย่าน

ความถี่ 2.4 GHz แต่บางประเทศย่านความถี่ดังกล่าวไม่สามารถนามาใช้งานได้อย่าง

สาธารณะ ตัวอย่างเช่น ประเทศไทยไม่อนุญาตให้มีการใช้งานอุปกรณ์ IEEE 802.11a

เนื่องจากความถี่ย่าน 5 GHz ถูกจัดสรรสาหรับกิจการอื่นอยู่ก่อนแล้ว นอกจากนี้

อุปกรณ์ IEEE 802.11a WLAN รัศมีของสัญญาณค่อนข้างสั้น (ประมาณ 30 เมตร ซึ่ง

สั้นกว่าของอุปกรณ์ IEEE 802.11b WLAN ที่มีขนาดประมาณ 100 เมตร) อีกทั้ง

อุปกรณ์ยังมีราคาสูงกว่าอีกด้วย ดังนั้นอุปกรณ์ IEEE 802.11a WLAN จึงได้รับความ

นิยมน้อยกว่า IEEE 802.11b WLAN มาก

IEEE 802.11g



มาตรฐานนี้ใช้ในช่องสัญญาณวิทยุความถี่ 2.4 GHz ซึ่งอุปกรณ์ IEEE 802.11g

WLAN มีความสามารถในการรับส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงสุดที่ 54 Mbps ส่วนรัศมี

สัญญาณของอุปกรณ์ IEEE 802.11g WLAN จะอยู่ระหว่างรัศมีสัญญาณของอุปกรณ์

IEEE 802.11a และ IEEE 802.11b เนื่องจากความถี่ 2.4 GHz เป็นย่านความถี่สาธารณะ

สากล อีกทั้งอุปกรณ์ IEEE 802.11g WLAN สามารถทางานร่วมกับอุปกรณ์ IEEE

802.11b WLAN ได้ (backward-compatible) ดังนั้นจึงมีแนวโน้มสูงว่าอุปกรณ์ IEEE

802.11g WLAN จะได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายหากมีราคาไม่แพงจนเกินไปและ

น่าจะมาแทนที่ IEEE 802.11b ในที่สุด

IEEE 802.11e



มาตรฐานนี้ เป็นการปรับปรุง IEEE 802.11 เพื่อให้สามารถรองรับการใช้

งานหลักการ Qualitiy of Service สาหรับ application เกี่ยวกับมัลติมีเดีย

(Multimedia) เนื่องจาก IEEE 802.11e เป็นการปรับปรุง MAC Layer ดังนั้น

มาตรฐานเพิ่มเติมนี้จึงสามารถนาไปใช้กับอุปกรณ์ IEEE 802.11 WLAN ทุกเวอร์ชัน

ได้

IEEE 802.11i



มาตรฐานนี้เป็นการปรับปรุง MAC Layer ของ IEEE 802.11 ในด้านความ

ปลอดภัย เนื่องจากเครือข่าย IEEE 802.11 WLAN มีช่องโหว่อยู่มากโดยเฉพาะอย่าง

ยิ่งการเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) ด้วย key ที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง คณะทางานชุด

IEEE 802.11i จะนาเอาเทคนิคขั้นสูงมาใช้ในการเข้ารหัสข้อมูลด้วย key ที่มีการ

เปลี่ยนค่าอยู่เสมอและการตรวจสอบผู้ใช้ที่มีความปลอดภัยสูง มาตรฐานเพิ่มเติมนี้

จึงสามารถนาไปใช้กับอุปกรณ์ IEEE 802.11 WLAN ทุกเวอร์ชันได้

ลักษณะการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ IEEE 802.11 WLAN

ระบบเครือข่าย Wireless LAN หรือที่บางทีเรียกว่า WLAN นั้น

จะประกอบด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้ง Wireless Network Card และ

อุปกรณ์ Wireless Network Access Point สาหรับการติดต่อสื่อสารใน

ระบบ WLAN นั้นทาได้สองแบบคือ โหมด Ad-hoc (หรือ Peer to Peer)

และ Infrastructure

โหมด Infrastructure

โหมด Infrastructure

Basic Service Set (BSS)

Basic Service Set (BSS) หมายถึงบริเวณของเครือข่าย IEEE 802.11 WLAN ที่มีสถานี

แม่ข่าย 1 สถานี ซึ่งสถานีผู้ใช้ภายในขอบเขตของ BSS นี้ทุกสถานีจะต้องสื่อสารข้อมูล

ผ่านสถานีแม่ข่ายดังกล่าวเท่านั้น

Extended Service Set (ESS)

Extended Service Set (ESS) หมายถึงบริเวณของเครือข่าย IEEE 802.11 WLAN ที่

ประกอบด้วย BSS มากกว่า 1 BSS ซึ่งได้รับการเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน สถานีผู้ใช้สามารถ

เคลื่อนย้ายจาก BSS หนึ่งไปอยู่ในอีก BSS หนึ่งได้โดย BSS เหล่านี้จะทาการ

Roaming หรือติดต่อสื่อสารกันเพื่อทาการโอนย้ายการให้บริการสาหรับสถานีผู้ใช้

ดังกล่าว

โหมด Ad-hoc หรือ peer to peer



เป็นเครือข่ายที่ปิดคือไม่มีสถานีแม่

ข่ายและไม่มีการเชื่อมต่อกับ

เครือข่ายอื่น บริเวณของเครือข่าย

IEEE 802.11 WLAN ในโหมด Ad-

Hoc จะถูกเรียกว่า Independent

Basic Service Set (IBSS)

ซอฟต์แวร์สาหรับเครือข่ายเฉพาะบริเวณ

ระบบเครือข่ายประกอบไปด้วย

ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ในหัวข้อนี้จะ

กล่าวถึงซอฟต์แวร์สาหรับระบบเครือข่าย

เฉพาะบริเวณ ได้แก่ ระบบปฏิบัติการ

ระบบปฏิบัติการเครือข่าย และโปรแกรม

ประยุกต์

โดยทั่วไปการตรวจสอบความถูกต้อง

ของการติดตั้งฮาร์ดแวร์สามารถทาได้ง่าย

แต่การตรวจสอบความถูกต้องของ

ซอฟต์แวร์ทาได้ยากกว่าดังตัวอย่างในภาพ

ระบบปฏิบัติการเครือข่าย

(Network Operating System)



เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้สาหรับทางานร่วมกับระบบเครือข่ายโดยเฉพาะ

ซึ่งไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อนามาใช้ “แทน” แต่ให้สามารถทางาน “ร่วม” กับ

ระบบปฏิบัติการที่ใช้งานอยู่ตามปกติ

ระบบปฏิบัติการเครือข่ายจะเข้ามาแทนเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้อง

กับระบบเครือข่ายและจะเลิกทางานโดยอัตโนมัติเมื่อเลิกการติดต่อผ่าน

ระบบเครือข่าย

Windows NT

ในตอนต้นทศวรรษ 1990 หลังจากระบบปฏิบัติการ Windows

3.1 ออกสู่ตลาดแล้ว ไมโครซอฟท์ก็เริ่มมองหาหนทาง ที่จะขยาย

ระบบปฏิบัติการ ให้สามารถทางานได้ครอบคลุมเครื่องทุกระดับ จึงได้

เป็นระบบปฏิบัติการที่มีความสามารถเป็นระบบปฏิบัติการเครือข่ายใน

ตัวเอง โดยเริ่มมาตั้งแต่รุ่น Windows NT 3.51 ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 รุ่น คือ

Windows NT Server และ Windows NT Workstation

หลังจากนั้นก็พัฒนามาเป็น Windows 2000, Windows XP และ

Windows 2003 ในปัจจุบัน

Linux

เป็นระบบปฏิบัติการ UNIX รุ่นที่นามาใช้กับเครื่องพีซี กาลัง

ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากผู้ใช้สามารถนาโปรแกรมต้นฉบับไป

พัฒนาเป็นของตนเองได้ เป็นซอฟต์แวร์ที่แจกฟรี (ซึ่งระบบปฏิบัติการอื่น

เป็นระบบปิดทั้งหมด)

ระบบปฏิบัติการ Linux ถือกาเนิดขึ้นในประเทศฟินแลนด์ ทาง

เหนือของยุโรป เมื่อมี ค.ศ. 1990 โดย ลีนุส ทอร์วัลด์ (Linus Torvalds) ซึ่ง

ขณะนั้นเป็นนักศึกษาภาควิชา Computer Science ในมหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ

Netware

ในปี 1983 บริษัท Novell, INC. ได้เริ่มวางตลาดโปรแกรมควบคุมระบบ

Netware รุ่นแรก ชื่อว่า "Netware 86" หมายถึง ระบบปฏิบัติการ Netware ที่ใช้

Microcomputer ที่ cpu 8086 เป็นเซอร์เวอร์ โดย Netware จะทาหน้าที่เป็น

ระบบปฏิบัติการของเซอร์เวอร์ร่วมกับ DOS

ในปี 1985 เมื่อมีการนา cpu 80286 Novell ได้วางตลาดโปรแกรม

"Advanced Netware 286 "ใช้ร่วมกับ cpu 80286 ทาให้ใช้ประสิทธิภาพของ cpu ได้

อย่างเต็มที่ มีความเร็วในการทางาน ทาให้ Advanced Netware 286 ได้รับความนิยม

เป็นอย่างมาก

ระบบเครือข่ายความเร็วสูง

High-Speed LAN



•Fast Ethernet

•Gigabit Ethernet

อุปกรณ์ระบบเครือข่าย

- อุปกรณ์ทวนสัญญาณ Repeater

- Bridge

- Switching Hub

Bridge

หากว่าในระบบเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ในจานวนมาก ๆ มี HUB จานวน

มาก มีเครื่องที่ต้องการสื่อสารข้อมูลมากขึ้น และฉะนั้นหากว่าไม่มีอุปกรณ์ที่มาทาการแยก

Collision Domain แล้วละก็ในเวลาหนึ่ง ๆ นั้นจะมีเครื่องคอมพิวเตอร์แค่สองเครื่องเท่านั้น

ที่จะสามารถสื่อสารกันได้ เขาจึงได้มีการพัฒนาอุปกรณ์ชนิดหนึ่งขึ้นมาเพื่อทาการแยก

Collision Domain ออกเพื่อให้ในหนึ่งระบบเครือข่ายนี้มีจานวนคอมพิวเตอร์มากกว่า 1 คู่

ที่สามารถส่งข้อมูลหากันได้ในเวลาเดียวกัน อุปกรณ์ที่มาทาการแบ่ง Collision Domain

นั้นคือ BRIDGE

Collision Domain คือ การสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์สองเครื่องที่

อยู่บนระบบเครือข่ายเดียวกัน และจะทาให้คอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ๆที่อยู่บนระบบ

เครือข่ายนั้น ๆ ไม่สามารถสื่อสารกันได้ จนกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์สองเครื่องที่สื่อสาร

กันนั้นจะทางานเสร็จสิ้นไป

Switching Hub





ในแต่ละ Port ของ Switching หรือ Switching Hub นี้ จะแยกเป็น

แต่ละ Segment ของ LAN ด้วยความสามารถเหมือน Bridge และมีข้อดี

กว่า Hub ปกติ คือหลาย Node ที่ต่อกับ Switching นี้ จะสามารถ

ติดต่อสื่อสารกัน ได้พร้อมกันมากกว่าครั้งละ 1 คู่ ในเวลาเดียวกัน โดย

Switching จะสร้างเป็น Virtual Circuit ให้กับ คู่ของ Node ที่ทาการ

ติดต่อสื่อสารกัน


Related docs
Other docs by HC111213094150
Open Source OPAC
Views: 4  |  Downloads: 0
THE AMERICAN WEIL SOCIETY
Views: 0  |  Downloads: 0
Brian K Justice Resume
Views: 2  |  Downloads: 0
Data Analysis � Workshop
Views: 0  |  Downloads: 0
EmpltpsS1
Views: 3  |  Downloads: 0
?? Shell Script ? X Window System
Views: 3  |  Downloads: 0
By registering with docstoc.com you agree to our
privacy policy

You are almost ready to download!

You are almost ready to download!