Embed
Email

??????? Two-way ANOVA ???????.doc

Document Sample
??????? Two-way ANOVA ???????.doc
Shared by: HC111210205718
Categories
Tags
Stats
views:
42
posted:
12/10/2011
language:
pages:
23
วิพากษ์งานวิจัยที่ใช้สถิติ : Two-way ANOVA



การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1

วิชาคอมพิวเตอร์จากการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน 3 รูปแบบและการสอนปกติ



The Comparative Study of the Outcomes Involving the Three forms of

Computer Assisted Instructions and the Normal Instruction



ชื่อผู้วิจัย : นางสาวอุรชา ประภาวดี

หลักสูตร : ครุศาสตร์อุตสาหกรรมมหาบัณฑิต

สาขาวิชา : เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์

สถาบัน : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลัก : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มานิตย์ สิทธิชัย

อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วม : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พูลศักดิ์ โกษียาภรณ์

ปีการศึกษา : 2550



ภูมิหลัง



ในปัจจุบันหลักฐานต่างๆที่เกี่ยวกับงานวิจัยทางด้านคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอนได้ชี้ให้

เห็นว่ารูปแบบของการเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์มาช่วยทาให้การสอนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

จ า ก ง า น วิ จั ย ข อ ง แ บ ค เ ก อ ร์ (1988) ไ ด้ แ ส ด ง ใ ห้ เ ห็ น ว่ า

การนาคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในการเรียนการสอนในชั้นเรียนเป็นปัญหาที่มีความจาเป็นต้องทาการศึก

ษาและพัฒนา แบคเกอร์ได้ให้ข้อคิดว่างานวิจัยเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอน

ควรจะมุ่งเพื่อค้นหาเทคนิคที่จะทาให้การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ซึ่ ง สอดคล้ อ งกั บ เวย์ (1992:8) ที่ บ อกว่ า การใช้ ค อมพิ ว เตอร์ เ พื่ อ การเรี ย นการสอน

เพื่ อให้เ กิ ดประสิ ท ธิ ภาพอันแท้จริงนั้น ยังต้อ งการงานวิจัยเพื่อ ช่ว ยสนับสนุนทางด้านนี้อ ยู่มาก

เ ห ตุ ผ ล ก็ คื อ ว่ า บ ท เ รี ย น ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ที่ มี อ ยู่ ใ น ข ณ ะ นี้

มั ก จ ะ ไ ม่ มี ค ว า ม ส ม บู ร ณ์ ห รื อ มี ก า ร ว า ง แ ผ น ที่ ไ ม่ ดี พ อ

ท า ใ ห้ ผู้ เ รี ย น ข า ด ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ใ น ด้ า น ก า ร ป ฏิ สั ม พั น ธ์

บทเรี ย นทางคอมพิ ว เตอร์ ที่ไ ด้ มีก ารปรั บให้ต รงกั บ พฤติก รรมของผู้ เ รี ยนจะเป็ นบทเรี ยนที่ ดีก ว่ า

ผู้วิพากษ์ : นางสาวจุฬาวดี มีวันคา นิสิตปริญญาเอก สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา รุ่น 6 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 2





ข้อได้เปรียบที่สาคัญของคอมพิวเตอร์ช่วยสอนก็คือ บทเรียนคอมพิวเตอร์ได้รับการออกแบบมาอย่างดี

ถู ก ต้ อ งตามหลั ก ของการออกแบบคอมพิ ว เตอร์ ช่ ว ยสอนนั้ น สามารถจู ง ใจ (Motivated)

ให้ผู้เรียนเกิดความกระตือรือร้นที่จะเรียนและสนุกสนานกับการเรียนตามแนวคิดของการเรียนรู้ในปัจจุ

บันที่ว่า “Learning is fun” ซึ่งหมายถึ ง การเรียนรู้เ ป็นเรื่องสนุก (ถนอมพร,2541:12)

ในขณะนี้งานวิจัยที่สนับสนุนเพื่อการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นยังมีอยู่น้อ

ยมาก ที่ ส า คั ญ ยิ่ ง ก ว่ า นี้ ก็ คื อ ใ น สั ง ค ม ยุ ค ข้ อ มู ล ข่ า ว ส า ร

ความเปลี่ ย นแปลงเกี่ ย วกั บ การเก็ บ เนื้ อ หาความรู้ ตลอดจนการน าเสนอเนื้ อ หาความรู้

ไ ด้ พั ฒ น า ก้ า ว ห น้ า ขึ้ น ม า ก

การให้ผู้เรียนเรียนจากคอมพิวเตอร์น่าจะได้ใช้ประโยชน์เหล่านี้เข้ามาช่วยพัฒนาบทเรียนให้มากที่สุดเ

พื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการเรียนการสอน

สิ่งสาคัญอีกประการหนึ่งที่ต้องคานึงถึงนั้นก็คือด้านความสามารถทางการเรียนเพราะผู้เรียนแ

ต่ละคนมีความสามารถด้านการเรียนที่แตกต่างกัน การเรียนในเนื้อหาเดียวกัน โดยใช้วิธีการเดียวกัน

นั ก เ รี ย น แ ต่ ล ะ ค น อ า จ จ ะ รั บ ค ว า ม รู้ ไ ม่ เ ท่ า กั น

ซึ่ ง ก็ ขึ้ น อ ยู่ กั บ นั ก เ รี ย น แ ต่ ล ะ ค น ว่ า จ ะ ส า ม า ร ถ รั บ รู้ ไ ด้ ม า ก น้ อ ย แ ค่ ไ ห น

ด้วยวิธีการอย่างไรวิชาคอมพิวเตอร์ รหัสวิชา ง11101 กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี

หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 เป็นวิชาพื้นฐานที่นักเรียนจะต้องเรียนทุกคน

จ า ก ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์

การสอนที่ผู้วิจัยได้ทาการสอนวิชานี้มาหลายปีและได้สอบถามความคิดเห็นจากอาจารย์ที่เคยสอนวิชา

นี้ ม า ก่ อ น พ บ ว่ า วิ ช า นี้ จ ะ เ ป็ น วิ ช า ที่ ต้ อ ง เ น้ น ไ ป ท า ง ด้ า น ก า ร ป ฏิ บั ติ

ความรู้ค วามเข้าใจเกี่ ยวกั บทฤษฎีพื้น ฐาน ถ้ าผู้ เ รียนมีค วามรู้ค วามเข้าใจในวิชาคอมพิว เตอร์

เป็นอย่างดีจะช่วยสนับสนุนให้การเรียนในระดับชั้นถัดเข้าใจได้มากขึ้นด้วย

จากการเก็ บ ข้ อ มู ล ผลสั ม ฤทธิ์ ก ารเรี ย นวิ ช าคอมพิ ว เตอร์ ระดั บ ชั้ น ประถมศึ ก ษาปี ที่

1โรงเรียนราชินีบน ย้อนหลัง 3 ปี พบว่าผลสัมฤทธิ์วิชาคอมพิวเตอร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาที่ 1

มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง และโดยเฉพาะในส่วนของด้านทฤษฎีนักเรีย น

มีคะแนนต่ากว่าเกณฑ์ที่ทางโรงเรียนได้กาหนดไว้เมื่อพิจารณาด้านเนื้อหาพบว่าเนื้อหามีจานวนมากแ

ละยากต่ อ การเข้ า ใจในเวลาที่ จ ากั ด และผู้ เ รี ย นเป็ น เด็ ก เล็ ก ทั ก ษะในการอ่ า นไม่ ช านาญ

จึ ง จ า เ ป็ น ที่ จ ะ ต้ อ ง ใ ช้ บ ท เ รี ย น ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ช่ ว ย ส อ น เ ข้ า ช่ ว ย

เ พื่ อ เ ป็ น สื่ อ ใ น ก า ร เ รี ย น ก า ร ส อ น แ ล ะ ท บ ท ว น เ นื้ อ ห า เ ก่ า ที่ เ รี ย น ผ่ า น ไ ป แ ล้ ว

ห รื อ ส อ น เ ส ริ ม ใ น ก ร ณี ที่ ผู้ เ รี ย น เ รี ย น ไ ม่ ทั น ห รื อ ไ ม่ เ ข้ า ใ จ

ก่อนที่จะมีการเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ในระดับชั้นถัดไป

ผู้วิพากษ์ : นางสาวจุฬาวดี มีวันคา นิสิตปริญญาเอก สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา รุ่น 6 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 3





ดั ง นั้ น ถ้ า มี ก า ร ป รั บ พื้ น ฐ า น ค ว า ม รู้ ใ น ด้ า น ท ฤ ษ ฎี

ก็จะทาให้การเรียนในวิชานั้นสัมฤทธิ์ผลมากขึ้นด้วยเหตุนี้ผู้วิจัยมีจึงความสนใจที่จะนาวิชาคอมพิวเตอ

ร์และระดับความสามารถทางการเรียนมาเป็นตัวแปรหนึ่งในการศึกษารูปแบบของบทเรียนคอมพิวเตอ

ร์ช่วยสอนทั้ง 3 รูปแบบ คือ แบบทบทวน แบบเกมการศึกษาการศึกษา แบบเจรจาหรือสนทนา

และการสอนปกติ ว่ า จะมีผ ลต่ อ ผลสั ม ฤทธิ์ ท างการเรี ย นของนั ก เรี ย นต่ า งกั น หรื อ ไม่ อ ย่ า งไร

ซึ่งผลการวิจัยครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ในการพัฒนารูปแบบของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนให้เหมาะ

สมกับระดับความสามารถของผู้เรียนที่ต่างกันได้





วัตถุประสงค์การวิจัย



1. เพื่อสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน 3 รูปแบบ ได้แก่ แบบทบทวน แบบเกม

แบบเจรจาหรือสนทนา

2. เพื่อทดสอบประสิทธิภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่สร้างขึ้น

3.

เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนที่มีระดับความสามารถทางการเรียนแตกต่างกันที่

เกิดจากการเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน 3 รูปแบบ กับการสอนแบบปกติ



สมมุติฐานการวิจัย



1. บ ท เ รี ย น ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ช่ ว ย ส อ น ทั้ ง 3 รู ป แ บ บ

มีประสิทธิภาพสูงกว่าหรือเท่ากับเกณฑ์ที่กาหนดอย่างน้อย 85/85

2. นั ก เ รี ย น ที่ มี ร ะ ดั บ ค ว า ม ส า ม า ร ถ ท า ง ก า ร เ รี ย น ต่ า ง กั น

เมื่ อ เรี ย นด้ ว ยบทเรี ย นคอมพิ ว เตอร์ ช่ ว ยสอนทั้ ง 3 รู ป แบบกั บ การสอนแบบปกติ

จะมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแตกต่างกัน

2.1 บทเรี ย นคอมพิ ว เตอร์ ช่ ว ยสอนทั้ ง 3 รู ป แบบและการสอนแบบปกติ

มีผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนแตกต่างกัน

2.2 นั ก เ รี ย น ที่ มี ร ะ ดั บ ค ว า ม ส า ม า ร ถ ท า ง ก า ร เ รี ย น แ ต ก ต่ า ง กั น

มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแตกต่างกัน

2.3 ปฏิ สั ม พั น ธ์ ร ะหว่ า งบทเรี ย นคอมพิ ว เตอร์ ช่ ว ยสอน 3 รู ป แบบ

และการสอนปกติกับระดับความสามารถทางการเรียน มีผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน

ผู้วิพากษ์ : นางสาวจุฬาวดี มีวันคา นิสิตปริญญาเอก สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา รุ่น 6 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 4









ขอบเขตของการวิจัย



1. การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองเพื่อ สร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่ว ยสอน 3

รู ป แบบได้ แ ก่ บทเรี ย นคอมพิ ว เตอร์ ช่ ว ยสอนแบบทบทวน (Tutorial )

บ ท เ รี ย น ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ช่ ว ย ส อ น แ บ บ เ ก ม ก า ร ศึ ก ษ า (Game)

และบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบเจรจาหรือสนทนา (Dialogue) วิชาคอมพิวเตอร์ ช่วงชั้นที่ 1

ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี โดยมีรายละเอียดเนื้อหาดังนี้

หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 รู้จักแหล่งข้อมูลที่อยู่ใกล้ตัว

�� ความหมายของข้อมูล

�� แหล่งข้อมูลคืออะไร

�� ประเภทของแหล่งข้อมูล

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การเก็บรักษาข้อมูลและความสาคัญของข้อมูล

�� การเก็บรักษาข้อมูลด้วยวิธีต่างๆ

�� ความสาคัญของข้อมูล

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ส่วนต่างๆของเครื่องคอมพิวเตอร์

�� อุปกรณ์รับเข้า

�� อุปกรณ์ประมวลผล

�� อุปกรณ์แสดงผล

2 ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย

2.1 ประชากร คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนราชินีบน ในภาคเรียนที่ 2

ปีการศึกษา 2550 จานวน 5 ห้องเรียน จานวน 220 คน

2.2 กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1โรงเรียนราชินีบนในภาคเรียนที่ 2

ปีการศึกษา 2550 จานวน 180 คน

3. ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่

3.1 ตัวแปรอิสระ (Independent Variables) คือ

3.1.1 การเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ 3 รูปแบบ ได้แก่ แบบทบทวน

แบบเกมการศึกษา และ แบบเจรจาหรือสนทนา กับ การเรียนแบบปกติ

3.1.2 ความสามารถทางการเรียน

3.2 ตัวแปรตาม (Dependent Variable) คือ

3.2.1 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

ผู้วิพากษ์ : นางสาวจุฬาวดี มีวันคา นิสิตปริญญาเอก สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา รุ่น 6 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 5





4. ความสามารถทางการเรียน แบ่งออกเป็น สูง ปานกลาง ต่า

5. ระยะเวลาที่ใช้ในการทดลอง คือ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2550

6. โปรแกรมที่ใช้ในการสร้างบทเรียน คือโปรแกรม Macromedia Authorware 7.0

และโปรแกรม Macromedia Flash MX เป็นต้น



คาจากัดความที่ใช้ในการวิจัย



1. บ ท เ รี ย น ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ช่ ว ย ส อ น ห ม า ย ถึ ง

เ นื้ อ ห า แ ล ะ กิ จ ก ร ร ม ก า ร เ รี ย น ก า ร ส อ น ที่ จั ด ท า ไ ว้ อ ย่ า ง เ ป็ น ร ะ บ บ แ ล ะ มี แ บ บ แ ผ น

โดยนาเสนอผ่านสื่อคอมพิวเตอร์ และจัดการเพื่อให้ผู้เรียนได้มีปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับบทเรียนนั้น

ตามความสามารถ เรียนที่ไหนก็ได้ เวลาใดก็ได้

2. ประสิ ท ธิ ภ าพของบทเรี ย นคอมพิ ว เตอ ร์ ช่ ว ยสอ น หมายถึ ง

คุณภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่สามารถวัดจากค่าคะแนนเฉลี่ยจากการทาแบบทดสอบท้

ายบทเรียน และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

3. ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ 85/85 ห ม า ย ถึ ง

เกณฑ์ที่ใช้ในการหาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน

85 ตั ว แรก หมายถึ ง คะแนนเฉลี่ ย ของผู้ เ รี ย นทั้ ง หมด

ที่ทาแบบทดสอบระหว่างบทเรียนได้ถูกต้องไม่ต่ากว่า 85% ของแบบฝึกหัดทั้งหมด

85 ตั ว หลั ง หมายถึ ง คะแนนเฉลี่ ย ของผู้ เ รี ย นทั้ ง หมด

ที่ทาแบบทดสอบหลังบทเรียนได้ถูกต้องไม่ต่ากว่า 85 %

4. รู ป แ บ บ ข อ ง บ ท เ รี ย น ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ช่ ว ย ส อ น

แบ่งออกได้หลายประเภทตามความคิดเห็นของนักการศึกษาที่พยายามคิดค้นรูปแบบของบทเรียนให้ส

อดคล้ อ งกั บ ความต้ อ งการใช้ ง าน โดยยึ ด หลั ก การเรี ย นรู้ ต าทฤษฎี ก ารศึ ก ษ า

ซึ่งในการวิจัยครั้งนี้ใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย 3 รูปแบบ ดังนี้

4.1 บทเรี ย นคอมพิ ว เตอร์ ช่ ว ยสอนแบบทบทวน (Tutorial) คื อ

เนื้ อ หาคล้ า ยกั บ บทเรี ย นส าเร็ จ รู ป โดยจั ด เนื้ อ หาให้ เ ป็ น ระบบต่ อ เนื่ อ งกั น ไป

ผู้ เ รี ย น จ ะ เ รี ย น ต า ม ล า ดั บ โ ป ร แ ก ร ม ที่ ส ร้ า ง ขึ้ น ไ ว้

บ ท เ รี ย น แ บ บ นี้ จ ะ แ ท ร ก ค า ถ า ม เ พื่ อ ต ร ว จ ค ว า ม เ ข้ า ใ จ ข อ ง ผู้ เ รี ย น

แ ล ะ ส า ม า ร ถ ใ ห้ ผู้ เ รี ย น ย้ อ น ก ลั บ ไ ป ร ะ ดั บ ข อ ง บ ท เ รี ย น ใ ห้ เ ห ม า ะ ส ม กั บ ผู้ เ รี ย น

ผู้วิพากษ์ : นางสาวจุฬาวดี มีวันคา นิสิตปริญญาเอก สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา รุ่น 6 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 6





บทเรียนแบบทบทวนสามารถบันทึกรายชื่อของผู้เรียน และวัดระดับการเรียนรู้ของผู้เรียนแต่ละคนได้

เพื่อให้ครูผู้สอนมีข้อมูลในการเสริมความรู้ให้ผู้เรียนบางคนที่เรียนไม่รู้เรื่อง

4.2 บทเรี ย นคอมพิ ว เตอร์ ช่ ว ยสอนแบบเกมการศึ ก ษา (Game) คื อ

เ นื้ อ ห า อ อ ก แ บ บ ขึ้ น เ พื่ อ ใ ช้ กั บ ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ใ น ก า ร ส อ น แ ล ะ ท บ ท ว น เ นื้ อ ห า

ร ว ม ทั้ ง แ น ว คิ ด แ ล ะ ทั ก ษ ะ ที่ ไ ด้ เ รี ย น ไ ป แ ล้ ว ค ล้ า ย กั บ แ บ บ ฝึ ก ท บ ท ว น

แต่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการนาเสนอให้สนุกสนาน ตื่นเต้น และเร้าความสนใจให้ผู้เรียนติดตามบทเรียน

4.3 บทเรี ย นคอมพิ ว เตอร์ ช่ ว ยสอนแบบเจรจาหรื อ สนทนา (Dialogue)

คื อ เ นื้ อ ห า ที่ พ ย า ย า ม อ อ ก แ บ บ ใ ห้ เ ป็ น ลั ก ษ ณ ะ ก า ร พู ด คุ ย ร ะ ห ว่ า ง ผู้ ส อ น แ ล ะ ผู้ เ รี ย น

โดยเลี ย นแบบการสอนของครู ใ นห้ อ งเรี ย น โดยใช้ ตั ว อั ก ษรบนจอภาพ แทนเสี ย ง

ก า ร ส อ น จ ะ เ ป็ น ลั ก ษ ณ ะ ก า ร ตั้ ง ปั ญ ห า ถ า ม ส่ ว น ม า ก จ ะ ใ ช้ ใ น ก า ร เ รี ย น ด้ า น ภ า ษ า

หรือใช้กับนักเรียนระดับอนุบาล หรือระดับประถมศึกษา

5. ค ว า ม ส า ม า ร ถ ท า ง ก า ร เ รี ย น ห ม า ย ถึ ง

ระดั บคะแนนที่ ไ ด้ จากคะแนนเปอร์ เ ซ็ นไทล์ จ ากคะแนนรวมทุก กลุ่ มสาระการเรี ยนรู้ข องนั กเรีย น

โดยแบ่ ง ออกเป็ น 3 กลุ่ ม คื อ ความสามารถทางการเรี ย นสู ง หมายถึ ง

ผู้เรียนที่มีระดับคะแนนเปอร์เซ็นไทล์ตั้งแต่ 92 - 100 จากคะแนนรวมทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้

ความสามารถทางการเรียนปานกลาง หมายถึง ผู้เรียนที่มีระดับคะแนนเปอร์เซ็นไทล์ระหว่าง 83 - 91

จากคะแนนรวมทุ ก กลุ่ ม สาระการเรี ย นรู้ ความสามารถทางการเรี ย นต่ า หมายถึ ง

ผู้เรียนที่มีระดับคะแนนเปอร์เซ็นไทล์ตั้งแต่ 74 – 82 จากคะแนนรวมทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้

6. ผลสั มฤทธิ์ ทางการเรียน หมายถึ ง คะแนนเฉลี่ ยที่ได้จากการทาแบบทดสอบ

เมื่อศึกษาเนื้อหาจากบทเรียนครบทุกหน่วยการเรียนรู้

7. การสอนปกติ หมายถึ ง การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในวิชาคอมพิว เตอร์

สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ตามแนวการสอนของกรมวิชาการ



การทดลองและเก็บรวบรวมข้อมูล



เมื่ อ ปรั บ ปรุ ง และแก้ ไ ขบทเรี ย นคอมพิ ว เตอร์ ช่ ว ยสอนที่ อ าจารย์ ที่ ป รึ ก ษา

แ ล ะ ผู้ เ ชี่ ย ว ช า ญ เ ส น อ แ น ะ แ ล้ ว

ผู้ วิ จั ย ได้ ด าเนิ น การทดลองโดยการน าบทเรี ย นคอมพิ ว เตอร์ ไ ปทดลองกั บ กลุ่ มตั ว อย่ า ง

โดยกาหนดเป็นขั้นตอนได้ดังนี้

1. บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนทั้ง 3 รูปแบบ นี้ ผู้วิจัยเป็นผู้ดาเนินการทดลองเอง

ผู้วิพากษ์ : นางสาวจุฬาวดี มีวันคา นิสิตปริญญาเอก สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา รุ่น 6 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 7





2. ชี้ แ จงรายละเอี ย ดการเรี ย นการสอนกั บ ผู้ เ รี ย น ถึ ง รู ป แบบการเรี ย น

การเตรียมอุปกรณ์ในการเรียนและการทาแบบฝึกหัด

3. ท ดสอ บก่ อ น เรี ยนโ ดย ใช้ แบ บท ดสอ บวั ดผ ล สั มฤ ทธิ์ ท าง กา รเ รี ย น

เป็นเครื่องมือในการทดสอบ

4. ดาเนินการทดลองด้ว ยบทเรียนคอมพิว เตอร์ช่ว ยสอนทั้ง 3 รูปแบบที่สร้างขึ้น

กั บกลุ่ ม ตัว อย่ างจานวน 180 คน ระดับชั้ นประถมศึก ษาปีที่ 1 โรงเรียนราชินีบ น

ที่กาลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2550 โดยทาการสอนสัปดาห์ละ 4 วัน วันละ 1 ชั่วโมง

เป็ น เวลา 3 สั ป ดาห์ ซึ่ ง ทดลองสั ป ดาห์ ล ะ 1 หน่ ว ยการเรี ย นรู้

ส่วนสัปดาห์สุดท้ายใช้ทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทาแบบทดสอบท้ายบทในแต่ละหน่วยการเรี

ยนรู้ เพื่อประเมินความก้าวหน้าทางการเรียน

5. ทดสอบวัดผลสั มฤทธิ์ ทางการเรี ยน เมื่อดาเนินการสอนครบทุกหน่ว ยการเรียนรู้

ซึ่งเป็นแบบทดสอบฉบับเดียวกับแบบทดสอบก่อนเรียนเมื่อเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างซึ่งประกอบด้ว

ย คะแนนจากการท าแบบทดสอบก่ อ นเรี ย นคะแนนจากกการท าแบบฝึ ก หั ด ท้ า ยหน่ ว ย

แ ล ะ ค ะ แ น น วั ด ผ ล สั ม ฤ ท ธิ์ ท า ง ก า ร เ รี ย น เ มื่ อ สิ้ น สุ ด ก า ร เ รี ย น ก า ร ส อ น

ผู้วิจันนาข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของแต่ละรูปแบบการเรียนและระ

ดับความสามารถที่แตกต่างกัน









สถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐานการวิจัย



ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห์ ข้ อ มู ล เ พื่ อ เ ป รี ย บ เ ที ย บ ผ ล สั ม ฤ ท ธิ์ ท า ง ก า ร เ รี ย น

ตามความสามารถทางการเรียนด้วยการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ 3 รูปแบบกับการสอนแบบปกติ

โดยใช้การวิเคราะห์แบบความแปรปรวนสองทาง ( Two – Way Analysis of Variance )



*ผลการวิเคราะห์ข้อมูล



ผลการวิเคราะห์คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนทั้ง 3

รู ป แบบ แล ะ การสอ นแบบปกติ จ ากการวั ด ผลการเรี ย นในการเรี ย น

โดยทดสอบทันทีหลังจากเรียนจบบทเรียน ปรากฏค่าคะแนนเฉลี่ย ดังตารางที่ 4 – 7

ผู้วิพากษ์ : นางสาวจุฬาวดี มีวันคา นิสิตปริญญาเอก สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา รุ่น 6 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 8









จากตาราง 4 – 7 ผลจากการดาเนินการทดลองโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนทั้ง



*ผลการวิเคราะห์ขอมูลในที่นี้จะนาเสนอเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ สถิติ Tw0-way ANOVA เท่านั้น

3รูปแบบ และการสอนแบบปกติ พบว่า รูปแบบการเรียนที่ให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงสุด คือ

รูปแบบการเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบสนทนา มีค่าเฉลี่ย ( X ) 24.29

จ า ก ค ะ แ น น เ ต็ ม 30 คะแนน รองลงมา คื อ

การเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบทบทวนมีค่าเฉลี่ย ( X ) 23.22 จากคะแนนเต็ม 30

คะแนน การเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบเกม มีค่าเฉลี่ย ( X ) 2.87 จากคะแนนเต็ม

30 คะแนน และ การเรียนแบบปกติ มีค่าเฉลี่ย ( X ) 22.02 จากคะแนนเต็ม 30 คะแนน ตามลาดับ

ก ลุ่ ม ผู้ เ รี ย น ที่ มี ค ะ แ น น ผ ล สั ม ฤ ท ธิ์ ท า ง ก า ร เ รี ย น สู ง ที่ สุ ด คื อ

กลุ่มผู้เรียนที่มีความสามารถทางการเรียนสูงที่เรียนจากบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบสนทนา

มีค่าเฉลี่ย ( X ) 25.58 คะแนน ส่วนกลุ่มผู้เรียนที่มีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่าที่สุดคือ

ผู้วิพากษ์ : นางสาวจุฬาวดี มีวันคา นิสิตปริญญาเอก สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา รุ่น 6 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 9





กลุ่ มผู้เ รียนที่เรียนที่มีระดับความสามารถทางการเรียนต่าที่เ รียนจากการเรียนการสอนแบบปกติ

มี ค่ า เ ฉ ลี่ ย ( X ) 20.93

กลุ่มผู้เรียนที่มีความสามารถทางการเรียนสูงมีค่าเฉลี่ยของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่ากลุ่ม

ผู้เรียนที่มีระดับความสามารถทางการเรียนปานกลางและกลุ่มผู้เรียนที่มีระดับความสามารถทางการเรี

ยนต่า ( X ) = 25.58 , 22.78 , 20.93 ตามลาดับ



ผลวิเคราะห์ความแปรปรวนสองทางของคะแนนจากการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางกา

รเรียน









จากตาราง 4 – 8

ผลจากการวิเคราะห์ความแปรปรวนสองทางของคะแนนจากการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

พบว่า

1. ผลสั ม ฤทธิ์ ท างการเรี ย นของนั ก เรี ย นชั้ น ประถมศึ ก ษาปี ที่ 1

ด้วยรูปแบบการเรียนจากบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน 3 รูปแบบ และการสอนแบบปกติ

แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ ที่ .05

2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่มีความสามารถทางการเรียน

ต่างกัน 3 ระดับ แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ .05

3. รู ป แ บ บ ก า ร เ รี ย น แ ล ะ ร ะ ดั บ ค ว า ม ส า ม า ร ถ ท า ง ก า ร เ รี ย น

ไม่มีผลร่วมกันต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ระดับนัยสาคัญทางสถิติที่.05

ผู้วิพากษ์ : นางสาวจุฬาวดี มีวันคา นิสิตปริญญาเอก สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา รุ่น 6 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 10





จากผลการวิ เ คราะห์ ค วามแปรปรวนสองทางในตาราง 4 – 8 พบว่ า

ผ ล สั ม ฤ ท ธิ์ ท า ง ก า ร เ รี ย น ข อ ง นั ก เ รี ย น ร ะ ดั บ ชั้ น ป ร ะ ถ ม ศึ ก ษ า ปี ที่ 1

ที่ เ รี ยนด้ ว ย รู ป แ บบ การ เรี ยนที่ แต กต่ า งกั นจะ มี ผ ล สั ม ฤ ทธิ์ ทา งกา รเ รี ย น แต กต่ า งกั น

ผู้วิจัยจึงทาการวิเคราะห์ต่อไปว่ามีมีรูปแบบการเรียนแบบใดที่มีผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแตกต่าง

กัน ดังผลการวิเคราะห์ในตารางที่ 4 – 9









จากตาราง 4 – 9 วิเคราะห์ความแตกต่างเป็นรายคู่ โดยการวิเคราะห์แบบ Turkey HSD

ข อ ง รู ป แ บ บ ก า ร เ รี ย น ที่ แ ต ก กั น ที่ มี ผ ล ต่ อ ผ ล สั ม ฤ ท ธิ์ ท า ง ก า ร เ รี ย น

พบว่ามีรูปแบบวิธีการสอนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบสนทนากับการสอนแบบปกติที่ทาใ

ห้ ผ ล สั ม ฤ ท ธิ์ ท า ง ก า ร เ รี ย น ข อ ง นั ก เ รี ย น ที่ มี ค ว า ม ส า ม า ร ถ ท า ง ก า ร เ รี ย น ต่ า ง กั น

แ ต ก ต่ า ง กั น อ ย่ า ง มี นั ย ส า คั ญ ท า ง ส ถิ ติ ที่ ร ะ ดั บ .05

จากผลการวิ เ คราะห์ ค วามแปรปรวนสองทางในตารางที่ 4 – 8 พบว่ า

ผู้วิพากษ์ : นางสาวจุฬาวดี มีวันคา นิสิตปริญญาเอก สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา รุ่น 6 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 11





ผ ล สั ม ฤ ท ธิ์ ท า ง ก า ร เ รี ย น ข อ ง นั ก เ รี ย น

จะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับระดับความสามารถทางการเรียนมากกว่ารูปแบบของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่ว

ยสอน ผู้ วิ จั ย จึ ง วิ เ ค ร า ะ ห์ ต่ อ ไ ป ว่ า

นักเรียนที่มีระดับความสามารถทางการเรียนแตกต่างกันเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนรูปแ

บบใดที่มีผลให้ระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแตกต่างกัน ดังผลการวิเคราะห์ในตารางที่ 4 – 10









จากตารางที่ 4 – 10 พบว่า ผลการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบทบทวน

ทาให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่มีความสามารถทางการเรียนสูงกับนักเรียนที่มีความสามา

รถทางการเรียนต่าแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ.05

ผู้วิพากษ์ : นางสาวจุฬาวดี มีวันคา นิสิตปริญญาเอก สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา รุ่น 6 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 12









จากตารางที่ 4 – 11 พบว่า ผลการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบเกมการศึกษา

ทาให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่มีความสามารถทางการเรียนสูงกับนักเรียนที่มีความสามา

ร ถ ท า ง ก า ร เ รี ย น ต่ า แ ต ก ต่ า ง กั น อ ย่ า ง มี นั ย ส า คั ญ ท า ง ส ถิ ติ ที่ ร ะ ดั บ .05

นักเรียนที่มีความสามารถทางการเรียนสูงกับนักเรียนที่มีความสามารถทางการเรียนปานกลางแตกต่า

งกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ.05

ผู้วิพากษ์ : นางสาวจุฬาวดี มีวันคา นิสิตปริญญาเอก สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา รุ่น 6 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 13





จ า ก ต า ร า ง ที่ 4 – 12 พ บ ว่ า

ผ ล ก า ร ใ ช้ บ ท เ รี ย น ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ช่ ว ย ส อ น แ บ บ เ ก ม เ จ ร จ า ห รื อ ส น ท น า

ทาให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่มีความสามารถทางการเรียนสูงกับนักเรียนที่มีความสามา

ร ถ ท า ง ก า ร เ รี ย น ต่ า แ ต ก ต่ า ง กั น อ ย่ า ง มี นั ย ส า คั ญ ท า ง ส ถิ ติ ที่ ร ะ ดั บ .05

นักเรียนที่มีความสามารถทางการเรียนสูงกับนักเรียนที่มีความสามารถทางการเรียนปานกลางแตกต่า

งกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ.05









จ า ก ต า ร า ง ที่ 4 – 13 พ บ ว่ า

ผ ล ก า ร ใ ช้ บ ท เ รี ย น ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ช่ ว ย ส อ น แ บ บ เ ก ม เ จ ร จ า ห รื อ ส น ท น า

ทาให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่มีความสามารถทางการเรียนสูงกับนักเรียนที่มีความสามา

ร ถ ท า ง ก า ร เ รี ย น ต่ า แ ต ก ต่ า ง กั น อ ย่ า ง มี นั ย ส า คั ญ ท า ง ส ถิ ติ ที่ ร ะ ดั บ .05

นักเรียนที่มีความสามารถทางการเรียนสูงกับนักเรียนที่มีความสามารถทางการเรียนปานกลางแตกต่า

ง กั น อ ย่ า ง มี นั ย ส า คั ญ ท า ง ส ถิ ติ ที่ ร ะ ดั บ .05

นักเรียนที่มีความสามารถทางการเรียนปานกลางกับนักเรียนที่มีความสามารถทางการเรียนต่าแตกต่า

งกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05



สรุปผลการวิจัย



ผลการวิจัย สามารถสรุปในประเด็นต่างๆได้ดังนี้

ผู้วิพากษ์ : นางสาวจุฬาวดี มีวันคา นิสิตปริญญาเอก สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา รุ่น 6 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 14





1. ประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนทั้ง 3 รูปแบบที่สร้างขึ้นสูงกว่าเกณฑ์ที่

กาหนด ดังนี้

1.1 บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบทบทวน มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 86.03/85.55

1.2 บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบเกมการศึกษามีประสิทธิภาพเท่ากับ 87.30/86.30

1.3 บทเรีย นคอมพิว เตอร์ ช่ว ยสอนแบบเจรจาหรือ สนทนามี ป ระสิ ทธิ ภ าพเท่า กั บ

88.25/87.78

2

จากการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบสองทางของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่มีความสามา

รถทางการเรียนแตกต่างกัน

2.1. รูปแบบของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนทั้ง 3 รูปแบบและการสอนแบบปกติ

ส่ ง ผลต่ อ ผลสั ม ฤทธิ์ ท างการเรี ย นของนั ก เรี ย นที่ มี ค วา มสามารถทางการเรี ย นต่ า งกั น

อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05

2.2.

ระดั บ ความสามารถทางการเรี ย นต่ า งกั น ที่ เ รี ย นด้ ว ยบทเรี ย นคอมพิ ว เตอร์ ช่ ว ยสอนทั้ ง 3

รู ป แ บ บ แ ล ะ ก า ร ส อ น ป ก ติ

ส่ ง ผลให้ ผ ลสั ม ฤทธิ์ ท างการเรี ย นแตกต่ า งกั น อย่ า งมี นั ย ส าคั ญ ทางสถิ ติ ที่ ร ะดั บ .05

เ มื่ อ ผ ล ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห์ ข้ อ มู ล ก า ร วิ จั ย พ บ ว่ า

รูปแบบการการเรียนที่แตกต่างกันส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ

.05 ผู้วิจัยได้วิเคราะห์เพื่อหาค่าความแตกต่างเป็นรายคู่ด้วยวิธีการของ เชฟเฟ่

3.

จากการวิเคราะห์ความแตกต่างเป็นรายคู่ของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยรายคู่โดยวิธีการของเชฟเฟ่

เพื่อหาปฏิสัมพันธ์ของรูปแบบบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนทั้ง 3 รูปแบบและ

ก า ร ส อ น แ บ บ ป ก ติ ผ ล ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห์ พ บ ว่ า

ผลการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบเจรจาหรือสนทนาทาให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรี

ยนแตกต่างกันกับการสอนแบบปกติอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05

4.

จากการวิเคราะห์ความแตกต่างเป็นรายคู่ของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยรายคู่โดยวิธีการของเชฟเฟ่

เพื่อหาปฏิสัมพันธ์ของระดับความสามารถทางการเรียนในบทเรียนคอมพิวเตอร์

ช่วยสอนทั้ง 3 รูปแบบและการสอนแบบปกติ ผลการวิเคราะห์พบว่า

ผู้วิพากษ์ : นางสาวจุฬาวดี มีวันคา นิสิตปริญญาเอก สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา รุ่น 6 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 15





4.1. ผลการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบทบทวน

ทาให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่มีความสามารถทางการเรียนสูงกับนักเรียนที่มีความสามา

รถทางการเรียนต่าแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05

4.2. ผลการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบเกมการศึกษา

ทาให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่มีความสามารถทางการเรียนสูงกับนักเรียนที่มีความสามา

รถทางการเรียนปานกลางแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ

นักเรียนที่มีความสามารถทางการเรียนสูงกับนักเรียนที่มีความสามารถทางการเรียนต่าแตกต่างกันอย่

างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05

4.3. ผลการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบเจรจาหรือสนทนา

ทาให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่มีความสามารถทางการเรียนสูงกับนักเรียนที่มีความสามา

รถทางการเรียนต่าแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05

4.4. ผลการสอนแบบปกติ

ทาให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่มีความสามารถทางการเรียนสูงกับนักเรียนที่มีความสามา

รถทางการเรียนปานกลางแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05

นักเรียนที่มีความสามารถทางการเรียนสูงกับนักเรียนที่มีความสามารถทางการเรียนต่าแตกต่างกันอย่

างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05

5. จากการวิเคราะห์ปฏิสัมพันธ์ของรูปแบบบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนทั้ง 3

รูปแบบและการสอนแบบปกติ กับระดับความสามารถทางการเรียนของนักเรียนทั้ง 3 ระดับ สูง

ปานกลาง ต่า ผลการวิเคราะห์พบว่า ผลการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนทั้ง 3

รูปแบบและการสอนแบบปกติ ไม่มีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีระดับความสามารถทางการเรียนแตกต่างกัน

ผู้วิพากษ์ : นางสาวจุฬาวดี มีวันคา นิสิตปริญญาเอก สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา รุ่น 6 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 16









ประเมินงานวิจัย



การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1

วิชาคอมพิวเตอร์จากการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน 3 รูปแบบและการสอนปกติ



The Comparative Study of the Outcomes Involving the Threeforms of Computer Assisted

Instructions and the Normal Instruction



ชื่อผู้วิจัย : นางสาวอุรชา ประภาวดี

หลักสูตร : ครุศาสตร์อุตสาหกรรมมหาบัณฑิต

สาขาวิชา : เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์

สถาบัน : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลัก : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มานิตย์ สิทธิชัย

อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วม : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พูลศักดิ์ โกษียาภรณ์

ปีการศึกษา : 2550





เกณฑ์ประเมิน

ผู้วิพากษ์ : นางสาวจุฬาวดี มีวันคา นิสิตปริญญาเอก สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา รุ่น 6 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 17





ค่าเฉลี่ย ความหมาย

1.00-1.50 หมายถึง ระดับน้อยมาก

1.51-2.50 หมายถึง ระดับน้อย

2.51-3.50 หมายถึง ระดับปานกลาง

3.51-4.50 หมายถึง ระดับดี

4.51-5.00 หมายถึง ระดับดีมาก





นางสาวจุฬาวดี มีวันคา

นิสิตปริญญาเอก สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา รุ่น 6

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ผู้ประเมิน

ผลการประเมินงานวิจัย



แบบที่ 2 พิจารณาในรายละเอียดตามจุดต่าง ๆ



ระดับ

ด้านที่พิจารณา

ดีมาก ดี ปานกลาง น้อย น้อยมาก

เกี่ยวกับคุณค่าของงานวิจัย

เป็นงานวิจัยที่มีคุณค่า มีความสาคัญ 

เกี่ยวกับชื่อเรื่อง 

1. ชื่อเรื่องตรงตามเนื้อเรื่อง

2. มีความแจ่มชัดรัดกุม 

เกี่ยวกับคาจากัดความของปัญหา

1. กล่าวถึงที่มาของปัญหาชัดเจน 

2 . 

กาหนดจุดมุ่งหมายของการวิจัยชัดเจนและเหมาะสม

3. กาหนดขอบเขตของปัญหาการวิจัยอย่าง

ชัดเจน 

4. ให้นิยามศัพท์เฉพาะที่สาคัญและอย่าง 

ผู้วิพากษ์ : นางสาวจุฬาวดี มีวันคา นิสิตปริญญาเอก สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา รุ่น 6 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 18





เหมาะสม

เกี่ยวกับสมมติฐาน 

1. สมมติฐานสอดคล้องกับจุดประสงค์

2. สมมติฐานสร้างจากหลักของเหตุผลตาม

ทฤษฎี และผลการวิจัยที่เกี่ยวข้อง 

3. สมมติฐานสามารถทดสอบได้ 

เกี่ยวกับทฤษฎีและการวิจัยที่เกี่ยวข้อง 

1 .

อ้างถึงทฤษฎีและผลการวิจัยที่เกี่ยวข้องอย่างเพียงพอ

และตรงกับเรื่อง

2. การจัดลาดับเรื่องเป็นไปอย่างเหมาะสม 





ระดับ

ด้านที่พิจารณา

ดีมาก ดี ปานกลาง น้อย น้อยมาก

เกี่ยวกับวิธีการดาเนินการวิจัย

1. กล่าวถึงประชากรและกลุ่มตัวอย่างโดย 

ชัดเจน

2. วิธีเลือกกลุ่มตัวอย่างเหมาะสม 

3. วิธีการหรือกระบวนการในการรวบรวม

ข้อมูลมีความเหมาะสม 

4 .

ข้อมูลหรือหลักฐานที่รวบรวมมามีความเที่ยงตรง 

และเชื่อมั่น

5. วิธีวิเคราะห์ข้อมูลเหมาะสม 

6. การวิเคราะห์ข้อมูลกระทาได้ถูกต้อง 

7 .

รายงานกระบวนการดาเนินการวิจัยไว้อย่างชัดแจ้ง 

เกี่ยวกับผลการวิจัย 

1 .

ผู้วิพากษ์ : นางสาวจุฬาวดี มีวันคา นิสิตปริญญาเอก สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา รุ่น 6 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 19





เสนอผลของการวิเคราะห์อย่างแจ่มชัดและถูกต้อง

2. เสนอผลอย่างเป็นปรนัย 

3. การแปลความอยู่ ใ นขอบเขตของประชากร 

สมมติฐาน ข้อจากัดของข้อมูล

เกี่ยวกับการสรุปผลการวิจัย 

1. สรุปผลตามขอบเขต ข้อมูลและผล

การวิเคราะห์

2. สรุปผลได้สมเหตุสมผล 

3. สรุปผลได้ชัดเจน 

เกี่ยวกับการอภิปรายผลและข้อเสนอแนะ

1. อภิปรายได้สมเหตุสมผล 

2. ข้อเสนอแนะกว้างขวางและเป็นไปได้ 



ผลการประเมินงานวิจัย





ด้านที่พิจารณา X ความคิดเห็น



เกี่ยวกับชื่อเรื่อง

1. ชื่อเรื่องตรงตามเนื้อเรื่อง 4 ดี

2. มีความแจ่มชัดรัดกุม 4 ดี

ค่าเฉลี่ยรายด้าน 4 ดี

เกี่ยวกับคาจากัดความของปัญหา

1. กล่าวถึงที่มาของปัญหาชัดเจน 4 ดี

2. กาหนดจุดมุ่งหมายของการวิจัยชัดเจนและเหมาะสม 4 ดี

3. กาหนดขอบเขตของปัญหาการวิจัยอย่างชัดเจน 4 ดี

4. ให้นิยามศัพท์เฉพาะที่สาคัญและอย่างเหมาะสม 3 ปานกลาง

ค่าเฉลี่ยรายด้าน 3.75 ดี

เกี่ยวกับสมมติฐาน

1. สมมติฐานสอดคล้องกับจุดประสงค์ 4 ดี

ผู้วิพากษ์ : นางสาวจุฬาวดี มีวันคา นิสิตปริญญาเอก สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา รุ่น 6 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 20





2 . 4 ดี

สมมติฐานสร้างจากหลักของเหตุผลตามทฤษฎีและผลการวิจัยที่เกี่ยวข้อง

3. สมมติฐานสามารถทดสอบได้ 4 ดี

ค่าเฉลี่ยรายด้าน 4 ดี

เกี่ยวกับทฤษฎีและการวิจัยที่เกี่ยวข้อง

1. อ้างถึงทฤษฎีและผลการวิจัยที่เกี่ยวข้องอย่างเพียงพอและตรงกับเรื่อง 3 ปานกลาง

2. การจัดลาดับเรื่องเป็นไปอย่างเหมาะสม 3 ปานกลาง

ค่าเฉลี่ยรายด้าน 3 ปานกลาง









ด้านที่พิจารณา X ความคิดเห็น



เกี่ยวกับวิธีการดาเนินการวิจัย

1. กล่าวถึงประชากรและกลุ่มตัวอย่างโดยชัดเจน 4 ดี

2. วิธีเลือกกลุ่มตัวอย่างเหมาะสม 4 ดี

3. วิธีการหรือกระบวนการในการรวบรวมข้อมูลมีความเหมาะสม 4 ดี

4. ข้อมูลหรือหลักฐานที่รวบรวมมามีความเที่ยงตรง และเชื่อมั่น 4 ดี

5. วิธีวิเคราะห์ข้อมูลเหมาะสม 4 ดี

6. การวิเคราะห์ข้อมูลกระทาได้ถูกต้อง 4 ดี

7. รายงานกระบวนการดาเนินการวิจัยไว้อย่างชัดแจ้ง 4 ดี

ค่าเฉลี่ยรายด้าน 4 ดี

เกี่ยวกับผลการวิจัย

1. เสนอผลของการวิเคราะห์อย่างแจ่มชัดและถูกต้อง 4 ดี

2. เสนอผลอย่างเป็นปรนัย 4 ดี

3. การแปลความอยู่ในขอบเขตของประชากร 4 ดี

ผู้วิพากษ์ : นางสาวจุฬาวดี มีวันคา นิสิตปริญญาเอก สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา รุ่น 6 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 21





สมมติฐานข้อจากัดของข้อมูล

ค่าเฉลี่ยรายด้าน 4 ดี

เกี่ยวกับการสรุปผลการวิจัย

1. สรุปผลตามขอบเขต ข้อมูลและผล การวิเคราะห์ 3 ปานกลาง

2. สรุปผลได้สมเหตุสมผล 3 ปานกลาง

3. สรุปผลได้ชัดเจน 3 ปานกลาง

ค่าเฉลี่ยรายด้าน 3 ปานกลาง

เกี่ยวกับการอภิปรายผลและข้อเสนอแนะ

1. อภิปรายได้สมเหตุสมผล 4 ดี

2. ข้อเสนอแนะกว้างขวางและเป็นไปได้ 4 ดี

ค่าเฉลี่ยรายด้าน 4 ดี

ค่าเฉลี่ยโดยรวมทั้งสิ้น 3.71 ดี





วิจารณ์สถิติที่ใช้ในการวิจัย

การวิ เ คราะห์ ค วามแปรปรวนสองทาง หรื อ Two-way ANOVA

เป็นวิธีการทดสอบเพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระหรือตัวแปรต้นซึ่งเป็นสิ่งทดลองจา

นวน 2 ตั ว กั บ ตั ว แ ป ร ต า ม เ พี ย ง ตั ว เ ดี ย ว

โดยที่ตัวแปรอิสระหรือตัวแปรต้นอาจมีลักษณะเชิงคุณภาพที่จาแนกออกเป็นระดับหรือประเภทต่าง ๆ

ส่ ว น ตั ว แ ป ร ต า ม มี ลั ก ษ ณ ะ เ ชิ ง ป ริ ม า ณ

เพื่ อ ศึ ก ษาความสั ม พั น ธ์ ข องตั ว แปรอิ ส ระหรื อ ตั ว แปรต้ น ว่ า จะส่ ง ผลอย่ า งไรกั บ ตั ว แปรตาม

ต า ม ส ม ม ติ ฐ า น ก า ร วิ จั ย ที่ ก า ห น ด ไ ว้ โ ด ย ที่ ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห์ ค ว า ม แ ป ร ป ร ว น ส อ ง ท า ง

นอกจากจะสามารถศึกษาผลของตัวแปรทั้งสองตัวไปพร้อม ๆ กันแล้ว ยังสามารถศึกษาผลร่วม

(Interaction)

ระหว่างตัวแปรทั้งสองตัวด้วยว่าตัวแปรอิสระหรือตัวแปรต้นตัวหนึ่งนอกจากจะส่งผลต่อตัวแปรตามแล้

วยังส่งผลใด ๆ ต่อตัวแปรอิสระหรือตัวแปรต้นอีกตัวแปรหนึ่งหรือไม่



ผู้ วิ จั ย เลื อ กใช้ ก ารวิ เ คราะห์ ค วามแปรปรวน สองทาง (Two-way ANOVA)

เพื่อใช้กับการทดสอบความแตกต่างของกลุ่มตัวอย่างที่มีการแจกแจงแบบปกติที่ประกอบด้วยตัวแปรอิ

สระหรือตัวแปรต้น 2 ตัว กับตัวแปรตาม 1 ตัว ในที่นี้ตัวแปรที่ศึกษา คือ

ผู้วิพากษ์ : นางสาวจุฬาวดี มีวันคา นิสิตปริญญาเอก สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา รุ่น 6 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 22





ตัวแปรอิสระหรือตัวแปรต้น :

ตัวที่ 1 : ความสามารถทางการเรียน มี 3 กลุ่ม ได้แก่

- สูง

- ปานกลาง

- ต่า

ตัวที่ 2 : บทเรียนคอมพิวเตอร์ มี 4 แบบ ได้แก่

- แบบปกติ

- แบบทบทวน

- แบบเกม

- แบบเจรจาหรือสนทนา

ตัวแปรตาม : ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน









เอกสารอ้างอิง



กัลยา วานิชย์บัญชา. การวิเคราะห์ข้อมูลหลายตัวแปร. กรุงเทพฯ : ธรรมสาร, 2548.

. สถิติสาหรับงานวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,

2550.

. หลักสถิติ. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพฯ : ธรรมสาร, 2551.

บุญชม ศรีสะอาด. วิธีการทางสถิติสาหรับการวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น,

2547.

. การวิจัยเบื้องต้น ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 7 แก้ไขเพิ่มเติม. กรุงเทพฯ : สุวีริยสาส์น,

2545.

อุรชา ประภาวดี. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนระดับชั้น

ประถมศึกษาปีที่ 1 วิชาคอมพิวเตอร์จากการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน

3 รูปแบบและการสอนปกติ. วิทยานิพนธ์ ค.อ.ม. (เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์) กรุงเทพฯ :

ผู้วิพากษ์ : นางสาวจุฬาวดี มีวันคา นิสิตปริญญาเอก สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา รุ่น 6 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 23





มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, 2550.


Other docs by HC111210205718
EJERCICIOS Y PROBLEMAS PROPUESTOS
Views: 8  |  Downloads: 0
Curriculum Guide
Views: 3  |  Downloads: 0
Analemma picture
Views: 0  |  Downloads: 0
Cache Algorithms
Views: 0  |  Downloads: 0
An Old Lady with an Unstable Knee�
Views: 0  |  Downloads: 0
New Features for Cscape 4.5
Views: 2  |  Downloads: 0
York County
Views: 2  |  Downloads: 0
FDD Billing Example
Views: 1  |  Downloads: 0
PowerPoint Presentation
Views: 0  |  Downloads: 0
By registering with docstoc.com you agree to our
privacy policy

You are almost ready to download!

You are almost ready to download!