???????? (GMOs) ???

Shared by: HC111211164657
Categories
Tags
-
Stats
views:
178
posted:
12/11/2011
language:
Thai
pages:
107
Document Sample
scope of work template
							   จีเอ็มโอ (GMOs)
          และ
ความปลอดภัยทางชีวภาพ




                                       จัดทาโดย
                  โปรแกรมความปลอดภัยทางชีวภาพ
            ั ิ
     ศูนย์ พนธุวศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่ งชาติ
• ความเข้ าใจในเรื่องของจีเอ็มโอ
  - คืออะไร
  - พัฒนามาได้ อย่ างไร และทาไมจึงต้ องใช้ จีเอ็มโอ
  - ประโยชน์ และความเสี่ ยง
• ความเข้ าใจในเรื่องของความปลอดภัยทางชีวภาพ
                     ่
  - แนวความคิดทีเ่ กียวกับความปลอดภัยทางชีวภาพ
  - การประเมินความเสี่ ยง
  - การกากับดูแลความปลอดภัยทางชีวภาพ
จีเอ็มโอ = GMO - Genetically Modified Organism
                     ิ ่                                  ั ิ
         = สิ่ งมีชีวตทีได้ รับการดัดแปลงพันธุกรรมโดยวิธีพนธุวศวกรรม
               หรือได้ มาจาก recombinant DNA technology หรือวิธีการที่
                      เรียกว่ า Modern Biotechnology
                                            ิ
ราชบัณฑิตยสถาน บัญญัติศัพท์คานีว่า สิ่งมีชีวตดัดแปรพันธุกรรม
                               ้
• พืชดัดแปรพันธุกรรมหรือพืชจีเอ็มโอคืออะไร
              ่
     คือ พืชทีได้ รับการดัดแปลงยีนหรือสารพันธุกรรม
             ั ิ
    โดยวิธีพนธุวศวกรรม
  (genetic engineering)
การดัดแปลงยีนด้ วยวิธีการปกติ
                ิ
ขั้นตอนทางพันธุวศวกรรม
      Promoter 35S CaMV (Cauliflower Mosaic Virus)
      Terminator NOS 3’ (Agrobacterium tumefaciens)
Marker gene NPTII gene kanamycin resistance (Esherichia coli)
                                    ่
             องค์ ประกอบของชุ ดยีนทีถ่ายฝาก
             HR-EPSPS gene
GTS 40-3-2
             Agrobacterium tumefaciens (CP4)


             IR-cry1Ac gene
MON 531      Bacillus thuringiensis subsp. kurstaki HD-73


             IR-cry1Ab gene
EVENT 176
             Bacillus thuringiensis subsp. kurstaki
             ที่มาของยีนถ่ ายฝาก
ความแตกต่ างระหว่ างพืชปกติและ
พืชดัดแปรพันธุกรรม
ความแตกต่ าง
ระหว่ าง
พืชปกติ
และ
พืชดัดแปร
พันธุกรรม
…….“ หากดูภายนอก (พืช) อาหารจีเอ็มโอ ไม่ ได้ มีลกษณะที่ั
แตกต่ างจาก (พืช) อาหารทั่วไปแต่ อย่ างใด แต่ โครงสร้ างของยีน
                          ภายใน
แตกต่ างโดยสิ้นเชิง       “                    …          …..
ทาไมจึงต้ องเป็ น จีเอ็มโอ
• จานวนประชากรโลก
   ปี 2541 = 5.9 พันล้านคน
   ปี 2593 = 8.9 พันล้านคน

การเพิมขึนจาก 1 เป็ น 2 พันล้ านคน ใช้ เวลา 123 ปี (2347-2470)
       ่ ้
การเพิมขึนจาก 5 เป็ น 6 พันล้ านคน ใช้ เวลา 12 ปี (2530-2542)
      ่ ้
• การผลิตพืชและสั ตว์
• อัตราการผลิตพืชและสั ตว์ ปี 2541มีอตราการขยายตัวเพิมขึนร้ อยละ 1.1
                                           ั              ่ ้
• เป็ นอัตราการขยายตัวต่าสุ ด ตั้งแต่ ปี 2536 เป็ นต้ นมา
• คาดว่ า ปี 2542 อัตราการขยายตัว
  ลดลงเหลือเพียงร้ อยละ 0.9
• ประชากรทีขาดอาหาร
           ่
• ประชากรโลกประมาณ 826 ล้านคน ยังได้ รับอาหารไม่ เพียงพอ
• 792 ล้านคน อยู่ในประเทศกาลังพัฒนา
• 34 ล้านคน อยู่ในประเทศทีพฒนาแล้ว
                              ่ ั
• ทุกๆ 1 นาที อย่ างน้ อย 30 คนทีตายเพราะ
                                   ่
   ขาดอาหาร
• ในจานวนนั้นครึ่งหนึ่งจะเป็ นเด็ก
• การเพิมผลผลิตทางการเกษตร
         ่
• การปฏิวติเขียว - การเพาะปลูกทีใช้ เทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่ นการใช้
           ั                      ่
  เมล็ดพันธุ์พชใหม่ ปุ๋ ย และแทรกเตอร์ เริ่มตั้งแต่ ปี 2503
                ื
• ในปัจจุบัน เทคโนโลยีบางอย่ าง
  คาดว่ า จะส่ งผลกระทบทางลบต่ อ
  สั งคมและสิ่ งแวดล้อม
• ขณะเดียวกันอัตราการเพิมขึนของ
                            ่ ้
  ผลผลิตก็เริ่มลดลง
• การแก้ไขปัญหาทางด้ านการผลิตพืช
• แมลงศัตรูพช  ื
• ต้ องใช้ สารเคมีในการป้ องกันกาจัด
• พ่นสารเคมีแทบทุกสั ปดาห์ ซึ่งอาจสู งถึง
  14 ครั้ง หรือมากกว่ า
• มลภาวะที่เป็ นพิษต่ อสิ่ งแวดล้อม
  และต่ อเกษตรกร
ประโยชน์ ที่จะได้ จากจีเอ็มโอ
ในด้ านผู้บริโภค
• ได้ ผลิตภัณฑ์ ทมีคุณภาพดีขึนทั้งทีเ่ ป็ นวัตถุดิบและแปรรูป
                        ี่       ้
• ถั่วเหลืองทีเ่ พิมกรด oleic เพือลดปัญหาคอเลสเตอรอล
                    ่                ่
• ข้ าวสี ทอง ทีเ่ พิม วิตามินเอ
                      ่
• อาหารทีใช้ เป็ นยา ทีเรียกว่ า edible vaccine
            ่
• อาหารทีได้ รับการกาจัดสารก่อภูมิแพ้และสารต้ านโภชนาการ
              ่
• มีสุขภาพทีดขึนซึ่งเป็ นผลทีได้ จากการบริโภคอาหารทีมีคุณภาพ
                ่ ี ้              ่                     ่
ประโยชน์ ที่จะได้ จากจีเอ็มโอ
ในด้ านผู้ผลิตและสิ่ งแวดล้อม
• ได้ พชทีมีความต้ านทานต่ อศัตรูพชทีสร้ างขึนใน
        ื ่                          ื ่     ้
   พืชเอง ทาให้ ลดการใช้ สารเคมี
• ได้ พชทีมีความต้ านทานต่ อโรค ทาให้ ผลผลิตมีคุณภาพ
         ื ่
• ได้ พชทีทนทานสารเคมีกาจัดวัชพืช นอกจากจะลด
       ื ่
                   ั
   การใช้ สารเคมียงช่ วยในการอนุรักษ์ ดินและนา ้
• ได้ พชทีสามารถดูดซับโลหะหนักทีเ่ ป็ นพิษ
          ื ่
• ส่ งผลให้ มลภาวะที่เป็ นพิษในสิ่ งแวดล้อมลดลง
ความเสี่ ยงและความวิตกกังวลที่มาจากจีเอ็มโอ
• การกินอาหารทีได้ จากพืชจีเอ็มโอจะเป็ น
                   ่
  อันตรายต่ อสุ ขภาพ
  - ก่อให้ เกิดอาการภูมิแพ้
  - เกิดสารที่เป็ นพิษต่ อร่ างกาย
                          ิ ่
  - ดีเอ็นเอ จากสิ่ งมีชีวตอืนอาจก่อให้ เกิดโรค
                       ่
  - ยีนเครื่องหมายทีต้านสารปฏิชีวนะอาจถูกส่ ง
    ผ่ านไปยังแบคทีเรียทีเ่ ป็ นเชื้อโรค
• พืชจีเอ็มโออาจจะคุกคามสิ่ งมีชีวตอืนในสิ่ งแวดล้อม
                                  ิ ่
   กรณี monarch butterfly
• เกสรจากพืชจีเอ็มโอจะปนปนไปยังพืชปกติและพืช
  ป่ าใกล้ชิด กรณี คาโนล่า
• พืชจีเอ็มโอจะทาให้ ความหลากหลายทางชีวภาพลดลง
  กรณี ข้ าวโพด
• แมลงศัตรูพชจะมีความต้ านทานต่ อสารพิษบีที
               ื
ความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosafety)
แนวความคิดในเรื่องของความปลอดภัย
   ่
เมือพูดถึงความปลอดภัย = safety
นึกถึงอะไร

              ่
การกระทาใดๆ ทีไม่ ก่อให้ เกิดอันตราย
                     ้ ี่
คาถาม มีไหมในโลกนีททาอะไรแล้วไม่ ก่อให้ เกิดอันตราย

   ่
เมือไม่ มี แล้ วเราจะคุยในเรื่องของความปลอดภัยอย่ างไร

เช่ น การเดินทางโดยรถยนต์ มีความปลอดภัยหรือไม่
ถ้ าไม่ ประสบอุบัตเิ หตุใดๆ เราก็สามารถตอบได้ ว่ามีความปลอดภัย
             ้
แล้ วพรุ่ งนีละ?
          ี่
ความถี่ทจะเกิดอุบัตเิ หตุจากรถยนต์ ชนกัน
เช่ น ใน ระยะเวลา 30 วัน มีรถยนต์ ชนกัน 15 ครั้ง
หรือ รถยนต์ มีโอกาสชนกัน 15 ครั้ง ใน 1 เดือน



     บอกไม่ ได้ ว่ามีความปลอดภัยมากน้ อยขนาดไหน
     ต้ องมีการเปรียบเทียบ



                       ในระยะเวลา 5 ปี มีเครื่องบินตก 1 ลา หรือ
                       เครื่องบินมีโอกาสตก 1 ครั้ง ใน 5 ปี หรือ 60 เดือน
มองอีกมุมหนึ่ง
รถยนต์ ชนกัน 15 ครั้ง ไม่ มีคนเสี ยชีวตเลย
                                         ิ
แต่ เครื่องบินตก 1 ครั้ง เสี ยชีวตทั้งลา
                                 ิ
อะไรจะปลอดภัยกว่ ากัน
ความเสี่ ยง (Risk) = โอกาสที่จะเกิด และขนาดทีเ่ กิด




 นั่นคือ ถ้ าเราสามารถลดความเสี่ ยงได้ มากเท่ าไร
                        ้
 ความปลอดภัยก็มีมากขึนเพียงนั้น
                                  ื
  การตกค้ างของสารเคมีกาจัดศัตรู พชในอาหารจาหน่ ายในประเทศ

  ผลไม้ ตระกูลส้ ม                  ร้ อยละ 85
  ผลไม้ ที่รับประทานได้ ท้งเปลือก
                          ั         ร้ อยละ 91
  (ฝรั่ง พุทรา ชมพู่)

  สั บประรด ละมุด มะขามหวาน         ร้ อยละ 26
  พืชผักรับประทานใบ                 ร้ อยละ 47*

  พืชผักตระกูลถั่ว                  ร้ อยละ 68*
  ไข่                               ร้ อยละ 91
  เนือหมู
     ้                              ร้ อยละ 33
  ตับหมู                            ร้ อยละ 100
วารสารกรมวิทยาศาสตร์ การแพทย์ ปี ที่ 40 ฉบับที่ 4 ตุลาคม-ธันวาคม 2541
 สถิตผ้ ูป่วยจากการได้ รับสารพิษ (จานวนคน)
     ิ

                      2538 2539 2540 2541 2542
อาหารเป็ นพิษ         74,723     82,281      102,454
พิษจากการประกอบอาชีพ 3,398 3,175 3,297 4,398 4,169
(พิษสารกาจัดศัตรู พช)
                   ื
เห็ดเป็ นพิษ          515 623 963 969 1,136




กองระบาดวิทยา สานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุ ข
อัตราการตายในอาชีพต่ างๆ (จานวนคน/100,000 คน)

การทาเหมือง                          26.8
การเกษตร                             22.2
การก่ อสร้ าง                        13.9
การขนส่ ง                            13.1
การค้ าส่ ง                          5.4
การประกอบชิ้นส่ วน                   3.5
การค้ าปลีก                          3.1
การบริการ                            2.2
การเงิน                              1.5


 Bureau of Labor Statistics, 1998
      ิ
พันธุวศวกรรม

                                      Genotype
                  Phenotype
  พืชพันธุ์ใหม่   IR, HR
                                      cry1Ab,
                                      EPSPS

                       สิ่ งแวดล้อม
       ่
ปลูกเพือการค้า
                       สุ ขอนามัยของมนุษย์ (อาหาร)
               การประเมินความเสี่ ยง

        หลักเกณฑ์ ที่ใช้ ในการประเมินความเสี่ ยง


                       ่
การประเมินความเสี่ ยงทีมีต่อสิ่ งแวดล้อม

    การประเมินความเสี่ ยงทีมีต่อสุ ขอนามัยมนุษย์ (อาหาร)
                           ่
     หลักเกณฑ์ ที่ใช้ ในการประเมินความเสี่ ยง

                                          ้
                           จะต้ องอยู่บนพืนฐานทางวิทยาศาสตร์
                                          ้
                           จะต้ องอยู่บนพืนฐานของผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์
                                          ้
                           จะต้ องอยู่บนพืนฐานของความคุ้ยเคย

                                          ้
                           จะต้ องอยู่บนพืนฐานของแต่ ละกรณีๆ ไป

                                          ้
                           จะต้ องอยู่บนพืนฐานของการประเมินเป็ นขั้นตอน
                                          ้     ่            ี
                           จะต้ องอยู่บนพืนฐานทีสาธารณชนได้ มส่วนร่ วม
               ้
จะต้ องอยู่บนพืนฐานของความเทียบเท่ า
        ทางด้ านสิ่ งแวดล้ อม ประเมินอะไรบ้ าง




1. การเคลือนย้ ายยีนไปยังพืชป่ าที่มีความใกล้ ชิด
             ่
2. การเคลือนย้ ายยีนไปยังสิ่ งมีชีวตอืน
           ่                         ิ ่
3. ศักยภาพที่จะเป็ นวัชพืช
4. ผลที่มีต่อสิ่ งมีชีวตทีมิใช่ เปาหมาย
                       ิ ่ ้
                      ่
               การเคลือนย้ายยีนไปยังพืชป่ าที่มีความใกล้ ชิด

               สิ่ งทีเ่ ป็ นกังวลคือ
                                        ่
               พืชป่ ากลายเป็ นวัชพืชทีไม่ สามารถกาจัดได้
               (ในกรณีของยีนทีทนทานสารกาจัดวัชพืช)
                                      ่
มีความเป็ นไปได้ แต่ โอกาสน้ อย

                                  ิ     ่
                จัดการได้ โดยใช้ วธีกลอืนๆ
                    ่
         การเคลือนย้ายยีนไปยังพืชปกติที่
                  ื
         ไม่ ใช่ พชดัดแปรพันธุกรรม

                                        ่
         สิ่ งทีเ่ ป็ นกังวลคือ ผลผลิตทีได้ ของพืชปกติไม่ สามารถ
         จาหน่ ายได้ ในลักษณะของผลิตผลอินทรีย์

เป็ นเรื่องของการจัดการ
ในข้ าวโพดพบว่ า ในระยะห่ าง 100 ฟุต จะมีโอกาสผสมข้ าม
เพียง 1% และทีระยะห่ าง 1000 ฟุต ไม่ พบว่ ามีการผสมข้ าม
                  ่
                          ่                       ิ ่
                   การเคลือนย้ายยีนไปยังสิ่ งมีชีวตอืน
                     สิ่ งทีเ่ ป็ นกังวลคือ
                                  ่          ่
                     การเคลือนย้ ายของยีนทีต้านทานสารปฏิชีวนะไปสู่
                                      ่
                     แบคทีเรียทีทาให้ เกิดโรค ส่ งผลให้ ไม่ สามารถรักษาได้
มีความเป็ นไปได้ ในห้ องปฏิบัติการ ใน
ธรรมชาติคาดว่ าจะเกิดได้ เพียง 10-17
       ่
สิ่ งทีต้องคานึง
                 ่                  ิ
สภาพแวดล้อมทีส่งผลให้ จุลนทรีย์น้ันอยู่
                   ่
รอด และยีนทีเ่ คลือนย้ ายไปนั้นเป็ นยีนตัว
ใหม่ หรือไม่
                                         ศักยภาพที่จะเป็ นวัชพืช



                        ลักษณะวัชพืช
สิ่ งทีกงวลคือ
       ่ั                                       พืชดัดแปรพันธุกรรม
                                   ิ
                        เมล็ดมีชีวตนาน
การกลายเป็ นวัชพืชของ                                            ั
                                                ไม่ ได้ ทาให้ มีลกษณะ
                        เจริญเติบโตเร็ว
พืชดัดแปรพันธุกรรม                              ดังกล่าว
                        ผลิตเมล็ดได้ มาก
                                        ่
                        แข่ งขันกับพืชอืนได้ ดี
                                  ิ           ้
              ผลที่มีต่อสิ่ งมีชีวตที่มิใช่ เปาหมาย

              สิ่ งทีเ่ ป็ นกังวลคือ
                           ิ ่
              สิ่ งมีชีวตอืนๆ ที่มีประโยชน์ จะได้ รับผลกระทบ
              ทางลบ

          ิ
สิ่ งมีชีวตทีเ่ ป็ นประโยชน์
                         ้ ้
แมงมุม ด้ วงเต่ าลาย ผึงนาหวาน
และไส้ เดือน เป็ นต้ น
  การประเมินความเสี่ ยงทีมีต่อสุ ขอนามัยมนุษย์ (อาหาร)
                         ่

ข้ อมูลทางด้ านคุณค่ าทางอาหาร หรือโภชนาการ
                     ข้ อมูลทางด้ านความเป็ นพิษ
                                                  ิ
                     ข้ อมูลทางด้ านการเป็ นสารภูมแพ้
                     ระดับของสารต้ านโภชนาการ
ข้ อมูลทางด้ านคุณค่ าทางอาหาร หรือโภชนาการ

                                                ่
ด้ วยความเป็ นห่ วงว่ า ระดับของธาตุอาหารอาจเปลียนไปที่
                                           ่
เป็ นผลมาจากไม่ ต้ังใจ โดยเฉพาะธาตุอาหารทีสาคัญรวมถึงระดับ
                                    ่
สารพิษหรือสารต่ อต้ านโภชนาการทีมีอยู่ในธรรมชาติ

เถ้ า คาร์ โบไฮเดรด เส้ นใยหยาบ ไขมัน ความชื้น โปรตีน
องค์ ประกอบกรดอะมิโน องค์ ประกอบกรดไขมัน
พืช          สารพิษ/สารต้ านโภชนาการ

ข้ าวโพด     phytate
มะเขือเทศ    alpha-tomatine
             solanine
             chaconine etc.
ถั่วเหลือง   lectins
             isoflavones etc
ข้ อมูลทางด้ านความเป็ นพิษ

ระดับสารสารพิษในธรรมชาติ
                    ั
โปรตีนใหม่ ๆ ไม่ มีลกษณะเป็ นสารพิษ

 แหล่งที่มา

                                        ั ่
เปรียบเทียบลาดับกรดอะมิโนของโปรตีนใหม่ กบทีร้ ู แล้ วว่ าเป็ นพิษ
ศึกษากับสั ตว์ ทดลอง
ข้ อมูลด้ านสารภูมิแพ้


            ิ
ระดับสารภูมแพ้ ในธรรมชาติ
                  ีั              ิ
โปรตีนใหม่ ๆ ไม่ มลกษณะเป็ นสารภูมแพ้
                         แหล่งที่มาของยีนใหม่
                                                ิ
                         ความคล้ ายคลึงกับสารภูมแพ้ ที่ร้ ู
                         ลักษณะทางกายภาพ
                              ่
ศึกษาในห้ องปฏิบัติการเพือดูความสามารถในการย่ อยโปรตีนใหม่
ถ้ าย่อยได้ เร็ว ก็แสดงให้ เห็นว่ าไม่ น่าจะมีผลทางลบ
                 การจัดการความเสี่ ยง
            ่
การจัดการเพือลดการเกิดความต้ านทานของแมลงศัตรู ต่อบีที
            ่ ้
การจัดการเพือปองกันการเกิด gene flow



• การกาหนดระยะทาง
• การกาหนดระยะเวลา
• การใช้ ยนเฉพาะทีเ่ รียกว่ า terminator gene
          ี
การจัดการวัชพืชมหัสจรรย์



• ใช้ สารเคมีกาจัดวัชพืชชนิดอืน
                              ่
• ใช้ วธีทางเขตกรรม
       ิ
กระบวนการวิเคราะห์ ความเสี่ ยง

     1                    2
การประเมิน           การจัดการ
 ความเสี่ ยง         ความเสี่ ยง


      3                   4
 การสื่ อสาร         การพิจารณา
 ความเสี่ ยง          ่
                   เพือการตัดสิ นใจ
             ่
การพิจารณาเพือการตัดสิ นใจ
สิ่ งมีชีวิตทีเ่ ป็ นผู้รับ-แหล่ งกาเนิด ประวัติความปลอดภัยในการใช้
                ่
ศักยภาพทีจะมีสารเป็ นพิษหรือสารก่ อภูมแพ้       ิ

สิ่ งมีชีวิตทีเ่ ป็ นผู้ให้ -ยีนที่ให้ ศักยภาพของการทาให้ เกิดโรค
                         ่
ระบบการถ่ ายฝาก-วิธีการทีใช้ คาอธิบายถึงองค์ ประกอบทางพันธุกรรม
  ่
ทีใช้ ในการสร้ าง
                          ่                  ่
ลักษณะของโมเลกุลดีเอ็นเอทีสอดใส่ - จานวนจุดทีสอดใส่ การเรียงลาดับของ
          ่
ดีเอ็นเอทีสอดใส่
                                ่
ความคงตัวทางพันธุกรรมของลักษณะทีชักนา- การวิเคราะห์ การกระจายตัว
ความคงตัวของยีน
ตัวอย่ าง การประเมินความปลอดภัยด้ านสิ่ งแวดล้อม ใน Event 176
         (ต้ านทาน ECB และ ทนทานสารเคมีปราบวัชพืช)

การทดสอบในแปลง                                   ่ ิ
                                ไม่ พบลักษณะทีผดปกติจากพันธุ์เดิมยกเว้ น
                                                     ่
                                ลักษณะใหม่ ทเี่ ปลียนไป
                ิ
สิ่ งมีชีวิตที่มใช่ เป้ าหมาย                      ้ ้
                                ไม่ มีผลกระทบต่ อผึงนาหวาน ด้ วงเต่ าทอง ฯ
                                จานวนแมลงและความหลากหลายไม่ ต่างกัน

ผลกระทบต่ อความหลากหลายทางชีวภาพ
                      ความเสี่ ยงจากการผสมข้ ามกับพืชป่ ามีน้อย
                           ี
                      ไม่ มศักยภาพเป็ นวัชพืชหรือพืชคุกคาม
มีผลกระทบต่ อการปฏิบัติทางการเกษตร
ตัวอย่ าง การประเมินความปลอดภัยด้ านสุ ขอนามัยของมนุษย์ ใน Event 176
             (ต้ านทาน ECB และ ทนทานสารเคมีปราบวัชพืช)

      คุณค่ าทางโภชนาการ     ไม่ แตกต่ างจากพันธุ์เดิม
       ความเป็ นพิษ                ี        ่
                              ไม่ มศักยภาพทีจะเป็ นพิษต่ อมนุษย์

       การเป็ นสารภูมิแพ้          ี                     ิ
                              ไม่ มศักยภาพก่ อให้ เกิดภูมแพ้
การกากับดูแลความปลอดภัยทางชีวภาพของจีเอ็มโอ
      การกากับโดยนโยบาย

1. ด้ านการผลิต
2. ด้ านการพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยี
3. ด้ านการประเมินความปลอดภัยทางชีวภาพ
4. ด้ านการค้ า
5. ด้ านการประชาสัมพันธ์
6. ด้ านการมีส่วนร่ วม
การพัฒนาเทคโนโลยีด้วยตนเอง

การนาเข้ าผลิตภัณฑ์ -ระดับ 1 (ส่ วนทีใช้ ทาพันธุ์)
                                     ่
                    -ระดับ 2 (ส่ วนทีเ่ ป็ นวัตถุดบ)
                                                  ิ
                    -ระดับ 3 (ส่ วนทีเ่ ป็ นอาหารแปรรู ป)
                     ่
       แนวปฏิบัตเิ พือความปลอดภัยทางชีวภาพ
                          ิ
สาหรับการทดลองทางพันธุวศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพ
                               ิ
               ระดับห้ องปฏิบัตการ
                       ภาคสนาม
กลไกที่ 2. การอนุมัตโครงการวิจัย บันทึกอนุมัตจาก IBC
                    ิ                        ิ
                                                     ผู้ให้ ทุน
                           นักวิจัย
             อนุมัติ P1                 ส่ งโครงการ ความก้าวหน้ า
             & P2                       ผลงานวิจัย
                             IBC
                                          ประเมิน ตรวจสอบ
                                                                อนุมัติ P3
ฐานข้ อมูล ประเภทที่ 1    ประเภทที่ 2          ประเภทที่ 3
                                                         ส่ งประเมิน &
            การควบคุม C1, PH1, C1A
                                                         ขอคาแนะนา
           โครงการ & ผลการประเมิน                NBC

                                แนวทางความร่ วมมือบริหารจัดการความปลอดภัยทางชีวภาพระดับสถาบัน
กลไกที่ 5. การอนุมัตโครงการวิจัยภาคสนามพืช/จุลนทรีย์ดดแปลงพันธุกรรม
                    ิ                         ิ      ั
                                                        ิ
                                            บันทึกอนุมัตจาก IBC
                              นักวิจัย                               ผู้ให้ ทุน

             อนุมัติ 1                   ส่ งโครงการ ความก้าวหน้ า
                                         ผลงานวิจัย
                                IBC
                                             ประเมิน ตรวจสอบ
                                                                  อนุมัติ 2
ฐานข้ อมูล    1. มีประวัติ          2.ไม่ มีประวัติ
                                                       ส่ งประเมิน &
                         เพือทราบ
                            ่                          ขอคาแนะนา
                                              NBC            ิ
                                                       ระบุวธีป้องกันและควบคุม
กลไกที่ 3. กระบวนการขนย้ ายภายในประเทศ

                     นักวิจัย 1
   ผู้บังคับฯ 1
                             ระบุแนวปฏิบัติ
 แจ้ งเป็ นหลักฐาน           แหล่งที่มา

                     นักวิจัย 2          แจ้ งเป็ นหลักฐาน
                                              ผู้บังคับฯ 2
กลไกที่ 4. การนาเข้ าจากต่ างประเทศ
                     ิ
                  จุลนทรีย์ พืช สั ตว์ GMOs
                               นาเข้ า
                                    ขอคาปรึกษา
                         นักวิจัย                  IBC

                              ปฏิบัติตามข้ อกาหนดของ
                              Competent National Authorities
              บันทึก
 ฐานข้ อมูล                CNB
การนาเข้ าผลิตภัณฑ์ -ระดับ 1 (ส่ วนทีใช้ ทาพันธุ์)
                                     ่
หน่ วยงานชานาญการระดับประเทศ (National Competent Authority)
กรมวิชาการเกษตร ดูแล พ.ร.บ. กักพืช พ.ศ. 2507 แก้ไข พ.ศ. 2542
                       ่                   ่
ห้ ามนาเข้ า ยกเว้ นเพือการทดลองและวิจัย ทีจะต้ องอยู่ภายใต้ ข้อกาหนดของ
กรมวิชาการเกษตร
   แนวทางการประเมินความปลอดภัยของกรมวิชาการเกษตร

แบ่ งการตรวจสอบออกเป็ น 3 ขั้นตอน ได้ แก่
ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาทดลองในโรงเรือนและ/หรือห้ องปฏิบัติการ
ขั้นตอนที่ 2 การศึกษาทดลองในแปลงทดลอง
ขั้นตอนที่ 3 การศึกษาทดสอบในสภาพไร่

สภาพโรงเรือนและ/หรือห้ องปฏิบัติการต้ องผ่ านการตรวจสอบและ
รับรองจากคณะทางานตรวจสอบความปลอดภัยทางชีวภาพภาคสนาม
ของกรมวิชาการเกษตร
        แนวทางการประเมินความปลอดภัยของกรมวิชาการเกษตร
                             กาหนดให้ ทาการศึกษา
นอกจากนียงมีการ
             ้ั              •ลักษณะทาง พฤกศาสตร์
กาหนดวิธีดาเนินงาน           •ลักษณะทีเ่ กียวข้ องกับระบบสื บพันธุ์
                                           ่
                             •การเกิดโรค การทาลายของแมลงและการเป็ น
และข้ อปฏิบัติในเรื่อง
                             วัชพืช
ของความปลอดภัยทาง            •ผลกระทบต่ อแมลงที่เป็ นประโยชน์
ชีวภาพ เช่ น การเผา          •ผลกระทบต่ อจุลนทรีย์ดิน
                                                ิ
ทาลายต้ นพืชและ              •ผลกระทบต่ อคน สั ตว์ และสิ่ งมีชีวตอืน
                                                                ิ ่
ชิ้นส่ วนต่ างๆ เมื่อเสร็จ   •ผลกระทบต่ อพืชและวัชพืชข้ างเคียง และพืช
สิ้นการทดลอง เป็ นต้ น       ปลูกตามหลัง
                             •อืนๆ ตามความเหมาะสม
                                ่
การนาเข้ าผลิตภัณฑ์ -ระดับ 2 (ส่ วนทีเ่ ป็ นวัตถุดิบ)

เนื่องจากอุตสาหกรรมภายในประเทศมีความต้ องการ
       ิ                           ่
วัตถุดบอย่ างมากในการผลิต ทีสาคัญได้ แก่ อุตสาหกรรม
              ี่                           ิ
อาหารสั ตว์ ทใช้ เมล็ดข้ าวโพดเป็ นวัตถุดบเป็ นส่ วนใหญ่
                     ้
และอุตสาหกรรมนามันพืช ที่ใช้ ถั่วเหลืองเป็ นวัตถุดบ      ิ
                                 ่
จึงมีข้อยกเว้ นให้ นาเข้ าได้ เพือวัตถุประสงค์ ดังกล่ าว

       ้ั
ส่ วนนียงไม่ มีการกากับดูแลมาก แต่ ให้ เป็ นไปตามข้ อตกลง
ระหว่ างคู่ค้า
ผลิตภัณฑ์ -ระดับ 3 (ส่ วนทีเ่ ป็ นอาหารแปรรู ป)

อยู่ในความดูแลของสานักงานคณะกรรมการ
อาหารและยา ซึ่งมีประกาศในเรื่องของการติด
                    ่ ี
ฉลากอาหารแปรรู ปทีมส่วนประกอบจากการดัด
                  ่
แปรพันธุกรรม เพือเป็ นทางเลือกของผู้บริโภค
(ฉบับที่ 251-2545)
และเรื่อง กาหนดอาหารที่ห้ามผลิต นาเข้ า หรือ
จาหน่ าย (ฉบับที่ 215-2544)ในเรื่องของ
cry9c
การบริหารจัดการความปลอดภัยทางชีวภาพในประเทศไทย
พิธีสารคาร์ ตาเฮนาว่ าด้ วยความปลอดภัยทางชีวภาพ

                                      ้
เป็ นพิธีสารฉบับแรกที่ก่อกาเนิดขึนภายใต้ อนุสัญญาว่ าด้ วยความหลากหลาย
                           ั            ่          ี
ทางชีวภาพ โดยมีวตถุประสงค์ เพือ สนับสนุนให้ มความแน่ ใจในการป้ องกัน
                                                     ่
ในระดับทีเ่ พียงพอ ในด้ านความปลอดภัยในการเคลือนย้ าย การดูแล และการ
                         ่
ใช้ สิ่งมีชีวิตต่ างๆ ทีได้ รับการดัดแปรทางพันธุกรรม ซึ่งเป็ นผลมาจากเทคโนโลยี
                       ่                    ่
ชีวภาพสมัยใหม่ ทีอาจมีผลกระทบทีไม่ อานวยต่ อการอนุรักษ์ และการใช้ ประโยชน์
                                          ่
ความหลากหลายทางชีวภาพอย่ างยังยืน โดยคานึงถึงความเสี่ ยงต่ อสุ ขอนามัย
ของมนุษย์ ด้วย
กล่าวโดยสรุป

จะเห็นได้ ว่า การกากับดูแลความปลอดภัยของ
จีเอ็มโอของประเทศไทย มีการดาเนินงานมา
นานพอสมควร มีโครงสร้ างการทางานที่
ครอบคลุม และสอดคล้องกับแนวทางการ
ดาเนินงานในระดับสากล ที่พอจะสร้ างความ
เชื่อมั่นได้ ว่า การนาจีเอ็มโอไปใช้ น้ันมีความ
ปลอดภัย
                                                 ่
                             พืชดัดแปรพันธุกรรมทีปลูกเป็ นการค้ า
                   พืนทีปลูกพืชดัดแปรพันธุกรรมทัวโลก ปี 2545
                     ้ ่                        ่

                   ถั่วเหลือง ทนทานสารเคมีกาจัดวัชพืช        228.1 ล้านไร่
                   ข้ าวโพด ต้ านทานแมลงศัตรู                 48.1 ล้านไร่
                   คาโนลา ทนทานสารเคมีกาจัดวัชพืช             18.7 ล้านไร่
                   ฝ้ าย ทนทานสารเคมีกาจัดวัชพืช              13.7 ล้านไร่
                   ฝ้ าย ทนทานสารเคมีกาจัดวัชพืช/แมลงศัตรู    13.7 ล้านไร่
                   ข้ าวโพด ทนทานสารเคมีกาจัดวัชพืช           15.6 ล้านไร่
                   ฝ้ าย ต้ านทานแมลงศัตรู                    15.0 ล้านไร่
                   ข้ าวโพด ทนทานสารเคมีกาจัดวัชพืช/แมลงศัตรู 13.7 ล้านไร่
Clive James,2002
                                                        รวม 366.8 ล้านไร่
                               ่
                รายชื่อประเทศทีปลูกพืชจีเอ็มโอ

สหรัฐอเมริกา    243.7 ล้านไร่      สเปน          <0.6 ล้านไร่
อาร์ เจนติน่า   84.4 ล้านไร่       อุรุกวัย      <0.6 ล้านไร่
แคนาดา          21.9 ล้านไร่       เม็กซิโก       <0.6 ล้ านไร่
จีน             13.1 ล้านไร่       บุลกาเรีย      <0.6 ล้ านไร่
แอฟริกาใต้      1.9 ล้านไร่        อินโดนีเซีย    <0.6 ล้ านไร่
ออสเตรเลีย      0.6 ล้านไร่        โคลัมเบีย      <0.6 ล้ านไร่
อินเดีย            <0.6 ล้านไร่    ฮอนดูรัส       <0.6 ล้ านไร่
โรมาเนีย           <0.6 ล้านไร่    เยอรมนี        <0.6 ล้ านไร่
http://nipon10230.tripod.com   http://biodiversity.biotec.or.th/biosafety
                 พิธีสารคาร์ ตาเฮนาว่ าด้ วยความปลอดภัยทางชีวภาพ




             ่
นายนิพนธ์ เอียมสุ ภาษิต
โครงการความปลอดภัยทางชีวภาพ
       ั ิ
ศูนย์ พนธุวศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่ งชาติ
                                                         การประชุมวันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ
                                 ความหลากหลายทางชีวภาพกับการขจัดปั ญหาความยากจนเพื่อการพัฒนาอย่างยังยืน
                                                                                                   ่
                                                22-23 พฤษภาคม 2546 โรงแรมนารายณ์ กรุ งเทพฯ
• ความเป็ นมาของพิธีสารฯ
• สาระสาคัญและพันธกรณี
• ความจาเป็ นที่ต้องให้ สัตยาบัน
อนุสัญญาว่ าด้ วยความหลากหลายทางชีวภาพ
มาตรา 8
                    ่
การอนุรักษ์ ในถิ่นทีอยู่อาศัยตามธรรมชาติ

แต่ ละภาคีจักต้ องดาเนินการดังต่ อไปนี้ ให้ มากที่สุดทีเ่ ป็ นไปได้ และเท่ าทีเ่ หมาะสม


ข้ อ (g) จัดตั้งหรือธารงรักษาวิธีการทีจะจัดระเบียบ จัดการหรือควบคุมความเสี่ ยง
                                      ่
       ่                                                      ่             ่
ทีเ่ กียวข้ องกับการใช้ ประโยชน์ และการปลดปล่ อยสิ่ งมีชีวิตทีได้ รับการเปลียนแปลง
                                                   ่
อันเป็ นผลมาจากเทคโนโลยีชีวภาพซึ่งมีแนวโน้ มทีจะเกิดผลกระทบเสี ยหายต่ อสิ่ ง
แวดล้ อม อันมีผลต่ อการอนุรักษ์ และการใช้ ประโยชน์ ทรัพยากรชีวภาพอย่ างยังยืน ่
         ้                    ่
ทั้งนีโดยคานึงถึงความเสี่ ยงทีจะเกิดอันตรายต่ อสุ ขภาพของมนุษย์ ด้วย
มาตรา 19
การควบคุมดูแลเทคโนโลยีชีวภาพและการจัดสรรผลประโยชน์


ข้ อ 3 ภาคีจักต้ องพิจารณาถึงความจาเป็ นที่จะต้ องมีพธีสารและรู ปแบบของ
                                                          ิ
พิธีสาร โดยจัดวางระเบียบ วิธีการทีเ่ หมาะสมซึ่งรวมทั้ง โดยเฉพาะอย่ างยิง ่
                                           ่
การเห็นชอบที่ได้ แจ้ งล่ วงหน้ าในเรื่องเกียวกับการถ่ ายทอดอย่ างปลอดภัย
                                         ิ ่            ่
การดูแล และการใช้ ประโยชน์ สิ่งมีชีวตทีได้ รับการเปลียนแปลงอันเป็ นผลมาจาก
เทคโนโลยีชีวภาพอันอาจมีผลเสี ยหายต่ อการอนุรักษ์ และการใช้ ประโยชน์
ความหลากหลายทางชีวภาพอย่ างยังยืน      ่
CBD มีผลบังคับใช้ เมือวันที่ 29 ธันวาคม 2536
                     ่
COP 1 (The First Meeting of the Conference of the Parties)
28 ก.ย. - 9 ต.ค. 2537 ณ เมืองนัสซอ ประเทศบาฮามาส
คณะผู้เชี่ยวชาญเฉพาะกิจด้ านความปลอดภัยทางชีวภาพ
(Open-ended Ad Hoc Group of Experts on Biosafety)
     ิ
ให้ พจารณาแนวทางในการจัดทาพิธีสารว่ าด้ วยความปลอดภัยทางชีวภาพ
การประชุ มคณะผู้เชี่ยวชาญฯ
24-28 ก.ค. 2538 ณ กรุ งมาดริด ประเทศสเปน
ได้ รายงานออกมาทีเ่ รียกว่ า Madrid Report
COP 2 (Second Meeting of the Conference of the Parties)
6-17 พ.ย. 2538
ณ กรุ งจาการ์ ตา ประเทศอินโดนีเซีย
                   ี
มีมติที่ II/5 ให้ มการจัดทาพิธีสารว่ าด้ วยความปลอดภัยทางชีวภาพ
(Biosafety Protocol) และได้ ต้ง ั
คณะทางานเฉพาะกิจด้ านความปลอดภัยทางชีวภาพ
(Open-ended Ad Hoc Working Group on Biosafety -BSWG)
                ่
ให้ ดาเนินการเพิมเติมจาก Madrid Report และระบุให้ จัดทาพิธีสารด้ านความ
                                             ่ ่                ่
ปลอดภัยทางชีวภาพให้ เด่ นชัด โดยเฉพาะอย่ างยิงที่เกียวกับการเคลือนย้าย
ข้ ามเขตแดน ซึ่ง LMOs จากเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ (Modern Biotechnology)
   ่
ทีอาจมีผลกระทบในทางลบต่ อการอนุรักษ์ และการใช้ ประโยชน์ ความหลากหลาย
                  ่
ทางชีวภาพอย่ างยังยืน โดยการพิจารณาเป็ นการเฉพาะกระบวนการของข้ อตกลงใน
การแจ้ งล่วงหน้ า
ประชุ มทั้งหมด 6 ครั้ง
ครั้งที่ 1       22-26 ก.ค. 2539 ณ เมืองอาร์ ฮูส ประเทศ
เดนมาร์ ก
ครั้งที่ 2 - 5 ณ นครมอนทรี ออล ประเทศแคนาดา ระหว่ าง 12 –
16 พ.ค. 2540 13 – 17 ต.ค. 2540 5 – 13 ก.พ. 2541 และ 17 – 28 ส.ค.
2541
ตามลาดับ
    ้
ครั งที่ 6            ึ้
                 มีขน ณ เมืองคาร ตาเฮนาเดออินเดียส
(Catagena de Indias) ประเทศโคลัมเบีย 14 – 22 ก.พ. 2542 ซึ่งได
 และเสนอขอความเห็นชอบจากที
จัดทาพิธีสารเสร็จเรี ยบร อย ่ ประชุมสมัชชาภาคีวาระพิเศษ
 (Extraordinary Meeting of the Conference of the Parties –
 ExCOP) แต ยังไม สามารถรั บรองพิธีสารได
ประชุม ExCOP ต อ ณ นครมอนทรี ออล ประเทศแคนาดา 24 – 29
ม.ค. 2543 จึงมีการรั บรองพิธีสารโดยเรี ยกพิธีสารฉบับนีเ้ ป น “พิธีสาร
คาร ตาเฮนาว าด วยความปลอดภัยทางชีวภาพ ตามอนุสัญญาว
  าด วยความหลากหลายทางชีวภาพ” (Cartagena Protocol on
Biosafety to the Convention on Biological Diversity)

             ้
ให มีการตังคณะกรรมการระหว างรั ฐบาลเฉพาะกิจเกี่ยวกับพิธีสาร
คาร ตาเฮนาว าด วยความปลอดภัยทางชีวภาพ (Open-ended Ad
Hoc Intergovernmental Committee for the Cartagena Protocol on
Biosafety – ICCP) ซึ่งมีหน าที่หลักคือการเตรี ยมการประชุมภาคีพธี  ิ
                      ้
สารคาร ตาเฮนา ครั งที่ 1 (First Meeting of the Parties –MOP) ซึ่ง
                                             ้
คาดว าจะตรงกับการประชุมสมัชชาภาคี ครั งที่ 6 (Sixth Meeting of
the Conference of the Parties – COP6) ซึ่งมีกาหนดจะประชุมในเดือน
เมษายน 2545 ณ กรุ งเฮก ประเทศเนเธอร แลนด
                            ้
ในการประชุมสมัชชาภาคี ครั งที่ 5 (Fifth Meeting of the Conference of
the Parties – COP5) ณ กรุ งไนโรบี ประเทศเคนยา 15 – 26 พ.ค.2543
         ิ
ได มีพธีเป ด ให ภาคีอนุสัญญาว าด วยความหลากหลายทาง
ชีวภาพ ลงนามพิธีสารคาร ตาเฮนาว าด วยความปลอดภัยทาง
ชีวภาพ


ปั จจุบันมีการลงนามแล ว 103 ประเทศ และให สัตยาบัน 48
ประเทศ ล่ าสุ ดคือประเทศแทนซาเนีย 24 เม.ย. 2546
สาระสาคัญและพันธกรณี
ขอบเขตของพิธีสาร
                      ่                   ่
ครอบคลุมถึง การเคลือนย้ ายข้ ามแดน การเคลือนย้ ายผ่ าน การดูแลและการใช้
LMOs (มาตรา 4)
                    ่
ไม่ คลุมไปถึงการเคลือนย้ ายข้ ามแดนของ LMOs ทีเ่ ป็ นเภสั ชภัณฑ์ สาหรับ
มนุษย์ (มาตรา 5)

จะต้ องเป็ นไปตามข้ อตกลงในการแจ้ งให้ ทราบล่ วงหน้ า (มาตรา 6)
                                            ั          ่          ่
(Advance Informed Agreement-AIA)-ไม่ ใช้ กบการเคลือนย้ายผ่ านและทีนาไปใช้
ใน contained use
กระบวนการของข้ อตกลงในการแจ้ งล่ วงหน้ า (มาตรา 7)

                   ่                                    ่
ใช้ ก่อนการเคลือนย้ายข้ ามเขตแดนโดยเจตนาครั้งแรกเพือนาไปปลดปล่ อย
โดยเจตนาสู่ สิ่งแวดล้ อมของภาคีผ้ ูนาเข้ า
                      ิ                  ่
ไม่ รวมถึงสิ่ งมีชีวตดัดแปรพันธุกรรมทีมเี จตนานาไปใช้ โดยตรงเป็ นอาหาร
หรืออาหารสั ตว์ หรือเพือการแปรรู ป แต่ ให้ ใช้ มาตรา 11 ก่ อนการเคลือนย้ าย
                           ่                                        ่
ข้ ามเขตแดนครั้งแรก
         ั                             ่
ไม่ ใช้ กบสิ่ งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรมทีได้ รับการจาแนกโดยมติของสมัชชาภาคี
ว่ าไม่ มีผลกระทบทางลบ
                                        ั
                        เป็ นลายลักษณ์ อกษร
     ภาคีผ้ ูส่งออก                           หน่ วยงานชานาญการระดับประเทศ
                                              ของภาคีผ้ ูนาเข้ า
                      ตอบรับการแจ้ ง ภายใน 90 วัน


วันที่ได้ รับแจ้ ง
ได้ ข้อมูลเบืองต้ น (มาตรา 8) ครบหรือไม่
              ้
จะดาเนินการอย่ างไรต่ อไป ตามวิธีการทีระบุไว้ ในมาตรา 10
                                      ่
ความผิดพลาดในการตอบรับการแจ้ ง ไม่ ได้ หมายถึงการ
ให้ การยินยอมในการเคลือนย้ ายข้ ามเขตแดนโดยเจตนา (มาตรา 8 และ 9)
                      ่
  กระบวนการตัดสิ นใจ (มาตรา 10)

  การตัดสิ นใจจะต้ องเป็ นไปตามมาตรา 15 (การประเมินความเสี่ ยง)
  แจ้ งผลการตัดสิ นใจ ภายใน 270 วัน หลังจากวันที่ได้ รับการแจ้ ง
  1. อนุมติการนาเข้ าโดยไม่ มเี งือนไข
           ั                      ่
  2. ห้ ามการนาเข้ า
  3. ขอข้ อมูลเพิมเติมตามกรอบกฎหมายภายในประเทศ
                  ่
  4. ขอขยายเวลา

ความผิดพลาดในการแจ้ งการตัดสิ นใจภายใน 270 วัน
                                        ่
ไม่ ได้ หมายถึงการให้ การยินยอมในการเคลือนย้ ายข้ ามเขตแดนโดยเจตนา
                        ่
วิธีการสาหรับ LMOs ทีมีเจตนาในการนาไปใช้
เป็ นอาหาร อาหารสั ตว์ และแปรรู ป (มาตรา 11)
                                                        ่
หลังตัดสิ นใจนาเข้ า ต้ องแจ้ ง สานักงานประสานและแลกเปลียนข้ อมูลฯ (BCH)
ภายใน 15 วัน โดยมีข้อมูลตามภาคผนวก II

การตัดสิ นใจให้ เป็ นไปตามข้ อกาหนดทางกฎหมายหรือกรอบระเบียบภายใน
ของประเทศผู้นาเข้ า

ถ้ าไม่ มี ในการตัดสิ นใจจะต้ องดาเนินการต่ อไปนี้
1. การประเมินความเสี่ ยง
2. การตัดสิ นใจต้ องทาภายในกรอบ 270 วัน

ความผิดพลาดไม่ ได้ หมายถึงการยินยอม
การประเมินความเสี่ ยง (มาตรา 15)

                           ่ ี
ต้ องดาเนินการในลักษณะทีมความถูกต้ องทางวิทยาศาสตร์ ตามภาคผนวก III
อาจกาหนดให้ ผ้ ูส่งออกเป็ นผู้ประเมินและออกค่ าใช้ จ่ายเอง

การจัดการความเสี่ ยง (มาตรา 16)

ภาคีฯ จะต้ องมีกลไก มาตรการ และกลยุทธทีเ่ หมาะสม ในการจัดการดูแลและ
ควบคุมความเสี่ ยง
                    ้          ่
มีมาตรการในการปองกันการเคลือนย้ ายอย่ างไม่ เจตนา
                        ้
ทั้งที่นาเข้ าและพัฒนาขึนเองในประเทศ
                                             ่           ่        ่ ิ
นอกนั้นเป็ นเรื่องทั่วๆ ไป เช่ น เรื่องที่เกียวกับการเคลือนย้ ายทีผดกฎหมาย
ข้ อพิจารณาด้ านสั งคมและเศรษฐกิจ การรับผิดชอบและการชดใช้ ค่าเสี ยหาย
การติดตามตรวจสอบ เป็ นต้ น

ยังมีอก 2 เรื่องทีสาคัญคือ
      ี           ่
ประเทศที่มใช่ ภาคี (มาตรา 24)
           ิ
                           ่                 ่           ่
ภาคีฯ อาจตกลงกับประเทศทีมิใช่ ภาคีได้ ทเี่ กียวกับการเคลือนย้ ายข้ ามเขต
แดน และจะต้ องสอดคล้ องกับวัตถุประสงค์ ของพิธีสาร
การเสริมสร้ างขีดความสามารถ (มาตรา 22)

การเสริมสร้ างความสามารถระดับสถาบัน
การพัฒนาบุคลากรและฝึ กอบรม
การประเมินความเสี่ ยงและการจัดการความเสี่ ยง
ความตระหนักและการมีส่วนร่ วมของสาธารณชน
            ่
การแลกเปลียนข่ าวสารและการจัดการข้ อมูล
ความร่ วมมือทางวิชาการ
การจาแนก LMOs
คณะกรรมการระหว่ างรั ฐบาลเฉพาะกิจเกี่ยวกับพิธีสารคาร ตาเฮนาว า
ด วยความปลอดภัยทางชีวภาพ (ICCP)
ICCP 1 11-15 ธ.ค.2543 ฝรั่งเศส
ICCP 2 1-5 ต.ค.2544 เคนยา
ICCP 3 22-26 เม.ย. 2545 เนเธอร์ แลนด์

            ่                                              ่
การแลกเปลียนข่ าวสาร และการจัดตั้งสานักประสานและแลกเปลียนข้ อมูล
การเสริมสร้ างขีดความสามารถ การจัดทาบัญชีผ้ ูเชี่ยวชาญ กระบวนการใน
                      ิ
การตัดสิ นใจ การปฎิบัตตามพิธีสาร การบรรจุหีบห่ อและการจาแนก
การติดตามและการรายงานผล การรับผิดชอบและการชดใช้ ค่าเสี ยหาย
กลไกทางการเงิน ฯ
National Contacts, Laws and Regulations
Decision Information, Capacity Building
Roster of Experts
 http://bch.biodiv.org/Pilot/Home.aspx
สถานภาพของประเทศไทย

2526: National Center for Genetic Engineering and Biotechnology
2529: Status report on “Advances of Biotechnology in Agriculture”
2533: Status report on “Needs to Develop Biosafety Guidelines in
      Genetic Engineering and Biotechnology”
2533: Ad Hoc Biosafety Subcommittee to draft Guidelines in Genetic
      Engineering and Biotechnology
2535: Final draft of Guidelines in Genetic Engineering and
      Biotechnology completed
2536: National Biosafety Committee (NBC)
      NBC Subcommittees established
      Institutional Biosefety Committees (IBCs)
National Related Laws
พ.ร.บ.กักพืช พ.ศ.2507 แก้ไข พ.ศ.2542
พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พช พ.ศ. 2542
                     ื
พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522

                      ิ
การกากับดูแลสิ่ งมีชีวตดัดแปลงพันธุกรรมในส่ วนของกรมวิชาการเกษตร
                        ่
ประกาศกรมวิชาการเกษตรเกียวกับการนาเข้ า GMOs
                               ่
รายชื่อพืชสิ่ งต้ องห้ ามที่เกียวกับ GMOs
                      ่
ขั้นตอนการนาเข้ าพืชทีได้ รับการตัดต่ อสารพันธุกรรม (GMOs)
ประกาศกระทรวงสาธารณสุ ข



ฉบับที่ 215 พ.ศ. 2544 เรื่อง กาหนดอาหารที่ห้ามผลิต นาเข้ า หรือจาหน่ าย
ฉบับที่ 217 พ.ศ. 2544 เรื่อง แก้ไขเพิมเติมประกาศฉบับที่ 215
                                     ่
ฉบับที่ 246 พ.ศ. 2544 เรื่อง แก้ไขเพิมเติมประกาศฉบับที่ 217
                                     ่


ฉบับที่ 251 พ.ศ. 2545 เรื่อง การแสดงฉลากอาหารที่ได้ จากเทคนิคการดัดแ
                   ิ
พันธุกรรมหรือพันธุวศวกรรม
                                      http://biosafety.biotec.or.th




http://nipon10230.tripod.com


                        http://biodiversity.biotec.or.th/biosafety/
                ่
  ความจาเป็ นทีต้องให้ สัตยาบัน??
  การให้ สัตยาบันพิธีสารฯ ประเทศไทยได้ หรือเสี ย
  13 มีนาคม 2546

ในมุมมองของกฎหมาย (ดร. เจษฎ์ โทณะวณิก) สิ่ งทีพจารณาคือ
                                                     ่ ิ
1. มีเนือหาใดในพิธีสารทีจะส่ งผลกระทบต่ ออธิปไตยของภาคีหรือไม่
        ้                  ่
  (มาตรา 2)
2. ต้ องพิจารณาว่ า สิ ทธิและหน้ าทีภายใต้ ข้อตกลง กระทบต่ อพันธกรณีอนๆ
                                    ่                                ื่
   หรือไม่ (WTO)
3. กระบวนการบังคับใช้ ของพิธีสาร เป็ นอย่ างไร (อาศัยความร่ วมมือจาก
  สมาชิก มาตรา 24)
4. การปฎิบติตามข้ อกาหนดในพิธีสาร จะมีข้อดีข้อเสี ยอย่ างไร
            ั
เมื่อตีความตามกฎหมาย
การเป็ นภาคีหรือไม่ เป็ นภาคี มีค่าเท่ ากัน เนื่องจากถ้ าเป็ น
       ็
ภาคีกจะต้ องปฎิบัติตามข้ อกาหนดในมาตราต่ างๆ

แต่ ถ้าไม่ เป็ น ก็จะต้ องดาเนิน
การให้ สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ของพิธีสาร (มาตรา 24)
ในมุมองทางเศรษฐกิจหรือการค้ า
จากข้ อคิดเห็นของคุณพรวิช ศิลาอ่ อน

ยังไม่ มีความชัดเจนถึงความสั มพันธ์ ระหว่ างพิธีสารกับ WTO ถ้ ามีความขัดแย้ ง
                                  ่          ้
จะทาอย่างไร อย่ างไรก็ตาม ปัญหาทีอาจเกิดขึนในทางการค้ าคือ

1. ในเรื่องของข้ อตกลงในการแจ้ งล่ วงหน้ า (AIA) ซึ่งจะต้ องใช้ เวลาในการอนุมัติ
   และนาไปสู่ ปัญหากีดกันทางการค้ าได้
2. การใช้ แนวทางระแวดระวัง (precautionary approach) โดยให้ ประเทศผู้นาเข้ า
        ิ
   ใช้ วจารณญาณว่ า จะนาเข้ าหรือไม่ อาจนาไปสู่ ปัญหากีดกันทางการค้ าเช่ นกัน
3. ข้ อกาหนดให้ มการติดฉลาก (มาตรา 18) อาจก่อให้ เกิดข้ อขัดแย้ งและจัดเป็ น
                  ี
   ข้ อกีดกันทางการค้ าอย่ างหนึ่ง (WTO ถ้ าใช้ ฉลากจะต้ องไม่ เป็ นการกีดกัน
   ทางการค้ า)
มุมมองด้ านสั งคม
คุณบัณฑูร เศรษฐศิโรตน์ ได้ ให้ ข้อคิดเห็นว่ า ถ้ าเข้ าเป็ นภาคี

                                                    ้
การนาเข้ าหรือการใช้ ประโยชน์ จาก LMOs ย่อมจะมีมากขึน ผลกระทบต่ อสั งคม
                 ้
ย่อมจะต้ องเกิดขึน

ถ้ าใช้ ในการบริโภค ก็จะนาไปสู่ ประเด็นของการคุ้มครองผู้บริโภค การรับรู้ ข่าวสาร
และข้ อกาหนดในการรับผิดชอบ

                                                        ่
ถ้ าใช้ ในการเพาะปลูก ก็อาจมีผลกระทบต่ อสิ่ งแวดล้ อม ทีนาไปสู่ ชุมชนสั งคม
สรุ ปได้ ว่าผลที่ตามมาทางสั งคม มี 3 ประการคือ

1. เงือนไขในระบบทรัพย์สินทางปัญญา (การแลกเปลียนการเข้ าถึง)
      ่                                          ่
2. ผลกระทบทางวัฒนธรรม (การเก็บเมล็ดพันธุ์)
3. เกิดการแข่ งขันทีไม่ ยุติธรรม (ไม่ เป็ นเสรี)
                    ่

อย่ างไรก็ตามข้ อกาหนดในพิธีสาร ก็มีบางส่ วนที่ส่งผลทางบวกต่ อสั งคม
เช่ น แนวทางระแวดระวัง (สิ ทธิในการตัดสิ นใจ)
กระบวนการแจ้ งล่วงหน้ า (มีความโปร่ งใส)
การรับผิดชอบและการชดใช้ ค่าเสี ยหาย
ข้ อสรุ ปสุ ดท้ ายจากการสั มมนา

การเข้ าเป็ นภาคีหรือการให้ สัตยาบัน ไม่ ใช่ ตัวปัญหา
                       ่               ่
แต่ การเตรียมการเพือรองรับทั้งก่อนทีจะเข้ าเป็ นภาคี หรือหลังจาก
การเข้ าเป็ นภาคี น่ าจะเป็ นตัวปัญหา นั่นคือ
เราควรจะต้ องเตรียมทุกอย่ างให้ พร้ อม ก่ อนเป็ นภาคี หรือ เราควรจะเป็ น
ภาคีก่อนค่ อยเติมความพร้ อมให้ เต็ม

                         ี
ถ้ าเป็ นภาคีก่อน เราก็มสิทธิร่วมเล่ นกับเขา พร้ อมกับเตรียมความพร้ อมควบคู่ไป
                                                                   ี     ี่    ่
ถ้ าต้ องเตรียมทุกอย่ างให้ พร้ อม เราก็ต้องเล่ นเพียงคนเคียว ไม่ มสิทธิทจะเปลียน
กฎเกณฑ์ ใดๆ

						
Related docs
Other docs by HC111211164657
LIST OF APPROVED CATEGORIES
Views: 1  |  Downloads: 0
PowerPoint Presentation
Views: 0  |  Downloads: 0
ROOMMATE SURVEY
Views: 39  |  Downloads: 0
writing frame letter of complaint
Views: 142  |  Downloads: 0
Financial Services
Views: 1  |  Downloads: 0
College Statistics for the Class of 1998
Views: 2  |  Downloads: 0
fall1998nwsltr
Views: 6  |  Downloads: 0
Utkal Divas Celebration 2010
Views: 203  |  Downloads: 1